นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กำไลมาศ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"


    เหตุการณ์ทรัพย์มณีหวาดผวากลางดึก ทำให้อินทวงศ์เป็นกังวล แม้ย่าจะไม่เป็นอะไรมาก ถูกนำส่งโรงพยาบาลและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เพื่อ ความสบายใจ เขาเลยให้ตำรวจมาตรวจสอบ

    บัลลพ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของอินทวงศ์เป็นคนรับหน้าที่นี้ และผลการตรวจสอบห้องนอนของทรัพย์มณี ก็ไม่เห็นร่องรอยงัดแงะ หรือความผิดปกติอื่นๆ อินทวงศ์ยังไม่วางใจ เลยตัดสินใจเล่าเรื่องกำไลมาศและมือผี แต่ตำรวจหนุ่มก็ไม่อยากเชื่อ และคิดว่าเป็นเรื่องที่ย่าของเพื่อนรัก คิดไปเองมากกว่า

    “นี่นายอย่าบอกนะว่านายเชื่อว่ากำไลนี้มีผีสิง”

    “ฉันก็ไม่เชื่อเรื่องมือผี ฉันคิดว่าคุณย่าคิดไปเองอย่างที่นายบอกนั่นแหละ แต่ฉันแค่รู้สึกแปลกๆกับกำไลวงนี้ เหมือนว่าฉันกับกำไลวงนี้เคยมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกันมาก่อน ฉันรู้สึกด้วยซ้ำว่ามีใครบางคนรอฉันอยู่”

    สีหน้าจริงจังของเพื่อน ทำให้บัลลพพูดไม่ออก แต่ไม่อยากซักไซ้ให้เลยเถิดไปกว่านี้ อินทวงศ์ก็เข้าใจดี และคิดว่าคงต้องหาทางสืบเรื่องกำไลทีหลัง แต่ระหว่างนี้คงต้องเก็บกำไลเจ้าปัญหาไว้ในห้องพระก่อน

    ด้านทรัพย์มณี...ประสาทเสียและหลอนไม่เลิก ร้อนถึงอัญมณี ต้องไปคาดคั้นความจริงจากไลยว่ากำไลมาศมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ไลยเริ่มใจไม่ดี เพราะได้รับคำยืนยันเรื่องมือผีจากคุณหญิงพิมพ์ แต่ยังแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไร โชคดีที่อัญมณีไม่ติดใจ เชื่อสนิทว่ากำไลมาศเป็นแค่ของเก่า และมือผีก็ไม่มีจริง แม่ของเธอคิดไปเอง!

    เช้าวันเดียวกันที่วังติณชาติ...อินทนิลหาเรื่องพาลูกสาวออกจากวังจนได้ หลอกล่อให้ไปไหนมาไหนด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ทรรศนะพาหมอผีมาปราบรังควานผีในสระน้ำ แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง เพราะเกล้ามาศผิดสังเกตท่าทางแปลกๆของแม่ เลยพยายามปลีกตัวหนี

    อินทนิลกลัวลูกสาวจะกลับวังให้แผนแตก เลยตามไปยื้อยุด ผลคือเธอเกือบหน้าคะมำ ดีที่อินทวงศ์มาช่วยรับไว้ เลยรอดตัวไปได้ เกล้ามาศเห็นหน้าชายหนุ่มที่ช่วยแม่ก็ตะลึงไปอึดใจ อินทนิลเลยแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการว่าอินทวงศ์คือทายาทคนเดียวของศุภมาศ ตระกูลเก่าแก่ที่สนิทสนมกับครอบครัวเธอมานานหลายสิบปี

    เกล้ามาศยิ้มรับตามมารยาท อินทนิลเลยฉวยโอกาสนี้รั้งตัวลูกสาวไว้ ด้วยการลากไปเยี่ยมทรัพย์มณี ย่าของอินทวงศ์ด้วยกัน ทันทีที่ทราบว่าฝ่ายนั้นรักษาตัวที่โรงพยาบาล ด็อกเตอร์สาวจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกแม่ดักคอ

    “แม่ขอนะมาศ มาศจะไม่ไปหาใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่คนในตระกูลศุภมาศ เพราะเมื่อก่อนตระกูลศุภมาศกับตระกูลเราสนิทชิดเชื้อกันมาก ถ้าเรารู้ข่าวคุณหญิงทรัพย์มณีแล้วไม่ไปเยี่ยม เขาจะคิดว่าตระกูลติณชาติไร้มารยาท”

    ฝ่ายทรรศนะ...วุ่นวายกับการพาหมอผีไปทำพิธีที่สระน้ำหลังวัง ผีริ้วทองสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ และอาถรรพณ์บางอย่างที่จะเป็นภัยถึงตัว เลยพยายามหลบเลี่ยง แต่เพราะอำนาจและฤทธิ์เดชของเธอยังไม่ฟื้น ผีสาวจึงถูกหมอผีเล่นงานด้วยเชือกอาคมสีดำสนิท ดิ้นรนไปไหนไม่ได้ จนต้องร้องโวยวายจองเวร

    “กูขอสาบาน...ถ้ากูได้ออกไปเมื่อไหร่ กูจะไปฆ่าพวกมึงทุกคน!”

    ooooooo

    ภารกิจปราบผีในสระหลังวังผ่านพ้นไปด้วยดี ทรรศนะเอาเงินค่าจ้างหนึ่งแสนใส่ซอง โดยไม่ลืมหยิบ อีกหนึ่งแสนใส่กระเป๋าตัวเองด้วย หมอผีรับเงินไปนับด้วยสีหน้าพอใจ นายแบบหนุ่มเลยอดไม่ได้ ถามด้วยความอยากรู้

    “ทำไมท่านไม่จับมันไปทำลายหรือไปถ่วงน้ำซะเลยล่ะ จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว”

    “อาคมที่กักขังมันตั้งแต่แรกแก่กล้ามาก ไม่รู้ว่าวิชาสำนักไหน ข้าต้องอาศัยคืนเดือนมืดทำพิธีถอดอาคมนั้นได้”

    “แล้วพ่อหมอรู้หรือเปล่าว่าวิญญาณตนนั้นมันเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”

    “ข้ามองไม่เห็น อาคมของหมอผีคนเก่าปิดอยู่ ข้ารับรู้ได้แต่ว่ามันรอคอยของรักของมันอยู่”

    “ของรัก...ของรักอะไร”

    “ไม่รู้...รู้แต่ว่าของรักนั้นมีอำนาจบารมีและมีพลังมาก ถ้ามันอยู่ใกล้นังวิญญาณตัวนี้ มันจะช่วยดึงนังวิญญาณจากก้นสระ พวกมึงระวังให้ดีละกัน อย่าให้ใครเข้าใกล้สระน้ำ ไม่อย่างนั้นคนที่จะโดนจัดการคือพวกเราไม่ใช่มัน!”

    ด้านเกล้ามาศ...ตามแม่ไปเยี่ยมทรัพย์มณีแบบเสียไม่ได้ แต่ก็เก็บอาการและรักษามารยาทได้อย่างดี จนเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะอินทวงศ์ ไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลยนับตั้งแต่เจอกัน

    ทรัพย์มณีกับอัญมณีสังเกตเห็น ชอบใจและยินดีมาก จะเปิดโอกาสให้สองหนุ่มสาวทำความรู้จักกัน เพราะต้นตระกูลก็เป็นเพื่อนเก่าแก่กันมานาน เช่นเดียวกับอินทนิล อยากให้ลูกสาวได้ดองกับคนมีชาติตระกูล เลยคิดแผนจับคู่ ให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดและสนิทสนมกันมากขึ้น

    เกล้ามาศรู้ทันความคิดแม่ พยายามจะบ่ายเบี่ยง แต่ก็ถูกแม่ดักทุกทาง เลยต้องมาทนนั่งหน้าบอกบุญไม่รับในร้านอาหารไม่ไกลจากโรงพยาบาลกับเขา อินทวงศ์ซึ่งเต็มใจถูกหลอก อมยิ้มบางๆกับท่าทางหงุดหงิดนั้น ไม่ถือสา แถมชอบใจเสียด้วยซ้ำที่หญิงสาวดูไม่มีฟอร์มและไม่เรื่องมากเหมือนผู้หญิงอื่นที่เขาเคยเจอ

    “เวลาผมถามผู้หญิงว่าจะทานอะไร ส่วนใหญ่มักตอบผมว่า...แล้วแต่คุณ แต่คุณไม่ใช่ ดีครับผมชอบ”

    ด็อกเตอร์สาวหน้าแดงเมื่อถูกจีบตรงๆ แต่เพราะรู้จากอาร์มว่าเขากำลังคบหาสวิตา เลยตอกกลับ

    “แล้วคุณสวิตาล่ะคะ เธอชอบพูดยังไง”

    อินทวงศ์ไม่คิดมาก ตอบกลับยิ้มๆ “วิกับผมหรือครับ ไม่ต้องถามเลยว่าจะกินอะไร สั่งแทนให้กันยังได้”

    “รู้ใจกันดีจัง”

    “คุณมาศล่ะครับ มีคนรู้ใจหรือยัง” เกล้ามาศชักสีหน้า ไม่ชอบคำถามยอกย้อนละลาบละล้วง และอินทวงศ์ก็เพิ่งรู้สึกตัว รีบออกตัว “ผมขอโทษครับ ผมหมายถึงว่า...มีใครที่คุณมาศสนิทจนรู้ใจเหมือนผมกับวิบ้าง”

    เกล้ามาศไม่ตอบคำถามนั้น แถมส่งสายตาขุ่นเคืองให้อีกต่างหาก แต่สถาปนิกหนุ่มก็ไม่ถือสา พยายามชวนคุยโน่นนี่ไม่หยุดปาก อินทนิลซึ่งแอบมองจากอีกมุม ยิ้มชอบใจ ...หมายมั่นปั้นมือจะจับคู่ให้ลูกสาวคนเดียวให้ได้!

    ทรรศนะไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของอินทนิลนัก เรื่องจับคู่เกล้ามาศกับอินทวงศ์ แต่ก็ไม่อาจขัดใจ เพราะแฟนสาวรุ่นใหญ่เงินหนา เป็นขุมเงินขุมทองให้เขาผลาญได้อีกนาน

    “แต่คุณต๊ะคบหาอยู่กับสวิตานะครับพี่”

    “แล้วไง...ลูกสาวพี่เป็นต่ออยู่แล้ว ยายวิอะไรนั่นเป็นแค่นางเอกละคร ชาติตระกูลก็ไม่มี แล้วอีกอย่างนะ...พี่อยากให้ยายมาศมีแฟน จะได้เลิกวุ่นวายกับชีวิตพี่สักที พี่จะได้มีเวลาให้ทรรศคนเดียวเหมือนเดิม”

    นายแบบหนุ่มแอบเบ้หน้า แต่เพียงแวบเดียวก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวาน ทำท่าจะจูบให้รางวัล อินทนิลเบี่ยงหน้าหลบเขินๆ ก่อนจะถามถึงพิธีปราบผีเมื่อกลางวัน ทรรศนะเล่าเรื่องอาคมเก่าแก่ และของรักที่หมอผีสันนิษฐานว่าจะเป็นของสำคัญของผีร้ายในสระ อินทนิลเลยเริ่มเป็นกังวล เพราะดูท่าเรื่องนี้จะเลอะเทอะกันไปใหญ่

    “คุณพี่ไม่เชื่อหมอผีหรือครับ”

    “ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่เราจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าเขาไม่โกหก สมัยนี้พวกสิบแปดมงกุฎล้นเมือง นี่ก็ไม่รู้ว่าคิดจะปั้นเรื่องมาหลอกสูบเงินจากเราหรือเปล่า เสียไปตั้งสองแสน ยังไม่เห็นจะได้เรื่องอะไร”

    ทรรศนะชะงักไปอึดใจ เริ่มร้อนตัวเพราะตัวเองเป็นคนยักยอกเงินอีกหนึ่งแสน แต่ยังทำเนียนตีหน้าซื่อ

    “หมอบุญไม่ได้โกหกเราหรอกครับ”

    “ถ้าจะให้พี่เชื่อว่าเขาเก่งจริง ก็ต้องบอกเราให้ได้ก่อนว่าของรักของหวงมันคืออะไร ถ้าบอกไม่ได้พี่ก็ไม่เชื่อ!”

    ooooooo

    พริมอดเป็นห่วงเพื่อนสาวไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องเสียงหลอนจากกำไล ซึ่งอีกฝ่ายได้ยินอีกครั้งในร้านขายเครื่องประดับเก่าแก่ของไลย เกล้ามาศซึ้งใจที่เพื่อนเป็นห่วง และปลอบให้คลายกังวล ว่าเธอสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลไปให้แล้วเมื่อคืนก่อน ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ยังไม่ได้ยินเสียงหลอนนั้นอีก

    หลังวางสายจากเพื่อนรัก เกล้ามาศก็ตรงไปหาคุณทวดภรณีที่เรือนไทยหลังวัง ทันได้ยินเสียงอีกฝ่ายเล่าเรื่องพระลักษณวงศ์อย่างออกรสชาติ แต่ถึงจะสนุกแค่ไหน นุชสาวใช้ประจำวังซึ่งรับหน้าที่ดูแลคุณทวดก็ผล็อยหลับไปแล้ว เกล้ามาศเลยต้องปลุก และรับอาสาคุยเป็นเพื่อนคุณทวดเอง

    และที่แรกที่คุณทวดภรณีพาหลานสาวไปชื่นชมก็คือห้องนอน ซึ่งมีตู้เก็บของ อัดแน่นด้วยหุ่นกระบอกหลายตัวจากคณะนายรวย เกล้ามาศกวาดตามองหุ่นทีละตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ คุณทวดใจดีเลยเอ่ยปากอนุญาต

    “มาศหยิบหุ่นกระบอกตัวพระมาสิ ยกมือไหว้ก่อนนะลูก หุ่นกระบอกเป็นของมีครู เราต้องให้ความเคารพ”

    เกล้ามาศทำตามที่คุณทวดบอก แต่แขนของหุ่นกระบอกตัวพระดันไปเกี่ยวหุ่นกระบอกตัวนางยี่สุ่นซึ่งตั้งอยู่ข้างๆจนหล่นลงพื้น หัวนางยี่สุ่นหลุดกระเด็นไปอีกทาง!

    คุณทวดภรณีตกใจมาก รีบไปหยิบหัวหุ่นจากพื้น พร้อมกับสั่งหลานสาวเสียงเข้ม

    “มาศ...กราบเร็วลูก ก้มกราบขอขมาครูบาอาจารย์ คนโบราณเขาเชื่อว่าถ้าตอนแสดงหุ่นกระบอก ห้ามให้หัวหุ่นหลุดออกเด็ดขาด ถ้าหุ่นคอขาด...แสดงว่าเป็นอัปมงคลหนักหนามาก”

    “แต่ตอนนี้คุณมาศไม่ได้แสดงหุ่นกระบอกอยู่ คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ” นุชซึ่งตามมาด้วยแย้งขึ้น

    คุณทวดภรณีส่ายหน้า คว้ามือหลานสาวมากุมไว้ “แต่พวกเขาอาจกำลังเตือนว่ามาศกำลังมีเคราะห์หนัก มาศไม่สบายใจ...มาศต้องระวังตัวนะลูก ทำบุญแล้วก็อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เคราะห์หนักจะได้กลายเป็นเบา”

    ขณะที่เกล้ามาศเจออาถรรพณ์หัวหุ่นกระบอกหลุดจากร่าง...อินทวงศ์ได้สัมผัสพระเครื่องเก่าแก่ มรดกตกทอดจากหม่อมเจ้าชายดิเรก ศุภมาศ พระเชษฐาต่างมารดาของท่านทวดประดิษฐ์ของเขาในห้องพระ ระหว่างที่อัญมณีกำลังรื้อหาพระเครื่ององค์เล็กๆไปห้อยคอทรัพย์มณีตามที่ร้องขอ

    “แล้วทำไมพระเครื่ององค์นี้ถึงมาอยู่ที่บ้านเราได้ล่ะครับคุณอา”

    “เมื่อก่อนหม่อมเจ้าดิเรกประทับอยู่วังศุภมาศกับพระองค์ชายและหม่อมถมยาพ่อแม่ของท่าน แต่ท่านสิ้นตั้งแต่ยังหนุ่ม ยังไม่ทันมีทายาท พอหม่อมถมยาสิ้นไปอีกคน พระองค์ชายเลยบริจาคพื้นที่และข้าวของทุกอย่างในวังให้การกุศล แต่ทรงเก็บพระเครื่ององค์นี้ที่หม่อมเจ้าดิเรกทรงรักเหลือเกินไว้ดูต่างหน้า ท่านทวดของเราจึงได้รับเป็นมรดกมา แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าหม่อมเจ้าดิเรกได้พระเครื่ององค์นี้จากไหน หรือว่ามีใครให้มา”

    อินทวงศ์พยักหน้ารับรู้ แล้วตัดสินใจรับมาพกติดตัว เพราะรู้สึกผูกพันกับพระเครื่ององค์นี้อย่างบอกไม่ถูก เหมือนว่าเขาเคยสัมผัสและเคยเห็นในฝันเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่ทันสรตะความทรงจำเก่าๆมาก อินทนิลซึ่งวางแผนจะจับคู่เขาให้ลูกสาว ก็โทร.มาชวนเขาไปที่วังเสียก่อน โดยอ้างว่าอยากให้เขาช่วยปรับและซ่อมบำรุงวังติณชาติ

    สถาปนิกหนุ่มรับปากด้วยความยินดี และรีบไปพบในไม่กี่ชั่วโมงถัดมา เวลาเดียวกับที่อาร์มแวะมาหาเกล้ามาศ เพื่อสีซอเพลงสังขาราหรือเพลงประกอบการแสดงหุ่นกระบอกให้คุณทวดภรณีฟัง แต่ด็อกเตอร์สาว กลับไม่อยากให้สี เพราะคุณทวดอาการไม่ค่อยดี ไม่สบายและเป็นกังวลที่เธอทำหัวหุ่นนางยี่สุ่นหลุดจากร่าง

    การมาถึงของอินทวงศ์ ทำให้ผีริ้วทองซึ่งกำลังทุรนทุรายเพราะเชือกอาคมของหมอผี น้ำตาไหลพราก ยินดีและดีใจเป็นที่สุด ได้รู้ว่าคนรักของเธอกลับมาเยือนวังติณชาติอีกครั้ง สถาปนิกหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกๆ แถมหูยังแว่วได้ยินเสียงดนตรีไทยมาจากด้านหลังวัง เลยตัดสินใจเดินตามหาต้นเสียง

    นุชเห็นท่าไม่ดี กลัวอินทวงศ์จะโดนผีหลอก เลยไปตามอินทนิลมาต้อนรับ มนต์ของผีริ้วทองเลยชะงัก อินทวงศ์หรือหม่อมเจ้าชายดิเรกในอดีตชาติหลุดจากภวังค์ และตามอินทนิลไปเดินดูรอบวังแทน แต่ก็ไม่วายมองไปทางสระน้ำท้ายวังด้วยความสงสัย เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังพิเศษบางอย่าง...

    ooooooo

    อาร์มยังพยายามจะสีซอให้คุณทวดภรณีฟัง แต่สายซอก็ขาดผึงเสียก่อน เกล้ามาศเห็นฤกษ์ไม่ดีเลยแนะให้เปิดเพลงจากอินเตอร์เน็ตแทน ชายหนุ่มเห็นดีด้วย และเพลงสังขาราจากมือถือ ก็ทำให้คุณทวดภรณียิ้มอย่างอารมณ์ดี ท่วงทำนองโบราณทำให้หวนคิดถึงอดีตเก่าๆ วันคืนที่เธอได้นั่งดูการแสดงหุ่นกระบอกบ่อยๆ

    ภาพเหตุการณ์ในอดีต เป็นเหมือนสายน้ำหล่อเลี้ยงให้คุณทวดภรณีมีชีวิตต่อ แต่จู่ๆภาพเกล้ามาศทำหัวของหุ่นนางยี่สุ่นหลุดจากร่าง ก็ทำให้เธอหน้าซีด กลัวสุดขีด!

    เกล้ามาศกับอาร์มเห็นท่าทางตื่นตระหนกของคุณทวด ก็พยายามจะเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง แต่กลับทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง เพราะในหัวคุณทวดมีแต่ภาพเลวร้ายในอดีต วันที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภา น้องสาวคนเดียวของท่าน ซึ่งหน้าเหมือนเกล้ามาศราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ฟันมือของริ้วทองขาด!

    “น้องรัมภา...น้องรัมภาจะทำอะไรพี่ พี่เป็นพี่สาวของน้องนะ”

    คำพูดแปลกๆของคุณทวด ทำให้เกล้ามาศกับอาร์มต้องมองหน้ากันงงๆ โดยเฉพาะคนแรก และถึงกับพูดไม่ออกในอึดใจต่อมา เมื่อคุณทวดร้องไห้โฮ ปัดมือเธอทิ้งและถอยหนี

    “ท่านทวดคะ...มาศไม่ทำร้ายท่านทวดหรอกค่ะ”

    แต่คุณทวดภรณีก็ไม่รับรู้ ผลักหลานสาวล้มกระเด็นหัวกระแทกพื้น แล้วผลุนผลันออกจากเรือน อาร์มจะช่วยประคองเพื่อนสาว แต่เธอกลับบอกให้เขารีบตามไปดูคุณทวดแทน กลัวจะเตลิดแล้วเป็นอันตราย

    “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย น้องรัมภาจะฆ่าฉัน น้องรัมภาจะตัด...”

    เสียงร้องของคุณทวดภรณีดังลั่นวัง เกล้ามาศต้องกัดฟันพยุงร่างบอบช้ำของตัวเองไปตามหา โดยมีอาร์มตามประกบ แต่คุณทวดก็กลัวจนขาดสติเสียแล้ว หวีดร้องสุดเสียง และผลักหลานสาวตกสระน้ำ!

    อินทนิลกับอินทวงศ์ได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบไปดู ทันได้เห็นเหตุการณ์ชุลมุน และเพราะอินทนิลต้องช่วยอาร์มจับตัวคุณทวด ไม่ให้คลุ้มคลั่งไปกว่านี้ อินทวงศ์เลยตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยเกล้ามาศด้วยตัวเอง

    อินทวงศ์มุ่งมั่นอยู่กับการช่วยชีวิตเกล้ามาศ เลยไม่ทันรู้สึกตัวว่าคอเสื้อถูกกระชากออก เผยให้เห็นสายสร้อยห้อยพระเครื่องเก่าแก่ มรดกตกทอดจากหม่อมเจ้าชายดิเรก อำนาจพระพุทธคุณแผ่ไปทั่วผืนน้ำ ทำให้มนตร์ดำของหมอผีซึ่งเคยใช้กักขังและทรมานผีริ้วทองไว้เสื่อมลง และทำให้เป็นอิสระในที่สุด

    เหล่าคนรับใช้ปรากฏตัวหลังจากนั้น และช่วยกันกับอาร์มพาคุณทวดไปส่งเรือน ส่วนอินทนิลหันไปรับร่างปวกเปียกของลูกสาวจากอินทวงศ์ ซึ่งมีอาการช็อกและเป็นลมหลังจากนั้นเพราะได้ยินเสียงหัวเราะแหลมของหญิงสาวปริศนาซึ่งเธอจำได้แม่นว่าเป็นเสียงเดียวกับที่หลอนเธอมาตั้งแต่เด็กๆ

    ประยงค์สาวใช้เก่าแก่ประจำวัง ยืนมองทุกอย่างงงๆ ก่อนจะได้เบิกตาโพลง เมื่อเห็นร่างหญิงสาวในชุดรำโบราณ ยืนแสยะยิ้มจากอีกฟากของสระน้ำ!

    สาวใช้เก่าแก่เป็นลมหมดสติตามเกล้ามาศไปแล้ว อินทนิลอยากจะเป็นบ้าตาย ไม่ต่างจากผีริ้วทอง ที่ได้เห็นหน้าเกล้ามาศชัดๆเป็นครั้งแรก แถมอีกฝ่ายยังอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่หน้าเหมือนคนรักของเธออีกต่างหาก

    “ท่านชาย...ท่านชายมาช่วยริ้วจริงๆด้วย ท่านชายของริ้ว”

    ใบหน้าของอินทวงศ์ทำให้ผีริ้วทองดีใจจนน้ำตาไหล แต่ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยหญิงสาวในอ้อมกอดก็ทำให้ผีสาวแทบคลั่งตาย “อีรัมภา...ทำไมมึงถึงยังอยู่กับท่านชายของกู ทำไม!”

    ผีริ้วทองกรีดร้องสุดเสียง แค้นใจมากที่ศัตรูจากอดีตตามเป็นมารความรักถึงตอนนี้

    “ถ้ามึงยังติดตามมาเกิดกับท่านชายของกู กูก็จะขอติดตามเรียกชีวิตกูคืนจากมึงเหมือนกันอีรัมภา!”

    ooooooo

    ไลยหอบกระเช้าและของเยี่ยมไปหาทรัพย์มณีลูกค้าประจำถึงโรงพยาบาล แต่ดันแอบได้ยินอีกฝ่ายคุยกับอัญมณีลูกสาวเรื่องอยากให้อินทวงศ์ชอบพอกับเกล้ามาศ ด็อกเตอร์สาวคนสวย ลูกสาวคนเดียวของอินทนิล

    เจ้าของร้านเครื่องประดับเก่าแก่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกสาวมาก รีบต่อสายหาและเล่าทุกอย่างทันที สวิตาซึ่งกำลังถ่ายละคร แทบเก็บอารมณ์โมโหไว้ไม่อยู่ พยายามโทร.หาอินทวงศ์ แต่เขาก็ไม่รับสาย

    นางเอกสาวคนดังประสาทเสียมาก แต่ก็เก็บอาการ ข่มใจรอจนถ่ายละครเสร็จ ถึงได้ต่อสายหาแม่ ให้ติดต่ออินทวงศ์ให้ได้ เมื่อเห็นว่ามีกองทัพนักข่าวมาเยี่ยมกองถ่าย ไลยอยากรู้แผนของลูกสาว แต่สวิตาก็ตอบแค่สั้นๆ

    “วิจะทำอะไรหรือคะ...วิก็จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกรู้ว่าต๊ะเป็นของวิ”

    อินทวงศ์ไม่รู้เรื่อง มัวเฝ้าอาการของเกล้ามาศด้วยความเป็นห่วง แผนการประกาศตัวเขาต่อหน้าสื่อของสวิตาเลยอาจต้องเป็นหมัน เพราะไลยติดต่อเขาไม่ได้ แต่สวิตายังไม่ถอดใจ เดินแผนร้ายของตัวเองต่อช้าๆ ด้วยการใช้แทมมี่ดาราสาวที่เล่นละครด้วยกันเป็นเครื่องมือ

    แทมมี่ซึ่งกำลังอารมณ์เสียเพราะถูกผู้กำกับด่าตลอดการถ่ายทำ เห็นกองทัพนักข่าวก็อดเครียดไม่ได้ สวิตาเดินมาหาอย่างมีแผนร้าย แล้วแกล้งตีหน้าซื่อ แนะนำตามประสาเพื่อนร่วมวงการที่ดี

    “คุณแทมมี่ไม่ต้องกดดันนะคะ ทำใจให้สบายๆ วิเข้าใจค่ะว่าคุณห่างหายจากงานละครไปนาน ต้องปัดฝุ่นกันก่อน แถมวันนี้มีนักข่าวเยอะ ก็อาจจะรบกวนสมาธิ วิเองกว่าจะบิ๊วต์อารมณ์ได้แต่ละครั้ง ทำเอาเหนื่อยเหมือนกันค่ะ”

    “นั่นสิ นักข่าวจะมาทำอะไรกันเยอะแยะ”

    “มาทำสกู๊ปโปรโมตละครค่ะ วิว่าเป็นโอกาสดีที่คุณแทมมี่จะได้โชว์ฝีมือ เขาจะได้เอาไปเขียนข่าวถึงคุณแทมมี่ แค่มีข่าวนิดหน่อยให้คนไม่ลืม งานก็เข้าไม่หวาดไม่ไหวแล้วค่ะ ดาราหลายคนถึงนิยมสร้างข่าวฉาวให้มีกระแสไงคะ”

    แทมมี่หูตาเป็นประกาย ประสบการณ์ในวงการน้อยนิด ทำให้ตกหลุมพรางของสวิตาอย่างง่ายดาย และมุ่งมั่นจะทำตัวฉาวให้เป็นข่าวให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม!

    และเวทีแรกจะให้เธอสร้างกระแส ก็หนีไม่พ้นการถ่ายทำฉากตบตีกับสวิตา ซึ่งแผนเอาตัวเข้าแลกก็ได้ผล นางเอกสาวถูกแทมมี่ตบจนล้มข้อเท้าพลิก ดาราสาวด้อยประสบการณ์กลายเป็นนางร้ายทันที ต่างจากนางเอกสาวที่ตีหน้าเศร้า เรียกร้องขอความเห็นใจจากกองทัพนักข่าว

    “ไม่เป็นไรค่ะ แค่ข้อเท้าพลิกหน่อยเดียวเดี๋ยวก็หาย แต่เดี๋ยวต๊ะจะมารับวิที่นี่ วิอยากจะขอร้องทุกคนนะคะว่าอย่าบอกต๊ะเด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่า...”

    แทมมี่ไม่ได้สนใจอยากรู้เหตุผลของสวิตาเหมือนบรรดานักข่าว แต่ผลุนผลันออกจากกองถ่ายไปขึ้นรถแฟนหนุ่มด้วยความหงุดหงิด ทรรศนะซึ่งหลบจากอินทนิลมาได้ ถึงกับนิ่วหน้าเมื่อฟังเรื่องแผนการสร้างกระแสของแฟนสาว ไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ แต่ต้องทำเป็นเออออ แล้วยื่นกล่องนาฬิกาหรูซึ่งเอาเงินแสนจากอินทนิลไปซื้อมาให้

    “ของขวัญครบรอบหนึ่งเดือนที่เรารู้จักกัน”

    แทมมี่ตาวาว ลืมเรื่องขุ่นมัวก่อนหน้าหมด “สวยจัง...ว่าแต่คุณเอาเงินมาซื้อของให้แทมมี่แพงๆ ไม่กลัวว่านังแก่นิลจะสงสัยเหรอคะว่าคุณเอาเงินไปทำอะไร”

    ทรรศนะเหยียดยิ้มร้าย “ถ้าคุณนิลสงสัย ผมก็แค่เอาหญ้าป้อนเขาก็เลิกสงสัยแล้ว”

    ooooooo

    ไลยพยายามติดต่ออินทวงศ์ แต่เขาก็ไม่รับสาย สุดท้ายเลยต้องส่งข้อความบอกข่าวร้ายกับลูกสาว สวิตาหน้าเจื่อนไปอึดใจ ก่อนจะปั้นหน้าหลอกเหล่านักข่าวให้แยกย้าย เพราะตัวเองเปลี่ยนใจจะแวะไปหาเพื่อนหนุ่มด้วยตัวเอง

    เหล่านักข่าวไม่ติดใจมาก แต่ไม่วายแซว หากมีข่าวดีประกาศระฆังวิวาห์เมื่อไหร่ ให้รีบบอก สวิตาได้แต่รับปากยิ้มๆ ทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟ อยากรู้แทบคลั่งว่าอินทวงศ์หายตัวไปไหน!

    ไลยเห็นสีหน้าโกรธจัดของลูกสาวในเวลาต่อมา ก็พยายามปลอบให้ใจเย็น

    “ไม่เอาน่าวิ วิไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย ที่ผ่านมาแม่ก็เห็นวิไล่ผู้หญิงทุกคนที่มาขายขนมจีบคุณต๊ะได้”

    “แต่คุณอาณีกับคุณย่าทรัพย์ไม่เคยเชียร์ผู้หญิงคนไหนให้ต๊ะแบบนี้นี่คะ”

    “ไม่เห็นต้องสนใจ มีผู้ชายอีกเยอะแยะที่อยากจะดูแลลูกสาวของแม่”

    สวิตาส่ายหน้าไม่ชอบใจ “แต่ไม่มีใครดีเท่าต๊ะ ต๊ะทั้งรวย เก่ง ชาติตระกูลดี และที่สำคัญ...ต๊ะไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย วิมั่นใจค่ะว่าถ้าวิได้แต่งงานกับต๊ะ วิจะมีความสุขตลอดไป”

    “ถ้าวิไม่อยากเสียคุณต๊ะ วิต้องเข้มแข็ง คุณณีกับคุณหญิงทรัพย์จะเชียร์ใครไม่สำคัญ อยู่ที่คุณต๊ะจะเลือกใคร”

    ด้านเกล้ามาศ...สลบไสลไม่ได้สติไปหลายชั่วโมง อินทวงศ์อยู่เฝ้าจนดึก ถึงขอตัวกลับเพราะเห็นว่าถึงแก่เวลา โดยไม่รู้เลยว่าด็อกเตอร์สาวกำลังฝันร้ายถึงผีสาวปริศนาในสระน้ำท้ายวัง!

    หญิงสาวใบหน้าขาวซีด นัยน์ตาแดงก่ำ ผมสีดำสยายในน้ำ ในชุดไทยโบราณ ทำให้เกล้ามาศกลัวจับจิต ผวาตื่นมาอีกครั้ง ท่ามกลางความตกใจของอินทนิล เพราะไม่เคยเห็นลูกสาวมีอาการแบบนี้มาก่อน แต่ความตื่นตระหนกของแม่ ก็ไม่เท่าความหงุดหงิดของเจ้าตัว เมื่อรู้ว่าอินทวงศ์นั่งเฝ้าเธออยู่นานสองนาน

    “คุณแม่ยอมให้คุณต๊ะเข้ามาในห้องนอนมาศได้ยังไงคะ เขาเป็นผู้ชายนะคะแม่”

    อินทนิลกลอกตาเหนื่อยหน่าย คร้านจะอธิบาย “แล้วจะให้แม่อุ้มมาศขึ้นมาเองหรือไง อย่ามาทำเป็นหัวโบราณไปหน่อยเลย แม่กับพวกเด็กๆสลับกันเดินเข้ามาในห้องมาศกันตลอด ไม่มีอะไรน่าเกลียดแน่นอน”

    เกล้ามาศไม่อยากเถียงด้วย เลยปล่อยผ่านเรื่องนี้แบบเสียไม่ได้ แล้วเปลี่ยนมาถามถึงคุณทวดภรณีแทนว่ามีอาการเช่นไรบ้าง อินทนิลบอกไม่ต้องห่วง เพราะคุณทวดหายสติแตกแล้ว แต่จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย

    แม้จะสงสัยเรื่องท่าทางแปลกๆของคุณทวด แต่เกล้ามาศก็ไม่มีแรงจะคิดหาเหตุผล ต้องขอตัวพักเพราะยังเพลียอยู่มาก อินทนิลเลยผละไปนอกห้อง แล้วก็ได้แปลกใจอีกครั้ง เมื่อจู่ๆไฟก็ดับทั้งบ้าน

    อินทนิลพยายามมองหาสิ่งผิดปกติ แต่ไม่พบอะไร นอกจากพลคนขับรถประจำวัง ที่มาสำรวจหม้อแปลงไฟ ไฮโซสาวเลยตัดสินใจกลับห้อง โดยไม่รู้เลยว่าผีริ้วทองกำลังย่างกรายไปหาลูกสาวคนเดียวถึงห้อง!

    เกล้ามาศไม่รับรู้เรื่องไฟดับ มัวจดจ่อกับบรรยากาศและเสียงขลุกขลักแปลกๆในห้อง แต่เมื่อชะโงกหน้า

    ไปดู ก็ไม่เห็นความผิดปกติ แต่ที่เธอไม่เห็นคือผีริ้วทองกำลังเฝ้ามองเธอจากมุมหนึ่งของห้องด้วยดวงตาโกรธแค้น

    “อีรัมภา...มึงตาย!”

    ขาดคำก็ทำท่าจะบีบคอ แต่กลับคว้าได้แค่อากาศ ทำอะไรเกล้ามาศไม่ได้ ริ้วทองโกรธมาก รับรู้ได้โดยพลันว่าอำนาจและอิทธิฤทธิ์ของตนยังไม่กลับมาโดยสมบูรณ์ แต่กระนั้น...ก็จองเวรไม่เลิก

    “ถึงกูจะทำอะไรมึงไม่ได้ แต่อย่าคิดว่าจะหนีกูพ้น ...อีรัมภา!”

    ooooooo

    อินทวงศ์กลับถึงบ้านก็เข้าห้องพระไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลันสายตาก็เหลือบเห็นกล่องกำไลมาศวางอยู่ไม่ไกล มันถูกย้ายจากห้องของย่ามาอยู่ใน ห้องพระนี้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง และวันนี้เขาก็เพิ่งได้เห็นมันชัดๆอีกครั้ง

    สัมผัสจากมือของอินทวงศ์ทำให้ผีริ้วทองซึ่งกำลังเดือดพล่านเพราะความแค้นที่มีต่อเกล้ามาศ หรือ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาในอดีตชาติ คลายลงได้ และไม่รอช้าจะไปหาเขาถึงบ้านในเวลาต่อมา ใบหน้าคุ้นตาของเขา ทำให้ผีริ้วทองใจอ่อนยวบ จ้องมองด้วยความรักและคิดถึงสุดหัวใจ

    “ท่านชาย...ท่านชายของหม่อมฉัน จำหม่อมฉันได้ไหมเพคะ จำได้บ้างไหมเพคะว่าเรารักกันมากแค่ไหน”

    พูดจบก็ซบลงที่อกแกร่ง พลางหวนคิดถึงอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนเขาพบกับเธอครั้งแรก...

    ผีริ้วทองจำได้ดีไม่มีวันลืม เรื่องราวของเธอกับหม่อมเจ้าชายดิเรก ศุภมาศ เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2480 ในวันแสนธรรมดาที่ครอบครัวของเธอเปิดการแสดงหุ่นกระบอกที่นครสวรรค์ บ้านเกิดเหมือนทุกๆวัน

    ริ้วทองเวลานั้นเป็นแค่นักเชิดหุ่นกระบอกประจำคณะ และตัวละครที่เธอชอบเชิดสุดก็คือนางยี่สุ่น นางร้ายของเรื่อง หญิงสาวเป็นทายาทคนเดียวของนายรวยนางรื่น เจ้าของคณะละครหุ่นกระบอก ที่มีฝีมือสืบทอดกันมานาน แถมมีฝีมือเข้าตา จนได้ไปเปิดการแสดงในกรุงเทพฯบ่อยครั้ง

    นักเชิดหุ่นกระบอกสาวภาคภูมิใจกับกิจการเล็กๆ ของครอบครัวมาก และจะไม่พอใจเลย หากใครทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ อย่างเช่นวันนี้ที่ปรุง พี่ชายบุญธรรมที่พ่อแม่ของเธอเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กไม่ยอมเตรียมตัวแสดง แต่กลับหมกมุ่นกับการทำตอกไปขาย หารายได้ให้ครอบครัว

    ท่าทางเอาเรื่องของน้องสาวนอกไส้ที่เขาแอบหลงรักมานาน ทำให้ปรุงได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะเปรยแบบคนไม่คิดมากว่าคงไม่ต้องเตรียมตัว เพราะคนดูน้อย แถมไม่ค่อยตั้งใจดูอีกต่างหาก

    ริ้วทองโผล่หน้าไปดู เห็นมีคนดูแค่หยิบมือก็ หน้าเจื่อน แต่ยังไม่ทิ้งอุดมการณ์ “พี่จะคิดแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด พ่อเคยสอนว่าต่อให้มีคนดูแค่คนเดียว เราก็ต้องตั้งใจเล่น เพราะถ้าเราไม่ตั้งใจก็เท่ากับว่าเราดูถูกวิชา ความรู้ที่ปู่ย่าตาทวดของเราสืบสานกันมา หรือพี่ถือว่าตัวเองไม่ได้เป็นพี่แท้ๆของฉัน พี่ถึงไม่เคารพวิชาความรู้ของบรรพบุรุษของฉัน”

    “ไม่ใช่นะ พ่อรวยกับแม่รื่นเก็บพี่มาเลี้ยง บุญคุณท่วมหัว พี่จะคิดอกตัญญูเช่นนั้นไม่ได้หรอก”

    “ถ้างั้นพี่ต้องเล่นให้เต็มที่ คืนนี้เล่นหุ่นเสร็จ ฉันจะช่วยพี่ทำตอกเอง ไม่เสร็จไม่นอน ตกลงไหม”

    ปรุงเลยต้องยอมวางมีดทำตอก และออกไปเชิดหุ่นกับน้องสาว แต่ที่ทั้งสองพี่น้องคิดไม่ถึงคือกลุ่มคนดูน้อยนิด ไม่ใช่คนที่ชื่นชอบละครหุ่นกระบอก แต่เป็นโจรร้ายที่ตั้งใจจะมาปล้น!

    เพียงไม่กี่อึดใจหลังเปิดการแสดง โจรร้ายในคราบคนดูก็เผยโฉม ชักมีดยาวคมกริบไปทางชาวคณะ แล้วตรงเข้าไปกระชากตัวริ้วทองออกจากหลังม่าน เพราะรู้ดีว่าคนเชิดหุ่นนางยี่สุ่นเป็นผู้หญิง ปรุงถลาไปช่วย แต่ก็ถูกโจรฟันแขนจนเลือดอาบ ทรุดฮวบด้วยความเจ็บปวด

    นายรวยเห็นท่าไม่ดี พยายามกล่อมให้โจรเปลี่ยนใจ เพราะตนก็ลำบาก ไม่ได้มีงานแสดงมากเหมือนเมื่อก่อน แต่พวกโจรก็ไม่เชื่อ ขู่จะเอาตัวริ้วทองไปทำเมีย หากไม่ยอมนำเงินมาให้ ริ้วทองเห็นพวกโจรรุมทึ้งเครื่องดนตรีกับหุ่นกระบอกที่เธอรักหนักหนาก็ทนไม่ได้ ฮึดสู้กัดมือโจรอย่างแรง จนถูกตบฉาดใหญ่ แต่นั่นก็เปิดโอกาสให้ชาวคณะพากันสู้เพื่อเอาชีวิตรอด พวกโจรเห็นถุงเงินเหน็บที่เอวของนางรื่น ก็ตรงเข้ายื้อแย่ง แม่ของริ้วทองไม่ยอมเลยถูกหลังมือฟาดจนสลบ!

    พวกโจรได้ของตามที่ต้องการก็จุดไฟเผาโรงละครอย่างเลือดเย็น ก่อนจะจัดการฉุดริ้วทองเข้าป่าด้วย ทิ้ง ชาวคณะ โดยเฉพาะปรุงให้มองตามด้วยความร้อนรนและเป็นห่วง แต่แผลโชกเลือดตามตัวก็ทำให้ขยับไม่ได้ดั่งใจริ้วทองตะเกียกตะกายหนีจากพวกโจรแบบไม่คิดชีวิต แต่เพราะมัวตื่นตระหนก เลยไม่ทันระวังตัว ถูกกับดักสัตว์ที่พวกโจรทำไว้จับตัวจนได้ นักเชิดหุ่นกระบอกสาวร่ำไห้อย่างไม่อาย เมื่อถูกลากไปทึ้งเสื้อผ้า หมายจะข่มเหงให้สาแก่ใจ แต่พลันทุกอย่างก็หยุดชะงัก เมื่อมีชายหนุ่มแปลกหน้าขี่ม้าถือดาบ มาช่วยเธอไว้

    ooooooo

    ภาพชายหนุ่มปริศนาที่มาช่วยเธอ เป็นช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนเธอจะสลบเพราะหวาดกลัวสุดขีด เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็ต้องตกใจอีกรอบ เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพล่อแหลม ไม่เรียบร้อย มีเพียงผ้าคาดเอวของผู้ชายคลุมร่างไว้ แถมตัวเองก็ยังอยู่ในป่า กับผู้ชายแปลกหน้าแบบสองต่อสองอีกต่างหาก!

    แต่เพียงไม่นาน เธอก็จำได้ว่าผู้ชายคนนี้ที่ช่วยเธอไว้จากกลุ่มโจรที่กำลังจะข่มเหง หม่อมเจ้าชายดิเรกมองหญิงสาวชาวบ้านที่เขาเพิ่งรู้ว่าเธอชื่อริ้วเพราะเธอละเมอโน่นนี่ไม่หยุดปาก ส่งยิ้มให้ พร้อมกับแนะนำตัวง่ายๆ

    “ฉันชื่อดิเรกนะ ฉันติดตามท่านเสด็จในกรมมาจากบางกอก ฉันเพิ่งเดินทางตามมาถึงที่นี่ตอนบ่าย ก็เลยขี่ม้าดูบ้านดูเมืองเสียหน่อย แต่หลงทางเข้า ถึงได้ไปเจอริ้วถูกพวกใจบาปรังแก” ริ้วทองถึงกับน้ำตาไหล เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา หม่อมเจ้าชายดิเรกเลยปลอบเสียงอ่อน

    “ไม่ต้องกลัวแล้วนะริ้ว อยู่กับฉัน จะไม่มีใครทำร้ายริ้วได้อีก”

    แววตาอบอุ่นของเขา ทำให้เธอนึกเขิน แต่ต้องข่มใจ ยกมือไหว้ขอบคุณแทน หม่อมเจ้าชายดิเรกมองมาด้วยความเอ็นดู แล้วแกล้งทวงบุญคุณ ขอให้เธอช่วยจุดกองไฟให้ เพราะตัวเขาไม่คุ้นเคย

    ริ้วทองทำให้ด้วยความเต็มใจ แล้วขอตัวกลับบ้าน แต่เขาเป็นห่วง อยากรอให้ฟ้าสว่างและจะไปส่งด้วยตัวเอง แต่เธอก็ทำท่าอึกอัก จนเขาต้องถามตรงๆ ทั้งที่พอจะเข้าใจความอึดอัดใจของเธอ

    “ริ้วไม่อยากค้างคืนกับฉันใช่ไหม”

    “แม่ของฉันสอนว่าเป็นหญิงไม่ควรนอนค้างอ้างแรมกับชายตามลำพัง มันไม่งาม ถ้าใครรู้เข้าจะถูกนินทา”

    “โธ่...คิดมากเสียจริง”

    “ฉันเป็นหญิง คิดน้อยไม่ได้หรอกค่ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นริ้วนอนในนี้แล้วกัน ฉันจะไปนอนข้างนอกเอง”

    พูดจบก็เดินไปนอนหน้าถ้ำหน้าตาเฉย ทิ้งให้ริ้วทองมองตามด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะตัดสินใจเอาผ้าคาดเอวของเขาไปคืน จะได้ห่มกันยุง หม่อมเจ้าชายดิเรกประทับใจน้ำใจของอีกฝ่ายมาก จนถึงขั้นอาลัยอาวรณ์ เมื่อต้องจากกันตอนเช้า เพราะเขาตัดสินใจจะหลบไปก่อน เมื่อตื่นมาได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อริ้วทองดังมาจากอีกทาง

    คณะของรวยนั่นเอง ที่มาตามหาลูกสาวในป่า ความจริงพวกเขามาตามหาตั้งแต่เมื่อคืน แต่ความมืดก็ทำให้ลำบาก ไม่พบร่องรอยใดๆ นอกจากเสื้อผ้าขาดวิ่นของริ้วทอง!

    แต่กระนั้น...พวกเขาก็ไม่ถอดใจ โดยเฉพาะปรุง หอบสภาพบาดเจ็บไม่น้อย ตามหาน้องสาวนอกไส้ที่เขาแอบรักมาตลอดด้วยใจร้อนรน แล้วเขาก็ได้เบิกตาโพลง ดีใจสุดขีด เมื่อพบเธอในถ้ำกลางป่าเวลาต่อมา

    ooooooo

    ผ้าคาดเอวเป็นสิ่งเดียวจากชายหนุ่มที่ชื่อดิเรก ทิ้งไว้ให้เธอดูต่างหน้า ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ริ้วทองจมกับภาพความทรงจำดีๆในถ้ำกลางป่า ตามประสาหญิงสาวที่ได้รู้จักคำว่ารักเป็นครั้งแรก เลยไม่ทันสังเกตเลยว่า รอบตัวเธอมีสายตาจ้องมองมาที่เปลี่ยนไป!

    เหตุการณ์ที่เธอถูกฉุดคร่าเข้าป่า เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวบ้านละแวกนั้นและชาวคณะ รวมทั้งการที่เธอหายตัวไปตลอดคืน และตื่นมาในถ้ำกลางป่าอย่างปลอดภัย ก็ทำให้หลายคนสงสัย และคิดว่าเธออาจเป็นเมียโจร

    นายรวยกับนางรื่นเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจจะอพยพออกจากนครสวรรค์บ้านเกิด แต่ริ้วทองก็ไม่อยากย้าย เพราะแอบหวังลึกๆว่าดิเรกจะกลับมาหาอีกครั้ง ปรุงซึ่งรู้เรื่องทุกอย่างดี พอจะเดาทางน้องสาวได้ แต่ก็อยากให้เธอตัดใจมากกว่า ทั้งเพื่อตัวเธอและเพื่อหัวใจรักของเขา
    “เอ็งเลิกฝันลมๆแล้งๆได้แล้ว เอ็งจะไม่มีวันได้เจอกับมันอีก”

    “พี่ปรุง...พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง”

    “เอ็งก็เลิกทำท่านั่งเหม่อลอยเหมือนคนไม่มีชีวิตสักทีสิ เอ็งรู้ตัวไหมว่าตอนนี้ชาวบ้านลือกันไปทั่วว่าคืนนั้นเอ็งได้โจรมาเป็นผัวสามคน แม่รื่นถึงต้องยอมทิ้งบ้านทิ้งช่องไปเพราะทนอับอายไม่ไหว”

    “แม่ไม่เชื่อเหรอว่าคืนนั้นฉันปลอดภัย”

    “พ่อกับแม่เชื่อเอ็ง แต่พวกชาวบ้านไม่เชื่อ เขาเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นว่าเอ็งถูกพวกโจรลากตัวไปนอนเปลือยกลางป่า เอ็งก็รู้ว่าคำพูดคนมันลามไปเร็วอย่างกับไฟลามทุ่ง”

    ความจริงจากปากพี่ชายทำให้ริ้วทองตัวชา เหมือนโดนน้ำเย็นสาดไปทั้งร่าง และความอัปยศครั้งนี้ ก็ทำให้เธออยากฆ่าตัวตายหนีอาย ปรุงต้องลากตัวน้องสาวมากอดปลอบ

    “เอ็งไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ถ้าพี่ได้ยินว่าใคร หน้าไหนมันพูดว่าเอ็ง พี่จะจัดการมันเอง”

    “พี่ปรุงเชื่อฉันใช่ไหม”

    “พี่เชื่อเอ็งหมดหัวใจริ้วทอง”

    ปรุงฝังจูบบนหัวน้องสาว เหมือนจะส่งผ่านความรักและความอบอุ่นให้ ก่อนที่สายตาจะแข็งกร้าวขึ้น เมื่อเหลือบไปเห็นผ้าคาดเอวของชายหนุ่มชื่อดิเรกที่เธอกำไม่ปล่อย

    “แต่เอ็งต้องสัญญาว่าเอ็งต้องลืมทุกอย่างที่นี่ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน ชีวิตที่มีแต่พ่อรวย แม่รื่น เอ็งและพี่”

    “จ้ะพี่ปรุง ฉันสัญญา”

    “หยุดร้องไห้แล้วช่วยแม่เก็บของได้แล้ว พ่อรวยจะออกเดินทางคืนนี้ กว่าจะไปถึงวังเสด็จในกรมก็คงหลายวัน”

    ชื่อและยศเจ้าของวังสะดุดใจริ้วทอง แล้วพลันก็ดวงตาเป็นประกาย เมื่อจำได้ว่าดิเรกก็เป็นคนของเสด็จในกรม ยิ่งเมื่อพี่ชายบอกว่าพ่อจะไปขอพึ่งใบบุญตามที่ทรงเคยเอ่ยปากอนุญาต ก็ยิ่งใจเต้นแรง...หนทาง ความรักและโอกาสจะได้เจอเขาคนนั้นอีกครั้ง คงไม่ยากเกินเอื้อมแล้ว...

    ooooooo

    ผีริ้วทองดึงตัวเองจากอดีต ภาพความทรงจำแสนหวาน วันคืนที่เขากับเธอได้เจอกันครั้งแรก จนถึงวันนี้...วันที่เธอจะมาทวงความรักคืน แววตาของผีร้ายแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้ง เมื่อคิดถึงศัตรูหัวใจที่ตามเขามาเกิดด้วย

    “เราสองคนต้องพรากจากกันมามากพอแล้ว ต่อไปนี้หม่อมฉันจะอยู่กับท่านชาย ใครหน้าไหนที่มันทำให้เราต้องพรากจากกัน หม่อมฉันจะฆ่ามัน!”

    เกล้ามาศตื่นมาด้วยสภาพดีขึ้นมาก และพร้อมจะไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย แต่อินทนิลก็ทำให้เธออารมณ์บูดแต่เช้า ด้วยการพยายามยัดเยียดให้เธอโทร.ไปขอบคุณอินทวงศ์ที่ช่วยชีวิตเธอเมื่อวาน

    อินทวงศ์พอจะเดาสีหน้าอึดอัดของเธอได้จากน้ำเสียง แต่ก็ยิ้มบางๆ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

    “คุณมาศปลอดภัยผมก็ดีใจแล้ว ว่าแต่ท่านทวดภรณีเป็นยังไงบ้างครับ”

    “ท่านทวดสบายดีค่ะ”

    “แต่ผมว่าน่าจะพาท่านมาตรวจที่โรงพยาบาลบ้างก็ดีนะครับ จะได้รู้สาเหตุว่าอะไรที่ทำให้ท่านเกิดอาการแบบนั้น เพราะถ้าเกิดบังเอิญท่านห่างหูห่างตาเรา อาจจะเกิดอันตรายกับท่าน”

    ความห่วงใยของเขา ทำให้เกล้ามาศยอมอ่อนท่าที ลง แต่กระนั้น...ก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาจีบหรือพูดอะไรมากกว่านั้น ตัดบทดื้อๆ จนอินทนิลอ่อนใจ...ขืนปล่อยให้ลูกสาวสานสัมพันธ์เอง คงต้องรอจนชาติหน้า!

    อินทวงศ์ก้มมองมือถือตัวเองแล้วยิ้มนิดๆ แม้ว่าคนที่เพิ่งวางสายจะดูแข็งๆ แต่เธอก็ตรงไปตรงมา ดูจริงใจและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก จนสวิตาซึ่งแวะมาเยี่ยมทรัพย์มณี จับสังเกตอาการแปลกๆของเขาได้ และเมื่อแกล้งถาม ก็ทำให้นางเอกสาวแทบกระอัก เพราะดูท่าคู่แข่งที่ชื่อเกล้ามาศจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว...

    ooooooo



    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "อำพน" สารภาพรัก "น้ำพิงค์" ทำคนดูฟินกระจาย ละคร "กระเช้าสีดา" เรตติ้งปัง

    "อำพน" สารภาพรัก "น้ำพิงค์" ทำคนดูฟินกระจาย ละคร "กระเช้าสีดา" เรตติ้งปัง
    21 ต.ค. 2564

    11:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 12:18 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์