นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กำไลมาศ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"

    แรงดึงดูดระหว่างอินทวงศ์กับเกล้ามาศทำให้อาร์มเป็นกังวล กลัวไฟจะปะทุ แล้วเขาต้องอกหัก ร้อนถึงพริมต้องกลายเป็นผู้ช่วยจำเป็น ช่วยเขาจับตามองเกล้ามาศอย่างใกล้ชิด และรายงานเขาทุกเรื่องเกี่ยวกับอินทวงศ์

    กระนั้น...เรื่องของเกล้ามาศก็ไม่น่าหนักใจและอึดอัดเท่าเรื่องภายในบ้าน แม้อาร์มจะขึ้นชื่อว่าเป็นลูกชายเศรษฐีที่ดินอย่างอนรรฆ แต่เขาก็เป็นลูกชัง เพราะพ่อไม่รักและเชื่อใจในตัวเขาเท่ากับอนาวินพี่ชายแท้ๆ ที่พ่อรักและภาคภูมิใจนักหนา เพราะได้ดั่งใจทุกอย่าง

    แต่ที่ทุกคนในบ้านอนรรฆไม่รู้คืออนาวินเป็นเกย์ และกำลังคิดแผนหาทางปกปิดรสนิยมตัวเอง ด้วยการหาหญิงสาวผู้เพียบพร้อมสักคนมาแต่งงานบังหน้า และตอนนี้คนเหมาะสมที่สุดก็คือเกล้ามาศ เพื่อนสนิทของน้องชาย และด็อกเตอร์สาวคนสวย ทายาทคนเดียวของตระกูลติณชาติ!

    เกล้ามาศยังไม่รู้ชะตากรรม จะถูกคนหลอกใช้ มัววุ่นวายกับการรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย ในฐานะอาจารย์เป็นวันแรก พริมแวะมาหาและเริ่มหน้าที่ผู้ช่วยของอาร์ม ถามความรู้สึกของเพื่อนสาวที่มีต่ออินทวงศ์

    ด็อกเตอร์สาวส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะสำรวจใจตัวเอง แล้วปฏิเสธเสียงเรียบ แต่พริมก็ไม่เชื่อ

    “จริงอะ...ปกติฉันเห็นเวลาใครทำดีกับแกนิดเดียว แกก็จะซาบซึ้ง หาทางทำดีตอบแทน”

    “แต่กับคุณต๊ะ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆนะพริม ฉันไม่รู้สึกแม้แต่จะอยากพูดขอบคุณเขาด้วยซ้ำ บอกตามตรงนะ...มันเหมือนมีอะไรบางอย่างบอกฉันว่าอย่าไปยุ่ง อย่าไปสนใจ ผู้ชายคนนี้ไม่จริงใจ ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำอะไรฉันเลย”

    “สงสัยชาติที่แล้วเขาทำให้แกเสียใจแหง”

    พริมหัวเราะคิกคัก แซวเพื่อนรักไม่หยุดปาก จนเกล้ามาศต้องขอตัวกลับวัง เพราะยังเพลียจากเหตุการณ์เมื่อคืน พริมไม่อยากขัดใจ แต่เมื่อได้ยินว่าเพื่อนได้ยินเสียงหลอนอีกแล้ว ก็อดไม่ได้ ต้องลากตัวไปทำบุญ

    สองสาวเดินไปลานจอดรถ แล้วก็ต้องผงะ เมื่อเห็นว่าใครมายืนรอ...อินทวงศ์นั่นเอง ที่ถูกอินทนิลขอร้องให้มารับเกล้ามาศกลับจากมหาวิทยาลัย เพราะอยากหาโอกาสให้ทั้งสองได้ใกล้ชิด ซึ่งสถาปนิกหนุ่มก็ตอบรับเป็นอย่างดี ต่างจากด็อกเตอร์สาว อึดอัดใจมาก แต่เมื่อถูกพริมคะยั้นคะยอ ก็จำต้องนั่งรถไปกับเขาแบบเสียไม่ได้

    ooooooo

    อินทวงศ์รับอาสาพาสองสาวไปวัด พริมอยากให้เพื่อนรักเปิดใจ เลยแกล้งปลีกตัวไปคุยมือถือ ทิ้งอินทวงศ์ให้เฝ้ามองอากัปกิริยาอ่อนช้อยและเรียบง่ายของเกล้ามาศด้วยแววตาชอบใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่ามีแรงดึงดูดมหาศาล ให้เขาอยากอยู่ใกล้และดูแลเธอให้มากกว่านี้

    “อยู่ที่โน่น...คุณมาศไปวัดบ่อยใช่ไหม ผมเห็นท่าทางคุณไหว้พระ คุณดูไม่เหมือนคนอยู่เมืองนอกมานาน”

    “ฉันไปวัดแทบทุกสัปดาห์ค่ะ เป็นกฎเหล็กของคุณพ่อ ให้ฉันต้องไปทำบุญกับท่าน ท่านเชื่อว่าเราทุกคนมาพบกัน เพราะเคยทำบุญหรือกรรมร่วมกันมา ท่านเลยอยากทำบุญร่วมกับฉันมากๆ เผื่อว่าชาติหน้าจะได้กลับมาพบกันอีก”

    “แล้วคุณล่ะ...เชื่อเรื่องบุญกรรมไหม”

    “ฉันเชื่อว่าถ้าเราคิดดีทำดีย่อมเกิดผลดี ชาติหน้าจะมีจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ชาตินี้ฉันได้ใช้เวลากับคุณพ่อ ได้ดูแลท่านอย่างดีที่สุดจนถึงลมหายใจสุดท้ายของท่าน ฉันถึงไม่เคยคิดเสียใจเลยว่ายังดูแลท่านไม่ดีพอ ฉันว่านี่แหละ...คือผลบุญที่เราสองคนเคยทำร่วมกัน”

    อินทวงศ์ยิ้มรับบางๆ ประทับใจในความคิดและศรัทธาของเธอมาก แต่ไม่ทันเอ่ยอะไรต่อ มือถือเขาก็ดังเสียก่อน ทางโรงพยาบาลนั่นเอง โทร.มาแจ้งว่าทรัพย์มณีกลับบ้านได้แล้ว สถาปนิกหนุ่มดีใจมาก รับปากจะรีบไปหา เกล้ามาศเลยถือโอกาสตัดบท และขอตัวไปกรวดน้ำ

    เกล้ามาศพยายามปัดความรู้สึกหวั่นไหวที่มีต่ออินทวงศ์ทิ้ง แล้วตั้งจิตอุทิศส่วนกุศล

    “ข้าพเจ้าขออุทิศบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในวันนี้ไปยังดวงวิญญาณผู้หญิงที่อยู่ในสระบัว...โปรดจงรับไปด้วยเถิด”

    แต่ความตั้งใจดีของเกล้ามาศก็ถูกผีริ้วทองซึ่งสัมผัสได้จากญาณพิเศษ ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

    “กูไม่รับ มึงไม่ต้องทำบุญให้กู กูจะเอาชีวิตของมึงเท่านั้นอีรัมภา!”

    ช่วงเวลาเดียวกันที่วังติณชาติ...ประยงค์ซึ่งเห็นผีริ้วทองแบบตัวเป็นๆที่สระน้ำเมื่อวานก่อน ก็จับไข้หัวโกร๋น ไม่เป็นอันทำงาน อินทนิลประสาทเสียมาก และโทร.ตามทรรศนะให้เรียกตัวหมอผีมาปราบผีในสระน้ำหลังวังอีกครั้ง

    หมอผีจอมขมังเวทคนเดิมยืนมองเชือกอาคมสีดำสนิทที่หลุดจากร่างผีร้ายด้วยแววตาเหี้ยมโหด ก่อนจะเริ่มทำพิธีอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ท้าทายมากกว่าทุกครั้ง เพราะผีริ้วทองฮึดสู้ ไม่ยอมถูกจับง่ายๆ

    ผีริ้วทองเกือบจะถูกจับลงอาคมอีกครั้ง ถ้าไม่เกิดปาฏิหาริย์ เมื่ออินทวงศ์ซึ่งพาทรัพย์มณีกลับบ้าน เอากล่องกำไลมาศออกจากห้องพระตามคำสั่งย่า เลยทำให้ผีริ้วทองกลับมามีฤทธิ์อีกครั้ง และตอบโต้หมอผีอย่างดุเดือด!

    สวิตาซึ่งตามมาส่งทรัพย์มณีด้วย เห็นว่าอาการของอีกฝ่ายไม่ค่อยดี เลยจัดการคิดแผนร้ายลึก ยุให้พวกบ้านศุภมาศเชิญนักบำบัดมาช่วยรักษา และคนที่เธออยากให้มามากที่สุดก็คือเกล้ามาศ...ศัตรูหัวใจคนล่าสุด

    อัญมณีเห็นดีเห็นงามด้วย คะยั้นคะยออินทวงศ์ ให้เชิญเกล้ามาศมาดูอาการของทรัพย์มณี แต่เขาก็แอบหนักใจ ด็อกเตอร์สาวอาจจะอึดอัดและปฏิเสธ เพราะไม่อยากถูกจับคู่

    เมื่อไลยทราบเรื่องก็ไม่ชอบใจ ซักไซ้ลูกสาวใหญ่ ว่าเหตุใดถึงยุให้อินทวงศ์ชวนเกล้ามาศมาบำบัดทรัพย์มณี

    สวิตาถอนใจเหนื่อยหน่าย “ต่อให้วิไม่ชัก คุณอาณีก็ต้องชักนังมาศเข้าหาต๊ะอยู่แล้วค่ะ งั้นวิก็ชิงตัดหน้าเป็นฝ่ายเสนอไอเดียซะก่อนเลยไม่ดีกว่าหรือไงคะ ต๊ะกับคุณอาจะได้ไว้วางใจวิว่าวิไม่มีปัญหาอะไรกับนังมาศ”

    “งั้นวิก็ระวังไว้แล้วกันนะลูก รักแท้จะแพ้ใกล้ชิด”

    “อย่างมากมันก็จะได้แค่ใกล้ต๊ะ แต่มันจะไม่มีวันได้ใกล้ชิดต๊ะเด็ดขาด”

    “วิจะทำอะไร”

    “วิจะไล่นังมาศออกไปจากชีวิตต๊ะ โดยที่วิจะไม่เดือดร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว”

    ooooooo

    พิธีปราบผีในสระน้ำหลังวังติณชาติดำเนินไปเรื่อยๆก่อนจะจบลงอย่างน่าอนาถ พร้อมการตายของหมอผีจอมขมังเวท ที่ถูกตัดมือเลือดอาบคาบ้านพัก!

    อินทนิลกับทรรศนะบุกไปดูถึงบ้าน หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นสภาพศพหมอผี โดยไม่รู้เลยว่าผีริ้วทองกำลังมองมาด้วยแววตาโหดเหี้ยม พร้อมกับสาปแช่งไปถึงศัตรูหัวใจคนสำคัญ

    “อีรัมภา...มึงคือคนต่อไปที่จะต้องสังเวยชีวิตให้กู!”

    และผีริ้วทองก็ทำตามที่ประกาศ ด้วยการบุกถึงตัวเกล้ามาศในกลางดึกของคืนเดียวกัน ระหว่างที่อีกฝ่ายเดินไปหาคุณทวดภรณีที่เรือนไทยหลังวัง แต่ไปไม่ถึงไหน ก็ถูกเล่นงานจากผีร้ายที่โรงละครหุ่นกระบอกเสียก่อน

    เกล้ามาศสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ สภาพทรุดโทรมของโรงละคร ไม่ได้ทำให้เธอกลัว เท่ากับเสียงขลุกขลักที่ดังไม่หยุดหย่อน แล้วก่อนที่เธอจะตามหาต้นเสียงเจอ ก็ถูกมือปริศนาผลักล้มลงพื้น

    ด็อกเตอร์สาวจะยันตัวขึ้น แต่กลับยกมือตัวเองไม่ได้ เหมือนมันถูกตรึงไว้กับพื้น พร้อมแรงบดขยี้จากไหนไม่รู้ เธอร้องตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างกระท่อนกระแท่น โดยไม่รู้เลยว่าบนมือมีเท้าของผีริ้วทองเหยียบไว้

    “มึงรู้แล้วใช่ไหมว่ากูรู้สึกยังไง กูเคยร้องขอความเห็นใจจากมึง มึงก็ไม่เคยมีเมตตากับกู...อีหญิงชั่ว!”

    ด่าจบก็เงื้อมีดในมือ หมายจะฟันข้อมือของอีกฝ่าย

    “แค่นี้มันยังไม่พอ มึงต้องชดใช้ให้กูด้วยชีวิต...อีรัมภา!”

    แต่ไม่ทันลงมือ ผีร้ายก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นคุณทวดภรณี หรือหม่อมเจ้าหญิงภรณี ติณชาติ พี่สาวคนเดียวของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ปรากฏตัว...ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นอีกครั้ง ผีริ้วทองจำได้ดีว่าราชนิกุลสาวคนนี้เคยดีกับเธอมากแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาที่เธอถูกทำร้ายและทารุณจิตใจอย่างหนักจากหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    “เป็นบุญของมึงอีรัมภา ที่มึงมีพี่สาวเป็นคนดีอย่างท่านหญิงณี”

    เป็นอันว่าผีริ้วทองยอมรามือในคืนนี้ แต่ก็ทิ้งรอยช้ำไว้บนข้อมือเกล้ามาศจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ด็อกเตอร์สาวเครียดมาก และตัดสินใจโทร.ไประบายกับพริมว่าคงโดนผีหลอกเข้าให้แล้ว

    “สิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริง และที่ฉันเชื่อเพราะฉันไม่ได้แค่เจออาการประหลาด แต่ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงนั้นด้วย...ผู้หญิงที่ฉันเคยได้ยินดังมาจากสระน้ำ เขาเรียกฉันว่ารัมภา”

    “รัมภา...หม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่เป็นน้องสาวของท่านทวดณีน่ะเหรอ”

    “ทั้งชีวิตฉันก็รู้จักคนชื่อรัมภาคนเดียว ฉันลองคิดดูแล้ว ถ้าฉันหูแว่ว คิดไปเอง ฉันก็ไม่น่าจะมโนไปถึงชื่อท่านทวดรัมภา เพราะฉันไม่เคยนึกถึงท่าน ไม่เคยเห็นหน้าท่านเลยด้วยซ้ำ รู้แต่ว่าฉันหน้าคล้ายท่าน”

    พริมถึงกับอ้าปากค้าง ไม่เคยได้ยินมาก่อน พลันก็คิดขึ้นได้ “ฉันรู้แล้ว...ผีผู้หญิงคนนั้นต้องคิดว่าแกกับท่านทวดรัมภาเป็นคนเดียวกัน ก็เลยมาหลอกแก พวกเขาต้องเคยมีปัญหากันแน่ๆ ถึงมุ่งมาทำร้ายแกคนเดียว”

    “มีปัญหากับผีเนี่ยนะ”

    “สิ่งที่ไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด ฉันว่าแกลองสืบเรื่องท่านทวดรัมภาจากท่านทวดณีดูสิ เผื่อเราจะรู้ว่าผีผู้หญิงจากสระน้ำเป็นใคร พวกเขาเคยมีปัญหาอะไรกัน”

    ooooooo

    เกล้ามาศได้ทำตามที่พริมบอกในเวลาต่อมา เมื่อคุณทวดภรณีแวะมานวดน้ำมันที่ข้อมือให้ สร้างความแปลกใจให้แก่คุณทวดเป็นอย่างมาก เพราะหลานสาวคนเดียวไม่เคยถามถึงน้องสาวมาก่อน

    “มาศเพิ่งนึกออกว่าท่านทวดเคยบอกว่ามาศหน้าเหมือนท่านทวดรัมภา มาศอยากรู้จักท่านจังเลยค่ะ”

    คุณทวดภรณีไม่คิดมาก พาหลานสาวไปดูรูปถ่ายน้องสาวในห้องนอน เกล้ามาศถึงกับอึ้งไปอึดใจ เมื่อได้เห็นความเหมือนระหว่างเธอกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา แต่ที่ทำให้ตะลึงกว่า ก็เมื่อได้ฟังเรื่องราวในอดีต...

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภา ติณชาติ ในความทรงจำของคุณทวดภรณีผู้เป็นพี่สาว เป็นราชนิกุลสาวสวย เก่งและมีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย เธอทำงานเป็นเลขาที่กรมศิลป์ เป็นที่ชื่นชมของเหล่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก

    เสด็จในกรมฯก็ภูมิใจในตัวลูกสาวคนเล็กไม่น้อย และเมื่อครอบครัวนายรวย เจ้าของคณะละครหุ่นกระบอก มาขอพึ่งใบบุญ เลยจัดการฝากฝังให้ลูกสาวคนเล็กช่วยเกื้อกูลด้วย นางรื่นตื่นเต้นมาก เสนอตัวเต็มที่

    “ถ้าครอบครัวของหม่อมฉันได้รับราชการ รับใช้แผ่นดินสักคนหม่อมฉันก็นอนตายตาหลับแล้วเพคะ”

    แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภา ซึ่งถูกเจิมสาวใช้ต้นห้องยุแยงมาก่อนหน้าว่าครอบครัวนายรวยเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง ยอมเป็นกาฝากเพื่อให้ตัวเองสบาย กลับแสดงท่าทีดูถูกและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

    “ใครจะรับราชการหรือรับใช้แผ่นดินต้องมีวิชาความรู้ ถ้าเอาแค่คนที่คิดอยากจะทำ แผ่นดินก็ไม่เจริญได้ดอก”

    แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ ยากจะอ่านได้ว่าทรงคิดเห็นเช่นไร แต่ครอบครัวของนายรวย โดยเฉพาะนางรื่นก็ถึงกับจุกแทบกระอัก เมื่อเจอกับวาจาถากถางของราชนิกุลสาว แต่กระนั้น...หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ไม่สนใจ ตัดบทและทูลขอท่านพ่อปรึกษาธุระเป็นการส่วนพระองค์

    เสด็จในกรมฯเองก็ลำบากใจในความตรงไปตรงมาของลูกสาว แต่เมื่อได้ฟังเหตุผล ก็ถึงกับตรัสไม่ออก โดยเฉพาะเหตุผลเรื่องสถานะทางการเงินของวังติณชาติ ที่ไม่มั่งคั่งเหมือนเมื่อก่อน

    “ตั้งแต่หม่อมแม่สิ้น หญิงต้องทนเห็นพวกคนที่ใช้ความมีเมตตาของท่านพ่อเป็นเครื่องมือ ถีบฐานะตัวเองให้สูงขึ้น บางคนก็พาลูกสาวมาถวายตัวให้เป็นหม่อมของท่านพ่อ วังของเราต้องวุ่นวายเพราะคนเหล่านั้น หญิงถึงต้องหนีไปเรียนต่อที่ปีนังเพราะหญิงเบื่อหน่าย ท่านพ่อจะให้หญิงต้องทนรับสภาพเช่นนั้นอีกหรือคะ”

    “พ่อขอโทษ ถ้าสิ่งที่พ่อทำ มันทำให้หญิงทุกข์ใจมาก พ่อแค่ยังอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์”

    “เอาเถอะค่ะ ครั้งนี้ท่านพ่อรับปากพวกเขาแล้ว หญิงจะยอมทำตามใจท่านพ่อเป็นครั้งสุดท้าย”

    “จริงหรือหญิง ขอบใจมากลูกรักของพ่อ พ่อภูมิใจที่ลูกพ่อมีเมตตา”

    “ที่หญิงยอมเพราะหญิงรักท่านพ่อ ไม่ใช่เพราะเห็นใจคนพวกนั้น แต่ท่านพ่อต้องสัญญากับหญิง ถ้าเมื่อใด ที่คนเหล่านั้นมาสร้างความเดือดร้อนให้กับวังของเรา ท่านพ่อจะให้สิทธิ์หญิงเป็นคนจัดการด้วยวิธีของหญิงเอง”

    กำราบพวกกาฝากไม่ให้เผยอเทียบชั้นกับเธอ เป็นความตั้งพระทัยของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาในเวลานั้น โดยไม่คิดจะทำอะไรรุนแรง หากไม่มีใครเริ่มก่อน แต่นางรื่นกลับไม่เข้าใจ และคิดว่าที่ราชนิกุลสาวมีท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์พวกตน เป็นเพราะชาติกำเนิดและฐานันดร

    นายรวยเห็นเมียสอนลูกให้กระด้างกระเดื่องกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ไม่สบายใจ เรียกมาตักเตือน

    “แม่รื่น...ฉันขอเถอะนะ อย่าพูดถึงท่านหญิงแบบนั้น เดี๋ยวลูกเราจะพลอยไม่เคารพท่านหญิงไปด้วย”

    “ไม่เคารพก็ไม่เคารพสิ เรามาอยู่ที่นี่ในฐานะคนของเสด็จ ไม่ได้มาเป็นขี้ข้าของใคร พูดถึงแล้วคันไม้คันมือ อยากตบสั่งสอนสักฉาดสองฉาด หน็อย...ทำเป็นโก้ว่าตัวเองเรียนสูง เกิดมาเป็นคุณหญิง จะสูงส่งจากไหน สุดท้ายมันก็กลายเป็นขี้ข้าผัวเหมือนกันล่ะ”

    นางรื่นลอยหน้าลอยตาพูดด้วยความมันปาก นายรวยฟังแล้วเหนื่อยใจมาก แต่ก็คร้านจะปรามให้ทะเลาะกัน โดยไม่รู้เลยว่าเจิมแอบได้ยินทุกอย่าง และไม่รอช้าจะเอาไปฟ้องหม่อมเจ้าหญิงรัมภา...

    ooooooo

    นางรื่นถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเจิมตามไปพบหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ใจไม่ดีด้วยความร้อนตัว กลัวอีกฝ่ายจะรู้เรื่องตนพูดไม่ดี แล้วก็จริงดังคาด ราชนิกุลสาวเปิดฉากเสียงเรียบ ทันทีที่พบหน้า

    “เป็นอย่างไรบ้าง...อาการคันไม้คันมืออยากตบฉัน ดีขึ้นหรือยัง”

    นางรื่นละล่ำละลักปฏิเสธ อ้างโน่นอ้างนี่สารพัด จนเจิมเหลืออด สั่งเสียงกร้าวให้ก้มกราบขอขมาเจ้านายสาว แต่ริ้วทองซึ่งตามแม่มาด้วยความเป็นห่วงขวางไว้ ยิ่งเห็นแม่สาบานต่อหน้าทุกคน ยิ่งร้อนใจ

    “ท่านหญิงเพคะ แม่สาบานถึงขนาดนี้แล้ว แม่ไม่ได้โกหกหรอกเพคะ”

    “แต่ฉันเชื่อเจิม คนที่นี่ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดี เจิมไม่โกหกฉัน”

    “ถ้าท่านหญิงปักใจเชื่อเช่นนั้น หม่อมฉันขอกราบขอขมาท่านหญิงแทนแม่แอง”

    “ความผิดของใครของมัน ชดใช้แทนกันไม่ได้”

    เจิมได้ที เร่งให้นางรื่นกราบตามสั่ง ริ้วทองพยายามขวาง แต่ก็ถูกผลักกระเด็นอีกทาง จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ฮึดสู้กลับ แต่คงไม่ทันระวัง เลยกระแทกไปถูกหม่อมเจ้าหญิงรัมภาจนกิ่งไม้เกี่ยวแขนเลือดออก

    ริ้วทองโดนลากตัวไปท้ายวังหลังจากนั้น โดยมีคำสั่งจากหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ให้โบยทำโทษชุดใหญ่

    “ถ้าเอ็งไม่อยากให้พ่อแม่เอ็งถูกเฉดหัวออกไปจากที่นี่ คลานไปกราบขอขมาท่านหญิงเดี๋ยวนี้!”

    เจิมบังคับเสียงกร้าว ริ้วทองไม่มีทางเลือก ต้องกล้ำกลืนคลานไปกราบราชนิกุลสาวเพื่อจบปัญหา หม่อมเจ้าหญิงรัมภาปรายตามองมานิ่งๆ ไม่ได้สาสมพระทัยเหมือนอย่างที่ใครๆคิด แต่คิดว่าเป็นการสมควรมากกว่าจะกำราบพวกกาฝาก ไม่ให้เหิมเกริมและคิดลามปามคนในตระกูล

    “ถ้าจะอยู่ที่นี่ จงทำตัวเป็นแค่กาฝากชั้นต่ำเกาะกินใบบุญของท่านพ่ออย่างสงบ อย่าริทำตัวเป็นฝูงแร้งจิกทึ้งกินเนื้อ เพราะไม่เช่นนั้นฉันจะทำให้พวกเธออยู่ที่นี่อย่างทุกข์ทรมานใจที่สุด!”

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีผ่านมาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างโดยบังเอิญ และไม่รอช้าจะเรียกน้องสาวคนเดียวมาถามไถ่

    “พวกมันว่าร้ายน้องทำให้น้องเจ็บตัว น้องต้องกำราบพวกมัน”

    “แต่ก็น่าจะพูดจากันดีๆ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้น”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาส่ายหน้า ยืนยันหนักแน่น “ต้องทำขนาดนั้นค่ะพี่หญิง คนพวกนี้รักสบาย ไม่คิดขวนขวายทำอะไรด้วยตัวเอง ถึงต้องหอบผ้าหอบผ่อนมาพึ่งใบบุญของท่านพ่อ”

    “น้องหญิงมองพวกเขาในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า”

    “แม่มันด่าน้องถึงขนาดนั้น น้องไม่จำเป็นต้องมองพวกมันดีอีกแล้วค่ะ น้องก็ไม่ว่าอะไรนะคะ เพราะน้องมั่นใจว่าเวลาจะทำให้พี่หญิงเกลียดพวกมันเหมือนที่น้องเกลียดอยู่ตอนนี้”

    คุณทวดภรณีดึงตัวเองจากอดีต ถอนใจยาว เหนื่อยหน่ายใจเหลือเกินกับความรั้นของน้องสาวคนเดียว

    “นี่แหละที่เป็นข้อเสียของน้องหญิงรัมภา มั่นใจในความคิดตัวเองมากเกินไป เวลารักใครก็รักมาก เวลาเกลียดใครก็เกลียดแรง โดยเฉพาะกับริ้วทอง”

    “แล้วตอนนี้คนชื่อริ้วทองยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าคะ”

    “ทวดจำไม่ได้ พยายามคิดมาหลายสิบปีแล้ว แต่ก็จำไม่ได้ว่าพวกเขาหายไปไหน ถึงได้ทิ้งหุ่นกระบอกเอาไว้”

    เกล้ามาศพยักหน้ารับรู้ พยายามคิดตามอย่างหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่ชื่อริ้วทองกันแน่...

    ooooooo

    เกล้ามาศยังหาคำตอบเรื่องริ้วทองไม่ได้ แต่ คุณทวดภรณีกลับได้รู้เรื่องคาใจในคืนเดียวกันนั่นเอง เมื่อผีริ้วทองแวะมาหาถึงห้องนอนตอนกลางดึก

    “ริ้วทอง...เธอหายไปไหนมา รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงเธอมาก”

    “ท่านหญิงจำไม่ได้หรือเพคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับ หม่อมฉัน”

    “จำไม่ได้ ทำไม...มีใครทำอะไรเธอหรือริ้วทอง”

    ผีริ้วทองไม่ตอบ แต่สายตากลับจ้องที่หุ่นนางยี่สุ่นหัวขาด คุณทวดภรณีมองตามแล้วรีบแก้ตัวแทนหลาน

    “ยายมาศเหลนของฉันทำหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นของเธอพัง เธออย่าโกรธยายมาศเลยนะ ยายมาศไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่ทันระวัง ฉันจะใช้วิชาหุ่นกระบอกที่พวกเธอสอนซ่อมให้เอง ฉันยังเก็บหุ่นของครอบครัวเธอไว้อย่างดีให้ด้วย”

    “ท่านหญิงเป็นคนดีมีบุญถึงมีชีวิตยืนยาว”

    “ไม่จริงหรอก ฉันต่างหากที่บาปหนากว่าใคร ฉันถึงต้องมีชีวิตอยู่ เห็นคนที่ฉันรักตายจากไปทีละคน บางครั้งฉันก็อยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ตายแล้วก็ไม่ต้องมารับรู้สิ่งใดเหมือนน้องรัมภา”

    ชื่อของศัตรูคู่อาฆาตทำให้ผีริ้วทองแสยะปากยิ้มร้าย

    “ใช่...ความตายมันง่ายเกินไป ให้มันอยู่มีชีวิตเห็นความฉิบหาย ถึงจะสาสมกับความชั่วของมัน!”

    คุณทวดภรณีสะกิดใจคำพูดของอีกฝ่าย แต่ถามเท่าไหร่ก็ไม่ได้คำตอบ มีเพียงภาพหลอนทิ้งท้าย ว่าข้อมือของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเลือด คุณทวดกรีดร้องสุดเสียงและเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็ค้นพบว่าร่างของริ้วทองหายไปแล้ว และทั้งหมดก็เป็นแค่ฝันร้ายของเธอเท่านั้น

    ฝ่ายอินทวงศ์...คิดหนักเรื่องเชิญเกล้ามาศมาดูอาการย่า แต่เมื่อลองสืบดูผลงานของเธอ ก็คิดได้ว่าคงไม่มีใครเหมาะสมเท่าเธออีกแล้ว แม้แต่บัลลพ นายตำรวจเพื่อนสนิทก็เห็นด้วย เพราะคดีของทรัพย์มณีไม่มีความคืบหน้าและไม่มีหลักฐานใดๆบ่งบอกได้เลยว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน

    เวลาเดียวกันที่สถานีตำรวจ...หลังจากอินทวงศ์กลับไปแล้ว บัลลพก็ต้องจัดการกับคดีหมอผีฆ่าตัวตายในบ้านพักโดยมีพยานผู้พบศพรายแรก คืออินทนิลกับทรรศนะ มาให้ปากคำ

    แน่นอนว่าเรื่องปราบผีในสระท้ายวังต้องเป็นความลับ ทั้งสองเลยให้การบิดเบือนว่าเป็นการพบศพโดยบังเอิญ โดยอินทนิลอ้างว่าอยู่ที่วังติณชาติตลอดเวลา ส่วนทรรศนะยืนยันว่าตัวเองอยู่ที่คอนโดตามลำพัง แต่ท่าทางเหมือนอึกๆอักๆในตอนแรก ก็ทำให้อินทนิลเอะใจ ...หรือว่าแฟนหนุ่มจะคิดไม่ซื่อ!

    ด้านเกล้ามาศ...พยายามหาคำตอบเรื่องริ้วทอง แต่ไม่ทันได้เรื่อง อินทวงศ์ก็แวะมาหาและขอให้เธอช่วยไปรักษาอาการหวาดผวากลัวกำไลของย่า

    “แล้วทำไมจู่ๆท่านถึงได้กลัวกำไลขึ้นมา”

    “ท่านเจอมือผีติดมากับกำไล...แต่ผมคิดว่าท่านน่าจะคิดไปเองมากกว่า ผมเลยคิดว่าคุณน่าจะช่วยท่านได้”

    “คุณต้องทำความเข้าใจใหม่นะคะ ฉันเป็นนักบำบัด ไม่ใช่หมอ ฉันรักษาใครโดยตรงไม่ได้ ทางที่ดีคุณควรจะพยายามพาคุณหญิงไปพบหมอให้ได้ก่อน แล้วหมอจะทำหน้าที่วินิจฉัยว่าท่านควรจะได้รับการบำบัดหรือไม่”

    “ท่านไม่ยอมไปพบจิตแพทย์ ท่านยืนยันแต่ว่าท่านไม่ได้บ้า”

    “แล้วทำไมคุณถึงไม่เชื่อท่านล่ะคะ ท่านอาจจะไม่ได้โกหกก็ได้”

    “ถ้าผมเชื่อก็หมายความว่าผมจะยอมปล่อยให้คุณย่าป่วยแบบนี้ ผมยังอยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านเป็นเรื่องที่หมอรักษาได้ เพราะผมอยากได้คุณย่าคนเดิมกลับคืนมา กรุณาช่วยผมด้วยเถอะนะครับ”

    “เอาเป็นว่าฉันยังไม่รับปากว่าจะช่วยหรือไม่ แต่ฉันจะลองไปดูอาการของท่านก่อนแล้วกัน”

    ooooooo

    การมาของเกล้ามาศทำให้ทุกคนในบ้านศุภมาศดีใจมาก โดยเฉพาะอัญมณีตื่นเต้นออกนอกหน้า จนคนมาเยี่ยมอย่างสวิตาหมั่นไส้ แต่คนแสดงออกมากที่สุดกลับเป็นสร้อยดาว อิจฉาเกล้ามาศมากที่มีแต่คนชื่นชม

    สวิตาดูออกและไม่รีรอจะใช้ความริษยาของสาวใช้ใฝ่สูงให้เป็นประโยชน์ สร้อยดาวตามเกมไม่ทัน ถูกยุแยงจนคิดแผนร้ายแอบใส่ขี้หูตัวเองลงในชาที่จะเอาไปเสิร์ฟเกล้ามาศ

    เกล้ามาศยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกแกล้ง มัวจับสังเกตอาการของทรัพย์มณี ด้วยการแอบเอากำไลมาใส่ แล้วเข้าไปหาถึงห้อง ผลก็คือทรัพย์มณีกรีดร้องเหมือนคนบ้า พร่ำเพ้อไม่หยุดให้เอากำไลออกจากห้อง

    สวิตาตีบทนางเอกแตกกระจาย ทำท่าเป็นห่วงเป็นใยอย่างแนบเนียน แต่ก็ไม่มีใครทันสังเกต มัววุ่นวายกับการดูอาการของทรัพย์มณี และอินทวงศ์ก็เป็นคนพาตัวด็อกเตอร์สาวออกไปนอกห้อง

    สายตาคำถามของเขา ไม่ได้ทำให้เกล้ามาศรู้สึกผิด แต่กลับยอมรับง่ายๆว่าตั้งใจใส่กำไลเข้าห้องทรัพย์มณี

    “ฉันบอกคุณแล้วว่าจะขอมาดูอาการของคุณหญิง ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันจะเห็นอาการแท้จริงของท่านได้ยังไง”

    “ตอนนี้คุณเห็นแล้วใช่ไหม”

    “ค่ะ...ฉันเห็นแล้ว และฉันก็พร้อมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำ”

    “หมายความว่าคุณจะช่วยผม ขอบคุณมากเลยนะครับ”

    “เข้าใจให้ถูกด้วยค่ะ ฉันช่วยคุณหญิงทรัพย์ค่ะ ไม่ได้ช่วยคุณ”

    แม้จะถูกตีหน้ายักษ์ใส่ แต่อินทวงศ์ก็หุบยิ้มไม่ลงอยู่ดี ดีใจมากที่เกล้ามาศยอมช่วย

    ระหว่างที่เกล้ามาศอธิบายถึงอาการของทรัพย์มณี และวิธีที่เธอจะใช้รักษา สร้อยดาวก็ยกชาผสมขี้หูมาเสิร์ฟ เกล้ามาศจะปฏิเสธ แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอก็จำต้องรับมาไม่ให้เสียน้ำใจ แต่ท่าทางมีพิรุธของสาวใช้ ก็ทำให้ด็อกเตอร์สาวเปลี่ยนใจ และแกล้งบอกให้อีกฝ่ายดื่มแทน

    แผนล่อของเกล้ามาศได้ผล สร้อยดาวหลุดท่ามีพิรุธออกมาอีกหลายยก และสุดท้ายก็ยกมือปัดแก้วจนน้ำชาร้อนๆลวกมือด็อกเตอร์สาว อินทวงศ์ตกใจมาก ร้องสั่งเสียงดังให้สาวใช้เอาน้ำแข็งมาประคบ

    ผีริ้วทองที่แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดมาตลอด เห็นท่าทางหัวเสียของสร้อยดาว ก็ฉวยโอกาสนี้สิงร่าง บังคับให้เข้าไปเอากำไลมาศในห้องนอนของอินทวงศ์ แล้วออกมาทำร้ายเกล้ามาศ

    เสียงเอะอะเหมือนคนตีกัน ทำให้อัญมณีกับอินทวงศ์ซึ่งกำลังดูแลทรัพย์มณี ต้องออกมาดู แล้วก็ถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นว่าเกล้ามาศถูกสร้อยดาวตบและบีบคอจนเกือบตาย!

    ฤทธิ์เดชของผีริ้วทองทวีความรุนแรง เพราะอำนาจของกำไลมาศ เกล้ามาศเกือบไม่รอดชีวิต หากว่าอินทวงศ์จะไม่เข้ามาขวาง และกระชากข้อมือของสร้อยดาวจนกำไลกระเด็นไปอีกทาง

    สร้อยดาวสลบไปหลังจากนั้น กว่าจะฟื้นขึ้นมาก็อีกพักใหญ่ และสายตาสงสัยและคาดโทษของทุกคน ก็ทำให้สาวใช้ใฝ่สูงหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักบอกว่าไม่รู้เรื่องและไม่รู้ตัว!

    ooooooo

    ท่าทางน่าเวทนาของสร้อยดาวทำให้เกล้ามาศสงสาร ถือโทษโกรธเคืองไม่ลง และแปลกใจมากกว่า ว่าเหตุใดสาวใช้บ้านศุภมาศถึงเกิดอารมณ์ร้ายทำร้ายเธอแบบอุกอาจขนาดนี้

    อินทวงศ์สงสัยไม่ต่างกัน และเขาก็เชื่อว่าเกล้ามาศคิดเหมือนกัน เลยพยายามจะถามถึงสาเหตุ แต่ด็อกเตอร์สาวก็ตอบอะไรไม่ได้มาก เพราะตัวเธอก็ยังไม่รู้ว่าริ้วทองคือใคร และมีความแค้นฝังใจอะไรกับเธอกันแน่!

    สวิตาไม่รู้เรื่องวุ่นวายข้างนอก มัวนั่งเฝ้าทรัพย์มณี จนเมื่อได้ยินเสียงร้องเอะอะของสร้อยทอง ซึ่งเจอกำไลมาศบนพื้น อัญมณีเลยยอมเล่าว่าเกล้ามาศถูกสร้อยดาวทำร้าย

    นางเอกสาวไม่อยากจะเชื่อ เพราะรู้จักนิสัยสร้อยดาวดี แต่เมื่อได้เห็นกำไลมาศในมือสร้อยทองก็ชักสังหรณ์ใจว่าเรื่องวุ่นๆทั้งหมดอาจเกิดขึ้นเพราะเครื่องประดับโบราณชิ้นนี้!

    สร้อยทองเห็นด้วย กวาดตามองกำไลด้วยแววตาหวาดๆ “ดิฉันพูดจริงๆนะคะ กำไลวงนี้มีอะไรแปลกๆ นะคะคุณณี เมื่อกี้ดิฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีนิ้วมาแตะข้อเท้าดิฉัน กำไลวงนี้อาจจะมีผีสิงอย่างที่คุณท่านบอกจริงๆก็ได้นะคะ”

    คำพูดของสร้อยทองทำให้สวิตาหวนคิดถึงสิ่งที่ไลยบอกเมื่อหลายวันก่อน ว่าในกำไลมาศมีผีสิง และดูท่าเรื่องจะมีมูลไม่น้อย เพราะเหตุการณ์แปลกๆเริ่มหนักข้อขึ้นทุกที เธอเลยตัดสินใจแนะให้เอากำไลมาศไปขายต่อ อัญมณีก็คิดไม่ต่างกัน แต่ไม่อยากขายตรงๆ เลยคิดหาทางซิกแซ็ก เอากำไลออกจากบ้านด้วยวิธีแนบเนียนกว่านั้น...

    วิธีของอัญมณีก็คือเอากำไลมาศไปร่วมงานประมูลของอินทนิลที่จะจัดเร็วๆนี้ ไฮโซสาวใหญ่ตระกูลติณชาติยินดีมาก แต่ที่ทำให้อารมณ์เสีย ก็เมื่อทรรศนะมาออดอ้อนออเซาะขอเดินแบบในงานประมูล

    “มีเครื่องประดับเพิ่มอีกชิ้น น่าจะหาคนเดินแบบไม่ทัน ผมเดินให้เอาไหมครับ ตอบแทนพี่ที่น่ารักกับผม”

    สัมผัสเล้าโลมของแฟนหนุ่มไม่ทำให้อินทนิลปลื้มเหมือนเคย เพราะยังคาใจเรื่องคำให้การของเขา

    “ถ้าอยากตอบแทนพี่ บอกความจริงกับพี่มาดีกว่าว่าทรรศพาใครไปกินที่คอนโด”

    “ผมไม่เคยพาใครไปที่คอนโด”

    “แล้วทำไมตอนที่ตำรวจถามว่าเมื่อวานทรรศอยู่กับใครที่คอนโด ทรรศถึงต้องพูดวกไปวนมาเหมือนว่าทรรศปกปิดอะไรอยู่” ทรรศนะถึงกับอึ้งไป อินทนิลยิ่งหัวเสีย “ถึงกับพูดไม่ออกเชียวหรือทรรศ บอกพี่มาเดี๋ยวนี้ว่านังผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นมันเป็นใคร บอกพี่มาเดี๋ยวนี้!”

    แหวจบก็ทุบตีเขาพัลวัน ทรรศนะร้อนตัว แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน โต้หน้าตายว่าอยู่กับคนส่งของขวัญที่เขาสั่งทำพิเศษเพื่อเธอ อินทนิลไม่อยากจะเชื่อ เขาเลยต้องเล่นบทชายหนุ่มแสนดี ตัดพ้อและขอเลิกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด...อินทนิลใจหายวาบ ผวาไปกอดเขาจากด้านหลัง

    “ทรรศ...พี่ขอโทษ พี่สัญญา...ต่อไปนี้พี่จะเชื่อใจทรรศ”

    ทรรศนะเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิด อินทนิล หลงเชื่อสนิทว่าเขาเป็นคนดีและรักเธอคนเดียว แต่ที่เธอไม่รู้ คือบัลลพแอบเห็นนายแบบหนุ่ม แฟนหนุ่มแสนดีของเธอควงแทมมี่นางเอกสาวหน้าใหม่ขึ้นคอนโดหน้าระรื่น แต่ก็ตัดสินใจไม่พูดอะไร เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ต้องให้เห็นและเคลียร์กันเอง

    ooooooo

    อินทวงศ์มาส่งเกล้ามาศในคืนเดียวกัน ดูแลเธอ อย่างดี เพราะแอบรู้สึกผิดที่เธอต้องมาเจ็บตัวในบ้าน ด็อกเตอร์สาวประทับใจมาก แต่ไม่ทันเอ่ยชม ก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของแม่ ดังมาจากห้องนอน!

    นอกจากเสียงหัวเราะ อินทนิลยังกรี๊ดกร๊าดราวกับสาวรุ่น โดยมีทรรศนะในสภาพเกือบเปลือย ใส่เครื่องประดับที่จะนำออกประมูลคอยวิ่งไล่ เกล้ามาศอับอายมาก จนไม่กล้าสู้หน้าอินทวงศ์ แต่เขาก็ปลอบไม่ให้คิดมาก

    “ไม่เป็นไรครับ ทุกครอบครัวมีปัญหา แต่อย่าให้ ปัญหาทำลายความรักที่มีต่อคุณนิลเด็ดขาด เข้มแข็งนะครับ”

    ฝ่ายสวิตา...ร้อนใจเรื่องเกล้ามาศ เลยอยู่รออินทวงศ์ จนดึกดื่น ผีริ้วทองรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่านางเอกสาว แท้จริงก็คือล้อมเพชรในอดีตชาติ และสามารถสื่อสารกับตนได้ เลยพยายามจะเรียกหา แต่อินทวงศ์ก็กลับถึงบ้านเสียก่อน นางเอกสาวเลยละความสนใจเสียงเรียกแปลกๆ และซักไซ้เขาถึงเรื่องเกล้ามาศแทน

    “ยอมรับมาซะดีๆว่าคิดยังไงกับคุณมาศ”

    “ผมไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร มันไม่ใช่ อาการชอบที่แบบ...เห็นหน้าแล้วโลกเป็นสีชมพู แต่มันรู้สึกคุ้นเคยกัน ห่วงใย อยากดูแล ยิ่งผมได้รู้จักคุณมาศ มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งห่วงใยเธอมากขึ้น”

    คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาของเพื่อนหนุ่ม ทำให้สวิตาแทบคลั่ง ไม่ต่างจากผีริ้วทอง เจ็บแทบกระอัก เมื่อเห็นว่าเขาให้ความสนใจเกล้ามาศ หรือศัตรูคู่อาฆาตของเธอในอดีตแบบออกนอกหน้า

    “ท่านชายให้ความสนใจกับหญิงอื่น ท่านชายลืมเมียคนนี้แล้วหรือเพคะ”

    และระหว่างที่อินทวงศ์กำลังมึนงงกับบรรยากาศแปลกๆในบ้าน ผีริ้วทองก็หวนคิดถึงอดีต...ช่วงเวลาที่เธอได้เจอหม่อมเจ้าชายดิเรกอีกครั้ง...

    ผีริ้วทองยังจำได้ดี หลังจากเปิดศึกกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาอย่างเต็มรูปแบบ ครอบครัวเธอก็แทบอยู่ไม่สุขอีก เพราะต้องคอยหวาดระแวงตลอดเวลา แต่กระนั้น...นางรื่น ก็ไม่ยอมให้ลูกสาวละเลยวิชาการรำละคร สั่งให้ซ้อมอย่างหนัก จะได้ไม่ถูกดูถูกหรือเหยียดหยามเหมือนที่ผ่านมา

    แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ไม่ได้สนใจคณะละครหุ่นกระบอกมากอย่างที่พวกริ้วทองนึกกลัว เพราะมีเรื่องเป็นกังวลมากกว่า อย่างเรื่องของหม่อมเจ้าหญิงภรณีผู้เป็นพี่สาว ซึ่งถูกเสด็จในกรมฯค่อนแคะไม่หยุด เพราะทรงเชื่อว่าเธอเป็นสาเหตุให้ภรรยาที่รักและแม่ของหม่อมเจ้าหญิงทั้งสองจากไป

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่สบายพระทัยเลยที่ท่านพ่อ กับพี่สาวมีเรื่องขัดใจกัน และพยายามคิดหาทางให้ทั้งสอง คืนดี เจิมเลยแนะนำให้แต่งงาน แต่เธอก็เขินและกระดากเกินกว่าจะคาดหวัง...

    เรื่องราวในอดีตถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง วันที่ท่านแม่ของหม่อมเจ้าหญิงทั้งสองจากไป...วันนั้นหม่อมเจ้าหญิงภรณีแอบไปเก็บดอกโสนในป่า จนเกือบถูกงูฉก ถ้าท่านแม่ จะไม่มาช่วยไว้ทัน

    ผลก็คือท่านแม่ทรงจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หม่อม เจ้าชายอรรถรัตน์ พี่ชายคนโตของหม่อมเจ้าหญิงทั้งสองร่ำไห้ไม่หยุด เช่นเดียวกับเสด็จในกรมฯ ทรงเศร้า เสียใจมากกับการจากไปของภรรยาอันเป็นที่รัก และอดไม่ได้จะเกรี้ยวกราดใส่หม่อมเจ้าหญิงภรณี ลูกสาวคนโต โทษฐาน ที่ดื้อจะไปเก็บดอกโสนในป่าจนเกิดเรื่อง!

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีกลายเป็นที่ชังน้ำหน้าของคนทั้งวัง โดยเฉพาะเสด็จในกรมฯกับหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ มีเพียงหม่อมเจ้าหญิงรัมภาที่คอยเคียงข้าง แต่ก็เหนื่อยหน่ายใจเหลือเกิน จนต้องแอบไปร้องไห้คนเดียว

    และในช่วงนี้เองที่คู่หมายตั้งแต่เด็กอย่างหม่อมเจ้าชายดิเรก ทรงเข้ามาปลอบใจ

    “ไม่เอาสิ อย่าร้อง รู้ไหมน้องหญิง มีคนเคยบอกพี่ว่าถ้าคนที่อยู่บนสวรรค์มองลงมาเห็นเราร้องไห้ เขาจะไม่มีความสุข ถ้าน้องหญิงอยากให้ท่านแม่มีความสุข น้องหญิงต้องเข้มแข็ง ไม่ร้องไห้”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาดึงตัวเองจากอดีตวัยเด็ก ความทรงจำดีๆระหว่างเธอกับเขา ทำให้อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย

    “หลังจากวันนั้น...หญิงคิดแต่ว่าหญิงต้องเข้มแข็ง จะไม่อ่อนแอง่ายๆ เพราะหญิงกลัวท่านแม่จะไม่มีความสุข”

    “เป็นเพราะท่านชายดิเรกนี่เอง ที่ทำให้ตอนนั้นท่านหญิงของหม่อมฉันทำตัวน่ารัก ไม่ร้องไห้กระจองอแงหาแม่เหมือนท่านหญิงณี โถๆ...ท่านชายดิเรกกับท่านหญิงเกิดมาเกื้อหนุนกันเสียจริง”

    “ใช่เจิม...หญิงเชื่อว่าเจ้าพี่เกิดมาเพื่อหญิงคนเดียวเท่านั้น!”

    ooooooo

    ขณะที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเชื่อมั่นในความรู้สึกตัวเองที่มีต่อคู่หมายหนุ่ม ริ้วทองก็เช่นกัน หวังสุดหัวใจ ว่าการเข้ามาอยู่ในวังติณชาติ จะทำให้เธอได้พบกับชายหนุ่มอันเป็นที่รักอีกครั้ง

    แต่ความหวังของเธอก็เหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับคนในครอบครัว โดยเฉพาะปรุง ค่อนแคะทุกครั้ง ที่สบโอกาส เหมือนเช่นวันนี้ที่เธอกำลังซ้อมรำ แต่ยังไม่รู้จะแสดงเรื่องอะไร

    “เรื่องอิเหนาสิ เล่นตอนที่นางจินตหราคิดถึงอิเหนา ทั้งที่อิเหนาไม่ได้รักตัวเองเลยสักนิด ริ้วน่าจะเชิดได้ดี”

    ริ้วทองค้อนขวับ รู้ดีว่าพี่ชายนอกไส้ตั้งใจพูดกระทบ และอดไม่ได้จะตอกกลับ

    “แต่ฉันว่าเล่นเรื่องสังข์ทองดีกว่า ให้พี่ปรุงเชิดเป็นเจ้าเงาะหน้าตาขี้เหร่ ปากร้าย นิสัยไม่ดี เหมาะกับพี่ปรุงดี”

    “ขอบใจจ้ะที่ชม พี่รู้ตัวว่าข้างในพี่เป็นรูปทองและ รักเดียวเหมือนเจ้าเงาะ ไม่เหมือนอิเหนา รูปหล่อแต่หลายใจ”

    ริ้วทองทนไม่ไหว คว้าท่อนไม้ใกล้มือมาฟาดไม่ยั้ง ปรุงวิ่งหนีแบบไม่จริงจังนัก แต่ก็พลาดไปชนถาดอาหารว่างของหม่อมเจ้าหญิงภรณีจนได้ เป็นเหตุให้

    ริ้วทองได้รู้ว่าวังติณชาติกำลังมีแขกคนสำคัญ และแขกคนนั้นก็ชื่อคุ้นหูเสียด้วย ทำให้นักเชิดหุ่นกระบอกสาวใจเต้นแรง จนถึงกับต้องแอบไปดูหน้าเลยทีเดียว!

    หม่อมเจ้าชายดิเรกนั่นเอง แขกคนสำคัญของวังติณชาติ ริ้วทองซึ่งแอบไปดู ถึงกับตกต้นไม้ เพราะไม่ทันระวัง เจิมเป็นคนเห็นและร้องโวยวาย หม่อมเจ้าหญิงรัมภาซึ่งกำลังต้อนรับราชนิกุลหนุ่มเลยต้องหันมองตาม

    หม่อมเจ้าชายดิเรกถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อได้พบสบตาหญิงชาวบ้านที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้กลางป่า และท่าทางเหมือนตกในภวังค์ของทั้งสองก็ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเกิดอาการไม่พอพระทัย

    “เจ้าพี่ยังไม่ได้ตอบหญิงเลยว่าเจ้าพี่ไปพบริ้วทองตอนไหน”

    สรรพนามที่แปลกไป ทำให้ริ้วทองเพิ่งตระหนักว่าชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ไม่ใช่แค่สามัญชนธรรมดา แต่เป็นถึงเจ้านายที่มียศและฐานันดรเฉกเช่นเจ้าของวัง เรื่องราวในป่าคร่าวๆถูกถ่ายทอดให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหลังจากนั้น แต่กลับไม่ทำให้บรรยากาศดีขึ้น และดูเหมือนริ้วทองจะถูกจ้องจับผิดกว่าเดิม

    “หญิงแปลกใจค่ะ เพราะเห็นเจ้าพี่จำริ้วทองได้ง่ายดายเกินกว่าจะเป็นแค่คนเคยเห็นหน้ากันประเดี๋ยวประด๋าว แล้วเธอล่ะริ้วทอง เธอมาทำอะไรรุ่มร่ามแถวนี้”

    “เอ่อ...หม่อมฉัน...หม่อมฉันยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่ก็เลยเดินลงมาเพคะ”

    “ถึงจะเป็นคนของท่านพ่อ แต่จะคิดทำตามอำเภอใจแบบนี้ไม่ได้ เห็นทีว่าจะต้องอบรมสั่งสอนกันชุดใหญ่”

    “น้องหญิง...ริ้วเพิ่งมาอยู่ที่นี่ อาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ยกโทษให้ริ้วสักครั้งเถิด”

    ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของคู่หมายหนุ่ม ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภากริ้วมาก และแม้จะพยายามข่มพระทัย ก็ไม่วายแดกดันริ้วทอง “ก็ได้ค่ะ หญิงจะถือเสียว่า ยกโทษครั้งนี้เพื่อตอบแทนที่ริ้วทองเคยช่วยไม่ให้เจ้าพี่หลงป่า เจ้าพี่กับริ้วทองจะได้ไม่ต้องมีสิ่งใดติดค้างต่อกัน!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 06:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์