นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กำไลมาศ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"


    เกล้ามาศได้แต่ถอนใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ที่ห้ามแม่ไม่ให้งมงาย ทำพิธีปัดรังควานไม่ได้ สุดท้ายเลยพาลไปลงกับทรรศนะ ทันทีที่เจอหน้าเขาในเวลาต่อมา นายแบบหนุ่มไม่เพียงไม่ยี่หระ ยังตอกกวนๆอีกต่างหากว่าอยากให้อินทนิลสบายใจ ด็อกเตอร์โกรธมาก แต่ต้องข่มใจไว้ แต่ไม่วายคาดโทษ หากทำอีกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

    ทรรศนะไม่แคร์และไม่สนใจเลยว่าเกล้ามาศจะคิดเช่นไร เพราะวันนี้เขามีภารกิจพิเศษจากสวิตา ให้นำกำไลมาสวมให้อินทนิลเพื่อผลบางอย่าง และเขาก็ทำสำเร็จ ไฮโซสาวเลยถูกผีริ้วทองสิงนับจากนั้น!

    เวลาเดียวกันที่วัดพระปราบ...อินทวงศ์มารับบาตรพระ เพื่อเก็บรักษา ไม่ให้ผีริ้วทองออกอาละวาด แต่ก็ต้องกลับไปพร้อมความผิดหวังและตกใจสุดขีด เมื่อมรรคนายกแจ้งว่ามีคนมาขโมยของในบาตรไปแล้ว!

    เมื่อเกล้ามาศทราบเรื่องก็สังหรณ์ใจบอกไม่ถูก จนต้องรีบไปหาแม่เผื่อจะเกิดเรื่องร้าย แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นร่างอินทนิลที่นอนหลับอย่างสงบบนเตียงเท่านั้น ไม่มีสัญญาณใดๆบอกเลยว่าถูกผีร้ายเข้าสิง

    เกล้ามาศนอนเฝ้าแม่จนผล็อยหลับ...พลันภาพในอดีตก็ผุดขึ้นอีกครั้ง ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งก่อน ที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแอบเห็นล้อมเพชรร่ายมนตร์เสน่ห์ใส่หม่อมเจ้าชายดิเรก

    เมื่อหม่อมเจ้าหญิงภรณีทราบเรื่องก็ร้อนรนด้วยความเป็นห่วง หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมเลยบอกให้ช่วยกันคิดตามที่หมอคำแนะนำว่าจะหาของรักของหวงที่ราชนิกุลหนุ่มมีจิตผูกพันมาทำพิธีล้างอาคมได้จากไหน

    เจิมถอนใจยาว พลอยหนักใจกับสองเจ้านายสาว ก่อนจะโพล่งออกมาตามประสาคนช่างพูด

    “พูดก็พูดเถอะมังคะ หม่อมฉันไม่เคยเห็นท่านชายดิเรกจะมีพระทัยถวิลหาสิ่งใด นอกจากนังริ้วทองสองใจ”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาปรายตามาดุๆ ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อคิดได้ว่าสิ่งที่เจิมพูดนั้นน่าคิด

    “หญิงเห็นด้วยกับเจิม ริ้วทองเท่านั้นที่เจ้าพี่ปรารถนา เราอาจต้องใช้ของจากริ้วทอง”

    ริ้วทองหายตัวไปตลอดทั้งคืน โดยไม่มีใครพบเห็น ปรุงร้อนใจมาก แล่นไปถึงวังศุภมาศแต่เช้า แต่ก็ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบหม่อมเจ้าชายดิเรก มีเพียงคำบอกเล่าของคนใช้ว่าริ้วทองมาที่นี่จริง แต่ถูกราชนิกุลหนุ่มตะเพิดไล่ไปแล้ว

    ปรุงกลุ้มใจมาก จนเมื่อชด คนขับรถของ หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ แวะมาหาพร้อมกำไลแปลกตาที่เก็บได้ในรถของเจ้านายหนุ่มก็หน้าเครียด ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากหม่อมเจ้าหญิงภรณีและหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาถึงกับพูดไม่ออก สิ่งที่ปรุงเล่า ประกอบกับสิ่งที่เห็นเมื่อคืน คือพี่ชายกลับวังมาในสภาพสะบักสะบอมและรอยเลือด ก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่ชายอาจเป็นตัวการทำให้ริ้วทองหายตัวไป แต่ก็ไม่มีหลักฐาน แต่ปรุงกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะกำไลของน้องสาวถือเป็น หลักฐานชั้นดี

    “แต่กระหม่อมมั่นใจว่าท่านชายอรรถทรงทราบ ริ้วทองเคยให้สัญญากับท่านชายดิเรกไว้ว่าจะไม่มีวันถอดกำไลวงนี้ออกจากตัว เพราะกำไลวงนี้เป็นสิ่งที่ท่านชายดิเรกประทานให้ริ้วทอง เพื่อยืนยันว่าท่านโปรดริ้วทองมากเพียงใด”

    กำไลวงสวยในมือปรุง ทำให้สองราชนิกุลสาวมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจะตั้งสติได้ก่อน เจรจาขอยืมกำไล เพราะถือเป็นของรักของริ้วทองกับหม่อม เจ้าชายดิเรก และอาจช่วยล้างมนตร์เสน่ห์ของล้อมเพชรได้

    “ถ้าพี่ชายอรรถกลับมา ฉันจะจัดการให้เธอ ถึงฉันจะไม่ชอบน้ำหน้าริ้วทอง แต่ถ้าพี่ชายของฉันทำผิด ฉันสัญญาว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเธอ แต่ฉันมีข้อ แลกเปลี่ยน”

    “ได้กระหม่อม...ขอให้ตามหาริ้วทองพบ กระหม่อมยินดีแลกเปลี่ยนทุกอย่างกระหม่อม”

    “เวลานี้เกิดเรื่องไม่ดีกับเจ้าพี่ดิเรก มีเพียงกำไลวงนี้จะช่วยเจ้าพี่ได้ ฉันขอยืมกำไลวงนี้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะนำกำไลกลับมาคืน”

    ooooooo

    กำไลมาศของริ้วทองใช้ได้จริงๆตามที่หม่อม เจ้าหญิงรัมภาคิด หมอคำทำพิธีปลุกเสกน้ำมนต์จากกำไลให้ในคืนต่อมา ที่เหลือก็แค่รอเวลาจะนำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ไปให้หม่อมเจ้าชายดิเรกดื่มล้างมนตร์ดำเท่านั้น

    ล้อมเพชรยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกล้างคาถา ลุ่มหลงมัวเมากับรสเสน่หาและทรัพย์สินเงินทองของหม่อมเจ้าชายดิเรกจนไม่ทันระแวดระวังคนรอบตัวว่าอาจร่วมกันวางแผนเอาคืนเธออย่างสาสม!

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าหญิงภรณีและเจิมไปรับน้ำมนต์ที่ทำพิธีเรียบร้อยจากหมอคำในอีกสามวันต่อมา หมอผีไสยขาวเตือนให้รีบจัดการ ก่อนอะไรจะสาย เพราะมนตร์เสน่ห์ทำลายชีวิตของหม่อมเจ้าชายดิเรกไปมากแล้ว แต่ที่น่าตกใจกว่าคือสิ่งที่หมอผีเตือนหม่อมเจ้าหญิงรัมภาทิ้งท้าย

    “ท่านหญิงกำลังมีเคราะห์หนัก เพราะจะถูกคนปองร้ายเล่นของใส่ อันที่จริง...พวกมันเคยทำท่านหญิงมาแล้ว แต่ท่านหญิงยังมีบุญสูง จึงรอดพ้นมาได้ แต่ถ้ามันทำอีกครั้ง...ท่านไม่รอดแน่”

    “ใครกันที่ปองร้ายน้องหญิง” หม่อมเจ้าหญิงภรณีเป็นกังวล

    “ข้าไม่รู้...ข้ามองไม่เห็น ข้าช่วยได้แค่เพียงป้องกัน”

    จบคำก็หันไปหยิบตุ๊กตาดินปั้นบนหิ้งมาพนมมือและร่ายคาถา ยื่นให้ราชนิกุลสาว

    “ท่านหญิงต้องนำตุ๊กตาตัวนี้ไปวางที่ทางสามแพร่ง ตุ๊กตาตัวนี้จะเป็นตัวตายตัวแทนของท่านหญิง มันจะรับเคราะห์แทนท่านหญิง แต่จำไว้ให้ดี เมื่อวางเสร็จแล้วให้เดินกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหันกลับไปมองเด็ดขาด!”

    คำเตือนของหมอคำ ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาอดสงสัยไม่ได้ แต่เมื่อนำตุ๊กตาไปวางบนทางสามแพร่งจริงๆ ก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะเสียงวิญญาณร้องเรียกขอส่วนบุญ ทำให้น่าลำบากใจจริงๆ แต่สุดท้ายราชนิกุลสาวก็ผ่านมาได้ แต่ไม่วายเปรยกับเจิม จะขอไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เหล่าวิญญาณเร่ร่อนในวันรุ่งขึ้น

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเริ่มแผนการช่วยอดีตว่าที่คู่หมั้นหนุ่ม ด้วยการขอให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีทำน้ำซุปผสมน้ำมนต์ และนำไปให้ถึงวังศุภมาศ แต่หม่อมเจ้าชายดิเรกซึ่งถูกมนตร์ดำครอบงำก็มีอาการปั้นปึ่งใส่ จนสองราชนิกุลสาวใจไม่ดี ยิ่งล้อมเพชรตามประกบ ยิ่งทำให้เครียดหนัก สุดท้ายหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเลยตัดสินใจแยกตัวล้อมเพชรไปคุยตามลำพัง เปิดโอกาสให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีเกลี้ยกล่อมหม่อมเจ้าชายดิเรกให้กินซุปที่เตรียมมาให้ได้

    ล้อมเพชรมองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาด้วยความสงสัย แล้วก็ต้องผงะเมื่ออีกฝ่ายถามถึงริ้วทอง

    “ฉันได้ยินมาว่าเธอเป็นเพื่อนกับริ้วทอง ริ้วทองรู้เรื่องเธอกับเจ้าพี่ดิเรกแล้วหรือยัง”

    “ท่านหญิงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ได้เป็นเพื่อนกับริ้วทอง เราเป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้น”

    ท่าทางอึกๆอักๆของล้อมเพชร แม้เพียงชั่วอึดใจ ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภามั่นใจว่าริ้วทองคงไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้

    “ฉันหวั่นใจแทนท่านน้าถมยา ว่าวังศุภมาศจะ ร้อนเป็นไฟ เพราะฉันรู้ดีว่าริ้วทองเป็นคนนิสัยอย่างไร ถ้าริ้วทองรู้ว่าตัวเองถูกแย่งคนรัก ริ้วทองไม่อยู่เฉยแน่”

    “เช่นนั้นท่านหญิงสบายพระทัยได้เลย หม่อมฉันจะไม่ทำให้วังศุภมาศร้อนเป็นไฟ แต่จะทำให้ที่นี่เป็นวิมานแสนหวานของหม่อมฉันกับท่านชายดิเรก”
    รอยยิ้มหมายมาดของล้อมเพชรไม่ได้ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสะทกสะท้าน ตอกกลับอย่างท้าทาย

    “วิมาน...ระวังจะเป็นได้เพียงวิมานในอากาศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เข้าข้างคนเลวดอกนะ”

    ooooooo

    ล้อมเพชรพยายามปลีกตัวจากหม่อมเจ้าหญิงรัมภา เพราะสำเนียกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แล้วก็จริงดังคาด เมื่อได้ยินเสียงชามแตกจากด้านใน สองสาวเลยรีบไปดู...

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีถึงกับหน้าเสีย เมื่อเห็นอาการเกรี้ยวกราดของหม่อมเจ้าชายดิเรก ปัดถ้วยซุปของเธอทิ้ง แต่ที่ราชนิกุลสาวไม่รู้ คือไม่ใช่เพราะราชนิกุลหนุ่ม แต่เป็นเหมยกุยต่างหากที่รับรู้ได้ถึงเจตนาของสองราชนิกุลสาว เลยทำพิธีขัดขวางด้วยการร่ายมนตร์ให้หม่อมเจ้าชายดิเรกเห็นหนอนยั้วะเยี้ยะในถ้วยซุป!

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเห็นพี่สาวถูกตำหนิ ก็ปรายตาไปทางล้อมเพชรอย่างรู้ทัน และไม่รอช้าจะพูดค่อนแคะว่าอาจเป็นฝีมือของพวกแม่มดหมอผี ล้อมเพชรร้อนตัว โต้กลับ หม่อมเจ้าชายดิเรกเลยเต้นตามไปด้วย

    “มันจะมากเกินไปแล้วนะน้องหญิง ล้อมเพชรไม่มีทางทำร้ายพี่แน่ พี่ว่าเป็นฝีมือของน้องหญิง เพราะน้องหญิงโกรธที่พี่รักกับล้อมเพชร น้องหญิงก็เลยหาเรื่องใส่ร้ายให้พี่เกลียดล้อมเพชร”

    “หญิงจะทำเช่นนั้นทำไม”

    “พากันไสหัวออกไป แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก วังศุภมาศไม่ต้อนรับติณชาติอีกต่อไป”

    น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของหม่อมเจ้าชายดิเรกทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ่งมั่นใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ตัวตนแท้จริงของเขา แต่เป็นเพราะมนตร์เสน่ห์ของล้อมเพชร และอดไม่ได้จะทิ้งท้ายเสียงเข้ม

    “จำไว้นะล้อมเพชร บาปกรรมที่เธอสร้างเอาไว้กับคนที่นี่จะต้องตามสนองเธอ!”

    กว่าแขกไม่ได้รับเชิญจะกลับจากวังศุภมาศได้ ล้อมเพชรก็แทบคลั่ง ร้อนถึงเหมยกุยต้องมาช่วยปลอบให้คลายใจ และรับปากจะจัดการหม่อมเจ้าหญิงรัมภาให้ ด้วยการทำพิธีส่งผีโหงพรายไปทำร้าย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะราชนิกุลสาวมีตุ๊กตาดินเผาซึ่งหมอคำปลุกเสกให้รับเคราะห์แทน

    เหมยกุยตกใจมากเมื่อเห็นว่าคาถาอาคมของตัวเองไม่ได้ผล เลยตัดสินใจขอกลับบ้านต่างจังหวัด เพื่อเอาตำราวิชาที่ร้ายแรงกว่าเดิมมาทำพิธี ล้อมเพชรเป็นกังวล ไม่อยากให้ญาติสาวห่างกาย แต่ก็จำต้องยอมเพราะไม่อยากพ่ายแพ้เสียทีให้แก่ราชนิกุลสาว...

    ooooooo

    ภาพในอดีตเลือนหายไปแล้ว แต่เกล้ามาศยังหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าทรรศนะจากไปพร้อมกับรอยยิ้มของชัยชนะ ที่จัดการหลอกล่อให้อินทนิล ซึ่งสวมกำไลของริ้วทอง และเซ็นเอกสารขายวังติณชาติจนได้!

    สวิตาสาแก่ใจมาก แผนทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดนายแบบหนุ่มถึงทำท่าราวกับไม่อยากยุ่งกับครอบครัวของอนรรฆ โดยเฉพาะอนาวิน

    ทรรศนะนิ่วหน้า แปลกใจที่นางเอกสาวรู้เรื่องระหว่างเขากับอนาวินด้วย สวิตายักไหล่น้อยๆ กลบเกลื่อนท่าทางพิรุธ ไม่ยอมบอกให้รู้ว่าความสัมพันธ์ลับๆของทั้งสองเป็นแผนการของเธอทั้งสิ้น

    “เรื่องนายกับคุณวินไม่เกี่ยวกับริ้วทอง ที่ฉันรู้เพราะว่าคุณวินเขาเที่ยวบอกใครต่อใครไปทั่วว่าเขารู้สึกยังไงกับคุณ ถ้าจู่ๆนายทิ้งเขาไป นายไม่กลัวพิษรักแรงหึงของเขาเหรอ ฉันว่ามันอาจจะน่ากลัวกว่าคุณนิลของนายด้วยซ้ำ”

    “ช่างมัน...ผมไม่สนหรอก ผมจะหนีไปใช้เงินเล่นที่ยุโรป”

    “ไม่มีทาง...มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะทำให้นายหลุดพ้นจากพวกเขาได้ แต่นายอย่ากลัวไปเลย ริ้วทองบอกฉันว่าอยากให้นายช่วยอะไรเธอหน่อย แล้วริ้วทองจะช่วยให้นายหลุดพ้นจากคุณวินแบบถาวร”

    แผนการที่สำเร็จอย่างราบรื่นทำให้สวิตาไม่ทันระแวงว่าอินทวงศ์จะสงสัย เพราะทั้งการตายอย่างมีเงื่อนงำของสร้อยดาว และการตายของพระปราบ รวมทั้งกำไลที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย นางเอกสาวก็มีส่วนรู้เห็นด้วยทั้งนั้น จนสถาปนิกหนุ่มเริ่มสับสน และแอบคิดว่าเธออาจอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดอย่างที่เกล้ามาศเคยบอกไว้

    ส่วนเกล้ามาศ...จำต้องละข้อสงสัยเกี่ยวกับสวิตาไว้ก่อน เพราะมีเรื่องวุ่นวายที่วังติณชาติ เมื่อทรรศนะนำสัญญาขายที่ดินซึ่งมีลายเซ็นของแม่ และคนงานจำนวนหนึ่งมาขนของพวกเธอออกจากวัง

    อินทนิลตกใจมาก กระชากสัญญาปึกใหญ่มาอ่านแล้วก็ถึงกับผงะ เมื่อเห็นลายเซ็นตัวเอง

    “ไม่...ไม่จริง แม่ไม่ได้เซ็นนะมาศ แม่ไม่รู้เรื่อง”

    ทรรศนะท้าให้นำเอกสารไปตรวจสอบลายเซ็น

    เกล้ามาศเลยต้องดูด้วย แต่ไม่ทันโต้ตอบ อินทนิลก็โพล่งขึ้นเสียก่อน ด้วยท่าทางแข็งกร้าวและเอาเรื่อง ต่างกับเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน

    “ทรรศ...พี่ไม่ได้เป็นบ้านะ ถึงจะจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง พี่ยืนยันว่าไม่ได้เซ็นเอกสารพวกนี้”

    เกล้ามาศเห็นสีหน้าแม่ ก็สนับสนุนเต็มที่ “ทรรศ... นายคบกับคุณแม่ฉันมา นายน่าจะรู้จักคุณแม่ฉันดี คุณแม่ฉันไม่เคยคิดจะขายที่นี่ เพราะมันเป็นสมบัติของตระกูลเรา มีแต่นายนั่นแหละที่รบเร้าอยากให้คุณแม่ช่วย”

    “คุณมาศ...นี่คุณกำลังกล่าวหาว่าผมทำเอกสารปลอมใช่ไหม”

    “ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายสักคำ”

    ทรรศนะถึงกับอึ้ง อินทนิลมองมานิ่งๆ เริ่มจับได้ถึงอาการพิรุธของแฟนหนุ่ม

    “มาศพูดถูก มีแต่ทรรศที่อยากให้แม่ขายวัง เงินที่พี่ให้ใช้ไม่พอหรือไง ทรรศถึงต้องไปเอาค่าเปอร์เซ็นต์ขายวังจากคุณอนรรฆ เขาคงจ่ายหนักมากใช่ไหม ทรรศถึงยอมหักหลังพี่”

    “พี่นิลอย่าดูถูกผมนะ”

    อินทนิลเหยียดยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ใช่...พี่ดูถูก เพราะพี่เคยดูทรรศผิดมาแล้ว พี่เคยคิดว่าการที่พี่ให้โอกาสทรรศ ทรรศจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย แกก็ยังหน้าเงิน เห็นแก่ได้เหมือนเดิม”

    ทรรศนะหมดความอดทน โวยกลับ “ถ้าไม่ไปก็ตามใจ งั้นพวกมึงก็รอรับหมายศาลฟ้องไล่แล้วกัน”

    “คิดเหรอว่าเอกสารแค่นี้จะทำอะไรฉันได้ อย่าลืมสิว่าทนายของฉัน ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ฉันนับถือ เขาไม่ได้กระจอกเหมือนแก ฉันแค่ยกหูกริ๊งเดียว เอกสารพวกนี้ ก็จะเป็นแค่เศษกระดาษ และคนที่เดือดร้อนก็คือแก!”

    ooooooo

    ทรรศนะฟิวส์ขาด ถลาจะไปตบทำร้ายอินทนิลให้หายแค้น เกล้ามาศกับเหล่าคนใช้ต้องดึงตัวไว้ แล้วตะเพิดออกจากวังแทบไม่ทัน อินทนิลถึงกับทรุด ทันทีที่อดีตแฟนหนุ่มลับตา ร่ำไห้เสียใจที่ถูกทรยศอีกครั้ง

    เกล้ามาศจำต้องปล่อยแม่ไว้ตามลำพัง และจัดการโทร.หาทนายเพื่อจัดการเรื่องเอกสารปลอม ก่อนจะกลับมาแจ้งข่าวดีกับแม่ว่าทนายยืนยันว่ามีทางชนะคดีได้แน่นอน

    อินทนิลถอนใจยาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเข้มขึ้น “ถ้าเป็นเรื่องวังแม่สบายใจอยู่แล้ว แต่แม่เจ็บใจมัน ตั้งแต่เกิดเรื่องแทมมี่ มันทำตัวน่ารักมาตลอด จนแม่วางใจ คิดไปเองว่ามันคงคิดได้แล้วว่าแม่คือคนที่ดีกับมันมากที่สุด แต่เปล่าเลย...มันก็ยังหลอกแม่ เห็นแม่โง่เหมือนเดิม คอยดูนะมาศ...แม่จะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด!”

    ความอาฆาตของทรรศนะทำให้พวกเกล้ามาศต้องวางเวรยามในบ้านให้แน่นหนาขึ้น แต่ก็ต้องพบกับความเลวร้ายในคืนเดียวกัน เมื่อนุชกับพลถูกมือปืนปริศนายิงตาย!

    อินทนิลโกรธมาก ปักใจว่าต้องเป็นฝีมือพวกทรรศนะ เลยจะอยู่ในวังต่อเพื่อท้าทาย แต่อินทวงศ์ซึ่งรีบตามมาดูด้วยความเป็นห่วง ไม่เห็นด้วย และเสนอให้สองแม่ลูกไปพักที่บ้านศุภมาศเพื่อความปลอดภัย

    เกล้ามาศเกรงใจ ไม่อยากรบกวน แต่เพื่อความปลอดภัยของแม่ เลยต้องยอม แต่กระนั้น...ด็อกเตอร์สาวก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของแม่ไม่ได้ ที่ต้องออกจากวังติณชาติ สมบัติประจำตระกูลที่ภูมิใจนักหนา

    “คุณแม่ขา...ถ้าคุณแม่ไม่อยากอยู่ที่นี่ คุณแม่บอกมาศได้เลยนะคะ”

    “แม่ไม่อยากอยู่ที่ไหนทั้งนั้น แม่อยากตาย ทำไมชีวิตแม่ถึงต้องถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก แม่ผิดเหรอมาศ”

    “คุณแม่คะ มาศรู้ว่าคุณแม่เสียใจ แต่คุณแม่ ต้องตั้งสติให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นเราจะคิดหาทางแก้ปัญหาไม่ได้”

    “แม่ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น แม่อยากฆ่ามัน!”

    อาการประสาทเสียและเครียดจัดของแม่ทำให้เกล้ามาศหนักใจมาก เมื่อพริมกับอาร์มแวะมาเยี่ยมก็อดระบายด้วยความอึดอัดใจไม่ได้ อาร์มเห็นใจเพื่อนสาวมาก แต่เขาก็เพิ่งได้หลักฐานชิ้นสำคัญจากทรรศนะ เป็นคลิปอินทนิลเซ็นสัญญาขายที่ดินด้วยตัวเอง ในคืนที่นายแบบหนุ่มนำกำไลมาเป็นของขวัญกำนัล

    อินทนิลกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ปฏิเสธไม่ได้เซ็นเอกสารชุดไหนทั้งนั้น เกล้ามาศกับพริมต้องกล่อมให้หลับ ก่อนจะหันหน้าถกปัญหาน่าเวียนหัวกันด้วยท่าทางเคร่งเครียด

    “คุณแม่พยายามหาทางไล่ริ้วทองออกจากวัง เพื่อให้วังสงบสุขเหมือนเดิม แล้วทำไมคุณแม่ต้องคิดขายวังด้วย”

    “งั้นแกว่าเป็นเพราะอะไร ถึงทำให้คุณน้านิลเซ็น”

    “ฉันยังตอบไม่ได้ แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าทรรศเอากำไลอะไรมาให้คุณแม่ใส่”

    ooooooo

    คำตอบที่เกล้ามาศต้องการอยู่ที่ทรรศนะ อาร์มอาสาพาไปหาเพราะรู้ดีว่านายแบบหนุ่มอยู่กับอนาวิน พริมตามไปด้วยความเป็นห่วง อินทวงศ์เลยต้องอยู่บ้านดูแลอินทนิล แต่ไม่วายกำชับให้ด็อกเตอร์สาวโทร.หาเขาเป็นระยะๆ

    แต่เมื่อไปถึงบ้านอนรรฆ...ทรรศนะกลับกำลังขับรถออกไปข้างนอกเพราะมีนัดกับสวิตา สามหนุ่มสาวเพื่อนรักเลยขับตามไปเงียบๆ แต่ผีริ้วทองก็รับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษ และขัดขวางจนคลาดกันจนได้

    ทรรศนะมาพบสวิตาตามนัดเพื่อรับคำสั่งจากผีริ้วทองให้เอากำไลไปสวมให้อินทนิลที่บ้านอินทวงศ์ นายแบบหนุ่มเอะใจนิดหน่อย แต่ก็ยอมทำตามขอ โดยแลกกับการได้เชยชมสวิตา

    “เรื่องนี้ไม่ต้องรอให้ริ้วทองออกแรงด้วย แค่คุณตกลงจะยอมทำทุกอย่างที่ผมขอ ผมก็ยินดีช่วยคุณกับริ้วทอง”

    สวิตาไม่มีทางเลือก ต้องยอมแบบเสียไม่ได้ แต่ไม่วายมาดหมายจะขอให้ผีริ้วทองกำจัดนายแบบหนุ่มจอมหื่นภายหลัง ทรรศนะชอบใจมาก และไม่รอช้าจะรีบไปทำตามแผน หลังจากที่ผีริ้วทองร่ายมนตร์ให้อินทวงศ์หลับเป็นตาย!

    ทรรศนะสวมกำไลให้อินทนิลได้ตามแผน ผีริ้วทองเข้าสิงได้สมใจ แล้วจัดการหักหลังนายแบบหนุ่ม จะฆ่าให้ตายคามือ ทรรศนะพยายามสู้ปกป้องตัวเอง แต่ดูท่าจะสู้แรงผีในร่างอินทนิลไม่ได้

    “ริ้วทอง...ถ้าเธอจะฆ่าฉันแล้วโยนความผิดให้อีนิล มันไม่สำเร็จหรอก เดี๋ยวพวกมันก็ช่วยกันเอาตัวรอดได้ ถ้าเธออยากให้พวกมันทรมาน ฉันมีวิธีดีกว่านี้เยอะเลย รับรองว่าพวกมันจะต้องตายทั้งเป็น!”

    แต่มีหรือผีริ้วทองจะกลัวคำขู่ ตั้งท่าจะฆ่าทรรศนะให้ได้ แต่ก็ถูกอินทวงศ์ซึ่งฟื้นเพราะบทสวดมนต์จากบุคคลปริศนามาขวางไว้ และช่วยดึงกำไลจากข้อมืออินทนิล ผีร้ายเลยต้องหลุดออกมาอีกครั้ง

    ทรรศนะหน้าซีด ละล่ำละลักแก้ตัวว่าไม่รู้เรื่อง เขาถูกผีริ้วทองและสวิตาบังคับให้ทำ อินทวงศ์จะซักให้หายสงสัย แต่นายแบบหนุ่มกลัวถูกจับเลยผลุนผลันหนีไป ทิ้งให้สถาปนิกมองตามด้วยความคาใจสุดขีด ส่วนทรรศนะ... แม้จะหนีอินทวงศ์พ้น แต่ก็ถูกผีริ้วทองฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมหลังจากนั้นในคืนเดียวกันนั่นเอง!

    เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านศุภมาศกลายเป็นข่าวใหญ่ โดยเฉพาะอุบัติเหตุของทรรศนะ จนสวิตาประสาทเสีย ยิ่งเมื่อรู้จากผีริ้วทองว่าอินทวงศ์เป็นคนมาช่วยอินทนิล ยิ่งร้อนรนแทบนั่งไม่ติด

    “ริ้วทอง...ฉันว่าเธออย่าปล่อยนังสองแม่ลูกไว้อีกเลย ถ้าเธออยากแก้แค้นพวกมัน ก็ไปฆ่าให้ตายไปเลยเถอะ เพราะถ้าต๊ะสงสัยมากไปกว่านี้ ฉันจะเดือดร้อน ได้ยินที่ฉันพูดไหมริ้วทอง เธอต้องไปฆ่าพวกมัน!”

    อาการวิตกจริตของสวิตา ไม่ทำให้ผีริ้วทองเดือดร้อน รำคาญจนต้องออกแรงตบเรียกสติอีกต่างหาก

    “กูอยากให้พวกมันตายตอนไหน มันก็เรื่องของกู มึงอย่ามาสั่ง”

    “ฉัน...ฉันก็แค่หวังดีกับเธอ ฉันกลัวว่าเธอจะพลาด”

    สวิตาเสียงอ่อย กลัวผีริ้วทองจะโกรธจนฆ่าเธออีกคน เลยจำต้องใช้ไม้อ่อน แต่ทันทีที่ลับหลังผีร้าย นางเอกสาวก็ประกาศกร้าว พร้อมสีหน้าชิงชังและอาฆาตแค้น

    “อีริ้วทอง...มึงทำกูเจ็บ กูฝากไว้ก่อนเถอะ กูเคยทำให้ชีวิตมึงฉิบหายมาแล้ว ทำไมกูจะทำอีกไม่ได้!”

    ooooooo

    ความแค้นในชาติปัจจุบันทำให้สวิตาคิดถึงตัวเองในชาติที่แล้ว ล้อมเพชรก็เคยใช้ริ้วทองเป็นเครื่องมือทำร้ายทุกคนมาแล้ว...โดยเฉพาะตอนเหมยกุยไม่อยู่ กลับต่างจังหวัดเพื่อเอาตำรามนตร์ดำขั้นสูง

    หม่อมเจ้าชายดิเรกยังหลงมัวเมาในรสเสน่ห์ของล้อมเพชร จนไปไหนไม่รอด ในขณะที่ริ้วทองฟื้นจากอาการถูกเล่นของ ชายชาวบ้านที่ช่วยไว้เลยตัดสินใจไปตามปรุงที่วังติณชาติให้มารับ ตามคำขอร้องของเธอ

    แต่นอกจากจะไม่เจอปรุง หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์กลับเป็นคนรับเรื่องไว้เอง แล้วสวมรอยเป็นผู้หวังดี จะไปรับริ้วทองด้วยตัวเอง ชดรู้เห็นทุกอย่าง และอดไม่ได้จะแอบไปบอกปรุง

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นชดกระซิบกระซาบกับปรุงก็สงสัย และตามรู้จนได้ว่าเป็นเรื่องของริ้วทอง ราชนิกุลสาวขอตามไปด้วย ปรุงขัดไม่ได้ เลยต้องยอมแบบเสียไม่ได้

    หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์สวมรอยเป็นผู้หวังดี เอาริ้วทองมาจากบ้านชายชาวบ้านจนได้ และเกือบจะฆ่าปิดปากเธอได้อยู่แล้ว ถ้าหม่อมเจ้าหญิงภรณีกับปรุงจะไม่ผ่านมาเสียก่อน นักเชิดหุ่นหนุ่มไม่เห็น แต่ราชนิกุลสาวเห็นหน้าพี่ชายเต็มตา ก็เลือกจะเก็บเงียบไว้ เพราะลึกๆอยากให้พี่ชายจัดการกับริ้วทอง จะได้หมดเสี้ยนหนาม

    แต่ทุกอย่างก็ผิดคาด เมื่อริ้วทองตื่นจากสลบไสลและดื้นรนขัดขืน ไม่ยอมให้หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์เอาชีวิต

    “กูอุตส่าห์มีน้ำใจจะพามึงไปตายในที่ดีๆ ถ้ามึงอวดเก่งนักก็ตายเป็นผีเฝ้าป่าตรงนี้แล้วกัน!”

    เสียงกรีดร้องคุ้นหูของน้องสาวทำให้ปรุงตามไปช่วยจนได้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีถึงกับหน้าเสีย เมื่อเจอกับสายตาขุ่นเคืองและตัดพ้อของปรุง ที่เธอโกหก ไม่ยอมบอกว่าเห็นริ้วทองอยู่กับหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์

    หลังจากลงไม้ลงมือจนพอใจแล้ว ปรุงก็พาน้องสาวไปเฝ้าเสด็จพระองค์ชาย เพื่อขอความเมตตา ทรงห้ามปรามไม่ให้หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ยุ่งและวุ่นวายกับริ้วทองอีก

    เสด็จพระองค์ชายทรงอับอายมากที่ลูกชาย คนเดียวทำเรื่องบัดสีเช่นนี้ และทรงไม่รอช้าจะไปเอาเรื่อง

    “ทำตัวไม่ต่างจากพวกโจรใจบาป แกไม่สมควรเกิดมาเป็นติณชาติเลย”

    “ท่านพ่อจะดุด่าลูกแทนพวกมันทำไม ท่านพ่อไม่เห็นหรือว่าพวกมันทำอะไรกับลูก”

    “เขาทำแกแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าพ่อเป็นพวกเขา แกได้ตายไปแล้ว พ่อขอสั่งแกอย่างเด็ดขาด ต่อไปนี้แกห้ามไปยุ่งกับริ้วทองและปรุงอีก แล้วแกก็เตรียมตัวเก็บข้าวของ พ่อจะให้แกไปทำงานที่เชียงใหม่ แกจะได้เลิกทำตัวสำมะเรเทเมา สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นสักที!”

    ooooooo

    คำสั่งของเสด็จพระองค์ชายถือเป็นเด็ดขาด หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ขัดขืนไม่ได้ ต้องก้มหน้ารับคำสั่ง แต่ไม่วายหมายมาดจะเอาคืนปรุงกับริ้วทองให้ได้ก่อนไป ส่วนหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความอ่อนใจ อยากจะช่วยพี่ชาย แต่ก็เข้าใจท่านพ่อดีว่าต้องกำราบให้อยู่ ไม่ให้ก่อเรื่องเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูลอีก

    ริ้วทองยังอาการไม่ค่อยดี ทั้งอาการถูกเล่นของก่อนหน้า และอาการถูกทำร้าย ปรุงต้องดูแลตลอด

    เช่นเดียวกับวันนี้ ซึ่งเธอตื่นมาพร้อมกับอาการที่ดีขึ้นมาก แต่ก็อาการทางใจกลับแย่กว่าเดิม

    “พี่ปรุง...เรากลับนครสวรรค์กันเถอะ ท่านชายไม่รักฉันแล้ว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป”

    “เอาไว้อีกสองสามวัน รอให้เอ็งหายดีก่อน เราค่อยเดินทางกลับ”

    “พี่ปรุง...ฉันอยากรู้ว่าใครมันเล่นของใส่ฉัน”

    “พี่ก็นึกไม่ออกเหมือนกัน เอ็งมีศัตรูคนเดียวก็คือท่านหญิงรัมภา แต่ท่านหญิงไม่น่าทำอย่างนั้นหรอก”

    “ไม่แน่ดอกพี่ปรุง อีท่านหญิงมันทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งแย่งผัวของฉัน!”

    ปรุงส่ายหน้าอ่อนใจ ไม่อยากให้น้องสาวมองราชนิกุลสาวในแง่ร้ายขนาดนั้น แต่คิดว่าคงต้องใช้เวลา เลยเลือกจะพูดถึงเรื่องอื่น เช่นเรื่องกำไล ที่เขาได้คืนจากหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเมื่อไม่กี่วันก่อน ริ้วทองลูบคลำกำไลด้วยความรักและอาลัย คิดถึงเจ้าของที่มอบให้เธอเหลือเกิน จนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่

    “พี่ปรุง...ชาติที่แล้วฉันทำกรรมอะไรมา ฉันถึงต้องมาเจอแต่เรื่องทุกข์ใจ ท่านชายเคยบอกว่ารักฉันนักหนา แต่ทำไมถึงเปลี่ยนพระทัย ใจฉันมันจะขาดอยู่แล้ว”

    “เอ็งต้องเข้มแข็งนะริ้ว พี่เชื่อว่าดวงวิญญาณพ่อรวยกับแม่รื่นยังไม่ไปไหน เขายังช่วยเหลือเรา ถ้าพ่อกับแม่เห็นเอ็งอ่อนแอ เขาจะนอนตายตาไม่หลับ”

    กว่าจะกล่อมให้น้องสาวสงบลงได้ ปรุงก็แทบหมดแรง เมื่อออกมาข้างนอก เจอหม่อมเจ้าหญิงภรณีมาดักรอ ยิ่งหัวเสียกว่าเดิม เพราะยังเคืองที่เธอโกหกและปิดบังเขาเพื่อช่วยพี่ชาย

    “ปรุงจ๋า...อย่าโกรธฉันเลยนะ ที่ฉันต้องโกหกปรุงว่าไม่เห็นพี่อรรถกับริ้วทอง เพราะฉันตั้งใจจะช่วยริ้วทอง”

    “ช่วยริ้วทอง...หรือว่าจะช่วยท่านชายอรรถลักพาตัวริ้วทองไปได้สำเร็จกันแน่”

    “โถ...ทำไมปรุงมองฉันในแง่ร้ายนัก”

    “เพราะกระหม่อมไม่แน่ใจแล้วว่าคนที่วังติณชาติมีใครที่ไว้ใจได้อีก”

    ปรุงจะผละหนี แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ถลาไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง

    “ฉันนี่ไง...ปรุงวางใจฉันได้เถิดว่าฉันรัก...รักปรุงหมดหัวใจ ไม่เช่นนั้นฉันคงไม่ยอมเป็นของปรุง”

    “ท่านหญิงอย่าตรัสเช่นนี้เลยกระหม่อม ถ้าใครมาได้ยิน ท่านหญิงจะเสียหาย”

    “ถ้าปรุงไม่อยากให้ฉันพูด ปรุงก็ต้องไม่โกรธฉัน แล้วก็ฟังฉันพูด”

    “ท่านหญิงไม่ต้องตรัสสิ่งใดแล้วกระหม่อม แค่ริ้วทองปลอดภัย เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป”

    ปรุงเดินหนีไปแล้ว ทิ้งหม่อมเจ้าหญิงภรณีให้คร่ำครวญราวกับคนบ้า เสด็จพระองค์ชายมองเห็นทุกอย่างจากหน้าต่างวัง โกรธมาก จนต้องสั่งเจิมไปตามลูกสาวคนโตมาพบโดยเร็วที่สุด!

    ooooooo

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภารับรู้ถึงอาการเกรี้ยวกราดและเดือดดาลของท่านพ่อด้วยใจกังวล และทันทีที่พี่สาวมาถึง เสด็จพระองค์ชายก็ไม่รอช้า ตบหน้าอย่างแรง จนหม่อมเจ้าหญิงภรณีหน้าหัน เลือดกบปาก

    “ทำไมท่านพ่อต้องตบตีลูก ลูกทำสิ่งใดผิด”

    “ยังมีหน้ามาถาม แสดงว่าการที่แกยอมลดตัวลงให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างไอ้ปรุงเชยชม ใจของแกไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดบาปเลยใช่ไหม”

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีผงะ แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ “สิ่งที่ลูกทำมันไม่ใช่ความเลว แต่เป็นความรัก ลูกรักปรุง รักหมดหัวใจ ต่อให้ท่านพ่อตบตีลูกจนตาย ท่านพ่อก็จะไม่มีวันลบล้างความรักของลูกที่มีต่อปรุงได้ ปรุงเป็นผู้ชายคนเดียวในชีวิตที่ลูกรัก ท่านพ่อปล่อยให้ลูกดักดานอยู่ในวังมาทั้งชีวิต ลูกต้องทนให้ท่านพ่อทำเหมือนลูกไม่มีหัวจิตหัวใจ”

    “ก็เพราะพ่อรู้ว่าแกมันดื้อ คิดอะไรไม่เป็นเช่นนี้ไงเล่า พ่อถึงไม่อยากให้แกออกไปเจอใคร”

    “ไม่จริง...เป็นเพราะท่านพ่อเกลียดลูกต่างหาก เพราะท่านพ่อคิดตลอดเวลาว่าลูกทำให้ท่านแม่จากไป ที่ผ่านมาลูกพยายามทำทุกอย่างเพื่อท่านพ่อ เพื่อลบล้างความผิดที่ลูกทำ แต่ลูกไม่เคยทำสำเร็จเลย”

    “พ่อไม่เคยเกลียดแก”

    “หากเป็นเช่นที่ท่านพ่อพูดจริง ท่านพ่อก็ต้องยอมให้ลูกได้สมหวังกับปรุงสิเพคะ ลูกถึงจะยอมเชื่อ”

    คำขอของลูกสาวคนโตทำให้เสด็จพระองค์ชายทรงถึงกับอึ้งไปอึดใจ หม่อมเจ้าหญิงรัมภากลัวพ่ออาละวาด เลยพยายามยื้อยุดให้พี่สาวออกไปก่อน แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็สะบัดตัวหนี

    “น้องหญิงอย่ายุ่ง...แล้วก็รู้ไว้เสียด้วยนะ ว่าพี่ไม่ใช่น้องหญิงที่ยึดถือเกียรติบ้าบอ เจ้าพี่ถึงได้หนีไปมีริ้วทอง สำหรับพี่...ระหว่างเกียรติกับความรักของปรุง...พี่เลือกปรุง”

    เสด็จพระองค์ชายกริ้วมาก เอ็ดลั่นอย่างเหลืออดในพฤติกรรมงามหน้าของลูกสาวคนโต

    “แกมันเกินเยียวยาด้วยคำว่าเมตตาแล้วหญิงณี เจิม บัว...เอาตัวหญิงณีไปขัง อย่าให้มันเห็นเดือนเห็นตะวันอีก อย่าให้มันออกไปทำตัวตกต่ำ ให้เสียเกียรติของติณชาติ ถ้าใครขัดคำสั่ง ได้เห็นดีแน่!”

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีหน้าเสียเมื่อได้ยินคำประกาศิตของท่านพ่อ ตั้งท่าจะอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่ก็ถูกหม่อมเจ้าหญิงรัมภาห้ามไว้ และบอกให้ทำตามคำสั่งก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆเธอจะเป็นคนทูลแทนให้เอง หม่อมเจ้าหญิงภรณีไม่มีทางเลือก จำต้องถูกขังในห้องตัวเอง รอเวลาที่ท่านพ่อจะให้อภัย
    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเห็นว่าพี่สาวยอมอ่อนท่าทีก็เบาใจ ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ก่อนจะปลีกตัวไปหาท่านพ่อ แล้วก็ต้องสะเทือนใจ เมื่อเห็นท่านทรุดตัวนั่งอย่างอ่อนแรง เสียใจกับพฤติกรรมและวาจาก้าวร้าวของพี่สาว

    “พ่อคงเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมหญิงรัมภา ทั้งเจ้าอรรถกับหญิงณีถึงไม่รักตัวเอง สร้างเรื่องไม่หยุดหย่อน”

    “สำหรับเราสามคนพี่น้อง ท่านพ่อเป็นท่านพ่อที่ประเสริฐสุดแล้วเพคะ อาจจะมีบ้างบางเวลาที่ลุ่มหลงไปในทางที่ผิด แต่ท้ายที่สุดหญิงว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปเองค่ะท่านพ่อ”

    เสด็จพระองค์ชายพยักหน้ารับ อยากจะหวังเช่นนั้น แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าเรื่องจะจบง่ายๆ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็คิดไม่ต่างกัน โดยเฉพาะพี่สาว ที่รักปรุงอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว

    “ท่านพ่อจะยอมให้พี่หญิงณีกับปรุงรักกันหรือเพคะ”

    “พ่อไม่เอาเรื่องปรุง แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อจะยอมให้ลูกสาวตัวเองตบแต่งกับคนไม่มีหัวนอนปลายตีน หญิงรัมภาไปบอกให้ชายดิเรกกับริ้วทองกลับไปวังศุภมาศสิ ให้เอาปรุงไปด้วย แล้วก็อย่าให้พวกเขามาเหยียบที่นี่อีก”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง

    “เวลานี้เจ้าพี่ยังไม่มีแก่ใจมารับริ้วทองดอกเพคะ... เจ้าพี่ถูกผู้หญิงทำเสน่ห์ใส่”

    เสด็จพระองค์ชายถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อลูกสาวยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง ก็ตัดสินใจเชื่อ

    “พ่อรู้จักนิสัยลูกดี ลูกไม่ใช่คนเชื่อเรื่องงมงายง่ายๆ ถ้าหญิงรัมภาเชื่อแล้วว่าชายดิเรกถูกทำเสน่ห์ยาแฝด พ่อก็พร้อมจะเชื่อด้วย ถ้าลูกมีสิ่งใดให้พ่อช่วยก็บอกเลยนะ พ่อยินดีจะช่วย”

    ooooooo

    สิ่งที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาขอให้ท่านพ่อช่วยคือเชิญหม่อมถมยามาที่วังติณชาติ เพื่อล้างมนตร์เสน่ห์ และจะได้ช่วยกันจัดการแยกหม่อมเจ้าชายดิเรกจากล้อมเพชร

    เมื่อล้อมเพชรรู้เรื่องก็สังหรณ์ใจจะเกิดเรื่องไม่ดี เลยฟ้องผัวรักให้จัดการ หม่อมเจ้าชายดิเรกกำลังหลง รีบพุ่งตัวไปขวางแม่ ไม่ยอมให้ไปวังติณชาติ พร้อมกับบอกวีรกรรมต่ำทรามของหม่อมเจ้าหญิงภรณีกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ที่นำซุปใส่หนอนมาให้เขากินถึงวังเมื่อไม่กี่วันก่อน

    “ทำไมหญิงรัมภาต้องทำเช่นนั้นด้วย” หม่อมถมยาไม่เข้าใจ

    “น้องหญิงรัมภาคงขุ่นเคืองที่ชายไม่รับรักตอบ ถึงยังมีหน้าใส่ร้ายล้อม หาว่าล้อมเป็นแม่มด”

    หม่อมถมยาซึ่งถูกมนตร์สะกดด้วย เชื่อสนิทว่าลูกชายพูดจริง เลยระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่ยอมแตะอาหารและเครื่องดื่มอะไรที่วังติณชาติ แต่เสด็จพระองค์ชายกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ทำสำเร็จจนได้

    ทันทีที่หม่อมถมยาดื่มน้ำที่วังติณชาติ ภาพความทรงจำก่อนหน้าจะถูกล้อมเพชรเป่ามนตร์เสน่ห์ใส่ก็หวนมาอีกครั้ง เสด็จพระองค์ชายลำบากใจมาก แต่ก็จำต้องพูดความจริงกับเธอ

    “ถมยา...ฟังฉันให้ดีนะ เธอถูกผู้หญิงชื่อล้อมเพชรทำเสน่ห์ใส่”

    หม่อมถมยาตกใจมาก แล้วก็เกือบล้มทั้งยืน เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    “ไม่ใช่แค่ท่านน้านะเพคะ เจ้าพี่ดิเรกก็โดนด้วย ตอนนี้เจ้าพี่รักเจ้าพี่หลงล้อมเพชรมาก”

    ความจริงจากปากอดีตว่าที่ลูกสะใภ้ ทำให้หม่อมถมยามึนไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้น เมื่ออีกฝ่ายขอให้ช่วยเหลือบางอย่าง เจิมยืนฟังตั้งแต่ต้น ก็อดไม่ได้จะบอกความจริงอีกเรื่อง

    “นังล้อมเพชรมันไม่ได้ทำของใส่แค่ท่านถมยากับท่านชายดิเรกนะมังคะ ท่าทางว่ามันจะทำใส่ริ้วทองด้วย เพราะหม่อมฉันได้ยินท่านหญิงณีตรัสว่าตาลุงที่ช่วยริ้วทองไว้ บอกว่าริ้วทองเกือบตายเพราะถูกเสน่ห์คุณไสยมังคะ”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเสด็จพระองค์ชายพูดไม่ออก เพิ่งทราบความจริงข้อนี้จากเจิมเช่นกัน และหม่อมถมยาก็เป็นฝ่ายตั้งสติได้ก่อน และตัดสินใจไปเยี่ยมลูกสะใภ้ที่เคยรังแครังคัด พร้อมรับปากจะพากลับวังศุภมาศ หลังจบเรื่องวุ่นๆของหม่อมเจ้าชายดิเรก หม่อมเจ้าหญิงรัมภาได้แต่มองมาด้วยความสงสัย คาใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของหม่อมถมยาซึ่งเคยตั้งป้อมขัดขวางริ้วทองไม่ให้ได้เป็นสะใภ้ศุภมาศ

    หม่อมถมยาถอนใจยาว ปลงเสียแล้ว “อันที่จริงน้าเคยไม่อยากได้ริ้วทองมาเป็นสะใภ้ แต่เรื่องล้อมเพชรทำให้น้ารู้ว่า...อย่างน้อยริ้วทองก็เป็นผู้หญิงที่ชายดิเรกรักด้วยหัวใจจริงๆ ตอนนี้ชายดิเรกถูกอำนาจมืดปิดหู ปิดตาให้ไม่มีสติ แต่ถ้าชายดิเรกรับรู้ได้ เขาคงอยากจะให้ปฏิบัติกับริ้วทองเช่นนั้น”

    “ท่านน้าทำถูกต้องแล้วค่ะ”

    “แล้วเรื่องล้อมเพชร...หญิงจะให้น้าทำอย่างไรต่อไป”

    “ท่านน้ายังไม่ต้องทำอะไรเพคะ แค่ทำพระองค์ให้เป็นเหมือนเดิม อย่าให้ล้อมเพชรรู้ตัวว่าวิชาคุณไสยที่อยู่ในพระวรกายของท่านน้าได้หมดไปแล้ว ล้อมเพชรจะได้ตายใจ!”

    แผนการของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเป็นไปด้วยดี ล้อมเพชรเชื่อสนิทว่าหม่อมถมยายังอยู่ในอำนาจมหาเสน่ห์ของเธอเหมือนเดิม ไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปหลังกลับจากวังติณชาติอย่างที่เคยนึกระแวง

    ส่วนหม่อมเจ้าหญิงรัมภา...จบจากเรื่องหม่อมถมยา ก็แวะไปเยี่ยมพี่สาว ไม่ให้คลุ้มคลั่งเพราะรักไปกว่านี้ แต่ดูเหมือนหม่อมเจ้าหญิงภรณีจะไม่ถอดใจ พยายามเกลี้ยกล่อมน้องสาวให้ทำบางอย่าง

    “น้องหญิงต้องไปบอกปรุงให้มากราบขอขมาขอความเมตตาจากท่านพ่อ ปรุงรักพี่ ถ้ารู้เขาต้องไม่อยู่เฉยแน่”

    “ค่ะ...หญิงสัญญาว่าหญิงจะหาโอกาสบอกปรุงให้รู้เรื่อง แต่ตอนนี้พี่หญิงต้องทานข้าวก่อน”

    คำตอบรับของน้องสาวทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีวางใจและยอมทานข้าว เจิมเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีรักกับปรุงให้เสื่อมเสียพระเกียรติ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเห็นด้วย และคิดแผนไว้แล้ว

    “ฉันต้องช่วยเจ้าพี่ให้หลุดจากคุณไสยของล้อมเพชรให้เร็วที่สุด เมื่อเจ้าพี่กลับไปรักกับริ้วทอง ริ้วทองกลับ ไปอยู่ที่ศุภมาศ ปรุงก็จะหมดห่วง ฉันจะขอให้ปรุงกลับไปอยู่นครสวรรค์ ความห่างไกลจะช่วยให้พี่หญิงลืมปรุงได้”

    “แต่ถ้าท่านชายดิเรกกลับไปรักริ้วทอง แล้วท่าน หญิงรัมภาเล่ามังคะ ท่านหญิงจะทำเช่นไร”

    “ฉันจะทำอย่างไรได้เล่า ฉันก็ต้องยินดีกับความรักของเจ้าพี่กับริ้วทอง อย่างน้อยความรักของพวกเขาก็เป็นความรักที่จริงใจ ไม่ใช่ได้มาด้วยเล่ห์กลอย่างล้อมเพชร ส่วนฉัน...ก็จะเป็นท่านหญิงรัมภา ติณชาติเหมือนเดิม”

    เจิมได้แต่มองเจ้านายสาวด้วยความชื่นชมและบูชาอย่างปิดไม่มิด หม่อมเจ้าหญิงรัมภาช่างมีหัวใจงดงามเหลือเกิน น่าโกรธโชคชะตานักที่ทำให้ราชนิกุลสาวต้องพลาดรัก...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "อำพน" สารภาพรัก "น้ำพิงค์" ทำคนดูฟินกระจาย ละคร "กระเช้าสีดา" เรตติ้งปัง

    "อำพน" สารภาพรัก "น้ำพิงค์" ทำคนดูฟินกระจาย ละคร "กระเช้าสีดา" เรตติ้งปัง
    21 ต.ค. 2564

    11:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 12:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์