ตอนที่ 5
แขมแขตั้งใจมาช่วยคำสีแต่เธอโชคไม่ดีโดนครุยดักจับตรงหน้าคฤหาสน์ของยันต์แล้วเกิดการยิงต่อสู้กัน ก่อนที่ครุยจะใช้แขมแขเป็นตัวประกัน บังคับขาลให้ขับรถพาไปบ้านร้าง โดยไม่มีใครรู้ว่ามะตูมกับเก่งและเฮงควบมอเตอร์ไซค์ซ้อนสามตามไป
พวกไอ้ยงยังเฝ้าคำสีอยู่ที่บ้านร้าง เมื่อเห็นรถของยันต์และแขมแขแล่นเข้ามา พวกมันแปลกใจว่าแขมแขมาเกี่ยวอะไรด้วย กระทั่งเห็นครุยเอาปืนจี้แขมแขลงจากรถ ส่วนยันต์ลงจากรถอีกคัน สมุนทุกคน ก็ออกจากมุมมืดตรงเข้าไปหา
ยันต์สั่งสมุนปล่อยตัวคำสี แต่รามสูรหากุญแจไม่เจอ ครุยไหวตัวกระชากแขมแขหมอบลง พร้อมๆกับขาลยิงปืนขึ้นฟ้า
คำสีกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก พวกมะตูมแอบเข้ามาแล้วก็พบกุญแจที่สมุนยันต์โยนทิ้งไว้ มะตูมรีบคลานหลบลูกปืนจากทั้งสองฝ่ายไปไขโซ่ที่ล่ามคำสีสำเร็จ และด้วยความดีใจที่ได้ยินคำสีพูดถึงครุยกับ
สีหมอก จึงตะโกนบอกครุยว่าคำสีจำเขาได้แล้ว
ครุยลืมตัวพุ่งพรวดไปกอดคำสี เปิดโอกาสให้ยันต์ลั่นไกใส่เขา แต่คำสีเห็นเสียก่อนจึงเอาตัวเองบังครุยไว้ กระสุนโดนกลางหลังเธอเต็มๆ หมดลมหายใจในอ้อมกอดของครุย ส่วนพวกยันต์พาแขมแขหนีไปเพราะต้านพวกสัปเหร่อโข่งไม่ไหว
สัปเหร่อโข่งตามมาช่วยทันเวลา ไม่เช่นนั้นครุยอาจพลาดท่าเสียทีพวกยันต์ไปอีกคน ครุยเสียใจมากกับการสูญเสียเมียรัก เขาต้องล้างแค้นยันต์ให้ได้ ขณะเดียวกันแขมแขที่รู้เช่นเห็นชาติยันต์ในคราวนี้ พอเขาพาเธอกลับไปส่งถึงบ้าน เธอตบหน้าเขาแล้วก่นด่าด้วยความโกรธ
“คุณจับตัวคำสีไป คุณฆ่าคำสี คุณปรักปรำจ่าครุย ข่มขืนเมียเขา ทำให้คำสีเป็นบ้า คุณมันไอ้สารเลว คุณมันไม่ใช่คน”
บุญท้วมกับเสี่ยไพบูลย์วิ่งออกมาหน้าตาตื่น ได้ยินเสียงยันต์ขอร้องแขมแขให้ฟังเขาก่อน
“ฉันเห็นมาพอแล้ว จะต้องฟังอะไรอีก คุณโหดเหี้ยมอำมหิตเหมือนไม่ใช่คน นี่น่ะหรือยันต์ ยมราช ที่ฉันจะแต่งงานด้วย ฉันเกลียดคุณ”
แขมแขสะบัดหน้าเดินขึ้นตึกไป บุญท้วมก้าวตาม ขณะที่เสี่ยไพบูลย์ท่าทีร้อนใจมองยันต์เพื่อขอคำอธิบาย แต่เขาหันหลังให้ เค้นเสียงคั่งแค้นจ่าครุย...
ครุยนำร่างไร้วิญญาณของคำสีไปฝากสัปเหร่อโข่งไว้ที่ป่าช้าโดยยังไม่ทำพิธีเผาหรือฝังแต่จะเก็บศพเอาไว้จนกว่าเขาจะจัดการกับทุกคนที่ก่อกรรมกระทำกับคำสีสำเร็จ ฝ่ายยันต์ก็แน่ใจว่างานนี้ครุยต้องล้างแค้นตนแน่ จึงให้ยงไปติดต่อสตีฟ ปืนจิ๋ว มาเก็บจ่าครุยก่อนที่มันจะมาคิดบัญชีย้อนหลังตน
ooooooo
หลังจากฝากศพคำสีไว้กับสัปเหร่อโข่งแล้ว ครุยแอบเข้ามาในบ้านเสี่ยไพบูลย์ มองไปในห้องรับแขกที่สองพ่อลูกกำลังทุ่มเถียงกันแต่เขาไม่ได้ยินเสียง
“เลิกค่ะ ถอนหุ้นกับยันต์ ยมราช ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไม้ หรือสินค้าส่งออกตามชายแดน เขาไม่ใช่คนดี ยันต์ ยมราช เป็นคนเลว เขาเป็นคนโกง”
“แขมแข...ใจเย็นๆลูก”
“หนูไม่เย็นแล้วค่ะ ถ้าคุณพ่อกลัว ไม่กล้าแยกตัวจากเขา หนูจะเปิดแถลงข่าวเองว่าเราไม่ร่วมหุ้นกับยันต์ ยมราช ขอยกเลิกสัญญาทั้งหมด เพราะหนูทนไม่ได้ที่จะมีชีวิตสุขสบายอยู่บนเลือดเนื้อของคนอื่น โกงชาติ โกงบ้าน โกงเมืองที่หนูเกิด...โต...แล้วก็อยู่มา คุณพ่อคะ ถ้าคุณพ่อกลัวอิทธิพลของยันต์ เราขายธุรกิจทั้งหมดนี่ให้เสี่ยบุญยิ่งแล้วอพยพไปอยู่เมืองนอก ไปจับธุรกิจใหม่ๆ ดีกว่าอยู่ไปโกงแผ่นดินกินไป ทั้งที่แผ่นดินนี้ให้ทั้งที่เกิดที่ตายกับเรา”
“พ่อจะยกเลิกสัญญากับเขายังไง สัญญาที่เป็นเอกสารยังใช้ทนายได้ แต่สัญญา...”
“มันก็แค่คำพูด คนอย่างยันต์ ยมราช เขาไม่จำในสิ่งที่เขาไม่อยากจะจำหรอกค่ะ ถ้าคุณพ่อไม่ยกเลิกสัญญากับยันต์ ยมราช หนูจะกลับอเมริกา”
แขมแขจริงจังกว่าทุกครั้งจนเสี่ยไพบูลย์เครียดหนัก แต่แล้วคืนนี้เองแขมแขถูกครุยจับตัวไปจากบ้านโดยไม่มีใครรู้เห็น แต่พอยันต์ทราบเรื่องจากเสี่ยก็มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือจ่าครุย
เสี่ยไพบูลย์ห่วงใยลูกสาว เขาไปเกรี้ยวกราดใส่ยันต์ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเมื่อคืนส่งข่าวมาก่อนแล้ว
“ลูกสาวผมหายไปเพราะคุณ คุณมีคนทั่วอีสาน คุณต้องตามหาแขมแขให้พบ ผมก็จะออกตามลูกอีกทาง ต้องได้ตัวลูกผมกลับมา”
“ใจเย็นๆครับเสี่ย ผมให้ตำรวจออกล่าตัวจ่าครุยแล้ว”
“เมื่อก่อนผมอาจจะไม่สนใจจ่าครุย แต่เดี๋ยวนี้ผมสนใจความปลอดภัยของลูกผมมากกว่า ผมควรเชื่อลูก ไม่ควรยุ่งกับคุณ แต่นี่ผมพลาดไปแล้ว”
“เอาเถอะเสี่ย ผมก็ตามล่าจ่าครุยอยู่ ผมไม่อยู่เฉยๆหรอก ผมรับรองว่าเราต้องได้ตัวแขมแขกลับมา แต่จะสภาพไหน”
ยันต์เจ็บปวดคั่งแค้นครุยเพราะเขารักแขมแขมาก ขณะที่เสี่ยไพบูลย์ฟังแล้วรู้สึกหวาดหวั่นเป็นห่วงลูกสาวยิ่งขึ้น ทางด้านกลอยใจกับกระถินตื่นตระหนกกับข่าวครุยจับแขมแขไป ต่างจากบุญยิ่งถือเป็นโอกาสทองทำให้ตัวเองลอยนวลเพราะเชื่อว่ายันต์ต้องมัวแต่ตามล่าครุยเพื่อเอาตัวแขมแขคืน
บุญยิ่งบอกกลอยใจว่าไม่ต้องสนใจว่าจ่าครุยกับยันต์จะฆ่าฟันกันยังไง เพราะไม่เกี่ยวกับเรา เราต้องฉวยโอกาสนี้ลำเลียงไม้พะยูงส่งลูกค้าตามใบสั่ง ซึ่งครั้งนี้ลอตใหญ่เอาข้ามฝั่งแม่น้ำมีรถบรรทุกรออยู่บนฝั่ง
“คุณพ่อคะ รอก่อนไม่ได้หรือคะ ถึงคุณยันต์เขาจะไม่ได้มาเคาะประตูบ้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้ หูตาเขาเต็มไปทั้งสองฝั่งแม่น้ำนะคะ”
“พ่อรู้นิสัยยันต์ ยมราชดี มันเป็นคนที่ยอมให้ใครลูบคมไม่ได้ เก็บอารมณ์ไม่เป็น ที่เสียท่าจ่าครุยมาตั้งแต่ต้นก็เพราะยังงี้แหละ ไม่ต้องห่วงหรอกกลอยใจ ศึกระหว่างยันต์ ยมราช กับจ่าครุยไม่มีใครแพ้ใครชนะหรอก เพราะว่าตายทั้งคู่”
บุญยิ่งหัวเราะย่ามใจ แต่กลอยใจยังมีแววกังวล
ooooooo
แขมแขรู้สึกตัวลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก ส่งเสียงกรีดร้องเมื่อรู้ว่าตนเองนอนอยู่ในโลงศพตั้งแต่เมื่อคืน
ครุยใช้รถโลงศพของสัปเหร่อโข่งพาแขมแขเข้ามาในป่า ความเคียดแค้นทำให้เขาหยาบคายกับผู้หญิงของยันต์ เขากระชากเส้นผมของเธออย่างไม่ปรานีขณะที่เธอขอร้องให้ปล่อยเธอไป
“ตอนที่คำสีร้องขอความกรุณาจากยันต์ ยมราช คำสีคงไม่ได้รับแม้แต่เศษของความสงสาร แล้วรู้มั้ยว่าพวกมันทำกับคำสียังไง”
“ฉัน...ฉันไม่รู้เรื่องด้วยนะ”
“คุณไม่รู้...ใช่...ผมจะทำให้คุณรู้ว่าการถูกข่มขืนน่ะมันเป็นยังไง คุณจะต้องเจ็บปวด ทุกข์ทรมานเหมือนที่คำสีได้รับ”
“ปล่อยฉัน ฉันไม่ได้ทำความผิด ทำไมฉันต้องรับกรรมของเขา”
“เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่ยันต์ ยมราชรัก ผู้หญิงที่มันจะแต่งงานด้วย ข่มขืนคุณแล้วผมจะส่งคุณคืนยันต์ ยมราช ตอนที่คุณเป็นบ้า”
ครุยแววตาวาวโรจน์ด้วยความชิงชัง กระชากเธอเหวี่ยงไปกองกับพื้น แขมแขกระเสือกกระสนลุกขึ้นมาต่อสู้แต่ถูกเขาตบคว่ำลงไปอีก
ในเวลาเดียวกัน ยันต์กำลังจะคลั่งเพราะความแค้น เพราะคิดว่าครุยต้องย่ำยีแขมแขแน่ เหมือนที่เขาเคยทำกับคำสี จ่าโง่นเห็นใจเจ้าพ่อจึงอาสาตามล่าครุยโดยจะปิดด่านทุกแห่ง ยันต์กำชับสมุนทุกคนให้พลิกแผ่นดินตามหาจ่าครุยให้พบแล้วต้องชิงตัวแขมแขกลับมาให้ได้
ครุยยังทรมานแขมแขไม่หยุด เขาใช้เถาวัลย์มัดมือเธอลากไปตามทางเปลี่ยวในป่าโดยไม่ฟังคำขอร้องของเธอ
“จะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันเถอะ ฉันจะไม่แจ้งความ ฉันจะไม่ยุ่งกับธุรกิจของยันต์ ยมราชอีก ฉันจะไปจากโคราชแล้วลืมเรื่องนี้ให้หมด”
“ง่ายดีนะ ไปจากโคราช แล้วลืมเรื่องที่เกิดให้หมด คุณลืมได้เพราะจิตใจของพวกคุณมันไม่เหมือนคน จิตใจของคุณก็โหดเหี้ยมอำมหิตไม่ต่างกับไอ้ยันต์...ลุกขึ้น!”
“ฉันไปไม่ไหว จ่าครุย...ปล่อยฉันไปเถอะ เรื่องคำสีฉันเสียใจ แต่ฉันไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องทำร้ายคำสีเลยนะ ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้”
“คุณต้องรับผิดชอบ ตอนนี้หัวใจของยันต์กำลังแตกออกเป็นเสี่ยง เพราะไอ้ยันต์รู้ว่าผมจะทำยังไงกับคุณ ผมจะจับคุณไว้ แล้วทำกับคุณเหมือนอย่างที่ไอ้ยันต์ทำกับคำสี จนกว่าคุณจะเป็นบ้า”
แขมแขลนลานหวาดกลัวแต่สู้แรงครุยไม่ได้ ถูกลากไปถึงกระท่อมริมลำธารในสภาพเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ยืนโอนเอนไปมา มือยังถูกเถาวัลย์มัดเป็นรอยแดงห้อเลือดและล้มลงหมดสติไปในที่สุด
ooooooo
มะตูมเสียใจไม่น้อยไปกว่าครุย โทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้คำสีตาย สัปเหร่อโข่งปลอบใจอย่างปลงๆ
“อย่าไปคิดยังงั้นเลยวะมะตูม ความคิดมันจะอยู่กับเอ็งไปตลอด ไอ้เรื่องชั่วๆไม่น่าจดจำ เรามักจะจดจำ แต่ไอ้เรื่องดีๆที่น่าจดจำ เรากลับนึกไม่ค่อยออก คำสีตายแล้วก็คือตาย คือจบ”
“ยังไม่จบหรอก นี่มันแค่เริ่มต้น”
เก่งกับเฮงหายไปสักพักก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกมะตูมว่าได้ข่าวครุยจับตัวแขมแขไป ไม่ทันที่ใครจะทำอะไร พวกจ่าโง่นก็ปรี่เข้ามาขอค้นโลงศพทุกใบ แต่พอเปิดแล้วเจอแต่ศพก็หน้าหงายกลับไปอย่างฉุนเฉียว
ที่กระท่อมริมลำธาร แขมแขหมดสติไปนาน ฟื้นขึ้นมาก็รีบสำรวจตัวเองด้วยท่าทีหวาดกลัว ครุยมองผ่านประตูเข้ามาด้วยแววตาเฉยเมยเย็นชา บอกเธอว่ายังไม่ได้ข่มขืน แต่ต่อไปไม่แน่
แขมแขใจไม่ดีพยายามอ้อนวอนเขาอีก “จ่าครุย สงสารฉันเถอะ ปล่อยฉันไป ฉันจะทำตามสัญญา ฉันจะไม่แจ้งตำรวจ จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คำสี จับฉันมาก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่จะฆ่ากันไม่จบไม่สิ้น ฉันกลัว ...ปล่อยฉันไปเถอะ”
ครุยหน้าเหี้ยมลุกขึ้นยืนก้าวมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว แววตาไร้ความปรานี
“อ้อนวอนผมอีกสิ ผมอยากได้ยินเสียงร้องขอชีวิตของคุณ แขมแข...ลูกสาวเสี่ยไพบูลย์เจ้าของโรงเลื่อย ใหญ่แห่งอีสาน นักเรียนนอกผู้ร่ำรวย ใช้ชีวิตสุขสบายจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือคุณ อ้อนวอนผมสิ ร้องไห้ด้วย ผมอยากเห็นน้ำตาของคุณ นานมากแล้วที่ผมมัวแต่เจ็บปวดกับเรื่องของตัวเอง ลืมสนใจความเจ็บปวดของคนอื่น ผมคิดว่าในโลกนี้มีผมเจ็บ ผมหนาว ผมถูกกระทำ แต่ตอนนี้ผมรู้ว่าไม่ใช่ ตอนนี้ คุณกำลังเจ็บ หนาว แล้วก็ถูกกระทำ”
แขมแขหวาดกลัวสุดขีด สะอื้นไห้อย่างไร้ทางออก
ooooooo
มไหศวรรย์มาอาศัยอยู่ที่บ้านคณะหมอลำของดาวหลายวันแล้ว สาลิกาทนไม่ไหวโยนข้าวของของเขาออกจากบ้านแล้วไล่ส่ง
“ไปได้แล้วบักไห มากินมานอนที่บ้านหมอลำนี่ตั้งหลายวัน แล้วกินยังกับยัดทะนาน ท้องนี่ท้องหรือยุ้งข้าว”
“ไปไหน ผมไม่รู้จะไปไหน ไปไหนไม่ได้”
“ก็ไปขายของเร่ เร่ไปที่นั่นที่นี่อย่างที่เคยไปไง มากินมานอน มาอยู่บ้านหมอลำนี่ตั้งกี่วันแล้ว”
พ่อค้าเร่หันไปขอความเห็นใจจากดาวว่าขืนตนออกไปตอนนี้มีหวังโดนจับ เพราะยันต์แจ้งความพวกเราข้อหาบุกรุก แล้วไหนจ่าโง่นจะเพิ่มให้อีกกระทงคือทำลายความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตนไปไหนไม่ได้ ดาวต้องรับผิดชอบ
“รับผิดชอบยังไงวะ”
“อ้าว...ก็ที่ผมกลายเป็นผู้ต้องหาด้วยก็เพราะลูกสาวของคุณพ่อ”
“บักไห! ปวดหัวหลาย รับงานไว้ก็ไปแสดงไม่ได้เพราะกลัวตำรวจจับ ไอ้ไม่ยุ่งก็ไม่ได้เพราะฉันเจ็บร้อนแทนจ่าครุย นี่พ่อ”
“อะไรกันอีกล่ะสาลิกา”
“จ่าครุยเป็นยังไงบ้าง เมียเขาอีก ให้คนออกไปสืบความได้มั้ยฉันอยากรู้”
“ให้ใครไปล่ะ”
สาลิกาหันขวับมาจ้องหน้ามไหศวรรย์ แล้วหลังจากนั้นไม่นานมไหศวรรย์ก็ขับรถขายสินค้าเร่ไปกลางเมืองโคราช แต่โชคร้ายถูกสมุนของยันต์รวบตัวไปที่คฤหาสน์ทำการคาดคั้น ก่อนจะเหมาว่าเขาคือพวกเดียวกับครุย ให้บอกมาว่าตอนนี้ครุยอยู่ที่ไหน
“มันจับตัวแขมแขไป มันจะเล่นงานฉันกับแขมแข จ่าครุยมันพยายามจะทำลายหัวใจของฉัน”
ยันต์ระเบิดอารมณ์แค้น มไหศวรรย์เก็บข้อมูลแล้วส่งเสียงหัวเราะเยาะหยัน
“ฮ่าๆๆ เหลือเชื่อ จ่าครุยจับตัวว่าที่เจ้าสาวของท่านยันต์ ยมราช...ไปทำอีท่าไหนเข้าถึงได้ปล่อยให้จ่าครุยเอาหัวมันไปกิน ป่านนี้จ่าครุยคงจะ...”
“เฮ้ย! จัดการมัน” สิ้นเสียงสั่งของเจ้าพ่อ สมุนรุมกระทืบมไหศวรรย์จนสลบแน่นิ่ง
ooooooo
หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วสองครั้ง คืนนี้เสี่ยบุญยิ่งชะล่าใจสั่งลูกน้องขนไม้พะยูงลอตใหญ่และคิดว่าแผนการเดิมๆจะล่อหลอกตำรวจป่าไม้ได้เหมือนเคย
แต่ครั้งนี้ตำรวจป่าไม้นำโดยหมวดอินทร์ไม่หลงกล ไม้พะยูงจำนวนมากโดนยึดไว้และเร่งสืบสาวราวเรื่องเพื่อให้ไปถึงต้นตอตัวการใหญ่ เสี่ยบุญยิ่งเสียดายไม้มูลค่านับสิบล้านจึงให้กลอยใจไปเจรจากับหมวดอินทร์ ทุ่มเงินให้เขาไม่อั้นเพื่อทำให้เรื่องเงียบแล้วค่อยตะล่อมเอาไม้คืนทีหลัง
ปรากฏว่าอินทร์ยืนยันคำเดิมคือไม่เล่นด้วยกับสินบนก้อนโต แต่ขอเปลี่ยนเป็นตัวกลอยใจแทน หญิงสาวโกรธมาก หลงคิดว่าเขาเป็นเกย์ ตบหน้าเขาหนึ่งฉาดก่อนกลับออกมาโดยไม่รู้ว่าอินทร์ให้ลูกน้องถ่ายคลิปการสนทนานี้ไว้เป็นหลักฐาน
เมื่อกลอยใจกลับมาเล่าให้เสี่ยบุญยิ่งฟัง แทนที่พ่อจะเจ็บแค้นแทนลูกสาว เขากลับส่งเสริมให้เธอเอาตัวเข้าแลกเพื่อดึงอินทร์มาเป็นพวกเดียวกัน กลอยใจเสียใจมากที่พ่อเห็นเงินและผลประโยชน์สำคัญกว่าลูก แต่ที่สำคัญกว่าคือเธอกลัวยันต์ ยมราช รู้เรื่องตัดไม้พะยูง เขาเล่นงานถึงตายแน่!
ด้านครุยที่จับแขมแขมาทรมานเพื่อรอวันแก้แค้นยันต์ที่ทำกับเขาและคำสีทั้งที่แขมแขไม่รู้เรื่องด้วย เพียงเพราะเธอเป็นว่าที่เจ้าสาวของยันต์ ไม่ว่าหญิงสาวจะวิงวอนขอร้องยังไงเขาก็ไม่ใจอ่อน บังคับเธอกินข้าวเหนียวเปล่าๆประทังความหิวแล้วจับเธอขังไว้ในกระท่อม
ส่วนสาลิกาที่เป็นห่วงครุยเหลือเกิน เธอบ่นแล้วบ่นอีกหลังส่งมไหศวรรย์ไปสืบแต่มืดค่ำป่านนี้เขายังไม่กลับมา แต่แล้วดึกคืนนั้นพ่อค้าเร่ก็หลุดพ้นมาจากบ้านยันต์โดยที่ขาลเป็นคนปล่อยตัว
พวกจ่าโง่นเร่งค้นหาครุยตามคำสั่งของยันต์ วันนี้เขาไปค้นค่ายมวยครูคำม่วนแต่ไม่พบครุย แล้วพากันกลับออกมาด้วยความโมโหฉุนเฉียว
ครุยยังอยู่ในป่าและไม่ยอมปล่อยตัวแขมแข จับเธอล่ามโซ่ไว้กับเสาที่หน้ากระท่อมและไม่สนใจเสียงวิงวอนขอร้องของเธอแม้แต่น้อย จนกระทั่งเธอจับไข้เพ้อคลั่งเพื่อจะหนี เขาจึงไปหาสมุนไพรมาเยียวยา
ooooooo
เสี่ยบุญยิ่งดวงถึงฆาตจนได้ เขาโดนสมุนของยันต์สังหารก่อนนำศพไปโยนทิ้งแม่น้ำโขงแล้วมีคนพบจนกลายเป็นข่าวดัง กลอยใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของยันต์แต่บุญท้วมไม่ให้เธอพูดออกไปเพราะเกรงจะเป็นอันตราย
กลอยใจกับกระถินหวาดกลัวอิทธิพลของยันต์ เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านเงียบกริบ อินทร์ขับรถผ่านมาเห็นบ้านปิดสนิท ไฟมืดเหมือนไม่มีคนอยู่ก็แปลกใจ
แต่ไม่ร้องเรียก สองสาวแอบมองจากในบ้านเห็นแสงไฟหน้ารถก็พากันหวาดกลัวกอดกันกลม คิดว่าเป็นสมุนของยันต์
วันรุ่งขึ้น สมุนของยันต์มาเยือนจริงๆ จะมาเอาตัวกลอยใจไปให้ยันต์ตามคำสั่ง แต่อินทร์ปรากฏตัวขัดขวาง อ้างความเป็นตำรวจป่าไม้มีความจำเป็นต้องเชิญตัวกลอยใจไป สมุนของยันต์เลยไม่กล้า
มะตูมรู้จากเก่งและเฮงที่ไปสืบจากสัปเหร่อโข่งว่าครุยจับแขมแขไป มะตูมเชื่อว่าครุยต้องการแก้แค้นให้คำสีถึงจับคนที่ยันต์รักไปแบบนี้ และแน่นอนว่ายันต์ต้องตามล่าครุยอย่างหนัก ตราบใดที่เขายังไม่พบแขมแข...
สตีฟ ปืนจิ๋ว มือปืนฝีมือดีจากเพชรบุรีมาปรากฏตัวที่บ้านยันต์ในวันนี้ สตีฟรับรู้ข้อมูลของครุยที่ยันต์ต้องการให้กำจัดแล้วคุยโวโอ้อวดว่าเรื่องเล็ก จนขาลรู้สึกหมั่นไส้ กลัวจะท่าดีทีเหลว
ooooooo
อาการไข้ของแขมแขดีขึ้นหลังจากครุยจับเธอกรอกยาสมุนไพร แต่เธอยังถูกเขาจับล่ามโซ่ไว้ที่เดิมในสภาพอ่อนล้าเนื้อตัวมอมแมมแทบไม่มีแรงยืน
เธอเห็นเขานั่งหันหลังให้ก็พยายามเอื้อมมือหยิบกระบอกน้ำเพื่อขว้างหัวเขา แต่เพราะแรงไม่มีจึงซวนเซล้มลงร้องโอดโอย แต่ครุยหันมองเธออย่างเฉยเมยไม่คิดจะช่วยเหลือ
หญิงสาวสุดคับแค้นและเจ็บปวด แต่ทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจากพยายามขอร้อง
“จ่าครุย...ปล่อยฉัน จะจับฉันไว้ทำไม ยันต์ ยมราชไม่ปล่อยให้จ่าลอยนวลหนีเขาพ้นหรอก ปล่อยฉันเถอะ ฉันจะได้ไม่เป็นภาระของจ่า”
“ทำไมต้องปล่อยตัวคุณ ถ้าไอ้ยันต์จะตามล่าผม ก็เท่ากับมันตามล่าคุณด้วย อีสานกว้าง ผมจะลากยันต์ ยมราชไปทุกหนทุกแห่ง ให้มันรู้ว่าแผ่นดินอีสานเป็นของทุกคน ไม่ใช่ยันต์ ยมราชคนเดียว”
ครุยลุกขึ้นยืนยื่นกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำดื่มให้เธอ
“ใบหม่อน ผมเก็บมาจากป่า ย่างไฟต้มกับน้ำร้อนพอแก้ไข้ได้ พอเหงื่อออกความร้อนก็จะลด ไข้น่ะไม่ต้องไปกินยาให้มันยุ่งยากหรอก...เอ้า เอาไป” แขมแขลังเลไม่รับ ครุยตัดบทไม่แยแส “ก็ตามใจนะ ไม่กินก็ตามใจ”
“เอามานี่”
“กลัวตายแล้วสินะ”
“เปล่า...แต่ฉันต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเอาแกเข้าคุก”
หญิงสาวตอบแผ่วเบาแต่น้ำเสียงจริงจัง แววตาเปี่ยมไปด้วยความชิงชัง
ooooooo
เมื่อสมุนกลับมามือเปล่า รายงานว่าโดนอินทร์ขัดขวางการควบคุมตัวกลอยใจ ยันต์แปลกใจและโกรธจัด อยากรู้ว่าใครคืออินทร์ ดาวดึงส์
“ตำรวจป่าไม้ครับนาย”
“เขาเพิ่งย้ายมาใหม่ เขาเป็นคนจับไม้เสี่ยบุญยิ่ง”
“มันอวดดียังไงถึงกล้าขัดคำสั่งของฉัน ฉันให้แกไปเอาตัวกลอยใจมาสอบความเรื่องไม้พะยูงนั่น แล้วเรื่องจ่าครุยล่ะ ได้เบาะแสหรือยัง”
“ยังครับ”
“พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่ นี่มันกี่วันเข้าไปแล้ววะ ยังไม่พบแขมแขอีก ป่านนี้แขมแขจะมีอะไรเหลือ สั่งไป... ให้คนของเราหาตัวไอ้จ่าครุยให้เจอ จับมันมาเป็นๆ อย่าจับตาย ฉันต้องการถลกหนังหัวมันด้วยมือของฉันเอง”
ยันต์สั่งเสียงกร้าว สีหน้าโกรธแค้นแสนสาหัส...
ฝ่ายกลอยใจกับกระถินที่ได้รับความช่วยเหลือจากอินทร์ สองสาวยังตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวระคนแปลกใจว่าอินทร์มาช่วยพวกตนไว้ทำไม
กลอยใจไขข้อข้องใจ ถามอินทร์ว่า “คุณช่วยฉันทำไม ฉันจำได้ว่าเราไม่เคยมองกันในแง่ดีเลยนะ ฉันก็มองคุณในแง่ร้าย คุณก็ไม่เคยเห็นฉันดี”
“นี่ถ้าหมวดอินทร์ไม่ช่วยไว้เมื่อกี้นี้ คุณกลอยใจกับกระถินต้องถูกมันจับตัวไปแน่ๆ แล้วยันต์ ยมราชน่ะโหดจะตายไปค่ะ”
“ตั้งแต่คุณพ่อถูกล่องโขง เราก็ขังตัวอยู่แต่ในบ้าน คนงานพากันลาออกหมดเพราะไม่มีใครกล้าอยู่ โรงไม้ปิด โรงเลื่อยก็หยุดกิจการไป”
“ใช่ค่ะ คุณกลอยใจไม่เคยนอนหลับเลยค่ะ กลัวจะตายอย่างคุณพ่อ”
“คุณตอบฉันได้หรือยัง คุณช่วยฉันทำไม”
“ถ้าคุณร่วมมือกับผมจับตอใหญ่อย่างยันต์ ยมราช ผมจะกันคุณไว้ในฐานะพยานปากสำคัญจับผู้บงการตัดไม้พะยูง”
คำตอบของอินทร์เล่นเอากลอยใจกับกระถินอึ้งไปอย่างคิดหนัก
ooooooo
เข้าสู่คืนที่สองสำหรับการอยู่ในป่าอย่างทุกข์ทรมาน แขมแขเป็นไข้ป่าแต่ได้สมุนไพรเยียวยาอาการจึงทุเลา
หญิงสาวนอนหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตะวันตกดินไปแล้ว เธอเห็นครุยก้าวเข้ามายืนตรงหน้า รีบขยับถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
“จ่าครุย...”
“ดีขึ้นหรือยัง...ผมหมายถึงอาการไข้ของคุณ”
“ฉัน...”
“ผมจะออกไปหาของป่า เราต้องมีอาหารมีน้ำ อย่าหนี ที่นี่ป่าลึก อันตรายมีรอบตัวสำหรับคนไม่คุ้นป่า คิดน่ะได้ แต่คิดกับทำมันไม่เหมือนกันนะ”
สำทับเสร็จแล้วครุยเดินออกไปพร้อมสัมภาระทั้งมีด ปืน และเครื่องมือยังชีพในป่า แขมแขมองตามด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนก้มลงมองโซ่ที่ล่ามเท้าตัวเอง
ผ่านไปชั่วครู่ แขมแขพยายามโยกเสาที่ล่ามโซ่กับท่อนขาด้วยความยากลำบาก นานเข้าเสาเริ่มไหวตัวคลอนไปมา ทำให้เธอมีกำลังใจกัดฟันออกแรงต่อไป ทั้งที่ยังมีอาการของไข้ป่าหลงเหลืออยู่
ooooooo










