นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    รูปปลิวมาตกคว่ำอยู่ใกล้เท้าลุงช้าง เขาหยิบส่งให้ไข่หวานโดยไม่ได้ดู บอกไข่หวานหน้าตึงๆว่า

    “ในเมื่อคุณมีเหตุผลของคุณ ผมก็จะไม่ยุ่งก็แล้วกันครับ” พูดแล้วเดินไปเลย

    “อ๋อยยยย...ไปกันใหญ่แล้ว ทำไมยิ่งคุยยิ่งเครียดเนี่ย หรือเราจริงจังไป” คิดแล้วไข่หวานเปลี่ยนวิธีใหม่ เอาใจลุงช้างด้วยการทำแพนเค้กไหม้ๆ มีเหยือกเล็กๆ ใส่น้ำผึ้งยกไปง้อลุงช้างที่นั่งทำงานอยู่ในห้อง

    วันเดียวกันนี้ สริดาถามสาริศขณะเขาจะออกไปทำงานว่า “ผู้หญิงคนนั้น เขาอยากจะพบพี่มากเลยเหรอ” สาริศบอกว่าเธออยากพบทันทีที่รู้ว่าตนเป็นน้องพี่ดา สริดาถามว่า “เขาบอกว่าพี่ชายเขาอยากเจอใช่ไหม”

    “ใช่ครับ พี่อนุญาตเถอะนะครับ คนที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่อยู่ๆก็อยากเจอ อาจจะมีเรื่องสำคัญอยากคุยก็ได้”

    “เห็นว่ามีธุระสำคัญหรอกนะ...เผอิญเย็นนี้พี่ว่าง ถ้าเขาอยากมาก็ให้เขามาก็แล้วกัน”

    “ขอบคุณนะครับพี่ดา” สาริศดีใจมาก

    ขณะไข่หวนกำลังปะเหลาะให้ลุงช้างชิมฝีมือทำแพนเค้กไหม้ๆ ตอนนั้นมือถือก็ดังขึ้นจึงขอตัวไปยืนคุยอยู่หน้าห้อง

    “จริงเหรอคะ...ทานข้าวที่บ้านคุณสาริศเย็นนี้ ว่างค่ะว่าง...”

    ลุงช้างเงี่ยหูฟังอยู่ พอจับความได้ก็ถึงกับอึ้ง เมื่อไข่หวานกลับเข้ามาอีกทีเห็นลุงช้างยังถือจานแพนเค้กกับน้ำผึ้งเฉยอยู่ ถามว่าไม่ชิมล่ะคะ ถูกตอบประชดว่า

    “แค่ดูก็รู้แล้วครับว่าหวานเกินไป...เลี่ยน!” แล้ววางจานแพนเค้กบนโต๊ะลงมือทำงานต่อ ไข่หวานมองงงๆ เลยโทร.ปรึกษานิกกี้ นิกกี้ฟันธงว่าลุงช้างไม่พอใจที่

    ไข่หวานคุยกับสาริศ ไข่หวานติงว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะ เรื่องแค่นี้เอง

    “ถ้าคนแคร์กันน่ะ มันก็ไม่ใช่ ‘เรื่องแค่นี้เอง’ หรอก” แล้วแนะนำว่า ตนพิสูจน์แล้วว่า 80 เปอร์เซ็นต์เขาเป็นผู้ชาย ถ้าอยากรู้มากกว่านั้น อีก 20 เปอร์เซ็นต์ไข่หวานต้องพิสูจน์เอาเอง แล้วกระซิบใส่โทรศัพท์ให้ฟัง ไข่หวานโวยว่า ไม่เอา น่าเกลียด

    “ตามใจ ฉันก็ช่วยแกได้เท่านี้แหละ แค่นี้นะ” นิกกี้วางสายทันที ไข่หวานเลยตัดสินใจลองดู!

    ooooooo

    วางสายจากไข่หวานแล้ว นิกกี้เดินพิมพ์ไลน์ให้ไข่หวานว่า “กล้าๆหน่อยไข่หวาน” มัวแต่ก้มหน้าพิมพ์ไลน์เลยเดินชนสาริศเข้าจังๆ โดนเขาดุว่าเวลาเดินตาต้องมองทางไม่ใช่มองโทรศัพท์

    นิกกี้โต้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มองทาง แต่อยู่ที่เขาเห็นตนเดินมาแล้วทำไมไม่หลบ! โต้เถียงเล่นแง่กันพอเรียกน้ำย่อยแล้ว สาริศบอกให้เธอไปหาที่ห้องทำงาน อบรมว่าวันนี้ดีที่ชนตน ถ้าชนคนอื่นอย่างอาตวงเข้าเธอจะทำอย่างไร นิกกี้จึงรู้สึกผิดและขอโทษ บอกว่าวันหลังจะไม่ทำอีก ตนก็แค่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับไข่หวานเท่านั้น

    “เรื่องอะไร?” สาริศถามทันที นิกกี้บอกว่าเรื่องผู้ชายที่อยู่ใกล้ตัวไข่หวานเป็นเกย์หรือเปล่า

    “หึ...คุณช้างไม่ได้เป็นเกย์หรอก ผมพิสูจน์มาแล้ว ผู้ชายด้วยกันน่ะดูกันออก เขาแกล้งทำเป็นเกย์เพื่อหวังใกล้ชิดคุณไข่หวาน เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะบอกคุณไข่หวานเอง” แล้วสาริศก็เล่าการทดสอบอารมณ์ความรู้สึกของลุงช้างให้นิกกี้ฟัง

    นิกกี้ดีใจจนร้องกรี๊ด บอกว่าดีใจที่ลุงช้างไม่ได้เป็นเกย์ และไข่หวานกำลังจะพิสูจน์ลุงช้างอย่างที่เขาพิสูจน์มาแล้ว

    “เฮ้ย!!” สาริศผงะ กลัวไข่หวานจะพิสูจน์กันแบบถึงเนื้อถึงตัวลุงช้างเหมือนที่ตนเคยถูเคยสีมาแล้ว

    ooooooo

    ไข่หวานทดสอบลุงช้างตามที่นิกกี้แนะนำ ถอดเสื้อนอกออกเหลือแต่เสื้อกล้าม ปล่อยผมสยายให้พัดลมเป่าผมกระจาย ทำหน้าท่าทางให้เซ็กซี่ที่สุด แล้วจึงเดินยั่วๆ แต่ดูเก้งก้าง เข้าไปหาลุงช้างในห้องทำงาน

    ลุงช้างมองอึ้ง ถามว่าเธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า?! เธอสะบัดผมบ่นว่าร้อน ลุงช้างบอกว่าร้อนก็ไปอาบน้ำเสีย ไข่หวานเลยเข้าไปเกาะแขนทำเอาลุงช้างเสียสมาธิ พิมพ์งานไม่เป็นภาษา ยิ่งเมื่อไข่หวานนวดให้เขาก็ยิ่งเกร็ง เครียด รวบรวมสติพูดเสียงปร่า...

    “ไข่หวาน...หยุด...ผมบอกให้หยุด!” แล้วดึงมือไข่หวานออกอย่างแรง ทำให้ไข่หวานเสียหลักนั่งตักเขาพลั่กพอดี!

    ทั้งลุงช้างและไข่หวานต่างมองหน้ากันอึ้ง พริบตานั้นลุงช้างดึงไข่หวานไปจูบอย่างแรง ไข่หวานช็อก ลุงช้างถามว่า

    “ผมบอกให้หยุดไง...ทีนี้เข้าใจรึยัง”

    ไข่หวานพยักหน้าเบลอๆ พอลุกยืนก็คว้าง เซ ลุงช้างรีบประคอง เธอพูดเสียงเหมือนละเมอ...

    “ไม่ต้องค่ะ...ไม่ต้อง...ไข่หวานเดินเองได้...” แต่พอลุงช้างปล่อย ไข่หวานเดินตาลอยๆไปถึงประตูก็จะทรุดลงอีก ดีที่คว้าประตูทัน ลุงช้างมองตามไข่หวานจนออกพ้นประตูไป เขางงตัวเองว่า ทำอะไรลงไปเนี่ย????

    ooooooo

    พอนิกกี้ได้รับคำยืนยันจากสาริศว่าลุงช้างเป็นแมน เป็นผู้ชายทั้งแท่ง ก็ตกใจเป็นห่วงเพื่อน กลัวเพื่อนทำตามคำแนะนำของตนแล้วเกิดไฟสปาร์กขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่ เลยรีบโทร.หาไข่หวานเพื่อยับยั้ง

    แต่โทร.เท่าไรไข่หวานก็ไม่รับสาย เลยจินตนาการไปต่างๆนานา ยิ่งคิดไปไกลใจคอก็ยิ่งไม่ดี จนกระทั่งไข่หวานรับสายนิกกี้พูดเร็วปรื๋อว่า

    “ทำไมเพิ่งรับสายห๊ะ ฉันจะบอกแกว่าลุงช้างไม่ได้เป็นเกย์ เขาเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์!”

    “อือ...ฉันรู้แล้ว...” ไข่หวานตอบเสียงยังเบลอๆ นิกกี้ตกใจถามว่ารู้ได้ไง! “อ้าว...ก็แกให้ฉันพิสูจน์ไม่ใช่เหรอ ฉันก็พิสูจน์อย่างที่แกว่าไง”

    นิกกี้แทบช็อกถามว่าลุงช้างทำอะไรบ้าง ฟังไข่หวานที่พูดเสียงแผ่วแล้ว นิกกี้แผดเสียง

    “กรี๊ด!!! ลุงช้างจูบแก!!!!”

    สาริศตกใจถามว่าอะไรนะ แล้วแย่งโทรศัพท์ไปถามเร็วปรื๋อ “เป็นยังไงบ้างคุณไข่หวาน คุณปลอดภัยดีไหม ฮัลโหล...ฮัลโหล...” ปลายสายเงียบไปแล้ว เขาถามนิกกี้แทบจะเป็นตวาดว่า “คุณวางสายทำไม!!” นิกกี้บอกว่าตนไม่ได้วาง สาริศงุ่นง่านบ่นนิกกี้ว่าเธอแนะนำให้เพื่อนทำบ้าๆอะไรแบบนั้นได้ยังไง แล้วพรวดพราดจะไปหาไข่หวาน

    “ไม่ได้!” นิกกี้ชี้ไปที่เอกสารกองพะเนิน “นู่น! คุณต้องเซ็นเอกสารให้เสร็จก่อน”

    “โอยยย...” สาริศอยากจะบ้าตาย กับเลขาแสบซ่าคนนี้

    ooooooo

    ในขณะที่นิกกี้และสาริศกำลังร้อนรุ่มใจด้วยความเป็นห่วงไข่หวานนั้น...

    ที่บ้านลุงช้าง...ทั้งไข่หวานและลุงช้างต่างนั่งเคลิ้มอยู่ในห้องตัวเองกับอุบัติเหตุอารมณ์ที่เพิ่งผ่านไป

    ลุงช้างคิดแล้วหลับตายิ้มอย่างตกอยู่ในภวังค์ ส่วนไข่หวาน คิดแล้วทั้งเขินทั้งประหม่ากับรสจูบที่ได้รับ ถามตัวเองอย่างสับสนว่า “โอ๊ยยยย...ฉันทำอะไรกับเขาไปบ้างเนี่ย?!”

    เที่ยงแล้ว...ลุงช้างจัดอาหารสองที่แล้วนั่งรอ ชะเง้อแล้วชะเง้ออีกก็ไม่เห็นไข่หวานลงมา จะขึ้นไปเรียก ก็ลุกๆนั่งๆอยู่อย่างนั้น ไข่หวานเองก็ไม่กล้าลงไปทั้งที่ท้องร้องแล้วร้องอีก หิวจนปวดท้องแต่ก็เขินเกินกว่าจะไปเผชิญหน้ากัน...

    ทนหิวไม่ไหว ไข่หวานเดินมาที่หัวบันไดชะโงกดูที่โต๊ะอาหาร เห็นลุงช้างนั่งรออยู่ พอลุงช้างหันมาก็รีบหลบ แต่ลุงช้างตาไวเห็นก่อนเลยเรียกไว้ ไข่หวานสะดุ้งรีบบอกว่ากำลังจะกลับห้อง ลุงช้างถามว่าไม่กินข้าวหรือ?

    “ไม่หิวค่ะ กินก่อนเลยค่ะ” ตอบโดยไม่กล้าเรียกเขาว่าลุงช้างเหมือนเคย แต่พอหันจะขึ้นข้างบน ท้องเจ้ากรรมก็ร้องขึ้นมาอีก เลยยิ้มเจื่อนๆ พูดแก้เกี้ยวว่า “เออะ...ไข่หวานไม่หิว แต่ท้องมันหิวค่ะ” แล้วทั้งสองก็สบตากันเขินๆ

    ระหว่างกินข้าว ต่างก็วางหน้าไม่ถูก มือไม้ที่มีมาตั้งแต่เกิดก็เกะกะเก้งก้างไปหมด ลุงช้างเห็นไข่หวานตักข้าวเปล่ากินก็ตักผัดผักรวมให้ ไข่หวานขอบคุณ แต่พอจะกินก็อุทาน “อุ๊ย...” เมื่อเห็นแครอทรูปหัวใจในจาน

    แค่แครอทรูปหัวใจ ถ้าเป็นในยามปกติก็คงตักกินกร้วมๆ แต่นาทีนี้ มีอะไรบางอย่างทำให้หัวใจปั่นป่วน เห็นแค่แครอทรูปหัวใจก็ทำเอาใจหวิว อึ้ง เขิน...

    ooooooo

    สาริศข่มใจกัดฟันเซ็นเอกสารจนหมด นึกว่าเสร็จแล้วจะได้โบยบินไปหาไข่หวาน ที่ไหนได้ นิกกี้ตัวแสบยังเอาเอกสารอีกสามแผ่นมาให้เซ็นบอกว่าลายเซ็นไม่เหมือน สาริศเร่งให้เอามาเร็วๆ เลยถูกนิกกี้แซวว่า

    “แหม...ถึงขั้นสติแตกไม่เป็นอันทำงานเลยเหรอคะ”

    “นี่คุณไม่ห่วงคุณไข่หวานเลยหรือ?”

    “ทำไมจะไม่ห่วง แต่ฉันรู้ว่าคนอย่างไข่หวานเอาตัวรอดได้ไม่เป็นไรหรอก แล้วลุงช้างเขาก็เป็นสุภาพ-บุรุษดูแลไข่หวานอย่างดีมาตั้งนาน อย่าเอาความกะล่อนของตัวเองเป็นมาตรฐานสิคะ” นิกกี้หลอกด่าเนียนๆ

    สาริศเซ็นเอกสารเสร็จ พอวางปากกาก็มีเสียงเคาะประตู พนักงานเดินเข้ามารายงานว่า

    “คุณสาริศคะ คุณวิฑูรย์เรียกพบด่วนค่ะ”

    วิฑูรย์เป็นกรรมการอาวุโสของบริษัท มาแจ้งแก่สาริศว่ากรรมการการประกวดทุกคนขอลาออก เสนอให้ยกเลิกการประกวดเสียเถิด สาริศเสียงแข็งว่า “ไม่ได้นะครับ ผมไม่ยอม!”

    “ถึงจะไม่ยกเลิก แต่ก็ประกวดต่อไม่ได้อยู่ดี เราไม่มีกรรมการ แล้วใครจะตัดสินล่ะ” สาริศบอกว่าเขาลาออกได้ตนก็หาใหม่ได้ วิฑูรย์ติงว่า “แต่ความน่าเชื่อถือมันหาใหม่ไม่ได้นะสาริศ การประกวดของเรามีเรื่องซุบซิบว่าไม่ โปร่งใสมาตลอด ถ้าข่าวนี้ออกไปอีก คนต้องสงสัยแน่ว่าทำไมอยู่ๆกรรมการถึงพร้อมใจกันลาออกแบบนี้”

    สาริศถามว่าแล้วทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น วิฑูรย์บอกว่าตนก็ไม่ทราบ เพราะไม่มีใครบอกเหตุผลสักคน สาริศฟังแล้วคิดถึงตวงพรทันที

    ปรากฏว่าตวงพรกับสายสมรรู้แกวไปนั่งรอสาริศ ที่ห้องทำงาน และสาริศก็มาตามแผนจริงๆ

    สาริศพรวดเข้ามาอย่างเอาเรื่อง ถามว่า คิดว่าใช้วิธีสกปรกแล้วตนจะยอมแพ้หรือ ตนไม่มีวันยอมให้ตำแหน่งประธานบริษัทของพ่อตกไปอยู่ในมือคนอย่างอาแน่! ตวงพรพูดอย่างเลือดเย็นว่านิสัยหุนหันของเขาแก้ไม่หายเสียที ย้ำว่า

    “ที่เธอบุกมาว่าอาฉอดๆโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอยังเด็กเกินไปกับตำแหน่งประธาน”

    สาริศโต้ว่าเพราะเห็นว่าตนเป็นเด็กใช่ไหมถึงได้แกล้งกันแบบนี้ ย้ำเตือนตวงพรว่า

    “แต่อย่าลืมสิว่าผมเป็นลูกคุณพ่อ แล้วผมก็ถือหุ้นเยอะกว่าด้วย ทำยังไงอาก็ไม่มีทางชนะหรอก”

    ตวงพรอ้างอาวุโสในการทำงานว่าตนทำมา 25ปีแล้ว สร้างผลงานไว้มากมาย ทำตั้งแต่เขายังบวกลบเลขไม่เป็นด้วยซ้ำ ปรามาสว่า “เธอน่ะอ่อนประสบการณ์ทำงานก็ผิดพลาด แค่โปรเจกต์แรกง่ายๆ ก็ล้มไม่เป็นท่า แล้วกลับมาโทษคนอื่น แทนที่จะพิจารณาตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเธอไม่มีวุฒิภาวะเลย เธอคิดว่าตอนคัดเลือกประธานคนใหม่ บอร์ดจะเลือกใครล่ะ”

    สาริศประกาศกร้าวว่า “การประกวดจะต้องดำเนินต่อไป ใครหน้าไหนก็มาขัดขวางไม่ได้ทั้งนั้น” พูดแล้วออกไปเลย

    กลับไปเล่าให้นิกกี้ฟังที่ห้องทำงาน สาริศพูดอย่างมุ่งมั่นว่า ตนจะไม่ยอมให้การประกวดล่มแน่ๆ! นิกกี้บอกว่าตนก็ไม่ยอมเหมือนกัน ให้กำลังใจสาริศว่า เรายังพอมีเวลากว่าจะถึงรอบต่อไป ช่วยกันเดี๋ยวก็คิดออกเอง ยังไงก็ต้องทำให้ตวงพรแพ้ให้ได้ สาริศมองหน้านิกกี้ถามทึ่งว่า “นี่คุณแค้นแทนผมขนาดนี้เลยหรือ”

    “เปล่า ฉันแค้นแทนไข่หวานต่างหาก ต่อสู้ฟันฝ่ามาตั้งไม่รู้กี่ด่าน อยู่ๆจะมาล่มได้ยังไง”

    ส่วนตวงพร ขอบคุณวิฑูรย์ที่ไปบอกสาริศแทนตน วิฑูรย์บอกว่าไม่ต้องขอบคุณเพราะตนก็บอกสาริศไปตามความจริง ตวงพรพูดอย่างต้องการหาพวกว่า เขาก็เห็นใช่ไหมว่าสาริศหุนหันพลันแล่นขนาดไหน วิฑูรย์บอกว่าตนไม่แปลกใจที่เด็กหนุ่มจะทำงานผิดพลาดบ้างเป็นธรรมดา

    “นั่นสิคะ อย่างนี้พวกบอร์ดจะไว้ใจให้กุมบังเหียนบริษัทได้ยังไง จริงไหมคะ?”

    “ก็ไม่แน่นะครับ เพราะสาริศเป็นคนแก้ปัญหาได้เร็วและไม่ยอมแพ้ ยิ่งเขาเจอปัญหามากเท่าไหร่ เขาก็จะเก่งมากขึ้นเท่านั้น คุณตวงพรควรจะภูมิใจนะครับที่มีหลานเก่งขนาดนี้”

    ตวงพรฝืนยิ้ม รู้สึกพลาดที่หาพวกผิดคน!

    ooooooo

    สาริศมารับไข่หวานตามที่โทร.นัดกันไว้ เขาฉลาดที่จะมีขนมติดมือมาฝากจนเข้ากับมดตะนอยได้อย่างสนิทสนม และเมื่อเจอพลอยที่เห่อดาราและคลั่งไคล้หนุ่มหล่อก็ตกหลุมพรางของสาริศไปด้วย

    เขาบอกลุงช้างว่า วันนี้อาจพาไข่หวานมาส่งดึกหน่อย ลุงช้างถามว่ากี่โมง พลอยสาระแนแทรกขึ้นว่าหนุ่มสาวออกไปกินข้าวกันสองต่อสองใครจะอยากกลับเร็ว พอถูกลุงช้างมองขวับก็หุบปาก สาริศบอกว่าตนจะพาไข่หวานกลับมาโดยสวัสดิภาพแน่นอน ไม่ต้องห่วง

    พอดีไข่หวานลงมา สาริศชมปลื้มว่าวันนี้สวยจัง ไข่หวานบอกเขาเบาๆว่าเรารีบไปกันเถอะ แล้วหันบอกลุงช้างว่าวันนี้กลับดึกหน่อย แล้วเดินเคียงคู่กันออกไป พลอยปากเปราะชมว่าสองคนนี้เหมือนแฟนกันเลย

    “ไม่ต้องพูดทุกอย่างที่คิด แต่จงคิดทุกอย่างที่พูด” ลุงช้างปราม แล้วเดินฉุนๆไป

    “จงพูดทุกอย่างที่คิด แต่ไม่ต้องคิดทุกอย่างที่พูด??” พลอยทวนคำกลับตาลปัตรแล้วก็งงเอง

    เมื่อออกมาขึ้นรถไปด้วยกันแล้ว สาริศถามไข่หวานว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าคุณช้างไม่ได้เป็นเกย์ ไข่หวานบอกว่านิกกี้เล่าให้ฟังแล้ว เขาถามต่อว่า แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไป พอไข่หวานบอกว่ายังไม่ได้คิด สาริศพูดอย่างปรารถนาดีมากว่า

    “ผมว่าคุณไม่ควรอยู่ที่นี่แล้ว มันไม่เหมาะสม ผู้หญิงผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติ อยู่บ้านหลังเดียวกัน มันไม่ดีแน่ๆ ผมว่าย้ายออกมาอยู่คอนโดดีกว่า” ไข่หวานขอเวลาคิดอีกหน่อยเพราะตอนนี้มีหลายเรื่องปวดหัวมาก “โอเคครับ คิดได้ยังไงบอกผมนะครับ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เอง” สาริศทำเป็นไม่เร่งรัดทั้งที่ตัวเองร้อนใจมาก

    เมื่อพาไข่หวานมาถึงบ้าน สาริศให้เธอนั่งรอก่อนตนจะไปเชิญพี่ดาลงมา ไข่หวานนั่งรอเห็นรูปสาริศกับสริดาถ่ายคู่กัน แต่สริดานั่งรถเข็น ไข่หวานพึมพำ “คุณสริดา...” พอดีสาริศเข็นรถสริดาเข้ามา สริดาได้ยินพอดี พูดอย่างเย็นชาว่า

    “ใช่...ทำไมเหรอ?”

    “พี่ดาครับ นี่คุณไข่หวาน คุณไข่หวานนี่พี่ดาครับ” สาริศรีบแนะนำ ไข่หวานยกมือไหว้ สริดาถามว่า เธอเป็นน้องสาวพี่หมึกจริงหรือ ไข่หวานบอกว่าใช่ น้องสาวแท้ๆ คลานตามกันมาเลย “บังเอิญจังเลย หรือนี่อาจจะเป็น

    พรหมลิขิตก็ได้นะครับ” สาริศหยอด สริดาบอกน้องชายว่า

    “ตาริศ พี่อยากคุยกับไข่หวานแค่สองคน พาไปที่ห้องพี่ที”

    สาริศแปลกใจ ไข่หวานเองก็สงสัย แต่ก็เข็นรถพาสริดาไปที่ห้องตามที่เธอบอก

    ooooooo

    เมื่ออยู่กันตามลำพัง สริดาถามไข่หวานทันทีว่าพี่หมึกเป็นยังไงบ้าง ไข่หวานตอบซื่อๆว่าสบายดีตอนนี้ช่วยดูแลงานอู่รถทัวร์ที่บ้านอยู่ สริดาถามประเด็นสำคัญว่า

    “แล้วตอนนี้ เขา...มีแฟนหรือแต่งงานรึยัง” ไข่หวานเล่าขำๆว่ารายนี้ไม่แต่งงานง่ายหรอก ตอนนี้โสดสนิท “ทำไมอยู่ๆเขาอยากตามหาฉัน?” ไข่หวานบอกว่าพี่หมึกมีเรื่องสำคัญจะถาม “แล้วทำไมเขาไม่มาหาฉันเอง?”

    “อยากมาใจจะขาดค่ะ แต่นายแม่...คุณแม่น่ะค่ะ เข้มงวดมาก ให้พี่หมึกเฝ้าอู่ไม่ให้ไปไหนเลย นี่กว่าไข่หวานจะเข้ากรุงเทพฯมาได้ก็แทบแย่นะคะ”

    “แล้วเรื่องสำคัญของเขาคืออะไร?”

    “พี่หมึกให้มาตามหาคนชื่อกวางค่ะ เขาบอกว่าพี่ดาสนิทกับพี่กวาง เลยน่าจะรู้ว่าพี่กวางอยู่ไหน พี่หมึกเขาอยากเจอพี่กวางมากเลยค่ะ”

    สริดาอึ้งไปทันที! เพียงอึดใจเดียว เธอก็เกรี้ยวกราดตวาดลั่น

    “ออกไป! ออกไป! แล้วอย่ากลับมาอีก!”

    ไข่หวานตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น รีบขอโทษถ้าตนพูดอะไรผิด ก็ยังถูกสริดาตวาดไล่ ไข่หวานถามว่านี่มันเรื่องอะไรบอกตนได้ไหม

    “บอกเรื่องน่าสมเพชของตัวเองเหรอ อยากฟังนักเหรอ! กลับไปซะ ฉันไม่อยากได้ยินชื่อพี่ชายเธอกับนังกวางอีกแล้ว!” สริดาเข็นรถหนีอย่างควบคุมอารมณ์ไม่ได้

    ไข่หวานชี้แจงว่าตอนนี้หมึกกำลังสงสัยว่าเขาจะมีลูกกับกวาง สริดาชะงักกึกหันมาอุทาน “ลูก!!!” ไข่หวาน ยังคงเล่าซื่อๆว่า

    “ใช่ค่ะ พี่ดารู้ไหมคะว่าพี่กวางอยู่ที่ไหน พี่หมึกอยากตามหาพี่กวางกับลูก จะได้รับมาอยู่ด้วยกัน”

    “กรี๊ดดดด...ออกไป! ฉันไม่อยากได้ยิน...ออกไป!!”

    ไข่หวานเข้าไปหาสริดาหมายปลอบให้สงบสติอารมณ์ แต่ไข่หวานยิ่งชี้แจงถึงความห่วงใยกวางกับลูกของหมึกก็ยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงในกองไฟแห่งความแค้นของสริดา เธอยิ่งแผดเสียงกรี๊ด...กรี๊ด สะบัดมือที่ไข่หวานจับถูกหน้าไข่หวานเต็มๆ อาละวาดตวาดไล่ ออกไป๊! ออกไป!! ไข่หวานถูกตบหน้าแดงเป็นปื้น เจ็บจนน้ำตาคลอ เดินออกไปอย่างไม่เข้าใจ

    สาริศได้ยินเสียงเอะอะในห้องสริดา พอเห็นไข่หวานเดินออกมาอย่างเร็ว เห็นแก้มเป็นผื่นแดงถามว่าพี่ดาทำอะไรเธอ ไข่หวานบอกว่าไม่มีอะไรเป็นอุบัติเหตุ สาริศไม่เชื่อบอกให้เธอยืนอยู่ตรงนี้ก่อน

    สาริศรีบเข้าไปในห้องเห็นสริดานั่งหันหลังหลบมุมโกรธจนตัวสั่นอยู่ เขาถามพี่สาวด้วยเสียงตระหนกว่า

    “พี่ดา เกิดอะไรขึ้น พี่ทำกับแขกของเราแบบนั้นได้ยังไง”

    “แขกของแกไม่ใช่แขกของฉัน แล้ววันหลังไม่ต้องสาระแนพาใครมาพบฉันอีก เข้าใจไหม ไม่งั้นฉันจะอาละวาดมากกว่านี้”

    “ไม่ถูกใจอะไรก็อาละวาด พี่ดา! พี่ดาต้องหัดระงับสติอารมณ์ของตัวเองบ้างนะครับ ผมไม่รู้ว่าพี่มีเรื่อง อะไรในใจ แต่พี่ควรจะปล่อยวางมันได้แล้ว”

    “เดี๋ยวนี้แกกล้าสอนฉันแล้วหรือ! เพราะนังไข่หวาน ใช่ไหม?! แกเห็นมันดีกว่าฉันใช่ไหม!!”

    “พี่ดา!” สาริศมองพี่สาวตะลึงอึ้ง

    ooooooo

    ลุงช้างรอไข่หวานอยู่อย่างร้อนใจ จนสองทุ่มจึงบอกให้มดตะนอยไปนอนได้แล้ว มดตะนอยจะรออาไข่หวานเป็นเพื่อนลุงช้าง

    ลุงช้างบอกว่าตนไม่ได้รออาไข่หวานและจะไปนอนเป็นเพื่อนมดตะนอย

    “จริงเหรอคะ แต่มดตะนอยเห็นลุงช้างมองหน้าบ้านตั้งสามรอบแล้ว”

    “รู้เยอะไปแล้วนะเรา ไปนอนได้แล้ว!” ลุงช้างทำเสียงดุทีเล่นทีจริง มดตะนอยจึงหอมแก้มลุงช้าง เอ่ยกู๊ดไนท์แล้ววิ่งไปนอน ลุงช้างรอจนมดตะนอยเข้าห้องไปแล้ว จึงหันมองไปทางหน้าบ้านอย่างรอคอย

    ไข่หวานยังอยู่ที่บ้านสาริศ เธอขอร้องเขาอย่าเพิ่งให้เล่าอะไรตอนนี้เลยเพราะตนยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน สาริศขอโทษแทนพี่สาว ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าปล่อยให้อยู่กันสองคนเลย ไข่หวานถามว่าสริดาเป็นอย่างนี้มานานแล้วหรือ?

    “ประมาณ 5-6 ปีแล้วล่ะครับ ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุจนขาเสีย พี่ดาก็เริ่มเก็บตัวและก็อารมณ์แปรปรวน” แต่พอไข่หวานถามว่าทราบไหมว่าสาเหตุจริงๆมาจากอะไร “ไม่ทราบครับ พี่ดาไม่เคยปริปากบอกใครเลย”

    ไข่หวานคิดถึงคำพูดของสริดาเมื่อครู่นี้ที่ว่า “บอกเรื่องน่าสมเพชของตัวเองหรือ อยากฟังนักหรือ กลับไปซะ ฉันไม่อยากได้ยินชื่อพี่ชายเธอกับนังกวางอีกแล้ว กลับไปซะ!” คิดแล้วไข่หวานบอกสาริศว่า ให้พาตนกลับบ้านเถอะ...

    ooooooo

    ลุงช้างรอไข่หวานอยู่อย่างร้อนใจ พอเห็นรถสาริศมาหน้าบ้าน ลุงช้างก็รีบทำเป็นกำลังคร่ำเคร่งกับงานมาก

    ไข่หวานเดินซึมๆเข้ามาบอกลุงช้างว่ากลับมาแล้ว ลุงช้างทำเป็นเงยหน้าจากงานรับทราบ บอกว่าตนกำลังทำงานยุ่งอยู่เลย ไข่หวานขอโทษที่กลับดึกแล้วขอตัวไปนอน จังหวะนั้นเอง ลุงช้างเห็นรอยช้ำที่แก้มถามว่าไปโดนอะไรมา ไข่หวานทำเสียงปกติบอกว่า “อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”

    ลุงช้างไม่ปล่อยให้ผ่านจับมือไว้ให้บอกก่อนว่าหน้าไปโดนอะไรมา อย่าบอกนะว่าโดนสาริศ...ไข่หวานรีบบอกว่า

    “ไม่ใช่ค่ะ คุณสาริศไม่ได้ทำอะไรไข่หวาน ลุงช้างคะ ไข่หวานยังพูดอะไรไม่ได้ ลุงช้างอย่าเพิ่งถามเลยนะคะ”

    ไข่หวานมองมือลุงช้างที่จับมือตนอยู่เชิงขอร้องให้ปล่อย แต่ลุงช้างกลับจับแน่นขึ้น ยืนยันว่า

    “ผมขอโทษ แต่ผมปล่อยคุณไว้อย่างนี้ไม่ได้หรอก” เขาจูงไข่หวานออกไป แล้วเอาผ้าพันรอบ hot-cold pack ประคบที่แก้มไข่หวานอย่างเบามือ ไข่หวานเอามือไปจับไว้จะถือเองแต่ลุงช้างก็ไม่ยอมปล่อย จนไข่หวานบอกว่าตนถือเองได้ ลุงช้างจึงรู้ตัวปล่อยมือ ถามว่าตกลงจะไม่เล่าให้ฟังใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านสาริศ

    ไข่หวานขอร้องว่าให้เรื่องกระจ่างก่อนแล้วจะเล่าให้ฟัง ลุงช้างไม่พอใจสาริศที่พาเธอไปแล้วกลับมาแบบนี้ ไข่หวานบอกว่าตอนเกิดเรื่องสาริศไม่อยู่ ลุงช้างถามว่าทำไมต้องแก้ตัวแทนเขาด้วย ไข่หวนเอะใจถามว่าแล้วทำไมลุงช้างต้องโมโหด้วย ลุงช้างพูดเสียงอ่อนลงว่า “ก็...ผมเป็นห่วงคุณ”

    ไข่หวานอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วยิ้มออกมา เขาถามว่ายิ้มอะไร เธอบอกว่าเปล่า เขามองเธอแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เหมือนกัน เลยแก้เกี้ยว ไล่ให้ไปนอนได้แล้ว ไข่หวานรับคำเดินไปนอนอย่างว่าง่าย

    ooooooo

    พอเข้าห้องนอน ไข่หวานก็ใช้แท็บเล็ตสไกป์คุยกับหมึก พอเห็นหน้าน้องสาวหมึกถามว่าไปโดนอะไรมา เธอตอบให้พี่ชายสบายใจว่าไม่มีอะไร อุบัติเหตุเล็กน้อย เลยโดนบ่นว่าซุ่มซ่ามจริง

    หมึกถามว่าเจอสริดาไหม? เขาว่าอย่างไรบ้าง? เขาบอกหรือเปล่าว่ากวางอยู่ไหน? พอรู้ว่าเจอแต่ไม่ได้บอก หมึกถามอย่างผิดหวังว่าทำไมล่ะ สริดาไม่รู้หรือ

    ไข่หวานถามหมึกว่า เขาเคยมีเรื่องอะไรกับสริดาหรือเปล่า หมึกบอกว่าสมัยเรียนเคยคุยกันแทบนับครั้งได้เลย

    ไข่หวานถามอีกว่าแล้วรู้หรือเปล่าว่าสริดาขาพิการ ต้องนั่งรถเข็น และเป็นคนโมโหร้ายมากด้วย เล่าให้หมึก ฟังว่า

    “พอเขาได้ยินชื่อพี่กวาง เขาก็อาละวาดขึ้นมาใหญ่เลย ไข่หวานเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เลย...โดนเขาสะบัดแขนโดนนิดหน่อย” หมึกให้ไข่หวานเอียงหน้าให้ดู พอเห็นชัดๆ หมึกบอกว่า พรุ่งนี้ฉันจะไปถามสริดาว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น!

    รุ่งขึ้นหมึกให้พิชิตหลอกล่อนายแม่ที่กำลังเตรียมเครื่องขัดผิวอยู่กับมะลิและเพ็ญให้หันไปสนใจทางอื่นแล้วหมึกก็หลบออกไป แต่ถูกนายแม่จับได้ หมึกเลยต้องแอบโทร.บอกไข่หวานว่าวันนี้ไปไม่ได้แล้ว แต่พรุ่งนี้ไปได้ชัวร์

    ooooooo

    เช้านี้ขณะไข่หวานช่วยลุงช้างเตรียมอาหารเช้าอยู่ ลุงช้างปรารภว่า อาทิตย์หน้าโรงเรียนมดตะนอย จะจัดงานวันแม่ทุกปีตนจะเป็นตัวแทนไป มดตะนอยเล่าว่าโดนเพื่อนล้อ ปีนี้เลยอยากให้ไข่หวานไปเป็นแม่มดตะนอยสักวันได้ไหม

    ไข่หวานถามว่าจะดีหรือ ลุงช้างเชื่อว่ามดตะนอยน่าจะโอเคเพราะสนิทกับเธอมาก เธอเป็นผู้หญิงไปแทนแม่มดตะนอยย่อมดีกว่าตนที่เป็นผู้ชาย แต่พอมดตะนอยรู้ก็บอกให้ไปทั้งสองคนเลย ตนอยากให้พวงมาลัย

    ลุงช้าง ลุงช้างเลยต้องยอม

    พวกเด็กๆที่โรงเรียนคุยอวดกันว่าตนจะทำการ์ดอวยพรคุณแม่ให้สวยที่สุด นินิวบอกมดตะนอยว่าไม่ต้องทำการ์ดสวยมากก็ได้เพราะไม่ได้ให้แม่จริงๆของตัวเอง

    “ต้องทำสวยๆสิ ยังไงมดตะนอยก็จะทำการ์ดให้สวยที่สุด”

    “เธอทำไม่ได้หรอก เพราะยังไงของนินิวก็ต้องสวยกว่าอยู่แล้ว” นินิวข่มทั้งที่ยังไม่ได้ทำเลย

    ooooooo

    เมื่อกรรมการตัดสินการประกวดลาออกหมด นิกกี้จึงพยายามติดต่อไปยังบุคคลที่จะเชิญมาเป็นกรรมการแทน

    อดุลย์เป็นเป้าหมายสำคัญที่นิกกี้จะพยายามเชิญมาให้ได้ แต่โทร.ไปทีไรก็ไม่อยู่ นิกกี้เลยไปหาที่บริษัท ถูกรีเซปชันกีดกันว่าไม่ได้นัดไว้ก่อน นิกกี้เลยทำเป็นโทร.หาพี่แต้วเลขาของอดุลย์ คุยต่อหน้ารีเซปชันพูดเองเออเองว่าตกลงให้ขึ้นไปพบได้ รีเซปชันหลงเชื่อ พอนิกกี้ขึ้นไปแนะนำตัวเองแก่แต้ว ก็ถูกตัดบททันทีถามว่าขึ้นมาได้ยังไง! คุณอดุลย์ไม่อยู่ท่านเพิ่งออกไปประชุมเมื่อกี๊นี้เอง เชิญกลับไปได้แล้ว อย่าให้ถึงกับต้องเรียก รปภ.เลย

    “งั้นฝากบอกคุณอดุลย์ด้วย ว่าอนาคตของคุณสาริศอยู่ในมือของท่าน ขอความกรุณาท่านด้วยนะคะ”

    สายสมรแอบดูนิกกี้อยู่ตลอดเวลา พอนิกกี้กลับ ก็แจ้นไปรายงานตวงพรทันที

    ที่แท้ตวงพรกำลังคุยอยู่กับอดุลย์ในห้องทำงานของเขา โดยอดุลย์เอารถมาซ่อมย้อมแมวขาย ตวงพรรับซื้อแต่ย้ำข้อแลกเปลี่ยนกับอดุลย์ เขาบอกว่า “เรื่องนั้นสบายมาก ผมสั่งเลขาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางตามตัวผมเจอหรอก”

    ก็พอดีสายสมรมาเคาะประตูเข้าไปรายงานทั้งสองว่า นิกกี้บุกมาถึงที่นี่ แต่ถูกเลขาอดุลย์ไล่กลับไปแล้ว พูดเอาหน้าว่า

    “ไม่ต้องห่วงนะคะ ดิฉันกำชับกับทุกคนให้ปิดกั้นทุกเส้นทางที่จะเข้าถึงตัวท่านเรียบร้อยแล้วค่ะ”

    พอได้รับคำชมจากตวงพรว่าดีมาก สายสมรก็ยิ้มหน้าบานออกไป

    ooooooo

    ถูกเลขาของอดุลย์ไล่กลับมาพบสาริศที่ร้านกาแฟ นิกกี้กินเค้กชมว่าของฟรีจากเจ้านายนี่ค่อยหายเหนื่อยหน่อย สาริศนั่งมองบอกว่าเธอเลี้ยงง่ายดีแค่เค้กชิ้นเดียวใช้ทำงานได้ตั้งเยอะ นิกกี้บอกว่าถ้าช่วยเพิ่มเงินเดือนด้วยก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง

    “ตามคุณอดุลย์ก็ไม่เจอ ยังจะขอขึ้นเงินเดือนอีก”

    “ถ้าคุณได้เห็นว่าฉันไปทำอะไรบ้างที่อดุลย์มอเตอร์ อย่าว่าแต่ขึ้นเงินเดือนเลย คุณจะต้องมอบเหรียญพนักงานดีเด่นให้ฉันด้วยแน่ๆ”

    สาริศถามว่าเขาหลบหน้าเธอหรือ นิกกี้บอกว่าตนรู้ว่าเขาอยู่แต่ไม่ยอมให้พบ สาริศไม่กดดันบอกนิกกี้ว่าไม่เป็นไรค่อยๆตามไปแต่อย่าวู่วาม แล้วชวนเย็นนี้เป็นเพื่อนไปหาไข่หวานกันหน่อย อ้างว่าจะไปขอโทษไข่หวาน

    มดตะนอยถูกนินิวปรามาสว่าทำการ์ดวันแม่สวยสู้ตนไม่ได้ กลับถึงบ้านเลยปรึกษาไข่หวานแต่ไม่ให้ลุงช้างรู้ ลุงช้างมองทั้งสองที่เดินจูงกันออกไป บ่นกับตัวเองงึมงำ “กลายเป็นคนนอกอีกแล้ว”

    มดตะนอยปิดบังลุงช้างเพราะจะปรึกษาเรื่องทำการ์ดสวยๆ เซอร์ไพรส์ลุงช้างกับแม่

    พอดีไข่หวานได้รับโทรศัพท์จากนิกกี้บอกว่าเดี๋ยวตนกับสาริศจะมาหา มดตะนอยดีใจจะได้มีคนมาช่วยทำการ์ดเยอะๆ บอกไข่หวานว่าตนจะไปบอกลุงช้างให้เอง ว่าแล้ววิ่งตื๋อไปเลย

    สาริศหอบของฝากและอุปกรณ์ทำการ์ดมามากมาย พอเจอลุงช้างก็ขอโทษที่มารบกวนเพราะอยากมาขอโทษไข่หวานด้วย มดตะนอยตื่นเต้นมากจูงมือสาริศไป พลางหันบอกลุงช้างว่า “ลุงช้างอย่าตามมานะคะ”

    เจอเข้าสองครั้งติดๆกัน ลุงช้างยิ่งงง พึมพำ “นี่มันอะไรกันเนี่ย??”

    นิกกี้ให้สาริศช่วยมดตะนอยทำการ์ด ส่วนตัวเองลากไข่หวานไปคุยกันถามเรื่องที่ไข่หวานพิสูจน์ว่าลุงช้างเป็นชายแท้ว่าเป็นอย่างไรที่ว่าโดนเข้าเต็มๆเลยน่ะ? ไข่หวานเขินไม่อยากเล่า ลุงช้างเดินผ่านมาอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน แต่นิกกี้ทำเป็นคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกลบเกลื่อน ลุงช้างเลยเดินผ่านไป แต่นึกประชดในใจว่า “มีความลับ กันอยู่ได้ มีความลับกันเข้าไป!”

    นิกกี้คุยกับไข่หวานเสร็จก็ไปหามดตะนอยกับสาริศ เปลี่ยนให้สาริศมาคุยกับไข่หวานต่อ สาริศขอโทษเรื่องเมื่อวานอีก ไข่หวานบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขา เมื่อสาริศถามถึงเหตุการณ์ตอนนั้น ไข่หวานเล่าว่า

    ทีแรกก็คุยกันดีๆ แต่จู่ๆพอตนพูดถึงพี่หมึกอยากเจอพี่กวางเท่านั้นก็เกิดเรื่อง บอกว่าหมึกเองก็แปลกใจว่าทำไมสริดาจึงกลายเป็นแบบนี้ พรุ่งนี้หมึกจะมาหาสริดา ขอให้เขาช่วยนัดให้ด้วย สาริศถามว่าเธอจะไปด้วยไหม ไข่หวานบอกว่าไป

    ooooooo

    ที่โถงบ้านภารวี พรชัยพ่อของเธอกำลังพูดโทรศัพท์ไล่พนักงานฝ่ายประสานงานออก ภารวีแต่งตัวสวยเดินผ่านมา จึงเรียกไว้บอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปช่วยเป็นฝ่ายประสานงานที่บริษัทให้หน่อยตนเพิ่งไล่พนักงานออกไป

    ภารวีบอกว่าไม่ว่าง บ่นพ่อว่า ใช้งานอย่างไม่รู้ คุณค่าของตนเลย รู้ไหมว่าตา คิ้ว คาง จมูก ปาก กราม แก้ม หู ตนลงทุนไปตั้งเท่าไหร่ อยู่ๆจะให้ไปเป็นฝ่ายประสานงาน

    ก่อนที่ภารวีจะมาเป็นเซเลบ ไฮโซและดาราอย่างทุกวันนี้ ภารวีในวัย 8 ขวบเป็นเด็กขี้เหร่ ถูกเพื่อนล้อจนร้องไห้ ลุงช้างวัย 10 ขวบที่อยู่บ้านติดกัน ปลอบใจว่า ไม่ต้องร้องไห้ เพราะน้องภาสวยในแบบของตัวเอง ทำให้ภารวียิ้มออก

    จากนั้นมา เธอก็ค้นหาความสวยในแบบของตัวเองจากแรงบันดาลใจของผู้ชายที่แสนดี คือ พี่ช้างนั่นเอง

    เย็นแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวฝีมือทำกับข้าวของลุงช้างอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั่นเอง ภารวีก็โผล่มาบอกให้ทุกคนรอตนด้วย มาถึงก็ฉอเลาะว่าตนทานข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่ เผอิญขับรถผ่านเลยแวะมาฝากท้องกับพี่ช้างสักมื้อ

    นับแต่นาทีนั้น ที่โต๊ะอาหารบรรยากาศจึงกลายเป็นว่า ภารวีคุยจ้อเอาอกเอาใจลุงช้าง ในขณะที่สาริศก็ดูแลเอาใจไข่หวาน จนมดตะนอยบ่นว่าทำไมวันนี้ไม่มีใครตักกับข้าวให้ตนบ้างเลย

    “อ๋อ...พวกผู้ใหญ่เขากำลังเล่นเกมกันอยู่น่ะค่ะ” นิกกี้กระซิบบอก

    สาริศกับนิกกี้กลับไปแล้ว แต่ภารวียังไม่ยอมกลับ จนลุงช้างต้องบอกว่าค่ำแล้วมดตะนอยง่วงและตนก็ต้องพามดตะนอยเข้านอนด้วย ภารวีจึงยอมกลับอย่างไม่เต็มใจ

    พอทุกคนกลับไปแล้ว ไข่หวานเข้าครัวไปช่วยลุงช้างเช็ดจานที่ล้างแล้ว ลุงช้างเหน็บว่าไม่ต้อง ให้ไปช่วยมดตะนอยเถอะเพราะสาริศทำการ์ดค้างไว้ ไข่หวาน จะชี้แจง ก็ถูกประชดว่า “ไม่ต้องบอกถ้ามันเป็นความลับของพวกคุณผมไม่อยากรู้”

    ไข่หวานน้อยใจ ประชดคืนไปว่าจริงด้วยมันเป็นความลับของมดตะนอย ตน และสาริศ แล้วยังมีความลับ ระหว่างตนกับนิกกี้ ระหว่างตนกับสาริศอีกด้วย

    ต่างใช้อารมณ์ประชดประชันกัน จนไข่หวานบอกว่าต่อไปลุงช้างกับตนก็ไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว พูดแล้วเดินงอนๆไป ลุงช้างทำเป็นไม่สนใจ แต่พอคิดได้ก็ใจแป้ว รีบตามไปง้อ แต่ไข่หวานปิดประตูเงียบ เรียกไม่ขาน ถามไม่ตอบ จนลุงช้างบ่นตัวเอง “ได้เรื่องแล้วไหมล่ะ”

    เมื่อลุงช้างง้อไข่หวานไม่สำเร็จ ก็ให้มดตะนอยที่มาขอรูปแม่จะเอาไปติดการ์ดช่วยเป็นการแลกเปลี่ยน มดตะนอยเล่นบทอ้อนไข่หวาน ตั้งแต่อ้อนให้เล่านิทาน หลอกว่าลุงช้างปวดท้อง กระทั่งลุงช้างจะตายแล้ว ไข่หวานก็เงียบ

    สุดท้ายลุงช้างแกล้งทำของตก มดตะนอยร้องอย่างตกใจ ไข่หวานเป็นห่วงเปิดประตูพรวดออกมา ลุงช้างจึงรีบขอโทษบอกว่า เมื่อกี๊ตนแค่พูดประชดเล่นๆ เท่านั้น ไข่หวานถามว่าตอนนี้รู้รสชาติของคนต้องคอยง้อหรือยัง ต่อไปนี้จะทำอะไรก็ให้นึกถึงใจคนง้อบ้าง

    แล้วต่างก็สารภาพว่าไม่เคยง้อใครมาก่อนนอกจากครั้งนี้ บรรยากาศเลยกลายเป็นเขินกันทั้งคู่

    ooooooo

    สริดานั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ใจยังหมกมุ่นคิดเรื่องหมึก นึกถึงวันวาเลนไทน์ครั้งหนึ่ง เธอถือดอกกุหลาบเดินผ่านมุมตึกที่หมึกถือถุงขนมน่ารักดักรออยู่

    พอสริดาเดินมาถึง หมึกออกไปทักบอกว่ามาดักรอเธออยู่ตั้งนาน สริดายิ้มชื่น บอกว่าตนก็กำลังมาหาเขาเหมือนกัน

    “เหรอ...ใจตรงกันเลย คือ...พี่มีอะไรจะให้ช่วยหน่อยได้ไหมครับ” หมึกยื่นถุงขนมให้ สริดารับถุงยิ้มอย่างมีความสุข “พี่อยากฝากให้เพื่อนน้องดาที่ชื่อ กวาง...บอกว่า พี่หมึกฝากมาให้นะ ฝากให้ถึงมือให้ได้นะครับ”

    สริดาเหมือนถูกน้ำเย็นเจี๊ยบราดหัว เธออึ้ง มึน หมึกถามว่าเธอมาหาตนมีอะไรหรือ

    “ดา...ดา...ดาลืมไปแล้วค่ะ ดาไปก่อนนะคะ” พูดขาดคำเธอก็วิ่งหนีไป พอหลบมุมตึกเธอก็ทิ้งดอกกุหลาบลงพื้นทันที

    ขณะจมอยู่กับความเจ็บปวดในอดีตนั้น สาริศมาเคาะประตูบอกว่าอยากหาเพื่อนคุย

    สาริศเข้าไปคุยถึงเรื่องในวัยเด็กที่สองพี่น้องมักมีเรื่องกันแต่ประเดี๋ยวประด๋าวก็หาย สาริศฟื้นความหลังว่า

    “พี่เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว พี่บอกผมว่า โกรธนานๆ เดี๋ยวก็เป็นบ้ากันพอดี แล้วพี่ก็หัวเราะ พี่ดาครับ...ตอนนี้พี่กำลังโกรธใครอยู่ ให้อภัยเขาเถอะนะครับ ผมอยากเห็นพี่กลับมาหัวเราะได้อีกครั้ง”

    สริดาหัวเราะประชด สาริศเห็นพี่สาวผ่อนคลายลงจึงบอกว่า “พรุ่งนี้พี่หมึกจะมาหาพี่ดาครับ” สริดาชะงัก ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่อยากเจอ ให้ไปบอกเขาว่า ไม่ต้องมา!

    สาริศย้ำว่าหมึกอาจจะมีเรื่องสำคัญคุยกับพี่ก็ได้ ถ้ายังหลีกหนีเขาต่อไป พี่ก็อาจจะจมอยู่กับความทุกข์ไปตลอดก็ได้

    สริดาสนใจถามว่าแน่ใจหรือว่าถ้าตนเจอเขาแล้วชีวิตจะดีขึ้น?

    “แต่ก็ดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่หรือครับ” เป็นคำตอบที่ทำให้สริดานิ่งคิด

    แผนหนีแม่เข้ากรุงเทพฯของหมึกถูกนายแม่จับได้อีก คราวนี้ถูกจับขังเอาโซ่ล่ามประตู ให้เพ็ญกับมะลิคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ วันนี้ขณะทั้งสองเอาอาหารไปส่ง หมึกก็หลบหนีออกไปได้ แต่ก็ถูกนายแม่จับได้เอาไปขังอีกครั้ง หมึกขอโทรศัพท์บอกว่าจะโทร.บอกไข่หวาน ตะโกนจนคอแทบแตก ก็มีแต่ความเงียบ หมึกเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในห้องเหมือนหนูติดจั่น

    ส่วนสริดา วันนี้แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เอาต่างหูที่เก็บไว้นานแล้วมาเลือกให้เข้าชุดกับเสื้อผ้า พอเลือกได้ก็ให้พยาบาลไปเอาน้ำร้อนมาตนจะขัดล้างต่างหู พอพยาบาลออกไป เจอสาริศที่หน้าห้องพอดี เขาถามว่าจะไปไหน

    “คุณดาจะทำความสะอาดต่างหูค่ะ ดิฉันกำลังจะไปเตรียมน้ำร้อน” สาริศพยักหน้าแล้วจะเข้าห้อง พยาบาลถามว่า

    “คุณสาริศคะ คุณหมึกที่จะมาหาวันนี้นี่ใครเหรอคะ”

    “รุ่นพี่ของพี่ดาน่ะ ถามทำไม”

    “คงเป็นคนพิเศษมากเลยนะคะ เห็นคุณดาตื่นขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่เช้า แค่เลือกเครื่องประดับก็จะชั่วโมงแล้วนะคะ ตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยเห็นคุณดาสดใสขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ”

    พยาบาลแยกไปเอาน้ำร้อนในขณะที่สาริศแปลกใจว่า หมึกมีความสำคัญกับสริดาอย่างไร?

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์