นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    กลับถึงบ้านก็เย็นแล้ว พอเข้าบ้านมดตะนอยก็วิ่งจู๊ดขอเข้าห้องน้ำก่อน ลุงช้างหิ้วกระเป๋าตาม มองไปที่สนามหน้าบ้านไอไปพูดไปว่าไม่อยู่บ้านสองวันต้นไม้เศร้าเลย ไม่มีคนรดน้ำ

    “เดี๋ยวไข่หวานออกไปรดให้ก็ได้ค่ะ แต่ลุงช้างไม่สบายรึเปล่า ไอใหญ่เลย” ลุงช้างบอกว่าเจ็บคอนิดหน่อย ไข่หวานเอามืออังคอ อังหน้าผากบอกว่าตัวร้อนให้ไปนอนก่อนเดี๋ยวจะเอายาให้ทาน ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็จะพาไปหาหมอ

    ลุงช้างบอกว่าคงไม่เป็นไร นอนสักหน่อยก็ดีขึ้นเอง ไข่หวานตามใจบอกให้ขึ้นนอนเสียตนจะพาไปส่ง

    “น่ารักนะเรา” ลุงช้างโยกหัวไข่หวานอย่างเอ็นดู แล้วพากันขึ้นไปบนบ้าน

    ส่งลุงช้างแล้วไข่หวานเข้าห้องตัวเองทิ้งตัวลงบนเตียง พลันก็เด้งขึ้นมาคว้าโทรศัพท์โทร.หาจามรถามเรื่องกวาง จามรบอกว่าเจอตั้งนานแล้วตอนที่กวางไปหาหมอที่โรงพยาบาล ทักกันนิดหน่อยไม่ได้คุยอะไรมากเพราะเห็นกวางรีบๆ

    รุ่งขึ้นสาริศโทร.มาหาไข่หวานบอกว่าอยากเจอเธอหน่อยได้ไหม ไข่หวานบอกว่าวันนี้ไม่ว่างต้องไปโรงพยาบาล จะไปตามเรื่องลูกของคุณกวาง เผื่อได้ข้อมูลบางอย่างเพิ่ม พอสาริศรู้ว่าเธอจะไปโรงพยาบาลไหน เขาบอกว่ามีญาติเป็นผู้บริหารอยู่ที่นั่นพอดี ขอไปด้วยเผื่อจะได้ช่วยให้อะไรง่ายขึ้น ไข่หวานบอกให้ชวนนิกกี้ไปด้วย แล้วนัดเจอกันที่โรงพยาบาลเลย

    ไข่หวานแต่งตัวจะออกไป ลงมาเจอลุงช้างนั่งหลับพักสายตาที่โต๊ะทำงานท่าทางไม่สบาย ไข่หวานเข้าไปจับหน้าผาก ลุงช้างเอนตัวพิงไหล่ไข่หวานท่าทางอาการหนัก

    “ป่วยแล้วขี้อ้อนนะเนี่ย... ไข่หวานมีธุระต้องไปโรงพยาบาล ลุงช้างไปหาหมอด้วยกันนะคะ” ลุงช้างไม่ไปบอกว่าตนทานยาแล้ว ไข่หวานบอกว่าถ้าเย็นนี้กลับมายังไม่หายต้องไปหาหมอ ลุงช้างถามว่าไปทำอะไรที่โรงพยาบาลล่ะ

    “ไปตามหาญาตินั่นแหละค่ะ ใกล้ความจริงแล้วนะคะลุงช้าง” ลุงช้างดีใจด้วย “ค่ะ แล้วไข่หวานจะรีบกลับนะคะ”

    ooooooo

    หมึกยังพันผ้าพันแผลเต็มตัวจนเหมือนมัมมี่นั่งอยู่บนรถเข็น พยายามต่อรองนายแม่ให้เลื่อนวันแต่งงานออกไปก่อน จะให้ตนแต่งชุดเจ้าบ่าวในสภาพนี้ดูไม่ดีแน่ นายแม่ไม่ยอมอ้างว่าอยากอุ้มหลานเร็วๆ

    หมึกอ้างว่าถึงรีบแต่งไปในสภาพแบบนี้ตนก็ยังมีหลานให้นายแม่ไม่ได้อยู่ดี นายแม่พยักหน้าแต่ให้แต่งตามฤกษ์ไปก่อนเรื่องหลานตนรอได้ หมึกต่อรองไม่สำเร็จ แต่พอหนูเล็กทำทีเอาขนมมาฝากเพื่อจะขอให้เลื่อน

    วันแต่งงานออกไปก่อน บอกว่าจะให้ตนแต่งงานกับเจ้าบ่าวในสภาพนี้...ไม่ไหวแน่ แล้วอ้างว่า

    “หนูเล็กอ่านตำรามาค่ะ ถ้าวันแต่งงานแล้วเจ้าบ่าวใส่เฝือกไม่ว่าส่วนใดของร่างกาย ชีวิตแต่งงานของคู่นั้นจะวิบัติ จะเกิดอาเพศ อาจจะต้องตายจากกันในสามวันเจ็ดวัน หนูเล็กไม่ยอมนะคะนายแม่”

    นายแม่ไม่เชื่อ หนูเล็กตัดพ้อว่านายแม่อยากเห็นตนกับหมึกตายจากกันภายในสามวันเจ็ดวันหรือ หมึกแกล้งร้องไห้บอกว่ายังไงตนก็ขอตายก่อน ฝากหนูเล็กดูแลนายแม่ ไข่หวาน อึ้มเพ็ญ น้ามะลิและอู่ดาวเรืองแทนตนด้วย

    ทั้งหนูเล็กและหมึกต่างแย่งกันเป็นฝ่ายตายก่อน จนนายแม่ทนไม่ไหวบอกว่าไม่ต้องแย่งกันตาย อยากเลื่อนวันแต่งก็เลื่อน เดี๋ยวจะไปหาฤกษ์ใหม่ให้ แล้วตะบึงตะบอนออกไป

    หนูเล็กรู้สึกผิดที่โกหกนายแม่ หมึกบอกว่าไม่เป็นไร เรากำลังทำเรื่องที่ถูกต้องอยู่ ส่วนจะทำอย่างไรต่อไปนั้นต้องรอฟังข่าวจากไข่หวานก่อนแล้วค่อยคิดกันอีกที

    ooooooo

    ตวงพรกับสริดาโทรศัพท์คุยกัน พอตวงพรรู้ว่าสาริศยังติดต่อกับไข่หวานอยู่ก็ถามสริดาว่าจะทำอย่างไร จะปล่อยไปเรื่อยๆอย่างนี้หรือ

    “ไม่หรอกค่ะคุณอา ดาจะเอาคืนพวกมันบ้าง วันนี้แหละค่ะดาจะไปบ้านเพื่อนเก่า ไปดูให้เห็นกับตา ว่ามันเป็นอย่างที่ดาคิดไว้รึเปล่า ถ้าใช่...คงสนุกกันแน่”

    ตวงพรถามว่าให้ตนไปเป็นเพื่อนไหม สริดาบอกไม่ต้อง แล้วจะส่งข่าวให้ทราบ ก็พอดีแม่บ้านมาบอกว่าสาริศออกไปแล้ว สริดาสั่งให้เตรียมรถตนจะออกข้างนอก พยาบาลถามว่าไปบ้านหลังเดิมหรือ

    “ใช่ แล้วอย่าพูดมาก พาฉันไปได้แล้ว” สริดาจ้องหน้าพยาบาลปรามสำทับด้วยสายตา

    พอไปถึงบ้านลุงช้าง สริดาบอกคนขับรถว่า “ไปบอกคนในบ้านว่าฉันสริดามาหาคุณช้าง”

    ลุงช้างออกมาที่ประตู สริดาเปิดประตูรถเต็มที่ ทักทายลุงช้างอย่างแจ่มใสคุ้นเคย “สวัสดีค่ะ พี่ช้าง”

    “นี่...ดา เพื่อนกวางใช่ไหม” ลุงช้างตกใจและแปลกใจมาก สงสัยว่าสริดามาได้อย่างไร เมื่อไปนั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น สริดาคุยสบายๆว่าตนสบายดี

    แม้ร่างกายจะไม่เหมือนเดิม ลุงช้างถามว่ากวางรู้เรื่องนี้รึเปล่า

    “ดากับกวางยังติดต่อกันมาตลอดค่ะ กวางเลยบอกให้ดามาเยี่ยมพี่ช้างกับ...หลานบ้าง” สริดาตีเนียน

    “ดารู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ?” ลุงช้างถามงงๆ แต่สริดาทั้งปั้นเรื่องทั้งโกหกเสียจนลุงช้างเชื่อสนิทใจ เธอเลียบเคียงว่าลุงช้างคงรักมดตะนอยเหมือนลูก ลุงช้างพูดกลั้วหัวเราะว่า “ยิ่งกว่าลูกเสียอีกมั้ง ก็พี่ยังไม่มีลูกของตัวเองนี่”

    “แล้วลุงช้างมีแฟนรึยังคะ” สริดามองหน้า ลุงช้างแค่ยิ้มๆไม่ตอบ ก็พอดีพลอยที่ลุงช้างให้ช่วยไปรับมดตะนอยกลับมาถึง มดตะนอยสวัสดีลุงช้าง ลุงช้างบอกมดตะนอยให้สวัสดีอาสริดาเพื่อนของแม่กวาง

    “สวัสดีค่ะ คุณอานั่งรถเข็นเหมือนลุงหมึกเลย”

    สริดาตื่นตัวทันทีที่ได้ยินชื่อหมึก แกล้งถามว่า “ลุงหมึก? ใครเหรอคะ?”

    “ลุงหมึกเป็นพี่ขายของอาไข่หวานค่ะ” สริดา

    ทำท่าเอ็นดูถามว่าแล้วอาไข่หวานเป็นใครคะ “อาไข่หวานก็เป็น...”

    “พลอย พามดตะนอยไปอาบน้ำก่อนไป” ลุงช้างรีบขัดขึ้น พอพลอยพามดตะนอยไป สริดาถามทันทีว่า

    “เด็กคนนี้ใช่ไหมคะ หลานดา เขาได้ผิวกวางมา นะคะพี่ช้าง แต่จมูก ปาก หน้าตาเขาเหมือนพ่อไม่มีผิดเลยค่ะ” ลุงช้างถามว่าเธอรู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยหรือ “ดารู้จักพ่อของมดตะนอยค่ะ รู้จักดีเสียด้วย พี่ช้างอยากเจอเขาไหมล่ะคะ”

    ลุงช้างฟังแล้วอึ้ง ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

    ooooooo

    เมื่อไข่หวาน สาริศ และนิกกี้ไปเจอกันที่ โรงพยาบาล ทั้งสามนั่งรอเพราะญาติของสาริศยังติดประชุม

    สาริศเล่าเรื่องที่ตนกับสริดามีปัญหากันเมื่อวานให้ฟัง ไข่หวานจึงรู้ว่าเพราะเหตุนี้เองสริดาถึงได้เกลียดตนกับหมึกมาก สาริศบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนจะช่วยเธอทุกอย่างเพื่อชดเชยกับสิ่งที่สริดาทำไว้กับเธอ

    พอดี “น้าวี” ญาติของสาริศโทร.เข้ามือถือเขาบอกให้ขึ้นไปหาที่ห้องได้เลย สาริศจึงพาสองสาวขึ้นไป แต่พอสาริศบอกธุระที่มารบกวน น้าวีก็ทำท่าหนักใจเพราะคนไข้ที่โรงพยาบาลมีมากและเวลาก็ผ่านไปถึง 6 ปีแล้ว แต่น้าวีก็มีแก่ใจช่วย

    “เดี๋ยวน้าจะให้ฝ่ายทะเบียนช่วยค้นข้อมูลแล้วกันว่ามีคนไข้ชื่อนี้กี่คน แล้วพวกหนูค่อยลองโทร.ตามหากันดู”

    “ขอบคุณมากเลยค่ะ” ไข่หวานไหว้ สีหน้าผ่อนคลายลง เมื่อได้รายชื่อและเบอร์โทร.มาแล้ว ทั้งสามก็ช่วยกันโทร.หาคนชื่ออนุช โทร.รายแล้วรายเล่าก็ล้วนแต่ไม่มีวี่แวว รายชื่อที่โทร.แล้วถูกขีดฆ่าจนถึงรายชื่อสุดท้าย สาริศอ่านดังๆ

    “อนุช ศิริกาญจนา...คนสุดท้ายแล้ว ผมโทร.เองแล้วกัน” ทั้งไข่หวานและนิกกี้จึงนั่งลุ้นใจจดจ่อ

    ที่แท้เบอร์นี้เป็นเบอร์บ้านเก่าของลุงช้างที่ขายและย้ายออกไปนานแล้ว ซึ่งไข่หวานเคยมาหาและเจอป้าอนุชที่พูดจาโผงผางกวนๆเพราะแกประสาทนิดๆพอไข่หวานได้ยินการตอบโต้กันของสาริศกับป้าอนุชก็นึกได้ เอาโทรศัพท์ไปคุยเอง ไข่หวานจำได้ทันทีบอกนิกกี้กับสาริศว่า

    “ใช่แล้ว ป้าคนนี้แหละที่อยู่บ้านเก่าของคุณกวาง ไข่หวานจำได้ แต่คุณกวางเขาย้ายออกไปนานแล้วล่ะ”

    นิกกี้ผิดหวัง แต่สาริศกลับบอกว่า อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่า คุณกวางมีชื่อนามสกุลจริงว่า อนุช ศิริกาญจนา

    ooooooo

    สริดากลับไปแล้ว แต่ลุงช้างยังนั่งเครียดอยู่กับคำพูดสุดท้ายที่สริดาพูดทิ้งไว้ว่า

    “ดารู้จักพ่อของมดตะนอยค่ะ รู้จักดีด้วย พี่ช้างอยากเจอเขาไหมล่ะคะ”

    มดตะนอยอาบน้ำเสร็จลงมาเห็นลุงช้างนั่งเครียด ถามว่าลุงช้างไม่สบายหรือเปล่าหน้าซีดจัง เอามือจับหน้าผากอุทานว่าตัวร้อนจี๋เลย ลุงช้างบอกมดตะนอยว่าตนไม่เป็นไร แต่มดตะนอยอยู่ห่างๆก็ดีเดี๋ยวจะติดหวัด

    “มดตะนอยไม่กลัว มดตะนอยยอมเป็นหวัดเป็นเพื่อนลุงช้างค่ะ”

    ลุงช้างฟังแล้วอึ้ง ดึงมดตะนอยเข้าไปกอดไว้อย่างหวงแหน

    มดตะนอยเป็นห่วงลุงช้างจึงโทร.ไปบอกอาไข่หวาน ทำให้ไข่หวานรีบขอตัวจากนิกกี้และสาริศกลับก่อน

    สาริศมองตามไข่หวานเปรยๆกับนิกกี้ว่า “แสดงว่าความหวังสุดท้ายของคุณไข่หวานก็ขึ้นอยู่กับพี่ดาแล้วล่ะสิ”

    สริดากลับถึงบ้านอย่างสะใจกับข้อมูลที่ได้จากลุงช้างวันนี้ หยิบรูปกวาง หมึก และตัวเองมาดูพึมพำเหี้ยม

    “ตลกดีนะ ตามหากันแทบตาย แต่อยู่ใกล้กันแค่นี้ ถึงเวลาที่เธอสองคนจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เคยทำกับฉันแล้ว”

    สริดารอสาริศกลับมาจึงทานข้าวด้วยกัน สาริศแปลกใจถามว่าพี่อารมณ์ดีจัง ไปเที่ยวไหนมาหรือเปล่า สริดาบอกว่าไม่ได้ไปเที่ยวไหนเพียงแต่พยายามปล่อยวางลืมเรื่องเก่า สาริศเลยขอให้เล่าให้ตนฟังบ้างได้ไหม

    สริดามองหน้าสาริศอย่างชั่งใจถามว่า “แล้ว...ถ้าเกิดความจริงไม่เป็นอย่างที่เธอคิดล่ะ”

    “ผมก็ไม่รู้สิครับ ผมเหมือนคนนอกที่ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง อยากจะช่วยแก้ปัญหา แต่ก็เหมือนช่วยที่ปลายเหตุ มันเลยไม่สำเร็จสักที”

    “เธอไม่ต้องห่วงหรอก พี่กำลังแก้ปัญหาอยู่ แก้ที่ต้นเหตุซะด้วย” สริดายิ้มให้สาริศอย่างอารมณ์ดี

    ไข่หวานกลับถึงบ้านก็ขอโทษลุงช้างที่มาช้า บอกให้มดตะนอยไปนอนเสียคืนนี้ตนจะเฝ้าลุงช้างเอง เมื่ออยู่กันลำพัง ลุงช้างปรารภกับไข่หวานว่ากลัวจะมีคนมาเอามดตะนอยไป เพราะวันนี้มีคนมาพูดถึงพ่อ ของมดตะนอยให้ผมฟัง

    “เขาจะมาเอาตัวมดตะนอยไปเหรอคะ” ไข่หวานตกใจ ลุงช้างส่ายหน้าบอกว่าตนแค่กลัว แต่ก็แย้งเองว่าจริงๆแล้วก็ไม่เห็นจะต้องกลัว เพราะเขาไม่เคยรับตั้งแต่ต้น คงไม่คิดมารับเอาป่านนี้หรอก “ไข่หวานล่ะเกลียดจริงๆ พวกผู้ชายเลว ไม่มีความรับผิดชอบเนี่ย ลุงช้างอย่าไปใส่ใจเก็บมาเป็นอารมณ์เลยค่ะ ยิ่งป่วยๆอยู่ด้วย”

    ลุงช้างพยักหน้ายิ้มๆ ถามว่า “แล้วไข่หวานจะนอนตรงไหนล่ะ นอนบนเตียงด้วยกันไหม”

    “จะบ้าเหรอลุงช้าง!” ไข่หวานทุบปั้ก! แม้จะเจ็บแต่ลุงช้างก็หัวเราะอย่างมีความสุข

    คืนเดียวกันนี้ หมึกหงุดหงิดที่จามไม่หยุด บ่นว่า “ใครมันนินทาวะ” แล้วโดดขึ้นเตียงชักผ้าคลุมโปงเลย

    ooooooo

    เพราะลุงช้างป่วยเช้านี้ไข่หวานจึงทำข้าวต้มให้กิน อุตส่าห์ป้อนให้ แต่ลุงช้างกล้ำกลืนกินคำเดียวก็เอนตัวลงนอน ไข่หวานถามว่าไม่อร่อยหรือ ลุงช้างไม่ตอบแต่บอกว่าข้าวต้มยังไม่สุก ไข่หวานหน้าเสียจะไปทำให้ใหม่

    “ไม่ต้องหรอก ผมก็ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” พูดกับไข่หวานที่จะยกชามข้าวต้มออกไปว่า “ไม่ต้องเสียใจนะไม่มีใครทำเป็นตั้งแต่เกิดหรอก”

    มดตะนอยในชุดนักเรียนที่มายืนดูลุงช้างกับไข่หวานอยู่ จู่ๆก็ถามขึ้นว่า “อาไข่หวานขา อาไข่หวานเป็นแฟนลุงช้างได้ไหมคะ” ไข่หวานตกใจถามว่าทำไมพูดอย่างนั้น “มดตะนอยอยากให้อาไข่หวานเป็นแฟนลุงช้างค่ะ มดตะนอยอยากให้อาไข่หวานอยู่กับมดตะนอยนานๆ อยู่ไปตลอดเลยค่ะ”

    ไข่หวานอึกอักเก้อเขิน ลุงช้างลุ้นว่าให้ทำตามที่มดตะนอยขอก็ดีนะแล้วหาเสียงกับมดตะนอยว่าใช่ไหม มดตะนอยตอบทันทีว่าใช่ค่ะ ไข่หวานเลยแก้เกี้ยวว่า ไม่คุยด้วยแล้ว ลุงหลานรุมตนคนเดียว ดูนาฬิกาแล้วเร่งมดตะนอยรีบไปโรงเรียน

    วันเดียวกัน สริดาไปหาตวงพรที่ห้องทำงานบอกอย่างลิงโลดว่าตอนนี้ความลับทุกอย่างของพวกนั้นอยู่ในกำมือตนหมดแล้ว สาธยายให้ฟังอย่างสะใจว่า

    “คุณอาคะ ดามั่นใจมากว่าพี่ชายนังไข่หวานมีลูกกับกวางเพื่อนดา และตอนนี้ก็ถูกเลี้ยงอยู่บ้านพี่ช้าง แล้วที่สำคัญ นังไข่หวานอาของเด็กคนนั้นก็อยู่ที่บ้านพี่ช้างด้วย หึๆ...มันต้องมีปัญหาแน่ ถ้ามันรู้ว่าหลานที่มันตามหาอยู่ก็คือหลานพี่ช้าง!”

    “งั้นแผนการของอาที่อยากจะกำจัดนังไข่หวานให้พ้นจากการประกวดก็สำเร็จแน่นอนค่ะคุณอา รวมถึงเรื่องที่ดาอยากจะแก้แค้นพี่ชายของมัน ดาอยากเห็นพี่ชายมันเจ็บปวด เหมือนที่มันเคยทำกับดาด้วยค่ะ” ตวงพรชมว่าดีมาก “ค่ะ! ยิ่งนังไข่หวานมันสนิทกับพี่ช้างมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเจ็บปวดมากเป็นสองเท่าตอนที่มันรู้ความจริงว่าต้องเสียทั้งหลานทั้งคนรัก”

    ooooooo

    สาริศโทร.ถึงไข่หวาน พอไข่หวานรับสายก็ทำเป็นรำพึงว่า นึกว่าจะไม่รับสายตนเสียแล้วเพราะเห็นยุ่งๆตั้งแต่เมื่อวาน

    สาริศบอกข่าวดีว่าเมื่อวานสริดาบอกว่ากำลังแก้ปัญหาบางอย่างอยู่ อีกไม่นานเธอคงพร้อมที่จะเล่าความจริงให้เราฟัง ไข่หวานดีใจมากขอบคุณและชมว่า “คุณเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ” แต่พอสาริศชวนเย็นนี้ไปทานข้าวเป็นเพื่อนตนหน่อย ไข่หวานก็ขอตัวอ้างว่าลุงช้างยังไม่หายดีเลย แล้วขอวางสายเพราะต้องรีบไปทำอาหารเที่ยงให้ลุงช้างแล้ว

    “อะไรๆก็ลุงช้าง” สาริศบ่นอย่างผิดหวัง ขัดใจลุงช้างมาสอนไข่หวานทำอาหาร เริ่มตั้งแต่จับมือหั่นผักกันเลยทีเดียว ไข่หวานพูดอย่างภูมิใจว่านับแต่มาอยู่กับลุงช้างตนทำอะไรเป็นขึ้นตั้งเยอะ แต่ถ้าประกวดเสร็จก็คงต้องกลับแล้ว ลุงช้างถามว่าเธอยังต้องตามหาหลานไม่ใช่หรือ ถ้ายังไม่เจอก็อยู่ไปเรื่อยๆ ไข่หวานบอกว่าคงไม่ได้เพราะเรื่องตามหาหลาน ถ้านายแม่รู้เข้าคงบ้านแตกแน่ เพราะว่า...

    “หลานที่ไข่หวานตามหาเป็นลูกของพี่หมึกค่ะ นายแม่ไม่เคยรู้เลยว่าพี่หมึกมีลูก”

    อยู่ๆลุงเสือก็กลับมาโดยไม่บอกล่วงหน้า โทร.มาบอกลุงช้างว่าตนคุยกับกวางแล้ว ฝ่ายนั้นยังใจแข็งเหมือนเดิมไม่ยอมดูทั้งรูปและคลิปของมดตะนอย เสนอว่าเราพามดตะนอยไปหากวางที่อเมริกาเลยดีไหม ลุงช้างไม่เห็นด้วยเพราะถ้าไปแล้วกวางไม่ยอมรับลูก มดตะนอยต้องแย่แน่ๆ ลุงช้างบอกข่าวดีที่สริดามาหาว่า เธอติดต่อกับกวางและกวางขอให้เธอมาเยี่ยมมดตะนอย ลุงเสือเอะใจว่ากวางไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ให้ฟังเลย ลุงช้างจึงขอให้ลุงเสือมานั่งคุยกันที่บ้านดีกว่า

    ไม่นานลุงเสือก็มาพร้อมของฝากมากมาย ไข่หวานกำลังจัดอาหารกลางวันกินกันอยู่ ลุงช้างแนะนำไข่หวานแก่ลุงเสือ พอมดตะนอยได้ของที่ลุงเสือบอกว่าแม่ฝากมาให้ก็เอาไปแกะ ไข่หวานตามไปช่วย ลุงเสือมองไข่หวานชมว่า

    “น่ารักดีนะ เข้ากับมดตะนอยได้ดีด้วย ผ่าน!” เย้าลุงช้างว่า “ผ่านเข้าไปในหัวใจแกแล้วไง ใช่ไหม?”

    “ก็...ดูๆกันอยู่” ลุงช้างตอบเขินๆ เลยถูกแซวว่าตอบคำถามอย่างกับดาราเลยนะ แล้วสองพี่น้องก็หัวเราะกัน

    ขณะไข่หวานนั่งดูมดตะนอยแกะของขวัญของแม่อยู่นั้น สริดาก็โทร.มาบอกว่าตนตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องกวางแล้ว ไข่หวานดีใจมากขอบคุณแล้วขอบคุณอีก สริดาบอกว่าไม่ต้องขอบคุณตนแต่ให้เธอเตรียมให้พร้อมก็แล้วกัน

    ลุงช้างเล่าให้ลุงเสือฟังว่าสริดาบอกว่าเธอรู้จักพ่อของมดตะนอย แต่นาทีนี้ลุงช้างไม่อยากให้มดตะนอยกับพ่อเจอกันเพราะทุกวันนี้มดตะนอยก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ตนอยากจะให้เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน ถึงวันนั้นค่อยว่ากันใหม่

    ขณะสองลุงกำลังนั่งเครียดกันอยู่นั้น ไข่หวานก็ เข้ามาบอกข่าวดีว่า ตนกำลังจะเจอญาติที่ตามหาแล้วเป็นลูกของหมึกพี่ชายตน น่าจะอายุประมาณห้าหกขวบแล้ว

    “ลุงหมึกใจดีจังเลย ตามหาลูกด้วย มดตะนอยว่าตอนนี้พ่ออาจจะตามหามดตะนอยอยู่เหมือนกัน แล้วเมื่อไหร่พ่อจะได้เจอมดตะนอยสักทีนะ”

    ผู้ใหญ่ทั้งสามฟังแล้วสะเทือนใจ ลุงเสือเลยเปลี่ยนบรรยากาศชวนทุกคนกินข้าวกันดีกว่าตนหิวมากแล้ว

    คืนนี้ไข่หวานโทร.บอกข่าวดีแก่หมึกว่าใกล้จะเจอกวางแล้ว เพราะสริดาโทร.มาบอกว่ายอมนัดให้ตนเจอกวางกับลูกแล้ว หมึกดีใจมากถามว่าคุณดานัดวันไหน ตนขอไปพบด้วย ไข่หวานรับปากว่านัดวันไหนแล้วจะโทร.บอก

    ooooooo

    คืนนี้มดตะนอยไปเคาะประตูบอกลุงช้างให้ช่วยสอนทำการบ้านที่คุณครูให้เขียนเรียงความเรื่อง “วันหยุดของฉัน” ตนอยากเขียนเรื่องที่ไปเที่ยวสวนสัตว์แต่จำไม่ได้ว่าไปดูสัตว์อะไรมาบ้าง

    ลุงช้างบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะวันนั้นมดตะนอยไปกับอาหมึก มดตะนอยเลยไปขอให้ไข่หวานช่วยโทร.หาอาหมึกให้ หมึกเลยโม้เสียยาว และมดตะนอยก็ฟังเพลิน ไข่หวานเห็นแล้วยิ้มดีใจที่มดตะนอยมีความสุข

    คืนเดียวกันนี้ สาริศโทร.หาไข่หวาน ทีแรกเธอไม่รับสาย ต่อมาสายไม่ว่าง เขาเลยส่งข้อความแทน

    “พรุ่งนี้ว่างไปทานข้าวกันไหมครับคุณไข่หวาน ผมมีร้านอาหารอิตาเลียนบรรยากาศดีอยากพาคุณไป” ไม่นานก็ได้รับข้อความตอบมาว่า “ขอโทษด้วยนะคะ ไข่หวานติดธุระจริงๆ” คำตอบสุดท้ายของสาริศคือ

    “ไม่เป็นไรครับ” พร้อมสติกเกอร์หน้าเศร้าๆ กลับไปแล้วสาริศก็โทร.ชวนนิกกี้เป็นเพื่อนไปกินอาหารอิตาเลียนกันหน่อยตนจองโต๊ะไว้แล้ว นิกกี้ตอบรับแต่ดักคอว่าเขาจองโต๊ะได้ยังไง ตนเพิ่งตกลงเองหรือว่านัดใครไว้แล้วเขาไม่ไปเลยมาชวนตน

    “ไม่ต้องถามมากได้ไหม ตกลงจะไปไม่ไป” นิกกี้รีบบอกว่าเห็นแก่อาหารอิตาเลียน ไปก็ได้

    ooooooo

    วันนี้ไข่หวานเห็นลุงช้างกำลังเก็บดีวีดีหนังจำนวนมากจึงช่วยเก็บ ถามว่าลุงช้างชอบดูหนังหรือ เขาบอกว่ามันเกี่ยวกับงานของตน ส่วนตัวก็ชอบดูหนังมาแต่เด็กชอบเข้าโรงหนังเป็นประจำ

    แต่พอไข่หวานถามว่าแล้วตอนนี้ล่ะ? ลุงช้างบอกว่าไม่ได้เข้าโรงหนังมาเท่าอายุมดตะนอย ไข่หวานเลยชวนไปดูหนังกันให้ผ่อนคลายเพราะดูจากสภาพของเขาตอนนี้แล้วคงทำงานต่อไม่ได้แน่ พูดอย่างร่าเริงแจ่มใสว่า

    “ไข่หวานให้เกียรติลุงช้างเป็นคนเลือกหนังที่อยากดูเลยค่ะ หนังเรื่องแรกที่เราดูด้วยกันเชียวน้า...”

    นิกกี้ไปกินอาหารอิตาเลียนกับสาริศชมว่าอาหารอร่อยมาก เลี้ยงอาหารแล้วยังพาเดินห้างอีก ให้ 10 คะแนนเต็มเลย เห็นสาริศยังไม่หายขุ่นมัวใจนิกกี้เลยเลี้ยงไอศกรีมเพื่อให้อารมณ์ดีขึ้น แต่พอจะไปร้านไอศกรีม นิกกี้เห็นไข่หวานเดินกินไอศกรีมคุยกับลุงช้างอยู่อย่างร่าเริง เลยเปลี่ยนใจชวนกลับ สาริศเอะใจมองไปแล้ว

    ก็ชะงักหน้าเสีย เมื่อเห็นลุงช้างยื่นไอศกรีมให้ไข่หวานแทะพอดี เขาพึมพำเสียงแผ่ว... “ไหนว่าติดธุระ...”

    พอดีไข่หวานเห็นนิกกี้ เธอร้องเรียกแล้วเดินไปหานิกกี้ถามลุงช้างว่ามาดูหนังกันหรือ ลุงช้างบอกว่าไข่หวานชวนมา ไข่หวานมองสาริศเก้อๆ เขาจึงชวนไปดื่มกาแฟกันพูดเหน็บนิดๆว่า “หวังว่าคงไม่รบกวนเวลาคุณช้างมากไปนะครับ”

    “แล้วแต่ไข่หวานครับ” เป็นคำตอบที่ทำให้สาริศอึ้ง ไข่หวานไม่ขัดข้อง ทั้งหมดจึงพากันไปร้านกาแฟในห้าง

    ระหว่างนั่งดื่มกาแฟ นิกกี้รู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติระหว่างไข่หวานกับสาริศ เธอทำทีชวนไข่หวานเป็นเพื่อนไปห้องน้ำ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรู้ว่าเมื่อวานสาริศชวนไข่หวานมากินอาหารอิตาเลียนแต่ไข่หวาน

    บอกว่าไม่ว่าง นิกกี้บอกว่า เขาคงน้อยใจ ไข่หวานบอกว่าตนก็ไม่อยากให้ความหวังอะไรกับเขาเพราะเรื่องที่ตนรบกวนเขาอยู่ก็เกรงใจจะแย่แล้ว

    “สรุปคือแกเลือกลุงช้าง แต่แกก็ยังต้องให้คุณสาริศช่วยตามหาหลาน” ไข่หวานพยักหน้า “เขาคงเจ็บน่าดูเลยนะ เมื่อกี๊เขาพูดถึงแก พอพูดปุ๊บแกก็โผล่ปั๊บแล้วดันเอาฉากสวีตกับลุงช้างมาแสดงให้เห็นเต็มๆตา...เจ้านายฉันคงทำใจไม่ได้แน่”

    “แกเป็นเลขา แกก็ช่วยดูเขาหน่อยสิ” นิกกี้หัวเราะบ่นว่าผลักให้เพื่อนเชียวนะ “เลิกคุย แล้วรีบกลับไป ปล่อยสองคนนั้นทิ้งไว้นานไม่ดีหรอก” ไข่หวานเร่ง แล้วรีบพากันกลับไปที่โต๊ะ

    ที่แท้สองหนุ่มคุยกันอย่างเปิดอกแล้ว สาริศถามลุงช้างว่าเขากับไข่หวานคบกันอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ตนจะได้หยุด ลุงช้างย้อนถามว่า “คุณแน่ใจหรือว่าอยากฟัง” ฟังแค่นี้สาริศก็รู้ชัดแล้วว่าหมายความว่าอย่างไร ตอบอย่างตัดใจว่า

    “เอาเป็นว่า ผมรู้คำตอบแล้วก็แล้วกัน ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยนะครับ” ลุงช้างมองอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขาและก็พอดีไข่หวานกับนิกกี้กลับมาเห็นสถานการณ์ยังปกติก็โล่งใจ แล้วลุงช้างก็ขอตัวกลับ ไข่หวานขอบคุณสาริศก่อนกลับไปกับลุงช้าง สาริศมองทั้งสองที่เดินเคียงคู่กันไปแล้วแทบจะเอาหัวโขกโต๊ะ พึมพำในลำคอ

    “รักกันไปแล้ว!” นิกกี้บอกว่าขวางไปก็ไม่มีประโยชน์ สาริศมองหน้าถามว่าปลอบตนแค่นี้หรือ?

    “คุณเป็นคนดีนะคะ คุณดีกับไข่หวานมากด้วย ยังไงไข่หวานเขาก็ซึ้งค่ะ”

    “เป็นคนดี แต่ไม่ใช่คนที่ชอบ...เฮ้อ....” สาริศถอนใจเมินหน้าไปอีกทาง นิกกี้ได้แต่มองอย่างสงสาร...เห็นใจ

    นิกกี้พาสาริศไปเข้าโรงยิม เขาชกมวยอย่าง บ้าดีเดือดจนนิกกี้ขอให้เพลาๆบ้าง เขาบอกว่าขอวันนี้ วันเดียว และเขาก็ทำได้ เพราะเพียงวันรุ่งขึ้น สาริศคนเดิมก็กลับคืนมา มุ่งมั่นสานงานประกวดต่อ พยายามติดต่ออดุลย์ที่หายตัวไป บอกนิกกี้ว่า

    “ผมไม่ยอมแพ้หรอก งานนี้ต้องสำเร็จ คุณเตรียมรวบรวมข้อมูลทำรายงานผลงานประจำปีส่งบริษัทแม่ได้เลย”

    นิกกี้มองสาริศอย่างชื่นชมและเชื่อมั่นในตัวเขา ที่ช่างรวดเร็ว เฉียบขาด และมุ่งมั่นได้อย่างน่าทึ่ง

    ooooooo

    หลังจากลุงช้างเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างตนกับไข่หวานแก่สาริศแล้ว เขาบอกเธอว่า ต่อจากนี้ไป เขาจะไม่มีวันกลับไปทำตัวเป็นเกย์อีกแล้ว เจอหน้านายแม่อีกครั้ง เขาจะเป็นแมนให้ดู!!

    เวลาเดียวกัน ลุงช้างก็ถูกสริดารุกเรื่องมดตะนอยอย่างมีแผน เธอโทร.บอกเขาว่าพ่อของมดตะนอยมาตามหามดตะนอยกับตน ปั้นน้ำเป็นตัวจนลุงช้างใจไม่ดีกลัวจะเสียหลานรักไป บอกสริดาด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นว่าตนจะไม่ให้เขาพบมดตะนอยเด็ดขาด สริดาวางสายแล้วยิ้มสะใจกับแผนปั่นหัวลุงช้างของตน

    ลุงช้างเครียดจนลุงเสือมากดกริ่งเรียกก็ไม่ได้ยิน จนไข่หวานไปเปิดประตูให้ ลุงเสือเข้ามาถามน้องชายว่าเป็นอะไร เขาจึงเล่าเรื่องที่สริดาบอกว่าพ่อของมดตะนอยตามหาลูกกับเธอ ลุงเสือถามว่าจะไปเจอเขาดีไหม ดูว่าเขาต้องการอะไรแน่

    “ผมไม่อยากเจอ คนไม่มีความรับผิดชอบ หนีหายไปแล้วอยู่ดีๆโผล่มาจะเอาลูกคืนเหรอ ผมยอมรับไม่ได้หรอกพี่”

    “พี่ว่าเราน่าจะช่วยกันแก้ปัญหานะ ถ้าเราแก้ไขความผิดพลาดในอดีตได้ ชีวิตของมดตะนอยอาจจะสมบูรณ์กว่านี้” ติงให้คิดว่า “สำหรับพี่ ความสุขของหลานต้องมาก่อนเรื่องอื่น”

    ทั้งลุงเสือและลุงช้างต่างเครียดกับปัญหาที่กำลังรุกคืบเข้ามา

    ooooooo

    เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคที่ทำให้ดำเนินการประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์ต่อไปให้ได้ ทั้งนิกกี้และสาริศช่วยกันแก้ปมสำคัญคือต้องรู้ให้ได้ว่าคุณอดุลย์กรรมการคนสำคัญหายไปไหน? ใครทำให้เขาหายไป? และเพราะอะไร?

    นิกกี้ต้องการเอกสารสรุปงานประจำปีของแผนก ถามสายสมรที่เป็นเลขาของตวงพร สายสมรวางท่าผู้อาวุโสกว่าชี้ให้ไปหยิบเอง นอกจากนิกกี้เห็นแฟ้มรายงานประจำปีของบริษัทแล้วยังเห็นแฟ้ม “เอกสารคุณตวงพร” ด้วย เธอจึงแอบหยิบไป ในนั้นมีข้อมูลเอกสารการเงินลับเฉพาะของอดุลย์ มอเตอร์ด้วย นิกกี้จึงเอาไปถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐาน

    นิกกี้ยังสืบได้ข้อมูลลับว่า ตวงพรร่วมหุ้นทำบริษัทอะไหล่กับอดุลย์ ทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกัน สาริศ

    เชื่อว่าการหายตัวไปของอดุลย์ต้องเกี่ยวพันกับตวงพรแน่

    ทั้งสาริศและนิกกี้ช่วยกันสืบจนรู้ว่า อดุลย์หลบไปฮ่องกงและกำลังกลับมาแล้ว สาริศจึงขับรถไปตัดหน้ารถอดุลย์ระหว่างทาง สาริศคุยให้อดุลย์กลับไปเป็นกรรมการเพื่องานประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์จะได้ดำเนินต่อไปได้ อดุลย์เอาแต่ปฏิเสธ จนนิกกี้เอาหลักฐานที่แอบก๊อบปี้ไว้ถามว่า

    “คุณอดุลย์ไม่อยากกลับไปเป็นกรรมการเพราะเรื่องนี้ใช่ไหมคะ”

    ด้วยการคุยอย่างจริงใจของสาริศที่มีความผูกพันกับอดุลย์ซึ่งเป็นผู้อาวุโสรุ่นพ่อทำให้อดุลย์ยอมรับว่า

    “ลุงอยากต่อยอดธุรกิจ ไอ้จะไปกู้เงินเพิ่ม ก็ยังไม่พร้อม พอคุณตวงพรรู้เรื่องก็ยื่นข้อเสนอจะร่วมทุนกับลุง แต่มีข้อแม้ห้ามลุงเป็นกรรมการประกวด แล้วก็ต้องโหวตให้เขาเป็นประธาน”

    เมื่อรู้ปัญหาของอดุลย์ สาริศยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยจะคุยกับเพื่อนๆ ที่ทำศูนย์รถให้ คิดว่าคงเปิดตลาดอะไหล่รถได้ไม่ยาก ย้ำว่า “ลุงไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใคร และไม่ต้องทำตามคำสั่งใครอีกแล้วนะครับ ผมขออย่างเดียว ผมอยากให้ลุงยืนอยู่ข้างความถูกต้องครับ”

    ooooooo

    ตวงพรให้สายสมรโทร.เช็กว่าอดุลย์มาถึงไหนแล้ว และสาริศกับนิกกี้ตอนนี้อยู่ที่ออฟฟิศหรือเปล่า? สายสมรบอกว่าเมื่อกี๊ตนเพิ่งไปส่งเอกสารมาทั้งสองคนไม่อยู่ ตวงพรจึงให้รีบตามอดุลย์ด่วน ส่วนตัวเองโทร.หาสริดา

    “อาคิดว่าตอนนี้ตาริศกำลังพยายามที่สุดที่จะจัดงานประกวดต่อให้ได้”

    “ตาริศหลงผู้หญิงคนนั้นถึงขนาดทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อมันแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าจะทำสำเร็จ ดาจะจัดการมันเองค่ะ เอาให้มันซมซานกลับบ้านนอกไปเลย แต่คุณอาต้องช่วยดานะคะ”

    สาริศกับนิกกี้ช่วยกันทำงานไม่เลือกบ่าวเลือกนาย งานไหนที่นิกกี้ทำไม่ทันสาริศก็ช่วยทำจนเสร็จ

    ภารวีเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ถูกตวงพรเรียกตัวไปเตรียมเข้าประกวดรอบสุดท้าย ให้ดูคำถามคำตอบทั้งหมดที่กรรมการจะถามผู้เข้าประกวด ภารวีบ่นว่าตนไม่ชอบจำอะไรยากๆ ยาวๆ ตวงพรกำลังหงุดหงิดตัดบทว่า

    “อาช่วยมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าหนูไม่รู้จักขวนขวายต่อก็เลิกคิดที่จะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ WCA ได้เลย” แล้วย้ำกับภารวีว่าถ้าได้ตำแหน่งแล้ว “หนูต้องช่วยประชาสัมพันธ์ตัวอา ทุกครั้งที่ให้ข่าวต้องเอ่ยชื่ออา ต้องพูดถึงอาในทางที่ดีทุกคนจะได้เห็นความดีของอาว่าคู่ควรกับตำแหน่งประธาน WCA เข้าใจไหมจ๊ะ”

    “อ๋อ...คุณอาทำเพื่อตำแหน่งประธานนี่เอง ภาสัญญาค่ะ ว่าตลอดสามปีที่ภาอยู่ในตำแหน่ง ภาจะทำตามคำสั่งคุณอาให้ดีที่สุด”

    “ดี...ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ส่วนคู่แข่งคนอื่นของหนู เดี๋ยวอาจัดการเอง”

    คนแรกที่ตวงพรลงมือคือโทร.หาไข่หวานบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องของคนที่เธอตามหาอยู่ก็รีบออกมาพบตน เพราะหลานสาวของตนฝากเรื่องนี้ไว้

    ด้วยความร้อนใจเป็นห่วงมดตะนอย ลุงช้างโทร.หาสริดาบอกว่าอยากรู้เรื่องของพ่อมดตะนอยให้มากที่สุด เธอพอจะเล่าให้ฟังได้ไหม

    หลังจากนั้น ตวงพรบอกไข่หวานว่า สริดานัดคนที่เธออยากเจอไว้ให้แล้ว พวกเขาจะมาเจอเธอในวันประกวดรอบสุดท้าย ไข่หวานถามว่าประมาณกี่โมงก่อนตนขึ้นเวทีหรือหลังประกวด

    “เธอจะได้พบพวกเขาก็ต่อเมื่อ...เธอยอมแพ้จากการประกวดครั้งนี้! ถ้าเธอแพ้ เธอถึงจะได้เจอ และตาริศต้องไม่รู้เรื่องนี้” ไข่หวานถามว่าทำไมทำแบบนี้เพราะการประกวดครั้งนี้สำคัญกับตนมาก “เธอเลือกเอาเองแล้วกัน ถ้าไม่ทำตามที่ฉันบอก เธอก็จะไม่มีโอกาสได้เจอคนพวกนั้นอีกเลย!”

    ไข่หวานอึ้งคิดหนักกับเงื่อนไขที่ถูกบังคับให้ต้องเลือก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์