นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    ขณะที่สริดายังบรรจงแต่งหน้าแต่งตัวอยู่หน้ากระจกนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น

    “พี่ดา ผมเองครับ”

    “จ้ะ” เสียงสริดาอ่อนหวานจนสาริศทึ่ง พอเข้ามาในห้องก็เห็นสริดาสวยอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาหยอกว่า

    “ผมชักอยากเจอพี่หมึกไวๆ แล้วล่ะสิ” สริดาถามอารมณ์ดีว่าทำไมล่ะ “ผมอยากรู้ว่าเขามีอะไรพิเศษ ถึงทำให้พี่ดาลุกขึ้นมาแต่งสวยได้ขนาดนี้น่ะสิครับ”

    สริดาเสียงเข้มขึ้นมาว่าอย่าพูดอะไรบ้าๆนะ มีแขกมาบ้านทั้งทีจะให้ตนแต่งโทรมๆ รึไง สาริศติงว่าตนก็ไม่ได้ว่าอะไรทำไมต้องโมโหด้วย สริดาหาว่าเขากวนประสาท สาริศบอกว่างั้นตนออกไปดีกว่าเดี๋ยวจะทำให้พี่อารมณ์เสียเปล่าๆ

    สาริศยิ้มๆออกไป สริดาค้อนงอนๆ แล้วหันมองตัวเองในกระจกอย่างพอใจ

    สาริศออกมาไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากไข่หวาน สาริศรีบบอกว่าบ่ายๆ จะไปรับ ไข่หวานบอกอย่างกังวลว่าหมึกยังมาไม่ถึงเลย ตนโทร.ไปก็ไม่ติด อาจจะอยู่ระหว่างทางเลยไม่มีสัญญาณ แต่ไม่เป็นไรตนไปรอก่อนก็ได้

    ooooooo

    หมึกไม่ได้อยู่ระหว่างทางและไม่ใช่ไม่มีสัญญาณ แต่เขาถูกนายแม่ขังไว้ในห้องและยึดโทรศัพท์ไป ขณะกำลังร้อนใจนั้นพิชิตก็เปิดประตูเข้ามา หมึกล็อกคอทันที คิดว่านายแม่ใช้ให้มาเอาโซ่ล่ามตนอีก

    ที่แท้พิชิตมาเปิดประตูให้หมึกหนีบอกว่านัดน้องเล็กมารอรับแล้ว หมึกเป็นห่วงพิชิตว่าถ้านายแม่รู้เราตายคู่เลยนะ

    “ตอนนี้พวกนายแม่กำลังดูซีรีส์กันอยู่ มีหลายแผ่นเลยล่ะ แต่คุณหมึกต้องกลับมาเร็วๆนะครับ ก่อนซีรีส์จบได้ยิ่งดี”

    “โอเค ขอบคุณมากเลยน้าชิต” หมึกโผกอดหยอกว่า “ถ้าเป็นผู้หญิงนี่หอมแก้มไปแล้วนะเนี่ย” แล้วรีบออกไปกัน

    ที่ห้องนั่งเล่น นายแม่ อึ้มเพ็ญและมะลิกำลังดูละครซีรีส์กันอย่างเข้าถึงอารมณ์ พิชิตย่องเข้ามาส่งสัญญาณให้หมึกรีบไป พอดีนายแม่หันมาเห็นพิชิตเพิ่งเข้ามาก็ถามว่าไปไหนมา พิชิตบอกว่าไปฉี่มา

    นายแม่ถามว่าไปดูหมึกบ้างหรือเปล่าว่าเป็นยังไงบ้าง พิชิตบอกว่าเมื่อกี๊ไปดูมาแล้วเห็นหลับปุ๋ยเลย นายแม่กลัวหมึกจะหิวบอกมะลิให้ชงนมไปให้ พิชิตรีบบอกว่าอย่าไปกวนเลยหมึกกำลังหลับอยู่ นายแม่จะให้มะลิลุกไปให้ได้ ถูกอึ้มเพ็ญที่กำลังอินกับละครเอ็ดให้เงียบๆ หน่อยได้ไหม พระเอกกำลังจะหนีออกจากบ้านแล้ว ทุกคนเลยจ้องทีวีกันเขม็ง

    พิชิตแอบถอนใจโล่งอก ส่วนหมึกพอหลบแว้บ ออกไปเจอหนูเล็กที่เอารถมารอรับอยู่ หมึกรีบขึ้นรถสั่งหนูเล็กเหยียบให้มิดเลย หนูเล็กออกรถอย่างเร็วทันที

    ooooooo

    สริดาเตรียมรับหมึกอย่างตื่นเต้นที่สุด สั่งสาวใช้ให้ไปซื้อกุหลาบแดงก็ได้แต่กุหลาบขาวมา เลยเอ็ดว่าสั่งให้ซื้อกุหลาบแดงทำไมถึงซื้อกุหลาบขาว สาวใช้บอกว่าตนหาทั่วแล้ว หาไม่ได้จริงๆ

    “ใช้อะไรก็ไม่ได้เรื่อง หาซื้อไม่ได้ก็โทร.สั่งสิร้านไหนก็ได้” สริดาหงุดหงิด แต่พอนึกได้ก็ถามพยาบาลว่า “ฉันต้องเติมปากรึยัง” พยาบาลบอกว่าไม่ต้อง แค่นี้ก็ดูสวยมากแล้ว สริดามองตัวเองในกระจกยิ้มอย่างพอใจ

    หนูเล็กขับรถตะบึงพาหมึกมาถึงหมู่บ้านที่สริดาอยู่แล้ว หมึกบอกให้ขับไปเรื่อยๆ ตนจะไล่ดูบ้านเลขที่เรื่อยๆ

    ที่บ้านสริดา เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น สาวใช้บอกว่ามีแขกมา สริดารีบจัดแต่งทรงผมและเสื้อผ้าให้เข้าที่ แต่พอหันมองก็หน้าตึงทันที เพราะคนที่มาคือสาริศกับไข่หวาน พอไข่หวานยกมือไหว้ สริดาก็สั่งให้พาไข่หวานออกไปเดี๋ยวนี้ สาริศสะอึกอึ้ง บอกว่าไข่หวานอยากมาคุยกับพี่ สริดาสวนทันทีว่า “ฉันไม่มีอะไรจะคุยแล้ว”

    “คุณสริดาคะ ไข่หวานขอโทษค่ะ วันนี้พี่หมึกเขา... อาจจะ...มาไม่ได้ คือ...ไข่หวานติดต่อเขาไม่ได้ค่ะ”

    สริดากรี๊ดออกมาจนสาริศกับไข่หวานตกใจ เธอชี้หน้าด่าไข่หวานว่าหลอกตน ไล่ออกไปให้พ้น สาริศพยายามชี้แจงว่าไข่หวานไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ถูกสริดาที่โกรธจนตัวสั่นตวาดว่า

    “ทำไมจะไม่รู้! มันก็เหมือนพี่ชายมันนั่นแหละ มีแต่ความหลอกลวง ฉันจะไม่เชื่อพวกแกอีก ไม่เชื่ออีกแล้ว!!” ไข่หวานขอให้ฟังตนอธิบายก่อนก็ไม่ยอมฟังเอาแต่ไล่ให้ออกไปท่าเดียว สาริศขอให้ใจเย็นๆ ฟังไข่หวานก่อน เลยถูกหาว่า “ตาริศ เธอไม่รักพี่แล้วใช่ไหม!! เธอเป็นพวกเดียวกับมัน พวกมันทำร้ายพี่นะตาริศ!! พามันออกไปแล้วห้ามพามันมาที่นี่อีก” แล้วจ้องหน้าไข่หวานตวาดไล่ “ออกไป๊!! ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!!”

    สริดาคว้าแก้วน้ำปาไข่หวาน สาริศพุ่งเอาตัวบังไข่หวานเลยคิ้วแตก สริดาเห็นน้องชายคิ้วแตกเลือดออกก็อึ้งไป เขายกมือป้ายพอเห็นเลือดที่มือก็หันมองพี่สาวอย่างตัดพ้อ แล้วจูงมือไข่หวานออกไป

    “กรี๊ดดดดด!!!” สริดาแผดเสียงขว้างปาข้าวของใกล้มือเหมือนเสียสติ

    ooooooo

    สาริศกับไข่หวานต่างขอโทษกัน คนหนึ่งขอโทษที่พี่สาวอาละวาดใส่ อีกคนขอโทษที่พี่ชายไม่ได้มาตามนัด ไข่หวานขอดูแผลของสาริศแล้วพาเขาไป โรงพยาบาล

    แต่พอไข่หวานขับรถพาสาริศออกไป หนูเล็กก็ขับรถมาจอดหน้าบ้านทันที ทั้งสองดีใจมากที่หาบ้านเจอรีบลงไปกดกริ่งเรียก สาวใช้เดินเข้าไปบอกสริดาว่ามีแขกมาอีกแล้ว สริดาถามอย่างเกรี้ยวกราดว่ามันยังกล้ามาอีกหรือ ไล่มันออกไป!! เธอหยิบหนังสือปาใส่สาวใช้แล้วเข็นรถจะเข้าห้อง

    “ดา...นี่พี่หมึกเอง” หมึกทัก สริดาหยุดกึก ค่อยๆ หันมอง “ดา...เป็นยังไงบ้าง พี่ไม่รู้ข่าวที่ดาเป็นแบบนี้ เลยไม่ได้มาเยี่ยม” สริดามองหมึกอึ้งน้ำตาไหลพูดอะไรไม่ออก “ดาร้องไห้เหรอ...” สริดารีบเช็ดน้ำตา แต่ยังไม่กล้ามองหมึกเต็มตา

    หนูเล็กยืนพิงรถรอหมึกอยู่ข้างนอก มือถือดังขึ้นเป็นสายจากพิชิต หนูเล็กนิ่งฟัง พลันก็อุทานตกใจเมื่อพิชิตบอกว่านายแม่กำลังดูซีรีส์แผ่นสุดท้ายแล้ว หนูเล็กรีบหาทางส่งข่าวให้หมึกรู้

    หมึกกุมมือสริดาหว่านล้อมว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจระบายกับตนก็ได้ จะได้รู้สึกดีขึ้น สริดามองมือตัวเองแล้วเงยมองหมึก มีรอยยิ้มนิดๆขึ้น หมึกรีบยิ้มกว้างชมว่า “หน้าแบบนี้ดีกว่าเยอะเลย ยิ้มๆเข้าไว้”

    ทันใดนั้น หนูเล็กวิ่งพรวดเข้ามา สริดาชักสีหน้าใส่ทันที หนูเล็กเข้าไปพูดเบาๆกับหมึกว่า

    “ต้องกลับแล้วพี่หมึก ความแตกแล้ว!” หมึกขอเวลาอีกแป๊บเดียว สริดาจ้องหนูเล็กถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร!

    “หนูเล็กเขามากับพี่เองดา” สริดามองนิ่ง ดึงมือตัวเองจากมือหมึก “จริงๆแล้วที่พี่มาวันนี้พี่อยากรู้เรื่องกวางว่าเขาอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง แล้วเขามี...เอ่อ...”

    “ที่แท้พี่หมึกก็จะมาถามเรื่องกวาง!” สริดาเสียงสั่นทั้งโกรธทั้งเสียใจ พอหมึกพยักหน้า เธอสะบัดเสียงใส่ว่า “ดาไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

    หมึกอ้อนวอนสริดาว่ากวางอยู่ที่ไหนช่วยบอกด้วยเถอะ เพราะ “เขาอาจจะมีลูกกับพี่” สริดาสติแตกทันที เธอร้องกรี๊ด แผดเสียงให้หมึกหยุดพูดตนไม่อยากได้ยินอะไรอีกแล้วและไล่ตะเพิด “กลับไปได้แล้ว! ออกไป๊! ออกไป!!”

    “พอเถอะค่ะพี่หมึก หนูเล็กว่า เขาคงยังไม่อยากจะบอกตอนนี้ ไว้หนูเล็กพาพี่หมึกมาใหม่ก็ได้”

    หมึกจำต้องออกไป พอหมึกพ้นประตูไปเท่านั้น สริดาก็จับวงล้อรถเข็นแน่นร้องไห้โฮออกมาสุดเสียง

    ooooooo

    ไข่หวานพาสาริศไปทำแผลที่โรงพยาบาล เธอโทร.บอกลุงช้างว่าวันนี้อาจจะกลับบ้านดึกหน่อย ลุงช้างถามว่ามีอะไรหรือเปล่า พอรู้ว่ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย ตอนนี้ตนอยู่โรงพยาบาลใกล้บ้านเรานี่เอง

    ลุงช้างถามว่าเป็นอะไรมากไหม ไข่หวานบอกแต่ว่าตนไม่ได้เป็นอะไรแล้วขอวางสาย พอดีสาริศออกจากห้องหมอ ไข่หวานถามว่าเย็บกี่เข็ม เขาชูสองนิ้ว พอไข่หวานถามว่าเจ็บไหม เขาตีหน้าเศร้าพยักหน้าอ้อนๆ ไข่หวานบอกให้นั่งพักรอรับยาก่อน ระหว่างนั่งรอรับยา สาริศออเซาะบอกว่าปวดหัวขอพิงไหล่ไข่หวาน

    “นี่คุณ... นี่เห็นว่าฉันทำให้คุณเจ็บตัวหรอกนะ” ไข่หวานปรามยอมให้พิงไหล่แต่ก็กลัวคนอื่นเข้าใจผิด

    คนอื่นไม่มีใครมอง แต่ลุงช้างพรวดเข้ามายืนตรงหน้าแล้ว! สาริศเงยมอง ทักแล้วถามว่าลุงช้างมาได้ ยังไง?

    “ผมมารับไข่หวานกลับบ้าน แผลแค่นี้เรื่องขี้ปะติ๋วสำหรับผู้ชาย จริงไหมคุณสาริศ” สาริศตอบไม่ออกบอกไม่เป็น ลุงช้างหันชวนไข่หวาน “เราไปกันเถอะ” แล้วจูงมือไข่หวานไปเลย ไข่หวานงงๆได้แต่โบกมือลาสาริศ เขามองตามไปขำให้กับตัวเอง

    ooooooo

    ทั้งนายแม่ อึ้มเพ็ญและมะลิ ดูซีรีส์จบก็นอนเขลงกันอยู่หน้าทีวีที่ขึ้นตัวหนอนเสียงซ่าไปแล้ว นายแม่นึกถึงหมึกถามมะลิว่าชงนมให้หมึกหรือยัง แต่มะลิหลับเป็นตาย นายแม่เลยลุกไปชงเอง

    นายแม่เอานมชงไปให้หมึกที่ห้อง เปิดประตูเข้าไปไม่เห็นหมึก เป็นจังหวะที่หมึกกระโดดตุ้บเข้ามาทางหน้าต่างแล้วทำเป็นนอนหลับกับพื้น เลยรอดตายไปเส้นยาแดงผ่าแปด!

    ส่วนลุงช้างขับรถพาไข่หวานกลับบ้าน ต่างรู้สึกเขินๆ กัน แล้วก็เรียกอีกฝ่ายขึ้นพร้อมกัน ลุงช้างให้ไข่หวานพูดก่อน ไข่หวานบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรลุงช้างไม่ต้องมารับก็ได้ ถูกลุงช้างดักคอว่าตนมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า

    “เปล่าค่ะ...ก็...คุณสาริศเขาปวดหัว” ลุงช้างนึกในใจว่าสำออย พลันไข่หวานก็ฉุกคิดถามว่า “ทำไมไข่หวานต้องมานั่งแก้ตัวกับลุงช้างด้วยเนี่ย ไข่หวานไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย”

    เป็นประเด็นให้โต้เถียงกันทันที เมื่อลุงช้างยืนยันว่าไข่หวานผิดและผิดมากด้วย บ่นว่าถ้าเป็นมดตะนอยตนจับตีก้นแล้ว ไข่หวานโต้ว่าลุงช้างไม่ใช่ผู้ปกครองตน ลุงช้างสวนทันควันว่า “ใช่สิ! ทำไมจะไม่ใช่”

    ไข่หวานเหวอๆ เสนอว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า แล้วขออนุญาตเปิดเพลง แต่เพลงหวานๆ ไม่ได้ทำให้ลุงช้างอารมณ์ดีขึ้น บอกไข่หวานว่า “สัญญากับผมก่อนจะไม่ให้ผู้ชายมาพิงไหล่อีก”

    เสียงลุงช้างขึงขังจนไข่หวานนึกในใจว่าวันนี้ดุจัง ลุงช้างยื่นนิ้วก้อยออกมาไข่หวานเลยเอาก้อยเกี่ยว เสร็จแล้วแทนที่จะปล่อย ลุงช้างกลับเกี่ยวไว้อย่างนั้นนั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไข่หวานปล่อยให้ลุงช้างเกี่ยวก้อยไว้ แอบรู้สึกดีเหมือนกัน...

    ooooooo

    ถึงวันแม่ พวกเด็กๆต่างมีการ์ดอวยพรให้แม่ แต่มดตะนอยมีทั้งการ์ดอวยพรให้แม่และลุงช้าง

    นินิวมองไข่หวานถามมดตะนอยว่านั่นแม่เธอเหรอ มดตะนอยบอกว่าคนนี้อาไข่หวานต่างหาก ไม่ใช่แม่มดตะนอย

    นินิวถามอีกว่าแล้วทำไมวันนี้แม่เธอไม่มา มดตะนอยตอบจนเป็นความเคยชินว่าแม่ไม่ว่างเลยมาไม่ได้ นินิวยั่วว่าสงสัยแม่ไม่รักมดตะนอยเลยไม่มา

    “ไม่จริง! แม่รักมดตะนอยที่สุด อย่าพูดแบบนี้นะ!!” มดตะนอยโกรธมากผลักนินิวล้ม ร้องไห้วิ่งไปหาลุงช้างกับไข่หวาน ไข่หวานกอดปลอบว่า

    “ไม่เป็นไรนะคะ ถึงแม่มาไม่ได้ มดตะนอยก็ยัง

    มีลุงช้างกับอาไข่หวานนะคะ รู้ไหม เด็กบางคนน่ะต้องเป็นกำพร้าไม่มีใครดูแลเลยด้วยซ้ำ” มดตะนอยฟังแล้วหยุดร้องไห้

    น้องแก้มก็มีคุณพ่อมาแทนเพราะคุณแม่เพิ่งเสียไปจากอุบัติเหตุ พ่อของน้องแก้มสงสารลูกที่ร้องไห้คิดถึงแม่ทุกวัน ลุงช้างปลอบใจว่าคงต้องให้เวลาน้องแก้มสักพัก ช่วงนี้ต้องอยู่ใกล้ชิดหน่อยแล้วน้องแก้มก็จะค่อยๆดีขึ้น

    มดตะนอยเห็นน้องแก้มร้องไห้ก็ปลอบโยนประสาเด็กว่า “คุณแม่แก้มเขาไปเที่ยวสวรรค์แล้วล่ะ ตอนนี้แม่แก้มไม่อยู่ แต่แก้มก็ยังอยู่กับคุณพ่อนะ” น้องแก้มบอกว่าคุณพ่ออยู่กับแก้มทุกวันเลย “ใช่...เหมือนมดตะนอยไง มดตะนอยก็ไม่ได้อยู่กับคุณแม่ มดตะนอยอยู่กับลุงช้าง ลุงช้างก็เป็นเหมือนแม่ของมดตะนอยเลย เป็นแม่ช้างไง” แล้วสะกิดให้ดูลุงช้างถามว่าเห็นไหมมีหนวดด้วย น้องแก้มมองลุงช้างแล้วยิ้ม พ่อของน้องแก้มเอ่ยกับลุงช้างว่า

    “ขอบคุณน้องมดตะนอยแทนน้องแก้มมากเลยนะครับ ผมไม่เห็นน้องแก้มยิ้มมานานแล้ว”

    เมื่อถึงเวลามอบการ์ดอวยพร มดตะนอยคลานมาหาลุงช้าง กราบและเอาพวงมาลัยพร้อมการ์ดให้

    ลุงช้างถามว่าอ่านเลยได้ไหม มดตะนอยยิ้มน่ารักบอกว่า “ได้ค่ะ”

    “วันแม่วันนี้ ทุกคนมีแม่มาด้วย มดตะนอยไม่มี แต่มดตะนอยก็มีลุงช้าง ลุงช้างเลี้ยงมดตะนอยมา ทำกับข้าวให้กิน มาส่งที่โรงเรียน มดตะนอยดื้อก็ไม่โกรธ

    ลุงช้างสอนให้มดตะนอยเป็นเด็กดี มดตะนอยจะเป็นเด็กดีของลุงช้างทุกวันค่ะ ขอบคุณค่ะ รักลุงช้างที่สุด”

    อ่านแล้วลุงช้างมองหน้ามดตะนอยน้ำตาคลอด้วยความปลื้มปีติ แล้วขอกอด บอกว่าลุงช้างก็รักมดตะนอยที่สุด

    ไข่หวานนั่งดูอยู่ สะเทือนใจจนน้ำตาซึมไปด้วย เห็นเด็กๆกอดแม่แล้วก็นึกถึงหลานตัวเอง...

    “ถ้าพี่หมึกมีลูกจริง ป่านนี้หลานเราจะเป็นยังไงบ้างนะ...”

    ooooooo

    สาริศไปทำงานทั้งที่มีผ้าปิดแผลที่หัวคิ้ว ใครเห็นก็ถาม ที่ไม่กล้าถามก็ซุบซิบกัน ตวงพรถามสาริศว่าคิ้วไปโดนอะไรมา สาริศบอกว่าตนเดินไม่ระวังเลยไปชนเสา ตวงพรถามสะใจในทีว่าเดินอีท่าไหนทางเดินในออฟฟิศก็ออกกว้าง

    “ขี้เกียจแต่งเรื่องแล้วครับ ผมขอตัวก่อน” สาริศตัดบทเดินแยกไป ตวงพรกับสายสมรมองตามอย่างสงสัย

    สายสมรเชื่อว่าสาริศต้องโดนสาวๆฝากรักมาแน่เลย ตวงพรฟันธงว่าต้องไม่ใช่สาวทั่วไป วิเคราะห์ว่า

    “ฉันคิดว่า ตอนนี้ก็คงมีอยู่แค่สองคนที่ใกล้ชิดสาริศที่สุด นิกกี้ไม่อยู่ในสายตาสาริศ คนที่สาริศแคร์ที่สุดคือสริดา อีกคนคือนังไข่หวาน” ตวงพรจิกตาร้าย คิดหาทางจะเล่นงานสาริศอย่างไรดี

    ส่วนนิกกี้ พอเห็นแผลสาริศ เธอมาถามว่าไปโดนอะไรมา สาริศบอกว่าขี้เกียจตอบแล้วเพราะถ้าตอบเธออีกคนก็เป็นคนที่ร้อยพอดี นิกกี้บ่นงอนๆว่าอุตส่าห์ถามดีๆ สาริศถามว่าห่วงตนด้วยหรือ นิกกี้บอกว่าห่วงถามว่าตกลงหน้าไปโดนอะไรมา

    สายสมรเดินผ่านมาพอดีเลยหยุดแอบฟัง

    “ผมมีเรื่องกับพี่ดานิดหน่อย เขาโกรธที่ผมพาคุณไข่หวานไปหาเมื่อวาน เราทะเลาะกัน เขาเลยเอาของเขวี้ยงใส่คุณไข่หวาน แต่ผมบังไว้ทันก็เลยเป็นอย่างนี้ไง ยังปวดหัวอยู่เลยเนี่ย” นิกกี้ถามว่าไข่หวานเป็นอะไร หรือเปล่า “คุณไข่หวานไม่เป็นไรหรอก เป็นคนพาผมไปโรงพยาบาลด้วย แต่คงตกใจที่เห็นพี่ดาโกรธขนาดนั้น”

    นิกกี้เห็นใจบอกเขาว่ามีอะไรให้ตนช่วยทำก็บอกมาเลย สาริศขอยาแก้ปวดสักสองเม็ด นิกกี้บอกให้ไปรอในห้องทำงานเดี๋ยวเอาไปให้ ถามว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมตนซื้อให้ได้ บอกให้รู้ว่า “วันนี้ฉันขอเอาใจคุณหนึ่งวัน อยากให้ช่วยทำอะไรก็บอกมา ดีไหมคุณ?” สาริศพยักหน้า มองนิกกี้ที่เดินออกไปด้วยความรู้สึกดีที่นิกกี้เป็นห่วงตน
    สายสมรยิ้มสะใจ คาบข่าวแจ้นไปรายงานตวงพรทันที

    ooooooo

    ตวงพรวางแผนที่จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทด้วยการซื้อหุ้นจากสริดา โดยจะใช้ความขัดแย้งระหว่างสาริศกับสริดามาทำให้พี่น้องแตกคอกัน

    สาริศที่หัวคิ้วแตกได้รับการปรนนิบัติอย่างดีจากนิกกี้ สาริศถามว่ารู้จักพี่ชายไข่หวานไหม ตนอยากรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร นิกกี้เองก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เคยได้ยินไข่หวานบ่นพี่ชายว่าวันๆไม่ทำอะไร ทำตัวเป็นเพลย์บอยจีบผู้หญิงไปทั่ว สาริศสงสัยว่าสริดากับหมึกเคยมีปัญหาอะไรกัน นิกกี้ขอให้เลิกคิดก่อนปวดหัวอยู่ไม่ใช่หรือเดี๋ยวหัวได้ระเบิดหรอก

    เวลาเดียวกัน มดตะนอยเอาการ์ดวันแม่สองใบ ไปอวดลุงช้าง บอกว่าอีกใบให้คุณแม่ที่อเมริกา ขอลุงช้างว่าปีนี้อยากเอาไปให้แม่ที่อเมริกาเอง ลุงช้างชมว่าสวยดีแต่ถ้าจะเอาการ์ดไปให้แม่ที่อเมริกาเองก็ต้องสอบให้ได้ที่หนึ่งก่อน

    วันนี้เป็นวันแม่ ลุงเสืออยู่กับกวางและแม่ที่อเมริกา ลุงเสือบอกกวางว่าวันแม่อยากให้กวางโทร.ไปหามดตะนอยเพราะมดตะนอยคิดถึงแม่มาก กวางอ้างว่าพี่ช้าง ดูแลมดตะนอยดีอยู่แล้ว บอกให้เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วเพราะตนไม่โทร.แน่

    ระหว่างทานอาหารกัน กวางบอกว่าตนโชคดีที่ได้อยู่กับแม่ตลอด แต่พี่ทั้งสองไปเรียนเลยไม่ได้อยู่กับแม่เป็นสิบปี

    “แม่ก็ดีใจที่ได้อยู่กับหนูตลอด กวาง...ลูกโตขนาดนี้แล้วยังรู้สึกได้ใช่ไหมว่าเวลาได้อยู่กับแม่มันอบอุ่นแค่ไหน แล้วมดตะนอยล่ะจะรู้สึกยังไง มดตะนอยเพิ่งจะหกขวบเองนะลูก หนูว่าเขาจะเหงา เขาจะคิดถึงกวางมากขนาดไหน ขนาดแม่ไม่อยู่สองสามวัน กวางยังโทร.ตามแม่แทบตาย แต่มดตะนอยไม่เคยเจอลูก

    เลยตั้งแต่เขาเกิดมา อย่าเอาความโกรธของตัวเองในอดีตมาทำร้ายเขาเลย”

    “ไม่มีความรักไหนแทนความรักจากแม่ได้นะกวาง” ลุงเสือเสริม กวางน้ำตาไหลแล้วลุกเข้าห้องไป

    เวลาเดียวกัน มดตะนอยอยู่กับไข่หวาน หนูน้อยอ้อนให้ไข่หวานป้อนข้าวให้ ไข่หวานกับลุงช้างมองหน้ากันอย่างสะเทือนใจ แล้วไข่หวานก็ป้อนข้าวให้

    มดตะนอย ป้อนไปปะเหลาะไป ทำให้มดตะนอยกินข้าวอย่างเพลิดเพลิน

    ลุงช้างมองไข่หวานอย่างซึ้งใจ บอกตัวเองว่า ผู้หญิงคนนี้แหละเหมาะจะอยู่กับตนและมดตะนอยที่สุด...

    ที่อู่รถดาวเรือง...วันแม่ทุกปี หมึกจะมีพวงมาลัยมากราบนายแม่และให้สัญญาว่าต่อไปจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น แต่ปีนี้หมึกมีพวงมาลัยมากราบนายแม่แทนไข่หวานด้วย
    กราบนายแม่แล้ว หมึกกับไข่หวานก็วีดิโอคอล คุยกัน หมึกเล่าว่าตนไปหาสริดามาแล้ว ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ๆเธอก็อาละวาดขึ้นมา ฉะนั้นเรื่องที่จะตามหากวางจากเธอคงเป็นไปได้ยากแล้ว บางทีคิดว่ากวางอาจจะไม่ได้มีลูกกับตนก็ได้

    “คิดอย่างนั้นไม่ได้นะพี่หมึก! แล้วถ้าเกิดมีจริงๆ ขึ้นมาล่ะ เด็กคนนั้นจะน่าสงสารขนาดไหน ยังไงไข่หวาน ก็ต้องตามเรื่องนี้ให้ได้” หมึกขอบใจน้อง ไข่หวานถามว่า “นายแม่ว่ายังไงบ้างที่ไข่หวานไม่กลับบ้าน”

    หลังจากนั้นไข่หวานก็วีดิโอคอลคุยกับนายแม่ นายแม่บอกว่าอาทิตย์นี้วันเกิดแม่ ไข่หวานต้องกลับมาให้ได้และให้ชวนป้าช้างกับหนูมดตะนอยมาด้วย ไข่หวานบอกว่าจะลองชวนดู บอกรักแม่ที่สุดในโลก นายแม่บอก “อืม...ฉันก็รักแก”

    วันนี้ภารวีมาหาลุงช้างโดยไม่ได้นัดอ้างว่าจะมาให้ลุงช้างต่อบทให้ แต่ถูกมดตะนอยมาขัดจังหวะให้ลุงช้างช่วยแคะกระปุกให้ไม่รู้ว่าสตางค์พอจะซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองนอกได้หรือยัง

    ภารวีสนใจจี๋ขึ้นมาทันที ถามว่าจะไปไหนกัน ลุงช้างรีบตัดบทบอกมดตะนอยว่าเดี๋ยวจะดูให้ ตอนนี้ลุงจะไปทำอาหารให้มดตะนอยก่อน ภารวีฉวยโอกาสนี้ไปคุยกับมดตะนอย เล่าเรื่องสวนสัตว์ที่เมืองนอกให้ฟัง บอกว่าตนจะพามดตะนอยไปเที่ยวเอง ไข่หวานมาถามว่าคุยอะไรกัน ภารวีเลยฉวยโอกาสลุกไปหาลุงช้างในครัว

    ลุงช้างกำลังต้มปลาร้าเพื่อทำปลาร้าสับ ภารวีได้กลิ่นปลาร้าก็จะอ้วก เลยหนีกลับไป รีบจนลืมบทละครไว้ที่โต๊ะ

    ooooooo

    เพราะยังหากรรมการมาได้ไม่ครบ สาริศจึงให้นิกกี้บอกบรรดาผู้เข้าประกวดว่าต้องเลื่อนการประกวดรอบสุดท้ายออกไปก่อน ย้ำว่า เลื่อนไม่ใช่เลิก นิกกี้รับทราบคำสั่ง แต่สำหรับไข่หวานตนจะไปบอกด้วยตัวเองเพราะมีนัดกันพรุ่งนี้

    สาริศถูกสริดากดดันห้ามคบกับหวันยิหวา สาริศขอทราบเหตุผล ถ้าไม่บอกตนก็จะหาคำตอบด้วยตัวเอง

    โอกาสเหมาะเมื่อสาริศเห็นสริดาชมสวนอยู่หลังบ้านจึงแอบเข้าไปในห้องพี่สาวค้นเจอสมุดไดอารี่เขาเปิดอ่านอย่างเร็ว มีกระดาษเก่าจนเหลืองแผ่นหนึ่งร่วงลงมา กระดาษแผ่นนั้นสริดาเขียนระบายความในใจไว้ว่า...

    “พี่หมึกผิดนัดกับดาอีกแล้ว ดาคงไม่ใช่คนสำคัญในชีวิตพี่ พี่ถึงทิ้งให้ดารอแล้วรออีก”

    มีเสียงกุกกักข้างนอก สาริศรีบสอดกระดาษแผ่นนั้นไว้ที่เดิมแล้วออกจากห้องไป แต่สริดาก็ทันเห็นเขาเต็มตา

    กลับถึงห้องนอน สาริศโทร.หานิกกี้กลางดึกบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปหาไข่หวานด้วยเพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยกัน เป็นเวลาเดียวกับที่ลุงช้างก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณมี่บอกว่าพรุ่งนี้คุณตูนผู้กำกับมีคิวว่างให้ไปเจอกันหน่อยตอน 10 โมงเช้า

    รุ่งขึ้น ไข่หวานบอกลุงช้างขณะทานอาหารเช้าด้วยกันว่าวันนี้นิกกี้กับสาริศจะมา ลุงช้างอิ่มทันทีบอกมดตะนอยที่ทักว่าทำไมอิ่มเร็วว่า “ลุงช้างกินไม่ค่อยลง มันจุกแน่นหน้าอก” ก่อนออกไป ลุงช้างสั่งมดตะนอยว่าให้ดูแลอาไข่หวานด้วย วันนี้อานิกกี้กับอาสาริศจะมาอย่าให้อาสาริศนั่งใกล้อาไข่หวาน อย่าให้อาสาริศกับอาไข่หวานอยู่ด้วยกันสองคน และทำท่าจะสั่งอีก

    “พอแล้วค่ะ มดตะนอยรับรองว่าจะดูแลอาไข่หวานให้เอง ลุงช้างไม่ต้องห่วงจะกลับดึกก็ได้นะคะมดตะนอยอยู่ได้”

    “คอยรับโทรศัพท์ด้วยนะคะมดตะนอย” ลุงช้างสั่งก่อนออกไป

    พอสาริศรู้ว่าวันนี้ลุงช้างไม่อยู่ก็ยิ้มกริ่ม นิกกี้มองอย่างรู้ทัน บอกไข่หวานให้ไปช่วยจัดขนมหน่อย แล้วบอกไข่หวานเรื่องเลื่อนการประกวดออกไป ไข่หวานฟังแล้วโล่งใจ นึกว่าจะยกเลิกการประกวดเสียอีก

    “การประกวดนี้คือแมตช์ชี้ชะตาตำแหน่งประธานบอร์ดของคุณสาริศเลยนะ เขาไม่มีวันปล่อยให้มันล่มหรอก”

    เมื่อกลับเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นเห็นมดตะนอยท่องศัพท์เตรียมสอบอยู่ นิกกี้จึงชวนเล่นทายศัพท์กัน

    การแข่งขันมีกฎว่าใครทายถูก คนใบ้ต้องถูกปรับให้เป็นคนกินขนม ถึงตามดตะนอยใบ้ปรากฏว่าสาริศทายถูกมดตะนอยเลยถูกปรับให้กินขนมจีบ สาริศป้อนให้มดตะนอยเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดจาน

    ooooooo

    ลุงช้างไปพบคุณตูนกับคุณมี่จึงรู้ว่าทางนี้มีปัญหาเรื่องโลเกชั่นเมนน้ำท่วมกองถ่ายเข้าไม่ได้จึงขอให้ลุงช้างช่วยปรับบท ปรึกษากันแล้วลุงช้างไม่มีปัญหา

    เวลาเดียวกันนี้ ตวงพรไปหาสริดาที่บ้านทำทีไปเยี่ยมแต่ที่แท้ไปเป่าหูสริดาเรื่องสาริศตามจีบหวันยิหวา สริดาเครียดทันทีบอกว่าตนบอกสาริศไปแล้วว่าห้ามคบกับผู้หญิงคนนี้ แต่ตนไม่มีเวลาจะตามดูได้ขอให้ตวงพรช่วยดูให้ด้วย ย้ำว่า

    “ถ้าเป็นไปได้ คุณอาช่วยจัดการให้ผู้หญิงคนนั้น หมดโอกาสได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ WCA ด้วยนะคะ”

    “ไม่ต้องห่วงค่ะ อาจะจัดการตามที่หนูต้องการทุกอย่าง”

    หลังจากเล่นทายศัพท์กันจบและมดตะนอยก็ถูกปรับให้กินขนมจีบจนอิ่มแปล้แล้ว สาริศไปคุยส่วนตัวกับไข่หวานที่สวนหย่อม เขาเล่าเรื่องกระดาษโน้ตแผ่นนั้นให้ไข่หวานฟังและเชื่อว่าสริดาเขียนถึงหมึก

    “ไข่หวานว่า พี่หมึก พี่กวาง คุณดา ต้องมีเรื่องอะไรกันตอนนั้นแน่ๆ”

    ระหว่างนั้นเอง นิกกี้ร้องเรียกไข่หวานกับมดตะนอย เพราะลุงช้างโทร.เข้ามือถือของไข่หวานแต่ไม่มีคนรับสายจึงโทร.เข้าบ้านเป็นโทรศัพท์แบบไร้สาย มดตะนอยได้ยินจึงรับสาย ลุงช้างถามว่าทำอะไรอยู่ทำไมไข่หวานไม่รับสาย มดตะนอยจึงนึกได้ว่าลุงช้างสั่งไม่ให้อาไข่หวานอยู่กับสาริศตามลำพัง บอกลุงช้างว่าอย่าเพิ่งวางสายแล้วถือโทรศัพท์ออกตามหาไข่หวาน

    ครู่เดียวมดตะนอยก็เริ่มไอและหอบบอกลุงช้างว่าตนหายใจไม่ออก เหมือนตอนที่แพ้กุ้งแล้วมดตะนอยก็หมดสติไป

    ไข่หวานกับสาริศวิ่งเข้ามาเจอนิกกี้กำลังตกใจอยู่ ไข่หวานเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ได้ยินเสียงลุงช้างร้องเรียกมดตะนอยจึงหยิบขึ้นมาพูดด้วย ลุงช้างบอกว่ามดตะนอยแพ้กุ้งให้รีบพาไปโรงพยาบาล และตัวลุงช้างเองก็รีบตามไปที่โรงพยาบาล

    สาริศรู้สึกผิดมากที่เป็นคนป้อนขนมจีบให้ไข่หวานบอกลุงช้างว่าตนขอเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ลุงช้างบอกว่าไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเขาทั้งสิ้น ทั้งสาริศ นิกกี้ และไข่หวานต่างตำหนิตัวเองที่ทำให้มดตะนอยเป็นแบบนี้ ลุงช้างบอกว่าตนผิดเองที่ไม่ได้บอกใครว่ามดตะนอยแพ้กุ้ง สาริศจึงขอตัวกลับ นิกกี้บอกว่าแล้วจะโทร.ไปหา

    ooooooo

    สาริศกลับถึงบ้าน เจอตวงพรอยู่กับสริดา พอสาริศกลับมาไม่นานตวงพรก็ขอตัวกลับ สาริศถามสริดาว่าอาตวงมาคุยอะไรหรือ เพราะปกติไม่เห็นเคยมา สริดาพูดหน้าตึงว่าไม่มีอะไรแค่มาเล่าเรื่องในบริษัทที่เขาไม่เคยเล่าให้ตนฟัง

    ทั้งสองผิดใจกันรุนแรงเมื่อสริดาหาว่าสาริศไม่เชื่อฟังตน เลือกผู้หญิงคนนั้นมากกว่าตน

    คืนนี้ทั้งลุงช้างและไข่หวานอยู่เฝ้ามดตะนอย จนมดตะนอยรู้สึกตัว หนูน้อยดีใจมากที่เห็นทั้งลุงช้างและอาไข่หวานอยู่กับตน อ้อนให้ลุงช้างเล่านิทานเรื่อง

    สโนไวท์ให้ฟัง กำหนดให้ไข่หวานเป็นเจ้าหญิง และเมื่อเจ้าชายมาช่วยสโนไวท์แล้วต้องจูบสโนไวท์ด้วย วางตัวบอกบทแล้ว มดตะนอยสั่ง “แอ็กชั่น!”

    ไข่หวานกลั้นใจยอม คิดเสียว่าถูกเพื่อนสาวหอมแก้ม แต่พอถึงตอนจะหอมแก้ม ก็ถูกพยาบาลเข้ามาเตือนมดตะนอยให้นอนได้แล้ว มดตะนอยชักผ้าห่มคลุมโปงทันที พริบตานั้นลุงช้างขโมยจูบไข่หวานฟอดหนึ่งอย่างเร็วแล้วมองกันเขินๆ

    ลุงช้างกับไข่หวานนั่งเฝ้ามดตะนอยที่โซฟาทั้งคืน ลุงช้างเห็นไข่หวานนั่งหลับคอพับอยู่ จึงโอบให้เธอเอนมาซบไหล่ตน แม้ไข่หวานจะรู้สึกตัวแต่ความง่วงและเพลียเธอหลับตานอนต่อสบายๆ

    ooooooo

    สริดาให้พยาบาลประจำตัวพาไปหาตวงพรที่บริษัท เธอเห็นรูปลุงช้าง หวันยิหวาและมดตะนอยในวันแข่งแรลลี่ ทำให้ตวงพรรู้ว่าสริดารู้จักลุงช้างเพราะเป็นพี่ชายของเพื่อน

    สริดาฟังนิ่งๆแล้วขอให้ตวงพรหาที่อยู่ของหวันยิหวาให้ตน ย้ำว่าอย่าให้สาริศรู้เด็ดขาด

    ขณะพยาบาลเข็นรถสริดาผ่านห้องน้ำ พยาบาลขอเข้าห้องน้ำสริดาจึงนั่งรออยู่ที่รถเข็น บังเอิญชายผ้าคลุมไหล่ติดอะไรที่หลังรถเข็น เธอพยายามดึงแต่ไม่หลุด พอดีนิกกี้เดินผ่านมาจึงเข้าไปช่วย สาริศผ่านมาพอดีเขาแปลกใจถามพี่สาวว่ามาที่นี่ได้ยังไง นิกกี้ไหว้สริดาเมื่อรู้ว่าเป็นพี่สาวสาริศและสาริศก็แนะนำนิกกี้ว่าเป็นเลขาของตน สริดาพยักหน้าอย่างถือตัว

    สาริศพาสริดาไปที่ห้องทำงานถามว่ามาที่นี่มีธุระอะไรหรือ สริดาบอกว่ามาหาอาตวงเรื่องส่วนตัว เขา ไม่จำเป็นต้องรู้

    “ผมเตือนพี่ดาแล้วนะครับ ว่าอย่าเข้าใกล้อาตวง คนอย่างอาตวงทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”

    “ทุกคนก็หวังหาประโยชน์จากตัวพี่ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งนังหวันยิหวาคนนั้น” สาริศถามว่าไข่หวานเกี่ยวอะไรด้วย “ถ้าเธออยากรู้ ก็พาเขามาหาพี่อีกสิ ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนใจ”

    สาริศมองหน้าพี่สาวอย่างระแวง...

    ooooooo

    ที่อู่รถดาวเรืองกำลังจัดสถานที่ฉลองวันเกิดนายแม่กันอย่างวุ่นวายกับคำสั่งของนายแม่ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

    นายแม่กำชับให้ตั้งโต๊ะไว้สำหรับแกงที่พ่อสิงห์จะเอามาช่วยหนึ่งหม้อ พิชิตยกโต๊ะเลื่อนโต๊ะจนเป็นลม

    นายแม่ถามว่าลุงช้างกับมดตะนอยจะมางานวันเกิดตนหรือเปล่า อึ้มเพ็ญบอกว่าให้ไข่หวานชวนแล้วยังไม่เห็นตอบอะไรมาเลย มะลิเลยโทร.หาไข่หวาน นายแม่แย่งโทรศัพท์ไปถามว่าบอกน้องช้างกับมดตะนอยหรือยัง ฟังปลายสายแล้วนายแม่บ่นว่า “รออะไรอยู่...รีบๆเข้า ให้มาให้ได้นะ ไม่งั้นโดน!”

    ลุงช้างกลับมาพอดี มดตะนอยอ้อนลุงช้างว่าอยากไปงานวันเกิดนายแม่ที่โคราช ทั้งไข่หวานและมดตะนอยช่วยกันรบเร้า จนลุงช้างบอกว่าขอดูว่างานอะไรที่ต้องส่งก่อนไปหรือเปล่า จะได้รีบทำให้เสร็จ

    “เย้...มดตะนอยได้ไปบ้านคุณยายแล้ว”

    ลุงช้างเองก็อยากไปจะได้ไปเยี่ยมคุณพ่อและหนูเล็กน้องต่างแม่ด้วย แต่ปัญหาที่ลุงช้างคิดหนักคือ ไปที่นั่นจะต้องทำตัวเป็นเกย์ ตนไม่อยากทำตัวแบบนั้นอีกแล้ว แต่มดตะนอยอ้อนว่า “มดตะนอยอยากไปม้าก... มาก...ลุงช้างช่วยหน่อยนะคะ” ลุงช้างหงายหลังพิงโซฟาอย่างคิดหนัก ไข่หวานกลุ้มใจหงายตามไปอีกคน มดตะนอย มองทั้งสองแล้วเอาบ้าง

    สามคนสามหัวเลยชนกันอยู่ที่โซฟาตาลอย ต่างคนต่างคิด...

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์