ข่าว

วิดีโอ



กำไลมาศ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สุธิสา วงษ์อยู่

กำกับการแสดงโดย: สถาพร นาควิไลโรจน์

ผลิตโดย: บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: พงศกร เมตตาริกานนท์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์

อัลบั้ม: เตรียมหลอน! "จุ๋ย" ประชันบทบาท "เจนี่-เต้ย" ใน​ "กำไลมาศ"


เพราะความแค้นที่ต้องถูกส่งตัวไปทำงานที่เชียงใหม่ หม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์เลยส่งคนไปจับตัวสองพี่น้องนักเชิดหุ่นมาล้างแค้น ปรุงพยายามต่อสู้เต็มกำลัง จนกระทั่งพลั้งมือ ฆ่าราชนิกุลหนุ่มตาย!

ริ้วทองตกใจมาก แต่เมื่อเห็นท่าทีลนลานของพี่ชาย ก็รีบตั้งสติ ปลอบเสียงเหี้ยม

“พี่ปรุงไม่ผิด มันเป็นกรรมที่เขาเคยทำไว้กับฉันและถ้าท่านชายไม่ตาย เราสองคนก็คงต้องตายเพราะเขาอยู่ดี”

แม้สิ่งที่ริ้วทองพูดจะเป็นจริงไม่น้อย แต่สำนึกผิด ชอบชั่วดีในตัว ก็ทำให้ปรุงอดรู้สึกผิดไม่ได้ ริ้วทองก็คิดไม่ต่างกัน แต่เพราะความแค้นเก็บกดที่มีต่อพวกติณชาติ ทำให้พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง

“พ่อกับแม่รู้ใช่ไหมจ๊ะว่าฉันกับพี่ปรุงไม่ได้ตั้งใจฆ่าใครตาย แต่เราต้องปกป้องตัวเอง พวกมันทำกับฉัน กับพี่ปรุงนักหนาเหลือเกิน ส่วนไอ้อีคนไหนที่มันเล่นของใส่ฉัน ฉันขอสาปแช่งมัน ขอให้มันเจ็บปวดทรมานทั้งกายใจยิ่งกว่าที่ฉันเจ็บ ขอให้มันฉิบหาย ให้มันตายภายในสามวันเจ็ดวัน!”

ด้านล้อมเพชร...ลุ่มหลงมัวเมารสเสน่หาจากหม่อม เจ้าชายดิเรก จนไม่สนใจสิ่งรอบตัว ต่างจากเหมยกุย รับรู้ด้วยญาณพิเศษว่ามนตร์ดำทำท่าจะเสื่อม เพราะดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนคิดทำร้ายญาติสาว

หม่อมถมยาซึ่งคลายจากมนตร์สะกดแล้ว ฉวย โอกาสในอีกไม่กี่วันต่อมา หลอกล่อล้อมเพชรให้แยกตัวจากลูกชาย พร้อมโทร.เรียกหม่อมเจ้าหญิงรัมภาให้รีบทำตามแผน คือเอาน้ำมนต์ให้เขาดื่ม

แต่ภารกิจสำคัญก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้ล้อมเพชรจะไม่ทันเอะใจ แต่หม่อมเจ้าชายดิเรกก็ขัดขืนเต็มกำลัง

“รัมภา...เธอจะเอาอะไรให้พี่กิน เธอจะฆ่าพี่เหมือน ที่ล้อมบอกจริงๆ”

“คนที่จะปลงพระชนม์ท่านชาย ไม่ใช่ท่านหญิงรัมภา แต่เป็นนังล้อมเพชรต่างหากมังคะ”

“ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อมึง มึงเอาอะไรมาพูด ไอ้ขี้คอก อย่ามาใส่ร้ายล้อมเพชรของฉัน”

เสียงร้องเอะอะโวยวายของราชนิกุลหนุ่ม ทำให้ล้อมเพชรหน้าเสีย รีบผละจากหม่อมถมยาไปหาผัวรัก และเกือบจะทำลายขวดน้ำมนต์ได้อยู่แล้ว ถ้าหม่อมถมยาจะไม่มาขวาง พร้อมกับสั่งให้เหล่าคนใช้จับตัวล้อมเพชรไว้

“ปล่อยล้อมเพชร ท่านแม่ทำแบบนี้กับเมียของชายไม่ได้” หม่อมเจ้าชายดิเรกโวยลั่น

“มันจะฆ่าลูกชายของแม่ แม่ทำมันได้มากกว่านี้อีก”

“อย่าหลงเชื่อท่านหญิงรัมภานะเพคะ ท่านหญิงใส่ร้ายหม่อมฉัน หาว่าหม่อมฉันทำคุณไสยใส่ท่านชาย”

คำโป้ปดของล้อมเพชรทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาต้องโพล่งออกไปบ้าง

“ไม่ต้องพูดมากไปหรอกล้อมเพชร ประเดี๋ยวก็รู้ว่าเธอทำหรือไม่ทำ”

ขาดคำก็จัดการกรอกน้ำมนต์ หม่อมเจ้าชายดิเรกชักเกร็งไปทั้งร่าง ก่อนจะอาเจียนของเสียออกมาระลอกใหญ่ หม่อมถมยาน้ำตาไหลพราก ร้องสั่งให้คนใช้ไปตามหมอ และจับล้อมเพชรไว้ดำเนินคดี แต่ลูกสาวเจ้าของร้านทองก็หนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ไม่วายอาฆาตแค้น

“อีรัมภา...กูฝากไว้ก่อนเถอะ เหมยกุยกลับมาเมื่อไหร่ กูกลับมาเอามึงคืนแน่!”

ooooooo

อาการของหม่อมเจ้าชายดิเรกหนักหนาไม่น้อย เพราะถูกทำเสน่ห์มานาน จนแทบกลืนกินชีวิตทั้งหมด หมอได้แต่ส่ายหน้าอย่างหมดหวัง หม่อมถมยาถึงกับร้องไห้โฮ เพราะสงสารในชะตากรรมของลูกชายกว่าหม่อมเจ้าชายดิเรกจะฟื้น หม่อมถมยาก็หมดกำลังใจไปมากแล้ว

“พี่เป็นอะไร ทำไมท่านแม่ต้องร้องไห้”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาซึ่งคอยเฝ้าไม่ห่าง ตอบเสียง อ่อน “เจ้าพี่ไม่สบายค่ะ ท่านน้าเป็นห่วง แต่หมอมาตรวจแล้ว อีกไม่นานเจ้าพี่ก็จะหาย เจ้าพี่นอนพักให้สบายเถิดค่ะ ไม่ต้องกังวลสิ่งใดทั้งสิ้น น้องจะคอยดูแลเจ้าพี่เอง”

เรื่องหม่อมเจ้าชายดิเรกถูกทำเสน่ห์ว่าหนักหนาแล้ว เรื่องหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์หายตัวไป ก็วุ่นวายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสำหรับเสด็จพระองค์ชาย ตามหาลูกชายคนเดียวให้วุ่น จนต้องขอให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาช่วยด้วย

“ท่านพ่อทำพระทัยให้สบายก่อนเถิดค่ะ พี่อรรถเคยหายตัวไปเช่นนี้เพราะไปเที่ยวกับพวกผู้หญิง เรารออีกสักวันสองวัน ถ้าพี่อรรถยังไม่กลับ หญิงจะช่วยท่านพ่อออกตามหาพี่อรรถอีกแรง”

แม้จะพยายามบอกตัวเองให้ลืมเรื่องเลวร้าย แต่ภาพสุดท้ายของหม่อมเจ้าชาอรรถรัตน์กับความรู้สึกผิด ก็ยังวนเวียนในหัว จนปรุงนอนไม่หลับ และแล้วข่าวร้ายก็มาถึงจนได้ เมื่อชดมาแจ้งว่าพบนาฬิกาของราชนิกุลหนุ่ม ตกอยู่ท้ายวัง ไม่ไกลจากเรือนพักของเขากับริ้วทองนัก

และหลักฐานชิ้นสำคัญก็ทำให้ริ้วทองเป็นกังวล “น้าชดเจอนาฬิกาของท่านชายอรรถ”

“ใช่...ตอนนี้น้าชดกำลังจะไปทูลเสด็จ เพราะว่าเสด็จกำลังตามหาตัวท่านชายอรรถอยู่ ริ้ว...เราจะทำยังไงกันดี”

“พี่ปรุงใจเย็นนะ พี่ปรุงต้องทำตัวให้นิ่งเฉย ทำเหมือนเราไม่รู้เรื่องอะไร”

“พี่ทำใจไม่ได้ดอกริ้ว ตั้งแต่คืนนั้นพี่นอนไม่หลับเลย พี่จะเป็นบ้าอยู่แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็คงช่วยกันค้นหา จนพบศพท่านชาย แล้วถ้าเขาสืบสาวราวความจนถึงข้ากับเอ็ง...”

“ไม่หรอกพี่ปรุง พี่ปรุงต้องเข้มแข็งไว้ อาจจะไม่มีใครนึกถึงเราด้วยซ้ำ เพราะว่าท่านชายมีนิสัยอันธพาล มีเรื่องกับคนอื่นไปทั่ว ทุกคนต้องคิดว่าอาจเป็นฝีมือคนอื่นที่ท่านชายไปมีเรื่องก็ได้”

“แต่เราสองคนก็เพิ่งมีเรื่องกับท่านชาย ถ้าพวกเขาพบศพท่านชายอยู่ไม่ไกลจากเรือนเรา เราก็ไม่รอด”

“เราต้องรอด ฉันมั่นใจ หรือถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันเป็นถึงสะใภ้วังศุภมาศ ท่านชายดิเรกต้องช่วยเราได้แน่”

ปรุงถอนใจยาว ก่อนตัดสินใจจะหนีไปตามลำพัง ริ้วทองไม่ยอม แต่เขาก็ยืนกราน

“ให้พวกเขาสงสัยพี่คนเดียว เอ็งจะได้ไม่เดือดร้อน”

“ไม่เอา...ฉันไม่ให้พี่ปรุงไป”

“พี่เคยสัญญากับพ่อรวยแม่รื่น จะดูแลเอ็ง ถ้าพี่ปล่อยให้เอ็งติดคุกติดตารางกับพี่ พ่อกับแม่จะนอนตายตาหลับได้ยังไง อีกไม่กี่วัน...คนที่วังศุภมาศจะมารับเอ็งแล้ว เอ็งไปอยู่กับพวกเขา ถ้าพี่โชคดีรอดมาได้ พี่จะไปหาเอ็งเอง”

ooooooo

ระหว่างที่ริ้วทองกับปรุงช่วยกันวางแผนกลบ เกลื่อนความผิดของตัวเอง หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็พยายามขอความเมตตาจากท่านพ่อให้พี่สาวเพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้อีกฝ่ายทรมานตัวเองจนล้มป่วย

“หญิงรู้จักพี่หญิงดี พี่หญิงรักท่านพ่อมาก ตอนนี้พี่หญิงรู้แล้วว่าท่านพ่อกริ้ว พี่หญิงไม่มีทางมีความสุข”

เสด็จพระองค์ชายถอนพระทัยยาว “ก็ได้...ที่พ่อยอมเพราะเห็นแก่ลูกนะหญิงรัมภา ช่วงนี้ลูกไม่สบายใจเรื่องชายดิเรกป่วย ไหนจะเรื่องชายอรรถอีก พ่อไม่อยากให้มีเรื่องอื่นมารบกวนจิตใจลูกอีก”

เมื่อหม่อมเจ้าหญิงภรณีทราบเรื่อง กลับไม่ยินดียินร้าย รู้ดีว่าท่านพ่อยอมเพราะน้องสาวขอร้อง

“พี่ยังไม่ตาย ทำไมท่านพ่อถึงยอมง่ายดายนัก”

“ไม่เอาค่ะ อย่าพูดจาประชดประชันบุพการีเช่นนี้ มันเป็นบาป อีกอย่าง...ถ้าท่านพ่อได้ยิน ท่านจะไม่พอพระทัย พี่หญิงณีต้องเข้าใจท่านพ่อ เพราะท่านพ่อรักพี่หญิงมาก ท่านพ่อถึงโกรธมาก เป็นเรื่องธรรมดา”

คำพูดจริงใจของน้องสาว ไม่ได้ทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณีคลายกังวล โดยเฉพาะเรื่องปรุงที่คาราคาซังหาทางออกไม่ได้ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาต้องปลอบให้ใจเย็น หากพี่สาวทำตัวดี ท่านพ่อคงให้โอกาส...

เวลาเดียวกันที่เรือนนายรวย...ปรุงเก็บของเตรียมหนีกลับนครสวรรค์ ริ้วทองอยู่ช่วย สังหรณ์ไม่ดีเลย

“พี่ปรุง...ฉันใจไม่ดียังไงไม่รู้ ฉันกลัวว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอพี่อีก”

“ต้องเจอสิ ยังไงพี่ก็ต้องกลับมาหาเอ็ง”

พูดจบก็ดึงน้องสาวนอกไส้มาจูบลา ก่อนจะฝากความถึงหม่อมเจ้าหญิงภรณี

“ทูลว่าสักวันพี่จะกลับมารับใช้ ตอบแทนน้ำพระทัยและพระเมตตาที่เคยมีให้กับคนต่ำต้อยอย่างพี่...พี่ไปนะ”

ปรุงหลบออกจากวังติณชาติจนได้ ริ้วทองรับหน้าแทน อ้างว่าพี่ชายกลับนครสวรรค์ไปเยี่ยมญาติ และคงไม่กลับมาอีก เพราะมีคนขอไปร่วมคณะละครหุ่นกระบอกคณะใหม่

เมื่อหม่อมเจ้าหญิงภรณีทราบเรื่องก็แทบคลั่ง หม่อมเจ้าหญิงรัมภาต้องตามปลอบ

“พี่หญิงต้องทำใจให้สงบ ถ้าท่านพ่อรู้จะไม่ดีต่อทั้งพี่หญิงและปรุง ท่านพ่อจะไม่มีวันให้อภัยพี่หญิงอีกเลย”

“แต่พี่ไม่อยากให้ปรุงไป”

“พี่หญิง...ถ้าปรุงเป็นคนดี เขาจะต้องหาทางกลับมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำไว้ เชื่อหญิงนะคะพี่หญิง”

“พี่จะรอปรุง...พี่เชื่อว่าปรุงจะกลับมาหาพี่”

ส่วนเสด็จพระองค์ชาย เมื่อทราบว่าปรุงออกจากวังติณชาติแล้ว ก็สั่งความฝากริ้วทอง ให้กำชับปรุงไม่ให้กลับมาอีก เจิมเห็นว่าริ้วทองขาดตัวช่วย เลยยุให้หม่อม เจ้าหญิงรัมภาแย่งหม่อมเจ้าชายดิเรกกลับคืน

“ถ้าฉันคิดทำเช่นนั้น แล้วศักดิ์ศรีของฉันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะเจิม”

“เรื่องบางเรื่อง...ศักดิ์ศรีก็ไม่สำคัญมังคะ ท่านหญิงเพิ่งช่วยท่านชายดิเรกให้แคล้วคลาดจากนังล้อมเพชร แล้วยังแวะเวียนไปดูแลท่านชายทุกวัน ท่านชายและวังศุภมาศไม่มีทางเห็นริ้วทองดีกว่าท่านหญิงแน่”

“ฉันช่วยเจ้าพี่ ฉันไม่เคยคิดหวังสิ่งใดตอบแทน”

“คิดบ้างเถิดมังคะ ถ้าท่านหญิงไม่คิดอะไรเลย หญิงอื่นจะคว้าท่านชายไปครอง แล้วท่านหญิงก็ต้องนอนน้ำตาตกในเช่นนี้ร่ำไป มันยุติธรรมแล้วหรือเพคะ...”

ฝ่ายล้อมเพชร...แอบซ่อนตัวในป่า เฝ้ารอเหมยกุย

อย่างใจเย็น แล้วก็สมหวังในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่ออีกฝ่ายกลับจากต่างจังหวัด และแอบเข้าไปขโมยของมีค่าจากในวังศุภมาศ มาพาเธอหนี

“ฉันรู้ว่าเหมยช่วยฉันได้ทุกอย่าง ฉันอยู่ตามลำพังไม่ได้ถ้าไม่มีเหมย”

“ฉันก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีล้อมเหมือนกัน”

สองสาวพี่น้องกอดกันกลม ก่อนที่ล้อมเพชรจะผละตัวออก เมื่อคิดได้ถึงภารกิจสำคัญ

“เหมยได้คาถาเล่นงานนังรัมภาหรือยัง ฉันอยากแก้แค้นมันใจแทบขาด”

“ได้แล้ว...รับรองว่าคราวนี้มันไม่รอดแน่!”

ooooooo

สวิตาปิดสมุดบันทึกตัวเองเครียดๆ รู้ดีว่าทุกอย่างเป็นฝีมือคุณทวดล้อมเพชรทั้งนั้น แต่เพราะผลลัพธ์ที่เฝ้ารอ เลยต้องปิดปากเงียบ หลอกใช้ผีริ้วทองให้กำจัดศัตรูหัวใจไปเรื่อยๆ

ด้านเกล้ามาศ...เฝ้าดูอาการแม่ด้วยความเป็นห่วง ข่าวทรรศนะประสบอุบัติเหตุตายผ่านไปหลายวันแล้ว แต่เธอก็ตัดสินใจไม่บอกแม่ เพราะไม่อยากให้แม่เป็นกังวลและประสาทเสียมากไปกว่านี้

ส่วนอินทวงศ์...ตัดสินใจพิสูจน์ความจริงเรื่องสวิตา ว่าเกี่ยวข้องกับผีริ้วทองจริงหรือไม่ ด้วยการบุกหาถึงบ้าน นางเอกสาวเริ่มใจไม่ดี แต่ยังปั้นหน้านิ่ง บอกไม่รับรู้เรื่องใดทั้งสิ้น

“ก่อนคุณทรรศเกิดอุบัติเหตุ เขาไปหาคุณนิลที่บ้านผม ผมได้เจอเขา เขาบอกผมว่าคุณเป็นคนสั่งให้เขาเอากำไลทองไปใส่ให้คุณนิล...อย่าโกหกผมนะวิ ทำไมเขาต้องพูดถึงคุณ”

สวิตายังปากแข็ง “วิไม่รู้...พวกเขาอาจจะอยากทำร้ายกันเอง คุณทรรศถึงเอากำไลผีไปใส่ให้คุณนิล แล้วเขาก็โยนความผิดมาที่วิ ต๊ะคะ...เราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่คุณพูด คุณทำเหมือนไม่รู้จักวิ”

“ผมรู้จักคุณ...ผมแค่พูดว่าคุณทรรศเอากำไลมาให้คุณนิลใส่ ทำไมคุณถึงคิดได้เองว่าผมหมายถึงกำไลผี ทำไมคุณถึงรู้ว่ากำไลวงนั้นจะทำให้เขาสองคนทำร้ายกัน...พูดความจริงกับผมได้แล้ววิ”

“วิไม่มีความจริงอะไรจะพูด”

“โอเค...คุณไม่บอกผมก็ไม่เป็นไร แต่ผมอยากขอให้คุณรู้ไว้ ไม่ว่าคุณกับริ้วทองจะทำร้ายคุณมาศเพราะอะไรก็ตาม ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ผมรัก!”

คำประกาศกร้าวของอินทวงศ์ ทำให้ผีริ้วทองโกรธจัด และไม่รอช้าจะเข้าสิงร่างสวิตา

“ท่านชายเคยสัญญาจะรักหม่อมฉันคนเดียว ทำไมท่านชายถึงเปลี่ยนพระทัยไปรักมัน มันคือคนที่ฆ่าหม่อมฉัน ทำให้เราสองคนต้องพรากจากกันนะเพคะ”

อินทวงศ์เห็นดวงไฟในตานางเอกสาว ก็นึกรู้ว่าอีกฝ่ายคือผีริ้วทอง นึกขยาด แต่ก็ทำใจเย็นพูดด้วย

“ริ้วทอง...ชาตินี้ เวลานี้ ผมไม่ใช่ท่านชายดิเรก ผมคืออินทวงศ์”

“ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปอีกกี่ชาติ คุณก็คือท่านชายของหม่อมฉัน หม่อมฉันรอคอยจะได้ครองรักกับท่านชาย เหมือนที่ท่านชายเคยสัญญาไว้กับหม่อมฉันไงเพคะ ท่านชายจำคำสัญญาของเราได้ไหม”

ขาดคำผีร้ายในร่างสวิตาก็ขยับไปจับหน้า เหมือนจะกล่อมให้เขาตกในภวังค์ “ลองคิดดูสิเพคะท่านชาย...จำความรัก ความสุขที่เราสองคนเคยมีร่วมกัน แล้วท่านชายจะไม่ไล่หม่อมฉันไปไหนอีก จำได้ไหมเพคะ”

แต่สิ่งที่เขาพูดออกมา กลับเป็นคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับผู้หญิงอีกคน

“พี่ขอสาบาน...ว่าพี่จะตามไปใช้หัวใจของพี่ไว้รักน้องรัมภา”

ผีริ้วทองในร่างสวิตาแทบคลั่ง แล้วก็แทบกระอัก เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“และขอใช้ชีวิตของพี่ ปกป้องและดูแลน้องรัมภาแต่เพียงผู้เดียว”

ผีริ้วทองเหลือจะทน กรีดร้องลั่น จนไลยต้องวิ่งมาดู ทันได้ยินคำทิ้งท้ายของผีร้ายในร่างลูกสาว

“ท่านหญิงรัมภามันเคยขัดขวางความรักของเรา ชาตินี้...หม่อมฉันก็จะทำหน้าที่ขัดขวางความรักของมันกับท่านชายเช่นกัน ใครหน้าไหนก็จะสมหวังกับท่านชายไม่ได้ ท่านชายจะต้องเป็นของหม่อมฉันแต่เพียงผู้เดียว!”

ooooooo

ผีริ้วทองออกจากร่างสวิตาไปแล้ว ส่งผลให้นางเอกสาวสลบไสลไม่ได้สติ ไลยมองมาด้วยความเป็นห่วง รู้ดีว่าเป็นเพราะฤทธิ์เดชของผีร้าย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากระบายกับอินทวงศ์อย่างปลงๆ

อินทวงศ์รับฟังด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่ออีกฝ่ายพูดถึงบันทึกลับของล้อมเพชร!

เรื่องราวดำมืดในอดีต ความลับที่ถูกปกปิดมานาน ทำให้อินทวงศ์ร้อนรนด้วยความเป็นห่วงเกล้ามาศ เพราะผลพวงจากความเข้าใจผิดของผีริ้วทอง อาจทำให้เธอต้องสูญเสียทุกอย่าง

และเมื่อเขาพยายามโทร.บอกความจริงกับเธอ ก็ต้องตกใจแทบผงะ เมื่อผีริ้วทองรู้ทัน จัดการสิงร่างเธอ แล้วพากลับวังติณชาติ โดยมีพริมกับอาร์มตามไปด้วย เพราะดูออกว่าด็อกเตอร์สาวถูกผีร้ายเข้าสิง!

ระหว่างรอให้อินทวงศ์มาถึง พริมกับอาร์มก็พยายามช่วยด็อกเตอร์สาว แต่ผีริ้วทองรู้ทัน จัดการผลักสองหนุ่มสาวให้พ้นทาง แล้วบังคับให้เกล้ามาศกราบเท้าขอชีวิต

ผีร้ายมั่นใจว่าเกล้ามาศต้องทุรนทุราย แต่ก็ต้องผิดคาด เมื่อด็อกเตอร์สาวก้มกราบอย่างว่าง่าย

“ริ้วทอง...ฉันจะอโหสิกรรมให้เธอ ฉันจะไม่โกรธ ไม่แค้นให้เราต้องมีกรรมร่วมกันอีก”

“กูสั่งให้มึงร้องขอชีวิตจากกู”

“ฉันไม่ขอ ถ้าฉันเคยฆ่าเธอ ฉันก็สมควรชดใช้กรรม!”

ผีริ้วทองโมโหมาก ตั้งท่าจะตัดข้อมือของเกล้ามาศ ให้หายแค้น แต่อินทวงศ์ก็โผล่มาเสียก่อน

“ท่านชาย...รักมันมากนักก็จงมาดูมันตาย ตายอย่างทุกข์ทรมาน เหมือนที่มันเคยทำไว้กับหม่อมฉัน ท่านชายจะได้รู้ว่า...ท่านชายไม่สมควรรักษาคำสาบานกับคนจิตใจชั่วช้าอย่างมัน”

“แต่คุณมาศไม่ได้ทำ”

“เลิกปกป้องมันได้แล้ว จะอีกกี่ภพกี่ชาติ มันจะเกิดใหม่เป็นใคร สำหรับหม่อมฉัน นังผู้หญิงคนนี้คืออีรัมภา...อีคนที่แย่งทุกอย่างไปจากหม่อมฉัน!”

ขาดคำก็จะจัดการเกล้ามาศ อินทวงศ์ปรี่ไปขวาง เลยได้แผลเป็นทางยาว แต่เขาก็ไม่โกรธ

“ริ้วทอง...คุณเข้าใจผิดมาตลอด ท่านหญิงรัมภาไม่ได้ ฆ่าคุณ คนที่ฆ่าคุณคือผู้หญิงที่ชื่อเหมยกุยกับล้อมเพชร”

“ท่านชายไม่ต้องแต่งเรื่อง หม่อมฉันไม่เชื่อ หม่อมฉันรู้จักคุณล้อมเพชรดี เธอไม่ใช่คนจิตใจต่ำช้า”

“คุณแน่ใจหรือว่ารู้จักดี คุณปล่อยให้ความเกลียดความโกรธแค้นบดบังจิตใจคุณ จนคุณไม่รู้อะไรเลยต่างหาก”

ผีริ้วทองช้ำใจมาก แต่อินทวงศ์ก็ไม่สนใจ เผยถึงความจริงเกี่ยวกับสมุดบันทึกของล้อมเพชร

“คุณไม่เคยรู้เลยว่าวิมีสมุดบันทึกของคุณทวดล้อมเพชร คุณไม่เคยรู้เลยว่าคุณมาศหวังดีกับคุณแค่ไหน และคุณก็ไม่เคยรู้เลยว่าบาปกรรมมันมีจริง”

ยิ่งเขาเตือนสติ ผีร้ายก็ยิ่งโกรธ ประกาศกร้าว“ถ้ารักกันมากนัก พวกมึงก็ตายกันไปให้หมดทุกคนเลย!”

ทุกคนตรงนั้นเกือบต้องตายเพราะความโกรธแค้นของผีริ้วทองแล้ว แต่โชคดีที่พระปราบ ซึ่งรอดชีวิตจากการถูกแทงเมื่อหลายวันก่อนมาได้อย่างปาฏิหาริย์ สวดมนต์ยับยั้งไว้ได้ ผีริ้วทองหัวเสียถึงขีดสุด แหวลั่น

“ทำไมทุกคนถึงต้องช่วยนังรัมภา”

“เราทุกคนกำลังช่วยโยมให้หลุดพ้นจากความทุกข์ต่างหาก”

“ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ตราบใดที่คนฆ่าฉันมันยังไม่ได้ชดใช้กรรม!”

ooooooo

ขณะที่พระปราบถ่วงเวลาและเกลี้ยกล่อมผีริ้วทอง อินทวงศ์ก็กลับไปเอาสมุดบันทึกของล้อมเพชร ที่รถ ซึ่งได้จากไลยมาเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ ให้เกล้ามาศ

เช่นเดียวกับเกล้ามาศ ที่พยายามอธิบายความจริงใจของตัวเอง

“ฉันไม่ได้อยากให้เธอใจอ่อนยกโทษให้ แต่ฉันอยาก ให้เธอหยุดสร้างกรรม ท่านทวดณีเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเธอกับ ครอบครัวเป็นคนดี แต่ที่เธอต้องเป็นแบบนี้ เพราะเธอเอา ชีวิตและหัวใจไปฝากไว้กับคนอื่นมากเกินไป ริ้วทอง...ยิ่งเธอโกรธ เธอเกลียดกับเรื่องในอดีตที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ คนที่จะจมกับความทุกข์ที่สุดก็คือเธอ”

“แต่มึงฆ่ากู จะอีกกี่ภพกี่ชาติ กูก็ไม่มีวันให้อภัยมึง...อีรัมภา!”

อินทวงศ์กลับมาทันได้ยินคำอาฆาตของผีร้าย เลยรีบโพล่งออกไป

“ฉันขอยืนยันว่าท่านหญิงรัมภาไม่ได้ฆ่าเธอ ความจริง ที่เธอไม่รู้...มันอยู่ในบันทึกเล่มนี้”

ผีริ้วทองไม่ยอมเปิดดู ปิดหูปิดตาตัวเอง จนพระปราบต้องยื่นข้อเสนอ

“โยมริ้วทอง...ถ้าโยมอยากรู้ความจริง โยมจะพิสูจน์ไหมล่ะ ความจริงจะเป็นเช่นไร อาตมาไม่อาจรู้ได้ แต่อาตมาจะทำให้โยมกับโยมมาศกลับไปในอดีต โดยใช้ลมหายใจของคนเป็น นำวิญญาณคนตาย และใช้สิ่งที่มีความผูกพันจากอดีตสู่ปัจจุบัน ช่วยเปิดทางให้โยมทั้งสองกลับเข้าไป”

“สิ่งที่ผูกพันจากอดีต...กำไลมาศวงนี้หรือคะ” เกล้ามาศถามขึ้น

พระปราบพยักหน้ารับ “แต่ว่ามีความเสี่ยง เพราะถ้าโยมกลับมาไม่ทันเวลา ดวงจิตของโยมจะกลับเข้าร่างเดิม ไม่ได้ โยมจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปตลอดกาล!”

สวิตาฟื้นจากอาการสลบไสล ก็โทร.หาอินทวงศ์เพื่อทวงบันทึกคืน แต่เขาก็ไม่รับ เพราะมัวร่ำลาเกล้ามาศ ซึ่งตัดสินใจแน่วแน่จะไปค้นหาความจริงจากอดีต ว่าเกิดเรื่องอะไรระหว่างเธอกับริ้วทอง

บทสวดมนต์ของพระปราบนำมาซึ่งแสงสีทองประหลาดจากกำไลมาศ พาเกล้ามาศกับผีริ้วทองด่ำดิ่งสู่อดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนริ้วทองยังมีชีวิตและกำลังนำความจากปรุงไปบอกหม่อมเจ้าหญิงภรณี

คำอำลาและคำสัญญาจะกลับมารับใช้เมื่อมีโอกาส ไม่ได้ทำให้ราชนิกุลสาวสบายใจ แต่กลับทำให้เป็นทุกข์มากขึ้น เพราะต้องห่างไกลจากชายคนรัก โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกเมื่อไหร่

ฝ่ายหม่อมเจ้าหญิงรัมภา...กลุ้มใจกับท่าทางอาลัยรักของพี่สาว แต่ภารกิจการงานและอาการหนักหน่วงของหม่อมเจ้าชายดิเรก ทำให้ต้องทำจิตเข้มแข็ง เมื่อได้พบหน้าอดีตว่าที่คู่หมั้นอีกครั้งในเวลาต่อมา ก็ต้องพยายามกลั้นน้ำตา เพราะดูเหมือนว่าอาการ ของเขาจะเพียบหนักและยากเกินเยียวยาเสียแล้ว

แต่กระนั้น...หม่อมเจ้าชายดิเรกก็มีสติพอจะพูดคุยกับเธอ ถึงโมงยามที่ตัวเองไม่ได้สติ

“ท่านแม่เล่าให้ฟังว่าน้องหญิงช่วยชีวิตพี่และคอยดูแลไม่ห่าง พี่ขอบใจน้องหญิงมากนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เจ้าพี่เคยช่วยชีวิตหญิง ทำไมเรื่องแค่นี้หญิงจะช่วยเจ้าพี่บ้างไม่ได้”

หม่อมเจ้าชายดิเรกนิ่วหน้า จำไม่ได้ว่าเคยช่วยชีวิตเธอตอนไหน หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเลยเล่าเรื่องในอดีตเมื่อครั้งเธอโศกเศร้าเสียใจเรื่องท่านแม่สิ้นพระชนม์ เขาเป็นคนเดียวที่คอยปลอบและทำให้เธอมีจิตใจเข้มแข็ง

ราชนิกุลหนุ่มถึงบางอ้อ ยิ้มรับบางๆ “พี่ภูมิใจในตัวน้องหญิงเสมอ”

“แต่เจ้าพี่รู้ใช่ไหมคะ ว่าหญิงอยากได้รับจากเจ้าพี่ มากกว่าคำว่าภูมิใจ”

“น้องหญิงรู้ใช่ไหมว่าพี่เคยอยากให้น้องหญิงมากกว่านั้น พี่อยากคิดกับน้องหญิงให้มากกว่าคำว่า...น้องสาว”

“แต่เจ้าพี่ก็ทำไม่ได้...เพราะเจ้าพี่รักริ้วทอง”

สีหน้าเศร้าหมองของอดีตว่าที่คู่หมั้นสาว ทำให้หม่อมเจ้าชายดิเรกรู้สึกผิดมาก

“น้องหญิง...พี่ขอโทษ”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาข่มใจส่งยิ้มให้ ทั้งที่ในใจอยากร้องไห้เหลือเกิน “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องรักเรื่องใคร่มันห้ามกันได้เสียที่ไหน เพราะถ้าห้ามได้ หญิงคงห้ามใจไม่ให้รักเจ้าพี่อีก แต่เจ้าพี่ไม่ต้องกังวลนะคะ หญิงมั่นใจว่าต่อไปจะลืมรักที่มีให้เจ้าพี่เอง เพราะหญิงต้องรักตัวเอง หญิงจะไม่ปล่อยให้ตัวเองทนเจ็บ ทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อีก”

“น้องหญิง...ชาตินี้พี่ไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว แต่พี่ขอสาบาน...หากชาติหน้ามีจริง พี่จะขอมอบหัวใจรักของพี่ให้น้องรัมภา และจะขอใช้ชีวิตพี่ปกป้องและดูแลน้องรัมภาแต่เพียงผู้เดียว”

ooooooo

แม้จะไม่สมหวังในชาตินี้ แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ตื้นตันใจมาก ที่หม่อมเจ้าชายดิเรกให้สัตย์ปฏิญาณจะรักเธอให้ได้ หากชาติหน้ามีจริง ต่างจากสถานการณ์ของหม่อมเจ้าหญิงภรณี เลวร้ายลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเสด็จพระองค์ชายมีพระประสงค์จะให้เธอแต่งงานกับลูกชายคนเดียวของพระยาเดโช!
ดูเหมือนหม่อมเจ้าหญิงภรณีจะไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่ต่างจากหม่อมถมยา ทำใจรับริ้วทองเป็นสะใภ้ศุภมาศได้ในที่สุด หลังเผชิญเรื่องราวอัปรีย์ของล้อมเพชรที่ทำกับลูกชายคนเดียว

ริ้วทองยังไม่รู้ตัวว่าจะได้แต่งงานเป็นสะใภ้โดยสมบูรณ์ของศุภมาศ หม่อมเจ้าชายดิเรกก็ต้องตายจากไปเสียก่อน เพราะทนฤทธิ์เสน่ห์มนตร์ดำไม่ไหว
อดีตนักเชิดหุ่นสาวมัวฝันหวาน เพราะหม่อมถมยา ให้คนมาแจ้งก่อนหน้าว่าจะมารับตัวกลับวังไปจัดการเรื่องแต่งงาน เลยไม่ทันระวังว่าจะถูกล้อมเพชรกับ
เหมยกุยใช้เป็นหมากตัวสำคัญในการล้างแค้น!

แผนชั่วช้าของล้อมเพชรคือให้เหมยกุยใช้วิชามาร หลอกใช้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเป็นเครื่องมือฆ่าริ้วทอง

“มึงจงไปครอบงำอีรัมภา ทำให้มันโหดเหี้ยมดังสัตว์ร้าย ทำให้คนที่มันเกลียดตายด้วยน้ำมือของมัน!”

มนตร์ดำของเหมยกุย ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภากลายเป็นฆาตกรใจโฉด ฆ่าและตัดมือริ้วทอง...

เหตุการณ์ในคืนที่ริ้วทองตาย ถูกฉายซ้ำอีกครั้ง เกล้ามาศกับผีริ้วทองถึงกับตะลึง ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะถูกหลอกใช้อย่างเหี้ยมโหดและเลือดเย็นเช่นนี้
ความจริงเรื่องการตายของริ้วทอง ยังไม่จบแค่นั้น แต่มีความจริงอีกเรื่องที่เกล้ามาศกับผีริ้วทองต้องรู้

คือปรุงรู้เรื่องที่หม่อมเจ้าชายดิเรกตาย แล้วรีบกลับวังติณชาติเพื่อแจ้งข่าวร้ายกับน้องสาว แต่กลับพบแค่กำไลและข้อมือที่ถูกตัดข้างสระน้ำ พร้อมกับร่างสลบไสลไม่ได้สติของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา

หลักฐานความโหดเหี้ยมที่เหลือ ทำให้ปรุงพลั้งมือฆ่าหม่อมเจ้าหญิงรัมภาโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาตกใจมาก และวิ่งหนีเข้าไปในป่า ก่อนจะถูกฟ้าผ่าตาย แต่ไม่วายตั้งสัตย์อธิษฐานก่อนหมดลมหายใจ

“ชาตินี้ลูกก่อกรรมไว้มากมายเหลือเกิน ถ้าชาติหน้ามีจริง ลูกขออุทิศตัวให้อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ลูกจะได้ตัดทางโลก ไม่ต้องสร้างกรรมอีก และกรรมที่ลูกฆ่าท่านหญิงรัมภา ลูกจะขอตามไปใช้ให้ท่านหญิงในชาติหน้า”

ความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย เกล้ามาศกับผีริ้วทอง กลับสู่ปัจจุบันอีกครั้ง แต่ด็อกเตอร์สาวกลับไม่ได้สติ

จนทุกคนร้อนใจมาก ต้องพาตัวไปโรงพยาบาล ส่วนผีริ้วทองอาฆาตแค้นล้อมเพชรและสวิตามาก จนต้องตามไปล้างแค้น!

ooooooo

สวิตายังไม่รู้ตัวว่าจะถูกล้างแค้น มัวย้อนอดีตดำมืดของคุณทวดล้อมเพชร ที่หนีความผิดไปอยู่ต่างจังหวัดกับเหมยกุย และเกือบจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่แล้ว ถ้าเธอจะไม่ก่อเรื่องคิดคดทรยศญาติสาวเสียก่อน...

ด้านหม่อมเจ้าหญิงภรณี...หลังจากถูกทำร้ายจนหมดสติ เพราะดันไปเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมระหว่างหม่อมเจ้าหญิงรัมภากับริ้วทองเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็มีสติขาดๆเกินๆเหมือนคนหลงๆลืมๆตลอดเวลา จนทุกคนในวังอเนจอนาถใจ โดยเฉพาะเสด็จพระองค์ชาย ถึงขั้นทรงประกาศให้ทำลายโรงละครหุ่นกระบอกทิ้ง

แต่ความทรงจำบางอย่าง ก็ทำให้หม่อมเจ้าหญิงภรณียับยั้งไว้ และอาสาจะดูแลหุ่นกระบอกเอง

“ฉันจะเก็บหุ่นกระบอกพวกนี้เอาไว้เอง หุ่นกระบอกของเขา เดี๋ยวเขาก็กลับมาเอาคืน”

อาการสติไม่สมประกอบของหม่อมเจ้าหญิงภรณี ไม่ทำให้เสด็จพระองค์ชายหนักใจเท่าอาการที่เธอเริ่มมีให้เห็นในระยะหลัง คืออาเจียนเป็นบ้าเป็นหลัง ราวกับคนแพ้ท้อง!

ความจริงอันน่าขมขื่นและอับอาย ทำให้เสด็จพระองค์ชายตัดสินพระทัยจะไม่ให้ลูกสาวคนเดียวที่เหลือไปร่วมงานฌาปนกิจศพหม่อมเจ้าหญิงรัมภา เมื่อเจิมรู้ก็พยายามทูลทักท้วง

“แต่ท่านหญิงรัมภาน่าจะอยากให้ท่านหญิงณีไปส่งเป็นครั้งสุดท้าย”

“จะให้หญิงณีไปอ้วกแพ้ท้องให้อับอายผู้คนหรือไง”

“ถ้าฝ่าบาทไม่สบายพระทัย ให้หม่อมฉันไปหายาขับเลือดมาให้ท่านหญิงไหมเพคะ”

เสด็จพระองค์ชายถอนพระทัยปลงๆ “ใช่ว่าฉันไม่อยากทำ แต่ฉันไม่อยากสร้างบาปสร้างกรรมอีก ที่ผ่านมาฉันทำกรรมอะไรไว้หรือเจิม เมียกับลูกฉันถึงต้องมีอันเป็นไปทุกคน หญิงณีกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน รัมภาต้องตายอย่างน่าเวทนา ชายอรรถก็หายตัวไป มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันหรือเจิม”

เวรกรรมของตระกูลติณชาติไม่จบแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นาน คนงานในวังก็ขุดพบศพของชายปริศนาท้ายวัง และเมื่อสืบสวนก็พบว่าเป็นศพของหม่อมเจ้าชายอรรถรัตน์!

ขณะที่พวกติณชาติต้องชดใช้กรรมอย่างแสนสาหัส...เหมยกุยก็ถูกกรรมตามสนองไม่แพ้กัน เมื่อค้นพบว่าความรัก ความซื่อสัตย์ที่มีถูกทรยศหักหลัง

ไม่มีชิ้นดี เพราะล้อมเพชรพาผู้ชายมานอนในบ้าน

“ฉันเห็นคาตาว่าล้อมพามันมาทำอะไรที่นี่ ในที่ที่มันเป็นของฉันกับล้อม”

แต่ล้อมเพชรก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน “เหมยใจเย็นก่อนนะ ฟังฉันพูดก่อน”

“ฉันไม่อยากฟัง ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง ล้อมใจง่าย เพราะล้อมอยากมีชีวิตสุขสบายเป็นคุณนายเศรษฐี”

“ไม่เห็นจะแปลกเลยเหมย มีใครชอบความลำบากมากกว่าความสุขสบายบ้าง”

“ชาตินี้ล้อมจะมีฉันคนเดียวไม่ได้ใช่ไหม”

ล้อมเพชรเชิดหน้า สวนกลับเสียงเข้ม ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย “ฉันมีคนอื่นไม่ใช่เพราะฉันรักเขา แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดเพื่อให้ความรักของเรามีความสุขนะเหมย เรารักกันในบ้านหลังใหญ่โต ย่อมดีกว่าบ้านนอก คอกนาที่แสนอัตคัดเช่นนี้ไม่ใช่หรือ จำไว้นะเหมย ถึงฉันจะมีใคร แต่ฉันจะไม่ทิ้งเหมย เราจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต”

“ฉันไม่ต้องการความสุขสบาย ฉันต้องการให้ล้อมมีฉันคนเดียว”

“แต่ฉันต้องการ...ถ้าเหมยรักฉัน เหมยก็ต้องตามใจฉัน!”

ooooooo

ความผิดหวังถาโถม ทำให้เหมยกุยทนอยู่กับล้อมเพชรต่อไปไม่ไหว และตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองในคืนเดียวกัน แต่ก่อนตายก็ไม่วายขโมยสมุดบันทึกสุดหวงของญาติสาวมาลงอาคม

“เลือดของกู วิชาอาคม จงออกจากร่างกูแล้วไปสถิตในสมุดเล่มนี้ ขอให้คอยปกป้องรักษา ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็อย่าให้มีสิ่งใดทำลายได้ จนกว่าความเลวของนังคนทรยศจะปรากฏ และให้มันได้ชดใช้ในสิ่งที่มันทรยศหักหลังความรักของกู ส่วนกู...ขอชดใช้ให้กับความรักความโง่เขลาของตัวเอง ณ เดี๋ยวนี้!”

เมื่อล้อมเพชรทราบเรื่อง กลับไม่สะทกสะท้าน สาแก่ใจด้วยซ้ำที่ญาติสาวฆ่าตัวตายหนีความทุกข์ใจ...

สวิตาดึงตัวเองจากอดีตหลังจากนั้น...แล้วก็ถึงกับช็อกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแค้นของผีริ้วทอง

“ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ คนที่ฆ่าเธอคือทวดล้อมเพชร...ไม่ใช่ฉัน!”

“แต่มึงรู้ว่าทวดมึงเป็นคนฆ่ากู ทำไมมึงไม่พูด”

“ฉันกลัวเธอคิดว่าฉันเป็นท่านทวด แล้วเธอจะฆ่าฉัน”

“มึงเลยหลอกใช้กู มึงทำให้กูคิดแค้นพยาบาทท่านหญิงรัมภา มึงสมควรตายที่สุด!”

พระปราบรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษ พยายามยับยั้งไม่ให้ผีร้ายก่อกรรมทำเข็ญอีก แต่ก็สุดจะต้านทาน ผีริ้วทองจัดการล้างแค้นด้วยการจับสวิตากดน้ำตายในที่สุด

หลังจากนั้นผีริ้วทองก็ไปพบเกล้ามาศ ซึ่งยังหลงวนเวียนในภพสักแห่ง กลับสู่ร่างตัวเองไม่ได้

“หม่อมฉันอยากกราบขอขมาที่เคยล่วงเกินท่านหญิง ที่ผ่านมาหม่อมฉันโง่เขลา ปล่อยให้ความรักความแค้นบังตา หม่อมฉันจึงแยกแยะอะไรไม่ออก
ถ้าหม่อมฉันมีสติและได้คิดใคร่ครวญสักนิด หม่อมฉันก็จะรู้ซึ้งถึงเนื้อแท้ของท่านหญิงว่าไม่ใช่คนจิตใจชั่วช้าถึงขั้นคิดฆ่าใครได้ ไม่เหมือนหม่อมฉันที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อความรักของตัวเอง คิดจะครอบครองท่านชายอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ความรักของท่านหญิงเป็นความรักที่เกิดจากหัวใจบริสุทธิ์”

“แต่ฉันก็ผิดที่เคยดูถูกเธอ ไม่เคยรักษาน้ำใจเธอ ไม่แปลกหรอกที่เธอจะเกลียดฉัน ฉันเองก็ต้องขอโทษเธอด้วยเหมือนกัน ขอให้เราจบสิ้นเวรกรรมเท่านี้นะริ้วทอง”

ผีริ้วทองตื้นตันมาก กราบลาและฝากความถึงหม่อมเจ้าชายดิเรกหรืออินทวงศ์ในชาตินี้ว่ายังรักและคิดถึง หากมีบุญได้เกิดใหม่ คงได้เจอกันอีก เกล้ามาศรับปากจะบอกให้ ก่อนจะต้องปฏิเสธเสียงเครียด เมื่ออีกฝ่ายเสนอจะชดใช้ให้ด้วยการใช้บุญทั้งหมดที่สั่งสมมา ส่งตัวเธอกลับสู่โลกปัจจุบัน

“รับเถอะเพคะ ถือเสียว่าท่านหญิงทำเพื่อหม่อมฉันเป็นครั้งสุดท้าย หม่อมฉันอยากให้ท่านหญิงกลับไปรักและดูแลท่านชาย อย่าลืมบอกท่านชายว่าหม่อมฉันรักท่านมาก”

ooooooo

ผีริ้วทองกราบลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจากเกล้ามาศไปตลอดกาล พร้อมกับที่ด็อกเตอร์สาวได้กลับคืนร่างของตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางความยินดีของผู้คนรอบตัว โดยเฉพาะอินทนิลและอินทวงศ์

อาการของเกล้ามาศดีวันดีคืน จนออกจากโรง พยาบาลในที่สุด เธอตัดสินเก็บโรงละครและหุ่นกระบอกของคณะนายรวยไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนความทรงจำถึงบาปบุญคุณโทษจากเรื่องที่ผ่านมา ส่วนอินทนิลก็หมดห่วงเรื่องวัง เพราะอนาวินสำนึกผิดและยอมฉีกสัญญาปลอมๆของทรรศนะทิ้ง

ผลการตรวจสอบโครงกระดูกในสระท้ายวัง เป็นของริ้วทองจริงตามที่คาด เกล้ามาศเลยจัดการทำพิธีฌาปนกิจและพาอัฐิของอดีตผีร้ายไปมอบให้พระปราบ ซึ่งรับอาสาจะพาน้องสาวในอดีตชาติไปแสวงบุญด้วย

“ความโกรธแค้น อาฆาต พยาบาท ไม่เคยให้ผลดีกับใคร ไม่เคยมีใครมีความสุขได้ ถ้าจิตใจหมกมุ่นกับความคิดเหล่านั้น ถ้าโยมอยากมีความสุขอย่างแท้จริง โยมต้องรู้จักเป็นผู้ให้ และให้อภัยคนที่ทำไม่ดีกับโยม จำไว้นะ...การให้อภัยชนะการให้ทุกอย่าง เพราะสิ่งที่เอาชนะได้ยากที่สุดคือเอาชนะใจตัวเอง เมื่อใดที่โยมเอาชนะใจตัวเอง ไม่ให้โกรธ ให้เกลียดศัตรูได้ โยมคือผู้มีใจประเสริฐอย่างแท้จริง”

จบเรื่องวุ่นวายและเรื่องผี อินทวงศ์จึงหันมาจัดการเรื่องความรักตัวเองบ้าง ด้วยการพาเกล้ามาศไปกราบย่าและอาอีกครั้ง หลังจากที่แทบไม่ได้พูดจากันเพราะเหตุการณ์กำไลผีอาละวาดเมื่อหลายเดือนก่อน

“คุณย่าก็รู้ว่าผมไม่เคยรักใคร แล้วความรักที่ผมมีให้คุณมาศก็ไม่ได้เป็นความรักฉาบฉวย เราสองคนผ่านอะไรด้วยกันมามาก ผมเห็นว่าคุณมาศจิตใจดี เธอไม่เคยโกรธใคร และพร้อมให้อภัยทุกคน ผมแน่ใจแล้วครับคุณย่า ว่าคุณมาศเป็นผู้หญิงที่ผมควรจะรัก และผมก็มั่นใจด้วยว่าถ้าคุณย่าเปิดใจ คุณย่าจะรักเธอไม่น้อยกว่าผมเลย”

ทรัพย์มณีกับอัญมณีเห็นหลานมีความสุขเลยยอมเปิดใจ สร้างความยินดีให้แก่เกล้ามาศและอินทวงศ์

เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับสถานการณ์ระหว่างพริมกับอาร์ม แปรเปลี่ยนจากความรักฉันเพื่อนเป็นความรักฉันหนุ่มสาวแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ทั้งสองก็ยิ่งกว่าเต็มใจจะเปิดโอกาสให้กันและกัน

เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เกล้ามาศได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง นอกจากผลของกรรมจะส่งผลถึงปัจจุบันแล้ว พิษรักแรงหึงของริ้วทอง ก็ทำให้เธออดรู้สึกผิดและสงสารไม่ได้ จนอินทวงศ์อ่อนใจ

“อย่าบอกนะครับว่าคุณคิดว่าผมเป็นท่านชายดิเรก และคุณก็จะไม่อยากรักผม เพราะรู้สึกผิดต่อริ้วทอง”

“ใช่ค่ะ...ฉันอดคิดแบบนั้นไม่ได้ บอกตามตรงนะคะ ถ้าเลือกได้ฉันไม่อยากรักคุณเลย”

“แต่คุณรักผมไปแล้ว” เกล้ามาศพยักหน้า อินทวงศ์ ยิ้มก่อนปลอบ “ถ้ารักแล้วก็ขอให้เดินหน้ารักต่อเถอะครับ ไม่มีอะไรต้องกลุ้ม เรื่องราวในอดีตทำให้เราได้กลับมาพบกัน แต่ผมยืนยันว่าผมคืออินทวงศ์ ไม่ใช่ท่านชายดิเรก และผมก็รักคุณไม่ใช่เพราะคำสัญญา ผมรักที่คุณเป็นคุณ เพราะคุณคือเกล้ามาศ...ผู้หญิงสวย ใจสู้และจิตใจงดงามมาก”

เกล้ามาศตัวแทบลอย แล้วก็ยิ่งเขิน เมื่อเขาขยับมากอด พร้อมขอให้สัญญาจะเลิกคิดมากเรื่องริ้วทอง

อ้อมกอดอบอุ่นของเขา ทำให้เธอใจอ่อนยวบ “ค่ะ...ฉันสัญญาจะไม่คิดมาก และฉันจะใช้หัวใจของฉันเป็นตัวแทนริ้วทอง ฉันจะรักคุณคนเดียว แต่คุณก็ต้องสัญญากับฉันก่อนว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันเสียใจ”

“ผมไม่มีคำสัญญา...แต่ขอให้คุณดูผมไปเรื่อยๆเถอะคุณมาศ ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ ผมจะทำให้ผู้หญิงที่ชื่อเกล้ามาศ ติณชาติ เป็นผู้หญิงน่าอิจฉาที่สุดในโลก”

จบคำก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะกระชับอ้อมแขนแน่น สุขใจเหลือเกินที่ได้มีกันและกัน...

ooooooo

-อวสาน-


ละครกำไลมาศ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านกำไลมาศ ติดตามกำไลมาศ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย พงศกร เมตตาริกานนท์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ 2 มี.ค. 2559 09:46 2016-03-05T00:57:13+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ