นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    กลับไปถึงล็อบบี้โรงแรมที่จัดประกวด แก๊งนายแม่กำลังร้องรำทำเพลงสนุกสนานกันสุดเหวี่ยง มดตะนอยร่วมวงด้วย ส่วนหนูเล็กนั่งเหนียมๆกับสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา

    พอเจอหน้าไข่หวาน นายแม่ตำหนิทันทีว่าทำไมตอบคำถามแบบนั้น รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ไข่หวานขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง นายแม่บอกว่าตนไม่ได้หวังอะไรแต่อย่างน้อยก็น่าจะได้ที่สองหรือที่สามบ้าง ถ้าไม่ตอบคำถามโง่ๆแบบนั้น

    “นายแม่อย่าว่าไข่หวานเลยนะคะ เท่านี้ไข่หวานก็เสียใจจะแย่อยู่แล้ว” ลุงช้างติง นายแม่เปลี่ยนเสียงทันทีบอกว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร กลับบ้านเราเถอะ ชาวบ้านจะว่าอะไรก็ช่าง ยังไงไข่หวานก็ยังเป็นลูกแม่

    “นายแม่เป็นอะไรเนี่ย สามนาทีสี่อารมณ์” พิชิตงึมงำ ถูกนายแม่เอ็ดว่าอย่าพูดมาก ไปขนของขึ้นรถได้แล้ว ไข่หวานบอกนายแม่ว่าของตนค่อนข้างเยอะ ขอเวลาจัดของสักสองวันแล้วจะรีบกลับ หมึกขออยู่ช่วยน้องด้วยจะได้กลับพร้อมกัน นายแม่ตามใจอบรมว่าอยู่บ้านเขาอย่าทำอะไรบ้านเขาพังล่ะ

    หมึกหันไปขออนุญาตลุงช้างค้างสองคืน ลุงช้างยินดี แต่คนที่ดีใจที่สุดคือมดตะนอยที่จะได้มีเพื่อนเล่นถูกใจ

    ooooooo

    หมึกอยู่ในภาวะอึดอัดกลัดกลุ้มที่รู้แล้วว่ามดตะนอยคือลูกของตัวเองแต่ไม่อาจแสดงออกได้ ถามไข่หวานว่าเราบอกความจริงให้รู้แล้วรู้รอดไปไม่ดีหรือ

    “ไม่ได้นะ ขืนบอกไปตอนนี้ทุกอย่างจะพังแน่ ไม่เห็นเหรอว่าลุงช้างเขาเกลียดพี่ขนาดไหน” ไข่หวานไม่เห็นด้วยบอกให้รอลุงช้างใจเย็นกว่านี้หน่อยแล้วตนจะหาทางบอกเขาเอง

    ที่โต๊ะอาหารเย็นนี้ มดตะนอยอ้อนไข่หวานให้ขอนายแม่อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้หรือ ไข่หวานบอกว่าตนสัญญากับนายแม่ไว้แล้วไม่อยากผิดสัญญา ลุงช้างก็ปลอบใจมดตะนอยว่า ลุงช้างก็สัญญากับมดตะนอยแล้วไงว่าจะพามดตะนอยไปหาอาไข่หวานที่โคราชบ่อยๆ

    “แล้วแม่ล่ะคะ แม่จะมาเมื่อไหร่ มดตะนอยอยากพาแม่ไปเจอกับอาไข่หวานด้วย” ลุงช้างตอบกล้อมแกล้มว่าเร็วๆนี้แหละ “ลุงช้างบอกแม่นะคะว่ามาเร็วๆ อาไข่หวานไม่อยู่แล้วมดตะนอยเหงา”

    “แล้วถ้ามดตะนอยอยู่กับอาหมึกทุกวันเลยจะเหงาไหมคะ” หมึกถามหยั่งความรู้สึกของมดตะนอย ถูกลุงช้างขัดขึ้นว่าพรุ่งนี้อาหมึกก็ต้องกลับโคราชไปพร้อมอาไข่หวานแล้ว

    มดตะนอยทำหน้ามุ่ย ลุงช้างเลยแกล้งถามว่าอยู่กับลุงช้างแล้วไม่สนุกหรือ หนูน้อยรีบบอกว่าสนุก ลุงช้างจึงเสนอว่าเพื่อเป็นการทิ้งท้าย พรุ่งนี้เราเลี้ยงส่งอาไข่หวานกับอาหมึกดีไหม หมึกอ่อยว่าพรุ่งนี้เราจะได้เล่นกันทั้งวันเลยดีไหม

    “ดีค่ะ...” มดตะนอยตอบทั้งลุงช้างและอาหมึก บรรยากาศจึงค่อยดีขึ้น ไข่หวานเหลือบมองหน้าหมึกอย่างเห็นใจ

    เวลาที่จะต้องจากมดตะนอยไปยิ่งใกล้เข้ามาหมึกก็ยิ่งว้าวุ่นใจ จนคืนนี้นอนไม่หลับ มดตะนอยมาเจอถามว่าทำไมอาหมึกยังไม่นอนอีก หมึกย้อนถามว่าแล้วทำไมมดตะนอยยังไม่นอนล่ะ หนูน้อยบอกว่ารอลุงช้างอ่านนิทานให้ฟัง ตอนนี้ลุงช้างอาบน้ำอยู่ หมึกเสนอว่าตนอ่านให้ฟังก็ได้ แล้วตะล่อมถามว่ามดตะนอยอยากไปอยู่กับอาหมึกไหม

    “ไม่ได้หรอกค่ะ มดตะนอยต้องอยู่กับลุงช้าง” หมึกบ่นตัวเองว่าทำไมอาคิดอะไรโง่ๆ แล้วบ่นว่าไปแล้วคงคิดถึงมดตะนอยแย่เลย “เดี๋ยวลุงช้างก็พามดตะนอยไปเยี่ยมได้ค่ะ”

    หมึกทนความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ ถามมดตะนอยว่าอยากเจอพ่อไหม หนูน้อยบอกว่าอยาก ตนไม่เคยเห็นพ่อเลย ทั้งลุงช้างกับลุงเสือก็ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่าพ่อหน้าตาเป็นยังไง หมึกถามว่าแล้วถ้าวันนี้มดตะนอยได้เจอพ่อจะรู้สึกอย่างไร?

    “ก็ต้องดีใจสิคะ มดตะนอยจะเข้าไปกอดไปหอมพ่อหลายๆทีเลย” หนูน้อยตอบเสียงใสแววตามีความสุข

    จนหมึกแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ อยากได้รับสัมผัสนั้นจากลูก แม้จะเป็นเพียงการสมมติก็ตาม บอกมดตะนอยว่า

    “ไหนๆ มดตะนอยจะทำยังไงนะ ลองซ้อมกับอาหมึกก่อนซิ”

    พอมดตะนอยกอดและหอมหมึกอย่างที่คิดจะทำกับพ่อ ก็ทำให้หมึกสะเทือนใจจนร้องไห้ออกมา มดตะนอยมองหน้าถามว่าอาหมึกเป็นอะไรคะ? หมึกบอกว่าคิดถึงลูก ไม่ได้เจอลูกตั้งนานแล้ว ตัวเท่ามดตะนอยนี่แหละ

    “งั้นกอดมดตะนอยแทนก่อนก็ได้นะคะ” มดตะนอยกอดหมึกแน่น หมึกพูดเสียงเครืออย่างสะเทือนใจว่า

    “พ่อ...อาหมึกรักหนูนะ...มดตะนอย” หมึกกอดมดตะนอยไว้แน่นด้วยความรู้สึกของพ่อที่มีต่อลูก

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงช้างกับไข่หวานดูหมึกว่ายน้ำกับมดตะนอยในสระหน้าบ้าน ลุงช้างชื่นชมว่า หมึกมาวันเดียวก็สอนมดตะนอยว่ายน้ำเป็นแล้ว และมดตะนอยรู้จักกับไข่หวานไม่นานก็ขี่จักรยานเป็น ปีนต้นไม้เป็น ลุงช้างพูดติดตลกว่า

    “ถ้าอยู่กันนานกว่านี้ มดตะนอยคงขับรถทัวร์ได้”

    “ลุงช้างก็เว่อร์...แต่ไข่หวานมาอยู่กับลุงช้าง ไข่หวานก็ได้อะไรไปหลายอย่างเหมือนกันนะคะ ทำกับข้าว ล้างจาน ซักผ้า” ลุงช้างชวนให้อยู่นานกว่านี้ตนจะสอนตัดเสื้อให้ “เว่อร์อีกแล้ว...เดี๋ยวเราไปซื้อของกันดีกว่าค่ะ”

    ลุงช้างเร่งมดตะนอยให้ไปแต่งตัวได้แล้ว มดตะนอยขอเล่นกับอาหมึกที่บ้าน หมึกดีใจบอกลุงช้างว่าตนจะดูแลมดตะนอยให้เอง ลุงช้างลังเล ไข่หวานบอกให้มดตะนอยอยู่กับอาหมึกเถอะ วันสุดท้ายแล้วจะได้สนุกกันให้เต็มที่เลย

    ขณะออกไปซื้อของด้วยกัน ไข่หวานถามหยั่งท่าทีลุงช้างว่าทำไมอยู่ๆพ่อของมดตะนอยจึงอยากจะพบลูกขึ้นมา ลุงช้างบอกว่าตนคุยกับลุงเสือเหมือนกัน คิดว่าเขาคงอยากจะหาผลประโยชน์อะไรสักอย่างจากมดตะนอย ไข่หวานถามว่าไม่คิดว่าเขารักมดตะนอยหรือ และตอนที่เขาจากไปอาจไม่รู้ว่ากวางกำลังท้องก็ได้

    ลุงช้างเชื่อว่ากวางต้องบอกเขา

    “แต่ก็ไม่แน่นะคะ ตอนนั้นพี่กวางอาจจะสับสนแล้วก็อาย ก็เลยไม่ได้บอก แล้วพอหนีไปอเมริกา ฝ่ายชายก็ยิ่งไม่รู้ข่าวอะไรเลย แต่พอมารู้เอาตอนหลังก็อยากจะรับผิดชอบน่ะค่ะ” ลุงช้างถามเสียงเข้มว่าทำไมถึงพูดเข้าข้างฝ่ายนู้น

    “เปล่าค่ะ ไข่หวานแค่ลองคิดในแง่ดีน่ะค่ะ...อุ๊ย ผักกำนี้สดจังนะคะ น่ากิ๊นน่ากิน” ไข่หวานรีบเปลี่ยนเรื่อง

    หมึกอยู่กับมดตะนอยก็ยิ่งคิดหนักกลัวว่าถ้าวันไหนลุงช้างรู้ความจริงว่าตนเป็นพ่อของมดตะนอยโอกาสที่จะได้มดตะนอยกลับไปก็ยิ่งยาก เลยแกล้งถามมดตะนอยว่าอยากไปเที่ยวโคราชไหม พอมดตะนอยบอกว่าอยาก หมึกชวนไปกันวันนี้เลยไหม พอถูกมดตะนอยถามว่าแล้วลุงช้างกับอาไข่หวานล่ะ หมึกก็ทำเป็นเฉไฉว่า

    “จริงสิ ยังไม่ได้ชวนเลย งั้นอาหมึกโทร.ชวนเลยดีกว่าเนอะ ถ้าเขาไปมดตะนอยก็จะไปใช่ไหมคะ” มดตะนอยบอกว่าไป แต่ลุงช้างจะยอมไปหรือ หมึกแกล้งทำเป็นโทร.ชวนลุงช้างกับไข่หวาน ทำเป็นทั้งสองจะไปด้วย หมึกแกล้งพูดว่างั้นตนกับมดตะนอยจะไปก่อน ไข่หวานกับลุงช้างค่อยตามไปทีหลังก็แล้วกัน มดตะนอยหลงเชื่อรีบไปเก็บเสื้อผ้าที่ห้อง

    แต่พอมดตะนอยไปเก็บเสื้อผ้า ไข่หวานก็โทร.มาถามหมึกว่าอยากได้อะไรเพิ่มไหมตนกำลังจะกลับแล้ว หมึกกลัวเสียแผน บอกไข่หวานว่าอย่าเพิ่งกลับ แล้วสั่งซื้อไส้กรอกรสไส้อั่ว บอกไข่หวานว่ารสนี้มีแน่แต่ต้องเสียเวลาหาหน่อย แล้วทำเป็นถามมดตะนอยว่าอยากได้อะไร แล้วบอกไข่หวานว่ามดตะนอยอยากได้ช็อกโกแลตรสสตรอเบอรี่

    หมึกแกล้งสั่งของที่ไม่มีแต่อ้างว่ามีให้ไข่หวานหาดีๆ เพราะถ้าไม่ได้รสที่ต้องการมดตะนอยจะไม่กิน แล้วเร่งมดตะนอยว่าเสร็จหรือยัง มดตะนอยยังหา กกน.ไม่เจอ หมึกบอกว่าช่างเถอะ ไปยืมนายแม่เอาก็แล้วกัน แล้วเร่งมดตะนอยยิกๆ

    ooooooo

    หมึกวิ่งเข้าไปในห้องบอกมดตะนอยว่าไม่ต้องเก็บของแล้วไปหาซื้อเอาข้างหน้า แล้วอุ้มมดตะนอยออกจากห้องไป

    พอลงมาถึงชั้นล่าง มดตะนอยปวดอึ๊กะทันหัน หมึกให้อั้นไว้ก่อนเอาไปปล่อยที่โคราช มดตะนอยบอกว่าครูสอนว่ากลั้นอึ๊ไม่ดี หมึกจึงให้เวลา 3 นาที พออึ๊เสร็จมดตะนอยขอเวลาล้างมืออีก 7 ขั้นตอนตามที่ครูสอนอีก ล้างมือเสร็จก็นึกได้ว่าลืมตุ๊กตา หมึกเร่งให้รีบไปเอา แล้วอุ้มมดตะนอยใส่รถขับออกจากบ้าน ทำท่าจะเลี้ยวขวาแต่เปลี่ยนใจเป็นเลี้ยวซ้ายออกไป

    ลุงช้างกับไข่หวานหาไส้กรอกรสไส้อั่วกับช็อกโกแลต รสสตรอเบอรี่ เดินหาขาแทบพลิกก็ไม่มีเลยกลับกัน พอรถหมึกเลี้ยวซ้ายออกไป รถลุงช้างก็เลี้ยวเข้ามาทางขวาพอดี! ลุงช้างเห็นประตูรั้วเปิดอยู่ก็ดีใจนึกว่าเปิดประตูรอ แต่พอเข้าบ้านปรากฏว่ารถหายไป ก็เอะใจ มดตะนอยเองก็เห็นรถลุงช้างเลี้ยวเข้ามาแต่พอบอกหมึกเขาบอกว่ามดตะนอยตาฝาดไปเอง

    พอเข้าบ้านไม่เห็นมดตะนอย ไปที่ห้องเห็นเสื้อผ้าที่ยังจัดไม่เสร็จวางเขละอยู่ก็สงสัยว่ามดตะนอยรื้อหาอะไร? ส่วนไข่หวานก็โทร.เข้ามือถือหมึก มดตะนอยหยิบขึ้นจะรับสาย หมึกตกใจคว้าบลูทูธยัดใส่หู ไข่หวานถามว่าสองคนอยู่ที่ไหน มดตะนอยพูดจ๋อยๆ เร่งให้รีบตามมาเลย ไข่หวานไม่ทันรู้ว่าจะไปไหนกันหมึกก็ตัดบทก่อนวางสายว่าแล้วค่อยเจอกัน

    ไข่หวานรีบกดโทรศัพท์ถึงหมึกอีก ปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว ลุงช้างร้อนใจมากบอกไข่หวานว่าตนจะไปแจ้งความ ไข่หวานขอร้องว่าอย่าเพิ่งเลย เธอถูกคาดคั้นจนต้องบอกความจริงว่า

    “ลุงช้างฟังไข่หวานดีๆนะคะ ไข่หวานจะบอกว่า... พี่หมึกเป็นพ่อของมดตะนอยค่ะ” ลุงช้างผงะถามว่าพูดเล่นใช่ไหม “ไข่หวานขอโทษค่ะ ขอโทษแทนพี่หมึกด้วย พี่หมึกไม่รู้จริงๆว่าพี่กวางท้อง ที่พี่หมึกไม่ได้รับผิดชอบพี่หมึกไม่รู้นะคะ”

    ลุงช้างรับไม่ได้และไม่เชื่อ กล่าวโทษว่าหมึกขโมยหลานของตนจะไปแจ้งความให้ได้ ไข่หวานขอร้องให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวตนโทร.เช็กกับนายแม่ดูก่อน

    ooooooo

    นายแม่ อึ้มเพ็ญและน้ามะลิ กำลังทดลองทำข้าวต้มมัดเตรียมจะทำในวันแต่งงานของหมึกอยู่ ได้รับโทรศัพท์จากหมึกว่ากำลังพามดตะนอยมาโคราช ส่วนไข่หวานกับลุงช้างจะตามมาภายหลัง

    ครู่เดียวไข่หวานก็โทร.หานายแม่ จึงรู้ว่าหมึกกำลังเดินทางมาที่โคราช พอลุงช้างรู้ก็พรวดพราดขึ้นรถทันที ไข่หวานรีบตามขอไปด้วย อาสาจะขับให้ ลุงช้างไม่ไว้ใจไข่หวาน จะไปคนเดียว

    ไข่หวานตัดสินใจไปยืนขวางหน้ารถ บอกว่าถ้าไม่ให้ตนไปด้วยลุงช้างก็ไม่ต้องไป แล้วไข่หวานก็ขึ้นรถไปด้วยจนได้

    หมึกไปถึงบ้านนายแม่แล้ว เขาอุ้มมดตะนอยที่หลับปุ๋ยเดินเข้าบ้านถามพิชิตว่านายแม่อยู่ไหนตนมีเรื่องจะคุยด้วย นายแม่ออกมาก็ไปหอมมดตะนอยทันที บอกหมึกว่ามีอะไรก็ว่ามา หมึกส่งมดตะนอยให้น้ามะลิแล้วจูงนายแม่ไปที่มุมบ้าน นายแม่นั่งที่เก้าอี้ หมึกนั่งพับเพียบที่พื้นข้างหน้านายแม่ ส่วนพิชิตกับอึ้มเพ็ญยืนอยู่แถวนั้น

    พอหมึกเล่าความจริงให้ฟัง นายแม่ถามว่างั้นมดตะนอยก็เป็นลูกเขาใช่ไหม หมึกกราบแทบเท้านายแม่ ขอโทษและสารภาพว่าตนผิดไปแล้ว สำนึกผิดแล้ว

    นายแม่ตกใจที่หมึกขโมยมดตะนอยมา ถามว่าป่านนี้น้องช้างไม่เสียสติไปแล้วหรือ เขารักหลานขนาดไหนก็รู้อยู่

    “หมึกก็รักลูกเหมือนกัน! แต่ลุงช้างไม่เปิดโอกาสเลย หมึกก็เลยต้องเอาตัวมดตะนอยมาก่อนแล้วค่อยหาวิธีพูดกับลุงช้างทีหลัง” อึ้มเพ็ญถามว่าแล้วจะพูดว่ายังไง

    “ไม่รู้...ก็ถึงมาให้นายแม่กับอึ้มเพ็ญช่วยนี่ไง”

    นายแม่บอกว่าก่อเรื่องเองก็จัดการเองสิ หมึกถามว่าหรือนายแม่ไม่อยากได้มดตะนอยเป็นหลาน นายแม่ว้าวุ่นใจถามว่าแล้วจะทำยังไงดี นี่น้องช้างก็กำลังตามมาด้วย พิชิตเสนอว่าเราบอกมดตะนอยก่อนดีไหม มดตะนอยจะได้ไม่งง

    เมื่อทั้งนายแม่และหมึกช่วยกันตะล่อมถามและบอกความจริงแก่มดตะนอยว่าหมึกเป็นพ่อ มดตะนอยดีใจเดินไปกอดคอหมึก ทุกคนมองอึ้ง หมึกบอกมดตะนอยว่าให้เรียกตนว่าพ่อซิ

    “พ่อหมึก...” มดตะนอยเรียกเต็มปากเต็มคำ สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรัก นายแม่ อึ้มเพ็ญ น้ามะลิและพิชิต มองภาพนั้นด้วยความปลื้มปีติจนน้ำตาคลอ...

    ooooooo

    ลุงช้างเป็นห่วงมดตะนอยจนควบคุมสติแทบไม่อยู่ ขับรถตะบึงไปหน้าบอกบุญไม่รับ ถามไข่หวานว่าเธอรู้ว่าหมึกเป็นพ่อมดตะนอยตั้งแต่เมื่อไร ไข่หวานบอกว่าเมื่อวานตอนเขาไปเจอตนอยู่กับสริดาที่งานประกวด

    ลุงช้างโกรธจนมโนไปว่าไข่หวานมาตีสนิทกับมดตะนอยเพื่อให้หมึกมาขโมยไป พาลไปถึงนายแม่ว่าอาจรู้เรื่องนี้ด้วย จนไข่หวานเหลืออดปรามว่ามันจะเกินไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังสติแตกคิดอะไรมีแต่ไปในทางลบให้หยุดคิดเสียทีเถิด

    “คุณไม่มีสิทธิ์มาให้ผมหยุดคิด เพราะสิ่งที่คุณกับพี่คุณทำ มันทำให้ผมคิด”

    ไข่หวานโมโหเลยเปิดเพลงดังๆกลบเสียงลุงช้าง ทำให้ลุงช้างยิ่งโมโห เจ็บใจ

    พอไปถึงบ้านนายแม่ มดตะนอยวิ่งมาหาลุงช้าง แต่ลุงช้างไม่สนใจเดินอาดๆไปชกจนหมึกหน้าหงายแล้วจะตามซ้ำ ไข่หวานรั้งแขนลุงช้างไว้ เขาสะบัดอย่างแรงจะไปชกหมึกอีก มดตะนอยโผกอดหมึกแน่นถามลุงช้างว่า

    “ลุงช้างต่อยพ่อทำไมคะ!”

    ลุงช้างได้ยินมดตะนอยเรียกหมึกว่าพ่อก็ถึงกับอึ้ง เดินไปหามดตะนอยชวนกลับบ้านกัน

    นายแม่ต้องเข้ามาขอร้องลุงช้างให้ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆคุยกัน ลุงช้างจะไปแจ้งความมีอะไรให้ไปพูดกันที่โรงพัก

    “นายแม่ยอมรับว่าที่หมึกมันทำน่ะก็ผิดจริง แต่ยังไงมันก็เป็นพ่อมดตะนอย อย่าให้เรื่องถึงตำรวจเลย” ลุงช้างไม่ฟังจะพามดตะนอยกลับให้ได้ “แม่ของมดตะนอยชื่อกวางใช่ไหม ถ้าใช่ มดตะนอยก็เป็นลูกของหมึกจริงๆ นั่นแหละ”

    “พ่อหมึกเป็นพ่อมดตะนอยจริงๆค่ะ...พ่อเอารูปที่ถ่ายกับแม่ให้ลุงช้างดูสิคะ” มดตะนอยบอก หมึกเอารูปให้ลุงช้างดู นายแม่จึงชวนไปคุยกันข้างในดีกว่า
    ระหว่างคุยกัน นายแม่ขอโทษแทนหมึกที่ขโมยมดตะนอยมา ขอร้องลุงช้างให้เข้าใจหมึกด้วยว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย ส่วนที่หมึกไม่ได้ติดต่อมาถึง 6 ปีเพราะหมึกไม่รู้ว่ากวางท้อง แล้วนายแม่ก็เล่าคำสารภาพของหมึกให้ลุงช้างฟังว่า

    “ตอนหมึกเรียนอยู่ปี 4 หมึกมีแฟนที่หมึกรักมาก แล้ว...หมึกก็...ทำเขาท้อง แต่แฟนหมึกเขาไม่ได้บอกหมึกตรงๆ หมึกก็เลยไม่รู้ อยู่ๆเขาก็หายไปจากชีวิตหมึก จนเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อนหมึกมาบอกว่า เมื่อ 6 ปีก่อนเขาเห็นแฟนหมึกอุ้มท้องไปตรวจที่โรงพยาบาล หลังจากหมึกรู้เรื่อง หมึกก็ไม่มีความสุขเลย อยากจะเจอแฟนกับลูก อยากรู้ว่าเขาจะเป็นยังไงกันบ้าง หมึกก็เลยให้ไข่หวานช่วยไปตามหาที่กรุงเทพฯ”

    นายแม่บอกว่า หมึกสืบหาอยู่นานจนรู้ว่าแฟนหนีไปอยู่อเมริกา ส่วนลูกเธอให้พี่ชายเลี้ยงอยู่ที่กรุงเทพฯพี่ชายของกวางคือลุงช้างนั่นเอง! นายแม่เล่าให้ลุงช้างฟังอย่างละเอียด ลุงช้างฟังแล้วท่าทีอ่อนลง แต่ก็พูดอย่างไม่วางใจว่า

    “หมึกทิ้งกวาง ทิ้งมดตะนอยมานานขนาดนี้ยังไง หมึกก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพ่อมดตะนอย”

    เมื่อความจริงเผยออกมา การลำดับญาติก็พัวพันกันไปหมด ไข่หวานบอกหนูเล็กที่เอาขนมมาให้ว่า

    “ฉันกับแกเป็นญาติกัน พี่สาวแกที่ชื่อกวางน่ะเป็นแฟนพี่หมึก แล้วลูกของพี่หมึกกับพี่กวางก็คือมดตะนอย มดตะนอยก็เป็นหลานแก หลานแกก็เป็นหลานฉันด้วย” พอหนูเล็กรู้ก็จะรีบกลับบ้านไปพาตาสิงห์ผู้เป็นพ่อมาพบญาติ ตาสิงห์งงถามว่าญาติอะไร ที่ไหน? “มันซับซ้อนค่ะ ขึ้นรถก่อน เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”

    ฝ่ายลุงเสือก็ร้อนใจรีบโทร.บอกกวางที่อเมริกาว่ามดตะนอยถูกพ่อที่ชื่อหมึกมาลักพาตัวไปจากบ้าน กวางตกใจมาก พอตั้งสติได้ก็รีบลุกไปแต่งตัวทันที
    นายแม่กับลุงช้างนั่งคุยกันในห้อง แต่นอกห้อง บรรดาผู้เกี่ยวข้องต่างอยากรู้อยากเห็น พากันแอบฟัง พอตาสิงห์มาถึงก็กอดอุ้มมดตะนอย พอรู้ว่าลุงช้างกำลังเจรจากับนายแม่อยู่ในห้อง ก็เข้าไปร่วมวงด้วย

    “ช้าง ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน แม่ดาวเรืองมา เรามาคุยกันหน่อย”

    “ได้สิ คุยกันแบบผู้ใหญ่ คงจะเคลียร์กันได้ง่ายขึ้น” นายแม่เห็นด้วย แต่พอคุยกันจริงๆตาสิงห์รับข้อเสนอของนายแม่ไม่ได้ ลุงช้างก็ไม่ยอม นายแม่ถามว่าแล้วจะเอายังไง

    “ก็เป็นเหมือนเดิม ผมก็เลี้ยงมดตะนอยเหมือนเดิม หมึกก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิม” ลุงช้างสรุป นายแม่ไม่ยอม อ้างว่าเมื่อหมึกเจอลูกแล้วก็อยากอยู่กับลูก ลุงช้างสวนทันควันว่า “ผมก็อยากอยู่กับหลานผม”

    เมื่อการเจรจาไม่เป็นที่ตกลง ตาสิงห์เสนอว่าเอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่

    มดตะนอยเข้ามาถามพวกผู้ใหญ่ว่าคุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม หายโกรธกันแล้วใช่ไหม ลุงช้างเรียกมดตะนอยไปหา นายแม่เรียกอึ้มเพ็ญกับน้ามะลิทันที ทั้งสองพรวดออกไปสกัด แต่บรรดาผู้ใหญ่ไม่อยากให้มดตะนอยเห็นว่าทะเลาะกันจึงต่างปั้นหน้ายิ้มแย้มแต่คุมเชิงแย่งชิงมดตะนอยกันเอาเป็นเอาตาย นายแม่เรียกไข่หวานให้มาพามดตะนอยไปอาบน้ำ พอไข่หวานพามดตะนอยออกไปแล้ว นายแม่หันเผชิญหน้าลุงช้างทันที

    “ถ้าอยากทะเลาะกันต่อหน้าเด็กก็เอาสิ...เอาซี้!”

    “ถ้าจะให้มดตะนอยอยู่ที่นี่ ผมก็จะอยู่ที่นี่ มดตะนอยอยู่ไหน ผมก็จะอยู่ที่นั่น” ลุงช้างประกาศกร้าว

    ooooooo

    วันนี้ ขณะสาริศกับนิกกี้เข้าฟิตเนส เดินบนลู่ข้างกัน สาริศพูดถึงความไม่ปกติของการประกวดที่ผ่านไปว่าต้องมีการทุจริตแน่ ถ้าตนหาหลักฐานได้จะไม่ปล่อยเอาไว้เด็ดขาด

    นิกกี้เสนอให้ไปถามไข่หวานก่อนดีกว่าเพราะคนอย่างไข่หวานไม่น่าจะตอบคำถามแบบนั้น อาสาจะไปถามให้เอง พอดีได้รับโทรศัพท์จากไข่หวานเล่าเรื่องหมึกเป็นพ่อของมดตะนอยและหมึกขโมยมดตะนอยไปที่บ้านโคราชแล้ว นิกกี้เล่าให้สาริศฟังว่าคนที่ไข่หวานตามหามาตลอดคือคุณกวางน้องสาวลุงช้างนั่นเอง

    “คุณกวางเพื่อนพี่ดาเป็นน้องสาวคุณช้างเหรอ...ไม่อยากเชื่อ”

    “เรื่องจริงค่ะ คุณดานั่นแหละเป็นคนบอกไข่หวานในวันประกวด”

    “พี่ดา...งั้น...ต้องเป็นแผนของพี่ดาแน่ๆ”

    นิกกี้บอกว่าตอนนี้ทั้งสองบ้านกำลังทะเลาะกันใหญ่โต พรุ่งนี้ตนขอลางานไปดูไข่หวานหน่อย สาริศขอไปด้วย บอกว่าพรุ่งนี้จะไปรับที่คอนโด อ้างให้ดูดีว่าเธอเป็นผู้หญิงขับรถคนเดียวไกลๆไม่ดี นิกกี้ถามว่ารู้จักกันตั้งนานเขาเห็นตนเป็นผู้หญิงอ่อนแองั้นเหรอ? สาริศทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้บอกว่า ตนก็แค่...อยากขับรถให้เธอนั่งเท่านั้น

    ooooooo

    ลุงช้างหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่ในแวดวงของพวกนายแม่ กระทบกระทั่งกันตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่บนโต๊ะอาหาร แต่ลุงช้างก็สู้ยิบตาเพื่อจะเอาหลานของตนคืน

    พอถึงเวลานอน เป็นปัญหาอีกจนได้ว่าใครจะนอนกับมดตะนอย ลุงช้างกับหมึกต่างแย่งกันจะให้มดตะนอยนอนกับตน มดตะนอยบอกว่านอนกับทั้งสองคนนั่นหละ ลุงช้างขอให้เลือก มดตะนอยจึงเลือกคืนนี้นอนกับลุงช้างก่อน พรุ่งนี้ค่อยนอนกับพ่อหมึก

    ลุงช้างดีใจบอกมดตะนอยให้ราตรีสวัสดิ์ทุกคน ปรากฏว่านายแม่ไม่ยอมสั่งให้ไข่หวานไปนอนด้วย พอไข่หวานโวยก็อ้างว่าทีไปอยู่บ้านลุงช้างหลายเดือนยังอยู่ได้กะอีแค่คืนเดียวทำไมจะอยู่ไม่ได้ แล้วไล่ไข่หวานให้ตามไปจนได้

    พอเข้าห้องนอน ทั้งลุงช้างและไข่หวานต่างไปนั่งคุมเชิงกันอยู่คนละมุมห้อง จนมดตะนอยหลับต่างจึงย่องไปที่เตียง ไข่หวานรีบขึ้นนอนบนเตียง ทีแรกลุงช้างก็ยอมนอนที่พื้นข้างเตียงแต่ฉุกคิดได้ว่าถ้าไข่หวานแอบพามดตะนอยหนีตนก็จะไม่รู้เลยขึ้นไปนอนบนเตียงด้วย โดยมีมดตะนอยคั่นกลาง

    ฝ่ายนายแม่ก็ให้ทั้งอึ้มเพ็ญ น้ามะลิ และพิชิต มานอนขวางทางนับแต่หน้าห้องจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย

    พอตกดึก ลุงช้างเห็นไข่หวานหลับสนิทจึงแอบอุ้มมดตะนอยจะพาหนี เดินย่องผ่านอึ้มเพ็ญ ผ่านมะลิที่หัวบันไดและผ่านพิชิตที่บันไดขั้นสุดท้าย อุ้มมดตะนอยไปนอนในรถแล้วสตาร์ตรถจะหนี พอเปิดไฟหน้ารถเห็นร่างหนึ่งยืนขวางทางอยู่ ลุงช้างนึกว่าถูกผีหลอก พอเปิดไฟสูงดูจึงเห็นว่าเป็นนายแม่!

    สุดท้ายแค่นายแม่ชี้นิ้วสั่งให้กลับเข้าบ้าน ลุงช้างก็ต้องอุ้มมดตะนอยกลับไปที่ห้องตามเดิม

    ooooooo

    รุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า หมึก นายแม่ อึ้มเพ็ญ น้ามะลิและพิชิตกำลังจะพามดตะนอยไปเที่ยวกัน ลุงช้างไม่ให้ไปอ้างว่าพักนี้มดตะนอยเที่ยวบ่อย แล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย แต่มดตะนอยอยากไป เลยถูกลุงช้างดุว่า เดี๋ยวนี้ดื้อกับลุงแล้วหรือ?!

    นายแม่ดึงมดตะนอยไปยืนข้างตัวเอง ลุงช้างจะมาหา มดตะนอยถอยหนีไม่มองหน้าลุงช้าง ทำให้ลุงช้างถึงกับอึ้ง เจ็บปวด เสียใจเดินผละไป ไข่หวานตามไปเห็นลุงช้างยืนน้ำตาไหลอยู่ในสวน ไข่หวานได้แต่มองดูอย่างเข้าใจความรู้สึกเขา

    เมื่อไข่หวานเดินกลับมา มดตะนอยถามว่าตนทำให้ลุงช้างเสียใจหรือ แม้ไข่หวานจะบอกว่าไม่ใช่ มดตะนอยก็รู้สึกผิด ถามว่าลุงช้างอยู่ไหน แล้ววิ่งไปขอโทษ

    ลุงช้างถามว่ามดตะนอยยังรักลุงช้างอยู่ไหม หนูน้อยบอกว่ารัก พอลุงช้างถามว่าแล้วทำไมลุงช้างพูดอะไรไม่เชื่อฟัง มดตะนอยขอโทษบอกว่าไม่อยากไปเที่ยวแล้ว ลุงช้างถามอีกว่ามดตะนอยรักพ่อหมึกมากไหม

    “มดตะนอยดีใจที่ได้เจอพ่อค่ะ แต่ยังไงมดตะนอยก็รักลุงช้างที่สุด รักกว่าใครในโลกทั้งหมด” ลุงช้างสะเทือนใจกอดมดตะนอยน้ำตาไหลพราก มดตะนอยเห็นไข่หวานยืนดูอยู่ ไข่หวานจึงเดินไปพูดกับลุงช้างอย่างสะเทือนใจว่า

    “ไข่หวานขอโทษที่ครอบครัวไข่หวานทำให้ชีวิตลุงช้างวุ่นวาย แต่มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วนะคะ เราต้องช่วยกันแก้ปัญหานะคะ ลุงช้าง”

    พอดีสาริศกับนิกกี้มาถึง ไข่หวานจึงชวนทั้งสองไปหาที่คุยกัน สาริศพูดอย่างรู้สึกผิดว่าเรื่องทั้งหมดมาจากพี่สาวตน ถามว่าตอนนี้ยุ่งไปถึงไหนแล้ว ไข่หวานบอกว่าลุงช้างใจแข็งมากยังไงก็จะเอามดตะนอยกลับให้ได้ ส่วนนายแม่ก็ดูจะพูดยากกว่าลุงช้างเสียอีก นิกกี้ถามว่าแล้วจะจบอย่างไร ไข่หวานบอกว่าตอนนี้ตนไม่อยากคิดอะไรเพราะเข้าข้างฝ่ายไหนไม่ได้เลย

    ในที่สุดลุงช้างก็กล่อมมดตะนอยให้กลับไปจนได้บอกว่าแม่กวางกำลังมาหา เรารีบไปหาแม่กวางกันดีกว่า มดตะนอยขอไปลาพ่อหมึกกับทุกคนก่อน พอมดตะนอย มาบอกว่าตนจะกลับกรุงเทพฯกับลุงช้าง หมึกถึงกับหมดแรง ส่วนลุงช้างรีบไปจูงมดตะนอยออกไป

    “ฉันไม่ให้ไป!!” นายแม่ประกาศิต “มดตะนอยต้องอยู่ที่นี่ ถ้าจะเอาไปก็คอยดูแล้วกันว่าจะออกไปจากโคราชได้ไหม ให้มันรู้ซะบ้างว่าดาวเรืองเป็นใคร!”

    หมึกคุกเข่าอ้อนวอนมดตะนอยให้อยู่กับพ่อ ขอโทษเรื่องที่ผ่านมาขอให้พ่อได้มีโอกาสเลี้ยงลูกด้วยเถิด ขอร้องลุงช้างให้โอกาสตนได้ชดใช้ความผิดที่ทำกับกวางด้วยเถิด ขอร้องลุงช้างว่า

    “ศักดิ์ศรีอย่างหนึ่งของลูกผู้ชายก็คือการได้เลี้ยงดูครอบครัว ลุงช้างกับผมก็เป็นลูกผู้ชายเหมือนกัน หวังว่าลุงช้างจะเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่ออย่างผมนะครับ...ให้มดตะนอยได้อยู่กับพ่อเถอะนะครับ”

    มดตะนอยแกะมือลุงช้างออกแล้วเดินไปหาหมึก พ่อลูกกอดกันแนบแน่น วินาทีนั้นลุงช้างรู้สึกถึงความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ในขณะที่แก๊งนายแม่มองภาพนั้นอย่างตื้นตัน

    “ไม่ได้!!” เสียงลุงเสือแทรกเข้ามาอย่างมีอำนาจ “มดตะนอยต้องอยู่กับแม่!”

    กวางใส่แว่นดำเดินเข้ามา พอถอดแว่นดำออก มดตะนอยก็อุทานเสียงแผ่วอย่างตื่นตะลึง “แม่...”

    หมึกตะลึงงัน เรียกอย่างตื้นตัน “กวาง...”

    ลุงช้างดีใจได้แต่มองอึ้งที่เห็นกวางกลับมา...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์