นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ลุงช้างไปพบสริดาที่ริมสระบัวในสวนสาธารณะ เขาถามอย่างเกรงใจว่ารบกวนเธอมากไปหรือเปล่า เธอบอกว่าอยู่บ้านก็เบื่อ ได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี ลุงช้างถามว่าเธอรู้จักพ่อของมดตะนอยดีแค่ไหน?

    “เขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยค่ะพี่ช้าง เท่าที่ดารู้นะคือตอนเรียนเขาทำตัวเป็นเพลย์บอย จีบผู้หญิงคนนั้นคนนี้ไปทั่วค่ะ ยายกวางถูกผู้ชายคนนี้หลอกแล้วก็ทิ้งไป แถมตอนนั้นยังท้องด้วย กวางเกลียดผู้ชายคนนี้มากถึงไม่ยอม บอกใครไงคะ พี่ช้างอย่าโกรธกวางเลยนะคะ มันไม่ใช่ความผิดของกวาง แต่เป็นความผิดของผู้ชายชั่วคนนั้น”

    “เขาบอกดาว่ายังไงบ้างเรื่องที่อยากเจอมดตะนอย”

    “ดาว่าเขาคงไม่ได้อยากเจอมดตะนอยจริงๆ หรอกค่ะ คงจะมีใครกดดันมากกว่า ไม่ก็อยากเอาไปอ้างกับผู้หญิงที่คบอยู่ว่ามีลูกมีเมียแล้ว ให้ผู้หญิงยอมเลิกไป ดาคิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้ค่ะเขาถึงกระตือรือร้นตามหา” เป่าหูอีกว่า “ถึงได้ตัวมดตะนอยไป เขาก็คงเอาไปให้คนอื่นเลี้ยงทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างที่เขาเคยทิ้งกวางมาแล้ว” ขู่ว่า “เขาเข้าใกล้มดตะนอยมาทุกทีแล้ว พี่ช้างต้องหนีพวกเขาให้พ้นนะคะ”

    ลุงช้างกลับถึงบ้าน เจอพลอยกำลังสอนมดตะนอยเต้นอยู่อย่างสนุกสนาน ลุงช้างก็ยิ่งคิดหนัก ถามมดตะนอยว่าเราย้ายบ้านกันดีไหม มดตะนอยอ้อนว่าตนอยากอยู่ที่นี่ พอพลอยกลับไป ลุงช้างอุ้มมดตะนอยนั่งตักถามว่า มดตะนอยคิดถึงแม่กวางไหม มดตะนอยบอกว่าคิดถึงถ้าผลสอบออกมาแล้วตนจะได้เจอแม่ใช่ไหม ลุงช้างตอบไม่เต็มเสียงว่า

    อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

    “เอ่อ...จ้ะ...แล้ว...มดตะนอยอยากเจอพ่อไหมคะ”

    “อยากเจอสิคะ พ่อมาตามหามดตะนอยเหรอคะ ลุงช้างไปเจอพ่อมาเหรอคะ” มดตะนอยตื่นเต้นมาก เมื่อลุงช้างบอกว่าไม่ได้เจอ มดตะนอยรบเร้าว่า

    “ถ้าลุงช้างเจอพ่อเมื่อไหร่ บอกมดตะนอยด้วยนะคะ” ทำให้ลุงช้างยิ่งคิดหนัก

    ooooooo

    ทั้งลุงช้างและไข่หวานต่างก็ตกอยู่ในความเครียดกังวล ลุงช้างถามไข่หวานว่าเธอเครียดเรื่องอะไร

    “เรื่องประกวดรอบสุดท้ายน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าวันนั้นไข่หวานจะเจออะไรบ้าง” ลุงช้างให้กำลังใจว่า เชื่อว่าเธอจะทำตามความฝันได้แน่นอน “แล้วระหว่างความฝันของเรา กับความสุขของครอบครัว ถ้าเป็นลุงช้าง...ลุงช้างจะเลือกอะไรคะ”

    “ถ้าผมบอกว่ามดตะนอยคือความฝันของผมล่ะ?” ถามแล้วเห็นไข่หวานงง ลุงช้างพูดต่อเนิบๆ “เมื่อก่อน ผมฝันจะเป็นโน่นเป็นนี่หลายอย่าง แต่พอมีมดตะนอยแล้ว ผมเหลือแค่ฝันเดียว คืออยากเลี้ยงเขาให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี”

    “ลุงช้างทำได้อยู่แล้วค่ะ”

    “มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอก วันนี้ผมเพิ่งรู้ว่าพ่อของมดตะนอยกำลังตามหาตัวมดตะนอยอยู่ เขาอาจจะเอามดตะนอยคืนไป” ไข่หวานตกใจถามว่าจริงหรือ?! “คงเพิ่งสำนึกผิดมั้ง แต่ผมว่าไม่ใช่หรอก เขาคงไม่ใช่คนดีขนาดนั้น”

    ไข่หวานฟังแล้วอยากรู้ว่าพ่อของมดตะนอยเป็นคนอย่างไร ลุงช้างเล่าตามที่สริดาเป่าหูให้ฟัง แล้วบอกไข่หวานว่า

    “มดตะนอยเป็นแก้วตาดวงใจของผม ผมไม่มีวันยกมดตะนอยให้มันหรอก”

    “ลุงช้างเข้มแข็งไว้นะคะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไข่หวานจะอยู่ข้างๆลุงช้างเสมอค่ะ”

    “ขอบคุณนะไข่หวาน ขอบคุณจริงๆ” ลุงช้างกอดไข่หวานด้วยความซึ้งใจ ไข่หวานกอดตอบให้กำลังใจกันและกัน

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ไข่หวานโทร.คุยกับหมึก หมึกดีใจมากถามว่าลูกกับกวางจะมาจริงๆใช่ไหม ที่ไหน! เมื่อไหร่!

    ไข่หวานบอกให้ใจเย็นๆ เพราะคุณดานัดให้มาเจอกันในงานประกวดรอบสุดท้ายของตน หมึกลุกจากรถเข็นบอกไข่หวานว่าคราวนี้ถึงต้องบุกน้ำลุยไฟแค่ไหนตนก็ต้องไปให้ได้ พอดีพิชิตมาบอกหมึกว่านายแม่กำลังมาที่นี่ หมึกรีบวางสายแล้วเดินไปหานายแม่ อึ้มเพ็ญและน้ามะลิ พิชิตติงว่าไม่แกล้งเจ็บแล้วหรือ หมึกไม่สนใจ ตรงไปบอกนายแม่ว่า

    “นายแม่ หมึกขอไปดูไข่หวานประกวดรอบสุดท้ายนะ” นายแม่ถามว่ายืนได้แล้วหรือ “ได้แล้ว เพิ่งหายเมื่อกี๊นี้เอง”

    แล้วหมึกก็ต้องห่อเหี่ยวกังวล เมื่อรู้ว่าทั้งอึ้มเพ็ญ น้ามะลิ และนายแม่ก็จะยกโขยงกันไป ยิ่งกว่านั้นนายแม่ยังให้พิชิตไปรื้อกลอง แตร ฉิ่ง ฉาบ ให้ด้วย ไม่รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหน

    ooooooo

    ความห่วงกังวลและว้าวุ่นใจ ทำให้ลุงช้างแทบไม่ยอมให้มดตะนอยพ้นสายตาตัวเอง วันนี้เป็นวันไปฟังผลสอบ พอลุงช้างไปส่งมดตะนอยที่โรงเรียนกลับมาไม่ทันไรก็จะไปรับแล้ว

    ไข่หวานติงว่าเพิ่งไปส่งกลับมาก็จะไปรับแล้วเหรอ ลุงช้างบอกว่าวันนี้มดตะนอยแค่ไปฟังผลสอบเลิกเที่ยง ไข่หวานติงว่า ยังอีกตั้งหลายชั่วโมง ลุงช้างบอกว่า

    ตนไปรอดีกว่าให้คนอื่นมารับไป แล้วลุงช้างก็ออกไปเลย

    ปรากฏว่ามดตะนอยสอบได้ที่ 1 แทนที่จะดีใจ ลุงช้างกลับยิ่งกังวล เพราะเคยสัญญากับมดตะนอยไว้ว่าถ้าสอบได้ที่ 1 จะพาไปหาแม่ที่อเมริกา

    เมื่อมดตะนอยทวงสัญญาถามว่าเราจะไปหาแม่เมื่อไหร่ดี ลุงช้างอ้อมแอ้มย้อนถามว่าเมื่อไหร่ดี พอมดตะนอยบอกว่าพรุ่งนี้เลยดีไหม ลุงช้างตกใจรีบบอกว่าเราจะไม่ไปอเมริกาแล้ว มดตะนอยหน้าเสียถามว่าทำไม ก็ลุงช้างสัญญาแล้วนี่

    “ก็...แม่มดตะนอย กำลังจะกลับมาประเทศไทยอยู่แล้วนี่คะ เรารออยู่ที่นี่แหละ”

    “จริงเหรอคะ... เยๆๆ แม่จะกลับมาแล้ว มดตะนอยจะได้เจอแม่แล้ว เยๆๆ” มดตะนอยกระโดดโลดเต้นดีใจมาก

    ไข่หวานอ่านใจลุงช้างออก จูงมือลุงช้างออกมาติงว่า ลุงช้างควรจะบอกความจริงกับมดตะนอย ลุงช้างบอกว่าตนจำเป็นต้องพูดอย่างนั้นเพราะตนพามดตะนอยไปเจอแม่ไม่ได้ ไข่หวานบอกว่าถ้าอย่างนั้นลุงช้างก็ต้องบอกความจริงกับมดตะนอยว่าทำไมถึงพาไปไม่ได้ เพราะลุงช้างจะโกหกมดตะนอยไปตลอดไม่ได้หรอก บอกความจริงไปเถิด

    “คุณจะให้ผมบอกมดตะนอยไปว่า ที่แม่ไม่เคยกลับมาหามดตะนอยเลยก็เพราะแม่ไม่ต้องการมดตะนอย ไม่อยากเจอมดตะนอย จะให้ผมบอกความจริงไปอย่างนี้เหรอ!” ไข่หวานอึ้งกับน้ำเสียงที่มีอารมณ์ของลุงช้าง “ผมจะไม่ยอมทำร้ายมดตะนอยเด็ดขาด ถึงมันจะเป็นความจริง แต่มันก็โหดร้ายเกินกว่าเด็กคนนึงจะรับได้”

    “แล้วถ้ามดตะนอยถามอีกล่ะคะ ว่าเมื่อไหร่แม่จะมา...” เป็นคำถามที่ลุงช้างอึ้ง อัดอั้น...หาคำตอบไม่ได้...

    ooooooo

    คืนนี้ ลุงช้างโทร.ไปคุยกับกวาง ถามว่าช่วงนี้งานยุ่งหรือเปล่า บอกให้พาแม่กลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง ไปตั้งนานแล้วไม่เคยได้กลับมาเลย กวางตอบอย่างหมางเมินว่าบ้านของตนกับแม่อยู่ที่นี่ ที่อเมริกา ไม่ใช่เมืองไทย

    “กวาง...ถึงแม้ตัวกวางจะหนีไปไกลแค่ไหน แต่เลือดเนื้อของกวางยังอยู่ที่นี่นะ กวางจะทิ้งไปเฉยๆ แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้”

    “ถ้าพี่ช้างจะโทร.มาพูดเรื่องนี้กวางไม่คุยด้วยนะคะ” เสียงเธอกระด้างทันที ลุงช้างพยายามหว่านล้อมว่ามดตะนอยถามถึงแม่บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ตนไม่รู้จะตอบอย่างไร มาพบกับลูกสักครั้งก็ยังดี “กวางไม่ต้องการรื้อฟื้นค่ะ กวางเคยเจ็บเจียนตายมาแล้ว กวางจะไม่ยอมกลับไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก ตอนนี้กวางมีความสุขดีแล้วค่ะอย่าให้กวางกลับไปเจอเรื่องนั้นอีกเลย”

    ไม่ว่าลุงช้างจะทั้งหว่านล้อมกระทั้งตำหนิว่าเธอเห็นแก่ตัว กวางก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่มา เพราะมาถึงวันนี้วันที่ตนหายเจ็บ ตนก็ละอายเกินกว่าจะไปพบหน้าลูก ตนเลวเกินกว่าที่จะให้ลูกเรียกว่าแม่ พูดเสียงเครือว่า “มันสายไปแล้ว”

    แต่พอกวางวางสายแล้ว ก็หาใช่ว่าจะใจแข็งอย่างที่พูดกับลุงช้าง เพราะพอกลับเข้าห้องนอน กวางก็เปิดไอแพด หาไฟล์ที่ชื่อว่า “คลิปมดตะนอย” เธอคลิกดู มีตั้งแต่คลิปมดตะนอยหนึ่งขวบ มดตะนอยในอิริยาบถต่างๆจน 2 ขวบ และสุดท้ายคือ 6 ขวบ เป็นคลิป “ชนะเชียร์ลีดเดอร์” และ “ขี่จักรยานเป็นแล้ว”

    กวางคลิกดูไฟล์ “ชนะเชียร์ลีดเดอร์” เห็นความน่ารักของมดตะนอยแล้ว กวางก็ยิ้มทั้งน้ำตา...

    ooooooo

    นิกกี้ทุ่มเทเตรียมงานประกวดหามรุ่งหามค่ำ จนสาริศเอ่ยชมด้วยความซึ้งใจว่าเธอไม่ใช่แค่เลขาของตน แต่เป็นบัดดี้ เป็นคู่หู ถ้าไม่มีเธอ งานคงไม่มีวันมาถึงวันนี้ได้

    “ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ค่ะ” นิกกี้พูดเหมือนไม่ใส่ใจ สาริศไม่เชื่อเพราะเธอทำงานราวกับมันเป็นชีวิตจิตใจของเธอ “ยอมรับก็ได้ค่ะ ฉันหลงรักงานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

    “ขอบคุณนะ เพราะงานนี้คือตัวผม คือชีวิตของผมเหมือนกัน”

    แต่พอจัดเวทีประกวดเสร็จสวยงามอลังการได้ดั่งใจแล้ว ตวงพรกับสายสมรก็พาภารวีมาซ้อมเดิน นิกกี้ไม่พอใจ สาริศเข้าไปติติงตวงพรว่าทำแบบนี้เป็นการเอาเปรียบผู้เข้าประกวดคนอื่น ตวงพรโต้ว่านี่คือการใส่ใจไม่ใช่การเอาเปรียบ

    ทั้งตวงพรและสายสมรรุมกันโต้เถียงสาริศ ท้าว่าถ้าคิดว่าเป็นการเอาเปรียบ คนอื่นจะมาซ้อมเดินก็ไม่มีใครว่า และในระเบียบกติกาก็ไม่เห็นมีข้อไหนห้ามผู้เข้าประกวดมาซ้อมกับสถานที่จริงก่อน

    ขณะสาริศกับนิกกี้กำลังหงุดหงิดไม่พอใจนั้น ภารวีก็ดี๊ด๊าเข้ามาถามสาริศว่าการซ้อมของตนเป็นอย่างไรบ้าง สาริศตอบอย่างเย็นชาว่าตนไม่ทันได้ดู ภารวียังคุยอวดว่าตนซ้อมทั้งท่ารับมงกุฎ ท่าดีใจ และท่าโบกมือมาอย่างดีแล้ว

    “หนูภา...ซ้อมพอแล้วล่ะ กลับเถอะ” ตวงพรตัดบทแล้วก็พาภารวีเดินเชิดออกไปพร้อมสายสมร

    ooooooo

    ที่โคราช ทั้งนายแม่ อึ้มเพ็ญและน้ามะลิ ต่างลองชุดที่จะไปเชียร์ไข่หวานราวกับจะไปประกวดเอง นายแม่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับลองชุดแล้วออกเดินหาหมึก พอเจอก็รี่เข้าไปถามว่าชุดนี้เป็นไง สวยไหม

    หมึกบอกว่า “ก็ดี” นายแม่ถามว่าดียังไง ถามจนหมึกตอบแบบให้แล้วๆ ไปว่า “สวยคร้าบบบ นายแม่ใส่อะไรก็สวยทั้งนั้นแหละ” พอได้รับคำชมสมใจแล้ว นายแม่ถามว่าหมึกมานั่งทำอะไรทำไมไม่หลับไม่นอน หมึกจึงขอให้นายแม่อยู่คุยเป็นเพื่อนกันหน่อย

    หมึกตะล่อมถามนายแม่ว่าชอบเด็กไหม เด็กเล็กๆ น่ารักๆประมาณมดตะนอยนี่แหละ นายแม่ตอบทันทีว่าเพราะรักเด็กถึงอยากให้หมึกแต่งงานเร็วๆ จะได้มีหลานให้แม่อุ้มไวๆ

    หมึกสมมติว่าถ้าจู่ๆตนมีลูกเลยแบบยังไม่ทันแต่งงานและลูกโตเท่ามดตะนอยอะไรอย่างนี้ล่ะ? หมึกพูดไม่ทันขาดคำดีก็ถูกนายแม่คาดคั้นว่า ไปทำใครท้องมาหรือ?! หมึกรีบบอกว่าเปล่า ตนแค่สมมติเท่านั้น

    “แล้วไป นี่ถ้าแกแอบไปทำใครเขาท้องจริงๆ ล่ะก็...ฉันตีหัวแบะจริงๆด้วย”

    “คร้าบ...หมึกไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอกคร้าบบบ...” หมึกตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ใจเสียหน้าซีด เป็นวัวสันหลังหวะ

    ooooooo

    คืนนี้ ลุงช้างเครียดกลัวมดตะนอยหายจึงเขียนชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์เตรียมใส่ไว้ในกระเป๋าของมดตะนอย

    ไข่หวานติงว่าลุงช้างกังวลเกินไปหรือเปล่า บอกลุงช้างว่าไม่ต้องห่วงตราบใดตนยังอยู่ก็จะไม่ยอมให้ใครมาพรากมดตะนอยไปเด็ดขาด ทำให้ลุงช้างยิ้มออกอย่างชื่นใจที่ในยามทุกข์ใจยังมีไข่หวานคอยเป็นกำลังใจและยืนเคียงข้าง

    ความเห็นใจและเป็นกำลังใจกันในยามคับขันตึงเครียดนี้ ทำให้ทั้งลุงช้างและไข่หวานต่างเห็นถึงความจริงใจต่อกัน ลุงช้างยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าไข่หวาน...ใกล้เข้าไปทุกที จนหน้าเกือบสัมผัสกัน พริบตานั้น ไฟดับพรึบ เหมือนเป็นใจให้หนุ่มสาวได้แสดงความรักต่อกัน

    ไข่หวานรู้สึกตัวถอยออกมา บอกลุงช้างเสียงประหม่าว่า “ลุงช้างคะ ไฟดับค่ะ”

    “อ้าว...เหรอครับ...มิน่าล่ะร้อนเหงื่อแตกเลย ไป... ไปคุยกันข้างนอกดีกว่าครับ” ลุงช้างชวนเก้อๆ เขินๆ ในความมืด

    จุดเทียนมานั่งคุยกันที่มุมนั่งเล่นข้างนอก ลุงช้างปรารภอย่างกังวลว่าไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย เพราะมันเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไข่หวานบอกว่าถึงอยู่ไกลกันเราก็ยังคบกันได้

    ลุงช้างถามว่าถ้าเราบอกนายแม่ว่าเราเป็นแฟนกัน ไข่หวานจะย้ายมาอยู่ที่นี่ไหม ไข่หวานบอกว่าคงยากเพราะตนต้องดูอู่รถและตนก็สัญญากับนายแม่ไว้แล้วด้วย ลุงช้างบอกว่าจะขับรถไปหาทุกวันศุกร์พอวันอาทิตย์ก็กลับ ทั้งสองวางแผนกันอย่างมีความสุข แล้วไข่หวานก็เอะใจเมื่อมองบ้านข้างเคียงเห็นทุกบ้านไฟสว่างไสว เธอขอตัวไปแป๊บเดียวไฟก็สว่างพรึบ

    “แค่สะพานไฟขาดค่ะ” ไข่หวานบอกขำๆ

    “อ้าว...เหรอครับ ดีนะที่มีไข่หวานอยู่ด้วย ไม่งั้นผมคงเซ่อจนถึงเช้าแน่ เฮ้อ...สะพานไฟขาดได้ แต่ชีวิตผมคงขาดไข่หวานไม่ได้แล้วล่ะ”

    ลุงช้างหวานแบบเฉิ่มๆ จนไข่หวานยิ้มขำๆ

    ooooooo

    วันประกวดมาถึงแล้ว สริดาจะไปร่วมงานด้วยบอกสาริศว่าตนอยากไปดูโชว์อะไรสนุกๆ สักหน่อย

    ไข่หวานมีสีหน้ากังวลจนนิกกี้ปลุกใจให้สู้ๆ ไข่หวานชูกำปั้นตอบรับเพื่อน แต่พอสาริศบอกให้เธอไปเก็บตัวหลังเวที ไข่หวานเดินไปด้วยสีหน้ากังวล
    พอไปเจอภารวีในห้องแต่งตัว ก็ถูกภารวีทักเหน็บว่า “มาแล้วเหรอแม่ตัวเต็ง” ไข่หวานไม่เล่นด้วย ก็พูดเยาะเย้ยว่า “นี่คงมั่นใจว่าได้ชัวร์ เลยทำเป็นหยิ่งล่ะสินะ ฉันจะบอกอะไรให้ พวกมั่นใจๆเนี่ย ชวดมาหลายรายแล้ว”

    พอดีไข่หวานถูกสตาฟฟ์มาตามไปพบตวงพรกับสริดาที่ห้องรับรอง ไข่หวานจึงรีบไป

    ตวงพรถามว่าวันนี้ตื่นเต้นไหม ไข่หวานบอกว่าไม่ สริดาพูดแทรกขึ้นว่า “นั่นสินะ จะตื่นเต้นทำไมล่ะ ในเมื่อรู้ผลอยู่แล้วนี่” ไข่หวานมองขวับถามว่าคุณรู้เรื่องผลประกวดด้วยหรือ สริดาพูดอย่างยิ่งใหญ่ว่า “มันเป็นความต้องการของฉันเอง”

    ไข่หวานถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ สริดาบอกว่าไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผล ย้ำอีกว่า

    “เอาเป็นว่า ถ้าอยากเจอกวางกับหลาน ก็ต้องยอมแพ้ แค่นั้นง่ายๆไม่ต้องถามมาก”

    “เลือกแล้วใช่ไหม ไข่หวาน” ตวงพรรุก ไข่หวานได้แต่นิ่งอย่างอัดอั้น คับแค้นใจ

    ทีมเชียร์ไข่หวานของนายแม่มาถึงก็ตีกลอง ฉิ่งฉาบ ร้องรำทำเพลงกันอึกทึก สาริศ นิกกี้ และลุงช้างพากันไปหานายแม่ ลุงช้างต้องสวมบทบาทตุ๊ดกรีดกรายระริกระรี้จนสาริศถามนิกกี้ว่าลุงช้างเขาเป็นอะไร? พอนิกกี้ชี้แจงเขาหัวเราะขำๆ บอกว่าถ้าเป็นจริงๆได้ก็ดี

    นายแม่หลบไปหาไข่หวานถึงห้องแต่งตัว ให้กำลังใจอวยพรให้ไข่หวานทำให้สำเร็จ ทำให้ไข่หวานอัดอั้นจนร้องไห้เพราะสริดาสั่งให้เธอต้องแพ้ในขณะที่นายแม่ลุ้นให้ต้องชนะให้ได้

    เมื่อถึงเวลาโชว์ตัว ภารวีเดินออกมาเป็นคนแรกเธอสวย เปรี้ยว เก๋ เท่ จนกรรมการต่างมองกันอย่างพอใจ แต่พอถึงคิวไข่หวาน เธอเดินออกมาอย่างไม่มั่นใจ ซ้ำยังสะดุดล้มกลางเวทีอีกด้วย แต่ไข่หวานก็ลุกขึ้นเดินต่อได้อย่างมั่นใจ ได้รับเสียงปรบมือให้กำลังใจกึกก้อง

    ooooooo

    สริดาโทรศัพท์บอกลุงช้างว่าตนอยู่ในงานแล้ว ลุงช้างถามว่าเธอมาได้ยังไง สริดาบอกว่าตนเป็นพี่สาวของสาริศผู้จัดงานนี้และเวลานี้พ่อของมดตะนอยก็อยู่ในงานนี้แล้วด้วย

    ลุงช้างสะอึกอึ้งหันมองหามดตะนอยทันทีเห็นหมึกกำลังสอนมดตะนอยเดาะแทรมโพลีนอยู่ ถามสริดาว่าจริงหรือ?!

    “จริงค่ะ เขาอยากให้ดานัดพี่ช้างมาเจอกันตอนหลังประกวดเสร็จ พี่ช้างสะดวกไหมคะ? หลังเลิกงานแล้วพี่ช้างมาหาดานะคะ ถ้าพี่ช้างไม่มาเขาจะต้องรังควานดาไม่เลิกแน่ๆ พี่ช้างรอเจอเขาก่อนนะคะ”

    พูดแล้วสริดาวางสายทันที ลุงช้างแทบสติแตกหันไปคว้ามดตะนอยอุ้มไว้อย่างหวงแหน หมึกถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ลุงช้างไม่ตอบแต่มองไปรอบๆอย่างระแวงไปหมด แล้วรีบเดินออกจากห้องจัดงานโทรศัพท์บอกลุงเสือว่าเวลานี้พ่อของมดตะนอยอยู่ในห้องจัดงานด้วยตนฝากมดตะนอยไว้กับหนูเล็กอยากให้พี่เสือมาด่วน พอวางสายก็รีบกลับเข้าไปในห้องจัดงาน

    การประกวดมาถึงช่วงที่ผู้เข้าประกวดต้องตอบคำถามของกรรมการแล้ว พิธีกรให้ภารวีเลือกก่อน พิธีกรอ่านคำถามว่า “หากคุณต้องเปรียบเทียบอวัยวะในร่างกายคุณกับส่วนประกอบของรถยนต์ คุณจะเปรียบอวัยวะใดกับส่วนประกอบใด และเพราะเหตุใด...ทวนคำถามนะครับ”

    “ไม่ต้องค่ะ” ภารวีบอกอย่างมั่นใจแล้วตอบคำถามอย่างฉะฉาน “ดิฉันขอเปรียบสมองของดิฉันประหนึ่งไฟหน้ารถค่ะ เพราะการดำเนินชีวิตของดิฉัน ใช้สมองนำทางค่ะ ก็เปรียบเหมือนรถที่ต้องมีไฟหน้าในการนำทาง เมื่อเจอพายุฝนหรือหมอกควันหนา ก็มีไฟตัดหมอกคอยช่วยให้วิสัยทัศน์ดีขึ้น เหมือนกับชีวิตเมื่อดิฉันเจอปัญหา ดิฉันก็ใช้สมองไตร่ตรองจนแก้ปัญหาได้ในที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ”

    พิธีกรชมว่าเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึงเลยเป๊ะเหมือนท่องมายังไงยังงั้นเลย แล้วก็ถึงคราวไข่หวาน พอไข่หวานเดินออกมาพวกนายแม่ก็ตีกลองฉิ่งฉาบกันสนั่น พิธีกรอ่านคำถามว่า

    “คุณมีวิธีประหยัดพลังงานจากการใช้รถอย่างไรครับ?”

    “วิธีประหยัดพลังงานจากการใช้รถก็คือ ทุกคนต้องช่วยกัน เลิกใช้รถค่ะ”

    เป็นคำตอบที่ทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ กรรมการ หน้าเหวอ พิธีกรชมว่าเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึงอีกเหมือนกัน สั้นๆ แต่ได้ใจความ บรรดาแก๊งนายแม่พากันเซ็ง นายแม่บอกว่าตอบแบบนี้อายกันทั้งหมู่บ้านเลย อึ้มเพ็ญกับน้ามะลิอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ต่างอ้างว่าตากกุนเชียงไว้บ้าง แช่ผ้าไว้จะกลับไปซักบ้าง หมึกไม่ยอมให้กลับ ดึงให้อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน

    ผลการประกวดออกมาแล้ว ผู้ได้ตำแหน่งชนะเลิศคือ นางสาวภารวี เกียรติธำรง ส่วนไข่หวานไม่ติดอันดับเลย มดตะนอยถามว่าอาไข่หวานแพ้หรือ? ลุงช้างให้กำลังใจว่าถึงแพ้ก็ไม่เป็นไร อาไข่หวานทำดีที่สุดแล้ว นิกกี้บ่นอารมณ์เสียว่าทำไมออกมาเป็นแบบนี้ สาริศรำพึงอย่างคาดไม่ถึงว่า

    “ไข่หวานไม่น่าพลาดขนาดนี้เลย” แต่ก็ให้กำลังใจว่า “ถึงคุณจะไม่ได้รับตำแหน่งอะไรเลย แต่ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะครับ จะมาสมัครงานหรือจะไปดูงาน ผมยินดีช่วยเสมอ เพราะผมรู้ว่าคุณเป็นคนมีความสามารถจริงๆ”

    ตวงพรพูดกับสายสมรและสริดาอย่างสะใจว่า “โง่จริงๆ ให้เรื่องลูกเมียของพี่ชายมาสำคัญกว่าความฝันของตัวเอง ได้เห็นอะไรแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน” แล้วบอกสริดาว่า “ดา...อาช่วยหนูได้เล่นสนุกจนสาแก่ใจแล้ว ถึงตาที่หนูต้องช่วยอาบ้างแล้วล่ะ” สริดาถามว่าจะให้ช่วยอะไร “อาทิตย์หน้าจะมีการโหวตเลือกประธานบริษัทคนใหม่ หนูมีใครในใจรึยัง” พูดแล้วจ้องตาสริดาอย่างมีความหมาย สริดาอ่านใจออก บอกว่า

    “อ๋อ...หนูจะมีใครได้อีกล่ะคะ ถ้าไม่ใช่คุณอา”

    ตวงพรยิ้มพอใจกับคำตอบที่ไม่ลังเลนั้น

    ระหว่างช่วยกันดูการจัดเก็บของ สาริศถามนิกกี้ว่ารู้สึกไหมว่าการประกวดครั้งนี้มีอะไรแปลกๆ นิกกี้บอกว่ามี ก็ที่ไข่หวานตอบคำถามได้แย่มากไง สาริศเห็นด้วย แต่ยังมีอีกข้อสังเกตว่าทำไมวันนี้ภารวีตอบคำถามได้ดีขนาดนั้น

    “จริงด้วย เพราะเท่าที่รู้จักกันมา คุณภารวีไม่น่าคิดได้ดีขนาดนั้น”

    “แปลกจริงๆ คนที่คิดว่าน่าจะตอบดีกลับตอบแย่ คนที่คิดว่าตอบแย่กลับตอบดี” สาริศเชื่อว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

    ooooooo

    เมื่อประกวดเสร็จ ทั้งไข่หวาน และหมึกต่างรอคอยที่จะได้พบกวางกับลูก ลุงช้างอยู่ในภาวะร้อนรุ่มใจกลัวมดตะนอยจะถูกขโมยไป ลุงช้างจึงฝากมดตะนอยไว้กับหนูเล็ก ย้ำนักย้ำหนาว่าดูแลมดตะนอยให้ดี อย่า ให้คลาดสายตาขณะเดียวกันก็โทร.เร่งลุงเสือให้รีบมา

    ไข่หวานโทร.บอกหมึกว่าสริดานัดไปพบกันที่ประตูเอ หมึกห่วงความรู้สึกของน้องถามว่าโอเคไหม

    “อืม...ดีใจด้วยนะพี่หมึก ถึงวันนี้ไข่หวานจะผิดหวัง แต่พอเห็นพี่หมึกจะสมหวัง ไข่หวานก็ลืมเรื่องตัวเองไปหมดแล้วล่ะ”

    “ขอบใจมากนะไข่หวาน รีบไปเถอะ อยากเจอกวางกับลูกจะแย่แล้ว” หมึกตื่นเต้นจนใจไม่อยู่กับตัว

    ฝ่ายลุงช้าง รอจนลุงเสือมาแล้วก็ชวนกันไป แต่ ไม่พามดตะนอยไปด้วย ลุงเสือเห็นด้วยว่าเราต้องไปคุยกับฝ่ายนั้นให้รู้เรื่องก่อนว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวมดตะนอย แล้วสองพี่น้องก็รีบไปกัน

    ooooooo

    ไปถึงประตูเอกันอย่างตื่นเต้น เจอสริดานั่งรถเข็นรออยู่แล้ว เธอเหน็บว่าทีอย่างนี้ล่ะก็มาตรงเวลานัดเชียว หมึกบอกว่าอยากเจอกวางกับลูก ทำให้สริดาปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที แล้วเธอก็บอกหมึกอย่างสะใจว่า

    “ดาแค่จะบอกว่ากวางเขามาไม่ได้แล้วนะคะ เขาติดธุระ” หมึกถามว่าแล้วลูกล่ะ? “มาค่ะ แล้วตอนนี้ก็อยู่ในงานนี้แล้วด้วย”

    ไข่หวานถามว่ากวางไม่มาแล้วใครจะเป็นคนพามา สริดามองหน้าบอกว่า “ลุงของเด็กพามา” หมึก ฉุกคิดว่าแล้วตนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นลูกตนจริงๆ สริดาจึงเอารูปถ่ายให้ดู หมึกดูแล้วงง ไข่หวานเอาไปดู เธอหน้าเจื่อนแปลกใจ...

    เป็นรูปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถ่ายที่บ้านสุขุมวิทในงานวันเกิดของกวาง มีลุงช้าง ลุงเสือ กวาง และสริดาถ่ายด้วยกัน ไข่หวานถามว่าทำไมลุงช้างกับลุงเสืออยู่ในรูปนี้ด้วย

    “เพราะเขาเป็นพี่ชายของกวางไงล่ะ” สริดาย้ำชัดถ้อยชัดคำ ไข่หวานตะลึง ขนลุกซู่

    “งั้นมดตะนอยก็คือ...” หมึกพูดไม่ออก

    “...คือลูกของพี่หมึก!” ไข่หวานโพล่งออกไป ก็พอดีลุงช้างกับลุงเสือเดินมาถึง ไข่หวานขอร้องสริดาอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับลุงช้าง ตนจะเป็นคนบอกเอง สริดาบอกว่างั้นก็ไปเฉลยกันเองแล้วกัน ถือว่าตนหมดหน้าที่แล้ว ลุงช้างงงๆว่าไข่หวานรู้จักกับสริดาด้วยหรือ ในขณะที่ไข่หวานก็ถามลุงช้างว่ารู้จักสริดาด้วยหรือ

    กลายเป็นเรื่องโลกกลมที่ต่างก็คิดไม่ถึง ลุงช้างถามว่าแล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ? สริดาขอโทษ บอกว่าอยู่ๆเขาก็เกิดเปลี่ยนใจและกลับไปแล้ว ลุงเสือถามอย่างไม่พอใจว่าเห็นเป็นเรื่องเล่นๆกันรึไง?!

    “เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน! ฝากดาไปบอกคนนั้นด้วยว่า เขาเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เรื่องที่นัดกันวันนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า เขาไม่ได้สนใจมดตะนอยจริงๆ ไปบอกเขานะ ว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาอยากเจอ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน ไม่ต้องมาตามหามดตะนอยอีก พี่ไม่มีวันให้มดตะนอยเจอเขาเด็ดขาด!”

    ไข่หวานกับหมึกมองหน้ากันเกร็ง ต่างซีดกับความจริงที่ยังเปิดเผยไม่ได้

    ระหว่างเดินกลับมาด้วยกัน ลุงเสือกำชับลุงช้างว่าพักนี้ต้องดูแลมดตะนอยให้ดี เราไม่รู้ว่าพวกนั้นคิดอะไรอยู่ ลุงช้างวางมาตรการเข้มงวดจะไม่ให้มดตะนอยออกไปไหน พอลุงเสือขอตัวกลับไปทำงาน ลุงช้างย้ำปรามไข่หวานกับหมึกว่า

    “อย่าให้พวกนายแม่กับมดตะนอยรู้เรื่องนี้นะครับ ผมไม่อยากให้ตกใจกัน”

    ทั้งไข่หวานและหมึกรับคำหน้าเจื่อนๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์