นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    ตาสิงห์เริ่มงานของตนทันที เดินไปเจอกวางอยู่กับมดตะนอยในสวน ตาสิงห์จึงให้มดตะนอยไปดูลุงช้างในบ้านซิว่าทำอะไรอยู่ พอมดตะนอยวิ่งตื๋อไป ตาสิงห์ก็เอ่ยกับกวางว่า

    “กวางเห็นใช่ไหมว่ามดตะนอยเป็นเด็กน่ารัก แค่ไหน พ่อรู้นะว่ากวางรักมดตะนอย ไม่อยากให้ใครพรากลูกไป แต่คิดดูนะมันจะดีแค่ไหน ถ้ามดตะนอยจะมีทั้งมืออบอุ่นของหนูคอยอุ้มชู แล้วก็มีมือพ่อเขาคอยปกป้องไม่ให้เขาล้ม ไม่ให้เขาเจ็บ” ตาสิงห์เห็นกวางคิดตาม ก็หว่านล้อม

    “อย่าปิดโอกาสตัวเอง เพราะถ้ากวางปิดโอกาสตัวเองก็เหมือนกวางปิดโอกาสของมดตะนอยด้วย...พ่อพูดเพราะพ่อไม่อยากให้มีใครต้องโตขึ้นมาอย่างเจ็บปวดอีก”

    กวางคิดตามเศร้าๆ...

    ลุงช้างเองก็ว้าวุ่นใจนั่งหน้าทีวีกดรีโมตเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนลุงเสือทักว่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเป็นสิบๆรอบแล้วจะเลือกสักช่องไหม เหลือบเห็นหนูเล็กจะออกข้างนอก ถามว่าหนูเล็กจะไปร้านแล้วหรือ

    “ค่ะพี่เสือ พี่ช้าง พี่กวางกับมดตะนอยล่ะคะ” ลุงเสือบอกว่าคงเล่นเพลินอยู่ในห้อง “พี่เสือ พี่ช้างรู้ยัง พ่อเรากับนายแม่ดาวเรืองกำลังวางแผนจะให้พี่หมึกกับพี่กวางดีกัน”

    ลุงเสือบอกว่าถ้าคืนดีกันได้จริงคนที่แฮปปี้ที่สุดก็คงเป็นเจ้าตัวแสบของเรา หนูเล็กบอกว่าพวกเราก็จะแฮปปี้ไปด้วย แต่เห็นลุงช้างซึมๆถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ลุงช้างลุกขึ้นไม่ตอบหนูเล็กแต่ขอตัวไปหาที่เงียบๆเขียนบท พอลุงช้างเดินไป หนูเล็กถามลุงเสือว่าตนพูดอะไรผิดหรือ?

    ลุงเสือบอกว่าคนกำลังเศร้า หนูเล็กถามว่าเรื่องมดตะนอยใช่ไหม?

    “อือ...ต้องให้เวลาเขาหน่อย ช้างอยู่กับมดตะนอยตั้งแต่มดตะนอยเกิด ไม่ใช่พ่อก็เหมือนพ่อ มันเป็นทั้งพ่อทั้งแม่เลยนะ” ลุงเสือพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกของลุงช้าง หนูเล็กมองลุงช้างอย่างสงสาร แต่ก็ทำได้แค่ถอนใจ...

    ooooooo

    สาริศกับนิกกี้กลับมาถึงออฟฟิศ นิกกี้นั่งหน้ายุ่งอยู่กับเอกสารกองพะเนินบนโต๊ะ บ่นว่าทำไมมันเยอะอย่างนี้ งานขนาดนี้มันต้องมีสักห้าคนถึงจะทำเสร็จไม่ใช่ให้ตนทำอยู่คนเดียว บ่นให้เขาฟังว่า

    “นี่คุณตวงพรยังสั่งให้เขียนสคริปต์ให้คุณภารวีพูดตอนเป็นพิธีกรการประชุมอีก เน้นนะ!! ทุกคำพูด! เขาคิดเองไม่เป็นรึไง โมโหนะเนี่ย”
    สาริศฟังแล้วกลับขำ แซวว่าเธอเหมาะกับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ เก่ง ฉลาด หน้าตาก็ดี เสียอย่างเดียว ...โหดไปหน่อย แล้วสาริศก็ไปหยิบอาหารกล่องที่เอามาเป็นข้าวผัดปูเจ้าเด็ดบอกว่า ซื้อมาฝากเธอด้วย เซ้าซี้จนได้รับคำขอบคุณจึงพอใจ

    พอตกบ่ายก็มาชวนนิกกี้เย็นนี้ไปกินข้าวกันไหม นิกกี้มองอึ้งๆ ก็ถามว่าจะงงทำไมกะแค่เจ้านายชวนกินข้าว?

    ขณะนั้นเอง พนักงานถือช่อดอกไม้เข้ามาบอกนิกกี้ว่ามีคนฝากดอกไม้มาให้ สาริศชักสีหน้าถามว่าใครส่งมาให้หรือ?

    “ไม่รู้สิ...ของใครก็ไม่รู้ แต่ก็สวยดีนะ” นิกกี้มองดอกไม้อย่างชื่นใจ สาริศทนไม่ได้เดินหนีเข้าห้องไป แต่แล้วก็ถามตัวเองว่า “ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย!! หึงเหรอ?! นี่เราหึงเหรอ เฮ้ย! ไม่ๆๆๆๆ!!” สาริศปฏิเสธตัวเองวุ่นวาย พอออกมาเห็นนิกกี้เอาดอกไม้ใส่แจกันไปวางไว้ที่โต๊ะ อารมณ์ก็ยิ่งพล่าน ยืนจ้องอย่างไม่พอใจ ตำหนิติติงว่า

    “นิกกี้! คุณให้คนส่งดอกไม้มาให้ที่ทำงานมันดูไม่ค่อยดีเลยนะ” นิกกี้ย้อนว่าพูดอย่างกับตนส่งให้ตัวเอง “ไม่รู้ล่ะ ต่อไปผมขอสั่งห้ามคุณ...ห้ามโทรศัพท์ส่วนตัวเวลาทำงาน ห้ามไปไหนโดยไม่บอกผม ห้ามรับดอกไม้ของผู้ชายในที่ทำงาน และก็ห้าม...มีแฟน!!”

    นิกกี้ด่าว่าจะบ้าหรือตั้งกฎอะไรไร้สาระ สาริศยืนยันกฎของตน นิกกี้ฉุนขาดประกาศว่า ตนไม่ทำเพราะไม่เห็นเกี่ยวกับงาน สาริศตะแบงว่าพอเธอได้รับดอกไม้ก็ไม่สนใจงาน ถ้ามีแฟนจะไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรือ นิกกี้ทำเสียงอุบอิบ “ประสาท” แล้วเดินหนี สาริศถามว่าจะไปไหนตนยังพูดไม่จบ แต่นิกกี้ไม่สนใจเดินทำหูทวนลมไปเลย

    ooooooo

    เช้าวันนี้นายแม่ประกาศที่โต๊ะอาหารแก่ทุกคน ว่าตนกำลังหาทางให้หมึกกับกวางคืนดีกัน หมึกถึงกับสำลักอาหารไข่หวานถามว่าจริงหรือ น้ามะลิดี๊ด๊าจะรีบป่าวประกาศแก่ชาวบ้าน

    “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น นั่งนิ่งๆทั้งสามตัวเลย” หมึกกลืนสำลัก ถามนายแม่ว่าเอาจริงหรือ “เออซิ แกรีบกลับไปจีบหนูกวางด่วนที่สุด จะใช้สูตรไหนเจ้าเล่ห์จะกี่เหลี่ยมกี่ร้อยเล่มเกวียนแล้วแต่แก แต่ต้องจีบให้ติดภายในสามวัน ห้ามเกินเจ็ดวัน เข้าใจ๋!”

    หมึกโอดครวญว่าเมื่อก่อนกว่าตนจะจีบติดตั้งเกือบปี แต่นายแม่ไม่สนใจ ชี้แนะว่า ตนเห็นสายตาที่กวางมองเขาแล้วรับรองเลยว่ากวางยังสนใจหมึกอยู่ เพราะฉะนั้น จีบให้ติด ไม่งั้น!

    อึ้มเพ็ญเห็นไข่หวานนั่งนิ่งอยู่ถามว่าไม่ดีใจ กับหมึกเขาหรือ? ไข่หวานบอกว่าดีใจแต่ถ้าพ่อแม่

    มดตะนอยดีกันแล้ว ลุงช้างล่ะจะเป็นอย่างไร น้ามะลิเห็นด้วย แต่นายแม่ตัดบทเสียงเข้มว่า

    “เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา”

    หนูเล็กโทร.ถามไข่หวานว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไข่หวานบอกว่าตนเรื่อยๆ ย้อนถามหนูเล็กว่าเป็นอย่างไร

    “หนูเล็กสบายอยู่แล้ว แต่ลุงช้างน่ะสิ...น่าเป็นห่วง...เศร้าๆมาตั้งแต่รู้เรื่องที่จะให้พี่หมึกกับพี่กวางคืนดีกัน” ไข่หวานบอกว่าตนเป็นห่วงลุงช้างจัง “เป็นห่วงก็ไปหาลุงช้างหน่อยสิ ลุงช้างคงจะดีใจ” ไข่หวานไม่แน่ใจว่าลุงช้างจะดีใจหรือเปล่า “แต่ถ้าไม่ไป คนที่เสียใจแน่ๆ ก็ไข่หวานนั่นแหละ” หนูเล็กย้ำขู่ๆ

    ไข่หวานนิ่งไปอึดใจ จึงถามหนูเล็กว่า “แล้ว...ตอนนี้ลุงช้างอยู่ไหนล่ะ?”

    พอรู้ว่าลุงช้างนั่งเศร้าอยู่ที่สวนหย่อม ไข่หวานค่อยๆเดินเข้าไปทักว่าเป็นยังไงบ้าง ลุงช้างตอบอย่างเย็นชาว่าตนสบายดี ไม่มีอะไร บอกให้เธอเป็นห่วงครอบครัวตัวเองดีกว่า

    ไข่หวานพยายามอดทนที่จะพูดดีด้วย แต่ลุงช้างในอารมณ์นี้มีแต่ความเย็นชาหมางเมิน และเมื่อไข่หวานพูดถึงมดตะนอย ลุงช้างเสียงเศร้าว่าถ้าตนต้องเสียมดตะนอยไปก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร

    “ลุงช้างยังอยู่ได้ค่ะ...ลุงช้างคะ...ลุงช้างยังมีไข่หวานนะ ไข่หวานรู้ค่ะว่าความรู้สึกของลุงช้างมันแทนกันไม่ได้ แต่ลุงช้างไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้นะคะ ทุกคนยังอยู่ข้างๆลุงช้างเสมอ” แต่พูดถึงขนาดนี้แล้ว

    ลุงช้างก็ยังนิ่ง ไข่หวานเลยพูดตรงๆว่า “ไข่หวานจะอยู่เป็นเพื่อนลุงช้างนะคะ”

    ไข่หวานพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือลุงช้าง เขามองเงียบๆ แต่แล้วกลับเอามือมาดึงมือไข่หวานออก ไข่หวานหน้าเสีย ลุงช้างพูดอย่างซึมเศร้าว่า

    “อย่าเพิ่งมายุ่งกับผมตอนนี้เลยนะ ไข่หวาน”

    เมื่อนิกกี้โทร.มาถามความคืบหน้าแผนการของนายแม่ ไข่หวานบอกว่าตนกำลังกลายเป็นไข่เน่าของลุงช้างไปแล้ว เขาไม่อยากคุยด้วย ตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว นิกกี้กำชับห้ามท้อ ยังไงก็ต้องสู้ๆ ตนจะหาทางช่วย

    อาจต้องมีตัวช่วยด้วย

    ตัวช่วยที่นิกกี้หาให้ไข่หวานคือสาริศนั่นเอง เธอยอมรับเงื่อนไขที่เขาห้ามเธอมีแฟน แต่เขาก็ต้องทำทุกอย่างให้ไข่หวานกับลุงช้างคืนดีกันเป็นการแลกเปลี่ยน ถ้าไม่ช่วยแสดงว่าเขายังชอบไข่หวานอยู่ ถ้าอย่างนั้นเขาจะมาห้ามตนมีแฟนไม่ได้ ตนจะคบกับใครก็เรื่องของตน

    แม้จะเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่กดดัน แต่สาริศก็รับเงื่อนไข นิกกี้บอกให้เริ่มพรุ่งนี้เลย อ้างว่า

    “ช้าไม่ได้หรอกคุณ งานนี้ต้องรีบที่สุด ไม่งั้นแย่แน่ๆ” นิกกี้ดีใจที่หาตัวช่วยให้ไข่หวานได้แล้ว

    ooooooo

    เพราะนายแม่บอกว่าในอดีตหมึกทำผิด ก็ต้องให้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตให้ได้ เช้าวันนี้ นายแม่จับหมึกมาหวีผมป้ายเจลใส่ผม เล็งแล้วเล็งอีกจะให้หมึกหน้าอ่อนย้อนอดีตไปเป็นนักศึกษาเหมือนสมัยที่จีบกับกวางให้ได้

    หมึกในชุดนักศึกษาผมใส่เจลจนไม่กระดิก

    ตรงดิ่งไปที่ร้านหนูเล็ก หนูเล็กทักว่าก็ดูโอเคนะ ดูย้อนอดีตดี แล้วเร่ง

    “พี่หมึกรีบๆเลย พี่กวางกับมดตะนอยนั่งกินขนมอยู่ข้างใน รีบไปทำคะแนนตอนนี้เลย ด่วน!!”

    “พี่โอเคนะ” หมึกหมุนตัวให้หนูเล็กดู พอหนูเล็กบอกว่าโอเคมากๆ เลยรีบไปเร็ว หมึกก็ตั้งหลักแล้วเดินแบบวัยรุ่นสมัยเรียนเข้าไป พอมดตะนอยเห็นก็ร้อง

    เสียงใสว่าพ่อหล่อจังเลย “เหรอคะ ถ้าพ่อหล่อ ก็ขอนั่งกับมดตะนอยด้วยคนนะ”

    พอมดตะนอยรับคำ หมึกขอบคุณแล้วเดินไปนั่งทันที กวางยังคงนั่งนิ่งเหมือนหมึกไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น หมึกนั่งบิดอยู่อึดใจก็ทำใจกล้าถาม

    “เออ...กวางครับ พี่แต่งชุดนี้เป็นไงมั่ง เนี่ยแต่งอยู่ตั้งนานนะเผื่อกวางจะนึกถึงพี่ตอนเป็นนักศึกษาได้ไง ตอนที่พี่ชอบกวาง กวางก็ชอบพี่...ตอนที่เรา เออ...ตอนที่เรา...รักกัน...” หมึกหยุดแค่นั้น กวางมองหมึกเต็มตาพูดต่อให้ว่า

    “แล้วพี่ก็ทิ้งกวางไป”

    มดตะนอยเห็นหมึกจ๋อยไปเลยจับมือพูดเอาใจ “พ่ออยากจะกินขนมอะไรไหมคะ มดตะนอยไปเอาให้นะ...” แล้วหันไปจับมือกวางปะเหลาะว่า “มดตะนอยจะไปเอาให้แม่ด้วยนะคะ”

    กวางยิ้มให้มดตะนอย แล้วหันมองหมึก ที่ทีแรกเธอก็นึกขำๆกับความล้นของเขาแต่พอหมึกเท้าความถึงอดีตเธอก็หน้าบึ้งทันที

    มดตะนอยไปเอาเค้กรูปหัวใจมาให้หมึก หมึกค่อยๆเลื่อนเค้กรูปหัวใจไปให้กวาง พูดเคอะๆเขินๆว่า

    “เค้กรูปหัวใจ ก็เหมือนเป็นหัวใจของพ่อ ที่ยกให้แม่แล้วกันนะ”

    มดตะนอยขำกิ๊กกับลีลาเฉิ่มๆของพ่อ ลุ้นให้แม่ต้องกินเค้กที่พ่อให้ กวางมองหมึกหยิบส้อมตัดเค้กผ่าครึ่งถามว่า

    “เค้กชิ้นเดียว จะทดแทนความผิดทุกอย่างได้เหรอ” หมึกพยายามจะชี้แจง ถูกกวางตัดบทว่า “ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น” หมึกสัญญาว่าต่อไปนี้จะปรับปรุงตัวเองเป็นคนใหม่จะเลี้ยงดูกวางและลูก...

    หมึกพูดไม่ทันจบ กวางก็จูงมือมดตะนอยลุกเดินไป หมึกมองเหวอ เห็นมดตะนอยหันมายิ้มและบ๋ายบายก็จ๋อย อย่างหมดมุกที่จะง้อ

    ooooooo.

    สาริศกับนิกกี้มาเจอไข่หวานที่บ้านตาสิงห์ พาทั้งสองไปแอบดูมุมประจำที่ลุงช้างชอบมานั่ง เขียนบท ไข่หวานถามนิกกี้ถึงแผนการของเธอว่าจะเอาจริงหรือตนกลัวจะผิดเวลา

    ไข่หวานชี้ให้นิกกี้ดูสภาพที่ทรุดโทรมของลุงช้าง บอกว่าตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

    “ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะแกล้งทำเป็นจีบคุณไข่หวานให้คุณช้างเห็น พอคุณช้างหึงก็ต้องมากันท่าผม ไม่นานก็จะกลับไปคุยดีๆกับคุณไข่หวานเหมือนเดิม ผู้ชายแบบคุณช้างเนี่ย อ่านไม่ยาก เชื่อผมสิ”

    เมื่อสาริศมั่นใจถึงเพียงนี้ ไข่หวานตกลงลองดู นิกกี้รับรองว่าแผนนี้ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!

    สาริศขยับตั้งท่าให้ดีก่อนเดินไปหาลุงช้าง โดยมีไข่หวานกับนิกกี้ซุ่มดูอยู่

    พอสาริศเข้าไปทัก ลุงช้างถามว่ามาได้ยังไงเนี่ย สาริศพูดออกตัวว่า

    “คงไม่ได้มากวนนะครับ...คุณช้างเป็นยังไงบ้าง ครับ” พูดแล้วถือวิสาสะเข้าไปนั่ง ลุงช้างมองไปทางอื่นอย่างเก็บความรู้สึก ถามว่ามีธุระอะไร “พูดตรงๆนะครับ ที่ผมมา เพราะผมเป็นห่วงคุณไข่หวาน ถามหน่อยเถอะ คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าคุณไข่หวานเขาก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้”

    ลุงช้างมองหน้าสาริศอย่างประเมินว่าจะมาไม้ไหน สาริศทำไม่รู้ไม่ชี้ยังคงพูดไปตามแผนที่เตรียมมา

    “ลึกๆแล้วผมว่าคุณรู้นะ แต่ถ้าคุณคิดว่ายังไงก็ทำใจไม่ได้ เรื่องคุณทั้งสองคนก็คง...ไปต่อยากหน่อย”

    “เรื่องของผม ผมรู้ตัวดีไม่ต้องให้คุณหรือใครมาคอยบอก” ลุงช้างเสียงขุ่น

    “ก็ดีครับ งั้นระหว่างนี้ผมอาจจะชวนคุณไข่หวานไปพักผ่อน ดูงาน เปลี่ยนบรรยากาศที่ยุโรปด้วยกัน”

    “ว่าไงนะ!!” ลุงช้างมองเหวอ นิกกี้ชี้ให้ไข่หวานดูว่าเห็นไหมหึงแล้ว ไข่หวานสีหน้าดีขึ้นจ้องลุงช้างเขม็ง

    “คุณไข่หวานเป็นคนสำคัญของผม ผมรับรองว่าจะดูแลคุณไข่หวานอย่างดี ไม่แน่นะ พูดกันอย่างลูกผู้ชาย งานนี้ผมอาจมีลุ้นอีกรอบก็ได้ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หวังว่าคุณ...”

    “คุณอยากจะทำอะไรก็ทำ!! ผมไม่สนใจ ไม่แคร์ใครทั้งนั้น! เชิญตามสบายเลย!!” ลุงช้างลุกพรวด

    ไข่หวานกับนิกกี้อ้าปากค้าง ไข่หวานโกรธมากที่ลุงช้างพูดเหมือนตนไร้ค่า บอกนิกกี้ว่าตนจะออกไปคุยให้รู้เรื่อง ว่าแล้วพรวดออกไปจนนิกกี้จับไว้ไม่ทัน ลุงช้างเห็นไข่หวานเดินมาก็มองและเดินผ่านไปเหมือนผ่านตอไม้ ไข่หวานเรียกไว้พลางสาวเท้าไล่ไปจนทัน

    “ทำไมคะ!! ทำไมลุงช้างพูดแบบนี้ ลุงช้างรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา ลุงช้างไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ให้กันเลยหรือ เวลาดีๆที่เคยมี ที่เคยใช้ด้วยกัน เคยอยู่ด้วยกัน มันหายไปไหนหมด!!” ไข่หวานเสียงสั่นสะท้านด้วยความเสียใจ จ้องหน้าลุงช้างถามอย่างผิดหวัง “ผู้ชายที่มีเหตุผล อบอุ่น จริงใจ คอยเป็นกำลังใจ ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ชายที่แสนดีคนนั้นหายไปไหนคะ!”

    ลุงช้างอึ้ง แต่ทำเป็นไม่สนใจ เมื่อไข่หวานเว้นจังหวะ ลุงช้างจึงพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า

    “ผมไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก!! คุณก็เหมือนกัน เลิกตามตื๊อผู้ชายที่เขาไม่สนใจตัวเองเสียที มันน่าเบื่อ! เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ปัญหาใหญ่ที่คุณกับผมต้องมารับรู้และทะเลาะกันเรื่องหลานก็มากพอแล้ว!!”

    แม้จะเจ็บปวดสะเทือนใจแต่ไข่หวานก็ยังสะกดกลั้นตัดพ้อว่าถ้าตนไม่แคร์ลุงช้าง ก็คงไม่ตามมาหรอก ลุงช้างฟังแล้วใจหายแว่บหนึ่ง เบือนหน้าไปทางอื่นปกปิดความรู้สึก ตัดบทว่า

    “พอเถอะ ยิ่งเห็นหน้าคุณ ผมยิ่งเจ็บ ห่างๆกันไป เดี๋ยวผมก็ลืมคุณได้เอง” ลุงช้างเดินจากไปไม่แม้แต่จะมองหน้าไข่หวานสักแวบ ไข่หวานยืนนิ่งอึ้ง ไม่มีคำพูดใดๆนอกจากน้ำตาที่ไหลพรูอาบแก้ม...

    ทั้งไข่หวานและลุงช้างต่างตกอยู่ในความเจ็บปวด ส่วนสาริศกับนิกกี้ที่ทุ่มเทช่วยไข่หวานเต็มที่ ได้แต่มองหน้ากันจ๋อยๆกับแผนการที่ล้มเหลว

    ooooooo

    กลับมานั่งคุยกันที่โต๊ะอาหารบ้านนายแม่ นิกกี้บ่นสาริศว่าให้ไปยั่วให้ลุงช้างหึงกลับไปยั่วให้เขาโกรธเรื่องเลยบานปลายไปกันใหญ่ ไข่หวานบอกว่าลุงช้างเป็นคนอารมณ์ละเอียดอ่อน รักแรงเกลียดแรง

    “ไม่ต้องห่วงครับ พรุ่งนี้ผมจะพยายามใหม่ ยังไงผมก็ต้องทำให้สำเร็จ นิกกี้จะได้รับข้อเสนอของผม” ไข่หวานถามว่าข้อเสนออะไร “ก็...ผมอยากให้เขารับตำแหน่งอื่นนอกจากเลขา”

    ไข่หวานมองหน้านิกกี้แซวว่าฮอตเหมือนกันนะเรา นิกกี้เบ้ปากว่า ฮอตเฮิตอะไร เขาคงอยากให้ตนเป็นเบ๊ด้วยน่ะสิ บอกไข่หวานว่าเรื่องของตนเอาไว้ก่อนเถอะ เรื่องของไข่หวานสำคัญกว่า ไข่หวานบอกว่าช่วยตนมา มากแล้ว พอเถอะ นิกกี้เลยบอกให้สู้ๆนะ

    “ขอบใจมากนะ คุณสาริศด้วย สู้ๆเหมือนกันนะคะ ทั้งเรื่องให้ตำแหน่งใหม่ยัยนิกกี้ แล้วก็เรื่องตำแหน่งประธานกรรมการ WCA” แล้วทั้งสามต่างก็ยิ้มให้กำลังใจกันและกัน

    คืนนี้ลุงช้างเดินไปดูมดตะนอยนอนกับกวาง เห็นแม่ลูกนอนกอดกันหลับอยู่ มีผ้าห่มคลุมไว้ต่ำๆ

    เขาจึงเดินเข้าไปห่มผ้าให้ ยืนมองภาพนั้นนิ่ง ครู่หนึ่งจึงปิดไฟแล้วเดินออกมา ลุงเสือยืนดูอยู่แต่ต้นแล้ว เดินมาตบบ่าลุงช้างเบาๆ

    “อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ นี่คือสิ่งที่แกอยากเห็นไม่ใช่หรือ วันที่มดตะนอยมีความสุข วันที่มีทั้งแม่และพ่อ เอาเวลาไปคิดเรื่องตัวเองบ้าง เรื่องแกกับคุณไข่หวานน่ะ”

    “ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันพี่เสือ ไม่รู้จริงๆว่าควรทำยังไง...” ลุงช้างพูดอย่างหนักใจมาก...

    ooooooo

    หลังจากวางแผนและสั่งการหมึกกับไข่หวานแล้ว วันนี้นายแม่เรียกทั้งสองมาถามว่า ทำภารกิจไปถึงไหนกันแล้ว

    “ยังไม่ได้เรื่องเลยนายแม่ หมึกอ้าปากพูดได้ไม่กี่คำ กวางก็จูงลูกหนีไปแล้ว” นายแม่บ่นว่าไม่ได้เรื่องแล้วถามไข่หวานว่าเป็นอย่างไร ไข่หวานนั่งก้มหน้าพูดเสียงอ่อยว่า

    “ลุงช้างเขาว่าไข่หวาน เขาไล่ไข่หวานเหมือนหมูเหมือนหมา ไข่หวานไม่อยากจะง้อเขาแล้วนายแม่”

    นายแม่โมโหบอกไข่หวานว่าไม่ต้องไปสนมัน ถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นลูกใคร ทั้งหมึกและไข่หวานตอบพร้อมกันว่า “ลูกนายแม่ดาวเรือง”

    “จำได้ก็ดีแล้ว คนอย่างนายแม่ดาวเรืองไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ พวกแกก็ต้องไม่ยอมแพ้เหมือนกัน ไอ้หมึก แกไปตลาดซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ๆเอาไปง้อหนูกวาง เสียเท่าไหร่แม่จ่ายให้เอง ส่วนแก นังไข่หวาน พักไว้ก่อน หมดเรื่องไอ้หมึกฉันจะจัดการ” สั่งแล้วทั้งสองยังนั่งซึมกะทือ “ไอ้หมึก! ไปสิ นั่งให้มันได้อะไรขึ้นมา เดี๋ยวก็แพ่นกบาลแตกเลย” นายแม่เอาพัดเคาะหัวหมึก เขาจึงลุกไปเซ็งๆ ส่วนไข่หวานยังนั่งเศร้าอยู่อย่างนั้น

    พอได้ช่อดอกไม้มา หมึกรีบไปบ้านตาสิงห์ เจอมดตะนอยเล่นอยู่ข้างนอก หนูน้อยวิ่งมากอด

    “พ่อหมึกมาแล้ว เอาดอกไม้มาให้แม่กวางเหรอคะ”

    “ใช่ค่ะ มดตะนอยเป็นไงมั่ง เมื่อคืนคิดถึงพ่อหมึกไหมคะ” มดตะนอยบอกว่าคิดถึง “พ่อก็คิดถึงหนูที่สุดเลยค่ะ เอ...แล้วแม่กวางอยู่ไหนเอ่ย” มดตะนอยกระซิบบอกว่าอยู่ในครัว กำลังทำสปาเกตตีกุนเชียงให้ตนกิน หมึกมองไปรอบๆ ถามว่าอยู่กันสองคนเองหรือ คนอื่นไปไหนกันหมด “อ๋อ...ลุงช้างกับลุงเสือพาคุณตากับ

    คุณยายมณีไปธุระข้างนอกค่ะ ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่”

    “เหรอคะ...” หมึกพึมพำชะเง้อมองเข้าไปในครัวอย่างมีแผน แล้วประคองช่อดอกไม้เดินเบาๆเข้าไปในครัว กวางคิดว่าเป็นมดตะนอย ดุเบาๆว่าบอกให้รอข้างนอกไง

    หมึกบอกว่าตนเอง ตั้งใจจะมาชวนกวางไปออกเดตกัน ไปเที่ยวกินอาหารอร่อยๆ คุยกันไปเหมือนเมื่อก่อน กวางตอบห้วนๆว่า “ไม่ว่าง” หมึกเลยขอกินสปาเกตตี กุนเชียงที่ทำด้วยคน กวางบอกว่าตนทำให้มดตะนอยคนเดียวไม่ได้เผื่อคนอื่น หมึกอ้อนว่า “กวางจ๋า...พี่ไม่ใช่คนอื่นนะ...” แล้วยื่นช่อดอกไม้ให้ กวางรับไปถือไว้ หมึกยิ้มดีใจ แต่พริบตานั้นเอง กวางหันหลังเอาช่อดอกไม้จุ่มลงในหม้อน้ำเดือดแล้วเดินออกจากครัวไป หมึกเจ็บจี๊ด พึมพำอย่างเสียใจ

    “เมื่อไหร่จะหายโกรธพี่เสียทีนะ...”

    ooooooo

    วันเลือกประธาน WCA มาถึงแล้ว บรรดาพนักงานต่างคุยกันถึงเรื่องนี้ว่าใครจะได้

    นิกกี้กระหืดกระหอบประคองช่อดอกไม้เข้ามา ถูกสาริศดักคอและตำหนิว่ามาสายใช่ไหม บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ส่งดอกไม้มาให้กันที่ออฟฟิศ

    “งั้นก็อย่าเอาเลยแล้วกัน ดอกไม้เนี่ย” นิกกี้ชักสีหน้าใส่ สาริศฉุกคิดถามว่าอะไรนะ! “ฉันอุตส่าห์ไปรอร้านดอกไม้เปิด รอเขาจัดช่อกว่าจะเสร็จ เพื่อเอามาให้กำลังใจคุณ อย่าเอาเลยแล้วกัน” นิกกี้หันหลังกลับ สาริศ รีบไปขวางดึงช่อดอกไม้ไป นิกกี้บอกให้เอาคืนมาตนไม่ให้แล้ว สาริศไม่คืน กอดช่อดอกไม้เดินยิ้มกริ่มเข้าห้องทำงาน

    “พอจะรู้สึกดีด้วยก็เป็นแบบนี้ทุกที เจ้านายบ้า” นิกกี้ทิ้งตัวลงนั่งหน้าง้ำ ตรงกันข้ามกับสาริศ พอกอด ช่อดอกไม้เข้าห้อง ก็นั่งดอมดมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อารมณ์ดี

    งานโหวตเลือกประธานบริษัทนี้ ตวงพรให้ภารวีทำหน้าที่เป็นเอ็มซี เธอบอกนิกกี้ขณะเดินสวนกันว่า

    “นี่เธอ! ที่บริษัทเนี่ย ประชุมโหวตเลือกประธานกันนานไหม ฉันอยู่นานไม่ได้นะ ต้องรีบไปหาพี่ช้าง ตั้งแต่ประกวดเสร็จ ฉันยังไม่ได้เอาตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ไปอวดพี่ช้างเลย”

    นิกกี้บอกว่าเอาไปตอนนี้ก็ไม่เจอใครหรอก เพราะตอนนี้ลุงช้างไม่อยู่ ภารวีตาโตถามว่าไปไหน?

    “ลุงช้างเขาไปหานายแม่ของไข่หวานที่โคราชนู่น!! คงไม่ได้เจอลุงช้างอีกนาน” ภารวีสนใจจี๋ถามว่าลุงช้างไปหาแม่ของไข่หวานหรือ “ค่ะ...ฉันคิดว่าคุณคงจะหมดสิทธิ์ในตัวลุงช้างค่อนข้างแน่นอน เลิกหวังเถอะค่ะ”

    “ไม่จริ๊ง...เธอโกหก ฉันจะโทร.หาพี่ช้างเดี๋ยวนี้” ภารวีหยิบมือถือออกมาโทร.ทันที นิกกี้เดินยิ้มๆออกไป

    ลุงช้างเพิ่งไปซื้อต้นไม้กลับมา พอมือถือดังก็รับสาย ภารวีถามทันทีว่าอยู่โคราชรึเปล่า ลุงช้างถามว่ารู้ได้ยังไง

    “มีคนบอกค่ะ เขาบอกว่าพี่ช้างไปหาแม่ของไข่หวาน ไม่จริงใช่ไหมคะ” ลุงช้างบอกว่าจริง “แล้วพี่ไปหาแม่ของไข่หวานทำไม!”

    “พี่มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับแม่ของไข่หวาน... ธุระส่วนตัวน่ะครับ” ภารวีอึ้งสองหูอื้ออึงไปหมด พึมพำถามตัวเอง

    “พี่ช้างจะไปสู่ขอไข่หวานจริงๆเหรอ?”

    ooooooo

    ดอกไม้ที่อุตส่าห์ประคองมาง้อกวาง กลับถูกยัดใส่หม้อน้ำเดือดต่อหน้าต่อตา หมึกเดินคอตกออกมาเห็นกวางนั่งอยู่กับมดตะนอยที่ห้องนั่งเล่น มดตะนอยอ้อนแม่แทนพ่อว่า พ่อหมึกน่าสงสารมากเลย กวางทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

    มดตะนอยนึกอะไรได้ ลุกไปจูงหมึกมานั่งข้างๆกวาง แล้วขอยืมมือถือกวาง พอกวางบอกว่าอยู่บนโต๊ะ มดตะนอย หันมาดันให้หมึกขยับเข้าใกล้กวาง แล้ววิ่งไปเอามือถือที่โต๊ะกลับมาตั้งท่าถ่ายรูป

    “ขออนุญาตถ่ายรูปแม่กวางกับพ่อหมึกนะคะ ชิดๆกันหน่อยค่ะ ห้ามขยับตัวด้วยนะคะ”

    กวางกับหมึกนั่งใกล้กันตามที่มดตะนอยจัดให้ต่างเกร็งๆ มดตะนอยยกมือถือเล็ง บอกให้นั่งใกล้กันอีกนิด ยิ้มหน่อย ทั้งหมึกและกวางเกรงใจลูกเลยยิ้ม มดตะนอยกดแชะ! เห็นรูปในกล้องแล้วบอกว่า

    “เรียบร้อยแล้วค่ะ”

    มดตะนอยเดินไปนั่งดูรูปถ่ายพ่อกับแม่ฝีมือตัวเอง อย่างภูมิใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข

    หมึกกับกวางเห็นอาการตื่นเต้นดีใจของมดตะนอยแล้วสบตากันอึ้งๆ

    ooooooo

    ภารวีที่ทำหน้าที่เอ็มซีนั่งหน้าตาเหม่อลอยจนสายสมรต้องสะกิดเตือนจึงสะดุ้งถามว่าถึงไหนแล้ว สายสมรกระชากเสียงนิดๆ บอกว่ายังไม่ถึงไหนเธอต้องเริ่มก่อน ภารวีจึงประกาศให้ทุกคนเตรียมพร้อมโหวตประธานคนใหม่

    “ดิฉันจะอ่านชื่อทีละท่าน...ทีละท่าน แล้วให้ท่านโหวตได้เลยค่ะ ว่าจะเลือกใครเป็นประธานคนใหม่ของ WCA”

    พอเริ่มโหวต สายสมรก็กระซิบบอกตวงพรว่าตนเตรียมป้ายหน้าห้องอันใหม่ให้แล้ว ตวงพรชมว่าดีมาก

    ภารวีเริ่มอ่านชื่อคุณสุรินทร์ก่อน เขามองตวงพรก่อนบอก

    “เอ่อ...ผมโหวตให้คุณ...คุณตวงพรเป็นประธานคนใหม่ครับ”

    ภารวีเรียกชื่อคุณบริบูรณ์ เขาเลือกสาริศ ภารวีเรียกคุณอดุลย์ เขาก็เลือกสาริศ ตวงพรโกรธจี๊ดจ้องหน้าคำรามในคอ “คุณอดุลย์!” อดุลย์หลบตาตวงพรมองไปทางอื่น

    “ตอนนี้คะแนนออกมาเท่ากันแล้วนะคะ ก็เหลืออีกท่านเดียว คือคุณสริดา คุณสริดาจะโหวตให้ใครคะ”

    “ฉันขอโหวตให้น้องชายฉัน สาริศ”

    ตวงพรกับสายสมรอึ้ง ตวงพรถามเสียงสั่น “หนูดา ทำไมถึงทำกับอาแบบนี้”

    พอภารวีสรุปว่าที่ประชุมลงมติเลือกคุณสาริศ ตวงพรก็ลุกพรวดขึ้นยืนในที่ประชุมถามอย่างเหลืออดว่า

    “นี่มันอะไรกัน!!” จิกตามองอดุลย์กับสริดา “คุณอดุลย์ หนูดา! เราตกลงกันแล้วนี่ ว่าไงล่ะ ทำไมทุกคนถึง!!!”

    ผู้ร่วมประชุมเริ่มมองตวงพรเป็นตาเดียว นิกกี้ติงว่าตวงพรไม่ควรก้าวก่ายสิทธิของกรรมการท่านอื่น ก็ถูกตวงพรจิกตาจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ อดุลย์ก้มหน้างุด แต่สริดาชี้แจงว่า

    “อาตวงคะ ดาทบทวนดูแล้ว ยังไงดาก็เชื่อใจน้องชายตัวเองมากกว่าคนอื่นค่ะ ถึงดาจะอยู่แต่บ้าน แต่ดาก็รู้ว่าใคร...เป็นยังไง อาตวงทำผิดกับบริษัทของเราหลายเรื่อง แล้วยังช่วยภารวีโกงการประกวด”

    “พี่ดา พอเถอะครับ” สาริศขอร้อง นิกกี้มองภารวีแอบยิ้มสะใจ ภารวีกินปูนร้อนท้องรีบชี้แจงว่าตนไม่รู้เรื่อง หันไปอ้อนวอนตวงพรให้ช่วยตนด้วย ตวงพรถูกแฉก็อึ้งพูดไม่ออก ทำได้แค่มองสริดาอย่างเจ็บใจ

    สาริศมองตวงพรอย่างหนักใจ

    ooooooo

    สาริศได้รับโหวตให้เป็นประธานบริษัทที่แย่งชิงกับตวงพรมาตลอด แต่เขากลับไม่สบายใจ นิกกี้ถามว่าได้เป็นประธานบริษัทแล้วยังไม่สบายใจอะไรอีก

    สาริศถามว่าเวลาเธอทะเลาะกับคนในบ้าน กับญาติผู้ใหญ่ เธอมีความสุขไหม นิกกี้ตอบทันทีว่า “ไม่มีหรอกค่ะ”

    “นั่นสินะ ยังไง คนในครอบครัวก็ต้องสำคัญที่สุด ผมไม่อยากทะเลาะกับอาตวงเลย งัดกันไป แข่งกันไปก็เท่านั้น ไม่มีอะไรดีขึ้น แทนที่จะช่วยกันทำสิ่งดีๆ เฮ้อ...ผมไม่อยากเป็นเหมือนครอบครัวคุณไข่หวาน ครอบครัวคุณช้างเลย ต้องมานั่งเสียใจทั้งสองฝ่าย”

    “มาคิดได้ตอนนี้มันสายไปแล้วรึเปล่า”

    “ยังไม่สายหรอก มันต้องมีวิธีสิ อาจจะพอมี...”

    สาริศคิดๆ แล้วสั่ง “นิกกี้ เรียกประชุมด่วนให้ผมหน่อย ด่วนที่สุด เชิญทุกคนเลย อาตวงด้วย” สั่งแล้วสาริศลุกเดินไปเลย นิกกี้ถามตามหลังว่าจะทำอะไร เขาย้ำว่า “ด่วน!!” นิกกี้รีบรับคำ

    ภารวีร้อนรุ่มกลุ้มใจที่ถูกแฉ โทรศัพท์สั่งเพื่อนให้จองไฟลท์ไปอเมริกาให้ตนด่วนที่สุด ได้แล้วให้โทร.บอกด้วย พอกดวางสายก็มองหน้าจอมือถือที่มีรูปตัวเองถ่ายคู่กับลุงช้าง พึมพำเครียด “พี่ช้างจะรู้ไหมเนี่ย ภาไม่มีที่ยืนแล้วนะคะ!”

    ในห้องประชุม สาริศขอโทษทุกคนที่ต้องเรียกประชุมอีกครั้ง ลุกขึ้นแจ้งแก่ทุกคนว่า

    “ผมมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ ผมขอสละตำแหน่งประธานบริษัท Word Class Auto” ทุกคนในที่ประชุมเงียบกริบ สาริศพูดต่ออย่างจะแจ้งชัดเจนว่า “แล้วให้อาตวงพร ในฐานะที่เป็นรองประธานอันดับหนึ่ง ขึ้นเป็นประธานแทนผม มีผลตั้งแต่บัดนี้ไป”

    ที่ประชุมเปลี่ยนจากเงียบกริบกลายเป็นเสียงงึมงำถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น สริดาถามสาริศว่าจะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อน สาริศขอร้องพี่สาวว่า

    “พี่ดา เรื่องนี้ผมขอนะครับ” บริบูรณ์ติงว่าพวกเราเพิ่งเลือกเขาไปหยกๆเอง

    “ผมบอกไปแล้วไงครับ ผมขอมอบตำแหน่งนี้ให้คุณตวงพร ที่มีประสบการณ์มากกว่าผมทุกด้าน บริษัทของเราจะก้าวหน้ายิ่งขึ้น ผมมั่นใจ ส่วนผมก็ยังเป็นรองประธาน ยังบริหารงานที่นี่เหมือนเดิมครับ” บริบูรณ์ถามว่าแล้วเรื่องที่ตวงพร...“ผมเองก็มีส่วนในปัญหาและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบริษัท อาตวงพรกับผมจะช่วยกันแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้จบ แล้วอาตวงพรจะเป็นคนอธิบายทุกอย่างให้ทุกคนทราบครับ”

    พอเลิกประชุม ตวงพรถามสาริศว่าคิดจะทำอะไร? สาริศย้ำว่าให้อาตวงขึ้นบริหารบริษัทของเราต่อไป ชี้แจงว่า

    “อาตวงครับ ผมรู้ว่าตำแหน่งประธานสำคัญกับอาตวงแค่ไหน และผมก็มั่นใจครับ ว่าอาตวงจะทำให้บริษัทเดินหน้าไปได้อีกไกล จะทำให้บริษัทแข็งแกร่ง อาตวงต้องทำได้ดีแน่ๆ ดีกว่าผม ดีกว่าใครๆ ผมจะคอยสนับสนุนอาตวงเองครับ”

    “ตาริศ...”

    “เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ ผมเป็นหลาน ผมจะทำลายความฝันของอาได้ยังไง ผมค่อยเป็นประธานต่อจากอาตวงก็ได้นี่ครับ” ตวงพรอึ้ง พึมพำว่าตนเห็นเขาเป็นคู่แข่งมาตลอด “ตอนนี้ผมเห็นอาตวง...เป็นอาครับ เป็นน้องสาวที่พ่อผมไว้ใจ”

    เมื่อตวงพรกลับเข้าไปในห้องทำงาน สายสมรรี่เข้าสอพลอแสดงความยินดีกับประธานตวงพร บอกว่าตนสะใจจริงๆ ตวงพรมองหน้าถามว่าสะใจอะไร สายสมรบอกว่าสะใจที่สาริศยอมแพ้ยกตำแหน่งให้ง่ายๆเลย แต่ตวงพรไม่ภูมิใจ บอกว่าถ้าตนจะได้ตำแหน่งก็ต้องได้จากที่ทุกคนเห็นว่าตนเหมาะสมกับตำแหน่งประธานจริงๆ ไม่ใช่คนอื่นยกให้แบบนี้

    “หมอนว่าไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ตอนนี้เราต้องเครียดประชุมกับตัวแทนของบริษัทแม่ที่จะมาหาเร็วๆนี้ ส่วนเรื่องเอกสารเดี๋ยวหมอนเตรียมทุกอย่างให้เป๊ะเลยค่ะ เป๊ะเหมือนเดิม” สายสมรสอพลอ ตวงพรบอกว่าตนรู้แล้ว เธอจะไปไหนก็ไป

    พอสายสมรออกไป ตวงพรก็เบือนหน้ามองไปทางอื่น ใบหน้ายังเครียด แต่แววตากลับค่อยๆอ่อนโยนลง...

    ooooooo

    หลังจากถูกลุงช้างขับไล่ไสส่งกลับมาแล้ว ไข่หวานเข้าครัวมุทำอาหาร ทำเสร็จยกมาให้นายแม่ อึ้มเพ็ญและน้ามะลิชิม คำแรกทุกคนเงียบกริบ พอคำที่สองก็ถึงกับอ้วกพุ่งออกมา

    กระนั้นน้ามะลิก็ยังให้สิบคะแนนเต็ม ติติงนิดเดียวว่าฝีมือสู้ลุงช้างไม่ได้ นายแม่บ่นตัวเองว่ารู้อย่างนี้สอนไข่หวานตั้งแต่เด็กก็ดี ว่า “เสน่ห์ปลายจวักผัวรักจนตาย”

    ลุงช้างกลับจากมุมเขียนบทของตัวเอง มดตะนอยวิ่งไปหา คุยอวดเสียงใสว่า วันนี้พ่อหมึกมาเล่นด้วยสนุกมากเลย

    “เหรอ ดีจังเลยนะคะ” ลุงช้างยิ้มทั้งที่ใจฝืดเต็มที

    ตกกลางคืน ลุงช้างพามดตะนอยไปนอนดูดาว มดตะนอยบอกว่าอยู่ที่นี่ดีจัง เห็นดาวชัดมากไม่เหมือนอยู่กรุงเทพฯเลย

    “แล้วถ้าลุงช้างกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้ดูดาวที่นี่กับมดตะนอย มดตะนอยจะคิดถึงลุงช้างไหม”

    “คิดถึงสิคะ แล้วลุงช้างจะกลับเมื่อไหร่ มดตะนอยไม่อยากให้ลุงช้างกลับเลยค่ะ มดตะนอยอยากให้ลุงช้างอยู่ที่นี่ อยู่ด้วยกันนานๆ อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยไม่ได้เหรอคะ” มดตะนอยกอดอ้อนจนลุงช้างพูดไม่ออกได้แต่ลูบผมหนูน้อยด้วยความรักอย่างที่สุด

    วันรุ่งขึ้น ไข่หวานทำอาหารใส่ปิ่นโตหิ้วไปให้ลุงช้างด้วยหัวใจอิ่มเอม แต่ลุงช้างกลับหมางเมิน เย็นชา

    “ลุงช้างชิมหน่อยนะคะ ไข่หวานทำสุดฝีมือเลยเนี่ย รอบนี้นายแม่กะอึ้มเพ็ญยังบอกว่าอร่อยเลยค่ะ” ไข่หวานทำเสียงร่าเริง แต่ก็ต้องจ๋อยเมื่อลุงช้างบอกว่าเก็บไว้กินเองเถอะ “ลุงช้าง...ไข่หวานเข้าใจค่ะว่าลุงช้างรู้สึกยังไง ลุงช้างโกรธไข่หวานมากขนาดที่ให้อภัยไม่ได้เลยเหรอคะ”

    ลุงช้างเงยจ้องหน้าไข่หวาน พูดอย่างสะเทือนใจว่า

    “คุณไม่รู้หรอกว่าความผูกพันที่ผมมีกับมดตะนอย มันมากแค่ไหน มันมากเสียจน...คุณคิดไม่ถึงหรอก ถ้าคุณไม่เข้ามาในชีวิตผม เรื่องพวกนี้มันคงไม่เกิดขึ้น” ลุงช้างมองไข่หวานเต็มตาจึงเห็นแผลที่ถูกน้ำมันกระเด็นใส่ที่แขนและรอยมีดบาดที่มือก็รู้สึกสงสาร ไข่หวานฟังลุงช้างแล้วเสียใจมากมองลุงช้างพูดน้ำตาไหล

    “ไข่หวานขอโทษค่ะ ถ้าลุงช้างคิดว่าไข่หวานเป็น ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ไข่หวานไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอกค่ะ” ทั้งไข่หวานและลุงช้างต่างสบตากันด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าว ไข่หวานเอ่ยปนเสียงสะอื้นว่า “ลุงช้าง ไข่หวานขอโทษ” แล้วขึ้นรถขับไปช้าๆ

    ลุงช้างมองตามไข่หวานไปด้วยความรู้สึกปวดร้าว... อย่างที่สุด...แล้วลุงช้างก็กินข้าวในปิ่นโตที่ไข่หวานทำมาให้ ตักกินทีละคำ...ทีละคำ...แม้จะไม่อร่อยลิ้นแต่สุขใจ...อิ่มใจ...

    ooooooo

    ในขณะที่หมึกง้อกวางครั้งแล้วครั้งเล่า และจ๋อยแล้วจ๋อยอีก แต่ก็ไม่ละความพยายาม จนวันนี้ถูกกวางพูดอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหมึกขอโทษเรื่องในอดีตเพราะตนไม่รู้จริงๆ ว่ากวางท้อง

    “ที่ผ่านมา กวางอยู่ได้โดยไม่ต้องมีพี่ เพราะพี่ไม่เคยอยู่ในชีวิตกวางตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตอนนี้พี่ก็ไม่ต้องเข้ามาในชีวิตของกวางอีก กวางอยู่ของกวางได้ จำเอาไว้”

    หมึกฟังแล้วจ๋อยไปอีกครั้ง...

    ส่วนไข่หวาน กลับจากเอาปิ่นโตไปส่งลุงช้างและถูกตัดพ้อต่อว่าเหมือนไร้เยื่อใยแล้ว กลับมาก็เอาแต่มุดอยู่ใต้ท้องรถซ่อมโน่นซ่อมนี่ทั้งวัน จนนายแม่ทนไม่ไหวให้พิชิตไปลากกระดานรองนอนออกจากใต้ท้องรถ นายแม่จึงมีโอกาสถามว่า

    “แกไปง้อลุงช้างแล้วเป็นยังไง”

    “นายแม่ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ คนอะไร เอาแต่ใจตัวเอง หัวเด็ดตีนขาดไข่หวานก็ไม่ไปแล้ว” นายแม่ถามว่าแล้วจะเลิกกับเขาเลยหรือ “นายแม่ ลุงช้างเขาบอกว่าไข่หวานเป็นคนทำลายชีวิตเขา ทำให้เขาต้องเสียหลาน แล้วนายแม่คิดว่าเขายังจะรักไข่หวานอยู่อีกเหรอ” นายแม่ฟังแล้วพูดไม่ออกเลย

    ooooooo

    หมึกไม่ท้อ วันนี้ก็ไปที่บ้านตาสิงห์อีก บอกว่าจะมารับมดตะนอยกับกวางไปเที่ยว กวางปฏิเสธทันทีว่าไม่อยากไป มดตะนอยก็พูดทันทีเช่นกันว่า มดตะนอยอยากไป กวางจึงให้มดตะนอยไปกับหมึกสองคน

    “แม่ไม่ไป มดตะนอยไม่ไปก็ได้ค่ะ” มดตะนอยเสียงอ่อย มองหน้ากวางอย่างผิดหวัง

    “กวาง...หมึกเขาตั้งใจมาแล้วก็ไปสิลูก จะได้พามดตะนอยไปเที่ยวด้วย” ตาสิงห์โน้มน้าว กวางจึงชวนลุงเสือกับลุงช้างไปด้วย ทั้งสองอ้างว่ามีงานต้องทำเยอะแยะกวางกับมดตะนอยไปกันเถอะ กวางถูกทุกคนหว่านล้อมจนปฏิเสธไม่ได้ มดตะนอยดีใจมาก บอกสองลุงกับตาและยายว่าเดี๋ยวจะซื้อขนมมาฝาก

    พอมดตะนอย หมึกและกวางสามพ่อแม่ลูกไปแล้ว ลุงเสือถามลุงช้างว่าไม่อยากมีครอบครัวกับเขาบ้างหรือ ถามว่า

    “ทำไมไม่มีชีวิตของเราเองล่ะ เสียสละเลี้ยงลูกคนอื่นมาหกปีแล้ว ถ้าวันนึง เรามีคู่ของตัวเอง เราก็จะมีครอบครัว มีลูกของเราเองไม่ใช่ไปยึดติดกับลูกคนอื่นเขา เราน่ะรู้สึกยังไงกับหนูไข่หวาน ถ้าต่างคนต่างรู้ว่ารักกัน แล้วจะมาทะเลาะกันอยู่ทำไม หือ?”

    ลุงช้างนิ่งคิดที่พี่ชายพูด ลุงเสือเดินเข้ามาตบบ่าแนะว่า

    “พูดอะไรให้เขาเสียใจ ก็ไปง้อเขาเสีย อยากเป็นเหมือนกวางกับหมึกรึไง ไม่เข้าใจกันตั้งหกปี กว่าจะกลับมาเจอกัน กว่าจะเข้าใจกันอีก มันยากนะ ถ้าแกคิดว่า ไข่หวานเป็นคนที่ใช่ ก็อย่าปล่อยเขาไป”

    ฟังประโยคนี้ของลุงเสือแล้ว ลุงช้างชะงักอึ้ง ลุงเสือลุ้นต่ออีกว่า

    “อย่าปล่อยโอกาสที่ดีที่สุดของแกหลุดไป ดึงมันกลับมาซะ”

    “ผมไม่มีเวลาคิดเรื่องอะไรแบบนี้หรอกครับ พรุ่งนี้ผมจะกลับกรุงเทพฯ มีงานต้องเคลียร์” ลุงช้างตัดบทแล้วผละไป

    ไม่ทันข้ามคืนตาสิงห์ก็โทรศัพท์บอกนายแม่ว่า ลุงช้างจะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ นายแม่ตกใจอุทานเสียงดัง ไข่หวานที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ได้ยินก็ชะงัก พอนายแม่วางสายจากตาสิงห์ก็เดินบ่นมาที่ไข่หวาน

    “เฮ้อ!! ส่งเสียให้เรียนสูงๆ เรื่องแค่นี้คิดเองไม่ได้รึไง!! ทีเมื่อก่อนไม่ให้ไปอยู่กับเขา ก็จะไป ตอนนี้จะให้ไปหาเขา แกก็ไม่ไป”

    “นายแม่ก็...ตอนนั้นที่ต้องไปอยู่กับเขา เพราะมันจำเป็นนี่นา ต้องไปตามหาลูกเมียพี่หมึก แต่ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันแล้ว ไม่ต้องเจอกันก็ได้”

    “ตามใจ ถ้าแกไม่อยากเจอ อยากให้จบแบบนี้ก็แล้วแต่แก อย่ามานั่งเสียใจทีหลังแล้วกัน ลุงช้างของแกเขาจะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้แล้ว”

    นายแม่พูดทิ้งไว้ให้ไข่หวานคิดทำเหมือนไม่สนใจอีก แต่พอมาอยู่กับแก๊ง ทั้งอึ้มเพ็ญ น้ามะลิ และพิชิต นายแม่ก็จับกลุ่มสุมหัวกันหาทางทำอย่างไรให้ไข่หวานกับลุงช้างลงเอยกัน นายแม่ถึงกับตั้งรางวัลว่า

    “ใครมีแผนเด็ด ฉันจะสมนาคุณให้อย่างงาม”

    อึ้มเพ็ญบอกว่าคงยากเพราะขนาดไข่หวานฝึกทำอาหารจนหน้ามันมือเยิน ลุงช้างยังไม่สนใจเลย อึดใจเดียวน้ามะลิก็โพล่งออกมาอย่างตื่นเต้นว่า

    “เราต้องหาทางถ่วงเวลาไม่ให้ตาช้างกลับกรุงเทพฯ” ทุกคนตาวาวคอยฟังแผนของน้ามะลิ แต่พอนายแม่ถามว่าจะถ่วงเวลาอย่างไรลองเล่าซิ “ไม่รู้...คิดได้แค่นี้แหละ”

    ทุกคนมองหน้ากันเซ็งๆ แต่เพียงอึดใจเดียว นายแม่ก็โพล่งออกมาด้วยความดีใจว่า

    “ฉันรู้แล้ว!!”

    คืนนี้ ไข่หวานโทร.คุยกับหนูเล็ก หนูเล็กถามว่ารู้หรือยังว่าลุงช้างจะกลับกรุงเทพฯแล้ว ไข่หวานเล่าอย่างน้อยใจว่านายแม่แกล้งพูดให้ตนได้ยินแล้ว ทุกคนรู้เรื่องนี้หมดยกเว้นตนเท่านั้น ลุงช้างเองก็ไม่ยอมบอกสักคำ พูดอย่างมีอารมณ์ว่า

    “ถ้าอยากจะกลับก็ตามใจ ใครจะไปห้ามได้” หนูเล็กถามว่าแล้วไข่หวานจะทำอย่างไร ยังไม่ดีกันอีกหรือ “เรื่องของไข่หวานกับลุงช้าง คงเป็นไปไม่ได้ คง...ไม่เหมือนเดิมแล้ว” หนูเล็กถามว่าแล้วทำไมไม่คุยกัน จะให้จบแบบนี้หรือ ไข่หวานก็ตัดบทว่า “แค่นี้ก่อนนะหนูเล็ก ไข่หวานจะนอนแล้ว” พูดแล้ววางสายเลย

    แต่พอวางสายจากหนูเล็ก ไข่หวานก็ร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น ร้องให้สาสมกับที่ใจอยากร้อง...

    ooooooo

    หมึกครึ้มอกครึ้มใจ มีความสุขมากที่วันนี้ได้ไปเที่ยวกับมดตะนอยและกวาง อาบน้ำสระผมเสร็จออกจากห้องน้ำก็โทร.หากวางหมายสานสัมพันธ์ต่อ

    มือถือของกวางดังขึ้น กวางไม่รู้ว่าใครโทร.มาจึงกดรับทักทายเสียงอ่อนโยน พอปลายสายบอกว่า “กวาง...พี่หมึกเอง” เสียงกวางก็กระด้างขึ้นทันทีถามว่า “มีธุระอะไร” หมึกเสียงอ่อนโยนว่า “แค่จะบอกว่า ขอบใจกวางมากนะที่ยอมไปกับพี่วันนี้” กวางถามว่าหมดธุระหรือยัง ตนจะนอนแล้ว หมึกเสียงอ่อยว่า “หมดก็ได้จ้ะหลับฝันดีนะกวาง...”

    พอกวางวางสาย ตาสิงห์ก็เดินเข้ามาคุยด้วยบอกว่าตั้งแต่กวางกลับมาเรายังไม่ได้มีโอกาสคุยกันจริงจังสักที ตาสิงห์พูดจากหัวใจของพ่อว่า

    “พ่ออยากขอโทษลูกกับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด กวางคงรู้สึกว่าพ่อทิ้งกวาง ไม่รักกวาง แต่จริงๆแล้วพ่อรักกวางมาก กวางอย่าโกรธน้ามณีกับน้องเลยนะลูก ถ้าจะผิดก็ผิดที่พ่อคนเดียว และพ่อไม่อยากเห็นกวางต้องมาเป็นเหมือนพ่อกับแม่ ลูกก็รู้ใช่ไหมว่า ปมปัญหามันจะตกไปอยู่กับมดตะนอย กวางคงไม่อยากเห็นมดตะนอยเป็นเหมือนกวาง ถ้าพอจะดีกันได้ อภัยกันได้ ก็อภัยกันนะลูกนะ ถ้ากวางจะไม่อภัยให้พ่อ พ่อก็ไม่ว่าอะไรแต่พ่ออยากให้กวางคิดถึงมดตะนอยให้มากๆ...พ่อไปนะ”

    “พ่อคะ...กวางรักพ่อนะคะ” กวางโผกอดพ่อแนบแน่น ตาสิงห์กอดกวางไว้อย่างแสนรัก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:59 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์