ตอนที่ 3
อัลบั้ม: “บอย-มิ้นต์” ประกบคู่กันครั้งแรกใน “แก้วตาหวานใจ”
พอซินแสไปแล้ว นายแม่ด่าเพ็ญว่าไปเอาคนบ้าที่ไหนมา เพ็ญสวนทันทีว่าท่านเป็นซินแสเทวดาเมื่อกี้นายมั่งชมท่านอยู่เลย
“เหรอยะ แล้วไหนยะผัว 3 คนของนังมะลิครึ่งคนก็ยังไม่เคยเห็น แล้วแกล่ะที่ว่าไปตบกับเมียน้อยเห็นแต่ตบกับแม่ค้า แล้วยังมาหาว่าฉันไม่มีลูกสาว ไอ้ไข่หวานน่ะ ฉันไปเก็บมาจากหลังรถทัวร์รึไง!”
พิชิตแก้ต่างให้เพ็ญว่าท่านซินแสอาจจะใช้พลังลมปราณในการทำพิธีมากเกินไปเลยทำให้เบลอ หมึกแย้งทันทีว่าเบลอตั้งแต่วันแรกแล้ว เรื่องท้องเรื่องแท้งอะไรไม่รู้ แต่งเรื่องมาหลอกเอาเงินชัดๆ ส่วนหนูเล็กก็บ่นว่าตนกับหมึกลงไปแช่น้ำตั้งหลายชั่วโมง เพ็ญตะแบงว่า ถือว่าลงไปอาบน้ำเล่นก็แล้วกัน
นายแม่เป็นห่วงว่าจะทำยังไงดีฤกษ์หมั้นก็ยังไม่ได้ แต่งวันไหนก็ยังไม่รู้ แล้วจะได้แต่งไหมเนี่ย มะลิเสนอว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วงตนรู้จักเกจิอาจารย์อยู่ท่านหนึ่ง ท่านได้รับสมญาว่าดวงตาแห่งสวรรค์ เดี๋ยวจะไปเชิญท่านมาเอง
“อย่าให้พลาดอีกนะ นังมะลิ!” นายแม่ย้ำปราม
ooooooo
วันนี้ ลุงช้าง ไข่หวาน และมดตะนอยจะไปขี่จักรยานเล่นกัน ขณะไข่หวานกำลังรวบผมให้ทะมัด-ทะแมงนั้น มดตะนอยถามว่าอาไข่หวานขี่จักรยานเป็นตั้งแต่กี่ขวบ
“อืม...น่าจะ 4-5 ขวบมังคะ พ่อของอาไข่หวานเป็นคนสอนให้ค่ะ ตอนนั้นพ่อของอาไข่หวานยังอยู่” มดตะนอยถามว่าแล้วตอนนี้พ่ออาไข่หวานไปไหนแล้ว “พ่ออาเสียไปตั้งนานแล้วล่ะค่ะ”
“เหมือนพ่อมดตะนอยเลย มดตะนอยเลยไม่ได้เรียนขี่จักรยานกับพ่อ”
“แต่มดตะนอยก็มีลุงช้างสอนให้ แล้ววันนี้อาไข่หวานก็จะสอนให้ด้วย ดีไหมคะ” ไข่หวานปะเหลาะ ก็พอดีหมึกโทร.เข้ามือถือ ต่อว่าน้องสาวว่าหายเงียบไปเลย ถามว่าเรื่องที่ให้ตามไปถึงไหนแล้ว
“ก็ไข่หวานไม่ค่อยว่าง ไม่มีอะไรคืบหน้า บ้านเขาย้ายไปแล้ว ที่อยู่ใหม่ก็ไม่มี”
“เร่งหน่อยสิไข่หวาน ฉันกับหนูเล็กจะตายอยู่แล้ว วันนี้ก็มีซินแสบ้ามาจับพวกเราดำน้ำสะเดาะเคราะห์แล้วยังหาว่าฉันมีผีเด็กตามอีก” ไข่หวานถามว่าผีเด็กอะไร “เขาบอกว่าฉันเคยทำผู้หญิงท้องแล้วทำแท้งน่ะสิ รีบๆ ตามให้หน่อยแล้วกัน ไม่สบายใจเลยเนี่ย”
“ก็ทำตัวเองแท้ๆ เดี๋ยวมีอะไรคืบหน้าจะรีบบอกก็แล้วกัน แค่นี้นะ” พอไข่หวานวางสาย มดตะนอยก็ถาม ว่าผีเด็กอะไรหรือ “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พี่ชายอาเขาดูละครมากไปน่ะ เรารีบไปกันเถอะ ลุงช้างรอแล้ว” ว่าแล้วจูงมดตะนอยไป
ไปถึงเจอลุงช้างรออยู่แล้วจริงๆ ตรงนั้นมีรถจักรยานอยู่สามคัน ของมดตะนอยเป็นคันเล็กมีสามล้อแบบเด็ก ของลุงช้างสีชมพูหวานแหวว ส่วนอีกคัน ลุงช้างบอกว่าเป็นของลุงเสือ นานๆจะมาปั่นสักทีไข่หวานใช้ได้เลย ตามสบาย
ทั้งสามขี่จักรยานไปด้วยกัน มดตะนอยขี่ไม่ทันผู้ใหญ่ ลุงช้างบอกว่าปั่นไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบไปไหน มดตะนอยอยากขี่ได้เร็วเหมือนอาไข่หวาน แต่พอไข่หวานถามว่าถอดล้อเด็กออกดีไหม ลุงช้างรีบพูดทันทีว่าไม่ได้ เดี๋ยวรถล้ม ไข่หวานเลยบอกให้ลุงช้างช่วยจับด้านหลังมดตะนอยจะได้ไม่ล้ม มดตะนอยบ่นว่าลุงช้างช่วยจับยิ่งช้าไปใหญ่ ไข่หวานเลยช่วยจับแทน
ระหว่างนั้นไข่หวานแอบปล่อยมือ จักรยานมดตะนอยเป๋ไปเป๋มาแล้วล้มลง มดตะนอยหล่นดังตุ้บ! ลุกขึ้นได้ก็หัวเราะบอกว่า “สนุกจังเลยค่ะ” ไข่หวานปรบมือชมว่าเกือบได้แล้ว ลุกขึ้นขี่ต่อได้เลย หันถามลุงช้างว่าดีไหมคะ ก็เจอสายตาอำมหิตของลุงช้างจ้องอยู่ก่อนแล้ว!
กลับถึงบ้าน ลุงช้างทายาแผลที่หัวเข่าให้พลางเป่าคาถา “เพี้ยง! เพี้ยง! เพี้ยง! ทายาผสมคาถาลุงช้าง พรุ่งนี้หายแน่นอนค่ะ” มดตะนอยขอบคุณและขอโทษที่ไม่เชื่อฟังลุงช้าง “คนที่ทำผิดแล้วสำนึกผิด ลุงช้างยกโทษให้ค่ะ ไปนอนได้แล้วนะคะ” ไข่หวานเห็นลุงช้างยังเย็นชากับตนก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่โบกมือบ๋ายบายมดตะนอยแบบกลัวๆ กล้าๆ กับสายตาของลุงช้าง และอวยพรให้ฝันดี
ไข่หวานรวบรวมความกล้าชี้แจงกับลุงช้างว่า
“ลุงช้างคะ ไข่หวานคิดว่าถ้าเราตั้งใจจะหัดให้มดตะนอยขี่จักรยานเป็นจริงๆ เราต้องปล่อยมือเลยค่ะ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางขี่เป็น” ลุงช้างตอบขรึมๆ แต่จริงจังว่าตนไม่อยากให้หลานล้มแบบวันนี้อีก “ล้มได้ก็ลุกได้ค่ะ วันนี้มดตะนอยยังลุกขึ้นเองเลย แถมไม่ร้องให้สักแอะ มดตะนอยเป็นเด็กเข้มแข็งมากนะคะ”
ลุงช้างถามว่าเธอจะรู้จักมดตะนอยดีกว่าตนได้ยังไง ไข่หวานบอกว่าตนก็ไม่เคยเลี้ยงเด็ก แต่มันเป็นวิธีที่นายแม่เลี้ยงตนมา และเชื่อว่าวิธีนี้จะได้ผลเพราะมดตะนอยเหมือนตนตอนเด็กๆ ลุงช้างถามกลั้วเสียงหัวเราะว่า
“งั้นแปลว่า มดตะนอยโตขึ้นก็จะกลายเป็นผู้หญิงแบบคุณน่ะสิ” ไข่หวานมองหน้าถามว่าไม่ดีหรือ “ก็ดีครับ ก็ดี” แต่พอไข่หวานรวบรัดว่าแปลว่าลุงช้างอนุญาตให้ตนหัดจักรยานให้มดตะนอยแล้วใช่ไหม เขากลับบอกว่า “ยัง ผมขอคิดดูก่อนจนกว่าแผลของมดตะนอยจะหาย” เลยถูกไข่หวานแอบค้อน ลุงช้างก็แอบมองไข่หวานยิ้มๆ ที่ได้แกล้งเธอ
ooooooo
วันนี้ภารวีขับรถมาหาบ้านลุงช้าง เจอพลอยที่เอาผ้ามาส่งพอดี พลอยเห่อนักแสดงเลยเปิดประตูให้เข้าบ้าน
ลุงช้าง มดตะนอย และไข่หวานช่วยกันถูพื้นเสร็จก็ล้มตัวลงนอนกับพื้นเอาหัวชนกัน พูดพร้อมกันว่า “เสร็จเสียที”
ภารวีเข้ามาเห็นพอดี เธอร้องกรี๊ดอย่างทนดูไม่ได้ ถามว่ามดตะนอยเป็นลูกลุงช้างหรือ ลุงช้างบอกไม่ใช่ เธอก็ชี้ไปทางไข่หวาน เต้นเร่าๆ ถามว่า
“พี่ช้างขา ยัยคนนี้มาอยู่บ้านพี่ช้างได้ยังไงคะ เขาคือคู่แข่งของภานะคะ เขาอยู่ที่นี่ไม่ได้ ภาไม่ยอมนะคะ”
มดตะนอยเห็นคนแปลกหน้ามาวุ่นวายก็ตอบแทนลุงช้างว่า “อาไข่หวานอยู่ที่นี่ค่ะ ลุงช้างอนุญาตแล้ว” ภารวีจ้องหน้ามดตะนอยถามลุงช้างว่าเด็กนี่เป็นใคร? ลูกพี่เสือหรือ? เลยถูกมดตะนอยต่อยเจ็บๆคันๆ ว่าไม่ใช่ พอภารวีถามว่าแล้วเป็นลูกใคร
“ไม่บอกค่ะ ลุงช้างเคยสอนว่า ไม่ให้มดตะนอยตอบคำถามคนแปลกหน้า”
ลุงช้างเรียกปรามมดตะนอยแล้วบอกไข่หวานให้พาไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสีย หันบอกพลอยที่ยืนฟังอยู่มองคนโน้นทีคนนี้ทีงงๆ ว่าให้เอาผ้าแขวนไว้แล้วกลับไปได้แล้ว พลอยเลยต้องกลับไปอย่างเสียดาย
พออยู่กันสองคน ลุงช้างถามภารวีว่ามาบ้านตนถูกได้ยังไง เธอบอกว่าให้ทีมงานสืบให้ แล้วคาดคั้นลุงช้างว่า
“พี่ช้างต้องเล่าให้ภาฟังทั้งหมดเลยนะคะ ว่าเด็กนั่นเป็นใคร แล้วยัยหวันยิหวามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ภารวีจุ้นจ้านเสียจนลุงช้างลำบากใจ แต่ก็เล่าให้ฟังว่า
“ไข่หวานเป็นเพื่อนสนิทกับหนูเล็กน้องสาวต่างแม่ของพี่ที่โคราช เขาต้องมาทำธุระที่กรุงเทพฯหนูเล็กฝากให้มาอยู่ด้วย ส่วนมดตะนอยเป็นหลานรักของพี่ หวังว่าภาคงเข้าใจ”
ภารวีทำเป็นเอ็นดูมดตะนอยขึ้นมาทันที บอกว่าตนชอบเด็กเห็นทีจะต้องมาเล่นกับมดตะนอยบ่อยๆ เสียแล้ว
ไข่หวานพามดตะนอยไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหมาะกับการทำสวนครัวตามที่นัดกันไว้ ระหว่างนั้นเธอเลียบเคียงถามมดตะนอยว่า คนที่มาเป็นแฟนลุงช้างหรือ
มดตะนอยบอกว่าไม่รู้เพราะตนก็เพิ่งเจอเป็นครั้งแรก ไข่หวานเลยแอบคิดว่าถ้าเป็นแฟนกันจริงลุงช้างก็ไม่ใช่เกย์
พอมดตะนอยลงมา ภารวีก็ชมเปาะว่าชุดของมดตะนอยสวยจังเลย
“สวยเหรอคะ? มดตะนอยว่ามอมแมมจังเลยค่ะ แต่อาไข่หวานบอกว่าใส่ชุดเก่าๆก็ดีค่ะไม่ต้องกลัวเลอะ”
“วันนี้พวกเราวางแผนจะปลูกผักสวนครัวกันครับ” ลุงช้างบอก ภารวีผสมโรงทันทีว่าตนเป็นคนรักธรรมชาติ ขอร่วมวงด้วยคน วันนี้ตนว่างเคลียร์คิวมาเพื่อพี่ช้างโดยเฉพาะเลย ลุงช้างเลยบอกให้ตามตนไป มดตะนอยเบ้ปากมองภารวีอย่างหมั่นไส้
ooooooo
ตวงพรหาเรื่องจับผิดสาริศ ถามว่าเขาสนิทสนมกับผู้เข้าประกวดคนหนึ่งเป็นพิเศษใช่ไหม คนอื่นรู้เข้าจะเป็นที่ครหาได้ว่าโกง
สาริศบอกว่าหวันยิหวาเป็นเพื่อนของนิกกี้ แล้วย้อนถามว่าตัวอาเองก็สนิทกับแม่ของภารวีไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้นตนก็ต้องสงสัยว่าคุณอาโกงด้วยกระมัง ตวงพรถูกดักคอเลยพูดแก้เกี้ยวว่า
“อาก็แค่อยากให้เราทุกคนระมัดระวังไม่ทำอะไรที่มันผิดกติกาอย่างโจ่งแจ้ง อาไม่ได้บอกว่าเธอโกงซะหน่อย”
“ผมน่ะไม่โกงแน่ๆครับ แล้วก็หวังว่าคุณอาก็จะไม่โกงเหมือนกัน”
ตวงพรถูกตอกกลับหน้าแตกเลยเดินกลับไป นิกกี้มองตามไปอย่างสะใจกับคำตอบที่เจ็บแสบของสาริศ
นิกกี้ทำหน้าที่เลขาได้อย่างยอดเยี่ยม เธอไม่ใช่ดีแต่ทำตามคำสั่ง หากยังคอยดูแลติติงเจ้านายอย่าง แนบเนียน วันนี้ก็ติงเขาว่าทำงานมากจนลืมวันเวลา และลืมกินข้าวเที่ยงด้วย ตอนนี้ตนหิวมากเลย สาริศจึงนึกได้จะพาไปกินข้าวข้างนอก เธอติงว่าอีกครึ่งชั่วโมงก็จะประชุมบอร์ด ออกไปกินข้างนอกไม่ทัน
ทั้งสองจึงพากันไปที่ห้องแพนทรี่ บังเอิญมีบะหมี่อยู่ถ้วยหนึ่งกับข้าวเกรียบอีกถุง ต่างเอื้อมไปหยิบบะหมี่พร้อมกัน นิกกี้เลยถอยหันไปหยิบข้าวเกรียบกินนึกในใจว่า ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษแบบนี้เองถึงไม่มีแฟน
แต่ที่แท้สาริศเอาบะหมี่ไปใส่น้ำร้อนแล้วเอามาให้เธอ ส่วนตัวเองกินข้าวเกรียบแทน นิกกี้ถามว่าแล้วจะอิ่มหรือ เพราะต้องประชุมอีกยาว สาริศบอกว่าตอนประชุมตนจะหยิบของว่างกินเมื่อไรก็ได้ แต่เธอต้องจดตลอดเวลา ทำให้นิกกี้เห็นถึงความมีน้ำใจของเขา
ooooooo
ภารวีทำเป็นรักเด็กรักธรรมชาติ ตามไปปลูกผักสวนครัวด้วยคุยโวโอ้อวดกับมดตะนอยทั้งที่ตัวเองทำไม่เป็น เรียกพลั่วเป็นจอบ เลยถูกมดตะนอยสอนมวยเสียจนหน้าแตก แต่ก็แถเอาตัวรอดไปจนได้
ผิดกับไข่หวานที่รู้จริงทำเป็น ทั้งไข่หวานและลุงช้างจึงทำไปสอนไป มดตะนอยทำตามขั้นตอนจนปลูกได้สำเร็จ ลุงช้างชมว่าเก่งมาก
ระหว่างพรวนดินปลูกผัก ลุงช้างเอาผ้าซับเหงื่อให้มดตะนอย หลานตัวแสบเลยอ้อนให้ลุงช้างซับให้อาไข่หวานด้วย
พอลุงช้างซับเหงื่อให้ไข่หวาน ภารวีก็ยื่นหน้าเข้ามาอ้างว่ามือตนเปื้อนดินอ้อนซับให้ตนบ้าง แล้วก็หน้าแตกอีกเมื่อลุงช้างอ้างว่ามือตนก็เปื้อนดินเหมือนกัน ไข่หวานแอบยิ้มขำกับมารยาตื้นๆของภารวี
เมื่อปลูกเสร็จ ภารวีอาสาจะรดน้ำให้ ฉอเลาะว่า “ภาชอบรดน้ำต้นไม้ที่สุดเลยค่ะ พอเห็นต้นไม้เติบโตงอกงาม มันสดใสสดชื่น” พลันน้ำก็พุ่งใส่หน้าเพราะมดตะนอยไปเปิดก๊อก ภารวีร้องกรี๊ด ไข่หวานเลยจะวิ่งไปปิดน้ำ สะดุดสายยางเซจะล้ม ลุงช้างประคองไว้ทันต่างมองหน้ากันอึ้ง ภารวีเห็นเต็มตาเลยยิ่งกรี๊ด มดตะนอยยิ้มชอบใจกับอาการสติแตกของภารวี
ooooooo
ภารวีออกจากบ้านลุงช้างไปในสภาพมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิง ไปเจอพลอยกำลังไปส่งผ้าให้ลูกค้า เลยเรียกมาให้ช่วยทำอะไรหน่อยเพราะตนถ่ายละครเกือบทุกวันไม่ค่อยมีเวลา
พลอยรับปากด้วยความเห่อดารา ภารวีบอกให้พลอยช่วยแวะไปดูพี่ช้างที่บ้านบ่อยๆ ถ่ายรูปพี่ช้างให้ด้วยว่าแต่ละวันเขาทำอะไร และอยู่กับใคร แล้วภารวีก็หยิบโทรศัพท์ให้
“นี่บาร์โค้ด ยิงมาเลย” ทั้งสองแลกไลน์กัน ภารวีหยิบเงินให้บอกว่า “ค่าเสียเวลานะจ๊ะ”
พลอยบอกว่าไม่ต้องแค่ลุงช้างจ้างตนเลี้ยงมด–ตะนอยก็มีเงินเหลือกินแล้ว แต่ที่อยากได้คือ ขอถ่ายรูป ด้วยกันเผื่อจะเอาไปลงเฟซบุ๊กอวดเพื่อน ภารวีเอามือ เสยๆผมแล้วถ่ายเซลฟี่กัน
ขณะไข่หวานถักผมเปียให้นั้น มดตะนอยบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ ว่าน้ำจะพุ่งใส่ภารวีอย่างนั้น กลัวโดนลุงช้างดุจัง ไข่หวานปลอบว่าลุงช้างไม่ดุหรอกเพราะเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปมดตะนอยระวังหน่อยก็แล้วกัน พอดีมือถือไข่หวานเรียก มดตะนอยจึงขอลงไปหาลุงช้างข้างล่าง
เป็นสายจากนิกกี้ โทร.มาเตือนไข่หวานว่าอย่าลืมพรุ่งนี้มีประกวด ขอให้ผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้อย่าทำให้ตนเสียชื่อ ไข่หวานรับรองว่าตนได้เข้ารอบแน่ๆ แล้วถามนิกกี้ว่าถ้ามีคนเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อให้จะคิดอย่างไร? เลยถูกนิกกี้คาดคั้นถามว่าไปทำอะไรมาเล่ามาให้หมด เดาว่าลุงช้างใช่ไหม พอรู้ว่าใช่ก็บอกไข่หวานว่า
“ลุงช้างเขาเป็นเกย์ไม่ใช่เหรอแก เขาไม่ได้คิดอะไรกับแกมากไปกว่าเพื่อนสาวหรอก แกอย่าตกหลุมเด็ดขาด จำไว้เลยว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงจ้ะ” ไข่หวานพูดเขินๆ ว่าตนก็ไม่ได้อะไรสักหน่อย คิดมากไปรึเปล่า “ฉันไม่คิดมาก แต่แกห้ามคิดเด็ดขาดรู้ไหม เกือบอกหักมาจากยัยอเล็กซ์ทีนึงแล้วจำไม่ได้เหรอ! เออ...แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน”
“เจอกันจ้ะ ขอบคุณนะที่โทร.มาเตือน” ไข่หวานวางสายแล้วก็อดคิดคำเตือนของนิกกี้เรื่องอเล็กซ์ไม่ได้
ooooooo
วันนี้ลุงช้างทำ “ไข่รู” ให้กินกัน ลุงช้างทำอย่างคล่องแคล่วและอร่อย ไข่หวานมองปลื้มจนต้องเตือนตัวเองว่า “เขาไม่ได้ชอบผู้หญิง จำไว้ๆ”
มดตะนอยกิน “ไข่รู” คำโตๆอย่างเอร็ดอร่อยจนลุงช้างเตือนว่าระวังจะติดคอ เตือนไม่ทันขาดคำมดตะนอยก็สำลักทั้งลุงช้างและไข่หวานต่างรีบหยิบแก้วน้ำมือกับมือชนกันจนต่างเขิน ลุงช้างปล่อยให้ไข่หวานหยิบ มดตะนอยดื่มน้ำจนหายสำลักแล้วอ้อนถามลุงช้างว่าเมื่อไรตนจะขี่จักรยานเป็น
“ถ้าล้มมาเจ็บจะทำยังไงคะ” ลุงช้างถาม ไข่หวานเลยอาสาจะหัดให้เอง จะดูแลอย่างดีเลย พอลุงช้างพยักหน้าอนุญาต มดตะนอยดีใจมากชมว่าลุงช้างใจดีที่สุดในโลกเลย แล้วนัดไข่หวานเย็นนี้เจอกัน
“อาไข่หวานประกวดเสร็จจะรีบกลับมาเลยสัญญาค่ะ” อาหลานเอาก้อยเกี่ยวกันเป็นสัญญา แล้วไข่หวานหันไปขออนุญาตลุงช้างว่าเดี๋ยวกินเสร็จตนขอล้างจานเอง เห็นลุงช้างลังเล ไข่หวานสัญญาว่า
“นะคะ ไข่หวานรับรองจะไม่ทำจานแตก ไข่หวานอยากล้างจานเป็นค่ะ”
มดตะนอยมองหน้าลุงช้างกับอาไข่หวานไปมาลุ้นๆ
ไข่หวานเข้าครัวไปล้างจานหายเงียบไปนานลุงช้างจึงลุกไปดู ไข่หวานรีบบอกว่าจานยังไม่แตก ลุงช้างเลยสาธิตวิธีล้างจานให้ทีละขั้นตอน พอไข่หวานทำเสร็จก็ทดสอบเอานิ้วขีดจานที่ล้างแล้วเสียงดังเอี๊ยด แสดงว่าสะอาดจริงๆ ไข่หวานดีใจมาก ถามลุงช้างว่าเหมือน มดตะนอยทำไหม? ลุงช้างหัวเราะชมว่า
“คุณทำแล้วก็น่ารักไปอีกแบบนะครับ” ไข่หวานหัวเราะดีใจ แล้วฉุกคิดว่าเมื่อกี๊เขาบอกว่าเราน่ารักเหรอ?? ลุงช้างมองอาการดีใจของเธออย่างเอ็นดูบอกว่า “คราวนี้ไข่หวานทำเองดูนะ”
แต่ไข่หวานก็ยังทำเก้ๆ กังๆ ลุงช้างกลัวจานตกแตกเลยเอื้อมมือไปจับมือเธอสอน ทำเอาไข่หวานเขิน
“ลุงช้างขา...เราจะไปโรงเรียนกันรึยังคะ” เสียงมดตะนอยแทรกเข้ามาขัดจังหวะ ลุงช้างจึงปล่อยมือยิ้มให้กัน ก่อนไปเขาบอกไข่หวานว่าฝากล้างต่อด้วย ไข่หวานแก้มแดงจนมดตะนอยทัก ไข่หวานแก้เกี้ยวว่าอากาศมันร้อน มดตะนอยบอกว่าไม่เห็นจะร้อนเลย ลุงช้างตัดบทเร่งให้รีบไปโรงเรียน
ไข่หวานนึกบ่นตัวเองว่า เขินเกย์ไปได้...แล้วตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกสติกลับมา
ooooooo
ที่การประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์เวิลด์คลาส มีรถหรูจอดอยู่คันหนึ่ง บรรดาผู้เข้าประกวดฟังพิธีกรประกาศกติกาอย่างตั้งใจ
กติกาในการแข่งขันคือ ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเขียนคำตอบให้ได้ว่า หมายเลข 1-10 ที่เห็นนั้นคือชิ้นส่วนใดของรถยนต์ ทุกคนต้องส่งคำตอบภายในเวลา 20 นาที ใครตอบถูกหมดจะได้ 100 คะแนนเต็ม
ไข่หวานรับแบบทดสอบไปอ่านอย่างมั่นใจ จนถูกภารวีกระแนะกระแหนว่า ท่าทางมั่นใจเหลือเกิน เผื่อใจไว้ตกรอบบ้างก็ดี ไข่หวานสวนทันทีว่า “คุณคงไม่ได้อยู่เห็นฉันตกรอบหรอกค่ะ” แล้วเดินไปดูรถอย่างคนดูเป็น
ผู้เข้าประกวดคนอื่นๆพากันมองรถอย่างกังวลหนักใจ ภารวีเองก็อ่านแบบทดสอบอย่างไม่เข้าใจ มีแต่ไข่หวานที่ทำแบบทดสอบอย่างใจเย็นและมั่นใจ
เมื่อหมดเวลาตอบแบบทดสอบ สายสมรทำเป็นช่วยเอาเอกสารจากผู้เข้าประกวดไปวางที่โต๊ะ ระหว่างนั้นก็แอบดึงกระดาษคำตอบของภารวีออกและสอดอีกใบเข้าไปแทน
ผลการแข่งขันปรากฏว่าไข่หวาน หรือนางสาวหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ เป็นผู้ชนะ ภารวีตัดพ้อต่อตวงพรว่าไหนว่าจะช่วย ทำไมตนถึงไม่ได้คะแนนเต็ม สายสมรบอกว่าตนเกรงว่าถ้าภารวีทำถูกหมดทุกข้อจะผิดสังเกตเลยแกล้งทำผิดไปข้อหนึ่ง บ่นว่า
“ใครจะไปรู้ว่ายัยหวันยิหวาจะได้คะแนนเต็มล่ะคะ...หรือว่าแบบทดสอบรั่ว”
“เธอหมายความว่าตาริศช่วยหวันยิหวาเหรอ” ตวงพรซัก
“ถ้าแบบทดสอบไม่รั่ว ยัยนั่นก็ต้องเก่งมากเลยค่ะ เพราะมีอยู่ข้อหนึ่งที่ไม่มีใครตอบได้เลย แต่เธอตอบได้ค่ะ”
ฟังสายสมรชี้แจงแล้ว ภารวีจิกตาแค้นสงสัยว่าหวันยิหวาต้องไม่ใช่เด็กบ้านนอกธรรมดาๆแน่ แล้วพาลกล่าวหาว่านิกกี้กับสาริศต้องช่วยกันดันแน่ๆ
“หืม...ยัยนี่มันคงอ่อยผู้ชายทุกคนแหละ มันมาอยู่บ้านคนที่ภาแอบชอบด้วยนะคะคุณอา โอ๊ย! คิดแล้วตีนกาขึ้น...”
“หนูไม่ต้องคิดมากเลย เพราะยังไงผลการตัดสินก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน” ตวงพรปลอบใจ
“ประกวดน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ผู้ชายของฉันน่ะสิ!” ภารวีบ่นงึมงำอย่างโกรธแค้นไข่หวานมาก
ooooooo
จู่ๆลุงเสือก็กลับจากอเมริกาโดยไม่บอกล่วงหน้า มดตะนอยกระโดดกอดลุงเสือด้วยความคิดถึงบ่นว่าลุงเสือไปเสียตั้งนาน ลุงเสือบอกว่างานยุ่งเลยไม่ได้แวะมาหา
มดตะนอยชวนลุงเสือค้างที่นี่จะได้เจอกับอา ไข่หวาน ลุงเสือนึกได้ว่าไข่หวานเป็นเพื่อนของหนูเล็กที่ลุงช้างโทร.ไปเล่าให้ฟัง มดตะนอยอวดว่าอาไข่หวานสวยด้วย ลุงเสือแกล้งถามว่าสวยจริงหรือ พอมดตะนอยยืนยันว่าจริง ลุงเสือแซว
“จริงเหรอช้าง...เฮ้ยๆๆ เงียบอย่างนี้แสดงว่าไม่ธรรมดา มีคนสวยๆ มาอยู่บ้านเดียวกันเสียด้วย ศีลห้า นายจะหลุดไหมเนี่ย” ลุงช้างหัวเราะพูดแก้เขินว่าจะบ้าเหรอพี่ ลุงเสือเลยพูดกับมดตะนอยว่าตนคงไม่ทันเจออาไข่หวาน ต้องรีบกลับไปเก็บของเพราะจะไปอเมริกาพรุ่งนี้แล้ว
มดตะนอยกระซิบกระซาบอะไรกับลุงเสือ แล้วพากันเดินเข้าไปในห้องของลุงช้าง มดตะนอยเอาการ์ดเล็กๆให้ลุงเสือฝากไปให้แม่ เล่าว่า
“การ์ดนี้มดตะนอยทำเองตอนวันแม่ปีที่แล้วค่ะ มดตะนอยไม่ได้ให้ลุงช้าง มดตะนอยเอามาเก็บไว้ใต้หมอนจะได้ฝันถึงแม่ แต่ก็ไม่เคยฝันสักที มดตะนอยฝากลุงเสือเอาไปให้แม่ด้วยนะคะ”
นอกจากฝากการ์ดไปให้แม่แล้ว มดตะนอยยังให้ลุงเสือถ่ายคลิปฝากไปให้แม่ด้วย มดตะนอยตั้งอกตั้งใจพูดกับแม่ว่า
“แม่คะ มดตะนอยทำการ์ดวันแม่ฝากลุงเสือไปให้แม่ด้วย มดตะนอยฝากลุงเสือหอมแก้มแล้วก็กอดแม่ด้วยนะคะ...มดตะนอยรักแม่นะคะ”
ถ่ายเสร็จลุงเสือดึงมดตะนอยไปกอดไว้ด้วยความสะเทือนใจ ลุงช้างที่มาแอบดูอยู่ก็ถึงกับอึ้ง
เมื่ออยู่กันตามลำพัง ลุงช้างคาดหวังว่ากวางจะยอมดูคลิปทั้งหมด ลุงเสือบอกว่าจะพยายามแต่กวางก็ใจแข็งมาก
ลุงเสือถามว่าลุงช้างอยากได้อะไรไหม ลุงช้างเองไม่เอาอะไรแต่จดรายการยาวเหยียดให้ซื้อมาฝากมดตะนอย พอลุงเสือจะกลับ มดตะนอยเข้ามาย้ำว่า
“ลุงเสือถึงที่โน่นแล้วโทร.หามดตะนอยด้วยนะคะ อย่าลืมสัญญานะคะ”
พอลุงเสือกลับไปแล้ว มดตะนอยถามลุงช้างว่าอาไข่หวานจะกลับมาหรือยัง?
ooooooo
ไข่หวานเตรียมจะกลับแล้ว นิกกี้บอกไปให้สัมภาษณ์นักข่าวก่อนเพราะเป็นคนได้คะแนนเต็ม พรุ่งนี้จะได้ลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับแน่นอน ไข่หวานดูนาฬิกาแล้วย้ำว่าแป๊บเดียวนะ เพราะตนนัดมดตะนอยไว้
นักข่าวถามไข่หวานว่าดีใจไหมที่ชนะการประกวด? มีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้ได้คะแนนเต็มทั้งที่แบบทดสอบเกี่ยวกับเครื่องยนต์นี้ยากมากสำหรับผู้หญิงทั่วไป?
ไข่หวานบอกว่าดีใจและภูมิใจมาก ส่วนเรื่องเคล็ดลับนั้น เธอบอกว่าตนคงได้จากแม่เพราะที่บ้านเป็นอู่รถทัวร์ แม่สอนตนทุกอย่างเกี่ยวกับรถ แล้วโฆษณารถทัวร์ของอู่ดาวเรืองว่าถ้าพี่ๆนักข่าวคนไหนสนใจใช้บริการดาวเรืองทัวร์ก็ติดต่อตนได้ รับรองราคาพิเศษสุดๆ แล้วฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ๆนักข่าวช่วยให้กำลังใจตนด้วย
ระหว่างให้สัมภาษณ์นักข่าวนั้น มีมือลึกลับแอบล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋าไป พอปลีกตัวจากนักข่าวมาได้ ไข่หวานควานหากุญแจรถจึงรู้ว่าหายไปแล้ว นิกกี้มาช่วยหาก็ไม่เจอ ถามไข่หวานว่าแล้วจะกลับยังไง
ไข่หวานใช้ความสามารถพิเศษปลดล็อกรถยนต์เข้าไปในรถแล้วเปิดฝากระโปรงต่อสายตรงแล้วสตาร์ตรถ พอดีสาริศเดินมาเจอ เขาอาสาจะไปส่งเพราะเธอขับไปอย่างนี้อันตรายมาก ไข่หวานบอกว่าเกรงใจ
“เรื่องนี้เกิดที่ออฟฟิศผม ขอให้ผมเป็นคนรับผิดชอบ...นะครับ”
ไข่หวานจึงต้องยอมด้วยความเกรงใจ แต่สาริศไม่ได้ไปส่งเธอทันที อ้างว่าหิวและเป็นโรคกระเพาะขอแวะกินข้าวกันก่อน ไข่หวานพูดไม่ออกต้องไปด้วย แต่
รีบกินๆแล้วนั่งรอ พอสาริศกินเสร็จก็เร่งให้รีบไปกันเลย ไข่หวานถามตรงๆว่าเขาเอากุญแจรถตนไปหรือเปล่า ทำไมพอกุญแจรถหายเขาก็มาพอดี
“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ ถ้าผมอยากจะเดตกับคุณจริงๆ ผมคงไม่เริ่มด้วยวิธีทำให้คุณเข้าใจผิดแบบนี้หรอก จริงไหม” ไข่หวานจึงขอโทษที่เข้าใจเขาผิด แล้วโทร.เข้ามือถือลุงช้าง แต่ไม่มีใครรับสาย ไข่หวานกดวางสายอย่างผิดหวัง กังวล
ooooooo
มดตะนอยรออาไข่หวานจนผ่านไปครึ่งชั่วโมงอาไข่หวานก็ยังไม่มา ลุงช้างบอกว่ารถคงติดชวนเราไปปั่นกันก่อนดีไหม มดตะนอยไม่เอาจะรออาไข่หวาน ดึกแค่ไหนก็จะรอ
พอลุงช้างเร่งให้ไปกัน มดตะนอยบอกว่าตนอยากถักเปีย ถักเปียเสร็จไข่หวานยังไม่กลับก็อยากผูกโบอีก ลุงช้างรู้ทันแต่ก็ทำให้ พอผูกโบเสร็จลุงช้าง เสนอว่าเอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปกันดีกว่าไหม มดตะนอยงอแงจะไปวันนี้ให้ได้
“ถ้าจะขี่วันนี้ก็ต้องไปกับลุงช้าง แต่ถ้าจะให้อาไข่หวานสอนก็ต้องรอพรุ่งนี้ค่ะ” มดตะนอยงอแงจะขี่วันนี้กับอาไข่หวาน เลยถูกดุ “มดตะนอยจะให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจไม่ได้หรอกนะคะ มดตะนอยต้องเลือกค่ะ”
มดตะนอยเงียบไป เบื้องหน้าสายตาลุงช้างที่มองรอคำตอบ สุดท้ายก็ยอมขึ้นนอนแต่ยังข้องใจถามลุงช้างว่าทำไมอาไข่หวานถึงไม่กลับมาตามสัญญา ลุงช้างบอกว่าคงติดธุระด่วน ให้มดตะนอยนอนเสียไม่ต้องรอ แล้ว มดตะนอยจึงยอมนอน
ooooooo
สาริศมาส่งไข่หวานที่หน้าบ้าน ไข่หวานขอบคุณ สาริศขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นเบอร์โทร.ได้ไหม เธอบอกว่าคงไม่ดีเพราะตนเป็นผู้เข้าประกวดและเขาก็เป็นกรรมการ
“คิดมากจัง...ไม่เป็นไรครับ มันคงหาไม่ยาก เข้าบ้าน เถอะครับ”
พอไข่หวานหันเข้าบ้านก็เจอลุงช้างออกมาพอดี ต่างมองหน้ากันนิ่ง ลุงช้างมองเลยไปเห็นสาริศยืนพิงรถคันหรูมาดเท่อยู่ ต่างสบตากันนิ่ง ไข่หวานจึงแนะนำให้รู้จักกัน แต่ผู้ชายทั้งสองต่างสงวนท่าทีทักทายกันอย่างไว้เชิง แต่ก่อนลุงช้างจะเดินกลับเข้าไป ก็อดที่จะเหน็บไม่ได้ว่า
“เชิญ ‘คุย’ กันตามสบายครับ ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ” แล้วลุงช้างก็เดินกลับเข้าบ้านไป สาริศ เปรยๆว่า
“ญาติผู้ใหญ่คุณไข่หวานดุเอาเรื่องนะครับ”
ไข่หวานบอกว่าลุงช้างใจดีออก แล้วขอตัวเข้าบ้าน สาริศบอกว่า “เรื่องรถไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องกุญแจให้”
“ขอบคุณค่ะ” ไข่หวานรีบเดินตามลุงช้างเข้าไป สาริศมองตามอย่างแปลกใจที่ไข่หวานมาอยู่บ้านเดียวกับชายหนุ่ม
ไข่หวานตามไปเจอลุงช้างกำลังเดินออกจากห้องนอนจะไปห้องทำงาน เธอรีบเข้าไปขอโทษที่ผิดนัดกับมดตะนอย ถูกเขาพูดอย่างเย็นชาว่าให้ไปขอโทษกับมดตะนอยเอง ไข่หวานชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ ตนไม่ได้ตั้งใจ
“ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ วันหลังก็อย่ารับปากเด็กเลยครับ เพราะเด็กเขาจะรอและจำทุกคำที่คุณพูด” พูดแล้วเดินลงบันไดไป ไข่หวานยืนอ้าปากค้างอยู่นาน จึงบ่นออกมามึนๆ
“โอ๊ย...แรงอ่ะ...”
ซ้ำวันรุ่งขึ้นมดตะนอยกับลุงช้างชวนกันออกไปปั่นจักรยาน ไข่หวานพยายามจะมีส่วนร่วมด้วย แต่ทั้งลุงและหลานหมางเมินเหมือนเธอไม่มีตัวตน ไข่หวานเลยเก้อยืนจ๋อยอย่างโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น
แต่พอกลับเข้าบ้าน ที่โต๊ะอาหารมีฝาชีครอบอเมริกันเบรกฟาสต์ที่ลุงช้างทำไว้ให้ ความรู้สึกน้อยใจเมื่อครู่นี้หายเป็นปลิดทิ้ง พึมพำ “โกรธแล้วมาทำให้กินทำไม...เก่งจริงก็อย่าทำสิ” แล้วจิ้มอาหารกินงอนๆ แต่พอนึกอะไรได้ก็วิ่งไปที่จักรยานปั่นออกจากบ้านไปอย่างเร็ว
ไปถึงสวนในหมู่บ้าน เห็นลุงช้างกำลังสอนมดตะนอยขี่จักรยานอยู่ ไข่หวานเอาจักรยานไปขวางข้างหน้าตะโกน
“มดตะนอย อาไข่หวานขอโทษนะคะ อาไข่หวานผิดไปแล้ว เมื่อวานนี้กุญแจรถของอาไข่หวานหายเลยกลับมาไม่ทัน ยกโทษให้อาไข่หวานด้วยนะคะ”
ลุงช้างเพิ่งรู้เรื่องนี้ เผลอปล่อยมือจากรถยืนนิ่ง
มดตะนอยไม่รู้ตัวยังขี่ไปเรื่อยๆ พอรู้ว่าลุงช้างไม่ได้จับรถแล้วก็ทำท่าจะล้ม ไข่หวานรีบไปลุ้นอยู่ข้างหน้าร้องบอก มดตะนอย
“ขี่มาหาอา ไม่ต้องกลัว ปั่นมาเลยค่ะ ปั่นมาเล้ย...” ปรากฏว่ามดตะนอยปั่นจักรยานไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
“มดตะนอยขี่ได้แล้ว...มดตะนอยขี่ได้แล้ว!!”หนูน้อยดีใจสุดๆ
“เก่งมาก” ไข่หวานตะโกนสุดเสียง
“เก่งมากค่ะมดตะนอย” ลุงช้างตะโกนด้วยความดีใจ
มดตะนอยขี่จักรยานไปอย่างมั่นใจท่ามกลางความดีใจของทั้งลุงและอา ลุงช้างหันมาขอโทษไข่หวานที่เมื่อวานเข้าใจเธอผิด
“อ๋อ...ช่างมันเถอะ ไม่มีใครเคยโกรธไข่หวานเกินหนึ่งวันหรอก”
เป็นคำตอบที่ทำให้ลุงช้างต้องหันมองหน้าไข่หวานแล้วยิ้มแบบ...เชื่อเขาเลย...
ooooooo
เมื่อไข่หวานตามไปขอโทษที่ผิดนัดและบอกถึงเหตุผลที่ผิดนัดแล้ว ทั้งลุงช้างและมดตะนอยต่างก็ให้อภัยกับคนที่รู้ตัวว่าผิดแล้วขอโทษ
เวลาเดียวกันที่บ้านนายแม่ ขณะนายแม่กำลังดูละครที่มีการตบตีกันอย่างเมามันจนตัวเองแทบจะกระโจนเข้าไปช่วยนางเอกตบตีด้วยนั้น หมึกก็มาบอกแม่ให้ดูข่าว คว้ารีโมตกดเปลี่ยนช่องทันที
เป็นข่าวที่ไข่หวานกำลังตอบนักข่าวเกี่ยวกับการทำแบบสอบถามที่เธอทำได้ทุกข้อว่า เป็นเพราะแม่เป็นคนสอนให้ พอจบข่าว นายแม่ก็ต้องรับโทรศัพท์แทบไม่ทัน ทุกเสียงโทร.มาชมว่าไข่หวานสวย เก่ง นายแม่ยิ้มปลื้มบอกว่า “มันก็ได้จากฉันไปเต็มๆนั่นแหละ” แล้วก็ยิ่งปลื้มเมื่อชาวบ้านที่รู้จักบอกว่า “เห็นไข่หวานมันชมแม่ดาวเรืองด้วยนะ”
ปรากฏว่ามีสายโทร.เข้ามาแสดงความชื่นชมยินดีกับนายแม่จนสายแทบไหม้ พอเสียงโทรศัพท์เพลาลง นายแม่กับเพ็ญ มะลิ และพิชิตก็คุยกันอย่างหน้าชื่นตาบาน ต่างก็อวดว่าส่วนนั้นส่วนนี้ของไข่หวานเหมือนตน
หมึกได้รับวีดิโอคอลจากไลน์ หมึกรับสายแซวไข่หวานว่าดังใหญ่แล้วนะ ไข่หวานถามว่านายแม่อยู่แถวนั้นหรือเปล่า ทำไมโทร.มาไม่ติดเลย
“เห็นโม้กับเพื่อนอยู่หน้าบ้านน่ะ น้าชิตตามนายแม่มาให้หน่อยสิ” พิชิตบอกว่ามาพอดี นายแม่ปราดเข้าคุยทันที
“นี่...ไข่หวาน เวลาออกทีวีน่ะ พูดจาให้มันฉะฉานแต่งหน้าทำผมก็เอาพอดี แล้วเสื้อผ้าก็เลือกให้มันดูดีหน่อย แล้วก็ห้ามโป๊เด็ดขาดนะ!”
ไข่หวานรับทราบ บอกว่ารอบหน้าเป็นชุดกีฬาไม่โป๊แน่ นายแม่ถามว่า “แล้วนี่จะประกวดเสร็จเมื่อไหร่”
“ถ้ารอบสุดท้ายก็น่าจะอีกไม่เกินสองเดือนค่ะ”
“ดี ฉันจะได้ให้หมอดูเขาดูวันแต่งไอ้หมึกเอาไว้ มะลิ หมอดูที่แกหาไว้จะมาเมื่อไหร่”
“ฮ่าๆๆ พรุ่งนี้เช้า! พรุ่งนี้เช้า!!” มะลิวางมาดอย่าง ยิ่งใหญ่และสำคัญ ในขณะที่หมึกฟังแล้วตกใจหน้าเผือด
ooooooo
หลังจากขอเบอร์โทร.ของไข่หวานไม่ได้แล้ว คืนนี้สาริศจึงไปค้นหาข้อมูลผู้เข้าประกวด ดึงแผ่นของไข่หวานออกมาแล้วยิ้มพอใจ
ไข่หวานเห็นลุงช้างทำงานอยู่อย่างคร่ำเคร่งในขณะที่ทีวีก็เปิดรายการฟุตบอลทิ้งไว้ ไข่หวานจึงเดินไปในห้องครัวรินนมใส่แก้วสองใบแล้วเอาเข้าไมโครเวฟกดปุ่มตั้งเวลา พอดีมือถือสั่น ไข่หวานสะดุ้งมือเลยกดเลขนาทีเกินไปหนึ่งหลัก แล้วรีบรับโทรศัพท์ เห็นเบอร์แปลกๆ เธอทัก “สวัสดีค่ะ เอ่อ...ใครคะ”
“ผมสาริศเองครับคุณไข่หวาน” ไข่หวานแปลกใจถามว่าได้เบอร์ของตนจากไหน จากนิกกี้หรือ สาริศโอ่ว่าเมื่อตนอยากได้ยังไงก็ต้องหามาจนได้ ไข่หวานถามว่าเขามีธุระอะไรหรือ สาริศทำเสียงกวนๆว่า “อู้ว...ธุระอะไรดีล่ะ”
ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดจากเตาไมโครเวฟ นมในแก้วพุ่งกระจาย ไข่หวานตกใจร้อง “เฮ้ย!!” แล้วก็มีเสียงระเบิดขึ้นอีกครั้ง สาริศถามว่าเป็นอะไร ไข่หวานบอกว่า แค่นี้ก่อนนะคะแล้วกดตัดสาย
สาริศเป็นห่วงพยายามโทร.ใหม่ โทรศัพท์ไข่หวานวางอยู่ใกล้ๆไมโครเวฟสั่น แต่เธอไม่รู้ พอดีลุงช้างจะเข้ามาชงกาแฟ ไข่หวานใจหายวาบรีบพนมมือขอโทษ ลุงช้างถามว่าเธอทำอะไร
“เห็นว่าลุงช้างทำงานดึก ไข่หวานก็เลยอุ่นนมกะว่าจะเอาไปให้ค่ะ...ไข่หวานไม่คิดว่า...ลุงช้างไม่โกรธใช่ไหมคะ”
“โกรธ” ลุงช้างเสียงเข้ม ไข่หวานอ้อนว่าตนขอโทษแล้ว “คราวหน้าคุณระวังหน่อยก็แล้วกัน”ลุงช้างเสียงอ่อนลง
“ไข่หวานสัญญาว่าจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ” ลุงช้างเอาผ้าช่วยเช็ดนมที่ไหลนองพื้น ไข่หวานกับลุงช้างช่วยกันเช็ดพื้นมือชนกันบ้าง หัวชนกันบ้าง ไข่หวานขอโทษไปตลอดเวลา
เพื่อทำให้ความรู้สึกของไข่หวานดีขึ้น ลุงช้างเลยเอานมพร้อมดื่มให้ไข่หวานและตัวเองคนละแก้ว ไข่หวานรู้สึกดีขึ้นจิงๆ ชมว่าลุงช้างทำอะไรก็น่ากินไปหมด ถูกแซวว่าไม่เหมือนไข่หวานเลยเนอะ
“แหม...คนเรามันถนัดไม่เหมือนกันนี่คะ ลุงช้างทำกับข้าวให้ไข่หวานกิน ไข่หวานซ่อมรถให้ลุงช้าง ลงตัวดีออก”
ทั้งสองคุยอย่างถูกคอกันมากขึ้นทุกที จนไข่หวานถามว่า ตนจะใส่ชุดนักบอลประกวดรอบหน้าดีไหม? เพราะรอบหน้าเขาให้ใส่ชุดกีฬาที่เราชอบเข้าประกวด ตนเห็นว่าชุดนักบอลเท่ออก
ลุงช้างเล่าว่าสมัยเรียนตนเป็นนักบอลมหาวิทยาลัยแต่จบแล้วไม่ค่อยว่างไปเล่น ชุดบอลเลยเก็บอยู่ในตู้ ถ้าไม่รังเกียจจะเอามาลองใส่ดูไหมล่ะ ไข่หวานถามตื่นเต้นดีใจว่าลองได้หรือ
“ได้สิ...จะได้รู้ว่าเวิร์กไหม เดี๋ยวผมขึ้นไปหยิบมาให้” ลุงช้างลุกไป ไข่หวานมองตามลุ้นๆ ระหว่างนั้นมีคนมากดกริ่งเรียกที่หน้าบ้าน จะไปเปิดก็ไม่กล้า เพราะเกรงจะเป็นแฟนลุงช้าง เลยขึ้นไปบอกลุงช้างที่กำลังไปรื้อหาชุดนักบอล
พอออกไปดูกันเห็นสาริศยืนอยู่หน้าบ้าน เขายิ้มแย้มบอกว่าเอารถมาส่งและเอากุญแจรถที่ทำใหม่มาให้เพราะอันเก่าใช้ไม่ได้แล้ว สาริศขอโทษลุงช้างที่มารบกวนตอนดึก ตนโทร.หาไข่หวานแต่เธอไม่รับสาย ร้อนใจเลยขับรถมาคืนเอง
ลุงช้างมองสาริศอย่างอึดอัดเชิญเซ็งๆให้เข้าไปนั่งคุยกันข้างใน สาริศขอเอาไว้กลางวันดีกว่า ลุงช้างเลยเดินกลับเข้าบ้านไป ไข่หวานบอกว่าเขาไม่น่าลำบากเอามาให้เลย เพราะพรุ่งนี้ก็จะเจอกันแล้ว
“เผื่อคุณจะต้องใช้รถด่วนไงครับ...เอาความจริงก็ได้ เสียงคุณในโทรศัพท์เหมือนมีอุบัติเหตุ ผมเลยเป็นห่วง”
“อ๋อ...ไข่หวานแค่ซุ่มซ่ามค่ะขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้คุณมาหาที่นี่อีก เกรงใจเจ้าของบ้านค่ะ”
“ผมเข้าใจครับ” สาริศเหน็บนิดๆอย่างเซ็งๆ ทั้งสองหารู้ไม่ว่าลุงช้างเข้าไปแอบดูอยู่ในบ้านอย่างหงุดหงิด
ooooooo
พอกลับเข้าบ้านไข่หวานขอโทษลุงช้างที่สาริศมารบกวนถึงบ้าน เห็นเขาหน้านิ่งๆเลยทำเสียงตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นชุดนักบอลหลายชุดวางอยู่
ไข่หวานเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ พอออกมาให้ดูชุดนักบอลหลวมโคร่ง ไข่หวานหน้าเสียบอกว่าตนไม่อยากตกรอบ
รุ่งขึ้นลุงช้างซื้อชุดนักบอลสีหวานพอดีตัวมาให้ ไข่หวานดีใจกระโดดกอดลุงช้างแน่นจนมดตะนอยถามว่าอาไข่หวานรักลุงช้างแล้วใช่ไหม ถูกลุงช้างปรามว่าทำไมพูดอย่างนั้น มดตะนอยชี้แจงว่า
“ก็ลุงช้างเคยบอกว่าคนกอดกันแปลว่ารักกันแล้วอาไข่หวานกอดลุงช้างก็แสดงว่าอาไข่หวานรักลุงช้างสิคะ”
“ใช่ค่ะ อาไข่หวานรักลุงช้าง ก็ลุงช้างน่ารักนี่คะ
จริงไหมคะมดตะนอย” ไข่หวานพูดยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเพราะไม่คิดอะไรไกลกว่าที่พูด แต่ลุงช้างฟังแล้วเขินจนพูดไม่ออก
ooooooo
มะลิหาหมอดูคนใหม่มา บอกหมึกว่าหมอดูคนนี้ต้องเซ่นด้วยไก่ต้มอ้วนพีหนึ่งตัว หมึกซื้อไก่ต้มเอามาทาเกลือหมายจะให้กินจนไตวายไปเลย พอหมอดูมาถึงนายแม่โวยวายกับมะลิว่าเอาซินแสนี่มาทำไมอีก
หมอดูบอกว่าตนเป็นคู่แฝดกับซินแสแต่พี่ชายไปเรียนวิชาที่เขาเหลียงซานธาตุไฟเข้าแทรกจนสติแตกส่วนตนไปเรียนที่เมืองโกสัมพีประเทศอินเดียไม่มีธาตุไฟเข้าแทรก
หมอดูแขกคนนี้ยิ่งพิสดาร คุยกับไก่ต้มได้อ้างว่าตนต้องตกลงกับเทพไก่ก่อนว่าจะเชิญท่านมาทำการดูดวงชะตา
หมึกดูอย่างไม่เชื่อถือบอกว่าจะทำอะไรก็ทำเลยจะได้จบๆกันไปเสียที หมอดูให้หมึกกับหนูเล็กพูดตามตนเพื่อให้เทพไก่ดูดวงชะตาให้ ทั้งสองฝืนใจว่าตามหมอดูจนเทพไก่บอกว่ายินดีดูดวงให้ แต่ก่อนอื่นจะต้องกินไก่ต้มตัวนี้ให้หมดเสียก่อน หมึกเร่งให้กินเลย ไก่เนื้อหวานนุ่มชุ่มลิ้น คัดมาพิเศษเพื่อท่านโดยเฉพาะ
“ไม่ใช่ฉานนะ คุณสองคนต่างหากที่ต้องเป็นคนกิน”
ทั้งหมึกและหนูเล็กกล้ำกลืนกินไก่ต้มที่เค็มจนขม ครู่หนึ่งหมึกบอกนายแม่ว่าไม่ไหวตนจะอ้วกแล้ว หนูเล็กก็บอกว่าขืนตนกินอีกคำเดียวมีหวังไตวายเฉียบพลันแน่ นายแม่เลยถามหมอดูว่าไม่ต้องกินหมดได้ไหม กินเป็นพิธีก็พอ หมอดูบอกไม่ได้เดี๋ยวคำทำนายจะคลาดเคลื่อน แต่มีวิธีแก้ถามว่าใครจะให้เทพไก่ดูดวงอีกไหม ถ้ามีก็ให้ช่วยกันกินได้เลย
นายแม่รำคาญเลยสั่งให้กินกันทุกคนจะได้รีบๆดูเสียที ทุกคนเลยช่วยกันกินไก่หน้าตาเหยเกเพราะไก่เค็มจนขม
กินเสร็จทุกคนทั้งจุกทั้งเอียนทั้งเค็มจนคอขม หมอดูจึงทำนายว่าหมึกกับหนูเล็กไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่งกันไปก็ต้องเลิกหรือไม่ก็อยู่กันไปอย่างไม่มีความสุข ซ้ำยังบอกว่าหมึกมีคู่อยู่แล้วและมีลูกด้วย หมึกโวยว่าหมอดูมั่ว
“ไม่ได้มั่วนะนาย ตอนนี้เมียของคุณมีความทุกข์มากมาหลายปีแล้ว ลูกของคุณสุขสบายดี แต่ก็คิดถึงพ่อแม่มากนะ”
หมึกหาว่าหมอดูมั่ว นายแม่หาว่าหมอดูเลอะเทอะสั่งมะลิไล่หมอดูออกไป ก่อนหมอดูจะออกไปยังพูดทิ้งท้ายไว้ว่า
“ฉานพูดจริงๆนะนาย คุณต้องรีบตามหาลูกเมียให้เจอ เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณ ไปขอขมาเขาเสีย ชีวิตจะได้ดีขึ้นเขาอยากเจอคุณมากนะ”
“ไม่เชื่อโว้ย” นายแม่ตะโกนเอาโครงไก่ปาใส่หมอดูถูกเข้าอย่างจัง บอกหมึกกับหนูเล็กว่า “ชีวิตลิขิตเอง ใครมันจะศักดิ์สิทธิ์ไปกว่านายแม่ดาวเรืองไม่มีอีกแล้ว เพราะฉะนั้น ฉันจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะแต่งเมื่อไหร่” แล้วนายแม่ก็เอาปากกามากำหลับตาจิ้มลงไปที่ปฏิทิน ถูกวันไหนก็ถือเป็นฤกษ์วันนั้น
ooooooo
นิกกี้ตกใจเมื่อรู้ว่าสาริศไปหาไข่หวานมา ถามว่าเจอลุงช้างไหม หล่อหรือเปล่า สาริศไม่ตอบแต่กลับถามว่าทำไมไข่หวานต้องไปอยู่บ้านคุณช้างด้วย เล่าให้ฟังหน่อย
ทั้งสองต่างไม่ตอบคำถามของกันแต่กลับถามให้อีกฝ่ายตอบ แต่พอสาริศรู้ว่าลุงช้างไม่ใช่เป็นแฟนของไข่หวานก็เลิกคุย พอดีตวงพรมาขัดจังหวะถามเป็นนัยว่าสาริศกับนิกกี้ทำอะไรกันอยู่เสียงดังไปถึงข้างนอก
ภารวีที่มากับตวงพร หางตาใส่นิกกี้เปรยๆ ว่า“นี่เหรอเพื่อนยัยไข่เค็ม นิสัยก็คงเหมือนกันนั่นแหละ ชอบยั่วผู้ชาย”
“เขาไม่รู้จักฉันซะหน่อย ทำไมมาว่าฉันแบบนี้” นิกกี้มองตามภารวีที่ออกไปกับตวงพรรำพึงแค้น
“เขาไม่รู้จักน่ะดีแล้ว ถ้ารู้จักจะลำบากกว่านี้...เยอะ” สาริศมองหน้านิกกี้อย่างเห็นใจ
เมื่อไข่หวานแต่งหน้าเสร็จจะเปลี่ยนชุดจึงรู้ว่าชุดหาย พอสาริศกับนิกกี้รู้เรื่องก็พากันมาที่ห้องแต่งตัว แต่เมื่อค้นกระเป๋าทุกคนดูแล้วไม่เจอ ทั้งสาริศและไข่หวานจึงขอโทษทุกคน ไข่หวานรีบโทร.บอกลุงช้างว่าชุดหาย ตนคงหมดหวังแล้ว
“เดี๋ยวผมเอาชุดไปให้ ไข่หวานใจเย็นๆนะผมจะรีบไป” ลุงช้างบอก ไข่หวานขอบคุณด้วยความตื้นตันใจ ครู่ใหญ่ลุงช้างก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเอาชุดมาให้ พอมาถึงจึงรู้ว่าลืมเอากระเป๋าสตางค์มา ควักเท่าที่มีในกระเป๋าให้แล้วรีบเข้าไปข้างใน
ที่ห้องแต่งหน้าแต่งตัว ทีมงานมาบอกไข่หวานว่ามีคนเอาของมาให้ ไข่หวานรีบไปรับของจากเมสเซนเจอร์ นิกกี้มายืนข้างๆสาริศ เธอขอบคุณเขาที่ช่วยไข่หวาน
ลุงช้างถามเจ้าหน้าที่ว่าห้องแต่งตัวไปทางไหน พอรู้ก็แทบจะวิ่งไป
ไข่หวานรับของแล้วเปิดกล่องดู เป็นชุดเทนนิสสีสวยน่ารัก เธอดีใจมาก ทันใดนั้นคนในห้องแต่งตัวก็พากันตกใจเมื่อลุงช้างโผล่พรวดเข้ามา ไข่หวานเห็นรีบมาพาลุงช้างออกไปทั้งที่ในมือยังถือชุดเทนนิสอยู่
พอลุงช้างเห็นชุดเทนนิสในมือก็หน้าเสียร้อง
“อ้าว...คุณมีชุดแล้ว” ไข่หวานงงเพราะนึกว่าลุงช้างส่งมาให้
“เอ่อ...ถ้าคุณมีชุดแล้วผมกลับล่ะนะ...เอ่อ...
ไข่หวานมีสักร้อยนึงไหมผมรีบมาจนลืมกระเป๋าสตางค์น่ะ และเมื่อออกมาแล้วก็ว่าจะไปรอรับมดตะนอยที่โรงเรียนเลย”
ไข่หวานบอกว่ากว่าโรงเรียนจะเลิกอีกนาน ชวนให้รอกลับพร้อมกันดีไหมเพราะตนเดินประกวดแป๊บเดียวเอง จะได้ไปรับมดตะนอยด้วยกัน พอดีสาริศเดินมา ถามไข่หวานว่าชุดสวยไหม ไข่หวานจึงรู้ว่าชุดเทนนิสนี้สาริศเป็นคนส่งมาให้
“ผมว่าคุณรีบไปเปลี่ยนชุดดีกว่านะครับ เดี๋ยวไม่ทัน” สาริศเร่งแล้วพูดกับลุงช้าง “คุณช้างอยู่ก่อนสิครับ รอดูคุณไข่หวานประกวดก่อน เดี๋ยวผมจะจัดที่นั่งวีไอพีให้เลย”
ไข่หวานขอชุดจากลุงช้างไปถือไว้ ลุงช้างมองตามสาริศที่เดินนำไปด้วยความอึดอัดใจ
ooooooo










