ตอนที่ 6
หลังจากเฉินเปียวบอกฟ้าใสว่าตนรู้เรื่องที่เธอร่วมมือกับเฉินหมิง เขาก็เดินเข้าบ้านเพราะไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าหนักใจอะไรเลย หญิงสาวเสียอีกที่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจต้องวิ่งตามขวางเพื่อชี้แจงให้ชัดเจนแต่ใจสั่นกลัวมาก
“เรื่องฉันกับเฉินหมิงที่คุณพูดเมื่อกี้ ฉันว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิด คุณอย่ามากล่าวหาฉัน”
“เราไม่เคยกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน”
เฉินเปียวเปิดคลิปในมือถือโชว์ให้เห็นภาพตอนที่ฟ้าใสคุยกับเฉินหมิงที่โรงพยาบาล หญิงสาวตกใจที่ถูกสะกดรอยตาม ชายหนุ่มยิ้มใจเย็นอธิบายว่าตนได้รับคำสั่งให้ติดตามเฉินหมิง แต่ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องนี้ ฟ้าใสจำนนจึงสารภาพว่า
“พ่อฉันกำลังจะตาย ฉันต้องช่วยเขา ฉันไม่มีทางเลือก”
“เราทุกคนมีทางเลือก...อยู่ที่ว่าคุณคิดจะมองหา หรือปล่อยให้ความทุกข์บดบังสายตาจนมองไม่เห็นทาง ผมไม่บอกบอสเรื่องนี้หรอกนะ เพราะคุณจะไม่มีวันหาสมุดปกดำเจอ จำเอาไว้อีกอย่างนะคุณฟ้าใส...ถ้าบอสคิดจะเล่นงานเฉินหมิง เขาไม่มีทางมีชีวิตรอดได้มาถึงตอนนี้...บอสกำลังช่วยเฉินหมิง!”
ฟ้าใสหน้าเจื่อนระคนแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เวลานั้นแดเนียลยืนมองร่างไร้สติของเฉินหมิง ก่อนจะหยิบปืนของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมา ฉับพลัน เฉินหมิงรู้สึกตัวตื่นพอดี เขาไม่พอใจที่เห็นอดีตเพื่อนรักจับต้องปืนจึงกระเด้งลุกจากเตียงมาสู้มือเปล่ากับแดเนียล เสียงโครมครามในห้องทำให้ทุกคนข้างนอกตกใจรีบวิ่งเข้ามาดู เฉินหมิงสบโอกาสกระชากฟ้าใสมาจี้เป็นตัวประกันและกระชากเสียงสั่งแดเนียลว่า
“เอากุญแจรถมาให้ฉัน...ฉันไม่ได้ต่อรองแต่สั่งให้แกทำ และขอปืนคืนด้วย”
“นายไม่ต้องทำแบบนี้ก็จะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ปล่อยฟ้าใสก่อน แล้วฉันจะให้สิ่งที่นายต้องการ”
เฉินหมิงไม่มีท่าทีจะยอมทำตามที่แดเนียลขอร้อง จนกระทั่งฟ้าใสเอ่ยปากว่าตนจะยอมไปกับเขาแต่โดยดี ทุกคนมองหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แดเนียลตัดสินใจโยนปืนคืนให้ในที่สุด เฉินหมิงลากตัวฟ้าใสไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ด้านนุตรากับปุยฝ้ายสติแตกถามแดเนียลว่าไม่คิดจะช่วยเหลือบ้างหรือ
“ผมรู้จักเฉินหมิงดี เขาไม่มีวันทำร้ายผู้หญิง อย่าเพิ่งสื่อสารกับใคร จะช่วยฟ้าใสได้ดีที่สุด”
สองสาวได้แต่ฮึดฮัดที่แดเนียลดูไม่อนาทรร้อนใจกับเรื่องนี้ เช่นเดียวกับเฉินเปียวที่ยืนนิ่งเข้าใจสถานการณ์...
ooooooo
เมื่อมาถึงบ้านเฉินหมิง ชายหนุ่มสั่งลูกน้องให้ไปส่งฟ้าใสแทนตัวเองที่เริ่มจะไม่ไหวจากพิษบาดแผล แต่หญิงสาวปฏิเสธเดินเข้าครัวจัดการทำอาหารมาเสิร์ฟให้เขาถึงเตียง ขณะนั้นเฉินหมิงมีทีท่านิ่งเงียบอย่างใช้ความคิดหนัก
“ถ้าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ เวลานี้คุณควรพักผ่อน”
“เรื่องสมุดปกดำไปถึงไหนแล้ว”
“ฉันว่าปัญหาของพวกคุณน่าจะมีอะไรมากกว่านี้เพราะพวกฉันรู้มาว่าแดเนียลไม่ได้ใส่ร้ายแก๊งเสือขาวเรื่องคารีฟ มีใครบางคนพยายามทำให้พวกคุณเข้าใจผิดกัน ฉันคิดว่าถ้าแดเนียลคิดจะฆ่าคุณจริงๆป่านนี้คุณตายไปแล้ว ถ้าเขา...”
ฟ้าใสยังพูดไม่ทันจบ เฉินหมิงดึงเธอเข้ามาจูบอย่างรุนแรง หญิงสาวตกใจพยายามดิ้นรนและผลักเขาออกจากตัว กระชากเสียงถามว่าเขาเป็นบ้าอะไร ชายหนุ่มตาวาวตอบว่า
“ช่วยดึงสติคุณกลับมา เผื่อจูบของผมมันจะดีกว่าไอ้แดเนียล คุณจะได้เลิกเพ้อ เลิกหลง เลิกเชื่อคำพูดของมันสักที!”
เฉินหมิงกระชากตัวฟ้าใสมาจูบอีกครั้ง หญิงสาวดิ้นสุดแรงพยายามจะตอบโต้ด้วยการตบชายหนุ่ม แต่ถูกล็อกแขนทั้งสองข้างไว้ทำให้เธอต้องแสดงทีท่าแข็งกร้าว จนเฉินหมิงใจอ่อนยอมปล่อยตัว ฟ้าใสรีบลุกจากเตียงแล้วพูดรัวใส่หน้า
“ฉันอยากให้แดเนียลพูดว่าคุณเลว...เขาอยากฆ่าคุณ...อยากแก้แค้นคุณ ฉันจะได้ร่วมมือกับเขาจัดการคุณ! แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ...เขาไม่เคยพูดถึงคุณ ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยชื่อ...ฉันจึงใช้หัวใจเชื่อว่าเขาเป็นคนดีเหมือน กับที่ฉันก็เชื่อว่าคุณไม่ใช่คนเลว แต่ความสูญเสียทำให้คุณขาดสติเป็นบ้า ถ้ายังเป็นเช่นนี้เรื่อยไป คุณจะยิ่งบ้าและไม่เหลือใครอีก!”
คำพูดของฟ้าใสกระแทกใจเฉินหมิงอย่างแรง เขาก้มหน้านิ่งคิด...ฟ้าใสเดินปึงปังออกไป ระหว่างทางเดินกลับบ้าน หญิงสาวหงุดหงิดก่นด่าเฉินหมิงที่ถือวิสาสะจูบตน ขณะนั้นมีเท้าของใครบางคนเดินตามเธอ ฟ้าใสรู้สึกได้ก็หันไปมองแต่ไม่เห็นใครจึงเดินเข้าบ้าน ในมุมมืด มุมหนึ่งใกล้ๆกัน แดเนียลยืนมองจนฟ้าใสเข้าบ้านเรียบร้อย...
ooooooo
ที่โรงพยาบาล หมอขวัญมองหมออิฐทำงานแล้วคิดถึงสิ่งที่ฟ้าใสเคยบอกว่าทุกเรื่องที่ชายหนุ่มพูดเกี่ยวกับตนอาจไม่ใช่เรื่องจริง หญิงสาวครุ่นคิดนิ่งๆ ต่างจากหมออิฐที่แสดงท่าทีดีใจคิดว่าเธอหายงอนจึงชวนไปทานข้าวด้วยกัน
“อย่าเข้าใจผิด ขวัญไม่ได้งอนแต่โกรธจริงและยังไม่หายด้วย ที่ยอมมาทานข้าวด้วยเพราะความรักที่ขวัญมีให้คุณมันมากกว่าความโกรธไงคะ เราเห็นคนเจ็บคนตายอยู่ทุกวันและรู้ดีว่าชีวิตไม่แน่นอน ขวัญไม่อยากตายจากไปทั้งที่มีเรื่องค้างคาใจกับคุณ บอกความจริงมาว่า...คุณมีเรื่องอะไรปิดบังขวัญอีกหรือเปล่า”
“มีครับ วันก่อนผมไปเยี่ยมพ่อฟ้าใสแต่ไม่อยากบอกขวัญเพราะกลัวคุณไม่สบายใจ ให้ทายว่าผมเจอใคร... ฟ้าใสมีแฟนใหม่แล้วชื่อแดเนียล เขาเป็นหุ้นส่วนของโลลา ท่าทางพ่อแม่ฟ้าปลื้มเขามาก ไม่มีใครสนใจผมอีกแล้วล่ะ สบายใจได้”
หมอขวัญสะดุดใจกับข้อมูลที่ได้รับ เธออยากรู้ว่าเด็กเมื่อวานซืนแบบนั้นจะไปได้ดีสักแค่ไหนจึงค้นหาประวัติและเรื่องราวของแดเนียลทันที ทันทีที่เห็นรูปของชายหนุ่ม เธอถึงกับใจสั่นไหวกับความหล่อ เกิดความอิจฉาอยากแย่งชิงอีกครั้ง มือไวเท่าความคิด เธอต่อสายหาเพื่อนเก่าสมัยมัธยมอย่างด่วนจี๋ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหนูดีนั่นเอง
ด้วยความเก๋าประสบการณ์ขาเม้าท์ หนูดีรู้ทันว่าหมอขวัญติดต่อขอพบเพราะมีเรื่องบางอย่างที่อยากรู้แน่นอน เธอจึงชวนเจน คู่หูมาสนองความอยากนั่นโดยไม่ลังเล
ด้านราเมศกังวลใจถามฟ้าใสว่าเมื่อไรจะได้คำตอบจากแดเนียลว่ายอมมาถ่ายแบบให้กับนิตยสารโลลา หญิงสาวอึกอักเพราะยังหาโอกาสไม่ได้เลย เจ้านายเห็นท่าทีนั่นแล้วจึงยื่นคำขาดว่า
“จะรอให้สำนักพิมพ์เราเจ๊งก่อนหรือไงจ๊ะถึงจะหาโอกาสได้ งั้นพี่สั่งฟ้าใหม่ดีกว่า ฟ้าต้องทำให้คุณแดเนียลมาถ่ายแบบขึ้นปกกับเราให้ได้ ไม่อย่างงั้นพี่จะต้องพิจารณา...”
ฟ้าใสถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วมาปรึกษากับสองสาวเพื่อนรุ่นพี่อย่างหนักใจ ปุยฝ้ายรับอาสาจะไปเกลี้ยกล่อมให้ราเมศเปลี่ยนคนประสานงานในเรื่องนี้ แต่นุตรากลับเห็นว่าควรทำตามที่เจ้านายสั่งเพื่อให้สำนักพิมพ์กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งเงินของแดเนียล ฟ้าใสครุ่นคิดก่อนบอกว่าจะลองไปพูดกับชายหนุ่มดู เผอิญว่าหนูดีกับเจนได้ยินเข้า ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะแขวะฟ้าใสอย่างหมั่นไส้และสนุกปากจนหวิดจะมีเรื่องกับปุยฝ้าย ฟ้าใสเห็นท่าไม่ดีรีบตัดบทแต่ไม่สำเร็จ หนูดีย้ำว่า
“ถ้าฟ้าไม่ได้เป็นแฟนกับคุณแดเนียล ก็อย่าเที่ยวพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดเหมือนกรณีหมออิฐนั่น หมอขวัญหวังดีจึงฝากพี่มาเตือนเธอ ซึ่งพี่เห็นด้วยว่าอย่ามโนทึกทักไปเองเพราะคนอย่างคุณแดเนียลไม่กินของเหลือใครหรอก อย่างดีก็แค่ชิม!”
นุตรากับปุยฝ้ายขยับจะด่ากลับแต่ไม่ทันเสียแล้ว ฟ้าใสยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วพูดว่า
“ฟ้ารู้แล้วว่าทำไมหมอขวัญถึงคิดว่าฟ้าเป็นแฟนของคุณแดเนียล พี่อิฐคงจะพูดให้เธอสบายใจ...ช่างเขา ฟ้าไม่โกรธ”
ooooooo
ตกดึกที่บ้านเฉินหมิง ชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายด้วยพิษไข้และฝันถึงเหตุการณ์ที่เฉินเปียวถีบเขาตกมาจากตึก เฉินหมิงสะดุ้งตื่นใจเต้นรัวแล้วโล่งใจ ว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น พลันเรื่องที่ฟ้าใสเล่าก็กลับเข้ามาในห้วงคิดอีกครั้ง
“พวกฉันรู้มาว่าแดเนียลไม่ได้ใส่ร้ายแก๊งเสือขาวเรื่องคารีฟ มีใครบางคนพยายามทำให้พวกคุณเข้าใจผิดกัน”
แต่เมื่อต่อสายเล่าให้เทียนคงฟัง เฉินหมิงกลับลังเลใจเพราะลูกน้องไม่เชื่อคำพูดของฟ้าใสแม้แต่นิดเดียว เทียนคงยืนยันว่ามีคนเห็นอาชู ลูกน้องเก่าของแก๊งเสือขาวไปป้วนเปี้ยนอยู่กับหวังเฟย เฉินหมิงเริ่มลังเลใจ เทียนคงเสนอว่า
“ถ้านายน้อยอยากแน่ใจ ผมจะไปที่บ้านอาชู เมียเขาอาจจะรู้ว่าใครสั่งอาชูไปยิงไอ้คารีฟที่เมืองไทย”
ตอนบ่ายวันถัดมา เทียนคงกับฟงไปหาเมียอาชูที่ห้องเช่า แต่พอเคาะประตูร้องเรียกกลับไม่มีเสียงตอบรับ ทั้งคู่เอะใจชักปืนออกมาแล้วค่อยๆดันประตูเปิดเข้าไปอย่างระมัดระวัง สภาพภายในห้องเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมีเสียงแกรกดังขึ้นจากด้านหนึ่งของห้อง เทียนคงหันปืนไปทางเสียงแล้วพบผู้หญิงคนหนึ่งยืนตัวสั่นน้ำตาไหลพราก
“กิมลั้ง...จำอั๊วได้ไหม อั๊วเทียนคงเจ้านายเก่าของอาชู ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น...อั๊วมาดี...แค่อยากถามอะไรหน่อย”
เทียนคงและลูกน้องคนอื่นคิดว่าคงไม่ได้เรื่องเมื่อเห็นกิมลั้งเอาแต่ร้องไห้โฮไม่พูดไม่จา ท้ายที่สุดเทียนคงขอตัวกลับ แต่แล้วจู่ๆกิมลั้งก็ตะโกนว่ามัง-กร-ทอง พร้อมๆกับมีเสียงปืนยิงรัวเข้ามาทันที กระสุนพุ่งเข้าตัวกิมลั้งจนทรุดลงหายใจรวยริน เทียนคงลากร่างเธอเข้าหาที่กำบังและยิงตอบโต้ ก่อนจะสั่งฟงให้พากิมลั้งหนีไป ส่วนเขากับลูกน้องคนอื่นวิ่งทะยานออกไปต่อสู้กับกลุ่มชายชุดดำอย่างดุเดือดแต่ก็สู้ไม่ไหวเพราะมีจำนวนน้อยกว่า
เวลานั้นเทียนคงเห็นท่าไม่ดีจึงกระโดดหนีออกทางหน้าต่างแล้วไปจนมุมอยู่ในซอยหนึ่งข้างตึก เหล่าชายนิรนามกระหยิ่มใจว่าเหยื่อคงไม่มีทางรอด ทันใดนั้น เหมือนโชคช่วย...โอลิเวอร์โผล่มาช่วยเทียนคงได้ทันการณ์พอดี การปรากฏตัวของเขาทำให้พวกนั้นตกใจรีบล่าถอยไปในทันที ฟงวิ่งมาประคองเจ้านายด้วยท่าทีตื่นตระหนกรายงานว่ากิมลั้งตายแล้ว
เทียนคงเจ็บใจยิ่งนัก ก่อนจะต่อสายหาเฉินหมิงรายงานข่าวร้ายและจะนำโอลิเวอร์ไปพบที่เมืองไทย
“เทียนคง...ฉันขอโทษที่ทำให้นายเจ็บตัว”
“ถ้าบาดแผลของผมทำให้นายน้อยกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ผมถือว่าคุ้มค่าครับ”
เฉินหมิงรับปากว่ามันจะคุ้มค่าแน่นอนด้วยแววตามุ่งมั่น...หลังวางสาย โอลิเวอร์พูดเย้ยด้วยน้ำเสียงดูถูกว่าหัวเรือมีจิตใจไม่เข้มแข็งแล้วจะพาเรือฝ่าพายุไปได้เช่นไร เทียนคงโกรธจัดกระชากคอเสื้อสวนกลับว่าถ้าคิดจะอยู่ข้างเดียวกัน ควรจะเคารพประมุขแก๊ง ตนจะทำทุกทางเพื่อช่วยให้นายน้อยฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้เทียนคง กดสายโทร.ออกอีกครั้ง
“พรชัย...ฉันมีเรื่องให้นายช่วย จัดการผู้หญิงสามคนนั่นซะ”
ooooooo
คำสั่งของเทียนคงมีผลอย่างรวดเร็ว ทั้งฟ้าใส นุตราและปุยฝ้ายไม่ทันระวังว่าภัยร้ายกำลังจะคืบคลานเข้ามาหา ทุกคนใช้ชีวิตเหมือนปกติโดยไม่ระแคะระคายว่ามีคนติดตามและเฝ้าจับตามองเพื่อหาโอกาสจัดการตามคำสั่งที่ได้รับมา
เวลานั้นฟ้าใสกำลังฝึกซ้อมคำพูดที่จะใช้เกลี้ยกล่อมให้แดเนียลยอมถ่ายแบบอยู่นอกบ้าน แต่หางตาเธอเห็นพุ่มไม้ใกล้ๆมีการเคลื่อนไหว เธอหันขวับไปคว้าท่อนไม้เดินตรงเข้าไปช้าๆ แต่แล้วมีเสียงชวนชมตะโกนบอกว่าแดเนียลมาหา ทันพอดีกับที่ชายหนุ่มเห็นร่างคนผลุบหลบไป เขาพุ่งตัวเข้าหาคนร้ายแต่ไม่ทัน มันหนีไปได้ ชวนชมกับฟ้าใสเกือบกรีดร้อง พอเห็นมีดปลายแหลมตกอยู่ที่พื้นก็ยิ่งหวาดกลัวหนักขึ้น
ขณะนั้นที่คอนโด ปุยฝ้ายขับรถเข้ามาจอด...ลงจากรถพร้อมถือถุงของกินมากมาย พลันมีสายจากนุตราเข้ามาพอดี
“เป็นคนหรือไก่...โทร.จิกจริ๊ง ฉันกำลังจอดรถซื้อของกินมาครบตามที่แกสั่ง...ว่าไงนะ มีคนพังห้อง!”
ปุยฝ้ายฟังยังไม่ทันจบก็ถูกลูกน้องพรชัยปิดปากกระชากลากตัวกลับขึ้นรถ ทั้งมือถือและถุงอาหารตก
กระจัดกระจาย นุตราได้ยินเสียงเพื่อนสาวกรีดร้องก็ยิ่งตระหนก พยายามร้องเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา พอโทร.กลับอีกครั้งก็พบว่าปลายสายไม่มีสัญญาณ เธอวิ่งออกจากห้องเจอเข้ากับทวยเทพที่งุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นจึงวิ่งตาม เมื่อมาถึงข้างล่างคอนโด นุตราตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นถุงอาหารกับมือถือตกกระจายที่พื้นเธอร้องไห้คร่ำครวญว่าไม่น่าเลย...
ด้านปุยฝ้ายหลังตั้งสติได้ก็ใช้น้ำเย็นเข้าสู้ ถามพวกคนร้ายว่าต้องการอะไร ทุกคนเงียบ หญิงสาวพยายามต่อไปแต่ไม่เป็นผล พลันคนร้ายมองเห็นไฟจากรถกะพริบติดๆกัน จึงจอดรถเดินอาดๆออกไป จู่ๆรถคันนั้นก็เร่งเครื่องหักรถออกมาพุ่งชนมันทันที แล้วปุยฝ้ายก็เห็นเฉินเปียว และใช้โอกาสที่คนร้ายกำลังละล้าละลังก้มลงกัดมือมันสุดแรงแล้ววิ่งตรงไปหาเขาทันที ทั้งสองคนฉุดกระชากวิ่งหนีจนมาถึงริมแม่น้ำ
เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นเพราะถูกคนร้ายติดตาม เฉินเปียวดึงปุยฝ้ายให้กระโดดลงน้ำพร้อมกับเสียงร้องอย่างตกใจของหญิงสาวเพราะว่ายน้ำไม่เป็น...ความกลัวทำให้ปุยฝ้ายดิ้นตะเกียกตะกาย ชายหนุ่มตัดสินใจสยบพฤติกรรมนั่นด้วยการจูบปากและก็ได้ผลเพราะเธอตาโตนิ่งช็อก สองคนว่ายน้ำหนีคนร้ายไปได้ในที่สุด
เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านฟ้าใส แดเนียลโทร.แจ้งเรื่องกับตำรวจและพบว่าคนร้ายประสงค์ในตัวหญิงสาวมากกว่าทรัพย์สิน เขารู้สึกกังวลใจเพราะไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นคนกระทำการนั่น โจวเดินมาแจ้งว่าปุยฝ้ายปลอดภัยแล้ว กวินทร์กับชวนชมแปลกใจทำสีหน้าเป็นคำถามจนฟ้าใสต้องโกหกว่าปุยฝ้ายเกิดอุบัติเหตุไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่บ้าน แดเนียลสั่งการให้ลูกน้องเฝ้าบ้านฟ้าใสอย่างเข้มงวด กวินทร์ยิ้มถูกใจชื่นชมชายหนุ่มว่าเป็นคนดีห่วงใยลูกสาว ในขณะที่ชวนชมสงสัยถามว่า
“แม่ว่าเขาดูแปลกๆ ทำไมต้องมีลูกน้องตามเป็นพรวนอย่างกับพวกมาเฟีย ตกลงเขาทำมาหากินอะไรเหรอฟ้า...หวังว่าไม่ใช่ธุรกิจมืดนะ ถ้าเป็นพวกคนไม่ดี แม่ไม่ยินดีให้เขาคบกับลูกนะ”
ฟ้าใสหน้าซีดก้มหน้าหลบสายตามารดา...
ooooooo
รุ่งเช้าที่บ้านแดเนียลมีโอกาสได้ต้อนรับทวยเทพ อีกหนึ่งชายผู้หมายปองฟ้าใส เขาทำหน้าตาขึงขังสอบถามนายใหญ่แห่งแก๊งมังกรทองว่า
“คุณรู้เรื่องเมื่อคืนหรือยังว่าฟ้าใส ปุยฝ้าย นุตราถูกทำร้ายพร้อมกัน ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“เมื่อคืนผมอยู่กับฟ้าใสที่บ้าน...ผมทำตามสำนวนไทยที่พูดว่า...เข้าตามตรอกออกตามประตู”
“ดีจัง แล้วพ่อแม่เธอรู้หรือยังว่าคุณเป็นมาเฟียจากฮ่องกง เรื่องเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็มีสาเหตุมาจากคุณ”
เฉินเปียวโมโหอารมณ์ขึ้นกระชากเสียงถามว่ามีหลักฐานอะไรมากล่าวหากันแบบนี้ แดเนียลปรามลูกน้องและหันไปบอกทวยเทพว่ามีอีกหลายเรื่องที่เขายังไม่เข้าใจและตนอยากปกป้องฟ้าใส ทวยเทพยิ้มกวนสวนกลับ
“อยากปกป้องฟ้าใสเหรอ งั้นคุณก็ต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างเช่น...ออกไปจากชีวิตของเธอ”
“ฟ้าใสพาผมมาไกลมาก ผมหาทางออกไปจากชีวิตเธอไม่เจอแล้ว...ผมจะปกป้องเธอด้วยวิธีของผม ซึ่งคุณไม่ต้องจำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าถ้าคุณรู้ว่าใครทำร้ายฟ้าใสกับเพื่อนๆช่วยบอกผมด้วย ผมจะถามเขาว่าทำไมต้องทำร้ายผู้หญิงของผม”
ทวยเทพจ้องหน้าแดเนียลอย่างไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้จำใจยอมถอยกลับ เฉินเปียวอดยิ้มขำเจ้านายไม่ได้ว่าในที่สุดก็ต้องเผยตัวตนที่แท้จริงว่าตกหลุมรักฟ้าใสอย่างถอนตัวไม่ขึ้น...
ที่ฮ่องกง พริมาดีใจมากที่แดเนียลลูกชายกลับมาเยี่ยมบ้านแต่ก็สงสัยว่าทำไมมาแบบปัจจุบันทันด่วนขนาดนี้ ชายหนุ่มยิ้มสดใสบอกมารดาว่าตนตั้งใจมาสั่งทำของชิ้นหนึ่งให้ฟ้าใส มีเสียงเย้ยหยันจากหวังเฟยผู้เป็นบิดาว่า
“เดี๋ยวนี้ลมหายใจของแกมีแต่เด็กผู้หญิงคนนั้น... เป็นประมุขของมังกรทอง มันมีหน้าที่อีกมากมายที่ต้องทำ แกอย่าลืมนะ...สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเรามากที่สุดก็คือผู้หญิง อย่าให้เหมือนที่แกเคยคิดว่าโบตั๋นจะไม่มีวันทำร้ายแก...”
“การปกป้องฟ้าใสเป็นหน้าที่ของผม...ฟ้าใสไม่มีวันทำร้ายผม ผมจะกลับมาเมื่อผมแน่ใจแล้วว่าเธอปลอดภัย”
แดเนียลสกัดกั้นอารมณ์โกรธขอตัวไปจัดการธุระ ก่อนจะเดินสวนกับลูกน้องคนหนึ่งของหวังเฟยที่มีรอยสักแปลกๆแต่เขาไม่ทันได้ติดใจสงสัยอะไร ลูกน้องคนนั้นรายงานกับหวังเฟยว่าแดเนียลมีปัญหากับพวกเสือขาวและตำรวจไทยก็เพราะฟ้าใส หวังเฟยนิ่งไม่พูดอะไร แต่สายตาฉายแววกังวลมาก
ooooooo
สำหรับเฉินหมิงในเวลานี้ เขาเร่งออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อให้ฟื้นตัวไวที่สุด เขามีธุระมากมายที่ต้องไปจัดการรวมทั้งเรื่องของหัวใจด้วย ทุกครั้งที่คิดถึงฟ้าใส ดวงตาเขาจะเป็นประกายเหมือนคนตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก
เช้าวันหนึ่ง ฟ้าใสตื่นขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงชวนชมหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับใครบางคนนอกห้อง เธองัวเงียพึมพำว่าแม่คุยกับใครกัน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็ตกใจเพราะเฉินหมิงกับชวนชมนั่งดูไอแพดและหัวเราะคุยเล่นอย่างสนิทสนม เธอวิ่งลงมาชั้นล่างโวยวายถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ชวนชมค้อนลูกสาว
“พูดกับเพื่อนให้มันดีๆหน่อยสิฟ้า เขาอุตส่าห์มีน้ำใจแวะมาเยี่ยมพ่อเรา แล้วก็ยังซื้อสบู่ของแม่ไปหมดลังเลย”
เฉินหมิงยิ้มตาหยีบอกว่าตนอยากช่วยอุดหนุนสินค้า จะได้ช่วยเพิ่มรายได้ในช่วงที่น้าผู้ชายป่วย ชวนชมยิ้มปลื้มถูกใจแล้วไล่ลูกสาวให้ไปอาบน้ำ จะได้ไม่ไปทำงานสาย ฟ้าใสมองชายหนุ่มอย่างระแวง เพียงไม่นาน หญิงสาวก็แต่งตัวเสร็จและรีบลากเฉินหมิงให้ออกไปพร้อมกับเธอ ก่อนจะตวัดเสียงถามเขาว่า
“บอกมาเดี๋ยวนี้ คุณต้องการอะไร ถึงต้องมาเอาใจแม่ฉันแต่เช้า”
“มาจีบคุณไง ตั้งแต่คืนนั้น...ผมก็รู้ใจตัวเองเลยว่าคุณคือคนที่ใช่ ผมเคยจูบผู้หญิงนะ แต่ไม่เคยรู้สึกดีกับใครเท่าคุณ”
ฟ้าใสอ้าปากค้างตวาดกลับให้หยุดพูดเรื่องนั้นและย้ำว่าตนไม่เคยคิดอะไรกับเขา เฉินหมิงยิ้มใจเย็นตอบว่าตนไม่รีบ จะค่อยๆจีบไปเรื่อยๆ หญิงสาวอ่อนใจ ประจวบเหมาะกับรถแดเนียลขับเข้ามาจอดพอดี
เฉินหมิงก้มลงกระซิบกับฟ้าใสว่า
“แต่เรื่องสมุดปกดำ...ผมรีบนะ เพราะผมคงทนให้คุณอยู่ใกล้ไอ้แดเนียลนานๆไม่ไหวแน่”
แดเนียลมองภาพความสนิทสนมของคนทั้งสองด้วยความรู้สึกปวดแปลบข้างในใจ เฉินหมิงเดินเข้าไปหาอย่างยียวนบอกว่าตนชอบฟ้าใส และขอเปิดศึกหัวใจนับตั้งแต่บัดนี้ แดเนียลกำมือแน่นไม่พอใจ ในขณะที่ฟ้าใสเครียดไม่รู้ว่าสองหนุ่มคุยอะไรกัน
ที่สวนสาธารณะ แดเนียลพกพาอารมณ์หงุดหงิดเดินจับมือฟ้าใสลากไปให้ห่างจากลูกน้อง แล้วถามหญิงสาวว่า
“เฉินหมิงทำอะไรคุณหรือเปล่า...เขาบอกผมว่าเขาชอบคุณ อาหมิงไม่เคยพูดเล่นเรื่องความรัก กับโบตั๋นเขายังไม่กล้าพูดความจริงว่าเขาชอบโบตั๋นแต่กับคุณ ...เขากล้า”
ฟ้าใสละล่ำละลักปฏิเสธว่าตนไม่ได้ชอบเขาแต่ส่งสายตาเป็นคำตอบว่าตนชอบแดเนียล ชายหนุ่มอมยิ้มโล่งใจและบอกว่าตนมีของจะให้ แล้วหยิบถุงกำมะหยี่ที่บรรจุกำไลข้อมือสีเงินลวดลายมังกรอ่อนช้อยส่งให้
“กำไลวงนี้เป็นตัวแทนของผมไว้ปกป้องคุณ ถ้าคุณยอมให้ผมอยู่กับคุณยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้ คุณก็ต้องใส่กำไลนี้เอาไว้ ห้ามถอดเด็ดขาดจนกว่าผมจะแน่ใจว่าคุณปลอดภัย”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะใส่ไม่ถอดเลย แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน...คุณต้องถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารโลลา”
แดเนียลอึ้งกับข้อแลกเปลี่ยนนั่น แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้...เมื่อราเมศทราบข่าวดีก็วิ่งโห่ร้องรอบห้องด้วยความดีใจสุดขีด ส่วนปากก็พร่ำพูดขอบคุณฟ้าใสไม่เลิกแล้วลากหญิงสาวไปยืนที่หน้ารูปภาพคุณหญิงย่าเพื่อโชว์ตัวฮีโร่หญิง
ฟ้าใสยิ้มอายทวงว่าอย่าลืมข้อตกลงที่สัญญากันไว้ว่าจะลงนิยายของตนในนิตยสาร ราเมศพยักหน้ายิ้มรับว่าไม่ลืมและสั่งให้หนูดีและเจนวางแผนการตลาดเปิดตัวนักเขียนใหม่ทันที ปุยฝ้ายเสนอให้ฟ้าใสถ่ายปกคู่กับแดเนียลเพราะคอนเซปต์ของฉบับเปิดตัวใหม่เป็นเรื่องความรัก หนูดีมีแผนอื่นในใจแย้งว่า
“หนูดีเห็นด้วยกับไอเดียของปุยฝ้ายนะคะ คอนเซปต์คู่รัก...เราน่าจะมีผู้หญิงถ่ายคู่กับคุณแดเนียล แต่ควรจะเป็นผู้หญิงที่เป็นเซเลบและอยู่ในแวดวงไฮโซจะช่วยดึงดูดฐานคนอ่านให้หลากหลายมากขึ้น...ขอเสนอเป็นคุณหมอขวัญแทนค่ะ”
ooooooo
แม้ว่าแดเนียลตกปากรับคำถ่ายแบบอย่างไม่เต็มใจ แต่เขาก็ใจดีอนุญาตให้กองถ่ายโลลาใช้บ้านบนเขาใหญ่ของตระกูลหวังเป็นสถานที่ถ่ายทำ ระหว่างที่รอให้ทุกคนมาถึง แดเนียลถือช่อดอกไม้เดินขึ้นมาบนเขาเพื่อเคารพหลุมฝังศพโบตั๋น
นายใหญ่แห่งแก๊งมังกรทองยืนนิ่งเหมือนยังอาลัยอาวรณ์ถึงคนรักเก่า จนกระทั่งเฉินเปียวรายงานว่าพวกนั้นมาถึงแล้ว รถตู้กองถ่ายสองคันพร้อมกับคณะของราเมศกำลังทยอยลงจากรถ ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับความกว้างขวางโอฬารของสถานที่ถ่ายทำ ฟ้าใสในฐานะธุรการกองถ่ายร้องถามว่า
“กินข้าวเช้ากันก่อนเลยไหมคะ แม่ฟ้าทำพะแนงหมูกับผัดพริกหยวกมาให้”
แต่แล้วทุกคนก็ต้องละความสนใจเรื่องอาหารเช้า เมื่อหนูดีตะโกนต้อนรับหมอขวัญเสียงดังลั่น สายตาทุกคู่ตกตะลึงในความงามของรูปร่างและเครื่องแต่งกายอันแพงระยับของนางแบบกิตติมศักดิ์ ในขณะที่แดเนียลกับเฉินเปียวยืนมองอย่างไม่มีปฏิกิริยาอะไร เสียงหมอขวัญขอโทษขอโพยที่มาสายเพราะไม่ชินทางและขอไถ่โทษด้วยการนำเอาอาหารเช้าแบบฝรั่งในกล่องหรูหราออกมาแจก หนูดีรีบคว้าเอาขึ้นมาเทียบกับกล่องอาหารของฟ้าใสที่ยืนจ๋อยเพราะรู้นัยของการกระทำนั้นดี
ราเมศตัดบทแนะนำให้นายแบบและนางแบบรู้จักกันอย่างเป็นทางการ หมอขวัญใส่จริตอย่างเต็มที่เพื่อหวังให้แดเนียลสนใจตน แต่การณ์กลับเป็นว่าชายหนุ่มทักทายตามมารยาทแล้วขอตัวเดินตามฟ้าใสออกไป แดเนียลเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว คว้าข้อมือขึ้นมาแล้วบีบกำไลให้แน่นขึ้นบ่นว่ามันใกล้จะหลุดแล้ว ฟ้าใสขอร้องว่าวันนี้ทำงาน ขอถอดเก็บไว้ก่อน
“ถ้าผมเห็นคุณถอดมันออกเมื่อไหร่ ผมจะเลิกถ่ายแบบเมื่อนั้น...ขอข้าวสักกล่องสิ...ผมหิวแล้ว”
ฟ้าใสมองค้อนเขาแล้วส่งกล่องอาหารให้อย่างรู้สึกดี ผิดกับหมอขวัญที่มองทั้งคู่หน้านิ่งแฝงความไม่พอใจอย่างหนัก ด้านปุยฝ้ายทำตัวเป็นตากล้องจำเป็นเที่ยวแอบถ่ายเฉินเปียวด้วยความสุขใจเล็กๆ ต่างจากชายหนุ่มที่รู้ตัวทำหน้าขรึมไม่ยินดียินร้ายจนปุยฝ้ายหมั่นไส้แขวะว่า
“มาเฟียก็คนมีสิทธิ์ยิ้มหัวเราะเหมือนคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องฝืนเก๊กหน้าขรึมตลอดเวลาอย่างนี้ คุณคิดถึงแต่เรื่องในอดีตมาทำให้ไม่กล้ามีความสุขเพราะกลัวผิดหวังอีก ฉันเคยเป็นแบบนี้ตอนที่พ่อแม่ตาย แต่ฉันพบว่าคนเราอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ หัดปรับปรุงตัวเองเสียใหม่นะคะ แค่คุณยิ้ม...คุณก็หล่อไม่แพ้เจ้านายเหมือนกันนะ”
เฉินเปียวนิ่งคิดตามแต่ยังไม่ยอมทำตามง่ายๆกลับเดินหนี เมื่อเดินผ่านรถตู้ติดฟิล์มดำ เขาส่องกระจกพยายามจะคลี่ยิ้ม นุตรากำลังค้นหาของอยู่ในรถ มองเห็นเฉินเปียวกำลังฝึกยิ้มก็นึกขำไปเล่าให้ปุยฝ้ายฟัง เพื่อนสาวรับฟังยิ้มพอใจ
หมอขวัญยังติดใจเรื่องกำไลบนข้อมือของฟ้าใส เมื่อเห็นหญิงสาวเดินผ่านมาจึงเรียกถาม พอรู้ว่าเป็นของฝากที่ทุกคนในออฟฟิศได้รับและชื่นชมแดเนียลที่น่ารักแต่แขวะฟ้าใสว่า
“นี่ถ้าไปเจอผู้หญิงที่ชอบมโนเข้าข้างตัวเอง...ก็อาจคิดได้ว่าคุณแดเนียลมีใจให้ ในออฟฟิศมีใครเป็นแบบนั้นไหมคะ”
ฟ้าใสยืนยันว่าคนในออฟฟิศไม่มีใครคิดแบบนั้น หมอขวัญยิ้มเจ้าเล่ห์สวนว่าตนจะได้สบายใจ หากมีเหตุให้ไปที่นั่นพร้อมกับแดเนียล ฟ้าใสนิ่วหน้าแย้งว่าหมออิฐน่าจะไม่สบายใจมากกว่า ถ้ารู้ว่าแฟนนอกใจ มันคงเจ็บเหมือนกับที่ตนเคยเจ็บ
“งั้นน้องฟ้าก็รับหน้าที่ดูอิฐไปนะคะ เพราะต่อจากนี้ไปพี่คงไม่มีเวลาให้อิฐแล้ว”
หมอขวัญยิ้มให้ฟ้าใสอย่างท้าทาย ในขณะที่ฟ้าใสไม่สบายใจ...การถ่ายแบบดำเนินไปเรื่อยๆท่ามกลางการส่งเสียงเชียร์ของหนูดีว่าแดเนียลกับหมอขวัญสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก ฟ้าใสทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวจึงเดินออกไป
ไม่นานนักมีผู้ชายแต่งตัวแบบทีมงานช่างไฟเดินมาบอกฟ้าใสโดยชี้มือไปยังป่าใกล้ๆกันว่าราเมศต้องการความช่วยเหลือให้ไปยกของ หญิงสาวไม่ทันเอะใจก็รีบกระวีกระวาดทำตาม เธอตะโกนเรียกหา
ราเมศแต่ไม่มีเสียงตอบรับ พลันมีชายลึกลับโผล่มาปิดปากฟ้าใสจากด้านหลัง หญิงสาวพยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่สู้แรงไม่ไหวถูกคนร้ายลากหายไป...
นุตราเดินตามหาฟ้าใสด้วยความกังวลใจเพราะถามหากับใครๆก็ไม่เจอ จนกระทั่งเอะใจวิ่งหน้าตื่นไปบอกทุกคนว่า
“ฟ้าใสหายตัวไปค่ะ นุตตามหาจนทั่วแล้ว โทรศัพท์ก็ปิดเครื่อง คุณแดเนียลคะ...ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องอีกแล้ว!”
ooooooo










