นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แก้วตาหวานใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “บอย-มิ้นต์” ประกบคู่กันครั้งแรกใน “แก้วตาหวานใจ”


    วันนี้ เป็นวันแข่งกีฬาสีระหว่างสีชมพูกับสีฟ้าของโรงเรียนอนุบาล ที่เด็กหญิงอลิน วโรดม หรือมดตะนอย วัย 6 ขวบ ผู้เป็นแก้วตาหวานใจของลุงช้าง อนิล วโรดมวัย 28 ปี กับลุงเสือหรือ อนล วโรดมวัย 30 ปี

    มดตะนอยเป็นกองเชียร์สีฟ้า ลุงช้างใส่เสื้อสีฟ้าสะพายเป้คิตตี้สีชมพูมาเชียร์มดตะนอย โดยยืนเต้นอยู่ข้างๆ บรรดาแม่ๆที่เป็นผู้ปกครอง ลุงช้างเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มผู้ปกครองแต่เต้นจริงจัง เต้นแรงขึ้น...แรงขึ้น ลุ้นให้ มดตะนอยแรงตาม

    แม่สองคนที่มาเชียร์ลูก เห็นลุงช้างเต้นก็กระซิบ กระซาบกันว่า “ผู้ชายสมัยนี้เต้นแร้ง...แรงเนอะ”

    “ผู้ชายที่ไหนกั๊น ฉันเคยเห็นเขามาส่งลูกสาวกับผู้ชายอีกคน คงอยากมีลูกกัน เลยรับเด็กมาเลี้ยง” อีกคนตอบทำตาปะหลับปะเหลือก พลันก็ตกใจร้องอุ๊ยตายเมื่อเห็นลุงเสือใส่เสื้อสีฟ้าเดินมา คนแรกถามว่าคนนี้หรือ? พอรู้ว่าใช่ก็บ่น...

    “โอ๊ย...ตายๆๆ หล่อทั้งคู่เลยอ่ะ โลกนี้อยู่ยากแล้ว ดีนะเนี่ย ฉันแต่งงานแล้ว ไม่งั้นจะเสียดายยิ่งกว่านี้อีก”

    ลุงเสือสะพายกระเป๋ากล้องและถือถุงอาหาร เดินเข้ามาหยุดมองการเต้นของลุงช้างกับมดตะนอยอย่างชื่นชมแกมขำ แล้วเดินเข้าไปกระซิบถามลุงช้างว่าไม่อายเขารึไงช้าง พอลุงช้างหันมองก็ทักดีใจว่านึกว่าจะไม่มา ใส่เสื้อตามสีที่ตนบอกด้วยแล้วยื่นปอมๆสีฟ้าให้อันหนึ่งชวนลุงเสือเต้นด้วยกัน

    “เฮ้ย...ไม่เอา” ลุงเสือส่ายหน้าดิก “พี่ว่าพี่ทำอย่างอื่นแทนดีกว่า รับรองเด็ดไม่แพ้แก”

    “อย่างอื่น” ที่ลุงเสือว่าเด็ดคือการถ่ายรูปให้มดตะนอย

    แข่งกีฬาเสร็จ กองเชียร์เบรก มดตะนอยนั่งเป็นไข่ในหินอยู่กับลุงช้างและลุงเสือ ลุงทั้งสองต่างเอาอาหารออกมาอวด ลุงช้างบอกว่าทำของว่างมาให้ทาน ลุงเสืออวดว่าซื้อขนมจากร้านโปรดของมดตะนอยมาฝาก แล้วต่างก็หยิบออกมาอวดแข่งกัน มดตะนอยมองอาหารอุทานตื่นเต้น “โอ้โห...น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ”

    “มดตะนอยเอาอะไรดีคะ” สองลุงถามพร้อมกัน พอมดตะนอยบอกว่าอยากกินแซนด์วิชของลุงช้าง ลุงช้างยิ้มหน้าบานบอกว่าของทำเองย่อมอร่อยกว่าของซื้อ ลุง เสือเลยแกล้งทำเป็นน้อยใจบอกว่างั้นของลุงเสือเอาไปแจกคนอื่นนะ

    “ลุงเสือไม่ต้องเสียใจค่ะ เดี๋ยวมดตะนอยจะกินเค้ก คุกกี้ เยลลี่ด้วย มดตะนอยหิวมาก กินได้ทุกอย่างเลย” หนูน้อยปะเหลาะ แล้วเริ่มกินอย่างเร็ว

    สองลุงช่วยกันป้อน ลุงเสือป้อนขนม ลุงช้างถือน้ำเตรียมพร้อม พอขนมเข้าปากปุ๊บก็ป้อนน้ำปั๊บ จนมดตะนอยสำลักทั้งขนมและน้ำ สองลุงเลยดูแลกันวุ่นวาย เช็ดน้ำเช็ดเหงื่อเสียจนหน้าที่ลุงช้างลุกมาแต่งให้ตั้งแต่ตีสี่เลอะหมด

    มดตะนอยจุกจนปวดท้อง ลุงเสือบอกให้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ส่วนลุงช้างก็รีบกดจุดให้หลานสาวประคบประหงมกันวุ่นวาย

    เสียงครูประกาศเชิญนักกีฬาและกองเชียร์ทุกคนไปรวมกันที่สนามเพื่อทำพิธีมอบรางวัล แต่มดตะนอยยังไม่หายจุกลุกไปไม่ไหว จนครูประกาศรางวัลกองเชียร์ดีเด่นได้แก่สีฟ้า เชิญขึ้นไปรับรางวัล ที่สำคัญครูประกาศว่า

    “เรายังมีรางวัลพิเศษให้กับเชียร์ลีดเดอร์ที่เต้นสุดใจอีกด้วยนะคะ รางวัลเชียร์ลีดเดอร์เต้นสุดใจได้แก่ ...เด็กหญิงอลิน วโรดม น้องมดตะนอยของเรานี่เอง!”

    “เย้!!” ลุงเสือกับลุงช้างจับมือมดตะนอยคนละข้างชูขึ้น มดตะนอยยิ้มซีดๆ ดีใจแต่ลุกขึ้น เมื่อครูประกาศซ้ำให้มดตะนอยไปรับรางวัล แต่มดตะนอยยังลุกไม่ไหว ลุงช้างตัดสินใจอุ้มมดตะนอยขี่คอวิ่งไปที่สนามอย่างเท่

    พอครูประกาศอีกครั้ง ลุงช้างก็ควบปุเลงๆ เข้าไปอย่างเร็วบอกว่า “มาแล้วครับ...มดตะนอยมาแล้วครับ...”

    “คนเก่งมาแล้ว งั้นเชิญคุณครูใหญ่มอบเหรียญและถ้วยรางวัลเชียร์ลีดเดอร์เต้นสุดใจให้กับเด็กหญิง อลิน วโรดมค่ะ”

    ลุงช้างอุ้มมดตะนอยไปรับเหรียญหน้าบานทั้งลุงและหลาน ส่วนลุงเสือก็ตั้งกล้องเตรียมถ่ายไว้พร้อมแล้ว พอรับถ้วยเสร็จลุงเสือก็บอกให้มดตะนอยยิ้มให้กล้อง มดตะนอยยิ้มท่าน่ารัก ให้ลุงเสือถ่ายไว้หลายรูป เสร็จแล้วก็ถ่ายเซลฟี่กันสามคน ชูถ้วย จูบถ้วยกันอย่างมีความสุขมาก

    ooooooo

    ที่อู่รถดาวเรือง อันเป็นอู่ของนายแม่ดาวเรืองวัยใกล้ 60 นับแต่สามีตายนายแม่ก็เข้ารับผิดชอบดูแลธุรกิจรถประจำทางสายอีสานแต่เพียงผู้เดียว

    นายแม่มีลูกชายคือมุรธา อัศวเรืองฤทธิ์หรือหมึก วัย 27 ปี เป็นผู้จัดการอู่รถ และมีหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ หรือไข่หวานลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลจากสหรัฐอเมริกากลับมาช่วยงาน รถทุกคันของบริษัทมีรูปนายแม่สวมพวงมาลัยดอกดาวเรืองปริ๊นต์แปะไว้อย่างสะดุดตา

    ที่ถนนทางเข้าอู่รถดาวเรือง รถทัวร์คันหนึ่งตะบึงมาจนฝุ่นตลบ คนขับคือไข่หวานนั่นเอง เธอขับฉวัดเฉวียนจนพิชิตคนสนิทของนายแม่ที่ยืนจดรายการอยู่ถูกรถเหวี่ยงจนเวียนหัว ไข่หวานขับรถไปก็เงี่ยหูฟังสังเกตอาการของรถไป

    “จดตามนะ เบรกไม่ดี ชาร์ปละลาย จานจ่ายต้องเปลี่ยน หัวเทียนบอด ไฟฟ้าช็อต น็อตเก่า เพลางอ หม้อน้ำรั่ว นี่รถทัวร์หรือเศษเหล็กวิ่งได้คะ ที่ไข่หวานพูดมาเนี่ยเคยเช็กบ้างไหม” พิชิตบอกว่าเคยแต่นานแล้ว ไข่หวานถามเหน็บว่า “ชาติที่แล้วหรือชาตินี้” พิชิตได้แต่หัวเราะแหะๆ แห้งๆ

    ooooooo

    วันนี้ ที่ลานหน้าอู่รถ นายแม่ตำส้มตำโคราชเลี้ยงลูกน้อง โดยมีเพ็ญกับมะลิขนาบข้างเป็นลูกมือและพวกคนขับรถที่มารายล้อมก็ร้องเชียร์กันอึงคะนึง นายแม่สั่งมะลิกับเพ็ญเติมพริกเติมปูเติมปลาร้า แล้วตักให้หมึกชิม

    หมึกชิมแล้วบอกว่าแซ่บอีหลี ยอนายแม่ว่า นอกจากจะเป็นเทพแห่งรถทัวร์แล้ว ยังเป็นเทพแห่งส้มตำด้วย ทำเอานายแม่ยิ้มหน้าบาน บอกให้มะลิตักแจก เหลียวมองถามว่า “แล้วนี่ไอ้ไข่หวานมันหายไปไหน”

    นายแม่ถามไม่ทันขาดคำ รถทัวร์ที่ไข่หวานขับก็ตะลึงลุยเข้ามา พวกคนขับถือจานส้มตำหลบกันกระเจิง แต่นายแม่ไม่หลบเพราะเชื่อว่าไม่มีใครกล้าชน พอรถจอด พิชิตเดินลงมาเซๆ ไข่หวานตามลงมา ถูกนายแม่ คว้าสากเขวี้ยงใส่ ไข่หวานรู้ทันหลบแว้บ สากเลยปลิวไปถูกพิชิตอย่างจัง

    “ว้าย...ไข่หวานขอโทษค่ะน้าชิต” ว่าแล้วยกมือไหว้กราดไปรอบตัว “ไข่หวานขอโทษค่ะ นายแม่ อึ้มเพ็ญ น้ามะลิด้วยค่ะ ที่ทำให้ตกใจ”

    นายแม่บ่นว่าผิดหวังมาก ที่สอนมาตลอดให้ปลอดภัยไว้ก่อน ขับรถอย่างนี้ก็ชนกันพินาศพอดี

    “นายแม่...ใจเย็นๆ ฝีมือระดับไข่หวานขับไม่พลาดหรอก ไข่หวานแค่จำลองสถานการณ์จริงให้นายแม่รู้ไว้” แล้วลดเสียงลงกระซิบ “ว่าพอลับหลังนายแม่เนี่ยพวกคนขับรถเขาก็ซิ่งกันแบบนี้แหละ”

    “ดี! ดีมาก!! ถ้าอย่างนั้น ฉันจะได้หมดห่วง แกจะต้องรับภารกิจนี้แทนฉัน” แล้วนายแม่ก็พาไข่หวานขึ้นไปยืนบน แคร่เคาะกะละมังเรียกความสนใจแล้วประกาศ “เอ้าๆๆทุกคนฟัง จากนี้ไป ไข่หวานลูกสาวคนเล็กของฉัน จะมาเป็นผู้คุมรถทัวร์ดาวเรืองอย่างเต็มตัว” แล้วหันดึงหมึกขึ้นมาอีกคน “ส่วนนายหมึกลูกชายคนโตก็จะคุมฝ่ายบัญชี ขอให้ทุกคนเชื่อฟังลูกๆของฉัน เหมือนที่เชื่อฟังฉันด้วย เข้าใจตรงกันนะ”

    ทุกคนรวมทั้งหมึกตอบรับทราบพร้อมกัน แต่ไข่หวานโวยว่า “เฮ้ย!นายแม่เล่นงี้เลยเหรอ!!”

    ooooooo

    ที่หน้าห้องทำงานของนายแม่มีป้าย “ประธานกรรมการดาวเรือง” นายแม่กำลังง่วนกับงานบนโต๊ะ ไข่หวานก็เข้าไปถามเสียงอ้อน

    “มัมขา...มัมยุ่งอยู่ป่าวววว”

    นายแม่บอกว่ายุ่งอยู่ แต่ไข่หวานไม่สนใจอ้อนถามว่า ถ้าอยู่ดีๆ มีคนออกตังค์ให้ตนไปดูงานบริษัทรถที่เมืองนอกนายแม่ว่าดีไหม คำตอบคือ “ดี” ไข่หวานถามต่อว่าแล้วถ้าเขา ให้ตังค์อีกล้านนึงล่ะ ดีไหม นายแม่ตอบทันทีว่า “ก็ยิ่งดี”

    ไข่หวานบอกว่าแต่เราต้องไปอยู่กับเขาสองสามเดือนใช้เวลาดูกันเรียนรู้กันแล้วค่อยตัดสินใจอะไรแบบเนี้ย นายแม่มองขวับถามทันทีว่า “นี่แกจะไปเป็นเมียน้อยใคร”

    “ไม่ช่าย...คือ ไข่หวานขออนุญาตไปประกวดแบรนด์ แอมบาสเดอร์ค่ะ” นายแม่ฟังไม่ชัด ไข่หวานอธิบายว่า “ไข่หวานอยากจะไปประกวดเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทรถยนต์ค่ะ ถ้าชนะก็จะมีหน้าที่คอยให้ข้อมูลโปรโมตรถยนต์รุ่นต่างๆของบริษัทเขา”

    “ไม่ได้! หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่ยอมให้แกไปทำงานนุ่งน้อยห่มน้อยเด็ดขาด”

    ไข่หวานพยายามหว่านล้อมว่าถ้าตนได้ไปดูงานเมืองนอกแล้วก็ได้เงินล้านนึงด้วยแบบที่นายแม่ว่าดี เมื่อกี๊ไง นายแม่เปิดเก๊ะหยิบเงินสดมาหนึ่งล้านบาทบอกเอาไปเลยเงินสด ไข่หวานพยายามจะชี้แจงอีก นายแม่ถามว่านี่จะไม่ยอมทำงานที่อู่ใช่ไหม เธอบอกว่า ทำแต่อยากไปหาประสบการณ์ก่อนค่อยกลับมาทำเป็นตายอย่างไรนายแม่ก็ไม่ยอมให้ไข่หวานไป ถูกไข่หวานตัดพ้อว่าทำไมนายแม่ไม่เข้าใจตนเลย

    “ฉันเป็นคนเบ่งแกออกมา อยู่กับแกมา 20 กว่าปี แกยังจะหาว่าฉันไม่เข้าใจแกอีกเหรอไอ้ไข่หวาน เด็กหัวดื้ออย่างแกคิดจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ แต่ฉันบอกไว้เลยว่า ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้แกไปประกวดไอ้แบรนด์บ้าๆ บอๆนั่นเด็ดขาด”

    เป็นคำขาดของนายแม่ที่ทำให้ไข่หวานถึงกับน้ำตาคลอ หันเดินออกไปเงียบๆ นายแม่เองก็เสียใจเช่นกัน

    ไข่หวานเดินกลับเข้าบ้านอย่างผิดหวัง นิ่งเมื่อเห็นข่าวในไอแพดก็พึมพำอย่างว้าวุ่นใจ

    “หมดเขตรับสมัครอาทิตย์นี้แล้ว ฝันที่จะได้ไปดูโรงงานรถยนต์ที่เมืองนอก เงินรางวัลอีกล้านนึง จะลอยหายไปแล้วเหรอเนี่ย...ทำไงดี...”

    ไข่หวานนั่งดูบะหมี่สำเร็จรูปที่ขึ้นอืดในชามมีไข่แดงโปะหน้าเซ็งๆ หมึกเดินมาเอาตะเกียบเจาะไข่แดงจะแย่งไปกิน ไข่หวานไม่ให้บอกว่าอยากกินก็ไปทำเอาเอง หมึกบอกว่าไม่อยากทำ ไม่มีแรง

    “เป็นอะไรไปอีกล่ะ อ่ะๆ ให้กินก็ได้ นิสัยไม่ดี ชอบเจาะไข่แดงคนอื่น” ไข่หวานให้แต่ก็เหน็บ

    ooooooo

    ในงานเลี้ยงแต่งงานของเพื่อนคนหนึ่ง หมึกไปเจอกับจามรเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย จามรแซวว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของเขาบ้าง หมึกบอกว่าคงอีกนาน เป็นโสดให้สาวช้ำใจเล่นอย่างนี้สบายจะตาย

    จามรติงว่าเดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้นะ แล้วเล่าว่า “ดูอย่างยัยกวางดาวคณะรุ่นน้องเราสิ เอ็งรู้เปล่า สักห้าหกปีก่อนตอนที่ฉันไปตรวจร่างกายเรียนต่อน่ะ ฉันเจอยายกวางท้องโย้ มาหาหมอด้วยนะ ป่านนี้ลูกคงโตห้าหกขวบแล้วมั้ง”

    หมึกหน้านิ่งไปนิดหนึ่ง เขาคิดถึงสมัยเรียนมหา– วิทยาลัยเมื่อหกปีก่อน เขาคบอยู่กับกวาง วันหนึ่งกวางเข้ามาหาเขาที่หอพักชวนแต่งงานกัน หมึกอ้างว่าเรายังเรียนไม่จบ อีกสักปีสองปีเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันดีไหม กวาง เสนอว่าแต่งงานแล้วเขาก็เรียนต่อได้ หมึกถามว่าจะให้ตนไปบอกนายแม่อย่างไร ตนทำไม่ได้ นายแม่เอาตนตายแน่

    “พี่หมึกไม่ได้รักกวางใช่ไหมคะ กวางขอแค่นี้ทำไมพี่หมึกให้กวางไม่ได้ กวางไม่ได้คบพี่หมึกเล่น พี่หมึกก็รู้”

    “พี่รักกวางสิ ทำไมจะไม่รัก แต่พี่ยังแต่งงานกับวางตอนนี้ไม่ได้จริงๆ กวางเข้าใจพี่ใช่ไหม” หมึกกอดกวางที่ร้องไห้น้ำตาไหลพรากปลอบใจ

    กลับจากที่ได้คุยกับจามร หมึกแอบเล่าให้ไข่หวานฟังว่า ตนสงสัยว่าจะมีลูกกับผู้หญิงคนหนึ่งสมัยเรียน แต่ตนไม่รู้จริงๆ เท่าที่รู้ตอนนี้คือ ผู้หญิงที่ตนคบด้วยเขาท้องเมื่อห้าหกปีที่แล้ว แต่เพิ่งรู้เพราะเจอเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันเล่าให้ฟัง

    “โอย...ตายๆๆ น่าสงสารสุดๆเลย แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน ทำไมทิ้งเขามาอย่างนี้ล่ะ”

    “สาบานได้ไข่หวาน พี่ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ เขาไม่เคยบอกพี่เลยว่าเขาท้อง ถ้าเป็นลูกพี่จริงๆก็เท่ากับว่าพี่ทิ้งเขามาตั้งห้าหกปีแล้ว พี่รู้สึกแย่มากเลยไข่หวาน ไข่หวานต้องช่วยพี่สืบเรื่องนี้นะ พี่ขอร้อง”

    “โอย...ตายแน่ไข่หวานเอ๊ย เรื่องตัวเองยังเอาไม่รอด พี่ยังจะมาก่อเรื่องอีก ถ้านายแม่รู้นะ พี่หมึกตายสถานเดียว”

    “อย่าบอกนายแม่นะ พี่กราบบบบบบล่ะ”

    ไข่หวานนิ่ง เครียดทั้งเรื่องของตัวเองและเรื่องของหมึก

    ooooooo

    ลุงช้างกับลุงเสือจัดเลี้ยงฉลองรางวัลเชียร์ลีดเดอร์ของสีฟ้า และรางวัลเชียร์ลีดเดอร์เต้นสุดใจของ มดตะนอยที่บ้าน

    แสดงความยินดีกับหลานรักแล้ว ลุงเสือบอกข่าวดีของตนว่า “ลุงเสือกำลังจะได้ไปดูงานที่อเมริกา”

    “จริงเหรอคะ...งั้นลุงเสือจะได้เจอแม่ใช่ไหมคะ มดตะนอยขอยืมมือถือลุงเสือหน่อย”

    พอได้มือถือ มดตะนอยวิ่งจู๊ดหายไป แอบอัดคลิปให้แม่ หนูน้อยพูดจ๋อยๆว่า

    “สวัสดีค่ะแม่ วันนี้มดตะนอยได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์ที่โรงเรียน มดตะนอยได้รางวัลเต้นสุดใจ ได้ถ้วยรางวัลด้วย” มดตะนอยชูถ้วยรางวัลอวด “มดตะนอยจะฝากลุงเสือเอาไปให้แม่ค่ะ ลุงช้างบอกว่าแม่ทำงานยุ่งเลยไม่ได้มาหามดตะนอย แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ มดตะนอยจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังลุงช้าง มดตะนอยรักแม่ คิดถึงแม่ที่สุดในโลกเลย”

    อัดคลิปเสร็จมดตะนอยเอามือถือมาคืนให้ลุงเสือย้ำอย่าลืมเอาไปให้แม่ดู แล้วหอมแก้มลุงเสือเอาใจก่อนผละไปนอน

    พอมดตะนอยไปแล้ว สองลุงเปิดคลิปดู สงสารหลานจนเกือบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ลุงช้างภาวนาว่า

    “หวังว่ายัยกวางดูคลิปแล้วคงจะใจอ่อนลงบ้าง...”

    ลุงช้างคิดถึงเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อน เมื่อกวางบอกพี่ชายว่าตนท้องแต่ไม่ยอมบอกว่าท้องกับใคร เธอจะไปเอาเด็กออก

    “ไม่นะกวาง อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด ฟังพี่นะ ถ้าเด็กในท้องคือความผิดพลาด เราต้องแก้ไขด้วยการทำในสิ่งที่ถูกต้อง เด็กเขาไม่ได้ผิดอะไร เราต้องให้โอกาสเขามีชีวิต ให้โอกาสเขาเติบโตขึ้นมา...กวางจะฆ่าคนได้ลงคอหรือ? กวางทำได้จริงๆหรือ” กวางเอาแต่ร้องไห้ ลุงช้างปลอบและให้กำลังใจว่า “เชื่อพี่ แล้วก็มั่นใจในตัวพี่นะ เก็บเด็กไว้ พี่จะเลี้ยงเด็กคนนี้เอง พี่จะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

    กวางคลอดได้หนึ่งเดือนก็อุ้มลูกมามอบให้ลุงช้างกับลุงเสือเลี้ยง ตัวเองเดินทางไปอยู่อเมริกากับแม่

    ก่อนกวางจะไปลุงช้างตั้งชื่อให้หลาน บอกว่าบ้านเรา มีทั้งเสือ ช้างและกวางแล้ว ตัวเล็กนี่ให้ชื่อมดดีไหม คิดๆ แล้วบอกว่า ตัวเล็กแรงเยอะแบบนี้ให้ชื่อมดตะนอยดีกว่า กวางตามใจพี่ชาย ตัดใจเดินจากไปไม่กล้าหันมองลูกที่ร้องไห้จ้าอยู่ในอ้อมอกพี่ชาย

    ooooooo

    ลุงช้างเลี้ยงมดตะนอยมาราวกับไข่ในหิน อะไรที่ไม่เคยทำก็หัดทำ จากทำเก้ๆกังๆก็พยายามทำ จนชำนาญ จนเวลาผ่านไป 6 ปีมดตะนอยโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ร่าเริงน่ารัก ทำให้ทั้งลุงเสือและลุงช้างหลงหลานตัวน้อยนี้มาก

    คืนนี้ลุงเสือมาที่บ้านลุงช้าง ลุงช้างถามว่าเที่ยวนี้ลุงเสือจะไปนานไหม

    “ก็คงพักใหญ่เลยล่ะ ทำงานเสร็จก็กะจะลาพักร้อนอยู่กับแม่กับกวางต่อ”

    “กล่อมกวางให้กลับมาเจอมดตะนอยได้ไหมล่ะ ผมเชื่อว่าถ้ากวางได้เจอมดตะนอยสักครั้งเขาจะรักเด็กคนนี้แน่นอน” ลุงเสือเห็นด้วย ลุงช้างนึกได้บอกลุงเสือว่า “เออ! พรุ่งนี้พี่ต้องเลี้ยงแทนผมวันนึงนะ ผมมีประชุมละครเรื่องใหม่ฟอร์มใหญ่เลยล่ะ ผมเตรียมอาหารมื้อเที่ยงใส่ไว้ในตู้เย็นแล้ว พี่ก็แค่เอาออกมาอุ่นมีแกงจืดที่ต้องอุ่นนานหน่อย แล้วอย่าลืมติวภาษาอังกฤษให้หลานด้วยนะ”

    “No problem Sir.”

    แต่พอรุ่งขึ้น ลุงเสือก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวด่วนว่ารถนำขบวนท่านปลัดฯเกิดอุบัติเหตุ ลุงเสือเลยต้องรีบไปดู บอกลุงช้างว่าเสียใจจริงๆ ที่วันนี้ดูแลมดตะนอยให้ไม่ได้ ลุงช้างคิดหนักแต่ก็ทำใจบอกพี่ชายให้รีบไปเถอะ

    ooooooo

    คืนนี้ไข่หวานกับนิกกี้โทร.คุยกันต่างอยู่ในห้องนอนของตัวเอง นิกกี้เป็นเพื่อนสนิทของไข่หวานตอนไปเรียนที่อเมริกา เธอมีฐานะดี เปรี้ยว ฉลาด รักสนุก

    ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอถูกใจ นิกกี้บอกว่าตนจะไปสมัครงานที่ World Class Auto ส่วนไข่หวานก็ไปประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์ นิกกี้ถามว่าไข่หวานจะไปเมื่อไร เพราะใกล้หมดเขตรับสมัครแล้ว รีบๆหน่อย

    “ยังไม่รู้เลย นายแม่ยังไม่อนุญาตเลย แต่ยังไงฉันก็ต้องขอให้ได้แหละ ถ้าพลาดการประกวดครั้งนี้ ฉันคงเสียดายไปทั้งชีวิต”

    “สู้ๆนะแก ฉันเอาใจช่วย ฉันรู้ว่าแกทำทุกอย่างก็เพื่อบ้านของแก”

    “ถ้านายแม่เข้าใจฉันแบบนี้ก็คงดี แกก็สู้ๆเหมือนกันนะเพื่อน”

    “ขอบใจ หวังว่าเราจะเจอกันที่ World Class Auto”

    “ตามนั้น!!” ไข่หวานวางสายไปอย่างมีกำลังใจมากขึ้น

    วันนี้ ทั้งไข่หวานและหมึกต่างซึมๆ จนเพ็ญสงสัยว่าสองคนนี้เป็นอะไร นายแม่ออกกำลังเสร็จมาถามเพ็ญว่าที่ให้ไปหาฤกษ์แต่งงานได้หรือยัง เพ็ญบอกว่าซินแสไปเมืองจีน ยังไม่กลับ มะลิตกใจถามว่านายแม่จะแต่งงานหรือ! ไข่หวานผสมโรงด้วย เลยถูกนายแม่เขกหัวโป๊กก่อนด่า

    “จะบ้าเหรอนังพวกนี้นี่ ฤกษ์ที่ฝากเพ็ญดูน่ะ ของ หมึกกับหนูเล็กเค้า”

    ไข่หวานชำเลืองมองพี่ชาย บอกนายแม่ว่าพี่หมึกเขายังไม่พร้อม ขืนแต่งไป สงสารหนูเล็กเปล่าๆ นายแม่บอกว่าคนจีนเขาถือว่ามีครอบครัวยังไงก็ดีกว่าอยู่คนเดียว แล้วหันไปกล่อมหมึกว่าจะสามสิบแล้วแต่งๆเสียจะได้มีหลานให้แม่ชื่นใจแล้วปรามไข่หวานว่า

    “รีบไปดูคนงานที่อู่เลย อย่าแม้แต่จะคิดหนีไป กรุงเทพฯ ฉันเอาแกตายแน่ ไป...ไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวเรื่องแต่งงานฉันจัดการเอง” พอทั้งสองไปแล้วนายแม่บ่น “ปวดหัวกับไอ้สองคนนี้จริงๆ คนนึงไม่ยอมแต่งงาน อีกคนก็ไม่ยอมทำงานที่บ้าน”

    หมึกกับไข่หวานแอบไปนั่งคุยกันบนรถทัวร์เก่าที่จอดทิ้งไว้ หมึกด่าไข่หวานว่าจะบ้าหรือ ขืนหนีไปกรุงเทพฯ จริงๆ นายแม่พลิกแผ่นดินตามหาแน่ ไข่หวาน เล่าถึงโอกาสดีๆ ที่ตนจะได้รับ หมึกอาสาจะช่วยพูดกับ นายแม่ให้แต่มีข้อแม้

    “อะไรเหรอ? อย่าบอกนะว่าแลกเปลี่ยนกับการตามหา ลูกเมียพี่” หมึกพยักหน้าหงึก ไข่หวานรำพึงเซ็งๆว่าว่าแล้ว หมึกถามว่าแล้วว่ายังไงล่ะ “ไข่หวานมีทางเลือกด้วยเหรอ?” ไข่หวานทำหน้าเซ็ง แต่หมึกมองน้องสาวอย่างมีความหวัง

    ooooooo

    เมื่อไปประชุมไม่ได้ ลุงช้างเลยหอบโน้ตบุ๊กไปนั่งทำงานในสวน ส่วนมดตะนอยโยนลูกบอลเล่นอยู่ใต้ต้นไม้แถวนั้น

    ลุงช้างโทรศัพท์บอกตูนว่าวันนี้ตนไปประชุมไม่ได้ ให้ประชุมกันไปก่อนตนจะเข้าไปตามงานเอง ขณะนั้นเอง มดตะนอยบอกลุงช้างให้ช่วยเก็บบอลให้หน่อย ลุงช้างกำลังลุก ก็มีสายเข้าอีก เลยรับสายก่อน

    “ฮัลโหลครับ พี่อิท...จะให้แก้บทตอนจบหนังสั้นเหรอครับ...ครับ คู่เกย์ดูไม่ค่อยรักกัน ให้ซึ้งกว่านี้...ได้ครับ เดี๋ยวผมแก้ให้...ครับๆ จะพยายามให้เร็วที่สุดครับ”

    วางสายจากพี่อิท ลุงช้างหันไปเห็นมดตะนอยยกเก้าอี้ไปปีนจะเก็บลูกบอล เขาร้องห้ามไม่ทันสิ้นเสียง มดตะนอยก็ตกจากเก้าอี้ ลุงช้างรีบไปประคองถามว่าเจ็บหรือเปล่า มดตะนอยบอกว่าไม่เจ็บ ลุงช้างปรามว่าบอกแล้วว่าไม่ให้ปีน มดตะนอยขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ปีนอีก ลุงหลานเกี่ยวก้อยเป็นสัญญากันอย่างน่ารัก

    ooooooo

    หมึกปะเหลาะนายแม่ด้วยการซื้อขนมจากร้านหนูเล็กมาฝาก นายแม่ดีใจที่หมึกยิ้มออกและซื้อขนมร้านหนูเล็กมาฝาก หมึกเลยบอกว่าที่จริงไข่หวานอยากซื้อเพราะรู้ว่านายแม่โกรธเลยจะเอามาง้อ

    พอพูดถึงไข่หวาน นายแม่ก็ขุ่นมัวขึ้นทันทีบอกว่ายังไงก็ไม่ยอมให้ไป ทั้งหมึก มะลิ และเพ็ญช่วยกันชี้แจงอย่างไรนายแม่ก็ยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมให้ไป หมึกเลยเปลี่ยนเรื่องใหม่ ปะเหลาะว่า

    “ไข่หวานเล่าให้หมึกฟังแล้ว มันเป็นโครงการที่ดีนะ แล้วถ้าไข่หวานมันชนะ อู่รถทัวร์ของเราก็จะดังไปด้วย”

    มะลิสนับสนุนทันที นายแม่เริ่มใจอ่อนแต่ยังไว้เชิงวางฟอร์มไม่ยอมอ่อนข้อให้ หมึกเลยต้องใช้ไม้ตายบอกว่า อยากให้นายแม่ตามใจไข่หวานอีกสักครั้งแล้วตนจะทำทุกอย่างตามใจนายแม่ เห็นนายแม่สนใจฟัง หมึกบอกว่า

    “ถ้านายแม่อนุญาตให้ไข่หวานไปประกวด หมึกจะยอมแต่งงานกับหนูเล็กครับ”

    “เฮ้ย!!” ไข่หวานที่แอบลุ้นอยู่ตกใจผงะ ส่วนนายแม่พอได้ฟังหมึกยืนยันเช่นนั้นก็ยิ้มเจ้าเล่ห์

    วันต่อมานายแม่ก็เซอร์ไพรส์ด้วยการอนุญาตให้ไข่หวานไปประกวด แต่...มีเงื่อนไขเล็กๆที่ไข่หวานจะต้องทำตาม

    เงื่อนไขเล็กๆของนายแม่เรียกว่า “กฎแม่” มีทั้งหมด ถึง 30 มาตรา มาตราแรกห้ามเผยให้เห็นสรีระท่อนล่างเหนือหัวเข่าขึ้นมา ห้ามใส่ชุดว่ายน้ำเด็ดขาด ไข่หวานอ่านอย่าง เร็วแล้วขออ่านมาตราสุดท้ายเลย

    “กฎแม่มาตราที่สามสิบ การไปประกวดครั้งนี้ถือเป็นความสมัครใจของไข่หวานเอง ดังนั้นไข่หวานต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง จะไม่มีการส่งเบี้ยเลี้ยงให้จนกว่าจะกลับมา” ไข่หวานอ่านแล้วอึ้ง นายแม่หัวเราะอย่างเป็นต่อ ปรามาสว่า

    “เอาตัวให้รอดก็แล้วกัน ถ้ากลับมาแล้วก็หัดทำตัวดีๆอย่างเจ้าหมึกมั่ง”

    ooooooo

    หนูเล็กตกใจเมื่อรู้จากหมึกว่าเขาหลอกนายแม่ ว่าถ้าให้ไข่หวานไปประกวดตนจะแต่งงานกับหนูเล็ก เขาขอร้องหนูเล็กให้ร่วมมือด้วย ถ้าไข่หวานหาลูกเมียตนเจอ ก็จะพาไปกราบขอโทษนายแม่ เชื่อว่านายแม่คงเห็นใจ

    ส่วนเรื่องเงินค่าใช้จ่ายที่นายแม่ไม่ให้นั่น หมึกจะเอาเงินเดือนของตนให้ไข่หวานทั้งหมด ถ้ายังไม่พอก็จะให้เอาของไปจำนำให้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะพอใช้หรือไม่

    ไข่หวานโทร.ไปบอกนิกกี้ทั้งเรื่องที่นายแม่อนุญาตให้ไปประกวด และเรื่องค่าใช้จ่าย ที่พักระหว่างอยู่กรุงเทพฯ ไข่หวานขอไปอยู่กับนิกกี้ที่คอนโดได้ไหม นิกกี้ยินดีแต่เดือนหน้าแม่ตนจะกลับจากอเมริกามาเยี่ยม อยู่กันสามคนคงไม่มีปัญหา

    ไข่หวานเกรงใจแม่ของนิกกี้ นิกกี้ตามใจแต่ถ้าหาที่อยู่ยังไม่ได้ก็ให้มาที่นี่ พอไข่หวานเล่าให้หมึกที่นั่งอยู่กับน้องเล็กฟัง น้องเล็กบอกว่าตนหาที่อยู่ให้ไข่หวานได้

    ที่แท้น้องเล็กเป็นลูกต่างแม่กับลุงช้าง เธอโทร.ไปปรึกษา ลุงช้างยินดีเพราะน้องเล็กก็เคยมาค้างที่นี่บ่อยๆ ถามว่าเพื่อนชื่ออะไร พอน้องเล็กบอกว่าชื่อไข่หวาน ลุงช้างสะดุดหูนิดหนึ่งพึมพำ...

    “ยายไข่หวาน?”

    ooooooo

    หนูเล็กดีใจมากที่ลุงช้างให้ไข่หวานไปอยู่ด้วย ไข่หวานถามว่าลุงช้างเป็นคนอย่างไร หนูเล็กบอกว่าเป็นคนใจดีสุดๆ ทำงานเขียนบทอยู่กับบ้านและเลี้ยงหลาน ไปด้วยแถมเป็นแม่บ้านแม่เรือนมาก หนูเล็กยังสู้ไม่ได้เลย

    พอรู้ว่าลุงช้างใจดีหมึกก็สบายใจขึ้น ชวนไข่หวานรีบไปเก็บของเตรียมเดินทางเลย

    รุ่งขึ้น นายแม่มาส่งไข่หวานที่รถ อวยพรให้ไข่หวานตกตั้งแต่รอบแรกเลย หมึกก็ขอให้ไข่หวานหาเจอไวๆ นายแม่ถามว่าหาอะไร ทั้งสองโมเมว่า หาความฝันไข่หวาน บอกว่าไปถึงบ้านคุณลุงของหนูเล็กแล้วจะโทร.มาบอก

    “ไปแล้วก็อย่าทำตัวเป็นภาระ ช่วยเลี้ยงหลานเขาด้วย เดี๋ยวเขาจะหาว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน” นายแม่ย้ำ ส่วนมะลิขอให้ไข่หวานจำเคล็ดลับความงามกลับมาบอกกันบ้างอย่าอุบไว้คนเดียว อึ้มเพ็ญก็เอากุนเชียงไร้มันให้บอกว่ากินแล้วไม่อ้วน

    “ขอบคุณค่ะ อึ้มเพ็ญนี่รู้ใจไข่หวานมากกว่านายแม่อีก”

    “เดี๋ยวก็รู้ว่าใครรู้ใจแกมากที่สุด ไอ้ไข่หวาน” นายแม่ ค้อนอย่างหมั่นไส้

    ระหว่างขับรถไปไข่หวานนึกถึงวันที่ไปนั่งคุยกับหมึกบนรถทัวร์เก่าที่จอดทิ้งไว้ที่อู่ วันนั้นหมึกเอารูปของกวาง ที่เขียนบอกไว้ว่า ชื่อ อนุช หรือกวาง นักศึกษาคณะ รัฐศาสตร์ ปี 3

    ไข่หวานถอนใจเบาๆกับข้อมูลเล็กน้อยนี้แต่จะให้ตามหาคนที่จากกันไปแล้วถึง 6 ปี ซ้ำทั้งกวางและหมึกต่างก็ไม่เคยถามถึงญาติพี่น้องของอีกฝ่ายเลยไม่รู้จะเริ่มสืบจากตรงไหน แต่เพื่อแลกกับความฝันของตนก็มุ่งมั่นที่จะช่วยพี่ชาย

    คืนนั้นหมึกยังบอกที่อยู่ของกวางว่า อยู่สุขุมวิท น่าจะซอย 53 ส่วนบ้านเลขที่หมึกก็จำสับสน ไม่รู้ 2/40 หรือ 40/2 หรือ 42/10 สุดท้ายเชื่อว่าต้องเป็น 40/2 น่าจะชัวร์ที่สุด หมึกเว้าวอนน้องน่าเห็นใจว่า

    “ช่วยพี่ด้วยนะไข่หวาน”

    ooooooo

    ก่อนขึ้นไปสมัครงาน นิกกี้แวะซื้อกาแฟที่ใต้ตึกออฟฟิศ แถวค่อนข้างยาว เธอกังวลว่าจะขึ้นไปสมัครไม่ทัน เลยกดมือถือแก้เครียดไปเรื่อย พอดีแถวขยับไปแล้วเธอไม่เห็น เกิดช่องว่าง ป้ากระบังใหญ่ยีผมหัวโตฉวยโอกาสเสียบทันที

    นิกกี้ติงป้าว่าให้ช่วยต่อคิวด้านหลังตนด้วย ป้าแกทำไก๋ถามว่าเข้าคิวอยู่หรือนึกว่ารอเพื่อน

    สาริศนักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูจากต่างประเทศเข้ามาก็งงว่าตนจะต่อหลังป้ากระบังดีหรือต่อหลังนิกกี้ดี ส่วนนิกกี้บอกป้าคนนั้นว่าอย่าคิดไปเอง เห็นชัดๆว่าตั้งใจแซงตน โต้เถียงกันไปมา นิกกี้เห็นสาริศยืนอยู่ใกล้ๆป้าคนนั้นเลยคิดว่ามาด้วยกัน ป้าคนนั้นโดนเด็กถอนหงอกก็ทั้งโมโหทั้งอายปากคอสั่นแล้วออกจากแถวไปเลย

    “ลาเต้ร้อนแก้วนึงค่ะ” นิกกี้สั่ง แล้วหันยักคิ้วกวนๆ ให้สาริสเพราะคิดว่ามาด้วยกันกับป้ากระบังใหญ่คนนั้น ทำเอาสาริศงง

    สาริศขึ้นไปเปิดประตูเข้าห้องตวงพรที่เป็นอาและเป็นรองประธานกรรมการผู้จัดการ ทั้งสองมีความเห็นต่างจนขัดแย้งกันเรื่องโปรเจกต์ที่สาริศเสนอ ตวงพรบอกว่าตนเตรียมพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ไว้ให้แล้ว แต่สาริศต้องการใช้การประกวดเพราะตั้งใจจะเปลี่ยนรูปแบบให้ดูทันสมัยขึ้น ทั้งยังขัดแย้งกันเรื่องตำแหน่งประธานบริษัทที่ตวงพรหมายตาแต่ยังไม่ได้ ทั้งตวงพรและสาริศเวลานี้อยู่ในตำแหน่งรองประธานเหมือนกัน ส่วนตำแหน่งประธานบริษัทสาริศบอกว่าให้เป็นเรื่องของบอร์ดกับผู้ถือหุ้นตัดสินใจกันเองดีกว่า

    พอดีสายสมรมาบอกสาริศว่าฝ่ายบุคคลโทร.มาแจ้งว่า คนที่มาสัมภาษณ์ตำแหน่งเลขาฯคนใหม่ของเขามารอกันแล้ว สาริศยังพูดกับตวงพรก่อนออกไปว่า “เชื่อผมเถอะครับท่านรองประธาน” ตวงพรจิกตามองตามสาริศไปอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    สาริศสัมภาษณ์ผู้ที่มาสมัครตำแหน่งเลขาฯจนมาถึงนิกกี้ พอนิกกี้เข้าไปในห้อง สาริศถามเสียงแข็ง

    “คุณมาที่นี่ทำไม?!”

    นิกกี้เองก็ตกใจเมื่อเห็นหน้าสาริศเต็มตา ต่างก็ตั้งป้อมใส่กัน สาริศถามว่าเธออายไหมที่ตนเห็นความร้ายกาจของเธอเมื่อเช้านี้ นิกกี้ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “คนอย่างฉันไม่อายในสิ่งที่ถูกต้องค่ะ”

    “ดีครับ ผมชอบความกล้าคิดกล้าพูด สู้คนไม่ให้ใครเอาเปรียบ ผมไม่อยากได้เลขาฯที่คอยนั่งรับคำสั่ง ถ้าคุณโอเคที่จะร่วมงานกับผม ผมจะให้คุณดูแลโปรเจกต์การประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นมือขวาของผม ถ้าตกลงใจ ผมจะเล่ารายละเอียดให้คุณฟังทั้งหมด และผมอยากให้คุณเริ่มงานเร็วที่สุด”

    “ได้เลยค่ะ” นิกกี้ตอบรับทันทีอย่างมั่นใจ สาริศพยักหน้าอย่างพอใจเช่นกัน

    ooooooo

    มดตะนอยโทร.คุยกับอาเล็ก พอวางสายก็รายงานลุงช้างจ๋อยๆว่า อาเล็กบอกว่าคุณยายไข่หวานออกมาตั้งแต่เช้าแล้วเดี๋ยวคงถึง ถามว่าลุงช้างทำอะไรให้คุณยายกิน?

    ลุงช้างบอกว่าน้ำพริกกะปิกับแกงเขียวหวานไก่ทำเสียงดีใจว่า “ในที่สุดลุงช้างมีคนช่วยเลี้ยงมดตะนอยตัวแสบแล้ว”

    พอไข่หวานมาถึง ลุงช้างกับมดตะนอยรีบไปเปิดประตูรับ แล้วต่างก็มองกันอึ้ง เพราะลุงช้างเป็นหนุ่มหล่อตาคมกริบ ส่วนยายไข่หวานก็เป็นสาวสะพรั่ง ไม่ใช่ลุงแก่ๆ และยายแก่เคี้ยวหมากปากแดงอย่างที่คิดกัน!

    มดตะนอยตื่นเต้นดีใจและเห่อยายไข่หวานที่พอเจอตัวจริงก็เปลี่ยนจากเรียกยายมาเป็นเรียกอาไข่หวานแทน ส่วนไข่หวานขออนุญาตเรียก “ลุงช้าง” ตามมดตะนอย

    “ได้เลยครับ คุณอาไข่หวาน” ลุงช้างยิ้มใจดี เลยต่างเรียกอีกฝ่ายตามมดตะนอยตัวน้อยกัน

    ลุงช้างกับมดตะนอยพาอาไข่หวานขึ้นไปห้องพักซึ่งเป็นห้องเดิมของมดตะนอยที่จัดไว้อย่างน่ารัก แล้วลุงช้างก็ขอตัวไปทำอาหารเย็น ส่วนมดตะนอยเห่อ

    อาไข่หวานขออยู่กับอาไข่หวานก่อน ระหว่างนั้นก็ช่วยอาไข่หวานจัดของไปด้วย หยิบเสื้อยกทรงขึ้นมาถามว่า “นี่อะไรคะอาไข่หวาน” ก็พอดีลุงช้างมาเรียกให้ไปทานข้าวกันได้แล้ว มดตะนอยเลยชูยกทรงของไข่หวานอวดลุงช้างว่า สวยจังเลยนะคะ ทำเอาลุงช้างสะดุ้งร้อง “อุ๊ย...”

    ooooooo

    ที่โต๊ะอาหาร ลุงช้างพูดออกตัวว่ากับข้าวง่ายๆ มีแกงเขียวหวานไก่ ไข่เจียวของมดตะนอยและน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ถามไข่หวานว่ากินได้นะ ไข่หวานไม่ทันตอบ มดตะนอยก็อวดว่า “ลุงช้างทำเองทั้งหมดเลยนะคะ”

    ไข่หวานกินแกงเขียวหวานรู้สึกเผ็ด ลุงช้างมองอย่างเป็นห่วงบอกว่าพรุ่งนี้จะทำกับข้าวให้เผ็ดน้อยลง มดตะนอยมีแก่ใจแบ่งไข่เจียวให้ ลุงช้างขอโทษไข่หวานที่เมื่อกี้มดตะนอยหยิบชุดชั้นใน...มดตะนอยบอกว่ายกทรงค่ะ ไข่หวานถามว่าลุงช้างเคยอธิบายให้มดตะนอยฟังหรือยัง พอลุงช้างบอกว่ายัง ไข่หวานอาสาว่าเดี๋ยวไข่หวานอธิบายให้มดตะนอยฟังเอง ลุงช้างยิ้มโล่งอก ที่ไข่หวานรับเป็นธุระอธิบายเรื่องของผู้หญิงๆให้มดตะนอยฟัง นับเป็นงานแรกของไข่หวานที่นี่

    ทานอาหารเสร็จลุงช้างเข้าไปล้างจาน ไข่หวานเข้าไปขอล้างเองบอกว่า แม่สอนว่าไปบ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ลุงช้างเลยให้ไข่หวานล้างเพื่อเธอจะได้สบายใจ

    ระหว่างนั้น มดตะนอยก็หยิบผ้าปีนขึ้นบนเก้าอี้เช็ดโต๊ะอย่างเมามันประสาเด็ก มือถือไข่หวานที่วางบนโต๊ะสั่นเรียก มดตะนอยหยิบขำๆที่มือถือสั่นได้ เอาไปให้ไข่หวานทำท่าสั่นไปกับมือถือด้วย ไข่หวานที่กำลังล้างจานเช็ดมือข้างหนึ่งรับมือถือที่ยังสั่นอยู่เลยทำมือสั่นล้อเล่นกับมดตะนอยด้วย

    มัวแต่เล่นอีกมือที่ถือจานอยู่จานลื่นหลุดมือแตก ลุงช้างรีบเข้ามาดู ไข่หวานบอกว่าตนทำจานแตกเองแล้วขอไปรับสายนายแม่ที่ทนคิดถึงและเป็นห่วงไม่ได้โทร.มาถามข่าวคราว

    พอรับสายนายแม่ ไข่หวานบอกว่าเอาไว้คุยทีหลังเพราะตนเพิ่งทำจานแตกขอไปเก็บกวาดก่อน นายแม่ตำหนิว่าซุ่มซ่าม ถามว่าโดนดุหรือเปล่า พอไข่หวานบอกว่าไม่ ลุงช้างใจดี นายแม่บอกให้ถ่ายรูปให้ดูหน่อย ไข่หวานบ่ายเบี่ยงว่าลุงช้างเป็นคนขี้อายแบบเกย์แก่ๆ นายแม่พูดจนไข่หวานบอกว่าจะขอถ่ายแล้วส่งให้นายแม่ เร็วที่สุด พอวางสาย ไข่หวานก็กังวลว่า

    “ถ้านายแม่เห็นว่าลุงช้างยังหนุ่มอยู่ละก็...ไข่หวานเอ๊ย...โดนลากตัวกลับโคราชแน่”

    ooooooo

    มดตะนอยตัวการที่ทำให้ลุงช้างกับยายไข่หวานแก่งั่กไปในจินตนาการ แต่พอเจอตัวจริงกลับกลายเป็นหนุ่มหล่อและสาวสวย เลยต่างเกิดอาการเขินกันเล็กน้อย

    ก่อนนอนลุงช้างต้องเล่านิทานให้มดตะนอยฟังทุกคืน คืนนี้ก็ให้เล่าเรื่องสโนว์ไวท์กับเจ้าชายและแม่มด ลุงช้างเล่นเป็นสโนว์ไวท์และมดตะนอยเล่นเป็นแม่มด พอมดตะนอยเห็นไข่หวานมาแอบดูก็เรียกให้ช่วยแสดงเป็นเจ้าชายให้หน่อย

    ทั้งสามเล่นกันจนถึงตอนที่สโนว์ไวท์สลบและเจ้าชายต้องจูบสโนว์ไวท์ ทำเอาทั้งสโนว์ไวท์และเจ้าชายต่างกระอักกระอ่วนใจ พอมดตะนอยสั่ง “แอ็กชั่น” ไข่หวานที่แสดงเป็นเจ้าชายก็ขี่ม้าเข้ามาแต่ลืมบทพูด หันไปจะถามมดตะนอย ปรากฏว่าหลับไปแล้ว ทั้งสองต่างโล่งอกที่รอดตัวกันมาได้

    คืนนี้ ไข่หวานโทร.หานิกกี้ที่คอนโด ไข่หวานเล่าว่าตนถึงกรุงเทพฯและเข้าพักบ้านลุงช้างเรียบร้อยแล้ว นิกกี้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไข่หวานบอกว่าเขาอยู่กับหลานชื่อมดตะนอยน่ารักมาก ลุงช้างก็น่ารักดีเฟรนด์ลี่ขี้อายหน่อยๆ แต่ยังหนุ่มอยู่เลย อายุไม่น่าเกิน 30 ที่สำคัญเป็นตี๋หล่อ เสียดายไม่น่าเป็นเกย์เลย บอกนิกกี้ว่าวันหลังจะให้มาใช้เรดาร์สแกนเกย์ให้หน่อย

    “ได้เลย...อ้อ...แล้วเรื่องประกวด แกเตรียมตัวพร้อมยัง?”

    “ใจพร้อมมากแต่กายยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ว่ะ ไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย”

    “ไม่ได้นะยะ วันที่มาสมัครแกต้องแต่งตัวให้สวยที่สุด อย่าให้เสียชื่อเพื่อนฉัน!”

    “ได้เลย...คนอย่างไข่หวาน เมื่อลงสนามแล้วไม่มีคำว่ายอมแพ้ ฉันจะสู้เต็มที่!”

    ooooooo

    เพราะลุงช้างไม่ได้บอกเวลาอาหารเช้าแก่ไข่หวาน เช้านี้จึงมีแต่มดตะนอยกับลุงช้างกินอาหารเช้าเพื่อรีบไปโรงเรียน ลุงช้างเก็บอาหารครอบฝาชีน่ารักไว้ให้ไข่หวาน

    ลุงช้างได้รับโทรศัพท์จากตูน รับปากว่าบ่ายๆ วันนี้ตนว่าง จะเข้าไปหาเลย

    นายแม่เรียกพิชิตมาสั่งให้ไปถ่ายรูปทั้งบ้านและตัวลุงช้างมาให้ดู ให้เอากุนเชียงไปฝากด้วยจะได้มีข้ออ้าง

    วันนี้นิกกี้กำลังแต่งหน้าก็ได้รับโทรศัพท์จากสาริศ ถามว่าถึงออฟฟิศหรือยัง นิกกี้รับสายโดยไม่ดูว่าใครโทร.มา รับแล้วจึงรู้ว่าเป็นสาริศ เขาบอกว่าวันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นเรื่องจัดประกวดแบรนด์แอมบาสเดอร์ถามว่าเตรียมเอกสารเรียบร้อยหรือยัง ให้เลื่อนนัดของตนไปเป็นตอนบ่ายให้หมด นิกกี้ติงว่าเริ่มงานเก้าโมงไม่ใช่หรือ?

    “คุณนิกกี้ไม่ว่าจะกี่โมง เพื่อเตรียมความพร้อมและความเรียบร้อย ผมมีสิทธิ์สั่งงานคุณ เพราะผมเป็นเจ้านายคุณและพอถึงเก้าโมงเช้าคุณต้องเริ่มงานได้ทันที OK?...แล้วเจอกันที่ทำงาน” วางสายแล้วสาริศยิ้มสะใจ

    “นี่ฉันมาเจอกับอะไรนี่” นิกกี้งึมงำหงุดหงิด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:04 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์