ตอนที่ 3
แขมแขให้บุญท้วมไปสืบว่าเมื่อหกปีที่แล้ว ครุยติดคุกคดีอะไร พอรู้ว่าเป็นค้ายาเสพติดโดยมียันต์เป็นพยานปากสำคัญทำให้ครุยดิ้นไม่หลุด แขมแขคิดหนักและอดระแวงในตัวยันต์ไม่ได้
ขณะเดียวกันนั้น ยันต์ที่ต้องการกำจัดครุยกำลังหัวเสียอย่างหนักที่สมุนตามหาคำสีไม่พบ ยิ่งนานวันหากยังทำอะไรครุยไม่ได้ เขาอาจเดือดร้อนในภายภาคหน้า ที่สำคัญเขากำลังจะลงเล่นการเมือง ภาพลักษณ์เขาต้องดูดีตั้งแต่หัวจดเท้า
พูดไม่ทันขาดคำ รถบรรทุกคันหนึ่งคลุมผ้าสีดำวิ่งผ่านหน้าคฤหาสน์ของยันต์ พลันกระสุนจากรถบรรทุกพุ่งกราดเข้ามา ขาลรีบอารักขายันต์ทันท่วงทีแล้วกระชากปืนจากเอววิ่งไล่ยิงรถบรรทุกไป ยง สุครีพ รามสูร และราหูเพิ่งได้สติวิ่งตามหลัง โดยมีเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นของยันต์ดังลั่นว่าใครมันบังอาจ!
เสี่ยบุญยิ่งนั่นเอง เขาจ้างนักเลงไปหยั่งเชิงว่ายันต์กับคนคุ้มกันจะระวังตัวแค่ไหน กลอยใจไม่เห็นด้วยและไม่เข้าใจว่าพ่อทำอย่างนี้เพื่ออะไร
“เราทำไม้...ยันต์ก็ทำไม้ แต่แทนที่จะเลือกพ่อเป็นคู่หู กลับไปเลือกเสี่ยไพบูลย์ร่วมธุรกิจ แล้วแทนที่จะเลือกลูกเป็นเจ้าสาว กลับไปเลือกแขมแข”
“เรื่องนั้น...”
“เรื่องไหนมันก็เกี่ยวข้องกันได้ทั้งนั้น เราจะเป็นโรงเลื่อยเล็กๆไปทันทีที่เสี่ยไพบูลย์ร่วมหุ้นกับยันต์ แล้วธุรกิจค้าไม้กำไรมหาศาลจะตกเป็นของคนผูกขาดพวกนี้”
“คุณพ่อหมายความว่า...”
“เราจะบ่อนทำลายยันต์ ยมราช แล้วโยนเรื่องให้จ่าครุย”
การกระทำของเสี่ยบุญยิ่งไม่เสียเปล่า เมื่อเสี่ยไพบูลย์รู้เรื่องยันต์โดนยิงถล่มก็เชื่อว่าเป็นฝีมือครุยที่เพิ่งออกจากคุกเพราะคดียาเสพติดที่ยันต์เป็นพยานปากสำคัญ เขาต้องออกมาล้างแค้นแน่
“ถ้าอย่างนั้นคดีของจ่าครุย คุณยันต์ก็เกี่ยวข้องด้วยสิคะ” แขมแขตั้งข้อสังเกตจนไพบูลย์ถึงกับอ้ำอึ้ง “ถ้าหนูจะแต่งงานกับคนเรื่องเยอะ มีทั้งโจทก์ทั้งเจ้ากรรมนายเวร ชีวิตของหนูจะเป็นยังไง”
“แขมแข...แต่พ่อคิดว่า...”
“หนูทราบค่ะ ว่าไม่มีใครในอีสานเหมาะสมกับหนูเท่าคุณยันต์ เขามีทั้งเงินทั้งชื่อเสียง แต่ชีวิตของหนูน่ะ หนูต้องการใช้มันยาวๆค่ะ หนูไม่แน่ใจว่าคุณพ่อคิดผิดหรือคิดถูกที่ไปร่วมธุรกิจไม้กับคุณยันต์”
“คิดถูกสิ ไม่อย่างงั้นโรงเลื่อยเสี่ยไพบูลย์จะกลายเป็นโรงเลื่อยใหญ่กว่าของเสี่ยบุญยิ่งได้ยังไง”
“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณยันต์ คุณพ่อแน่ใจหรือคะว่าเป็นฝีมือของจ่าครุย”
“ถ้าไม่ใช่จ่าครุยแล้วจะเป็นใคร”
“เจ้ากรรมนายเวรของคุณยันต์เยอะนะคะ อาจจะเป็นใครก็ได้ที่ต้องการโยนเรื่องให้จ่าครุยรับไป”
ปรากฏว่าสิ่งที่แขมแขคิดมีเค้าความจริง เพราะเวลานี้ยันต์เพิ่งได้รับแจ้งจากสายของตนว่าครุยยังอยู่ที่อุบล ดังนั้นคนที่เพิ่งบุกมายิงถล่มก็ไม่ใช่ครุย ยงเลยคาดเดาว่าอาจจะเป็นพวกสัปเหร่อโข่ง แต่จ่าโง่นค้านว่า
“สัปเหร่อโข่งเป็นแค่สัปเหร่อนะ มันจะมีปัญญาเล่นกับของใหญ่หรือ”
“ว่าได้หรือจ่า สัปเหร่อโข่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของจ่าครุย จ่าก็เคยเอาพวกไปค้นป่าช้าหาตัวจ่าครุยมาแล้วนี่” ขาลพูดมีเหตุผล ยันต์คล้อยตามอย่างง่ายดาย
“ฉันนึกไม่ออกว่าในโคราชนี่ใครจะกล้ากับฉัน หรือว่าจะเป็นพวกไอ้สัปเหร่อโข่งจริงๆ”
งานนี้สัปเหร่อโข่งเดือดร้อนแน่นอนแล้ว! เพียงไม่นานสมุนของยันต์ก็ยกโขยงกันมาที่ป่าช้าท้ายวัดพร้อมอาวุธครบมือ แต่นับเป็นโชคดีของสัปเหร่อโข่งที่พลาดท่าหล่นลงไปในโลงศพก่อนที่พวกวายร้ายจะมาถึง
พวกมันยิงปืนขึ้นฟ้าคาดคั้นถามหาสัปเหร่อโข่ง อ่างกับฮวดตกใจรีบปิดบังกันพัลวันจนจ่าโง่นรำคาญ สั่งพวกของตนค้นให้ทั่วป่าช้า ลากตัวมันไปให้ปากคำที่บ้านคุณยันต์ อ่างกับฮวดกลัวลนลาน หากลูกพี่พวกตนโดนจับไปที่บ้านนั้นคงไม่ได้กลับออกมาแน่
สัปเหร่อโข่งได้ยินทุกคำ กลัวตัวสั่นพั่บๆจนโลงศพเคลื่อนคลอนไปมา อ่างกับฮวดหัวไวรีบบอกพวกมันว่าโลงศพนั้นตายทั้งกลม ฆ่าตัวตายเพราะท้องไม่มีพ่อ
เท่านั้นเอง สุครีพ รามสูร และราหูขนหัวตั้งด้วยความกลัว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผีตายทั้งกลมเฮี้ยน จึงพากันวิ่งหนีออกไปจากป่าช้า จ่าโง่นและยงหันซ้ายหันขวาก่อนจะโกยออกไปเหมือนกัน งานนี้สัปเหร่อโข่งเลยรอดตัวเพราะโลงแท้ๆ
ooooooo
คณะหมอลำของดาว ด่านเกวียนเปิดการแสดงที่อุบลราชธานีและได้พบครุยด้วยความบังเอิญ การพบกันครั้งนี้ไม่ต่างจากครั้งก่อนที่สาลิกาช่วยเหลือครุยโดนตามล่าจากคนของยันต์ ยมราช
ครั้งนี้พวกมันมาในคราบกะเทยฝีมือดีแต่ก็สู้ครุยกับสาลิกาและดาวไม่ได้ ครุยขอบใจสองพ่อลูกแล้วทำท่าจะเดินทางต่อ แต่สาลิกาชวนเขาร่วมทางไปด้วยกันเพราะพวกตนต้องไปเปิดการแสดงทั่วอีสานอยู่แล้ว
ครุยตกลง แต่ไปได้ไม่ไกลคณะหมอลำก็โดนโจรปล้น คราวนี้ครุยได้มไหศวรรย์่เข้ามาช่วยรอดไป ส่วนพวกโจรโดนแคนสารพัดพิษของดาวยิงถล่มจนสิ้นฤทธิ์
จากอุบลราชธานีมไหศวรรย์พาครุยไปโผล่ที่ยโสธร ครุยแปลกใจว่าอีกฝ่ายมาทำอะไรไกลถึงที่นี่
“ทำมาหากิน...ฉันเป็นคนขายของเร่ จะขายอยู่กับที่ได้ยังไง จ่า...ตอนนี้จ่าครุยกลายเป็นไฟกองใหญ่ไปแล้วนะ อยู่ที่ไหนไหม้ที่นั่น อยู่ใกล้ใคร คนคนนั้นเดือดร้อน”
“แล้วแกไม่กลัวความเดือดร้อนหรือ”
“มีคนที่เขาพร้อมจะสู้ร่วมกับจ่า ทำไมจ่าต้องสู้อยู่คนเดียว จะล้างแค้นยันต์ ยมราช หรือว่าจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อกลับเข้ารับราชการตำรวจ”
“ตอนนี้ฉันกำลังตามหาคำสีเมียฉัน ฉันจะไปทุกถิ่นทุกที่ที่ฉันเคยไปกับคำสี”
พูดถึงเมีย ครุยเริ่มเศร้าหมอง ยิ่งคิดถึงอดีตอันหวานชื่นที่เจอคำสีในงานบุญบั้งไฟ ครุยแทบหักห้ามความเศร้าสะเทือนใจไม่ไหว เกือบหลุดความอ่อนแอออกมาถ้าไม่รีบเดินจากมไหศวรรย์ไปเสียก่อน
ไม่ว่าครุยจะไปหาคนรู้จักหรือเครือญาติของคำสีที่ยโสธรบ้านเดิมก็ไม่มีใครพบเจอเธอนานแล้ว ครุยผิดหวังแต่ยังไม่ถอดใจที่จะตามหาเมียรักจนกว่าจะเจอ
ooooooo
อินทร์ยังถูกกลอยใจคุกคามเพื่อให้รับสินบน เจอเขาขับรถเก่าๆโทรมๆจอดเสียกลางทางก็เย้ยหยันก่อนจะเสนอเงินให้ซื้อรถใหม่แต่ถูกอินทร์ปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนเคย
กลอยใจไม่ละความพยายาม เธอคัดสรรสาวสวยเซ็กซี่ห้าคนไปประเคนให้อินทร์ถึงบ้านพัก คาดว่าคราวนี้สำเร็จแน่ ผู้ชายที่ไหนจะอดใจไหวกับความขาวความอวบของผู้หญิงตั้งห้าคน แต่ที่ไหนได้ อินทร์ไม่ใช่ผู้ชายประเภทนั้น เขาผลักไสพวกเธอออกจากบ้านแล้วมุ่งหน้าไปพบกลอยใจหลังจากคาดคั้นสาวๆจนรู้ว่าเธอคือผู้บงการ
กลอยใจกับกระถินตกใจหน้าซีดเผือดเมื่ออินทร์บุกมาโวยวายต่อว่า
“อย่าทำแบบนี้อีก ผมแจ้งข้อหาบุกรุกได้ ผมไม่ถามหรอกว่าคุณได้กุญแจห้องผมมาจากไหน แต่ผมว่าอาชีพเก่าของคุณคงจะเป็น...”
“ต๊ายตาย! คุณกลอยใจขา...นายอินทร์เขาว่าคุณเป็นแม่เล้าค่ะ” กระถินลอยหน้าลอยตากรีดเสียง
“นี่ผมไม่ได้พูดนะ”
“นายอินทร์...ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าคุณชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย ผู้ชายหน้าตาดี กล้ามเป็นมัดๆเดี๋ยวนี้หันไปชอบผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น...เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นเกย์”
กลอยใจยิ้มเยาะ อินทร์เคืองแต่คร้านที่จะโต้เถียง
ooooooo
ครุยยังวนเวียนอยู่ที่ยโสธร แล้วก็เจอดีเข้าจนได้ สมุนของยันต์จากโคราชตามมาไล่ล่าอย่างเอาเป็น เอาตาย แต่ครุยโชคดีได้พวกสัปเหร่อโข่งมาช่วยทัน
หลังจากรอดพ้นสมุนของยันต์มาแล้ว ครุยซักถามสัปเหร่อโข่งว่ารู้ได้ยังไงว่าตนอยู่ยโสธร โข่งบอกว่าคำสีเป็นคนยโสธร สมุนของยันต์รู้ แล้วทำไมตนจะไม่รู้
“นี่ผมกลายเป็นกองเพลิง เข้าที่ไหนวอดวายที่นั่น ทำให้คนดีๆต้องเดือดร้อนจริงๆหรือ”
“ข้าบอกแล้วไงว่าคนของไอ้ยันต์มีอยู่ทั่วอีสาน มันรู้ความเคลื่อนไหวของเอ็ง มันต้องรีบเก็บเอ็งก่อนที่เอ็งจะพบคำสี”
“ยังไงผมก็ต้องตามหาคำสีให้พบ ส่งคำสีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว ผมจะเริ่มต้นคิดบัญชีแค้นกับไอ้ยันต์”
“ทำไมเราไม่รวมหัวกันสู้กับมัน”
“เพราะผมไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อนเพราะผม”
“ข้ามีปืนซ่อนอยู่ในหลุมที่ป่าช้าเยอะแยะ ข้าคิดทุกวันที่เอ็งอยู่ในคุก ข้าทำปืนนั่นไว้ให้เอ็งล้างแค้น มีแผนจะขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าโอทอป หนึ่งป่าช้าหนึ่งผลิตภัณฑ์”
“ปืนเถื่อนเหรอ”
“เฮ้ย! อย่าพูดดังไป สู้กับไอ้ยันต์ ยมราช ต้องมีปืนและไม่ใช่ปืนที่ยิงทีละนัด เผลอๆด้านอีก เพราะเก่าสนิมเขรอะอย่างของเอ็ง คุณความดีน่ะมันสู้กับคุณความชั่วได้ตอนจบ แต่ก่อนที่มันจะจบ ถ้าเอ็งจบก่อนล่ะ จบเห่เลย”
ครุยนิ่งเงียบ สัปเหร่อโข่งตบไหล่ครุยพูดจากใจว่า
“ข้าจะตามเอ็งไปสกลหรือหนองคาย เอ็งคงไม่ให้ข้าไป ฝากน้องชายไปด้วยได้มั้ย”
อ่างกับฮวดผวาเข้ามาด้วยความดีใจคิดว่าสัปเหร่อโข่งหมายถึงพวกตน แต่เปล่าเลย แกหยิบปืนกลมือขนาดเล็กพับฐานได้ในย่ามสะพายใบใหญ่ออกมาส่งให้ครุย
“มันเป็นปืนกลมือพับฐานได้ เล็กพริกขี้หนู ไม่ใช่ขี้หนูธรรมดาแต่เป็นขี้หนูสวนเพราะแมกกาซีนดีไซน์บายสัปเหร่อ บรรจุกระสุนได้เป็นสองเท่า พร้อมหลอดบรรจุเร็วสำหรับปาร์ตี้ถล่มทลาย...โค่นยันต์ ยมราช สำเร็จเมื่อไหร่ข้าจะเอาไปขึ้นทะเบียนในฐานะสิ่งประดิษฐ์ของสัปเหร่อโข่ง ฮ่าๆๆ”
สัปเหร่อโข่งหัวเราะร่วนภูมิใจในฝีมือตนเอง ขณะที่ครุยไม่มั่นใจนักรับปืนนั้นมาด้วยท่าทีลังเล
ooooooo
แขมแขตั้งใจจะไปหาข้อมูลคดีของครุยเพิ่มเติมที่ห้องสมุดประชาชน แต่ไม่ทันออกจากบ้านพร้อมบุญท้วมก็เจอยันต์ ยมราชมาจอดรถหรูหราป้ายแดงรออยู่ แวดล้อมไปด้วยขาลและสมุนอีกหลายคน
“สวัสดีครับคุณแขมแข ผมมารับคุณไปทานข้าว คราวนี้เป็นการรับประทานอาหารเป็นการส่วนตัวในโรงแรมหรูหราที่สุดในเมืองโคราช”
“แต่ว่าคุณไม่ได้นัดฉันล่วงหน้าเลยนะคะ แล้วคุณก็ยกขบวนกันมาเหมือนจะ...”
“ปล้น!” บุญท้วมโพล่งขึ้น ยันต์มองไม่พอใจแต่ข่มความรู้สึกไว้ ตอบแขมแขว่า
“ทำไมต้องนัด เราเป็นคนรู้ใจกัน ผมคิดยังไง คุณคิดยังงั้น...เชิญ”
“แต่ฉันอาจจะไม่ได้คิดเหมือนคุณ”
“คุณแขมแข ตั้งแต่เกิดเรื่องจ่าครุยเข้าไปในห้องนอนของคุณ ผมรู้ว่าคุณกลัว ผมจะพาคุณไปรับประทานอาหารเพื่อเป็นการปลอบขวัญคุณไงครับ”
“ถ้าอยากจะให้ฉันหายจากอาการขวัญหนีดีฝ่อ คุณควรจะอยู่ห่างๆฉันไว้”
“ใช่ค่ะ แต่ถ้าคุณแขมแขขัดไม่ได้จริงๆ บุญท้วมก็พร้อมจะไปเป็นเพื่อนคุณค่ะ ได้ไหมคะ”
บุญท้วมยักคิ้วหลิ่วตาให้ยันต์อย่างไม่กลัวเกรง ยันต์หงุดหงิดและไม่ยอมแพ้ ตื๊อจนแขมแขตัดรำคาญด้วยการตกลง
ภายในห้องส่วนตัวของภัตตาคารจีน อาหารเลิศรสถูกนำมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ แขมแขนั่งอย่างระมัดระวัง รู้สึกอึดอัดที่ยันต์แวดล้อมไปด้วยขาลและสมุน บุญท้วมกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยและคอยกันท่ายันต์ที่พยายามเอาใจแขมแข
จู่ๆเสียงประทัดดังขึ้นหน้าภัตตาคาร แขมแขและบุญท้วมต่างผวาทิ้งตัวลงนอนคว่ำกับพื้นพร้อมดึงผ้าปูโต๊ะลงมาคลุมด้วยความตื่นตระหนกจนอาหารบนโต๊ะตกกระจาย ยันต์ลุกพรวดด้วยความโกรธตะโกนลั่นว่าใครมาจุดประทัดตอนนี้...ขาลกับสมุนรีบวิ่งออกไปทันที
พ่อค้าเร่เจ้าเก่าเจ้าเดิมนั่นเอง!
มไหศวรรย์จุดประทัดเพื่อขายสินค้าอยู่หน้าภัตตาคารจีนและเกือบปะทะกับขาลและสมุนที่วิ่งออกมาวางก้ามใหญ่โตประสาขี้ข้ายันต์ ยมราช ก่อนที่จ่าโง่นจะโผล่มาผสมโรงแล้วควบคุมตัวมไหศวรรย์ไปโรงพักทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะตั้งข้อหาอะไร
แทนที่ผู้ถูกจับจะดิ้นรนขัดขืน เขากลับยินยอมมาโรงพักแล้วแกล้งโวยวายพอเป็นพิธี ทำราวกับว่าอยากมาเข้าคุกเพื่อจุดหมายบางอย่าง ด้านแขมแขกับบุญท้วมที่รู้สึกว่าการอยู่ใกล้ยันต์ไม่มีความปลอดภัย อดคิดไม่ได้ตัวตนจริงๆเขาเหมือนโจร หากแขมแขแต่งงานกับเขาแล้วชีวิตจะเป็นยังไง
ไม่ทันข้ามวัน ขาลไปประกันตัวมไหศวรรย์ออกมาแล้วเกิดทะเลาะวิวาทกันขึ้นบนโรงพักโดยที่จ่าโง่นรู้เห็นแต่ไม่คิดจะห้ามปราม จนกระทั่งได้ยินมไหศวรรย์กล่าวพาดพิงตนเองและขาลเป็นขี้ข้ายันต์ ไปไหนมาไหนมีแต่คนขากถุย จ่าโง่นทนไม่ไหวปราดเข้ามากระชากคอพ่อค้าเร่แล้วแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน จับยัดห้องขังไว้อย่างเดิม
ooooooo
ที่สกลนคร ครุยเจอหาญเพื่อนเก่าและได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับคำสีเพิ่มเติมด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นแสนสาหัส เพราะหาญคือคนที่ข่มขืนคำสีแล้วเอาตัวเธอไปเป็นเหยื่อของยันต์ และปัจจุบันหาญเป็นทาสเงินของยันต์ ยินดีรับคำสั่งทุกอย่างเพื่อแลกเงิน
วันนี้ที่หาญมาปรากฏตัวก็เช่นกัน เขาหวังปลิดชีพ ครุย แต่กลับเป็นฝ่ายถูกครุยยิงแสกหน้าสิ้นใจไปเสียก่อน เมื่อข่าวการเสียชีวิตของหาญรู้ไปถึงหูพวกยันต์ แน่นอนทุกคนปักใจว่าเป็นฝีมือครุย จ่าโง่นร้อนใจแนะนำให้รีบจับตัวคำสี ไม่เช่นนั้นเราจะหยุดครุยไม่ได้แน่
แล้วพวกจ่าโง่นก็ย้อนกลับไปที่วัดโคกอีแร้งอีกครั้ง เมื่อนึกได้ว่ายังไม่ได้ไปค้นหาคำสีที่ป่าช้า ในที่สุดก็เจอคำสีนอนเป็นไข้หนาวสั่นอยู่ที่นั่น จึงเอาตัวมาที่บ้านยันต์ ดำกับขาลรู้เห็นด้วยความเป็นห่วงคำสี
ในขณะที่ยันต์กำลังยุ่งๆอยู่กับเรื่องการตามล่าครุย เสี่ยบุญยิ่งฉวยโอกาสนี้จ้างนักเลงแอบตัดไม้พะยูงแล้วส่งขายลูกค้ารายใหญ่หลายรายตัดหน้ายันต์ กลอยใจไม่เห็นด้วยเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของยันต์แต่เสี่ยกลับมั่นใจว่าไม่มีปัญหาเพราะตนวางหมากไว้หลายชั้น ตัดทอนอำนาจของยันต์แล้วโยนเรื่องให้ครุยรับไป
เวลาเดียวกันนี้ ครุยดั้นด้นไปถึงหนองคายซึ่งจะเป็นจังหวัดสุดท้ายในภาคอีสานที่เขาจะตามหาคำสี และเจอคณะหมอลำของดาว ด่านเกวียนอีกครั้ง
สาลิกาลูกสาวของดาวชวนครุยไปไหว้หลวงพ่อพระใสที่วัดโพธิ์ชัย ครุยศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ ภาวนาขอให้ตนได้เจอเมียรัก พอลุกออกจากโบสถ์มานึกไม่ถึงว่าครุยจะได้รับการติดต่อจากยันต์ ยมราช ให้รีบมารับ คำสีคืนไป แต่ขอให้มาคนเดียว
แน่นอนว่าครุยไม่รอช้า เขาบอกสาลิกาว่าต้องรีบไปโคราชโดยเร็ว คำสีถูกพวกยันต์จับตัวไว้ สาลิกาจึงอำนวยความสะดวกด้วยตั๋วเครื่องบินให้ครุยไป
ทันทีที่ครุยลงเครื่องที่สนามบินโคราช คนขับรถแท็กซี่ที่รู้จักมักคุ้นกับมะตูมก็รีบโทร.รายงาน มะตูมตื่นเต้นดีใจ พอรู้ว่าท่าทางครุยร้อนรนก็คาดเดาไปต่างๆนานากับคำม่วน จนมาสรุปกันว่าที่ครุยกลับมาโคราชอาจเป็นเพราะยันต์ ยมราช เจอคำสีแล้ว...
ooooooo










