ข่าว

วิดีโอ



จ้าวสมิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอ็คชั่น-แฟนตาซี-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อาร์ม อิสระ,ธนาวุฒิ ภูดอนกลอย,ทองก้อน ศรีทับทิม

กำกับการแสดงโดย: ทองก้อน ศรีทับทิม

ผลิตโดย: บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์

โชคดีที่ผู้กองกำพลให้ประกันตัว ตาชิพ่อของซาเงที่เอาน้ำผึ้งในเขตป่าสงวนมาขายจึงไม่ต้องนอนคุก แต่จ่าชัยก็อดตำหนิซาเงไม่ได้ว่าไม่ยอมฟังอะไร โวยวายเสียจนโรงพักแทบแตก ต่างจากพ่อที่ทำผิดก็ยอมรับผิด

“ขอโทษก็แล้วกันค่ะ” ซาเงเอ่ยเสียงอ่อย

“ขอโทษแบบไม่จริงใจเลยนี่”

“จะให้ไปกราบงามๆที่อกเลยหรือคะจ่า”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกนะ แค่พูดดีๆเพราะๆก็พอแล้วมั้ง”

จังหวะนี้เองแฟนสาวของจ่าชัยเดินหิ้วถุงอาหารมาหน้าโรงพัก ซาเงได้ยินเพื่อนตำรวจของจ่าชัยร้องบอกให้รู้ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์คิดกลั่นแกล้งจ่าชัยที่ปากมากทำทีเป็นพูดจาอ่อนหวานและส่งสายตาออดอ้อนจ่าชัยจนเป็นเรื่องเพราะแฟนสาวเกิดหึงหวง

จ่าชัยโดนแฟนด่าชุดใหญ่ก่อนจะโยนอาหารทิ้งแล้วเดินหนีไปด้วยความโมโห ซาเงเห็นจ่าชัยวิ่งตามง้อแฟนก็แอบหัวเราะสะใจ บอกพ่อว่าเมื่อกี๊มันคือการแสดง

“อ้าว...เล่นซะเหมือนเลย”

“มีอะไรที่ซาเงทำไม่ได้บ้างล่ะ”

“เออๆ เอ็งเก่ง แล้วเกิดเขาทะเลาะกันใหญ่โตจะทำไง”

“นั่นมันเรื่องของเขา เขาแฟนกันเดี๋ยวก็เคลียร์กันได้เอง”

“ข้าว่าเรื่องคนอื่นอย่าไปยุ่งเลย เอาเรื่องของเอ็งดีกว่า เรื่องงานที่บ้านเสี่ยที่พ่อติดต่อไว้ เขาตกลงรับแล้วนะ”

“ไม่เอา หนูไม่ไปนะพ่อ”

“เอ็งต้องไป”

“บอกว่าไม่ไปไงพ่อ”

“อย่ารั้นพ่อสิวะ”

“พ่อก็อย่าดื้อ ฟังลูกบ้างสิ หนูบอกหนูไม่ไปก็ไม่ไปสิพ่อ” ซาเงพูดหนักแน่นแล้วเดินหน้าบึ้งออกไป ทิ้งให้พ่อยืนถอนหายใจหลายเฮือก บ่นลูกสาวอย่างเอือมระอาในความดื้อรั้น ฝ่ายจ่าชัยกับแฟนกว่าจะเคลียร์กันได้ก็เล่นเอาจ่าชัยโดนตบหน้าเป็นรอยแดง

ooooooo

อากาพะโยไม่ปล่อยอูซานไว้ในป่าตามลำพัง เขายังติดตามลูกชายต่อไปด้วยความเป็นห่วง แต่ทำให้อูซานไม่ชอบใจพยายามไล่พ่อกลับบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า

“พ่อจะกลับบ้านไปได้อย่างไรล่ะอูซาน ในเมื่อแกยังร่อนเร่อยู่ในป่า”

“กี่ปีแล้วที่พ่อต้องคอยเดินตามรอยหาข้าอยู่อย่างนี้”

“จะกี่ปีพ่อก็ทนไหว พ่อจะยังไม่ตายถ้าเอ็งยังไม่กลับไปเมืองเยบ้านเรา...กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่มันก็ไม่สายนะลูก”

“มันสายไปแล้ว ข้ากลับไปเป็นคนเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว”

“ยังได้สิลูก เอ็งยังคืนร่างเป็นคน ก็หมายถึงว่ามันยังไม่สาย ยังพอมีทางช่วยได้”

“ข้ากินเนื้อคนเข้าไปแล้ว ข้ากัดคนจนกลายเป็นเสือสมิงเหมือนข้า ข้ามีเชื้อสาย มันโยงใยพัวพันจนแก้ไม่ได้แล้ว”

“กำจัดเสือสมิงตัวนั้นซะ”

“มันคืออองที ข้าจำได้แม่นยำ ข้าไม่มีวันปล่อยมันไปหรอก”

“เพราะมันเหมือนกับอองทีนี่แหละที่พ่อเป็นห่วง กลัวเอ็งจะใจอ่อนแบบวันนี้”

“ก่อนหน้านี้พ่อขอร้องให้ข้าปล่อยวางความแค้นแล้วให้ข้ากลับไป วันนี้ทำไมพ่อถึงอยากให้ข้าฆ่ามัน ทำไมไม่ปล่อยให้มันมาเป็นสมุนในฝูงของข้า คนที่ตามล่าข้าจะได้เกรงกลัว”

“ไม่มีใครอยากเป็นเสือสมิงไปชั่วชีวิตหรอกทุกคนยังอยากเป็นคนเหมือนเดิมทั้งนั้น”

“แล้วถ้าข้าไม่ฆ่ามันล่ะ”

“มันก็จะต้องฆ่าเอ็งเพื่อทำลายอาถรรพณ์ มันจะได้กลับคืนเป็นคนเหมือนเดิม”

“กลับเป็นคนแล้วมันดีอย่างไร คนที่อ่อนแอก็ถูกคนที่เข้มแข็งกว่าทำร้ายรังแก สู้กลายเป็นคนครึ่งเสือมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือ”

“คนเรามีความคิดที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครอยากเป็นเสือสมิงไปชั่วชีวิตหรอก เอ็งก็เหมือนกัน ถ้าเอ็งยังไม่กลับตัวกลับใจ สักวันหนึ่งเอ็งจะกลายเป็นเสือสมิงตลอดไป และไม่สามารถคืนร่างกลับมาเป็นคนได้อีก”

“ข้าไม่สนใจหรอกว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร ข้ารู้สึกเหมือนคนที่ตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ข้าฉีกร่างของแม่เม้ยจนแหลกลาญคามือ”

“อูซาน...หักห้ามใจแล้วกลับไปบ้านเราเถอะลูก”

“ข้ายังมีบ้านให้กลับไปอีกหรือ พ่อก็รู้ว่าลุงจอปาตามล่าข้าเพราะแค้นใจที่ไปฆ่าลูกเขา แล้วชาวบ้านอีกเล่า พวกเขาจะยอมรับข้าหรือ ข้าไม่มีที่จะให้ไปอีกแล้ว มีแต่ป่านี้เท่านั้นที่ยังเป็นบ้านของข้า ให้ข้าได้อาศัยอยู่...พ่อแก่แล้ว พ่อกลับไปบ้านเถอะ ทิ้งข้าไว้ที่นี่ อย่าทรมานตัวเองเพราะข้าเลย ข้าเป็นลูกที่ไม่ดี ไม่เชื่อฟังพ่อ ข้าขอรับกรรมของข้าคนเดียว”

“อูซาน...คนพวกนั้นกำลังตามล่าเอ็ง พ่อทิ้งเอ็งไปไม่ได้หรอก พ่อให้คำมั่นกับแม่ของเอ็งเอาไว้แล้ว จะเป็นอย่างไรพ่อก็จะติดตามไปปกป้องลูกให้ถึงที่สุด”

อูซานน้ำตานองหน้า ทรุดกายลงก้มกราบบิดา “ข้าขอโทษ พ่ออย่าตามข้าอีกเลยนะ ข้าขอร้อง”

ขาดคำ ร่างอูซานที่ก้มลงกราบค่อยๆกลายเป็นเสือตัวใหญ่มหึมา อากาพะโยตกใจจนผงะก้าวถอยหลังเพราะคิดไม่ถึงว่าลูกชายจะกลายเป็นเสือต่อหน้าต่อตา แล้วอูซานก็ขยับกายลุกขึ้นคำรามก้องป่าก่อนที่จะกระโจนเข้าพุ่มไม้หายไป

ooooooo

ตะวันกลับมาถึงบ้านโดนแม่ซักถามต้อนไปต้อนมาอย่างรู้ทันว่าที่เขาหายไปทั้งคืนนั้นไปบ้านคุณหนูพิมพ์มา

“นี่ผมจะปิดบังอะไรแม่ได้บ้างไหมนะ แม่รู้อย่างกับมีตาทิพย์แน่ะ”

“แม่เลี้ยงเอ็งมาตั้งแต่เด็กจนโต มีหรือแม่จะไม่รู้ว่าเอ็งคิดอะไรอยู่บ้าง ยิ่งในใจมีอะไรอยู่มากเท่าไหร่ แม่ก็รู้มากเท่านั้น ยิ่งตอนนี้ใจลูกมันไม่ปกติ หลับตาแม่ยังเห็นเลย”

“ทำไมแม่คิดว่าใจผมไม่ปกติ”

“จะถามแม่ทำไม ถามใจตัวเองสิว่าคิดอะไรอยู่” ตะวันนิ่งอึ้ง แม่รุกต่ออย่างรู้ใจลูก “แม่รู้ว่าใจลูกคิดอะไรอยู่ และคิดกับใคร ตอนนี้คุณหนูพิมพ์เป็นสาวและสวยมากด้วย เขาไม่ใช่เด็กน้อยที่วิ่งเล่นกับลูกเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ฟังแม่นะตะวัน ความรักหากเกิดในใจใครมันไม่ผิด ความรักเป็นเรื่องที่งดงามเสมอ แต่มันคนละเรื่องกับความเหมาะสม ถ้าใจของลูกไปรักคุณหนู มันก็ไม่ผิดอะไร”

“แม่...ผมยังไม่ได้...”

“คนเราจะโกหกอะไรก็ได้ แต่ไม่มีวันโกหกใจตัวเองได้ แม่บอกแล้วไงจะรักใครน่ะไม่ผิด แต่ก็ต้องคิดถึงความเหมาะสม เราเป็นแค่ชาวบ้านป่า คุณหนูเป็นถึงนักเรียนนอกลูกสาวเศรษฐีเสี่ยปางไม้ แม้หัวใจของเราจะยิ่งใหญ่แต่มันไปถึงได้ยากมาก แม่อยากให้ลูกเก็บรักและความรู้สึกดีๆที่มีต่อคุณหนูทั้งหมดไว้ในใจของลูก ถ้าเรามองคนที่เรารักอย่างมีความสุข แม้ไม่ได้ครอบครองเราก็มีความสุขได้ใช่ไหมตะวัน”

“ครับแม่”

“เข้าใจแม่นะตะวัน แม่ไม่อยากเห็นลูกของแม่เจ็บปวด”

“เข้าใจครับ คุณหนูอยู่สูงเกินกว่าที่ผมจะกล้าคิดแบบนั้น สักวันคุณหนูก็ต้องหมั้นและแต่งงานกับคนที่คู่ควรใช่ไหมแม่”

“ใช่...เขาก็มีคนที่คู่ควรของเขา ลูกก็มีคนที่เหมาะสมอยู่เหมือนกัน แม่ว่าคนที่เหมาะสมกับลูกมากที่สุดก็คือซาเง เพราะหัวใจมันไม่มีใครนอกจากตะวันไง”

ตะวันนิ่งเงียบไป ถวิลเห็นซาเงเดินมาไกลๆ บ่นว่ามันตายยากเสียจริง พูดถึงก็โผล่มาเลย

ซาเงเดินหน้าบูดบึ้งเข้ามาหาสองแม่ลูกแล้วบ่นเรื่องที่พ่อจะให้ไปทำงานกับเสี่ยปางไม้ทั้งที่เธอไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร

“ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ก็ขายน้ำผึ้งเหมือนเดิม”

“ไม่อยากขายแล้ว ขายทีไรโดนตำรวจบ๊องๆนั่นจับทุกที ขายไปก็ขาดทุน”

 “นี่ซาเง ที่เอ็งหน้าเขียวอยู่นี่ น้าว่าเอ็งไม่ได้โกรธพ่อหรอกมั้ง คงเพราะตำรวจที่เอ็งพูดถึงมากกว่า”

“เออ น่าจะใช่นะน้าหวิน”

“งั้นแบบนี้ไปทำงานน่ะดีแล้วซาเง” ตะวันสนับสนุน

“แล้วงานที่จะไปทำนี่งานอะไร”

“ผู้จัดการ พ่อบอกไปเป็นผู้จัดการ”

คำตอบของซาเงเล่นเอาสองแม่ลูกมองหน้ากันไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน สวัสดิ์มีโอกาสต้อนรับอาคมพ่อของอรรถที่แวะมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน โดยที่พิมพ์สายกับอรรถร่วมวงจิบน้ำชาอยู่ด้วย

เจนจิตเสิร์ฟน้ำชาพลางส่งสายตายั่วยวนหยาดเยิ้มให้อรรถ แต่ปลัดหนุ่มทำทีไม่รับรู้เพราะนั่งอยู่ต่อหน้าพิมพ์สายผู้หญิงที่เขาหมายปอง ใจลอบมองลูกสาวอยู่เหมือนกัน เห็นทำกิริยาไม่สำรวมจึงใช้ให้ไปเตรียมของว่าง เจนจิตแม้ไม่อยากไปแต่ขัดแม่ไม่ได้ ลุกเดินกระเง้ากระงอดออกไป

อาคมจิบน้ำชาแล้วชมว่ารสชาติดีเหมือนเดิม สวัสดิ์ยกความดีให้ใจที่จัดการเรื่องพวกนี้มาตลอด

“ถึงว่า...แม่ใจมีฝีมือดีนี่เอง คุณถึงไม่ยอมหาแม่บ้านตัวจริงมาซะที เป็นม่ายมานานแล้วนะสวัสดิ์ไม่คิดอยากมีบ้างเหรอ”

“ไม่หรอก แค่ลูกสาวคนเดียวผมก็จะแย่อยู่แล้ว”

“งั้นลูกสาวคุณก็ยกให้เป็นลูกสาวบ้านผมเลยสิ ผมกับลูกชายสัญญาเลยว่าจะดูแลเป็นอย่างดี”

อรรถยิ้มพราย ฟังบิดาพูดตรงๆกับเสี่ยสวัสดิ์ ขณะที่พิมพ์สายนิ่งอึ้งนึกไม่ถึงว่าอาคมจะรุกไวแบบนี้

“เรื่องนี้ให้เด็กๆเขาตกลงกันเองดีกว่าไหมครับ”

“ว่าไงหนูพิมพ์ ไปเป็นลูกสาวบ้านอาไหมล่ะ”

พิมพ์สายเหลือบตามองบิดาก่อนเพื่อดูทิศทางลม แต่สวัสดิ์นั่งนิ่งทำเป็นไม่เห็นเหมือนจะปล่อยให้ลูกสาวตัดสินใจเอง เธอหันไปสบตาอรรถที่มองมาอย่างรอคำตอบเช่นกัน

“พิมพ์ขอบคุณมากๆเลยค่ะคุณอาที่เมตตาพิมพ์เหมือนลูกสาวคนหนึ่ง พิมพ์ก็สนิทกับอรรถมาตั้งแต่เด็กๆ จริงๆแล้วเราเหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมาเลยใช่ไหมคะอรรถ”

เจอคำถามแบบนี้อรรถถึงกับหน้าเจื่อน จำต้องรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ใช่...ใช่ครับ”

“งั้นก็ดูๆกันไปก่อนก็ได้ บ้านอายินดีต้อนรับเสมอ”

“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์สายพนมมือไหว้บิดาของเพื่อนสนิท...อรรถแววตาสลดลง เหมือนบางอย่างที่คาดหวังหลุดลอยไป

ooooooo

เย็นนั้นอูซานมาปรากฏตัวที่หมู่บ้านห้วยมาลัยซึ่งมีนักเลงไก่ชนจำนวนมาก อูซานทำทีเข้าไปขอน้ำกินแล้วป่วนพวกเขาจนวงแตก ส่งผลให้ตัวเองเดือดร้อนเพราะนักเลงไก่ชนคิดว่าเขาสติไม่ดี

เส่ง หัวหน้าหมู่บ้านเตือนลูกบ้านของตนว่าอย่าทำอะไรคนบ้า แค่จับมันขังไว้ก็พอ เมื่ออูซานถูกจองจำจึงเป็นไปตามแผนของเขา แต่แล้วอากาพะโยผู้เป็นพ่อกลับโผล่เข้ามาดักคออย่างรู้ทันความคิดลูกชาย

“นี่พ่อตามฉันมาอีกทำไม”

“เอ็งนั่นแหละบอกมา ทำแบบนี้ทำไม ข้าเห็นทุกอย่าง ยอมให้พวกมันเล่นงาน ยอมให้ล่ามอย่างกับนักโทษ เอ็งทำแบบนี้ทำไม”

“ข้ามีเหตุผลของข้า พ่ออย่ารู้เลย”

อากาพะโยถอนหายใจก่อนพยายามกล่อมลูกต่อไป “อูซาน ทุกอย่างมันกำลังดีขึ้น พ่อกำลังหาทางให้เจ้าได้กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“ไม่มีทางเหมือนเดิมแล้วพ่อ ตั้งแต่วันนั้นข้าก็ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว จิตวิญญาณของข้ามันแตกสลายไปพร้อมกับหัวใจที่ถูกพวกมันย่ำยีในวันนั้นไปแล้ว”

“พ่อไม่อยากเห็นเจ้าทุกข์ใจไปจนวันตายนะอูซาน”

“ข้าเป็นทุกข์ก็เพราะใครล่ะ”

“ทุกข์มันไม่ไปหรือเพราะว่าเจ้าไม่ปล่อยกันแน่ ถ้าเจ้าปล่อยวางความแค้นบ้าง ทุกข์มันก็จะไปจากเจ้าเอง”

“ไม่มีทาง ทุกข์ของข้าจะชำระได้ด้วยความตายของพวกมัน”

“นี่ข้าเป็นพ่อที่ไม่ดีหรือเพราะเจ้ารั้นกันแน่นะอูซาน”

อูซานนิ่งเงียบ อากาพะโยหันไปจับกุญแจแล้วหลับตา อูซานห้ามพ่อเสียงหลงว่าไม่ต้อง แต่อากาพะโยไม่สนใจ หลับตาท่องคาถาสักครู่กุญแจที่ล็อกข้อเท้า

อูซานก็คลายออก แล้วบอกให้ลูกไปจากที่นี่

“ข้าไม่ไป ข้าต้องทำสิ่งที่ข้าตั้งใจไว้ก่อน”

“ฆ่าคนใช่ไหมที่เจ้าตั้งใจคืนนี้”

“ใช่...คืนที่พระจันทร์เต็มดวงนี่ไง”

“เจ้าจะทำให้ความตั้งใจของพ่อยุ่งยากขึ้นไปอีกนะอูซาน ถ้าเจ้าฆ่ามากเท่าไหร่ มันยิ่งห่างไกลการคืนร่างเดิมมากเท่านั้น”

“มันก็ไม่ใช่ความต้องการของข้าอยู่แล้ว...ขอร้องอย่าขัดขวางความต้องการของข้าเลย พ่อไปซะ”

อูซานคว้ากุญแจมาล็อกขาตัวเองไว้เหมือนเดิม บอกพ่อว่าแค่สะเดาะกุญแจตนทำเองได้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะคืนนี้เป็นคืนของตน ถ้าจะเกิดอะไรกับตน พ่อไม่ต้องเข้ามาช่วย

“ก็ได้ มันเป็นแผนของเจ้าเองใช่ไหม แต่พ่อจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรถึงตายแน่”

เสียงคนเดินมาทางห้องคุมขัง อากาพะโยหลบออกไปอย่างเร็ว จากนั้นก็ถึงเวลาอูซานกลายร่างเป็นเสือสมิงสำแดงฤทธิ์ทำร้ายชาวบ้านเลือดสาดกระจาย แล้วไม่ว่าใครหน้าไหนที่วิ่งเข้ามาอีก เสือร้ายก็ขย้ำทุกคนอย่างเมามัน ไม่กลัวปืนนับสิบกระบอกที่สาดกระสุนมาปังๆ

ooooooo

ดึกคืนนั้น ตะวันฝันร้ายเห็นเสือร้ายป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านเสี่ยสวัสดิ์ ท่าทางเหมือนมันจะทำร้ายพิมพ์สาย...ตะวันสะดุ้งตื่นจากความฝัน เป็นห่วงพิมพ์สายมาก เขาผลุนผลันออกจากบ้านไปทั้งที่ยังไม่สว่าง

เช้ามืดที่ลานหมู่บ้านห้วยมาลัยมีศพนอนเรียงรายมากกว่าสิบคน ญาติๆต่างกอดศพร่ำไห้ปานจะขาดใจ บ้านบางหลังโดนเผาวอดวายเหลือแต่กลุ่มควันที่ยังคุกรุ่น

ปลัดอรรถทราบข่าวสยดสยองนี้ก็รีบบึ่งรถไปบ้านเสี่ยสวัสดิ์ ใจกับเจนจิตเห็นท่าทางร้อนรนของปลัดหนุ่มก็ตรงดิ่งมาหา

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณปลัด”

“น้าใจ...คุณอาอยู่ไหมครับ”


“ออกไปข้างนอกแต่เช้า มีอะไรเหรอคะ”

“เรื่องใหญ่ครับ มีเสือไล่กัดคนตายที่บ้านห้วยมาลัย”

พิมพ์สายเดินออกมาได้ยินพอดี ยืนตะลึงครู่หนึ่งด้วยความตกใจ ก่อนจะบอกอรรถว่าที่หมู่บ้านนั่นส่วนใหญ่เป็นคนงานปางไม้ของพ่อเธอ

“ผมถึงรีบมาบอกคุณอานี่ไงครับ”

“คุณพ่อไม่อยู่ด้วยสิ พิมพ์ว่าเราไปดูก่อนดีไหม เผื่อช่วยได้”

“ดีครับ ผมแจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เดี๋ยวไปสมทบกัน”

“งั้นไปเลยดีกว่า พิมพ์จะได้แวะให้คนงานตามไปด้วย”

“ครับ” อรรถเดินตามพิมพ์สายไปขึ้นรถ เจนจิตมองตามสายตาขุ่นขวางไม่พอใจ เค้นเสียงสบถอย่างหมั่นไส้

“เชอะ! ทำตัวเป็นนางเอกแม่พระ กลัวคะแนนตกน่ะสิ”

“แล้วแกล่ะ จะทำตัวเป็นนางร้ายตลอดรึไง”

โดนใจสวนทันควันเข้าแบบนี้เจนจิตถึงกับหน้างอเดินหนีไปอย่างไม่สบอารมณ์...

หลังจากพิมพ์สายออกไปกับอรรถได้สักครู่ ตะวันก็มาปรากฏตัวตรงหน้าบ้านเห็นใจยืนอยู่ ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับน้าใจ”

“จ้ะ...พ่อสมิง เอ๊ะ หรือจะให้น้าเรียกว่าตะวันดี”

ตะวันชะงักหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย “น้าใจจำผมได้แล้วเหรอ”

“เปล่าหรอก พอดีน้าเจอแม่ถวิลของเธอ เขาบอก น้าเลยเดาว่าเป็นเธอ”

“แล้วคุณหนูรู้หรือเปล่าครับ”

“ยังไม่รู้ แม่ของเธอห้ามไม่ให้บอกหนูพิมพ์”

“ดีแล้วครับ อย่าให้คุณหนูรู้เลย ผมต้องขอโทษน้าด้วยนะครับที่ไม่บอกตั้งแต่แรก”

“ไม่เป็นไรหรอก น้าเข้าใจ”

ตะวันชะเง้อเข้าไปในบ้านไม่เห็นคนที่อยากเจอ “คุณหนูไม่อยู่เหรอครับ”

“คุณหนูออกไปห้วยมาลัยกับคุณอรรถเมื่อครู่นี้เอง”

“ไปห้วยมาลัย คุณหนูไปทำอะไรที่นั่นครับ”

“มีเสือกัดคนตายเมื่อคืน”

“เสือ!!!” ตะวันอุทานสีหน้าตกใจ ก็พอดีรถยนต์ของสวัสดิ์แล่นมาจอดหน้าบ้าน ใจขยับไปบอกข่าวร้ายที่หมู่บ้านห้วยมาลัย สวัสดิ์พูดสวนอย่างร้อนรนว่า

“ผมรู้แล้ว...มีคนบอกระหว่างทาง สอน ศักดิ์ เข้าไปเอาอาวุธด่วนเลย เราต้องรีบไป”

ลูกน้องสองคนของเสี่ยสวัสดิ์รับคำแล้วปฏิบัติตามทันที ตะวันได้ยินเรื่องเสือกัดคนก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ รวบรวมความกล้าเข้ามาขอติดรถเสี่ยสวัสดิ์ไปด้วยคน

ooooooo

ผู้กองกำพลนำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งมาที่ หมู่บ้านห้วยมาลัยพบศพมากกว่าสิบนอนเรียงรายคลุมผ้าโดยมีกลุ่มชาวบ้านที่เป็นญาตินั่งเศร้า หลายคนร้องไห้น้ำตานองหน้า บรรยากาศชวนให้สลดหดหู่ใจเป็นที่สุด

“แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้วจ่า มันแย่กว่าที่คิดซะอีก”

“นั่นสิครับผู้กอง ดูคร่าวๆเกือบยี่สิบศพเลยนะครับ”

อรรถกับพิมพ์สายเพิ่งมาถึง แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะมีคนตายมากขนาดนี้ เมื่อทั้งหมดเข้าไปในหมู่บ้านเห็นรอยเลือดและรอยเท้าเสือต่างเชื่อว่าต้องเป็นเสือตัวใหญ่มาก จ่าชัยถามผู้กองว่าศพชาวบ้านจะทำยังไงดี

“ให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรก่อน แล้วค่อยปรึกษาชาวบ้าน” ตอบแล้วกำพลเดินไปถามชาวบ้านว่าใครเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เขาอยู่ไหม?

เส่งเดินเข้ามาในสภาพเหนื่อยอ่อนอิดโรย แนะนำตัวว่าเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน กำพลแสดงความเสียใจและบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของเสือตัวเดียว จ่าชัยก็คิดเช่นนั้น เสริมว่าเหมือนมันมากันเป็นฝูง

“ปกติเสือมันจะล่าแค่เหยื่อเวลาหิวเท่านั้นไม่ใช่เหรอครับ แต่นี่มันผิดวิสัยธรรมชาติของมันนะครับ”

“ใช่ครับ มันไม่ล่าเพราะหิว แต่มันฆ่าเพื่อทำลาย ผมว่ามันไม่ใช่เสือปกติธรรมดาครับ”

“ยังไงครับ”

“ผมไม่กล้าคิดเลยครับ เรื่องแบบนี้มันหายไปเป็นร้อยๆปีจนเหลือแค่ตำนาน ผมก็ไม่อยากเชื่อถ้ามันจะเป็นจริง”

“เรื่องอะไรครับ”

“เสือสมิง!” เส่งโพล่งออกมา กำพลทวนคำว่าเสือสมิงแล้วก็นิ่งอึ้งไป จ่าชัยบอกว่าเรื่องแบบนี้ตนเห็นแต่ในนิยายหรือแค่เรื่องเล่าของคนแก่เท่านั้น แต่เส่งหวาดหวั่นกลัวว่าจะเป็นเรื่องจริงและกำลังเกิดขึ้นที่นี่ ส่วนอรรถนั้นไม่เชื่อเด็ดขาด บอกว่าเสือสมิงไม่มีจริง เสือตัวที่กัดคนคงคลั่งถึงได้ไล่กัดดะแบบนี้

จังหวะนี้ลูกบ้านคนหนึ่งเข้ามาถามเส่งว่า “ไอ้บ้านั่น เอาไงดีครับ”

จ่าชัยสงสัยว่าใครบ้า เส่งอธิบายว่าเมื่อวานมีคนต่างถิ่นท่าทางไม่ปกติมาทำร้ายคนในหมู่บ้าน ตนเลยให้มัดไว้ กลัวไปทำร้ายใครอีก แต่ไม่แน่ใจว่าบ้าหรือเปล่า

“คนบ้านั่นแหละครับ แต่มันโคตรดวงดี ถูกล่ามติดใกล้ที่เสือกัดชาวบ้านตายเป็นสิบ แต่มันรอด”

“นี่พวกคุณล่ามคนไว้ด้วยเหรอ แบบนี้มันผิดกฎหมายนะครับ”

“ผมกลัวเขาไปทำร้ายใครเข้า เลยจำเป็นต้องจับไว้ก่อนครับ”

“งั้นไปดูดีกว่า...ไปจ่า” กำพลก้าวตามพวกเส่งไปยังจุดที่ล่ามอูซานไว้ โดยที่อรรถกับพิมพ์สายเดินตามมาห่างๆ

กำพลเห็นคนโดนล่ามก็พูดในฐานะตำรวจว่า “เขาจะบ้าหรือไม่ก็ล่ามเขาแบบนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวคงมี เจ้าหน้าที่มาเพิ่ม ผมจะให้เจ้าหน้าที่สอบถามแล้วอาจจะปล่อยตัวไป”

“ครับๆ” เส่งรับคำอย่างเกรงๆ

อรรถเข้ามาถามหาคนบ้า อูซานได้ยินเสียงนั้นรู้สึกคุ้นมาก เงยหน้าขึ้นมองแล้วตะลึงอย่างคาดไม่ถึง อุทานว่า “มึง!!” พร้อมกับลุกพรวดยืนจังก้าจ้องหน้าอรรถเพียงคนเดียว เรียกชื่อเขาว่า “ไอ้ตะละเกล็บ”

“อ้าวปลัด...ชื่อตะละเกล็บเหรอครับ” จ่าชัยหลุดปาก อรรถหันมองไม่พอใจก่อนจะหันกลับไปที่อูซาน

“มึงตายไปแล้ว...แต่...อ๋อ...มึงคงมาเกิดใหม่ ดี วันนี้กูจะฆ่ามึงอีกรอบ”

อรรถงุนงง ทุกคนแปลกใจ จ่าชัยพูดกับผู้กองว่าสงสัยบ้าจริง

อูซานสีหน้าท่าทางโกรธมากกระโจนเข้าบีบคออรรถที่ไม่ทันตั้งตัว ดอนโผเข้าไปช่วยนายของตน กำพลและจ่าชัยช่วยอีกสองแรงอรรถถึงหลุดจากมืออูซานแล้วโดนดอนต่อยเปรี้ยงเดียวหงายหลังล้มไป

อรรถหน้าตาเหมือนตะละเกล็บราวคนเดียวกัน อูซานแค้นฝังใจโวยวายจะฆ่ามันให้ได้ ใครหน้าไหนห้ามก็โดนตวาดว่าคนอื่นไม่เกี่ยว อย่ายุ่ง

พิมพ์สายเห็นอรรถโดนทำร้ายก็ผลุนผลันเข้ามาด้วยความเป็นห่วง อูซานเห็นเธอเต็มตา อุทานชื่อเม้ยเจิงออกมา เล่นเอาทุกคนที่รู้จักพิมพ์สายงุนงงไปกันหมด จ่าชัยเชื่อสนิทว่าหมอนี่บ้าแน่ อาการหนักด้วย คงไม่ต้องสอบสวนแล้ว

“แม่เม้ย...เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเจ้ามาอยู่กับไอ้ตะละเกล็บ ไอ้เลวนี่ด้วยรึ”

ดอนโกรธแทนนายจนทนไม่ไหวพุ่งเข้าชกอูซานปากแตก พิมพ์สายตกใจร้องห้ามไม่ให้ทำร้ายคนไม่ปกติ ขณะที่อรรถก็ห้ามลูกน้องของตนเพราะเชื่อว่าหมอนี่บ้าแน่

ooooooo

สวัสดิ์กับลูกน้องและตะวันเพิ่งมาถึง เมื่ออูซานเห็นตะวันก็เรียกอองที จ่าชัยได้แต่คิดว่าหมอนี่เป็นเอามาก เรียกคนโน้นคนนี้ผิดเพี้ยนไปหมด แถมแต่ละชื่อก็แปลกๆทั้งนั้น

“อองที ไอ้เพื่อนทรยศ” อูซานทำท่าจะทำร้ายตะวัน แต่สะดุดล้มเพราะขาโดนล่ามไว้

ทันใดเสียงปืนดังสนั่นแถวป่าท้ายหมู่บ้าน เส่งคิดว่าลูกบ้านเจอเสือ สวัสดิ์รีบบอกให้ไปดู แต่ขอให้รวมตัวกันไว้ อย่าชะล่าใจเด็ดขาด

ทุกคนกรูไปกันหมดยกเว้นตะวันคนเดียวที่ยืนมองอูซานแล้วถามว่า “ทั้งหมดนี่ฝีมือแกใช่ไหม”

“ใช่...ข้าเอง แต่ไม่ใช่แค่นี้นะ ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมด รวมทั้งแกด้วย”

“แกอยากฆ่าข้าใช่ไหม แล้วไม่รู้หรือว่าข้าก็อยากฆ่าแกเหมือนกัน แกตาย ข้าจะได้เอาหัวใจมากินแก้ไขสิ่งชั่วที่แกเอามาใส่ในตัวข้า”

“อองที แกจะเอาอะไรมาฆ่าฉัน”

“ข้าไม่ใช่อองที เลิกบ้าได้แล้ว”

“ใช่หรือไม่ใช่แกก็ต้องตายด้วยมือข้าอยู่ดี”

“เอาสิ แต่ก่อนอื่นเอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”

ตะวันยิ้มเยาะก่อนเดินห่างออกมา เด็กชายคนหนึ่งตรงมากระซิบบอกบางอย่างกับเขาด้วยท่าทีหวาดกลัว ตะวันรับฟังพลางเหลียวไปมองอูซาน เชื่อในคำพูดของเด็กชายอย่างไม่มีข้อกังขา

หลังจากทุกคนออกไปหมดแล้ว อากาพะโยที่ติดตามลูกชายมาตลอดก็ปรากฏตัวในจังหวะที่อูซานคำรามอาฆาตแค้น

“นรกหรือสวรรค์ต้องแกล้งข้าแน่ๆ แต่ก็ดี ข้าจะได้ชำระทุกอย่างซะทีเดียว”

“อูซาน...ไปดีกว่าลูก อย่าเสี่ยงมากกว่านี้เลย ถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้าเป็นเสือสมิง มันจะยุ่งยากไปกว่านี้ แม้เจ้าจะยิงไม่เข้า ถ้าโดนทุบโดนเผาเจ้าก็ไม่รอดเหมือนกัน”

“ไม่! ข้าเจอพวกมันทุกคนแล้ว ข้าจะไม่ทิ้งโอกาสนี้ไปเด็ดขาด”

“แต่พ่อว่าตอนนี้ผู้คนเยอะเกินที่เจ้าจะรับไหว ยิ่งถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้าเป็นเสือสมิง รับรองเจ้าตายแน่ๆ”

“มันจะรู้ก็เพราะพ่อยังอยู่ตรงนี้นี่แหละ”

อากาพะโยนิ่งอึ้งเพราะจริงอย่างที่อูซานพูด

ooooooo

ตะวันตามกลุ่มของสวัสดิ์ไปท้ายหมู่บ้านแล้วหาจังหวะเข้ามาคุยกับพิมพ์สายเรื่องอูซานที่ใครๆคิดว่าบ้า แต่พอดีเห็นสายตาอรรถมองมาไม่พอใจ ตะวันเลยต้องถอยออกไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง

ที่ท้ายหมู่บ้านไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ทุกคนจึงย้อนกลับมาที่กลางลานกว้าง เส่งเริ่มทำพิธีตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาเพื่อไม่ให้ศพทั้งหมดตกเป็นทาสเสือสมิง 

พิมพ์สายจับตามองและถามสวัสดิ์ว่าเสือสมิงคืออะไร เพราะเธอได้ยินชาวบ้านพูดถึง

“เสือสมิงก็คือเสือที่ฆ่าคน กินคนมากๆ จนวิญญาณคนที่มันฆ่าเข้าสิงสามารถแปลงกายเป็นคนได้ อีกอย่างคือคนที่มีวิชาแต่ควบคุมอาคมตัวเองไม่ได้ก็เข้าตัวจนกลายเป็นเสือในบางโอกาส หรืออีกอย่างก็คนที่โดนเสือสมิงกัดแต่ไม่ตาย สุดท้ายก็จะกลายเป็นเสือสมิงได้เช่นกัน”

“เหรอคะ แล้วที่เขาทำอยู่คืออะไรคะ”

“ที่นายเส่งทำอยู่นั่นก็เพื่อป้องกันคนที่ตายจะกลายเป็นพวกเสือสมิง หากว่าเสือที่มากัดเป็นเสือสมิงจริงๆ อย่างที่ชาวบ้านเขาพูดกันนะ แต่ทั้งหมดมันก็คือตำนาน”

“พ่อเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงไหมคะ”

“ก็กึ่งๆนะ แต่ตอนที่ยองตะมุพ่อของตะวันอยู่กับพ่อ เขาเชื่อว่าเรื่องนี้มีจริง เสียดายเขาพาลูกเมียย้ายไปกะทันหัน สิบกว่าปีพ่อยังไม่เคยได้เจอพวกเขาอีกเลย”

“นั่นสิพ่อ ไม่รู้ตอนนี้ตะวันจะไปอยู่ไหน”

“คิดถึงเด็กตะวันนั่นเหรอ”

“ค่ะ พิมพ์คิดถึงตะวัน”

“พ่อก็คิดถึงพวกเขาเหมือนกันลูก อยากให้กลับมาทำงานที่ปางของเราอีก แต่ถ้าพวกเขาอยู่ เด็กตะวันนั่นคงโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว พ่อเชื่อว่าเขาก็คงไม่ลืมหนูเหมือนกัน แต่ถ้าตอนนี้เจอกันลูกก็จำเขาไม่ได้ เขาก็คงจำลูกไม่ได้อยู่ดี”

“พ่อคะ แม้เขาจะจำหนูไม่ได้ หนูก็อยากเจอเขา สักครั้งเดียวหนูก็พอใจแล้วค่ะ”

ตะวันแอบฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่ข้างหลัง ยิ้มดีใจที่คุณหนูพิมพ์ยังระลึกถึงและอยากเจอเขา

ooooooo

ทำพิธีเสร็จแล้วเส่งเข้ามาคุยกับพวกสวัสดิ์ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าศพทั้งหมดเป็นฝีมือของเสือสมิง อรรถไม่ปักใจ ถามว่ามีหลักฐานอะไรสนับสนุนเรื่องนี้ได้บ้าง

“ก็ทุกศพที่นอนอยู่ไงครับปลัด เสือตามธรรมชาติไม่ทำแบบนี้”

“มันต้องมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเห็นได้กับตาสิครับ”

“เมื่อคืนชาวบ้านยิงมันด้วยปืนไปหลายนัด แต่กระสุนไม่ระคายผิวมันเลยนะครับ”

อรรถรู้สึกขัดแย้งกับเส่ง เขาหันไปคว้าปืนที่อยู่ในมือลูกน้องเสี่ยสวัสดิ์มายิงต้นกล้วยเบื้องหน้าหักโค่นขาดกระจุย

“ลองเจอแบบนี้ไอ้เสือตัวไหนก็คงไม่ต่างจากต้นกล้วยนั่น เลิกเชื่อเรื่องงมงายแบบนี้เถอะครับ”

“แต่ผมเชื่อ” ตะวันโพล่งขึ้นพร้อมจูงมือเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาที่วงสนทนา

“นี่สมิง นายเชื่อว่าทั้งหมดนี่เป็นฝีมือเสือสมิงงั้นเหรอ”

“ใช่ครับปลัด มีใครคนหนึ่งกลายร่างเป็นเสือมาไล่ฆ่าชาวบ้านเมื่อคืน”

“อะไรนะ นายบอกว่ามีคนกลายร่างเป็นเสือได้?”

ตะวันยืนยันคำเดิม แต่อรรถไม่เชื่อ หัวเราะออกมาราวกับฟังเรื่องตลก

“ฮ่าๆๆ อะเมซิ่งมากนะถ้าเป็นแบบนี้ แต่ฉันว่านายกำลังทำให้ชาวบ้านสับสนและเข้าใจผิดๆมากกว่านะ”

“ผมพูดเรื่องจริง และไอ้คนที่มันเป็นเสือเมื่อคืนตอนนี้มันก็อยู่ที่นี่”


“เดี๋ยวๆ นายเอาเรื่องโกหกมาหลอกลวงชาวบ้านทำไม”

“ผมพูดเรื่องจริง”

“พี่คนนี้เขาพูดเรื่องจริงครับ เมื่อคืนผมก็เห็นจริงๆ”

เด็กชายยืนยันอีกเสียง คราวนี้ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮา เส่งถามเด็กอีกครั้งว่าเห็นจริงหรือ พอเด็กพยักหน้า ชาวบ้านก็ยิ่งเชื่อ แต่อรรถรีบแย้งว่า

“งั้นใครล่ะ คนไหนที่กลายร่างเป็นเสือได้ นายชี้ตัวมาเลย”

“ก็คนแปลกหน้าที่ทุกคนคิดว่าเขาเป็นบ้านั่นไงครับ มันคือเสือสมิง”

ชาวบ้านเชื่อแล้ว แต่อรรถยังคัดค้านและอยากให้มีการพิสูจน์ กำพลบอกว่าเรื่องนี้พิสูจน์กันยาก เรื่องความจริงกับเรื่องความเชื่อเราต้องแยกส่วนกัน

“ผู้กอง แต่มีใครบางคนปรักปรำคนอื่นว่าเป็นโน่นนี่ แถมจะเป็นการหลอกลวงโกหกชาวบ้านด้วย”

“เดี๋ยวครับ ส่วนตัวผม ผมว่าไอ้หมอนั่นมันก็แปลกๆยังไงไม่รู้...ไอ้แดง เอ็งว่าเมื่อคืนเอ็งเห็นอะไร”

เด็กชายแดงเล่าความจริงที่เห็นกับตาว่าชายที่โดนล่ามกลายร่างเป็นเสือ ซึ่งตะวันรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเรื่องจริงจึงยืนยันหนักแน่นว่าเด็กพูดจริงแน่นอน

“พิสูจน์สิ ถ้านายแน่ใจก็พิสูจน์ให้เห็นว่าคนคนนี้เป็นเสือสมิง นายทำได้ไหมล่ะ หรือทำได้แค่เตี๊ยมกับเด็กปั้นน้ำเป็นตัว”

ตะวันอึ้งไป ขณะที่ชาวบ้านพูดกันอื้ออึงอยากให้พิสูจน์ โดยเฉพาะอรรถที่เร่งรัดกดดันตะวัน

“ว่าไง นายต้องพิสูจน์ให้ได้กับสิ่งที่นายบอกกับชาวบ้าน ไม่งั้นนายก็ไม่ต่างไปจากคนขี้โกหก”

“ปลัดจะมองผมยังไงก็ได้ แต่ผมอยากบอกแค่ว่าถ้าไม่อยากให้มีคนตายเพิ่ม ปลัดต้องย้ายชาวบ้านออกจากหมู่บ้านนี้ให้หมด หรือไม่ก็มัดหรือขังไอ้คนนี้ให้มันแข็งแรงกว่านี้ ถ้าไม่เช่นนั้นทุกคนจะเสียใจ”

ตะวันพูดจบก็หันหลังเดินออกไป อรรถไม่ชอบใจตะโกนเรียกไว้

“เดี๋ยว จะไปดื้อๆเลยเหรอ นายพูดฟังดูดี แต่ฉันว่านายกำลังพูดกลบเกลื่อนและหลีกเลี่ยงไม่รับผิดชอบกับคำพูดตัวเอง พอจับได้ไล่ทัน พิสูจน์ความจริงไม่ได้ก็หนีหน้าดื้อๆแบบนี้เหรอ นายเป็นลูกผู้ชายอยู่รึเปล่า”

“ได้...ผมจะทำให้ดู”

ooooooo

ตะวันใช้ปืนลูกซองของจ่าชัยยิงแขนอูซานเลือดสาดท่ามกลางความตกใจของทุกคน กำพลชักปืนออกมาเล็งใส่ตะวันสั่งให้วางปืนลงเดี๋ยวนี้

ตะวันยังเฉย สวัสดิ์สั่งซ้ำให้เขาวางปืน ตะวันจึงยกมือยอมให้เข้ามายึดปืนคืนแต่โดยดี พร้อมส่งเสียงยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่า

“ทุกคนฟังผม มันเป็นเสือสมิง สักครู่แผลมันจะหายเอง นี่คือข้อพิสูจน์”

“พิสูจน์โหดไปไหมเนี่ย” จ่าชัยท้วง

“จ่า...ไปยึดปืนแล้วล็อกตัวไว้”

จ่าชัยทำตามที่กำพลสั่ง โดยตำรวจอีกสองคนจับตะวันล็อกแขนไว้ กำพลเตือนว่ายิงคนแบบนี้ผิดกฎหมาย เข้าข่ายพยายามฆ่า

“แล้วทุกคนจะเห็นเองครับผู้กอง”

“แต่ผมต้องทำตามหน้าที่ จ่าคุมตัวเขาไว้ก่อน”

จ่าชัยให้สัญญาณตำรวจสองคนพาตัวตะวันเดินออกไป ผ่านพิมพ์สายที่มองตะวันอย่างไม่เข้าใจ จากนั้นเธอเดินเข้ามาใกล้อูซานที่นั่งพิงเสาสีหน้าบิดเบี้ยวเจ็บปวด มือที่กุมแผลเต็มไปด้วยเลือด

“นี่คุณ ขอดูแผลหน่อยสิ”

อูซานปล่อยมือจากแผล พิมพ์สายเห็นรอยกระสุนแล้วหันมาถามสวัสดิ์ว่ากล่องยากับเครื่องมือทำแผลยังอยู่ในรถหรือเปล่า

“อยู่ๆ”

“ขอหนูหน่อยค่ะ”

“ศักดิ์...ไปเอามาให้พิมพ์เร็วเข้า”

ศักดิ์รีบออกไป อูซานมองหญิงสาวตรงหน้าที่จับต้องแผลของเขาอย่างไม่รังเกียจ

“กระสุนไม่ได้ฝังใน แค่เฉี่ยวเท่านั้น แต่แผลก็สาหัสอยู่นะ เดี๋ยวฉันใส่ยาแล้วพันผ้าห้ามเลือดไว้ให้นะ”

อูซานมองเธอด้วยความรัก ย้อนคิดไปถึงอดีตที่เคยเที่ยวงานวัดกับเม้ยเจิงอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับได้เห็นภาพบาดตาบาดใจว่าเม้ยเจิงกับอองทีแอบพลอดรักกัน

ความแค้นในวันนั้นฝังใจอูซานมาตลอด กระทั่งวันนี้ก็ยังไม่ลืมเลือน อูซานจ้องมองพิมพ์สายที่มีใบหน้าเหมือนเม้ยเจิงราวคนเดียวกันอย่างคับแค้น

พิมพ์สายไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่ทำแผลให้เขา ไม่ทันเสร็จดีอูซานก็ตะเบ็งเสียงใส่เธอ

“ออกไป...เม้ยเจิง”

จ่าชัยหันขวับมามอง พร้อมๆกับทุกคนที่มองมาเป็นตาเดียว

“เอ้า...ดีแป๊บเดียว กำเริบอีกแล้วไอ้นี่”

“ไม่ต้องมาแกล้งทำดีกับข้า ข้าไม่ต้องการออกไป”

อูซานตวาดและผลักเธอแทบล้มถ้าอรรถไม่รีบเข้ามาประคอง อูซานเจ็บปวดและคับแค้นแสนสาหัส ดึงผ้าพันแผลออกขว้างทิ้ง เผยให้เห็นแผลที่ยังไม่หาย

“ตะละเกล็บไปช่วยเม้ยเจิงแล้วเว้ย” จ่าชัยคะนองปาก ดอนอยู่ข้างๆได้ยินชัด หันมองจ่าชัยด้วยสายตาดุดัน ปรามเสียงเขียวว่า

“จ่า...ถ้าจ่าไม่เลิกเรียกคุณอรรถว่าตะละเกล็บ จ่าจะได้เย็บปากแน่”

จ่าชัยสะดุ้งเล็กน้อยที่โดนข่มขู่ซึ่งหน้า อรรถพาพิมพ์สายเดินห่างออกมาจากอูซาน

“เป็นอะไรไหมครับ”

“ไม่ค่ะ”

“มันน่านัก ทำคุณบูชาโทษจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์ไม่ถือหรอก ก็เขาไม่ปกตินี่คะ แล้วจะไม่ปล่อยเขาเหรอคะ”

“ยังปล่อยไม่ได้ครับ ตอนนี้วางใจอะไรไม่ได้เลย” เส่งตอบอย่างหนักใจ

อรรถไม่ไว้ใจเช่นกัน บอกเส่งว่า “เดี๋ยวผมจะคุมตัวเขาไปสอบต่อที่สังขละ ผมว่าเขาข้ามมาจากฝั่งโน้นมากกว่า”

“ครับ” เส่งรับคำ...ส่วนพิมพ์สายหันกลับไปดูอูซานด้วยความสงสารมากกว่าจะโกรธเคือง

ooooooo

ตะวันโดนล็อกกุญแจมือเกี่ยวไว้กับเหล็กข้างรถตำรวจ เด็กชายแดงบ่นด้วยความสงสารว่าทำไมคนดีไม่ได้ทำผิดถึงโดนจับแบบนี้ เป็นจังหวะที่สวัสดิ์ ลูกน้อง และพวกกำพลเดินเข้ามาได้ยินเต็มสองหู

“เอ็งแน่ใจรึไอ้หนูว่าสมิงเขาไม่ผิด” สวัสดิ์ถาม

แดงตอบชัดถ้อยชัดคำว่าแน่ใจ ตนเห็นกับตาว่าผู้ชายคนนั้นกลายเป็นเสือไล่กัดทุกคน สวัสดิ์และทุกคนรับฟังแต่ยังไม่ปักใจ

“นายก็ใจร้อนไปนิดนะ มีอีกหลายวิธีที่จะพิสูจน์ ไม่น่าใช้วิธีรุนแรงแบบนี้”

“สำหรับคนที่เป็นเสือสมิง แค่นี้มันธรรมดาครับ มันเป็นสมิงที่มีวิชา สักครู่แผลก็จะหายเองครับ”

ตะวันยืนยันคำเดิมจนสวัสดิ์เริ่มคล้อยตาม แต่อรรถเข้ามาป่วนอีกว่า

“เสียใจด้วยนะ ป่านนี้แผลนายนั่นยังไม่หาย สงสัยนายต้องโดนคดีพยายามฆ่าแล้วมั้ง”

ตะวันหันไปจ้องอรรถตาขุ่นและเห็นพิมพ์สายเดินถือกล่องอุปกรณ์ทำแผลตามหลังมา เธอมองมาที่เขา

สีหน้าเรียบนิ่งแต่สายตามีแววตำหนิแล้วเดินเลยไป

ตะวันรู้ว่าเธอไม่พอใจอยากตามไปอธิบายแต่ไม่กล้าเพราะอยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก

เวลาเดียวกันนั้นที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง ซาเงกำลังซักถามถวิลว่าตะวันไปไหน ถวิลบอกไม่เห็นตั้งแต่เช้าสงสัยจะเข้าไปในเมือง ซาเงหน้าตูมบ่นเซ็งๆว่า

“อยากรู้นักในเมืองมีอะไรดี หมู่นี้ตะวันขยันเข้าเมืองจัง ไม่เหนื่อยบ้างรึไง”

“จริงๆตะวันมันไม่ค่อยทิ้งบ้านไปไหนหรอกแต่วันนี้แปลก ตื่นมายังไม่เห็นมันเลย แล้วเอ็งมีอะไรจะบอกตะวันรึเปล่าล่ะ”

“ก็ไม่มีอะไรหรอก จะมาบอกว่าจะเข้าไปทำงานในเมืองแล้ว”

“อ๋อ งานผู้จัดการน่ะเหรอ”

ซาเงรับคำและบอกลาถวิลเพราะกลัวพ่อจะรอนานเดี๋ยวโดนบ่น ถวิลแทบไม่เชื่อหูเพราะทุกทีซาเงไม่เคยกลัวพ่อ มีแต่พ่อที่กลัวลูกบังเกิดเกล้าคนนี้...

ส่วนพวกสวัสดิ์ยังอยู่ที่หมู่บ้านห้วยมาลัย สวัสดิ์ขอให้ผู้กองกำพลปลดกุญแจมือตะวันที่เข้าใจว่าชื่อสมิง แต่อรรถไม่เห็นด้วย ท้วงว่านายคนนี้เพิ่งยิงคนมาหยกๆ ต้องจับเข้าคุกข้อหาพยายามฆ่าถึงจะถูก

“อรรถ ทำไมเราไม่มองเจตนาเป็นหลัก...ผมมองออก ผู้กองก็มองออก สมิงไม่มีเจตนาถึงขั้นพยายามฆ่า การยิงระยะประชิดถ้าจะยิงให้ตายไอ้แดงนี่ก็คงยิงไม่พลาดนะผู้กอง ผมว่าพวกเราอย่าขัดแย้งกันเองเลยดีกว่า ผมพาสมิงมาก็เหมือนเป็นคนของผม ปล่อยเขาก่อนเถอะ ถ้ามีอะไรผมรับผิดชอบเอง”

“ปกติจะเจตนาหรือไม่มันมีความผิดอยู่แล้ว แค่เรื่องชิงปืนเจ้าหน้าที่ก็เอาผิดได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเสี่ยรับรองให้ ผมก็พออนุโลมได้”

ในที่สุดผู้กองกำพลก็ให้จ่าชัยปลดกุญแจมือ ตะวันจึงเป็นอิสระ อรรถไม่พอใจแต่ไม่กล้าคัดค้านอีกเพราะจะกลายเป็นงัดข้อกับสวัสดิ์บิดาของผู้หญิงที่เขาหมายปอง

ooooooo

เสือคล้อยกับไอ้โชนลูกน้องยังคงตามล่าเสือสมิงไม่หยุดหย่อน ฝ่ายยองตะมุที่คลาดกับจอปาอย่างน่าเสียดาย เดินมาเจอสองคนนี้และอาจมีปัญหากันแน่ถ้ายองตะมุไม่ใช้คาถากำบังกายจนรอดพ้นสายตาเสือคล้อยได้

ทางด้านตะวันที่อยากอธิบายกับพิมพ์สายเรื่องที่เขาจำเป็นต้องยิงอูซาน ที่สุดเขาก็สบโอกาสเหมาะ แต่กลายเป็นโดนเธอตำหนิเข้าให้หลายคำแล้วเดินหนีทิ้งให้ตะวันยืนหน้าจ๋อยจนโดนเจ้าแดงแซวว่าอกหักเพราะชอบพี่สาวคนสวย

อรรถกับดอนมองมาจากมุมหนึ่ง ไม่พอใจที่สมิงหรือตะวันพูดคุยกับพิมพ์สาย ดอนอาสาจะจัดการให้แต่อรรถบอกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ ถ้ามันรุ่มร่ามกับพิมพ์สายเมื่อไหร่ค่อยสั่งสอนให้มันสำนึก

ค่ำคืนนั้นทุกคนออกจากหมู่บ้านห้วยมาลัยไม่ได้เพราะชาวบ้านแจ้งว่ามีภูเขาสไลด์ก้อนหินหล่นทับขวางถนน กว่าจะเคลียร์ได้หมดต้องพรุ่งนี้

ผู้กองกำพลแก้ปัญหาด้วยการใช้วิทยุสื่อสารบอกเจ้าหน้าที่ให้เอาเต็นท์มาส่งตรงถนนที่หินขวางแล้วพวกเราเอารถไปขนถ่ายมาในหมู่บ้าน ระหว่างนี้ตะวันฉวยโอกาสไปหาอูซานที่โดนล่ามอยู่ใต้ถุนบ้าน

“ทำไมแกไม่หนีไปซะ โซ่แค่นี้เอาแกไม่อยู่หรอก”

“รู้ด้วยเหรอ”

“แกจงใจ ดูแค่นี้ฉันก็รู้แล้ว รวมทั้งเรื่องแผลนี่ด้วย แกจงใจไม่รักษา”

“แกรู้ใจข้า ก็เหมือนที่ข้ารู้ใจแกนั่นแหละ เขาเรียกเป็นผีก็จะมองเห็นผีไงล่ะ”

“แกเห็นผีในใจคนอื่น แต่ผีในใจตัวเองกลับมองไม่เห็น”

“หมายความว่าไงวะ”

“ที่แกฆ่าชาวบ้านไปมากมายนี่ไง แกทำทำไม มันได้อะไร”

“แกก็รู้นี่ เสือสมิงยิ่งฆ่ามากเท่าไหร่ ก็จะเพิ่มพลังได้มากขึ้นเท่านั้น”

“พลังความชั่วร้ายน่ะสิ ทำไมจะไม่รู้ ฉันเป็นสมิงแต่ไม่เคยฆ่าคน แต่มีอยู่คนเดียวที่จะฆ่า...ก็คือแกนี่แหละ”

“เพราะเป็นหนทางเดียวที่แกจะกลับมาเป็นคนได้อีกครั้งน่ะหรือ แกยังหวังจะได้หัวใจข้าอยู่อีกเหรอวะ คิดเหรอว่าจะฆ่าข้าได้ ฟังไว้นะ แม้ข้าตายแกก็จะไม่มีวันได้หัวใจของข้าเด็ดขาด”

“ก็คอยดูแล้วกัน”

“ตัวแกนั่นล่ะอองที ระวังหัวใจตัวเองไว้ให้ดี มันอาจจะถูกข้าควักมากินเข้าสักวัน”

ตะวันไม่ชอบใจที่อูซานเรียกเขาว่าอองทีอีกแล้ว แต่จำต้องรีบผละไปก่อนที่จะมีใครสงสัย

กลางดึกพิมพ์สายฝันร้ายว่าเสือตัวใหญ่จะทำร้ายเธอ เธอตกใจกรีดร้องแล้วผวาไปกอดตะวันที่วิ่งเข้ามาก่อนใคร อรรถกับดอนมาทีหลังเห็นอย่างนั้นก็จะเล่นงานตะวันให้ได้ โชคดีที่สวัสดิ์ช่วยยืนยันว่าสมิงไม่ได้ล่วงเกินลูกสาวตน เขาแค่จะเข้ามาช่วยหลังจากได้ยินเสียงกรี๊ดของพิมพ์สายที่ฝันร้าย แต่กระนั้นอรรถก็ไม่พอใจสมิงอยู่ดี

หลังจากเหตุการณ์สงบลงคนอื่นๆแยกย้ายไปนอน สวัสดิ์นั่งคุยกับสมิงหรือตะวันแค่สองคน

“สมิง...มันแปลกนะ ฉันเพิ่งรู้จักนายไม่กี่ครั้ง แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนรู้จักนายมานานมาก ฉันไม่เข้าใจ ฉันรู้เพียงว่าฉันรู้สึกเชื่อใจและไว้ใจนายได้ ไม่รู้เพราะอะไร แต่ฉันสัมผัสได้ในความรู้สึก ไม่งั้นฉันก็คงไม่ยอมให้นายขึ้นรถมาที่นี่หรอก”

“ผมอยากตามเสี่ยมาครับ”

“ใช่สิ เพราะอะไรล่ะสมิง เหมือนนายห่วงใครสักคนที่นี่ ให้ฉันพูดความจริงไหม ฉันรู้สึกว่านายเป็นห่วงลูกสาวฉันเป็นพิเศษ”

“ผมก็ห่วงทุกคนครับ”

“ฉันดูออก ฉันดูแววตานายออกตั้งแต่วันนั้นที่ช่วยลูกสาวฉันแล้ว แววตานายไม่ได้แอบแฝงเจตนาไม่ดีเอาไว้เลย ฉันรับรู้ได้ ฉันดีใจนะที่มีคนห่วงใยลูกสาวฉันพอๆกับฉัน ฉันอุ่นใจที่มีนายอยู่ใกล้ๆ สมิง...นายเป็นคนมีฝีมือ ถ้าลูกสาวฉันจะมีคนคอยดูแลความปลอดภัยให้ คนนั้นต้องเป็นนาย”

ตะวันยิ้มดีใจ จังหวะนี้ลูกน้องผู้กองกำพลเข้ามาบอกสวัสดิ์ว่าคนที่ถูกล่ามไว้หายไปแล้ว ตะวันลุกพรวดบอกว่าแบบนี้ไม่ดีแล้ว

พลันได้ยินเสียงพิมพ์สายกรีดร้องอีกครั้ง เธออยู่กับอรรถกำลังเผชิญหน้ากับอูซานที่กลายร่างเป็นเสือ ทุกคนวิ่งกรูมาเห็นเต็มตาถึงกับตกตะลึงไปกันหมด

“นี่ไงสิ่งที่ผมบอก ไอ้นั่นมันคือเสือสมิง”

ขาดคำของตะวัน อรรถตะโกนลั่นว่ายิงมัน เสียงปืนดังสนั่นขึ้นในพริบตา แต่ทำอะไรเสือสมิงไม่ได้ มันพุ่งเข้าใส่อรรถกับพิมพ์สาย แต่ตะวันเข้าขวางและโดนมันตะครุบกลิ้งไปด้วยกันท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน

เสือสมิงอูซานยืนแยกเขี้ยวคร่อมร่างตะวัน...ตะวันพยายามหาทางรอดแต่ต้องไม่ใช่กลายร่างเป็นเสือต่อสู้เพราะต้องเก็บความลับของตัวเองไว้ แล้วสบโอกาส

เมื่อพวกผู้กองกำพลรุมยิงเสือ ตะวันกลิ้งหนีไปตามพื้นพลางตะโกนท้าทายมัน

“ถ้าแน่จริงก็ตามมาเลย” แล้วลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในป่า เสือร้ายกระโดดตามพร้อมคำรามดังก้องอย่างน่ากลัว

ooooooo


ละครจ้าวสมิง ตอนที่ 3 อ่านจ้าวสมิงติดตามละครจ้าวสมิง ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ 3 ธ.ค. 2561 07:10 2018-12-04T23:48:29+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ