สมาชิก

คาดเชือก

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: เคลลี่ ธนะพัฒน์ ประกบ จั๊กจั๋น อคัมย์สิริ ละครพะบู๊ด้วยแม่ไม้มวยไทยใน "คาดเชือก"

พุดมาเยี่ยมบุญสมบอกเขาว่าความจริงวันนี้ครูจรัลจะเข้ากรุงเทพฯมาด้วย แต่บังเอิญแกไม่ค่อยสบายเลยฝากมะม่วงที่บ้านมาให้กิน บุญสมถามว่าแล้วแม่ล่ะ?

พุดนิ่งไปนิดหนึ่ง แล้วบอกบุญสมทั้งที่ใจไม่ดีว่า

“สบายดี อ้วนท้วนสมบูรณ์ ฉันดูแลอย่างดี นี่แกยังตำน้ำพริกปลาแห้งที่พี่ชอบฝากมาเลยนะ” บุญสมถามว่าโกหกหรือเปล่าตนจำรสมือแม่ได้นะ พุดอึกอัก “เอ่อ...แหม...พี่ ฉันจะโกหกให้เสี่ยงโดนกระทืบทำไม”

พุดมีพิรุธ พยายามกลบเกลื่อนโดยไม่รู้ว่าบุญสมเห็นรูปแม่แล้ว เขาโกรธมากทุบลูกกรงปัง ตวาดลั่น

“ไอ้โกหก”

ผู้คุมเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน พุดบอกว่าไม่มีอะไรบังเอิญพี่เขาตกใจเรื่องนาที่บ้านล่ม

บุญสมสงบอารมณ์ พอผู้คุมเดินผ่านไป เขายื่นหน้าไปติดลูกกรงพูดเสียงเข้มอย่างอัดอั้นว่า

“มีคนส่งรูปแม่มาให้ข้าดู! ทำไมแม่ข้ามีสภาพอย่างนั้นวะ ไอ้พุด! แม่ข้าไม่สบายหรือแม่ข้าเป็นอะไร เอ็งบอกมาสิไอ้พุด”

เมื่อจนด้วยหลักฐาน พุดยอมรับว่า

“ใช่จ้ะ แม่พี่ไม่สบาย ก็คิดมากเรื่องที่พี่มาติดคุกนี่แหละ” พุดหยุดนิดหนึ่งอย่างไม่สบายใจที่จะพูด แต่ก็บอกบุญสมว่า “แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่พี่บุญสมควรรู้...”

เมื่อรู้ความจริงจากพุดเรื่องทองคำเอายาเสพติดใส่อาหารให้แม่กินจนแม่ติดยา บุญสมแค้นแทบจะคลั่ง จนเมื่อไปล้างห้องน้ำตามหน้าที่ก็ระบายอารมณ์อย่างรุนแรง จนทองก้อนต้องล็อกตัวไว้เตือนสติว่า

“ถ้าเอ็งยังไม่หายบ้า แล้วผู้คุมมาเห็นเข้า รับรอง...ได้โดนขังเดี่ยวเปล่าเปลี่ยวเอกาแน่โว้ย”

บุญสมโวยวายให้ปล่อย ทองก้อนไม่ปล่อยเพราะถ้าบุญสมโดนขังเดี่ยวตนก็โดนด้วย พูดแล้วตบหัวบุญสม อย่างหมั่นไส้ แต่เห็นบุญสมยังเครียดกดดัน ทองก้อนบอกว่า

“เรื่องที่เอ็งถูกกลั่นแกล้งข้าเห็นใจนะโว้ย แต่เรื่องบางเรื่องที่กลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วเนี่ย เอ็งต้องทำใจ”

“ทำใจ...แล้วอนาคตของฉันล่ะน้า”

“อนาคตของคนขี้คุก มันหมดตั้งแต่ศาลท่านถีบเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว คดีฆ่าคนตาย บางคนติดคุกกันจนตายคาคุกไปหลายคนแล้วไอ้หลานชาย” บุญสมทำท่าจะเถียงเพราะตนไม่ผิดถูกทองก้อนตัดบทว่า “ทำใจ...อยู่ในบ้านหลังใหญ่กำแพงสูงๆให้มีความสุขเถอะว่ะ จำที่ข้าเตือนไม่ได้เหรอว่า ถ้าเอ็งคิดมาก...เอ็งจะเป็นบ้า”

“แต่ยังไงฉันก็ต้องกลับไปทวงความถูกต้องคืนให้ตัวเองให้ได้”

“เฮ้อ...เอ็งนี่มันดื้อจริงๆ” บ่นแล้วทองก้อนคิดขึ้นมาได้ หยิบซองจดหมายที่พับยู่ยี่ในกางเกงออกมายื่นให้บุญสม “อ่ะ...ข้าคิดว่ารูปแม่เอ็งควรอยู่กับเอ็งมากกว่าถังขยะว่ะ”

บุญสมรับซองจดหมายเปิดดู เห็นรูปแม่ที่ทรุดโทรมแล้วเจ็บปวดเป็นห่วงแม่มาก แต่ก็รู้สึกขอบคุณทองก้อนที่คอยเตือนสติตนเสมอมา

ooooooo

ปรีชา นายอำเภอโพธิ์ทองไปรับปลัดคนใหม่ที่ท่าเรือแต่ไม่เห็นมากับเรือ เลยคิดว่าคงถอดใจไม่กล้ามาอยู่อำเภอนี้แล้ว แต่พอกลับมา เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกว่าปลัดคนใหม่มาทำงานตั้งแต่อำเภอยังไม่เปิด

นายอำเภอจะเข้าไปดูด้านใน เจ้าหน้าที่คนนั้นบอกว่าตอนนี้ไม่อยู่ ออกไปตรวจพื้นที่แล้ว นายอำเภอนิ่วหน้าสงสัยท่าทีของปลัดอำเภอคนใหม่ว่ายังไงแน่?

ธนูในชุดปลัดอำเภอไปเกร่แถวร้านค้าของละไม ระเบียบมาเห็นถึงกับตาโตเรียกละไมกับละเมียนให้ออกมาดูปลัดคนใหม่ที่ระเบียบบรรยายว่า “หล่อเริ่ดระเบิดศรี” ไปเลย แต่พอละไมออกมาดูก็บ่นเซ็งๆ “เอ๊ะ...มาอีกแล้ว” ผิดกับละเมียนที่อุทานตกใจ “เฮ้ย!!”

ธนูยิ้มให้สองพี่น้องแนะนำตัวเองอย่างอารมณ์ดีว่า

“ไม่ได้ชื่อเอ๊ะ! ไม่ได้ชื่อเฮ้ย! ผมชื่อ ธนู พิทักษ์ไทย ปลัดอำเภอคนใหม่ของที่นี่ครับ”

ละไมมองเหยียดในขณะที่ละเมียนชมว่าเท่จังเลย ถามว่าทำไมวันนั้นไม่บอกว่าเป็นปลัด

“ขืนบอกก็ไม่รู้สิว่าสภาพสังคมของที่นี่เป็นยังไง ใครดีใครชั่ว ใครชอบตีหัวคนแปลกหน้า” ละไมรู้ว่าถูกเหน็บก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ละเมียนแก้ต่างให้พี่สาวว่า แล้วใครจะไปรู้ล่ะ “ไม่เป็นไรครับ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่ที่ตีผมตรงนี้น่ะ ผมจำนะ”

ละไมถลึงตาใส่ธนูแล้วสะบัดหน้ากลับเข้าไป

ละเมียนมองพี่สาวแล้วมองปลัดคนใหม่รู้สึกแปลกๆกับท่าทีของทั้งคู่

เมื่อเดินคุยกันไปตามริมคลอง ธนูปรารภกับละเมียนว่าละไมคงเกลียดตนไปอีกนานแน่ ละเมียนติงว่า เขาเองก็ทำกับละไมไว้เยอะ ธนูบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ละไมพูดถึงพี่สาวของตนให้ฟังว่า

“พี่ละไมเขา เฮี้ยบ! เนี้ยบ! เฉียบ! เสียอย่างเดียว มีตาแต่หามีแววไม่!”

ขณะเดินผ่านทางแยกเล็กๆนั้น ทั้งสองชะงักเมื่อเห็นทองดีกับลูกน้องสองคนออกมายืนขวาง ทองดีมองธนูอย่างไม่เป็นมิตรถามว่า “นี่หรือปลัดคนใหม่ ทำไมทำตัวเหมือนโจร” พอธนูจะเดินเลี่ยงไป ทองดีกระชากเสียงเรียกไว้

“เดี๋ยว...ปลัด! อย่าลืมไปแนะนำตัวกับพ่อผมด้วยนะ อย่าให้เขาต้องมาหาปลัดเอง อ้อ! อีกอย่าง ละไมน่ะ แฟนผม จำใส่หัวเอาไว้ จะได้ไม่เดือดร้อน”

ระหว่างเดินคุยกันไปนั้น ละเมียนเล่าเรื่องราวของทองคำกับทองดีให้เขาฟังแล้วบอกว่า

“นี่ยังไม่ถึงครึ่งความชั่วที่พวกมันมีเลยนะ แต่แปลก ภาพของนายทองคำที่ชาวบ้านหลายคนมอง กลับเป็น นักบุญ...ฮึ...นักบุญใจบาปสิไม่ว่า” แล้วถามวัดใจว่า “จะถอดใจเก็บเสื้อผ้านั่งเรือกลับกรุงเทพฯก็ยังทันนะคุณพี่ปลัด”

“ก่อนจะขอมาประจำที่นี่ ก็พอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง อำเภอที่มีแต่ชุมชนริมน้ำ ที่มีแต่คลอง ที่ดูเหมือนเจริญแต่ไม่เจริญ เข้าออกต้องมาทางเรือ คลาสสิกจะตายไป”

“ที่นี่ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดหรอก เฮ้อ...เอาเป็นว่า ถ้ายังไม่เชื่อเด็กอย่างฉัน ก็ลองถามนายอำเภอดูก็แล้วกัน ไปล่ะหายมานานเดี๋ยวพี่ละไมด่า”

ละเมียนรีบเดินกลับไป ธนูมองลำคลองตรงหน้า คิดถึงสิ่งที่ต้องเจอในอำเภอนี้...

ooooooo

นายอำเภอปรีชาพาปลัดคนใหม่ไปส่งที่บ้านพัก ปรีชาติงเล็กน้อยว่าจะมาก็ไม่บอกล่วงหน้า ซ้ำเมื่อคืนก็ไปนอนวัดด้วย

ธนูบอกว่าตนอยากไปสัมผัสชีวิตชาวบ้านที่นี่แล้วก็ได้เห็นอะไรตั้งหลายอย่าง ปรีชาถามว่ารู้จักใครมา

บ้างล่ะ พอธนูบอกว่าละไมกับละเมียน นายอำเภอก็ร้องอ๋อ...

“สองคนเนี่ยเศรษฐินีเลยนะ รับมรดกจากพ่อแม่ที่เรือล่มตายทั้งตลาด ทั้งปั๊มน้ำมัน ทั้งร้านขายของ ละไมน่ะ เป็นแฟนกับคุณทองดี อย่าไปยุ่งด้วยเด็ดขาด ส่วนละเมียนเห็นว่าจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ”

ธนูแกล้งถามว่าทองดีดุนักหรือ ปรีชาบอกว่ายังไม่ได้ครึ่งของทองคำผู้เป็นพ่อ ธนูพูดยิ้มๆว่าที่นี่มีแต่คนดุๆ

ปรีชานิ่งไปนิดหนึ่ง บอกธนูให้พักผ่อนก่อนเรื่องนี้เราคงต้องคุยกันอีกยาว

“มีอะไรที่ผมควรรู้ นอกเหนือหน้าที่ที่ต้องทำใช่ไหมครับนายอำเภอ”

“ตอนนี้ผมบอกปลัดได้แค่ว่า ชีวิตข้าราชการจะมีความสุข ต้องอยู่ให้เป็น ปลัดดูเป็นคนฉลาด ปลัดน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด” ปรีชาตบบ่าธนูเบา ๆ แล้วเดินกลับไป

ธนูเข้าใจความหมายของปรีชา เขายิ้มออกมาอย่างมั่นใจในความดีที่ตัวเองจะทำ

ooooooo

ที่โรงเรียนสอนศิลปะมวยไทยแห่งหนึ่ง กรองแก้ว ครูสาวกำลังสอนศิลปะมวยไทยให้นักเรียนทั้งไทยและต่างประเทศอยู่อย่างจริงจัง

ใกล้เวลาพักเที่ยงแล้ว นักมวยคนหนึ่งหิ้วบะหมี่ก้ามปูสองถุงที่กรองแก้วให้ไปซื้อมา พอพักเที่ยงเธอเอาห่อหนึ่งไปให้เดชาผู้มีพระคุณที่ฝากงานให้ทำ เดชาติงอย่างเมตตาว่า “ซื้อมาทำไม สิ้นเปลืองเปล่าๆ เอาเงินเก็บไว้เถอะ”

“อนุญาตให้แก้วได้ตอบแทนบุญคุณท่านบ้างเถอะค่ะ! ท่านดีกับพ่อแล้วก็แก้วมากเหลือเกิน อีกอย่าง ตอนนี้แก้วก็ทำงานมีรายได้พอสมควร”

บะหมี่ก้ามปูอีกห่อหนึ่ง กรองแก้วเอาไปให้พ่อคือทองก้อนที่เรือนจำ ทองก้อนดีใจที่ลูกสาวมาเยี่ยม แต่ก็พูดเหมือนเดชาว่าให้เก็บเงินไว้ดีกว่า ส่วนที่ซื้อไปฝากเดชานั้น ทองก้อนบอกว่า

“ซื้อให้ท่านไปเถอะ พระคุณท่านจะตอบแทนกี่ชาติก็ไม่มีวันหมด”

ooooooo

บรรดาชาวบ้านในตลาดวิพากษ์วิจารณ์กันว่าปลัดคนใหม่จะอยู่ได้สักกี่ปี บางคนบอกว่าสองวีค

ธนูไปซื้อลูกชิ้นไก่และปลาหมึก ชิ้นมองหน้าธนูอย่างพินิจพิจารณาบอกว่ารูปร่างก็คุ้น หน้าตาก็คล้าย ระหว่างนั้นยอดเดินมาเรียกธนู ธนูรับลูกชิ้นกับปลาหมึกจากชิ้นแล้วจ่ายเงินให้เป็นแบงก์ใหญ่ ชิ้นไม่มีทอน

ยอดเรียกหลายครั้งธนูก็เหมือนไม่ได้ยิน มันตะคอก “หูแตกรึไง!” แล้วกระชากธนูไปจะต่อย ธนูเบี่ยงตัวหลบสบายๆ ส่งเงิน 100 บาทให้ชิ้นบอกว่าไม่ต้องทอนแล้วหันไปศอกยอดจนตัวงอ ธนูถูกลูกน้องทองคำรุมเล่นงาน แต่ถูกเขาซัดจนลงไปนอนแผ่กระจาย ยอดชี้หน้าธนูขู่ว่า

“คุณทองคำไม่ไว้ชีวิตแกแน่” ธนูถามว่าเกี่ยวอะไรกับทองคำ จ่อยตอบแทนว่า ทองคำให้พวกตนมาตามปลัด “อ้าว...แล้วก็ไม่บอก ลุกขึ้นๆๆ” ธนูพูดอย่างกันเองช่วยดึงมือยอด จ่อยและคนอื่นให้ลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ธนูเอาลูกชิ้นไก่ปิ้งกับปลาหมึกไปฝากทองคำ ทองดีตวาดว่าเอาอะไรมาให้พ่อกิน พอเห็นเป็นลูกชิ้นปิ้งก็ปัดถุงหล่นลูกชิ้นกระจาย ด่าธนู “ไอ้บ้า” ทองคำบอกลูกชายให้ใจเย็นๆ ปลัดเขาอาจไม่ได้ตั้งใจ

คุยกับทองคำ ธนูจึงรู้ว่าทองคำไม่กินของรถเข็นข้างทาง เหตุนี้เองทองดีถึงได้โกรธมากที่เขาซื้อมาให้พ่อ

“ต้องขอประทานโทษครับ...ผมมันคนจน อาหารตามรถเข็นหรือข้างทางก็นับว่าดีแล้วล่ะครับ”

ทองคำถามธนูว่าพ่อแม่ทำงานอะไร เขาบอกว่าพ่อเป็นภารโรง แม่เสียชีวิตหลายปีแล้ว ตนเป็นคนรักดีเลยตั้งใจเรียนจนจบ แล้วสอบเข้ารับราชการจนได้เป็นปลัดนี่แหละ

“ดี...ผมล่ะชอบนักพวกรักดีเนี่ย เอางี้ ผมขอเลี้ยงคุณปลัดสักมื้อเพื่อตอบแทนความรักดีของปลัด”

ทองคำพาธนูไปกินอาหารที่ภัตตาคาร สั่งนกและเป็ดย่างมากิน ธนูกินอย่างเอร็ดอร่อย ทองคำถามว่าเอาไก่ย่างอีกไหม ธนูบอกว่าพอก่อนสำหรับวันนี้ ขืนบริโภคไก่เข้าไปอีกตัวมีหวังพรุ่งนี้คงต้องบินไปทำงานกันแล้ว ทองคำสั่งหูฉลามให้อีก ธนูบอกว่าตนไม่กิน รู้สึกจั๊กจี้ยังไงไม่รู้เมื่อนึกถึงใครมากินหูเรา ทองคำจึงเรียกบริกรมาเก็บไป ถามธนูว่าอิ่มแล้วใช่ไหม

“อิ่มถึงพรุ่งนี้เลยครับ...นาย”

ทองคำยิ้มพอใจมากที่ธนูเรียกตนว่า “นาย”

ooooooo

ทองดีโทร.ตามละไมให้มาหาตนที่บ้าน ละไมจึงต้องให้ละเมียนเฝ้าร้านแล้วรีบไปหาทองดี เขาพาเธอไปนั่งที่มุมสงบในบ้านแล้วขอแต่งงาน

เป็นจังหวะที่ธนูเดินผ่านมาเห็นเข้า ธนูทำเป็นตกใจถามว่าห้องน้ำอยู่ไหน เห็นทั้งสองชะงักก็ขอโทษที่มาขัดจังหวะกุ๊กกิ๊กกัน ทองดีโมโหลุกขึ้นตวาด “ไอ้ธนู!” ธนูหยุดกึกหันถามอย่างสงบนิ่งว่า “มีอะไรหรือครับ ไอ้ทองดี” ทองดีไม่ทันพูดอะไร แต่ละไมถึงกับกรี๊ดอย่างทนฟังไม่ได้

ทองดีลุกเดินอาดๆ มาหาธนู พวกสมุนบริวารพากันดาหน้าตาม พอดีทองคำมาเห็นถามว่ามีอะไรกัน ธนูยิ้มแย้มบอกว่าไม่มีอะไร พวกตนทักทายกันตามประสาคนรู้จัก ทองคำถามธนูอย่างจับผิดว่า ไหนว่าจะเข้าห้องน้ำไง ห้องน้ำอยู่ทางโน้นไม่ใช่ทางนี้ ธนูทำเป็นตกใจบ่นตัวเองว่าหลงทาง ไม่น่าเลย

“อย่าไปเชื่อมันครับพ่อ มันคงจะมาสืบความลับ” ธนูถามว่าความลับอะไร? ทองคำเลยตัดปัญหาบอกธนูให้กลับไปก่อน ธนูเลยไหว้ลาตรงนั้นเดินกลับไป ทองดีจิกตามองตามอย่างแค้นใจ

ระหว่างธนูขี่มอเตอร์ไซค์รุ่น “ไอ้แก่” กลับไปนั้น เขาถูกละไมขับรถเบียดจนเสียหลักล้ม พอเขาต่อว่าก็กลับท้าทายว่าถ้าไม่กลัวรถของทองดีจะเสียหายตนจะไม่แค่เบียดเท่านั้นหรอก

ละไมดูถูกธนูว่างานการมีไม่ทำ มาเดินกุมเป้าตามหลังผู้มีอิทธิพล ธนูอำทันทีว่าเธอแอบนินทาบิดาสามี ขู่ว่าระวังไว้ให้ดี เดี๋ยวจะไปฟ้องคุณทองคำ ละไมโต้ว่า ผู้มีอิทธิพลไม่จำเป็นต้องเป็นคนไม่ดี คุยโวว่าทองคำเป็นคนดีที่มีอิทธิพล

“เพิ่งเคยได้ยินแฮะ” ธนูทำหน้ามึน

“ท่านตั้งมูลนิธิ ‘โพธิ์ทอง’ เพื่อช่วยเหลือคนยากจน ช่วยเหลือการศึกษา ท่านถึงได้กว้างขวาง มีแต่คนรักใคร่ แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นคนดีที่มีอิทธิพลแล้วจะเรียกว่าอะไร แต่อย่างนายน่ะ เขาเรียกว่า ไอ้คนเลว!”

ธนูแกล้งทำเป็นสะดุ้งที่ถูกวกกลับมาด่า ละไมยังฟุ้งต่อว่า ทองคำเป็นคนดี ฉลาด รอบคอบ ดูคนเป็น อวดโอ่ว่า “และที่สำคัญที่สุด ท่านมีคุณทองดีซึ่งฉลาดไม่แพ้พ่อ คอยเป็นหูเป็นตา สกรีนคนที่จะเข้ามาเป็นกาฝาก อาศัยบารมีแด๊ดหาประโยชน์ใส่ตัวเหมือนนาย!” พูดแล้วกลับไปขึ้นรถขับไปเลย

“ด่าเสร็จก็เสด็จจาก” ธนูพูดลอยๆตามหลัง แล้วเจาะจงว่า “รู้นะว่ามีคนขโมยหนังสือของผมไป!” ละไมเชิดใส่ขึ้นรถปิดประตูปัง ธนูตะโกนอีก “ผมจะฟ้องคุณทองคำ!”

“ไอ้บ้า!!” ละไมตะโกนด่าแล้วออกรถไป ธนูที่ทำหน้าเป็นยั่วโทสะเธอ ยืนมองตามรถไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ที่บ้านทองคำ ทองดีบอกพ่อว่าปลัดคนนี้ท่าทางกะล่อนไม่น่าไว้ใจและพ่อเองก็ทำท่าว่าเอ็นดูเขาด้วย

“แล้วจะให้พ่อถีบมันไปรึไง เราคบมันไว้ก็เพื่อผลประโยชน์ มันเข้ามาหาเราก็ต้องเพื่อผลประโยชน์เหมือนกัน ต่างคนต่างได้ วินๆกันทั้งสองฝ่าย” ทองดีถามว่าถ้าเขาเป็นสายลับล่ะ “ไม่ยาก! พ่อก็จะฆ่ามันด้วยมือของพ่อเอง!”

ทองดีนิ่งไป แต่นึกขึ้นได้ถามว่า “พ่อจำเรื่องตำรา ‘พยัคฆ์ดำ’ ได้หรือเปล่าครับ ที่ละไมได้มาจากมัน”

“นั่นแหละที่พ่ออยากรู้มากที่สุด ปลัดธนูไปได้มาจากไหน หรือว่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับ ‘ช้างสาร ด่านพญายม’ แต่ลูกอย่าเพิ่งกระโตกกระตากไป พ่อจะค่อยๆตะล่อมถามมันเอง”

ooooooo

วันนี้ที่เรือนจำเกิดเรื่องร้ายแรง เมื่อเสือยิ่งจับเดชาผู้บัญชาการเรือนจำมัดมือเอาช้อนที่ทุบทำเป็นมีดจี้ไว้เป็นตัวประกัน มันประกาศกร้าว

“เปิดประตูเรือนจำ เตรียมรถ เติมน้ำมันเต็มถังพร้อมเสบียงให้พวกข้าด้วย” แล้วตะโกนบอกพรรคพวก “ไปโว้ย!”

ทองก้อนกับบุญสมถูกต้อนไปรวมกับนักโทษ

คนอื่นดูเหตุการณ์อยู่ ทองก้อนหันจะพูดอะไรกับบุญสม ปรากฏว่าบุญสมหายไปแล้ว มองหารอบๆก็ไม่เห็น ทองก้อนสังหรณ์ใจว่าบุญสมจะไปทำเรื่องอะไรให้เดือดร้อนอีก

ที่บ้านบุญสม...จรัลครูมวยของบุญสม เอามงคล ประเจียดกับตะกรุดที่ทำไว้ให้บุญสม แต่บุญสมยังไม่ทันได้ใช้ จึงเอามาฝากจวงไว้ดูเมื่อเวลาคิดถึงบุญสม

“รักษาตัวให้ดี เอ็งต้องอยู่รอวันที่บุญสมมันกลับมาใช้ของพวกนี้”

“ป้าจวง พี่บุญสมเขาเป็นห่วงป้ามากนะจ๊ะ” พูดย้ำให้กำลังใจ

จวงรับมงคล ประเจียด และตะกรุดจากครูจรัลไปกอดไว้ด้วยความคิดถึงลูกชาย

ooooooo

บรรยากาศที่เรือนจำตึงเครียดขึ้นทุกที เดชายังถูกเสือยิ่งจับเป็นตัวประกัน ผู้คุมต้องหาทางแก้ปัญหากันอย่างเคร่งเครียด เสือยิ่งตะโกนถามว่าเตรียมรถให้พวกตนหรือยัง

ผู้คุมปรึกษากันว่า แน่ใจหรือว่าจะปล่อยพวกมันออกไป อีกคนบอกว่าไม่มีทางเลือก เราต้องรักษาชีวิตท่านผู้บัญชาการไว้ก่อน แล้วคนหนึ่งก็ตะโกนบอกเสือยิ่งว่า

“ทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเอ็งออกไปได้ แต่พวกเอ็งต้องปล่อยท่านเดชาก่อน”

“ฮ่าๆๆ พูดอย่างกับเอ็งมีแต้มต่อเหนือข้า ข้าจะปล่อยนายของพวกเอ็งต่อเมื่อข้ามั่นใจว่าพวกข้าไม่โดนพวกเอ็งตลบหลัง อย่าแม้แต่คิด ไม่งั้นมันตายเหมือนหมาข้างถนนแน่” แล้วมันก็บอกพรรคพวก “ไปโว้ย!”

ขณะพวกเสือยิ่งเดินผ่านมุมตึกเพื่อจะออกไป ถังน้ำมันจำนวนมากที่วางกองอยู่ก็ล้มครืนลง พวกมันกระโดดหนีกันอุตลุด เดชาหลุดจากมือเสือยิ่ง เขาวิ่งออกมาทั้งที่มือยังถูกมัดอยู่

บุญสมที่ซุ่มอยู่หลังถังน้ำมันตะโกนบอกเดชาให้หนีเร็ว เสือยิ่งก็ตะโกนให้ลูกน้องตามเดชาไป บุญสมถีบเสือยิ่งแล้ววิ่งไปช่วยเดชาแต่ก็ถูกแม่ไม้มวยไทย “เถรกวาดลาน” จากเสือยิ่งเตะกวาดจนบุญสมล้มลง แล้วเสือยิ่งก็วิ่งไปหมายจับเดชามาเป็นตัวประกันอีก บุญสมเห็นดังนั้น เขาวิ่งตามเดชาและเสือยิ่งไปทันที

ผู้คุมสองคนที่ช่วยกันแก้ปัญหา ต่างหาทางที่จะไปช่วยผู้บัญชาการเรือนจำ ในขณะที่เสือยิ่งก็หาทางที่จะหนีออกไปจึงต้องจับเดชาไว้เป็นตัวประกัน บุญสมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของเสือยิ่ง เขาต่อสู้กับเสือยิ่ง จนชิงตัวเดชามาได้ ทองก้อนวิ่งมาเจอบอกบุญสมให้พาเดชาหนีไปก่อน บุญสมละล้าละลังถูกทองก้อนดุ

“เชื่อข้าสิ ไป!” แล้วทองก้อนก็หันไปท้าเสือยิ่ง “ส่วนเอ็ง ชกกับเด็กทำไมให้เสียลายเสือวะ อย่างเอ็งต้องเจอรุ่นข้านี่” เสือยิ่งถูกปรามาสก็ของขึ้น พุ่งเข้าใส่ทันที

บุญสมประคองเดชาหนีไปแต่ด้วยความเป็นห่วงทองก้อน หันมองเห็นเขากำลังพลาดพลั้ง บุญสมพุ่งเข้าไปช่วยทำให้ทองก้อนมีโอกาสพลิกสถานการณ์ศอกใส่หน้าเสือยิ่งจนมันได้เลือด

ขณะที่ทองก้อนกับบุญสมกำลังสู้กับเสือยิ่งเอาเป็นเอาตายกันอยู่นั้น ผู้คุมก็ถือปืนเข้ามาสั่ง “ทั้งหมด อย่าขยับ!” แล้วรีบเข้าไปดูแลเดชา ขอโทษที่พวกตนมาช้าไป เดชาบอกไม่เป็นไรตนปลอดภัยดี

บรรดาผู้คุมกรูกันเข้ามาจับเสือยิ่ง รวมทั้งบุญสมและทองก้อนต้อนไปด้วยกัน

ooooooo

ที่ห้องทำงานนายอำเภอปรีชา หมวดเพชรมาคุยกับนายอำเภอปรีชาอย่างหนักใจว่ากลัวลูกน้องตนจะต้องมาเก็บศพปลัดคนใหม่ ปรีชาหัวเราะบอกหมวดว่า

“หมวดไม่รู้อะไร ปลัดธนูน่ะดูจะปรับตัวได้เร็วและเก่งกว่าเราเสียอีก” ปรีชาบอกหมวดเพชรว่า ปลัดธนูจะไม่มีชะตากรรมเหมือนปลัดคนก่อนที่ต้องลอยอืดในคลองแน่ หมวดเพชรบ่นว่า หมดหวังไปอีกคน “ทำยังไงได้ ทุกคนก็ต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น!”

“เฮ้อ...บางทีผมก็รู้สึกว่าเครื่องแบบที่สวมอยู่ไม่ต่างอะไรกับหุ่นไล่กา ที่ชาวนาเอามาปักไว้ขู่นกกา แต่จริงๆ แล้วไม่มีฤทธิ์เดชอะไรสักนิด”

“คิดมาก” ปรีชาติง “ที่หมวดทำทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว ใครทำผิดซึ่งหน้าหมวดก็ไม่เคยเว้น ส่วนเรื่องที่มันหนักเกินดาวบนบ่าของหมวดจะรับไหว ก็ปล่อยไปซะบ้าง จะได้อยู่ยาวๆ แบบผมไง” ปรีชาโอบไหล่หมวดเพชรเดินคุยกันไปอย่างอารมณ์ดี ชวนกัน “อยู่ให้เป็น” เพื่อรอวันปลดเกษียณเท่านั้น

ooooooo

วันนี้ทองคำไปหาธนูถึงที่ทำงาน ธนูต้อนรับอย่างเร่าร้อน พูดอย่างเกรงใจว่า

“คราวหน้าคราวหลัง ท่านทองคำจะให้ผมรับใช้เรื่องอะไรก็กริ๊งกร๊างมาบอกจะสะดวกกว่าไหมครับ ไม่ต้องถ่อ...เอ๊ย...ลำบากมาถึงที่นี่” ทองคำบอกว่าไม่ลำบากเพราะตนมีคนขับรถ แล้วบอกธนูว่าตนมีเรื่องมาขอร้อง ธนูบอกว่าตนยินดีน้อมรับมาปฏิบัติทุกประการ

“คืองี้...ผมอยากให้ปลัดทำดี พินอบพิเทากับลูกชายผม แล้วก็แฟนของเขาหน่อย ผมจะได้ไม่ต้องรำคาญหู” ธนูบอกว่าเรื่องแค่นี้เดี๋ยวจัดให้ “อ้อ...อีกเรื่องนึง ผมจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับปลัดตามธรรมเนียม ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับ” ธนูอ่อนน้อมมาก เมื่อทองคำจะกลับ ธนูเดินออกมาส่งเปิดประตูรถให้ทองคำขึ้นนั่งอย่างนอบน้อม รอจนรถเคลื่อนก็โบกมือบ๊ายบายแล้วจึงเดินกลับเข้าที่ทำงาน

“เห็นหรือยังล่ะ” ปรีชายืนดูอยู่กับหมวดเพชร ที่หน้าต่าง

“น่าเสียดาย แต่จะทำยังไงได้ ทุกคนก็ต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น”

แต่เมื่อนายอำเภอปรีชา หมวดเพชร และปลัดธนู เดินคุยกันออกไปกินข้าวเที่ยง ปรีชาถามธนูว่าทองคำมาพบเรื่องอะไร ธนูบอกว่าเห็นว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับตน

“ข้าราชการระดับหัวหน้าที่ย้ายมาใหม่ นายทองคำจะจัดเลี้ยงให้ทุกคน ถ้าใครขืนปฏิเสธไม่รับเลี้ยง ก็เท่ากับว่าเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับนายทองคำแล้ว”

“โฮ้ย...เรื่องนี้ไม่ยากครับ เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม แต่ถ้ามีอะไรที่ผมต้องเรียนรู้อีก คงต้องรบกวนนายอำเภอกับผู้หมวดช่วยชี้แนะด้วยนะครับ”

หมวดเพชรพยักหน้า ในขณะที่ปรีชายิ้มกว้างรีบรับคำ

“ได้เลยๆ คนที่รู้จัก ‘อยู่ให้เป็น’เนี่ยผมชอบ มา...มื้อกลางวันผมเลี้ยงเอง”

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่...ผมแทบจะไม่ได้ใช้เงินเลย อำเภอนี้น่าอยู่จริงๆ”

เมื่อเข้าไปในร้านอาหาร ธนูมองกับข้าวที่วางอยู่ตรงหน้า มีแกงไก่กับไข่พะโล้ เขาเปรยๆว่า

“ชีวิตคนเรานี่ไม่มีอะไรแน่นอนเลยนะครับ เมื่อวันก่อนกินนก กินเป็ด กินไก่อยู่ดีๆ มาวันนี้ต้องกินแกงกระดูกไก่กับไข่พะโล้” ปรีชากับหมวดเพชรมองหน้ากันเงียบๆ “เดี๋ยวรับประทานเสร็จแล้ว ผมขออนุญาตแยกไปทำธุระก่อนนะครับ”

ปรีชากับเพชรถามพร้อมกันว่าธุระอะไร ธนูตอบหน้านิ่งๆว่า

“ธุระหาเรื่องใส่ตัวครับ”

ooooooo

ธนูไปที่ร้านค้าของละไมหยิบน้ำมันเครื่องในร้านดู ละไมหางตามองอย่างดูถูก ในขณะที่ละเมียนมองอย่างประหลาดใจ ธนูยิ้มกับละไมเป็นพิเศษ ละเมียนดีใจทักเสียงใส

“โธ่เอ๊ย...นึกว่าใคร พี่ปลัดธนูนี่เอง”

“ไปนับญาติกันตั้งแต่เมื่อไหร่” ละไมเสียงขุ่นกับน้องสาว ละเมียนไม่สนใจถามธนูว่าซื้อน้ำมันเครื่องไปใส่เรือหรือ? ละไมยิ้มเยาะพูดลอยๆว่าจะมีปัญญาเรอะ!

“นั่นเลย...ถูกต้องเลย! ผมยังไม่บังอาจมีเรือเป็นของตัวเอง แล้วจะมีปัญญาซื้อน้ำมันได้ยังไง”

ละไมไปกระชากกระป๋องน้ำมันเครื่องวางที่เดิม พูดใส่หน้าธนูว่าที่นี่ไม่ใช่ลานวัดที่ใครจะเข้ามาเดินเล่นหยิบโน่นหยิบนี่ได้ตามใจชอบ ไล่ตะเพิด “มาทางไหนก็ไปทางนั้นเลย” ทั้งละเมียนและระเบียบตกใจ แต่ธนูกลับยิ้มอารมณ์ดี พูดยั่วว่า

“ไม่เป็นไรมิได้ครับ กระผมไม่ถือ เข้าใจว่าคุณหมวกแกคงเลือดจะไปลมจะมา”

ธนูยังมีมุกมากวนโมโหละไมจนถูกด่าและไล่ว่าจะไปตายที่ไหนก็ไป เขายิ้มเผล่พูดยั่วว่า

“วันนี้เห็นจะต้องขอประทานอภัย คือผมยังไม่อยากไปตาย ยังอยากที่จะอยู่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ...” แล้วพูดจริงจังว่า “คืองี้...ผมมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ คือผมต้องการรถประจำตำแหน่งสักคัน”

ละไมเห็นทางที่จะได้เงิน เดินหายไปในห้องเก็บของครู่หนึ่งก็ออกมาพร้อมกับระเบียบที่เข็นรถจักรยานสีชมพูหวานแต่เขลอะไปด้วยฝุ่นออกมา ธนูถามมึนๆว่านี่หรือรถประจำตำแหน่งของตน

“ใช่ จะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่เอาฉันจะได้ไปขายคนอื่น”

ธนูรีบยั้งไว้ บอกว่ายังไงคันนี้สภาพก็ยังดีกว่าแฟนเก่าของตนหน่อย ละไมรวบรัดให้เข้าไปทำสัญญาซื้อขายกันในสำนักงาน เหลือบเห็นตุ๊กตาไหมพรมสีมอๆที่แขวนติดรถอยู่ บอกว่าตุ๊กตาคิดราคาต่างหาก สีรถก็ห้ามเปลี่ยนถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องมาเปลี่ยนที่ร้านตน

ธนูสะอึกกับความเค็มจนขมของละไม ขอร้องว่าอย่าเรียกแพงนักก็แล้วกัน

พอเข้าไปทำสัญญาซื้อขาย ละไมเรียกค่ารถหนึ่งพันหนึ่งร้อยบาท เพราะรถมีสองล้อคิดล้อละ 500 บาท ตุ๊กตานั่นคิดแค่ 100 บาทเอง

ธนูซื้อรถและตุ๊กตาไหมพรมสีมอๆไปแล้ว ระเบียบทำหน้าสยองว่าคุณปลัดซื้อเข้าไปได้ยังไง ละไมเหยียดยิ้มบอก

“อวดร่ำอวดรวยน่ะสิ โธ่เอ๊ย...ไอ้ยาจก!” ละเมียนหมั่นไส้เลยแขวะไปว่าใครเขาจะร่ำรวยเหมือนแฟนของพี่ล่ะ “แล้วไง คุณทองดีเขารวยแล้วเป็นไง” ละไมเสียงเขียวใส่

“โอ๊ย...ไม่มีใครเขากล้าว่าคุณทองดีสุดแสนดีของพี่ไมหรอก” ละเมียนประชด ถูกละไมเม้มปากจิกตาใส่

ooooooo

พอขี่รถจักรยานสีชมพูกลับที่พัก ธนูเอาตุ๊กตาไหมพรมไปอาบน้ำบอกว่าอาบน้ำให้ผ่อง เจ้าของเขาจะได้ไม่ว่าเอา

ไม่ทันไร ยอดก็ขับรถปิกอัพเข้ามาจอด ลงมาพร้อมกับลูกน้องสองคน ลูกน้องคนหนึ่งหิ้วกรงนกเขาดูดีมีราคาลงมาด้วย พอธนูรับกรงนกเขาก็พูดอารมณ์ดีว่า

“อืม...สุดยอด ท่าทางจะขันเก่งนะเนี่ย จุ๊กกรู้...จุ๊กกรู้...”

“ตัวนี้นกแชมป์ นายเตรียมไว้ให้ปลัดโดยเฉพาะ เป็นไงชอบไหม” ยอดถาม

“ถามได้...ฝากเรียนท่านทองคำด้วยว่า ผมจะถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเป็นอย่างดี...จุ๊กกรู้...จุ๊กกรู้...”

“ถ้าคุณปลัดทำตัวดีๆเหมือนนกเขาตัวนี้ นายก็จะถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูคุณปลัดอย่างดีเหมือนกัน”

ธนูหยอกยอดอย่างรู้ทันว่ายอกย้อนก็เป็นเหมือนกันนี่ จ่อยแทรกขึ้นว่า ว่างๆเชิญคุณปลัดไปสอนวิธีการต่อสู้ให้ตนบ้างได้ไหม อยากเก่งเหมือนปลัด

“สอนไปจ่อยก็ไม่จำหรอก อยู่แบบนี้น่ะดีแล้ว”

“แบบโง่เป็นทีมน่ะหรือครับ” จ่อยถาม ธนูหัวเราะชอบใจ ส่วนยอดมองจ่อยฉุนๆ

ooooooo

คืนนี้เอง ยอดกับจ่อยก็มาซุ่มดูการเคลื่อนไหวของธนูที่หน้าต่าง แล้วกลับไปรายงานทองคำว่าพบสิ่งผิดปกติแล้ว พอเล่าให้ทองคำฟัง เขาถามว่า นี่น่ะหรือที่บอกว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

“ครับนาย...ปกติไอ้ธนูมันทะลึ่งตึงตัง แต่เมื่อกี๊ดูมันเคร่งเครียด”

“ก็มันอยู่คนเดียว เอ็งจะให้มันทะลึ่งกับใคร”

“แต่มันผิดปกติจริงๆนะครับ นายต้องไปเห็นกับตาตัวเอง” ยอดยืนยัน ทองคำจึงสั่งให้จัดคนไปจับตาดูไว้

ธนูรู้สึกมีสิ่งผิดปกติที่นอกบ้านแต่เมื่อดูแล้วไม่มีอะไรจึงปิดหน้าต่างแล้วเริ่มลงมือทบทวนท่ามวยคาดเชือกในตำราที่ตัวเองทำหล่นและละไมเอาไปให้ทองดี ท่ามวยของเขาทั้งสวยและแข็งแรง จนถึงท่าสุดท้ายก่อนแผ่นที่ถูกฉีกไป เขาหยุดไปดื่มน้ำ นึกสงสัย...

“ทำยังไงจะได้รู้ว่าไอ้ทองดีมันฝึกไปถึงไหนแล้ว” นึกๆแล้วบ่นตัวเองที่ทำตำราหาย “ไม่น่าสะเพร่าเลยเรา”

พอดีเสียงมือถือดังขึ้น เขารับสายทักอย่างยินดี

“วันนี้คุณพ่อโทร.มาดึกนะครับ” เดชาถามว่ายังนึกตำราพยัคฆ์ดำอยู่หรือเปล่า “เพิ่งนึกเสร็จเดี๋ยวนี้เองครับ”

“ตำรานั่นเป็นสุดยอดของมวยคาดเชือก แกต้องหมั่นฝึกฝนให้ชำนาญ แล้วก็อย่าทำหายเด็ดขาด เข้าใจไหม”

ธนูอึ้งไป จนเดชาถามว่าทำไมเงียบไป เขากลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ตนกำลังจะถามว่า แล้วแผ่นที่ถูกฉีกไปล่ะ? ถูกเดชาสวนทันควันว่า

“พ่อบอกแกแล้วว่า เมื่อถึงเวลามันก็จะมาเอง” พูดแล้ววางสายเลย ธนูวางโทรศัพท์พึมพำ

“ลึกลับพิลึก”

ooooooo

คืนนี้ธนูหลับฝันไปว่าตัวเองอยู่ในป่า กำลังฝึกท่ามวยพยัคฆ์ดำอยู่ ก็รู้สึกเหมือนมีใครแอบดู มองไปไม่เห็นอะไรก็ฝึกต่อไป พลันก็รู้สึกมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในสายตา เขาชะงักถาม “นั่นใคร?”

ไม่มีเสียงตอบ แต่เห็นผ้าเหลืองแว่บๆหายไป เขาตะโกนให้หยุด แต่ชายผ้าเหลืองที่เห็นก็หายไปในความมืดแล้ว พร้อมกับมีเสียงเสือคำรามก้องขึ้น

ตื่นขึ้นในยามฟ้ารุ่ง ธนูลุกเดินไปเปิดหน้าต่าง มองออกไป เห็นแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า เขาคิดถึงความฝัน โทร.ไปเล่าให้เดชาฟังว่าตนฝันเห็นจีวรพระพลิ้วอย่างกับเหาะ ลึกลับเหมือนคุณพ่อเลย

“แสดงว่าแกต้องทำผิดอะไรสักอย่าง” ธนูถามว่าฝันถึงพระแสดงว่าทำผิดหรือ “แล้วแกทำหรือเปล่าล่ะ”

ธนูนิ่งไปอึดใจ บอกพ่อว่าตนมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไร ผิด เดชาย้ำให้ลองคิดดูดีๆ แล้ววางสาย ธนูฉุกคิดได้พึมพำ

“หรือว่า...” เขาคิดถึงตำรามวยพยัคฆ์ดำที่หายไป เกาหัวพึมพำ “แล้วพระมาเกี่ยวอะไรกับตำรามวยพยัคฆ์ดำ”

ทันใดนั้น มีลมเย็นเยือกพัดมาพร้อมกับไอหมอกจางๆ คลี่มาคลุมธนูครู่หนึ่ง แล้วเลือนหายไป ธนูห่อไหล่พึมพำ

“หรือว่าเกี่ยว...แต่เกี่ยวยังไง??”

ooooooo

เช้านี้ ธนูขี่มอเตอร์ไซค์ซื้อโจ๊กสองถุงกับปาท่องโก๋อีกถุงใหญ่มาที่บ้านทองคำ ทองดีได้ยินเสียงจ่อยทักจึงเดินออกมาดูพอเห็นเป็นธนูก็แสยะยิ้มทัก

“อ้อ! คุณปลัดขิกนี่เอง”

“ม้อนิ่งครับ คุณปากดี เอ๊ย...คุณทองดี” ธนูยกมือไหว้ท่วมหัว พอยอดเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง ทองดีก็แสยะยิ้มท้าว่ามาเช้าๆแบบนี้มาออกกำลังกันหน่อยดีไหม “ขอบพระคุณที่หวังดี แต่ผมวิ่งรอบบ้านมาแล้วสามรอบ”

ทองดีบอกว่านั่นมันเด็กๆ จ่อยเสล่อมาแจมว่า ทองดีหมายถึงอย่างนี้...แล้วเต้นฟุตเวิร์กออกหมัดทำเสียงฟิ้ว...ฟิ้ว...ให้ดู ทองดีหมั่นไส้ ถีบจ่อยลงไปกอง ชวนธนูมายืดเส้นยืดสายกันหน่อย ธนูบอกว่าเกรงใจเขา

ขณะนั้นเอง ทองคำเดินเข้ามาบอกธนูว่าไม่ต้องเกรงใจ ธนูเอาโจ๊กกับปาท่องโก๋ให้บอกว่าซื้อมาฝาก ทองคำขอบใจแล้วเรียกจ่อยให้เอาไปให้แดนนี่กับอันนา ธนูถามงงๆว่าใครหรือ จ่อยตอบเสียงดังฟังชัดว่า

“สุนัขของคุณทองคำครับ...เขาชอบกินโจ๊กกับปาท่องโก๋”

ธนูทำเสียงอ้อ...ในลำคอ พูดไม่ออก ทองคำสั่งยอดให้ไปจัดการเวทีให้เรียบร้อย ธนูถามว่าเวทีจัดประกวดนางงามหรือ

“ไม่ใช่...เวทีมวย” ทองคำตอบ มองหน้าธนูอย่างมีเลศนัย

เมื่อธนูกลับไปแล้ว ทองดีติงพ่อว่าไม่ต้องเวทีก็ได้ทำไมต้องให้เกียรติคนจรหมอนหมิ่นขนาดนั้น

“ไอ้คนจรหมอนหมิ่นของลูกน่ะ มันเป็นปลัดเชียวนะ แล้วมันก็แสดงความจำนงเข้ามาเป็นพวกเรา เราก็ต้องให้เกียรติมันหน่อย” ทองดีทำหน้าเบ้ว่าเป็นแค่ขี้ข้าไม่จำเป็น “ลูกทองดี...ยังไงมันก็เป็นศิษย์มีครู พ่ออยากรู้ว่าฝีมือมันขนาดไหน”

ฝ่ายธนูออกจากบ้านทองคำก็ไปเล่าให้ชิ้นฟังที่บ้าน ชิ้นเป็นห่วงถามว่าไหวหรือ นั่นมันทองดีนะ ไม่ใช่ไอ้ยอด

“ฉันอยากจะรู้ว่าฝีมือและฝีหมัดมันก้าวหน้าไปถึงไหน หลังจากที่...” ธนูพูดแค่นั้นแล้วหยุดแต่ตาเป็นประกายขึ้นมาจนชิ้นที่กำลังเสียบลูกชิ้นอยู่ถามว่าทำไมต้องทำหน้าทำตาลึกลับมีเลศนัยด้วย ธนูบอกให้เสียบลูกชิ้นต่อไปเถอะ แล้วเคี้ยวลูกชิ้นช้าๆ นัยน์ตามีแววมาดหมาย

ooooooo

สองสามวันต่อมา เวทีมวยคาดเชือกเสร็จแล้ว บรรยากาศบริเวณนั้นคึกคักคลาคล่ำไปด้วยบรรดาแฟนมวยที่จะได้ดูมวยฟรีและพ่อค้าแม่ค้าก็มาขายของกันราวกับเป็นงานวัดย่อยๆ

ละไมแต่งตัวสวยพร้อมพวงมาลัยที่เตรียมจะไปคล้องให้ทองดี ส่วนละเมียนถูกละไมสั่งให้ไปขายน้ำในงานกับระเบียบเพราะกำไรดี

ละเมียนถามว่าพวงมาลัยนั่นจะเอาไปให้ไอ้ทองเก๊ใช่ไหม ละไมเอ็ดว่าบังอาจเรียกจิกเขาอย่างนั้นได้ไง แล้วไล่ทั้งละเมียนและระเบียบที่จะไปขายน้ำลงจากรถปิกอัพ ละเมียนไม่ยี่หระบอกว่าตนขับเรือไปเองก็ได้

ลงจากรถปิดประตูปังถูกละไมเอ็ดว่าประตูรถพังใครจะรับผิดชอบ

“ก็ไอ้ทองเก๊ไง” ละเมียนกระแทกเสียงตอบ ละไมโมโหเลยกดแตรเสียงดังลั่นระบายอารมณ์

พอไปถึงบริเวณเวทีมวย ละไมเห็นที่ร้านไม่มีคนมาซื้อน้ำเลยแต่ร้านอื่นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ละไมสั่งระเบียบว่าต้องขายให้หมด ขายไม่หมดห้ามกลับบ้านแล้วผละไป ละเมียนบอกว่าง่ายมาก แล้วป้องปาก เรียกแขก...

“เอ้า! ทางนี้จ้ะทางนี้ ซื้อแก้วแถมแก้วจ้ะ ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...เร็วๆเข้านาทีทอง! ซื้อแก้วแถมแก้ว...”

ผู้คนกรูกันเข้ามาแย่งซื้อน้ำ ออกันจนมองไม่เห็นคนขาย เลยขายน้ำได้หมดตั้งแต่มวยยังไม่ได้ชก

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก นักมวยทั้งสองฝ่ายกำลังไหว้ครูกัน ลีลาการไหว้ครูของธนูสวยงามแข็งแรงตามแบบของมวยพยัคฆ์ดำ

“มวยพยัคฆ์ดำจริงๆ” ทองคำพึมพำ บรรดาชาวบ้านต่างดูกันตาค้าง

งานนี้มียอดเป็นกรรมการ ละเมียนกระซิบกับพุดและเผือกว่า “ไอ้ยอดเป็นกรรมการแล้วปลัดจะรอดไหมเนี่ย”

ชิ้นไม่พอใจลุกขึ้นถามท่ามกลางความเงียบและกังขาของทุกคนว่า ทำไมไม่เอากรรมการเป็นกลาง ละเมียนชูมือลุกขึ้นเห็นด้วยกับชิ้น ทำให้มีเสียงฮือฮา ทุกสายตามองมาที่ละเมียนกับชิ้น ทองคำลุกขึ้นแก้สถานการณ์พูดเสียงดังว่า

“ไอ้ยอด เอ็งเป็นกรรมการ เอ็งต้องตัดสินด้วยความยุติธรรม เข้าใจไหม ลืมไปเลยว่าทองดีเขาเป็นลูกข้า เป็นเจ้านายของเอ็ง ที่เอ็งอยู่สบาย กินอิ่มนอนหลับ จับจ่ายใช้สอยสบายมืออยู่ทุกวันนี้ก็เพราะข้าและลูกของข้า เพราะฉะนั้น เอ็งต้องยุติธรรม เข้าใจไหม” พอยอดรับคำ ทองคำถาม “ทีนี้สบายใจหรือยัง ไอ้ชิ้นปิ้ง หนูละเมียน”

“ยัง!” ละเมียนสวนไป ถูกละไมตวาดให้นั่งลงด่าว่าไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่

“ไม่เป็นไร ละเมียน ผมไว้ใจพี่ยอด เท่าที่ฟังท่านทองคำอบรมพี่ยอดแล้ว เชื่อได้เลยว่าพี่ยอดแกไม่มีทางเห็นขี้ดีกว่าไส้แน่ๆ” หยุดไปนิดหนึ่งแล้วพูดหนักแน่น “ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ นี่เป็นคำคม...”

ธนูพูดไม่ทันจบยอดก็แอบส่งสัญญาณให้จ่อยตีระฆัง ธนูไม่ทันตั้งตัวถูกทองดีต่อยโครมเดียวลงไปกอง แต่ยังอุตส่าห์โงหัวขึ้นมาพูดต่อจนจบว่า “...ประจำวันนี้”

เพชรมาหาปรีชาที่ว่าการอำเภอ ปรารภอย่างหนักใจ “เฮ้อ...ปลัดธนูไม่น่าคิดสั้นเลย” ปรีชาบอกว่าตนห้ามแล้ว แต่ธนูบอกว่าชกขำๆ ไม่มีอะไร

ooooooo

พอธนูถูกชกลงไปกอง ทองดีก็รุกไล่ไม่ให้ตั้งตัว พวกของทองดีส่งเสียงเชียร์กันสนั่นรวมทั้งยอดที่เป็นกรรมการด้วย ละเมียนตะโกนให้กรรมการเข้าไปห้าม ยอดเข้าไปนับทันที...

“หนึ่ง...แหมด...แปด...เก้า...สิ...”

ธนูลุกขึ้นมาต่อยทองดีหงายผลึ่ง ถามยอดว่า “นับประสาอะไรวะ หนึ่ง...แหมด...แปด...เก้า...สิบ แล้วไอ้สองสามสี่ห้าหกเจ็ดมันหายไปไหน”

ธนูท้าทองดีให้เข้ามาเลย ชกได้ครู่เดียวทองดีก็เริ่มเปลี้ย ละไมคว้าโทรโข่งตะโกนเชียร์ทองดี ยอดก็เข้าไปขวางเตือนธนูให้มีมนุษยธรรมบ้าง ไม่เห็นหรือว่าคุณทองดียังไม่ทันตั้งตัว ส่วนทองคำก็พูดใส่โทรโข่งสั่งจ่อยให้ตีระฆังหมดยก แล้วประกาศหน้าตาเฉยว่า

“เอาล่ะ ชกพอหอมปากหอมคอแล้ว เลิกได้” ทำเอาคนดูร้องอ้าวไปตามกัน

ลูกน้องทองคำกับยอดช่วยกันหิ้วปีกทองดีลงจากเวที ส่วนธนูชูแขนตัวเองโค้งไปสี่ทิศอย่างผู้ชนะ ละไมหมั่นไส้คว้าที่ตีระฆังขว้างใส่หัวธนูอย่างแม่นยำจนธนูทรุดเอามือกุมหัว

“สมน้ำหน้า!” ละไมแสยะยิ้ม ละเมียนตะโกนโห่ไล่หลังว่า “พวกขี้แพ้ชวนตี!”

หลังจากละไมทำแผลให้ทองดีแล้ว ทองดีลุกขึ้นเดินเข้าห้องส่วนตัว ทองคำบอกละไมว่าปล่อยเขาไม่ต้องตกใจ บอกละไมให้กลับไปก่อน

ทองดีเข้าห้องไประบายอารมณ์ทั้งเสียงตะโกนและเสียงปึงปังดังลั่นออกมา ทองคำนั่งเฉยเพราะรู้นิสัยลูกชายดี เขานั่งหน้าเครียดขรึมเหมือนกำลังจดจ่ออยู่กับความคิดบางอย่าง...จากนั้นทองคำเอาตำราพยัคฆ์ดำโยนเข้าไปให้ทองดีอ่าน เตือนว่า

“อย่าลืมว่าปลัดธนูมันศึกษาตำรานี้มาก่อนลูก มันย่อมเก่งกว่า คล่องกว่าเป็นธรรมดา จะว่าไป เหตุการณ์วันนี้เราไม่ได้เสียเปล่า ถือได้ว่าได้รู้เขารู้เรา อย่างน้อยมันก็มีประโยชน์กับพ่อ ฝีมือมันดี” ทองดีบอกว่าตนไม่ไว้ใจธนู

“พ่อก็ไม่ไว้ใจมันไปเสียทั้งหมด ถ้าจับได้ว่ามันทรยศ เราก็จัดการเสีย...ก็แค่นั้นเอง” ทองคำลุกขึ้นตบไหล่ลูกชาย “คนฉลาดต้องรู้จักเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน จำเอาไว้”

พอทองคำออกไป ทองดีหยิบหนังสือพยัคฆ์ดำขึ้นพลิกดูทีละหน้า...ทีละหน้า จนถึงหน้าสุดท้ายที่ขาดหายไปเหลือแต่คำว่า “นวอาวุธ” ทองดีพึมพำ “นวอาวุธ...มันคืออะไร”

เช่นเดียวกัน ธนูที่คิดทบทวนการชกกับทองดีก็พึมพำว่าขนาดมันเพิ่งฝึกได้ไม่เท่าไรยังเก่งขนาดนี้ บอกตัวเองว่าต้องพยายามหาแผ่นที่หายไปให้ได้เร็วที่สุด พลิกตำราพยัคฆ์ดำดูจนถึงหน้าสุดท้ายมีแต่คำว่า “นวอาวุธ” ธนูพึมพำ...

“นวอาวุธ จริงสิ แล้วนวอาวุธมันคืออะไร?”

ooooooo

ธนูขี่มอเตอร์ไซค์ไปถึงแถวหน้าบ้านทองคำถูกลูกน้องของทองดีสองคนรุมกระทืบแล้วบอกว่า “ตื้บขำๆ อย่าถือ” พอธนูตั้งหลักได้ก็ลุกขึ้นถีบมันลงไปกอง เขาบอกมันว่า “ถีบขำๆ อย่าถือ”

เมื่อเข้าไปในบ้านเจอทองคำนั่งที่โต๊ะมีอาหารวางไว้พร้อมแล้ว เขาเชิญธนูมานั่งกินอาหารกัน ธนูขอบคุณบอกว่าตนก็เพิ่งโดนตื้บขำๆ เป็นการต้อนรับที่หน้าบ้านมาหยกๆ ตนเลยถีบขำๆ เป็นการตอบแทน

ทองคำหัวเราะแล้วสั่ง “ไอ้จ่อยไปเรียนเชิญลูกทองดีมารับประทานข้าวเพื่อความสามัคคีปรองดองกับคุณปลัดไป๊” ระหว่างนั้นธนูนั่งคุยกับทองคำ พอทองดีมาถึงถามว่าคุยอะไรกันอยู่ ทองคำให้ทองดีกับปลัดจับมือกัน ยืนยันถึงมิตรภาพ ธนูยื่นมือออกไป แต่ทองดีไม่จับด้วยบอกว่า

“เราเพิ่งชกมวยกันบาดแผลยังอยู่ ถึงแม้จะเป็นการชกแบบขำๆ ผมก็ยังจับมือกับคุณปลัดไม่ได้”

“โอเค ไม่จับก็ไม่จับ วันนี้ไม่จับ วันหลังก็อาจจะไม่จับ”

ทองคำสั่งยอดให้รินน้ำแร่ แล้วธนูกับทองดีก็ยกแก้วชนกันต่างดื่มจนหมดแก้ว

ฝ่ายละไมไม่พอใจที่ละเมียนสนิทกับธนู สั่งน้องสาวว่าต่อไปนี้เลิกสนิทสนมพูดจาเล่นหัวกับไอ้ปลัดขิกนั่นได้แล้ว ละเมียนบอกว่าแปลก ทั้งที่ปลัดธนูออกจะสอพลอทองคำทำไมละไมถึงไม่ชอบทั้งที่เป็นพวกเดียวกัน

“ฉันเป็นคนเลือกที่จะคบ หรือโอภาปราศรัยด้วย ไม่เหมือนแกที่คบมั่วไปหมด”

“ใช่สิ คบคุณทองดีคนเดียวก็ฟินเว่อร์แล้ว” ละเมียนพูดแล้วเดินออกไป ถูกละไมด่าตามหลัง...

“ใฝ่ต่ำ! ตาต่ำ!”

ooooooo

หลังเกิดเหตุวุ่นวายในเรือนจำ บุญสมคิดหนักว่าตนคงต้องโดนเพิ่มโทษแน่ๆ คิดแล้วยิ่งกลุ้มบ่นกับทองก้อน ว่า ตนห่วงทั้งแม่และอนาคตของตัวเอง

“อนาคตเอ็งคือชีวิตหลังกำแพงเรือนจำนี่เท่านั้น ข้าเคยบอกเอ็งแล้ว ถ้าเอ็งมัวแต่ฝันถึงอนาคตสวยหรูนอกเรือนจำเมื่อไหร่ ความหวังของเอ็งจะถูกเวลากัดกร่อนจนเอ็งเป็นบ้า”

“แต่สำหรับฉัน ความหวังคือสิ่งที่ดี แล้วไอ้เรื่องดีๆ มันไม่เคยตาย”

ระหว่างทั้งสองกำลังโต้เถียงจนเกือบจะชกกันนั้น ผู้คุมกับเดชาเดินผ่านมาเลยต่างชะงัก เดชาเดินมามองทั้งสองนิ่งๆ

ครู่ใหญ่ บุญสมถูกเรียกตัวไปที่ห้องทำงานของเดชา เขามองบุญสมนิ่งก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมีเมตตาว่า

“เธออายุยังน้อย คงไม่อยากเอาอนาคตฝากไว้ในนี้ตลอดไปใช่ไหม”

เดชาอยากให้บุญสมเรียนเพิ่มเติมระหว่างติดคุก แต่บุญสมไม่เอาเพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร พอ

ทองก้อนรู้ก็พูดเหมือนประชดว่า “ก็ดี...เอ็งจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเรียนให้เมื่อยสมอง เพราะสุดท้ายแล้วเอ็งจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับคำว่าบัณฑิตขี้คุก”

บุญสมยังมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่าตนไม่ใช่ฆาตกร จะต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมทั้งของตนและแม่คืนมาให้ได้

ก่อนไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ละเมียนไปเยี่ยมบุญสมที่คุก บอกเขาว่าป้าจวงเจ็บออดๆแอดๆ เพราะการกระทำของเขาแต่ไม่ต้องห่วง ตนสั่งระเบียบให้ช่วยดูแลแล้ว และไม่ต้องมาถือเป็นบุญเป็นคุณ ตนทำเพราะมนุษยธรรม ป้าจวงเป็นคนดี ไม่วายเหน็บว่า แต่น่าเสียดายที่มีลูกชายอย่างเขา

ระหว่างนั่งรถกลับ ละเมียนอดคิดไม่ได้ว่า “นี่ถ้ารู้ว่าป้าจวงติดยา เอ็งคงขาดใจตายแน่”

พอละไมรู้ว่าละเมียนให้ระเบียบดูแลและส่งอาหารให้ป้าจวงก่อนเดินทางไปเรียนที่กรุงเทพฯก็ไม่พอใจ โทรศัพท์ถามว่า ไหนว่าเกลียดบุญสมนักหนาไง

“แม่ส่วนแม่ ลูกก็ส่วนลูก ป้าจวงเคยดูแลหนูมา อีกอย่างหนูรู้จักแยกแยะไม่ได้คบมั่วไปหมดเหมือนอย่างที่พี่ไมเคยด่า” ละไมด่า บ้า!แล้ววางโทรศัพท์เลย ละเมียนพึมพำยิ้มๆ “เถียงไม่ออกล่ะซิ”

หลังก่อเหตุร้ายแล้ว เสือยิ่งถูกย้ายคุกไปอยู่เรือนจำชายแดนที่กันดาร ยอดที่เป็นน้องชายเสือยิ่งรู้ข่าว อ้อนวอนขอให้ทองคำช่วย ทองดีติงพ่อว่าคดีของเสือยิ่ง ยาวเป็นหางว่าวพ่อจะช่วยไหวหรือ

“ระดับพ่อแล้ว มีอะไรไม่ไหวบ้างวะไอ้ลูกชาย” ทองคำโว แล้วบอกยอด “ไอ้ยอด เอ็งส่งข่าวไปถึงเสือยิ่งพี่ชายเอ็ง ให้เป็นเสือเชื่องๆอยู่ในเรือนจำสักระยะ” ยอดถามว่านานแค่ไหน “เป็นปีหรืออาจเป็นสิบๆปี อันนี้แล้วแต่ทิศทางลมของผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯโว้ย แต่อย่างน้อยพี่ชายเอ็งก็ไม่แก่ตายในคุกหรอกน่า ข้ายังเสียดายฝีมือมันอยู่โว้ย”

ooooooo

ธนูใช้ข้ออ้างที่ทองคำให้เขาพินอบพิเทาต่อทั้งทองดีและละไม ติดตามวอแวจนทองคำไม่พอใจพาลูกน้องดักเล่นงานจนธนูหมดสติในสวนสาธารณะ

ทองดีโทร.บอกละไมอย่างภูมิใจว่าตนแก้แค้นให้เธอแล้ว และขอบคุณที่เธอเอาตำรายอดมวยพยัคฆ์ดำมาให้ ละไมใจไม่ดีถามว่าถึงตายเลยหรือ ทองดีบอกว่าไม่ตายก็ใกล้ตาย

ละไมให้กำไลแม่ค้าในตลาดกับแป๊ะชองชายใบ้ นำตัวธนูกลับไปที่บ้านของเขา แล้วตัวเองจึงไปดูเขาที่บ้าน แต่พอไปถึงเห็นธนูลุกขึ้นมาได้แล้ว ธนูบอกให้กำไลกับแป๊ะชองกลับไปก่อนตนมีธุระจะคุยกับละไม

ธนูพูดอย่างรู้ดีว่า ละไมเอาตำราของตนไปให้ทองดี แล้วทองดีก็ใช้วิชาจากในนั้นมาทำร้ายตน ละไมบอกว่าตนเห็นมันตกอยู่ก็เลยเก็บไปให้ทองดีไม่ได้ขโมย ธนูฝากเธอไปบอกทองดีว่า

“แต่ละท่ายังไม่สมบูรณ์หรอก ถ้าเป็นสอบก็ยังไม่ผ่านด้วยซ้ำ ที่ผมเพลี่ยงพล้ำเสียทีไปเพราะนึกไม่ถึงว่าจะเล่นไม้นี้ คราวหน้าถ้าเจอกันสนุกแน่!”

เมื่อละไมออกมาขึ้นรถที่กำไลกับแป๊ะชองรออยู่ เธอกำชับทั้งสองว่า ห้ามเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้ทำมาหากินในตลาดของตนอีก

ทั้งสองรับปากหนักแน่น

หลังจากทองดีสู้กับธนูแล้ว เขายังอ่านและฝึกซ้อมตามตำราพยัคฆ์ดำอย่างมุ่งมั่น

วันนี้พุดเอาอาหารไปให้จวง จวงฝากพุดว่าถ้าเจอละไมให้ช่วยบอกละเมียนฝากไปบอกบุญสมด้วยว่าแม่คิดถึง พอรับอาหารจวงทวงถามว่าทองคำฝากยามาให้หรือเปล่า พุดไม่อยากให้แต่จวงรู้เลยเข้าแย่งไปกินมือสั่นตัวสั่นน่าเวทนา

พุดไปหาละไมเพื่อจะขอเบอร์โทร.ของละเมียน ละไมถามว่าจะเอาไปทำไมถ้าไม่บอกก็ไม่ให้ พุดไม่ยอมบอก สุดท้ายตัดสินใจแล้วแต่เวรแต่กรรมก็แล้วกัน

ooooooo

บุญสมตัดสินใจกรอกใบสมัครศึกษานอกสถานศึกษา เดชาบอกว่าตนช่วยแค่นี้เรื่องเล็กน้อยมากเพราะบุญสมช่วยชีวิตตนไว้ทั้งที่เวลานั้นเขาเลือกจะอยู่เฉยๆก็ได้ แล้วให้กำลังใจว่า

“นี่เป็นโอกาสที่นายจะได้กลับไปสู่เส้นทางชีวิตของนาย เส้นทางชีวิตที่ดีขึ้น นายตัดสินใจไม่ผิดหรอกบุญสม ความรู้จะนำพาให้นายมีชีวิตที่ดีขึ้น และนั่นจะเป็นยาวิเศษสำหรับแม่ของนาย”

แล้วเดชาก็ให้บุญสมเล่าเรื่องราวของตัวเอง ที่เขาพร่ำพูดกับทองก้อนเสมอว่าตนไม่ใช่ฆาตกร

พุดตัดสินใจไปเยี่ยมบุญสมที่เรือนจำ พอพุดรู้ว่าบุญสมจะสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง พุดถามกลัวๆ ว่าแล้วทองคำจะมาเล่นงานตนหรือเปล่า ที่เอาเรื่องที่มันเล่าว่ามันจงใจให้เขาติดคุกมาเล่าให้ฟัง

“มันจงใจเล่าให้เอ็งมาบอกข้าอยู่แล้ว เสียดายที่ข้ารู้น้อย แล้วไม่คิดว่าผู้บัญชาการเรือนจำท่านมีเมตตา ไม่งั้นข้าไม่ยอมติดคุกฟรีนานขนาดนี้แน่” บุญสมพูดอย่างมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนให้ได้

ooooooo

หลังจากเดชาได้ฟังเรื่องราวของบุญสมไม่นาน หมวดเพชรก็ได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้รื้อฟื้นคดีของบุญสมขึ้นมา หมวดเพชรมาเล่าให้ปรีชากับธนูฟัง ธนูถามว่าเรื่องผ่านไปเป็นชาติแล้วจะเหลือหลักฐานอะไรให้เราค้นหาอีก

“ความจริงคดีนี้ก็ไม่มีหลักฐานอะไรให้พิสูจน์มากนักมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ถ้าเป็นคำสั่ง เราก็ขัดไม่ได้ ตอนไอ้บุญส่งมันตาย ลูกน้องที่มากับมันก็ขอฝากศพไว้ที่นี่ก่อน นี่ผ่านไปหลายปีไม่เห็นมีใครโผล่มาเอามันไปสักคน ศพยังอยู่ที่ป่าช้าโน่น” ปรีชาทบทวนเหตุการณ์ให้ฟัง

หมวดเพชรบอกปรีชาว่าตนต้องขุดศพบุญส่งขึ้นมาส่งกลับกรุงเทพฯ แต่งานนี้ตนไม่อยากให้ใครรู้มากเดี๋ยวจะแตกตื่นกันใหญ่ ธนูขอไปช่วยด้วย ปรีชาเห็นด้วยบอกว่าคืนนี้ขอแรงหน่อยก็แล้วกัน

“หวังว่าคงไม่คาบเอาไปบอกนายทองคำนะ” หมวดเพชรดักคอ ธนูหัวเราะบอกว่าตนรู้

ทั้งหมดไม่รู้ว่าลูกน้องทองคำที่มาทำธุระที่อำเภอได้เห็นและได้ยินการพูดคุยกันทั้งหมด เขามองทั้งสามอย่างสงสัย

ระหว่างนั่งรถมาด้วยกัน ปรีชาถามธนูว่าไปโดนใครยำมา เขาบอกว่าสุนัขหมู่ ปรีชาพูดเหมือนรู้ว่า “พ่อ ชอบ ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะพิศวาสไปด้วย” ธนูชมว่านายอำเภอวิเคราะห์ได้ลึกซึ้งมาก ปรีชาย้ำอีกว่า “ผมเตือนคุณแล้ว”

“ผมไม่ค่อยชอบเกียร์ว่าง ถ้าไม่เดินหน้าก็ถอยหลังไปเลย” ธนูเหน็บนิดๆ เลยถูกปรีชามองหน้าแว่บหนึ่ง

เมื่อทองคำกับทองดีได้ฟังจากลูกน้องเรื่องทางการจะรื้อฟื้นคดีบุญสมขึ้นมา ทองดีถามพ่อว่าจะเอาอย่างไรดีเพราะถ้าเรื่องถึงกรุงเทพฯมีหวังพ่อเดือดร้อนแน่

ทองคำยิ้มเลือดเย็นบอกว่า “พ่อจะบอกให้ไอ้ยอดต้องทำยังไง แต่ไม่ใช่ว่าพ่อกลัวเรื่องตำรวจจะมารื้อคดีหรอกนะ แต่พ่อต้องการเตือนให้พวกมันรู้ว่า อย่ามายุ่งกับข้า!”

ปรีชาส่งธนูที่บ้านพัก เขาขอบคุณนายอำเภอที่มาส่ง ปรีชาเตือนให้เขาระวังตัวด้วย ธนูพูดขำๆว่าไม่เป็นไรตนเป็นคนดวงแข็ง แต่ก็ขอบคุณที่เตือน

พอเข้าบ้าน ธนูก็ได้รับโทรศัพท์จากทองคำถามว่าได้ข่าวว่าจะขุดศพบุญส่งขึ้นมาใช่ไหม ธนูทำตื่นเต้นบอกว่าตนกำลังจะโทร.บอกพอดีเลย นายอำเภอก็เพิ่งกลับไป ทองคำถามว่านายอำเภอเล่าอะไรให้ฟังบ้าง ธนูบอกว่า

ท่านไม่ค่อยเล่าหรอกคนที่รับคำสั่งคือหมวดเพชร แต่หมวดเพชรก็รับคำสั่งจากกรุงเทพฯอีกที อย่าว่าแต่ตนเลยหมวดเพชรเองก็ไม่รู้

“ไปสืบมา” ทองคำสั่ง ธนูถามว่าตนหรือ? “เออ!” ทองคำกระชากเสียงใส่

ooooooo

เรือหางยาวที่มีหมวดเพชร ปลัดธนู และตำรวจอีกสองนายมาเทียบโป๊ะปั๊มน้ำมันของละไม เพื่อเติมน้ำมันแต่ไม่มีใครอยู่เลย ธนูจึงเข้าไปร้องเรียก

“ไข่เค็มครับ...ไข่เค็ม!”

ไม่มีเสียงตอบรับแต่มีอะไรบางอย่างโยนโครมมาดีแต่ธนูหลบทัน ละไมเดินหน้าบอกบุญไม่รับออกมา ธนูยั่วว่าปาไม่โดน หมวดเพชรเห็นทีเรื่องจะยาวเลยบอกละไมให้ช่วยเติมน้ำมันให้หน่อย แต่พอเติมน้ำมันเต็มปรากฏว่าเรือสตาร์ตไม่ติด ธนูเห็นเรือจอดอยู่อีกฟากหนึ่งถามละไมว่านั่นเรือของใคร

พอรู้ว่าเป็นของเธอหมวดเพชรจึงเจรจาขอใช้ไปทำธุระ ละไมจะให้คนของตนขับไปให้ หมวดบอกว่า ไม่เป็นไรตนรีบและหมู่สิทธิ์ก็ขับเป็น ธนูอดไม่ได้แหย่ไปว่า “ขอบคุณนะขอรับคุณไข่เค็ม แล้วจะรีบเอาเรือมาคืน” ละไมพรวดลงเรือพุ่งไปหาธนูทันทีขู่จะเปลี่ยนใจไม่ให้ยืมเรือ หมวดเพชรเลยต้องเข้ามาเจรจาเองละไม จึงยอม

ธนูก็ยังไม่วายพูดยั่วกวนประสาทละไมจน หมวดเพชรต้องขอร้องให้พอ ละไมถามว่าจะเอาเรือไปไหน ธนูบอกว่าไปขนศพ เธอตกใจหน้าเหวอ บอกว่าเรือของตนมีไว้ขนของไม่ใช่ขนศพ

ทั้งสองทะเลาะกระทบกระทั่งกันไปตลอดทาง จนถึงริมตลิ่งใกล้ป่าช้าก็ยังไม่เลิก ละไมจ้องหน้าธนู

อย่างเอาเรื่อง จนธนูบอกให้รีบๆขึ้นไปเถอะเดี๋ยวไม่ทันหมวดเพชร ไว้ว่างๆค่อยมาจ้องหน้ากันใหม่ พูดแล้วธนูก็หายไป ละไมเริ่มกลัวเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ บ่นอุบอิบ “หายหัวไปไหน”

“คุณละไม ทางนี้” เสียงหมวดเพชรเรียก ละไมรีบวิ่งไปตามเสียงทันที

ทองคำให้ยอดพาลูกน้องไปขุดศพ บุญส่ง บางน้ำเปรี้ยว หมายตัดหน้าตำรวจ แต่พวกหมวดเพชรมาถึงพอดี

“เฮ้ย! ใครทำอะไรอยู่ตรงนั้นวะ” หมวดเพชรตะโกนถาม ยอดตกใจบอกลูกน้องให้รีบเก็บของหนีไปก่อน พอหมวดเพชรนำกำลังมาถึง เห็นป้ายไม้ “บุญส่ง บางน้ำเปรี้ยว” วางทิ้งไว้ที่พื้นและหลุมศพก็ถูกขุดจนเกือบถึงโลงแล้ว หมวดจึงสั่งให้ขุดต่อ ขุดไม่นานก็ถึงโลง

“เปิดดูซิ” หมวดเพชรสั่ง พองัดฝาโลงออก สภาพ ศพเหลือแต่โครงกระดูกน่ากลัว ละไมที่ชะโงกไปดูแทบจะเป็นลม

โครงกระดูกถูกขุดขึ้นมาห่อด้วยผ้าดิบนำออกไปยังเรือที่จอดเทียบตลิ่ง พลันทั้งหมดก็ต้องชะงักเมื่อถูกพวกยอดยิงสกัด กระสุนเฉี่ยวละไมไปนิดเดียว ธนูพุ่งดึงละไมหลบหลังต้นไม้ ส่วนหมวดเพชรกับตำรวจอีกนายช่วยกันยิงตอบโต้

ธนูยิงตอบโต้จนอีกฝ่ายเงียบไป เขาส่งสัญญาณให้พวกหมวดเพชรตามตนไป อึดใจเดียวเสียงปืนก็ระดมยิงมาอีก ธนูจับละไมที่ตื่นตระหนกเอาพาดบ่าแบกไปลงเรือ เมื่อมากันครบแล้วเรือก็แล่นออกจากฝั่งไปอย่างเร็ว

ยอดกับลูกน้องวิ่งตามมาได้ยินแต่เสียงเรือที่หายไปในความมืด ยอดสบถ “โธ่เว้ย!”

วันต่อมา ธนูไปที่บ้านทองคำ พวกยอดกำลังถูกทองคำดุด่าว่าเรื่องแค่นี้ก็จัดการไม่ได้ ธนูจึงอาสาว่า

คราวหน้าตนขอนำหน้าเอง ทองดีถามเยาะว่าไม่กลัวความผิดหรือเป็นปลัดอำเภอแต่ทำผิดเสียเอง ธนูหยอดว่าตนเชื่อมั่นในท่านทองคำ

ทองคำหย่าศึก บ่นว่าสองคนนี้มันยังไง เจอกันเป็นไม่ได้ แต่ปรามธนูว่า

“แกต้องยอมๆคุณทองดีเขาบ้าง เขาเป็นลูกชายของฉัน ส่วนแกไม่ใช่”

“รับทราบครับท่าน ขอประทานโทษครับคุณทองดี” เป็นการตอบและขอโทษด้วยน้ำเสียงราบเรียบสีหน้านิ่ง

คืนนี้ธนูโทรศัพท์ไปหาละไม พอได้ยินเสียงเธอ เขาก็บอกว่าโล่งใจที่เธอปลอดภัย ถูกด่าอีกตามเคยซ้ำตะโกนว่าฉันเกลียดนาย! ธนูหัวเราะขำๆ ยั่วว่าระวังจะเป็นอย่างที่โบราณว่า เกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น ยั่วพอให้เธอโกรธแล้วก็วางสาย

ooooooo

บุญสมมุมานะเรียนจนได้รับปริญญา เขาจะก้มกราบขอบคุณเดชา เดชาคว้าตัวไว้บอกว่า

“คนที่เธอควรกราบเท้าคือแม่ผู้ให้กำเนิดที่รอเธออยู่ที่บ้าน การที่เธอเรียนได้สำเร็จตามที่ฉันหวังไว้ นั่นคือการตอบแทนฉันแล้วล่ะ...ฉันขอโทษนะที่ไม่สามารถทำให้เธอพ้นโทษได้เร็วกว่านี้ แต่อย่างน้อยเธอก็พ้นมลทินแล้วนะบุญสม”

บุญสมมองงงๆ เดชาชี้แจงอย่างยินดีด้วยว่า

“ผลการพิสูจน์ศพของบุญส่ง บางน้ำเปรี้ยว ไม่ได้เสียชีวิตจากการต่อสู้ แต่จะเสียชีวิตด้วยอะไรยากที่จะพิสูจน์ แต่ที่แน่ๆ เธอไม่ใช่ฆาตกร เอกสารฉบับนี้อาจจะออกมาช้า ช้าเกินกว่าที่จะทำให้เธอพบอิสรภาพเร็วกว่านี้”

“แค่ผมพ้นมลทินไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรผมก็พอใจแล้วครับ” บุญสมดีใจมาก

ออกจากห้องเดชา บุญสมเจอกับทองก้อน ถูกทองก้อนเหน็บทีเล่นทีจริงว่าตื๊อเอากระดาษปริญญามาจนได้ บุญสมบอกว่ามันเป็นใบเบิกทางให้ตนทำอะไรดีๆในชีวิต ที่สำคัญแม่เห็นคงดีใจมาก

บุญสมได้ทั้งปริญญาและได้ลดโทษจะได้กลับบ้านแล้วและทองก้อนก็จะตามออกไปเร็วนี้

ละเมียนเรียนจบและเดินทางกลับบ้านเช่นกัน ทั้งละเมียนและบุญสมลงเรือโดยสารสองชั้นลำเดียวกัน แต่ละเมียนมาเกือบไม่ทันเรือออก วิ่งมากระโดดลงเรือก้นกระแทกเจ็บจนหน้าเบ้ บุญสมนั่งอยู่ก่อนแล้วเขาใส่หมวกหลุบลงมาและนั่งหลับตาคิดอะไรไปเรื่อย จึงต่างไม่เห็นกัน

ละเมียนเห็นคนชั้นล่างแน่นจึงย้ายขึ้นไปชั้นบน ไปเจอศรีวรรณกับศรีไพรลูกสาวของทองคำที่แต่งตัวด้วยสีสันจัดจ้านเสียงดังดุด่าคนที่ทองคำส่งมารับเมื่อยกของให้ไม่ทันใจ ละเมียนขึ้นไปเจอศรีวรรณกับศรีไพรก็ถูกสองสาวดูถูกรังเกียจว่าเหม็นผักกลิ่นหญ้า ละเมียนโมโหแต่เก็บความรู้สึกหยิบกระเป๋าเดินเลี่ยงไปนั่งที่อื่นโดยไม่รู้ว่าไปนั่งใกล้ๆบุญสม

บุญสมนั่งคิดถึงแม่ที่จะได้เจอในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ หยิบรูปของจวงขึ้นดู บังเอิญลมกระโชกมาพัดรูปปลิวไปทางละเมียน ดีที่ละเมียนคว้าไว้ทันแต่ตัวเองก็ล้มกลิ้งไป พอเห็นรูปจวง ละเมียนมองอึ้ง พอดีบุญสมมาถามว่าเจ็บไหมและขอรูปแม่ตนคืน พอมองหน้ากันเต็มตาชัดๆ ต่างก็ตกใจคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกัน

ความรู้สึกเก่าๆที่ละเมียนมองบุญสมว่าเหมือนคนบ้ามีแต่สร้างเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจให้ป้าจวงไม่ได้หยุดหย่อน ก็มองบุญสมอย่างติดลบ ถามว่านี่แหกคุกออกมาหรือ พอบุญสมบอกว่าตนทำความดีได้ลดโทษ ละเมียนเบ้หน้าไม่เชื่อ

“อย่างแกน่ะเหรอจะทำความดี แกมันไอ้หมาบ้า ไอ้ลูกอกตัญญู ปล่อยให้แม่ตัวเองต้อง...”

“ต้องอะไร แม่ฉันเป็นอะไร...” บุญสมร้อนใจ ละเมียนเมินหน้าไปทางอื่นบอกว่าให้กลับไปเห็นด้วยตาตัวเองดีกว่า

ooooooo

วันนี้นายอำเภอปรีชาได้รับเอกสารจากทางราชการ บ่นกับธนูที่เข้ามาในห้องว่า เอกสารราชการมาช้าอีกแล้ว ธนูรับไปดูจึงรู้ว่าเป็นเอกสารแจ้งเรื่องปลัดคนใหม่จะมาประจำที่นี่ แต่เอกสารก็ไม่ได้แจ้งว่า ปลัดคนใหม่เป็นใคร

ธนูจะโทร.ไปถาม ปรีชาบอกว่าไม่ต้องมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่ขอให้เขาไปจัดเตรียมที่พักที่ทำงานไว้รอปลัดคนใหม่ด้วยก็แล้วกัน บอกธนูแล้วย้ำว่า

“แล้วไม่ต้องไปรายงานนายทองคำล่ะ...เกียร์ว่าง...ว่างทั้งสองฝ่าย”

ธนูที่บัดนี้ได้เป็นปลัดอาวุโสแล้ว ไปดูบ้านพักกลับมาบอกปรีชาว่าต้องซ่อมใหญ่เพราะบ้านเก่าทรุดโทรมมาก ปรีชาบ่นว่างบขนาดนี้สร้างใหม่ง่ายกว่า ธนูเห็นด้วย แต่ปรีชาบอกว่าเราไม่มีงบ

“นายอำเภอไม่ต้องห่วง ผมมีสปอนเซอร์แล้ว” ธนูกระตือรือร้น ปรีชาถามว่าทองคำหรือ ชมว่าเขาเก่งมากเก่งกว่าที่ตนคิดเสียอีก

ธนูไปที่ร้านค้าของละไม พอเห็นหน้าธนูเธอชักสีหน้าถามว่ามาทำไม! พอดีสตางค์หนูน้อยช่างเจรจาที่เรียกละไมว่าแม่ และติดธนูจนเรียกเขาว่าพ่อ สตางค์ได้ยินหวูดเรือสองชั้น ร้องบอกละไมว่าพี่ละเมียนกลับมาแล้ว แล้ววิ่งออกไปรอรับ ละไมบอกให้รอแม่ด้วย ธนูก็บอกให้รอพ่อด้วยแล้วรีบตามไป

ละเมียนกับบุญสมต่างก็เตรียมขึ้นจากเรือ เธอเหลือบมองไปทางบุญสมเห็นเขามองอยู่ก่อนแล้ว ละเมียนถอนใจสะบัดหน้าไปอย่างหงุดหงิด ส่วนบุญสมก็ถอนใจอย่างเบื่อหน่ายเหมือนกัน

ooooooo

คาดเชือก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด