ข่าว

วิดีโอ



แก้วตาหวานใจ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ศิริรัตน์ สุขสามัคคี / จิรมน เณวิกาน / สร้างสรรค์ สันติมณีรัตน์

กำกับการแสดงโดย: ชุดาภา จันทเขตต์

ผลิตโดย: บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

อัลบั้ม: 'บอย&มิ้นต์' จิ้นลงตัว "เกรียน&กวน" ละครรักคอมเมดี้ "แก้วตาหวานใจ"

วันนี้ตาสิงห์ได้รับโทรศัพท์จากนายแม่แต่เช้าแจ้งว่าไข่หวานไม่สบายหนัก ตาสิงห์รู้แกวบอกว่าแล้วจะบอกช้างเอง

ขณะลุงช้างกับลุงเสือกำลังลามณีนั่นเอง ตาสิงห์ก็เดินมาบอกว่า

“ช้าง แม่ดาวเรืองเพิ่งโทร.มาบอกว่าหนูไข่หวานไม่สบายหนัก” ลุงช้างอึ้ง หนูเล็กถามว่าเป็นอะไรหรือ “เห็นว่ากินอะไรไม่ลงมาหลายวัน โรคกระเพาะคงกำเริบ ช้างไปดูหนูไข่หวานซะหน่อยนะ ก่อนกลับกรุงเทพฯน่ะ”

ลุงช้างนิ่งไปอย่างคิดหนัก

ฝ่ายนายแม่ พอวางสายจากตาสิงห์ก็บอกไข่หวานว่าตนโทร.บอกตาสิงห์แล้วว่าไข่หวานไม่สบายหนักเป็นโรคกระเพาะ ไข่หวานทำหน้าฉงนถามว่า “ไข่หวานเนี่ยนะไม่สบายหนัก ทำไมไม่รู้ตัวเลยล่ะ”

“ฉันบอกให้แกไม่สบาย แกก็ไม่สบายสิ ไม่ต้องถามมาก” ไข่หวานถามว่านี่มันอะไรกัน? “อ้ะ...บอกให้ก็ได้ ฉันเห็นแกไม่ยอมไปหาพ่อช้าง ฉันก็ต้องให้เขามาหาแกแทนน่ะสิ”

“นายแม่...ถ้าเขามาก็คงมาดูว่าไข่หวานจะตายเมื่อไหร่ ไม่ใช่เพราะรักหรือเป็นห่วงหรอก”

“แกก็พูดซะเสียหาย ไม่รู้ล่ะจะยังไงก็แล้วแต่ แกต้องลงไปนอนซมอยู่ที่โซฟาข้างล่าง เผื่อช้างมาเยี่ยม แกก็ง้อเขาให้ได้แล้วกัน ฉันช่วยแกได้แค่นี้แหละ”

“ไม่ค่ะ ไข่หวานไม่เล่นด้วย ไข่หวานมีงานต้องทำเยอะแยะ จะมานอนรอให้คนเขามาเห็นใจทำไม เสียเวลา” พูดแล้วไข่หวานเดินออกจากห้องไปเลย นายแม่มองตามแบบ...ไม่ได้ดั่งใจเล้ย...ลูกคนนี้!

ooooooo

มดตะนอยยืนร้องไห้ส่งลุงช้างกับลุงเสือ ถามว่าลุงช้างไม่กลับไม่ได้หรือ กวางปลอบว่าลุงช้างกลับไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็มาแล้ว ตาสิงห์ก็บอกว่าไม่ขี้แยนะเดี๋ยวลุงช้างจะไม่สบายใจ

“ลุงเสือกับลุงช้างจะรีบเคลียร์งานให้เร็วที่สุด แล้วจะกลับมาหามดตะนอยด่วนเลย ดีไหมคะ แต่ตอนนี้ลุงเสือต้องรีบไปก่อนแล้วนะคะ ตอนบ่ายมีประชุม”

ลุงช้างกับมดตะนอยกอดกันอีกครั้งด้วยความอาลัยอาวรณ์ ต่างบอกรักกัน มดตะนอยน้ำตาไหลพราก กวางเห็นความรักความผูกพันของลุงหลานแล้วสะเทือนใจน้ำตาไหลไปด้วย

เมื่อลุงเสือกับลุงช้างมาถึงโรงรถ ลุงเสือถามว่าแน่ใจหรือว่าจะไม่ไปเยี่ยมไข่หวาน ไปแป๊บเดียวไม่เสียเวลาหรอก ลุงช้างไม่ทันพูดอะไรมือถือลุงเสือก็ดังขึ้น ได้รับคำยืนยันจากปลายสายว่า “ตามกำหนดการเดิมครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ครับ สวัสดีครับ” ลุงช้างบอกลุงเสือให้รีบไปเสียเดี๋ยวจะเสียงาน ลุงเสือจึงไปก่อน ลุงช้างยืนส่งสีหน้าคิดหนัก

ที่ห้องนั่งเล่นบ้านนายแม่ ไข่หวานนอนอ่านหนังสือไม่ทุกข์ร้อนอะไร ที่ใกล้ประตู นายแม่ อึ้มเพ็ญและน้ามะลิ ต่างไปยืนออชะเง้อคอยาวคอยดูว่าลุงช้างจะมาหรือยัง รอนานเข้านายแม่ก็ให้พิชิตไปรอที่ประตูเผื่อลุงช้างจะขับรถเลยบ้านไป พิชิตบอกว่าลุงช้างมาตั้งหลายครั้งแล้วไม่หลงหรอก นายแม่ดูนาฬิกาแล้วคำนวณ...

“จากบ้านตาสิงห์มานี่อีกแป๊บนึงก็ถึงแล้ว เพ็ญ มะลิ...จัดการ!”

พอเห็นสัญญาณจากนายแม่ ทั้งอึ้มเพ็ญและน้ามะลิก็ตรงไปจับไข่หวานให้นอนลงบนโซฟากดไว้ไม่ให้ลุกโชคดีที่หนูเล็กโทร.มา ไข่หวานเลยขอลุกขึ้นรับสาย

หนูเล็กโทรมา.ถามว่าไข่หวานเป็นอะไรหรือ ไข่หวานบอกว่าตนไม่เป็นอะไรนายแม่มโนเอาเอง หนูเล็กถามว่าแล้วลุงช้างไปหาหรือเปล่า? พอรู้ว่ายังไม่เห็นหนูเล็กบ่นว่าใจร้ายจริงๆ ไข่หวานตัดบทปลงๆ ว่าช่างเถอะ มาไม่มาก็ค่าเท่ากัน

แต่หารู้ไม่! ลุงช้างขับรถมาถึงหน้าบ้านนายแม่แล้วแต่ลังเลคิดหนัก สุดท้ายตัดสินใจขับรถกลับ พอถึงบ้านก็เดินเหงาๆเข้าไป เห็นตุ๊กตาของมดตะนอยวางอยู่บนชั้น เห็นรูปถ่ายโพลารอยด์ที่ร้านพิซซ่ามีไข่หวานอยู่ด้วย ลุงช้างหยิบขึ้นมาดูแล้วทำท่าจะโทร.หาไข่หวาน แต่แล้วก็เปลี่ยนใจวางโทรศัพท์ลง

ไข่หวานไปนั่งทำบัญชีที่อู่รถ ก็เผลอวาดรูป ผู้ชายมีหนวดลงในสมุดบัญชี แล้วเอาปากกาจิ้มๆๆ ทำเสียงสะใจ แก๊งนายแม่แอบดูอยู่ต่างเป็นห่วงไข่หวาน สุมหัวกันคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยไข่หวาน

แผนช่วยไข่หวานของแก๊งนายแม่ คือการร้องเพลงช้าง วาดหน้าติดหนวด เต้นตลกโปกฮาเดินไปทั่วอู่โฉบไปเฉี่ยวมาแถวที่ไข่หวานนั่งทำงาน จนไข่หวานที่กำลังเศร้าถามขำๆ ว่า เล่นอะไรกันเนี่ย? พอเข้าใกล้ไข่หวาน นายแม่ก็ลอยหน้าถาม

“ใจอ่อนอ๊ะยัง?” ไข่หวานถามว่านายแม่ก็เล่นกับเขาด้วยหรือ นายแม่ไม่ตอบแต่กลับถาม “ไม่ไปง้อลุงช้างจริงอะ?”

“จริง!! ยังไงไข่หวานก็ไม่ง้อ”

ได้รับคำตอบชัดๆอย่างนี้ นายแม่ถึงกับดึงหนวดปลอมออกเซ็งๆ

ooooooo

ฝ่ายลุงช้าง ก็เอาแต่คิดถึงไข่หวาน...แต่ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง

ลุงช้างเห็นอะไรที่เกี่ยวกับไข่หวานก็คิดถึงไปหมด เห็นกุนเชียงก็คิดถึง เห็นตุ๊กตา ไอเลิฟยูก็คิดถึง จะซักผ้าเห็นฟองผงซักฟอกก็คิดถึง กระทั่งเห็นกะละมังซักผ้าก็คิดถึงตอนที่เอาฟองผงซักฟอกป้ายกัน ทนไม่ไหวก็เอากะละมังไปเก็บให้พ้นหูพ้นตาเสีย วันนี้ไปขี่จักรยานก็คิดถึงทั้งไข่หวานและมดตะนอยที่หัดขี่จักรยานกัน สุดท้ายจูงจักรยานมาเก็บหงอยๆ

ผิดกับหมึกที่พยายามครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะถูกปฏิเสธ ประชด และกระทั่งขับไล่ ก็ยังอดทนถือคติที่ว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เพียรไปหากวางกับมดตะนอยไม่เว้นวัน วันนี้ก็หอบดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้กวางอีก

“มาแล้วจ้า...ดอกไม้สวยๆ สำหรับคนสวยๆ”

หมึกทำร่าเริงเข้าไป ถูกกวางปั้นหน้าปึ่งบอกให้วางไว้ตรงนั้นแหละเดี๋ยวมีคนเอาไปปักแจกันเอง เสร็จก็กลับไปได้แล้ว อย่ามายืนเกะกะแถวนี้

“โธ่...กวาง เมื่อไหร่จะยอมรับดอกไม้จากพี่สักที” หมึกทำหน้าเศร้าเว้าวอน “กวาง...ถ้าพี่มาหากวางแล้วทำให้กวางรำคาญ ขวางหูขวางตาไปหมด พี่...พี่ก็จะไม่มาหากวางอีก เพราะพี่ก็ไม่อยากทำให้กวางไม่สบายใจอีกแล้ว” กวางมองหน้าหมึกเต็มตา “กวางบอกพี่คำเดียวว่าไม่รักพี่แล้ว ไม่มีทางที่มันจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีก พี่...จะไปเอง...”

หมึกมองหน้ากวางรอคำตอบ แต่กวางก็ยังคงนิ่งเฉย หมึกพูดเหมือนสั่งลาว่า

“พี่รักกวางมาก และจะรักตลอดไป...” พูดแล้วหมึกค่อยๆหันเดินออกไปอย่างเจ็บปวด เสียใจ

“พี่หมึก...” กวางเรียกเบาๆ พอหมึกหันมา กวางก็เอื้อมมือไปรับดอกไม้จากมือเขา

“กวาง...” หมึกครางออกมาด้วยความดีใจสุดชีวิต...

ooooooo

สามพ่อแม่ลูกได้มาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น น่ารัก มีความสุข เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตครอบครัวเล็กๆนี้

วันนี้ หมึก กวาง มดตะนอยและไข่หวานพากันขี่จักรยานออกกำลังกาย เมื่อกลับมาถึงบ้านนายแม่ กวางเอ่ยกับไข่หวานว่า

“พี่กวางอยากจะขอบคุณไข่หวาน ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณที่ทำให้พี่กวางมีวันนี้”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะพี่กวาง”

“ต้องขอบคุณสิ ถ้าไม่ได้ไข่หวานช่วยสืบเรื่องของมดตะนอย ตอนนี้ชีวิตพวกเราคงไม่เป็นแบบนี้ คงไม่มีคำว่าครอบครัว ไม่มีพ่อ แม่ ลูก”

ไข่หวานดีใจด้วยกับครอบครัวที่น่ารักนี้ กวางมองหน้าไข่หวานถามว่า ได้ติดต่อพี่ช้างบ้างไหม ไข่หวานส่ายหน้าเศร้าๆ บอกว่า “เขาคงไม่อยากเจอไข่หวานแล้ว... แต่ช่างเถอะค่ะ ไข่หวานทำใจแล้ว” ไข่หวานหันไปทางอื่นอย่างไม่อยากคุยต่อ กวางเห็นแล้วหนักใจแทน...

ooooooo

หมึกเข้านอกออกในบ้านตาสิงห์เยี่ยงสมาชิกครอบครัวคนหนึ่ง วันนี้ตาสิงห์ หมึก และกวาง นั่งคุยกันอยู่ ส่วนมดตะนอยนั่งเล่นกองทรายอยู่คนเดียวข้างนอก ผู้ใหญ่ทั้งสามพูดกันอย่างเอ็นดูว่า เด็กยังไงก็เป็นเด็ก เล่นสนุกได้ทั้งวัน

ตาสิงห์ถามขึ้นว่า สองคนคิดอย่างไร หลังแต่งงานแล้วจะอยู่ที่ไหน อยู่ที่นี่หรือจะไปอยู่บ้านนายแม่ หรือจะสร้างบ้านใหม่ของตัวเอง มณีชวนว่าถ้าไม่รังเกียจอยู่ที่นี่ด้วยกันก็ได้

“ก็คุยๆกันอยู่ครับพ่อ” ส่วนมดตะนอยหมึกบอกว่าจะย้ายโรงเรียนมาเรียนที่โคราช ขณะนั้นเอง มดตะนอยเดินหน้ามุ่ยเข้ามา กวางถามว่าเป็นอะไรหน้าบึ้งเชียว

มดตะนอยบ่นว่าเบื่อเล่นคนเดียวทุกวันเลย หมึกติงว่าพ่อก็เล่นกับมดตะนอยนี่นา

“พ่อเล่นกับมดตะนอยแป๊บเดียวแล้วก็หนีไปคุยกับแม่... มดตะนอยคิดถึงลุงช้างจังเลยค่ะ เวลาลุงช้างอยู่กับมดตะนอย ลุงช้างจะเล่นเป็นเพื่อนมดตะนอยตลอดเลย”

กวางได้โอกาสบอกมดตะนอยให้ชวนลุงช้างมาเที่ยวโคราชสิ หมึกเห็นด้วย มดตะนอยดีใจกระโดดตัวลอยโผกอดกวางบอกว่าจะชวนลุงช้างมาเที่ยว

“ไม่ใช่ชวนมาเที่ยวอย่างเดียวนะ คราวนี้พวกเราจะได้ช่วยลุงช้างให้คืนดีกับอาไข่หวานด้วยไง ดีไหมคะ” หมึกถาม

“เย้! ลุงช้างกะอาไข่หวานจะได้ดีกันแล้ว!!” มดตะนอยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ พวกผู้ใหญ่พลอยหัวเราะดีใจไปด้วย

ooooooo

ลุงช้างเขียนบทละครเสร็จแล้ว พอพิมพ์คำว่า “จบบริบูรณ์” ลุงช้างก็หงายพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง

วันนี้ขณะลุงช้างนั่งอ่านหนังสืออยู่ จู่ๆคิ้วก็กระตุกจนต้องเอามือลูบคิ้วสงสัยว่าวันนี้เป็นอะไร ลุงเสือบอกว่าโบราณเขาว่ามีคนคิดถึง หรือกำลังคิดถึงใครอยู่ ลุงช้างนึกขึ้นได้บอกว่าวันนี้ตนคิดถึงมดตะนอยตลอดเลย คิดถึงมากด้วย

“คิดถึงใครกันแน่นายช้าง... มดตะนอยคนเดียวหรือ?”

“เออ...ก็...ทั้งสอง”

“คิดถึงมากก็ไปหาเขาสิ งานก็เคลียร์เสร็จแล้วนี่”

มือถือลุงช้างดังขึ้นพอดี พอเห็นเป็นเบอร์ของกวาง ลุงช้างกดรับทันที

“คิดถึงลุงช้างที่สุดเลยค่ะ” เสียงมดตะนอยแจ๋วๆ มาอย่างตื่นเต้นดีใจ ลุงช้างบอกว่าตนก็คิดถึงมดตะนอยมาก “แต่มดตะนอยว่า มดตะนอยคิดถึงลุงช้างมากกว่าแน่ๆ มดตะนอยอยากเจอลุงช้างด้วย ลุงช้างมาหามดตะนอยได้ไหมคะ”

ลุงช้างแกล้งหยอกมดตะนอยว่าจริงหรือ แน่ใจนะ แล้วก็รับปาก “ก็ได้ แต่มดตะนอยต้องช่วยอะไรลุงช้างอย่างนึงนะ” พอมดตะนอยรับปาก ลุงช้างนัด “ตอนเย็นเราเจอกันที่บ้านอาไข่หวานโอเคไหม?”

“โอเคค่ะ”

ลุงเสือแกล้งดึงมือถือไปคุยกับมดตะนอย พูดได้ไม่กี่คำลุงช้างก็เร่งให้วางสายได้แล้วตนรีบ ลุงเสือเลยคืนมือถือให้ พอลุงช้างรับมือถือก็ลุกไปอย่างรีบร้อนมาก ลุงเสือแซวขำๆว่า

“บทจะคึกขึ้นมา ช้างก็ฉุดไม่อยู่เลยนะ” ลุงช้างบอกว่าอย่าแซวสิ “ไปๆ ฝากความคิดถึงทุกคนด้วย โชคดีนะไอ้น้องชาย” ลุงเสือมองลุงช้างที่รีบไปเก็บของแล้วยิ้มขำอยู่คนเดียว

ooooooo

นับวันไข่หวานก็ซึมเศร้าเหม่อลอยปํ้าเป๋อ แม้แต่บัญชีงานที่ทำมาเป็นประจำก็ยังทำผิดๆถูกๆ วันนี้คิดเงินขาดหายไป 4 ล้าน นายแม่ทนไม่ไหวขืนเงินหายไป 4 ล้าน อู่เจ๊งแน่ เลยไล่ให้ไปพักเสีย เดี๋ยวจะให้คนอื่นมาทำต่อ

ครู่เดียว หมึกก็พามดตะนอยเข้ามา บรรยากาศสดชื่นทันที นายแม่โผเข้ากอดหอมหลานรักไม่ยอมปล่อย หมึกปล่อยให้นายแม่หอมมดตะนอยจนชื่นใจแล้วบอก

นายแม่ว่ามดตะนอยมีอะไรจะบอก นายแม่ถามว่ามีอะไรหรือลูก

“ลุงช้างจะมาค่ะ!” มดตะนอยป้องปากกระซิบ นายแม่ตาโตมองไข่หวานแล้วแกล้งพูดเสียงดัง

“อ๋อ...นายช้างจะมาเหรอ!! หา!! นายช้างจะมา”

นายแม่เสียงดังซ้ำแล้วซ้ำอีกจนไข่หวานมองขวับ พอฟังชัดแล้วก็ลุกเดินหนีไป นายแม่ถามว่า “ไอ้ไข่หวาน จะไปไหน” คราวนี้ไข่หวานวิ่งอ้าวไปเลย

มดตะนอยจูงนายแม่ไปหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น ไม่ทันได้รอลุงช้างก็มาถึงแล้ว สองลุงหลานวิ่งเข้ากอดกันอย่างโหยหา ต่างบอกกันว่าคิดถึงจังเลย...

หลังจากลุงหลานชื่นใจกันแล้ว ลุงช้างเหมือนมีอะไรจะคุยกับนายแม่ หมึกดูออก เลยจูงมดตะนอยชวนไปหาน้ำหาขนมรับลุงช้างกัน ลุงช้างจึงเอ่ยกับนายแม่อย่างสุภาพนอบน้อมว่า

“นายแม่ครับ ผม...ผมมาขอโทษ มาขอขมาที่ผมเคยทำอะไรล่วงเกินนายแม่ไว้ ที่ผมทำอะไรไม่ดี ทำอะไรไม่คิด เพราะรักหลานมากครับ ผมเลี้ยงมดตะนอยมาตั้งแต่เกิด พอมีใครจะมาเอาหลานไปก็เลยโกรธมาก แต่ตอนนี้...ผมคิดได้แล้วครับ”

นายแม่ตบเข่าฉาดชมเปาะ “ต้องให้มันได้อย่างนี้สิ ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ ฉันชอบ!!” ลุงช้างดีใจถามว่านายแม่ไม่โกรธตนหรือ

“โอ๊ย...ใครจะไปโกรธลง ฉันมันก็ปากร้าย โกรธง่ายหายเร็วน่ะ แต่ว่า... มานี่น่ะจะมาขอโทษฉัน แล้วจะมาหาใครด้วยหรือเปล่า”

“เอ่อ...ครับ...แล้วไข่หวานล่ะครับ” ลุงช้างถามเขินๆ

“ไม่รู้มัน คงไปนังปํ้าเป๋ออยู่แถวๆนี้แหละ ไม่ไปไหนไกลหรอก” นายแม่ชี้โพรงให้กระรอกแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

ลุงช้างเดินไปหาไข่หวานที่สวนหลังบ้านมีต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้ม เขามองไปรอบๆ พลางร้องเรียกไข่หวาน เรียกอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบ เลยเดินบ่น

“อยู่ไหนของเขานะรู้ไหมเนี่ยว่าคนเขาคิดถึง”

ที่แท้ไข่หวานนั่งห้อยเท้าอยู่บนกิ่งไม้ ได้เห็นได้ยินทุกถ้อยคำ เธอเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้ทำปาก “สมน้ำหน้า!”

ลุงช้างเดินหาที่พื้นดินไม่เจอ ฉุกคิดได้เงยหน้าขึ้นมองบนต้นไม้ เห็นไข่หวานนั่งห้อยเท้าอยู่ ร้องถามอย่างเป็นห่วงว่าขึ้นไปทำอะไรบนนั้น ไข่หวานบอกว่าจะทำอะไรก็เรื่องของตนคนอื่นไม่เกี่ยว ลุงช้างบอกว่าตนมีเรื่องจะคุยด้วย ไข่หวานสวนทันควันว่า “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”

“ลงมาคุยกันข้างล่างไหม” ลุงช้างชวน ไข่หวานสะบัดเสียงใส่ว่า ไม่! “ลงมาเถอะ ผมอุตส่าห์ขับรถมาหาคุณตั้งไกล จะให้ผมแหงนหน้าคุยกับคุณอย่างนี้ ไม่สงสารผมเหรอ” ไข่หวานบอกว่าลำบากนักวันหลังก็ไม่ต้องมา “โธ่...ผมไม่ได้บอกว่าลำบาก พูดอะไรก็ผิดหมด ลงมาคุยกันดีๆเถอะนะ”

“แน่จริงก็ขึ้นมาคุยกับไข่หวานบนนี้สิ” ไข่หวานท้าเพราะรู้ว่าลุงช้างกลัวความสูง

ลุงช้างมองกิ่งไม้ไล่ไปจนถึงกิ่งที่ไข่หวานนั่งอยู่อย่างชั่งใจ แล้วหันหลังเดินไป ไข่หวานใจแป้วนึกว่าเขาจะไปแล้ว แต่ที่แท้เขาถอยไปตั้งหลักแล้ววิ่งพุ่งมาราวกับนักกระโดดไกล แต่ที่แท้จะปีนต้นไม้ พอวิ่งมาถึงโคนต้นก็หยุดกึก เก้ๆ กังๆ หาทางจะปีนขึ้นไป ตัดสินใจน้าวกิ่งไม้ปีนขึ้นไป แต่ดั๊นไปเจอกิ่งเปราะ เลยหักร่วงลงมาทั้งกิ่งไม้ทั้งคน โชคดีที่ไม่เป็นอะไร

ลุงช้างปีนขึ้นไปใหม่แต่ขึ้นได้นิดเดียวก็ขอร้องไข่หวานให้มาเจอกันครึ่งทาง ถ้าเธอไม่ลงมาตนก็จะเกาะกิ่งไม้อยู่อย่างนี้แหละ

“ตามใจ” ไข่หวานพูดอย่างไม่แยแส แต่ที่แท้แอบลุ้นอยู่

ทั้งสองต่างคุมเชิงกันอยู่อย่างนั้น จนไข่หวานบอกว่าจะนับหนึ่งถึงสามถ้าไม่ไปชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะญาติดีกันอีก พอไข่หวานเริ่มนับหนึ่ง...สอง...ส...ลุงช้างก็รีบลงไป บอกว่าวันหลังค่อยมาใหม่ แต่ที่แท้ลุงช้างไปหาที่ซ่อนดักรอไข่หวานอยู่ พอไข่หวานลงจากต้นไม้เดินไปทางท่าน้ำ ลุงช้างก็เดินตามไป แล้วเข้านั่งประชิดทันที

ไข่หวานลุกพรวดตัดพ้อต่อว่ามากมายว่า ลุงช้างนึกจะว่าก็ว่า นึกจะไล่ก็ไล่ เห็นตนเป็นอะไร อยากโกรธก็โกรธพอหายโกรธก็มาง้อ ตนก็โกรธเป็นเหมือนกัน ถามว่าเคยคิดถึงความรู้สึกของตนบ้างไหม ว่าจะเสียใจแค่ไหน ตนทำอะไรผิดมากนักหรือ พูดแล้วจะร้องไห้บอกว่า “ไข่หวาน...ไข่หวานแค่ตามหาหลาน!!”

“ไข่หวาน...ผมขอโทษ ผมอาจจะทำอะไรใจร้อนไปหน่อย”

“ใจร้อนใช่ไหม นี่แน่ะ...ลงไปอยู่ในน้ำเลย!!” ไข่หวานผลักลุงช้างตกน้ำตูม!! แล้วเดินหนีไปเลย

ooooooo

หมึกพามดตะนอยกลับไปรอลุงช้างที่บ้าน แต่ครู่เดียวลุงช้างก็เดินตัวเปียกม่อล่อกม่อแล่กเข้ามา ทุกคนตกใจถามว่าเป็นอะไร ลุงช้างบอกว่าโดนไข่หวานผลักตกน้ำ

“อ้าว...แล้วจะง้อได้ไหมเนี่ย” ตาสิงห์ถาม ลุงช้างถามพ่อว่าจะเอาไงดี ตาสิงห์บอกไม่รู้ มณีบอกว่า ช้างต้องไปง้อบ่อยๆเดี๋ยวก็ดีเอง ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละ

พอดีมดตะนอยเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ลุงช้าง ลุงช้างถาม มดตะนอยว่า

“อาไข่หวานยังไม่หายโกรธลุงช้างเลย เอาไงดีคะ”

มดตะนอยทำท่าคิดน่ารัก แล้วตาโตเมื่อนึกได้ “ลุงช้างก็ทำกับข้าวให้อาไข่หวานกินสิคะ อาไข่หวานจะได้อารมณ์ดี”

“เป๊ะเลย!” ลุงช้างดีดนิ้วเป๊าะ!

แผนการเริ่มในวันรุ่งขึ้นทันที ลุงช้างพามดตะนอยมาหานายแม่บอกว่าตนต้องมีตัวช่วยหน่อย

“เต็มที่เลยพ่อคุณ!! ง้อไม่ได้ไม่เลิก จริงไหมมดตะนอย” มดตะนอยกำหมัดชูเชียร์ลุงช้างให้สู้ๆ ลุงช้างยิ้มอย่างมีความหวัง นายแม่ชี้ช่องทางอีกว่า “ไม่ต้องห่วง ไอ้ไข่หวานมันงอนไม่นานหรอก ง้อมันหน่อยเดี๋ยวก็หาย”

“ครับนายแม่” ลุงช้างตอบอย่างฮึกเหิม

แล้วมื้อกลางวันวันนี้เอง ลุงช้างกับมดตะนอยในชุดเชฟน่ารักก็ช่วยกันยกอาหารมาวางบนโต๊ะด้วยมาดเชฟมืออาชีพ มดตะนอยพูดจ้อยๆ แนะนำอาหารบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ไข่หวานยิ้มอย่างเอ็นดู

ลุงช้างใจชื้น นึกว่าไข่หวานหายโกรธแล้ว เลยเอาส้อมจิ้มกุนเชียงจะป้อนให้ ไข่หวานดึงมือลุงช้างเข้าไปกัดอย่างแรงจนลุงช้างร้องลั่น ดึงมือกลับสะบัดมือเร่าๆ

ooooooo

ไข่หวานโทร.ไปคุยกับนิกกี้ เล่าข่าวดีของหมึกให้ฟัง นิกกี้ดีใจด้วย แต่ไม่ทันได้คุยกันต่อ นิกกี้เห็นสาริศเดินมาด้อมๆ มองๆ ที่ประตูเห็นเธอติดสายอยู่เลยเดินไป นิกกี้รีบขอวางสายกับไข่หวานเดินตามไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

สาริศบอกว่าไม่มี ถามว่าคุยกับใครอยู่หรือ นิกกี้เล่าว่าไข่หวานโทร.มาบอกข่าวดีว่าหมึกกับกวางดีกันแล้ว เหลือแต่คู่ไข่หวานกับลุงช้างที่ยังงอนๆกันอยู่

“เดี๋ยวคุณช้างก็ง้อได้ เชื่อผมสิ คุณไข่หวานน่ะ ดูเหมือนเป็นคนแข็ง แต่ที่จริงใจอ่อนนะ” นิกกี้ถามประชด

ว่าเหรอคะ? “ไม่เหมือนคุณหรอก แข็งนอกแถมใจก็แข็งด้วย”

สาริศยื่นหน้าเข้าใกล้บอกว่าถ้าเป็นผู้หญิงอื่นใกล้ชิดกันขนาดนี้ใจละลายแล้ว เลยถูกนิกกี้แหวะใส่ผลักออกไป

พอดีตวงพรมาหาสาริศขอคุยอะไรด้วยหน่อย บอกให้ไปคุยกันที่ห้องตน สาริศรับคำสบตากับนิกกี้แล้วเดินไป

เมื่อเข้าไปในห้องทำงานของตวงพร เธอพูดอย่างเดาใจสาริศออกว่าไม่ต้องกังวลว่าตนจะสร้างปัญหาอะไรอีก แล้วคุยด้วยสีหน้าผ่อนคลายว่า

“ตาริศ...อาขอโทษสำหรับทุกอย่างที่อาเคยทำไม่ดีกับเธอกับบริษัท ยิ่งคิดย้อนกลับไป อายิ่งรู้สึกแย่ รู้สึกตัวเองเป็นคนน่ารังเกียจ อาคงรับตำแหน่งประธานไม่ได้หรอก” สาริศถามว่าทำไม? “คนที่จะเป็นประธานบริษัท ต้องมีความเป็นผู้นำ ยุติธรรมกับลูกน้อง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่อาไม่ได้ทำแบบนั้นเลย เธอนี่แหละ เหมาะที่จะเป็นประธานบริษัทที่สุด”

สาริศจะท้วงติง ตวงพรขัดขึ้นก่อนว่า “ประธานบริษัทคนใหม่ต้องชื่อสาริศ อาอยากจะขอแก้ตัวที่อาเคยทำผิดกับครอบครัวเรา ให้โอกาสอานะ”

“ครับ...” สาริศตอบรับด้วยความปลื้มปีติที่รับรู้ถึงการได้ครอบครัวที่รักกันกลับคืนมาแล้ว

“มาให้อากอดหน่อยสิ ไม่ได้กอดกันนานแล้วนะ” ตวงพรกอดสาริศด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายและจริงใจ

ooooooo

สาริศกลับไปเล่าให้สริดาฟัง สริดาเล่าอย่างประทับใจว่า

“อาตวงก็มาขอโทษพี่เหมือนกัน บอกว่าเสียใจที่เคยหลอกใช้พี่ ตาริศ...การเสียสละของเธอ ทำให้อาตวงคิดได้ พี่ก็รู้สึกผิดกับทุกคน เรื่องพี่หมึกก็เหมือนกัน พี่ตั้งใจทำลายความสุขของครอบครัวเขา แต่ไม่มีใครถือโทษทั้งๆที่พี่เป็นต้นเหตุ”

“เรื่องยุ่งๆมันจบไปแล้วครับ ตอนนี้พี่หมึก พี่กวางเขาคืนดีกันแล้วครับ”

“จริงเหรอ...พี่ดีใจกับพวกเขานะ ยังไงก็ฝากบอกด้วยนะว่าพี่ขอโทษกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น”

“ครับพี่ดา...ผมดีใจที่เห็นพี่ดากลับมายิ้มได้อีกครั้งนะครับ” สาริศกุมมือสริดาไว้อย่างให้กำลังใจ

ooooooo

ปัญหาหนักใจของทุกคนเวลานี้กลายเป็นคู่ลุงช้างกับไข่หวาน แม้ลุงช้างจะรู้สึกผิดและขอโทษ แต่ไข่หวานก็ใจแข็งจะแกล้งลุงช้างเสียให้เข็ด ไม่ว่า

ลุงช้างจะง้ออย่างไรก็ไม่ยอมหายงอน

สุดท้ายนายแม่ใช้ไม้เด็ด “ถ้ามันยังคุยกันไม่รู้เรื่องก็จับให้มันอยู่ด้วยกันซะเลย ให้มันคุยกันจนกว่ามันจะรู้เรื่องดีไหม”

หมึกตกใจที่จะจับให้ทั้งสองอยู่ด้วยกัน กวางถามว่าแล้วจะให้อยู่ที่ไหน?

วันต่อมา ไข่หวานถูกนายแม่ใช้ให้เอาของขวัญไปให้คุณนลเจ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่ง พอไปถึงกลายเป็นลุงช้างกับมดตะนอยคอยอยู่ ไข่หวานฉุนขาดปาของขวัญใส่ลุงช้างแล้วเดินหนีทันที

ลุงช้างกับมดตะนอยรีบตาม พอตามทันมดตะนอยจูงมือไข่หวานขอร้องให้คุยกับลุงช้างก่อน มดตะนอยไม่อยากให้ลุงช้างกับอาไข่หวานทะเลาะกัน อยากให้ดีกันเหมือนตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ไข่หวานบอกลุงช้างที่ยืนลุ้นอยู่ว่ามุกนี้ไม่สำเร็จหรอกแล้วเดินหนี ลุงช้างคว้ามือไว้พาเดินไป มดตะนอยเลยวิ่งจู๊ดไปอีกทาง ไปเจอหมึกกำลังปล่อยลมยางรถของไข่หวานทั้งสี่ล้อ มดตะนอยถามว่าทำอย่างนี้ลุงช้างกับอาไข่หวานจะดีกันหรือ หมึกบอกว่าต้องดีกันเพราะเขารักกันเหมือนพ่อกับแม่ไง

ลุงช้างตามง้อไข่หวานสุดฤทธิ์ ไข่หวานไม่สนใจเดินหนีไปที่จอดรถ ไปถึงก็เปิดประตูรถขึ้นนั่งจะขับออกไป ลุงช้างมาดึงเธอลงจากรถชี้ให้ดูว่าล้อรถทั้งสี่แบนหมดแล้ว ไข่หวานหาว่าเขาแกล้ง ลุงช้างบอกว่าตนอยู่กับเธอตลอดเวลาจะแกล้งได้อย่างไร ไข่หวานบอกให้ลุงช้างช่วยดูให้หน่อย พอลุงช้างก้มลงดูยางรถ ไข่หวานก็วิ่งอ้าวไปแล้ว ลุงช้างรีบวิ่งตามไป

ooooooo

ไข่หวานหัวเราะสะใจที่เห็นลุงช้างหอบแฮ่ก วิ่งบ้างพักบ้าง วิ่งถึงเนินสูงชัน ลุงช้างเข่าอ่อนทรุดกลิ้งลงเนิน

“ไข่หวาน...ช่วยด้วย!!”

ลุงช้างร้องเสียงหลง ไข่หวานหันมองนึกว่าลุงช้างเล่นลูกไม้ ยังยิ้มสะใจ แต่เห็นลุงช้างเงียบหายไปเลยเดินไปดู เห็นลุงช้างนอนแน่นิ่งอยู่ตีนเนิน! ไข่หวานวิ่งลงไปดู ร้องเรียกอย่างตระหนกพอดีมีพนักงานผ่านมาจึงขอให้ช่วยพยุงลุงช้างไป

ระหว่างพยุงลุงช้างไปที่รีสอร์ต ลุงช้างแอบทำหน้ากรุ้มกริ่มที่ได้ใกล้ชิดไข่หวาน

ที่หลังต้นไม้ใหญ่ มดตะนอยกับหมึกแอบดูอยู่

พอเห็นไข่หวานพยุงลุงช้างมาก็แปะมือไฮไฟว์กันอย่างสมใจ

พอพาลุงช้างมาถึงล็อบบี้รีสอร์ตให้นอนบนโซฟาแล้ว ลุงช้างทำเป็นปรือตาถามเสียงแผ่ว

“ไข่หวาน...นี่ผมตายไปแล้วหรือ” ไข่หวานบอกว่ายัง แค่เกือบเท่านั้น “ดีใจจังเลยที่ได้เจอคุณอีก” ลุงช้างฉวยโอกาสกอดไข่หวานไว้ ถูกไข่หวานผลักออกเอายาดมให้แล้วจะกลับ ลุงช้างเลยแกล้งสำออยว่าเท้าตนแพลง

ไข่หวานไม่สนใจบอกว่าเดี๋ยวให้พนักงานรีสอร์ตมาดูให้ ลุงช้างหมดมุกเลยถามตรงๆว่าจะโกรธตนอีกนานแค่ไหน

“ขี้โกหกแบบนี้ คงอีกนานค่ะ” พูดแล้วสะบัดไปเลย ลุงช้างมองตาละห้อย ทดท้อกับความพยายามที่ไร้ผล

ooooooo

ไข่หวานเดินไปไม่กี่ก้าว ก็ได้รับโทรศัพท์จากหมึกถามว่าเอาของไปให้เพื่อนนายแม่เสร็จหรือยัง ไข่หวานบอกว่านายแม่หลอกตนมาเจอลุงช้างต่างหาก

“เอาน่า ก็นายแม่เขาอยากให้แกได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว”

“นี่พี่หมึกก็รู้เรื่องกะเขาด้วยเหรอ งั้นที่ยางรถไข่หวานแบนหมดก็เป็นแผนด้วยใช่ไหม เอารถออกมารับไข่หวานเดี๋ยวนี้นะ คอยดูนะ เดี๋ยวกลับไปจะเฉ่งรายตัวเลย!”

แต่ไข่หวานหารู้ไม่ว่า นายแม่กับหมึกยังวางแผนการอย่างต่อเนื่อง หมึกบอกไข่หวานว่าให้รีบๆเคลียร์กับลุงช้างเสียให้เรียบร้อย ที่โทร.มาก็จะบอกว่าคงไปรับมดตะนอยเลทนิดนึง ไข่หวานจึงนึกได้ว่ามดตะนอยหายไป!

ขณะไข่หวานออกตามหามดตะนอยอย่างตระหนกนั้น เจอลุงช้างหน้าตาตื่นมาถามว่าเห็นมดตะนอยไหม พอรู้ว่ามดตะนอยหายไป ไข่หวานก็ลืมปัญหาที่มีกับลุงช้างทั้งหมด ปรึกษาหารือและช่วยกันออกตามหามดตะนอยจ้าละหวั่น

พลันทั้งสองก็ใจหายวาบ เมื่อได้ยินพนักงานตะโกนอย่างตระหนกว่ามีเด็กจมน้ำ ลุงช้างกับไข่หวานวิ่งตรงไปที่สระว่ายน้ำเห็นเด็กหญิงผมยาวกำลังชูมือผลุบๆโผล่ๆอยู่ในสระ ลุงช้างตะโกน “มดตะนอย!” แล้วกระโดดลงไปช่วยเด็กขึ้นมา

ลุงช้างพาเด็กขึ้นจากสระ พอเห็นว่าไม่ใช่มดตะนอยก็ใจไม่ดี ชวนไข่หวานรีบไปตามหามดตะนอยต่ออย่างร้อนใจ

ที่ห้องเก็บของในห้องน้ำชาย หมึกซ่อนอยู่กับมดตะนอยในนั้น หมึกบอกมดตะนอยว่าร้อนนิดหนึ่งทนหน่อยนะลูก

“ไม่เป็นไรค่ะ มดตะนอยทนได้ เพื่อลุงช้างกะอาไข่หวาน”

หมึกบอกมดตะนอยให้อยู่ในนี้ก่อนตนจะออกไปดูลาดเลาแป๊บเดียว แต่พอโผล่ออกไปก็ต้องรีบผลุบเข้ามาปิดประตูล็อกเงียบกริบ เพราะไข่หวานกับลุงช้างกำลังมาหามดตะนอยที่ห้องน้ำชายพอดี!

ลุงช้างกับไข่หวานเข้ามาดูในห้องน้ำชายเปิดดูทุกห้องก็ไม่เจอ จนถึงห้องเก็บของของแม่บ้านแต่เปิดไม่ออก ก็คิดว่าแม่บ้านคงล็อกไว้ เลยพากันออกไป หมึกกับมดตะนอยเกร็งจนแทบไม่กล้าหายไป พอได้ยินเสียงฝีเท้าสองคนเดินไปก็ถอนใจโล่งอกเฮือกใหญ่

ooooooo

วันนี้ขณะนิกกี้กำลังจัดห้องพักหน้ามันหัวฟูอยู่นั้น จู่ๆสาริศก็มาหาก่อนเวลานัดหลายชั่วโมง นิกกี้เปิดประตูโผล่หน้าไปบอกว่าอีกสามชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดรีบมาทำไม

“ก็ผมว่างไม่รู้จะไปไหน ไม่ใช่สิ ไหนๆ เดี๋ยวผมก็จะมีนัดกับคุณอยู่แล้วก็มาซะเลย จะช้าจะเร็วก็ต้องมาจริงไหม”

นิกกี้บอกว่าตนจัดห้องอยู่ สาริศบอกว่าตนจะจัดให้เอง เวลาที่เหลือให้เธอไปแต่งตัวเต็มที่ บอกว่า

“เอาให้สวย ไม่สวยไม่ต้องออกมาให้เห็นนะ”

นิกกี้แปลกใจถามว่าทำไมวันนี้ใจดีจัง ทีเมื่อก่อนให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว เลยถูกปรามว่าอย่าระแวง รีบไปเลยตรงนี้เดี๋ยวตนจัดการให้เอง พอนิกกี้ผละไปสาริศกวาดตามองรอบห้อง บ่นอุบอิบ “ผู้หญิงอะไร รกที่สุดหรือเราใช้งานเขาหนักไป” แล้วสาริศก็จัดของเก็บกวาดห้องจนเรี่ยมเร้เรไร เสร็จแล้วฉีดสเปรย์ปรับอากาศนั่งรอพึมพำอย่างภูมิใจ

“เดี๋ยวพอออกมาคงถึงกับตะลึง”

แต่พอนิกกี้ออกมาจริงๆกลายเป็นสาริศตะลึงในความงามของเธอ นิกกี้แซวว่าถึงกับตะลึงเลยเหรอ? สาริศตอบอย่างไว้ฟอร์มว่า “ก็...สวยใช้ได้...” แล้วพากันออกไป

ไปถึงร้านอาหารสาริศนั่งมองนิกกี้ไม่วางตา จนเธอถามว่า “คุณสาริศเป็นอะไรเนี่ย จ้องอยู่ได้”

“ผมน่ะเหรอ...ก็...ก็เป็นผู้ชายเกือบเพอร์เฟกต์ไง” นิกกี้บอกว่าอย่างเขาที่บ้านตนเรียกว่าเพอร์เฟกต์ไม่ใช่เกือบ “แน่ะ...คุณคิดอย่างนั้นเหรอ ที่จริงผมมีทุกอย่าง เรื่องงานก็ลงตัวหมดแล้ว แต่ขาดอย่างเดียว...คนรู้ใจ” สาริศหยิบช่อดอกไม้ที่ซ่อนไว้ให้นิกกี้ เอ่ยอย่างแสนโรแมนติกว่า “...เป็นคนคนนั้นของผมนะ...นิกกี้...”

นิกกี้รับช่อดอกไม้ถามว่าแน่ใจแล้วใช่ไหม สาริศ พยักหน้าบอกว่าแน่ใจ นิกกี้นิ่งไปนิดหนึ่งแล้วเอ่ยอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ถ้าคุณแน่ใจฉันก็...โอเคค่ะ”

“เยส!!!” สาริศรวบมือนิกกี้ประคองขึ้นหอมจนเธอเขิน เขาแซว “เฮ้! คุณหน้าแดง”

“ฉันอายชาวบ้านเขา ไม่ได้เขินซะหน่อย” ปากว่าไม่เขินแต่กิริยายิ่งเขิน

“ขอบคุณนะนิกกี้ สำหรับทุกอย่างที่คุณทำให้ผม ขอบคุณที่ยืนอยู่ข้างๆผมมาตลอด ถ้าไม่มีคุณ ผมก็คงไม่ได้มาไกลขนาดนี้...เป็นแฟนกันนะ”

“ตามนั้นค่ะ...คุณเจ้านาย” นิกกี้ตอบทันทีแล้วต่างก็กุมมือสบตาเป็นสัญญาใจกันอย่างชื่นมื่น...

ooooooo

ที่รีสอร์ต พนักงานหญิงคนหนึ่งเดินกดมือถืออยู่ในสายตาเห็นอะไรแว้บๆ พอหันมองเต็มตาก็ร้องกรี๊ดว่าผีหลอก!

ที่แท้มดตะนอยนอนหลับอยู่หลังแจกันใหญ่ เพื่อนพนักงานคนนั้นเดินมาเอามือแตะๆ บอกเพื่อนว่านี่มันคน เอะใจว่าหรือจะเป็นเด็กที่หายไป พอดีลุงช้างกับไข่หวานเดินมาเจอ ทั้งสองมองตะลึงอุทานพร้อมกัน

“มดตะนอย!! มดตะนอยจริงๆด้วย!!” ไข่หวานตามไปขอบคุณพนักงานที่ช่วยบอก ระหว่างนั้นมดตะนอยหรี่ตาแอบถามลุงช้างว่า “ดีกันยังคะ” ลุงช้างแปลกใจถามว่านี่มันอะไรกัน มดตะนอยกระซิบกระซาบว่า “แผนพ่อค่ะ”

ไข่หวานคุยกับพนักงานเสร็จเดินกลับมาถามลุงช้างว่ามดตะนอยตื่นหรือยัง ลุงช้างอึกอักตั้งหลักไม่ทันถามต่อว่า “เอ่อ...ตื่นรึยังนะ มดตะนอย” มดตะนอยตัวแสบแกล้งทำเป็นหลับ ไข่หวานบอกว่าช่างเถอะ เจอก็ดีแล้วแต่สงสัยว่าทำไมมดตะนอยถึงมานอนตรงนี้

“ผมว่าแกคงจะง่วงแล้วก็หนาว เลยหาที่อุ่นๆ นอนน่ะ ไม่น่าจะมีอะไรหรอก” ลุงช้างตีหน้าตายจนไข่หวานไม่ติดใจสงสัยอะไร

ฝ่ายพวกนายแม่คอยฟังข่าวอยู่ที่บ้าน พอหมึกโทร.มานายแม่ก็ตะโกนบอกทุกคนอย่างดีใจว่า “ไอ้หมึกโทร.มา!”

หมึกถามว่าพวกนายแม่อยู่กันครบองค์ประชุม รึเปล่า นายแม่บอกว่าครบทุกองค์ทุกตัว หมึกบอกให้นายแม่เปิดลำโพงมือถือเลยจะได้ประกาศให้รู้พร้อมกันทีเดียว นายแม่ทำไม่เป็น พออึ้มเพ็ญช่วยเปิดลำโพงให้หมึกก็ประกาศข่าวดีว่า

“เอ้า...ฟังให้ดีนะทุกคน ภารกิจครั้งนี้คาดว่าจะสำเร็จด้วยดีอย่างที่ทุกคนลุ้น ไข่หวานกับลุงช้างหายงอนกันแน่นอน!” นายแม่ชมว่าเก่งมาก “ฉันก็ต้องทำให้ได้สมกับความตั้งใจของนายแม่ที่อยากได้ลูกเขยคนนี้มาก”

“แหม...ก็นายช้างเขาดีจริงๆ เหมาะกับไอ้ไข่หวานของเราจะตาย...ถ้ามันคืนดีกันจริงๆ เดี๋ยวจะจัดงานแต่งให้พร้อมกันสองคู่เลยดีไหม”

“ดีจ้า...” ทั้งเสียงสดๆที่อยู่รอบตัวนายแม่และเสียงของหมึกจากโทรศัพท์ตอบเป็นเสียงเดียวกัน แล้วก็พากันไชโยโห่ฮิ้วเป็นที่ครื้นเครง

ooooooo

ลุงช้างกับไข่หวานพามดตะนอยไปนอนในห้อง มดตะนอยยังแกล้งทำเป็นหลับ ลุงช้างชวนไข่หวานออกไปคุยกันข้างนอกดีไหมจะได้ไม่รบกวนมดตะนอย พอทั้งสองเดินออกไป มดตะนอยก็หรี่ตามองยิ้มชอบใจ

เมื่อพากันออกมายืนที่มุมสวยในรีสอร์ต ต่างก็มองไปข้างหน้า นิ่งๆ เงียบๆ จนกระทั่งลุงช้างเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“เรื่องที่ผ่านมา ยกโทษให้ผมนะ เราดีกันเหมือนเดิมได้ไหม ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้ไข่หวานต้องร้องไห้ ต้องเสียใจอีก ผม...ไม่อยากเสียไข่หวานไป”

“รู้ใช่ไหมว่าลุงช้างทำให้ไข่หวานเสียใจมากขนาดไหน ไข่หวานทำทุกอย่าง แก้ปัญหาทุกเรื่อง ไข่หวานแค่อยากให้ทุกคนมีความสุข”

ลุงช้างบอกว่าตนเข้าใจ ไข่หวานทำดีที่สุดแล้ว ทำให้ทุกคนมีความสุข ไข่หวานแทรกขึ้นว่าแต่ตัวเองต้องมานั่งเป็นทุกข์ ลุงช้างจับไข่หวานให้หันมามองตากันขณะบอกว่าเราทั้งคู่นึกถึงแต่คนอื่นจนลืมนึกถึงความรู้สึกของตัวเอง ถามว่า

“ไข่หวานเคยถามตัวเองหรือเปล่าว่าอะไรที่ทำให้ไข่หวานมีความสุข สำหรับผมนะ...ความสุขคือการได้อยู่กับคุณ ไข่หวานล่ะ มีความสุขเวลาเราอยู่ด้วยกันไหม”

“ไม่ว่าจะตอนไหน จะสุข จะทุกข์ ไข่หวานก็รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขเวลาอยู่กับลุงช้างค่ะ”

“ผมก็เหมือนกัน ผมรู้ตัวเองแล้วว่า คนที่ทำให้ผมมีความสุขเวลาได้คุยได้อยู่ใกล้ๆ คนที่ผมอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย คือคุณ...” ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยหัวใจที่ตรงกันอย่างมีความสุข ลุงช้างเอ่ยขึ้นว่า “ดีกันนะ” แล้วยื่นนิ้วก้อยให้ ไข่หวานยื่นนิ้วก้อยตัวเองออกไปเกี่ยวก้อยลุงช้าง เอ่ยยิ้มแย้มอย่างมีความสุข “ค่ะ...ดีกัน”

ลุงช้างโอบไหล่ไข่หวานสบายๆ ไข่หวานกอดเอวลุงช้าง มองหน้าและหัวเราะกันอย่างมีความสุข

ooooooo

ไข่หวานกับลุงช้างกลับเข้าไปในห้อง มดตะนอยหลับไปจริงๆ แล้ว ครู่เดียวหมึกก็มาเคาะประตูขอโทษที่มาช้าเพราะไปรับกวางมาด้วย

หมึกชวนกวางคืนนี้ค้างที่นี่เปลี่ยนบรรยากาศกันดีไหม กวางไม่มีปัญหา หมึกบอกว่าเดี๋ยวเอามดตะนอยไปนอนห้องเราเผื่อช้างกับไข่หวานจะได้คุยกันสะดวก ไข่หวานเสนอให้นอนด้วยกันห้องนี้หรือไม่ก็กลับไปกันให้หมด

“คุณไข่หวาน ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ คนอย่างพี่ช้างเป็นสุภาพบุรุษที่สุด รับรองว่าคุณไข่หวานจะปลอดภัย” กวางรับรองอย่างรู้ใจไข่หวาน หมึกได้ทีขอพาลูกเมียไปห้องตนแล้วเข้าอุ้มมดตะนอยไปเลย

เมื่อได้เวลานอน ไข่หวานบอกให้ลุงช้างนอนพื้น ลุงช้างอ้อนว่าตนปวดหลัง ไข่หวานยืนกรานว่ายังไงเราก็ไม่ควรนอนเตียงเดียวกัน ลุงช้างเสนอว่าเพื่อความสบายใจ ของไข่หวานตนขอนอนเตียงแต่เอาผ้าขนหนูผูกขาเราสองคนไว้ด้วยกัน ถ้าตนขยับไข่หวานก็จะรู้ตัว ไข่หวานคิดๆแล้วโอเค คืนนี้ทั้งสองจึงนอนเตียงเดียวกันและผูกขาคนละข้างไว้ด้วยกัน

ด้วยความรู้ผิดชอบชั่วดีมีคุณธรรมและความเป็นสุภาพบุรุษของลุงช้าง คืนนี้จึงผ่านไปด้วยดี รุ่งขึ้นต่างตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกดีๆต่อกัน พอลืมตาเห็นกัน ลุงช้างก็เอ่ย อรุณสวัสดิ์ บอกไข่หวานอย่างอ่อนหวานว่า “รู้ไหม...ผมรักคุณนะไข่หวาน” ไข่หวานตอบจากหัวใจว่า “ค่ะ...ไข่หวานก็รักลุงช้างค่ะ” ลุงช้างจูบหน้าผากไข่หวานอย่าทะนุถนอม ไข่หวานหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข...

ออกจากห้อง เกี่ยวก้อยกันเดินชมบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ลุงช้างขอบคุณไข่หวานสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา บอกว่า “ผมอยากจะอยู่กับไข่หวานไปตลอดชีวิตเลย” แล้วดึงไข่หวานเข้าไปกอด ชวน “แต่งงานกันไหม”

“ลุงช้างจะทนไข่หวานได้เหรอ ไข่หวานกระโดกกระเดก ทำอะไรก็ไม่เป็น ทำกับข้าวก็ไม่เก่ง”

ลุงช้างลงนั่งคุกเข่า สองมือประคองมือไข่หวานเอ่ยจากหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักว่า

“แต่งงานกับผมนะไข่หวาน ไข่หวานไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ไข่หวานยอมเป็นหวานใจของผมก็พอ แต่งงานกันแล้ว อีกหน่อยเราก็จะมีตัวน้อยๆเป็นแก้วตาดวงใจของเราเองไง”

ไข่หวานฟังแล้วเขิน พลันก็หลุดจากภวังค์เมื่อเสียงมดตะนอยตัดพ้อขึ้นว่า

“มดตะนอยก็ตกกระป๋องสิคะ?”

ลุงช้างอุ้มมดตะนอยขึ้นมาบอกว่า “ยังไงมดตะนอยก็เป็นหลานรักที่สุดจ้า...”

“อาไข่หวานก็ยังรักมดตะนอยที่สุดค่ะ”

“แผนของพ่อหมึกสำเร็จจริงๆ ด้วยค่ะ” มดตะนอยดีใจมาก ไข่หวานถามว่าแผนอะไรหรือ ลุงช้างฉุกคิดได้เรียกปราม

“มดตะนอย!!”

มดตะนอยเอามือปิดปากทำตาโต ทุกคนพากัน หัวเราะอย่างมีความสุข มีแต่ไข่หวานคนเดียวที่มองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีงงๆ

ooooooo

–อวสาน–


ละครแก้วตาหวานใจ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านแก้วตาหวานใจ ติดตามแก้วตาหวานใจ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง 6 มี.ค. 2558 08:16 2015-03-13T02:29:45+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ