นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    มดตะนอยอยากไปบ้านคุณยายดาวเรืองที่โคราช คิดหาวิธีที่จะอ้อนลุงช้างให้ใจอ่อน แต่ลุงช้างรู้ทันบอกว่าเมื่อลุงช้างบอกไม่ไปก็คือไม่ไปนะคะ

    “แค่ลุงช้างปลอมตัวนิดเดียว แลกกับมดตะนอยได้เที่ยว คุ้มมากเลยนะคะ” ลุงช้างบอกไม่ใช่แค่นั้นแต่ลุงช้างมีงานต้องทำ มดตะนอยบ่นงอนๆ “งานอีกแล้ว...” พลิกตัวนอนหันหน้าไปทางอื่น ลุงช้างรู้ว่าหลานงอนก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

    รุ่งขึ้น ลุงช้างเตรียมอาหารมาสามที่ พอยกมาก็เห็นไข่หวานกับมดตะนอยกำลังคุยกันอย่างถูกคอเรื่องสัตว์ต่างๆในสวนสัตว์ สัตว์บางตัวที่ไม่ค่อยคุ้นชินกัน ไข่หวานก็เสิร์ชในโทรศัพท์หารูปให้ดู ลุงช้างถามอารมณ์ดีว่าดูอะไรกันอยู่หรือ

    “ตัวอัลปาก้าค่ะ” มดตะนอยอยากรู้ว่าหน้าตามันเป็นยังไง ไข่หวานเลยหารูปให้ดู

    “อาไข่หวานบอกว่า สวนสัตว์เอ็กโซติกที่โคราชมี มดตะนอยอยากไปเห็นตัวเป็นๆ แต่ถ้าลุงช้างติดงานก็ไม่เป็นไร มดตะนอยดูจากรูปเอาก็ได้” แต่ครู่เดียวก็บ่นดังๆว่า “เฮ้อ...อยากเห็นตัวจริงจังเลย...”

    “ส่วนเรื่องคุณยายดาวเรือง คุณยายอึ้มเพ็ญ แล้วก็คุณยายมะลิ เดี๋ยวอาไข่หวานจะขอโทษให้ก็แล้วกันนะคะ ว่ามดตะนอยไปไม่ได้จริงๆ”

    “จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อาไข่หวานเปิดรูปคุณยายให้ดูหน่อยสิคะ จะได้หายคิดถึง” แต่พอไข่หวานจะเปิดให้ดู มดตะนอยก็บอกว่า “เปลี่ยนเป็นอัดคลิปดีกว่าค่ะ” พอไข่หวานกดถ่ายวีดิโอมดตะนอยก็พูดจ้อทันที

    “คุณยายดาวเรือง คุณยายอึ้มเพ็ญ คุณยายมะลิ ขอโทษนะคะที่ไปหาไม่ได้ มดตะนอยคิดถึงมากค่ะ ถ้ามีโอกาสเราคงได้เล่นด้วยกันอีกนะคะ...แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กว่าลุงช้างจะว่าง...”

    ลุงช้างถอนใจกับคำออดอ้อนและตัดพ้อกลายๆของมดตะนอย โดยมีไข่หวานเป็นลูกคู่คอยเสริมคอยลุ้นอยู่

    ในที่สุดลุงช้างก็ตัดสินใจจะไปโคราช แต่กลับมาเสนอเป็นเงื่อนไขกับไข่หวานขณะล้างจานกันอยู่ในครัวว่า

    “ถ้าจะให้ผมไปด้วย ต้องให้ผมหอมแก้มทีนึง” ไข่หวานคิดหนักแล้วตัดใจถามว่าถ้าให้หอมแล้วจะไปจริงๆใช่ไหม พอลุงช้างพยักหน้า ไข่หวานจึงหลับตาให้หอมฟอดหนึ่ง พอดีมดตะนอยเข้ามาเห็น ไข่หวานเลยรีบชี้แจงเขินๆว่า

    “ลุงช้างบอกว่าจะยอมไปโคราชถ้าอาไข่หวานให้หอมแก้ม”

    มดตะนอยดีใจมากที่อาไข่หวานเสียสละให้ตน แล้ววิ่งจู๊ดไปเก็บของเลย ไข่หวานบ่นว่าตนต้องยอมลงทุนถึงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย ลุงช้างพูดยิ้มๆ ว่า “ผมยอมใจอ่อนตั้งแต่มดตะนอยอัดคลิปให้นายแม่แล้วล่ะ”

    “อ้าว...นี่!” ไข่หวานทั้งเคืองทั้งเขินทุบลุงช้างอั้กๆ ลุงช้างทำเป็นร้องโอดโอยทั้งที่รู้สึกดี๊...ดี ที่ถูกทุบ

    ooooooo

    เช้านี้...สริดาถือกระดาษจดที่อยู่ของไข่หวานลงมา ส่งให้แม่บ้านเอาไปให้คนรถและให้เตรียมรถไว้ให้พร้อม

    สาริศเพิ่งลงมา เห็นพี่สาวแต่งตัวสวย เขาถามว่า “พี่ดาแต่งตัวจะออกไปไหนเหรอครับ” สริดาบอกว่าจะไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล สาริศบอกว่าวันนี้ตนไม่มีอะไรจะไปส่งเอาไหม

    “ไม่ต้อง เอาเวลาไปสนใจนังหวันยิหวาเถอะ ไม่ต้องมาห่วงพี่” สริดาตอบโดยไม่มองหน้า พอน้องชายติงว่าอีกแล้วนะครับ เธอก็เปลี่ยนเป็นพูดว่า “งั้นพี่พูดดีๆ ก็ได้ หวันยิหวามีอะไรดี เธอถึงสนใจมันนัก”

    สาริศบอกว่าตนก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงสนใจเธอ สริดาถามว่า “แล้วรู้ประวัติเขาดีแล้วหรือ”

    “พี่ดาครับ ผมไม่รู้ว่าพี่ดามีเรื่องอะไรกับพี่ชายไข่หวาน แต่พี่ก็ไม่น่าโยงมาเป็นความผิดของไข่หวานนะครับ”

    สริดาบอกว่าไข่หวานมาอยู่บ้านผู้ชายที่กรุงเทพฯ สาริศชี้แจงว่าอยู่บ้านคุณช้างที่เป็นญาติกับเพื่อนสนิทของไข่หวาน

    แต่สริดาก็หาเรื่องจนได้ว่าชายหญิงอยู่บ้านกันสองคนเนี่ยนะ?!

    “สามครับ มีหลานคุณช้างอีกคน” สริดาชะงักถามว่าหลานพี่ช้าง?? สาริศเอะใจถามว่า “พี่ดารู้จักคุณช้างหรือครับ”

    “เปล่า...ทานข้าวเถอะ” สริดาตัดบททำเหมือนไม่สนใจ แต่สาริศกลับยิ่งสนใจมองหน้าพี่สาวอย่างสงสัย

    ooooooo

    สริดามาซุ่มดูลุงช้าง ไข่หวาน และมดตะนอยอยู่หน้าบ้าน เห็นทั้งสามหัวเราะเฮฮาขนกระเป๋าขึ้นรถกันอยู่ สริดานั่งดูในรถจนลุงช้างขับรถออกจากบ้านไป

    เมื่อไปถึงโคราช ไข่หวานเป็นคนบอกทางไปบ้าน “ครองจินดา” บ้านคุณพ่อของลุงช้าง เขาถามไข่หวานว่ามาที่บ้านนี้บ่อยไหม ไข่หวานเล่าอย่างสนุกสนานว่าตอนเด็กๆมาบ่อย เพราะสนิทกับหนูเล็กโดยหลอกนายแม่ว่ามาทำการบ้าน มาอ่านหนังสือ แต่ที่แท้มาเม้าท์แตกกัน มดตะนอยบอกว่าตนไม่เคยเจออาหนูเล็กเลย

    “มดตะนอยเคยคุยโทรศัพท์กับอาหนูเล็กแล้วนะคะ อาหนูเล็กเป็นน้องสาวคนละแม่ของลุงช้าง” มดตะนอยถามว่าคนละแม่ยังไงหรือ “ก็คุณตาสิงห์มีแฟนสองคนไงคะ แฟนคนแรกก็แม่ลุงช้าง ส่วนคุณยายมณีก็คือแม่อาหนูเล็กค่ะ”

    มดตะนอยช่างซักช่างถามว่าทำไมคุณตาต้องมีแฟนสองคน? ก็พอดีมาถึงบ้าน ลุงช้างเลยไม่ต้องตอบคำถามนี้

    หนูเล็กอยู่แถวหน้าบ้านพอเห็นไข่หวานลงจากรถตามด้วยลุงช้างก็ดีใจรีบไปรับ ไข่หวานบอกหนูเล็กว่าตนกลับมางานวันเกิดนายแม่เลยพาลุงช้างมาเยี่ยมด้วย หนูเล็กเห็นมดตะนอยก็รู้สึกรักและเอ็นดูมาก มดตะนอยสวัสดีอาหนูเล็ก

    “สวัสดีค่ะ น่ารักจังเลย เข้าบ้านก่อนเถอะ พ่อต้องดีใจแน่ๆเลย” หนูเล็กพาทั้งสามเข้าบ้าน บอกให้นั่งก่อนพ่ออยู่ในครัว หนูเล็กเดินไปบอกพ่อในครัวว่ามีแขกมา แต่ไม่บอกว่าใครให้พ่อมาดูเอง

    “ช้าง...” ตาสิงห์ทักอย่างตื่นเต้นเพราะไม่ได้เจอกันนานมาก ทุกคนสวัสดีกันแล้ว ตาสิงห์ทักไข่หวานว่าไม่ได้เจอนานเลย แล้วหันไปร้องเรียกมณีแม่ของหนูเล็กออกมาแนะนำให้รู้จักกับช้าง มณีมองช้างเต็มตาบอกว่าเคยได้ยินแต่ชื่อเพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้เอง

    ตาสิงห์เพิ่งเห็นมดตะนอย แต่รู้ทันทีว่าเป็นใคร ลุงช้างบอกมดตะนอยให้ไปหาคุณตาใกล้ๆ ตาสิงห์เห็นมดตะนอยแล้วกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ โอบกอดมดตะนอยรำพึง...

    “หน้าตาถอดแบบกันออกมาอย่างนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกใคร” ตาสิงห์อุ้มมดตะนอยนั่งตัก ถามว่าปีนี้กี่ขวบแล้ว มดตะนอยตอบเสียงใสว่า 6 ขวบ “6 ปีแล้วเหรอเนี่ย...ช้าง แล้วน้องเป็นยังไงบ้าง ส่งข่าวมาบ้างไหม”

    ลุงช้างไม่อยากให้มดตะนอยและไข่หวานรู้อะไรมากไปกว่านี้ เขาบอกไข่หวานให้พามดตะนอยออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อน ไข่หวาน หนูเล็ก และมดตะนอยจึงพากันออกไป มณีรู้ว่าตัวเองก็ไม่ควรอยู่จึงขอตัวไปดูแกงในครัว

    พออยู่กันสองพ่อลูก ตาสิงห์ถามลุงช้างว่า “กวางเป็นยังไงบ้าง?”

    ตาสิงห์พาลุงช้างไปดูห้องที่เตรียมไว้ให้กวางกลับมาอยู่ แต่ 6 ปีแล้วห้องก็ยังว่างอยู่อย่างนั้น ในห้องมีรูปของกวางใส่กรอบวางไว้ที่หัวเตียงเหมือนแทนตัวและบอกให้รู้ว่า ห้องนี้เป็นห้องของใคร

    ตาสิงห์พูดถึงกวางว่า “ที่กวางโกรธพ่อ คือเรื่องที่พ่อแอบมีอีกครอบครัวนึงตั้งสิบกว่าปีแล้วถึงค่อยมาบอก แม่แกก็โกรธพ่อจนหนีไปถึงอเมริกา...เป็นความผิดของพ่อทั้งนั้นแหละช้าง แล้วที่กวางทำแบบนี้ก็คงทำประชดพ่อนั่นแหละ”

    “เลิกโทษตัวเองเถอะครับพ่อ ในเมื่ออดีตมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมว่าตอนนั้นพ่อก็พยายามที่สุดแล้ว”

    “คืนนี้ช้างกับมดตะนอยนอนห้องนี้นะ แม่ไม่ได้นอน ให้ลูกได้นอนก็ยังดี” ตาสิงห์พูดอย่างทำใจ

    ooooooo

    ตาสิงห์ทำแกงหม้อใหญ่ช่วยงานวันเกิดนายแม่ ลุงช้างใจไม่ดีถามว่าพ่อจะไปงานด้วยไหม ตาสิงห์บอกว่าไม่ไปเพราะไม่ชอบคนเยอะ ส่งแกงไปช่วยก็พอแล้ว ลุงช้างถอนใจพึมพำว่า “โล่งอก...”

    หนูเล็กสงสัยลุงช้างโล่งอกเรื่องอะไร ไข่หวานเฉลยว่า “ก็ไม่ต้องเล่นเป็นเกย์ต่อหน้าพ่อไง” หนูเล็กหัวเราะชอบใจขู่พี่ชายว่าหรือจะชวนพ่อไปดี แล้วทั้งไข่หวานและหนูเล็กก็พากันหัวเราะเลยถูกลุงช้างดุว่า “ไม่ขำนะหนูเล็ก”

    ตาสิงห์ชวนมดตะนอยไปช่วยตาทำอาหารในครัว ระหว่างนั้นก็ตะล่อมถามความสัมพันธ์ระหว่างลุงช้างกับไข่หวานว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขารักกันหรือเปล่า เป็นแฟนกันไหม มดตะนอยบอกว่าจะไปถามให้ ทำเอาตาสิงห์ห้ามแทบไม่ทัน มดตะนอยบอกไม่ได้ว่าลุงช้างกับไข่หวานรักกันแบบไหน รู้แต่ว่าลุงช้างเคยหอมแก้มอาไข่หวาน

    เป็นคำตอบที่ชัดเจนจนตาสิงห์ทำตาโตร้อง “หืมมมมม...” แล้วหันไปยิ้มกับมณีทำตาวิบวับอย่างรู้กัน

    ooooooo

    สริดายังติดใจสงสัยเรื่องลุงช้างอยู่กับหลานสาว ถามสาริศว่า แล้วพ่อแม่เด็กไปไหนถึงต้องให้ลุงช้างเลี้ยง

    “ผมทราบแต่ว่า มดตะนอยเป็นลูกของน้องสาวคุณช้าง ไม่ใช่ลูกคุณช้างครับ”

    “ลูกน้องสาว...มดตะนอย” สริดายิ้มสะใจที่เริ่มเห็นเค้าลางต่างๆชัดขึ้น สาริศสบโอกาสที่สริดาออกไปอ่านหนังสือที่ระเบียง และให้พยาบาลมาหยิบหนังสือให้ สาริศจึงแอบเข้าไปในห้อง ค้นหาหลักฐานที่จะไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสริดา ไข่หวานและหมึก เขาเปิดลิ้นชักเจอกล่องใส่ลูกกุญแจ จึงเอาไปไขลิ้นชักที่ใส่กุญแจอยู่ เจอกล่องใส่รูปที่สริดา หมึกและกวางถ่ายด้วยกัน พบโปสการ์ดที่กวางส่งจากอเมริกาเขียนว่า “คิดถึงแกนะดา ถ้าแกอยู่ด้วยกันตอนนี้ก็คงจะดี”

    ระหว่างนั้นได้ยินเสียงสริดากำลังมาที่ห้องเพราะพยาบาลหยิบหนังสือให้ผิดเล่มจึงมาหยิบเอง แต่พอได้หนังสือแล้วเห็นลิ้นชักปิดไม่สนิท จึงเข็นรถไปดู พบว่ากล่องหาย เธอโกรธจี๊ดทันทีถามว่า

    “ใคร! ใครกล้ามาเปิดลิ้นชักฉัน! ใครเอาของของฉันไป” เธอมองพยาบาลอย่างจับผิดหาว่าขโมยของของตนไป เข็นรถเข้าไปจะเอาเรื่อง สาริศที่ซ่อนตัวอยู่จึงถือกล่องออกมาแสดงตัว สริดาสั่งให้เอากล่องคืนตนเดี๋ยวนี้

    “ผมคืนให้ก็ได้ แต่พี่ดาต้องบอกผมก่อนว่า ทำไมพี่ไม่ยอมบอกที่อยู่คุณกวางทั้งที่รู้ว่าเขาอยู่ไหน”

    “ฉันจะบอกหรือไม่บอกมันก็เรื่องของฉัน...เอาคืนมา”

    “พี่ทำเหมือนไม่สนใจ ไม่อยากยุ่ง แต่พี่กลับถามเรื่องคุณไข่หวานตลอดเวลา” สริดาตวาดให้เอากล่องคืนมา!

    “ไม่ครับผมขอที่อยู่ของคุณกวางก่อน” สาริศเปิดกล่องจะหยิบการ์ด ถูกสริดาเข็นรถพุ่งเข้าชนแข้งจนล้ม แล้วแย่งกล่องไป

    “อยากรู้เรื่องอัปยศของฉันกันมากนักใช่ไหม” สริดาคำรามอย่างแค้นใจ พยาบาลเข้ามารีบเข็นรถพาสริดาออกไป สาริศมองตามพี่สาวไปอย่างกลุ้มใจ

    เมื่อสาริศตามออกไป เห็นสริดาที่ระเบียงกำลังเทน้ำมันใส่กล่องแล้วจุดไฟเผาทันที เขาตกใจถาม “พี่ดาทำอะไร”

    “ฌาปนกิจความหลังไง แกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากให้ฉันลืมเรื่องเลวๆในอดีตเสียที ฉันก็กำลังทำอยู่นี่ไง จะไม่มีใครได้เจอยัยกวางทั้งนั้น!”

    สาริศมองสริดาที่เหมือนควบคุมสติไม่ได้ก็นึกกลัวว่าอาการพี่สาวหนักขึ้นทุกที สริดามองของในกล่องที่ถูกเผาอย่างสะใจ ในขณะที่สาริศมองอย่างแสนเสียดาย....

    ooooooo

    ลุงช้างขับรถของไข่หวาน มีทั้งไข่หวาน หนูเล็ก และมดตะนอยนั่งมาด้วย ท้ายรถมีหม้อแกงวางเรียงราย พอมาถึงหน้าบ้านนายแม่ ไข่หวานถามลุงช้างว่าพร้อมหรือยัง?

    ลุงช้างเข้าใจความหมาย หลับตาหายใจลึกๆ สองสามที นิ่งสงบทำสมาธิทำใจอยู่ครู่เดียว พอลืมตาฟึ่บ ลุงช้างที่เป็นหนุ่มทั้งแท่งก็สวมวิญญาณสาวทันที ทำท่ากรีดกรายชดช้อย ชวนทุกคนลงจากรถไปหานายแม่กัน

    นายแม่ดีใจมากที่ป้าช้างกับมดตะนอยมา มัวแต่ทักทายกับผู้มาเยือนจนลืมไข่หวานไปเลย จนไข่หวานถามหนูเล็กว่า

    “ที่นายแม่อยากให้ฉันมางานวันเกิดนี่ไม่ได้อยากเจอฉัน แต่อยากเจอลุงช้างกับมดตะนอยใช่ไหม”

    หนูเล็กบอกว่าคงงั้นมั้งแล้วหัวเราะขำกัน พิชิตบอกทั้งสองว่า ชั่วโมงนี้แม่ๆทั้ง 3 เขาไม่สนใจอะไรนอกจากคุณช้างกับคุณมดตะนอย ทั้งสามยิ้มขำๆกันแล้วช่วยกันยกหม้อแกงลงจากรถ

    นายแม่ถามว่าแล้วตาสิงห์ไม่มาหรือ ลุงช้างจีบปากจีบคอบอกว่า “คุณพ่อไม่มาค่ะ ต้องขอโทษนายแม่ด้วยนะคะ” นายแม่ถามว่าทำไมเรียกตาสิงห์ว่าพ่อจึงรู้ว่า

    ที่แท้ป้าช้างเป็นลูกตาสิงห์ นายแม่บ่นว่าคนกันเองแท้ๆ ไม่บอกกันตั้งแต่ตอนโน้น

    ไข่หวานถามว่าหมึกไปไหน นายแม่บอกว่าให้ไปเด็ดยอดกระถินกับเก็บผักบุ้งมากินกับส้มตำเดี๋ยวก็มา มดตะนอยอ้อนอยากกินส้มตำฝีมือคุณยาย นายแม่เลยชวนมาตำด้วยกัน

    ไข่หวานถามพิชิตว่าพวกเราควรไปจับขนมจีนหรือตำส้มตำดี พิชิตบอกว่าตำส้มตำดีกว่า เพราะจับขนมจีนนั่นมะลิกับอึ้มเพ็ญแค่อยากให้ลุงช้างจับมือสอนเท่านั้น หนูเล็กกระซิบกับไข่หวานว่า

    “พี่ช้างนี่เสน่ห์แรงนะ ขนาดเป็นเกย์แฟนคลับยังหลงขนาดนี้ แล้วถ้ารู้ว่าเป็นผู้ชายละก็...” หนูเล็กทำหน้าสยองขำๆ

    “อูยยยย...ไม่อยากจะคิดเลยล่ะ” ไข่หวานหัวเราะเพราะรู้ความแสบซ่าของน้ามะลิกับอึ้มเพ็ญดี

    ooooooo

    คนที่สนุกที่สุดคือมดตะนอย นอกจากได้จกส้มตำโคราชฝีมือนายแม่กินอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว พอไปล้างมือยังเจอหมึกที่กำลังจับปลาด้วยมือเปล่าในบ่อน้ำ

    มดตะนอยทึ่งมากปรบมือชมว่าเก่งจังเลย หมึกถามว่าหนูเป็นใคร มดตะนอยตอบฉะฉานเสียงใสว่า

    “หนูชื่อมดตะนอยค่ะ เป็นหลานลุงเอ๊ย...ป้าช้าง มางานวันเกิดคุณยายดาวเรือง”

    “อ๋อ...มดตะนอยนี่เอง อาชื่อหมึก เป็นพี่ชายอาไข่หวานจ้ะ”

    ทั้งสองถูกชะตากันมาก มดตะนอยขอดูอาหมึกจับปลา อาหมึกถามว่าว่ายน้ำเป็นหรือเปล่า พอมดตะนอยบอกว่าลุงช้างยังไม่ได้สอน อาหมึกก็โม้ว่า

    “อะไร อาว่ายน้ำเป็นตั้งแต่ 2 ขวบ จับปลาเป็นตั้งแต่ 3 ขวบ นั่งตรงนี้นะ เดี๋ยวจะโชว์ให้ดู”

    มดตะนอยนั่งที่ท่าน้ำ ดูอาหมึกโชว์การจับปลาด้วยมือเปล่า สนุกทั้งคนโชว์และคนดู ไม่นานมดตะนอยก็อุ้มข้องใส่ปลาตัวเปียกเข้ามา ร้องบอกนายแม่ที่กำลังถามหาว่า

    “มาแล้วค่ะ มาแล้ว ได้ปลามาเต็มเลย” นายแม่ตกใจถามว่าไปทำอะไรมา หมึกบอกว่ามดตะนอยไปช่วยตนจับปลามา ถูกนายแม่เอ็ดว่าเด็กตัวแค่นี้ให้ลงน้ำได้ยังไง หมึกหัวเราะแหะๆ บอกว่าพูดเล่น มดตะนอยแค่นั่งดูเฉยๆเท่านั้น

    “แล้วนี่รู้จักกันแล้วเหรอคะ” ไข่หวานถาม

    “รู้จักแล้วค่ะ อาหมึกเป็นพี่ชายอาไข่หวาน”

    “แล้วนี่ก็มดตะนอยเป็นหลานป้าช้าง” หมึกกระแดะทำเสียงเลียนแบบมดตะนอย จนหนูเล็กชมว่า หมึกสนิทกับเด็กเร็วดี

    ooooooo

    เย็นนี้สาริศหงุดหงิดใจ จึงไปหานิกกี้ที่คอนโดชวนไปกินข้าวเป็นเพื่อนตนหน่อย นิกกี้ขอเวลาแต่งตัวสักชั่วโมง แม้จะรอนานแต่พอนิกกี้ออกมาสวยผิดตา สาริศก็รู้สึกคุ้มค่าที่รอซ้ำบอกว่าวันหลังอนุญาตให้เวลาแต่งตัวเพิ่มจะได้สวยอย่างนี้

    ทั้งสองไปที่ร้านอาหารกึ่งผับ สาริศเล่าเรื่องสริดาเผากล่องใส่การ์ดและรูปให้นิกกี้ฟัง เธอถามว่าแล้วเห็นที่อยู่ของกวางหรือเปล่า สาริศบอกว่าไม่ทันเห็น นิกกี้วิเคราะห์ให้ฟังว่า

    “แสดงว่าตอนนี้คุณดาเธอโกรธแค้นคุณหมึกกับคุณกวางมาก เรื่องที่จะทำให้ผู้หญิงแค้นฝังลึกได้ขนาดนี้มีไม่กี่เรื่องหรอกค่ะ เดาง่ายๆ เลยค่ะ ไม่อกหักก็รักสามเส้า”

    “พี่ดารักคุณหมึก แต่คุณหมึกรักคุณกวางเหรอ!!!”

    “คุณดาน่ะรักคุณหมึก แต่คุณหมึกไม่รักตอบ ดันไปรักเพื่อนสนิทที่ชื่อคุณกวาง คิดดูสิ เจ็บไหมล่ะ แต่ฉันก็ยังเดาไม่ถูกนะว่า ไอ้เรื่องรักสามเส้าเนี่ย มันจะไปเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่ทำให้ขาพี่คุณพิการยังไง”

    “ทำไมคุณถึงคิดว่ามันเกี่ยวกันล่ะ”

    “ก็คุณเคยเล่าว่า หลังจากพี่คุณประสบอุบัติเหตุเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ซึ่งถ้าเป็นอุบัติเหตุธรรมดา ก็ไม่น่าจะเสียใจได้ถึงขั้นนี้ แปลว่ามันต้องมีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งสองเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเดียวกัน”

    ฟังนิกกี้แล้วสาริศรู้สึกผิดและเสียใจที่ตัวเองไม่เคยรู้เรื่องและช่วยอะไรพี่สาวไม่ได้เลย ถ้าตนรู้เรื่องแต่แรกพี่สาวก็คงไม่จมดิ่งลึกขนาดนี้ นิกกี้ดูสาริศที่กลุ้มหนัก ถามติงว่า “ก็พี่คุณเคยยอมเปิดปากเล่าไหมล่ะคะ”

    คืนนี้สาริศดื่มหนักพอเมาก็ออกไปเต้นกลางฟลอร์อย่างเมามัน พอเพลงจบก็ล้มตึงกลางฟลอร์จนนิกกี้ต้องไปพยุง

    ooooooo

    แต่คืนเดียวกันนี้ บ้านนายแม่ที่โคราช กำลังฉลองวันเกิดนายแม่กันอย่างสุดเหวี่ยง ขณะนายแม่กำลังร้องเพลงอยู่นั้นจู่ๆก็ไฟดับ แล้วไข่หวานกับหมึกก็เอาเค้กวันเกิดออกมาให้นายแม่อธิษฐาน นายแม่อธิษฐานดังๆว่า

    “ขอให้หมึกกับหนูเล็กแต่งงานกันแล้วมีหลานให้แม่ไวๆ แล้วก็ขอให้หลานออกมาน่ารักเหมือนมดตะนอยด้วยเทิ้ด”

    คำอธิษฐานของนายแม่ทำให้หมึก หนูเล็กและไข่หวานคิดหนัก หมึกเสนอว่าจะเล่าเรื่องตนกำลังตามหากวางกับลูกให้นายแม่รู้ดีไหม ไข่หวานเห็นด้วย

    เพราะตอนนี้เรามีเรื่องปิดนายแม่อยู่สองเรื่องคือเรื่องหมึกตามหากวางกับลูกและเรื่องลุงช้างเป็นเกย์ ถ้านายแม่รู้ความจริงทั้งสองเรื่องมีหวังปรมาณูลงสองลูกซ้อนแน่

    หมึกเองก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ลุงช้างไม่ได้เป็นเกย์ แต่เป็นเรื่องที่ไข่หวานกับหนูเล็กช่วยกันสร้างเรื่องปดนายแม่เพื่อไข่หวานจะได้อยู่ประกวดจนเสร็จ แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะนายแม่โทร.ไปชวนตาสิงห์ให้มาสนุกกัน ล่อใจว่า

    “ไอ้เจ้าลูกช้างแกน่ะน่ารักดีนะ มาดูมันเต้นสิ ใช่... นี่แกไม่เคยเห็นเหรอ งั้นต้องมาดูกับตา...เออ...รีบมาเลยนะ ฉันอยากเห็นว่าพ่อกับลูกใครเต้นเก่งกว่ากัน รีบมา...รีบมา”

    พวกไข่หวานเลยวางแผนให้ลุงช้างรีบกลับไปก่อน อ้างกับนายแม่ว่ามดตะนอยง่วงแล้ว แต่พอลุงช้างอุ้มมดตะนอยออกไปหน้าบ้าน เจอตาสิงห์มาถึงพอดี เลยถูกลากเข้าไปช่วยร้องเพลงแทนตนหน่อย ลุงช้างอ้างอย่างไรก็ไม่สำเร็จเลยต้องกลับเข้าไปในงาน แก๊งไข่หวานเลยต้องทำงานหนัก ต้องคอยขัดจังหวะไม่ให้นายแม่จับได้ว่าลุงช้างไม่ใช่เกย์ และไม่ให้ตาสิงห์จับได้ว่าลูกชายตัวเองเป็นเกย์

    นายแม่ลากตาสิงห์ไปนั่งบอกว่า ขอคุยด้วยหน่อย ทำให้ทั้งไข่หวาน หมึกและหนูเล็กตกใจตามไปเป็นพรวน

    นายแม่ถามตาสิงห์ว่ารักลูกไหม ถ้ารักลูกเราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นให้ได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตาม แล้วนายแม่ก็ทำท่าจะพูดเรื่องลุงช้างเป็นเกย์ ไข่หวานรีบเข้าแทรกบอกว่าเพลงจบแล้วถึงคิวนายแม่แล้ว ขู่ว่าถ้านายแม่ไม่ไปเดี๋ยวอึ้มเพ็ญกับน้ามะลิครองไมค์ทั้งคืนแน่ นายแม่เลยรีบลุกไป

    ทั้งสามปรึกษากันว่าเราต้องหาทางให้ตาสิงห์กลับไปให้เร็วที่สุด หนูเล็กเลยเข้าไปถามว่าตอนพ่อมาล็อกบ้านดีหรือเปล่า ตาสิงห์บอกว่าล็อกดีแล้ว หนูเล็กพยายามพูดให้พ่อลังเลแต่มณียืนยันว่าล็อกแล้ว เพราะตนเป็นคนเอากุญแจออกมาเอง

    พอนายแม่ร้องเพลงจบ หมึกก็รีบไปดึงไว้บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก ถามว่าถ้าตนเป็นตุ๊ดแม่จะว่ายังไง นายแม่หัวเราะร่าบอกว่าถ้าคนอย่างหมึกเป็นตุ๊ด แมวออกลูกเป็นลิงยังน่าเชื่อกว่า หมึกบอกว่าถ้าจู่ๆนายแม่บอกตาสิงห์ว่าลุงช้างเป็นเกย์มีหวังตาสิงห์ช็อกตายตาค้างกลางงานวันเกิดแม่แน่ นายแม่นิ่งไป แล้วบอกว่าคงไม่หรอกมั้ง...

    “จริงๆนะนายแม่ เรื่องแบบนี้มันต้องค่อยเป็นค่อยไป เอาไว้ให้ลุงช้างพร้อมแล้วบอกเองดีกว่า เราคนนอกอย่าไปยุ่งเลยเดี๋ยวจะเสียเปล่าๆ” นายแม่ฟังแล้วนิ่งคิด...

    ooooooo

    ตาสิงห์นั่งคอยนายแม่ที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ไข่หวานบอกว่านายแม่คงง่วงและไปนอนแล้ว ตาสิงห์เลยจะกลับไว้วันหลังค่อยมาใหม่ แต่ไม่ทันขยับ นายแม่ก็มาถึง

    ตาสิงห์ถามว่ามีอะไรจะคุยหรือ นายแม่บอกว่า “ก็เรื่องน้องช้าง...” พูดไม่ทันจบดี หมึกก็ตามมาบอกว่าน้ำจิ้มแจ่วหมดแล้ว ให้นายแม่ไปทำให้หน่อย นายแม่บอกว่ายังมีเหลืออยู่ในครัว แล้วจะคุยกับตาสิงห์ต่อ ไข่หวานก็ขัดขึ้นว่า พระจันทร์วันนี้สวยมากชวนนายแม่ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม

    นายแม่ก็ยังตอบอารมณ์ดีว่ายืนร้องเพลงเมื่อยไปหมดแล้วขี้เกียจเดิน แล้วจะคุยกับตาสิง คราวนี้ทั้งหมึกและไข่หวานโพล่งขึ้นพร้อมกัน “นายแม่...”

    “โว้ย...เด็กพวกนี้ไร้มารยาทจริงๆ รอผู้ใหญ่คุยกันเสร็จก่อนไม่ได้รึไง” พอทั้งสองจ๋อยไปนายแม่ก็หันคุยกับตาสิงห์ “คือน้องช้างเนี่ย...เขาเป็น...”

    ลุงช้างทนอยู่ไม่ไหวลุกขึ้นขอตัว ก็พอดีนายแม่พูดต่อว่า “เป็นคนดีมากเลยนะ...เขาเลี้ยงมดตะนอยคนเดียวมาตั้งหลายปี แล้วก็เลี้ยงได้ดีซะด้วย พ่อสิงห์โชคดีมากเลยนะที่มีลูกชายน่ารักแบบนี้”

    ทั้งลุงช้าง หมึก ไข่หวานและหนูเล็กต่างโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก

    กลับถึงบ้าน...ลุงช้างพามดตะนอยมานอนห้องที่ตาสิงห์จัดไว้ให้กวาง พอเข้าห้องมดตะนอยเห็นรูปแม่อยู่หัวเตียง ถามว่าทำไมมีรูปแม่อยู่ที่นี่ด้วย ลุงช้างบอกว่าเป็นห้องที่ตาสิงห์เตรียมไว้ให้แม่ของมดตะนอยมาอยู่ตอนกลับจากอเมริกา

    “เมื่อไหร่แม่จะกลับมาคะ มดตะนอยจะมานอนด้วย”

    “ถ้าแม่มดตะนอยว่างเมื่อไหร่ ก็จะรีบมาทันทีเลยค่ะ เขาฝากบอกลุงเสือมาว่าคิดถึงมดตะนอยมากอยากเจอมดตะนอยเร็วๆด้วยนะ”

    มดตะนอยดีใจบอกว่าถ้าแม่ไม่ว่างตนจะไปหาแม่ที่อเมริกาเอง ลุงช้างอ้างว่ามดตะนอยต้องเรียนหนังสือ หนูน้อยบอกว่าก็ไปตอนปิดเทอมไง ลุงช้างสัญญาแล้วนะ

    “เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีนะ คืนนี้มดตะนอยได้นอนห้องของแม่มีรูปแม่ที่หัวเตียง แล้วก็กอดพี่หมีที่แม่ให้ก็เหมือนมดตะนอยได้นอนกอดแม่แล้วเนอะ”

    “...นอน กอดแม่...” มดตะนอยตาปรือกอดตุ๊กตาหมีพึมพำ ลุงช้างได้แต่มองหลานรักด้วยความสงสารจับใจ

    ooooooo

    นิกกี้พาสาริศกลับถึงบ้านเขาอย่างทุลักทุเล มาถึงแล้วปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่นเลยลากลงมานอนที่พื้นแล้วจะกลับ แต่ก็ทำใจไม่ได้กลับมาทั้งลากทั้งประคองพาเข้าไปนอนโซฟาในห้องรับแขก ถูกสาริศกอดคอเธอไว้ไม่ยอมปล่อยซ้ำเพ้อออกมาว่า

    “ไข่หวาน...ผมขอโทษ...ผมช่วยคุณไม่ได้” นิกกี้เจ็บจี๊ดขึ้นมา แกะมือเขาออกแล้วจะเดินไป เขาคว้ามือเธอไว้อีกพร่ำเพ้อ “ผมชอบคุณนะ ไข่หวาน”

    นิกกี้เจ็บยิ่งกว่าเก่า สะบัดมือแล้วเดินออกไป พลันก็ชะงักเมื่อสริดาเข้ามาเจอ ถามว่าสาริศไปทำอะไรมาถึงได้เมาไม่รู้เรื่องแบบนี้ นิกกี้ปดว่ามีงานเลี้ยงนิดหน่อย พลันสาริศก็เพ้อออกมาอีก “ไข่หวาน...ผมขอโทษ”

    เป็นเรื่องทันที! สริดาถามนิกกี้ว่ารู้จักไข่หวานหรือ นิกกี้บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของตนเอง

    “ดีเลย ฝากไปบอกด้วยว่าให้เลิกยุ่งกับตาริศเสียที” นิกกี้บอกว่าคงไม่ได้เพราะไข่หวานเป็นผู้เข้าประกวดยังไงก็ต้องให้การแข่งขันจบเสียก่อน สริดาเสียงแข็งว่า “ก็หาทางให้มันตกรอบสิ เธอไม่เห็นเหรอว่าตาริศจะเสียผู้เสียคนก็เพราะนังไข่หวาน ตาริศไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลยนะ”

    “อาจจะไม่ใช่เพราะไข่หวนก็ได้นะคะ หากคุณลองทบทวนตัวคุณดูบ้าง ก็จะรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าอะไรทำให้คุณสาริศเครียดจนถึงขั้นนี้” สริดาตวาดว่าพูดอะไรของเธอ! “คุณสาริศเป็นห่วงคุณมากนะคะ คุณควรปล่อยวาง เลิกเคียดแค้นเรื่องในอดีตได้แล้ว ไม่งั้นชีวิตคุณก็จะไม่ไปไหนเสียทีนะคะ ดิฉันลาล่ะค่ะ” นิกกี้ไหว้แล้วเดินออกไป

    “แก! แกกล้าสอนฉันเหรอ! ฉันจะบอกให้ตาริศไล่แกออก!!”

    สาริศลืมตาแอบฟังอยู่เงียบๆ แล้วนอนต่อจนถึงเช้า ตวงพรเข้ามาเห็นสภาพมอมแมมถามว่าเมื่อคืนไปเมามาใช่ไหม

    สริดาเดินมาบอกว่าใช่ ฟ้องตวงพรว่าเมื่อคืนเขาเมามากเพราะนังผู้หญิงคนนั้น สาริศโต้ว่าไข่หวานไม่เกี่ยว ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดมั่วดีกว่าคนอื่นจะเสียหาย

    “มั่วไม่มั่วเดี๋ยวก็รู้ ไปกันเถอะค่ะคุณอา หนูมีเรื่องจะคุยกับคุณอาเยอะแยะเลย” สริดาชวนแล้วพากันออกไป

    สาริศมองตามอย่างสงสัยมากว่า ตวงพรมาคุยเรื่องอะไรกับสริดา?

    สริดาพาตวงพรเข้าไปคุยกันในห้องนอน ตวงพรถามว่าทำไมเธอจึงโกรธเกลียดไข่หวานนัก สริดาบอกว่าไม่อยากเล่า ตวงพรหว่านล้อมว่า “หนูดา ตอนนี้เรามีศัตรูตัวเดียวกันแล้วนะ เล่าให้อาฟังเถอะ เผื่อจะช่วยอะไรได้”

    “ตอนที่ดาเรียนอยู่ปี 3 วันนั้นรุ่นพี่ชมรมคนนึงชื่อพี่หมึกชวนดากับเพื่อนอีกคนชื่อกวางไปงานวันเกิดเพื่อนเขา” เธอเล่าว่าตนแอบชอบหมึกมานานแล้วทั้งที่รู้ว่าเขาชอบกวางแต่ก็ตัดใจไม่ได้สักที ในงานปาร์ตี้คืนนั้น หมึกบอกสองสาวว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่พี่ๆ ต้องดื่มกันคนละ 5 แก้ว

    สริดาบอกว่าไม่ไหวเพราะตนขับรถมา หมึกบอกไม่ต้องห่วงตนจะดูแลน้องจะขับรถไปส่งน้องที่บ้านเอง สริดาดีใจมาก หมึกถามกวางว่าสู้ไหม กวางสู้ สริดาถามว่าแล้วจะกลับอย่างไร กวางบอกว่าพี่ช้างจะมารับ หมึกบอกงั้นเริ่มเลย

    “วันนั้นดาดื่มไปเยอะมาก เกิน 5 แก้ว เพราะคิดว่ายังไงก็ต้องเมาให้ได้ เพื่อพี่หมึกจะได้ขับรถไปส่งบ้าน มันช่างเป็นความคิดที่โง่เง่าสิ้นดี”

    คืนนั้นสริดาเมามากกว่ากวาง เธอถามกวางว่าเห็นหมึกตามจีบอยู่ เธอคิดอย่างไรกับเขา เพราะตนชอบหมึก ถ้ากวางชอบ ตนก็จะ...กวางฟังแล้วอึ้งไป เมื่อสริดาถามย้ำอีก เธอบอกว่า “เปล่า...”

    “ดี...วันนี้ตอนที่พี่หมึกไปส่งฉันที่บ้าน ฉันจะบอกรักพี่หมึก”

    สริดาอยู่จนถึงตีสองกว่าจึงเดินตามหาหมึกจะให้เขาขับรถไปส่งที่บ้าน แต่หาไม่เจอ จามรพูดขำๆว่าสงสัยขึ้นสวรรค์อยู่ เธอเดินไปถึงบันไดเห็นผ้าพันคอของกวางร่วงอยู่ที่พื้น เธอขึ้นไปได้ยินเสียงคุยกันแว่วออกมาจากในห้องหนึ่ง

    หมึกถามกวางว่าทำไมไม่บอกสริดาไปว่าเราคบกันอยู่ กวางบอกว่ากลัวเพื่อนเสียใจกลัวเพื่อนโกรธ และวันนี้สริดาก็บอกตนว่า เธอจะบอกรักพี่หมึกตอนไปส่งที่บ้าน

    “พี่ก็ไม่ไปส่งไง เราหลบอยู่บนนี้ ถ้าเขาหาไม่เจอเขาก็กลับไปเองแหละ”

    สริดาอึ้งผลักประตูเบาๆ มองเข้าไปเห็นทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้อง เธอวิ่งร้องไห้มาขับรถออกไปอย่างเร็วจนประสบอุบัติเหตุอย่างแรง!

    “ดาโง่เองแหละค่ะ กับเรื่องแค่นี้ก็ต้องทำเป็นฟูมฟาย แต่เพราะตอนนั้นดายังเด็กด้วยมังคะ” ตวงพรถามว่าหลังจากนั้นสองคนนั้นว่าอย่างไร “ไม่มีใครรู้เรื่องหรอกค่ะ ดารับไม่ได้ที่ต้องเป็นแบบนี้ ดาไม่อยากเจอใครเลยไม่ไปเรียนอีกแล้ว พอไม่นานพี่หมึกก็เรียนจบแล้วก็กลับโคราช ส่วนกวางก็ได้ข่าวว่าย้ายไปอยู่อเมริกา”

    ตวงพรยุว่าทุกคนต่างลอยนวลปล่อยให้เธอทนทุกข์อยู่คนเดียว พูดปลอบใจว่าตนจะช่วยกำจัดไข่หวานให้พ้นจากชีวิตของเธอเอง พอสริดาขอบคุณ ตวงพรพูดต่ออย่างมีเลศนัยว่า “แต่...อาก็มีเรื่องให้หนูช่วยเหมือนกัน”

    ooooooo

    พากันมาถึงสวนสัตว์แล้ว หมึกบอกลุงช้างว่าถ้าลุงช้างต้องไปหาข้อมูลเขียนบทตนจะพามดตะนอยไปดูสัตว์เอง ลุงช้างจึงนัดอีกสองชั่วโมงมาเจอกันตรงนี้

    หมึกกับมดตะนอยดีใจมากจูงมือกระโดดๆไปกันราวกับนกหลุดจากกรง

    พออยู่กันสองคน ลุงช้างก็หันมองไข่หวานตาเชื่อม มองอยู่นานจนไข่หวนหันสบตา ลุงช้างบอกว่าเหลือเราสองคนแล้ว ไข่หวานถามเก้อๆ เขินๆ ว่า

    “เอ้อ...จะหาข้อมูลเขียนบทไม่ใช่เหรอคะ”

    “ก็ใช่น่ะซิ ไข่หวานคิดว่าอะไรหรือ” ลุงช้างทำตาโตถามล้อๆ ทำเอาไข่หวานตอบเก้อๆว่าเปล่าค่ะ “อืม...จากประสบการณ์การเขียนบท ถ้าอาการนี้...ผู้หญิงต้องมีใจกับผู้ชายแน่ๆ” ไข่หวานยิ่งเขิน ลุงช้างเลยบอกว่า “ผมล้อเล่น...ไปช่วยผมทำงานนะ ไป” ว่าแล้วจูงมือเลย แต่เดินไปนิดเดียวก็หยุดพูดออกมาลอยๆว่า “รักแล้วหรือแค่ชอบ”

    เห็นไข่หวานตกใจ ลุงช้างบอกว่ากำลังคิดบทพระนาง อยู่ เมื่อรู้ว่าลุงช้างอาศัยงานมาเผยความในใจ ไข่หวานเลยถามไปบ้างว่า “แล้วพระเอกล่ะคะ รู้สึกยังไงกับนางเอก” ลุงช้างตอบทันทีว่า รัก ไข่หวานถามว่าไม่คิดก่อนตอบเลยเหรอ “คิดมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่วันที่ถูกนางร้ายยั่ว” ลุงช้างตอบล้อๆ

    ไข่หวานคิดถึงวันที่ตนเข้าไปนวดให้ลุงช้างเพื่อพิสูจน์ความเป็นเกย์ของเขา คิดแล้วเขินปรามลุงช้างว่า “ห้ามพูดถึงอีกนะ ไม่งั้นไข่หวานโกรธจริงๆด้วย”

    “ไม่พูดก็ได้ ไปเถอะ” ลุงช้างส่งมือให้ไข่หวานจับเดินไปด้วยกัน ลุงช้างหาข้อมูลเกี่ยวกับการขี่ม้า แต่ขอให้ไข่หวานขี่แล้วเล่าให้ฟัง ไข่หวานบอกให้ขี่เองจะได้เข้าถึงความรู้สึกของการอยู่บนหลังม้าออกมาได้จริงๆ

    เมื่อมานั่งพัก ณ จุดชมวิว ไข่หวานถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ลุงช้างบอกว่า มีความสุขมาก ดีที่ได้ไข่หวานมาเป็นไกด์เป็นกำลังใจข้างๆ ทำให้ได้งานเยอะเลย แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “เมื่อไหร่คุณจะบอกนายแม่เรื่องของเรา” ไข่หวานขอรอจังหวะดีๆก่อน ลุงช้างดักคอว่า “รู้เหรอว่าผมจะให้บอกเรื่องอะไร”

    “ก็เรื่องลุงช้างเป็นผู้ชาย...เป็นผู้ชายที่...ไข่หวานรัก” ลุงช้างอยากฟังคำนี้แต่พอได้ยินจริงๆกลับเขิน แก้เกี้ยวด้วยการชวนไข่หวานถ่ายรูปเป็นหลักฐานว่าเธอพูดแล้ว แล้วก็ถ่ายเซลฟี่กันอย่างใกล้ชิด ซ้ำยังแอบหอมแก้มแถมท้ายอีกฟอดด้วย!

    ooooooo

    หมึกพามดตะนอยเดินชมสัตว์กันอย่างเพลิด เพลิน ไปดูกระต่าย คอกเมียร์แคท กรงลิง จนถึงคอกวัลลาบีเผือก เมื่อมาถึงศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสวนสัตว์ หมึกกับมดตะนอยต่างจุดธูปอธิษฐาน พอเดินออกมามดตะนอยถามหมึกว่าอธิษฐานอะไร

    “อธิษฐานขอให้เจอคนที่อาตามหาอยู่สองคน คนนึงเป็นผู้หญิง อีกคนเป็นเด็ก สองคนนี้เป็นคนที่อารักมาก แต่ว่าไม่ได้เจอกันนานแล้ว แล้วมดตะนอยล่ะอธิษฐานอะไร”

    “มดตะนอยก็อธิษฐานขอให้ได้เจอคนสองคนเหมือนกันค่ะ คนนึงเป็นผู้หญิงอีกคนเป็นผู้ชาย พ่อกับแม่มดตะนอยเองค่ะ” หมึกฟังแล้วลูบหัวมดตะนอยสงสารจับใจ...

    ไปถึงคอกอัลปาก้า มดตะนอยถามว่าตนขอขี่ได้ไหม เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ขี่ หมึกเลยทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิงบนหลังอัลปาก้าแล้วทำท่าทำเสียงเหมือนสู้รบกัน พอลงจากหลังอัลปาก้า มดตะนอยบอกว่าอยากเอาไปเลี้ยงที่บ้านจะได้ขี่เล่น หมึกเลยให้มดตะนอยขี่หลังตนแล้วพาควบกระโดดข้ามน้ำ ปรากฏว่าเสียหลักเท้าแพลง เลยต้องโทร.ให้ไข่หวานมาช่วยแค่เท้าแพลง แต่หมึกกลับบ้านในสภาพมีผ้าพันแผลทั้งตัวราวกับมัมมี่ แต่กลับถูกนายแม่ น้ามะลิและอึ้มเพ็ญตำหนิที่พามดตะนอยไปหกล้มพาลจะแพ่นให้อีกสักแผลสองแผล

    ที่แท้เป็นแผนของหมึกที่จะถ่วงเวลาการแต่งงานให้เนิ่นนานออกไปเพื่อจะได้มีเวลาตามหากวางกับลูก ไข่หวานบอกว่าตนจะพยายามตามหากวางกับลูกของหมึกให้เร็วที่สุด ถามว่าหมึกได้ข่าวเรื่องกวางท้องจากใคร พอรู้ว่าได้ข่าวจากจามร ไข่หวานขอเบอร์โทร.จามร กลับกรุงเทพฯครั้งนี้จะลองโทร.ถามจามรดู

    พอถึงวันกลับ น้ามะลิ อึ้มเพ็ญ และนายแม่พากันมายืนส่งลุงช้าง ไข่หวาน และมดตะนอย จู่ๆอึ้มเพ็ญก็เปรยขึ้นว่า

    “น้องช้างกับไข่หวานนี่ก็ดูเป็นคู่ที่น่ารักดีนะ”

    ทั้งนายแม่ น้ามะลิ และพิชิตได้ยิน ต่างหันมองอึ้มเพ็ญอย่างแปลกใจ แต่นายแม่คิดอะไรไกลกว่าสายตาที่มอง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์