ข่าว

วิดีโอ



กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ชมนาด

กำกับการแสดงโดย: ตะวัน จารุจินดา

ผลิตโดย: บริษัท มงคล การละคร จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: มิกค์ ทองระย้า, พิมประภา ตั้งประภาพร

เพียงแค่รับรู้ว่าฟ้าใส หญิงคนรักบุกเยือนถิ่นเสือขาวด้วยตัวคนเดียว ใจของแดเนียลก็ร้อนรนแทบคลั่ง ถ้าเธอเป็นอะไรไปแค่ปลายก้อย เขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด...ชายหนุ่มขับรถออกไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว

เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านเฉินหมิง ลูกน้องของเทียนคงเดินนำฟ้าใสขึ้นไปหาเฉินเซียวเหยาที่ห้อง ภายในนั้นมีแสงสลัวๆหญิงสาวมีอาการกล้าๆกลัวๆเพราะเคยเห็นฤทธิ์ความคลั่งของเขามาแล้ว เธอยืนนิ่งจ้องมองหน้าตาเขาที่บวมปูดและเต็มไปด้วยรอยช้ำทั่วร่าง... เท่านั้นเองความสงสารก็เอ่อท้นในหัวใจของหญิงสาว เสียงลูกน้องชี้แจงว่า

“คุณชายใหญ่ชอบทำร้ายตัวเอง เราถึงต้องมัดเขาไว้...ถ้าผมแก้มัด เขาอาจทำร้ายคุณได้นะครับ”

“ไม่หรอกค่ะ ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่ทำร้ายฉันอีก ปล่อยเขาสักครู่ได้ไหมคะ เขาอยู่ในท่านี้นานๆอาจจะเมื่อยมาก”

ลูกน้องเทียนคงทำท่าหงุดหงิดแต่ท้ายที่สุดก็ยอมทำตาม พอหลุดจากพันธนาการ เฉินเซียวเหยาก็กระโจนผลุงออกจากเตียงแล้วนั่งคุดคู้ตัวสั่นเทาอยู่ในมุมมืด เมื่ออยู่กันตามลำพัง ฟ้าใสเดินเข้าหาชายหนุ่มช้าๆพลางเอ่ยปาก ถามว่าจำตนได้ไหม เฉินเซียวเหยาเอียงคอจ้องอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผวาเข้าหา ยิ้มหื่นกระหายเห็นเป็นโบตั๋นตามจิตใต้สำนึก ฟ้าใสยืนตัวแข็ง รีบควักเอารูปวาดของเฉินหมิงส่งให้เขาดู เสียงเฉินเซียวเหยาพึมพำอย่างหวาดกลัว

“น้อง...น้อง...น้อง...หนีไป หนีไป”

เฉินเซียวเหยากระชากภาพวาดมาแนบหน้า จูบคร่ำครวญจนกระดาษฉีกขาดไม่มีชิ้นดี ฟ้าใสแย่งคืนแล้วเอาซุกลงในกระเป๋าของตัวเอง ก่อนจะยกมือแตะหน้าเขา สัมผัสอันอ่อนโยนช่วยทำให้ชายหนุ่มสงบลงพร้อมโผเข้ากอดเธอแน่น

“อดทนนะคะ น้องชายคุณกำลังจะมาช่วยแล้ว... สู้ๆนะคะ”

ฟ้าใสทำเสียงปลอบโยนจนกระทั่งเฉินเซียวเหยาหลับ เธอจึงลุกเดินออกไปจากห้อง แต่แล้วเมื่อเปิดประตูก็พบแดเนียลยืนเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าโกรธจัด เขาคำรามเสียงกร้าวบอกลูกน้องเทียนคงว่า

“ฝากบอกนายของแกด้วยว่าฉันพาคุณฟ้าใสกลับแล้ว”

ที่หน้าบ้านเฉินหมิง แดเนียลกระชากมือฟ้าใสที่ดิ้นรนขัดขืนไปยังรถพร้อมกับตะคอกใส่อย่างเกรี้ยวกราดว่า

“กลับไปอวดเก่งที่อื่น อย่ามาทำเก่งแถวนี้...ถ้าคุณยังดื้อ ผมจะกลับไปบอกเทียนคงว่าคุณเข้าไปในบ้านเพราะอะไร รับรองเลยว่าคืนนี้เขาบุกไปหาคุณถึงบ้านแน่”

ฟ้าใสอึ้งยอมทำตัวนิ่งๆไม่คิดโต้แย้งอะไรอีก ขณะนั้นเทียนคงรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆแดเนียลมารับหญิงสาวถึงที่นี่และยังมีท่าทางโกรธจัดอีกด้วย เมื่อเดินเข้าไปในห้องเฉินเซียวเหยา เขาเห็นชายหนุ่มกำลังจูบและเอาหน้าแนบกับอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือ เทียนคงกระชากมาดูก็พบว่าเป็นเศษชิ้นส่วนภาพวาดฝีมือเฉินหมิง เขายืนนิ่งใช้ความคิดหนักว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน...

ooooooo

บรรยากาศภายในรถของแดเนียลเต็มไปด้วยความเงียบ ฟ้าใสนั่งตัวลีบรู้สึกอึดอัด ในขณะที่มาเฟียหน้าหยกขบกรามแน่นเพื่อระงับอารมณ์ เมื่อมาถึงที่บ้านริมน้ำ ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบให้ไปเก็บของเพราะตนเลิกจ้างเธอทำงานนี้แล้ว

ฟ้าใสหยุดชะงัก แล้วหันมาเชิดหน้าตอบอย่าง ทระนงว่าตนยังไม่กลับ เพราะจะอยู่ดูแลเฉินหมิงในฐานะอื่นก่อน

“ไม่ว่าจะฐานะอะไร ผมก็ไม่อนุญาต”

“แต่คุณบอกว่าอยากให้ฉันกับเฉินหมิงรักกัน แล้วคุณจะห้ามฉันไม่ให้อยู่ใกล้เขาทำไม ฉันแค่อยากจะช่วยเท่านั้น”

แดเนียลถอนหายใจเฮือกใหญ่อธิบายว่าเฉินหมิงจะยิ่งรู้สึกแย่ ถ้ารู้ว่าเธอเสี่ยงชีวิตแค่ไหนเพื่อช่วยเขา ฟ้าใสมองลึกเข้าไปในแววตาของมาเฟียหนุ่มด้วยท่าทีมาดมั่น

“ฉันไม่ได้ช่วยเขา แต่ฉันช่วยคุณ...เฉินหมิงบอกว่าหลักฐานชิ้นนั้นจะช่วยให้คุณจัดการกับเทียนคงได้ง่ายขึ้น”

“แต่คุณกำลังทำให้ทุกอย่างแย่ลง และถ้าคุณอยากช่วยผม แค่ทำตามที่ผมสั่ง ไม่สร้างปัญหาให้ผมจะดีกว่า”

ฟ้าใสหน้าชาเม้มปากนิ่งพยายามข่มอารมณ์เสียใจ ก่อนตัดสินใจเอ่ยปากขอโทษและขอร้องว่าอย่าเพิ่งไล่ตนไปไหนเลย แค่นี้พวกเราก็ห่างกันมากพอแล้ว เฉินหมิงได้ยินเสียงโต้เถียงกันระหว่างคนทั้งสองจึงเดินออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีคำตอบจากทั้งคู่ นอกจากสีหน้าวิตกกังวลใจของแดเนียล แค่นั้นเอง...อดีตผู้นำแก๊งเสือขาวก็ปะติดปะต่อเรื่องได้

เฉินหมิงรีบตามประกบฟ้าใสอย่างไม่สบายใจ เขาพยายามพูดปลอบโยนและขอบคุณที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือ แต่เพื่อความสบายใจสำหรับทุกฝ่าย ตนอยากให้เธอกลับบ้าน ฟ้าใสไม่โต้แย้งแต่เดินเข้าไปเก็บกระเป๋าเงียบๆและเล่าว่า

“เฉินเซียวเหยาจำได้ว่าเป็นรูปวาดฝีมือคุณ เขาดีใจมากและรอให้คุณไปช่วยอยู่นะคะ อย่าเพิ่งท้อใจไปเสียก่อนล่ะ”

มาเฟียหน้าหวานยิ้มรับแววตามุ่งมั่นว่าตนไปช่วยแน่นอน ฟ้าใสเดินหอบกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยไม่เหลือบสายตาไปมองว่าแดเนียลนั่งคอยอยู่ที่รถ เฉินหมิง หน้าเสียบอกเพื่อนรักว่าหญิงสาวจะกลับเอง ด้วยทิฐิมานะ ฟ้าใสเดินจ้ำเท้าออกมาจนถึงถนนใหญ่แล้วโบกเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้าน ในขณะที่แดเนียลขับรถตามไปส่งเงียบๆในใจมีแต่ความเศร้า

หลังจากฟ้าใสกลับบ้านแล้ว เฉินหมิงนั่งดูรูปวาดที่ฉีกขาดและยับเยิน เสียงพี่ชายยังคงดังก้องอยู่ในหัวว่า

“นายเก็บมือของนายไว้วาดรูปตามความฝันของนายเถอะ เรื่องของแก๊งเสือขาว ฉันจะจัดการเอง”

เฉินหมิงรู้สึกเศร้า...ถ้าเขาอยู่ที่นั่น เรื่องราวคงไม่เลวร้ายขนาดนี้ ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้าใครคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ สัญชาตญาณระวังภัยก็ทำหน้าที่ของมันโดยอัตโนมัติ เสียงขึ้นไกปืนดังคลิก...แดเนียลพูดล้อว่า

“ฉันยอมให้ปืนนายไว้ป้องกันตัว ไม่ใช่เอามายิงฉัน อุตส่าห์กลับมาทำแผลให้...เหมือนดังเช่นในอดีต จำไม่ได้เหรอ”

“นั่นมันตอนเด็ก ตอนนี้พวกเราเปลี่ยนไปแล้ว”

“ระหว่างเราไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลง...จำไว้นะ!”

ชายหนุ่มสองคนจ้องหน้ากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะคลายยิ้มด้วยความซาบซึ้งใจ...ในขณะที่แดเนียลทำแผลให้เพื่อนรัก จู่ๆเฉินหมิงก็ถามว่าโบตั๋นกับฟ้าใสต่างกันอย่างไร มาเฟียหน้าหยกนิ่งคิดแล้วตอบว่า

“โบตั๋นจะยอมทำสิ่งที่เป็นความสุขของคนคนนั้น แต่ฟ้าใสจะสร้างความสุขให้คนอื่นในแบบของเธอเอง... ความตายของโบตั๋นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอรักฉันมากแค่ไหน รักจนยอมตายแต่ไม่ยอมให้ใครใช้เธอเป็นเครื่องมือทำลายฉัน”

“นายกำลังพูดถึงแก๊งเสือขาวใช่ไหม ฉันไม่ยอมให้โบตั๋นตายเปล่า แต่ฉันขอสัญญาว่าจะเอาแก๊งเสือขาวคืนมาจากไอ้เทียนคง แล้วทำให้แก๊งแข็งแกร่งเหมือนเดิมเพื่อให้สมเกียรติพอที่จะขอโทษนายและแก๊งมังกรทอง”

สองหนุ่มแห่งเสือขาวและมังกรทองต่างมองตากันอย่างมุ่งมั่น...ตกดึกคืนเดียวกัน เฉินเปียวลักลอบเข้าบ้านเฉินหมิงตามคำสั่งของแดเนียลเพื่อค้นหาเอกสารสัญญาลักลอบซื้อขายอาวุธเถื่อนของแก๊งเสือขาว ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานก็หามันพบและจัดการถ่ายรูปเก็บไว้ใช้กำราบคนชั่วบางคน

ooooooo

รุ่งขึ้นที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง หวังเฟยมีสีหน้าตกใจเมื่อเทียนคงเสนอในที่ประชุมขอเปลี่ยนระบบการดำเนินธุรกิจเป็นแบบเดิมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายทุกชนิด ผู้นำแก๊งอื่นก็เห็นชอบด้วยเพราะรายได้ในปัจจุบันตกลงไปมาก

“เถ้าแก่หวัง ตอนนี้แก๊งเสือขาวเป็นผู้นำพวกเรา เราควรเคารพการตัดสินใจของคุณเทียนคง”

“แต่ผมว่าเขาไม่เหมาะสมเป็นผู้นำ เพราะผู้นำต้องไม่ทำผิดกฎ เรายึดหลักข้อนี้มายาวนาน”

ทุกคนหันไปมองตามเสียงก็พบว่าเป็นแดเนียลที่เดินเข้ามาพร้อมเฉินเปียว เทียนคงสวนกลับว่าตนไม่เคยทำผิดกฎ แดเนียลยิ้มเหี้ยมชี้แจงว่า

“เมื่อสองปีที่แล้ว ตอนที่ผมเป็นผู้นำ เคยออกกฎห้ามแก๊งไหนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่ผมเพิ่งรู้มา...ว่าตอนนั้นแก๊งเสือขาวลักลอบค้าอาวุธเถื่อน โดยมีท่านเทียนคงเป็นคนดำเนินการแทนตระกูลเฉิน ซึ่งถ้าผมไม่มีหลักฐานเพียงพอก็คงไม่กล้าพูดแบบนี้...แม้กระทั่งเรื่องที่ผมถูกใส่ร้ายว่าฆ่าพ่อกับพี่ชายเพื่อน ถ้าผมไม่แน่ใจ ผมไม่เคยพูดแก้ตัวเลยสักคำ”

เทียนคงนิ่งเงียบไม่กล้าโต้แย้ง หวังเฟยสบโอกาสสำทับว่าเวลานี้เรื่องเปลี่ยนระบบคงไม่สำคัญเท่ากับการเปลี่ยนตัวผู้นำหลักของแก๊ง สองพ่อลูกสบตากันแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะในเกม ส่วนเทียนคงกำมือแน่นด้วยความโมโหจัดแต่ทำอะไรไม่ได้

พอกลับถึงแก๊งเสือขาว เทียนคงลากตัวเฉินเซียวเหยามาชกไม่ยั้งเพื่อระบายความโกรธ พรชัยตรงเข้าห้ามเพราะกลัวว่าเฉินเซียวเหยาจะตายก่อนแผนการเป็นใหญ่จะสำเร็จ เทียนคงกัดฟันกรอดสงสัยว่าแดเนียลรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร พรชัยรับอาสาจะตามสืบเรื่องให้โดยเร็ว

รุ่งเช้าวันใหม่ ฟ้าใสกลับไปทำงานที่สำนักพิมพ์โลลา และต้องแปลกใจเมื่อเห็นป้ายประกาศห้ามพนักงานตบกัน เพื่อนร่วมงานหันรีหันขวางกระซิบบอกว่าสองสามวันก่อน หนูดีแอบส่งคลิปประจานปุยฝ้ายเรื่องแย่งสามีชาวบ้าน

ฟ้าใสอ้าปากค้างแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แถมยังตกใจมากเพราะเนื้อหาในคลิปมีส่วนหนึ่งที่พูดถึงเธอว่ารับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ประจวบเหมาะนุตรากับปุยฝ้ายมาถึงที่ทำงาน สามสาวต่างมองหน้ากันอย่างลำบากใจ ฟ้าใสทนไม่ได้ขอเคลียร์ “เดี๋ยวสิคะ พี่ฝ้ายเข้าใจผิด คน ที่ฟ้ากับคุณเฉินเปียวซ่อนกันไว้ไม่ใช่เมียเขา แต่ฟ้าบอกไม่ได้จริงๆว่าเขาเป็นใคร”

“แล้วพี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าฟ้าไม่โกหก”

“ถึงฟ้าจะพูดไม่ได้ แต่ฟ้ามีวิธีทำให้พี่ฝ้ายมั่นใจ... โน่นไง เฉินเปียวมาแล้ว”

ปุยฝ้ายหน้านิ่วไม่ได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่ม เธอแสร้งเชิดหน้าใส่เขาถามว่ามีอะไรให้

รีบพูด ตนมีเวลาไม่มากนัก เฉินเปียวยกกำปั้นขึ้นตรงหน้าหญิงสาวพร้อมกับดีดนิ้วก้อยขึ้นมา

“เราดีกันนะ...ผมยืนยันว่าไม่มีลูกเมีย ถ้ามี ผมจะไม่ปล่อยใจให้รักคุณเด็ดขาด”

พูดจบแล้วมาเฟียหน้านิ่งก็ดึงตัวปุยฝ้ายเข้ามาจูบโดยไม่สนใจคนรอบข้าง หญิงสาวหลับตาพริ้มได้ยินเสียงเขากระซิบอีกครั้งว่ารักเธอที่ข้างหู ปุยฝ้ายยิ้มดีใจจนออก นอกหน้า ก่อนได้สติถามว่าคนชื่อเหมยเป็นใคร เฉินเปียวยิ้มอ่อนใจตอบว่า

“เธอเป็นเมียอาโจว เพิ่งคลอดลูกได้ไม่ถึงเดือน ไอ้โจวเห่อมาก จนผมเซ็งอยากมีลูกบ้าง”

เฉินเปียวทำตาปรอยก้มหน้าจะจูบปุยฝ้ายอีก พวกหนูดีเห็นแล้วส่งเสียงวี้ดว้ายพยักพเยิดราวกับว่าคู่นี้ยังหน้าด้านไร้ยางอายผิดศีลธรรมอยู่ มาเฟียหนุ่มถอนใจหงุดหงิดลากปุยฝ้ายเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับประกาศเสียงดังว่า

“ผมรู้มาว่าทุกคนที่นี่เข้าใจผิดคิดว่าผมมีครอบครัวแล้ว ผมขอประกาศตรงนี้เลยว่า...ผมยังโสด ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่เคยมีภรรยาและลูก แต่อีกไม่นานผมก็จะสละโสดกับผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ผมตกหลุมรัก...นั่นก็คือคุณปุยฝ้าย”

ปุยฝ้ายยิ้มแก้มแทบปริ เขินหน้าแดงกับความบ้า ระห่ำของเขา นุตรารีบนำทีมปรบมือให้กำลังใจสุดพลัง...

ooooooo

ที่หน้าบริษัท หวังเฟยเดินคุยกับลูกค้ารายใหญ่อย่างอารมณ์ดีเกี่ยวกับธุรกิจขนส่งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับหมอขวัญหิ้วถุงอาหารมาขอพบกับแดเนียลเข้าพอดี เสียงลูกค้าทักทายหญิงสาวอย่างสนิทสนมทำให้หวังเฟยแปลกใจ

“คุณลุงเป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อขวัญค่ะ ท่านเห็นขวัญมาตั้งแต่ขวัญเกิด”

เจ้าพ่อมาเฟียยิ้มพอใจและมองหมอขวัญด้วยสายตาชื่นชม แต่ยังไม่ทันไร เขาก็ได้ยินเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดเมื่อรู้ว่าลูกชายตัวดีแอบจ้างฟ้าใสให้มาทำงานข้างกาย หวังเฟยรู้สึกไม่สบายใจเพราะหมายตาหมอขวัญให้เป็นลูกสะใภ้

พอสอบถามเข้า แดเนียลก็ยอมรับอย่างไม่สะทก สะท้านว่าตนให้ฟ้าใสมาทำงานในเรื่องส่วนตัว หวังเฟยรู้สึกฉุน

“หวังว่าคงไม่ใช่งานปรนเปรอความสุขให้แกนะ ฉันไม่อยากให้หมอขวัญเข้าใจว่าแกเลี้ยงยายเด็กนั่นเป็นเมียเก็บ”

แดเนียลมองพ่ออย่างไม่ชอบใจ เขารู้ดีว่าพ่อพยายามยัดเยียดให้หมอขวัญมาเป็นคู่ขวัญ หวังเฟยอธิบายว่าผู้หญิงอย่างนี้เอื้อต่อธุรกิจของพวกเรา เพราะเธอกว้างขวางรู้จักคนใหญ่คนโตมากมาย มาเฟียหน้าหยกทำหน้าหนักใจแต่ขัดพ่อไม่ได้ ซ้ำร้ายยังถูกหวังเฟยสั่งให้พาหมอขวัญไปดินเนอร์อีกในคืนนี้

ณ ร้านอาหารหรู แดเนียลต้องละเหี่ยใจหนักกว่าเดิมเมื่อหมอขวัญไม่มีท่าทีอึดอัดที่เหมือนถูกจับคู่ หญิงสาวยิ้มขำชี้แจงว่าหวังเฟยอยากให้ตนเป็นลูกสะใภ้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความเหมาะสมย่อมมาก่อนความรัก แดเนียลฝืนยิ้มชื่นชมว่าเธอฉลาด แต่ภายในใจไม่ได้เห็นคล้อยตามกับสิ่งที่หมอขวัญเอ่ยมา

หลังทานอาหารเรียบร้อย ทั้งแดเนียลกับหมอขวัญก็ต้องเผชิญกับเหตุร้ายอีกครั้ง มีผู้ชายคนหนึ่งพยายามใช้ปืนเก็บเสียงลอบฆ่ามาเฟียหน้าหยก แต่ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ชายหนุ่มแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างหวุดหวิด ส่วนคนร้ายหนีไปได้ ในขณะที่หมอขวัญบาดเจ็บข้อเท้าแพลง เฉินเปียววิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกเทียนคง แดเนียลพูดเสียงเรียบว่า

“ฉันก็มั่นใจด้วยว่า...เขาแค่ต้องการขู่ฉัน ไม่ถึงกับจะเอาชีวิต เพราะไม่อย่างงั้นฉันคงจะไม่รอด”

รุ่งเช้าที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง แดเนียลแปลกใจเมื่อได้รับแจ้งว่าหมออภิวัฒน์มารอพบในห้องรับแขก

“คุณหมอมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ อุตส่าห์มาหาผมถึงที่นี่”

“ผมอยากคุยกับคุณเรื่องหมอขวัญ ที่ผ่านมาคุณทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอ จนทุกคนคิดว่ามันเกินกว่าคำว่าเพื่อน อย่าแค่มาขอโทษเพราะชื่อเสียงของลูกสาวผมต้องเสียหาย ลำพังแค่เรื่องถอนหมั้นจากหมออิฐก็แย่พอแล้ว ผมไม่อยากให้ลูกสาวถูกลือในทางเสียหายอีก ถ้าคุณไม่คิดอะไรกับเธอ...ก็ช่วยเลิกติดต่อเสียที”

หวังเฟยอดไม่ได้ต้องเข้าร่วมวงสนทนานั่น พร้อมกับประกาศว่าแดเนียลจะไม่เลิกติดต่อกับหมอขวัญ

แต่เขาจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุด มาเฟียหนุ่มมีสีหน้าเครียดเพราะพ่อพูดแบบมัดมือชกจนเขาไม่มีช่องว่างอื่นให้ลดเลี้ยวอีก พริมาโวยวายหนักเมื่อรู้ข่าวนี้ เธอประกาศกร้าวว่าลูกชายจะต้องแต่งกับคนที่เขารักเท่านั้น หวังเฟยสวนทันควัน

“เช่นคนทรยศอย่างโบตั๋น หรือผู้หญิงไว้ใจไม่ได้อย่างฟ้าใสใช่ไหม แต่งงานกับแม่พวกนี้ไร้ประโยชน์... เอาเป็นว่าถ้าแกยอมแต่งงานกับหนูขวัญ ฉันจะคืนตำแหน่งผู้นำแก๊งมังกรทองให้แก และขอให้รู้ว่าทุกอย่างที่ฉันทำก็เพราะรักมากนะ”

พริมาเงียบเถียงไม่ออก ในขณะที่แดเนียลก้มหน้ายอมรับโดยดุษฎี

ooooooo

ข่าวการแต่งงานระหว่างแดเนียลกับหมอขวัญมาถึงสำนักพิมพ์โลลาในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากว่าที่เจ้าสาวต้องการจ้างราเมศกับทีมงานเป็นออกาไนเซอร์จัดงาน หนูดีกับเจนดีใจจนเนื้อเต้น ในขณะที่นุตรากับปุยฝ้ายมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เช่นเดียวกับฟ้าใสที่รู้สึกสะเทือนใจแทบจะล้มทั้งยืน เธอพยายามข่มใจไม่ให้ร้องไห้ แต่โชคชะตาก็เล่นตลกโดยส่งหมอขวัญตามมารังควานอีกจนได้

“ไม่ขอบคุณพี่สักคำเหรอคะ ที่พี่สอนน้องฟ้าให้รู้จักคำว่าแพ้อยู่บ่อยๆ คราวหลังจะได้เจียมตัวไม่คิดแข่งกับใคร”

“พี่ขวัญแต่งงานกับคุณแดเนียล เพราะแค่จะเอาชนะฟ้าเท่านั้นเหรอคะ ถ้าพี่ขวัญไม่ได้รักเขาก็ไม่ควรแต่งงานนะคะ”

“เอาความคิดนี้ไว้เขียนนิยายรักน้ำเน่าเถอะ เพราะชีวิตพี่อยู่กับความจริงที่ว่าคือคุณแดเนียลเลือกพี่ไม่ใช่เธอ...ฟ้าใส”

ฟ้าใสจ้องหน้าหมอขวัญอย่างเอาเรื่องแล้วพูดเสียงเข้มว่าตนขอภาวนาให้เธอเจ็บปวดกับความจริงที่เลือก

ที่บ้านริมน้ำ เฉินหมิงปลอบใจฟ้าใสให้ทำใจยอมรับว่าเธอเป็นคนที่ไม่ได้ถูกเลือก และหันมาเปิดใจให้ตนดีกว่า หญิงสาวยิ้มเศร้ายืนยันว่าไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว...ประโยคนี้ทำให้แดเนียลที่แอบฟังอยู่รู้สึกผิดอย่างมาก

หมออิฐเองก็มีอาการไม่ต่างจากฟ้าใส แม้ภายนอกจะทำท่าไม่ยี่หระกับข่าวแต่งงานของหมอขวัญ แต่เมื่อเจอกันซึ่งหน้า เขาอดไม่ได้ที่เยาะหยันเธอ จนถูกตอกกลับหน้าหงายว่าผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยเช่นฟ้าใสนั้นควรคู่กับเขาแล้ว ชายหนุ่มกำมือแน่นเคียดแค้นใจ ตกบ่ายวันนั้นเขาพาฟ้าใสไปซื้อรถเพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกหญิงสาวได้อีก แทนที่ฟ้าใสจะดีใจกลับโกรธ

“ฟ้าภูมิใจในชีวิตตัวเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งใครค่ะ แล้วถ้าพี่อิฐอยากจะให้ฟ้าเชื่อว่าพี่รักฟ้าจริง พี่ลองบอกฟ้าหน่อยว่าฟ้าชอบอะไร ใฝ่ฝันอยากเป็นอะไร หรือมีความสุขกับเรื่องอะไร เราคบกันมาหลายปี...พี่อิฐยังไม่รู้เลย คนเรารักกันก็ต้องเอาใจใส่กัน ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเอง ต่อไปนี้อย่าพูดคำว่ารักฟ้าอีกเพราะพี่อิฐไม่มีวันรู้จักมันอย่างถ่องแท้แน่นอน”

ทั้งแดเนียลและฟ้าใสต่างไม่มีความสุข แต่เพราะเหตุการณ์บังคับจึงทำให้สองคนต้องพยายามตัดใจ...และแล้วไม่นานหลังจากนั้นก็มาถึงวันหมั้น พนักงานของโลลาถูกเกณฑ์ให้มาช่วยจัดงานในฐานะออกาไนเซอร์ นุตรากับปุยฝ้ายทำงานไปอย่างเซ็งๆ ไม่มีกะจิตกะใจอยากร่วมแสดงความยินดี

เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านฟ้าใส ชวนชมรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวอย่างมาก เพราะนับตั้งแต่ที่เธอรู้ข่าวการแต่งงานของแดเนียลกับหมอขวัญ หญิงสาวเอาแต่เก็บตัวนอนนิ่งน้ำตาไหล ไม่รับรู้สถานการณ์รอบข้าง ชวนชมสงสารลูกจับใจ

“ฟ้า...ลุกไปช่วยแม่กับพ่อขายของเถอะลูก วันนี้วันหยุด ลูกค้าเยอะ...หนูควรลุกขึ้นสู้กับความจริงดีกว่ามานอนเป็นท่อนซุงแบบนี้ จะวันไหนๆมันก็เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้ว่าหนูเป็นคนที่ไม่ถูกเลือก”

ฟ้าใสคิดคล้อยตาม ก่อนจะลุกขึ้นตามแรงดึงของแม่ แต่ลงมาช่วยไม่นาน มีลูกค้าถามถึงแดเนียลตอกย้ำให้เธอช้ำใจหนักขึ้น ท้ายที่สุดทั้งกวินทร์และชวนชมต้องปิดร้านเพื่อหาหนทางปลอบใจลูกสาว

ด้านแดเนียลเตรียมตัวพร้อมเข้าพิธีหมั้น แต่ในใจยังคงคิดถึงฟ้าใสที่มีอาการไม่ต่างกัน ขณะมือชายหนุ่มจะกดโทร.หา ก็มีสายจากหญิงสาวแทรกเข้ามา เขา กดรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ปลายสายอีกฝั่งเอ่ยขึ้นว่า

“ฉัน...ฉันจะโทร.มาแสดงความยินดีกับคุณค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ”

ไม่มีเสียงตอบใดๆจากมาเฟียหนุ่มนอกจากความเงียบ น้ำตาของฟ้าใสเริ่มเอ่อล้นอยากจะถามเขาใจจะขาดว่าตนผิดอะไร อยากขอร้องให้เขาเปลี่ยนใจ เสียงสะอื้นเบาๆลอดผ่านทางโทรศัพท์ แดเนียลตัดสินใจพูดแต่เพียงว่าขอบคุณแล้วกดวางสาย ฟ้าใสไม่อาจสกัดกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป เธอร้องไห้โฮ

ทั้งกวินทร์และชวนชมเห็นสภาพลูกสาวแล้วแทบใจสลาย สองคนสบตากันทำตัวเข้มแข็งแกล้งร่าเริงชวนลูกสาวไปเที่ยวเพื่อให้ลืมความทุกข์ ฟ้าใสหัวเราะทั้งน้ำตาอบอุ่นใจที่มีพ่อแม่คอยเคียงข้างในยามที่รักเป็นพิษอย่างแสนสาหัส ไม่ต่างจากพริมาที่แอบดูลูกชายมีท่าทีทุกข์ใจ เธอโอบกอดเขาไว้พูดให้กำลังใจว่าความดีจะทำให้เขาพบกับความสุข

เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านแก๊งเสือขาว เฉินเซียวเหยานอนกระสับกระส่ายฝันร้ายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกเทียนคงทำร้ายและภาพฟ้าใสกระซิบบอกเขาว่าน้องชายกำลังจะมาช่วย...ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นหวาดกลัวกับความฝันนั้น

เป็นเวลาเดียวกับหยางเปิดประตูถือถาดข้าวเข้ามาส่งให้ เฉินเซียวเหยากระโดดลงนั่งคุดคู้อยู่กับพื้นทำมือทำไม้บอกให้ทำตัวเงียบๆและใช้มือผลักถาดข้าวจากมือหยางจนกระเด็น เทียนคงกับพรชัยได้ยินเสียงเหมือนของตกก็รีบวิ่งมาดู เฉินเซียวเหยาห่อปากทำเสียงจุ๊ๆแล้วบอกว่า

“เบาๆ น้องกำลังมาช่วยแล้ว...เงียบน่า เดี๋ยวน้องมาแล้ว”

“ว่ายังไงนะ ใครบอกแก...กูถามว่าใครบอก!”

“บะ...โบตั๋น โบตั๋นบอก...กะ กลัวแล้ว อย่า!...”

เทียนคงชักสีหน้าไม่พอใจ ในที่สุดเขาก็รู้คำตอบแล้วว่าแดเนียลได้ยินความลับของแก๊งเสือขาวมาจากใคร

ooooooo

เพียงไม่กี่นาทีให้หลัง ขบวนรถของแก๊งเสือขาวหลายคันก็วิ่งมาจอดลงตรงหน้าบ้านของฟ้าใส พวกมันจ้องมองเข้าไปในบ้านด้วยแววตาโหด ขณะนั้นฟ้าใสนั่งรอพ่อกับแม่ที่ชั้นล่าง เธอตกใจสุดขีดเมื่อเห็นพวกเทียนคงบุกเข้ามาอย่างอุกอาจ

“เทียนคง! คุณมาทำอะไรที่นี่”

“เอาของมาคืนคุณน่ะสิ คุณทำตกไว้ที่ห้องคุณชายใหญ่”

เทียนคงโชว์เศษภาพวาดให้ฟ้าใสดูแล้วตะคอกถามว่าเอามันมาจากที่ไหน หญิงสาวตกตะลึงตัวชาวาบพยายามเก็บอาการกลัวตอบว่าเฉินหมิงเคยวาดให้ตนนานมาแล้ว เทียนคงจ้องเธอด้วยสายตาคาดคั้น

“พูดความจริงกับผมเถอะครับคุณฟ้าใส นายน้อยอยู่ที่ไหน...แล้วครอบครัวจะปลอดภัย! บอกมาเดี๋ยวนี้!”

ฟ้าใสยืนละล้าละลัง เทียนคงส่งสัญญาณให้พวกลูกน้องทำลายข้าวของภายในบ้าน กวินทร์กับชวนชมวิ่งลงมาหน้าตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงดังโครมครามที่ชั้นล่าง เจ้าบ้านฝ่ายชายร้องถามลูกสาวเสียงหลงว่าคนพวกนี้เป็นใคร ลูกน้องเทียนคงกรูเข้าไปจับตัวคนทั้งสองไว้ ฟ้าใสวิ่งถลาเข้าไปช่วยแต่โดนพรชัยคว้าแขนแล้วเหวี่ยงกระแทกกับพื้น...

กวินทร์อ้าปาค้างรู้สึกคุ้นหน้าพรชัยอย่างบอกไม่ถูก ก่อนนึกได้ว่าเคยเจอเขาที่ผับตอนมีเรื่องในอดีต เทียนคงยิ้มร้าย

“จะบอกอะไรให้นะ เรื่องร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นกับพ่อคุณ ทั้งหนี้และการถูกเล่นงาน ล้วนเป็นแผนของเฉินหมิง เขาทำเพื่อบีบให้คุณยอมทำงาน ผมเตือนเขาเสมอว่ามันไม่ได้ผล มีวิธีอื่นที่บีบคุณง่ายและสนุกกว่านั้นเยอะ อย่างเช่นวิธีนี้”

เทียนคงส่งสัญญาณให้พวกลูกน้องรุมกระทืบกวินทร์กับชวนชมไม่ยั้ง ฟ้าใสกรีดร้องด้วยความตกใจแล้วยอมจำนนในที่สุด...ขบวนรถของเสือขาววิ่งบึ่งไปยังบ้านริมน้ำอันเป็นสถานที่เก็บซ่อนตัวของลูกชายคนเล็กแห่งตระกูลเฉิน ฟ้าใสนั่งภาวนาขอให้มีใครสักคนมาช่วยเหลือ ระหว่างนั้นเธอแอบกดมือถือหาแดเนียลแต่ไม่มีการตอบรับ

เฉินเปียวเห็นแล้วว่ามือถือของนายมีสายเข้ามาจากฟ้าใส เขายื่นส่งให้แดเนียลที่มองเงียบๆไม่มีทีท่าว่าจะรับสาย เหมือนมีบางสิ่งมาดลใจมาเฟียหน้านิ่งให้โทร.กลับ เวลานั้นฟ้าใสรู้สึกร้อนรนว่าทำไมแดเนียลไม่รับสาย พอมีเสียงเรียกเข้าจากเขา ฟ้าใสตาโตกดรับแล้วตะโกนขอความช่วยเหลือทันที เทียนคงเห็นแล้วเดือดดาลฟาดมือใส่หน้าหญิงสาวจนเกือบสลบ ก่อนเขวี้ยงมือถือออกนอกรถ เฉินเปียววิ่งตามหาปุยฝ้ายโดยขอร้องให้โทร.หาพ่อแม่ของฟ้าใส

“หา! แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฝ้ายจะช่วยฟ้าเอง... เฉินเปียวเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ฟ้าใสโดนพวกเทียนคงจับตัวไป ตอนนี้มันบังคับฟ้าให้พาไปหาคุณเฉินหมิงที่เซฟเฮาส์”

เฉินเปียวตะลึงตัวชากับสิ่งที่ได้ยิน เขากำลังจะวิ่งไปบอกแดเนียลแต่หวังเฟยสั่งห้ามโดยบอกว่ามันเป็นปัญหาของเสือขาว ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง มาเฟียหน้านิ่งยืนจ้องหวังเฟยชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจตอบว่า

“ผมยอมไม่เป็นมังกรทอง แต่ผมไม่ยอมเห็นบอสเสียใจไปตลอดชีวิต ถ้าไม่มีโอกาสได้ช่วยผู้หญิงที่เขารัก!”

ปุยฝ้ายยิ้มภูมิใจในตัวคนรัก เฉินเปียววิ่งเข้าไปกระซิบบอกแดเนียลอย่างร้อนใจ เท่านั้นเอง สีหน้าของมาเฟียหน้าหยกก็แปรเปลี่ยน ดวงตาฉายแววโกรธแค้นดั่งไฟบรรลัยกัลป์ผลุนผลันขึ้นรถออกจากงานทันที ขณะนั้น หมอขวัญได้ยินเสียงดังเอะอะที่ข้างล่าง เธอรู้สึกใจไม่ดี พอเห็นสีหน้าพริมาก็เดาเรื่องได้ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวผวาวิ่งตามเพราะไม่อาจทนเห็นสายตาสมเพชจากพวกแขกว่าเธอเป็นหม้ายขันหมาก ความเสียใจกลัวเสียหน้าทำให้สติหลุด พูดพรั่งพรูทั้งน้ำตา

“รถขวัญอยู่ไหนคะพ่อ ขวัญจะไปตามคุณแดเนียลกลับมา เขาจะทิ้งขวัญไปแบบนี้ไม่ได้! จะไม่มีการขอโทษอะไรทั้งนั้นเพราะคุณแดเนียลต้องกลับมา...ทำไม เขาใจร้ายกับขวัญ ขวัญทำอะไรผิด ทำไมเขาถึงเลือกนังเด็กคนนั้น”

ทุกคนรู้สึกเศร้าใจกับหมอขวัญ แต่ไม่อาจทำอะไรไปได้มากกว่าปลอบโยนให้เธอตั้งสติ...ด้านแดเนียลพยายามโทร.หาเฉินหมิงแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย ใจของเขารุ่มร้อนภาวนาขอให้ตัวเองช่วยทั้งฟ้าใสและเพื่อนรักได้ทันท่วงที

ooooooo

ที่หน้าบ้านริมน้ำ ขบวนรถของเสือขาวเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเงียบๆ เทียนคงกระชับปืนในมือเตรียมบุก ฟ้าใสขอร้องเขาด้วยความอ่อนระโหย

“คุณเทียนคงคะ อย่าทำร้ายกันเลยนะคะ เฉินหมิงรักและเคารพคุณเหมือนญาติแท้ๆเขาต้องให้อภัยคุณ”

เทียนคงฟังแล้วยิ้มหยัน...ที่ผ่านมาคนในตระกูลเฉินเคยเห็นหัวไอ้เด็กเก็บมาเลี้ยงคนนี้หรือไร เขาหันไปสั่งหยางให้เฝ้าฟ้าใสอย่าให้คลาดสายตา ส่วนตัวเองและพรชัยถือปืนเดินย่องเบาเข้าไปในนั้นอย่างระมัดระวัง ทั้งสองมาถึงหน้าห้องหนึ่ง พรชัยค่อยๆหมุนลูกบิดประตูส่องดูข้างใน แล้วเห็นร่างคนนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง เขาส่งสัญญาณให้เทียนคงเตรียมพร้อม ก่อนถีบประตูเปิดกระหน่ำยิงเสียงดังสนั่น ฟ้าใสได้ยินก็กรีดร้อง

“เฉินหมิง! เฉินหมิง ฉันขอโทษ!”

แต่ทั้งเทียนคงและพรชัยต้องผิดหวังเมื่อพบว่าแท้จริงร่างที่อยู่บนเตียงไม่ใช่เฉินหมิง กลับเป็นเพียงหมอนเท่านั้น พรชัยเอะใจร้องเตือนให้ระวังตัว พลันมีมีดสั้นถูกมาเฉียดหน้าเทียนคงไปนิดเดียว มันเป็นฝีมือของมาเฟียหน้าหวานที่ยืนซ่อนตัวอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง อดีตลูกน้องคนสนิทยิ้มเยาะ

“ถ้าผมเป็นนายน้อย อุตส่าห์ดวงแข็งรอดมาได้ ผมจะหนีไปให้ไกลกว่านี้”

“ไอ้ชั่วที่ทำลายครอบครัวฉัน...มันอยู่แถวนี้ ฉันไปไหนไม่ได้หรอก”

สิ้นคำนั้น พรชัยยกปืนขึ้นยิงเฉินหมิงทันที แต่ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปข้างนอกอย่างมีแผน เทียนคงกับพรชัยตามไม่ลดละ จิวรออยู่แล้วที่ข้างนอก เขากระโดดเข้าเตะพรชัยจนล้มหน้าคว่ำ และใช้ความว่องไวเตะปืนที่อยู่ในมือเทียนคงหลุดกระเด็นไปทางเฉินหมิง มาเฟียหน้าหวานใช้โอกาสนั้นคว้าปืนขึ้นมาจะยิงเทียนคง แต่โชคไม่ดีที่กระสุนหมด ทั้งสองคนจึงต่อสู้กันมือเปล่า

ที่นอกบ้าน พวกแดเนียลมาถึงพอดี หยางกับลูกน้องยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะรู้ดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ ฟ้าใสเห็นท่าทางนั่นจึงตัดสินใจเปิดประตูรถวิ่งหนีไปหาแดเนียล เฉินเปียวกับลูกน้องคนอื่นชักปืนขึ้นเล็งมาที่พวกเสือขาว

ฟากนุตรากับปุยฝ้ายวิ่งเข้าไปในบ้านฟ้าใสหน้าตาตื่นเพราะเป็นห่วงกวินทร์กับชวนชม พอเห็นว่าทั้งสองคนปลอดภัยก็โล่งใจ ในขณะที่ชวนชมละล่ำละลักถามว่าฟ้าใสเป็นอย่างไรบ้าง

“แฟนฝ้ายที่เป็นลูกน้องคุณแดเนียลโทร.มาบอกว่าฟ้าก็ปลอดภัยเช่นกันค่ะ”

ด้วยความรู้สึกผิด ฟ้าใสร่ำร้องให้แดเนียลเข้าไปช่วยเฉินหมิงในบ้าน กิริยานั่นทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกเครียดเข้าใจว่าคนทั้งสองมีใจให้กัน ด้านพรชัยได้ยินเสียงลูกน้องตะโกนว่าพวกมังกรทองมาถึงแล้ว เขาวิ่งเข้าไปช่วยเทียนคงแล้วลากให้หนีเพราะสถานการณ์ตอนนี้ พวกเขาเป็นรองไม่อาจสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้ เฉินหมิงจะตามแต่ถูกพรชัยใช้ปืนยิงขู่จึงต้องหาที่หลบ ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็หนีไปได้ แดเนียลสั่งไม่ต้องตามเพราะไม่มีประโยชน์

เมื่อฟ้าใสเห็นเฉินหมิงเดินออกมาจากบ้าน เธอถลาเข้าหาเขาด้วยเป็นห่วงเป็นใยและขอโทษที่นำภัยมาให้ ชายหนุ่มยิ้มตอบว่าไม่เป็นไรแล้วดึงเธอเข้ามากอดปลอบขวัญ แดเนียลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแต่ซ่อนเอาไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย จู่ๆเฉินหมิงก็ถามว่ามากันหมดแบบนี้ แล้วงานหมั้นทำอย่างไร

“ฉันจะจัดการทีหลัง ตอนนี้เทียนคงรู้แล้วว่าแกยังมีชีวิตอยู่ ฉันกลัวว่าเฉินเซียวเหยาจะไม่ปลอดภัย”

แล้วก็เป็นดังที่แดเนียลคาดการณ์ไว้ เมื่อเฉินเปียวกับจิวตามไปที่บ้านตระกูลเฉินก็พบว่า เทียนคงสั่งให้ลูกน้องลากตัวเฉินเซียวเหยาเอาไปซ่อนที่เซฟเฮาส์แล้วเพราะวางแผนจะใช้ชายหนุ่มเป็นหลักประกันความปลอดภัยของพวกมัน เฉินหมิงคำรามก้องรู้ดีว่าพี่ชายจะถูกทรมานสนองความเคียดแค้นของเทียนคง ฟ้าใสเห็นท่าไม่ดีจึงขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว

“เทียนคงเล่าให้ฉันฟังว่าเรื่องร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นกับครอบครัวฉันเป็นแผนการของคุณเพื่อบีบให้ฉันทำงาน”

เฉินหมิงอึ้งพูดขอโทษ ถ้ามีอะไรชดใช้ความผิดนี้ได้ก็ยินดีจะทำ ฟ้าใสพยายามข่มอารมณ์เสียใจพูดเตือนสติเขาว่า

“ฉันไม่โกรธคุณหรอกค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร แต่ฉันอยากให้คุณจำไว้เป็นบทเรียน...อารมณ์ที่อยากแก้แค้น อยากเอาชนะ ทำให้คุณเกือบทำร้ายคนบริสุทธิ์อย่างครอบครัวฉัน เพราะถ้าพ่อฉันเป็นอะไรไป ฉันกับแม่จะอยู่กันยังไง ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะทำอะไรต้องคิดให้ดีก่อน ถ้าคุณจะเป็นเสือ...ฉันก็อยากให้คุณเป็นเสือที่สง่า ไม่ใช่เสือคลั่งที่ทำร้ายผู้อื่น”

มาเฟียหน้าหวานคอตก ซึมซับในสิ่งที่ได้ยิน ท้ายที่สุดเฉินหมิงก็ตัดสินใจจะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของเฉินฮ่าวที่ฮ่องกงและขอร้องให้แดเนียลช่วยดูแลฟ้าใสให้ดีในระหว่างที่ตนไม่อยู่...มันช่างเป็นคำขอที่น่าอึดอัดใจยิ่งในเวลานี้

ooooooo

กวินทร์กับชวนชมนั่งชะเง้อคอรอฟ้าใสอย่างกระวนกระวายใจ พอได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน สองคนรีบวิ่งถลาออกมารับขวัญลูกสาว สามคนพ่อแม่ลูกต่างกอดกันแน่น แดเนียลเห็นแล้วสะท้อนใจพูดขึ้นว่า

“ผมจะให้คนของผมอยู่คอยดูแลความปลอดภัยให้พวกคุณ จนกว่าผมจะตามล่าตัวคนที่ทำร้ายพวกคุณได้ และเมื่อเรื่องเรียบร้อยผมจะเป็นฝ่ายไปจากชีวิตของพวกคุณเอง”

ฟ้าใสมองชายหนุ่มอย่างตัดพ้อ เขาทำเหมือนหมดเยื่อใยกับเธอแล้วจริงๆ...ตกดึกคืนนั้น ปุยฝ้ายเล่าให้เธอฟังว่า

“ตอนที่แดเนียลรู้เรื่องว่าฟ้าตกอยู่ในอันตราย เขาร้อนใจมาก เขาจะออกมาช่วยฟ้าให้ได้ ใครห้ามเขาก็ไม่ฟัง ฟ้ามั่นใจได้เลยว่าคุณแดเนียลยังรักฟ้าอยู่”

“แต่เขาเลือกแต่งงานกับพี่ขวัญ แสดงว่าเขาเลือกคนที่เหมาะสมไม่ใช่คนที่รัก...ฟ้าคงต้องยอมตัดใจจากเขาเพราะสงสารพ่อแม่ที่ต้องมาหวาดกลัวกับเรื่องร้ายต่างๆ ฟ้าเคยอยากต่อสู้เพื่อความรัก แต่ถ้าเขาไม่สู้ไปด้วยกัน ฟ้าก็เหนื่อยเปล่า”

ที่บ้านอภิวัฒน์ หมอขวัญนอนซึมนึกเคืองกับเรื่องที่เกิดขึ้น พลันมีเสียงเคาะประตูจากสาวใช้แจ้งว่าแดเนียลมารอพบ หญิงสาวกระเด้งลุกจากเตียงแล่นลงไปหาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว พอเห็นหน้าชายหนุ่มก็เปิดฉากต่อว่าทันที

“ถ้าคุณจะมาขอโทษ...คงไม่สำคัญแล้ว คำขอโทษไม่ได้ทำให้ทุกคนลืมว่าขวัญถูกว่าที่คู่หมั้นทิ้งกลางงาน อย่างเดียวที่ขวัญอยากได้ตอนนี้คือความจริง ถ้าคุณเห็นฟ้าใสดีกว่าขวัญ แล้วทำไมคุณยอมตกลงแต่งงานกับขวัญ!”

“ผมพยายามเชื่อว่าความเหมาะสมจะอยู่เหนือความรักได้ แต่ใจผมคอยเตือนว่ามันไม่ใช่ ถ้าผมไม่มาเคลียร์กับคุณในวันนี้ มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดกับคุณไปชั่วชีวิต”

หมอขวัญยืนนิ่งมีแต่สายตาเจ็บช้ำ เธอพยายามหว่านล้อมขอเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแต่แดเนียลส่ายหน้ายืนยันว่าตนไม่อยากรู้สึกผิดอีกคำรบ หญิงสาวตกตะลึงแทบล้มทั้งลืม ตลอดชั่วชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยแพ้ แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันไร เธอก็แพ้อย่างหมดรูป อภิวัฒน์เดินเข้ามาปลอบประโลมลูกสาวว่าสักวันหนึ่ง เธอจะเจอผู้ชายที่ดีและมีความรักอย่างแท้จริง

รุ่งขึ้นที่สำนักพิมพ์โลลา หนูดีหัวเสียกับความล้มเหลวในการจัดงานหมั้นของหมอขวัญกับแดเนียล เธอก่นด่าฟ้าใสว่าเป็นตัวซวยทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงในวงการ ปุยฝ้ายฟังแล้วเดือดจัดกระชากเสียงขู่ว่า

“มันจะมากไปแล้วนะ อย่ามาพูดให้คนอื่นเสียหายเหมือนที่เธอเคยทำไว้กับฉัน คราวนี้ฉันไม่ยอม”

นุตราร้องห้ามเตือนว่าราเมศไล่ออกแน่ ถ้ามีเรื่องอีก หนูดีลอยหน้าลอยตาสำทับว่าอย่ามาเดือดร้อนกับตัวซวยอีก เท่านั้นเองนุตราก็สติหลุดพุ่งตัวเข้าไปตบหนูดีอย่างแรง เสียงร้องเอะอะโวยวายทำให้ราเมศวิ่งออกมาจากห้องแล้วตะโกนห้ามเสียงลั่น ทุกคนชะงักหยุด...ผลสรุปจากการทะเลาะกันคือทั้งหนูดีและเจนถูกไล่ออกโทษฐานเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดเรื่อง

ฟ้าใสกับปุยฝ้ายรู้สึกสงสาร แต่นุตรากลับคิดว่ามันเป็นบทเรียนให้ทั้งหนูดีและเจนได้คิดและรู้จักสงบปากสงบคำลง ไม่ไปก่อเรื่องเช่นนี้อีก ตกเย็นวันเดียวกัน ฟ้าใสอ่อนใจเมื่อเห็นโจวมายืนคอยที่หน้าบริษัท เพราะมีคำสั่งจากแดเนียลให้มาคอยดูแลความปลอดภัย หญิงสาวดึงดันที่จะไม่รับความช่วยเหลือเพราะต้องการตัดใจจากแดเนียลอย่างจริงจัง แต่ไม่สำเร็จ...

ด้านทวยเทพติดต่อแดเนียลทันทีหลังได้รับข่าวว่าพรชัยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของหมอที่มารักษาเฉินเซียวเหยา มาเฟียหนุ่มเองก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นแต่ไม่มีหลักฐานมัดตัวพวกมัน

ooooooo

หลายวันต่อมาหลังเกิดเรื่องที่บ้านริมน้ำ เทียนคงจัดการส่งคลิปวีดิโอของการทรมานเฉินเซียวเหยาไปให้แดเนียลเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนกับสมุดปกดำ มาเฟียหนุ่มนิ่วหน้าใช้ความคิดหนักหาทางแก้ไข ก่อนสั่งการให้ลูกน้องตามหาพรชัย

ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง สายข่าวก็รายงานว่าพวกพรชัยอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งและกำลังรีดไถค่าคุ้มครอง แดเนียลกับลูกน้องเร่งรุดไปหาทันที พรชัยตกใจเมื่อเห็นพวกแดเนียลมาดักรอที่นอกบาร์และส่งสัญญาณให้ลูกน้องเตรียมพร้อมรบ

“วันนี้เราจะเจรจากับพวกแกอย่างสันติ ฉันมีงานให้ทำและอย่าเพิ่งปฏิเสธจนกว่าจะได้ยินข้อเสนอที่ดีกว่า การเป็นมือขวาของหมาจนตรอกอย่างเทียนคง”

พรชัยเกิดความลังเล ในที่สุดก็พยักหน้ายอมรับฟัง ...และแล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อแดเนียลจ้างให้ลักพาตัวเฉินเซียวเหยาโดยแลกกับค่าตอบแทนจำนวนไม่อั้น มาเฟียหน้าหยกยิ้มพูดตะล่อมว่า

“ฉันเห็นใจนาย เวลานี้เทียนคงยังเอาตัวเองแทบไม่รอด เขาจะมีปัญญาให้ในสิ่งที่นายต้องการหรือ เทียนคง ถนัดแต่หลอกใช้งานคนอื่น ขนาดพวกตระกูลเฉินยังถูกหลอก แล้วนับประสาอะไรกับคนอย่างนาย”

พรชัยนิ่งคิดเริ่มเห็นคล้อยตามแต่ยังไม่รับปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังถึงผลประโยชน์ เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาก็ตัดสินใจได้เด็ดขาดจากกิริยาดูถูกของเทียนคงที่ทำต่อหน้าพวกลูกน้อง เขาโทร.หาแดเนียลยอมร่วมมือด้วย เฉินเปียวไม่รู้สึกแปลกใจเพราะไม่มีมิตรแท้อยู่ในหมู่คนที่คิดแต่เรื่องผลประโยชน์!

ตกดึกคืนนั้น พรชัยดำเนินการตามแผนโดยรอจนเทียนคงกับลูกน้องออกไปจากบ้าน เขานำตัวเฉินเซียวเหยา ออกจากเซฟเฮาส์อย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่ทันไร พรชัยกับลูกน้องต้องตกใจสุดขีดเนื่องจากเทียนคงรู้สึกสังหรณ์ใจจึงย้อนกลับมา ทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะกัน จนกระทั่งพรชัยพลาดท่าถูกเทียนคงสังหารตายคาที่ เฉินเปียวกับจิวสบโอกาสในระหว่างที่พวกนั้นกำลังห้ำหั่นกัน สามารถชิงตัวเฉินเซียวเหยาไปได้ในที่สุด

เฉินหมิงรู้ข่าวด้วยความดีใจ และเล่าให้เพื่อนรัก ฟังว่าตอนนี้ตนอยู่จีนและกำลังเจรจาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของเฉินฮ่าว แดเนียลเตือนให้ระมัดระวังตัวเพราะเทียนคงมีสายสัมพันธ์มากมาย เสียงเฉินหมิงเย้าว่า

“รู้ตัวหรือเปล่าว่านายเตือนฉันเหมือนที่ฟ้าใสเตือน ถ้าฉันจัดการทุกอย่างสำเร็จแล้ว ฉันจะขอฟ้าใสแต่งงานแล้วพาเธอไปอยู่ฝรั่งเศสกับฉัน นายว่าดีไหม”

“อะไรที่ทำให้นายมีความสุข...ดีทั้งนั้น ตอนนี้ฉันคิดแต่เรื่องจัดการเทียนคง”

เฉินเปียวซึ่งอยู่กับแดเนียลได้ยินทุกอย่างนิ่วหน้าไม่ชอบใจ เขารู้ดีว่าบอสยังคงรักฟ้าใสไม่เสื่อมคลาย แต่เพราะเพื่อนรักและสถานการณ์อื่นๆมาบังคับจึงทำให้ต้องตัดใจ เขาตัดสินใจจะทำบางอย่างเพื่อเจ้านาย

รุ่งเช้าระหว่างนั่งรถไปทำงาน โจวขออนุญาตฟ้าใสแวะที่ทำงานแดเนียลเพื่อจัดการธุระส่วนตัว หญิงสาวอิดออดในตอนแรก แต่ต้องจำยอมเมื่อชายหนุ่มชี้แจงว่า

“ผมจะเข้าไปรับเงินเดือน ช่วงกลางวันผมจะได้รีบส่งไปให้เมียกับลูกผม แต่ถ้าคุณฟ้าใสไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”

ฟ้าใสยืนคอยอยู่แถวนั้นแล้วหันไปเห็นเฉินเปียว ขับรถประจำของแดเนียลเข้ามาจอดหน้าตึก ฟ้าใสตกใจเมื่อเห็นมาเฟียหนุ่มนั่งอยู่ในรถด้วย เธอรีบก้มหลบหลังรถตัวเองเพราะไม่อยากเจอเขาให้เจ็บปวดใจอีก เฉินเปียว ยิ้มเจ้าเล่ห์นึกขอบคุณโจวที่ทำตามแผน เขาแสร้งบอกเจ้านายว่า

“บอสครับ นั่นรถของโจวนี่ครับ ใครอยู่ข้างๆรถ ดูเหมือนจะเป็นคุณฟ้าใส”

แดเนียลแทบจะเดาใจไม่ถูกว่าคิดอะไร แต่ในที่สุดเขาก็สาวเท้าเดินตรงไปที่รถของโจว ฟ้าใสใจเต้นรัวกลัวมาเฟียหนุ่มจะเห็นเธอ และแล้วก็มีเสียงชายหนุ่มดังขึ้นที่ด้านหลัง

“แอบใครอยู่เหรอฟ้าใส...คุณพ่อคุณแม่คุณเป็นยังไงบ้าง หายตกใจเรื่องวันนั้นหรือยัง”

“ฉันไม่ได้แอบใคร แค่เมื่อยเลยนั่งลงเท่านั้น ส่วนพ่อกับแม่ก็ดีขึ้นมาก ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ ตอนนี้ฉันไม่ได้กลัวอะไรแล้ว ดูแลตัวเองได้ คุณไม่ต้องให้โจวไปคอยดูแลฉันก็ได้”

แดเนียลโพล่งขึ้นทันควันว่าไม่ได้ เขาแทบจะปิดความรู้สึกเป็นห่วงไม่มิด ฟ้าใสตาเป็นประกาย ก่อนจะผิดหวังเมื่อชายหนุ่มพูดว่าตนรับปากกับเฉินหมิงว่าจะช่วยดูแลเธอ เฉินเปียวถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่เห็นคนทั้งสองต่างมีท่าทีหมางเมินต่อกัน ทั้งๆที่ภายในใจยังโหยหาอาวรณ์กันอยู่

ooooooo

ที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง พริมากับแม่บ้านหลียืนละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก เพราะเฉินเซียวเหยามีอาการหวาดกลัวขว้างปาสิ่งของเกลื่อนห้อง ชายหนุ่มนั่งครวญครางร้องไห้ไม่หยุด

“คิดถึงน้อง...น้องจะมา...ไม่! ไม่ให้น้องมา มันจะฆ่าน้อง! ฆ่าทุกคน”

เฉินเซียวเหยากรีดร้องโหยหวนสลับกับโยกตัวไปมา จู่ๆเขาก็โผเข้าหาพริมาแล้วกระชากไหล่เธอเขย่าอย่างแรงจนเธอร้องขึ้นด้วยความเจ็บ หวังเฟยเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี เขาตวาดให้หยุดและผลักเฉินเซียวเหยา กระเด็นล้มลงบนเตียง พริมาปราดเข้าห้ามขอร้องไม่ให้ ทำร้าย ชายหนุ่มตัวสั่นเป็นลูกนก...ไม่กล้าสู้หน้าหวังเฟย เพราะหวาดกลัว

หวังเฟยหงุดหงิดเดินกระแทกออกจากที่นั่น พริมา รีบวิ่งตามมาจับมือสามีบอกว่าตนรู้สึกดีที่เขาปกป้อง แต่ถ้ายังมีโอกาส ตนอยากให้เขาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากกว่านี้ หวังเฟยรู้สึกดีที่ภรรยามีความห่วงหาแต่ปากกลับพูดว่าคนเราต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกของความจริง ในฐานะผู้นำแก๊งตนไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระเช่นนี้ พริมาอึ้งเหนื่อยใจ

บ่ายวันเดียวกัน หวังเฟยโวยวายใส่ลูกชายเรื่องเอาเฉินเซียวเหยามาพักที่บ้านทำให้เป็นอันตรายกับคนรอบข้างเพราะชายหนุ่มมีอาการทางจิต แดเนียลข่มอารมณ์โกรธถามว่า

“พ่อจะให้ลูกชายของเถ้าแก่เฉินฮ่าว...เพื่อนรักของพ่อไปอยู่ที่ไหนแนะนำผมด้วยเถอะครับ ผมแค่อยากให้คุณพ่อมีน้ำใจกับตระกูลเฉินบ้างเพราะพวกเขาเคยช่วยเหลือเราในยามลำบากและเดือดร้อน”

“งั้นก็ตามใจแก เดี๋ยวนี้ฉันสั่งอะไรไม่ได้แล้วนี่... มะรืนนี้อย่าลืมไปงานไหว้บรรพบุรุษเพราะฉันจะประกาศให้ทุกคนทราบว่าแกต้องมาดำเนินการเรื่องกาสิโนต่อจากเทียนคง”

แดเนียลแย้งว่าเวลานี้ไม่ควรจัดงานอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการจ้องทำร้าย หวังเฟยไม่สนใจกำชับว่าถ้าพวกนั้นมาก็ดี จะได้จัดการปราบให้สิ้นซาก มาเฟียหนุ่มหนักใจในความดื้อแพ่งของพ่อหลังตกงานแบบกะทันหัน หนูดีกับเจนบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากหมอขวัญ แต่แล้วทั้งคู่ก็ผิดหวังเมื่อหมอขวัญไม่มีท่าทีช่วยเหลือและบริภาษกลับอย่างรุนแรง หนูดีเลือดขึ้นหน้าตอบโต้ให้เจ็บแสบ

“ฉันไม่แปลกใจว่าทำไมแดเนียลถึงเลือกฟ้าใสแทนที่จะเป็นเธอ เพราะความไร้น้ำใจและไม่รู้จักคำว่าเสียสละ เพื่อนก็ไม่มีแม้แต่คนเดียว สิ่งเดียวที่เธอทำได้ดีคือหน้าที่หมอรักษาคนไข้ แต่สถานภาพอื่น เธอสอบตกหมด!”

หมอขวัญโกรธจนตัวสั่นน้ำตาคลอแต่ก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือให้เสียภาพลักษณ์คุณหนูไฮโซ...เมื่อความจนตรอกเข้ามาเยือน หนูดีกับเจนจำต้องบากหน้ากลับไปหาราเมศเพื่อขอโอกาสทำงานอีกครั้ง แต่อดีตนายส่ายหน้าไม่รับกลับท่าเดียว ปุยฝ้ายอดรนทนไม่ได้จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือจนราเมศใจอ่อนแต่คาดโทษให้ปรับปรุงตัวไม่ให้เหมือนที่แล้วมา ทั้งหนูดีและเจนตกตะลึงกับความมีน้ำใจของปุยฝ้าย ทั้งหมดหันหน้าประสานสัมพันธ์ใหม่...บรรยากาศดีๆก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

ตกเย็นโจวมารับฟ้าใสเหมือนดั่งเคย ระหว่างที่เดินมาขึ้นรถ หญิงสาวรู้สึกว่ามีสายตาของใครคนหนึ่งแอบจ้องมอง เมื่อหันไปดูรอบๆกลับไม่เห็นใคร โจว เห็นท่าทีนั่นจึงถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ฟ้าใสตอบอย่างเป็นกังวล

“ฉันรู้สึกเหมือนมีใครมอง...มาจากด้านโน้น”

โจวรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆสั่งให้ฟ้าใสคอยเขาแล้วไปตรวจตราบริเวณรอบๆ เพียงไม่กี่ก้าวชายหนุ่มได้ยินเสียงคนเหยียบใบไม้แห้ง พอหันขวับไปมองก็ถูกเท้าของเทียนคงถีบเข้าเต็มรัก โจวพยายามสู้แต่ฝีมือฝ่ายตรงข้ามเหนือกว่ามาก เขาพลาดท่าถูกเทียนคงกระหน่ำยิงใส่ในระยะเผาขน...ล้มลงราวกับวิญญาณได้ถูกกระชากออกจากร่างไปแล้ว

ฟ้าใสยืนกระวนกระวายรู้สึกเป็นห่วงโจวอย่างมาก จึงไม่ทันระวังถูกเทียนคงจับตัวไปได้ในที่สุด ด้านนุตราแปลกใจเมื่อเห็นรถของโจวยังจอดอยู่ที่ลาน เธอโทร.หาฟ้าใสแต่ต้องตกใจสุดขีดเพราะได้ยินเสียงจากปลายสายพูดว่า

“ช่วย...ด้วย”

นุตราจำได้ว่าเป็นเสียงของโจว เธอวิ่งลนลานค้นหาเขา พยายามตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ หญิงสาวตัดสินใจโทร.หาอีกครั้ง จนกระทั่งได้ยินเสียงมือถือฟ้าใสดังขึ้นใกล้ๆ เธอเดินตามก็เห็นศพโจวนอนจมกองเลือด ตาเบิกค้าง...สิ้นใจแล้ว

ooooooo

สองวันต่อมาที่ศาลเจ้า เหล่าแก๊งมาเฟียกำลังทำพิธีไหว้บรรพบุรุษ มีเสียงเรียกเข้าที่มือถือของเฉินเปียว ชายหนุ่มเดินถอยออกมาให้ห่างแล้วกดรับสาย ทันใดนั้นสายตาของเขาก็มองไปเห็นลำกล้องปืนกับชายในชุดดำโผล่มาจากที่กำบัง

ด้วยสัญชาตญาณ เฉินเปียวชักปืนจากเอวยิงไปที่ชายคนนั้นจนล้มลงขาดใจตาย เสียงปืนทำให้ทุกคน ตื่นตัว แต่ยังไม่ทันไร เทียนคงก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้า เหล่าลูกน้องของเขากรูออกมาจากที่ซ่อนแล้วกระหน่ำยิงใส่ทุกคนที่อยู่ในพิธี แดเนียลม้วนตัวหลบกระสุนแล้วตะโกนสั่งลูกน้องให้พาหวังเฟยหนี เทียนคงสบโอกาสเล็งปืนไปที่หวังเฟย เจ้าพ่อมาเฟียโดนยิงเข้าที่กลางลำตัว ล้มลงร่างเต็มไปด้วยเลือด เฉินเปียววิ่งฝ่าดงกระสุนเข้ามาช่วย

“บอสกับเถ้าแก่ออกไปก่อนครับ ทางนี้ผมจัดการเอง”

แดเนียลกับลูกน้องส่วนหนึ่งรีบพาหวังเฟยหลบออกไป เฉินเปียวพุ่งตัวเข้าหาเทียนคง ทั้งสองรัวกระสุนใส่กันไม่นับ สุดท้ายคนที่พลาดคือเฉินเปียว เทียนคงหัวเราะบ้าคลั่งเอาปืนจ่อยิงในระยะเผาขน ทันใดนั้นมีมีดสั้นปาเข้ามาปักกลางมือของเทียนคง เมื่อเขาหันไปมองก็พบว่าเป็นเฉินหมิงที่มีสีหน้าดุดัน แววตาเป็นประกายประดุจเสือ พร้อมกับเหล่ากองทัพมาเฟียจากเมืองจีนถืออาวุธครบมือ ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนอย่างดุเดือด เสียงเฉินหมิงประกาศกร้าวว่า

“เฉินเปียวไม่ต้อง! นายดูแลคนของนายเถอะ...ส่วนไอ้ชั่วเทียนคงนี่ ฉันจะจัดการเอง”

เทียนคงกัดฟันสู้ไม่ถอย แม้ว่าจะบาดเจ็บเจียนตาย แดเนียลประคองหวังเฟยมาส่งที่รถแล้วสั่งลูกน้องให้นำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ระหว่างที่รถเคลื่อนไป อย่างติดจรวด หวังเฟยเพิ่งเข้าใจในสิ่งที่พริมาพูดว่า

“เราไม่รู้ว่าวันไหนเราจะต้องตายจากกัน ถ้ายังมีโอกาส...ฉันอยากให้คุณใช้เวลาอยู่กับฉันและลูกกอดฉันและบอกรักฉันบ่อยๆ...ฉันรักคุณนะคะ”

หวังเฟยน้ำตาไหลลงหางตา ชีวิตที่เฉียดความตาย วันแล้ววันเล่า ทำให้เขาคิดได้ว่าอะไรสำคัญกว่าผลประโยชน์... ฟากแดเนียลคั่งแค้นมากขึ้น เมื่อทราบข่าวจากทวยเทพว่าโจวลูกน้องคนสนิทถูกเทียนคงสังหารอย่างเลือดเย็นและฟ้าใสก็หายตัวไปอย่างไม่มีร่องรอย ขณะนั้นเฉินหมิง เอาปืนด้ามงาจ่อหัวเทียนคงด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

“ปืนกระบอกนี้พี่เฉินเซียวเหยาออกแบบให้ฉันตั้งใจไว้ว่าจะจัดการไอ้คนที่ทำร้ายครอบครัวเราด้วยปืนกระบอกนี้ แต่ไม่เคยคิดว่า...คนคนนั้นจะเป็นคนที่ฉันกับพี่ชายเคยนับถือว่าเป็นคนในครอบครัว”

เทียนคงยอกย้อนว่าตนเป็นได้แค่ขี้ข้าตระกูลเฉินเท่านั้น อย่าพูดมากจะฆ่าก็รีบทำ ไม่อย่างนั้นคนที่ตาย อาจจะมีมากกว่าหนึ่งคน เฉินหมิงสะดุดกับคำพูดนั่น แล้วก็ได้คำตอบในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา เมื่อแดเนียลตะโกนถาม

“เทียนคง...แกเอาฟ้าใสไปไว้ที่ไหน!”

มาเฟียหน้าหวานชะงักกึก เทียนคงใช้โอกาสนั้นเตะปืนในมือชายหนุ่มกระเด็นแล้วจับหัวเขาโขกเสาอย่างแรงถึงกับหน้าผากแตกเลือดไหลอาบหน้า หยางถลาเข้ามาช่วยเทียนคงแต่ถูกแดเนียลยิงตายคาที่เวลานี้เทียนคงเหมือนคนไร้สติตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่า

“ฉันจะไม่ยอมกลับไปชีวิตแบบเดิมอีก...แกตามหา ฟ้าใสอยู่ใช่ไหม มันนอนหลับอยู่ท้ายรถคันนั้น ป่านนี้ก๊าซพิษจากท่อไอเสียคงจะเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเธอเยอะแล้ว แกเลือกเอาแล้วกันว่าจะช่วยใครระหว่างเพื่อนรัก หรือคนรัก”

เฉินหมิงร้อนใจตะโกนบอกแดเนียลไม่ต้องเป็นห่วงตน แต่ให้รีบไปช่วยฟ้าใส มาเฟียหน้าหยกลังเล ในขณะที่เทียนคงแสยะยิ้มฮัมเพลงอย่างกวนประสาท เวลาบนระเบิดเดินถอยหลังใกล้ทำงานเข้ามาทุกที แดเนียลตัดสินใจวิ่งไปที่รถ

“นายน้อยไม่ต่างจากผม ต่อให้ทุ่มเทมากเท่าไร ก็ไม่เคยมีค่าในสายตาของใคร”

“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับแก ฉันยังมีเพื่อนรักที่พร้อมจะตายเพื่อฉัน แล้วแกล่ะมีใครบางไหม”

เทียนคงตาขวาง คำพูดนั้นยิ่งตอกย้ำปมด้อยที่มีมาในอดีต...เขากดปุ่มระเบิดบนตัวให้วิ่งเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมกับจ้องหน้านายน้อยอย่างท้าทาย เฉินหมิงมองตาม ร่างแดเนียลแล้วยิ้มดีใจเมื่อเห็นฟ้าใสถูกช่วยออกมาได้ในที่สุด ส่วนเขานั่งหมดอาลัยตายอยากรอความตายที่จะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

ทันใดนั้น เฉินเปียวกระโดดตัวลอยแหวกอากาศมาจากด้านหลังของเทียนคงกับเฉินหมิง เขาถีบเทียนคง อย่างแรงจนกระเด็นไปอยู่ใกล้กับปืนสั้นด้ามงาของเฉินหมิง นาฬิกาเหลือเวลา 5 วินาที เทียนคงหยิบปืนขึ้นมากราดยิงพวกแดเนียลอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนตะกายหนีเข้าสู่ที่กำบัง ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดดังตูมใหญ่...เมื่อทุกอย่างสงบลง แดเนียลฉุดฟ้าใสให้ลุกขึ้น แต่เธอกลับทำไม่ได้เพราะถูกลูกหลงจากการกราดยิงแดเนียลก้มมองพบว่ามีบาดแผลตรงบริเวณใต้ไหปลาร้าเหนือหัวใจ

มาเฟียหนุ่มอุ้มหญิงสาววิ่งตะโกนเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างคนขาดสติ พยาบาลตามตัวหมอขวัญให้มาผ่าตัดเคสด่วนนี้ ทั้งสองคนมายืนประจันหน้าที่หน้าห้องผ่าตัด แดเนียลแทบจะร้องไห้ขอร้องหมอขวัญให้ช่วยฟ้าใส หญิงสาวยืนมองร่างไร้สติของฟ้าใสอย่างชั่งใจ แล้วตัดสินใจเด็ดขาดว่าหน้าที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด...

ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายของฟ้าใส ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับเธอต่างได้เรียนรู้คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ และแล้ววินาทีที่รอคอยก็มาถึง เมื่อประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก หมอขวัญเดินออกมาอย่างเหนื่อยล้า

“ปลอดภัยแล้วค่ะ น้องฟ้าโชคดีมากที่กระสุนอยู่ห่างจากหัวใจสามนิ้ว ถ้ากระสุนขยับใกล้กว่านี้จะเป็นอันตรายมาก”

กวินทร์กับชวนชมโล่งใจ ส่วนแดเนียลยิ้มอย่างอ่อนล้าขอบคุณหมอขวัญ หญิงสาวส่ายหน้าตอบว่า

“ขวัญต่างหากที่ต้องขอบคุณฟ้าใส...เธอทำให้ขวัญได้สติรู้จักยั้งคิด การผ่าตัดนี้สอนอะไรให้มากมายจริงๆ”

หมออิฐมองหมอขวัญอย่างรู้สึกดี เขาเองก็ไม่ต่างกัน...วินาทีชีวิตสอนให้คนเราได้รู้จักคำว่าผิดชอบชั่วดี...เช่นเดียวกับเฉินหมิงที่รู้สึกผิดกับการเสียสละของแดเนียลและฟ้าใสเพื่อความรัก เขาตัดสินใจจะช่วยให้คู่นี้ได้ลงเอยอย่างมีความสุขเสียที ด้วยการสร้างเรื่องให้ทั้งสองได้มีโอกาสทบทวนหัวใจตัวเองว่าแท้ที่จริงแล้วเขาทั้งสองยังรักกันอยู่หรือไม่ เฉินหมิงทำทีเป็นสู่ขอฟ้าใสกับพ่อแม่ต่อหน้าแดเนียลและยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางให้หญิงสาวเลิกคิดถึงอดีตคนรัก

ฟ้าใสและแดเนียลตกหลุมพรางที่วางไว้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนที่เรื่องราวจะสายไป ทั้งคู่ก็ได้ค้นพบหัวใจตัวเองว่าคงจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ หากขาดคนใดคนหนึ่ง มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป...

แดเนียลเชยคางฟ้าใสก้มลงจูบราวกับจะย้ำเตือนว่านับจากนี้ไป ชีวิตรักของพวกเขาทั้งสองจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

เมื่อเรื่องทุกอย่างสงบลง แดเนียลพาฟ้าใสไปเยี่ยมหลุมศพโบตั๋นอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวนึกถึงสมุดปกดำ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องร้ายต่างๆมากมายของสองแก๊ง เธอถามเขาว่า

“คุณยังไม่เคยบอกฉันเลยว่าคุณเอาสมุดปกดำไปซ่อนไว้ที่ไหน”

“ผมเผามันทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ผมได้มันมาเพราะรู้ว่ามีหลายคนต้องการสมุดปกดำ ผมกลัวตัวเองจะไม่เข้มแข็งพอที่จะรักษามันไว้ และถ้าผมเป็นอะไรไป คนร้ายที่ไม่หวังดีกับเฉินหมิงก็จะไม่มีวันหาสมุดเจอ”

ฟ้าใสยิ้มพอใจกระซิบบอกแดเนียลว่าเพราะเขาเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ เธอจึงได้รักเขาอย่างสุดหัวใจ...

ooooooo

–อวสาน–


ละครกาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านกาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ติดตามกาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, พิมประภา ตั้งประภาพร 25 ส.ค. 2559 08:57 2016-08-29T02:30:25+00:00 ไทยรัฐ