นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    กวางกับมดตะนอยมองหน้ากันนิ่ง คนหนึ่งมองเลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดมาโดยไม่ปรารถนา อีกคนมองด้วยแววตาตื่นเต้นโหยหาผู้เป็นแม่มานานแสนนาน...

    แล้วมดตะนอยก็ทำในสิ่งที่ทุกคนอึ้ง น้ำตาคลอ เมื่อหนูน้อยคลานต้วมเตี้ยมเข้าไปกราบแทบเท้าแม่อย่างที่ครูสอนให้ทำในวันแม่... กวางตัวสั่นสะท้าน อย่างสะเทือนใจ ค่อยๆก้มลงประคองมดตะนอยขึ้นกอด มดตะนอยกอดตอบด้วยแขนน้อยๆ ต่างกอดกันนิ่ง...นาน... เป็นกอดที่ต่างซึมซับสัมผัสแรกที่มีต่อกัน

    “แม่มาหามดตะนอยตามสัญญาแล้ว” มดตะนอยเอ่ยเสียงเครือตื้นตัน

    “ใช่จ้ะ แม่กลับมาหาลูกแล้ว...กลับบ้านเรากันเถอะ” กวางจูงมือน้อยๆของมดตะนอยเดินออกไป หมึกมองค้างเรียกเสียงแทบไม่ออกจากลำคอ...

    “กวาง...”

    หมึกขยับเข้าไปหากวาง ถูกกวางปรายตามองแว่บเดียว หมึกก็ชะงัก ยืนคอตกมองกวางจูงมดตะนอยไปต่อหน้า พวกนายแม่ที่แสบซ่าหาใครเทียมทาน บัดนี้ กลับยืนมองค้าง ปล่อยให้กวางจูงมดตะนอยออกไปต่อหน้าต่อตา

    ลุงเสือกับลุงช้างมองไข่หวานนิดหนึ่งแล้วตามกวางกับมดตะนอยไป

    ooooooo

    พากันไปถึงบ้านตาสิงห์ ตาสิงห์กับหนูเล็กที่กลับมาถึงก่อนแล้ว มายืนรอรับกวางกับมดตะนอยและลุงเสือกับลุงช้างที่ช่วยกันลากกระเป๋าเดินทางตามมา
    ตาสิงห์เรียกกวางเบาๆ กวางไหว้พ่อแต่ไม่สบตา ตาสิงห์เอ่ยท่าทางเกรงๆ “ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรา” กวางมองตัวบ้านด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือน “บ้านของเรา” ทั้งลุงเสือและลุงช้างต่างมองท่าทีของน้องอย่างสังเกต

    ตาสิงห์แนะนำหนูเล็กว่านี่คือน้องหนูเล็ก และแนะนำมณีว่าเป็นแม่ของหนูเล็ก กวางยกมือไหว้อย่างไม่ตั้งใจ ตาสิงห์พยายามที่จะให้กวางญาติดีกับมณี บอกให้มณีพาไปห้องพัก กวางบอกให้ลุงเสือพาไปก็ได้

    “ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวน้าไปช่วย... ทางนี้เลยจ้ะ” มณีกระตือรือร้นพาไป มดตะนอยรีบเกาะมือกวางขอไปกับแม่ด้วย

    ตาสิงห์เห็นท่าทีของกวางก็ปรารภกับลูกชายทั้งสองว่า “กวางยังไม่หายโกรธพ่อเลยใช่ไหม” ลุงช้าง บอกว่ากวางใจอ่อนลงมากแล้วถึงได้ยอมมานอนที่นี่ ตาสิงห์ได้แต่ภาวนา “ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ”

    มณีวางตัวสมกับเป็นผู้ใหญ่ พากวางกับมดตะนอยไปที่ห้องพัก บอกเล่าอย่างยิ้มแย้มยินดีว่า

    “ห้องนี้แหละจ้ะ พ่อคงดีใจมากที่กวางได้มาอยู่ห้องนี้เสียที” ลุงเสือถามว่าทำไมหรือ? “ก็ตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านหลังนี้ พ่อก็บอกให้สร้างห้องนึงไว้สำหรับกวาง รอกวาง กลับมาจากอเมริกาแล้วจะได้มาอยู่ด้วยกัน”

    กวางอึ้งเมื่อเข้าไปในห้องเห็นรูปตัวเองวางอยู่ที่หัวเตียง มณียังคงเล่าต่อไปว่า

    “ทุกวันอาทิตย์ พ่อจะเข้ามาทำความสะอาด เขาบอกว่าห้องปิดไว้เฉยๆฝุ่นมันจับ ทำความสะอาดไว้ถ้ากวางมาเมื่อไหร่ก็จะได้เข้าอยู่ได้เลย ผ้าม่านนี่ก็เปลี่ยนไปหลายลายแล้ว บางทีก็หาดอกไม้มาจัดแจกัน เขามีความสุขกับการแต่งห้องของเขาอยู่คนเดียว ทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่...พ่อเขารอกวางทุกวันเลยนะ”

    กวางน้ำตาคลอเมื่อได้รับรู้ถึงความรักความคิดถึงที่พ่อมีต่อตน ส่วนมดตะนอยก็คุยเสียงเจื้อยแจ้วว่า

    “มดตะนอยกับลุงช้างก็เคยนอนที่ห้องนี้ค่ะ คุณตาบอกว่าแม่กวางยังไม่มา ให้มดตะนอยนอนไปก่อนก็ยังดี วันนี้แม่จะได้นอนห้องนี้แล้วนะคะ”

    ส่งกวางกับมดตะนอยเข้าห้อง บอกเล่าถึงความรัก คิดถึงและรอคอยของตาสิงห์ให้ฟังแล้ว มณีขอตัวไปทำกับข้าว

    พอมณีออกไป กวางก็ร้องไห้โฮ มดตะนอยมองหน้าแม่ ยกมือน้อยๆเช็ดน้ำตาให้แม่ กวางดึงมดตะนอยเข้าไปกอดร้องไห้หนักอย่างปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่กดดันอยู่ในใจออกมากับน้ำตา...

    ooooooo

    ที่บ้านนายแม่ หลังจากมดตะนอยถูกฉกไปแล้ว พอทุกคนหายตะลึงก็ถามกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น? เกิดขึ้นได้ยังไง? นายแม่ตำหนิทุกคนถามว่าปล่อยให้กวางจูงมดตะนอยออกไปได้ยังไงทั้งๆที่พวกเรามีกันตั้งเยอะแยะ?!

    “ไอ้หมึก นั่นเมียแก ทำไมไม่จับเอาไว้” นายแม่เค้นเอากับหมึก หมึกบอกว่าตนไม่กล้า “ไม่ได้เรื่องเล้ย... แค่เด็กคนเดียวยังรักษาไว้ไม่ได้”

    พิชิตบอกว่าตอนนั้นพวกเราทุกคนไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามกวางหรอก ทุกคนเห็นด้วย อึ้มเพ็ญเอ่ยขึ้นว่า

    “เพราะมันเหมือนมีพลังอะไรบางอย่างส่งออกมา ทำให้พวกเราไม่กล้าเข้าใกล้”

    “...พลังของแม่ที่จะปกป้องลูก...” นายแม่พึมพำ

    เมื่อกวางได้อยู่กับมดตะนอยตามลำพัง เธอถามลูกว่าอยู่กับลุงช้างเป็นอย่างไร ลุงช้างดุไหม มดตะนอยบอกว่าไม่ดุ ลุงช้างใจดี แต่ขี้บ่นนิดหน่อย กวางขอโทษมดตะนอยที่ไม่ได้กลับมาหาเลย

    เพราะลุงช้างสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกวางกับมดตะนอยมาตลอด ทำให้หนูน้อยเข้าใจว่าแม่งานยุ่งมาก ลุงช้างบอกว่าไม่นานแม่ก็จะกลับมาอยู่ด้วยกัน กวางถามทึ่งว่า “ลุงช้างบอกอย่างนั้นเหรอคะ”

    “ใช่ค่ะ ลุงช้างบอกว่าถ้ามดตะนอยเรียนเก่งๆ แม่ก็จะกลับมาเร็ว มดตะนอยเลยตั้งใจอ่านหนังสือ แล้วเทอมนี้มดตะนอยก็ได้ที่ 1 แล้วแม่ก็กลับมาจริงๆด้วย”

    กวางละอายใจที่ตนไม่ได้เป็นอย่างที่ลุงช้างบอกเล่าแก่มดตะนอยเลย แต่ก็บอกมดตะนอยว่า

    “ใช่จ้ะ...แม่กลับมาหามดตะนอย...”

    “แล้วแม่จะไม่ไปไหนแล้วใช่ไหมคะ แม่จะอยู่กับมดตะนอยตลอดไปใช่ไหมคะ” มดตะนอยถามอย่างมีความสุข แต่กวางไม่กล้าตอบคำถามนั้น ได้แต่คว้าร่างน้อยๆนั้นเข้าไปกอดไว้แนบอก...

    ooooooo

    ตาสิงห์ ลุงเสือกับลุงช้างปรารภกันว่าจะเอาอย่างไรดีกับหมึก ตาสิงห์บอกว่าต้องรอถามกวางดูก่อน ลุงเสือเชื่อว่ากวางไม่มีทางกลับไปคืนดีกับหมึกแน่

    “เฮ้อ...งั้นก็คงต้องรอดูต่อไป...สงสารก็แต่มดตะนอย” ตาสิงห์ถอนใจเฮือกใหญ่

    ส่วนนายแม่ประกาศกับ หมึก อึ้มเพ็ญ น้ามะลิและพิชิตว่า ตนจะไปตามมดตะนอยกลับมาเอง ไข่หวานบอกให้รออีกสักพักดีกว่าเพราะกวางยังต้องปรับความเข้าใจกับตาสิงห์และมณีอีก หมึกก็กลัวว่าเดี๋ยวกวางจะเครียดพอเครียดก็โกรธอีก

    พิชิตเสนอให้หมึกลองโทร.ไปถามหนูเล็กดูว่าสถานการณ์ทางโน้นเป็นอย่างไรบ้าง พอหมึกโทร.ไป หนูเล็กบอกว่ากวางกำลังคุยกับมดตะนอยอยู่ บอกหมึกว่าอย่าเพิ่งมาคุยตอนนี้เลยไม่ดีแน่

    ตาสิงห์บอกทุกคนว่าคนอย่างนายแม่ถ้าตั้งหลักได้ก็ต้องตามมาที่นี่แน่ ลุงช้างเสนอให้เราเตรียมตั้งรับให้ดี ตนจะไม่ยอมให้มาเอามดตะนอยไปเด็ดขาด หนูเล็กติงว่าหมึกเป็นพ่อมดตะนอยก็ต้องอยากได้ลูกคืนเหมือนกัน เลยถูกตาสิงห์ดุว่าหนูเล็กอยู่ข้างใครกันแน่ ลุงเสือฟังแล้วบอกทุกคนว่า “ถ้าตกลงกันเองไม่ได้ งั้นเรื่องนี้ก็คงต้องถึงศาล!”

    ooooooo

    นายแม่ฮึดฮัดฟัดเฟียดจะไปคุยกับฝ่ายตาสิงห์ให้รู้เรื่อง เพราะขืนปล่อยไว้ทางโน้นจะคิดว่าเรายอมแพ้แล้ว อึ้มเพ็ญเห็นด้วยจะได้ไม่ต้องให้มันค้างๆ คาๆ อยู่อย่างนี้ น้ามะลิเห็นด้วยอีกคนว่ามันคาจุกอยู่ทำให้อารมณ์เสีย

    “ถ้ามันค้างคานัก ก็ไปสะสางล้างให้มันโล่งหมดไส้หมดพุง ไปด้วยกันไป!” นายแม่ลุกขึงขัง ไข่หวานบอกหมึกว่านายแม่อารมณ์แบบนี้พังแน่ๆ หมึกกำลังร้อนใจบอกว่าพังก็ให้มันพังไปตนก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

    “งั้นเดี๋ยวผมจะคอยไปปรามๆไว้นะครับ เผื่อพังมากจะได้กลายเป็นพังน้อยพอจะซ่อมได้บ้าง” พิชิตรีบตามนายแม่ไป ไข่หวานกลัวเรื่องจะบานปลายรีบไปหาสาริศกับนิกกี้ที่สวนหลังบ้าน ให้ทั้งสองพาตนไปบ้านตาสิงห์เพื่อบอกพวกเขาให้เตรียมตั้งรับก่อนที่พวกนายแม่จะไปถึง สาริศรีบลุกให้ไข่หวานบอกทางไปกัน

    นายแม่สั่งพิชิตให้ไปหยิบปืนมาตนจะเอาปืนไปด้วย อึ้มเพ็ญติงว่าแค่เอารถทัวร์มีหน้านายแม่ยักษ์ใหญ่ไปก็กลัวหัวหดกันแล้ว หมึกเสนอให้เอารถเครื่องไปเพราะเร็วดี นายแม่ไม่เอากลัวหน้ากร้าน สุดท้ายพิชิตเสนอให้เอารถตู้ไปกัน

    ตาสิงห์รู้แกว ตั้งท่าเตรียมรับมืออยู่แล้ว พอเห็นรถสาริศพาไข่หวานมาก็พึมพำกับมณีว่า

    “ว่าแล้วไม่มีผิด... มาเลย ฉันพร้อมจะคุยเสมอ”

    “แต่ไข่หวานขอร้องให้ใจเย็นๆ กันนะคะ คุยกันดีๆ” ตาสิงห์บอกว่าฝ่ายตนใจเย็นอยู่แล้วล่ะ “แล้วมดตะนอยล่ะคะ ไข่หวานไม่อยากให้เด็กต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้”

    “อยู่บนห้องกับกวางครับ ไม่ต้องห่วงแทนหรอก หลานเรา เราเป็นห่วงอยู่แล้วครับ” ลุงเสือประชด ทำเอาไข่หวานหน้าเจื่อน หนูเล็กกับสาริศและนิกกี้ต่างก็กระอักกระอ่วนใจที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวานนี้

    ขณะนั้นเอง เสียงแตรรถนายแม่ก็มาดังปี๊นๆๆ อยู่หน้าบ้าน ตาสิงห์บอกลุงช้างกับลุงเสือว่าได้เวลาแล้ว! พลางเดินนำหน้าไปราวกับไปออกศึก หนูเล็กดูแล้วกระซิบกับไข่หวานเสียวๆว่า “นี่มันสงครามชัดๆ” แล้วพากันตามออกไป

    ooooooo

    หนูเล็กออกไปรวมกลุ่มอยู่ฝ่ายตาสิงห์ ส่วนไข่หวาน นิกกี้ และสาริศไปอยู่ฝั่งนายแม่

    ตาสิงห์บอกนายแม่ว่า เมื่อแม่ลูกเขาเจอกันแล้ว เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว พาพวกกลับไปเสียเถอะ นายแม่ไม่ยอมอ้างว่าในเมื่อพ่อมดตะนอยอยู่ทั้งคนจะให้ตนทิ้งมดตะนอยให้อยู่กับแม่ที่ทิ้งลูกตัวเองไปตั้งแต่เกิดตนทำไม่ได้สงสารหลาน ลุงเสือโต้ว่าที่กวางทิ้งมดตะนอยไปก็เพราะหมึก ตนยอมให้มดตะนอยไปอยู่กับผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบไม่ได้เหมือนกัน

    ลุงช้างเจรจาหว่านล้อมว่าครอบครัวนายแม่ไม่มีมดตะนอยก็คงไม่กระทบกระเทือนอะไรแต่สำหรับครอบครัวตนที่ผูกพันและเลี้ยงดูมดตะนอยมา ขาด
    มดตะนอยไม่ได้เพราะเราคือครอบครัว นายแม่ดันทุรังว่าจะเพราะอะไรตนไม่สนใจ ถ้าไม่ส่งมดตะนอยมาก็ต้องฟ้องร้องกัน

    “ฟ้องเลย จะได้จบๆกันไป ตามกฎหมายฝ่ายแม่ได้เปรียบกว่าอยู่แล้ว” ตาสิงห์ท้า นายแม่เย้ยว่าแม่พรรค์อย่างนั้นหรือจะได้เปรียบ พลันก็ชะงักเมื่อกวางเดินออกมาถามว่าแล้วแม่พรรค์ไหนที่เลี้ยงลูกให้เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น!

    มดตะนอยอุ้มตุ๊กตาหมีเน่าๆที่ลุงช้างบอกว่าแม่กวางซื้อให้มาแอบฟังอยู่หน้าตาตื่นๆ

    หมึกขอโทษกวางยอมรับผิดคนเดียวไม่เกี่ยวกับใครเลย วันนี้ตนขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่า อย่าให้เรื่องต้องถึงโรงถึงศาลเลย

    กวางสวนทันควันว่าตนยอมคุยกับทนายดีกว่าคุยกับเขา เสียเวลาเปล่าๆ แล้วชวนคนฝ่ายตนกลับเข้าบ้านเพราะคุยกับคนพวกนี้ไม่รู้เรื่อง นายแม่ไม่ยอมเป็นตายอย่างไรก็ต้องเอามดตะนอยกลับไปให้ได้ สั่งหมึกกับพิชิตให้บุกไปเอาตัวมดตะนอยมาเลย!

    มดตะนอยเห็นผู้ใหญ่สองฝ่ายโต้เถียงกันเอาเป็น เอาตาย หนูน้อยเสียใจวิ่งไปจากตรงนั้น ลุงช้างเห็นแว้บๆ รีบวิ่งตามไป แต่หามดตะนอยไม่เจอแล้ว วิ่งกลับมาบอกทุกคนว่ามดตะนอยหายไปแล้ว ทุกคนตกใจ รีบออกตามหามดตะนอยกัน

    พอมดตะนอยหายไป ฝ่ายนายแม่ก็โทษว่าถ้าตาสิงห์ไม่เอามดตะนอยมาก็ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ หมึกวอนแม่ให้รีบออกตามหามดตะนอยกันดีกว่า ตาสิงห์บอกให้หนูเล็กพาคนไปหารอบๆสวน หมึกมองกวางอย่างเว้าวอนแต่กวางไม่สนใจเลย

    ooooooo

    ทุกคนออกตามหามดตะนอยกันทั้งในบ้านและในสวน เสียงเรียกหามดตะนอย...มดตะนอย...ดังไปทั่ว ใครมีทีเด็ดอะไรที่จะให้มดตะนอยออกมาก็เอามาล่อใจกัน

    ทุกคนช่วยกันตามหาจนใกล้ค่ำ หมึกกลัวค่ำแล้วยังหามดตะนอยไม่เจอจะทำอย่างไร? พิชิตแนะว่า

    “ถ้าเรายังหาไม่เจอก็แปลว่าคุณมดตะนอยยังไม่อยากให้เราเจอ แต่ถ้าเขาอยากให้เราเจอเมื่อไหร่เขาก็ออกมาเองแหละ ตอนคุณหมึกเด็กๆหนีไม้เรียวนายแม่ไปแอบ พวกเราหาแทบพลิกบ้านก็หาไม่เจอ แต่พอคุณหมึกหิว คุณหมึกก็ออกมาเองใช่ไหมครับ”

    นิกกี้กับสาริศไปหาที่หน้าบ้านแต่ก็ไม่เจอ สาริศเสนอให้เฝ้าที่ประตูนี่แหละเผื่อมดตะนอยจะออกไปข้างนอก เมื่อนั่งรอตามที่สาริศบอก นิกกี้ปรารภอย่างหนักใจว่า ยังไม่เห็นทางที่ศึกจะจบลงเลย เพราะต่างฝ่ายต่างเสียงแข็งไม่ยอมลงให้กัน

    “ผมว่ามีวิธีเดียวที่จะสงบศึกลงได้” นิกกี้ถามว่ายังไงหรือ? “คุณหมึกกับคุณกวางต้องคืนดีกัน”

    “ยากส์...” นิกกี้พูดคำเดียว สาริศก็พูดไม่ออกแล้ว

    ลุงช้างตามหามดตะนอยจนเหนื่อยยิ่งใกล้ค่ำก็ยิ่งร้อนใจ เดินหาในสวนไม่เจอกำลังจะกลับพลันก็เหลือบเห็นตุ๊กตาหมีเน่าๆตัวนั้นที่พื้น ลุงช้างรีบไปเก็บเงยมองไปบนต้นไม้ เห็นมดตะนอยนั่งหลบหน้าอยู่ ลุงช้างจึงถือตุ๊กตาหมีเน่าตัวนั้นปีนขึ้นไปนั่งข้างๆ ทำทีตัดพ้อว่าทำไมมาเล่นอยู่คนเดียวไม่เห็นชวนลุงช้างบ้างเลย

    มดตะนอยไม่ยอมพูดด้วย ลุงช้างจึงถามตุ๊กตาหมีว่ามดตะนอยโกรธอะไรลุงช้างหรือ ทำไมไม่พูดกับลุงช้าง มดตะนอยบอกว่าตนไม่ได้โกรธลุงช้าง แต่... “มดตะนอยเสียใจที่ตัวเองทำให้ผู้ใหญ่ทะเลาะกัน”

    “ไม่ใช่นะคะ ที่ผู้ใหญ่คุยกันเสียงดังไปหน่อยก็เพราะเขารักมดตะนอย อยากให้มดตะนอยไปอยู่ด้วย ถ้าผู้ใหญ่ตกลงกันได้แล้ว เขาก็กลับมาพูดจากันดีๆ เหมือนเดิมแหละ” มดตะนอยถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะตกลงกันได้? “งั้นเราลงไปถามพวกเขากันดีไหมคะ” ลุงช้างหลอกล่อจนพามดตะนอยกลับบ้านได้สำเร็จ

    ooooooo

    คนฝ่ายนายแม่ยังตามหามดตะนอยกันอยู่ กวางจะไปแจ้งตำรวจ หนูเล็กติงว่าอย่าเพิ่งเลยเพราะมดตะนอยหายในบ้านและเพิ่งหายไปแป๊บเดียวเอง ตำรวจยังไม่รับแจ้งความหรอก กวางจึงจะออกไปดูข้างนอกอีกที

    กวางกำลังจะออกไป ก็เจอลุงช้างจูงมดตะนอยกลับมาพอดี ทั้งกวางและหมึกต่างมองตะลึง

    ฝ่ายพวกนายแม่ยังหามดตะนอยกันอยู่ น้ามะลิเชื่อว่ามดตะนอยต้องลงไปซ่อนตัวในบ่อ ตนขอเสียสละลงไปหาเอง

    ขณะนั้นเอง สาริศกับนิกกี้เดินกลับมาบอกทุกคนว่าลุงช้างเจอมดตะนอยแล้วตอนนี้อยู่ในบ้าน นายแม่ดีใจชวนรีบไปดูกัน ทุกคนเดินตามนายแม่ไปเป็นพรวน ทิ้งน้ามะลิร้องโวยวายอยู่ในบ่อให้มาช่วยฉุดตนขึ้นจากบ่อก่อน...

    เมื่อทุกคนมานั่งในห้องโถง โดยมีมดตะนอยนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกผู้ใหญ่ มีลุงช้างกับกวางนั่งประกบ มดตะนอยมองไปรอบๆ บอกทุกคนว่า

    “มดตะนอยดีใจที่ได้เจอกับทุกคนค่ะ มดตะนอยชอบอยู่กับคนเยอะๆ ชอบอยู่บ้านคุณย่าดาวเรือง ชอบอยู่บ้านคุณตาสิงห์ แต่มดตะนอยไม่ชอบให้ทุกคนทะเลาะกันเพราะมดตะนอยค่ะ”

    นายแม่รีบชิงเชิง สัญญาว่าจะไม่ทะเลาะกันอีกแล้ว “แต่คืนนี้มดตะนอยต้องไปนอนบ้านย่านะ” ตาสิงห์ไม่ยอมอ้างว่ามดตะนอยเพิ่งเจอกับแม่ต้องให้นอนกับกวางก่อน

    “ทะเลาะกันอีกแล้ว มดตะนอยอยู่กับทุกคนเลยไม่ได้หรอกค่ะ มดตะนอยอยากอยู่กับทั้งพ่อและแม่”

    ทุกคนเงียบ กวางบอกว่า “ไม่ได้ค่ะ มดตะนอยต้องเลือก” นายแม่เสนอให้หมึกกับกวางสลับกันเลี้ยงคนละวันแล้วมดตะนอยจะได้เลือกว่าจะอยู่กับใคร ย้ำว่าแบบนี้ยุติธรรมดีไม่มีปัญหา ลุงช้างถามมดตะนอยว่าโอเคไหม

    “ก็ได้ค่ะ งั้นคืนนี้มดตะนอยขออยู่กับแม่ก่อนนะคะ”

    นายแม่ทำท่าจะมีปัญหา หมึกรีบห้ามไว้บอกมดตะนอยว่างั้นพรุ่งนี้เช้าพ่อจะมารับก็แล้วกัน ลุงช้างขัดขึ้นว่าพรุ่งนี้ตนขอตามไปดูด้วยก็แล้วกันตนเป็นห่วงมดตะนอย หมึกไม่มีปัญหา มดตะนอยยิ้มที่ทุกคนตกลงกันได้ ลุงช้างจึงจะไปหาน้ำและของว่างมาให้ทาน ไข่หวานที่พยายามจะพูดกับลุงช้างแต่ก็ถูกเขาหลบเลี่ยงตลอดมา จึงลุกตามไป

    ไข่หวานตามไปช่วยลุงช้างจัดขนมใส่จาน ลุงช้างบอกไม่ต้องช่วยเธอเป็นแขกไปนั่งเฉยๆดีกว่า

    ตามมาง้อขนาดนี้แล้วยังเล่นตัว ทำให้ไข่หวานเหลืออดถามว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้กันด้วย ถ้าลุงช้างยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะยิ่งแย่ลงไปอีก ลุงช้างตอบเหมือนไม่แยแสว่า “ถ้ามันจะเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็คงจะทำอะไรไม่ได้”

    “ทำอะไรไม่ได้กับไม่ทำอะไรเลยมันต่างกันนะคะ ทำไมเราต้องเอาเรื่องระหว่างเราไปผูกติดกับเรื่องอื่น ผูกติดกับคนอื่นด้วยคะ”

    “ก็เพราะความรักของเรามันไม่ได้มีแค่เราสองคนไงไข่หวาน มันมีเรื่องครอบครัวของเราด้วย ถ้าครอบครัวเรายังทะเลาะกันอยู่แล้วเราจะรักกันได้ยังไง”

    “แต่สำหรับไข่หวาน เรารักกันได้เพียงแค่เรารักกัน มันเป็นเรื่องของคนแค่สองคนค่ะ”

    “แต่สำหรับผม มันไม่ใช่”

    เป็นคำตอบที่ทำให้ไข่หวานน้ำตาร่วง เดินออกไปอย่างเจ็บปวด และลุงช้างเองก็กลุ้มใจ

    ooooooo

    พอนายแม่กลับถึงบ้านก็สั่งหมึก พรุ่งนี้ให้ไปรับมดตะนอยแต่เช้าเลย เห็นหมึกหงอยๆถามว่าเป็นอะไรไปอีกล่ะ!

    “หมึกกลัวว่าถ้าสุดท้ายแล้วมดตะนอยเลือกที่จะอยู่บ้านนู้น” หมึกหน้าละห้อย ทั้งนายแม่ อึ้มเพ็ญและน้ามะลิช่วยกันวางแผนที่จะทำให้มดตะนอยติดใจที่นี่ นายแม่จะเตรียมการละเล่นให้มดตะนอยสนุก อึ้มเพ็ญจะเตรียมของกินคาวหวานให้มดตะนอยกินไม่ให้ปากว่างเลย ส่วนน้ามะลิก็จะหาซื้อของเล่น เสื้อผ้าให้ไม่อั้น พิชิตฟังบรรดาย่าวางแผนก็ถามว่า

    “นี่เราจะทำให้เด็กรักหรือทำให้เด็กเสียคนครับ” เลยถูกพวกย่าๆ ค้อนตาแทบกลับ ส่วนหมึกเอาแต่นั่งกลุ้ม

    ไข่หวานจัดห้องนอนให้นิกกี้กับสาริศ โดยให้นิกกี้นอนกับตนส่วนสาริศให้นอนห้องนอนเก่าของพ่อที่ตบแต่งไว้เป็นห้องนอนแขก สาริศฟังแล้วแอบขนลุก ยกมือไหว้ไปรอบๆ บอกกล่าวเบาๆ

    “คุณพ่อครับ ผมมาขอนอนด้วยคนนึงนะครับ”

    หมึกนอนไม่หลับ ออกไปนั่งเศร้ากับความผิดในอดีตของตน ไข่หวานมาเจอหมึกปรับทุกข์ว่าไม่คิดเลยว่าความสนุกชั่วข้ามคืนจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากขนาดนี้ ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กอีกคนต้องมาทรมานเพราะความไม่ยั้งคิดของตน

    ไข่หวานปลอบพี่ชายว่า เรื่องในอดีตเรากลับไปแก้ไม่ได้เอาเป็นว่าเราทำวันนี้ให้ดีที่สุดผลออกมายังไงก็ต้องทำใจรับมันให้ได้ หมึกกลัวจะรับไม่ได้ เพราะสิ่งที่ตนทำผิดต่อกวางจะเป็นตราบาปติดตัวตนไปตลอดชีวิต กวางไม่มีทางลืมแน่

    คุยกับหมึกแล้วไข่หวานอดคิดถึงความคิดต่างในเรื่องความรักระหว่างตนกับลุงช้างที่คุยกันเมื่อเย็นนี้ไม่ได้ เป็นความคิดต่างที่เหมือนจะไม่มีทางออกเลย

    สาริศกลัวผี ยิ่งเมื่อเข้าห้องนอนแล้วได้ยินเสียงหมาหอนโหยหวนก็ถึงกับเหงื่อแตก สวดมนต์เสร็จก็นอนทั้งที่เปิดไฟสว่างจ้า มีลมพัดหน้าต่างปิดปัง ก็ผวาลุกถอยหลังไปทางประตู พิงถูกสวิตช์ไฟทำให้ไฟดับก็ร้องจ๊ากเปิดประตูวิ่งอ้าวไปเคาะประตูห้องนอนไข่หวานขอนอนด้วยอ้างว่าห้องนั้นยุงชุมกลัวเป็นมาลาเรีย ไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง ไข่หวานจะไปกางมุ้งให้ก็ไม่เอา รบเร้าขอนอนด้วยคน จนสุดท้ายไข่หวานยอมให้นอน นิกกี้ให้นอนพื้นสาริศก็ยอมแต่ห้ามไปบอกใครเด็ดขาด

    ooooooo

    มดตะนอยนอนกับแม่ กวางถามว่าทุกทีนอนกับใคร มดตะนอยบอกว่านอนกับลุงช้าง พอโตขึ้นก็นอนคนเดียว แต่พออาไข่หวานมาอยู่ด้วยก็กลับไปนอนกับลุงช้างอีก กวางถามว่าชอบนอนอย่างไหนมากกว่ากัน

    “ชอบนอนกับลุงช้าง แต่อยากนอนกับแม่มากที่สุด” กวางกอดมดตะนอยไว้อย่างสะเทือนใจ ถามว่ารักตุ๊กตาหมีตัวนี้มากหรือเห็นอุ้มทั้งวันเลย “ใช่ค่ะ ก็นี่เป็นตุ๊กตาที่แม่ซื้อให้มดตะนอยนี่คะ ลุงช้างบอกว่ากอดพี่หมีก็เหมือนมีแม่อยู่ใกล้ๆ”

    “แต่วันนี้แม่ตัวจริงอยู่ตรงนี้แล้วนะคะ ไม่ต้องกอดตุ๊กตาแล้ว” กวางหยิบตุ๊กตาหมีออกวางไว้ข้างๆ มดตะนอยหันกอดกวาง สองแม่ลูกกอดกันจนหลับไป...

    รุ่งขึ้น กวางถักเปียให้มดตะนอยเสร็จ มดตะนอยก็ถักเปียให้กวาง สองแม่ลูกหยอกล้อหัวเราะกันอย่างมีความสุขเมื่อพากันลงมาที่โต๊ะอาหาร แม่ลูกยังดูแลและตักกับข้าวให้กันอย่างน่ารัก ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองอย่างเอ็นดู มีความสุข แต่พอหมึกมารับ ลุงช้างอุ้มมดตะนอยขึ้นรถ ทั้งตาสิงห์ มณี ลุงเสือและหนูเล็กต่างมายืนโบกมือส่งมดตะนอยกัน

    ลุงช้างอดใจที่จะแอบมองไข่หวานไม่ได้...

    เมื่อมาถึงบ้านนายแม่ บรรดาย่าๆ ทั้งย่าใหญ่ย่าเล็ก ต่างงัดเอากลเม็ดเด็ดพรายมาเล่นซ่อนหากันสร้างบรรยากาศสนุกสนานหมายมัดใจมดตะนอย ทุกคนเลยเล่นกับมดตะนอยแบบเด็กๆ ทั้งหมอบทั้งคลานกันทุลักทุเลแต่ทุกคนก็ยอมทำ

    ตกเย็น หมึกเอาอัลบั้มรูปเก่าๆมาเปิดให้มดตะนอยดู ชี้ให้ดูรูปตนถ่ายคู่กับกวางที่มหาวิทยาลัย ทั้งสองยิ้มแย้มกันประสาคนรักอย่างมีความสุข หมึกกับมดตะนอยดูรูปนั้นแล้วพลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย

    ooooooo

    นิกกี้กับสาริศอยู่เล่นกับมดตะนอยด้วยจนเย็นจึงพากันกลับเพราะต้องไปเตรียมเรื่องประชุมโหวตประธานบริษัท

    “นี่ใกล้จะถึงวันเลือกประธานคนใหม่แล้วเหรอคะ” ไข่หวานถามสาริศ บอกเขาว่า “ไข่หวานเอาใจช่วยนะคะ”

    สาริศขอบคุณ นิกกี้แซวว่า “และอีกอย่าง ขืนอยู่ต่อได้มีคนกลัวผีมาเคาะห้องขอนอนกับเราอีกใช่ไหมไข่หวาน”

    “หยุดล้อผมได้แล้ว ผมไปนะครับคุณไข่หวาน” เอ่ยลาแล้วพากันขึ้นรถ

    ลุงช้างที่เดินมาได้ยิน เขามองไข่หวานหวงๆ จนเมื่อมีโอกาสได้เจอกัน ลุงช้างถามไข่หวานว่าทำไมต้องหลบหน้าตนด้วย ไข่หวานตอบอย่างเย็นชาว่า

    “ไม่ได้หลบ ไม่มีอะไร”

    “ยังไม่ทันเลิกกัน ก็ให้ผู้ชายอื่นมานอนในห้องเสียแล้ว” ลุงช้างเหน็บอย่างหึงหวง

    “ถ้าจะเสียมารยาทแอบฟังคนคุยกัน ก็ช่วยตีความให้ถูกต้องด้วย อ้อ...ไข่หวานก็ไม่เห็นต้องอธิบายใช่ไหมคะ ใช่ค่ะเมื่อคืนคุณสาริศมาขอนอนที่ห้องไข่หวาน”

    “ไข่หวาน!”

    “ก็เผื่อเราไปต่อกันไม่ได้ไงคะ ถ้าสุดท้ายสองครอบครัวต้องแตกหักกัน ไข่หวานจะได้ทำใจถูก” พูดแล้วเดินหนีไปทิ้งให้ลุงช้างยืนเจ็บอยู่ตรงนั้น เจ็บจนเอากลับไปคิดนอนไม่หลับ

    ส่วนหมึกพามดตะนอยเข้าห้องนอน แทนที่จะเป็นคนเล่านิทานให้มดตะนอยฟัง กลับกลายเป็นนั่งหาวหวอดๆ จนมดตะนอยต้องเป็นฝ่ายอ่านนิทานให้พ่อหมึกฟังแทน หมึกฟังนิทานของมดตะนอยจนหลับไป

    ooooooo

    รุ่งขึ้น หมึกขับรถพาไข่หวาน ลุงช้าง และมดตะนอยไปส่งที่บ้านตาสิงห์ ไปถึงเจอบ้านนั้นมายืนตั้งแถวรอรับกันแล้ว

    ตาสิงห์ถามมดตะนอยว่าเป็นอย่างไรบ้าง มดตะนอยเล่าเจื้อยแจ้วว่าสนุกมาก อยากให้คุณตากับแม่ไปเล่นซ่อนแอบด้วยกัน ระหว่างนั้นกวางมาจูงมือมดตะนอยชวนเข้าบ้านไปกินข้าวกัน เธอไม่ยอมสบตาหมึก พอหมึกเอ่ยลาตาสิงห์ มดตะนอยก็ชวน

    “พ่ออยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิคะ” หมึกมองกวางอีก มดตะนอยถาม “แม่คะ...ทำไมแม่ไม่คุยกับพ่อล่ะคะ ไม่เห็นเหมือนในรูปเลย” มดตะนอยเอารูปที่ดูเมื่อคืนออกมาให้ดู กวางมองรูปแว่บเดียวบอกมดตะนอยว่า

    “เพราะตอนนี้แม่ไม่เหมือนตอนนั้นแล้วน่ะสิคะ” ว่าแล้วจูงมือมดตะนอยไปเลย หมึกเลยเดินคอตกไปขึ้นรถกลับไปกับไข่หวาน สิงห์มองทั้งกวางและหมึกอย่างหนักใจ...

    พอมดตะนอยกลับไปแล้ว นายแม่ปรารภกับอึ้มเพ็ญและน้ามะลิว่าทำอย่างไรถึงจะได้อยู่กับหลานทุกวันไม่ต้องเทียวไปเทียวมา อึ้มเพ็ญบอกว่าตนนึกออกแล้ว เข้าไปกระซิบกระซาบกับนายแม่ ฟังแล้วนายแม่โพล่งอย่างจับใจว่า

    “แผนเอาลูกชายไปล่อลูกสะใภ้! เก่งมากเพ็ญ” นายแม่ยิ้มกริ่ม

    ooooooo

    มดตะนอยกับกวางคลุกคลีกันอยู่ไม่ห่าง วันนี้กวางตัดเล็บให้มดตะนอย แต่ตัดลึกไปหน่อยจน

    มดตะนอยร้องเจ็บ กวางจึงหยุด กลัวมดตะนอยจะเจ็บอีก ถามว่ามดตะนอยตัดเล็บเองเป็นไหม

    “เป็นค่ะ คุณตา ลุงช้างเป็นคนสอนให้ค่ะ”กวางชมว่าลุงช้างสอนดีจัง มดตะนอยทำอะไรเองได้ตั้งหลายอย่าง

    “ค่ะ ลุงช้างบอกว่าเผื่อตอนที่ลุงช้างไม่ว่างมดตะนอยจะได้ทำเองได้ค่ะ”

    “ลุงช้างเขารักมดตะนอยมาก มดตะนอยต้องรักลุงช้างให้มากๆนะคะ” กวางลูบหัวลูกอย่างเอ็นดู

    “ค่ะ...มดตะนอยรักลุงช้าง รักแม่กวาง รักพ่อหมึก รักคุณตาสิงห์ด้วย รักทุกคนเลยค่ะ”

    ตาสิงห์ลูบหัวมดตะนอย ฉุกคิดอะไรบางอย่างในใจ...ครู่หนึ่งตาสิงห์ลุกไปที่โทรศัพท์ กำลังจะยกหู

    กดโทร. เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นก่อน เป็นสายจากนายแม่นั่นเอง นายแม่บอกว่าตนมีเรื่องจะคุยด้วย ตาสิงห์บอกว่าตนก็มีเรื่องจะคุยด้วยเหมือนกัน ตาสิงห์มัวแต่อ้ำอึ้ง นายแม่เลยขอพูดก่อนว่า

    “คือฉันมานั่งคิดๆดูนะตาสิงห์ พวกเราสองบ้านจะมัวมาทะเลาะกันอยู่ทำไม ทำไมเราไม่หาทางให้ไอ้เจ้าหมึกกับกวางลูกตาสิงห์คืนดีกัน”
    ตาสิงห์บอกว่าก็เรื่องนี้แหละที่ตนจะคุยด้วย

    นายแม่ถามว่าแล้วเราจะทำยังไงดี ตาสิงห์บอกว่ากวางยังไม่หายโกรธหมึกเลย คงต้องขอเวลาหน่อย

    “นานไหม? ฉันรอไม่ไหวหรอกนะตาสิงห์ คิดดูนะถ้าเราทำสำเร็จ มดตะนอยจะได้มีพ่อมีแม่เป็นครอบครัวเสียที”

    “ฉันก็อยากให้เป็นแบบนั้น งั้นฉันจะหาทางไปคุยกับกวางให้ ส่วนเจ้าหมึกก็ฝากแม่ดาวเรืองเป็นธุระด้วยนะ”

    “ไม่ต้องห่วง ทางนี้พร้อมอยู่แล้ว” นายแม่วางโทรศัพท์ยิ้มกริ่ม อึ้มเพ็ญกับน้ามะลิถลาเข้ามาถามทันทีว่าเป็นไงบ้าง? “ตาสิงห์ก็เห็นดีด้วย งั้นพวกเราลุย!”

    นายแม่ฮึกห้าวราวกับแม่ทัพสั่งออกศึก!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์