นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กำไลมาศ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"



    สวิตาไม่ละความพยายามจะเรียกผีร้ายมาปิดปากสร้อยดาว ผีริ้วทองก็รู้ดี กระเสือกกระสน จะออกจากบาตร แต่ก็ทำไม่ได้เพราะถูกยันต์ของพระปราบสะกดไว้

    “ไม่ต้องพยายามร้องเรียกเขาหรอก ยังไงเขาก็ไม่มีทางได้ยินเสียงของโยม”

    ผีริ้วทองกัดฟันข่มความโกรธ อยากกรีดร้องให้หายคลั่ง แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจทำเสียงโอดขอความเห็นใจ

    “พี่ปรุง...ปล่อยฉันไปเถิดนะ ตอนยังมีชีวิต คุณล้อมเป็นเพื่อนคนเดียวของฉัน คุณล้อมกำลังมีทุกข์ ฉันอยากออกไปช่วยเธอ นะจ๊ะพี่ปรุงจ๋า ฉันสัญญา...ฉันจะ ไม่ทำร้ายใคร”

    “กรรมที่โยมมีอยู่มันก็มากพออยู่แล้ว ยังจะโกหกพระให้มีบาปเพิ่มขึ้นอีกทำไม”

    “ฉันจะกรรมหนา จะตกนรกกี่ขุมมันก็เรื่องของฉัน พี่ปรุงอย่ามายุ่งได้ไหม”

    “อาตมาปรารถนาดี อยากช่วยโยม”

    “แต่ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณล้อมเพชรเท่านั้น คุณล้อมเพชรเป็นคนเดียวที่จะช่วยฉันแก้แค้นอีพวกติณชาติ แล้วทำให้ฉันได้อยู่ครองรักกับท่านชาย พี่ปรุงปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ถ้าพี่ปรุงขัดขวางฉันมากๆ ฉันจะถือว่าพี่ปรุงเป็นศัตรู ไม่ใช่พี่ชายของฉันอีกต่อไป”

    “อาตมาต้องทำในสิ่งที่ควรทำ ท้ายที่สุดแล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้นก็ขึ้นอยู่กับเวรกรรมของใครของมัน”

    เพราะเรื่องวุ่นวายที่โรงพยาบาล เกล้ามาศกับอินทวงศ์เลยไม่ได้ไปหาพระปราบ ต้องไปวันรุ่งขึ้นแทน ด็อกเตอร์สาวไม่ติดใจอะไรมาก มัวพะวงเรื่องสวิตามากกว่า โดยเฉพาะท่าทางหวาดๆของสร้อยดาวที่มีต่อนางเอกสาว

    “ฉันคิดว่าคุณวิมีอะไรแปลกๆ เหมือนว่าคุณวิจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับกำไลและริ้วทอง”

    “เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วไงครับ ดาวกลัววิ เพราะวิจับได้ว่าดาวขโมยกำไล”

    “แต่ฉันว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น”

    อินทวงศ์ส่ายหน้าอ่อนใจ “คุณมาศครับ...ผมไม่อยากให้คุณคิดมากเรื่องนี้อีก ผมรู้จักวิมานาน เราคุยกันทุกเรื่อง ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดกับวิและกำไลมาศ ผมมั่นใจว่าวิจะไม่ปิดบังผม”

    “ฉันต้องขอโทษ ฉันลืมไปว่าคุณกับคุณวิสนิทกันมาก”

    น้ำเสียงสะบัดของเกล้ามาศ ทำให้อินทวงศ์นิ่วหน้า ก่อนจะยิ้มน้อยๆชอบใจ

    “หึงผมหรือเปล่า”

    เกล้ามาศสั่นหน้าปฏิเสธ หันหลังข่มความอาย อินทวงศ์เลยแกล้งสวมกอดจากด้านหลัง

    “ไม่เชื่อ...ยอมรับมาซะดีๆว่าหึงผมกับวิ”

    “คุณต๊ะ...เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

    “ถ้ากลัวก็รีบยอมรับมาเร็วสิครับว่าคุณหึงผม ไม่อย่างนั้นผมจะกอดคุณไว้อย่างนี้”

    หน้าแดงก่ำของเธอ ทำให้อินทวงศ์ใจเต้นแรง ตั้งท่าจะหอมแก้ม เกล้ามาศต้องเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะยอมรับว่าหึงเขา สถาปนิกหนุ่มปลื้มมาก ไม่ปล่อยอ้อมแขน แถมกระชับกอดแน่นกว่าเดิม

    “ไม่ต้องหึงผมกับวิหรือใครทั้งนั้น เพราะผมมีคุณคนเดียว...ผมสัญญา”

    ooooooo

    อินทวงศ์กลับไปแล้ว เกล้ามาศมองตามเขินๆ รู้สึกดีกับเขามากขึ้นทุกวัน แต่เรื่องราววุ่นๆวันนี้ ก็ทำให้อารมณ์อ่อนหวานอยู่กับเธอไม่นาน เพราะคาใจเกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกๆของสวิตา

    ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตอนที่สร้อยดาวอาละวาดราวกับคนบ้าที่โรงพยาบาล รวมทั้งอาการอึกๆอักๆของสวิตาเมื่อหลายวันก่อน วันเดียวกับที่เกิดเรื่องเลวร้ายกับคุณทวดภรณี

    เกล้ามาศยังจำได้ดี วันนั้นสวิตาอ้างว่าห้องน้ำชั้นล่างเสีย เลยต้องไปใช้ของห้องชั้นบน แต่เมื่อสอบถามเหล่าคนใช้ในบ้าน ทุกคนก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าไม่มีห้องน้ำในวังเสียเลยแม้แต่ห้องเดียว!

    ข้อสงสัยและข้อสันนิษฐานของเกล้ามาศ ถูกถ่ายทอดให้เพื่อนสาวฟังในเช้าวันต่อมา พริมเห็นด้วย เพราะนางเอกสาวเป็นคนแปลกหน้าคนเดียวที่เข้าไปในวังติณชาติคืนที่เกิดเหตุ

    “แล้วนี่แกเล่าให้คุณต๊ะฟังหรือยัง”

    “พูดไปเขาก็ไม่เชื่อ ฉันก็เลยคิดว่าจะหาทางสืบความจริงด้วยตัวเอง”

    พริมพอจะเข้าใจ แต่ก็อยากรู้ว่าเพื่อนรักจะใช้วิธีอะไรสืบความจริง

    “ฉันจะช่วยรักษาสร้อยดาว เพราะมีแต่สร้อยดาวคนเดียวเท่านั้นที่จะบอกความจริงเรื่องคุณวิกับเราได้”

    เกล้ามาศกับพริมช่วยกันบำบัดสร้อยดาว หลัง จากนั้นสวิตาร้อนรนแทบนั่งไม่ติด ต้องแล่นไปขอแม่ให้ช่วยตามหากำไลมาศ ไลยยอมช่วย ด้วยการหลอกใช้ทรัพย์มณี ปั้นเรื่องผีในกำไลให้น่ากลัว กดดันให้อีกฝ่ายไปบังคับถามจากอินทวงศ์ ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด สถาปนิกหนุ่มขัดย่าไม่ได้ จำต้องสารภาพว่ากำไลมาศ อยู่กับพระปราบ

    สวิตาไม่รอช้า รีบไปหาพระปราบเพื่อขโมยกำไลกลับคืน แต่ไม่ทันทำสำเร็จ ก็ถูกพระหนุ่มพบเข้าเสียก่อน

    “หยุดเถอะโยม...หยุดทำบาป ก่อนที่เวรกรรมจะตามสนอง”

    นางเอกสาวถึงกับอึ้งไปอึดใจ “ท่านรู้...”

    “มีแต่โยมริ้วทองที่ไม่รู้...ไม่เคยรู้อะไรเลย”

    น้ำเสียงนิ่งสงบและคำพูดเป็นนัยเหมือนอยากบอกบางอย่าง ทำให้สวิตาสงสัย ต้องตามไปถามให้รู้เรื่อง

    “อาตมาเป็นคนรู้เรื่องราวในอดีตชาติของตัวเอง ...เหมือนที่โยมรู้”

    “หลวงพี่พูดเรื่องอะไรคะ วิไม่เข้าใจ”

    “โยมรู้ดีแก่ใจตัวเองว่าอาตมาพูดเรื่องอะไร โลกนี้ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราอย่างแท้จริง แม้กระทั่งตัวของเราเอง อย่าปล่อยให้กิเลสตัณหา ความอยากมีอยากได้มาครอบงำจิตใจของโยม เพราะสุดท้ายแล้วโยมจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ถ้าโยมไม่หยุด อาตมาจะต้องทำหน้าที่หยุดโยมเอง”

    “หลวงพี่ยิ่งพูด วิก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าหลวงพี่พูดเรื่องอะไร วิว่าวิขอตัวกลับก่อนดีกว่า”

    พูดจบก็หมุนตัวกลับ แต่ก็ต้องผงะ เมื่อเจออินทวงศ์เดินมากับเกล้ามาศ นางเอกสาวหน้าเสีย อึกๆอักๆแก้ตัวว่ามาขอกำไลจากพระปราบไปให้แม่ทำพิธีไล่ผี แต่อินทวงศ์ก็ไม่เชื่อ

    “แต่ผมว่าผมไม่ได้บอกว่าพระปราบอยู่ที่วัดไหน”

    สวิตาใจไม่ดี แต่ยังตีมึน ทำเป็นเหวี่ยงกลบเกลื่อน โต้เพื่อนหนุ่มเสียงเครียดว่ารู้มาจากแม่ เลยตามมาหาถูกที่ แต่อินทวงศ์ก็ยังไม่เชื่อ มั่นใจมากว่านางเอกสาวต้องปกปิดอะไรไว้

    ooooooo

    สวิตากลับไปแล้ว พร้อมข้อค้างคาใจอย่างหนัก ว่าพระปราบรู้อะไร ถึงดักทางเธอถูก อินทวงศ์กับเกล้ามาศก็สงสัยไม่ต่างกัน แต่เรื่องหนักใจเกี่ยวกับผีริ้วทอง ก็ทำให้ต้องละไว้

    “มาศตั้งใจมากราบหลวงพี่หลายวันแล้วค่ะ แต่มาศติดธุระอยู่ ริ้วทองยังอยู่ในบาตรเหมือนเดิมใช่ไหมคะ”

    พระปราบพยักหน้ารับ เกล้ามาศเลยต้องอธิบายถึงสาเหตุที่มาวันนี้

    “คือวันก่อนคนใช้กับคุณแม่ของมาศถูกผีหลอก ทุกคนยืนยันว่าเป็นผีริ้วทอง”

    “คงจะโดนใครหลอกเข้าแล้ว โยมริ้วทองอยู่ในบาตร ไม่สามารถไปไหนได้ แล้วจะออกไปหลอกใครได้”

    เกล้ามาศถอนใจยาว สีหน้าไม่สบายใจเลย “คงมีใครใช้ริ้วทองเป็นเครื่องมือจริงๆ”

    อินทวงศ์พลอยเครียด มองไปทางบาตรพระ สีหน้าเป็นกังวล พระปราบก็กลุ้มใจไม่ต่างกัน

    “ดับไฟข้างนอกใช้น้ำได้ แต่ดับไฟภายในจิตใจต้องใช้เวลา ยิ่งเป็นไฟที่สั่งสมตั้งแต่ภพชาติก่อน มันยิ่งร้อน...”

    ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงความคิดของพระปราบ ...เหตุการณ์ต่อเนื่องจากตอนที่ริ้วทองมีเรื่องตบตีกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาด้วยความหึงหวง คิดว่าอีกฝ่ายจะแย่งผัวรัก แต่ที่ริ้วทองไม่รู้ คือตัวเองถูกเหมยกุยเล่นของใส่จนปวดท้องแทบเดินไม่ไหว ปรุงต้องช่วยพยุงพาไปพักที่เรือน

    ส่วนหม่อมเจ้าชายดิเรก ไม่ได้รู้สึกรู้สาหรือคิดถึงเมียรักแม้แต่น้อย มัวหลงมัวเมากับเสน่ห์ของล้อมเพชร ซึ่งร่ายคาถามนตร์ดำใส่เขาไม่หยุดหย่อน จนต้องขลุกด้วยกันในห้อง ไม่ยอมออกไปไหน

    “ฉันจะรักล้อม ถ้าล้อมอยากได้สิ่งใดบอกฉันเลยนะ ฉันจะหามาให้ล้อมทุกอย่าง”

    สองหนุ่มสาวกอดกันกลม ก่อนจะต้องผละจากกัน เมื่อหม่อมถมยาโผล่มาเอาเรื่อง

    “เกิดอะไรขึ้น ทำไมชายถึงยอมให้ผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาอยู่บนห้องกับชาย”

    “พ่อของล้อมเพชรถูกโจรใจบาปฆ่าตาย ล้อมไม่มีที่พึ่ง ชายจะให้ล้อมอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของชาย”

    หม่อมถมยาแทบกุมขมับ ก่อนจะย้อนถาม “เมีย...แล้วริ้วทองล่ะ”

    “ท่านแม่อย่าเอ่ยชื่อนางวันทองสองใจคนนั้นให้ชายได้ยินอีก มันเป็นเสนียดกับหูชาย”

    “แต่ชายเคยบอกว่ารักริ้วทองนักหนา ลูกของแม่กลายเป็นคนจิตใจไม่มั่นคงตั้งแต่เมื่อไหร่”

    หม่อมเจ้าชายดิเรกหน้าตึง เอ่ยเสียงเข้ม “ที่ผ่านมา ...ชายโง่เองที่หลงผิดไปรักมัน ชายไม่อยากพูดถึงมันอีก เวลานี้ชายแน่ใจแล้วว่าชายรักล้อมเพชร ชายจะแต่งงานกับล้อมให้เร็วที่สุด ล้อมจะเป็นสะใภ้ของศุภมาศ”

    “แม่ไม่ยอม...ถ้าท่านพ่อเสด็จกลับมาแล้วรู้เรื่องนี้ก็ต้องทรงไม่ยอมเช่นกัน ผู้หญิงที่จะมาเป็นสะใภ้ศุภมาศมีคนเดียวคือหญิงรัมภา หญิงอื่นแม่ไม่รับ โดยเฉพาะหญิงใจง่าย ทำตัวไม่ต่างจากหญิงโคมเขียว พลีกายให้ชายชมถึงห้อง”

    “ท่านแม่กรุณาให้เกียรติเมียของชายด้วย”

    “ชายว่าแม่ต่อหน้ามัน ได้...แม่ก็อยากรู้เหมือนกัน ระหว่างแม่บังเกิดเกล้ากับหญิงไพร่ชั้นต่ำ ชายจะเลือกใคร!”

    ขาดคำก็สั่งสาวใช้ให้ลากตัวล้อมเพชรออกไป หม่อมเจ้าชายดิเรกจะไปช่วย แต่หม่อมถมยาก็เรียก

    คนงานหนุ่มๆมาจับไว้ ล้อมเพชรขืนตัวเต็มกำลัง ก่อนจะพุ่งตัวไปหาหม่อมถมยา พร้อมร่ายคาถามหาเสน่ห์

    “ให้หม่อมฉันอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของท่านชายดิเรก...และขอให้ท่านเชื่อว่าหม่อมฉันรักและปรารถนาดีต่อท่านชายดิเรกมากกว่าผู้หญิงทุกคน ได้โปรดขอความกรุณารักและเมตตาหม่อมฉันด้วย”

    หม่อมถมยาเจอมนตร์ดำก็อ่อนท่าทีลง ยิ้มหวานด้วยความเอ็นดู “ฉันคิดดูอีกครั้ง...ชายดิเรกเป็นลูกฉัน ถ้าเขารักใคร ฉันก็ควรจะรักด้วย ตกลง...ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่ในฐานะว่าที่สะใภ้ของศุภมาศ”

    ล้อมเพชรยิ้มร้าย ก้มกราบแทบเท้าหม่อมถมยา “เป็นพระกรุณาธิคุณกับหม่อมฉันเพคะ”

    ooooooo

    ท่าทีที่เปลี่ยนไปของหม่อมถมยา กลายเป็นที่ซุบซิบของเหล่าคนงานทั้งวัง เหมยกุยแอบได้ยิน อดเป็นกังวลแทนญาติสาวไม่ได้ จนต้องแอบไปหาถึงในห้องนอนของหม่อมเจ้าชายดิเรก

    ล้อมเพชรเก็บสมุดบันทึกแทบไม่ทัน เมื่อเห็นหน้าญาติสาว เหมยกุยไม่สนใจท่าทางมีพิรุธของอีกฝ่าย ร้อนใจมากกว่าเรื่องที่ทุกคนในวังศุภมาศพากันซุบซิบ แต่ล้อมเพชรก็ไม่ยี่หระ

    เหมยกุยได้แต่มองมาด้วยความขมขื่นใจ ทั้งหึงและหวงญาติสาว แต่ต้องพยายามหักห้ามใจ

    “ฉันมาที่นี่เพราะอยากมาเตือนให้ระมัดระวังตัว แค่ท่านชายเปลี่ยนพระทัยมารักล้อมในชั่วข้ามคืน มันก็น่าสงสัยมากพอแล้ว อย่าพยายามทำอะไรให้น่าสงสัยอีก เพราะล้อมจะอยู่ที่นี่ลำบาก”

    ล้อมเพชรไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเตือนของญาติสาว มั่นใจว่ามนตร์เสน่ห์ของตนจะมัดใจหม่อมเจ้าชายดิเรกไว้ได้ แต่ความเชื่อมั่นก็ต้องสั่นคลอน เมื่อเผชิญหน้ากับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาในบ่ายวันเดียวกัน

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเห็นล้อมเพชร ถ้อยคำที่เคยคิดอยากบอกอดีตว่าที่คู่หมั้นหนุ่มถึงพฤติกรรมต่ำช้าของริ้วทอง ต้องถูกเก็บไว้ก่อน เพราะมีเรื่องสำคัญต้องถามมากกว่า

    “ผู้หญิงคนนี้มาทำอะไรที่นี่คะ”

    “ล้อมเป็นเมียของพี่ อีกไม่นาน...พี่กับล้อมจะแต่งงานกัน”

    “แล้วริ้วทองล่ะคะ เจ้าพี่เอาริ้วทองไปไว้ที่ไหน”

    หม่อมเจ้าชายดิเรกมีสีหน้าเข้มขึ้น เมื่อนึกถึงอดีตเมียรัก “เรื่องของพี่กับริ้วทองจบสิ้นกัน ตั้งแต่พี่รู้ความระยำของมันแล้ว และถ้าน้องหญิงไม่อยากให้พี่ชังหน้าน้องหญิงอีกคน ก็อย่าเอ่ยชื่อมันอีก!”

    ท่าทางสุขุมเยือกเย็นอันแสนคุ้นตา เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดแบบที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่เคยเห็น สติทำให้เธอคิดว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ และไม่รอช้าจะหาข้อมูลจากเหล่าคนใช้ในวังศุภมาศ...

    ด้านริ้วทอง...ปวดท้องไม่หาย ปรุงก็ช่วยอะไรไม่ได้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีเวทนาเลยต้องแวะมาดูอาการด้วยตัวเอง ปรุงซาบซึ้งใจมาก แต่ก็ต้องลำบากใจ เมื่อราชนิกุลสาวยืนกรานจะกลับไปนครสวรรค์กับเขา

    “ปรุงจะไปเมื่อใดก็บอกฉันแล้วกัน ฉันจะได้เก็บข้าวของไปกับปรุง”

    ปรุงพยายามยับยั้ง แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ไม่เปลี่ยนใจ

    “ฉันเป็นเมียปรุงแล้ว ฉันยินดีจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับปรุง และถ้าปรุงหนีฉัน ฉันจะหนีตามไปหาปรุงให้เจอ!”

    เหมยกุยยังไม่หยุดเล่นของใส่ริ้วทอง จนอีกฝ่ายทุรนทุรายแทบทนไม่ไหว ต้องฝันร้ายติดๆกันหลายครั้ง ถึงภาพบาดตาบาดใจ เห็นล้อมเพชรเป็นหม่อมเจ้าหญิงรัมภา กำลังระเริงรักกับหม่อมเจ้าชายดิเรกผัวรัก

    ปรุงต้องสะดุ้งตื่นมาดูอาการน้องสาวนอกไส้ไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ต้องข่มใจยอมรับความจริง และได้แต่ปลอบให้เธอทำใจ เพราะเรื่องระหว่างเขากับเธอคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ริ้วทองกลับไม่ปลงง่ายๆเช่นนั้น ภาพบาดใจในฝันร้าย ทำให้อารมณ์หึงหวงพลุ่งพล่านไม่รู้จบ จนต้องแล่นไปถึงวังศุภมาศเพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยตาตัวเอง!

    ooooooo

    ท่าทางเปลี่ยนแปลงของหม่อมเจ้าชายดิเรก ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเป็นกังวลมาก จนต้องไประบายกับหม่อมเจ้าหญิงภรณีด้วยความอึดอัด เพราะดูท่าอาการของอดีตว่าที่คู่หมั้นจะหนักกว่าที่คิด

    “พี่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ น้องหญิง...เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าพี่โกรธเรื่องริ้วทองกับปรุงมากเลยปันใจไปให้ล้อมเพชร”

    “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เจ้าพี่ดิเรกไม่ได้รักใครง่ายๆ ถ้ารักไม่ง่าย ก็ต้องเลิกรักไม่ง่ายเช่นกัน”

    “แล้วน้องหญิงคิดว่าเจ้าพี่ดิเรกเป็นอะไร”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาส่ายหน้าน้อยๆ “บอกตามตรง...หญิงคิดไม่ออกเลย”

    เจิมนั่งฟังสองเจ้านายสาวถกกันอยู่นาน โพล่งออกไปด้วยความมันปาก “ไม่ต้องคิดมากเลยมังคะ หม่อมฉันเอาหัวเป็นประกัน ท่าทางลุ่มรักลุ่มหลงเพียงนี้ นังล้อมเพชรต้องทำของใส่ท่านชายดิเรกเป็นแน่”

    “ก็น่าคิดนะน้องรัมภา เมื่อวานที่เจ้าพี่มารับริ้วทอง หน้าเจ้าพี่หมองคล้ำ ไร้สง่าราศีเหมือนเดิม”

    เจิมเสนอให้ลองไปปรึกษาหมอผี เผื่อหาทางแก้ไขเรื่องนี้ แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ยังไม่มั่นใจ

    “ตราบใดที่ฉันยังไม่แน่ใจว่าเจ้าพี่เป็นอะไรกันแน่ ฉันจะไม่เอาเรื่องเหลือเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะถ้าเกิดมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เราทุกคนจะมัวหมองได้”

    คืนเดียวกันที่วังศุภมาศ...ริ้วทองตั้งท่าจะไปหาผัวรัก แต่ก็ถูกเหล่าคนใช้กันตัวไว้ พร้อมกับหม่อมถมยา ซึ่งถูกมนตร์เสน่ห์ของล้อมเพชร โผล่มาช่วยไล่อีกแรง

    “ได้ยินว่าเธอพบรักใหม่กับนายปรุงอยู่ที่โน่น แล้วจะกลับมาที่นี่ทำไมอีก”

    “ไม่จริงนะเพคะ หม่อมฉันกับพี่ปรุงไม่ได้เป็นอะไรกัน หม่อมฉันรักท่านชายดิเรกคนเดียว”

    หม่อมถมยาไม่เชื่อ แหวกลับเสียงเข้ม “เก็บน้ำคำของเธอไปหลอกผู้ชายคนอื่นเถิด ลูกชายฉันหลงผิดคิดรักผู้หญิงอย่างเธอมานานเกินไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขา”

    “แต่งงาน...แต่งกับใครเพคะ”

    “ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอ ไสหัวออกไปจากวังฉันได้แล้ว ก่อนที่เสนียดจัญไรมันจะติดวังฉันไปมากกว่านี้!”

    พูดจบก็เรียกเหล่าคนใช้มาลากตัวออกไป ริ้วทองไม่ยอม ตะโกนร้องหาผัวรักเสียงหลง หม่อมเจ้าชายดิเรกได้ยินเสียงเอะอะข้างล่างก็ทนไม่ไหว ต้องผละจากล้อมเพชรไปดู แล้วก็ได้เห็นภาพที่น่าสมเพชเวทนาที่สุด คือริ้วทองพยายามตะเกียกตะกายมาหาเขา

    ริ้วทองหัวใจแทบสลาย เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของผัวรัก “ท่านชาย...ท่านไม่คิดถึงเมียบ้างหรือเพคะ”

    “เธอไม่ใช่เมียของฉันอีกต่อไป ผู้หญิงคนนี้คือเมียของฉัน”

    ล้อมเพชรขยับมาใกล้ เผยให้เห็นสถานะของตนเต็มที่ แต่ริ้วทองกลับมองเห็นเธอเป็นหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

    “อีท่านหญิงรัมภา...มึงแย่งท่านชายของกู ท่านชายอย่าเชื่อท่านหญิงนะเพคะ ท่านหญิงใส่ร้ายหม่อมฉัน ท่านหญิงอยากให้ท่านชายเลิกรักหม่อมฉัน ท่านชายอย่าไปหลงกลมัน”

    ทุกคนในวังศุภมาศ มองหน้ากันงงๆ เข้าใจกันเองว่าริ้วทองคลั่งจนบ้าไปแล้ว ที่เห็นล้อมเพชรเป็นหม่อมเจ้าหญิงรัมภา มีเพียงล้อมเพชรที่แม้จะแปลกใจ แต่ก็มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของเหมยกุย!

    ooooooo

    ริ้วทองถูกลากตัวออกไปแล้ว พร้อมเสียงร้องโหยหวนเรียกหาผัว ที่ทำให้ทุกคนในวังศุภมาศอดสมเพชไม่ได้ แต่ล้อมเพชรก็ไม่สนใจ มัวสงสัยอาการ แปลกๆของริ้วทอง จนต้องแอบไปถามกับญาติสาว

    เหมยกุยพยักหน้ารับ เฉลยทุกอย่างเสียงเรียบ “ฉันทำพิธีเสกเลือดทาไปบนดวงตาของนังริ้วทอง ให้ความโกรธ ความแค้นที่สุมในใจของมัน ทำให้มันเห็นคนที่มันเกลียด ซึ่งก็คือ...ท่านหญิงรัมภา”

    “นังริ้วทองก็จะคลุ้มคลั่งหาเรื่องทะเลาะตบตีกับนังท่านหญิงรัมภาอยู่เสมอ”

    “ใช่แล้ว...ผู้หญิงสองคนทะเลาะตบตีกันแย่งท่านชายดิเรก แต่ผู้หญิงอีกคน...ทำตัวน่ารักน่าเอ็นดู ปรนนิบัติพัดวีเอาอกเอาใจ อย่างไรเสีย...ท่านชายดิเรกก็ต้องเลือกแต่งงานกับล้อม โดยที่เราแทบจะไม่ต้องพึ่งคุณไสยเลยด้วยซ้ำ”

    “ขอบใจมากนะเหมยที่ทำเพื่อฉัน”

    ล้อมเพชรสวมกอดญาติสาว แนบแน่นราวกับเป็นคนรัก เหมยกุยสะเทือนใจมาก แต่ก็จำต้องดึงตัวออก

    “ล้อมกลับไปหาท่านชายเถิด คืนนี้เป็นคืนเดือนเพ็ญ ไปร่ายคาถาใส่ท่านชาย มนตร์เสน่ห์จะได้ไม่เสื่อมคลาย”

    ล้อมเพชรรีบกลับตามที่ญาติสาวบอก แต่เพราะเสน่หาล้นอก มัวเมากับรสสวาทกับหม่อมเจ้าชายดิเรกตลอดคืน ทำให้ลูกสาวเจ้าของร้านเพชรลืมสนิทว่าต้องร่ายมนตร์คาถามหาเสน่ห์อีกครั้ง...

    ฝ่ายริ้วทอง...หอบกระเป๋าเสื้อผ้าและสภาพสะบัก สะบอมเพราะถูกไล่ออกจากวังไปตามทาง แต่โชคไม่ดี อาการปวดท้องกำเริบจนยืนแทบไม่ไหว เลยเจอกับหม่อม เจ้าชายอรรถรัตน์ ซึ่งกำลังเมาขับรถผ่านมาพอดี

    ความสาวและความสวยของริ้วทอง ทำให้หม่อม เจ้าชายอรรถรัตน์ซึ่งเหลือสติเพียงน้อยนิด หมดความยับยั้ง ชั่งใจ ลงมือปลุกปล้ำนักเชิดหุ่นสาวที่นึกชอบตั้งแต่แรกเห็นอย่างหื่นกระหาย ริ้วทองดิ้นรนขัดขืน จนกำไลมาศตกลงไปบนพื้นรถ แต่เธอก็ไม่รู้สึกตัว มัวดิ้นรนจะหนี เลยถูกเขาทำร้ายจนสลบ!

    หม่อมเจ้าชายอรรถรัตนสร่างเมาในบัดดล เมื่อเห็นเลือดไหลจากหัวริ้วทอง รีบผละตัวออกและขับรถหนีทันที ทิ้งร่างหมดสติของริ้วทองไว้กลางสายฝน โชคดีที่มีชายชาวบ้านผ่านมาพบ เลยช่วยไว้ทันเวลา

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเห็นพี่ชายกลับมากลางดึก ในสภาพยุ่งเหยิง มีเลือดเป็นหย่อมๆบนเสื้อ ก็พยายามซักถามด้วยความเป็นห่วง แต่ราชนิกุลหนุ่มก็ร้อนตัว

    ไม่ยอมบอก ทำโมโหกลบเกลื่อนแล้วผละขึ้นห้อง ทิ้งหม่อมเจ้าหญิงรัมภาให้มองตามนิ่งๆ อดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ชายคงปิดบังบางอย่างไว้...

    ริ้วทองหายไปตลอดคืน ปรุงเป็นห่วง เที่ยวตามหาให้ทั่ว แต่ก็ไม่พบ เช่นเดียวกับหม่อมเจ้าชายดิเรกที่คลายจากมนตร์สะกดเพราะล้อมเพชรไม่ได้ร่ายคาถาใส่ ก็เพ้อหาริ้วทองไม่ขาดปาก จนลูกสาวเจ้าของร้านเพชรต้องลงมือร่ายมนตร์อีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าหม่อมเจ้าหญิงรัมภาซึ่งแวะมาหาอดีตว่าที่คู่หมั้นแต่เช้า เห็นทุกอย่างเข้าอย่างจัง!

    ภาพล้อมเพชรทำเสน่ห์ใส่อดีตว่าที่คู่หมั้น ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาตัดสินใจไปพบหมอคำ หมอผีไสยขาว ตามคำแนะนำของเจิม แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อหมอผีบอกถึงสถานการณ์ในวังศุภมาศ

    “ที่วังถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำจนข้าเข้าไม่ได้ แต่ที่ข้ารู้คือคนในนั้นถูกทำเสน่ห์จากวิชาศักดิ์สิทธิ์โบราณ”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาใจไม่ดี และยิ่งใจเสียเมื่อหมอคำบอกวิธีช่วย “มันใช้ของรักของหวงที่เขาคนนั้นมีจิตผูกพันเอามาทำพิธีมหาเสน่ห์ ถ้าจะทำลาย พวกเจ้าก็ต้องใช้ของรักของหวงที่เขามีจิตผูกพันเช่นกัน แล้วนำสิ่งนั้นแช่ลงในน้ำมนต์ สวดมนต์ใต้แสงจันทร์ติดต่อกันสามวันสามคืน ถึงจะนำน้ำที่แช่สิ่งของไปให้เขาดื่ม”

    “ของรักของหวงที่เจ้าพี่มีจิตผูกพัน...คืออะไรคะ”

    “ข้าไม่รู้ พวกเจ้าต้องหาเอง แต่อย่าช้าล่ะ...มนต์ดำจะค่อยๆทำลายตัวเขา อีกไม่นาน...เขาก็จะตายเพราะมัน!”

    ooooooo

    ภาพในอดีตจางหายไปแล้ว เกล้ามาศพอจะ เข้าใจความแค้นในใจของผีริ้วทองมากขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้เธอเปลี่ยนใจ จะตามหาความจริงและพยายามทำให้ผีร้ายได้รับการปลดปล่อย...และสิ่งแรกที่เกล้ามาศต้องทำคือบำบัดสร้อยดาวให้หายจากอาการตื่นกลัว เพราะอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับสวิตาซึ่งอาจเกี่ยวข้องบางอย่างกับผีริ้วทอง

    ความตั้งใจของเกล้ามาศเห็นผลในไม่ช้า อาการของสร้อยดาวดีวันดีคืน และเกือบได้กลับบ้านศุภมาศอยู่แล้ว ถ้าไม่เกิดเรื่องเสียก่อน...

    ช่วงเวลาเดียวกันที่วังติณชาติ...แม้ผีริ้วทองจะถูกจับขังในบาตรของพระปราบ แต่ทุกคนที่วังก็ต้องวุ่นวายไม่หยุด เพราะมีเหตุผีร้ายอาละวาดไม่เว้นวัน จนอินทนิลทนไม่ไหว ต้องพูดกับลูกสาวอย่างจริงๆจังๆ

    “แม่จะไม่ยอมให้มันเล่นงานพวกเราแบบนี้ แม่จะจัดการมัน แม่ขอรูปนี้ไปนะมาศ”

    พูดพลางคว้าภาพวาดรูปริ้วทองฝีมือของพริมจะเอาไปให้หมอผีจัดการ แต่เกล้ามาศก็ไม่ยอม ตามไปขวาง

    “คุณแม่คะ...มาศไม่อยากให้คุณแม่ทำร้ายริ้วทอง”

    “แล้วมาศจะปล่อยให้มันทำร้ายเราอยู่แบบนี้เหรอ แม่ไม่เอาด้วยหรอกนะ แม่กลัวตาย”

    “มาศบอกแล้วไงคะว่าตอนนี้ริ้วทองอยู่ในที่ ที่ปลอดภัย เขาออกมาทำร้ายเราไม่ได้ ผีที่คืนก่อนคุณแม่กับพวกป้าประยงค์เจอก็ไม่ใช่ผีริ้วทอง แต่เป็นใครไม่รู้ คุณแม่คะ...มาศรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันน่ากลัว แต่เราต้องมีสติ อย่าให้ความกลัวของเราเป็นช่องทางให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายเรา”

    เกล้ามาศปรายตาไปทางทรรศนะอย่างรู้ทัน อินทนิลมองตาม ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

    “ไม่ได้หรอก ยังไงแม่ก็ต้องจัดการมัน ท่านอาจารย์บอกว่าถ้าแม่ไม่อยากตายโหงก็ต้องรีบย้ายออกไปจากที่นี่ แต่แม่ตัดสินใจแล้ว แม่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น แม่จะสู้กับมัน!”

    “แต่จองเวรกันไปมา ปัญหามันก็จะไม่จบสิ้นสักที”

    อินทนิลนิ่วหน้า ไม่เข้าใจ เกล้ามาศเลยต้องอธิบายความจริง แต่ก็เพียงบางส่วนเท่านั้น

    “ติณชาติเคยทำร้ายริ้วทองค่ะ ทำร้ายจนตาย ริ้วทองเขาถึงได้โกรธได้เกลียดพวกเรามาก เขาอยากให้เรา...โดยเฉพาะมาศ ที่ริ้วทองคิดว่าเป็นท่านทวดรัมภากลับชาติมาเกิดชดใช้ให้เขา”

    “งั้นก็ยิ่งต้องจัดการมัน”

    “ไม่ค่ะคุณแม่...เราจะไม่จัดการด้วยวิธีรุนแรง เราจะต้องทำให้ริ้วทองยอมให้อภัยพวกเราแล้วไปสู่สุคติ เวรกรรมจะได้จบสิ้นสักที ถ้าคุณแม่อยากให้ริ้วทองไป เราไปไหว้ขอขมาริ้วทองด้วยกันไหมคะ...เผื่อว่าเขาจะให้อภัยเรา”

    ooooooo

    มะลิมาเที่ยวเมืองไทยได้พักใหญ่ ก็ถึงเวลาต้องกลับไปทำงานที่เมืองนอก แต่นางแบบสาวไม่อยากกลับ เพราะรู้สึกผูกพันกับทุกคนในเมืองไทยเสียแล้ว อาร์มได้แต่รับฟังด้วยสีหน้าอ่อนใจระคนเอ็นดู เข้าใจความรู้สึกเธอดี แต่ก็อยากให้เธอกลับอยู่ดี ไม่อยากให้เหลวไหลอยู่เมืองไทยโดยละเลยการงาน

    อาร์มไปส่งมะลิเช้าวันต่อมา แล้วแวะรับพริมไปวัดของพระปราบ เพราะได้ยินว่าจะได้เจอเกล้ามาศกับอินทวงศ์ที่นั่น อาจารย์สาวยอมให้ไปด้วย แต่ไม่วายบีบให้เขารับปาก จะไม่ก่อเรื่องทะเลาะกับอินทวงศ์เรื่องเกล้ามาศให้เสียเรื่อง อาร์มรับปากแกนๆ ไม่ได้หายเคืองอินทวงศ์ แต่แค่ไม่อยากให้เพื่อนสาวลำบากใจเท่านั้น

    เวลาเดียวกันที่บ้านอนรรฆ...ทรรศนะถูกเจ้าของบ้านเรียกตัวไปถามความคืบหน้าเรื่องวังติณชาติ

    “พี่นิลใจแข็งกว่าที่ผมคิด คุณอนรรฆให้เวลาผมอีกนิดเถอะครับ ผมสัญญาจะทำให้พี่นิลยอมขายวังให้ได้”

    “ก็ได้...ผมจะให้โอกาสคุณอีกสองวัน ถ้าผมยังไม่ได้ที่ดินวังติณชาติจากคุณ ผมจะส่งคนไปเยี่ยมถึงบ้าน”

    คำขู่ของอนรรฆทำให้ทรรศนะนึกขยาด แต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นยิ้ม เมื่ออนาวินเดินเอากุญแจรถสปอร์ตมาให้

    “ผมให้คุณเอาไปใช้ ถ้าคุณทำสำเร็จ...รถคันนี้จะเป็นของคุณ”

    ระหว่างที่ทรรศนะคิดหาทางหลอกล่อให้อินทนิลขายวังติณชาติ เกล้ามาศก็พาแม่ไปหาพระปราบ พร้อมกับพริมและอาร์ม พระหนุ่มยื่นบาตรให้ดู แล้วบอกว่าผีริ้วทองอยู่ในนั้น ไปทำร้ายใครไม่ได้อีก

    สีหน้าตึงเครียดของแม่ ทำให้เกล้ามาศนึกเป็นกังวล พร่ำขอเสียงอ่อน “มาศขอนะคะแม่ ใจคุณแม่

    ต้องอยากขออโหสิกรรมกับริ้วทองจริงๆ ดวงวิญญาณของริ้วทองจะได้สัมผัสได้ถึงความจริงใจของเรา”

    อินทนิลพยักหน้า พยายามทำตามที่ลูกสาวบอก แต่ก็ทำใจได้ลำบากเต็มที เกล้ามาศพอจะเข้าใจ แต่ก็อยากให้แม่เลิกจองเวรผีร้าย เลยเป็นฝ่ายเปิดฉากพูดกับผีร้ายเอง

    “ริ้วทอง...ฉันกับคุณแม่เป็นตัวแทนติณชาติมาขอโทษ ฉันไม่อยากให้เราต้องจองเวรซึ่งกันและกันอีกแล้ว เพราะถ้าเรายิ่งจองเวร เราก็จะยิ่งทุกข์ ฉันอยากให้เธอปลดปล่อยความแค้นทุกอย่างไว้ แล้วไปสู่สุคติ”

    แต่นอกจากผีริ้วทองจะไม่อโหสิกรรมด้วยแล้ว ยังแหวกลับเสียงเขียวอีกต่างหาก

    “ปล่อยความแค้นเหรอ ฝันไปเถอะมึง กูจะอยู่ฆ่ามึงอีรัมภา!”

    นอกจากน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ผีร้ายยังแผลงฤทธิ์ ทำส่งเสียงกรีดร้องกรอกหูเกล้ามาศ จนราชนิกุลสาวทรุดฮวบ

    “มึงได้ยินกูพูดใช่ไหมอีรัมภา มึงจงฟังกูไว้ให้ดี...กูจะไม่มีวันไปไหน จนกว่าพวกมึงจะชดใช้ให้กู ชีวิตของมึงและความฉิบหายของติณชาติ เป็นสิ่งเดียวที่จะสังเวยให้กู กูจะตามจองล้างจองผลาญ!”

    เกล้ามาศทำท่าจะแย่ อินทนิล พริมและอาร์มต้องช่วยประคอง พระปราบเห็นท่าไม่ดี เลยช่วยสวดมนต์ให้ผีร้ายสงบ ไม่แผลงฤทธิ์ใส่คนอื่นไม่เลือกหน้าแบบนี้

    ooooooo

    สวิตาติดใจคำพูดทิ้งท้ายของพระปราบ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ความลับบางอย่างของเธอ แต่ไม่ยอมบอกตรงๆ เลยตัดสินใจไปหลอกถามอินทวงศ์ แต่ไม่ทันได้เรื่อง สถาปนิกหนุ่มก็ขอตัวเมื่อพริมโทร.บอกว่าเกล้ามาศถูกผีริ้วทองทำร้ายที่วัด และตอนนี้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล

    ท่าทางกระตือรือร้นด้วยความเป็นห่วงของสถาปนิกหนุ่ม ทำให้สวิตาร้อนรุ่มด้วยความหึงหวง แต่กลับต้องปั้นหน้าเป็นวิตกแทน และขอตามไปเยี่ยมเกล้ามาศด้วย เพราะอยากรู้สถานการณ์ในวังติณชาติ

    อาการของเกล้ามาศไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และได้รับอนุญาตให้กลับมาพักที่บ้านได้ อาร์มเฝ้าดูเพื่อนสาวที่แอบรักด้วยความเป็นห่วง จนพริมอดหมั่นไส้ไม่ได้ และจัดการไล่ให้เขากลับกับเธอ เพื่อเปิดทางให้อินทวงศ์

    อาร์มไม่พอใจ แต่ก็ขัดพริมไม่ได้ ต้องกลับทั้งที่ไม่เต็มใจ อินทวงศ์เลยเข้าไปดูแลอาการของเกล้ามาศแทน ส่วนอินทนิลเป็นห่วงลูกสาวไม่แพ้กัน แต่เธอก็มีวิธีจัดการและแสดงออกในแบบของตัวเอง

    และวิธีที่เธอเลือกใช้ก็คือให้ทรรศนะไปตามหมอผีมาปราบผีริ้วทอง นายแบบหนุ่มอยากจะเป็นบ้า เพราะนั่นเท่ากับว่าอินทนิลไม่คิดขายวัง แต่ตั้งใจจะสู้กับผีร้ายเพื่อปกป้องลูกสาวและรักษาวังติณชาติไว้

    “พี่นิลอยากถูกผีริ้วทองฆ่าตายหรือไง ขายวังเถอะนะครับ ผมขอร้อง”

    “เรื่องอะไรพี่จะต้องขายหนีผี มันต่างหากที่ต้องกลัวเรา”

    ท่าทางอิดออดและบ่ายเบี่ยงของแฟนหนุ่ม ขัดใจอินทนิลมาก จนเกือบอาละวาดด้วยความร้อนใจและหัวเสีย แต่ทรรศนะก็รู้ตัวทันและพยายามใช้คำหวานหว่านล้อม

    “ทำไมถึงไม่เชื่อที่ผมพูด ผมรักพี่นิล ผมไม่อยากเห็นพี่นิลกับคุณมาศเป็นอะไรไป ผมรักพี่นิลนะครับ รักมาก...รักยิ่งกว่าชีวิตของผม ถ้าพี่นิลเป็นอะไรไป ผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง”

    “พี่จะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าทรรศเซ้าซี้ ไม่ทำตามสั่ง คนที่ต้องออกจากวังคนแรกไม่ใช่ผีริ้วทอง แต่เป็นทรรศ!”

    สวิตาแอบเห็นทุกอย่าง มองออกว่านายแบบหนุ่มมีแผนร้ายซ่อนเร้น เลยฉวยโอกาสนี้เกลี้ยกล่อมให้ร่วมมือกัน

    “ถ้าคุณสามารถเอากำไลจากพระปราบมาให้เพื่อนฉันได้ เพื่อนฉันจะช่วยให้คุณนิลยอมขายวัง”

    “เพื่อนคุณจะทำได้ยังไง ผมเป็นแฟนพี่นิล ผมยังทำไม่สำเร็จเลย”

    “เพื่อนฉันเขารู้ความลับของวังติณชาติ เพราะว่าเขาเคยอยู่ที่นั่น”

    “แล้วทำไมเขาไม่ไปเอาจากพระคืนเอง เป็นผีกลัวพระหรือไง”

    สวิตาสะดุ้ง เพราะริ้วทองเป็นผีจริงๆ แต่เพียงไม่นานก็ตีหน้าเฉยชากลบเกลื่อนท่าทีพิรุธ

    “ฉันไม่รู้เหตุผลหรอก เพื่อนฉันเขาไม่ได้บอกว่าแต่คุณเถอะ...จะรับข้อเสนอของฉันไหม”

    “ไปขโมยของจากพระ ถ้าผมถูกจับขึ้นมา ผมก็ซวยสิคุณ”

    “เชื่อฉันเถอะ...เพื่อนฉันจะช่วยคุณได้ทุกอย่าง แต่ก็ตามใจคุณนะ ฉันแค่เห็นว่าคุณดูเดือดร้อนที่คุณนิลไม่ยอมขายวัง ก็เลยอยากช่วยเหลือ ถึงได้กล้าเอาชื่อเสียงของฉันมาเสี่ยงยื่นข้อเสนอนี้กับคุณ แต่ถ้าคุณจะไม่รับก็ตามใจ”

    ทรรศนะลังเล กลัวตายและกลัวติดคุก แต่คำขู่ของ อนรรฆจะบุกมาเอาชีวิต ก็ทำให้ต้องยอมร่วมมือโดยไม่มีเงื่อนไข พระปราบรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าจะมีคนมาขโมยกำไลมาศ รวมถึงชะตาชีวิตของตนที่ถึงฆาตแล้ว!

    ooooooo

    เพราะรู้ตัวล่วงหน้า แต่ไม่คิดจะหนีกรรม

    พระปราบเลยย้ายบาตรไปไว้ในที่ปลอดภัย และส่งข่าวถึงอินทวงศ์ให้มารับบาตรไปเก็บไว้ เกล้ามาศสังหรณ์ใจบางอย่าง จำได้แม่นว่าได้ยินผีริ้วทองขู่ว่าล้อมเพชรจะมาช่วยให้ออกไปจากบาตร เลยตัดสินใจตาม สถาปนิกหนุ่มไปที่วัดด้วย

    เวลาเดียวกันที่วัดพระปราบ...สวิตาขับรถมาส่ง

    ทรรศนะ พร้อมกำชับหนักแน่น ขโมยกำไลมาให้ได้ แต่อย่าทำอะไรกระโตกกระตาก นายแบบหนุ่มรับปากแบบไม่ใส่ใจนัก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพระปราบ ซึ่งปรากฏตัวต่อหน้าในเวลาต่อมา ราวกับรู้ทันถึงแผนการชั่วร้ายของเขากับสวิตา ก็อดใจเสียไม่ได้

    พระปราบถอนใจยาว รู้ดีว่าแขกหนุ่มยามวิกาลต้องการอะไร แต่ก็ยังตั้งใจเตือนสติ แต่ทรรศนะก็ไม่สนใจฟัง

    “หลวงพี่จะมาเทศนาสอนธรรมะผมตอนนี้ เห็นทีว่าจะไม่สะดวกนะครับ”

    “อาตมามีเวลาเหลือน้อยเต็มที ไม่มีใครฝืนลิขิตของกรรมไปได้ อาตมาเลยอยากใช้ลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง...ให้ธรรมะแก่โยม จำเอาไว้...ไม่ว่าจะเกิดอะไรหลังจากนี้ โยมต้องรู้จักพอ อย่าใช้ชีวิตตามยถากรรม อย่าปล่อยให้กิเลสและคนอื่นครอบงำ”

    ทรรศนะงง ไม่เข้าใจสิ่งที่พระหนุ่มพูด แต่ไม่ทันหาบาตรพบ สวิตาก็โทร.มาตามเสียก่อน เพราะอินทวงศ์กับเกล้ามาศมาอยู่ที่นี่แล้ว นายแบบหนุ่มหน้าเสีย ลนลานจะหนี แต่ก็ถูกพระปราบรั้งตัวไว้ ด้วยความรักตัวกลัวตาย เลยพลั้งมือฆ่าพระหนุ่มตาย แล้วผลุนผลันหนีไปโดยไม่หันกลับ

    สวิตาอยากจะเป็นบ้าตายเมื่อรู้วีรกรรมของนายแบบหนุ่ม แต่ภารกิจขโมยกำไลก็สำคัญกว่า เพราะเธอแอบได้ยินอินทวงศ์กับเกล้ามาศคุยกับมัคนายกในวัด ซึ่งพระปราบฝากเรื่องไว้ ให้นำบาตรไปเก็บไว้ในโบสถ์

    นางเอกสาวพยายามอย่างหนัก กล่อมให้นายแบบหนุ่มยอมเข้าไปงัดโบสถ์เพื่อขโมยกำไลตัดหน้าพวกอินทวงศ์ และก็สำเร็จจนได้ แต่ทรรศนะก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะถูกผีริ้วทองทำร้าย โทษฐานที่เขาฆ่าพระปราบ!

    สวิตาเห็นท่าไม่ดี กลัวนายแบบหนุ่มจะตาย แล้วเรื่องจะวกมาที่เธอ เลยพยายามเกลี้ยกล่อมผีริ้วทอง

    “ที่จริงท่านมรณภาพไปก็ดี พระปราบขัดขวางเธอไม่ให้ได้แก้แค้นนังเกล้ามาศไม่ใช่เหรอ ปล่อยทรรศเถอะ เชื่อฉัน...เขาจะช่วยเราจัดการพวกติณชาติ ตอนเธอถูกขัง นังเกล้ามาศมันให้ท่าต๊ะต่างๆนานา ต๊ะกำลังหลงเสน่ห์มัน พวกเราจะร่วมมือจัดการมัน พวกมันจะไม่เหลืออะไรเลย เหมือนที่มันทำไว้กับเธอไงล่ะริ้วทอง”

    ทรรศนะรอดตายหวุดหวิด สวิตาเลยจัดการส่ง ผีร้ายไปฆ่าปิดปากสร้อยดาว ด้วยการหลอกล่อให้วิ่งหนี จนถูกรถชน กว่าอินทวงศ์ เกล้ามาศและทุกคนในบ้านศุภมาศจะมาพบ สร้อยดาวก็กลายเป็นศพแล้ว

    ผีริ้วทองเฝ้ามองผลงานตัวเองด้วยความสะใจ เกล้ามาศแอบเห็นภาพผีร้ายรางๆ และเก็บไปคิดมาก จนฝันร้ายตลอดคืนว่าถูกผีริ้วทองเล่นงานด้วยการเหยียบยอดอก จนแทบขาดใจตาย!

    การตายกะทันหันของสร้อยดาว ทำให้ทุกคนในบ้านศุภมาศใจเสียมาก โดยเฉพาะทรัพย์มณีกับอัญมณี ซึ่งเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เด็ก เลยอดไม่ได้จะส่งต่อความเป็นห่วงให้แก่อินทวงศ์ ซึ่งยืนกรานจะอยู่บ้านคนเดียว

    อินทวงศ์ไม่นึกประมาท เพราะพอรู้ฤทธิ์ของผีริ้วทองเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับเกล้ามาศ ระวังตัวอยู่เสมอ แต่กลับไม่เห็นด้วยกับอินทนิล ซึ่งจัดโต๊ะตั้งพิธีไหว้ศาลเป็นการใหญ่ เพื่อปัดรังควานผีริ้วทอง

    แต่ความจริง เกล้ามาศไม่ได้นึกลบหลู่ในพิธีการศักดิ์สิทธิ์ แต่มั่นใจมากกว่าว่าหมอผีที่แนะนำเรื่องนี้ต้องเป็นพวกเดียวกับทรรศนะ ซึ่งเธอปักใจแล้วว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ และไม่หวังดีกับแม่ของเธอ

    อินทนิลส่ายหน้าอ่อนใจกับอคติของลูกสาว “มาศอย่าลบหลู่ท่าน ปกติแม่ก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องหมอดูนัก แต่ท่านอาจารย์คนนี้ท่านเก่งจริงๆ ท่านพูดทักเรื่องเกี่ยวกับแม่กับวังของเรามาแต่ละอย่าง...ตรงเผง”

    “ทำไมคุณแม่ไม่คิดบ้าง ว่าท่านอาจารย์รู้เพราะทรรศให้ข้อมูล”

    “มาศ...เวลานี้มาศไม่ต้องกลัวทรรศหลอกหรอก มาศกลัวผีริ้วทองหลอกอย่างเดียวก็พอ”

    “มาศเคยเตือนคุณแม่แล้วไม่ใช่เหรอคะ อย่าให้ความกลัวมาปิดหูปิดตา ให้เราหลงเชื่อใครง่ายๆ มาศอยากให้คุณแม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเราเคยสร้างกรรมไว้ ต่อให้เราจ่ายเงินทำพิธีไหว้จนหมดเนื้อหมดตัว เราก็ล้างกรรมของเราไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องชดใช้กรรม”

    “มาศเชื่อยังไงก็เรื่องของมาศ แต่แม่เชื่อเรื่องป้องกันไว้ก่อนเป็นดี ถ้ามาศไม่เชื่อก็อย่ากวน แม่จะทำพิธีแล้ว”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564
    18 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 16:59 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์