ข่าว

วิดีโอ



จ้าวสมิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอ็คชั่น-แฟนตาซี-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อาร์ม อิสระ,ธนาวุฒิ ภูดอนกลอย,ทองก้อน ศรีทับทิม

กำกับการแสดงโดย: ทองก้อน ศรีทับทิม

ผลิตโดย: บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์

เสียงเสือคำรามดังก้องป่าทำให้ผู้ต้องการล่าเสือสมิงอย่างคล้อยกับโชนสะดุ้งเฮือก รวมทั้งจอปาที่อยู่แถวหมู่บ้านห้วยมาลัยก็หยุดชะงักเพื่อตั้งหลัก

คล้อยเชื่อว่าคนที่ทำให้เสือสมิงบาดเจ็บถึงขั้นร้องโหยหวนขนาดนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา ดังนั้นเขาจึง

ไม่ผลีผลามเข้าไปแต่จะไม่ปล่อยให้เสือสมิงหลุดมืออย่างแน่นอน ส่วนจอปาใช้วิธีลัดเลาะมาในความมืดโดยมีอาวุธประจำกายคือธนูที่พร้อมจะยิงออกไปได้ทุกขณะ

อูซานกับตะวันต่างเป็นเสือสมิง เมื่อพ้นจาก

หมู่บ้านและพ้นสายตาทุกคน ตะวันจึงกลายร่างเป็นเสือต่อสู้กับอูซาน เสือสองตัวฟัดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตะวันตัวเล็กกว่าอูซานจึงเป็นรองและโดนตะปบบาดเจ็บหลายแห่ง

ยองตะมุพ่อของตะวันที่ซุ่มมองตัดสินใจยิงปืนใส่เสืออูซานจนนอนแน่นิ่ง ก่อนที่เขาจะปรากฏตัวออกมา ตะวันเห็นพ่อแวบเดียวก็หมดสติไป ส่วนอากาพะโย

พ่อของอูซานพยายามสกัดกลุ่มของสวัสดิ์ที่จะตามมาช่วยตะวัน โดยใช้วิชาอาคมทำให้ไม้เท้ากลายเป็นงูหลายตัว ตำรวจสาดกระสุนใส่ฝุ่นตลบ แต่พอฝุ่นจางหายก็เหลือแต่ความว่างเปล่า ทั้งคนและงูหายไปเกลี้ยง

อรรถไม่อยากตามหาสมิงหรือตะวันแต่ไม่กล้าขัดใจสวัสดิ์ ในที่สุดพวกเขาก็เจอตะวันนอนหมดสติ ร่างกายมีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ตะวันถูกพากลับมาที่บ้านสวัสดิ์ หลังจากนั้นพิมพ์สายตามพยาบาลมาทำแผล พยาบาลประหลาดใจว่าคนเจ็บโดนทำร้ายมาหนักแต่ทำไมร่างกายฟื้นตัวเร็วมาก

พิมพ์สายเฝ้าดูอาการสมิง ช่วงเวลานี้เองเธอรู้สึกว่าสมิงเหมือนตะวันที่เคยช่วยชีวิตเธอในวัยเด็ก เมื่อตะวันฟื้นขึ้นมาไม่เห็นยองตะมุผู้เป็นพ่อก็หลุดปากถามหา ทำให้สวัสดิ์และพิมพ์สายสงสัย แต่ตะวันก็รีบกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องถามพิมพ์สายว่าปลอดภัยดีใช่ไหม

“ฉันปลอดภัย ไม่เป็นอะไร”

“รู้ไหมนายทำได้ดีมากสมิง ถ้าไม่ได้นายพวกเราแย่แน่ๆ ฉันไม่เคยเห็นใครที่มีความกล้าแบบนายมาก่อนเลยนะ ฉันอยากได้คนแบบนี้มาทำงานด้วย นายมาทำงานกับฉันนะ”

“งานอะไรครับ”

“เป็นคนดูแลความปลอดภัยให้ลูกฉันไง ตกลงไหม”

ตะวันตัดสินใจไม่นานก็ตอบตกลง สวัสดิ์พอใจยกห้องนี้ให้เขาอยู่ หลังจากสองพ่อลูกกลับออกไปแล้ว ตะวันนึกย้อนเหตุการณ์ที่ปะทะกับอูซานแล้วพ่อของเขาเข้ามาช่วย เขาได้ยินพ่อบอกให้อดทน พ่อจะไปเอาหัวใจเสือสมิงมาให้กินเพื่อที่เขาจะได้เลิกเป็นครึ่งคนครึ่งเสือเสียที

หลังจากนั้นตะวันก็หมดสติไปแล้วพวกสวัสดิ์ตามมาเจอ ส่วนยองตะมุไล่ล่าเสือสมิงอูซานต่อไปโดยยิงมันบาดเจ็บซ้ำแต่ยังจับตัวไม่ได้

ตาชิต้องพาซาเงเข้าไปทำงานที่บ้านเสี่ยสวัสดิ์ในวันนี้ สองพ่อลูกแวะมาบอกถวิลอีกครั้ง คราวนี้ถวิลเลยได้รู้ความจริงว่าซาเงไปเป็นคนใช้ไม่ใช่ผู้จัดการอย่างที่เคยบอก

ถวิลกำลังจะเข้าเมืองอยู่เหมือนกันเพราะตะวันหายไปหลายวันจะลองถามคนรู้จักเผื่อมีใครเห็น ตาชิกับซาเงจะเข้าเมืองอยู่แล้วจึงชวนถวิลไปพร้อมกัน

ตะวันพักฟื้นอยู่ที่บ้านสวัสดิ์ ผู้กองกำพลกับจ่าชัยมาเยี่ยมและเล่าเหตุการณ์ในป่าคืนนั้นให้ฟังว่าพวกเขาเจอสมิงนอนหมดสติและเห็นชายคนหนึ่งที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ชาวบ้านห้วยมาลัย แต่ไม่ทันถามอะไรเขาก็หนีไปเสียก่อน

ตะวันรู้ว่าชายคนนั้นคือพ่อของตนแต่นิ่งไว้ ฟังผู้กองกับจ่าเล่าต่อไปว่า หลังจากพวกสวัสดิ์พาเขากลับมาที่บ้าน กลุ่มของตำรวจกับชาวบ้านนำโดยเส่งยังติดตามเสือสมิงอูซานไป จนกระทั่งได้เจอชายคนเดิมซึ่งก็คือยองตะมุกำลังล่าเสือสมิงอยู่เหมือนกัน

อากาพะโยส่งงูยักษ์มาเผชิญหน้ากับผู้ล่าอูซานทุกคน เสียงปืนจากตำรวจและชาวบ้านดังระงมแต่

ไม่สามารถทำอะไรเสือสมิงกับงูยักษ์ได้ มันพากันหนีหายไปในความมืดทิ้งความเจ็บใจไว้ให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้กองกำพลที่ต้องสูญเสียกระสุนปืนไปจำนวนมาก

กำพลขอบคุณชายแปลกหน้าที่ช่วยพวกตนไว้ ยองตะมุยิ้มรับและเตือนอีกฝ่ายว่า

“คุณพาชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทุกคนออกไป

จากป่านี้ซะ และอย่าตามเลย มันไม่ปลอดภัย”

“มันบาดเจ็บไปนะครับ ถ้าล่ามันต่ออาจจะดีกว่าปล่อยให้มันไปรักษาตัวแล้วกลับมาไล่ฆ่าชาวบ้านอีก”

“คุณจะเอาอะไรไปล่ามันล่ะ ปืนเหรอ ก็เห็นๆ กันอยู่ ปืนทำอะไรมันไม่ได้ เสือสมิงเป็นสิ่งที่เกิดมาเหนือธรรมชาติ อาวุธธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือสิ่งที่คอยปกป้องมันต่างหากล่ะ”

“เหมือนงูเมื่อกี้ใช่ไหม” จ่าชัยถาม

“ใช่ นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด กลับไปซะ เพราะครั้งต่อไปอาจจะไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้”

“เอาไงดีครับผู้กอง”

“เราควรทำตามที่พรานเขาบอก”

“ดีเลยครับ เห็นด้วยเป็นที่สุด”

“เอาล่ะทุกคน เราถอยกันก่อนดีกว่า ขอบคุณน้าครับที่ช่วยพวกเรา”

“ไม่เป็นไรครับ...แล้วคนที่สู้กับเสือเป็นยังไงบ้าง”

“หมายถึงคนที่สู้กับเสือที่ห้วยมาลัยใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ”

“มีคนช่วยกลับไปแล้วครับ”

“งั้นผมขอตัวนะครับ”

“อ้าว แล้วน้าจะไปไหน ไม่กลับไปกับพวกผมเหรอ ไอ้เสือนี่มันยังอยู่ในป่านะครับ”

“เพราะมันยังอยู่ไงครับ ผมถึงต้องอยู่ที่นี่เพื่อฆ่ามันให้ได้ ขอตัวนะครับ”

ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากผู้กองกำพลและจ่าชัยแล้วตะวันเบาใจที่พ่อของเขาปลอดภัย กำพลยังจำทุกอย่างติดตาบอกว่าถ้าไม่ได้พรานคนนั้นช่วยตนคงตายไปแล้ว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจอเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้ จ่าชัย ก็เช่นกัน บอกว่าเกิดจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยเห็นงูอะไรตัวใหญ่ขนาดนั้น

พิมพ์สายกับสวัสดิ์แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนเล่าเป็นเรื่องจริงซึ่งเหลือเชื่อมาก เจนจิตแอบฟังพูดพึมพำว่าทุกคนเพ้อเจ้อ ใจมาได้ยินจึงตำหนิลูกสาวว่าเสียมารยาท แล้วให้ไปทำหน้าที่ของตัวเองเตรียมมื้อเที่ยงให้เสี่ยสวัสดิ์กับแขกทุกคน

ooooooo

อูซานนอนซมในกระท่อมร้าง บาดแผลของเขายังไม่หายแม้ว่าอากาพะโยจะใช้สมุนไพรรักษา ร่างกายเจ็บระบมไปหมดจะลุกนั่งยังทำไม่ได้

“ทำไมมันถึงได้เจ็บปวดมากขนาดนี้ แล้วทำไมแผลข้าถึงไม่หาย”

“พ่อก็ไม่รู้ว่าคนที่มันยิงเอ็งมันลงอาคมอะไรไว้ มันถึงทำให้แผลเอ็งหายช้านัก”

“กระสุนยังฝังอยู่ข้างในหรือเปล่า”

“พ่อเอามีดผ่าออกมาแล้ว ปกติเอ็งก็ขับกระสุนออกมาเองได้ แต่หนนี้มันไม่ได้เพราะอะไร”

“ข้าก็ไม่รู้...ข้าจำได้แต่ว่าข้าโดนมันยิงเข้าตัวหลายนัดจนข้าเจ็บไปทั้งตัว ก่อนที่ข้าจะหมดความรู้สึกไป ข้าเหมือนกับถูกใครไม่รู้กระชากลากไปอย่างแรง”

“คนที่กระชากเอ็งออกมาจากตรงนั้นคือพ่อเอง งูยักษ์ที่พ่อส่งไปคือไม้เท้าของพ่อ ถ้าพ่อไม่ทำอย่างนั้นป่านนี้เอ็งก็คงจะตายไปแล้ว”

“ข้าไม่เคยคิดว่าในโลกนี้จะมีคนสามารถฆ่าข้าได้”

“เหนือก้อนเมฆยังมีฟ้า เหนือท้องฟ้ายังมีดวงดาว ต่อให้เราเก่งสักแค่ไหน สักวันหนึ่งเราจะเจอคนที่เก่งกว่า อย่ากระหยิ่มใจไปเลยลูกเอ๋ย ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะอยู่ค้ำฟ้า ทั้งเอ็งทั้งพ่อสักวันก็ต้องตาย”

 “แต่โรคภัยหรือความแก่ทำอะไรข้าไม่ได้เลย พ่อไม่เห็นหรือว่าหน้าตาข้าหยุดแก่เฒ่ามานานนับสิบๆปีแล้ว”

“นั่นมันเป็นคำสาปไม่ใช่โชค เอ็งอาจจะต้องอยู่เดียวดาย เอ็งจะทนไหวหรือ ในเมื่อวันหนึ่งคนที่เอ็งรักและรู้จักจากไปแล้วหมดสิ้น อีกไม่นานพ่อก็ต้องตายจากเอ็งไป ในโลกนี้ก็จะเหลือแค่เอ็งที่ต้องท่องป่าอยู่ตามลำพัง ถึงตอนนั้นเอ็งจะรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนกับคำสาปที่เอ็งต้องอยู่คนเดียว”

“แล้วนี่ข้าคงต้องดีใจสินะ ที่มีคนสามารถทำร้ายข้าได้แล้ว”

“ทำร้ายเอ็งได้ แต่มันยังหาจุดอ่อนฆ่าเอ็งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเอ็งก็คงจะตายไปแล้ว”

“แล้วข้าต้องทำอย่างไร”

“พ่อก็ไม่รู้ อยู่ที่บุญและกรรม แต่พ่อเชื่อว่าคนที่ตามล่าหมายจะฆ่าเอ็งคนนี้มันมีของดีและอาคม

มันกล้าจริง ถ้าเอ็งเจอมันอีกครั้งอย่าเข้าไปแลก ถ้าไม่อยากตายเอ็งต้องใช้สมองมากกว่านี้ พ่อไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามันตามมาเจอเราสองคนตอนนี้เข้าเราจะสู้มันไหวมั้ย เอ็งบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย ส่วนพ่อก็จวนเจียนจะหมดกำลังแล้ว”

อูซานสงสารพ่อที่ต้องมาพเนจรอยู่กลางป่ากลางเขา ในขณะที่อากาพะโยมีแต่ความกังวลใจเพราะไม่รู้ว่าตนเองจะมีกำลังปกป้องลูกได้อีกนานแค่ไหน

“รอจบเรื่องนี้ให้ได้ก่อนแล้วข้าสัญญาว่าจะกลับไปบ้านพร้อมกับพ่ออย่างแน่นอน”

“สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือเราสองคนต้องเอาตัวให้รอดเสียก่อน ถ้าคนพวกนั้นตามมาถึงที่นี่คงสาหัสแน่” อากาพะโยพูดพลางมองดูสภาพร่างกายของลูกชายด้วยความหนักใจ

ooooooo

พิมพ์สายออกไปข้างนอกกับตะวันได้สักพักพวกตาชิก็มาถึงหน้าบ้านเสี่ยสวัสดิ์ แต่ถวิลไม่ยอมเข้าไปกับสองพ่อลูก อ้างว่ามีธุระแถวตลาด

สวัสดิ์กำลังส่งแขกคือผู้กองกำพลกับจ่าชัย ซาเงเห็นสองตำรวจก็ชักสีหน้าใส่อย่างไม่ถูกชะตาเหมือนเคย ตาชิไม่ได้สนใจมัวแต่คุยกับสวัสดิ์เรื่องจะเอาลูกสาวมาทำงาน ซึ่งสวัสดิ์ยินดีรับซาเงไว้แล้วให้ใจพาไปดูห้องพัก

กำพลคาดไม่ถึงว่าซาเงจอมป่วนจะมาทำงานกับสวัสดิ์ จ่าชัยแอบกระซิบล้อหัวหน้าว่าคราวนี้ผู้กองได้เจอคู่ปรับบ่อยขึ้นแน่นอน

ทางด้านพิมพ์สายกับตะวันมีโอกาสอยู่ด้วยกันสองคน หญิงสาวตัดสินใจพูดตรงๆกับเขาว่า

“ฉันรู้สึกคุ้นเคย...เคยเห็น...เหมือนรู้จักเธอมาก่อนนะ แววตาเธอเหมือนคนคนหนึ่งที่ฉันเคยรู้จักมาก่อน”

“ใครเหรอครับ”

“คนคนนั้นชื่อตะวัน ตอนเด็กเราสนิทกันมาก เขาเป็นเพื่อนเล่นและเป็นคนที่ปกป้องฉันยามมีภัย แต่เราต้องมาจากกันไปตั้งแต่ตอนแปดเก้าขวบ ตอนฉันต้องไปเรียนที่กรุงเทพฯ”

“ก็นานเหมือนกันนะครับ”


“ใช่...นานมากๆ เสียดายที่ฉันไม่ได้เคยบอกลาเขา”

“ทำไมล่ะครับ”

“เพราะพ่อแม่ตะวันจู่ๆก็พาเขาย้ายไปไหนก็ไม่รู้ นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ไม่เคยเห็นหรือได้ข่าวตะวันอีกเลย”

ตะวันนิ่งฟังเหมือนตกอยู่ในภวังค์ พิมพ์สายแปลกใจถามเขาว่าคิดอะไรอยู่

“เปล่าครับ เรื่องของคุณพิมพ์ฟังแล้วมันเศร้า นะครับ”

“ตรงไหนที่เศร้า”

“ตรงที่จากกันโดยไม่ได้ลาไงครับ”

“ใช่...มันค้างคาใจฉันอยู่จนทุกวันนี้ ถึงเรื่องมันจะนานมาแล้ว แต่ฉันไม่เคยลืมเพื่อนคนนี้ของฉันเลย ฉันยังคิดถึงเขาเสมอ”

 “ถ้าเขาคนนั้นได้ยินแบบนี้คงจะปลื้มใจมากนะครับ”

“ใช่ เขาคงปลื้ม แต่ดูเธอจะปลื้มมากกว่านะ”

“ผมปลื้มแทนเพื่อนคุณพิมพ์ครับ”

พิมพ์สายหัวเราะอารมณ์ดี ตะวันยิ้มสุขใจ...

สองคนเดินกลับมาที่รถแล้วเจออรรถกับดอน อรรถหึงหวงพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามตะวันจนพิมพ์สายรับไม่ได้และจำต้องปกป้องคนของตน แต่กลายเป็นสร้างความโมโหให้อรรถยิ่งขึ้นถึงกับประกาศตัวว่าเขากับเธอกำลังจะหมั้นกัน

“อรรถ...ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาพูดตรงนี้ พิมพ์ว่ามันไม่เหมาะนะคะ”

“พิมพ์มากับไอ้นี่ ผมว่ามันก็ไม่เหมาะเหมือนกัน”

“พูดแบบนี้ไม่ให้เกียรติพิมพ์เลยนะ”

“ผมขอโทษ ผมแค่เป็นห่วง คุณยังไม่รู้จักนายนี่ดีพอนะ”

“เหรอคะ บางทีคนที่เราคิดว่ารู้จักดีแต่ความจริงอาจจะไม่ใช่ก็ได้ ใช่ไหมคะ”

“พิมพ์พูดแปลกๆ”

“ไม่แปลกเลย ขยายความที่อรรถพูดไงคะ สมิง... กลับกันดีกว่า”

สองคนขยับจะไปแต่อรรถขวางไว้ จะให้พิมพ์สายไปรถของเขา

“แล้วรถพิมพ์ล่ะ”

“ก็ให้ไอ้หลังเขานั่นขับกลับไปสิ รึว่ามันขับรถไม่เป็น”

“อรรถ! ทำไมต้องพูดเหยียดหยามคนอื่นแบบนี้ ดูไม่แมนเลยนะ รู้ไหมอรรถเปลี่ยนไปเยอะมาก”

“ผมไม่ได้เปลี่ยนเลยนะพิมพ์”

“พิมพ์ว่าเปลี่ยน...ไปเถอะสมิง” เธอเดินอ้อมหน้ารถไปทางประตูคนขับ แต่อรรถยังไม่รามือง่ายๆ ตะคอกถามตะวันที่จะขึ้นรถว่า “แกจะไปไหน”

“ก็กลับบ้านกับคุณพิมพ์ไงครับ หรือปลัดอยากไปด้วยก็ได้นะครับ ผมนั่งเบาะหลังเอง”

“ฉันถาม แกแค่ตอบ แกไม่มีสิทธิ์มาย้อนฉัน

ฉันเป็นปลัดที่นี่รู้ไว้ด้วย”

“เป็นปลัดอำเภอแล้วจะชี้หน้าด่าใครก็ได้แบบนี้เหรอครับ”

“ไอ้สมิง! มึงจะมากไปแล้วนะ ต้องสั่งสอนกันบ้างแล้ว” ดอนวางท่านักเลงโต พิมพ์สายหันกลับมาตวาดด้วยความไม่พอใจ

“หยุดนะ!! อะไรกัน เอะอะก็จะใช้กำลังเป็น

กุ๊ยข้างถนน ดูแลคนของตัวเองบ้างสิคะอรรถ”

อรรถยืนอึ้ง ได้แต่มองผู้หญิงที่หมายปองขึ้นรถไปกับชายอื่น ได้ยินดอนถามว่าจะเล่นงานมันเลยไหม อรรถตวาดใส่อย่างหงุดหงิด

“แกอีกคน ทำให้พิมพ์ว่าฉันได้...อยากทำอะไรก็ทำ มันเรื่องของแก ฉันไม่รู้เรื่องด้วย จำไว้”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ตะวันขอโทษพิมพ์สายถ้าวันนี้เขาทำให้เธอไม่พอใจ แต่พิมพ์สายบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด สองคนนั้นต่างหากที่หาเรื่องเขา

“คุณอรรถคงไม่ชอบใจที่เห็นผมไปกับคุณ”

“เขาอาจจะเข้าใจอะไรผิดมากกว่า เดี๋ยวฉันคุยกับเขาเอง คงจะเข้าใจเธอมากขึ้น อย่าคิดมากนะสมิง”

ตะวันรับคำ มองตามเธอไปอย่างปลาบปลื้ม โดยไม่รู้ว่าถวิลผู้เป็นแม่แอบมองจากมุมหนึ่งนอกรั้วบ้าน...

ไม่อยากให้ลูกชายคิดเกินเลยกับคุณหนูพิมพ์ เพราะเรากับเขาไม่เหมาะสมกัน

ooooooo

ซาเงเข้ามาทำงานในบ้านเสี่ยสวัสดิ์และถูกมอบหมายให้ดูแลพิมพ์สาย เช่นเดียวกับตะวันที่เสี่ยสวัสดิ์ไว้วางใจให้ปกป้องคุ้มภัยลูกสาว

เมื่อซาเงกับตะวันเจอกันก็ทักทายประสาคนรู้จักมักคุ้นโดยมีใจรู้เห็นแต่ไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่พิมพ์สายและสวัสดิ์เพราะตะวันยังไม่อยากเผยตัวว่าเขาคือคน

ที่เคยช่วยชีวิตพิมพ์สายไว้ในวัยเด็กและให้สองพ่อลูกเรียกเขาว่าสมิงต่อไป แต่คนที่สอดรู้สอดเห็นคือเจนจิตลูกสาวของใจ เธอแอบเห็นซาเงกับตะวันคุยกันสนิทสนมก็คอยจับตาด้วยความสงสัย

ฝ่ายพิมพ์สายที่รู้สึกถูกชะตากับซาเงแล้วเล่าเรื่องในอดีตที่เด็กชายตะวันลูกของยองตะมุกับถวิลเคยช่วยชีวิตให้ฟัง ซาเงจึงรู้ว่าพิมพ์สายกับตะวันผูกพันกันตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้บอกพิมพ์สายว่าเวลานี้เด็กชายคนนั้นเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเธอแล้ว

เมื่อตะวันเข้ามาทำงานกับสวัสดิ์ยิ่งทำให้อรรถไม่พอใจเพราะหวงพิมพ์สาย อาคมรู้เรื่องนี้จากดอน

คนสนิทของอรรถก็ไม่พอใจเช่นกัน สั่งดอนให้หาทางจัดการศัตรูของลูกชายตนให้พ้นไปจากเมืองนี้

ทางด้านคล้อยกับไอ้โชนที่ยังตามล่าเสือสมิงในป่า วันนี้เขาเผชิญหน้ากับอากาพะโยแล้วตั้งใจจะชิงไม้เท้าซึ่งเป็นอาวุธวิเศษนั้นมา แต่ไม่สำเร็จแล้วสองคนยังจะโดนอากาพะโยเล่นงานด้วยงูนับสิบตัว ถ้าจอปาไม่โผล่เข้ามาช่วยเอาไว้

หลังจากอากาพะโยหลบหนีไป จอปาเล่าให้คล้อยฟังว่าสาเหตุที่เข้ามาช่วยเพราะลูกของอากาพะโยเป็นศัตรูของตน

“อย่าบอกนะว่าเสือสมิงที่มันช่วยไปเป็นลูกของมัน”

“เอ็งเข้าใจไม่ผิด นั่นแหละลูกของมัน มันคือผู้พิทักษ์เสือสมิง”

“อ้อ แบบนี้นี่เอง”

“มันจะปกป้องลูกมันไม่ให้ใครทำอะไรได้”

“แต่เมื่อกี้ข้าเกือบทำได้อยู่แล้ว”

“เพราะมันยอมถอยต่างหาก ถ้ามันไม่ถอย เอ็งสองคนไม่รอดแน่ ข้าว่ามันต้องห่วงอะไรสักอย่างถึงไปง่ายๆ”

“เอ็งรู้เรื่องมันดีขนาดนี้ คงมีเบื้องหลังกันมาก่อน”

“มีสิ ข้าถึงได้ตามล่ามันจะสามสิบปีแล้ว”

“สามสิบปี!!” โชนอุทานตาโต

“ใช่...สามสิบปี ข้ามีความแค้นกับมัน แต่ข้าไม่ขอเล่าว่าเพราะอะไร แล้วพวกเอ็งล่ะ ทำไมต้องล่ามัน”

โชนทำท่าจะเล่าแต่คล้อยเบรกไว้เพราะไม่ไว้วางใจคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก โกหกอีกฝ่ายว่า

“ไอ้สมิงตัวนี้ไปกัดคนที่หมู่บ้านข้าตายไปหลายสิบคน ที่ห้วยมาลัย ข้าเลยต้องตามล่ามัน”

“แบบนี้เราก็มีจุดประสงค์เดียวกัน” จอปาคลี่ยิ้มออกมา ส่วนคล้อยสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

ooooooo

คืนนี้พิมพ์สายนอนไม่หลับออกมานั่งชมจันทร์ที่สนามหน้าบ้าน ตะวันทำหน้าที่อารักขาและพูดคุยกับเธออย่างมีความสุข ขณะที่พิมพ์สายก็ไม่ถือตัว ยิ้มและหัวเราะกับเขาจนอรรถที่มาจอดรถซุ่มมองเกิดอาการหึงหวง สั่งดอนที่มาด้วยกันให้หาทางส่งไอ้สมิงไปเมืองผีในเร็ววัน

ซาเงแอบมองตะวันกับพิมพ์สายคุยกันจากมุมหนึ่งในบ้าน เห็นสองคนหยอกล้อยิ้มแย้มให้กัน ซาเงถึงกับจิตตกราวกับคนอกหัก โดยทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของเจนจิตจอมสอดรู้สอดเห็นอีกเช่นเคย

คืนเดียวกันที่ในป่า จอปายังอยู่กับคล้อยและโชน คล้อยบอกจุดประสงค์ของตนเองว่าต้องล่าสมิงตัวนั้นให้ได้ มันกำลังบาดเจ็บจึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะฆ่ามัน แต่จอปาท้วงว่า

“โอกาสที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะง่ายที่สุด เจ้าก็เห็นความน่ากลัวของผู้ที่ปกป้องมันอยู่ไม่ใช่รึ จะฆ่าสมิงที่บาดเจ็บมันไม่ยากหรอก แต่จะเข้าให้ถึงตัวมันนี่สิยากกว่าเป็นสิบเท่า”

“ข้าประมาทมันไปนิด ไม่คิดว่าไอ้นั่นมันจะมีดีเกินกว่าที่ข้าคาดคิด”

“แต่ข้าว่ามันยังมีอะไรที่น่ากลัวกว่าที่เจ้าคาดคิดซะอีก”


“แล้วเอ็งล่ะ ไม่กลัวบ้างเหรอ”

“อดีตที่เจ็บปวดทำให้ข้าก้าวข้ามความกลัวนั้นไปแล้ว” จอปาแววตาเย็นชาไร้ความกลัว...นึกถึงเหตุการณ์ที่อูซานฆ่าเม้ยเจิงลูกสาวของเขาตายอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งการตายของลูกทำให้จอปาโกรธแค้นลั่นวาจาไว้ว่า ไม่ว่าอูซานจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว จะกี่วันหรือกี่ปีเขาก็จะตามล่ามันไม่จบสิ้น!

อีกทางที่อากาพะโยกับอูซานพักพิง บาดแผลของอูซานยังไม่หายเป็นปกติ สร้างความวิตกกังวลให้กับอากาพะโยยิ่งนัก

“แผลเอ็งหายช้ามาก ถ้าพวกมันตามมาทันเราจะหนีไม่รอด”

“พ่อกลับบ้านไปก่อนเถอะ ทิ้งข้าไว้ที่นี่ ข้าเอาตัวรอดได้”

“ถ้าพ่อจะหนี พ่อก็ไม่ใช่หมอผีแห่งเมืองเย ที่ต้องหนีใครเหมือนหมาจนตรอกหรอก”

“แล้วพ่อจะทำอย่างไร แผลข้ายังไม่หาย ข้าเองก็สู้พวกมันไม่ได้”

“เราต้องหนีเข้าเมืองไปอยู่ปะปนกับชาวบ้าน...เมืองเยบ้านเราไกลเกินไปที่จะกลับ ตอนนี้มีทางเดียวก็คือหนีไปสังขละ ที่นั่นเป็นหมู่บ้านคนไทย มีกฎหมายคุ้มครอง พ่อจะรอจนกว่าเอ็งจะหายดี”

“แล้วเราจะผ่านคืนนี้ไปได้ยังไงถ้าเกิดพวกมันบุกเข้ามา”

“พวกมันฝ่างูพิษที่รายล้อมแถวนี้เข้ามาไม่ได้หรอก”

“แต่พ่อบอกว่าจอปามันทำลายงูพิษของพ่อไปแล้วไม่ใช่หรือ”

“มันทำลายงูพิษ แต่ไม่ได้ทำลายไม้เท้าของพ่อ มันไม่มีปัญญาหรอก เอ็งนอนหลับพักผ่อนไปเถอะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกไกล”

“ข้าทำให้พ่อลำบากแท้ๆ อายุปูนนี้แล้วพ่อน่าจะได้พักอยู่กับบ้าน”

“เอ็งจะพร่ำรำพันไปเพื่ออะไร มีพ่อแม่คนไหนบ้างที่ปล่อยให้ลูกต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง พ่อยินดีอยู่ตรงนี้ สู้เคียงข้างเอ็ง เพื่อพาเอ็งกลับสู่บ้านเรา ถึงจะตายพ่อก็ไม่หนีไปไหน พ่อไม่กลัวตาย เพราะอีกไม่นานพ่อก็ต้องตายเหมือนกัน ตายตอนนี้กับตายตอนนั้นมันต่างกันตรงไหน”

อูซานนิ่งไปด้วยความเสียใจที่การตัดสินใจของตัวเองทำให้พ่อลำบาก แต่ก็สายเกินไปที่จะแก้ไขกลับคืน

ooooooo

เมื่อวานตะวันรู้จากซาเงว่าถวิลเข้าเมืองมาด้วยเพราะเป็นห่วงลูกชาย เช้าวันนี้ชายหนุ่มจึงขออนุญาตเสี่ยสวัสดิ์กลับไปเยี่ยมแม่โดยใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่สวัสดิ์ให้ใจจัดหาให้เป็นพาหนะเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

ขณะที่ตะวันเดินทางกลับหมู่บ้าน เป็นเวลาที่ดอนไปเยือนรังโจรของเสือคล้อยเพื่อยืมมือไอ้แคล้วกำจัดตะวันโดยให้ค่าจ้างเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับตน แคล้วรับปากโดยไม่ต้องคิดมากเพราะพอใจกับเงินค่าจ้างที่ได้รับแล้วตั้งครึ่งทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มงาน

ฝ่ายตะวันเมื่อกลับมาเจอแม่ที่บ้านก็ยอมรับว่าตัวเองเข้าไปทำงานที่บ้านเสี่ยสวัสดิ์ แต่ที่หายไปหลายวันจนแม่เป็นห่วงเพราะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

“แม่ฟังดีๆนะ เราเจอเสือตัวนั้นแล้ว เสือตัวที่มันกัดผมเมื่อตอนเป็นเด็ก มันกลับมาที่นี่ไม่นานนี่เอง มันไล่ฆ่าชาวบ้านที่ห้วยมาลัย ผมไปที่นั่น มันเล่นงานผมแทบตาย แต่พ่อมาช่วยไว้ทัน”

“พ่อ...พ่ออยู่ที่นั่นเหรอตะวัน”

“ครับแม่ มาตอนผมสู้กับมัน พ่อยิงมันบาดเจ็บไปเหมือนกัน ตอนนั้นผมสลบไป คุณหนูกับเสี่ยมาช่วยพาผมไปรักษา”

“แล้วพ่อเอ็งล่ะ”

“ตอนนี้พ่อคงตามล่ามันอยู่”

“แม่เป็นห่วงพ่อเอ็งจัง”

“มันบาดเจ็บ มันคงหนีมากกว่าสู้”

“สัญชาตญาณเสือสมิงมันพร้อมที่จะฆ่าได้ทุกเมื่อ วางใจอะไรไม่ได้หรอก เมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบสิ้นไปสักที”

“ถ้าพ่อล่ามันได้ ทุกอย่างก็จบ ผมจะได้หลุดพ้นสิ่งชั่วร้ายที่มันแฝงอยู่ในตัวซะที”

“แม่ก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน”

“แล้วที่แม่ไปบ้านนั้น เสี่ยกับคุณหนูคงรู้แล้วมั้งว่าผมเป็นใคร”

“ยัง แม่ยังไม่ได้บอกว่าสมิงที่เขารู้จักเป็นตะวัน มีแต่แม่ใจที่รู้”

“น้าใจรู้ เดี๋ยวคุณหนูก็คงรู้”

“รู้แล้วจะเป็นอะไรล่ะ แม่ไม่เห็นด้วยที่ลูกปิดบังคุณหนูกับพ่อเขา เดี๋ยวเขาจะมองเราเป็นคนโกหกนะ”

“ผมไม่ได้อยากปิดบัง แต่เพราะครั้งแรกที่เจอผมไม่กล้าบอก มันก็เลยยาวมาถึงวันนี้”

“ตอนนี้ลูกทำงานที่นั่นแล้ว ต้องบอกความจริงเขานะลูก เรื่องนี้มันปิดได้ไม่นานหรอก แล้วกับคุณหนูพิมพ์ ตอนเด็กลูกสนิทกันมันไม่แปลก จะหยอกล้อเล่นกันไม่มีใครถือสาหรอก แต่ตอนนี้คุณหนูเป็นสาว เราก็เป็นหนุ่ม จะสนิทกันแบบนั้นไม่ได้แล้ว และที่สำคัญคือคุณหนูเขากำลังจะหมั้น เรื่องนี้ลูกก็รู้ใช่ไหม”

“รู้ครับ”

“ถ้าอยู่ที่บ้านนั้น แม่อยากให้ตะวันคิดเรื่องอื่นซะ ไม่ใช่ว่าลูกของแม่ต่ำต้อยนะ แต่คุณหนูอยู่สูงเกินกว่าที่เราจะไปดึงลงมา คุณหนูมีคนที่เหมาะสมแล้ว”

ตะวันฟังแล้วใจแป้วแต่พูดกลบเกลื่อนเพื่อให้แม่สบายใจ “แม่อย่าคิดอะไรเยอะเกินเลยนะ ผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับคุณหนูซะหน่อย แล้วเมื่อกี้แม่ไปหาหลวงพ่อมาเหรอ”

“ใช่ หลวงพ่อถามถึงลูกอยู่นะ”

“งั้นผมไปหาหลวงพ่อนะแม่” ตะวันรวบรัดตัดบทแล้วผละไป

ooooooo

ในป่า จอปาพาคล้อยกับโชนมาพบยองตะมุ เมื่อรู้ว่ายองตะมุคือพรานล่าเสือสมิงและทำให้มันบาดเจ็บสาหัสโดนยิงเลือดสาดไปขนาดนั้น คล้อยกับโชนอดทึ่งในฝีมือพรานคนนี้ไม่ได้ ทุกคนเชื่อว่าเสือสมิงหนีไปได้ไม่ไกล มันต้องซ่อนตัวอยู่แถวนี้แน่

ฝ่ายตะวันที่ไปกราบหลวงพ่อในถ้ำบนภูเขาโดนหลวงพ่อทักอย่างกับตาเห็นว่าเขาเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ เจ้ากรรมนายเวรต้องการให้เขาชดใช้ แต่เขาดวงแข็งเพราะช่วงนี้มีคนอุปถัมภ์ แต่จะทำให้เกิดกรรมซ้ำซ้อนเข้าไปใหญ่ พัวพันจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทางที่ดีเขาควรบวชสักพรรษา

“ผมยังบวชไม่ได้หรอกครับหลวงพ่อ ผมเพิ่งจะเจอพ่อในป่า ผมอยากไปตามหาพ่อกลับมาหาแม่”

“นั่นแหละ เคราะห์กรรมของเอ็งล่ะ”

ขณะที่ตะวันไม่อยู่บ้าน พิมพ์สายชวนซาเงออกไปตลาดแล้วซักถามเรื่องความสัมพันธ์ของซาเงกับสมิงที่เธอเพิ่งฟังมาจากเจนจิตที่แอบมาฟ้องว่าสองคนคบกันและอาจทำเรื่องบัดสีภายในบ้าน

“ซาเง...ฉันรู้ว่าเธอกับสมิงรู้จักกันมาก่อน ฉันจำได้ วันที่เธอทะเลาะกับผู้กองเรื่องน้ำผึ้งป่าที่ตลาด วันนั้นสมิงก็อยู่ตรงนั้น”

“ใช่ค่ะ สมิงเป็นคนหมู่บ้านเดียวกับซาเงค่ะคุณหนู”

“นั่นสินะ เธอกับสมิงถึงได้สนิทกัน แต่ก็บังเอิญนะที่เธอกับสมิงได้มาทำงานที่บ้านฉันเหมือนกันอีก”

“ค่ะ ซาเงก็ยังแปลกใจเหมือนกัน แล้วคุณหนูอยากรู้เรื่องอะไรเหรอคะ”

“คือมีบางเรื่องที่ฉันอยากรู้จากซาเงเองมากกว่ารู้จากปากของคนอื่น...ที่ฉันอยากรู้คือเธอกับสมิงสนิทกันแค่ไหน”

“คุณหนูคะ ซาเงกับสมิงอยู่หมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก สนิทกันเหมือนเพื่อน ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านี้ค่ะ นี่คงจะมีคนพูดเรื่องของซาเงกับสมิงแน่ๆ”

“ก็ใช่ มีคนอื่นมาบอกเรื่องของเธอกับสมิง ฉันถึงอยากได้ยินจากเธอเองไง”

“คงเป็นเรื่องที่ซาเงคุยกับสมิงในห้องวันนั้นมั้งคะ คุณหนูคะ แม่ของสมิงมาที่นี่ค่ะ วันที่มาส่งซาเงเข้าทำงาน ซาเงเลยบอกให้สมิงรู้ว่าแม่เป็นห่วงให้กลับบ้านบ้าง ก็เท่านั้นค่ะ”

“เรื่องเป็นแบบนี้เองเหรอ ก็ดีแล้ว ฉันเชื่อเธอนะซาเง ที่ถามเพราะถ้ามีเรื่องอะไรฉันไม่อยากให้มาปิดบังกัน ไม่อยากให้มีความลับอะไรทั้งนั้น ฉันอยากมีคนที่ฉันเชื่อใจได้ที่สุดสักคน ฉันเชื่อใจเธอได้นะซาเง”

ซาเงนิ่งไปนิดเพราะมีความลับที่ยังปิดบังเรื่องสมิงกับตะวันคือคนเดียวกัน จึงตอบไม่เต็มเสียงนัก

“ค่ะคุณหนู”

“เออนี่ซาเง เมื่อกี้เธอบอกเรื่องแม่ของสมิง เสียดายนะฉันไม่ได้เจอ แล้วแม่สมิงชื่ออะไร”

“ชื่อ...น้าหวินค่ะ ชื่อเต็มๆก็ถวิล”

“ถวิลเหรอ ชื่อนี้คุ้นๆนะ ฉันอยากรู้จักแม่ของสมิง เธอพาฉันไปหน่อยสิ”

ซาเงตกใจ...จะปฏิเสธก็ไม่รู้จะอ้างอะไร จำต้องพาพิมพ์สายไปพบถวิลถึงหมู่บ้าน โชคดีที่ตะวันไปหาหลวงพ่อเสียก่อนจึงไม่เจอกัน

เมื่อเผชิญหน้ากันใกล้ๆ พิมพ์สายจำถวิลได้ ขณะที่ถวิลก็ไม่กล้าพูดปด สองคนสวมกอดกันด้วยความคิดถึง

“หนูดีใจจริงๆที่เจอน้า...แล้วตะวันล่ะคะ”

“ตะวันกับสมิงคือคนคนเดียวกันจ้ะคุณหนูนายสมิงที่ทำงานที่บ้านคุณหนูคือตะวันลูกชายน้าเอง หรือเจ้าเด็กตะวันที่เคยวิ่งเล่นเป็นเพื่อนคุณหนูนั่นแหละ”

“แล้วทำไมตะวันต้องปิดบังตัวเองกับพิมพ์ด้วยคะน้า”

“เรื่องนี้น้าต้องขอโทษแทนลูกชายน้าด้วยนะ จริงๆตะวันไม่ได้ตั้งใจโกหกหรือปิดบังหรอก เพราะครั้งแรกที่เจอคุณหนูตะวันไม่กล้าบอก คงเพราะเห็นว่าอาจจะไม่เหมาะสมก็เป็นได้ เรื่องนี้น้าก็ตำหนิตะวันไปแล้ว อย่าถือสาตะวันเลยนะคุณหนู”

“ซาเงก็ต้องขอโทษคุณหนูด้วยค่ะที่ปิดเรื่องนี้ ขอโทษนะคะคุณหนู”

“เธอไม่ผิดหรอก เพราะเธอทำตามที่ตะวันขอร้องเธอใช่ไหม ตอนนี้ฉันเข้าใจความหมายที่เจนจิตเอามาบอกฉันแล้วล่ะ เรื่องเธอแอบคุยกับตะวันก็คงเรื่องนี้ใช่ไหม”

“ค่ะ” ซาเงตอบเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด

“น้าเชื่อว่าตอนนี้ตะวันก็คงคิดหาทางบอกความจริงหนูพิมพ์อยู่นะ เพราะน้าย้ำให้เขารีบบอกความจริงกับคุณหนูไปแล้ว”

“ค่ะ พิมพ์ก็มีเรื่องที่ต้องเอาคืนนายตะวันจอมแสบนี่เหมือนกันค่ะ” พิมพ์สายกล่าวด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ตะวัน แต่สีหน้าและแววตาของเธอฉายชัดว่าดีใจกับความจริงที่เพิ่งรู้

ooooooo


ละครจ้าวสมิง ตอนที่ 4 อ่านจ้าวสมิงติดตามละครจ้าวสมิง ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ 6 ธ.ค. 2561 06:51 2018-12-07T23:57:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ