นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    ไข่​หวาน​มอง​หน้า​ลุง​ช้าง​อ้อนวอน​ให้​อยู่ดูก่อน พอ​ลุง​ช้าง​บอก​ก็ได้ ไข่​หวาน​จึง​ขอ​ไป​แต่งตัว

    พอ​ไป​ถึง​ห้อง​แต่งตัว​ปรากฏ​ว่า​ผู้​เข้า​ประกวด​ออก​ไป​กัน​หมด​แล้ว ครู่​เดียว​ก็​มี​พนักงาน​มา​บอก​ว่า

    “คุณ​ห​วัน​ยิหวาต้อง​รีบ​แต่งตัว แล้วไป​สแตนด์บาย​หลัง​เวที​นะ​คะ ด่วนๆเลย​ค่ะ”

    ผู้​ประกวด​ทยอย​กัน​ออก​ไป​เดิน​โชว์​ตาม​รายชื่อ​ที่​ประกาศ บาง​คน​แต่ง​ชุด​เทนนิส บาง​คน​แต่ง​ชุด​ยูโด และ​บาง​คน​ก็​แต่ง​ชุด​ว่ายน้ำ พอ​ประกาศ​ชื่อภา​รวี เธอออก ​ไป​ใน​ชุด​ยิมนาสติก​ลีลา​ถือ​ไม้​ริบบิ้น พิธีกร​อวย​ภา​รวี​ว่า

    “คุณ​ภา​รวี​เป็น​ตัวเก็ง​ปี​นี้​เลย เป็น​ทั้ง​เซ​เ​ลบ ดารา”

    พอ​ถึง​นางสาว​ห​วัน​ยิหวา อัศว​เรือง​ฤทธิ์ พิธีกร​คาด​เดา​ว่า “เธอ​คือ​ผู้​ที่​ได้​คะแนน​นำ​ใน​คราว​ที่​แล้ว มาใน​ชุด​อะไร”

    ไข่​หวานเดิน​ออก​มา​ใน​ชุด​นัก​บอล ลุง​ช้าง​ถึง​กับ​ยิ้ม​ปลื้ม​ที่​ไข่​หวาน​ใส่​ชุด​ที่​ตน​เอา​มา นิกกี้​พึมพำ​งงๆว่า

    กลาย​เป็น​ชุด​นี้​ได้​ยัง​ไง ภา​รวี​มอง​เหยียด​ชุด​ของ​ไข่​หวาน แต่​พอ​เดิน​ออก​ไป​หน้า​เวที เห็น​ลุง​ช้าง​นั่ง​ดู​อยู่ เธอ​ยิ้มหวาน​ให้ ทำ​ปาก​อุทาน

    “พี่​ช้าง!!” แล้ว​สะบัด​ริบบิ้น​เรียก​ความ​สนใจ​จาก​ลุง​ช้าง เรียก “พี่​ช้าง...แอบ​มา​เชียร์​ภา​เหรอ​คะ...พี่​ช้าง...ๆๆๆ” เรียก​พลาง​สะบัด​ริบบิ้น​โชว์​เว่อร์ๆ ตวง​พร​บ่น​อย่างไม่พอใจ​ว่า “เป็นบ้า​อะไร​ขึ้น​มา ยัยภา”

    ไข่​หวาน​เดิน​ไป​ทาง​สา​ริ​ศ​ยิ้ม​ให้​เขา ลุง​ช้างมอง​เจื่อนๆ พวก​กรรมการ​ดู​ไข่​หวาน​แล้ว​หัน​ไป​เม้าท์​และหัวเราะ​กัน​ทำนอง​ว่า​ไข่​หวาน​ใส่​ชุด​อะไร​มา นิกกี้​ดูกรรม​การ​แล้ว​หนักใจ​แทน​ไข่​หวาน นึก​ใน​ใจ “จะ​รอด​ไหม​เนี่ย...ไอ้​ไข่​หวาน...”

    ไข่​หวาน​อยู่​บน​เวที​เห็น​สา​ริ​ศ​เครียด​ที่​กรรมการ​ซุบซิบ​และ​หัวเราะ​กัน ลุง​ช้าง​ก็​หน้าเสีย ส่ง​สัญญาณ​บอก​ไข่​หวาน​ว่ากรรมการ​ไม่​ถูกใจ ไข่​หวาน​เข้าใจ​ทันที พอไปถึง​จุด​ที่​มาร์ก​ไว้​ว่า​ทุก​คน​จะ​ต้อง​หยุด​โพสท่า​ตรง​นั้น ไข่หวาน​ยืน​ลังเล​ก่อน​ตัดสินใจโยน​บอล​ที่​ถือ​ติดมือ​เป็น​พร็​อพแล้ว​เดาะ​เบาๆ พร้อม​กับ​ยิ้ม​หวาน​ให้​ทุก​คน

    เสียง​ฮือ​ฮา​ดัง​ขึ้น​ใน​ห้อง​ประชุม ตาม​ด้วย​เสียง​ปรบมือให้​กับ​ความ​สวย​เท่​ใน​การ​เดาะ​บอล​ของ​ไข่​หวาน

    ภา​รวี​เห็น​ไข่​หวาน​ได้​รับ​เสียง​ปรบ​มือ​เกรียวกราวจึง​แสดง​เพื่อ​ชิง​เสียง​ปรบ​มือ​บ้าง เธอ​สะบัด​ริบบิ้น​พลิ้วอย่าง​สวย​งาม​แต่​สุดท้าย​ริบบิ้น​พัน​ตัว​เอง​จน​แกะ​ไม่​ออก ทีมงานต้อง​รีบ​มา​พา​ตัว​เข้า​หลัง​เวที นักข่าว​รุม​ถ่ายรูป​ความ​ผิดพลาดนี้

    ส่วน​ไข่​หวาน​ได้​รับ​เสียง​ปรบ​มือ​ชื่นชม สา​ริ​ศเองก็​ชม​ปลื้ม​ว่า “แก้​ปัญหา​เก่ง​มาก คุณ​ไข่​หวาน” ลุง​ช้างชูแม่โป้ง​ให้​สอง​นิ้ว​เลย ตวง​พร​หน้า​บอกบุญ​ไม่​รับ​ลุก​เดินออกไปจากห้อง

    เมื่อ​ไข่​หวาน​เปลี่ยน​ชุด​แล้ว​เดิน​มา​หา​ลุง​ช้าง สา​ริ​ศรี​บ​เดิน​มา​ชม​ว่า​ชุด​ของ​เธอ​เซอร์ไพรส์​ตน​มาก ตอน​เดาะบอล​ก็​เท่​มาก แล้ว​หัน​มา​พูด​กับ​ลุง​ช้าง​ว่า

    “ขอบคุณ​มาก​นะ​ครับ ที่​ทำให้​วัน​นี้​คุณ​ไข่​หวาน

    เด่น​สุด ผม​เป็น​ห่วง​เขา​มาก​เลย ตอน​ชุด​เขา​หาย​น่ะ แต่​เสียดาย​เล็กๆนะ​ครับ ที่​เขา​ไม่ได้​ใส่​ชุด​ผม”

    “เอ่อ...มัน​คง​ไม่​เหมาะ​แน่ๆค่ะ ถ้า​ไข่​หวาน​จะใส่​ชุด​จาก​ผู้​จัด​ประกวด” ไข่​หวาน​ชี้แจง​เหตุผล

    สา​ริ​ศอ​ยาก​เลี้ยง​ฉลอง​ให้​ไข่​หวาน พูด​แล้ว​มองหน้า​ลุง​ช้าง​ถาม​ว่า​หรือ​ต้อง​ขอ​อนุญาต​ผู้​ปกครอง​ก่อน ไข่หวาน​ตัดบท​ว่า​เอา​ไว้​โอกาส​หน้า​ดี​กว่า เพราะ​วันนี้ต้องไปรับหลาน สา​ริ​ศ​ทำ​หน้า​ผิดหวัง ย้ำ​ว่า​คราว​หน้าต้องฉลองใหญ่ แล้ว​หัน​ไป​ทาง​ลุง​ช้าง ขอ​อนุญาต​ล่วงหน้า​ไว้​ก่อน​เลย

    ลุง​ช้าง​ตอบ​หน้า​นิ่งๆว่า​แล้วแต่​ไข่​หวาน ส่วนไข่หวาน​ก็​เร่ง​ให้​รีบ​ไป​กัน​เลย​ดี​ไหม พลาง​หัน​ไป​ขอตัว​กับ​สาริศแล้ว​เดิน​ออก​ไป​กับ​ลุง​ช้าง สา​ริ​ศ​มอง​ตามอย่าง​ครุ่นคิด

    ooooooo

    ภา​รวี​เห็น​ลุง​ช้าง​เดิน​ออก​มา​กับ​ไข่​หวาน​ก็​ร้อง​เรียก​ให้​รอ​ตน​ด้วย ถูก​นิกกี้​วิ่ง​มา​แทรก​บอก​ไข่​หวาน​ต้อง​อยู่​ให้สัมภาษณ์​ก่อน นักข่าว​รอ​อยู่​เต็ม​เลย

    ภา​รวี​ชะงัก​ถาม​ว่า​นักข่าว​อยู่​ที่ไหน พอ​นิกกี้บอกว่า ​อยู่​ใน​ห้อง​รับรอง ภา​รวี​ก็​บอก​ลุง​ช้าง​อย่า​เพิ่ง​ไป ให้รอแป๊บเดียว​ตน​ขอ​ไป​ให้​สัมภาษณ์​นักข่าว​ก่อน ว่า​แล้ว​รีบ​เดิน​ไป​ทาง​ห้อง​รับรอง ไข่​หวาน​ถาม​นิกกี้​ว่า​วัน​นี้​ตน​ไม่​ต้อง​ให้สัมภาษณ์​ได้​ไหม​เพราะ​จะ​รีบ​ไป​รับ​มด​ตะนอย​กับ​ลุง​ช้าง

    นิกกี้ชะงักกึกมองหน้าลุงช้างเต็มตา ทักอย่างตื่นเต้น

    “อุ๊ย คนนี้เหรอลุงช้าง! สวัสดีค่ะ นิกกี้ค่ะ เป็นเพื่อนไข่หวานค่ะ ไข่หวานพูดถึงลุงช้างให้ฟังมานานแล้ว ได้เจอตัวจริงเสียที...ตัวจริงดูไม่เห็นเหมือน...” นิกกี้เกือบหลุดไปว่าเกย์ ไข่หวานเห็นเพื่อนชักจะคุยมากไปแล้ว เลยถามว่านักข่าวอยู่ไหน นิกกี้บอกว่าอยู่ห้องรับรองแล้วหันไปขอตัวไข่หวานไปสัมภาษณ์กับลุงช้าง

    “เชิญครับ” ลุงช้างตอบสบายๆ แล้วบอกไข่หวาน “ไม่เป็นไร ผมไปรับมดตะนอยคนเดียวก็ได้ แต่...ผมขอยืมร้อยนึงนะครับ”

    ไข่หวานรีบหยิบเงินแปะใส่มือลุงช้างอย่างเนียนๆ ดูคล้ายสัมผัสมือกัน เธอขอโทษลุงช้างและนัดเจอกันที่บ้าน

    พอลุงช้างเดินแยกไป ไข่หวานมองตามอย่างรู้สึกผิดที่ผิดนัดลุงช้างอีกแล้ว

    ooooooo

    ให้สัมภาษณ์เสร็จ ภารวีไหว้ลานักข่าวโดยมีไข่หวานกับนิกกี้ยืนอยู่ด้วย นักข่าวขอถ่ายอีกสักรูป

    ภารวีรหยุดโพสท่าทันที แต่แล้วก็หน้าแตกเมื่อนักข่าวบอกว่า ไม่ใช่เธอแต่เป็นหวันยิหวาให้สัมภาษณ์เสร็จไข่หวานบอกนิกกี้ว่า ไหนๆก็ช้าแล้วอยากไปตามหาชุดบอลของตนให้เจอ ไข่หวานถลกแขนเสื้อดูนักเลงขึ้นจนนิกกี้มองอึ้งๆ แล้วแยกกันไปหา

    ภารวีโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง กลับมาบอกตวงพรว่าถูกไข่หวานขโมยซีนอีกแล้ว อยากจะเขี่ยให้พ้นทางจริงๆ

    “ยัยหวันยิหวามันเป็นเด็กฉลาด ถ้าหนูภาอยากจะชนะการประกวด หนูก็ต้องสนใจการประกวด ไม่ใช่เรื่องอื่น จำไว้ แล้วรอบต่อไปจะไม่มีใครมาขวางทางหนูได้อีก!” ตวงพรเตือนดุๆ จนภารวีรับคำจ๋อยๆ แต่ไม่วายบ่นระบายอารมณ์ว่า

    “แต่ยัยนี่มันตายยากจริงนะคะคุณอา แถมพี่ช้างยังมาเชียร์มันอีก โอ๊ย...รู้งี้ภาไม่เอาชุดมันไปทิ้งหรอก!!”

    สายสมรกับตวงพรมองหน้ากันอึ้งๆ ถามว่างั้นเรื่องกุญแจรถก็ฝีมือเธอใช่ไหม ภารวีเลิ่กลั่กบอกว่าเปล่า ทำหน้าตายบอกว่ากุญแจอะไรตนไม่รู้เรื่อง ตวงพรกับสายสมรสบตากันยิ้มพอใจที่ภารวีร้ายใส่ไข่หวานได้ไม่เบา

    ooooooo

    ไข่หวานลุยเต็มที่ ถลกแขนเสื้อเอาถุงพลาสติกใส่มือทั้งสองข้าง รื้อถังขยะค้นหาจนเจอชุดบอลที่ลุงช้างซื้อให้ถูกซุกอยู่ในถังขยะ!

    เมื่อเจอชุดบอลแล้วไข่หวานกลับไปล้างมือที่ห้องน้ำในโรงแรม ภารวีเข้ามาเห็นไข่หวานและชุดบอลก็หาว่าไข่หวานมโนว่าชุดบอลหาย ที่แท้ก็อยู่นี่เอง ไข่หวานฉุนขาดบอกว่าคนอย่างตนไม่ทำอะไรสิ้นคิดอย่างนั้นหรอก

    “อ๊ะ! ถ้ามันหายจริงแล้วเธอหาชุดเจอได้ไงล่ะ หรือว่าเธอลงทุนคุ้ยถังขยะ” ภารวีเผลอไม่รู้ตัวหัวเราะเยาะ เลยถูกไข่หวานจับโกหกได้ถามว่าเธอรู้ได้ไงว่าอยู่ในถังขยะ ภารวีตกใจแต่ก็แถว่า “ฉันก็เดาเอาสิ”

    ไข่หวานมองรองเท้าภารวีสั่งให้ถอดรองเท้ามาจะเทียบกับรอยรองเท้าบนชุด ภารวีเห็นจวนตัวเลยวิ่งหนีออกจากห้องน้ำ ไข่หวานไล่ตามเอาเป็นเอาตายทันกันที่ทางเดินหน้าโรงแรม ผลักภารวีนั่งที่ม้านั่งริมทาง จับถอดรองเท้าเอาไปทาบกับรอยบนชุดบอล ปรากฏว่าเท่ากันเปี๊ยบ!

    ภารวียังตะแบงว่ารองเท้าเบอร์นี้มีตนใส่คนเดียวหรือ ท้าว่าถ้าเป็นตนจริงแล้วจะทำไม จะฟ้องคุณสาริศหรือ?

    “ฉันไม่ฟ้องหรอก ฉันก็รู้แล้วว่า คุณกลัวแพ้เสียจนต้องใช้วิธีสกปรก” พูดแล้วเขวี้ยงรองเท้าไป

    กลางถนน พอดีนิกกี้กลับมาบอกไข่หวานว่าตนหาไม่เจอ ไข่หวานบอกว่า “ฉันเจอแล้ว เจอตัวการด้วย ไปฉลองกันเถอะ ฉันเลี้ยงเอง” แล้วคว้ากระเป๋าเดินไปกับนิกกี้

    “อย่าเพิ่งไป เก็บรองเท้าให้ฉันก่อน” ภารวีโวยวาย ไข่หวานกับนิกกี้ไม่สนใจ ภารวีเลยลุกเดินโขยกเขยกไปที่ถนน ทันใดนั้นรถคันหนึ่งขับมาอย่างเร็วทับรองเท้าหักคาตา ภารวีอุทานตาเหลือก “ลูบูแตงของฉัน!!”

    ลุงช้างทั้งเล่านิทานและเกาหลังให้มดตะนอยจนหลับไปแล้วไข่หวานยังไม่กลับ นึกเป็นห่วงว่าหรือรถจะเสียอีก หยิบมือถือขึ้นมามองลังเล สุดท้ายก็ไม่โทร.เดินไปที่ห้องทำงาน

    ไข่หวานมาถึงหน้าบ้านแล้ว จึงรู้ว่าเมื่อเช้าลืมเอากุญแจบ้านมา บ่นตัวเองว่าวันนี้มันซวยอะไรกันนักกันหนา! จะกดกริ่งเรียกก็นึกได้ว่าดึกแล้ว เลยตัดสินใจปีนรั้ว

    ลุงช้างได้ยินเสียงรถที่หน้าบ้านเดินออกมาดูเห็นไข่หวานปีนอยู่บนรั้วเตรียมกระโดดแล้ว ลุงช้างตกใจร้องเรียก ถามว่าปีนขึ้นไปทำไม เดี๋ยวตกลงมาเจ็บ ไข่หวานบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวตนโดดลงไปเอง บอกให้ลุงช้างอย่ายืนขวาง ร้องบอกว่าจะโดดแล้วนะ ลุงช้างฉากหลบ แป๊บเดียวไข่หวานก็โดดตุ้บลงมาทิ้งย่ออย่างสวยงาม ผายมือออกราวกับนักยิมนาสติกมืออาชีพ

    “ไม่ต้องตกใจค่ะ ไข่หวานโดดลงจากต้นไม้บ่อยๆ” ไข่หวานยิ้มสบายๆให้ลุงช้างที่ยืนอ้าปากค้างอยู่

    ooooooo

    ไข่หวานบอกลุงช้างอย่างดีใจว่าหาชุดบอลที่หายไปเจอแล้ว ลุงช้างถามว่ามีใครแกล้งหรือเปล่า

    “เป็นห่วงไข่หวานหรือคะ คงไม่มีอะไรหรอกค่ะลุงช้าง ไข่หวานซะอย่าง เอาตัวรอดได้สบายมาก” ลุงช้างเตือนว่าระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไข่หวานพูดต่อให้ว่า “แล้วถ้ารู้ว่าเป็นใครก็ยิ่งต้องระวังน่ะสิ”

    ลุงช้างถามว่าหมายถึงใคร? ไข่หวานเฉไฉว่าไม่มีอะไรหรอก ตนจะเก็บชุดนี้ไว้อย่างดีเลย ไม่ให้หายอีกแล้ว ลุงช้างยิ้มปลื้มบอกว่าไข่หวานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำเสีย เธอถามว่าแล้วลุงช้างไม่นอนหรือ

    “ว่าจะทำบทที่ค้างไว้ให้เสร็จก่อนน่ะ ปั่นๆขยี้ๆ เดี๋ยวก็เสร็จ”

    ไข่หวานยิ้มถามแซวๆว่า “โห...ซักผ้าหรือเขียนบทคะเนี่ย”

    เพื่อสร้างอารมณ์ให้สมจริงในการเขียนบท ลุงช้างเปิดเพลงสร้างบรรยากาศ รำอยู่ในเงามืด ไข่หวานมาแอบดูตกใจกลัวนึกว่าผี ทำใจกล้าเข้าไปเปิดไฟ เห็นลุงช้างยังค้างอยู่ในท่ารำ ไข่หวานถือแก้วนมอุ่นๆ มาวาง จับตัวดูว่ามีเนื้อหนังมังสาจริงหรือเปล่า ลุงช้างพูดขำๆว่า “นี่ผมเอง ไม่ใช่ผีที่ไหน”

    เมื่อไข่หวานยังไม่เชื่อ ลุงช้างจับสองมือของเธอมาจับที่หน้าตัวเอง มองตากันแล้วต่างก็เขิน ไข่หวานตั้งสติได้บอกว่าเอานมอุ่นมาให้

    ไข่หวานพูดอย่างเห็นใจว่าเพราะเมื่อกลางวันลุงช้างไปช่วยตนเลยไม่ได้ทำงาน มีอะไรให้ตนช่วยได้บ้างไหม ลุงช้างเลยไปหอบหนังสือประวัติศาสตร์ตั้งใหญ่มาให้ช่วยหาข้อมูล แล้วตัวเองก็ไปนั่งเขียนบทต่อ ไข่หวานพลิกหนังสืองงๆ ไม่กี่นาทีก็หาวหวอด ผ่านไปอีกอึดใจเดียว ลุงช้างหันมอง เห็นฟุบหลับไปกับโต๊ะแล้ว

    ลุงช้างมองไข่หวานที่ฟุบหลับแล้วยิ้มอยู่คนเดียว...

    ooooooo

    ที่บ้านนายแม่ หลังจากสุ่มหาฤกษ์เองแล้ว นายแม่กำหนดวันแต่งงาน หมึกต่อรองว่าให้เลื่อนไปปีหน้าดีกว่านายแม่จะได้จัดงานให้ยิ่งใหญ่อลังการเชิญผู้ใหญ่ทั้งจังหวัด เวลาแค่สองเดือนเตรียมงานไม่ทันหรอก

    “ระดับนายแม่ดาวเรืองทำไมจะไม่ทัน เราก็จ้างมืออาชีพมาทำให้ไง”

    ขณะนั้นเอง พิชิตถือหนังสือพิมพ์เข้ามาบอกนายแม่ว่าไข่หวานได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วย นายแม่คว้า หนังสือพิมพ์ไปดู เห็นรูปไข่หวานในชุดนักบอล ทั้งที่ยืนและเดาะบอลทำให้กางเกงร่นเลยเข่าขึ้นไป พอเห็นเข่าเท่านั้น นายแม่โกรธจี๊ดบอกว่า

    “โป๊มาก!”

    หมึกถามว่าชุดนักบอลโป๊ตรงไหน นายแม่ชี้ให้ดูว่ามันสั้นเลยเข่า มะลิติงว่าเป็นเพราะมุมกล้องหรือเปล่า

    “มุมกล้องบ้านแกน่ะสิ ดูซิ! พอยกขาก็เห็นทะลวงไปถึงสะดือแล้ว” นายแม่บอกหมึกว่าจะเลื่อนงานแต่งงานของเขากับหนูเล็ก หมึกดีใจบอกว่าเลื่อนไปปีหน้าเลย นายแม่พูดใส่หน้าให้ได้ยินชัดๆว่า “เลื่อนมาเป็นเดือนนี้ เพราะฉันจะไปลากตัวนังไข่หวานกลับบ้านมาช่วยจัดงาน โทษฐานที่มันผิดกฎแม่ ใส่ชุดสั้นเลยเข่า!”

    หมึกตะลึงอึ้งอุทานแทบไม่เป็นภาษา...

    พอตั้งหลักได้ ทั้งหมึก พิชิต เพ็ญ และมะลิ ต่างช่วยกันหว่านล้อม ยกทั้งเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ ด้านชื่อเสียง เกียรติยศชื่อเสียงและศักดามาอ้าง อย่างไร นายแม่ก็ยืนกรานจะไปลากไข่หวานกลับมาให้ได้ ซ้ำยังปรามทุกคนว่า

    “พวกแกเลิกหาข้ออ้างนู่นนี่นั่นซะทีได้ไหมฉันรำคาญ”

    “ก็พวกเราไม่อยากให้ไข่หวานเลิกประกวดนี่” ทั้งสี่ตอบเป็นเสียงเดียวกัน

    “แล้วใครบอกว่าฉันจะให้มันเลิกประกวดล่ะ?” พวกนั้นเลยร้องอ้าวมองกันมึน นายแม่หัวเราะร่า

    “ฉันล้อพวกแกเล่น ฉันก็แค่คิดถึงมัน ฉันอยากเห็นหน้ามันตัวเป็นๆ อยากกินข้าวกับมัน ไม่เจอมันเกือบเดือนแล้ว”

    หมึกดักคอว่าอย่ามาอ้างเลย ตอนไข่หวานไปเมืองนอกนานกว่านี้อีก นายแม่บอกว่างั้นไปเยี่ยมอาทิตย์หน้าก็ได้

    “ก็ยังดี” หมึกนึกได้ปะเหลาะถามว่า “แล้วเรื่องงานแต่งเดือนหน้าของหมึก นายแม่ล้อเล่นด้วยรึเปล่าจ๊ะ”

    “เปล่า อันนั้นฉันเอาจริง!”

    หมึกผงะ ไปไม่เป็นทะเล้นไม่ออกเลย

    ooooooo

    ไข่หวานเอาชุดนักบอลที่ลุงช้างซื้อให้ไปซักอย่างทะนุถนอม แต่ซักเก้ๆกังๆ จนลุงช้างมาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ถามว่าเคยซักผ้าด้วยมือรึเปล่า?

    “เคยซักชิ้นเล็กๆค่ะแต่ถ้าตัวใหญ่แบบนี้ก็ยัดลงเครื่องซักหมด” ลุงช้างถามว่าชุดนี้ก็ใส่เครื่องได้ ทำไมต้องซักมือ “ก็...เป็นชุดที่ลุงช้างอุตส่าห์ซื้อให้ ไข่หวานก็เลยอยากจะ...ถนอมมันหน่อย”

    ฟังแล้วลุงช้างแอบเขิน แต่แกล้งฟอร์มว่า “นี่ผมต้องสอนซักผ้า ต่อจากล้างจานเหรอเนี่ย”

    แล้วลุงช้างก็ต้องสอนวิธีซักผ้าที่ถูกวิธีให้ไข่หวานทีละขั้นทีละตอน ระหว่างสอน ฟองกระเด็นไปติดหน้าและผมของไข่หวาน เลยถูกเธอถามแซวว่า ต้องให้ฟองกระเด็นอย่างนี้ด้วยหรือ? ลุงช้างหัวเราะบอกว่ามือหนักไปหน่อย

    มดตะนอยทำการบ้านเสร็จเลยมาเล่นด้วยอีกคน กลายเป็นสามคนวิ่งไล่ป้ายฟองใส่กันเป็นที่สนุกสนาน จนทั้งสามคนตัวเต็มไปด้วยฟองที่ป้ายใส่กัน ระหว่างนั้นมีเสียงถ่ายรูปทุกระยะแต่ไม่มีใครรู้ตัว

    “มดตะนอยไม่เล่นแล้วค่ะ มดตะนอยยอมแพ้แล้ว”

    “ยอมแพ้ง่ายจริงๆ งั้นไปล้างฟองออกให้หมดนะคะ เดี๋ยวจะแพ้ผื่นขึ้น” ลุงช้างบอก

    “ค้า...” มดตะนอยเดินฟองเกาะเต็มตัวไป ทั้งลุงช้างและไข่หวานมองตามแล้วหัวเราะกันเอง

    ooooooo

    พอเลิกเล่น ลุงช้างก็สอนไข่หวานซักผ้าด้วยมือต่อ สอนอย่างละเอียดทุกขั้นตอนจนไข่หวานบอกว่าสอนตนเหมือนสอนมดตะนอยเลย ปรารภกับลุงช้างว่า งานบ้านนี่ท่าจะเหนื่อยไม่ใช่เล่น

    ลุงช้างเล่าว่าตนเลี้ยงมดตะนอยก็ต้องทำเป็นทุกอย่าง เป็นแม่เขา เจ้าหญิง พ่อครัว แม่มด เอลซ่า ลุงช้างเล่าแล้วหัวเราะขำตัวเอง ไข่หวานถามว่าแบบนี้ลุงช้างก็ไม่มีเวลาส่วนตัวเลยสิ “มีครับ...ตอนมดตะนอยหลับกับไปโรงเรียนไง”

    ไข่หวานเลียบเคียงถามว่าแล้วไม่มีเพื่อนแบบที่ต้องออกไปเจอกันบ้างหรือ? ลุงช้างบอกว่าถ้าอยากเจอจริงๆ ก็โทร.ชวนให้มาหาที่บ้าน

    “แล้ว...แฟนล่ะคะ”

    “โอ๊ย...ผมไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องนั้นหรอก แค่อยู่กับมดตะนอยก็หมดเวลาแล้ว”

    “ก็จริงเนอะ มดตะนอยยิ่งหวงลุงช้างอยู่ด้วย มดตะนอยเคยบอกไข่หวานว่า ลุงช้างต้องมีแฟนตามใจมดตะนอย”

    “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าผมมีแฟน ผมก็คงต้องเลือกคนที่มดตะนอยชอบด้วย” ลุงช้างตอบยิ้มๆ มองหน้าไข่หวานเต็มตา ทำเอาเจ้าตัวทำหน้าไม่ถูก

    ooooooo

    ภารวีเอารูปที่แอบถ่ายลุงช้าง ไข่หวานและมดตะนอยเอาฟองผงซักฟอกป้ายกันอย่างสนุกสนาน ให้ตวงพรดู ระหว่างนั้นมือถือภารวีดังขึ้น

    “ฉันดูแล้ว มุมกล้องก็พอไหวนะ แต่คงต้องฝึกการถ่ายอีกหน่อย เอาน่า...อยากเป็นดาราก็ต้องเริ่มจากแบบนี้แหละ เชื่อฉัน” ภารวีบอกปลายสาย

    วางสายแล้ว ภารวีบอกตวงพรว่า “จัดไปค่ะคุณอา ภาเชื่อมั่นในตัวคุณอานะคะ”

    ตวงพรดูรูปไข่หวานกับลุงช้างอีกสองสามใบในมือ แล้วพึมพำอย่างสะใจว่า “อยากรู้จริงๆว่าตาริศจะช่วยแม่นี่วิธีไหน”

    ตวงพรยิ้มหมายมาด เพราะเคยบอกภารวีว่า จุดอ่อนของสาริศคือไข่หวาน

    เพียงข้ามวัน หนังสือพิมพ์ข่าวบันเทิงก็ลงรูปลุงช้างกับไข่หวานวางแผง นิกกี้เดินผ่านเห็นเลยย้อนกลับไปอ่านพาดหัวตัวเป้ง

    “หวันยิหวา ตัวเก็งผู้เข้าประกวดแบรนด์แอมบาส- เดอร์ลวงโลก! แอบซุกลูกผัวทำเสื่อมเสียถึงกองประกวด!” อ่านแล้วนิกกี้ถึงกับพึมพำ “โอ๊ย...ซวยแล้ว ไอ้ไข่หวาน!!” แล้วนิกกี้ก็โทร.ถึงไข่หวานทันที

    ไข่หวานกำลังกินอาหารเช้าอยู่ นิกกี้โทร.มาถามว่าเห็นหนังสือพิมพ์หรือยัง? ไข่หวานบอกว่ายัง ถามว่าตื่นเต้นอะไรนักหนา หนังสือพิมพ์มีอะไร

    “ข่าวแกกับลุงช้าง!”

    ไข่หวานตาลุกถามว่าข่าวอะไร ก็พอดีลุงช้างเดินหน้าไม่สบายใจเข้ามา ยื่นหนังสือพิมพ์ให้ดู ไข่หวานดูแล้วทั้งตกใจทั้งโกรธ โพล่งขึ้น

    “เฮ้ย! นี่มันฝีมือใครเนี่ย!?”

    ooooooo

    จู่ๆสาริศก็ได้รับแจ้งเรียกประชุมด่วน เขาถามว่าใครเรียกประชุมด่วนทำไมไม่นัดก่อน ทุกคนเงียบ ตวงพรบอกว่าตนเรียกเอง ใช้เวลาไม่นานเพราะมีข้อสรุปอยู่ในตัวแล้ว

    เรื่องด่วนที่ตวงพรแจ้งแก่ที่ประชุมคือ “ผู้ประกวดหมายเลข 13 ตกเป็นข่าวว่าอยู่บ้านเดียวกับผู้ชายและมีความเป็นไปได้ว่า นั่นคือสามีและลูกของเธอ”

    สาริศโต้ทันทีว่า ตนได้อ่านข่าวแล้ว ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สามีของหวันยิหวา ตวงพรหาว่าเขาปกป้องหวันยิหวา

    “ผู้ชายคนนั้นเป็นเกย์ค่ะ ส่วนเด็กก็เป็นหลานของเขาค่ะ” นิกกี้ตัดสินใจพูด ตวงพรไม่เชื่อ สาริศถามว่าแล้วเธอมีหลักฐานไหมว่าเขาเป็นสามีภรรยากัน

    “ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ บริษัทก็เสียชื่อเสียงแล้ว ในฐานะที่เธอเป็นผู้รับผิดชอบงานประกวด เธอจะแก้ไขยังไง ดิฉันเสนอให้ตัดสิทธิ์คุณหวันยิหวาจากการประกวด!”

    สาริศค้านว่าทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะถ้าเรื่องนี้ไม่จริง บริษัทจะยิ่งเสียหาย ตวงพรโต้ว่าถ้ารอพิสูจน์ชื่อเสียงที่เสียหายจะแก้กลับมาทันหรือ? ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง ตวงพรท้าว่าเขากล้าเอาตำแหน่งของตัวเองเป็นประกันไหมล่ะ!

    “ยินดีครับ ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ของคุณหวันยิหวา” ตวงพรถามว่าแน่ใจหรือ “ครับ ถ้าทุกท่านเข้าใจแล้วก็อย่า ใส่ใจข่าวไร้สาระนี้อีกเลย ไปทำงานดีกว่าครับ” สาริศสบตาตวงพรแล้วเดินออกไป นิกกี้มองเขาอย่างนับถือแล้วตามไป

    ooooooo

    ที่อู่ดาวเรือง...เรื่องไข่หวานสงบไปได้แค่ชั่วข้ามคืน ก็มีเรื่องให้วุ่นวายเมื่อทุกคนได้อ่านหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวว่าไข่หวานซุกลูกผัวไว้ที่บ้าน

    ขณะที่ หมึก มะลิ เพ็ญและพิชิตกำลังตึงเครียดกับข่าวนี้ นายแม่ก็เดินมา เพ็ญกับมะลิก็รีบเอาหนังสือพิมพ์ซ่อน นายแม่เห็นมีพิรุธสั่งเอาหนังสือพิมพ์มาดู ทั้งสี่ยิ่งมีพิรุธ นายแม่กระโจนเข้าแย่ง ชุลมุนกันจนหนังสือพิมพ์ขาด หมึกคว้าส่วนที่มีข่าวยัดเข้าปาก นายแม่สั่งให้คายออก แต่ในที่สุดก็แพ้นายแม่ที่กำหมัดพุ่งเข้ากระแทกหมึกจนจุก พ่นหนังสือพิมพ์ออกจากปาก

    นายแม่คว้าหนังสือพิมพ์ไปอ่าน พอเห็นทั้งรูปและข่าว นายแม่ก็แผดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งออฟฟิศ...

    “ไอ้ไข่หวานนนนน!!!!”

    ไม่ทันที่ใครๆจะหายตกใจกับเสียงของนายแม่ พิชิตก็ถูกสั่งให้เตรียมรถตนจะไปลากไข่หวานกลับพรุ่งนี้เช้า ทุกคนตกใจหงายเงิบเป็นครั้งที่สอง มะลิพยายามบอกนายแม่ว่า

    “พี่ฟังหมึกมันหน่อยไม่ได้เหรอ หมึกมันก็บอกว่าลุงช้างนั่นน่ะเป็นตุ๊ด”

    “เด็กนั่นก็ไม่ใช่ลูกไอ้ไข่หวาน หมาที่ไหนก็รู้” เพ็ญช่วยย้ำ

    นายแม่ไม่เชื่อสั่งมะลิ เพ็ญและพิชิตให้กลับไปเตรียมตัวให้เสร็จ ใครไม่เสร็จก็ไม่ต้องไป

    พิชิตเรียกช่างมาซ่อมรถ กระซิบบอกให้ซ่อมไปนานๆ เลยถ้านายแม่มาก็บอกว่ารถเสียมาก พิชิตพูดไม่ทันขาดคำ นายแม่ก็มาดู พิชิตรายงานเท็จว่ารถเสียมากต้องซ่อมนานสงสัยนายแม่ต้องเลื่อนการเดินทางเสียแล้ว

    ขึ้นชื่อว่านายแม่ดาวเรือง มีหรือที่จะจำนนต่ออุปสรรค เมื่อช่างซ่อมไม่ได้ นายแม่ในชุดสวยก็มุดเข้าใต้ท้องรถซ่อมอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็ซ่อมเสร็จ แก๊งของหมึกเลยคิดหาวิธีใหม่ มะลิกับเพ็ญแกล้งทำเป็นป่วย มะลิถึงกับเพ้อไม่ให้นายแม่ไปไหน เพ็ญขอให้นายแม่อยู่ดูใจมะลิก่อน

    “ก็รอให้มันตายก่อนสิ ฉันจะไปงานศพ” นายแม่ไม่หลงกล เพ็ญเลยกระซิบให้มะลิแกล้งตาย นายแม่เหล่ดูบอกว่า “ตั้งสวดไว้ 7 วันฉันกลับมาจากกรุงเทพฯแล้วจะไปหาที่วัด”

    “อะไรกันเนี่ย น้องตายทั้งคนไม่สนใจไยดีเลยเหรอ” มะลิลุกพรวดขึ้นทันที เลยถูกนายแม่ด่าว่าน้องบ้าๆอย่างนี้ตายเสียได้ก็ดี ปรามทั้งมะลิและเพ็ญว่าเลิกเล่นเป็นเด็กเสียทีได้ไหม ยังไงตนก็ต้องไปตามไข่หวานกลับมาให้ได้ แล้วไล่ทั้งสองให้ไปเก็บเสื้อผ้า ถ้าใครทำอิดออดอีก โดนดีแน่!

    พิชิต มะลิ และเพ็ญต่างไม่รู้จะทำอย่างไรอีก มะลิบอกหมึกว่า

    “ฉันว่าเหลือแกคนเดียวแล้วล่ะหมึก แกต้องใช้ไม้ตายแล้วล่ะ ใช้ทีไรได้ผลทุกที”

    ไม้ตายของหมึกคือนอนหนุนตักนายแม่อ้อนให้ปั่นหูให้ นายแม่รู้ทันถามว่าจะอ้อนเอาอะไร หมึกถามว่า รักตนหรือเปล่า นายแม่บอกว่าไม่รักแล้วจะเลี้ยงจนโตเป็นควายขนาดนี้หรือ หมึกถามอีกว่าแล้วรักไข่หวานหรือเปล่า

    ผลคือนายแม่โยนคัตตอนบัตทิ้งผลักหัวหมึกออกจากตัก บอกหมึกว่าถ้าจะมาเกลี้ยกล่อมตนอีกก็เลิกคิดได้เลย ว่าแล้วก็ลุกออกไป ทิ้งหมึกนอนเซ็งอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    สาริศกับนิกกี้นัดไข่หวานพบกันที่ร้านอาหาร เล่าเรื่องที่บอร์ดประชุมกันและนิกกี้ชี้แจงไปแล้วว่าลุงช้างเป็นเกย์ ไข่หวานฟังแล้วกลุ้มใจกลัวลุงช้างจะโกรธที่เอาความลับของตนไปเปิดเผย

    สาริศเสนอให้ไข่หวานย้ายออกไปอยู่ที่อื่นจะได้หมดข้อครหาเพราะถึงลุงช้างจะเป็นเกย์แต่คนภายนอกก็ดูไม่ออก นิกกี้เสนอให้ไปอยู่กับตนที่คอนโด อยู่กันสามคนอาจคับแคบไปหน่อย แต่เบียดๆกันก็คงอยู่ได้ ไข่หวานบอกว่าคงไม่ไหวเพราะแค่เสื้อผ้าของนิกกี้คนเดียวก็เกือบเต็มห้องแล้ว

    “กลับไปคิดดูก่อนก็ได้ครับ แต่ผมว่ายังไงคุณก็ไม่ควรอยู่ที่นั่นแล้ว” สาริศสรุป

    เมื่อนายแม่รู้ทันและดักทางไว้หมด หมึกบอกมะลิ เพ็ญและพิชิตว่ามีทางเดียวคือต้องโทร.ไปบอกไข่หวานจะได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือได้ทัน

    แต่พอหมึกหยิบโทรศัพท์จะกด เสียงนายแม่ก็แว้ดขึ้น “หยุด!” ทั้งสี่สะดุ้งโหยงหันมองตามเสียง เห็นนายแม่เดินอาดๆเข้ามา สั่งห้ามบอกไข่หวานเด็ดขาดแล้วนายแม่ก็ยึดโทรศัพท์ของทุกคนไว้ กลับมาเมื่อไรจะคืนให้

    “เซ็งโว้ย!” หมึกหงุดหงิด พิชิตบอกว่าอย่าเพิ่งท้อ เพราะหนูเล็กมีเบอร์โทร.ของไข่หวาน ทุกคนเลยมีความหวังขึ้นมา

    หมึกไปเล่าให้หนูเล็กฟังว่านายแม่จะไปลากไข่หวานกลับ หนูเล็กบ่นตัวเองว่าไม่น่าให้ที่อยู่ของลุงช้างไปเลย หมึกจึงขอยืมโทรศัพท์ของหนูเล็กโทร.ไปบอกไข่หวานว่านายแม่เห็นข่าวไข่หวานกับลุงช้างแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะไปตามไข่หวานกลับและจะไปพิสูจน์ด้วยว่าลุงช้างเป็นเกย์จริงหรือเปล่า

    ไข่หวานว้าวุ่นใจมากเพราะถ้านายแม่มาจริงๆ ทุกอย่างพังหมดแน่ ไข่หวานกลับเข้าห้องเอาหน้าซุกตุ๊กตาช้างแผดเสียงระบายอารมณ์ มดตะนอยมาตามบอกว่าได้เวลาเล่านิทานแล้ว เห็นเข้าถามว่าอาไข่หวานเป็นอะไร ไข่หวานบอกว่าฝึกร้องเพลงแล้วขอเลื่อนเล่านิทานไปเป็นพรุ่งนี้

    มดตะนอยกลับห้องเอาหน้าซุกตุ๊กตาช้างร้องเพลงบ้าง ลุงช้างถามว่าทำอะไร หนูน้อยบอกว่าฝึกร้องเพลงแบบอาไข่หวาน ลุงช้างมองงงๆ มดตะนอยเลยพาลุงช้างไปดู พอไปถึงหน้าห้องได้ยินเสียงไข่หวานกรี๊ดๆ แว่วออกมา ลุงช้างบอกว่าแบบนี้ไม่ใช่ฝึกร้องเพลงแล้วล่ะ มดตะนอยกำลังจะเปิดประตู ก็พอดีไข่หวานเปิดออกมา ลุงช้างถามว่ามีอะไรหรือเปล่าได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ

    ไข่หวานบอกว่าตนเครียดนิดหน่อย ลุงช้างถามว่าเรื่องภาพหลุดใช่ไหม ตนจะเชิญนักข่าวมาแถลงข่าวดีไหมเธอจะได้สบายใจ ไข่หวานบอกว่าไม่ต้องเพราะรู้อยู่ว่าตนกับลุงช้างยังไงก็เป็นไปไม่ได้ ห่วงแต่ความรู้สึกของนายแม่ ตอนนี้นายแม่โกรธมาก แล้วเปรยๆว่า

    “แต่ถ้าลุงช้างชัดเจนกว่านี้ นายแม่ก็คงจะเข้าใจง่ายขึ้น”

    ลุงช้างถามว่าชัดเจนเรื่องอะไร ไข่หวานยอมรับว่าตนบอกนายแม่ว่าเขาเป็นเกย์ ลุงช้างปฏิเสธเสียงหลงว่าตนไม่ใช่เกย์! ถามว่าเธอบอกใครไปแล้วบ้าง

    “ไม่กี่คนหรอกค่ะ ก็มีนิกกี้ คุณสาริศ กรรมการบอร์ดก็น่าจะรู้ทุกคน แล้วก็คนที่บ้านไข่หวานค่ะ”

    “ห๊ะ! คุณบอกไปอย่างนั้นทำไม ทำไมไม่มาถามผมก่อน”

    “ก็ถ้าไม่บอกไปอย่างนั้น นายแม่ก็ไม่ยอมให้ไข่หวานมาอยู่กับลุงช้างสิคะ นี่ขนาดรู้แล้วนะคะว่าลุงช้างเป็นเกย์ แต่พอเห็นข่าว นายแม่ก็จะมาพาไข่หวานกลับบ้านพรุ่งนี้เลย”

    ลุงช้างหนักใจทั้งเรื่องที่ใครๆมองตนว่าเป็นเกย์ และเรื่องที่ไข่หวานต้องออกจากการแข่งขัน ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี ไข่หวานเสนอว่า นายแม่เคยเห็นแต่เกย์ที่ตุ้งติ้ง ถ้านายแม่ได้เห็นลุงช้างเป็นเกย์แบบซ้าว...สาว นายแม่ก็อาจยอมให้ตนอยู่ต่อ แล้วอ้อนว่ามีแต่ลุงช้างคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยตนได้

    “ผม เอ่อ...”

    “ขอโทษค่ะไข่หวานคงขออะไรเกินเหตุไปจริงๆ ไข่หวานคงต้องไปเก็บของหาที่อยู่ใหม่แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะลุงช้าง” ไข่หวานตีหน้าเศร้าสุดๆ แล้วลุกไป ลุงช้างเห็นแล้วยิ่งกลุ้มไม่รู้จะทำอย่างไรดี

    ooooooo

    เช้านี้นายแม่แต่งตัวสวย มีสาวใช้หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าตามมาที่ห้องโถงที่นัดกับทุกคนไว้ ปรากฏว่าไม่มีใครมาเลย นายแม่คิดว่าคงไปรอที่รถกันหมดแล้ว

    นายแม่โทร.ตามพิชิต ปรากฏว่าเพิ่งตื่นแต่ปดว่ากำลังเช็กเครื่องยนต์อยู่ ไปตามเพ็ญที่ห้องนอนก็ยังนอนอุตุอยู่ พอปลุกก็ขอต่ออีก 10 นาที นายแม่เอายาหม่องป้ายปากถ้ายังไม่ลุกจะป้ายตา เพ็ญเลยรีบลุก ยังขาดมะลิอีกคน นายแม่ไปเจอกำลังซักผ้าไปร้องเพลงไปอย่างสบายอารมณ์ พอนายแม่มาตามก็ขอเวลาซักผ้า ตากผ้า รีดผ้าและพับผ้าก่อนได้ไหม

    “ได้...แต่ฉันให้เวลาทั้งหมด 5 นาที ถ้าไม่เสร็จโดน!” มะลิโวยว่า 5 นาที งั้นตนยอมแก้ผ้าไปกรุงเทพฯดีกว่า “จะแก้ผ้าใช่ไหม งั้นแก้มันตรงนี้เลยแล้วกัน”

    นายแม่ปล้ำจะแก้ผ้ามะลิ ถามว่า 5 นาทีจะเสร็จ ไหม มะลิกลัวล่อนจ้อนรีบบอกว่า “เสร็จจ้า...เสร็จ...”

    มะลิรีบบิดผ้าใส่กะละมังยกไปที่รถ หมึกถามว่าน้ามะลิจะเอาเสื้อผ้าเปียกไปกรุงเทพฯทำไม มะลิบอกว่าจะเอาไปตากบนรถ แล้วทั้งหมึก พิชิต เพ็ญ มะลิ และสาวใช้ ก็ช่วยกันขึงเชือกรอบรถเพื่อตากผ้ากันวุ่นวาย

    พอทุกคนขึ้นรถแล้ว หมึกดึงแขนนายแม่ไว้ตีหน้าอ้อนสุดๆ

    “นายแม่ซื้อขนมฝากหมึกด้วยนะ ซื้อขาไปนะอย่าซื้อขากลับ แวะสระบุรีซื้อกะหรี่ปั๊บ แวะอยุธยาซื้อโรตีสายไหม” นายแม่ตอบตัดรำคาญ เออ...เออ...แต่พอสุดท้ายหมึกบอกว่า “อย่าลืมแวะสุพรรณ ซื้อขนมสาลี่ด้วยนะ” นายแม่เผลอบอกเออ พอนึกได้ก็ร้อง

    “เฮ้ย...มันคนละทาง!” เจ้าแม่รถทัวร์ร้องลั่น เกือบเสียท่าลูกชายขี้อ้อนตัวโข่งไปแล้วไหมล่ะ!

    พอขึ้นรถ นายแม่สั่งเฉียบขาดว่าภารกิจครั้งนี้จะไม่มีการแวะข้างทางหรือหยุดพักให้เสียเวลา

    เด็ดขาด พิชิตถามว่าแล้วถ้าเกิดปวดถ่ายล่ะ นายแม่ยกกระโถนใบเบ้อเริ่มเกือบทิ่มหน้าพิชิต ถามว่าโอเคไหม ทุกคนรีบตอบ โอเค เพราะถ้าไม่โอเคมีหวังโดนนายแม่เอากระโถนครอบหัวแน่
    ส่วนหมึก พอพวกนายแม่ไปแล้ว ก็ขอยืมโทรศัพท์สาวใช้รีบโทร.บอกไข่หวานว่า “นายแม่ออกจากบ้านแล้วนะ”

    “ไข่หวานก็กำลังจะออกจากบ้านลุงช้างเหมือน กัน...ยังไม่รู้เลย ค่ำไหนก็นอนนั่นแหละ แค่นี้นะ...”

    ไข่หวานหิ้วกระเป๋าจะออกจากบ้าน บอกมดตะนอยว่ามีธุระด่วนและคงไม่กลับมาแล้ว พอหันไปลาลุงช้าง มดตะนอยใจหายทำตาแดงๆ อ้อนวอนลุงช้างอย่าให้อาไข่หวานไป จนลุงช้างทนไม่ได้บอกไข่หวานว่า

    “โอเค ผมตกลง! เพื่อให้แม่ของคุณสบายใจ ผมจะยอม”

    ลุงช้างยอมให้ไข่หวานจับแต่งตัวแปลงร่างเป็นเกย์ บอกมดตะนอยว่าเพราะแม่ของอาไข่หวานจะมา แม่เคยเห็นแต่ผู้ชายตุ้งติ้งนุ่มนิ่ม ลุงช้างเลยต้องแปลงร่างเป็นแบบนี้ มดตะนอยอยากช่วยอาไข่หวานด้วยถามว่าตนต้องทำอย่างไรบ้าง ไข่หวานบอกว่าช่วยเอาใจคุณยายเยอะๆก็พอแล้ว

    ลุงช้างเริ่มอึดอัดกับเสื้อผ้ารัดๆ ไข่หวานรู้สึกผิดที่ทำให้ลุงช้างไม่สบายตัว แต่ลุงช้างบอกว่าพอทนได้ในระยะสั้นๆ ไข่หวานทำตาแดงๆขึ้นมาอีก ลุงช้างถามว่าเป็นอะไร
    “ซึ้งค่ะ ไม่คิดว่าลุงช้างจะประเสริฐขนาดนี้ แต่ว่า...มีอะไรขัดๆอยู่นะคะ”

    ไข่หวานขอให้ลุงช้างโกนหนวดออกเพราะมีหนวดแล้วดูโหดๆ หัวเด็ดตีนขาดลุงช้างก็ไม่ยอมโกน ไข่หวานเลยเอาโฟมป้ายจะโกนให้ ยื้อยุดกันในห้องน้ำ จนมดตะนอยโผล่มาถามว่า

    “ทำอะไรกันอยู่คะ มดตะนอยจะชิ้งฉ่อง”

    ทั้งสองเลยชะงักหน้าเหวอ

    ooooooo

    รถทัวร์ที่พิชิตขับ พานายแม่กับมะลิและเพ็ญมาเข้ากรุงเทพฯ เสียงอึกทึกครึกครื้นกันแบบฉิ่งฉับทัวร์มาตลอดทาง

    ที่บ้านลุงช้าง ทุกคนเตรียมพร้อมรับนายแม่ขนาดซ้อมตั้งแถวรอรับ ซ้อมคำทักทายพูดคุย โดยเฉพาะลุงช้างต้องซ้อมจำให้แม่นว่าตัวเองเป็นเกย์ ต้องดีดดิ้นวี้ดว้ายให้สมบทบาท แต่รอแล้วรอเล่านายแม่ก็ยังมาไม่ถึง เลยต่างแยกย้ายกันไปพักก่อน ลุงช้างไปเขียนบทต่อ ถอดเสื้อผ้าเกย์ออกกองไว้ใกล้ตัวเพื่อจะได้หยิบฉวยมาแต่งได้ทัน

    เสียงแตรรถทัวร์ดังลั่นมาตั้งแต่ปากซอย ทุกคนที่บ้านลุงช้างรีบลุกมาแต่งตัวเตรียมตัวรับนายแม่กันอย่างตื่นเต้น ลุงช้างบอกให้ไข่หวานออกไปรับหน้าก่อน

    พอเห็นบ้านลุงช้างสวยงามร่มรื่น มะลิก็เสนอนายแม่ให้อยู่ที่นี่สักอาทิตย์ดีไหม พอดีไข่หวานเปิดประตูออกมาอุทานทักอย่างตื่นเต้นแล้ววิ่งไปต้อนรับ นายแม่ถามหาลุงช้างทันที ไข่หวานกำลังอึกอัก ลุงช้างกับมดตะนอยก็ตุ้งติ้งออกมาสวัสดีและเอ่ยต้อนรับนายแม่และทุกคนตามที่ได้ซักซ้อมไว้

    พิชิตมองลุงช้างที่ตุ้งติ้งมากอย่างแปลกใจ นายแม่จะบอกลุงช้างว่ามารับไข่หวานกลับ ลุงช้างรู้แกวชวนพักและกินข้าวกันก่อน ตนจะเข้าครัวไปทำอาหารต้อนรับ ลุงช้างชวนไข่หวานไปช่วยด้วย ไข่หวานฉวยโอกาสรีบตามลุงช้างไป นายแม่เลยลุกตามไปสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ลุงช้างบอกว่าจะแกงเขียวหวาน นายแม่ก็ถามลองภูมิว่าน้ำพริกแกงต้องใส่อะไรบ้าง

    ลุงช้างตอบได้อย่างไม่ติดขัด นายแม่จับผิดไม่ได้ก็แกล้งตะปบบีบก้นลุงช้าง ลุงช้างอุทานเสียงห้าวถามนายแม่ว่าทำอะไรตน นายแม่ทำหน้าตายบอกว่า “เปล่านี่ ต่อเลยๆ ใส่อะไรอีก” ไข่หวานรู้ทันนายแม่ ทำปากบอกลุงช้างให้อดทนไว้

    จากที่เข้าไปสังเกตการณ์และแกล้งขยำก้นลุงช้างในครัว นายแม่เชื่อว่าลุงช้างเป็นเกย์จริงๆ บรรยากาศเลยผ่อนคลายลง ตกเย็นทุกคนก็กินอาหารที่ลุงช้างทำต้อนรับอย่างเอร็ดอร่อย

    แต่พิชิตมีข้อสังเกตว่าคราวก่อนตนมาเจอลุงช้างไม่ได้เป็นแบบนี้ เพราะตอนนั้นดุและน่ากลัว ไข่หวานแก้ต่างให้ว่า

    “ใช่ค่ะ เวลาป้าช้างเหวี่ยงนะคะ จะดูเหมือนเป็นคนละคนเลยค่ะ แต่ตัวจริงนะคะเป็นแม่ศรีเรือนมากเลยค่ะ”

    ระหว่างกินข้าว นายแม่ก็ชมไม่ขาดปากว่าฝีมือแกงเขียวหวานของลุงช้างอร่อยมาก มดตะนอยกับคุณยายดาวเรืองต่างก็ตักอาหารให้กันอย่างน่ารัก

    พอกินข้าวเสร็จ นายแม่บอกว่าพรุ่งนี้จะพาไข่หวานกลับ บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้น มดตะนอยอ้อนคุณยายอย่าพาอาไข่หวานไปเลย อ้อนว่าอาไข่หวานไม่อยู่แล้วใครจะอ่านช้างแก้วผจญภัยให้ตนฟัง

    ลุงช้างสงสารมดตะนอยมาก

    ooooooo

    คืนนี้นายแม่กับไข่หวานคุยกันอย่างเคร่งเครียดเรื่องภาพหลุด แม้นายแม่จะเชื่อว่าลุงช้างเป็นเกย์ก็ตาม แต่เมื่อภาพหลุดไปอย่างนี้ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ถ้าอยู่ต่อไปจะมิแย่กว่านี้หรือ

    ไข่หวานบอกว่าเมื่อมันไม่เป็นความจริงเราจะกลัวไปทำไม นายแม่สวนทันควันว่า “แกไม่กลัว แต่ฉันกลัว”

    “แต่ถ้าไข่หวานกลับตอนนี้มันก็จะเป็นขี้ปากชาวบ้านยิ่งกว่าเดิมอีกนะ เพาะเท่ากับว่าเรายอมรับว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริง เราถึงได้หนีกลับไป สู้เราอยู่พิสูจน์ความจริงที่นี่ แข่งขันจนถึงรอบสุดท้าย เอาชื่อเสียงกลับไปให้ดาวเรืองทัวร์ ตอนนั้นทุกคนก็จะรู้เองว่าอะไรเป็นอะไร อย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือคะ”

    ไข่หวานเห็นนายแม่เริ่มใจอ่อน ก็โผเข้ากอดเว้าวอน...

    “ตอนเด็กๆ นายแม่สอนไข่หวานเสมอว่า ทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด อย่ายอมแพ้ระหว่างทาง แม้จะมีอุปสรรคมาทำให้เราท้อ เราก็ต้องสู้ไม่ถอย วันนี้ไข่หวานทำตามคำสอนของนายแม่เป๊ะเลยนะ”

    คำสอนของนายแม่ที่ไข่หวานยกมาอ้าง ทำให้นายแม่ลังเลแต่ยังไม่ยอมให้คำตอบ บอกว่าขอคิดดูคืนหนึ่งก่อน

    ดึกแล้วมดตะนอยเห็นนายแม่นั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว เข้าไปถามว่าทำไมคุณยายยังไม่นอน นายแม่บอกว่าแปลกที่นอนไม่หลับ ทั้งที่ความจริงคิดเรื่องไข่หวาน มดตะนอยบอกนายแม่ว่าคุณยายนอนไม่หลับก็ให้อาไข่หวานเล่านิทานให้ฟัง เพราะตนฟังทีไรก็หลับทุกที มดตะนอยอ้อนวอนนายแม่อย่าเอาอาไข่หวานกลับไปเลย เพราะถ้าอาไข่หานไปแล้วตนก็เหงา

    มดตะนอยออดอ้อนจนนายแม่เคลิ้ม พอมดตะนอยยื่นนิ้วก้อยออกไป นายแม่ก็เผลอเกี่ยวก้อยด้วยทันที

    “เย้...คุณยายสัญญาแล้ว!” มดตะนอยดีใจ ในขณะที่นายแม่สะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่าเสียทีเด็กแล้ว

    ลุงช้างเฝ้ารอคำตอบนายแม่จากไข่หวานอยู่ พอเธอบอกว่านายแม่จะให้คำตอบพรุ่งนี้ ลุงช้างถามว่าแล้วถ้านายแม่ไม่ยอมให้อยู่ล่ะ ไข่หวานตอบทันทีว่า “ก็...คงต้องกลับค่ะ”

    “ไม่ได้นะ!” ลุงช้างเสียงดัง พอรู้ตัวก็ลดเสียงลง “คือผมเป็นห่วงมดตะนอยครับ มดตะนอยติดคุณมาก มันเร็วเกินไป เด็กอาจจะทำใจไม่ได้” ไข่หวานอ่านใจลุงช้างออก เอื้อมมือไปกุมมือเขาปลอบใจ...

    “ถึงแม้พรุ่งนี้ไข่หวานจะต้องไปจริงๆ ก็ถือว่าคุ้มแล้วนะคะ ได้เจอเพื่อนดีๆอย่างลุงช้าง เจอเด็กน่ารักอย่างมดตะนอย ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ” ไข่หวานโอบกอดลุงช้างอย่างไม่คิดอะไร แต่ทำเอาลุงช้างประหม่ามือไม้ตัวเองก็เกะกะไปหมด พลันทั้งสองก็สะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงโดดน้ำ ตูม! ตูม!!

    ที่สระน้ำหน้าบ้าน มะลิ เพ็ญ และพิชิต นุ่งกระโจมอก นุ่งผ้าขาวม้า กำลังกระโดดน้ำตูมๆ กันอย่างสนุกสนาน พอลุงช้างมาดูเลยถูกผลักลงสระไปด้วย แล้วทั้งสามก็รวมหัวกันแกล้งเอาแมลงสาบยางมาโยนใส่ แต่ลุงช้างไม่ตกใจ พอนึกได้ว่าตัวเองกำลังเล่นเป็นเกย์อยู่ เลยแกล้งกรี๊ดเสียงห้าวจนพวกไข่หวานแม้กระทั่งนายแม่พากันหัวเราะขำแทบจุก

    ในที่สุด นายแม่ยอมให้ไข่หวานอยู่ต่อ แต่ต้องไม่มีภาพหลุดออกมาอีก ทุกคนดีใจมากโดยเฉพาะมดตะนอยถึงกับกระโดดกอดหอมแก้มนายแม่ ชมว่า “คุณยายดาวเรืองใจดีที่สุดเลยค่ะ” นายแม่ปรามว่าถ้ามีภาพหลุดออกมาจะมาเอาไข่หวานกลับแน่ ลุงช้างรับรองด้วยเกียรติยศว่าต่อไปตนจะเข้มงวดยิ่งกว่านายแม่อีก

    ooooooo

    วันนี้สาริศนัดนิกกี้ไปกินข้าวกันแต่เช้า ทำเอานิกกี้ทึ่ง แต่พอได้คุยกันแล้วจึงเข้าใจความเร่งรีบของเขา

    สาริศเรียกไปเลี้ยงข้าวเพื่อปรึกษาเรื่องคอนโดที่เขาหาไว้ให้ไข่หวานไปอยู่ นิกกี้ติงว่าค่าเช่าสูงเกินไป สาริศ หาทางออกให้ว่า ให้นิกกี้เป็นคนจ่ายค่าเช่าโดยตนจะเพิ่มเงินเดือนให้เธอแล้วให้เธอกับไข่หวานเข้าไปอยู่ด้วยกัน

    “นี่คุณมีสติหน่อยสิ เลือกที่มันราคาปานกลางเป็นไปได้หน่อย เพื่อนฉันไม่ยอมให้คุณเลี้ยงหรอกนะ!”

    “โอเคๆ เข้าใจแล้ว คุณโทร.ตามไข่หวานให้หน่อยสิ ผมจะพาไปทัวร์ดูคอนโดวันนี้เลย”

    พอไข่หวานออกมาเจอกัน สาริศกับนิกกี้ก็พาไปดูคอนโดที่จะเช่าให้อยู่ ไข่หวานติงว่าหรูไป

    “เพื่อความปลอดภัย มันก็จำเป็นนะครับ เราไม่รู้ว่าคนที่ไม่หวังดีกับคุณไข่หวานจะมาไม้ไหนอีก ผมกะจะให้นิกกี้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณด้วย” นิกกี้มองขวับถามว่า ถามตนหรือยัง สาริศพูดหน้าตาเฉยว่า “คุณมีหน้าที่ทำตามคำสั่งของผมอยู่แล้ว ทำไมต้องถาม” แล้วหันบอกไข่หวานว่า “ตกลงนะครับ”

    ไข่หวานติงว่าราคาแพงเกินไป ตนไม่อยากรบกวนเขา สาริศอ้างว่าเธออยู่กับลุงช้างก็รบกวนเขาเหมือนกัน มาอยู่ที่นี่ดีกว่า เป็นห้องของเธอเอง ไม่ต้องเกรงใจใครด้วย ไข่หวานฟังแล้วรู้สึกหนักใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์