ข่าว

วิดีโอ



จ้าวสมิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอ็คชั่น-แฟนตาซี-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อาร์ม อิสระ,ธนาวุฒิ ภูดอนกลอย,ทองก้อน ศรีทับทิม

กำกับการแสดงโดย: ทองก้อน ศรีทับทิม

ผลิตโดย: บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์

กลุ่มของเสือคล้อยนั่นเองที่ลอบยิงเข้ามาในกลุ่มของสวัสดิ์ โดยแยกเป็นสองกลุ่มโอบล้อมโจมตี เมื่อสวัสดิ์เห็นอรรถเต็มตาก็พูดโพล่งว่าทำไมไม่คิดกลับตัวเสียที

“คนมันเลวยังไงมันก็ต้องเลวครับนาย ไอ้ปลัดชั่ว” พูดจบยองตะมุสาดกระสุนไปที่อรรถกับดาว แต่โดนกลุ่มของดำยิงสวนกลับมาต้องหลบกันวูบวาบหวาดเสียว ผ่านไปครู่เดียวศักดิ์มาบอกสวัสดิ์ว่าคนของเสี่ยตายเกือบหมดแล้วจะทำยังไงดี

“สู้ตายสิวะ” สวัสดิ์ประกาศแล้วส่งปืนให้พิมพ์สายที่ร้องขอมา ขณะที่ตะวันกับอูซานมองหน้ากัน

“เอาไงดีอูซาน”

“ไอ้ตะละเกล็บ...มาเกิดใหม่มึงยังชั่วเหมือนเดิม แบบนี้ต้องตายอีกรอบ” ว่าแล้วอูซานพยายามจะกลายร่างเป็นเสือแต่ทำไม่ได้ อากาพะโยบอกว่า

“เจ้าสองคนตอนนี้กลายร่างไม่ได้หรอก เพราะแผ่นยันต์นั่นทำให้วิญญาณสมิงในตัวของพวกเจ้าอ่อนแรงไป”

“โธ่เว้ย...ทำไมต้องเป็นแบบนี้” อูซานแค้นใจ

แคล้วเคลื่อนตัวเข้ามาเป้าหมายคืออากาพะโย แต่จอปาเหลือบเห็นเสียก่อนจึงพุ่งไปผลักอากาพะโยพ้นทางแต่ตัวเองโดนยิงที่ไหล่ พิมพ์สายยิงสวนแคล้วก่อนจะรีบมาดูจอปา

“พ่อ...เป็นไงบ้าง”

“แค่นี้ไม่เป็นไร แต่ที่ข้าได้ยินเมื่อครู่ ถึงตายตอนนี้ข้าก็ไม่เสียดายชีวิตแล้วลูก”

ฝ่ายคล้อยจ้องจะเล่นงานอูซานให้ได้ แต่อากาพะโยพุ่งมารับกระสุนแทนลูกชาย เขาโดนยิงกลางหลังร่างทรุดฮวบท่ามกลางเสียงร้องตกใจของอูซาน คราวนี้พวกตะวันระดมยิงต่อสู้กับพวกคล้อยอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แต่แล้วปัญหาเกิดกับแคล้วที่อาการจะกำเริบขึ้นมาอีก คล้อยจ้องจะเอาหนังเสือมาให้ได้เพื่อรักษาลูกชายจึงตะโกนออกไปเมื่อแน่ใจว่าฝ่ายตนเป็นต่อ

“พวกแกอย่าสู้เลยดีกว่า ข้าต้องการสิ่งเดียวคือหนังเสือเท่านั้น ข้าสัญญา ถ้าให้หนังเสือข้าก็จะไป ถ้าสู้...ได้ตายกันหมดแน่”

จอปามองอากาพะโยที่หายใจรวยรินในอ้อมแขนของอูซานแล้วบอกพิมพ์สายว่า

“นังหนู...ข้าไม่อยากให้ใครเป็นอะไรอีกแล้ว”

“พิมพ์ก็เหมือนกันค่ะ งั้นพิมพ์ขอหนังเสือนั่นนะคะ”

จอปาส่งหนังเสือให้พิมพ์สายโดยดี ตะวันถามทันทีว่าคุณหนูจะทำอะไร

“ถ้านี่แลกกับชีวิตทุกคนที่เหลือได้ ก็ให้เขาไปเถอะ”

“ว่าไง...ฉันให้อีกนาทีเดียว ถ้าไม่ยอมก็เอาความตายมาแลกกัน” คล้อยตะโกนเร่ง

ตะวันไม่มีทางเลือก จำยอมให้พิมพ์สายตอบรับเสือคล้อย

“พวกฉันยอม...นี่ หนังเสืออยู่นี่”

“บอกให้พวกเจ้าวางปืนทุกคน”

“พวกเราวางปืน เสือคล้อยคงไม่ผิดคำพูด” สวัสดิ์บอกกลุ่มคนของตน ทุกคนทำตามยกเว้นยองตะมุคนเดียว อรรถตาไวร้องบอกให้วางปืนพร้อมเดินจ่อปืนเข้ามากับดาว ตะวันกับยองตะมุอยากแก้แค้นให้ถวิลแต่บุ่มบ่ามไม่ได้

“ไอ้ดำ...ไปเอาหนังเสือมาให้ข้า” คล้อยสั่ง...พอได้หนังเสือมาก็หัวเราะร่าอย่างสมใจ “ฮ่าๆๆ ในที่สุดมันก็เป็นของข้าจนได้ ข้าได้ของที่ต้องการแล้ว ต่อไปก็เป็นของที่ปลัดอยากได้...ไอ้ดำ”

“ครับนาย” ดำรับคำแล้วพยักหน้าให้ลูกน้องไปควบคุมตัวพิมพ์สายไว้ “เธอต้องไปกับพวกเราด้วยเอาตัวไป”

“เสือคล้อย...แบบนี้มันผิดคำพูด”

“เปล่า ข้าพูดว่าจะไม่ฆ่าใครไม่ใช่เหรอ ก็ทำตามที่พูดแล้วไง แต่ปลัดเขาต้องการตัวเธอด้วย มันช่วยไม่ได้”

อรรถยิ้มพอใจ สั่งดำเอาตัวเธอไป ตะวันแผดเสียงว่า

“ปล่อยคุณหนู...ไม่งั้นฉันฆ่าพวกแกแน่”

“ไอ้ตะวัน! เอาสิ ถ้าแกคิดว่าคุ้มกับชีวิตพ่อแก”

ปืนหลายกระบอกของพวกดำเล็งยองตะมุทำให้ตะวันไม่กล้าขยับ ขณะนั้นแคล้วอาการกำเริบหนักขึ้น คล้อยให้รีบถอยเพื่อจะไปรักษาลูกชาย แต่อรรถทักท้วง

“เดี๋ยวก่อน”

“อะไรอีกปลัด”

“เสือคล้อยยังไม่ทำให้ฉันอีกเรื่อง”

“อะไรล่ะ”

“ฆ่าไอ้ตะวันไง...ไอ้ตะวันมันต้องตาย มันคือข้อตกลงของเราไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...ข้าต้องรักษาคำพูด แต่ตอนนี้ปลัดก็ทำเองเลยสิ ปืนของพ่อมันไง...ไปเว้ย แล้วเจอกันที่นัดหมายนะปลัด”

คล้อยขยับพาทุกคนออกไป อรรถไม่พอใจ ดาวมือไวยิงตะวันแต่กระสุนไม่ระคายผิว ส่วนพิมพ์สายพยายามผลักไสพวกคล้อยที่ฉุดกระชากเธอไปแต่ไม่เป็นผล

“ไม่ต้องสนใจ หมดหน้าที่พวกเราแล้ว” คล้อยตะโกนบอกลูกน้อง ไม่สนใจอรรถที่จัดการตะวันไม่ได้

อรรถคิดได้หันไปคว้าปืนของยองตะมุบนพื้น “แบบนี้ก็ดี มึงจะได้ตายด้วยปืนพ่อมึง ไอ้ตะวัน...แบบนี้มันสะใจดีว่ะ”

“อย่านะ...ไอ้ปลัด” ยองตะมุร้องลั่น

“ถ้ามีอีกครั้ง คราวนี้ฉันจะยิงที่หัวแก จับตัวมันไว้”

ดาวเข้าไปจับยองตะมุที่บาดเจ็บเอาไว้

“ดีมากดาว...ฉันจะได้ให้มันเห็นลูกชายมันตายไปต่อหน้า”

“ตะวัน...หนีไปลูก หนีไป”

“ไม่...ข้าจะไม่ทิ้งพ่อเพราะกลัวตายเด็ดขาด”

“ดี! งั้นมึงตายตามแม่มึงไปซะไอ้ตะวัน”

ตะวันยืนจังก้าหลับตารอรับลูกปืนอย่างไม่กลัวตาย ทันใดอูซานพุ่งมารับกระสุนเข้าเต็มอก ตะวันตกตะลึงมองอูซานที่บาดเจ็บ อรรถยิงซ้ำอีกนัดเป้าหมายคือตะวันแต่อูซานก็รับกระสุนแทนอีก

“อูซาน...ทำไมทำแบบนี้” ตะวันตะโกนลั่น

พวกผู้กองกำพลรีบคว้าปืนที่พื้นขึ้นมายิงไปทางอรรถกับดาว สองคนหลบทัน

“ไปดีกว่าคุณอรรถ ตอนนี้เราเป็นรอง”

“โธ่เว้ย...จะฆ่ามันได้อยู่แล้ว”

อรรถจำใจถอยไปพร้อมดาวโดยมีกลุ่มตำรวจติดตามไม่ลดละ ส่วนสวัสดิ์เห็นว่ายองตะมุเสียเลือดมากจึงให้ศักดิ์ช่วยห้ามเลือดอย่างเร่งด่วน

คล้อย แคล้ว ดำและสมุนพาพิมพ์สายมายังจุดนัดพบบริเวณเชิงเขาที่มีทั้งรถและม้าเพื่อใช้หลบหนี

“ปล่อยฉันนะเสือคล้อย ได้ของไปแล้วจะจับฉันมาทำไม”

“งานนี้มันมีข้อแลกเปลี่ยน ช่วยไม่ได้ เฮ้ย...เอามันไปมัดไว้ที่รถ แล้วเราไปกัน”

“ไม่รอปลัดอรรถก่อนเหรอครับพ่อเสือ” ดำถาม

“ไม่...เดี๋ยวมันก็มาเอง ไปรวมตัวกันที่นอกเมืองเย ไปเว้ย”

สมุนลากพิมพ์สายที่พยายามขัดขืนไปมัดไว้ที่รถอรรถ ขณะที่ดำนิ่งเฉยเหมือนมีบางอย่างให้ครุ่นคิด

ขบวนม้าของพวกคล้อยออกไปได้ไม่นาน อรรถกับดาวขี่ม้าสวนมา ดำรีบร้องบอกอรรถว่า

“ปลัด ตามไปที่นัดพบนอกเมืองครับ” แล้วดำก็ควบม้าตามกลุ่มเสือคล้อยไป

อรรถหัวเสียรีบเดินมาที่รถพบพิมพ์สายถูกมัดไว้ข้างใน หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ อรรถแสยะยิ้มพูดเย้ยว่า

“สักครู่คุณก็จะรู้ว่าผมจะเอายังไงกับคุณดี”

อรรถกับดาวขึ้นรถขับออกไปทางขบวนม้า พิมพ์สายหวาดหวั่นแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกมัดแน่นหนา

ส่วนที่บริเวณศาลหม่องโปตู...ตะวันประคองอูซานที่บาดเจ็บสาหัสด้วยความห่วงใย พร่ำพูดว่าทำไมอูซานต้องทำแบบนี้

“อองที...ยังน้อยกว่าที่ข้าทำไว้กับเอ็งอีก คราวนี้ข้าจะให้เพื่อนข้าตายอีกไม่ได้ อองทีต้องอยู่เพื่อเม้ยเจิง ข้าทำให้เอ็งกับเม้ยเจิงไม่ได้ครองคู่กันในชาติก่อน ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นอีก ชาตินี้เจ้าสองคนต้องสมหวังนะอองที”

“แต่เจ้าไม่น่าเสียสละขนาดนี้”

“ถือซะว่าข้าไถ่บาปที่ก่อไว้กับเจ้าสองคน อองที ...รีบไปช่วยแม่เม้ยเร็ว นางสำคัญที่สุดสำหรับเจ้า ไม่ใช่ข้า ไปซะก่อนที่จะไม่ทัน”

“ไปสิตะวัน เอาหนังเสือกลับมา มันช่วยชีวิตอูซานได้”

“จริงสินะ อูซานอดทนไว้ ฉันไปช่วยคุณหนูแล้วจะเอาหนังเสือกลับมารักษานาย...รอนะเพื่อน”

อูซานพยักหน้า ตะวันลุกขึ้นรับปืนจากสวัสดิ์ที่ส่งให้

“ตะวัน เอาปืนนี่ไป ช่วยลูกฉันมาให้ได้”

“ครับ”

“ระวังตัวนะลูก”

“ครับพ่อ” ตะวันรับคำแล้วรีบออกไปจากตรงนั้น

ooooooo

ตะวันใช้ม้าที่ถูกผูกไว้กับต้นไม้ควบตามไปช่วยพิมพ์สายทั้งที่ไม่แน่ใจว่าพวกมันไปทางทิศไหน

ขณะนั้นขบวนม้าของเสือคล้อยใกล้ถึงทางแยกที่จะออกนอกเมืองเย โดยมีรถของอรรถขับตามหลังทิ้งระยะห่างพอสมควร พอถึงทางแยกขบวนม้าเลี้ยวไปทางขวา แล้วรถก็เลี้ยวตามจนหายลับไป

ที่ศาลหม่องโปตู อากาพะโยบาดเจ็บอาการสาหัส อูซานเองก็บาดเจ็บเพราะช่วยตะวัน พวกสวัสดิ์และจอปามองสองพ่อลูกด้วยความสงสาร

อูซานจับมือพ่อให้กำลังใจ บอกว่าพ่อต้องไม่เป็นอะไร อากาพะโยละสายตาจากลูกชายหันไปมองจอปาเหมือนอยากจะบอกอะไร

จอปาขยับมาเอียงหูฟังอากาพะโยพูด...แล้วพยักหน้าเข้าใจ

“ข้ารู้แล้ว...วางใจเถอะอากาพะโย”

“แต่ข้ามีอีกเรื่องที่อยากขอเจ้า”

“ว่ามา...”

“ข้าขอความเป็นเพื่อนของข้าคืนมาได้ไหมจอปา”

“ได้สิ ข้านึกเสมอว่าแกคือเพื่อนข้า...อากาพะโย”

“ขอบใจเจ้ามากจอปา”

พูดขาดคำอากาพะโยก็หลับตาลงสิ้นใจไปอย่างสงบ อูซานตกใจตะโกนลั่น

“พ่อ!! พ่อต้องไม่ตาย...พ่อ...แล้วข้าจะอยู่กับใคร”

อูซานร้องไห้เสียใจกอดศพพ่อ กลุ่มตำรวจที่ตามเสือคล้อยไม่ทันกลับเข้ามาเห็นภาพนั้น ทุกคนพากันสลดหดหู่ กำพลถามซาเงว่า

“ซาเง...ตะวันล่ะ”

“ตะวันตามไปช่วยคุณหนู”

“ผู้กองเรา...ตามไปช่วยตะวันเถอะ”

“ใช่ครับเสี่ย ลูกข้าคนเดียวไม่ไหวแน่”

“ครับ...ซาเงคุณอยู่นี่นะ”

ซาเงพยักหน้า สวัสดิ์เตรียมอาวุธ ยองตะมุตั้งท่าจะไปด้วยแต่สวัสดิ์ท้วงว่า

“ ยองตะมุอยู่ที่นี่ บาดเจ็บแบบนี้นายอย่าไปเลย ฉันจะไปช่วยลูกสาวกับตะวันกลับมาให้ได้”

ยองตะมุจำยอม...สวัสดิ์ กำพล และกลุ่มตำรวจรีบพากันออกไป

ooooooo

ขบวนม้าของเสือคล้อยกับรถของอรรถมาหยุดตรงจุดนัดหมาย อรรถลงจากรถเดินมาหาคล้อยด้วยสีหน้าท่าทีไม่พอใจ ต่อว่าเสียงเข้มใส่

“ทำไมไม่ฆ่าไอ้ตะวันตามที่พูด จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่”

“ปลัดมีโอกาสแล้วแต่พลาดเอง ช่วยไม่ได้” คำพูดของคล้อยแข็งกระด้างไม่แยแส

“เงินฉันก็เอาไปแล้ว ทำอะไรไม่เห็นหัวกันเลยใช่มั้ย”

“หุบปากได้แล้วไอ้ปลัด”

“อะไรนะ นี่แกจะ...”

อรรถพูดไม่ทันจบ คล้อยชักปืนออกมาเล็ง แคล้วแม้จะอ่อนแรงแต่ก็ชักปืนเล็งอรรถกับดาวเช่นกัน รวมทั้งดำกับสมุนก็ทำตาม

“เสือคล้อย...มึง! กูคิดอยู่แล้วว่ามึงต้องหักหลังกู”

“ก็มึงเรียกร้องไม่จบไม่สิ้น ความอดทนกูก็มีขีดจำกัด”

“รับเงินแล้วหักหลัง ต่อไปชื่อเสือคล้อยก็เป็นแค่ไอ้โจรที่ไร้สัจจะ”

“กูจะคืนเงินให้มึงไอ้ปลัด กูได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ว่าไง เลือกเอาจะตายตรงนี้หรือรับเงินคืนแล้วไปซะ”

อรรถเหมือนจะกลัว แต่จู่ๆก็หัวเราะลั่นจนคล้อยกับแคล้วชะงักแปลกใจ

“เสือคล้อย...มึงบังคับกูเองนะ...ไอ้ดำ”

สิ้นเสียงของอรรถ ดำหันปากกระบอกปืนมาทางคล้อยกับแคล้วทันที สมุนของดำทุกคนก็ทำตาม

“เฮ้ย!! พวกมึง” คล้อยโพล่งขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

ดำกับสมุนทุกคนค่อยๆเดินมายืนฝั่งอรรถ...อรรถรู้สึกตัวเองเป็นผู้ชนะ แต่คล้อยกลับเจ็บใจ

“ไอ้ดำ...มึงกล้าหักหลังกู”

“ขอโทษนะพ่อเสือ ข้อเสนอของปลัดมันล่อใจจนฉันอดไม่ได้ ปลัดจะให้ฉันล้านหนึ่ง ฉันกับลูกน้องเลยต้องทำ เงินขนาดนี้ใครบ้างไม่อยากได้”

“ไอ้อรรถ มึงต้องการอะไรอีก ผู้หญิงมึงก็ได้ไปแล้ว”

“บอกก็ได้ จะได้ตายตาหลับ...กูอยากได้หนังเสือนั่น”

“กูคิดอยู่แล้ว คนอย่างมึงไม่เคยพอ ไอ้ดำ มึงก็ไม่ต่างจากไอ้ดอน หักหลังกู สุดท้ายมึงก็จะถูกมันฆ่าตายเหมือนหมาอย่างไอ้ดอน”

“อะไรนะ...พี่ดอน” ดาวแปลกใจ

“ก็ไอ้ปลัดมันสั่งฆ่าพี่ชายเธอไง”

“คุณอรรถบอกพี่ดอนล่วงหน้าไปก่อน...พี่ดอนจะตายได้ไง”

“ไอ้ปลัดมันส่งล่วงหน้าไปนรกก่อนแล้วไง”

“อย่าไปฟังมัน คนใกล้ตายมันก็พูดเอาตัวรอดแบบนี้แหละ...ดำจัดการ!!”

อรรถสั่งท่ามกลางความกังขาของดาวที่ยังตกใจอยู่

“ยิง!” เสียงดำสั่งสมุน พริบตานั้นคล้อยก็โดนยิงจนร่างซวนเซ

ooooooo

สองฝ่ายสาดกระสุนใส่กันทำให้ตะวันจับทิศทางได้ ควบม้ามาอย่างเร็ว

อรรถใช้ปืนของยองตะมุยิงแคล้วอาการสาหัส คล้อยบาดเจ็บแต่กัดฟันช่วยลูกสุดชีวิต ยิงอรรถหลายนัดจนแน่นิ่ง พิมพ์สายอยู่ในรถเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพยายามแกะเชือก

แคล้วอาการร่อแร่เพราะกระสุนอาคมของยองตะมุที่อรรถยิงใส่ คล้อยเห็นแผลลูกชายแล้วหนักใจ

“พ่อ...ฉันกำลังจะตายใช่ไหม”

“ไม่...ลูกต้องไม่ตาย พ่อมีหนังเสือ เรากลับไปที่ศาลนั่นดีกว่า”

พิมพ์สายแก้มัดตัวเองได้สำเร็จแล้วแอบลงจากรถวิ่งหนี แต่คล้อยเหลือบเห็นจึงยิงปืนสกัดไว้

“ข้าจะพาลูกกลับไปรักษาที่ศาลนั่น เธอต้องไปเป็นตัวประกันให้ข้า ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำอะไรเธอ ขอแค่ลูกข้ารอดตายก็พอ”

พิมพ์สายรับปากอย่างไม่มีทางเลือก แต่พริบตานั้นเองร่างคล้อยสะดุ้งเฮือกเพราะคมกระสุนของอรรถ กระสุนเจาะอกซ้ายคล้อยเต็มๆ พิมพ์สายกรีดร้องตกใจ

อรรถไม่รอช้ายิงซ้ำอีกสองนัด คล้อยเลือดทะลักร่างทรุดลงปืนหลุดจากมือหมดทางสู้ แคล้วอยากช่วยพ่อแต่ทำไม่ได้เพราะร่างกายไม่อำนวย อรรถหัวเราะร่าสะใจ สภาพเขาตอนนี้ไม่ต่างจากคนบ้าคลั่ง

“ฮ่าๆๆ คนฉลาดเท่านั้นที่จะรอด ดูไว้ก่อนตายสิเสือคล้อย”

อรรถโดนยิงก่อนหน้านี้แต่ไม่ตายเพราะใส่เสื้อเกราะกันกระสุน พิมพ์สายพยายามจะหนีออกจากตรงนั้นแต่โดนอรรถยิงสกัดอีกจนต้องหยุด

“ถ้าเธอคิดหนี คราวนี้ฉันยิงจริงๆ”

“มึงไม่มีวันตายดี” คล้อยพูดได้แค่นั้นก็สิ้นใจ แคล้วเสียใจตะโกนเรียกพ่อทั้งน้ำตา แต่อรรถสะใจเป็นบ้า

“กูจะปล่อยให้มึงนั่งมองศพพ่อมึงไปจนแห้งตายนะไอ้แคล้ว”

อรรถหันขวับมาที่พิมพ์สาย สั่งให้กลับไปขึ้นรถ แต่เธอไม่ขยับจึงเข้ามาฉุดกระชาก ดาวซึ่งยังคาใจเรื่องพี่ชายตายอยากรู้ความจริง ถามอรรถว่า

“ใครฆ่าพี่ดอน”

“ฉันเอง ฉันเป็นคนสั่งฆ่าพี่เธอเอง มันกำลังจะหักหลังฉัน...ขอโทษด้วยนะดาว”

สิ้นคำพูดสุดท้าย อรรถยิงดาวทิ้งอย่างเลือดเย็น พิมพ์สายรับไม่ได้ตะโกนปาวๆ

“อรรถ...คุณอำมหิตมาก ฆ่าคนอย่างเลือดเย็น นี่ใช่ไหมตัวตนที่แท้จริงของคุณ”

“ใช่ ต่อไปผมก็จะฆ่าไอ้ตะวันคนรักของคุณ แต่หลังจากที่ผมมอบความเป็นผัวให้คุณก่อนนะ”

พิมพ์สายทนไม่ไหวตบหน้าอรรถไปฉาดใหญ่แล้วด่าซ้ำ “เลว...เลวที่สุด!!”

อรรถดิบเถื่อนสุดขีด ตบหน้าพิมพ์สายคืนอย่างแรง

“เลวเหรอ เออ ไอ้เลวคนนี้จะเป็นผัวคุณให้ดู เป็นคนดีให้แล้วคุณไม่เคยเห็นค่าของมัน ก็เป็นคนเลวไปเลย ต่อไปคุณต้องไปอยู่กับไอ้เลวคนนี้ตลอดชีวิต รู้ไว้ซะ”

อรรถประกาศเสียงกร้าวแล้วเดินไปค้นหนังเสือจากตัวคล้อยมาเก็บไว้ หัวเราะร่าอย่างสมใจกับสิ่งที่ได้มา

“ฮ่าๆๆ ในที่สุดฉันก็คือผู้ชนะ”

ooooooo

ตะวันควบม้าเข้ามาหาพิมพ์สาย อรรถหันขวับเล็งปืนไปทันที

“รนหาที่ตายจนได้นะมึง”

ตะวันไม่สนใจคำขู่ของอรรถ ลงจากหลังม้าวิ่งไปหาพิมพ์สาย อรรถถือปืนของยองตะมุเล็งตาม พิมพ์สายเห็นดังนั้นผวาไปปัดปืนทำให้กระสุนพลาดเป้า แต่อรรถก็ตั้งหลักใหม่จะเอาชีวิตตะวันให้ได้

“อย่าอรรถ...อย่า” พิมพ์สายตะโกนพร้อมพุ่งไปขวางตะวันไว้

“หลบไป ผมจะฆ่ามัน” อรรถตวาด

“อย่านะอรรถ ฉันขอร้อง”

“รักมันมากใช่มั้ย อย่าคิดนะว่าผมไม่กล้า...ถ้ารักกันมากนักก็ตายไปด้วยกันซะเลย”

 อรรถยิงแน่ ตะวันรีบพลิกตัวดึงพิมพ์สายมากอดไว้ ...เสียงปืนดังเปรี้ยง! พิมพ์สายตกใจคิดว่าตะวันโดนยิง แต่กลายเป็นอรรถที่โดนยิงอกเลือดทะลัก!

มือปืนที่ยิงอรรถคือหญิงนิรนามบนหลังม้า เมื่อเผยโฉมหน้าเธอคือเจนจิตนั่นเอง!

เจนจิตยิงซ้ำอีกนัดจนอรรถหงายหลัง หนังเสือหล่นไปข้างแคล้วที่นั่งหายใจรวยริน เจนจิตลงจากหลังม้าก้าวย่างเข้ามายืนจังก้าจ้องอรรถที่กระอักเลือดแดงฉาน

“ไอ้สารเลว มึงทำลายชีวิตกู หลอกลวงกูทุกอย่าง กูให้มึงหมดทั้งตัวและหัวใจ แต่สิ่งที่มึงทำกับกูคืออะไร มึงให้ไอ้สัตว์นรกนั่นย่ำยีกู มึงตายซะเถอะ”

เจนจิตลั่นไกเปรี้ยง พร้อมๆกับอรรถคว้าปืนที่พื้นยิงสวน กระสุนเจาะเข้ากลางอกทั้งสองคน ตะวันกับพิมพ์สายตกใจ พวกสวัสดิ์กับตำรวจโผล่มาพอดี

อรรถสิ้นใจแต่เจนจิตยังมีสติ กล่าวขอโทษพิมพ์สายที่เข้ามาประคอง

“คุณพิมพ์...เจนขอโทษ เจนทำผิดต่อคุณหลายเรื่อง”

“ไม่เป็นไรนะเจน ไม่เป็นไร”

“ขอโทษทุกคนจริงๆ ฝากบอกแม่ด้วยว่าเจนขอโทษ ขอโทษที่เป็นลูกไม่รักดี คุณหนูบอกแม่ด้วยว่าเจนรักแม่”

เจนจิตหมดลมหายใจไปแล้ว สวัสดิ์สะเทือนใจแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่...ส่วนแคล้วเห็นเป็นโอกาสคว้าหนังเสือที่หล่นอยู่ใกล้ตัวมาผูกกับขานกเหยี่ยวแล้วสะบัดไล่มันบินไปพร้อมประกาศว่าจะไม่มีใครได้มันไปทั้งนั้น

ทุกคนมองหนังเสือที่หลุดลอยลับไปด้วยความเสียดาย โดยเฉพาะตะวันที่หมดหวังจะเอาหนังเสือกลับมา รักษาชีวิตอูซานที่กำลังรอคอยอยู่

ooooooo

ตะวันควบม้ากลับมาที่ศาลหม่องโปตูโดยมีพิมพ์สายนั่งมาด้วย ซาเงดีใจร้องบอกทุกคนว่าตะวันมาแล้ว

จอปากับยองตะมุลุกพรวดเร่งตะวันให้เอาหนังเสือมาช่วยชีวิตอูซาน แต่ตะวันพูดเสียงสั่นเครือว่าตนเอามาไม่ได้ ทุกคนตกใจ แต่อูซานยิ้มรับทั้งน้ำตา

“มันคงถึงเวลาของข้าแล้วจริงๆ ก็ดี ข้าจะได้ไปอยู่กับพ่อแม่ข้าซะที”

“อูซาน...ขอโทษ ข้าพยายามแล้ว แต่ก็เอามาไม่ได้”

“ไม่เป็นไร วันนี้ข้าคงต้องตาย แต่ข้าไม่รู้สึกเสียดายชีวิตเลยสักนิด ข้ามีความสุขที่เห็นเจ้าสองคนอยู่เคียงข้างกัน ถ้าข้าตาย...มันคงเป็นความตายที่สวยงามแล้วสินะ”

“อูซาน...อดทนไว้...อาจจะมีทางอื่นก็ได้”

“ไม่แล้ว...ข้ารู้ ตอนนี้ภายในร่างข้ามันจะไม่ไหวแล้ว...อองที ข้ามีเรื่องสำคัญต้องขอร้องเจ้า มันจะเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของข้า เจ้าให้ข้าได้ไหม”

“ได้สิ ข้าให้ได้หมดทุกอย่าง บอกมาเลย”

“เจ้ารับปากข้าแล้วนะ...ทันทีที่ข้าตาย เจ้าต้องเอามีดกรีดหัวใจข้าไปกิน แล้วจะหลุดพ้นจากวิญญาณเสือสมิงที่อยู่ข้างในตัวเจ้า”

“ไม่! ข้าจะไม่มีวันกินหัวใจเพื่อนเด็ดขาด”

“อองที...มันคือทางเดียวที่เจ้าจะกลับมาเป็นคนปกติ เจ้ารับปากข้าแล้วนะ อย่าให้ข้าต้องตายเปล่าเลย”

ตะวันยืนกรานเสียงแข็ง อูซานคว้าไหล่เขาดึงรั้งเพื่อให้ทำตามที่ขอ แต่ตะวันเบือนหน้าไม่รับคำ

ในที่สุดอูซานก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว จากไปท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของทุกคน ตะวันทำตามที่พูดไว้ เขาไม่แตะต้องหัวใจของอูซาน เผาศพเพื่อนรักไปตามประเพณี หลังจากนั้นเขาบอกพิมพ์สายว่า

“คุณหนู นับจากวันนี้ผมไม่มีโอกาสกลับมาเป็นคนได้อีกแล้ว...ก่อนหน้านี้ผมมีความหวังอยู่ตลอดว่าผมจะกลับมาเป็นคนปกติได้ แล้วใช้ชีวิตกับคุณหนูเช่นคนทั่วไป แต่ตอนนี้ความหวังมันพังไปหมด ผมต้องเป็นครึ่งคนครึ่งเสืออยู่แบบนี้ตลอดชีวิต”

“ตะวัน...เธอจะกลับมาเป็นคนหรือไม่ฉันก็รับได้ ขอเพียงในหัวใจเธอมีฉันก็พอ”

“แต่คนอื่นล่ะครับ เขาจะมองคุณหนูยังไง”

“ชีวิตและหัวใจเป็นของเราสองคน ความรักมันก็เป็นเรื่องของเราสองคนนะตะวัน ฉันไม่แคร์เลยว่าใครจะมองยังไง”

“ตอนนี้ผมสับสนไปหมดแล้ว ผมขอเวลาสักครู่อยู่กับตัวเอง อยากไตร่ตรองว่าผมจะทำยังไงกับเรื่องทั้งหมด แล้วผมจะให้คำตอบคุณหนู”

ตะวันหันหลังเดินจากไป พิมพ์สายขยับจะตามแต่สวัสดิ์เข้ามาจับแขนลูกสาวไว้

“พิมพ์...พ่อว่าตะวันพูดถูก เขาคงอยากอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนอะไรหลายๆอย่าง ให้เวลาเขาหน่อยนะลูก”

“ค่ะพ่อ” พิมพ์สายรับคำพลางมองตามตะวันที่เดินขึ้นไปทางเชิงเขา

เมื่อสองพ่อลูกกลับมาที่บ้านจอปาเห็นยองตะมุนั่งหน้าเศร้า พิมพ์สายเข้าไปนั่งลงข้างๆ จอปามองทุกคนก่อนจะพูดกับยองตะมุว่า

“ข้านับถือน้ำใจลูกเอ็งจริงๆ ทั้งที่รู้ว่าหัวใจอูซานช่วยให้กลับมาเป็นคนได้ แต่มันไม่ยอมเอาหัวใจเพื่อนมัน”

“ตะวันทำถูกแล้ว...พ่อคะ ตะวันจะเป็นอะไรก็ช่าง พิมพ์จะรักและรอเขาเสมอค่ะ”

“พ่อเข้าใจ แค่ความรักที่เขามีให้ลูกมันก็มีค่ามากพอแล้ว พ่อยอมรับในตัวเขาทุกอย่างแล้วลูก”

“สุดท้ายข้าก็ทำให้ลูกข้ากลับมาเป็นคนไม่ได้” ยองตะมุตัดพ้อตัวเอง

“ใครบอกว่าตะวันกลับมาเป็นคนไม่ได้”

“ไม่มีหัวใจเสือสมิง ตะวันจะหลุดจากอาถรรพณ์ได้ยังไง”

จอปาอธิบายว่า “แผ่นหนังเสือนั่นไง อากาพะโยบอกความลับข้าหมดแล้ว...ถ้าเสือสมิงตัวไหนที่ไม่เคยกินเนื้อคน แค่ทำพิธีกรีดเลือดสมิงทิ้งลงที่แผ่นหนังเสือต่อหน้าศาลหม่องโปตู แค่นี้ก็ล้างอาถรรพณ์ได้ทั้งหมด เจ้าตะวันเป็นสมิงที่ไม่เคยกินเนื้อใครไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...แต่จะมีประโยชน์อะไร เราไม่มีหนังเสือแผ่นนั้นแล้ว”

“ใครบอกล่ะ ดูนั่นสิ”

จอปาชี้มือไปทางต้นไม้ที่มีนกเหยี่ยวเกาะ เห็นชัดว่าขาของมันมีหนังเสือผูกติด ทุกคนมองไปด้วยความดีใจ โดยเฉพาะพิมพ์สายที่ยิ้มกว้างเปี่ยมไปด้วยความหวัง

ooooooo

กำพลกับซาเงเห็นใจตะวันที่ไม่สามารถกลับมาเป็นคนได้ตามปกติ สุดท้ายเขาต้องอยู่ในร่างคนครึ่งเสือไปตลอดชีวิต แต่สองคนก็เชื่อว่าตะวันกับพิมพ์สายไม่มีทางรักกันน้อยลง เพราะความรักของพวกเขาคือรักแท้

“แล้วความรักของเราล่ะคือรักแท้หรือเปล่า” กำพลวกเข้าเรื่องตัวเองหน้าตาเฉยจนซาเงเขินอาย “ผมไม่รู้หรอกว่าความรักที่มีให้คุณมันเป็นรักแท้หรือเปล่า แต่ชีวิตผมต่อไปนี้คงขาดคุณไม่ได้...ซาเง ผมรักคุณ”

“ซาเงก็รักผู้กองค่ะ”

กำพลดีใจมาก ขอซาเงแต่งงานทันที...ส่วนอีกทางจ่าชัยกับอรวันก็ลงเอยกัน จ่าชัยสวมแหวนวงน้อยที่ใช้เวลาเก็บเงินนานนับปีให้อรวัน แล้วต่างคนต่างกระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างมีความสุข...

ที่หน้าผาสูง...ตะวันปักหลักอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้ายันเย็น เขารำพึงหน้าเศร้าด้วยความท้อแท้...ถอดใจ

“ทำไมฟ้าต้องกลั่นแกล้งข้า ตอนนี้ข้าสิ้นหวังแล้วจริงๆ”

พิมพ์สายเดินช้าๆเข้ามาทางด้านหลัง เรียกชื่อเขา เบาๆ

“ตะวัน...”

เมื่อชายหนุ่มหันกลับมาเห็นรอยยิ้มของเธอ เขานิ่วหน้าแปลกใจ

“ที่ปลายฟ้ายังมีความหวังเสมอนะตะวัน”

ตะวันไม่เข้าใจ พิมพ์สายเดินเข้ามาใกล้ ชูหนังเสือ ในมือให้เห็นชัดเจน

เท่านั้นเองตะวันยิ้มหน้าบานเข้าใจทะลุปรุโปร่ง สองคนส่งยิ้มให้กัน แล้วสวมกอดกันแนบแน่นด้วยความรู้สึกอบอุ่นสมหวังยิ่งนัก

หนุ่มสาวกอดกันท่ามกลางแสงอาทิตย์งดงามที่กำลังจะลับขอบฟ้า โดยมีชายสามคนยืนมองมาด้วยความปลาบปลื้มยินดี

จอปา สวัสดิ์ และยองตะมุ...พวกเขาแย้มยิ้มให้กันอย่างอิ่มเอมหัวใจ คาดหวังว่าตะวันจะครองรักกับพิมพ์สายในสภาพคนปกติ ไม่ใช่ครึ่งคนครึ่งเสืออีกต่อไป...

ooooooo

–อวสาน–


ละครจ้าวสมิง ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านจ้าวสมิง ติดตามจ้าวสมิง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ 1 ม.ค. 2513 07:00 2019-01-04T03:08:31+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ