ตอนที่ 4
อัลบั้ม: เคลลี่ ธนะพัฒน์ ประกบ จั๊กจั๋น อคัมย์สิริ ละครพะบู๊ด้วยแม่ไม้มวยไทยใน "คาดเชือก"
ศรีไพรมาหาธนูบนอำเภอในตอนเที่ยง เอ่ยปากชวนเขาออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน
“จะดีเหรอครับ เกรงใจท่านทองคำ”
ศรีไพรรีบบอกมันเป็นความคิดของพ่อ ธนูฟังแล้วอ้ำอึ้งตัดสินใจไปด้วยแต่โดยดี
เมื่อถึงร้าน ศรีไพรสั่งอาหารชุดใหญ่ทั้งเป็ดปักกิ่ง ห่านและหูฉลาม จนธนูท้วงมากินกันแค่ 2 คน เธอว่าวันนี้อยากใช้ตังค์ให้หมด 5 หมื่น พ่อให้มาใช้เล่นขำๆ เขาติง เงินเก็บไว้มันคงไม่เน่า แล้วหันไปสั่งก๋วยเตี๋ยวแทน
เธอคล้อยตามบอกธนูอย่างเอียงอาย ต้องหัดเชื่อฟังเขา แต่งงานแล้วเธอจะเป็นช้างเท้าหลัง ธนูกำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มได้ยินถึงกับสำลัก!
ในเวลาเดียวกัน ละไมเดินออกจากธนาคารตรงไปที่รถ เหลือบเห็นศรีไพรถึงเนื้อตัวธนูอย่างสนิทสนมขณะทั้งคู่เดินออกมาจากร้านอาหาร ละไมเหยียดยิ้มคิดว่าเขาหวังตกถังข้าวสาร ธนูเห็นละไมมองมาก็ตกใจ
ฝ่ายบุญสมยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานอย่างใช้ความคิด ทองคำก้าวเข้ามาในห้องเผชิญหน้าบุญสม โดยมียอดสมุนมือขวาตามติด
“สวัสดีปลัดคนใหม่”
บุญสมถามมีธุระอะไร ทองคำชี้แจงเป็นธรรมเนียมที่เขาต้องมาต้อนรับข้าราชการที่มาใหม่ บุญสมแย้งเขาเป็นคนที่นี่ ถึงเวลาแล้วที่อำเภอโพธิ์ทองจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
“ปลัดคิดว่าทำได้เหรอ” ทองคำยื่นหน้ามาใกล้ บุญสมไม่สะทกสะท้านตอบหนักแน่น
“ออกจากคุกมาเป็นปลัดยังทำมาแล้วเลย”
ทองคำบอกจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับบุญสมกับแม่คงรู้ถ้าขัดใจเขาผลมันออกมายังไง แล้วระเบิดเสียงหัวเราะก่อนเดินออกจากห้อง ปลัดคนใหม่กำหมัดแน่นแล้วระบายอารมณ์กวาดข้าวของบนโต๊ะตกพื้นกระจาย
นายอำเภอปรีชาเห็นทองคำรีบตรงเข้าทักทายอย่างอ่อนน้อม พอดีธนูกับศรีไพรมาถึง ทองคำเอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี
“ดูแลลูกสาวผมดีๆ แล้ววันหนึ่งคุณจะได้เป็นผู้ว่าฯ”
ธนูยิ้มอย่างรู้งาน “งั้น...ผมต้องขอบคุณนายล่วงหน้าเลยนะครับ” ศรีไพรหน้าระรื่นกระแซะธนูอย่างออกนอกหน้า โดยมีสายตาบุญสมยืนมองอยู่มุมหนึ่ง
ทองดีกับศรีวรรณรอพ่อนานจึงขึ้นมาตามบนอำเภอ ทองดีมองไปรอบๆ ถามพ่อเรื่องบุญสมอย่างอยากรู้
“ขอบใจที่ยังจำชื่อข้าได้...เพื่อนรัก”
ศรีวรรณดี๊ด๊าเมื่อเห็นบุญสม เอ่ยปากชวนปลัดหนุ่มไปกินข้าวด้วย เขาปฏิเสธแล้วหันไปบอกนายอำเภอ
ขอกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เลอะไข่ไก่ นายอำเภอ พยักหน้ารับรู้
บุญสมเดินเฉียดสองพ่อลูกจนพวกเขาหลบแทบไม่ทัน ทองดีปรี่จะตามไปเอาเรื่อง แต่ทองคำห้ามไว้แล้วมองตามร่างปลัดคนใหม่ด้วยสายตาโหดเหี้ยม
ooooooo
วันรุ่งขึ้น กรองแก้วมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำ มีหนังสือธรรมะกับของอร่อยมาฝากเหมือนเช่นทุกครั้ง
ทองก้อนบ่นลูกสาวถึงข้าวของที่ซื้อมา เธอว่าอยากให้พ่อได้กินของอร่อย ส่วนหนังสือธรรมะให้เอาไว้อ่านแก้เหงาจะได้ไม่คิดถึงกิ๊กที่เพิ่งออกไปจากคุก
“นังนี่ จู่ๆจะให้พ่อล่อไม้ป่าเดียวกันซะแล้ว”
ทองก้อนหัวเราะชอบใจ แล้วนึกถึงบุญสมว่าคงสนุกกับงานปลัด กรองแก้วถามพ่ออยากออกจากคุกไปบ้างไหม? ทองก้อนว่าโทษของเขาคงไม่พ้นต้องตายอยู่ในคุก!
กรองแก้วเข้ามาพบเดชาหลังจากนั้น เดชาบอกทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เขารับปากอะไรไม่ได้กรองแก้วไหว้ขอบคุณอย่างเข้าใจ อย่างน้อยเธอยังพอมีความหวังเล็กๆอยู่บ้าง
ooooooo
บุญสมคอยเฝ้าระวังเกรงเกิดเหตุร้ายกับครอบครัว และแล้ววันนี้เขาต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของ เผือกดังมาจากหลังบ้าน ฉวยเสียมใกล้มือซุ่มรอจังหวะ เมื่อเห็นเงาใครคนหนึ่งถือท่อนเหล็กอยู่ในมือ บุญสมเตรียมเงื้อขึ้นฟาด
“เฮ้ย!” เผือกเห็นรีบร้องบอก พุดหันขวับยกท่อนเหล็กขึ้นรับเสียมของบุญสมที่ฟาดลงมาพอดี
พุดอธิบายเผือกเอาค้อนตีหัวนอตแต่ตีถูกนิ้วตัวเองแค่นิดเดียวแหกปากลั่นเหมือนโดนเชือด บุญสมถามถึงแม่อย่างเป็นห่วง เห็นพุดกับเผือกอึกอักไม่ตอบยิ่งร้อนใจรีบวิ่งไปดูในบ้าน
“หมอทำอะไร”
“ตาบอดรึไง ก็เห็นอยู่ว่าคุณหมอกำลังรักษาแม่นายอยู่” ละเมียนตอบเสียงขุ่นแล้วจ้องหน้าบุญสม เขามองเธออย่างหงุดหงิดก่อนคว้ามือดึงตัวเธอออกไปคุยข้างนอก
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ ได้ยินมั้ยว่าฉันเจ็บ!”
ละเมียนพยายามขัดขืนแต่ต้านแรงบุญสมไม่ได้ เขากระชากร่างเธอมาหยุดยืนอยู่มุมหนึ่ง เมื่อปล่อยมือละเมียนทำท่าขยับเดินออก บุญสมรีบเอาตัวเข้าขวาง
“นายจะเอายังไงกับฉัน”
“คำถามนี้ ฉันควรถามเธอมากกว่านะ วันก่อนเธอพาชาวบ้านไปชุมนุมไล่ฉัน เอาข้าวของปาฉันจนเละ มาวันนี้สมองกลับรึไง ถึงได้พาหมอมาดูแม่ฉัน”
“บังเอิญฉันรู้จักแยกแยะว่าอะไรดี อะไรชั่ว !” ละเมียนโต้กลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ถ้าฉันไม่พูดขอร้องคุณหมอแล้วแอบพามารักษาอาการติดยาของแม่นาย อย่าหวังเลยว่าจะมีใครกล้ามาช่วยเหลือ”
บุญสมบอกอย่างถือดีว่าไม่ได้วอนขอ
“ฟังให้ชัดๆนะ ที่ฉันทำไปนี่ไม่ได้ทำให้นาย แต่ฉันทำให้ผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่ง ที่ถูกใช้เป็นเหยื่อในการแก้แค้น ต้องรับบาปแทนลูกที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่แม่ตัวเอง”
บุญสมโมโหขยับเข้าหาจนละเมียนถอยร่นไปชิดผนัง แต่ยังปากดีดูถูกเขาเป็นแค่นักเลงหัวไม้ที่บังเอิญได้มาเป็นปลัด แต่ที่แท้แล้วก็คือไอ้ขี้คุก
“ฉันบอกให้หยุด! ฉันบอกแล้วไงว่าเขาพิสูจน์ใหม่แล้วว่าฉันไม่ได้เป็นคนฆ่า” บุญสมสติแตกเมื่อละเมียนพูดใส่หน้าไม่หยุด
“ปลัดขี้คุก...ปลัดขี้คุก...ปลัดขี้คุก...ปลัดขี้คุก...”
“ถ้ายังไม่หยุด เธอโดนจูบแน่”
แล้วจ้องหน้าละเมียนจริงจัง เธอชะงักแต่ยังผรุสวาทต่อ ปลัดคนใหม่ก้มหน้าทำท่าจะจูบ เผือกเข้ามาขัดจังหวะพอดี ละเมียนสบโอกาสปล่อยเข่ากระทุ้งท้องบุญสมจนจุกตัวงอ เผือกตกใจรีบเข้าประคองลูกพี่ เธอหยุดมองดูผลงานตัวเองอย่างสะใจ
“สมน้ำหน้า ไอ้ปลัดขี้คุก” แล้วเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างผู้ชนะ
หมอกำชับบุญสมให้เก็บเรื่องที่มารักษาอาการติดยาของจวงไว้เป็นความลับเพราะไม่อยากมีปัญหาตามมา เขารับปาก ละเมียนหยิบหมวกกับแว่นตายื่นให้หมอไว้สวมพรางใบหน้า ก่อนพาหมอออกไปยังไม่วายมองบุญสมด้วยสายตาดูถูก
ooooooo
ตกดึกขณะละไมกำลังนั่งคิดบัญชีอยู่ในร้าน เห็นลำแสงไฟฉายสาดเข้ามาจากด้านนอก ค่อยๆ เดินย่องออกไปดู
“สวัสดีครับ คุณละไมไข่เค็ม”
ละไมหันไปมอง เมื่อเห็นเป็นธนูก็หงุดหงิดโดยเฉพาะฉายาที่เขาตั้งให้ ถามอย่างจับผิดมาทำอะไร ธนูตอบอย่างไม่มีพิรุธว่ามาตรวจดูความสงบเรียบร้อยร่วมกับตำรวจและชาวบ้านคนอื่นๆ ละไมไล่เขาให้ไปที่อื่นได้แล้วเธอจะนอน
“ก็ได้ๆ งั้นผมไปก่อนนะคุณ คุณจะได้นอนฝันถึงคุณทองดี อ้อ...แต่ อย่าแอบฝันถึงผมก็แล้วกัน ผมน่ะฉายาหนุ่มชวนฝันนะคุณ ฮ่าๆๆ”
ละไมมองตามหลังเขาอย่างหมั่นไส้ หล่อตายละ ฝันถึงทำไมให้เสียเวลา!
เบียบเห็นไฟในห้องละไมเปิดอยู่จึงผลักประตูเข้าไปถามจะเอานมอุ่นๆ ซักแก้วไหม เมื่อไม่เห็นสตางค์นอนด้วยก็ถามอย่างสงสัย
“นอนกับละเมียน นี่ก็อีกคนพอพี่สาวกลับมาก็ลืมแม่เลย”
“พูดตรงๆนะคะ เบียบน่ะไม่ชอบให้น้องสตางค์เรียกคุณละไมว่าแม่เลย เป็นเรื่องเดียวที่เบียบเห็นด้วยกับคุณทองดี”
ละไมตัดบทไล่ให้เบียบไปนอน ส่วนเธอล้มตัวลงนอนแต่กลับครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อ 5 ปีก่อน...
เสียงปืนดังลั่นเป็นระยะมาจากด้านนอก ละเมียนย่องออกไปดูอย่างอยากรู่้ ส่วนละไมตามน้องไปด้วยความเป็นห่วง
ละเมียนอาศัยพงหญ้าซึ่งสูงท่วมหัวตรงชายคลองเป็นที่หลบซ่อน พยายามมองฝ่าความมืดออกไปยังลำคลองด้านหน้า ธนูเดินมาจากด้านหลังรวบตัวเธอให้หมอบกับพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กระสุนหลายนัดถูกสาดใส่จนพงหญ้ากระจุย
“มาแถวนี้ทำไม อยากตายรึไง” ธนูบ่นหน้าเครียด เหลือบเห็นละไมกำลังวิ่งฝ่าความมืดมาอีกคน เขารีบปรี่เข้ารั้งตัวให้หลบลงพื้น “นี่จะขนกันมาทั้งบ้านเลยรึไงคุณ ไทยมุง ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
ละไมหวีดร้องอย่างตกใจ! เมื่อธนูนอนเกยทับอยู่บนร่าง ปลายจมูกเขาจ่อใกล้ใบหน้าเธอแค่เอื้อม หญิงสาวเบือนหน้าหนีแล้วออกแรงผลัก
“ช่วยฉันหรือฉวยโอกาส ฉันจะฟ้องคุณทองดี” ละไมบอกอย่างหงุดหงิดแล้วรีบเข้าไปหาน้องสาวอย่างเป็นห่วง
ผู้กองเพชรเดินมาสมทบบอกกับธนูอย่างเจ็บใจ พวกมันเอายาเสพติดหนีลงเรือไปจนได้ แต่มีเรือเอี้ยมจุ๊นขนาดเล็กของชาวบ้านที่ช่วยเข้าขวางเรือคนร้ายตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม
เมื่อทั้งหมดวิ่งมาที่เรือเอี้ยมจุ๊น บนเรือเต็มไปด้วยลังสินค้า มีชายคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่ที่ท้ายเรือ
“คนดีๆต้องตายเพราะช่วยงานพวกเราแท้ๆ”
ผู้กองเพชรสลดใจ ละเมียนออกความเห็น กล้าทำขนาดนี้ต้องเป็นพวกนายทองคำแน่ๆ
ทุกคนชะงักเมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง พลิกร่างของหญิงที่ถูกยิงจมกองเลือดอยู่ในเรือถึงกับตะลึง! เด็กชายอายุประมาณ 3-4 ขวบ เนื้อตัวเปื้อนเลือดของผู้เป็นแม่ กำลังส่งเสียงร้องจ้า
ละไมรับเด็กน้อยมาอุ้มและกอดปลอบอย่างเวทนา “โธ่ ไหนมานี่สิลูก”
ละไมได้แต่ถอนใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น สงสารชะตากรรมของสตางค์ที่ต้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่ในคราวเดียวกัน เธอให้สัญญากับตัวเอง “แม่จะเลี้ยงสตางค์ให้มีความสุขที่สุด”
ส่วนละเมียน อาบน้ำเสร็จเตรียมเข้านอน ยิ้มด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นสตางค์นอนแผ่หราหลับสนิทอยู่บนเตียง
“หลับปุ๋ยเลย...บ้านช่องอยู่ที่ไหน ลูกหลานใครก็ไม่รู้ แต่เอาเถอะ ตอนนี้ก็เป็นคนโพธิ์ทองด้วยกันแล้ว อยู่กับแม่ละไม อยู่กับพี่ละเมียนก็มีความสุขแล้ว”
ละเมียนยังไม่ง่วงจึงเดินมาหยุดมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงบุญสมแล้วแค้นเคือง ภาพเหตุการณ์ที่เขาบีบปากเธอเตรียมจะก้มจูบ ชวนขยะแขยงถึงกับสบถอย่างรังเกียจ
“ปลัดขี้คุก ฉันจะเอาคืนนายให้ได้ คอยดู”
ooooooo
อากาศสดใสในเช้าตรู่ของวันใหม่...
บุญสมสวมกางเกงขาสั้น เปลือยเปล่าแผ่นอก หมัดทั้งสองข้างคาดเชือก เขาทิ้งหมัดและเข่าใส่ต้นกล้วยในสวนจนล้มหักเป็นสองท่อน พุดกับเผือกวิ่งกระหืดกระหอบ เข้ามาบอกเกิดเรื่องใหญ่!
บริเวณลำคลองหน้าปั๊มน้ำมันของละไมก็เช่นกัน เบียบส่งเสียงตะโกนเรียกสองพี่น้องด้วยใบหน้าแตกตื่น
ละไมซึ่งแต่งตัวเรียบร้อยยื่นหน้าออกมาอย่างสงสัย ส่วนละเมียนยังอยู่ในชุดนอนเปิดปากหาวแล้วโวยวาย “ใครตายรึไง!” เบียบพยักหน้าเพราะพูดไม่ออกได้แต่เร่งให้สองสาวรีบออกไปดู
ละเมียนขับรถปิกอัพมาจอด แล้วทั้งหมดเดินแทรกกลุ่มชาวบ้านที่กำลังยืนล้อมมุงดูอะไรบางอย่าง ละเมียนตกใจไม่คาดคิด เมื่อเห็นร่างหมอที่เธอพาไปรักษาจวง นอนตายเบิกตาโพลงมีรูกระสุนเจาะตรงหน้าผาก เธอพุ่งพรวดผ่านแนวกั้นของตำรวจเข้าไปด้านใน ผู้กองเพชรเข้ามาปรามให้ออกไป ธนูบอกเดี๋ยวเขาจัดการเอง
“เกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไงคะ” ละเมียนถามอย่างร้อนใจ
“ยังไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเช้าน้าเจียมแกมาลงนาก็เห็นสภาพนี้แล้ว”
“โหดร้ายที่สุด! นี่ใครรายงานคุณทองดีหรือยัง”
ธนูหันมาตอบละไมอย่างหมั่นไส้ “ขอโทษ! คุณทองดีเป็นใครหรือครับ ถึงจะต้องไปรายงาน หรืออยากจะพากันมาเล่นโปลิศจับขโมย”
ละไมด่าเขาอย่างรู้สึกเสียหน้า แต่ละเมียนกลับยิ้มชอบใจ
บุญสมมาถึงไล่เลี่ยกัน เขาจอดมอเตอร์ไซค์รีบวิ่งมาดู เมื่อเห็นศพหมอเขากำหมัดแน่น พูดอย่างเคียดแค้น
“นายทองคำ! ต้องใช่มันแน่ๆ”
“พูดให้ดีๆนะ คุณทองคำท่านเป็นคุณพ่อของคุณทองดี”
“คุณละไม! ถ้าคุณไม่พูดก็ไม่มีใครเขาว่าคุณเป็นใบ้หรอก”
ธนูเหน็บ ละไมโกรธจนพูดไม่ออก หันมาอีกทีเห็นบุญสมขี่มอเตอร์ไซค์รีบร้อนออกไป ละเมียนเห็นรีบบึ่งปิกอัพตามไปติดๆ ละไมได้แต่ร้องตะโกน
“หยุดนะละเมียน แกจะจุ้นไปถึงไหน ละเมียน บอกให้หยุด!”
“อยากจะตามไปอีกคนไหม จะได้เป็นขบวนเลย” ละไมเงยหน้ามองธนูอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อละเมียนขับปิกอัพไล่จี้ตูดรถของบุญสม พอทันกันก็บีบแตรเรียกให้หยุด แต่เขากลับพยายามเร่งหนีวิ่งฉีกห่างรถของละเมียนออกไปอีก หญิงสาวหงุดหงิดตบเกียร์เหยียบคันเร่งไล่ตามอย่างไม่ยอมแพ้
“ผู้หญิงอะไร น่ารำคาญชะมัด”
“ปลัด...ปลัดขี้คุก จอดเดี๋ยวนี้นะ”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมจอด ละเมียนตัดสินใจเร่งความเร็วเบียดแซงรถของบุญสมแล้วตัดหน้าจอดขวางกลางถนน บุญสมตกใจเบรกกะทันหันจนรถเสียหลัก เขาล้มกลิ้งไปตามพื้นนอนแน่นิ่ง!
“เฮ้ย!”
ละเมียนรีบลงจากรถด้วยความตกใจ จับร่างบุญสมเขย่าเขากลับไม่รู้สึกตัว พอเอามืออังที่จมูกพบว่าไม่มีลมหายใจเธอถึงกับหน้าซีด
“เฮ้ย! ไม่นะ แค่นี้ถึงกับตายเลยเหรอ”
เธอก้มหน้าเอาหูแนบหน้าอกบุญสมฟังเสียงหัวใจ แต่ต้องสะดุ้งเมื่อบุญสมยึดข้อมือเธอไว้แน่น ละเมียนดิ้นรนขัดขืนพลางร้องให้ปล่อย
“เรื่องอะไรฉันจะปล่อยคนที่เจตนาฆ่าคนไปง่ายๆ”
เขาดึงตัวเธอลุกขึ้น แม้ละเมียนจะพยายามฝืนแต่ปลิวไปตามแรงเขาอย่างง่ายดาย บุญสมขู่จะเอาเธอไปส่งตำรวจเพราะขับรถตามปาดหน้าเขาจนล้มกลิ้งเป็นลูกขนุน
“ก็ยังดีกว่าฉันปล่อยให้หมาบ้าไปอาละวาด จนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอีก”
“แต่เธอก็น่าจะรู้ว่าหมอตายเพราะใคร หมอตายเพราะมารักษาแม่ฉัน ฉันปล่อยให้หมอตายเปล่าไม่ได้”
“แต่ต้องไม่ใช่วิธีแบบนี้ ติดคุกมาตั้งหลายปี ไม่ทำให้ฉลาดขึ้นมาเลยรึไง...ปล่อย!”
“เธอไม่มีทางห้ามฉันได้”
บุญสมโต้ตอบอย่างถือดี ละเมียนเงื้อมืออีกข้างชกเขาเต็มแรง แต่บุญสมมีประสบการณ์จากคราวก่อนทำให้ระมัดระวังตัว คว้ามือเธอไว้ทัน หญิงสาวไม่ละความพยายาม หาวิธีให้ตัวเองรอดพ้นจากการเกาะกุม ง้างเท้าขึ้นกระทืบ เขาหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว มองเธออย่างท้าทายจะมีอะไรดีปล่อยออกมาอีก
ละเมียนแทงเข่าเข้าเป้ากางเกงบุญสมอย่างหมายมาด เขายกขากันไว้แล้วแทงเข่าสวนไปที่ต้นขาเธอเบาๆ ละเมียนถึงกับร้องลั่น
“พวกมวยไม่มีครู ก็เป็นอย่างนี้แหละ”
เขาปล่อยมือหญิงสาวแล้วเดินลิ่วไปที่รถปิกอัพดึงกุญแจรถออก ละเมียนวิ่งโขยกเขยกตรงเข้ายื้อแย่งแต่ไม่สำเร็จ
“นายทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ถ้านายเอากุญแจไป ฉันจะกลับยังไง ปลัดขี้คุก!”
บุญสมไม่สนใจเดินไปยกรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่ล้มอยู่แล้วขี่ผ่านหน้าละเมียนทำเหมือนไม่ไยดี แต่แล้วเปลี่ยนใจกลับมายื่นกุญแจรถคืนให้
“เมื่อกี้ฉันว่าจะไม่แกล้งแล้ว แต่เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”
“นายจะทำอะไร ปลัดขี้...” ละเมียนยังพูดไม่ทันจบ บุญสมปากุญแจรถในมือทิ้งเข้าพงหญ้าทันที ละเมียนโกรธร้องลั่น “เฮ้ย! ทำไมทำอย่างนี้ เป็นลูกผู้ชายรึเปล่าวะเนี่ย”
“เป็น...แต่ยกเว้นสำหรับผู้หญิงปากเสีย” พูดจบขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปโดยมีสายตาของละเมียนมองตามอย่างแค้นเคือง
ooooooo
ทองดีหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีที่บ้าน เมื่อสามารถจัดการกับคนที่บังอาจมาท้าทายอำนาจของเขาและพ่อลงได้...
“ฮ่าๆ ฝีมือผมเป็นไงบ้างพ่อ”
“เยี่ยม แล้วก็โหดเหี้ยมมาก ยิงแสกหน้าอย่างนี้ ใจไม่ถึงทำไม่ได้นะลูก ฮ่าๆๆ”
ทองดียิ้มปลาบปลื้มกับคำชมแล้วนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น...
ละเมียนขับเรือมาส่งหมอที่ท่าน้ำของโรงพยาบาล หมอมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง
“ไม่ต้องห่วงค่ะหมอ ฉันขับเรือวนอ้อมออกคลองโน้นคลองนี้ รับรองไม่มีใครรู้แน่ว่าหมอไปบ้านป้าจวงมา”
หมอเดินกลับเข้าโรงพยาบาลไป ละเมียนยิ้มอย่างเป็นสุขที่ได้ทำความดีก่อนจะสตาร์ตเครื่องเรือสองตอนขับออกไป โดยไม่ทันได้สังเกตเรือหางยาวอีกลำของลูกน้องทองคำที่จอดซุ่มอยู่
ลูกน้องของทองคำจับตัวหมอมาซ้อมจนหน้าบวมปูด แล้วมัดมือ มัดเท้า เอาผ้าปิดปาก ก่อนอุ้มมาโยนลงพื้น หมอพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด เมื่อเห็นชัดว่าเป็นทองดีหมอตกใจหน้าซีด
“รู้ใช่มั้ย ว่าการท้าทายอำนาจพ่อฉัน ผลจะเป็นยังไง แต่ไหนๆหมอก็ทำประโยชน์ให้คนโพธิ์ทองมามาก ฉันจะให้โอกาสหมอในการอยู่รอด”
ทองดีคว้ามีดตัดเชือกที่มัดมือและเท้าหมอออก บอกหมอให้วิ่งสุดชีวิต พ้นแสงไฟหน้ารถเมื่อไหร่หมอรอดเมื่อนั้น หมอทำตามแต่ทองดียิงปืนไล่หลังไปหลายนัด กระสุนพลาดเป้า กระทั่งยิงถูกขาหมอล้มลง
“เลิกวิ่งได้แล้วหมอ ฉันเลิกเล่นแล้ว เห็นแล้วสมเพชว่ะ ฮ่าๆ แต่นัดนี้ฉันเอาจริง คนที่กล้าขัดคำสั่งพวกฉันจุดจบเป็นยังไงน่าจะรู้ ไม่น่าวิ่งให้เหนื่อย ไอ้หมอโง่ ฮ่าๆ”
ทองดีระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้าคลั่ง แล้วเล็งปืนใส่หมอ กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผากอย่างแม่นยำ
ทองคำระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจในความโหดเหี้ยมของลูกชาย
“ฮ่าๆ อำนาจนี่มันเป็นมนต์วิเศษที่ทำให้เราทำอะไรได้ทุกอย่างจริงๆนะพ่อ”
“เพราะอย่างนั้นไง เราถึงต้องกอดมันไว้แน่น ฮ่าๆๆ”
ทองดีบอกจะไปหาครูจรัล อยากรู้เมื่อไหร่จะสอนตำราแม่ไม้ที่ว่าสุดยอดของมวยคาดเชือกให้เขาเสียที
“ก็ดี รีบเรียนซะ ไอ้บุญสมมันกลับมาแล้วระวังมันจะตัดหน้าชิงไปซะก่อน เรามีตำราพยัคฆ์ดำอยู่ในมือแล้ว ยิ่งถ้าได้ตำราที่ครูจรัลมันหวงนักหวงหนามาอีกอย่างอย่าว่าแต่ทั้งแผ่นดินเลย แผ่นฟ้าเราก็จะยึดมาเป็นเจ้าของฮ่าๆ”
ทองดีได้ยินชื่อบุญสมถึงกับหงุดหงิด แม้จะเป็นศิษย์ครูคนเดียวกันแต่ดูเหนือกว่าเขา มิหนำซ้ำครูจรัลยังรักและไว้ใจบุญสมอยู่มาก
ทางด้านละเมียนพยายามหากุญแจรถในพงหญ้า เมื่อเจอก็รีบขับตามบุญสมไปอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบ ไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีรถกระบะเก่าคร่ำคร่าอีกคันกำลังแล่นมาอย่างเชื่องช้าอยู่ข้างหลัง
ละไมนั่งมาในรถคันนี้โดยมีธนูเป็นคนขับ รถแล่นมาอยู่ดีๆเกิดกระตุกแล้วดับ ธนูเกาหัวยิกๆ บ่นคงหัวเทียนบอด แล้วลงไปเปิดฝากระโปรงหน้ารถดูเครื่องยนต์ ละไมหงุดหงิดเกรงตามละเมียนไม่ทัน
“เสียเวลาชะมัด คอยดูนะ น้องสาวฉันเป็นอะไรไป ฉันจะฟ้องคุณทองดีให้มาเล่นงานนาย จริงด้วย...คุณทองดี”
ละไมหยิบมือถือขึ้นมาพบว่าแบตหมด กำลังเซ็งพอดีธนูเงยหน้าขึ้น เธอเห็นถึงกับปล่อยหัวเราะ
“ฮ่าๆๆๆ ขำอ่ะ หน้าอย่างกับปลาดุกคลุกถ่านฮ่าๆๆ”
เขาบ่นไม่รู้รถลุงชัยจะเกเรขนาดนี้ ละไมว่าใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่ารถคันนี้สามวันดีสี่วันไข้ แล้วเร่งธนูให้รีบซ่อม
ooooooo
บุญสมขี่มอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็วพร้อมกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ขณะเดียวกันทองดีกำลังเลี้ยวรถออกจากทางแยกข้างหน้า เมื่อเห็นรถบุญสมกำลังพุ่งตรงเข้าหาก็ตกใจ ต่างฝ่ายต่างหักหลบหวุดหวิดชนกันอย่างเฉียดฉิว
เมื่อลงรถมาได้ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งคู่ปรี่เข้าหาปล่อยหมัดใส่กันอย่างดุเดือด
“ติดคุกตั้งหลายปี แต่ฝีมือยังใช้ได้อยู่นี่หว่า”
“ถ้าใจจะคิดทบทวนวิชา สถานที่มันไม่สำคัญหรอก เหมือนกับเอ็งทำความชั่วไม่เลือกสถานที่นั่นแหละทองดี”
ทองดีฉุนปล่อยหมัดใส่ บุญสมใช้ท่า ‘บาทาลูกพักตร์’ ยันจนหน้าหงาย ละเมียนขับรถมาจอดเห็นการต่อสู้ของทั้งสองคน เธอมองอย่างตื่นตะลึง!
จังหวะนั้นบุญสมพุ่งใส่ทองดี แต่ทองดีใช้ท่า ‘กวางเหลียวหลัง’ หมุนตัวถีบบุญสมกระเด็น ก่อนตามไปชกซ้ำ แต่บุญสมหลบทันสวนด้วยแม่ไม้ ‘อิเหนาแทงกริช’ ด้วยการตีศอกเข้าชายโครงทองดีอย่างจัง
ทองดีเจ็บตัวยิ่งหงุดหงิด ระดมทั้งหมัดเท้าประเคนใส่บุญสมไม่ยั้ง บุญสมใช้แขนปัดป้องยกเท้าถีบสวนที่ยอดอกทองดีด้วยท่า ‘มอญยันหลัก’ จนทองดีกระเด็น บุญสมไม่เปิดช่องให้ทองดีได้ตั้งหลัก เขาปรี่เข้าซ้ำไล่ชกจนปากแตกเลือดซิบ
ระหว่างต่อสู้บุญสมพลาดท่าถูกทองดีฟันศอกเข้าที่ใบหน้าจนปากแตกเช่นกัน ทองดีย่ามใจเตะ ‘จระเข้ฟาดหาง’ ใส่บุญสมแล้วตามด้วยหมัด บุญสมเอี้ยวตัวหลบอย่างคล่องแคล่วใช้แม่ไม้ ‘หงส์ปีกหัก’ ปัดแขนทองดีแล้วแทงศอกเข้าที่หัวไหล่ ทองดีถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด บุญสมหมายตามไปขยี้ซ้ำแต่ต้องชะงักเมื่อครูจรัลปรี่เข้ามาคว้าหมัดของเขาไว้
ทองดีสบโอกาสเหวี่ยงหมัดใส่บุญสม ครูจรัลคว้าหมัดของทองดีไว้ได้เช่นกันแล้วออกแรงบิดข้อมือจนทั้งคู่ต่างร้องลั่นอย่างเจ็บปวด
ครูจรัลจ้องมองศิษย์เอกทั้งสองคนด้วยความหนักใจ ขณะทั้งคู่นั่งหน้าเครียดโดยไม่ยอมมองหน้ากันอยู่ตรงม้านั่งใต้ต้นไม้หน้าบ้านของครูมวย
“ข้าจำได้แม่นยำ ไม่เคยสอนมวยคาดเชือกให้ลูกศิษย์คนไหนมาฟัดกันเหมือนหมาข้างถนนอย่างนี้”
“ผมไม่ได้อยากมีเรื่องหรอกนะครู แต่ไอ้บุญสมมันมาหาเรื่องผมก่อน”
“แล้วใครทำกับแม่ข้า แล้วใครทำกับหมอที่ตายเมื่อเช้าวะ หา!”
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ ต่อหน้าครูบาอาจารย์ยังไม่ละเว้นอีกเหรอ หยุด!” ละเมียนแหวอย่างสุดจะทน
“เป็นห่วงฉันเหรอจ๊ะละเมียน” ทองดีถาม บุญสมได้ยินแล้วรำคาญ ขยับห่างออกมายืนข้างครูจรัลแล้วกล่าวคำขอโทษอย่างนอบน้อม
“เพราะอย่างนี้ข้าถึงเลิกสอนมวย ข้าไม่อยากเป็นคนผลิตอันธพาลเข้าสู่สังคม ทั้งๆที่วิชามวยคาดเชือกไม่เคยสอนให้ใครเป็นอย่างนั้น” ครูจรัลกล่าวด้วยน้ำเสียงขมขื่น แล้วตัดบทไล่ทุกคนกลับ
“แต่ครูครับ...” บุญสมอ้าปากพูดแต่ครูจรัลรีบขัดขึ้นเสียก่อน
“เอ็งเป็นปลัดอำเภอ มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของ ประชาชน แล้วเอ็งก็มีหน้าที่ลูกที่ต้องดูแลแม่ที่มีโรคภัยจากยานรกที่เบียดเบียนอยู่ รีบกลับไปทำหน้าที่ของเอ็งซะ”
ทองดีชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด เพราะรู้ว่า ‘ยานรก’ ที่ครูจรัลพูดนั้นพาดพิงถึงตน ก่อนยกมือไหว้ลาครูมวยอย่างไม่เต็มใจนัก แล้วมองบุญสมอย่างแค้นเคือง
ooooooo
ทองดีไปแล้ว ครูจรัลพาบุญสมเดินดูแปลงผักที่เขาปลูกไว้หลังจากเลิกสอนมวย ละเมียนเดินตามหลังฟังอยู่ใกล้ๆ พูดโพล่งขึ้น “สอนให้ฉันอีกสักคนไม่ได้เหรอจ๊ะครู”
“เอ็งขอข้ามาหลายครั้งแล้ว แต่ข้าก็ยังยืนยันคำเดิม เป็นผู้หญิงอย่ามายุ่งวุ่นวายเรื่องการต่อสู้เลยวะละเมียน มันอันตราย”
ละเมียนถอนใจอย่างแสนเซ็ง ส่วนบุญสมมองเธออย่างรำคาญใจ ครูจรัลยังเตือนสติบุญสมด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่าศิษย์รักเป็นคนเลือดร้อน เขารับปากครู ละเมียนตำหนิบุญสมบ้าง ถูกบุญสมโต้กลับว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเขา
“เรื่องของนาย แต่เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน เห็นๆอยู่ว่าทุกครั้งที่นายพยายามทำตัวเป็นฮีโร่ ผลสะท้อนที่ชาวบ้านได้รับเป็นยังไง ถ้าคิดเองไม่เป็น ก็ดูจากที่ชาวบ้านเขาไปชุมนุมไล่นายเมื่อวันก่อนนั่นไง...ชัดมั้ย”
“ก็แล้วใครล่ะ ที่เป็นแกนนำปลุกระดมให้ชาวบ้านมาประท้วงฉัน”
“ก็...”
“เอาล่ะๆ เลิกเถียงเลิกทะเลาะกันได้แล้ว เฮ้อ... แยกย้ายกันไปทำมาหากินได้แล้ว ข้าเบื่อดูพวกเอ็งทะเลาะกัน” ครูจรัลเดินออกไปอย่างรำคาญ ส่วนละเมียนกับบุญสมยังจ้องหน้ากันอย่างเอาชนะ
ภายหลังซ่อมรถคันเก่าของลุงชัยได้แล้ว ธนูค่อยๆ ประคองขับมาอย่างเชื่องช้า แต่ถึงแม้กระนั้นเครื่องยนต์ยังไม่วายสั่นกระตุกมาตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้านละไม ธนูคุยโวทันที
“ฮ่าๆ ในที่สุดก็ซ่อมรถพาคุณมาส่งบ้านจนได้ ไง ผมเก่งมั้ยคุณ”
“เก่ง เก่งมากเลย ฉันอยู่ของฉันดีๆก็ลากฉันไปลำบาก นี่! ดับเครื่องก่อนได้มั้ย ฉันเหม็นควัน! คอยดู ฉันจะฟ้องคุณทองดี”
ธนูยิ้มขอโทษแล้วรีบดับเครื่องยนต์ “อ้าว...คุณจะรีบไปไหน ผมอุตส่าห์มาส่ง ขอบคุณสักคำไม่ได้เหรอไง ครับ แหม!”
“น้องสาวฉันเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ จะให้ฉันขอบคุณอีกเหรอ”
ละไมโวยวายอย่างหัวเสีย หันไปเห็นละเมียนกลับมาพอดีจึงค่อยโล่งใจ ละเมียนว่าเธอเอาตัวรอดได้ไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนเดินเลี่ยงเข้าไปในร้านโดยไม่ฟังเสียงเรียกจากพี่สาว ละไมเหลือบมองธนูขณะกำลังพยายามดึงชายเสื้อเช็ดรอยเลอะบนใบหน้าอย่างยากลำบาก แล้วบ่นงึมงำ
“โอ้ย...เปื้อนง่ายออกยากจริงเว้ย”
เธอเดินมาหยุดตรงหน้าเขาแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าสีหวานส่งให้ ธนูชะงักแล้วรับมาเช็ดหน้ายิ้มอย่างอารมณ์ดี
ooooooo
ครูจรัลนั่งพับเพียบอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระ-พุทธรูป ด้านข้างมีรูปครูมวยและโกศอัฐิเก่าคร่ำคร่าวางเรียงรายอยู่
เขานั่งสงบนิ่งสีหน้าครุ่นคิดแล้วค่อยๆเอื้อมมือหยิบสมุดเก่าเล่มหนึ่งเปิดออก เผยให้เห็นภาพด้านในเป็นลายเส้นรูปร่างคนวาดด้วยดินสอกำลังตั้งวงมวยในท่าต่างๆอยู่ 2-3 ภาพ เขารีบปิดสมุดตำรามวยด้วยความหวาดระแวงแล้วซ่อนตัวตรงมุมหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินใกล้เข้ามา เมื่อเห็นเงาของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นเขาเหวี่ยงแข้งเตะใส่กลางลำตัวจนร่างนั้นเซเสียหลักแล้วปรี่เข้าซ้ำอย่างรวดเร็ว
“โอ้ย! ผมเองครู” ทองดีร้องลั่น ครูจรัลชะงัก แต่เมื่อรู้ว่าทองดีย้อนกลับมาถามเรื่องเดิมๆ จึงอธิบายให้เขาเข้าใจ
“เอ็งคงกลัวข้าสอนแม่ไม้ที่เอ็งอยากได้ให้ไอ้บุญสม ข้าไม่มีสิทธิ์สอนแม่ไม้ที่เอ็งอยากได้ให้กับใครทั้งนั้นแม้แต่ไอ้บุญสม เพราะมันไม่ใช่ของข้า” แล้วเดินลงบันไดบ้าน ทองดีชักสีหน้าไม่พอใจแล้วตามไปคาดคั้นหาว่าครูโกหก
“ตั้งแต่เอ็งรู้จักข้า ข้าเคยโกหกเอ็งสักครั้งมั้ย ตัวข้าเองยังไม่กล้าฝึกแม่ไม้พวกนี้สักครั้ง เพราะเจ้าของเขาไม่อนุญาต แม่ไม้ที่เอ็งเรียนไปจากข้า ข้าก็สอนให้จนหมดไส้หมดพุง ฝีมือเอ็งก็ใช่ย่อย ถ้าเอ็งหมั่นฝึกฝน ใครหน้าไหนก็โค่นเอ็งยากแล้วทองดี”
ทองดีไม่พูดอะไรแต่สีหน้าหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด ไหว้ลาครูจรัลอย่างรีบร้อน ก่อนกลับครูตะโกนเตือนสติ “ใช้วิชาที่ข้าสอนให้ถูกทางด้วยล่ะ” ทองดีกำหมัดแน่นด้วยความโมโหแล้วสตาร์ตรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ooooooo
คลองสายเล็กทอดยาวไปตามแนวผืนป่าอันเงียบสงบ สองฝั่งคลองหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ด้านในเผยให้เห็นบ่อนของทองคำตั้งตระหง่านท่ามกลางป่ารกทึบ ลูกสมุนกระจายตามจุดต่างๆ ถืออาวุธปืนครบมือยืนรักษาการณ์อย่างแข็งขัน
แม้ภายนอกดูเงียบสงบ ทว่าภายในกลับคึกคักเต็มไปด้วยนักพนันชายหญิงทั้งชาวบ้านและคนต่างถิ่นกำลังรุมล้อมโต๊ะพนันด้วยสีหน้าลุ้นระทึก อีกด้านชายคนหนึ่งกำลังนัวเนียอยู่บนเรือนร่างของสาวเซ็กซี่ มียาเสพติดเม็ดเล็กๆวางอยู่เกลื่อนโต๊ะ ขณะพุดกำลังเดินดูความเรียบร้อยกลับถูกยอดลากตัวมาอีกห้องหนึ่งซึ่งทองคำกับสมุนรออยู่
“ได้ข่าวว่าช่วงนี้มาเข้างานสายเหรอวะไอ้พุด” ทองคำถาม พุดอึกอัก
“ตั้งแต่ไอ้บุญสมกลับมา ดูเอ็งไม่ค่อยอยากมาทำงานที่นี่ ยาของนายก็ไม่เห็นเอ็งเอาไปให้นังจวงมันกินไง... กลัวลูกพี่เก่ากระทืบเหรอวะ ฮ่าๆ”
“แหม! พูดอย่างกะลูกพี่ไม่กลัวไอ้บุญสมมันกระทืบงั้นแหละ ฮ่าๆ”
จ่อยแหย่ยอดบ้าง ลูกสมุนคนอื่นๆได้ยินพากันหัวเราะชอบใจ ยอดฉุนเพราะเสียหน้า ยกเท้าถีบจ่อยกระเด็นไปกองกับพื้น
จ่อยลุกขึ้นมาโอดครวญว่าพูดเรื่องจริงถีบกันทำไม ทองคำรำคาญไล่ตะเพิดให้ไปกัดกันข้างนอก แล้วถามเผือกหายไปไหน พุดอธิบายบุญสมจ้างให้ดูแลแม่ ทองคำพยักหน้าให้ยอดอย่างรู้กัน ยอดกับลูกสมุนปรี่เข้ากระชากพุดแล้วเหวี่ยงกระเด็นไปติดผนัง ลูกน้องอีกสองคนตรงเข้ายึดพุดไว้ ทองคำเอาไม้เท้ากระแทกท้องพุดอย่างแรง
“จำไว้นะไอ้พุด กบมันมีสองนายไม่ได้ ใครที่เมตตาคุ้มกะลาหัวเอ็งอยู่ทุกวันนี้เอ็งคงรู้ และตราบใดที่เอ็งยังใช้หนี้ข้าไม่หมด เอ็งไม่มีสิทธิ์เลือก” เมื่อพุดต่อรองขอลดดอกเบี้ย จึงถูกต่อยจนเลือดกบปากก่อนพวกมันจะช่วยกันลากพุดออกจากห้อง
พุดประคองร่างอันบอบช้ำเดินออกมาข้างนอก เขาสงสัยว่าทองคำกับลูกน้องคุยเรื่องอะไร ค่อยๆย่องย้อนกลับเข้าไปแอบฟังใกล้ๆ
“ไอ้ยอด...น้ำมันเถื่อนเที่ยวนี้ เอ็งกำชับด้วยว่าอย่าทะลึ่งจุดไฟดูดยาเส้นกันอีกนะโว้ย ไฟลุกพึ่บพ่ับขึ้นมาพวกมันตายไม่ว่า แต่ข้าขาดทุนป่นปี้”
“ว่าแต่เที่ยวนี้ นายนัดให้พวกเสี่ยมารับของที่ไหนครับ”
พุดนำสิ่งที่ได้ยินมาบอกลูกพี่ทันที บุญสมฟังแล้วสบถถึงความชั่วของสองพ่อลูกที่มีทั้งการพนัน บ่อน ยาเสพติด อาวุธสงคราม แล้วยังน้ำมันเถื่อนอีก พุดเร่งให้บุญสมเดินหน้าจัดการร่วมกับผู้กองเพชร เมื่อเห็นสีหน้าลูกพี่พุดถึงกับหน้าซีด บุญสมไม่ตอบแต่คว้าเสียมเดินตรงไปยังกอกล้วย กระชากเสียงถามอย่างดุดัน
“ใครวะ! ไม่ออกมามึงตาย!”
มีเสียงอ้อแอ้ตอบกลับมาพร้อมกับร่างของแป๊ะชอง ชูมือที่กำยอดกระถินเดินออกมาอย่างจำนน ไม่มีใครสังเกตเห็นธนูซึ่งแอบยืนฟังอย่างครุ่นคิดอยู่มุมหนึ่ง
ooooooo
คืนต่อมา บุญสมอยู่ในชุดสีดำเตรียมพร้อม ขณะกำลังคาดเชือกที่มืออย่างคล่องแคล่ว พุดกับเผือกเป็นห่วงอ้อนวอนขอตามไปด้วย บุญสมตัดบทให้อยู่ดูแลแม่ เขาไปคนเดียวคล่องกว่า แล้วตัดสินใจแวะหาผู้กองเพชรที่บ้าน
ส่วนธนูไปขอยืมเรือสองตอนจากละไมกลับถูกเธอปฏิเสธ ละไมแอบย่องตามธนูมาอย่างเงียบๆจนถึงท่าน้ำเพราะสงสัยที่เขาทำตัวลับๆล่อๆ เธอขยับจะเดินต่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาจากด้านหลังจึงรีบเบี่ยงตัวหลบเข้าซ่อนหลังพุ่มไม้ เหลือบเห็นท่อนไม้ที่พื้นคว้าขึ้นมากระชับมั่นไว้ในมือ
ธนูอยู่ในชุดหน้ากากพรางหน้า เขาบีบเสียงพูด “หวัดดีจ้ะคนสวย เจอกันอีกแล้วนะจ๊ะ” ละไมที่ระวังตัวอยู่ฟาดขอนไม้ลงไป ธนูเบี่ยงตัวหลบแล้วรวบร่างเธอเข้ามากอด
“แกเป็นใครกันแน่ โอ้ย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณทองดี”
“ฟ้องจริงๆนะแม่คุณ เดี๋ยวจับทำเมียซะนี่” ละไมอ้าปากเตรียมโวยวาย ธนูบีบเสียงพูดเตือนให้เธอเงียบ เมื่อได้ยินเสียงคนพร้อมแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาไม่ห่างกันนัก
ที่แท้เป็นรถขนน้ำมันเถื่อน สมุนของทองคำรีบลำเลียงถังน้ำมันขนาดสองร้อยลิตรลงจากรถไปยังเรือเอี้ยมจุ๊นที่จอดรออยู่ตรงท่าน้ำ มีลูกสมุน 4-5 คน ถือปืนยืนคุมเชิงอยู่ ยอดเดินเข้ามารายงานทองคำว่ารถที่ขนน้ำมันอีกคันกำลังมา
ธนูได้ยินบีบเสียงพูด “ข่าวที่ได้รับไม่พลาดจริงๆ คิดว่าแผ่นดินนี้เป็นขนมให้พวกแกกินรวบง่ายๆงั้นเหรอ ไม่มีทาง”
“นี่แกพูดเรื่องอะไร ข่าวอะไร คนพวกนั้นเป็นใคร แล้วแกเป็นใครกันแน่”
ธนูปรามให้เธอเงียบเสียงแล้วไล่ให้กลับบ้าน ส่วนเขาขยับไปใกล้ท่าน้ำ ละไมอยากรู้ขยับตามหลังเขาไปติดๆ
สมุนคนหนึ่งยืนอยู่บนหัวเรือมีผ้าขาวม้าโพกปิดบังใบหน้า โบกมือส่งสัญญาณให้เรือออกจากฝั่ง ธนูโผล่ขึ้นจากน้ำเห็นลูกน้องทองคำถือปืนยืนคุมเชิงตรงกราบเรือ เขาเอื้อมมือไปคว้าห่วงยางซึ่งห้อยอยู่ข้างเรือ เป็นจังหวะที่เรือกำลังเคลื่อนตัวออกจากฝั่งพอดี ระหว่างที่ธนูกำลังลอยคออยู่ในน้ำ ละไมโผล่พรวดจากใต้น้ำด้านหลังแล้วล็อกคอเขายึดเกาะไว้แน่น ธนูหาจังหวะพาตัวเองและละไมขึ้นมาบนกราบเรือได้ในที่สุด
“แกจะทำอะไร ปล้นพวกมันเหรอ”
“เราต้องถ่วงเวลาจนกว่าจะติดต่อตำรวจได้ ไม่ก็ชิงเรือแล้วขับไปสถานีตำรวจ รึไม่ก็ทำลายของนี่ทิ้งซะ”
ธนูบีบเสียงบอกพลางควานหาปืนที่เอวแต่ไม่พบ เพราะร่วงไปขณะว่ายน้ำ ละไมฟังเขาอธิบายถึงกับตกใจหน้าซีด
ทางด้านบุญสมกับผู้กองเพชร เมื่อมาถึงบริเวณท่าน้ำกลับต้องพบกับความว่างเปล่า เห็นเพียงร่องรอยกลิ้งเป็นทางยาวบนพื้นดินไปจนถึงชายน้ำ ผู้กองเพชรรีบนำกำลังตำรวจลงเรือตามไปทันที
ooooooo










