นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กำไลมาศ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"

    ร่ำลาผัวรักเสร็จ ริ้วทองก็กลับไปอ้อนพ่อแม่ถึงเรือนเหมือนเคย แต่นายรวยกลับไม่อารมณ์ดีตามไปด้วย รู้สึกผิดไม่หายที่ลูกสาวคนเดียวเนรคุณ แย่งว่าที่คู่หมั้นเจ้านาย แต่กระนั้น...ก็ไม่มีประโยชน์จะคัดค้าน เพราะทุกอย่างเลยเถิดจนเกินแก้ไขแล้ว เลยได้แต่เตือนสติให้ลูกสาวทำตัวเป็นเมียที่ดี

    “ผัวไม่อยู่ เอ็งก็น่าจะอยู่ที่วังเขา คอยดูแลรับใช้แม่ผัว ท่านจะได้เมตตาเอ็ง”

    “ไม่เอาหรอก คนที่ศุภมาศเกลียดขี้หน้าฉัน ฉันไม่อยากอยู่ พ่อจ๊ะ...พี่ปรุงไปไหน”

    “ออกไปตัดกล้วย มันว่าจะเอามาให้แม่รื่นทำขนมไปขายที่ตลาด มันไปนานแล้ว เดี๋ยวก็กลับมา”

    ริ้วทองแสยะยิ้มร้าย คิดแผนเอาคืนหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ด้วยการปั่นหัวปรุง หลอกว่าถูกราชนิกุลสาวทำร้าย เพราะแค้นใจที่แย่งหม่อมเจ้าชายดิเรกมา ปรุงโกรธมาก ตั้งท่าจะไปเอาเรื่องเจ้านายสาวให้ได้ ริ้วทองสะใจมาก แต่เพื่อให้แผนสมจริงก็แกล้งโอด ขอไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่

    “ช่างไม่ได้ริ้ว พี่ต้องไปถามว่าทำไมถึงต้องทำกับเอ็งถึงเพียงนี้ด้วย”

    จบคำก็ผลักน้องสาวไปอีกทาง แต่ริ้วทองก็ไม่ยอมแพ้ ตามไปขวางอีกจนได้

    “พี่ปรุงเชื่อฉันเถอะนะ อย่าไปถามท่านหญิงเลย เพราะท่านหญิงจะไม่มีวันยอมรับ ดีไม่ดี...ท่านจะหาว่าฉันใส่ร้าย คราวนี้พ่อแม่ก็จะลำบากไปด้วย”

    “แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ท่านหญิงก็จะยิ่งได้ใจ”

    “ถ้างั้นพี่ปรุงต้องช่วยแก้แค้นท่านหญิงคืนให้ฉันสิจ๊ะ”

    ปรุงนิ่วหน้า ริ้วทองเลยถือโอกาสบอกแผนร้าย ให้เขาช่วยฉุดหม่อมเจ้าหญิงรัมภาไปขืนใจ!

    “จะให้พี่ไปข่มเหงท่านหญิงเหรอ พี่ทำไม่ได้หรอก”

    ริ้วทองกลัวพี่ชายไม่เล่นด้วย เลยแกล้งบอกเสียงอ่อน “ไม่ต้องถึงเพียงนั้นดอกจ้ะ แค่ทำให้ท่านหญิงกลัว เหมือนอย่างที่ฉันกลัว ท่านหญิงจะได้รู้บ้างว่าฉันรู้สึกอย่างไร แม่เล่าให้ฟังว่าตอนฉันไม่อยู่ ชายอรรถมารังแกพวกเรา พี่ปรุงไม่อยากเอาคืนบ้างหรือจ๊ะ นะจ๊ะพี่ปรุง...ถือว่าช่วยแก้แค้นให้ฉัน ให้พ่อแม่”

    ปรุงยังมีท่าทีลังเล ริ้วทองเลยส่งสายตาหวาน ใช้มารยาสาไถยออเซาะ

    “พี่ปรุงจ๋า...ถ้าพี่ปรุงไม่ช่วยฉัน ก็เท่ากับว่าพี่ลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับฉัน พี่ปรุงลืมมันแล้วหรือจ๊ะ”

    น้ำเสียงออดอ้อนของน้องสาวนอกไส้ที่หลงรักมานาน ทำให้ปรุงใจอ่อนยวบ ยิ่งเธอบีบน้ำตาร้องขอความเห็นใจ ทำให้เขาถึงกับเคลิ้ม เอ่ยตอบเสียงหวาน

    “พี่ไม่เคยลืม พี่เคยสัญญาว่าจะรักและดูแลเอ็งตลอดไป ต่อให้เอ็งเป็นของใครไปแล้ว พี่ก็ยังรักเอ็ง....ริ้วทอง”

    สารภาพจบก็โน้มตัวไปจูบน้องสาวอย่างดูดดื่ม ริ้วทองชะงักเล็กน้อย แต่ก็จำยอมเพราะอยากให้ปรุงช่วยแก้แค้น แต่ที่ทั้งสองไม่รู้คือหม่อมเจ้าหญิงภรณีผ่านมาเห็นทุกอย่าง ดวงตาเบิกโพลง หึงหวงจนเลือดขึ้นหน้า!

    ooooooo

    ภาพบาดตาบาดใจระหว่างปรุงกับริ้วทอง ทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตาไหลพราก แค้นใจสุดที่ถูกหักหลัง ความโกรธความเกลียดแล่นพล่าน โดยเฉพาะกับริ้วทอง นักเชิดหุ่นสาวที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมีพิษสง!

    เวลาเดียวกันที่หน้าวังติณชาติ...หม่อมเจ้าชายดิเรกวนรถกลับมาอีกครั้ง เพราะริ้วทองลืมกระเป๋าเสื้อผ้า แต่เมื่อเขาจะให้คนไปตามเมียรักมาเอาของ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็อาสารับไว้แทน

    หม่อมเจ้าชายดิเรกมีสีหน้าอึดอัด กลัวใจอดีตว่าที่คู่หมั้นสาว หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเลยต้องพูดให้สบายใจ

    “น้องไม่ทำลายกระเป๋าของริ้วทองหรอกค่ะ มันไร้แก่นสาร”

    “พี่รบกวนน้องรัมภาด้วย แล้วพี่จะซื้อขนมบูตูที่น้องชอบมาฝาก”

    “ขอให้เจ้าพี่เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอค่ะ”

    พูดจบก็ขอตัวจากไป ทิ้งหม่อมเจ้าหญิงรัมภาให้มองตามเศร้าๆ ก่อนจะตกใจหน้าเสีย เมื่อหม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งกระเซอะกระเซิงมาจากอีกทาง มือไม้เลือดซิบ เต็มไปด้วยบาดแผลจากการดึงทึ้งต้นไม้รกๆข้างทาง

    “พี่หญิงณี พี่หญิงณีเป็นอะไรคะ ทำไมพี่หญิงถึงเป็นเช่นนี้”

    “น้องรัมภาเรียกเจ้าพี่กลับมา พี่มีเรื่องจะบอกเจ้าพี่”

    “แต่เจ้าพี่ไปแล้ว พี่หญิงมีเรื่องอะไรจะบอกเจ้าพี่หรือคะ”

    “ริ้วทอง...ริ้วทองมันแพศยา มันคบชู้กับปรุงของพี่!”

    เจิมซึ่งมาช่วยดูอาการถึงกับหูผึ่ง หม่อมเจ้าหญิงรัมภากลัวพี่สาวจะเสียหาย เลยจัดการไล่สาวต้นห้องไปอีกทาง และเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง หม่อมเจ้าหญิงภรณีถึงได้ยอมเปิดปากเล่าด้วยความแค้นใจสุดขีด

    “นังผู้หญิงแพศยา นังงูพิษ ทำตัวไม่ต่างจากหญิงโคมเขียว พี่น่าจะเชื่อน้องหญิงตั้งแต่แรกว่าริ้วทองเลว”

    “แต่เรื่องแบบนี้จะโทษริ้วทองฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก เพราะถ้าชายไม่โฉด หญิงคงจะชั่วไม่สำเร็จ”

    “ไม่จริง...ปรุงเป็นคนดี ปรุงเผลอตัวไปก็เพราะว่าริ้วทองยั่วยวนให้ปรุงหลงเสน่ห์เหมือนที่พี่อรรถเคยหลง”

    “เจ้าพี่เข้าข้างปรุงมากเกินไป”

    “หรือจะให้พี่เข้าข้างริ้วทอง ลืมไปแล้วหรือว่าใครคือคนที่เคยแย่งเจ้าพี่ดิเรกไปจากน้องหญิง”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหน้าตึง คำพูดแทงใจดำของพี่สาว ทำให้เจ็บแปลบในอก แต่ยังเชิดหน้าอย่างทระนง

    “เราต้องอยู่กับความจริงค่ะ แล้วเราจะทุกข์น้อยลง พี่หญิงก็เช่นกัน ปรุงไม่ใช่คนดี พี่หญิงไม่เหมาะสมกับปรุง”

    “น้องหญิงรู้หรือว่าพี่...”

    “ค่ะ...หญิงรู้ และหญิงก็ดูออกด้วยว่าปรุงเขาไม่ได้รักพี่หญิงเลย”

    “ก็ถ้าไม่มีริ้วทอง ปรุงก็จะรักพี่ ถ้าไม่มีมัน...เจ้าพี่ก็จะรักน้องหญิงเหมือนกัน น้องหญิงต้องเอาคืนริ้วทอง รีบหาทางบอกให้เจ้าพี่รู้เรื่องความหยำฉ่าของมัน เจ้าพี่จะได้ตาสว่าง”

    “เรากล่าวหาเขาด้วยลมปาก เจ้าพี่ไม่เชื่อดอกค่ะ ดีไม่ดีเราจะถูกกล่าวหากลับว่าใส่ร้ายริ้วทอง”

    “น้องหญิงจะยอมปล่อยให้มันหลอกเจ้าพี่หรือ”

    “เขาเลือกกันมาก็ต้องปล่อยให้เขาเรียนรู้กันไป พี่หญิงเองก็ต้องปล่อยวาง อย่าร้อนรนไปให้เกินงาม ไม่เช่นนั้นคนที่จะเสียก็คือเรา...ไม่ใช่ริ้วทอง!”

    ooooooo

    ระหว่างที่ริ้วทองคิดแผนร้ายเอาคืนหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ล้อมเพชรก็เตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการให้เหมยกุยทำพิธีคุณไสยบางอย่าง เพื่อให้ความหวังจะได้เป็นสะใภ้วังศุภมาศเป็นจริง

    เหมยกุยอยากให้ญาติที่รักสมหวัง เลยตัดสินใจใช้วิชาพิเศษ ควักตลับเงินใส่ขี้ผึ้งออกมา

    “สีผึ้งเครือเถาหลง แม่ฉันเคยสอนให้ทำ แต่ฉันไม่เคยทำให้ใคร นอกจากล้อมคนเดียว...หลับตาสิล้อม”

    ล้อมเพชรหลับตา ตั้งจิตอธิษฐาน เหมยกุยทำปากขมุบขมิบท่องคาถา แล้วใช้นิ้วแตะขี้ผึ้งป้ายบนปากและคิ้วทั้งสองข้างของญาติสาว ก่อนจะโน้มหน้าไปใกล้ เอ่ยมนตร์ดำ

    “อำนาจเครือเถาหลง ขอให้โดนรักโดนหลง ขอให้อยู่ในวังวนของคำกู!”

    พูดจบก็เป่าเบาๆบนหน้าผากญาติสาว ก่อนจะพากันออกจากบ้านไปหาริ้วทองที่วังศุภมาศ หม่อมถมยาเป็นคนรับหน้า ปรายตามาอย่างหยามเหยียด เมื่อสองสาวจากร้านเพชรบอกว่าเป็นเพื่อนริ้วทอง

    “ริ้วทองไม่อยู่ ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้าอยากเอาของไปให้ก็ตามไปวังติณชาติโน่น”

    ล้อมเพชรแสยะยิ้มร้าย ก่อนจะทดลองใช้อิทธิฤทธิ์ขี้ผึ้งมหาเสน่ห์เป็นครั้งแรก เอ่ยขอให้หม่อมถมยายอมให้เธอกับเหมยกุยขึ้นไปสำรวจห้องนอนของหม่อมเจ้าชายดิเรก

    หม่อมถมยาขยับปากจะห้าม แต่เพราะฤทธิ์ขี้ผึ้งมหาเสน่ห์ ทำให้ตอบรับโดยไม่รู้ตัว ล้อมเพชรกับเหมยกุยพอใจมาก และเมื่อได้พบของรักของหวงของท่านชาย ผ้าคาดเอวที่เป็นของแทนใจของริ้วทอง ก็สาแก่ใจยิ่งนัก

    “ฉันเคยบอกแล้วว่าดวงล้อมจะต้องได้สมหวังกับคนมียศมีศักดิ์ โชคถึงได้เข้าข้างให้เราเจอสิ่งนี้”

    คืนเดียวกันที่วังติณชาติ...ริ้วทองกับปรุงเริ่มต้นแผนเอาคืนหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ด้วยการล่อลวงหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์ไปทำร้าย เจิมมาพบเข้าเลยช่วยกันกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาจะพาพี่ชายไปหาหมอ แต่ระหว่างที่เจิมไปตามคนงานมาช่วยแบก ปรุงก็โผล่มาโปะยาสลบราชนิกุลสาวเสียก่อน!

    ปรุงหอบร่างหมดสติของเจ้านายสาวเข้าไปในป่าลึก ตั้งท่าจะข่มเหงแก้แค้นให้น้องสาวเต็มที่ แต่สำนึกผิดชอบชั่วดี ก็ทำให้ลังเล ริ้วทองซึ่งแอบดูจากอีกมุม ต้องส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ เขาถึงได้ลงมือจริงๆจังๆ

    แต่ไม่ทันขยับตัว หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ฟื้นขึ้นเสียก่อน ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง จนถูกจับกระแทกต้นไม้ใหญ่ข้างทางอย่างแรง ราชนิกุลสาวยังไม่เห็นหน้าปรุง เพราะเขาใช้ผ้าคาดหน้าไว้ เลยเข้าใจว่าเป็นคนร้าย เธอแกล้งสลบไปอึดใจ ก่อนจะผงกหัวขึ้นมาอีกครั้ง คว้ากิ่งไม้แหลมใกล้มือปักที่ขาเขาเต็มแรง!

    ปรุงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด และเกือบพลาดท่าถูกจับได้แล้ว ถ้าริ้วทองจะไม่โผล่มาขวางก่อน เขาเลยหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ทิ้งหม่อมเจ้าหญิงรัมภาให้เผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจตามลำพัง

    “ท่านหญิง...เป็นอะไรเพคะ ไอ้คนนั้นมันข่มเหงท่านหญิงหรือเพคะ”

    หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่ตอบ แต่วิ่งเตลิดไปอีกทาง เลยได้เจอกับหม่อมเจ้าหญิงภรณี เจิมและบัว ซึ่งเพิ่งไปตามคนมาช่วย และสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนโดนใครทำร้าย ก็ทำให้แตกตื่นกันใหญ่

    “น้องหญิง...เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ใครทำร้ายน้องหญิง”

    “หญิงไม่รู้ มันเข้ามาจับตัวหญิงไปที่ป่าท้ายวัง แล้วมันก็จะข่มเหงหญิง”

    พูดจบก็ร้องไห้โฮ หม่อมเจ้าหญิงภรณีต้องดึงตัวน้องสาวมากอดปลอบ ก่อนจะนิ่วหน้าสงสัย เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นปรุงเดินกะเผลกมาจากอีกทาง!

    แต่ข้อข้องใจทั้งหมดก็ต้องถูกปัดทิ้ง เมื่อหม่อม เจ้าหญิงรัมภามีอาการตื่นกลัวอย่างหนัก

    “หญิงไม่รู้ มันปิดหน้าปิดตาหมดเลย ดีที่น้องเอาไม้แทงขามันเสียก่อน หญิงถึงรอดมาได้”

    “โถ...น้องหญิง พี่ว่าน้องหญิงรีบไปทูลท่านพ่อดีกว่า ท่านจะได้สั่งให้คนออกตามตัวมาลงโทษ”

    “หญิงไม่อยากบอกใครให้เรื่องใหญ่โต ถึงหญิงจะปลอดภัย แต่เรื่องฉาวโฉ่พรรค์นี้ เป็นที่สนุกปากของคนนัก หญิงต้องถูกตีตราบาปด้วยคำนินทาของคนว่าถูกคนใจทรามข่มเหงรังแก แล้วหญิงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

    เจิมเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเจ้านายสาวมาก สาปส่งคนร้ายใหญ่ที่ทำให้เสื่อมเสียถึงเพียงนี้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีนึกถึงคำบอกเล่าของน้องสาว ว่าแทงขาคนร้ายถึงหนีมาได้ ก็นึกสังหรณ์บางอย่าง...หรือว่าปรุงจะเป็นคนร้าย!

    ooooooo

    สังหรณ์แรงกล้าทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีตัดสินใจไปดูด้วยตาตัวเองถึงเรือนพัก หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองตามพี่สาว สะกิดใจท่าทีแปลกๆ เลยส่งเจิมไปสอดแนม เพราะอยากรู้มากว่าพี่สาวมีความลับอะไร

    ริ้วทองไม่รู้ว่าความลับจะแตก มัววุ่นวายกับการช่วยหายาใส่แผลให้ปรุง แต่เขากลับทำหน้างอใส่ เพราะคิดว่าเธอหลอกใช้ เพราะหายหน้าไปนานสองนาน ไม่โผล่มาช่วยตอนเขาโดนแทง

    “ฉันโขลกใบฝรั่งกับน้ำปูนใสมาให้ทาแผล แล้วก็มีเสื้อผ้ากับถุงเงิน พี่ไปหาที่หลบซ่อนตัวก่อนแล้วกัน รอให้แผลหายแล้วค่อยกลับมา ฉันจะบอกพ่อกับแม่ว่าพี่ออกไปหางานทำ ฉันไปนะ ออกมานานเดี๋ยวพ่อแม่จะสงสัย”

    พูดจบก็ทำท่าจะผละไป แต่ปรุงก็ยื้อไว้ ส่งเสียงดังเอะอะจนหม่อมเจ้าหญิงภรณีกับเจิมได้ยินเข้า!

    “เจ็บกายเท่านี้พี่ทนได้ แต่ถ้าเอ็งโกรธพี่ พี่ทนไม่ได้ดอกนะริ้ว”

    ภาพบาดตาไม่อาจทำให้ราชนิกุลสาวตะลึงเท่าแผลที่ขาของเขา เช่นเดียวกับเจิม เต้นเป็นเจ้าเข้า เมื่อเห็นหลักฐานคาตาว่าคนร้ายตัวจริงก็คือปรุงนี่เอง!

    เจิมทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ก็ถูกหม่อมเจ้าหญิงภรณีรั้งตัวไว้ ให้แอบฟังต่อไป ริ้วทองไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบฟัง ทำท่ากระเง้ากระงอด โวยใส่พี่ชายที่ทำพลาด

    “ฉันไม่ได้โกรธพี่มากนัก แต่ฉันเสียดายที่พี่จัดการนังท่านหญิงไม่สำเร็จ”

    “พี่ผิดที่ทำพลาด แต่เท่านี้ท่านหญิงรัมภาก็อับอายไปจนวันตายแล้ว”

    ริ้วทองตาลุกวาว สวนเสียงกร้าว “แต่มันยังไม่สาแก่ใจฉัน ถ้าจะให้ดีพี่ควรจับท่านหญิงรัมภาเป็นเมียให้รู้แล้วรู้รอด ลูกนายรวยจะได้เป็นทั้งเขยติณชาติและสะใภ้ศุภมาศ”

    “ระวังความแค้นจะเผาตัวเองนะริ้ว”

    แต่มีหรือริ้วทองจะยี่หระ ความแค้นและความริษยาสุมอก จนต้องระเบิดอารมณ์ออกมา

    “นังหญิงรัมภามันทำฉันก่อน และฉันก็เชื่อว่านังหญิงรัมภามันไม่ยอมจบกับฉันง่ายๆแน่ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่สั่งคนไปปลุกปล้ำฉัน แต่ฉันไม่กลัวดอก ฉันจะจองล้างจองผลาญกับมันจนกว่าจะตายกันไปข้าง!”

    หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับเจิมสะกดกลั้นอารมณ์อย่างมาก ก่อนจะพากันออกมาอีกมุม และสาวต้นห้องก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว โกรธแค้นแทนหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเต็มที

    “อีริ้วทอง...อีงูพิษ อีชาติชั่ว เรารีบไปทูลบอกท่านหญิงรัมภาให้รู้ จะได้หาทางจัดการทั้งนังริ้วทองกับไอ้ปรุง”

    โวยจบก็ตั้งท่าจะไปฟ้องเจ้านายสาว แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ห้ามไว้

    “ท่านหญิงห้ามหม่อมฉันทำไมมังคะ”

    “เจิมก็ได้ยินที่ริ้วทองพูดไม่ใช่หรือ ถ้าน้องหญิงรู้เรื่องแล้วมาจัดการริ้วทอง ริ้วทองก็จะต้องย้อนกลับมาแก้แค้นน้องหญิงอีก แล้วคนใจชั่วอย่างริ้วทองกล้าทำได้ทุกอย่าง คนที่จะเดือดร้อนก็น้องหญิงหัวแก้วหัวแหวนของเจิม”

    “จริงด้วย แล้วเราจะจัดการพวกมันอย่างไรดี”

    “หญิงไม่รู้ หญิงรู้แค่เพียงว่าริ้วทองเป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมด ถ้าไม่มีริ้วทอง เราทุกคนจะมีความสุขกันมากขึ้น”

    เจิมยิ้มร้าย เข้าใจความหมายของเจ้านายสาวดี “ใช่แล้ว...ถ้าไม่มีนังริ้วทอง ท่านหญิงรัมภาของหม่อมฉันก็จะมีความสุข เช่นนั้นก็อย่าปล่อยให้งูพิษอย่างมันมีชีวิตอยู่ให้รกหูรกตาอีกต่อไป!”

    ooooooo

    หม่อมเจ้าชายดิเรกไปทำงานต่างจังหวัดหลายวันแล้ว แต่ไม่มีวันไหนจะทำให้เขาสะดุ้งตื่นกลางดึก พร้อมลางสังหรณ์บางอย่างว่าเมียรักกำลังตกอยู่ในอันตราย...

    ริ้วทองไม่ได้สำเนียกถึงภัยร้าย ดำเนินชีวิตเหมือนเป็นปกติ ช่วยพ่อแม่จัดโน่นนี่ในคณะละคร โดยไม่รู้เลยว่าหม่อมเจ้าหญิงภรณีกับเจิมช่วยกันวางแผนร้าย จะเอางูมาปล่อยในห้องของเธอ!

    งูร้ายหลายตัวถูกนำไปปล่อยในห้องของริ้วทองตอนเจ้าของห้องไปอาบน้ำ และระหว่างขากลับ ริ้วทองก็แวะไปคุยกับพ่อแม่ ซึ่งกำลังทำความสะอาดหุ่นกระบอก นางรื่นนั่งช่วยผัวทำงาน อยากให้ไปพัก แต่นายรวยก็ยืนกรานจะทำให้เสร็จก่อนนอน ริ้วทองเห็นท่าทางซึมๆ เครียดๆของพ่อ ก็อดไม่ได้จะถามด้วยความอยากรู้

    นายรวยถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยด้วยความหนักใจ “เอ็งไปแย่งผัวลูกสาวเขา เขาไม่ให้เราอยู่นานดอก แล้วหุ่นกระบอกพวกนี้ ก็เป็นสมบัติของวังติณชาติ ไม่ใช่ของเรา เรามาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว”

    “ประเดี๋ยวฉันเอาของไปเก็บ แล้วออกมาช่วยนะจ๊ะ ในห้องฉันก็มีหุ่นนางยี่สุ่น เอามาทำความสะอาดด้วยเลย”

    ริ้วทองผละไปแล้ว แต่ไม่ทันเข้าห้องไปเจออสรพิษร้าย บัวก็มาตามไปตึกใหญ่ เพราะคนจากวังศุภมาศนำโทรเลขของหม่อมเจ้าชายดิเรกมาให้ นักเชิดหุ่นสาวตื่นเต้นมาก รีบคว้าผ้าคลุมแล้ววิ่งไปตึกใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่าการจากไปครั้งนั้น จะทำให้ไม่ได้เห็นหน้าพ่อแม่อีกตลอดกาล!

    นายรวยกับนางรื่นจัดการทำความสะอาดหุ่นของตนเสร็จ ก็เข้าไปเอาหุ่นนางยี่สุ่นในห้องลูกสาว แต่ไม่ทันได้หยิบจับอะไร สองผัวเมียเจ้าของคณะหุ่นกระบอก ก็ต้องนอนกอดกันจนตายเพราะถูกงูฉกตาย!

    ความตายของนายรวยนางรื่น ไม่ได้แค่ทำให้ริ้วทองกับปรุงร่ำไห้แทบขาดใจ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็รู้สึกผิดมาก เพราะไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเจ้าของคณะละครทั้งสอง แต่อยากแก้แค้นริ้วทองเท่านั้น

    คุณทวดภรณีรู้สึกตัวตื่นหลังจากนั้น...ภาพอดีตแสนเศร้าเลือนหายไปแล้ว แต่น้ำตาของเธอยังไหลพรากไม่หยุด ความรู้สึกเก่าๆเวียนมาหาเธออีกครั้ง โชคดีที่เกล้ามาศคอยอยู่เป็นเพื่อน คุณทวดภรณีเลยสงบลงได้

    เช้าต่อมา...เพื่อความสบายใจของคุณทวดภรณี เกล้ามาศกับอินทวงศ์เลยพาไปทำบุญกับพระปราบ ผีริ้วทองเฝ้ามองตลอด และเอ่ยปากสาปแช่งโดยไม่มีใครได้ยินว่าจะไม่ขอรับส่วนบุญส่วนกุศลจากคนตระกูลติณชาติ!

    หลังทำบุญกรวดน้ำ เกล้ามาศก็ตัดสินใจปล่อยคุณทวดให้คุยกับพระปราบตามลำพัง เพราะดูออกว่าคุณทวดเหมือนมีบางอย่างในใจ และคงไม่ยอมบอกใคร นอกจากพระหนุ่มเท่านั้น

    อินทวงศ์กำลังกรวดน้ำ เกล้ามาศเดินมาสมทบ ทันได้ยินเขาอุทิศส่วนกุศลให้ผีริ้วทอง

    “มารับบุญไปนะริ้วทอง คุณมาศตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คุณจริงๆ”

    เกล้ามาศอมยิ้ม ประทับใจเขามาก “ขอบคุณนะคะที่คุณพยายามไกล่เกลี่ยให้ฉันกับริ้วทอง”

    “แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า ว่าแต่คุณลงมาทำไมครับ”

    “ท่าทางท่านทวดอยากคุยกับพระปราบตามลำพังน่ะค่ะ ดีเหมือนกัน เผื่อพระปราบจะช่วยให้ท่านสบายใจขึ้น”

    “ผมก็เห็นเหมือนกัน ตั้งแต่ผมไปรับคุณกับท่านทวด ท่านทวดดูไม่ผ่อนคลายเลย ท่านไม่สบายหรือเปล่าครับ”

    “ไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะถามท่านเท่าไหร่ ท่านก็ไม่ยอมบอก”

    เวลาเดียวกันที่กุฏิพระปราบ...คุณทวดภรณีเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมบอกเรื่องที่ค้างใจ จนพระปราบต้องเอ่ย

    “อาตมาไม่มีอำนาจหยั่งรู้ความคิดของโยมได้หรอกนะ ถ้ามีสิ่งใดติดค้างคาใจก็พูดออกมาเถอะ”

    “ฉันเคยสงสัยว่าทำไมฉันถึงมีอายุยืนยาวนัก ทั้งที่ชีวิตที่เป็นอยู่ไม่ได้มีความสุขเลย ไหนจะต้องทนเห็นคนรักล้มหายตายจากไปทีละคน ต้องเห็นลูกหลานผิดหวังเรื่องความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องทนกับสภาพร่างกายตัวเอง บางครั้งเคยคิด...ถ้าตายแบบน้องรัมภาก็ยังดีกว่า ไม่ต้องรับรู้สิ่งใด แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะเวรกรรมที่ฉันเคยทำไว้”

    “โยมเคยทำกรรมใดไว้”

    คุณทวดภรณีอึกๆอักๆ แต่สุดท้ายก็จำยอมสารภาพความลับที่เก็บไว้มานาน

    “ฉัน...ฉันเคยฆ่าพ่อแม่ของริ้วทองค่ะ”

    พระปราบถึงกับชะงัก รู้ดีว่าผีริ้วทองแอบฟังอยู่ แต่คุณทวดภรณีไม่รู้ พรั่งพรูสารภาพไม่ขาดปาก

    “ฉันทำให้ริ้วทองสูญเสียพ่อแม่ ชีวิตฉันถึงต้องสูญเสียคนที่ฉันรักทุกคน ต่อไปไม่รู้ว่าฉันจะต้องใจสลายเรื่องใดอีก ฉันอยากหลุดพ้นจากกรรมของตัวเองเหลือเกินค่ะหลวงพี่”

    “ไม่มีใครหลุดพ้นจากกรรมของตัวเองไปได้ ต่อให้หนีกันไปไกลแสนไกล แต่อำนาจของกรรมที่ทำไว้จะชักนำให้โยมต้องกลับมาพบกับเจ้ากรรมนายเวร...เหมือนเช่นตอนนี้”

    พระปราบปรายตาไปทางมุมหนึ่ง ถอนใจยาว เมื่อได้ยินคำพูดเกรี้ยวกราดของผีร้าย

    “มึงต้องชดใช้ให้กู...อีภรณี!”

    ooooooo

    สายตาอาฆาตของผีริ้วทอง ทำให้พระปราบเป็นกังวล เมื่อเกล้ามาศกับอินทวงศ์มารับคุณทวดภรณี เลยตัดสินใจบอกความจริงบางอย่าง

    “โยมณีเคยสร้างกรรมไว้กับพ่อแม่ของโยมริ้วทอง โยมริ้วทองกำลังจะทวงคืน!”

    ความจริงจากพระปราบ ทำให้เกล้ามาศเครียดหนัก ยิ่งคุณทวดมีอาการเห็นภาพหลอนแปลกๆ ยิ่งทำให้แทบนั่งไม่ติด ต้องเกลี้ยกล่อมคุณทวดให้ย้ายจากเรือนไทยหลังวังไปตึกใหญ่ คุณทวดภรณีไม่ขัดใจหลาน ยอมย้ายจากเรือนเก่าที่อยู่มานาน เพราะอยากให้หลานสาวคนเดียวสบายใจ

    “มาศดีใจจังเลยค่ะ ที่ท่านทวดยอมย้ายขึ้นมาอยู่ที่ตึกใหญ่กับมาศ”

    “ทวดมาอยู่บนนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้เจอนิลกับมาศมากขึ้น ไม่รู้ว่าทวดจะได้อยู่เห็นหน้าพวกเราอีกนานแค่ไหน”

    “ท่านทวดอย่าพูดแบบนี้นะคะ ท่านทวดต้องอยู่กับมาศไปอีกนาน”

    “ถ้าอยากให้ทวดอยู่ มาศก็แต่งงานสิ ทวดจะได้มีกำลังใจอยากอยู่เห็นหน้าเหลน ถ้าพร้อมก็มาขอนะคุณต๊ะ”

    อินทวงศ์ซึ่งอยู่ช่วยขนของรีบตอบรับ เกล้ามาศได้แต่มองมาเขินๆ ก่อนจะหันไปรับสร้อยพระจากประยงค์มามอบให้คุณทวดภรณีสวมเพื่อป้องกันตัวจากวิญญาณร้าย

    ผีริ้วทองเห็นสร้อยพระบนคอคุณทวดภรณีก็โกรธมาก แล่นไปหาสวิตาถึงบ้าน ให้ช่วยหาทางถอดสร้อยพระให้ แต่เพียรร้องเรียกเท่าไหร่ นางเอกสาวก็ไม่ยอมออกไปพบ ไม่อยากถูกสิงให้เปลืองตัวอีกต่อไป

    ไลยเห็นลูกสาวเดินพล่านด้วยความหงุดหงิด สอบถามก็ได้ความว่าหัวเสียเพราะผีริ้วทองมาเรียกไปใช้งาน เจ้าของร้านเครื่องประดับเลยตัดสินใจเอาผ้ายันต์ซึ่งได้จากพระปราบมาแปะหน้าบ้านอีกรอบ ผีริ้วทองเลยเข้ามาในบ้านไม่ได้ นอกจากอาละวาดฟาดหัวฟาดหางคนเดียว

    “ทำไมไม่ออกมาหากู กูจะฆ่าอีภรณี!”

    ข่าวค้นพบโครงกระดูกในสระท้ายวังติณชาติกลายเป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ในอีกไม่กี่วันต่อมา ทรรศนะซึ่งกลับมาเป็นแฟนหนุ่มคนเดิมของอินทนิลเห็นเข้าก็คิดแผนร้าย แกล้งทำตกใจ

    “เจอโครงกระดูกในสระน้ำติณชาติ พี่นิลเห็นข่าวนี้แล้วใช่ไหมครับ”

    “เห็นแล้ว ก่อนมาหาทรรศ พี่ก็เพิ่งไปให้ปากคำกับตำรวจ ต่อไปก็รอผลตรวจอายุของโครงกระดูกว่าตายมาแล้วกี่ปี ถ้ามากกว่ายี่สิบปี คดีก็จบ เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงจะรู้”

    “คุณพี่คิดว่ากระดูกน่าจะเป็นของใคร”

    “ก็น่าจะเป็นของคนเก่าคนแก่ที่เคยอยู่ในวัง เพราะท่านย่าณีบอกว่าเคยเห็นท่านย่ารัมภา น้องสาวของท่านฆ่าตัดมือผู้หญิงชื่อริ้วทอง เพราะเรื่องหึงหวง”

    ทรรศนะทำหน้าสยอง อินทนิลนึกสนุก แกล้งแหย่

    “รู้แล้วก็จำไว้ซะ ว่าพี่มีพันธุกรรมหึงโหดในสายเลือด ทรรศจะได้ไม่กล้าไปยุ่งกับใครอีก”

    “ถ้าผมไม่ไปยุ่งกับคนอื่น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะรักต่างหาก”

    คำพูดออดอ้อนเสียงหวานของแฟนหนุ่ม ทำให้อินทนิลหน้าบาน ทรรศนะได้ใจตะล่อมให้ไฮโซสาวขายวัง

    “พี่นิลครับ ผมว่านะ...ถ้าเรื่องเจอโครงกระดูกคนแพร่ออกไป อีกไม่นานวังติณชาติจะต้องถูกลือว่ามีผีสิงผีดุ ราคาที่ดินของวังต้องตกฮวบลงแน่ๆ งั้นพี่นิลรีบขายวังเถอะครับ แล้วเอาเงินไปสร้างคฤหาสน์ใหม่”

    “ขอบใจจ้ะที่หวังดีกับพี่ แต่ราคามันจะขึ้นมันจะตกก็ช่างมัน พี่ไม่สนใจ เพราะพี่ไม่เคยคิดจะขายวังติณชาติ พี่เคยบอกแล้วไง คฤหาสน์แค่มีเงินก็สร้างได้ แต่วังสร้างใหม่กันไม่ได้”

    อินทนิลผละไปแล้ว ทิ้งทรรศนะให้ยืนฮึดฮัดคนเดียว

    “กูจะทำยังไงให้อีนิลยอมขายวังวะเนี่ย!”

    ooooooo

    แม้จะย้ายคุณทวดภรณีให้มาอยู่บนตึกใหญ่แล้ว แต่เกล้ามาศก็ยังไม่สบายใจ ประสบการณ์ครั้งก่อนที่ริ้วทองอาละวาดจนคุณทวดภรณีเกือบตาย ทำให้เป็นกังวล ต้องชวนอินทวงศ์ไปหาพระปราบในวันต่อมา

    “ที่เรามาหาหลวงพี่วันนี้ เพราะอยากให้หลวงพี่ช่วยท่านทวดค่ะ เมื่อก่อนริ้วทองทำร้ายท่านทวดเสียเกือบแย่ มาศไม่อยากให้ท่านทวดเป็นอะไรไป หลวงพี่พอจะมีวิธีช่วยท่านทวดของมาศไหมคะ”

    “ไม่มีใครช่วยได้หรอกโยม กรรมที่โยมณีเคยก่อไว้แล้ว อย่างไรเสีย โยมณีก็ต้องชดใช้ในไม่ช้า”

    “แต่ถ้าท่านทวดเป็นอะไรไป ทั้งที่มาศรู้ดีแก่ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับท่านทวด มาศก็จะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”

    “เราหยุดกรรมของโยมณีไม่ได้ แต่เราช่วยหยุดโยมริ้วทองไม่ให้สร้างกรรมใหม่ได้ เพราะถ้าโยมณีเป็นอะไรไปเพราะโยมริ้วทอง เวรกรรมก็จะต้องตกอยู่ที่โยมริ้วทอง ต้องตามไปชดใช้ให้กันไม่รู้จักจบจักสิ้น”

    “จริงด้วยค่ะ เพราะถ้าหยุดริ้วทองได้ ท่านทวดณีก็จะปลอดภัย”

    พริมซึ่งเพิ่งตามมาสมทบโพล่งขึ้น แต่ที่ยังคิดไม่ออกคือจะหยุดผีร้ายได้อย่างไร พระปราบนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะนั่งสมาธิ นึกย้อนไปในอดีต ภาพของกำไลมาศและเรื่องราวทุกอย่าง ก็ทำให้คิดได้

    “กำไล...ดวงจิตของโยมริ้วทองผูกพันกับกำไลวงนั้น ถ้าได้กำไลก็เท่ากับว่าได้ดวงวิญญาณของริ้วทองเช่นกัน”

    อินทวงศ์พยักหน้ารับรู้ แต่ก็ยังหนักใจ “แต่ผมไม่รู้ว่าตอนนี้กำไลอยู่ที่ไหน”

    “หลวงพี่ช่วยหาให้หน่อยได้ไหมคะ” พริมขอร้อง

    “อาตมาทำไม่ได้หรอกโยม เพราะมันขึ้นอยู่กับบุญพาวาสนาของพวกโยมกับโยมริ้วทองว่าจะมีบุญต่อกันมากพอจะให้ช่วยขัดขวางไม่ให้โยมริ้วทองทำกรรมได้หรือไม่”

    “หมายความว่าพวกเราต้องหากำไลกันเองหรือคะ”

    “ถ้าคิดจะทำอะไรกันก็อย่ารอช้า เพราะเวลาของโยมณีเหลือไม่มากแล้ว!”

    หลังแยกจากพระปราบ สามหนุ่มสาวก็ปรึกษากันเคร่งเครียด ร้อนใจเหลือเกิน เพราะไม่รู้ว่าเวลานี้กำไลมาศอยู่ที่ไหน อินทวงศ์พยายามคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ก็มืดแปดด้าน

    “ครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นกำไลก็คือที่บ้านผม แต่พอเกิดเรื่องสร้อยดาว ผมก็ไม่เคยเจอกำไลอีกเลย ที่บ้านก็ไม่มี”

    พริมนิ่งคิด ก่อนจะเอ่ยแบบทีเล่นทีจริง “คุณต๊ะน่าจะขอน้ำมนต์ที่วัดไปพรมให้ทั่วบ้าน เผื่อว่าที่คุณหากำไลไม่เจอ เป็นเพราะผีบังตาให้คุณมองไม่เห็นกำไล”

    อินทวงศ์ไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็มองไม่เห็นทางอื่น เลยตัดสินใจจะลองตามที่อาจารย์สาวแนะนำ และพาลูกน้องในบริษัทไปค้นหากำไลมาศให้ทั่วบ้าน!

    ooooooo

    แม้จะผิดหวังที่สวิตาไม่ยอมออกจากบ้านไปช่วยถอดสร้อยพระจากคอคุณทวดภรณี แต่ผีริ้วทองก็ไม่ยอมแพ้ บุกไปทำร้ายไลยแต่เช้า เอาหัวโขกพวงมาลัยในรถ จนเสียงแตรดังสนั่น เพื่อเรียกนางเอกสาวออกมา

    สวิตาไม่รู้เรื่อง ถลาออกมาดูด้วยความเป็นห่วงแม่ แล้วก็ถึงกับตาเหลือก เมื่อเห็นสภาพแม่ นึกรู้โดยพลันว่าแม่ต้องเจอกับเรื่องแย่ๆแบบนี้เพราะใคร

    “ริ้วทอง...เธอทำกับแม่ฉันแบบนี้ทำไม”

    ผีร้ายไม่ตอบ แต่วินาทีเดียวกันนั่นเอง ก็จัดการสิงร่างสวิตาแล้วบังคับพาไปที่วังติณชาติ!

    เวลาเดียวกันที่บ้านศุภมาศ...ทรัพย์มณีกวาดตามองผู้คนมากมายจากบริษัทหลานชายด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าจะเข้ามาทำอะไรกันมากมาย อินทวงศ์เห็นย่าสงสัย เลยแกล้งบอก

    “ผมทำแฟลชไดร์ฟหายน่ะครับ ข้อมูลสำคัญทั้งนั้น ไม่แน่ใจว่าทำตกไว้ไหน ก็เลยให้ลูกน้องมาช่วยกันหา”

    ทรัพย์มณีพยักหน้า ไม่ติดใจอะไร อินทวงศ์โล่งอก แต่ไม่นานก็ต้องมึนอีกรอบ เมื่อย่าสั่งให้ไปเยี่ยมสวิตา ท่าทางอึดอัดของหลานชาย ทำให้ทรัพย์มณีต้องแขวะ “หนูวิไม่สบาย เป็นไข้หนัก นอนพักอยู่บ้าน พอดีวันนี้ย่าไปที่ร้านคุณไลย เด็กที่ร้านบอกมา นี่เราเป็นเพื่อนประสาอะไร ถึงไม่รู้ว่าหนูวิป่วย”

    อินทวงศ์อึกๆ อักๆ “ผมไม่ค่อยได้คุยกับวิน่ะครับ”

    “มัวแต่เอาเวลาไปคุยกับคนวังติณชาติน่ะสิ อย่าคิดว่าย่าไม่รู้ ที่ต๊ะหายหน้าไปบ่อยๆ ต๊ะหายไปอยู่กับใคร”

    อัญมณีสงสารหลานชาย ไม่อยากให้ไม่สบายใจ เลยไล่ไปอาบน้ำพักผ่อน แต่อินทวงศ์ไม่อยากขัดใจย่า เลยรับปากจะไปเยี่ยมนางเอกสาวในวันรุ่งขึ้น

    “ไม่ได้ เพราะย่าบอกเด็กที่ร้านให้ฝากไปบอกหนูวิแล้วว่าย่าจะไปเยี่ยม แต่ถ้าต๊ะอยู่ ต๊ะไปเยี่ยมแทนย่า หนูวิน่าจะดีใจมากกว่า ต๊ะต้องไปเยี่ยมหนูวิชดเชยความผิดที่ต๊ะขัดคำสั่งย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น”

    อินทวงศ์หนักใจมาก แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดีในบ่ายวันเดียวกัน แต่ก็สวนกับนางเอกสาว ซึ่งถูกผีริ้วทองเข้าสิง ออกไปวังติณชาติเพื่อถอดสร้อยพระจากคอคุณทวดภรณี

    ไลยก็ไม่อยู่บ้าน อินทวงศ์เลยได้ต้อนรับแทมมี่กับทองแถมแทน เมื่อสองแม่ลูกแวะมาเยี่ยมสวิตา เพราะได้ยินว่าป่วย เลยอยากมาเยี่ยมสร้างกระแส
    ความหล่อของอินทวงศ์ทำให้สองแม่ลูกถึงกับตะลึง โดยเฉพาะแทมมี่ ถึงกับหว่านเสน่ห์ยั่วยวนเป็นการใหญ่ จนทองแถมนึกกระดาก สถาปนิกหนุ่มไม่ถือสา แต่ก็ไม่ได้ตอบรับไมตรี แค่ยิ้มรับตามมารยาทเท่านั้น

    แต่กระนั้นแทมมี่ก็ไม่ละความพยายาม กระดี๊กระด๊าหาเรื่องจะใกล้ชิดเขา

    “พอดีว่าแทมมี่กำลังจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณแม่ แทมมี่อยากได้คนช่วยออกแบบ แทมมี่ขอเบอร์โทร.ไว้ติดต่อคุณได้ไหมคะ เผื่อว่าแทมมี่จะใช้บริการของบริษัทคุณ”

    อินทวงศ์รู้ทัน แต่ก็ไม่อยากขัดให้อีกฝ่ายเสียหน้า ยอมควักนามบัตรมาให้ แทมมี่รับมาดูแล้วแกล้งชะโงกตัวไปใกล้ หวังยั่วเขาด้วยทรวดทรงเย้ายวน แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะอินทวงศ์ไม่มีท่าทีอะไรเลย

    ooooooo

    สวิตาถูกผีริ้วทองบังคับ บุกไปหาอินทนิลถึงวังติณชาติ ยั่วยุและปั่นหัวด้วยการบอกเรื่องราวของแทมมี่ อดีตคู่ควงของทรรศนะ ว่าเป็นพวกหัวสูง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

    “แทมมี่ใช้แต่ของแบรนด์เนม ไม่ซ้ำกันแต่ละวัน ทั้งที่แทมมี่เองก็ไม่ได้มีงานอะไร ไม่รู้ว่าเสกของหรูๆ พวกนั้นมาจากไหน วิกลัวว่าคนของคุณนิลจะเป็นคนเสกให้แทมมี่”

    “ดิฉันก็กลัวเหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาบอก”

    “วิเห็นใจหัวอกผู้หญิงเหมือนกันค่ะ”

    พูดจบก็ยิ้มหวาน ปั้นหน้าว่าเป็นห่วงเป็นใยจริงๆจังๆ ก่อนจะเริ่มทำตามแผนของผีริ้วทอง ด้วยการขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่แอบเล็ดลอดขึ้นชั้นบน เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร

    แต่ที่นางเอกสาวไม่รู้ คือคุณทวดภรณีไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่มีนุชอยู่เป็นเพื่อนเหมือนเคย แต่ก็เหมือนคืนนี้จะเป็นโชคของเธอ เพราะจู่ๆสาวใช้ก็ถูกมีดบาด ต้องออกไปเอายามาทำแผล

    สวิตาเห็นนุชก็หลบในมุมมืด ก่อนจะโผล่มาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายลับตา คุณทวดภรณีงีบหลับไปแล้วตามประสาคนอายุมาก เลยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะถูกปองร้าย!

    สร้อยพระถูกถอดจากคอคุณทวดภรณีแล้ว ผีริ้วทองเลยเข้าไปทำร้าย หวังเอาชีวิตล้างแค้นให้พ่อแม่ ส่วนสวิตาก็รีบผละไปเมื่อหมดหน้าที่ แต่ก็ดันโชคร้าย เจอกับเกล้ามาศระหว่างทาง

    การเจอกับเกล้ามาศไม่ทำให้นางเอกสาวตกใจเท่ากับการเห็นกระเป๋าถือของเธอ ตกพื้นจนของข้างในกระเด็นออกมา และสร้อยพระของคุณทวดก็เป็นสิ่งที่เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็น กลัวความลับเรื่องเธอร่วมมือกับผีริ้วทองจะแตก เกล้ามาศไม่รู้เรื่อง ตั้งท่าจะช่วยเก็บ แต่สวิตาก็ถลามาขวาง ขอเก็บเอง

    “ต้องขอโทษคุณมาศด้วยนะคะ ที่วิไม่ทันระวัง”

    “ไม่เป็นไรค่ะ คุณวิไปไหนมา”

    “วิไปเข้าห้องน้ำค่ะ เด็กบอกว่าห้องน้ำชั้นล่างมันไม่ค่อยดี ก็เลยให้วิไปเข้าของชั้นบน”

    “เด็กคนไหนบอกคุณวิหรือคะ”

    “เด็กผู้หญิงน่ะค่ะ วิขอตัวกลับก่อนนะคะ ต้องรีบไปทำธุระ”

    ท่าทางอึกๆอักๆของนางเอกสาวสะกิดใจเกล้ามาศไม่น้อย แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐาน และไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เลยจำต้องปล่อยผ่าน โดยไม่รู้เลยว่าคุณทวดภรณีกำลังถูกทำร้ายอย่างทุกข์ทรมาน

    คุณทวดภรณีเบิกตาโพลง เมื่อเห็นหน้าผีริ้วทองกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ แล้วก็เจ็บแทบกระอัก เมื่อผีร้ายจัดการทำให้ขยับร่างไม่ได้ แล้วกดทับไว้กับเตียงจนหายใจไม่ออก!

    ooooooo

    เกล้ามาศสังหรณ์ใจท่าทางแปลกๆของสวิตา นึกเป็นห่วงคุณทวดภรณี เลยรีบขึ้นไปดู แต่กลับไม่เห็นความผิดปกติ เข้าใจว่าคุณทวดแค่นอนหลับพักผ่อนเท่านั้น ทั้งที่จริงถูกทับอกจนใกล้ตายเต็มที!

    สวิตาออกจากวังติณชาติมาได้ ก็จัดการปาสร้อยพระของคุณทวดทิ้งป่าข้างทาง ส่วนทองแถมยังรอเยี่ยมนางเอกสาว โดยปล่อยลูกสาวให้คุยกับอินทวงศ์ตามลำพัง ส่วนตัวเองหลบไปคุยโทรศัพท์กับเจ้าหนี้

    “สาบานให้ไม่ถูกหวยทั้งชาติ ลูกไม่มีงานทั้งปี ทองไม่ได้หลบหน้าเสี่ยจริงๆค่ะ แต่ทองกำลังจะหาเงินไปใช้เสี่ยในเร็ววันนี้ล่ะค่ะ ชัวร์แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะเสี่ยขา ทองต้องรีบพาน้องแทมมี่ไปงาน โชว์ตัว”

    อ้อนจบก็วางสายฉับพร้อมกับเบ้หน้า ก่อนจะได้เบิกตาโพลง เมื่อเห็นกำไลสีทองที่สวิตาเคยเอามาฝังไว้

    “กำไลทอง...ใครเอามาฝังไว้วะ โห...สวยมาก ขายได้หลายบาทแน่ๆ โชคดีแล้วกู”

    ทองแถมหยิบกำไลมาจูบ แต่ก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อสัมผัสได้ว่าสิ่งที่จูบ ทั้งนิ่มและเหม็น!

    เสียงกรีดร้องเพราะเห็นมือผีเน่าเฟะของทองแถม ทำให้อินทวงศ์กับแทมมี่ต้องวิ่งมาดู แล้วสถาปนิกหนุ่มก็ถึงกับตาโต เมื่อเห็นกำไลมาศในมือของแม่นักแสดงสาว

    ผีริ้วทองเกือบเอาชีวิตคุณทวดภรณีได้แล้ว ถ้าเกล้ามาศจะไม่ได้รับโทรศัพท์จากอินทวงศ์ บอกว่าพบกำไลมาศ

    “เจอที่บ้านคุณวิหรือคะ...ไหนคุณเคยบอกว่าคุณวิไม่รู้ว่ากำไลอยู่ไหน แล้วทำไมถึงไปอยู่ที่นั่น”

    “ผมก็ไม่ทราบครับ เอาไว้ผมค่อยถามจากวิ แต่ตอนนี้ผมจะรีบขับรถเอากำไลไปให้พระปราบที่วัด ท่านจะได้ทำพิธีเรียกวิญญาณมาขังไว้ ไม่ให้ออกไปทำร้ายใครได้อีก”

    อินทวงศ์วางสายไปแล้ว ผีริ้วทองได้แต่มองมาทางเกล้ามาศด้วยแววตากราดเกรี้ยว

    “พวกมันใจร้ายกับเมีย ท่านชายช่วยพวกมันทำไม!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564
    18 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 17:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์