ข่าว

วิดีโอ



ข้ามสีทันดร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: สะท้อนปัญหาสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กู๊ดโฮป

กำกับการแสดงโดย: อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร

ผลิตโดย: บริษัท จันทร์ 25 จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์

ที่ห้องเช่าโทรมๆ กิ่งคำอยากยาลุกขึ้นไปหาตามลิ้นชักเพื่อจะเอามาเสพ ทันใดนั้นมีน้ำไหลออกมาตามหว่างขา เธอตกใจสุดขีดทำอะไรไม่ถูก ตะโกนเรียกให้คนมาช่วย...

หลังกิ่งคำคลอดลูก ชีวาตม์ชวนยุพราไปหาเอนที่กองถ่ายแบบเพื่อบอกให้รับรู้ เขาส่งเสียงเฮลั่น นี่แสดงว่าไม่ใช่ลูกของเขา ไม่เชื่อให้ลองนับเวลาดู ชีวาตม์แจ้งว่าเด็กคลอดก่อนกำหนด ออกมาตัวเล็กนิดเดียว กำลังสู้อยู่ไม่รู้จะรอดหรือไม่ เช่นเดียวกับกิ่งคำ ขอร้องให้เอนไปเยี่ยมเธอกับลูกหน่อย

“ถามจริง พี่จะให้ผมไปเยี่ยมพี่กิ่งน่ะเหรอ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเขานะพี่ เขามาหาเพื่อนนอนแก้เหงาผมก็จัดให้” คำพูดเอาแต่ได้ของเอนทำเอาชีวาตม์เกือบทนไม่ไหว ยุพราได้แต่แตะไหล่เพื่อรั้งสติเขาไว้ แล้วอ้อนวอนเอนให้ไปเยี่ยมลูกก็ยังดีถ้าไม่เห็นแก่กิ่งคำ

“ขอโทษนะครับพี่ การนอนกันเพื่อความสนุกน่ะผมไม่สมควรต้องมานั่งรับผิดชอบอะไร เด็กคนนี้พี่จะเอาอะไรมายืนยันว่าเป็นลูกผม”

“เด็กคนนี้เป็นลูกผม ไม่เป็นไร คิดซะว่าพวกเราเข้าใจผิดแล้วกันนะ”

“โอเค งั้นถ้าไม่จำเป็นกรุณาอย่ามารบกวนผมอีกนะครับ” เอนยิ้มกวนให้แล้วเดินจากไป ยุพราหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า เห็นหน้าจอว่านภางค์ยังคงฟังสายอยู่ก็ยิ้มออกมา...

ด้านนภางค์กับโอเล่เปิดสปีกเกอร์โฟนฟังเสียงจากมือถือของยุพราได้ยินทุกคำที่เอนพูด นภางค์ถึงกับหน้าเครียดไม่คิดว่าเอนจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้...

เที่ยงวันยังคงทำใจเรื่องเดือนสิบไม่ได้นอนหมด อาลัยตายอยากอยู่ริมหาดแห่งหนึ่ง ยิ่งพยายามลบเธอจากใจก็ยิ่งเห็นภาพเธอชัดเจน เขาดับความฟุ้งซ่านของตัวเองด้วยการวิ่งลงทะเล ดำผุดดำว่าย ทำทุกอย่างเพื่อสลัดภาพเดือนสิบออกจากสมอง...

พักหลังมานี่ ลำธารมาเป็นแขกกินข้าวที่บ้านแทบทุกวัน เดือนสิบเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมเมื่อก่อนเขาถึงไม่ทำแบบนี้ ถ้าเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้น เที่ยงวันคงไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกระหว่างเธอกับเขาได้เลย เพียงแต่ตอนนี้เธอมีเที่ยงวันอยู่เต็มหัวใจเสียแล้ว

เธอมองลำธารที่คุยกับพ่ออย่างถูกคอ และยังปฏิบัติกับแม่ดีมาก ทำไมเขาไม่ทำอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น

ooooooo

ที่บ้านชีวาตม์ ยุพราอยากรู้ว่าชีวาตม์จะทำอย่างไรต่อไปในเมื่อเอนไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น เขาจะเลี้ยงเด็กคนนี้เอง ถึงอย่างไรแกก็เกิดมาแล้วและมีแต่เขาเท่านั้นที่ช่วยแกได้ เขาจะเลี้ยงแกให้ดีที่สุด ยุพราหลงรักในความดีของผู้ชายคนนี้เหลือเกินและนับวันมีแต่เพิ่มขึ้น

“แล้ว...แม่ของลูก เอ่อ...คุณกิ่งคำ”

ชีวาตม์จะยังรักและดูแลกิ่งคำเหมือนเดิม เพราะสัญญาเอาไว้ตั้งแต่ในวันแต่งงานกับเธอว่าจะดูแลเธอจนกว่าความตายมาพรากเราจากกัน ยุพราอดถามไม่ได้ว่าเขายังรักเธอทั้งที่เธอนอกใจหรือ เขาพยักหน้า ความรักของเขาที่มีต่อเธอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ยุพราตัดสินใจเอาข้อความหวานที่เขาไลน์มาหาตัวเองให้ดู

“ไม่ใช่ผมแน่ๆ”

ยุพราถอนใจโล่งอก ไม่สบายใจมาตลอดเลยเพราะมั่นใจว่าเขาเป็นคนดีแต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาทำแบบนี้ทำไม แล้วตกลงใครเป็นคนส่งข้อความกันแน่ ชีวาตม์ไม่สนใจไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำ...

เที่ยงวันเมาหลับอยู่บนชายหาด รอบตัวเกลื่อนไปด้วยขวดเบียร์ ใครบางคนเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขาค่อยๆปรือตามอง พอภาพชัดขึ้นถึงได้เห็นว่าเป็นเดือนสิบ เที่ยงวันลุกพรวดขึ้นนั่ง ไม่อยากเชื่อว่าเธอตัวเป็นๆนั่งอยู่ตรงหน้า เธอไม่อยากเห็นเขาตกอยู่ในสภาพนี้เลย อยากให้เราจากกันด้วยดี ต่างคนต่างแยกกันไปใช้ชีวิตของตัวเองเพราะเราทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เขาชวนเธอหนีไปด้วยกัน

“โดยทิ้งความทุกข์ไว้ให้คนข้างหลังน่ะเหรอคะ เดือนคงทำไม่ได้”

“ผมรักคุณเดือน รักมาก” เที่ยงวันโผกอดเดือนสิบซึ่งล้มลงไปนอนตามแรงโถมเข้าหาของเขา “คุณเดือนไม่รักผมหรือไงถึงได้ทำแบบนี้”

เดือนสิบยอมรับว่าเธอเองก็รักเขามากเช่นกัน เที่ยงวันจูบเธอด้วยความรักและความแค้น เธอปล่อยให้เขาทำตามใจ ก่อนทุกอย่างจะเลยเถิด เธอพูดเตือนสติ เขาอยากให้เธอจดจำเขาแบบนี้หรือ อยากให้เราจากกันแบบนี้จริงๆหรือ เที่ยงวันชะงัก รีบดันตัวเองออกห่าง ร้องไห้โกรธตัวเองที่ทำแบบนี้ เดือนสิบปล่อยน้ำตาไหลออกมาหวังจะล้างความเศร้าให้หมดหัวใจ

ooooooo

เอนถูกตำรวจในคราบนายแบบล่อซื้อยาเสพติด ทันทีที่เขาส่งยาให้ ตำรวจที่ซุ่มอยู่กรูเข้าจับกุม นภางค์กับโอเล่เดินเข้ามาดู เอนร้องเรียกให้ทั้งคู่ช่วย นภางค์ส่ายหน้า

“ฉันไม่ชอบให้มีเรื่องยาเสพติดในออฟฟิศฉัน เสียใจด้วยนะ”

“พี่โอเล่ ช่วยผมด้วย” เอนอ้อนวอนน่าสงสาร โอเล่กลับยักไหล่มองตำรวจคุมตัวเอนออกไปไม่สนใจ...

แทนที่จะไปโรงพัก เอนกลับพบว่าตัวเองถูกพาไปหาเฮียเปียว เขากลัวมากขอร้องเฮียค่อยพูดค่อยจาอย่าใช้ความรุนแรง อยากได้อะไรเขายอมทุกอย่าง คราวนี้เขากล่อมเฮียเปียวให้ใจอ่อนไม่ได้ โดนสมุนของเฮียซ้อมสะบักสะบอมก่อนจะลากตัวออกไป...

ดำเกิงยืนมองดวลที่ถูกมัดมือมัดเท้าขึงไว้กับเตียง ถึงจะเลวจะร้ายอย่างไรเขาก็คือลูกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลูกชาย ซึ่งเป็นความหวังจะให้เป็นตัวตายตัวแทน มาบัดนี้เขาอยู่ในสภาพดูไม่จืด ดำเกิงได้แต่เบือนหน้าหนี

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เดือนสิบเอาแต่จ้องชุดแต่งงานไม่ได้ดีใจกับวันแต่งงานที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ กลับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก สกาวพายุพราเข้ามาหา แล้วปล่อยให้เพื่อนรักได้อยู่คุยกันตามลำพัง เดือนสิบเห็นเธอสนิทกับชีวาตม์ก็เลยถามว่าได้ข่าวเที่ยงวันบ้างไหม ยุพราส่ายหน้า ชีวาตม์กับที่บ้านของเที่ยงวันกำลังตามหาตัวเขาให้ควั่ก เดือนสิบโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องทุกข์ใจ

“ฟังนะเดือน ทุกข์เกิดได้เพราะเราเลือกที่จะทุกข์ เลือกที่จะแบกมันไว้ ถ้าเราไม่รับมันซะอย่างมันก็ไม่ทุกข์ ไม่มีใครทำให้ใครทุกข์ได้ถ้าเขาไม่แบมือรับมัน...เดือนพรุ่งนี้ถ้ายุพไม่ไปงานเดือนจะโกรธไหม”

“ทำไมล่ะยุพ”

“ยุพเคยฝันว่าจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวของเดือนอยู่กับเดือนในวันที่เดือนมีความสุขที่สุด แต่มันไม่ใช่ ยุพก็ไม่อยากอยู่เห็นเดือนในวันแบบนี้ ยุพรักเดือนนะ ยุพจะคอยอยู่ช่วยเดือนเสมอ แต่ถ้าพรุ่งนี้ยุพต้องไป รับรองพิธีล่มแน่ๆ”

“ยิ่งอยากให้ไปเลย” เดือนสิบซบหน้ากับไหล่เพื่อนรักเหนื่อยใจสุดๆ ยุพราได้แต่โอบเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้านฝ่ายชาย เนื่องจากต้องไปงานกันหมดบ้าน นารากับพ่อของเธออาสามาอยู่ดูแลดวลให้ สกาวได้แต่หวังว่าลูกคงไม่อาละวาดเอากับผู้ดูแลจำเป็น

“ไม่เป็นไรค่ะ พ่อเก่งออก ไว้ใจได้ค่ะ” นารายิ้มร่าเริงให้สกาว เป็นจังหวะเดียวกับดำเกิงขึ้นมาตามสองแม่ลูกให้ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวรถติดไม่ทันฤกษ์...

ในเวลาต่อมา คนรับใช้บ้านลำธารเดินนำครอบครัวเดือนสิบมายังพื้นที่ที่ทางยี่สุ่นเตรียมไว้สำหรับแต่งหน้าแต่งตัวเจ้าสาวที่ไม่ได้มิดชิดหรือสะดวกสบายแถม

ไม่มีเครื่องปรับอากาศอีกต่างหาก ทั้งช่างแต่งหน้าและช่างทำผมต่างบ่นกันอุบ ดำเกิงบอกเด็กรับใช้ให้หาห้องแอร์ให้หน่อยได้ไหม ห้องแต่งตัวเจ้าสาวควรจะสะดวกสบายกว่านี้ เด็กรับใช้ยืนยันว่ายี่สุ่นสั่งให้เจ้าสาวมาแต่งหน้าทำผมตรงนี้ บุญหยาดเข้ามาพอดี

“ทุกห้องใช้งานหมดแล้ว ตรงนี้แหละเหมาะสมที่สุด”

สกาวไม่อยากให้มากเรื่องบอกช่างให้ลงมือกันได้เลย เดี๋ยวจะไม่ทันฤกษ์ บุญหยาดว่าไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ได้มีฤกษ์อะไร แขกมาครบเมื่อไหร่ค่อยเริ่มงาน แล้วเดินนวยนาดออกไป ช่างแต่งผมถึงกับร้องเอะอะ

“ต๊าย...คุณน้องคิดดีแล้วเหรอคะ”

ดำเกิงสงสารลูกจับใจ แต่อยากให้วันนี้ผ่านไปให้ได้จึงตัดบท ให้รีบแต่งตัวให้เสร็จจะได้รีบทำพิธียิ่งสายจะยิ่งร้อน แล้วขอตัวไปห้องน้ำก่อน ระหว่างทางไปห้องน้ำ เขาแอบได้ยินยี่สุ่นกับบุญหยาดคุยกัน ทำให้รู้ว่าบ้านนี้ตั้งแง่รังเกียจลูกสาวและครอบครัวของตัวเองมากแค่ไหน แถมตอนที่เงินยวงรู้ว่าแม่จัดห้องหลังครัวให้เดือนสิบไว้แต่งหน้าทำผมก็โวยวายว่าทำไมไม่ไปใช้ห้องของเธอ กลับถูกบุญหยาดเอ็ด

“อย่าเรื่องมากน่ะ แต่งตรงนั้นมันก็เหมาะกับเขาแล้ว ได้แต่งเข้ามาก็บุญแล้วจะเอาอะไรอีก นี่ไม่อยากจะคิดเลยที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกัน เดี๋ยวครอบครัวนางจะต้องมาวุ่นวายที่นี่แน่ๆ”

“ทำไงได้คะ น้องไม่อยากเสียตาธารไป” คำพูดของยี่สุ่นทำให้ดำเกิงทนฟังต่อไปไม่ไหวต้องเดินหนี...

ขณะเดือนสิบซึ่งเปลี่ยนไปสวมชุดเจ้าสาวนั่งให้ช่างแต่งหน้า ลำธารเดินนำยี่สุ่นกับเงินยวงเข้ามา เธอแปลกใจที่เห็นเงินยวงอยู่ด้วย ร้องทักกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอกลับมาเมื่อคืน ยี่สุ่นพยักพเยิดให้ลำธารเอาเครื่องเพชรประจำตระกูลมาลองสวมให้เจ้าสาว ตอนทำพิธีจะได้ไม่ติดขัดเพราะสลักเครื่องเพชรชุดนี้เป็นของโบราณจะใช้ยาก เงินยวงแปลกใจทำไมไม่ให้พี่ธารซ้อมใส่สลักเองก็ไม่ได้ไม่เห็นต้องมาซ้อมกับเจ้าสาว

“คุณธารซ้อมไว้ก็ดีนะครับ ต่อไปคงต้องช่วยยัยเดือนใส่ออกงานบ่อยๆ”

“เข้าใจผิดแล้วค่ะคุณดำเกิง เครื่องเพชรชุดนี้เป็นของเก่าแก่คงมอบให้ใครไม่ได้นอกจากคนในตระกูล”

“แต่งงานแล้วพี่เดือนก็คนในตระกูลนี่คะคุณแม่” เงินยวงท้วง ยี่สุ่นส่ายหน้าคนในตระกูลก็คือคนในตระกูล คนอื่นก็คือคนอื่น หลังเสร็จงานตนคงต้องเก็บเครื่องเพชรชุดนี้เข้าธนาคารเหมือนเดิม สกาวน้ำตาซึมสงสารลูกเหลือเกิน ดำเกิงหน้าชาไปเป็นแถบแต่ต้องฝืนยิ้ม ส่วนลำธารกลับนิ่งเฉยไม่คิดจะปกป้องเจ้าสาวตัวเองแม้แต่น้อย ช่างแต่งหน้ากับช่างทำผมได้แต่มองเดือนสิบอย่างเห็นใจ...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังพี่น้อง เงินยวงต่อว่าพี่ชายทำไมไม่รู้จักปกป้องเดือนสิบปล่อยให้แม่กับป้าทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร เขากลับไม่ให้ความสำคัญจนพี่น้องมีปากเสียงกัน

ooooooo

ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมทำงานของตัวเองเสร็จเรียบร้อย บอกลาเดือนสิบ ดำเกิงและสกาว จากนั้นก็พากันกลับไป ดำเกิงมองนาฬิกาเห็นใกล้พิธีเริ่มแล้ว เรียกลูกให้เข้ามาหาบอกว่ามีของขวัญชิ้นหนึ่งจะให้ สกาวมองผู้เป็นสามีไม่เห็นรู้เลยว่าเขาเตรียมของขวัญมาให้ลูก เดือนสิบเองก็แปลกใจไม่น้อย

“เดือนทำเพื่อพ่อเพื่อน้องมามาก พ่อขอบใจเดือนมากนะที่พยายามทำตัวเป็นลูกที่ดีมาตลอด”

“เดือนเต็มใจค่ะพ่อ”

สกาวโผกอดลูกร้องไห้ด้วยความสงสาร...

ในเวลาต่อมา บริเวณจัดพิธีหมั้นแขกเหรื่อนั่งประจำที่เรียบร้อยแต่ไม่เห็นเจ้าสาวโผล่มาสักที บุญหยาดไม่พอใจบ่นอุบทำไมถึงให้ผู้ใหญ่รอแบบนี้ แล้วสั่งเด็กรับใช้ไปตามและให้ถามด้วยว่าอยากจะแต่งไหม ลำธารเหลือบมองดำเกิงกับสกาวด้วยความเกรงใจ แต่เลือกที่จะนั่งเฉยด้วยไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ

เงินยวงสังเกตอาการของดำเกิงและสกาวที่ดูชิลด์ๆไม่มีความกังวลให้เห็น แถมสบตากันยิ้มๆอีกต่างหาก เริ่มเอะใจจึงอาสาไปดูเดือนสิบให้ เผื่อติดขัดอะไรบางอย่างอยู่ตนจะได้ช่วย ยี่สุ่นสั่งให้เธอนั่งลงเดี๋ยวเดือนสิบก็มาเองไม่ต้องไปตาม

“ยวงไปดูดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วเงินยวงลุกออกไปเลย...

สักพักใหญ่ เด็กรับใช้กลับมารายงานบุญหยาดว่าเดือนสิบไม่อยู่ที่ห้องแต่งตัว ในห้องน้ำก็ไม่มี ข้าวของของเธอก็ไม่อยู่ บุญหยาดแปลกใจจะเป็นไปได้อย่างไรแล้วเหลือบมองดำเกิงที่เอาแต่ส่ายหน้าไม่รู้อะไรด้วย

“คุณพ่อครับ เดือนไปไหนครับ”

“ไม่รู้สิครับ” ดำเกิงตอบลำธารยิ้มๆแล้วหันไปจับมือสกาวที่ยิ้มเช่นกัน ยี่สุ่นโวยใส่ทั้งคู่ทำหน้าแบบนี้เหมือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สกาวยืนยันเราสองคนไม่รู้จริงว่าเดือนสิบไปไหน ดำเกิงนึกไปถึงตอนที่พูดกับเดือนสิบในห้องแต่งตัวว่าของขวัญที่เขาจะมอบให้ลูกในวันนี้คือมอบอิสระให้ เดือนสิบและสกาวต่างตกใจ

“พ่ออยากให้เดือนทำตามใจตัวเองทำในสิ่งที่เดือนมีความสุขไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เดือนอยากทำมากที่สุดในเวลานี้ พ่ออยากให้เดือนทำ อะไรก็ได้ลูก โดยไม่ต้องแคร์ใครในโลกนี้ ไม่ต้องสนใจความรู้สึกของใครทั้งนั้น”

“รวมทั้งพ่อกับแม่ด้วย...ใช่ไหมคะคุณ” สกาวยิ้มให้ดำเกิงทั้งน้ำตา เขาพยักหน้ารับคำ ขอให้เดือนสิบรับของขวัญชิ้นนี้จากเขาเอาไว้ เธอโผกอดพ่อแน่น ดำเกิงกอดลูกตอบน้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม

“พ่อให้เดือนได้เท่านี้แหละลูก”...

ทั้งลำธาร บุญหยาดและยี่สุ่นยังคงคาดคั้นให้ดำเกิงบอกว่าเดือนสิบอยู่ไหน เขายืนยันคำเดิมว่าไม่รู้ ลำธารเห็นไม่เข้าทีจะไปตามหาเธอเอง แต่ยังไม่ทันลุกขึ้นเงินยวงเดินเข้ามาเสียก่อน

“พี่เดือนไปแล้วค่ะ ไม่ต้องไปตามหรอก เธอไม่กลับมาแล้วล่ะค่ะ”

ยี่สุ่นแค้นอกแทบระเบิด แต่ความเป็นผู้ดีเก่าค้ำคออยู่จำต้องข่มอารมณ์เอาไว้

ooooooo

นารากับพ่อกำลังเฝ้าดวลที่ถูกมัดมือมัดเท้าขึงไว้กับเตียง เห็นดำเกิงกับสกาวกลับแต่หัววันก็ร้องทัก งานเสร็จเร็วดีจังเลย ดำเกิงไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มๆ สกาวขอบคุณสองพ่อลูกที่ช่วยเป็นธุระเรื่องดวลให้ นารายินดีช่วยหากมีอะไรให้เรียกก็แล้วกัน เธอขอบคุณทั้งคู่อีกครั้ง สองพ่อลูกขยับจะไปดำเกิงร้องเรียกไว้

“ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอโทษกับทุกสิ่งที่ผมเคยทำนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับเพื่อนบ้านกันมีอะไรพอช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกันไป” พ่อนารายิ้มให้อย่างเป็นมิตร ดำเกิงยิ้มตอบทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน สกาวสบายใจที่สามีเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน...

ความเปลี่ยนแปลงของดำเกิงไม่ได้หยุดแค่นั้น ยังลามไปถึงเรื่องของดวลอีกด้วย เขาเปลี่ยนใจไม่พันธนาการลูก ค่อยๆแก้เชือกที่มัดมือมัดเท้าลูกออกเพื่อให้เขาหลับสบายขึ้น สกาวรีบเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ สักพักดวลรู้สึกตัว ครั้นขยับแขนขาได้ไม่ถูกมัด เขาลุกพรวดความอยากยาทำให้เขากระสับกระส่าย สกาวต้องกอดลูกไว้ บอกให้นอนลงอย่างเดิม ดวลไม่ฟังดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดแม่

ดำเกิงเข้ามาช่วยจับแต่สู้แรงเขาไม่ไหว พ่อกระเด็นไปทางแม่ไปอีกทางหนึ่ง ดวลไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นพุ่งไปที่ประตูห้อง ดำเกิงหยิบซองยาขึ้นมาชูไว้พลางเรียกลูกให้หันมาดู นี่คือยาที่เขาอยากได้ตนหามาให้แล้ว

ดวลหันมาคว้าซองยาไปจากมือพ่อแล้วจะหนี ดำเกิงกอดเอวลูกไว้ไม่ยอมให้ไป ถ้าเขาต้องการยา จากนี้ไปตนจะเป็นคนไปหามาให้เอง ขอแค่อย่าไปไหนอยู่ที่นี่กับพ่อกับแม่ เราจะอยู่ด้วยกัน ความรู้จักผิดชอบชั่วดีแล่นไปทั่วร่าง เขามองพ่ออย่างสำนึกได้ เหวี่ยงซองยาทิ้ง

“พ่อ แม่ ช่วยดวลด้วย ดวลอยากเลิก ดวลไม่เอาแล้วช่วยดวลด้วยนะ” ดวลทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นก่อนจะคลานเข้าไปกราบพ่อขอให้ช่วยเขาด้วย สกาวเข้าไปกอดลูกไว้ ดวลยังคร่ำครวญซ้ำๆว่าอยากเลิกยาไม่เอาอีกแล้ว ดำเกิงสัญญาจะช่วยเขาเอง แล้วเล่าเรื่องที่ตัวเองให้อิสรภาพกับเดือนสิบ อยากทำอะไรก็ได้อย่างที่ใจต้องการโดยที่พ่อกับแม่จะไม่เสียใจในสิ่งที่เธอเลือก

“ดวลเองก็เหมือนกัน พ่อจะให้ของขวัญชิ้นหนึ่งกับดวลเหมือนกัน พ่อจะให้ดวลเลือกว่าดวลจะเลิกยาหรือจะใช้มันต่อไป ดวลเลือกได้ มันเป็นสิทธิ์ของดวล...พ่อคิดว่าพ่อจะขายบ้าน มันใหญ่เกินไปสำหรับพวกเรา พ่อเห็นแก่ตัวที่ให้ทุกคนช่วยกันแบกความจมไม่ลงของพ่อมานานถ้าดวลอยากเลิกยาเราจะช่วยกัน”

ดำเกิงยังบอกอีกด้วยว่าถ้าดวลมีความสุขกับการใช้ยา อย่างน้อยท่านก็ยังมีเงินก้อนใหญ่พอที่จะทำให้เขามีความสุขไปได้อีกหลายปี นับจากนี้ท่านจะทำให้ทุกคนมีความสุข ดวลตัดสินใจเลือกการเลิกยา

ooooooo

หลังได้รับอิสรภาพ เดือนสิบเดินทางไปหาเที่ยงวันซึ่งทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครช่วยผู้ป่วยเอดส์ที่ประเทศคองโก เขาดีใจมากที่เห็นเธอถามว่ามาได้อย่างไร แล้วงานแต่งงานทำอย่างไร

“เดือนเบี้ยวงานแต่งค่ะ ไม่ดีเลยใช่ไหมคะ”

“ครับไม่ดีเลย...แต่ผมชอบนะ คุณเงินยวงไม่ได้วางแผนล่มงานให้นะครับ” เที่ยงวันพูดติดตลก เดือนสิบส่ายหน้ายิ้มๆ นึกย้อนไปถึงตอนที่เธอหนีงานแต่งกำลังขนข้าวของขึ้นรถหันกลับมามองอีกทีต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเจอเงินยวงยืนมองอยู่ เธอถามเสียงเข้มนั่นคิดจะทำอะไร เดือนสิบไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรได้แต่ขอโทษ

นอกจากจะไม่โกรธที่เดือนสิบทำให้งานวิวาห์ล่ม เงินยวงยังบอกให้เธอรู้อีกด้วยว่าเที่ยงวันอยู่ไหน เธอถึงได้ตามมาหาเขาถูก เธอดีใจที่รู้ว่าเขาอาสามาช่วยงานที่นี่อย่างน้อยเขาก็ไม่หันกลับไปหายาเสพติด

“ก็เกือบไปเหมือนกันนะครับ ถ้าไม่ได้คุณเงินยวงกับหมอตาม”

“เดือนเป็นสาเหตุให้คุณเที่ยงเสียใจแท้ๆเลย”

เที่ยงวันไม่โกรธเธอแม้แต่น้อยแต่โกรธตัวเองที่ไม่สามารถประคองตัวไว้ได้ แต่พอมาที่นี่ได้ช่วยเหลือคนอื่นที่ตกทุกข์ได้ยากกว่าทำให้เขากลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้ง เจอร์รี่เจ้าหน้าที่ฝรั่งคนหนึ่งเดินถือถ้วยกาแฟเข้ามาสมทบ เที่ยงวันจึงแนะนำให้รู้จักกับเดือนสิบ

เจอร์รี่ถามว่าเธอเป็นแฟนเขาหรือ เที่ยงวันได้แต่อึกอัก เดือนสิบก็เลยตอบคำถามให้แทนว่าใช่ เธอเป็นแฟนเขา เจอร์รี่รู้งานจึงปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง

“ขอบคุณนะครับที่กลับมาหาผม” เที่ยงวันจับมือเดือนสิบมากุมไว้

อีกมุมหนึ่งห่างออกมา หมอตามเห็นเงินยวงยืนมองเที่ยงวันกับเดือนสิบตาเขม็งเดินเข้ามาหา

“ผมละนับถือน้ำใจคุณจริงๆนะครับคุณยวง รักแบบไม่ครอบครองรักแบบเสียสละ”

เงินยวงออกตัวว่าแค่ชอบเที่ยงวันยังไม่ทันได้รัก หมอตามไม่วายพูดติดตลกถ้าเป็นแบบนี้เขาก็มีสิทธิ์จีบเธอใช่ไหม เธอยินดีรับใบสมัครของเขาไว้พิจารณา...

ขณะบรรยากาศที่คองโกอบอวลไปด้วยกลิ่นอายรัก ดำเกิงซึ่งอยู่ในเมืองไทยพาดวลไปบำบัดอาการอยากยาที่วัดแห่งเดียวกับที่เที่ยงวันเคยมาใช้บริการ หลวงพ่อเอายาสมุนไพรบางอย่างมีสรรพคุณช่วยขับสารเสพติดที่ยังหลงเหลือในร่างกายมาให้ดวลดื่ม อึดใจเขาอาเจียนออกมาไม่หยุด จนหมดเรี่ยวแรง

พระลูกวัดเอายามาให้ดื่มอีก ดวลส่ายหน้าเป็นทำนองไม่ไหวแล้ว ดำเกิงรับยาจากพระมาป้อนลูกซึ่งดื่มไปยังไม่ถึงครึ่งขวดก็อาเจียนออกมาอีก ดำเกิงคอยลูบหลังให้ดูแลใกล้ชิด โดยมีหลวงพ่อคอยพูดให้กำลังใจ

“อดทนหน่อยนะโยม ตอนโยมเที่ยงมารักษาตัวก็เป็นอย่างนี้แหละ ตอนนี้ก็หายดีแล้วเห็นไหม”

ooooooo

จากนั้นหลวงพ่อเล่าให้สองพ่อลูกฟังคร่าวๆว่าตอนที่เที่ยงวันมารักษาอาการติดยาเสพติดที่วัดแห่งนี้ แรกๆเขาก็ท้อเหมือนดวล แต่มีทูลคอยเป็นกำลังใจ คอยพูดกระตุ้นให้เขามีแรงฮึดสู้ สองพ่อลูกร่วมกันต่อสู้กับอาการติดยาของเที่ยงวัน จนอาการของเขาดีขึ้นเป็นลำดับ และหายได้ในที่สุด

วันที่เที่ยงวันได้ออกจากที่นี่ ทูลกับสวาทวิมลซึ่งเป็นคนมารับ เข้ามากราบขอบพระคุณหลวงพ่อที่ทำให้พวกตนได้ลูกกลับมาอีกครั้ง ท่านย้ำกับเที่ยงวันว่าได้เกิดใหม่แล้ว ขอให้ดำเนินชีวิตใหม่ให้ถูกต้องด้วย ทำความดีชดเชยสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดลงไป สวาทวิมลดึงลูกมากอด

“หมดทุกข์หมดโศกซะทีนะลูกนะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะลูก”

หลวงพ่อเตือนสามคนพ่อแม่ลูกว่าการเลิกยาว่ายากแล้วการกลับเข้าสังคมยิ่งยากกว่าเพราะคนมองเราผิดอย่างไรก็ยังคงมองอย่างนั้น มีเพียงเราเท่านั้นที่จะแก้ไขทุกอย่างได้และให้หมั่นทำความดีลบล้างความผิดพลาดในอดีตแม้จะลบไม่หมดแต่ความดีจะค่อยๆเจือจางความรู้สึกของผู้คนไปได้ ควรปิดหูปิดตาบ้าง

“รับแต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตเราก้าวไปข้างหน้า อย่าเปิดรับสิ่งที่ทำให้เราถอยหลังกลับมาสู่สิ่งเลวร้าย”...

ในระหว่างที่ดวลตั้งใจแน่วแน่จะเลิกยาให้ได้ ยี่สุ่นยังคงตระเวนขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่ที่งานวิวาห์ของลูกชายล่มกลางคัน วันนี้เธอมากราบขอประทานอภัยต่อคุณหญิงถนอมศรีผู้เป็นน้า การมาครั้งนี้ทำให้ยี่สุ่นได้รู้อีกว่า บุญหยาดรู้ทั้งรู้ว่าเชิญจิตกับมิถุนาเป็นพวกหิวเงิน ชอบเกาะคนรวย นิสัยใจคอหยาบกระด้าง ยังพยายามยัดเยียดให้แต่งงานกับลำธาร...

ยี่สุ่นเก็บความเคลือบแคลงนี้กลับมาถามบุญหยาดซึ่งหน้าว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ทีแรกเธอไม่ยอมพูดอะไรแต่พอถูกยี่สุ่นคาดคั้นหนักเข้าเธอก็หลุดปากว่าที่ทำแบบนั้นเพราะความอิจฉาที่ยี่สุ่นเกิดมามีทุกอย่าง ถึงเราสองคนจะมีแม่คนเดียวกัน แต่พ่อของยี่สุ่นเป็นถึงหม่อมราชวงศ์ ส่วนพ่อของตนเป็นเพียงครูจนๆ แถมยี่สุ่นยังแต่งงานมีครอบครัวที่ดีมีลูกที่น่ารัก แต่ตนไม่มีอะไรเลย

“คุณพี่...แต่ฉันไม่เคยทิ้งคุณพี่เลย”

“ฉันคอยดูแลเธอและลูกๆ แล้วฉันได้อะไรเธอก็มองฉันเป็นแค่บริวารของเธอเท่านั้น” บุญหยาดคายความในใจออกมาจนหมด ยี่สุ่นเสียใจที่พี่สาวคิดอย่างนี้กับตัวเองมาตลอด

“น้องตัดสินใจจะไปปารีสกับตาธารสักพัก” พูดจบยี่สุ่นเดินขึ้นห้องไม่สนใจบุญหยาดอีกเลย...

ทางด้านชีวาตม์ทำตามที่เคยพูดไว้กับยุพรา เอาน้องปอนด์ลูกของกิ่งคำซึ่งเกิดมามีปัญหาเนื่องจากแม่ติดยามาเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนเป็นลูกตัวเอง รับกิ่งคำกลับมาอยู่ด้วยกันโดยที่เธอรับปากจะเลิกยาและเข้ารับการบำบัด รื่นเริงก็ยังอยู่ในความดูแลของเขา การกระทำของชีวาตม์ทำให้ยุพรายิ่งรักเขามากขึ้น รักในความดีของเขาและตั้งใจมั่นจะช่วยเขาให้ผ่านเรื่องยากๆเหล่านี้ไปให้ได้ ในฐานะเพื่อน...

ในที่สุดดวลเลิกยาได้ กลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง ดำเกิงขายบ้านหลังใหญ่ได้เงินมากพอสมควรทำให้เคลียร์หนี้สินได้หมดและยังมีเงินเหลือพอซื้อบ้านหลังเล็กๆอยู่ สกาวทำอาหารใต้ให้ดำเกิงเอาไปส่งตามบ้านละแวกนั้น ทุกอย่างดูลงตัวจนเดือนสิบที่ได้รับข่าวดีนี้จากพ่อยิ้มไม่หุบ เที่ยงวันพลอยดีใจไปกับเธอด้วย

“ทุกอย่างก็ดูว่าจะจบลงแบบสวยงามแล้วนะครับ จะเหลือก็แต่เรา แล้วเราล่ะครับจะลงเอยแบบไหน”...

เที่ยงวันกับเดือนสิบลงเอยด้วยการแต่งงานกัน ทั้งคู่ไปแต่งงานที่แอฟริกาใต้ สถานที่ที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรก โดยมีวาวาตูทำพิธีแต่งงานให้ตามประเพณีของเผ่าซูลู ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก

ooooooo

–อวสาน–


ละครข้ามสีทันดร ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านข้ามสีทันดร ติดตามข้ามสีทันดร ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ 28 ก.ค. 2561 07:36 2018-07-30T01:20:13+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ