ข่าว

วิดีโอ



คาดเชือก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น - ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สถาพร สุชาติ

กำกับการแสดงโดย: วิชัย นิ่มสกุล

ผลิตโดย: ดีด้า วีดีโอ โปรดักชั่น

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: เคลลี่ ธนะพัฒน์,อคัมย์สิริ สุวรรณศุข

อัลบั้ม: เคลลี่ ธนะพัฒน์ ประกบ จั๊กจั๋น อคัมย์สิริ ละครพะบู๊ด้วยแม่ไม้มวยไทยใน "คาดเชือก"


บุญสมมาที่ร้านละไมในตอนเช้า เบียบว่าเมื่อคืนละเมียนอาละวาดหนักเพราะเป็นห่วงพี่สาว บุญสมพยักหน้ารับรู้ก่อนคว้ากุญแจไขประตูห้องที่ขังละ-เมียนไว้ ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก จานข้าวก็ปลิวใส่หน้าเขาทันทีจนหลบแทบไม่ทัน

“เมื่อไหร่จะเลิกอาละวาดเสียที หน้าตาก็ฉลาด แต่ทำไมเข้าใจอะไรยากจัง”

“ก็พี่ละไมไม่ใช่พี่นายนี่ อีกอย่างปลัดธนูหายไป นายก็ไม่มีคู่แข่ง จะได้แอ๊บเท่อยู่คนเดียว พี่ละไมหายไป 3 วันแล้ว ไม่ว่าจะยังไง ขอให้ได้พี่ละไมกลับคืนมาก็พอ เป็น...ศพ...ก็ยังดี”

ละเมียนร่ำไห้สะอึกสะอื้น บุญสมเห็นแล้วสงสารจับใจเดินเข้ามาโอบบ่าปลอบและสัญญาว่าจะตามหาละไมให้พบโดยเร็วที่สุด ละเมียนให้สัญญาถ้าตามหาพี่สาวเธอจนพบจะยอมกราบเท้าเพื่อเป็นการขอบคุณเขา บุญสมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง เขาไม่ต้องการให้เธอมากราบไหว้ ขอแค่ให้เธอมองเขาในแง่ดีบ้างเท่านั้น ละเมียนพยักหน้ารับคำ

ooooooo

บริเวณลานกว้างหน้าบ้าน ทองดีใช้วิชาพยัคฆ์ดำต่อสู้กับลูกสมุนคนแล้วคนเล่าก่อนจะเหวี่ยงร่างพวกมันกระแทกลงกับพื้นจนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ทองคำซึ่งยืนดูอยู่มุมหนึ่งปรบมือหัวเราะพอใจ

“เก่งมากลูกพ่อ”

“แต่ผมยังไม่พอใจ เพราะเท่าที่รู้ ช้างสาร ด่าน–พญายม สามารถฆ่าคนได้ในท่าสุดท้าย แต่ไอ้พวกนี้ยังไม่มีใครตายสักคน”

“คนที่ทำอย่างนั้นได้มีอยู่คนเดียวคือ ช้างสาร ด่านพญายม”

“คุณพ่อคิดว่า ไอ้ทองก้อนมันจะรู้จักท่าไม้ตายนั่นมั้ยครับ”

“พ่อก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้ารู้จัก มันคงถ่ายทอดให้ไอ้บุญสมกับลูกศิษย์ของมันไปแล้ว”

ทองดีนิ่งคิดแล้วหันมาสั่งลูกสมุนให้ไปจับตัวทองก้อนมา ทองคำว่าจับตัวทองก้อนจะได้ประโยชน์อะไร สู้จับลูกสาวมันมาไม่ได้ ทองดีฟังคำพ่อแล้วแสยะยิ้มร้าย

เสือยิ่งกับเจอร์ราร์ดมาถึงบ้านครูจรัลในเวลาต่อมา สองเสือซุ่มดูเห็นเธอกำลังตากผ้าอยู่เพียงลำพังจึงค่อยๆเดินอ้อมจากทางด้านหลังใช้ปืนจี้บังคับ เธอขยับตัวเตรียมสู้แต่ถูกปืนอีกกระบอกของเจอร์ราร์ดฟาดเข้าบริเวณท้ายทอยจนสลบแล้วอุ้มร่างเธอพาดบ่าเดินออกไป

ทองก้อนกำลังนั่งคุยอยู่กับชิ้นที่บ้านของเขา ชิ้นเป็นกังวลเรื่องธนูและละไมที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทองก้อนเดาว่าอาจถูกพวกของทองคำจับไปไว้ที่ใดที่หนึ่ง เพราะวันก่อนผู้กองเพชรนำกำลังเข้าไปตรวจค้นที่บ้านของทองคำแล้วแต่ไม่พบ ชิ้นแนะให้ทองก้อนลงมือด้วยตัวเอง ทองก้อนรู้สึกมืดแปดด้านจึงขอกลับไปตั้งหลักคิดหาหนทางใหม่

เมื่อทองก้อนกลับถึงบ้าน เห็นทุกอย่างดูเงียบผิดปกติ พบเพียงรองเท้าของกรองแก้วตกอยู่ที่พื้นพร้อมกับตะกร้าผ้าที่ล้มกลิ้งอยู่ ทองก้อนตกใจรู้ว่าลูกต้องเกิดเหตุร้ายจึงไปขอความช่วยเหลือจากบุญสมที่อำเภอ นายอำเภอปรีชาอยู่ด้วยเมื่อได้ฟังเรื่องราวก็แขวะทันทีหาว่าทองก้อนเอาแต่กล่าวโทษนายทองคำ

“ถ้าไม่ให้โทษมัน แล้วจะให้ผมโทษใคร หรือว่าให้โทษนายอำเภอ”

“อ้าว! พูดแบบนี้มันหมิ่นประมาทกันนะ นายทองก้อน”

“ผมเห็นด้วยกับน้าทองก้อน”

“ปลัดนี่ก็อีกคน ปากเสียเสมอต้นเสมอปลาย เอาอย่างนี้ เราไปบ้านท่านทองคำกัน อ้อ! ลืมไป วันนี้ท่านต้องไปมอบเงินและสิ่งของช่วยชาวบ้านที่โดนน้ำท่วมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว”

บุญสมแย้งถึงไปก็ไม่เจอ เพราะพวกมันต้องซ่อนกรองแก้วไว้อย่างมิดชิด แล้วแนะให้ทองก้อนไปแจ้งความไว้ก่อน

บุญสมพาทองก้อนมาพบผู้กองเพชรในเวลาต่อมา เขาถามหาหลักฐานทันที ทองก้อนส่ายหน้าแต่ยืนกรานอย่างมั่นใจว่าต้องเป็นพวกของทองคำแน่ ผู้กองหันมาถามความเห็นจากบุญสม เขานั่งนิ่งอย่างใช้ความคิด

ไม่เข้าใจพวกมันจับตัวเธอไปเพราะต้องการอะไรกันแน่

ooooooo

กรองแก้วถูกนำตัวมาขังไว้ยังห้องหนึ่งภายในบ้านของทองคำ เมื่อเธอรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาก็เดินสำรวจไปรอบๆห้องเพื่อหาทางออก แต่ประตูหน้าต่างกลับถูกปิดมิดชิด เธอได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังไขประตูเข้ามาจึงรีบกลับมานั่งตามเดิม

ทองดีก้าวเข้ามาตามด้วยลูกสมุนจำนวนหนึ่ง สมุนอีกคนเดินถือถาดอาหารมาวางไว้ตรงหน้า

“จับฉันมาทำไม”

“เดี๋ยวก็รู้เอง ฉันมาบอกว่าอย่าพยายามหนี เพราะไม่มีทางออกไปได้ และถ้าหากเกิดฟลุกออกไปได้ แกก็จะเจอคนของฉันเต็มไปหมด ซึ่งฉันไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม ข้าวต้มปลานั่นอร่อยมาก รับรองว่าไม่มียาพิษหรือยานอนหลับใดๆทั้งสิ้น”

พูดจบทองดีพร้อมสมุนก็เดินออกไป กรองแก้วมองข้าวต้มตรงหน้าอย่างไม่ไยดี เธอเดินไปยังประตูเอาใบหน้าแนบมองตามรอยช่องว่างเห็นมีสมุนยืนเฝ้าอยู่ 3 คน

ทางด้านทองก้อน เมื่อไขประตูเปิดเข้ามาภายในบ้านก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นยอดกำลังนั่งกินโอเลี้ยงอยู่อย่างสบายใจ ส่วนจ่อยยืินเก๊กท่าหล่ออยู่ข้างประตู

“พวกแกเข้ามาได้ยังไง”

“อันนี้ต้องชมไอ้จ่อย ก่อนที่จะมาอยู่กับท่านทองคำ มันเป็นพวกงัดแงะตัดช่องย่องเบา ท่านทองคำกับคุณหนูทองดีให้มาพาตัวน้าไปพบ”

“โตเป็นควายแล้วยังจะเรียกคุณหนู”

ยอดกำลังจะลุกขึ้น ทองก้อนใช้ความว่องไวล็อกตัวจ่อยไว้แล้วโยนไปกระแทกใส่ยอด ทั้งคู่ล้มเซลงไปกองกับพื้น

“พวกแกพาลูกสาวฉันไปไว้ที่ไหน”

ยอดบอกอยู่บ้านทองคำ ทองก้อนกำลังจะลากยอดไปส่งตำรวจ ยอดโวยวายถ้าพาตนไปพบตำรวจเขาจะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกสาวอีกเลย ทองก้อนชะงักเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาว ยอมจำนนยอดกับจ่อยไปพบทองคำแต่โดยดี

ในเวลาเดียวกัน บุญสมมาหาทองก้อนแต่ไม่พบ เขาเอะใจเดินสำรวจเข้าไปในห้อง พบร่องรอยเหมือนมีการต่อสู้เกิดขึ้น เมื่อบุญสมกลับมาบ้านก็ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องราวการหายตัวไปของสองพ่อลูก จวงแนะให้ไปปรึกษากับผู้กองเพชร

“นี่แม่พูดจริงๆ ถึงเอ็งจะไม่ชอบหน้าเขา แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพราะตอนนี้ก็เหลือเขาคนเดียวที่ตั้งใจจะขัดขวางพวกไอ้ทองคำ”

“ฉันเห็นด้วยพี่บุญสม ยิ่งถ้าหากพวกมันจับน้าทองก้อนกับกรองแก้วไปจริงๆ ลำพังเราอาจจะไม่ไหว ปลัดธนูก็หายไปไหนไม่รู้”

บุญสมบอกทุกคนว่าขอคิดดูอีกทีกลับถูกจวงตำหนิว่าจองหอง ถ้าคิดว่าตัวคนเดียวสู้กับมันไหวก็ตามใจ พูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปแบบงอนๆ บุญสมเปรยกับสองสมุนว่าเบื่อคำพูดของผู้กองที่เอาแต่รอหลักฐาน ไม่รู้จะหาไปทำไม ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าสิ่งเลวๆในโพธิ์ทองล้วนแต่เป็นฝีมือของทองคำกับพวกทั้งสิ้น

ooooooo

ทองก้อนถูกพาตัวมาพบทองคำในเวลาต่อมา เมื่อมาถึงเขาถามหาลูกสาวด้วยความเป็นห่วง ทองคำบอกให้สบายใจได้ ลูกสาวปลอดภัยดีทุกอย่าง ทองดีว่าหากอยากให้ปลอดภัยตลอดไป ทองก้อนต้องยอมสอนท่าไม้ตายพยัคฆ์ดำและพยัคฆ์ขาวให้

“ตำราพวกนั้นไม่ใช่ของฉัน แต่เป็นของช้างสาร ด่านพญายม ถ้าหากอยากเรียนจริงๆล่ะก็ต้องไปตามหาเขาเอง”

ทองดีรีบแย้ง ใครๆเขาก็รู้ว่าช้างสาร ด่านพญายม หายสาบสูญไปนานแล้ว ทองคำบอกลูกชายไม่ต้องไปหว่านล้อมให้เสียเวลา แล้วสั่งเสือยิ่งให้ไปพาตัวลูกสาวทองก้อนออกมา

เสือยิ่งกระชากร่างกรองแก้วออกมาจากห้องก่อนผลักเธอล้มลงกับพื้นต่อหน้าผู้เป็นพ่อ เมื่อทองก้อนเห็นหน้าลูกจะตรงเข้าหาแต่ถูกเจอร์ราร์ดดึงไว้ ในขณะที่เสือยิ่งจิกหัวกรองแก้วให้เงยหน้าขึ้น

“พ่อ”

“ถ้าแกยอมสอนเทคนิคไม้ตายพยัคฆ์ดำพยัคฆ์ขาวให้ฉัน ลูกสาวแกก็จะปลอดภัย แต่ถ้าไม่ยอมหรือว่าสอนไม่เต็มที่ ไอ้ยิ่ง ไอ้เจอร์ราร์ด ไอ้อะไรต่อมิอะไรมันก็จะจัดการลูกสาวแก”

ทองก้อนขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ ทองดียังรบเร้ารอคำตอบ เสือยิ่งช่วยกดดันยื่นหน้าเข้าไปหากรองแก้ว เธอกรีดร้องอย่างขยะแขยง

“อย่า! ฉันจะสอนแก สอนทุกอย่างเท่าที่ฉันรู้”

“มันต้องอย่างนั้น ไอ้ยิ่ง เอาน้องกรองแก้วไปขังแล้วอย่าเพิ่งทำอะไรมันนะโว้ย” ทองดีกระหยิ่มยิ้มอย่างดีใจ

“ไปเรียนเลยลูกทองดี พ่อขอยืนยันว่านอกจากช้างสาร ด่านพญายม และครูจรัลแล้ว ไอ้ทองก้อนคนนี้นี่แหละ ที่คู่ควรจะเป็นอาจารย์ของลูก”

ทองคำและบรรดาสมุนต่างพากันหัวเราะชอบใจ ทองดีเรียกทองก้อนให้เดินตามมันมายังอีกด้านหนึ่ง ทองก้อนกำมือแน่นด้วยความแค้น ขณะที่กรองแก้วน้ำตาไหลพรากด้วยความแค้นใจเช่นกัน

ส่วนศรีวรรณกับศรีไพร หลังจากช่วยเหลือพาสตางค์ไปส่งให้ธนูในคราวนั้น ได้ถูกทองคำลงโทษด้วยการกักกันบริเวณให้อยู่แต่ภายในห้อง วันนี้สำลีเข้ามารายงานเรื่องทองก้อนกับลูกสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ศรีวรรณตกใจ วางหนังสือธรรมะที่กำลังอ่านอยู่ลงทันที

“จริงค่ะ ไอ้ทองก้อนที่ว่าเก่งนักเก่งหนาหมดฤทธิ์เลย นังกรองแก้วก็เหมือนกัน” พูดแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ

“นังสำลี แกเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องตลกขบขันนักเรอะ”

“ขอโทษค่ะคุณศรีไพร สำลีไม่ได้ตั้งใจ มันขำเอง”

“ไม่รู้ว่าพ่อกับพี่ชายเราจะทำบาปทำกรรมไปสักแค่ไหน”

“กรรมใครกรรมมัน อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ศรีไพร กัมมุนา วัฏฏีโลโก”

“โห! ถูกขังไม่เท่าไหร่ คุณหนูศรีวรรณปลงได้ขนาดนี้เลยนะคะ แล้วนี่ไปได้หนังสือธรรมะมาจากไหนเนี่ย บ้านเราไม่น่ามีสักเล่ม”

“อ๋อ! ของคุณแม่น่ะ ฉันจำได้ว่าก่อนท่านเสีย 2-3 ปี ท่านอ่านแต่หนังสือธรรมะมาตลอด นี่ยังมีในตู้อีกตั้งหลายเล่ม สำลีจะเอาไปอ่านบ้างมั้ย”

สำลียิ้มแห้งๆ ก่อนปฏิเสธด้วยรู้ตัวว่าคงเข้าไม่ถึงรสพระธรรมแน่ๆ ศรีไพรเดินกลับไปกลับมาอย่างใช้ความคิด เพื่อหาวิธีช่วยเหลือสองพ่อลูก สำลีถามยังไม่เข็ดอีกหรือ ศรีวรรณว่าถ้าคนเราเข็ดที่จะทำความดี โลกนี้จะเป็นอย่างไร ศรีไพรหันมาถามสำลีว่ากรองแก้วถูกขังไว้ที่ไหน?

ooooooo

ณ กลางป่า...ธนูกำลังซ้อมหมัดพยัคฆ์ดำท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่าง ละไมยืนกอดอกมองอยู่ไม่ห่างกันนัก ธนูยังคงซ้อมด้วยท่วงท่าที่ดูไหวพลิ้ว เธอมองเขาแล้วเริ่มนิ่วหน้าขึ้นทีละน้อยๆ ในสมองเริ่มนึกถึงท่าทางของหน้ากากนิรนามขึ้นมาอีก ตัดสินใจเดินเข้ามาถามเขาตรงๆอย่างอยากรู้จนแทบโดนหมัดที่ธนูกำลังปล่อยออกมา

“เฮ้ย! ดูตาม้าตาเรือหน่อยสิ”

“คุณนั่นแหละไม่ดูตาม้าตาเรือ พรวดเข้ามาทำไม”

“ฉันจะถามนายว่า นายเป็นคนคนเดียวกับมนุษย์ปิดหน้านั่นใช่มั้ย”

“มนุษย์ปิดหน้าไหน”

“ก็ปิดหน้านายน่ะสิ โอ๊ย! ไม่อยากพูดด้วยแล้ว”

เธอสะบัดตัวเดินหนีอย่างหงุดหงิด ธนูรีบเอ่ยชวนให้นั่งดูดาวด้วยกันก่อน

“อยากดูดาวกันอีกมั้ย ดาวศุกร์กำลังสุกสว่างเลย โน่นไง”

“ฉันก็เห็นดาวอีกดวงหนึ่ง”

“ดาวอะไรครับ”

“ดาวมฤตยู” เห็นเขาสะอึก เธอเดินยิ้มออกไปอย่างสะใจ

ooooooo

ในกลางดึก ร่างของใครคนหนึ่งกำลังม้วนตัวข้ามกำแพงเข้าไปยังบริเวณลานกว้างที่มืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟส่องสว่าง

แต่ทันใดนั้นไฟก็สว่างพรึ่บขึ้นพร้อมกันทันที บุญสมในชุดอำพรางกะพริบตาเพื่อให้ชินกับแสงสว่าง เมื่อลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมเสียแล้ว

“นึกแล้วว่าแกต้องมา ฉันก็เลยสั่งให้เตรียมต้อนรับเต็มที่”

“แกจับน้าทองก้อนกับกรองแก้วมาใช่ไหม”

“ใช่ และฉันจะปล่อยตัวสองคนนั่นทันทีที่แก ชนะฉัน”

“ฉันไม่เชื่อว่าแกจะรักษาสัญญา”

“จะเชื่อหรือไม่เชื่อ แกก็ไม่มีทางเลือก อยากสะเออะเข้ามาเอง”

ทองดีไม่รีรอกระโจนเข้าหาบุญสมทันที เขาปล่อยหมัดทั้งพยัคฆ์ขาวและพยัคฆ์ดำเข้าใส่บุญสมไม่ยั้ง

จนเขาสลบเหมือด เมื่อเห็นเขามีลมหายใจรวยรินเต็มที จึงสั่งสมุนให้แบกร่างที่ใกล้หมดลมไปทิ้งที่หน้าอำเภอ

เช้าวันรุ่งขึ้นเบียบวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานละเมียนว่าบุญสมอยู่ในห้องไอซียู เธอรีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลอย่างร้อนใจ เห็นนายอำเภอปรีชานั่งอยู่หน้าห้องเอกซเรย์ นายอำเภอว่าจวงกับผู้กองเพชรอยู่ข้างในแล้ว จังหวะนั้นละไมโทร.มาพอดี ละเมียนรับโทรศัพท์ยิ้มทั้งน้ำตา

ละเมียนไม่ทันได้เยี่ยมบุญสม เธอรีบกลับมายังร้านค้าทันที เห็นแป๊ะชอง ชิ้น เบียบ รวมถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากำลังยืนห้อมล้อมละไมและธนูอย่างดีใจ ละเมียนตรงเข้าสวมกอดพี่สาวน้ำตาไหลพราก ละไมว่าให้เข้าไปคุยกันในบ้าน ละเมียนพยักหน้าพลางไขกุญแจ ชิ้นบอกกับธนูว่าบุญสมนอนอยู่ในห้องไอซียู ธนูและทุกคนจึงเปลี่ยนใจรีบไปโรงพยาบาล ละไมกลัวขาดรายได้ไม่วาย หันมาสั่งเบียบให้อยู่เฝ้าร้านเผื่อมีลูกค้ามาซื้อของ

ที่หน้าห้องไอซียู นายอำเภอปรีชาเอ่ยทักธนูด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัย

“คนดีผีมันช่วยกันรุม เอ๊ย! คนดีผีคุ้มครับ ปลัดบุญสมเป็นยังไงบ้าง”

“นี่ก็โชคดีผีมันรุม เอ๊ย ผีคุ้มอีกเหมือนกัน เอกซเรย์แล้วปรากฏว่าภายในไม่มีชำรุดเสียหาย กระดูกไม่มีหักหรือร้าวสักซี่ แต่หมอยังให้อยู่โรงพยาบาลดูอาการอีก 2-3 วัน”

พุดเห็นละไมเข้าไปเยี่ยมบุญสมจึงเอ่ยถามละเมียน ไม่เข้าไปบ้างหรือ เธอว่าคงไม่ต้องเพราะอาการเขาดีขึ้น แล้วขอกลับไปช่วยเบียบขายของดีกว่า

ละเมียนกลับถึงร้านก็เดินเข้าห้องเก็บตัวเงียบ เดชาโทร.มาถามว่าธนูและละไมกลับมาแล้วใช่ไหม

ละเมียนแปลกใจว่าเขารู้ได้อย่างไร

“ก็...คนแถวๆนั้นนั่นแหละ ลุงจะโทร.มาฝากบอกละไมว่าอย่าลืมโทร.มาหาสตางค์นะ เพราะเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าแม่ละไมหายไปไหน”

“ค่ะ เดี๋ยวพี่ละไมกลับมาจากเยี่ยมปลัดบุญสม แล้วหนูจะบอกให้”

“อ้าว! ปลัดบุญสมเป็นอะไร”

“ก็ถูกไอ้ทองดีไล่ถลุงเอาข้างเดียวน่ะสิคะ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ได้กำลังใจจากพี่ละไมเดี๋ยวก็หายแล้ว”

ooooooo

ทางด้านทองคำถามสำลีถึงลูกสาวทั้งสอง สำลีว่าสำหรับศรีวรรณกำลังศึกษาพระธรรมจากหนังสือธรรมะ ส่วนศรีไพรยังมีจิตอาสาอย่างเดิม ตอนนี้อยากจะช่วยทองก้อนกับลูกสาว ทองดีรีบเตือนพ่อให้ระวังสองคนนี้ให้ดีเผลอไม่ได้เด็ดขาด

ยอดลุกลี้ลุกลนเข้ามารายงาน ธนูกับละไมกลับมาแล้ว แถมบุญสมที่ว่าอาการร่อแร่ใกล้ตายกลับไม่เป็นอะไรเลย ตอนนี้นอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล

“ลูกทองดี ไหนว่าชีพจรมันเต้นอ่อนเต็มทีแล้วไง”

“ใช่ครับ ตอนนั้นมันใกล้ตายแล้วจริงๆ ไม่อย่างนั้น ผมจะให้ไอ้ซ้ายไอ้ขวาเอาไปทิ้งไว้ที่หน้าอำเภอเพื่อขู่พวกที่ยังมีท่าทีกระด้างกระเดื่องกับเราทำไม”

“ลูกต้องเอาดอกไม้ไปเยี่ยมมัน และต้องแสดงความปรารถนาดีกับมันอย่างสุดๆด้วย”

ทองดีพร้อมสมุนมาถึงโรงพยาบาลในเวลาต่อมา เมื่อเจอหน้าบุญสมเขาแสร้งเป็นห่วงถามไถ่อาการ ผู้กองเพชร บอกตนกำลังถามบุญสมอยู่เหมือนกันว่าไปมีเรื่องกับใคร บุญสมพูดด้วยเสียงอันดัง

“ฉันไม่ระวังเอง เดินไปสะดุดตอ แต่ไม่เป็นอะไรแล้ว เป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ทันระวัง แต่คราวหน้ารับรองว่าไม่มีทาง ฉันจะขุดไอ้ตอพวกนั้นให้เหี้ยน”

ทองดีกับสมุนได้ยินถึงกับหัวเราะขบขัน จวงหันมา ตวาดทุกคนให้หยุดหัวเราะแล้วไล่ทองดีกับพวกกลับไปให้หมดพร้อมกับข้าวของที่เอามาด้วย ทองดีว่าในเมื่อ จวงไม่ต้องการความหวังดีจากเขาก็ตามใจ จวงโต้กลับอย่างไม่สะทกสะท้านคนอย่างทองดีเคยมีความหวังดีให้กับคนอื่นด้วยหรือ มันจ้องหน้าจวงเขม็งในขณะที่จวงก็จ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว

ทองดีกลับเข้าบ้านด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน มาถึงก็ตรงไปหาทองก้อน เขารีบทวงสัญญาให้ปล่อยลูกสาว ทองดีตีฝีปากเจ้าเล่ห์ ตนไม่เคยพูดเรื่องการปล่อยตัว แค่บอกกรองแก้วจะปลอดภัยจากเสือยิ่งเท่านั้น แล้วขู่ให้ไปสืบข่าวธนูกลับมาอย่างปลอดภัยได้อย่างไร ถ้าไม่ได้คำตอบรับรองกรองแก้วเสร็จเสือยิ่งแน่ๆ

ทองก้อนถูกนำตัวขึ้นรถตู้แล้วพาไปปล่อยลงที่หน้าบ้านชิ้นในเวลาต่อมา ธนูเมื่อเห็นเขาแล้วดีใจ ทองก้อน เหลียวซ้ายมองขวาแล้วรีบเข้าไปคุยข้างใน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าตนกับลูกสาวถูกทองดีจับตัว แล้วตอนนี้ กรองแก้วก็ยังถูกคุมตัวอยู่ ธนูจะรีบไปช่วย ทองก้อนห้ามอย่างเป็นห่วงแล้วว่าทองดีฝึกตำรามวยทั้งพยัคฆ์ขาว และพยัคฆ์ดำในเวลาเดียวกัน

“ผมไปเจอช้างสาร ด่านพญายมมาแล้ว ก็ท่านนี่แหละที่ช่วยผมกับคุณละไมเอาไว้ ไม่อย่างนั้นผมกับคุณละไมคงตายไปแล้ว ผมรู้แล้วว่าสองแผ่นสุดท้ายที่หายไปน่ะคืออะไร เพราะฉะนั้นผมถึงไม่กลัวมัน ครูเองก็ไม่ต้องกลัว เราจะไปช่วยกรองแก้วกันคืนนี้”

“ไม่ได้ ผมต้องรีบกลับไปก่อน ไม่อย่างนั้นกรองแก้ว จะมีอันตราย”

“ก็ได้ แต่เตรียมไว้...คืนนี้ผมจะไปช่วย”

“ระวังตัวด้วย แล้วก็อย่าประมาทมันเด็ดขาด เพราะไอ้ทองดีมันฝึกทั้งวิชาพยัคฆ์ดำและพยัคฆ์ขาวจนชำนาญ”

“ผมก็ฝึกกับท่านอาจารย์ช้างสาร ด่านพญายม ต่อให้มีอีกกี่พยัคฆ์ผมก็ไม่กลัวมัน” ธนูเอ่ยอย่างมั่นใจ

ทองก้อนออกจากบ้านชิ้นเดินกลับมาขึ้นรถตู้คันเดิม ซึ่งจอดแอบอยู่ด้านหนึ่ง เมื่อขึ้นมานั่งบนรถตู้ทองดีคาดคั้นถามทันที

ooooooo

บุญสมนอนพักอยู่บนเตียงคนไข้ เมื่อลืมตาเห็นเผือกเปิดประตูเดินเข้ามาก็ถอนใจอย่างผิดหวัง เผือกรู้ใจลูกพี่แกล้งแหย่ว่าอยากเห็นหน้าละไมหรือละเมียน

บุญสมไม่ทันตอบ พุดกับจวงผลักประตูห้องเข้ามา พร้อมกับถุงผลไม้ในมือ จวงถามเขาอยากกินผลไม้ไหม เผือกตอบแทนว่าคงกินไม่ลงเพราะกำลังหงุดหงิด เขาถามแม่กับพุดไปไหนมา จวงว่าไปติดต่อขอเช่าแผงขายข้าวแกงจากละไม เขาห้ามไม่อยากให้แม่เหนื่อยแล้วถามเรื่องค่าเช่าแผง พุดตอบแทน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ละไมให้ขายดูก่อน ถ้าไปได้ดีค่อยพูดเรื่องราคา เมื่อเห็นเผือกมีสีหน้าแคลงใจ พุดเลยว่าเขาขอข้าวแกงสามมื้อ ถ้ามี ขนมก็ขอด้วย ทั้งหมดอย่างละ 3 ชุด เท่าจำนวนคนในบ้าน เผือกตบเข่าฉาดว่าแล้วเชียว

พุดกลับมาที่ตลาดอีกครั้งหมายเคลียร์ปัญหาหัวใจให้ลูกพี่ โดยนำคำพูดของบุญสมมาถ่ายทอดกับ ละเมียนว่า เหตุที่เธอไม่ยอมไปเยี่ยมเขาก็เพราะหึงละไม ได้ผลเกินคาดละเมียนฟังแล้วฉุนแจ้นไปเอาเรื่องเขาถึงโรงพยาบาลทันที

เมื่อมาถึงก็คาดคั้นถามเขาว่าอะไรเธอ บุญสมบ่นเจ็บปางตายแล้วจะมีปากไปว่าใครได้แล้วจับมือเธอไว้เหมือนกลัวว่าจะหนีไปไหนพลางบ่นอย่างน้อยใจที่ไม่ยอมมาเยี่ยมเขาเลย เหตุที่เขาดีกับละไมเพราะเห็นว่าเป็นพี่สาวของเธอ ละเมียนจึงอธิบายที่เธอดีกับธนูเพราะต้องการช่วยละไมและธนูเช่นกัน แล้วเล่าเรื่องที่กรองแก้วขอธนูจากพี่สาวเพื่อแลกกับการสอนมวย บุญสมถอนใจโล่งอกเลิกหวาดระแวงเธอ

ด้านธนูแวะมาหาละไมเพื่อล่ำลาและขอพรจากเธอ ละไมรู้ว่าเขาจะไปเอาเรื่องทองดีจึงขอตามไปด้วย ธนูห้ามหากเธอเป็นอะไรไปสตางค์จะรู้สึกอย่างไรเพราะเคยกำพร้าทั้งพ่อและแม่มาแล้วครั้งหนึ่ง ละไมโผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นสั่งให้กลับมาอย่างปลอดภัย

ทางด้านศรีวรรณและศรีไพร ใช้ปืนจี้บังคับจ่อยให้ไขกุญแจปล่อยตัวกรองแก้วออกมา แล้วให้จ่อยเข้าไปอยู่ในนั้นแทน

“ทำ...ทำไมคุณหนูทำกับผมแบบนี้”

“ถ้าแกเข้าไปอยู่ในนั้นแทน แกก็จะได้ไม่มีความผิด หรือถ้าผิดก็ผิดน้อยไง”

“อ้อ! เข้าใจแล้วครับ”

เมื่อกรองแก้วเป็นอิสระ เธอถามถึงพ่ออย่างเป็นห่วง จ่อยบอกที่คุมขังทองก้อนกับทุกคน ทั้งหมดรีบตรงไปช่วยเขาแล้วพาหนีออกไปด้วยกัน

ในเวลาเดียวกันธนูได้โทร.นัดทองดีออกมาเจอกันยังชายป่า โดยมีเงื่อนไขหากทองดีแพ้ต้องปล่อยตัว

ทองก้อนและลูกสาวให้เป็นอิสระ เขาพาชิ้นและชาวบ้านส่วนหนึ่งมาเป็นพยานด้วย ทองดีกระหยิ่มยิ้มเหี้ยมมั่นใจว่าฝีมือเหนือกว่าจึงพูดจาข่มขวัญธนูคงไม่มีโอกาสรอดไปช่วยใครได้อีก แล้วตรงเข้ารุกไล่ใช้ทั้งวิชาพยัคฆ์ขาวและพยัคฆ์ดำจนธนูตั้งรับไม่ทัน ถูกไล่ต้อนกระทั่งสุดท้ายโดนหมัดของทองดีจนสลบเหมือด

ฝ่ายเสือยิ่งเห็นทองดีมีชัย มันชักปืนยิงใส่ชิ้นและกลุ่มชาวบ้านที่มาเป็นพยานจนหนีกระเจิดกระเจิง ทองดีจะตรงเข้าซ้ำธนู แต่ทันใดนั้นกลับเกิดพายุหมุนพัดจนฝุ่นปลิวฟุ้งมองแทบไม่เห็น แต่กลับปรากฏผ้าเหลืองสะบัดพลิ้วอยู่ท่ามกลางพายุนั้น

ooooooo

สามเดือนถัดมา...ละไมยืนห่อตัวทอดตามองออกไปยังนอกร้านด้วยความรู้สึกหดหู่ ละเมียนถามเย็นนี้จะออกไปรับสตางค์ด้วยกันไหม

“ไปสิ พี่เป็นห่วงสตางค์ หมู่นี้พวกไอ้ทองดีมาเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด ละเมียน เมื่อคืนพี่ฝันเห็นคุณธนู พี่มั่นใจว่าเขาจะกลับมา”

“พี่ละไมต้องเผื่อใจไว้บ้าง พี่ธนูหายไปเกือบ 3 เดือน แล้วนะจ๊ะ หายไปอย่างไร้วี่แวว”

“คราวที่แล้วก็หายไปอย่างไร้วี่แววเหมือนกัน แต่เขาก็ยังกลับมาได้ หลวงพ่อท่านต้องช่วยเขาสิ ท่านเคยช่วยมาแล้วนี่ ใครจะคิดยังไงพี่ไม่รู้ แต่พี่เชื่อว่าคุณธนูจะต้องกลับมา เขาสัญญากับพี่ว่าเขาจะกลับมา”

แม้จะพูดอย่างมั่นใจหากแต่เธอกลับร้องไห้สะอึกสะอื้นจนละเมียนต้องกอดปลอบให้กำลังใจ เบียบวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าทองดีมาหา สองพี่น้องรีบผละจากกันแล้วคว้าปืนติดตัวเดินออกไป

ทองดีมาพูดจาข่มขู่ขอซื้อตลาดจากละไมอีกเช่นเคย แต่คราวนี้เขาให้ราคาสูงกว่าคราวก่อน 2 เท่า สองพี่น้องว่าให้ราคาสูงแค่ไหนก็ไม่ขายแล้วไล่ให้ออกไป เสือยิ่งกับเจอร์ราร์ดทำท่าขยับตรงเข้าหา สองพี่น้องเล็งปืนยิงเฉียดร่างพวกมันจนสะดุ้งโหยงไม่กล้าเข้ามาใกล้ ก่อนกลับทองดียังแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ชักปืนยิงกราดไปทั่วจนชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดขวัญผวาหนีเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่น

ละเมียนกับบุญสมพาทุกคนมาแจ้งความกับผู้กองเพชร แต่ไม่มีใครกล้าเป็นพยานชี้ตัวทองดีกับพวก ผู้กองเพชรส่ายหน้า ถ้ามีพยานหลักฐานชี้ชัดเขาจับแน่ ละเมียนฟังแล้วฉุนผิดกับบุญสมที่มีท่าทีสงบนิ่งจนเธอรู้สึกแปลกใจ

ooooooo

บุญสมขี่มอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าสู่กระท่อมร้างกลางป่าลึกในค่ำคืนหนึ่ง แล้วคว้าถุงอาหารที่แขวนไว้หน้ารถเดินผลุบหายเข้าไปภายในกระท่อม

หลังอาหารมื้อนั้น บุญสมกับธนูได้ร่วมกันฝึกและแลกเปลี่ยนถ่ายทอดตำรามวยพยัคฆ์ขาวและพยัคฆ์ดำให้กันและกัน

“ไม่ว่าพยัคฆ์ดำหรือพยัคฆ์ขาว เคล็ดลับสำคัญก็คือความนิ่ง ซึ่งเกิดจากสติและสมาธิ เพราะฉะนั้นหน้าสุดท้ายที่หายไป จึงว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย”

บุญสมพุ่งทั้งหมัด เข่า และศอกใส่ธนู แต่เขาไม่หลบใช้สมาธิอันแน่วแน่ตอบโต้จนร่างบุญสมกระเด็นออกไปกระแทกพื้นอย่างแรง

“เป็นไงบ้าง”

“เจ็บน่ะสิ ถามได้”

“นี่ขนาดยังไม่เต็มที่นะ แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น มีใครสงสัยอะไรหรือเปล่า”

“ผมนี่ไง ผมสงสัยว่าเป็นยังไงมายังไงปลัดถึงได้เคล็ดลับวิชานี้มา”

“ก็จะเล่าให้ฟัง”

“อ้าว! บทจะเล่าก็เล่าง่ายๆ ถามมาตั้งหลายวันไม่ยอมเล่า”

“เพราะผมต้องการให้คุณเชื่ออย่างเต็มหัวใจเสียก่อนว่าทุกอย่างที่ผมพูดเป็นความจริง”

ธนูค่อยๆผ่อนลมหายใจออก เริ่มเล่าเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น...

ธนูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่กลางป่า รับรู้ถึงความเย็นเยือกของน้ำค้างรอบตัว เขาได้ยินเหมือนเสียงสวดมนต์ดังแว่วเข้ามา

พยายามปรือตามองเห็นชายจีวรพลิ้วอยู่เบื้องหน้า แต่เมื่อผงกหัวขึ้นกลับหมดสติไปอีกครั้ง...

ธนูกำลังเดินตามเสียงสวดมนต์ไปเรื่อยๆ ที่สุดมาหยุดอยู่บริเวณหนึ่ง เบื้องหน้าเขาขณะนี้มีพระธุดงค์ปักกลดอยู่ เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้และก้มลงกราบ

“ผมทำให้หลวงพ่อผิดหวัง”

“ภิกษุย่อมไม่มีผิดหวังหรือสมหวัง กำลังควรใช้คู่กับสติ...สมาธิจะไขปริศนา”

ธนูก้มหน้านิ่งเหมือนสำนึกผิด แต่เมื่อเงยหน้าอีกครั้ง เบื้องหน้ากลับพบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงกระดาษ 2 หน้าสุดท้ายของตำราพยัคฆ์ดำที่ถูกฉีกออกตกอยู่แทน เขาชะงักเหลียวมองไปรอบตัวทุกอย่างยังคงเงียบสงบและว่างเปล่า เมื่อหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นดู พบว่ามีตัวอักษรค่อยๆปรากฏขึ้น สติ...สมาธิ...อักษรทั้ง 2 ตัวปรากฏสลับกันแล้วหายไปกลายเป็นกระดาษเปล่าอย่างเดิม

ธนูรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาลุกพรวดขึ้นนั่งตั้งสติ ร่างกาย เหมือนไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน ทุกอย่างช่างดูเหลือเชื่อ ทุกเรื่องราวเหมือนเกิดขึ้นจริง บางครั้งเหมือนราวกับฝันไป เขาก้มมองมือตัวเองพบว่าอยู่ในลักษณะเหมือนกำกระดาษแต่กลับไม่พบอะไร แต่เมื่อยกมือขึ้นแบดูแล้วสะดุ้ง บนกลางฝ่ามือมีตัวอักษร สติ...สมาธิ...ปรากฏขึ้นทีละคำก่อนจะเลือนหายไป เขาทรุดตัวแล้วก้มลงกราบ

“ขอบพระคุณมากครับ...หลวงพ่อช้างสาร ด่านพญายม”

ธนูหยุดเล่าหยิบน้ำขึ้นดื่มอย่างใจเย็น บุญสมว่าตนไม่ค่อยมีสมาธิเท่าใดนัก ธนูว่าเมื่อเราเกิดสมาธิ ทุกอย่างจะนิ่งสนิทรวมทั้งจิตของเราด้วย และเมื่อนั้นเราจะแน่วแน่ ไม่ว่าศัตรูจะมาทางใด เราก็สามารถรับมือและตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพและเปี่ยมไปด้วยพลัง

เมื่อเห็นบุญสมพยักหน้าเข้าใจ ธนูถามทันทีว่าพร้อมเมื่อไร เขาว่าถ้าพร้อมช้า พวกไอ้ทองคำทองดีก็จะมีเวลาทำความชั่วมากขึ้น ผู้คนก็จะเดือดร้อนมากขึ้นจึงอยากชิงลงมือ ธนูแนะให้เขารีบฝึกสมาธิ

“ไม่จำเป็น เพราะคุณฝึกมาจนชำนาญแล้วไม่ใช่หรือ”

ooooooo

ทองคำถามสำลีในเช้าวันหนึ่งว่าศรีไพรกับศรีวรรณส่งข่าวมาบ้างหรือเปล่า สำลีว่าหลังโทร.มาบอกว่าอยู่กรุงเทพฯก็ไม่เคยส่งข่าวมาอีกเลย

ทองดีซึ่งนั่งอยู่ได้ยินแล้วหงุดหงิดด่าน้องที่คิดคดทรยศ ยอดเดินเข้ามาอย่างร้อนรนก่อนยื่นจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้ ทองดีรับมาอย่างแปลกใจ เมื่อเปิดดูเป็นจดหมายท้าดวลจากธนู ทองคำตะลึงเพราะคิดว่าธนูตายไปแล้ว สองพ่อลูกหันมาสั่งสมุนให้เตรียมพร้อมแล้วรีบร้อนออกไปทันที

หลังจากนั้นไม่นาน รถตู้สองคันแล่นเข้ามาจอดยังจุดนัดพบ สองพ่อลูกพร้อมสมุนลงจากรถอย่างรวดเร็ว ส่วนรถตู้อีกคันเมื่อประตูเปิดออก บรรดานักสู้นานาชาติก้าวลงมา ทุกคนมีอาวุธครบมือ

ทองดีจ้องธนูเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทองคำกระหยิ่มยิ้มเมื่อเห็นเขามาคนเดียวหันมาสั่งสมุนลุย แล้วชะงักเมื่อบุญสมขี่มอเตอร์ไซค์นำหน้าพุดกับเผือก โดยมีทองก้อนกับลูกสาวรั้งท้ายตามมาติดๆ ทั้งหมดตรงเข้าห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ขณะทองก้อนกำลังต่อสู้กับลูกสมุนคนหนึ่ง กรอง-แก้วเหลือบเห็นมันชักมีดจะพุ่งเข้าแทงพ่อ เธอรีบเอาตัวเข้าขวางรับมีดแทน ทองก้อนตะลึงเมื่อเห็นร่าง

ลูกสาวทรุดลงต่อหน้า เขาตรงเข้าตะบันหมัดใส่มันอย่างบ้าคลั่งจนตายคามือ

ทองก้อนน้ำตานองหน้าขณะประคองกอดร่างที่ไร้วิญญาณ ลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะวางลงแล้วลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้ำหั่นฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง สมุนทองคำค่อยๆทยอยกันล้มตาย แม้กระทั่งเสือยิ่งและเจอร์ราร์ด จ่อยถูกเผือกรวบตัวไว้ ยอดออกอาการแต๋วแตกทันทีขณะกำลังหนีแต่ถูกพุดจับได้ในที่สุด

ทองดีกับบุญสมเข้าต่อสู้กัน โดยมีธนูจับตามองอยู่ บุญสมรวบรวมสมาธิปล่อยหมัดใส่ทองดีอย่างแรงจนมันทรุดลงกับพื้น ทองดีอาศัยทีเผลอพุ่งตัวเข้าชนธนูจนจุก ทั้งคู่ใช้วิชาพยัคฆ์ดำเข้าห้ำหั่นกันก่อนธนูจะปล่อยหมัดพยัคฆ์ดำที่ช้างสารเคยชกคนตายใส่ทองดีจนร่างกระเด็นไปไกล มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

รถตำรวจเปิดหวอแล่นเข้ามาจอด ผู้กองเพชร นายอำเภอปรีชา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งตรงเข้าใส่กุญแจมือทองคำ

“ฉันท่านทองคำนะ ท่านทองคนดีศรีโพธิ์ทอง แกจะมาใส่กุญแจมือฉันไม่ได้ ฉันมีเกียรตินะนายอำเภอ”

“มานี่ ผมขอได้รับเกียรติเป็นผู้ใส่กุญแจมือท่านทองคำเองและขอแจ้งให้ทราบว่า ยาบ้าลอตใหญ่ของท่านทองคำถูกยึดไว้หมดแล้ว ผมมีหลักฐาน แล้วคุณทองดีล่ะ”

ผู้กองเพชรหันมาถามธนู เขาว่าส่งไปนอนแอ้งแม้งหมดฤทธิ์อยู่ด้านโน้น แต่เมื่อเดินไปดูกลับพบเพียง

รอยเลือดไปสิ้นสุดตรงแม่น้ำ ผู้กองเพชรคาดว่าทองดีคงหนีซมซานจนพลัดตกแม่น้ำ นายอำเภอเปรยว่าคงรอด ธนูแย้งหมัดนี้โดนแล้วไม่มีทางรอดไปได้ ผู้กองเพชรบอกทุกคนเดี๋ยวเขาติดต่อนักประดาน้ำให้ลงไปงม เมื่อทั้งหมดเดินออกไป บริเวณผิวน้ำเหมือนมีฟองอากาศผุดขึ้นมา

ooooooo

เช้าวันใหม่ หน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ทอง รถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด เจ้าหน้าที่ลงมาเปิดประตู เดชาก้าวลงจากรถเดินมาทักทายทุกคน

“หวังว่าวันนี้คงไม่มีการชิงตัวคนร้ายกลางทางอีกแล้วนะ”

นายอำเภอว่าวันนี้ไม่มีอย่างแน่นอน เดชาหันไปมองชิ้น เขารีบยกมือขึ้นทำความเคารพและแนะนำตัวว่าคือร้อยตำรวจโทชินวุฒิ ร่วมใจโพธิ์ทอง เผือกทำความเคารพแล้วแนะนำว่าเขาคือจ่าสิบเอกชัยชนะ โพธิ์ทองร่วมใจ ทุกคนในที่นั้นถึงกับตะลึง และอึ้งจนคาดไม่ถึงเมื่อแป๊ะชองที่ทุกคนรู้ว่าเป็นใบ้กลับพูดรายงานตัวชัดถ้อยชัดคำว่าเป็นจ่าสิบเอกทรงชัย ชัยรื่นรมย์ ธนูหันมาถามยังมีอีกมั้ยคุณพ่อ ทุกคนถึงกับร้องอุทานคาดไม่ถึงว่าธนูกับเดชาที่แท้แล้วคือพ่อลูกกัน

“นี่คุณพ่อรู้เรื่องตำรวจปลอม เอ๊ย! ตำรวจปลอมตัวพวกนี้ด้วยหรือครับ”

“แน่นอน พ่อกับผู้กองเพชรรู้เรื่องทั้งหมด อ้อ! ขอแนะนำก่อน นี่นายธนู ลูกชายคนเดียวของผมครับ ส่วนหมวดชิ้นนี่มีหน้าที่คอยตามดูแลความปลอดภัยให้กับธนูอีกชั้นหนึ่ง” นายอำเภอปรีชารีบเชิญทุกคนขึ้นไปนั่งพักบนอำเภอ

พุดเล่าเรื่องแป๊ะชอง ชิ้นและเผือกเป็นตำรวจปลอมตัวมาปราบอิทธิพลมืดในโพธิ์ทองให้จวงกับละไมและละเมียนฟัง ส่วนธนูเป็นลูกชายคนเดียวของผู้บัญชาการเรือนจำ

ธนูกับบุญสมกำลังเดินเข้ามาในร้านพอดี ละไมเห็นรีบหลบเดินเข้าข้างใน ละเมียนมีท่าทีปึงปังขุ่นเคิืองที่ธนูปิดบังเธอและพี่สาวเหมือนไม่ไว้ใจกัน ธนูอธิบาย
เหตุผลไม่ใช่ไม่ไว้ใจแต่เพราะเขาเป็นห่วง ไม่อยากให้มีอันตรายแม้แต่ปลายเล็บ จึงจำต้องเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ

เดชาหาวิธีช่วยเคลียร์ปัญหาหัวใจให้ลูกชายและปลัดบุญสม โดยให้ศรีวรรณกับศรีไพรร่วมมือกันพาบุญสมและธนูไปไหว้พระทองก้อนที่วัด เมื่อละไมกับละเมียนรู้เข้าก็หึงจนต้องแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของธนูและบุญสมอย่างเปิดเผย

เมื่อหนุ่มสาวปรับความเข้าใจกันได้ งานมงคลสมรสของสองคู่ชู้ชื่นจึงได้ถูกกำหนดขึ้น ความหอมหวานของคู่บ่าวสาวบังเกิดขึ้น พร้อมๆกับความสุขสงบร่มเย็นของชาวอำเภอโพธิ์ทองกลับมาอีกครั้ง นับจากนี้ไป...

ที่นี่มีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ทุกคนได้ยินยล

ooooooo

–อวสาน–


ละครคาดเชือก ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านคาดเชือก ติดตามคาดเชือก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เคลลี่ ธนะพัฒน์,อคัมย์สิริ สุวรรณศุข 10 มี.ค. 2558 07:31 2015-03-14T01:18:43+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ