นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กำไลมาศ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"

    ในงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิง เสด็จป้าของหม่อมเจ้าชายดิเรก แขกเหรื่อทยอยมากันพร้อมหน้าพร้อมตา รวมทั้งการแสดงละครหุ่นกระบอกคณะนายรวยก็เตรียมตัวเรียบร้อย แต่กลับไม่มีใครเห็นริ้วทอง

    ทุกคนในคณะพยายามตามหาแต่ก็ไม่พบ นายรวยกับนางรื่นเลยเริ่มการแสดงไปก่อนโดยไม่มีริ้วทอง

    แต่กระนั้น...การแสดงหุ่นกระบอกก็เป็นที่ประทับใจของทุกคน โดยเฉพาะหม่อมเจ้าชายดิเรกกับเสด็จพระองค์หญิง นั่งมองการแสดงตาไม่กะพริบ และถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อจู่ๆริ้วทองก็ปรากฏตัว!

    ริ้วทองอยู่ในชุดสวย ซึ่งนางรื่นเป็นคนตัดให้ โดยใช้ผ้าผืนที่หม่อมถมยามอบให้เมื่อวันก่อน นักเชิดหุ่นสาวกลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงาน ยิ่งประกอบกับประกายทองเหลืองอร่ามของกำไลมาศวงสวยบนข้อมือ ยิ่งทำให้น่ามอง ปรุงเองก็ไม่เป็นข้อยกเว้น แต่ก็อดหนักใจไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าน้องสาวที่รักจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

    หม่อมเจ้าชายดิเรกตกในภวังค์ไม่ต่างจากคนอื่นๆ หม่อมถมยาทนไม่ได้ จัดการให้ลูกชายคนเดียวชวนคู่หมายสาวไปเปิดฟลอร์ หม่อมเจ้าหญิงรัมภายังงอน ไม่อยากเต้นรำกับเขา แต่ด้วยมารยาท เลยขัดไม่ได้

    เพราะความคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก สองหนุ่มสาวซึ่งถูกวางตัวเป็นคู่หมายเลยเต้นรำกันอย่างเข้าขา แต่หน้าตาบูดบึ้ง ไม่ยอมสบตาของราชนิกุลสาวก็ทำให้ถูกเย้า

    “เต้นรำแต่ไม่มองหน้าคู่เต้น ถือว่าเสียมารยาท”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหน้าตึง ตอกเสียงเรียบ “ถ้ามองแล้วต้องเห็นแววตาของอีกฝ่าย ว่าเขาถูกบังคับมาให้เต้น หาได้ยินดีจะเต้นรำกับหญิงด้วยความสมัครใจไม่ หญิงยอมเสียมารยาทค่ะ”

    “พี่ไม่ได้ถูกบังคับ น้องหญิงก็รู้ว่าพี่ชอบเต้นรำกับน้องหญิง”

    “แน่ใจหรือคะ ว่าตอนนี้ความคิดของเจ้าพี่ไม่ได้เปลี่ยนไปแล้ว”

    “ไม่เปลี่ยน...พี่ยังเป็นพี่ชายคนเดิมของน้องหญิง”

    “คนเดิมที่ไม่เคยเห็นหญิงในสายตา”

    ถ้อยคำตัดพ้อของคู่หมายสาว ทำให้หม่อมเจ้าชาย ดิเรกถึงกับอึ้ง เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอเผยความในใจ แต่กระนั้น...หัวใจของเขาก็มีหญิงอื่นแล้ว เลยตอบสนองความรักและความรู้สึกของเธอไม่ได้

    เวลาเดียวกันที่อีกมุมของงาน...ริ้วทองต้องพยายามข่มอารมณ์อย่างมาก ไม่ให้พุ่งไปแยกตัวหม่อมเจ้าชายดิเรกจากหม่อมเจ้าหญิงรัมภา เลยไม่ทันระวังเมื่อปรุงขยับมากระชากข้อมือข้างที่สวมกำไล

    “ริ้วเอากำไลมาจากไหน”

    ริ้วทองสะบัดข้อมือออกอย่างแรง “พี่ปรุงอย่ายุ่งกับฉันได้ไหม”

    “เอ็งเปลี่ยนไปมาก ริ้วทองน้องพี่คนเดิมหายไปไหน”

    “ริ้วทองคนเดิมที่เคยถูกรังแก ถูกดูถูกเหมือนไม่ใช่คนมันตายไปแล้วพี่ปรุง นับแต่นี้จะมีแต่ริ้วทองคนใหม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะพวกมัน อีริ้วทองคนนี้จะทำให้มันทุกคนรู้ว่าคนบ้านนอก ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างอีริ้วทองนี่แหละ คู่ควรกับท่านชายดิเรกที่สุด”

    ปรุงมองมาด้วยสายตาผิดหวัง “ระวังเถิดริ้ว... ระวังจะแพ้ภัยตัวเอง”

    พูดจบก็เดินแยกไป แต่ริ้วทองก็ไม่ยี่หระ เพราะมัวมองหม่อมเจ้าชายดิเรกเต้นรำกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาด้วยความหึงหวงสุดขีด...นังรัมภา แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!

    ooooooo

    ระหว่างที่ทุกคนในงานเลี้ยงสนุกสนานรื่นเริงกับอาหารและการเต้นรำ เหมยกุยลากตัวล้อมเพชรออกจากบ้าน ไปทำพิธีคุณไสย เล่นของใส่หม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    ล้อมเพชรยืนมองญาติสาวทำพิธีต่างๆด้วยความรู้สึกสยดสยอง แต่เมื่อเหมยกุยหว่านล้อมให้ทำตามพิธีกรรม ถ้าอยากได้หม่อมเจ้าชายดิเรกมาเป็นผัว ก็ต้องพยายามข่มความกลัวแล้วเริ่มต้นสาปแช่ง

    “นังหญิงรัมภา ติณชาติ...มึงเคยพูดจาดูถูกกูขอให้สิ่งโสโครกเข้าไปทำลายเลือดผู้ดีของมึง ขอให้มึงไม่ได้สมหวังกับท่านชายดิเรก มึงจะต้องเจ็บเจียนตายทั้งกายและใจ!”

    ผลของพิธีกรรมคุณไสยและการสาปแช่งของสองพี่น้องตระกูลร้านทอง ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทรุดฮวบ หม่อมเจ้าชายดิเรกต้องประคองไปพัก และท่าทางเป็นห่วงเป็นใยตามประสาคนคุ้นเคยกันตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้ริ้วทองริษยาและมองตามด้วยแววตาเคียดแค้น

    “แกคิดจะเอาคืนฉันใช่ไหมนังหญิงรัมภา”

    แต่ความแค้นก็ถูกหยุดไว้ชั่วขณะ เมื่อริ้วทองเหลือบไปเห็นหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ และถือโอกาสนี้เอาคืน ด้วยการเดินโฉบไปใกล้ และยั่วประสาท อวดกำไลมาศวงสวย ของรักแทนใจที่ได้มาจากคนรัก!

    ส่วนหม่อมเจ้าหญิงรัมภา...ปวดท้องมากจนแทบประคองตัวไม่ไหว หม่อมเจ้าชายดิเรกจึงพาไปพักในมุมเงียบๆ โดยมีหม่อมเจ้าหญิงภรณีตามประกบด้วยความเป็นห่วงน้องสาวคนเดียว แต่อาการของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ไม่ดีขึ้น แถมทำให้สองราชนิกุลหนุ่มสาวต้องเครียดหนัก เมื่อเธออาเจียนออกมาเป็นเลือด!

    สีหน้าขาวซีดของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ทำให้หม่อมเจ้าชายดิเรกต้องปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะน้องหญิง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะไม่ยอมให้น้องหญิงเป็นอะไร พี่จะหาหมอดีที่สุดมารักษาน้องหญิง...พี่สัญญา”

    น้ำเสียงเป็นห่วงและสัมผัสอ่อนโยน ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาน้ำตาคลอ พร้อมกับภาพในอดีต เมื่อครั้งเขาปลอบไม่ให้เธอเศร้าใจเรื่องแม่ หวนคืนอีกครั้ง แต่หม่อมเจ้าชายดิเรกกลับเข้าใจว่าเธอร้องไห้เพราะกำลังเจ็บปวด

    “ไม่ต้องร้องไห้นะคนเก่งของพี่ หญิงณีอยู่กับน้องรัมภาตรงนี้ก่อนนะ พี่จะไปบอกให้คนไปตามหมอ”

    แต่ไม่ทันตามหมอ หม่อมเจ้าชายดิเรกก็มีเรื่องชกต่อยกับหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์เสียก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยื้อยุดแย่งกำไลกับริ้วทอง นักเชิดหุ่นสาวเห็นคนรักก็โผหา และร้องขอให้เขาพาออกจากงาน

    หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์เห็นท่าทางสนิทสนมของเพื่อนกับนักเชิดหุ่นสาวที่หมายปองก็ของขึ้น โวยลั่น

    “ดิเรก...นายเป็นคนให้กำไลริ้วทอง ชายดิเรก... นายกล้าดียังไงมาแย่งริ้วทองไป”

    “ริ้วทองไม่ได้เป็นของนาย”

    “เป็นสิ...ริ้วทองเป็นเมียของฉัน ได้ยินไหมว่านังนี่เป็นเมียฉัน!”

    เสด็จพระองค์ชายกับหม่อมถมยาซึ่งตามมาดูถึงกับตะลึง เช่นเดียวกับนายรวยและนางรื่น แต่ไม่ทันสรตะอะไรมาก ทั้งหมดก็ต้องอึ้งกว่าเดิม เมื่อหม่อมเจ้าชายดิเรกปราดไปชกหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์เต็มแรง

    “ริ้วทองไม่ได้เป็นเมียนาย นายอย่าพูดให้ริ้วทองเสียหายอีก”

    “นายรู้ได้ยังไงว่าริ้วทองไม่ใช่เมียฉัน”

    “เพราะริ้วทองเป็นเมียของฉัน!”

    ooooooo

    คำประกาศกร้าวของหม่อมเจ้าชายดิเรก ทำให้ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก แต่คนช้ำใจเกือบล้มทั้งยืนคงหนีไม่พ้นหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ซึ่งพยุงร่างอ่อนแรงมาทันเห็นภาพบาดใจ คู่หมายหนุ่มประคองริ้วทองอย่างหวงแหน จนถึงกับเป็นลมกลางงาน ท่ามกลางความตกใจของเหล่าแขกเหรื่อ

    เหตุการณ์วุ่นวายในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวัน ประสูติเสด็จพระองค์หญิง นอกจากจะทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาล้มป่วยและเสียชื่อเสียงแล้ว ยังทำให้นายรวยนางรื่นโกรธจัด โดยเฉพาะฝ่ายหลัง ตบตีและด่าทอลูกสาวคนเดียว โทษฐานไม่เจียมกะลาหัว ริอ่านใฝ่สูง แถมแย่งคู่หมายของเจ้านายสาวอีกต่างหาก

    ริ้วทองน้ำตาไหล รู้ตัวดีว่าผิด จึงไม่หนี ยอมให้แม่ตี “พ่อจ๋า แม่จ๋า ฉันเลวที่ใจง่าย แต่ฉันกับท่านชายดิเรก...เรารักกันมาก ท่านชายก็สัญญาแล้วว่าจะเลี้ยงดูฉันอย่างดี พ่อกับแม่อย่าโกรธฉันเลยนะจ๊ะ”

    นายรวยเสียใจมากจนแทบทนมองหน้าลูกสาวคนเดียวไม่ไหว ริ้วทองหัวใจสลาย ถลาไปกอดขาอ้อนวอนให้พ่ออภัยและลงโทษตนให้สาสม แต่นายรวยก็ทำได้แค่เบือนหน้าหนี

    “พ่อไม่โกรธเอ็งดอกริ้ว พ่อรักเอ็ง พ่อไม่อยากให้เอ็งมีบาปติดตัว ลูกที่ทำพ่อแม่เสียใจ บาปหนายิ่งกว่าอะไร”

    ริ้วทองยิ่งสะอื้นหนัก แล้วก็ถึงกับหน้าเสีย เมื่อได้ยินประโยคต่อมาของพ่อ

    “พ่อพาเอ็งมาอยู่ที่นี่ หวังจะให้เอ็งมีชีวิตดีขึ้น แต่ถ้ามันทำให้จิตใจของเอ็งต่ำทรามลง เราก็กลับไปอยู่บ้านเรากันเถิด เก็บของ พระอาทิตย์ขึ้นเราจะกลับนครสวรรค์”

    นายรวยกับนางรื่นผละไปแล้ว ทิ้งริ้วทองให้ร่ำไห้ใจแทบขาด ไม่อยากจากคนรัก ปรุงต้องลากไปเก็บของ แต่นักเชิดหุ่นสาวก็ไม่ยอม สะบัดตัวออก

    “พี่ปรุงปล่อยฉัน ฉันไม่กลับ ฉันจะอยู่ที่นี่กับผัวของฉัน!”

    ปรุงได้ยินดังนั้นก็เหลืออด กระชากตัวน้องสาวไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง

    “ผีตนใดเข้าสิงเอ็ง เอ็งถึงได้เปลี่ยนไปได้อย่างนี้”

    “ฉันยังเป็นริ้วทองคนเดิม”

    “ไม่ใช่...ริ้วทองน้องพี่น่ารัก รักตัวเอง รักพ่อแม่เหนือสิ่งใด ไม่ใช่หญิงใจง่าย เห็นผู้ชายดีกว่าพ่อแม่อย่างเอ็ง!”

    พูดจบก็เขย่าตัวน้องสาวตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน หม่อมเจ้าชายดิเรกผ่านมาเห็นก็ปราดเข้ายื้อยุด มีเรื่องชกต่อยจนเลือดตกยางออก ริ้วทองเห็นคนรักถูกทำร้าย เลยตัดสินใจเข้าขวาง พร้อมกับขู่พี่ชายเสียงเข้ม

    “ถ้าพี่ปรุงแตะต้องผัวฉัน พี่จะไม่ใช่พี่ชายของฉันอีกต่อไป”

    ปรุงชะงัก มองริ้วทองด้วยสายตาผิดหวังสุดขีด แต่ก็ยอมรามือโดยดี ก่อนจะลากตัวน้องสาวกลับเรือน ริ้วทองไม่ยอม ร้องไห้วิ่งหนีไปเกาะแขนคนรัก จนหม่อมเจ้าชายดิเรกต้องโอบปลอบ พร้อมประกาศ

    “ฉันฝากบอกพ่อรวยแม่รื่นว่าฉันจะพาริ้วทองไปกราบขอขมาและสู่ขอริ้วทอง เพราะนับตั้งแต่นี้ไป ริ้วทองจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ริ้วทองจะอยู่ที่นี่ ในฐานะเมียของฉัน!”

    ooooooo

    ไม่ใช่แค่นายรวยนางรื่นที่คัดค้านเรื่องความรักระหว่างหม่อมเจ้าชายดิเรกกับริ้วทอง หม่อมถมยาก็เต้นผางไม่ต่างกัน ยื่นคำขาดจะไม่ยอมรับใครเป็นสะใภ้ศุภมาศทั้งนั้น นอกจากหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    หม่อมเจ้าชายดิเรกถอนใจยาว พยายามอธิบายอย่างอดทนว่าตอนนี้คงห้ามไม่ได้แล้ว เพราะแขกเหรื่อในงานเลี้ยงก็รู้กันทั่วว่าเขากับริ้วทองไม่ใช่แค่คนรักแต่เป็นผัวเมียกันจริงๆ

    หม่อมถมยาเจ็บใจมาก โต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ผู้ชายจะมีเมียบ่าวเมียไพร่กันบ้าง ไม่มีใครถือสาดอก”

    “แต่ชายถือ...ท่านแม่ก็ทราบนี่คะ ชายตั้งใจจะมีผัวเดียวเมียเดียว ชายจะไม่มีหลายเมียให้ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายทุกข์ระทมใจ ริ้วทองก็คือคนที่ชายเลือกแล้ว ชายจะแต่งงานกับริ้วทองคนเดียวเท่านั้น”

    คำยืนกรานของลูกชายคนเดียว ทำให้หม่อมถมยาแทบคลั่ง เสด็จพระองค์ชายกับเสด็จพระองค์หญิง ท่านพ่อและป้าของหม่อมเจ้าชายดิเรกต้องช่วยไกล่เกลี่ย ให้ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ หม่อมถมยาเลยต้องยอมแบบเสียไม่ได้

    “ก็ได้...ชายอยากจะเอาใครเข้ามาอยู่ที่นี่ก็เชิญ แต่ต้องอยู่ในฐานะเมียบ่าว จะไม่มีงานแต่งเกิดขึ้น ถ้าชายยังจะดื้อดึงเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ ชายก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่!”

    ในที่สุดความฝันของริ้วทองก็เป็นจริง แม้ว่าหม่อมถมยาจะไม่เต็มใจ แต่ริ้วทองก็ไม่สนแล้วนาทีนี้ เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับหม่อมเจ้าชายดิเรก ก็อดไม่ได้จะก้มกราบเท้าด้วยความซาบซึ้งใจ

    “หม่อมฉันซึ้งใจเหลือเกินที่ท่านชายมั่นคงในความรักที่มอบให้หม่อมฉัน”

    “ริ้วเป็นเมียฉันนี่นา เรื่องท่านแม่ ริ้วก็ไม่ต้องกังวลไปนะ ฉันจะพูดกับท่านแม่ให้เอง”

    “ไม่เป็นไรเพคะ ท่านชายทำเพื่อหม่อมฉันมามากแล้ว ต่อไปนี้หม่อมฉันจะทำให้ทุกคนที่นี่เห็นเอง ว่าถึงหม่อมฉันจะไม่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่หม่อมฉันก็มีชีวิตและจิตใจไว้เพื่อท่านชายดิเรกคนเดียว”

    หม่อมเจ้าชายดิเรกกับริ้วทองมัวลุ่มหลงในกันและกัน โดยนึกไม่ถึงเลยว่าต้องทำให้ใครเสียใจบ้าง โดยเฉพาะหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ร่ำไห้ปิ่มใจแทบขาดที่ต้องสูญเสียคู่หมายหนุ่มไปตลอดกาล

    แต่คนเดือดร้อนสุด กลับเป็นหม่อมเจ้าหญิงภรณี เพราะความรักของหม่อมเจ้าชายดิเรกกับริ้วทอง ทำให้คณะละครหุ่นกระบอกนายรวยตัดสินใจย้ายกลับนครสวรรค์ และปรุง นักเชิดหนุ่มที่เธอแอบมีใจก็จะต้องจากไปไกลด้วย

    ปรุงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อหม่อมเจ้าหญิงภรณีแวะมาหากลางดึกและสารภาพรัก เขาพยายามปฏิเสธและขอให้คิดใหม่ แต่ราชนิกุลสาวก็ไม่ยอม ยืนยันจะไม่ให้อะไรมาขวางความรักครั้งนี้

    “ถ้ายศถาบรรดาศักดิ์ขวางกั้นทำให้เรารักกันไม่ได้ ฉันก็พร้อมจะยอมเป็นเพียงคนธรรมดาเพื่อปรุง ให้ฉันไปอยู่นครสวรรค์กับปรุงด้วยเถิดนะ ฉันไม่กลัวลำบาก ขอแค่ให้มีปรุงอยู่กับฉันก็พอ”

    พูดจบก็โผกอด ซุกซอกคอเขา พร้อมร้องไห้กระซิกๆ และนั่นก็ทำให้ความยับยั้งชั่งใจของปรุงสิ้นสุด เผลอตัวเผลอใจดึงเธอมากอดจูบตามอารมณ์กำหนัดที่พลุ่งพล่าน ไฟสวาทลามเลียคนทั้งคู่จนไม่มีใครห้ามใคร และในที่สุดตัณหาเบื้องลึกก็เป็นฝ่ายชนะ หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับปรุงลักลอบมีสัมพันธ์สวาทกันในคืนนั้นเอง...

    ooooooo

    ความรักและสัมผัสอ่อนหวานยังอยู่ในความทรงจำของคุณทวดภรณีเสมอ และเมื่อลืมตาตื่น อาการเห็นภาพหลอนก็หายไปแล้ว เหลือไว้เพียงความตื่นเต้นดีใจ ที่ได้รู้ว่าอินทวงศ์เป็นเหลนของหม่อมเจ้าชายดิเรก

    อินทวงศ์พยายามอธิบายว่าตนไม่ใช่ทายาทสายตรงของหม่อมเจ้าชายดิเรก แต่คุณทวดก็โพล่งออกมาก่อน

    “ถ้าไม่ใช่ลูกริ้วทองก็ต้องเป็นลูกน้องรัมภา งั้นคุณก็เป็นเหลนของทวดด้วย เหลนทวด...หายไปไหนมา ทำไมไม่มาหาทวดบ้าง โตเป็นหนุ่มหล่อเชียว มาให้ทวดหอมแก้มหน่อย”

    คุณทวดภรณีดึงตัวเขาไปกอดจูบด้วยความรักและเอ็นดู เกล้ามาศจะห้ามแต่สถาปนิกหนุ่มก็ส่งสัญญาณบอกว่าไม่เป็นไร และยอมให้คุณทวดแสดงความรักจนพอใจ ถึงได้ยอมบอกความจริงว่าตนไม่ใช่ลูกชายหม่อมเจ้าชายดิเรกกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาหรือริ้วทอง แต่เป็นเหลนทวดของน้องชายต่างมารดาของหม่อมเจ้าชายดิเรก

    “เท่าที่ผมรู้...ท่านทวดดิเรกยังไม่มีครอบครัว ไม่มีทายาทสืบสกุล”

    คุณทวดภรณีพยักหน้ารับรู้ “ก็ว่าอยู่...หน้าคุณไม่มีเค้าน้องรัมภา คุณเหมือนเจ้าพี่ดิเรก แต่เอาเถอะ ...ถึงไม่ใช่เชื้อสายเดียวกัน คุณก็เหมือนเหลนคนหนึ่งของทวด เพราะเมื่อก่อนตระกูลของเราเคยสนิทกันมาก”

    “แล้วทำไมถึงเลิกสนิทล่ะครับ”

    “นั่นสิ...ทวดก็จำไม่ได้ คนแก่ก็แบบนี้หลงๆ ลืมๆ วันหลังคุณแวะมาหาทวดอีกนะ เผื่อทวดจำได้จะเล่าให้ฟัง”

    คุณทวดภรณีขอตัวไปพัก หลังจากนั้นทิ้งอินทวงศ์ให้นั่งคุยกับเกล้ามาศตามลำพัง

    “ท่านทวดณีชอบคุณ”

    “คุณอาเคยบอกว่าผมมีเสน่ห์กับผู้หญิงอายุมากกว่าห้าสิบ”

    เกล้ามาศยิ้มบางๆก่อนจะถาม “คุณยังอยากจะช่วยฉันหาคำตอบเรื่องริ้วทองอยู่เหมือนเดิมไหมคะ”

    “ผมดีใจที่คุณถามแบบนี้ คุณอยากให้ผมช่วยอะไร บอกผมมาได้เลย”

    ด็อกเตอร์สาวถอนใจยาว นึกถึงอาการหวาดกลัวและคำพูดแปลกๆของคุณทวดระยะหลัง แล้วตัดสินใจบอกว่าคุณทวดภรณีต้องรู้เรื่องในอดีตแน่ โดยเฉพาะความแค้นของริ้วทองที่มีต่อหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    “คุณจะให้ผมถามจากท่านทวดณีหรือครับ”

    “ค่ะ...คุณต้องช่วยฉัน ก่อนที่ริ้วทองจะทำร้ายฉันกับครอบครัวฉันมากไปกว่านี้”

    ภารกิจที่เกล้ามาศมอบให้ ไม่ได้ทำให้อินทวงศ์ลำบากใจ เต็มใจช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาเป็นห่วงและไม่อยากให้เธอเป็นอันตราย และสิ่งแรกที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกคือหาทางติดต่อกับผีริ้วทองผ่านกำไลมาศ!

    แต่ผีริ้วทองก็ไม่ยอมออกมาให้เห็น เพราะน้อยใจที่เขายื่นคำขาด จะไม่ให้เธอทำให้เกล้ามาศเดือดร้อนอีกแล้ว เมื่อสวิตาทราบเรื่อง เพราะผีริ้วทองเข้าฝันไปบอกเรื่องอินทวงศ์อาจรู้เรื่องผีในกำไล ก็ร้อนรนอย่างหนัก คร่ำครวญและบีบบังคับให้ผีร้ายจัดการทุกอย่าง แต่คงเร่งเร้ามากเกินไป ผีริ้วทองเลยโมโห ถลาไปบีบคอ

    “อย่ามาขึ้นเสียงกับกู กูไม่ใช่ริ้วทองคนเดิมที่จะทนให้ใครมารังแกได้อีกแล้ว!”

    ความเจ็บปวดและความกลัวตายทำให้นางเอกสาวยอมจำนน ลดท่าทีแข็งกร้าว พร้อมกับเอ่ยเสียงอ่อน

    “ริ้วทอง...ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าเธอ ฉันแค่เป็นห่วงเรื่องต๊ะ ถ้าเขารู้เรื่องเรา เราจะทำอะไรได้ยาก”

    “คุณก็ต้องรีบจัดการนังรัมภา พอทุกอย่างสำเร็จ ฉันจะได้ออกไปพบท่านชายเสียที”

    “เธอจะให้ฉันทำอะไรอีก สั่งฉันมาได้เลยริ้วทอง”

    “ทำให้นังรัมภาไม่เหลืออะไรเลย โดยเฉพาะวังติณชาติที่มันใช้ซุกหัวนอน!”

    ooooooo

    คำขอของผีริ้วทองทำให้สวิตาลำบากใจไม่อยากทำ แต่ก็ต้องยอมเพราะถูกขู่บังคับ และหนทางแรกที่เธอมองเห็นเพื่อทำลายวังติณชาติคือเข้าทางอนาวิน ลูกชายใจสาวของอนรรฆ ด้วยการแนะนำให้เขารู้จักกับทรรศนะ

    แผนการของสวิตาคือให้ทรรศนะเป็นตัวช่วย

    อนาวิน เจรจาซื้อวังติณชาติ โดยที่เธอไม่ต้องเกี่ยวข้อง แน่นอนว่าเธอรู้ดีถึงรสนิยมของอนาวิน และรู้ดีด้วยว่านายแบบหนุ่มซื้อได้ด้วยเงิน!

    ฝ่ายอินทนิล...ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกหลอกซ้ำสอง มัวเจ็บแค้นที่ถูกทรรศนะสวมเขา ลอบเป็นชู้กับแทมมี่ และความโกรธแค้นของไฮโซสาว ก็ทำให้เธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากอนรรฆ ส่งคนไปดักทำร้ายแทมมี่

    กว่าทองแถมจะตามมาพบ แทมมี่ก็ถูกซ้อมจนหมดสติ แต่ที่เลวร้ายกว่านั้น คือเรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่บนสื่อทุกแขนงในเวลาต่อมา ว่านักแสดงสาวถูกทำร้ายร่างกายกลางกองถ่ายละคร!

    เกล้ามาศเห็นข่าวก็สังหรณ์ใจ แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่ออินทนิลสารภาพว่าเป็นคนบงการ ด็อกเตอร์สาวเดือดเนื้อร้อนใจมาก ยิ่งได้รู้ว่าแม่ขอคนจากอนรรฆ ยิ่งเครียดหนัก แต่เพียรห้ามเท่าไหร่ อินทนิลก็ไม่ฟัง

    “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ถ้ามัวแต่แก้แค้นเอาชนะกัน เมื่อไหร่ปัญหาจะจบ”

    “มันไม่จบง่ายๆหรอกมาศ มาศก็เห็นว่ามันทำอะไรแม่”

    เกล้ามาศรู้ดีว่าแทมมี่ถูกผีกำไลเข้าสิง ถึงได้ทำร้ายแม่ แต่ก็พูดไม่ได้ เลยได้แต่ตัดบท

    “ช่างเถอะค่ะ แต่มาศขอร้องนะคะ อย่าทำร้ายใครอีก ถ้าวันหนึ่งที่บาปกรรมตามสนอง คุณแม่จะทุกข์กว่านี้”

    แม้จะพยายามเตือนสติแค่ไหน แต่ดูเหมือนอินทนิลจะไม่ยี่หระ เกล้ามาศเลยตัดสินใจไปพบอนรรฆถึงบ้าน เพื่อขอร้องไม่ให้เขาช่วยเหลือแม่ทำเรื่องแบบนี้อีก เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รับปาก เพราะอยากเอาใจมากกว่าเข้าใจปัญหา แถมยุให้อนาวินควงเธอไปกินข้าวแต่เกล้ามาศก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

    อนรรฆหัวเสียมากที่ลูกชายคนโตไม่ร่วมมือสานสัมพันธ์กับเกล้ามาศ แต่อนาวินก็ไม่ทุกข์ร้อน เพราะเขามีวิธีดีกว่าจะทำให้อินทนิลยอมขายวังติณชาติ และเขาก็ไม่รั้งรอจะแสดงให้พ่อเห็นหลังจากนั้น ด้วยการพาไปเจอทรรศนะในสภาพเกือบเปลือยในห้องนอนของเขา!

    ทรรศนะเห็นพ่อของคู่ขาหมาดๆก็รีบแต่งตัวออกไป ทิ้งอนรรฆให้อาละวาดกับลูกชายคนโต

    “วิน...ฉันส่งแกไปเรียนหนักๆที่เมืองนอกหวังจะให้แกลืมเรื่องน่ารังเกียจของตัวเอง แต่ทำไมแกถึงยังไม่เลิก”

    “แต่สิ่งที่ผมเป็น จะช่วยทำให้วังติณชาติเป็นของเราได้นะครับพ่อ”

    อนรรฆถึงกับพูดไม่ออก เพราะรู้ดีว่าอินทนิลหลงใหลในตัวทรรศนะมากแค่ไหน และความสัมพันธ์อันน่ารังเกียจระหว่างลูกชายกับนายแบบหนุ่ม ก็อาจทำให้ความหวังจะครอบครองวังติณชาติสมหวังในเร็ววัน

    อาร์มไม่รู้เรื่องแผนร้ายของพ่อกับพี่ชาย มัวโวยวายกับมะลิ ที่ไม่ยอมปลุกไปเจอเกล้ามาศ ลูกครึ่งสาวยักไหล่ไม่แคร์ แถมพูดให้ช้ำใจอีกต่างหาก ว่าเกล้ามาศไม่เคยคิดอะไรกับเขา และไม่มีวันจะคิด!

    ooooooo

    เกล้ามาศอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว เมื่อได้เจอกับความสดใสของมะลิก่อนกลับจากบ้านของอนรรฆ และเมื่อเธอกลับถึงวังติณชาติในเวลาต่อมา ก็ได้ยิ้มกว้างกว่าเดิม เมื่อเห็นหน้าแขกหนุ่มคนสำคัญ

    อินทวงศ์นั่นเองที่แวะมาเยี่ยมคุณทวดภรณีแต่เช้า และทำตัวเป็นเหลนที่ดี นั่งคุยเป็นเพื่อน และขอให้สอนเชิดหุ่นกระบอก และเมื่อเกล้ามาศมาถึงเรือนคุณทวด เขาก็แกล้งร้องเพลงประกอบการเชิดเหมือนจะเย้า

    “คุณมาศมาแล้ว อันตัวผมนี้คิดถึงคุณมาศที่สุด”

    เกล้ามาศเขินมาก คุณทวดภรณีหัวเราะชอบใจใหญ่ และนึกสนุกจะสอนให้หลานสาวลองเชิดหุ่นด้วย อินทวงศ์ช่วยจับท่าทางเก้ๆกังๆของด็อกเตอร์สาว เป็นเหตุให้ผีริ้วทองโมโหหึงสุดขีด และปรี่มากระชากผม!

    เกล้ามาศถูกดึงผมจนหน้าหงาย หุ่นกระบอกเกือบหลุดมือ โชคดีที่อินทวงศ์ช่วยพยุงร่างไว้ ผีริ้วทองเลยยอมละมือ แต่เพียงไม่นานก็แผลงฤทธิ์ใหม่ ด้วยการสร้างภาพหลอน ให้เกล้ามาศเห็นอินทนิลเดินไปที่สระน้ำ

    ประสบการณ์เกือบตายก่อนหน้า และท่าทางเหม่อลอยแปลกๆของแม่ ทำให้เกล้ามาศไม่ลังเลจะตามไปดู ซึ่งก็เข้าทางแผนล่อของผีริ้วทอง จะใช้มือผีกระชากให้ด็อกเตอร์สาวตกน้ำอีกครั้ง!

    อินทวงศ์ได้ยินเสียงแว่วๆของเกล้ามาศ เลยพยายามตามหา แต่ก็ถูกผีริ้วทองพรางตา จนเขาต้องขู่

    “ริิ้วทอง...ถ้าเธอทำให้คุณมาศตาย ผมจะเกลียดคุณ ไม่มีวันให้อภัยคุณอีกเลย!”

    ได้ผลเกินคาด...ผีริ้วทองยอมรามือจากเกล้ามาศ อินทวงศ์เลยช่วยเธอขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ ด็อกเตอร์สาวกลัวมาก โผกอดสถาปนิกหนุ่มทั้งตัวสั่นๆ ร้อนถึงสาวใช้ในบ้านที่วิ่งตามมาดูด้วยความเป็นห่วง ต้องผละไปเอาผ้าขนหนูกับน้ำอุ่นมาให้ แต่เรื่องวุ่นวายก็ไม่จบแค่นั้น เมื่ออาร์มซึ่งตามมาหาเพื่อนสาว ดันโผล่มาเห็นภาพบาดใจพอดี

    ภาพอินทวงศ์ตระกองกอดเกล้ามาศในสภาพเปียกทั้งตัว ทำให้อาร์มหึงจัด ปราดไปผลักสถาปนิกหนุ่มออกไป ด็อกเตอร์สาวตกใจมาก แต่อาร์มก็ไม่สนใจ ประกาศกร้าว

    “ผมไม่อยากให้เขาใกล้มาศ เดี๋ยวมาศจะโดนข้อหามือที่สาม”

    “ฉันกับคุณต๊ะเป็นเพื่อนกัน”

    “มาศอย่าพูดเหมือนผมไม่รู้จักมาศหน่อยเลย มาศไม่เคยให้ผู้ชายหน้าไหนใกล้ชิดมากเท่าเขา แม้แต่ผม!”

    ท่าทางฉุนจัดของอาร์มทำให้เกล้ามาศหนักใจมาก แต่ก็ไม่อยากโต้ตอบหรืออธิบายให้วุ่นวายไปกว่านี้ แต่กลับกลายเป็นว่าท่าทีนิ่งเฉยของเธอ ทำให้เขายิ่งเข้าใจผิด

    “ไหนมาศเคยบอกว่าจะไม่มีวันเป็นมือที่สามของใคร เพราะมาศรู้ดีว่าเวลาโดนแย่งคนรัก มันทุกข์มากแค่ไหน แต่ทำไมมาศถึงยังทำ มาศมีใจให้เขาทำไม”

    พูดพลางบีบไหล่เธอแน่น อินทวงศ์ต้องมาช่วยดึงออก เลยเกือบจะมีเรื่องชกต่อย เกล้ามาศทนความไร้เหตุผลของเพื่อนหนุ่มไม่ไหว เลยปรี่ไปขวาง พร้อมขู่จะเลิกคบ หากยังไม่เลิกระรานสถาปนิกหนุ่ม

    อาร์มช้ำใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากผลุนผลันจากไป ทิ้งเกล้ามาศให้นั่งมองตากับอินทวงศ์เครียดๆ และเขาก็เป็นฝ่ายขอตัว แต่ไม่วายทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้เธอใจสั่น

    “คุณมาศครับ...คุณไม่ได้เป็นมือที่สามเหมือนอย่างที่ใครเข้าใจ”

    สองหนุ่มสาวสบตากันเขินๆ ยอมรับกันอย่างเงียบๆ ว่าความรู้สึกระหว่างกันได้เปลี่ยนไปแล้ว...

    ooooooo

    อาร์มกลับบ้านอย่างผู้แพ้ หาเรื่องระบายอารมณ์อย่างบ้าคลั่ง จนมะลิต้องเตือนสติ ไม่ให้หวังลมๆแล้งๆเรื่องเกล้ามาศ เพราะมันไม่มีทางเป็นจริง แต่เขาก็ยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะหลงรักเพื่อนสาวมานาน

    ความรู้สึกดีๆที่มีต่ออินทวงศ์ ทำให้เกล้ามาศไม่ได้เก็บเรื่องอาร์มไปคิดแม้แต่น้อย แต่ประสาทเสียมากกว่า เมื่อภาพเหตุการณ์เกือบจมน้ำตายเมื่อบ่าย ตามมาหลอนในฝันของคืนเดียวกัน

    ภาพผู้หญิงผมยาว นัยน์ตาแดงก่ำ จ้องมาด้วยแววตาเคียดแค้นในความฝัน ทำให้เกล้ามาศตัดสินใจตามพริมมาแต่เช้าเพื่อสเกตรูป เพราะสังหรณ์ใจว่าผู้หญิงผมยาวคนนี้จะเป็นผีริ้วทอง!

    พริมวาดรูปผู้หญิงผมยาวตามคำบอกเล่าของเพื่อนสาว แล้วก็อดไม่ได้จะเอ่ยชม

    “สมมติถ้าผู้หญิงคนนี้คือคุณริ้วทองจริงๆ เธอก็เป็นผู้หญิงที่สวยมาก...ถ้าท่านทวดรัมภาหน้าเหมือนแก ท่านทวดรัมภาก็สวยเหมือนกัน สวยไปคนละแบบ มิน่า... ท่านชายดิเรกถึงรักพี่เสียดายน้อง”

    “ผู้ชายหลายใจ แต่ปัญหามันมาเกิดกับผู้หญิง ไม่ยุติธรรมเลย”

    “เฮ้ยๆ...เมื่อกี้ฉันพูดเล่น แกอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าท่านชายดิเรก เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้น บางทีปัญหาอาจจะไม่ใช่เกิดเพราะท่านชายดิเรกหลายใจ แต่เป็นเพราะผู้หญิงที่มีใจให้ท่านชายมีหลายคนก็ได้นะ...”

    ข้อสันนิษฐานของเกล้ามาศไม่ได้ผิดความจริงเลย...ภาพในอดีตผุดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่หม่อมเจ้าชายดิเรกถือธูปเทียนแพมาขอขมานายรวยและนางรื่น ริ้วทองมองมาด้วยสายตาอ้อนวอน นางรื่นเลยใจอ่อน แต่นายรวยกลับผินหน้าหนี ไม่อยากสบตาลูกสาวคนเดียวที่ทำให้ผิดหวัง

    แต่สุดท้ายนายรวยก็ทนใจแข็งไม่ไหว ยอมรับธูปเทียนแพจากหม่อมเจ้าชายดิเรก แต่เมื่อริ้วทองขอให้ย้ายไปวังศุภมาศด้วยกัน หัวหน้าคณะหุ่นกระบอกกลับปฏิเสธ พร้อมประกาศจะกลับนครสวรรค์

    “ถ้าเอ็งอยากจะอยู่ที่นี่ก็สุดแล้วแต่เอ็งเถิด พ่อจะไม่ห้าม เพราะพ่อรู้แล้วว่าพ่อห้ามเอ็งไม่ได้”

    ริ้วทองหัวใจแทบสลาย เสียใจมากที่ทำให้พ่อผิดหวัง ปรุงสงสาร เลยอาสาไปพูดกับพ่อให้

    “พ่อจะปล่อยริ้วทองไว้ที่นี่คนเดียวจริงๆหรือจ๊ะ พ่อไม่ห่วงริ้วทองหรือ”

    “คนเป็นพ่อแม่ ต่อให้ลูกโตยังไงก็เลิกเป็นห่วงไม่ได้ แต่พ่อก็ไม่อยากไปเป็นกาฝากให้ใครอีกแล้ว”

    “ถ้าพ่อไม่อยากไปอยู่วังศุภมาศ เราก็อยู่ที่นี่เหมือนเดิมเถิด อย่างน้อยเราก็ยังได้อยู่ใกล้ริ้วทอง”

    “ริ้วทองแย่งคนรักของลูกสาวเจ้าของวัง เอ็งยังจะกล้าสู้หน้าพวกเขาได้อีกหรือ”

    ปรุงตอบไม่ได้ และก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ปรากฏตัวพร้อมข่าวดี

    “ฉันคุยกับท่านพ่อมาแล้ว ท่านพ่อยังยึดมั่นในพระประสงค์อยากสืบสานหุ่นกระบอกเอาไว้ ส่วนเรื่องริ้วทอง ไม่มีใครถือโทษโกรธเคือง เพราะทุกคนรู้แก่ใจดีว่าเรื่องเจ้าพี่ดิเรกกับน้องหญิงรัมภาเป็นเพียงความประสงค์ของผู้ใหญ่ เจ้าพี่ดิเรกมีสิทธิ์รักกับใครก็ได้ นายรวยอยู่ที่นี่ต่อเถิด ถือเสียว่าอยู่เพื่อความสุขของท่านพ่อ...และฉัน”

    ooooooo

    สายตาปนแววหวานของหม่อมเจ้าหญิงภรณี ทำให้ปรุงหนักใจมาก แม้ว่านายรวยจะไม่ติดใจสงสัยและยอมอยู่วังติณชาติต่อตามคำขอของเธอ แต่เขากลับไม่สบายใจเลยที่ต้องอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดเช่นนี้

    และท่าทางแปลกๆของเขาก็ไม่รอดพ้นสายตาของหม่อมเจ้าหญิงภรณีไปได้ และราชนิกุลสาวก็ไม่รอช้า จะตามไปคาดคั้นความจริง ปรุงพูดไม่ออก ไม่รู้ จะอธิบายเช่นไร เลยได้แต่โทษตัวเอง

    “ท่านหญิงไม่ได้ทำสิ่งใดผิดดอกกระหม่อม แต่กระหม่อมเกลียดตัวเอง กระหม่อมเคยโกรธเคืองท่านชายดิเรกที่ล่วงเกินริ้วทอง แต่กระหม่อมกลับทำสิ่งนั้นเสียเอง กระหม่อมมันเลว”

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีสะเทือนใจมาก จับมือเขามากุมแก้ม “โถ...ปรุงคนดีของฉัน อย่าคิดมากไปเลย เรื่องเมื่อคืนอาจจะผิดในสายตาคนอื่น แต่มันถูกต้องสำหรับหัวใจของเราไม่ใช่หรือจ๊ะ”

    ระหว่างที่ปรุงต้องลำบากใจ ริ้วทองก็ทยอยเก็บของไปอยู่วังศุภมาศ โดยมีนางรื่นตามช่วย และเมื่อได้เห็นลูกสาวเก็บผ้าคาดเอวผืนเก่าของหม่อมเจ้าชายดิเรกอย่างทะนุถนอม จะเก็บไว้ให้ลูกหลานดู ก็อดบ่นไม่ได้

    “อีแค่เศษผ้าไม่มีค่ามีราคา ลูกหลานไม่อยากได้หรอก เอ็งต้องเก็บเพชรเก็บพลอย เก็บศักดิ์ศรีสะใภ้วังศุภมาศไว้กับตัวให้มากๆ ให้มันสมกับความสาวที่เอ็งเสียไปให้เขา...เข้าใจไหมริ้ว”

    หม่อมเจ้าชายดิเรกไม่ได้อยู่เป็นพยานคำสั่งสอนของนางรื่น แต่ผละจากเรือนพักของคณะหุ่นกระบอก ไปเยี่ยมหม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่อาการไม่ค่อยดีเมื่อคืน แต่ราชนิกุลสาวก็หยิ่งเกินกว่าจะรับความหวังดีและห่วงใยจากเขาได้ เลยเอ่ยปากไล่ดื้อๆ แต่เขาก็ไม่ยอม ยิ่งเห็นเธอเกือบล้มทั้งยืน ยิ่งเป็นห่วง อาสาไปส่งถึงห้อง

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่อยากเสียใจไปกว่านี้ จึงปฏิเสธให้เขาไปส่ง แต่ราชนิกุลก็ยืนกรานเสียงเข้ม

    “อย่าดื้อสิน้องหญิง พี่เป็นห่วง”

    แววตาจริงใจของเขาทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแทบละลาย แต่ก็จำต้องตัดใจ “เก็บความห่วงใยไว้ให้ริ้วทองเถิดค่ะ อย่าแบ่งปันมาให้หญิงอีกเลย ศักดิ์ศรีของหญิงมีมากเกินกว่าจะรับความห่วงใยจากผัวคนอื่น!”

    ริ้วทองตามมาควงแขนหม่อมเจ้าชายดิเรกไปแล้ว พร้อมสายตาเย้ยหยันที่ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเจ็บแทบกระอัก หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เห็นใจน้องสาวคนเดียวมาก แต่ก็ไม่รู้จะปลอบเช่นไร

    “คนอย่างริ้วทองไม่มีคุณค่าพอให้หญิงร้องไห้ได้หรอกค่ะ แต่ที่หญิงร้องไห้ เพราะหญิงผิดหวังในตัวเจ้าพี่ ทำไมเจ้าพี่ถึงเลือกผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างริ้วทองเป็นคู่ชีวิต”

    “เพราะความรักมีอำนาจเหนือกว่าสิ่งใดน่ะสิจ๊ะ คนบางคนกว่าจะรู้ตัวว่ารักก็ยากเกินกว่าจะถอนตัว”

    “สิ่งนั้นคือความลุ่มหลง ไม่ใช่ความรัก”

    พูดจบก็ไปเตรียมตัวร่วมงานเลี้ยงต้อนรับพระสหายของเสด็จพระองค์ชายที่วังศุภมาศ หม่อมเจ้าหญิงภรณีเป็นห่วง ไม่อยากให้น้องสาวต้องเผชิญหน้ากับริ้วทองและหม่อมเจ้าชายดิเรก รวมทั้งคนอื่นๆ ให้อับอาย แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภากลับไม่ยี่หระ เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด

    “ทำไมหญิงต้องอายคะ อีกอย่าง...หญิงรับปากท่านลุงไปแล้วว่าจะช่วยดูแลพระสหายที่มาจากอังกฤษ หญิงไม่ปล่อยคำนินทาอยู่เหนือคำสัจจะที่หญิงมอบให้ผู้ใหญ่ดอกค่ะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 05:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์