ข่าว

วิดีโอ



จ้าวสมิง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอ็คชั่น-แฟนตาซี-ดราม่า-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อาร์ม อิสระ,ธนาวุฒิ ภูดอนกลอย,ทองก้อน ศรีทับทิม

กำกับการแสดงโดย: ทองก้อน ศรีทับทิม

ผลิตโดย: บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์

ในอดีต อูซานมีศัตรูคือตะละเกล็บซึ่งเป็นนักเลงประจำหมู่บ้าน ตอนนั้นอูซานยังเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาไม่มีพิษสงใดๆ จึงโดนตะละเกล็บกับสมุนกลั่นแกล้งและดูถูกอยู่เสมอ

ตะละเกล็บพึงพอใจเม้ยเจิงเช่นเดียวกับอูซาน โดยไม่รู้ว่าเม้ยเจิงนั้นมีใจให้อองทีเพียงคนเดียว กระทั่งวันหนึ่งในงานบุญ ตะละเกล็บเข้ามาหาเรื่องชกต่อย

อูซานอย่างไม่ปรานี อูซานทั้งโกรธและแค้นกลับไปเอาน้ำมันพรายเสือสมิงที่พ่อซ่อนไว้มาชุบร่างกาย ทำให้เขามีพละกำลังจนสามารถกลับมาเอาคืนพวกตะละเกล็บได้ พร้อมกันนั้นก็ยังไปทำร้ายอองทีหลังรู้ว่าเขากับเม้ยเจิงแอบคบกัน

คืนนี้ที่เจอตะวันแต่อูซานเข้าใจว่าเป็นอองที จึงกลายร่างเป็นเสือหมายฆ่าเขาแต่มาโดนยิงด้วยธนู

อาคมของจอปาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่อากาพะโยผู้เป็นพ่อตามมาช่วยทำแผลให้

อูซานสงสัยเรื่องบาดแผลที่ไม่หายเป็นปกติเหมือนทุกครั้ง กระทั่งพ่อบอกว่ามันคือลูกธนูอาคมเลยทำให้บาดแผลไม่สมาน อูซานแววตาลุกโชนสีหน้าเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที

“มันเป็นใคร ข้าจะฆ่ามัน”

“เอะอะก็จะฆ่าเขา คิดว่าเอ็งฆ่าคนอื่นได้เพียงคนเดียวหรือไง ข้าสอน ข้าเตือน ทำไมเอ็งไม่ฟัง ชีวิตเอ็งที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เพราะอะไร”

“พวกมันทรยศข้า”

“ทรยศแล้วไง จะจองเวรจองกรรมกันไปถึงไหน”

“ถ้าพ่อช่วยข้าตอนนั้น ข้าก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้”

“ข้าไม่มีวันช่วยเอ็งฆ่าคน หรือช่วยเอ็งทำผิดบาปหรอก”

“แล้วพ่อมาช่วยข้าทำไม”

“เพราะเอ็งเป็นลูกข้าไง ข้าถึงต้องช่วย”

“พ่อน่าจะปล่อยข้าไป พ่อจะตามข้าเข้าป่ามาลำบากทำไม”

“ข้าไม่อยากให้วิญญาณของแม่เอ็งบนสวรรค์ต้องทุกข์ทรมาน”

อูซานนิ่งไป แววตาปวดร้าวเสียใจอย่างที่สุด เขาแผดเสียงออกมาอย่างคับแค้น “สวรรค์...ทำไมถึงใจดำกับข้าถึงขนาดนี้ ทำไมถึงพรากทุกคนที่ข้ารักจากไป ทำไม?!!”

ฉับพลันสีหน้าและแววตาของอูซานเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดอาฆาตแค้นก่อนที่จะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นหน้าเสือสมิงที่กู่ร้องคำรามสนั่นป่า อากาพะโยนั่งยองๆอยู่ใกล้ๆตกใจผงะหงายหลังลงกับพื้น มองลูกชายที่กลายเป็นเสือ แยกเขี้ยวขู่คำรามแล้วกระโจนหายไปในความมืด คนเป็นพ่อตะโกนเรียกอย่างไรก็ไร้ผล

ดึกคืนนั้นตะวันเดินทางไปถึงถ้ำกลางป่าที่หลวงพ่อพำนัก แค่ตะวันปรากฏตัวตรงหน้าหลวงพ่อก็ล่วงรู้ว่าเขาเพิ่งเผชิญเหตุการณ์อะไรมา และรู้ด้วยว่าเขามีความในใจเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยพบกันมาก่อน ซึ่งท่านบอกว่า

“มันเป็นเวรเป็นกรรมของเอ็งตะวัน คนเราเคยทำกรรมใดไว้ เราไม่อาจจะหนีมันพ้น หลวงพ่อเองช่วยเอ็งได้ ก็แค่ประคับประคองไม่ให้มันหนักหนาไปกว่านี้เท่านั้น”

“วันนี้มีคนยิงธนูเฉี่ยวแขนผม เป็นแผล มีเลือดด้วย แต่แผลมันก็หายไป ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะครับหลวงพ่อ ปกติไม่มีอาวุธทำร้ายผมได้”

หลวงพ่อมองดูแผ่นยันต์ที่ท่านเคยสักเอาไว้บนหลังของตะวันแล้วถอนหายใจก่อนเอ่ยว่า “มันคงจะเป็นธนูอาคม มันถึงทำร้ายเอ็งได้ แต่ก็โชคดีที่แผลยังหาย ถ้าโชคร้ายไม่มีของดีคู่กาย เอ็งก็อาจจะแย่ได้”

“ผมรอดมาได้เพราะบุญบารมีของหลวงพ่อคุ้มครองแท้ๆ”

“ต่อไปก็ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ เจออะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง ในป่านี้คนดีมีฝีมือเยอะมาก อย่าประมาท”

“ผมจะทำอย่างไรดีครับหลวงพ่อ วันนี้ผมเจออะไรแปลกๆเยอะเหลือเกิน”

“ดวงชะตาของเอ็งมันถูกลิขิตเอาไว้แล้วตะวัน เราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แต่เราก็สามารถหลีกเลี่ยงบางอย่างได้ หลวงพ่อช่วยได้เท่านี้”

“วันนี้ผมเกือบถูกฆ่าตายแล้วครับหลวงพ่อ ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร พยายามที่จะปกป้องคนที่ผมรัก แต่ก็ทำไม่ได้ มันไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย”

“นั่นแหละกรรมของเอ็งล่ะตะวัน ผู้หญิงคนนั้นคือกรรมเก่าที่เอ็งกับเขาเคยร่วมสร้างกันมาแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้กงกรรมกงเกวียนมันเวียนมาบรรจบ ถ้าเอ็งกับเขาไม่กลับมาพบกัน ชะตากรรมที่ลิขิตไว้มันก็ไม่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เอ็งสองคนเจอกันแล้ว มันหลีกเลี่ยงไม่พ้น”

“แต่ผมกับคุณหนู...”

“เอ็งกับเขาเคยเป็นคู่สร้างกันมาแต่ชาติปางก่อน จำคาถาปราบมารที่หลวงพ่อสอนเอ็งไว้ให้ดี มีอะไรคับขัน ท่องคาถานั่น จะช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้”

“ครับหลวงพ่อ” ตะวันรับคำพลางก้มลงกราบแทบเท้าหลวงพ่อก่อนที่จะลุกเดินออกไป

ooooooo

เช้าวันใหม่ ซาเงนำของป่าใส่ตะกร้าไปวางขายที่ตลาดแล้วเจอผู้กองกำพลกับจ่าชัยโดยบังเอิญ สองฝ่ายต่างจำกันได้ แต่ซาเงไม่อยากเจอผู้กองเลยสักนิด เพราะวันก่อนที่เจอกันก็มีเรื่องให้เข้าใจผิดจนเธอเกือบจะโดนจับ

มาวันนี้ผู้กองกำพลก็ยังหลุดปากว่าการขายน้ำผึ้งป่าผิดกฎหมาย ซาเงไม่พอใจตะโกนปาวๆว่าตำรวจ รังแกประชาชนจนชาวบ้านร้านตลาดหันมองมาเป็นตาเดียว ตะวันนำของป่ามาขายเหมือนกันได้ยินเสียงซาเงจึงรุดมาดู

“เกิดอะไรขึ้นซาเง”

“ก็ตำรวจคนนี้น่ะสิจะมาจับข้า”

“เรื่องอะไร”


“หาว่าขายน้ำผึ้งป่าน่ะสิ” พูดจบซาเงก็แอบไปยืนหลบอยู่หลังตะวัน แล้วดันตะวันให้ออกหน้าแทน

“ขายน้ำผึ้งผิดกฎหมายด้วยหรือคุณตำรวจ”

จ่าชัยขยับเข้ามาอธิบาย “ผิดกฎหมายครับ ใครจะจับผึ้งป่าจะต้องขออนุญาตก่อน”

“คุณตำรวจเอาอะไรมาบอกว่านี่เป็นผึ้งป่า รังผึ้งพวกนี้ที่บ้านฉันเลี้ยงมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ไม่ได้ไปตัดมาจากป่า แบบนี้ผิดตรงไหน ใช่ไหมทุกคน” ซาเงหันไปหาแนวร่วม ชาวบ้านตะโกนเออออเป็นเสียงเดียวกัน

พิมพ์สายกับใจใส่บาตรพระอยู่อีกทางได้ยินเสียงเอะอะก็เพ่งมองไป ใจจำตะวันได้สะกิดบอกคุณหนู

ของตนว่า

“นั่นพ่อหนุ่มคนนั้นนี่ ไม่รู้มีเรื่องอะไรกับผู้กองกำพล”

 “เราอย่าไปยุ่งเรื่องของเขาดีกว่าน้า ปล่อยเขาเถอะ”

 “ไปดูสักหน่อยเถอะค่ะ เผื่อมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกัน เราอาจช่วยเขาได้ อย่างน้อยเขาก็เคยช่วยเราเอาไว้นะคะคุณหนู”

เวลานั้นซาเงลอยหน้าลอยตาฉอดๆใส่กำพลอย่างไม่ลดละ “เลี้ยงผึ้งไม่ให้ขายน้ำผึ้งแล้วจะให้ไปขายน้ำค้างหรือไงคะคุณตำรวจ ให้มีหลักฐานก่อนว่าเป็นน้ำผึ้งป่าค่อยมาแจ้งข้อหาประชาชน แบบนี้ผิดนะคะที่ใช้อำนาจรังแกประชาชน”

“มีอะไรหรือคะผู้กอง”

กำพลกับจ่าชัยหันมองพิมพ์สายกับใจที่เข้ามา ตะวันเห็นหญิงสาวก็อึ้งไปนิด แอบดีใจที่ได้เจอเธออีก

“ผมไม่ได้บอกเขาว่าจะจับเขาเลยครับ”

“ผิดแล้วก็ยอมรับผิดสิคะคุณตำรวจ”

“ใจเย็นๆก่อนก็ได้แม่หนู เรื่องอะไรเหรอสมิง”

ซาเงได้ยินใจเรียกตะวันอย่างนั้นก็ชะงัก ทำท่าจะถามแต่ตะวันถลึงตาห้ามไว้เสียก่อน แล้วตอบคำถามใจว่า

“พอดีตำรวจเขาจะจับพวกเราข้อหาขายน้ำผึ้งป่าครับ”

“แต่นี่ไม่ใช่ผึ้งป่าค่ะ เป็นผึ้งเลี้ยง” ซาเงยืนยัน ใจร้องอ๋อแล้วว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน จ่าชัยเออออไปด้วยเพื่อจะได้หมดเรื่องหมดราว ซึ่งกำพลก็บอกว่าตนไม่ได้บอกว่าจะจับสักหน่อย แค่บอกว่าขายน้ำผึ้งป่ามันผิดกฎหมาย

เป็นอันว่าเรื่องน้ำผึ้งจบลงด้วยดี สองฝ่ายแยกย้ายแต่ซาเงไม่วายแขวะผู้กองกำพลทิ้งท้ายว่าอย่าไปเผลอแจ้งข้อหาคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าอีก

อีกมุมที่เสี่ยสวัสดิ์กับลูกน้องสองคนจอดรถรอพิมพ์สายอยู่ ผู้กองกำพลกับจ่าชัยเดินมาเจอจึงแวะทักทาย แต่กลายเป็นโดนเสี่ยสวัสดิ์ทวงถามเร่งรัดเรื่องเสือคล้อยขึ้นมาอีก

“เรื่องนี้ผมติดตามอยู่ครับ พวกมันย้ายหนีไปไม่นาน ยังคงไม่ได้ปักหลักยึดที่ไหนเป็นที่ตั้งชุมโจร เลยยากที่จะระบุตำแหน่งที่แน่นอน แต่ผมวางสายสืบไว้ที่ชายแดนแล้วครับ เชื่อว่าเราต้องได้ตัวเร็วๆนี้”

“เร็วของผู้กองน่ะเมื่อไหร่”

“ผมกำหนดเวลาไม่ได้หรอกครับว่าเมื่อไหร่ แต่ขอเพียงรู้ที่ตั้งรังใหม่ของพวกมันเป็นที่แน่นอน ถึงตอนนั้น พวกมันไม่รอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้หรอกครับ”

“เอาเป็นว่าผมจะให้เวลาผู้กองได้แสดงฝีมือ แต่ถ้าไม่มีปัญญาจัดการ ปล่อยให้ผมก็ได้ ไอ้พวกนี้กฎหมายเอามันไม่อยู่ มันแรงมา เราต้องแรงไป ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถึงจะสยบพวกมันได้ เข้าใจนะผู้กอง”

ฝ่ายพิมพ์สายกับใจยังอยู่ตรงกลุ่มตะวัน ใจแอบสังเกตเห็นตะวันหรือสมิงแอบมองคุณหนูของตนบ่อยครั้งจึงกระซิบบอก ซึ่งพิมพ์สายเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน จึงหาโอกาสคุยกับเขาแค่สองคนเพราะเข้าใจว่าเขายังเคืองเรื่องวันก่อนที่เธอออกโรงปกป้องปลัดอรรถ

“วันนั้นฉันขอโทษเธอด้วยนะที่แสดงอาการแบบนั้นออกไป”

“ไม่เป็นไรครับ เป็นใครก็อาจจะคิดแบบนั้นได้ ผมเข้าใจ อีกอย่างคนบ้านป่าอย่างผมไม่มีสิทธิ์พูดอะไรได้มากนักหรอกครับ”

“เธอติดใจอยู่จริงๆด้วย ลืมมันได้ไหม ฉันเจอเรื่องร้ายๆติดๆกันมาเลยทำให้ระแวงมากไปหน่อย เลยนึกถึงความรู้สึกคนอื่นน้อยไปหน่อย อย่าโกรธฉันได้ไหม”

“ผมไม่เคยโกรธคุณหนู เอ่อ คุณพิมพ์เลยครับ”

น้ำเสียงของตะวันสะดุดหูพิมพ์สายจนทำให้เธอต้องเพ่งมองหน้าเขาตรงๆเต็มๆตา

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เราเคยเจอหน้ากันมาก่อนหรือเปล่าสมิง”

ตะวันชะงักแล้วรีบกลบเกลื่อนก่อนจะเดินจากไป “ไม่นี่ครับ ตลาดจะเลิกแล้ว ผมขอตัวไปเก็บของนะครับ”

พิมพ์สายรู้สึกได้ว่าเขามีพิรุธ แต่ไม่ได้ตามไปเซ้าซี้อะไรอีก


เมื่อโดนเสี่ยสวัสดิ์พูดกดดันเรื่องจับพวกเสือคล้อยมากๆเข้า ผู้กองกำพลไม่พอใจและอดเครียดไม่ได้ ขณะที่จ่าชัยก็หนักใจ ถามความเห็นจากผู้กองว่าเสี่ยสวัสดิ์จะทำอย่างที่พูดจริงหรือเปล่า

“เป็นไปได้ ลูกสาวคนเดียวของเขาโดนแบบนี้ เขาคงไม่ยอมง่ายๆ ถ้าเราจัดการพวกเสือคล้อยได้ล่าช้า เขาทำแน่”

“งั้นก็ปล่อยให้เขาจัดการไปเลยดีไหมครับ”

“แล้วจะมีตำรวจเอาไว้ทำไมล่ะจ่า มันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรักษากฎหมาย ไม่ใช่ให้จัดการกันเองเหมือนเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ถ้าบ้านเมืองไม่มีใครเคารพกฎหมาย มันก็มีแต่ความวุ่นวายไม่สิ้นสุด”

“ตั้งแต่ผมเป็นตำรวจมา บอกตามตรงเลยนะครับ นี่คือครั้งแรกที่ได้ยิน กินใจครับ”

“ผมแค่พูดตามหลักความเป็นจริง และมันเป็นหน้าที่ของตำรวจอย่างเราที่จะต้องทำเท่านั้นล่ะจ่า”

“นั่นสิครับ แต่ที่ผ่านๆมา ส่วนใหญ่ชอบตามน้ำครับ ผู้ใหญ่คนโตว่ายังไง ชอบว่าตามครับ”

“รวมถึงจ่าด้วยไหม”

“โธ่ผู้กอง ผมโดนย้ายมาหลายที่ อายุขนาดนี้ยังเป็นได้แค่จ่าเพราะอะไรล่ะครับ เพราะไม่ตามน้ำอย่างที่เขาอยากให้เป็นไงครับ”

“นี่ไง ผมถึงเลือกจ่ามาเป็นคนใกล้ชิดผม จ่าจำไว้นะ ถ้าเราไม่ได้เลื่อนขั้นเพียงเพราะเป็นตำรวจที่ดี ก็อย่าเสียใจ จงภูมิใจที่เรายังรักษาจิตวิญญาณการเป็นตำรวจที่ดีไว้ได้ มันมีศักดิ์ศรีกว่าเยอะนะจ่า”

“ครับผู้กอง...ซึ้งเลย กำลังใจมาเต็ม พร้อมลุยงานเต็มที่เลยครับ”

“งานแรกต้องรีบกวาดล้างพวกเสือคล้อยให้ได้”


“ครับผม” จ่าชัยรับคำแข็งขัน

เวลาเดียวกัน ปลัดอรรถในชุดข้าราชการเตรียมออกจากบ้านพักไปทำงานโดยมีดอนมาคอยขับรถให้ตามคำสั่งของเสี่ยสวัสดิ์ นอกจากนี้ดอนยังจะให้ดาว

น้องสาวของตนมาช่วยดูแลปลัดอีกคนเพราะไม่ไว้ใจคนอื่นที่นี่

“ก็ได้ แล้วแต่นาย แล้วเรื่องไอ้แคล้วลูกชายเสือคล้อยไปถึงไหนแล้ว”

“ผมกำลังหาโอกาสที่จะเข้าไปในชุมโจรของเสือคล้อยอยู่ครับ ถ้าคุยกับเสือคล้อยรู้เรื่อง เขาคงกำชับไอ้แคล้วได้บ้าง เราจะได้ไม่ต้องแตกหักกับกลุ่มนี้”

“แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ล่ะ” อรรถถามเชิงหยั่งใจเพราะดอนคือลูกน้องเก่าเสือคล้อย

“ก็กวาดให้หมดสิครับ”

“คนที่เป็นลูกน้องเก่าเสือคล้อยอย่างนาย ถ้าทำแบบนั้นจะไม่ขัดความรู้สึกหรอกเหรอ”

“งานกับความรู้สึกต้องแยกกันครับ คุณอรรถช่วยเหลือและดูแลผมกับน้องสาวไม่ให้ต้องไปอยู่ในคุก บุญคุณแค่นี้ก็ใช้ไม่หมดแล้วครับ”

“แล้วนายคิดยังไงกับคนพวกนี้ล่ะ”

“ผมคิดว่า...ถ้าเรารู้จักใช้คน คนพวกนี้ก็น่าจะพอเป็นประโยชน์ได้อยู่”

“ก็ดี ฉันเชื่อกึ๋นนาย เรื่องที่สำคัญที่สุด อย่าให้ไอ้แคล้วมายุ่งกับคุณพิมพ์อีก นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ”

“ครับ ผมจะจัดการให้”

ooooooo

ตะวันกับซาเงเก็บของที่ขายไม่หมดกลับบ้านพร้อมกัน ระหว่างทางซาเงอยากรู้ว่าทำไมพิมพ์สายถึงเรียกตะวันว่าสมิง แต่ตะวันไม่อยากตอบจึงเลี่ยงว่าเรื่องมันยาวเล่าถึงพรุ่งนี้ก็ไม่จบ ซาเงเลยหน้าง้ำเดินนำลิ่วไปอย่างงอนๆ

แต่แล้วสักครู่ซาเงร้องกรี๊ดขึ้นมาเพราะไปเจอพวกไอ้แคล้ว ตะวันเข้าช่วยจึงโดนพวกมันรุม ส่วนซาเงรีบวิ่งกลับบ้านไปขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ตะวัน แต่ยองตะมุพ่อของตะวันไม่อยู่ ถวิลผู้เป็นแม่ไม่อยากให้ซาเงรู้ความลับที่ตะวันเป็นเสือจึงให้เธอกลับบ้านตัวเองไปก่อนแล้วตนจะหาวิธีช่วยตะวันเอง

ตะวันโดนพวกแคล้วรุมซ้อมหนักเข้าก็ทนไม่ไหวเริ่มจะเปลี่ยนเป็นเสือ มีดวงตาสีเขียว แยกเขี้ยวคำรามดังลั่นเล่นงานพวกแคล้วสลบเหมือด เสือคล้อยกับสมุนอีกคนมาเห็นก็ตกใจและแปลกใจ ในขณะที่อูซานอยู่อีกด้านของป่าได้ยินเสียงคำรามก็ทำท่าจะพุ่งไปทั้งที่ตัวเองยังบาดเจ็บ อากาพะโยพยายามห้ามลูกชายแต่อูซานไม่ฟังเพราะเจอศัตรูที่ทำให้เขาต้องเป็นอย่างนี้แล้ว

“เชื่อพ่อ ปล่อยวางบ้างเถอะลูก ใจลูกจะได้พบความสงบและจะรู้สึกเป็นสุขขึ้น”

“เป็นสุขเหรอ พบความสงบเหรอ ข้าต้องติดอยู่ในร่างเสือ ต้องร่อนเร่อยู่ในป่ามาเป็นสิบๆปี แล้วพ่อจะให้ข้ามีความสุขอย่างนั้นเหรอ”

“กลับบ้านเรา ไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด พ่อแก่แล้วอูซาน ไม่รู้ว่าวันไหนจะต้องตาย พ่ออยากกลับไปนอนตายเคียงข้างแม่แกที่เมืองเย ไม่ใช่ฝังร่างอยู่ในป่านี้ แล้วปล่อยให้แม่แกรออยู่ที่บ้านอย่างเดียวดาย”

อูซานฟังพ่อพูดแล้วน้ำตาคลอ สงสารพ่อก็สงสาร แต่ความแค้นความอาฆาตบังตา

“พ่อกลับไปรอข้าที่บ้าน ข้าสะสางปัญหาที่ค้างคาใจเสร็จแล้วจะกลับไปหาพ่อ ข้าสัญญา ข้าจะอยู่ดูแลพ่อตลอดไป ไม่หนีไปอีก”

“ถ้าเอ็งไม่กลับ พ่อก็ทิ้งเอ็งไม่ได้ ถึงจะต้องตายอยู่ในป่านี้ ก็คงต้องยอม”

อูซานทรุดตัวลงนั่งกู่ร้องคร่ำครวญโหยหวนน่าเวทนา...เหมือนเสียงเสือคำรามสนั่นไปทั้งป่า

ฝ่ายเสือคล้อยเห็นกับตาแล้วว่าตะวันคือเสือสมิง เขาให้โหงพรายจัดการแต่ไม่สำเร็จแถมมันยังบาดเจ็บหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะกลายร่างเป็นควันหายไป ส่วนเสือคล้อยใช้มีดหมอต่อสู้กับเสือสมิงที่ดุร้ายแต่สู้ไม่ได้และเกือบโดนขย้ำตายถ้าตะวันในร่างเสือสมิงไม่นึกถึงคำเตือนของพ่อที่ย้ำเสมอว่าเราสู้เพื่อปกป้องตัวเองให้อยู่รอด อย่าฆ่าโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด โดยเฉพาะศัตรูที่ไร้ทางต่อสู้

คล้อยแปลกใจที่เสือกระโจนหายไปโดยไม่ทำร้ายตน โชนรีบเข้ามาพยุงหัวหน้าลุกขึ้น ส่วนพวกแคล้วที่สลบไปก็เริ่มรู้สึกตัว คล้อยจึงสั่งทุกคนให้กลับบ้าน ยกเว้นโชนคนเดียวที่ต้องไปล่าเสือสมิงกับตน

ooooooo

ตะวันกลับถึงบ้านในสภาพเหนื่อยหอบ ถวิลรีบถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง อยากรู้ว่าพวกที่มาหาเรื่องเป็นใคร

“พวกที่ลอบทำร้ายคุณหนู ผมเจอพวกมันมาสองครั้งแล้วแม่ ตอนแรกนึกว่าจะมาทำร้ายซาเง แต่ดูแล้วน่าจะเป็นผมมากกว่าที่พวกมันตั้งใจมาเล่นงาน”

“แบบนี้ไม่ดีแล้วนะตะวัน ตอนซาเงมาบอกแม่นึกว่าเป็นพวกนักเลงมาหาเรื่องซาเงซะอีก แต่ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่ มีคนหนึ่งไม่ธรรมดา ถ้าผมไม่กลายร่างสู้กับมันคงไม่รอดกลับมาได้แน่”

“แล้วลูกไม่ได้ทำร้ายใครถึงตาย...”

“ไม่หรอกแม่ แต่ก็เกือบไปเหมือนกัน ดีที่ยั้งใจไว้ได้”

“ดีแล้วลูกที่ไม่เกิดเรื่องบานปลายร้ายแรง”

“ก็คำสอนของพ่อไง ทำให้ไอ้คนนั้นมันรอดตาย”

“ลูกต่างหากที่รอด รอดจากการสูญเสียจิตวิญญาณแห่งความดีไง ถ้าลูกไปฆ่าใคร บาปกรรมจะทำให้โอกาสที่จะหายกลับมามันยากขึ้นไปอีก พ่อก็ต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม จำไว้ตะวัน อย่าทำให้ความตั้งใจของพ่อที่เหนื่อยกับการรอนแรมในป่าเพื่อช่วยตะวันนั้นสูญเปล่านะ”

“ครับ ผมจะอดทนให้ถึงที่สุด”

“แม่เชื่อว่าลูกควบคุมสิ่งที่เป็นอยู่นี้ได้ แต่แม่ขอนะ ไม่จำเป็นจริงๆอย่ากลายร่างให้ใครได้เห็นง่ายๆ ยิ่งคนรู้เรื่องนี้มากเท่าไหร่ อันตรายก็มากขึ้นเท่านั้น ไม่งั้นเราจะอยู่ที่นี่กันอีกไม่ได้”

“ครับแม่” ตะวันรับปากทั้งที่หนักใจ

บ่ายนั้นตะวันคิดถึงคุณหนูพิมพ์จึงแอบไปเมียงมองแถวรั้วบ้านเธอแล้วโดนเจนจิตเห็นเข้าจนต้องวิ่งหนีออกมาแทบไม่ทัน

เจนจิตฟ้องแม่ว่ามีผู้ชายมาปีนรั้ว พอตนจับได้ก็วิ่งหนีหายไปอย่างเร็ว หรือว่าคุณหนูของแม่จะนัดผู้ชายมาหาถึงบ้าน ใจฟังแล้วไม่ชอบใจ ปรามลูกสาวพูดจาอะไรระวังปากบ้าง เจนจิตเลยงอนค้อนแม่อีกตามเคยที่ชอบปกป้องพิมพ์สายนัก

ooooooo

ซาเงมารอตะวันตั้งแต่บ่ายจนมืดค่ำยังไร้วี่แวว ถวิลจึงให้กลับบ้านไปเพราะกลัวพ่อของซาเงจะเป็นห่วง พอซาเงคล้อยหลัง ถวิลก็สะพายข้าวของแล้วถือไฟฉายส่องทางออกจากบ้าน

ในป่า ยองตะมุเกือบหลงกลโดนเสือที่กลายร่างเป็นตะวันมาลวงตาเพื่อทำร้าย โชคดีที่จอปามาเจอและเตือนว่ามันไม่ใช่คนแต่เป็นเสือสมิง ที่แท้เสือคืออูซาน เขารู้ว่าสู้จอปาที่มีธนูอาคมไม่ได้จึงหนีหายไปในความมืดอย่างเร็ว

ยองตะมุขอบคุณจอปาและยอมรับว่าเมื่อสักครู่ตนมัวแต่ห่วงลูกเลยลืมเรื่องเสือสมิงเสียสนิท

“เสือสมิงมันรู้ว่าจะจัดการกับคนยังไง ความรักความผูกพันของคนเป็นจุดอ่อนให้มันเอามาโจมตีได้”

“น้าเป็นใคร ถึงรู้ลึกเรื่องเสือสมิงขนาดนี้”

“ก็ข้าล่ามันมาตั้งยี่สิบปี ทุกเรื่องของเสือสมิง ข้าจำเป็นต้องรู้”

“ยี่สิบปี...ข้าว่าน้าคงมีเรื่องบางอย่างกับเสือสมิง ถึงยอมเสียเวลาล่ามันได้นานขนาดนี้”

“ใช่ ข้าไม่เคยลืมสิ่งที่มันทำไว้กับข้า”

ในอดีต อูซานในร่างเสือสมิงตั้งใจจะฆ่าอองทีเพราะโกรธแค้นที่แอบคบกับเม้ยเจิงลูกสาวของจอปา แต่พลาดไปโดนเม้ยเจิงตายด้วย เหตุนี้ทำให้จอปาอาฆาตและจะล้างแค้นให้ลูกสาวจึงตามล่าอูซานมายาวนาน แล้วพานโกรธอากาพะโยพ่อของอูซานถึงกับตัดขาดความเป็นเพื่อนนับแต่นั้นมา

“จะสามสิบปีแล้ว...ข้าไม่เคยลืมเหตุการณ์นี้”

จอปารำพึงออกมาอย่างเจ็บปวด เคียดแค้น ยองตะมุรับฟังด้วยความเห็นใจ...

ฝ่ายตะวันที่กำลังจะกลับบ้าน เขาเห็นเสือตัวหนึ่งจึงหยุดแอบดูอย่างเงียบกริบ เสือตัวนั้นกลายเป็นคนนอนซบหน้าร่ำไห้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ คร่ำครวญหวนไห้ซึ่งตะวันได้ยินชัดเจน

“ทำไม...ทำไมข้าต้องรับกรรมเช่นนี้ อองที แม่เม้ย ทำไมพวกเจ้าจึงใจร้ายกับข้ายิ่งนัก ข้ารักพวกเจ้า แต่ทำไมพวกเจ้าจึงทรยศข้า รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าทรมานแค่ไหน ข้าแค้นพวกเจ้ายิ่งนัก เพื่อนรักข้า คนรักข้า ทำไมถึงทำกับข้าอย่างนี้...แม่เม้ย ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นถวิลแม่ของตะวันมาที่ตลาดและได้เจอใจพี่เลี้ยงของพิมพ์สายซึ่งรู้จักคุ้นเคยกัน

สองฝ่ายทักทายหลังจากไม่ได้พบกันเกือบสิบปี

“ถวิลย้ายไปอยู่ไหน รู้ไหมตอนที่เธอกับยองตะมุหายไป คุณสวัสดิ์เขาตามหาเป็นปีๆเลย”

“พวกเราไปอยู่บ้านป่าเชิงเขาหลังหมู่บ้านไลโว่โน่น”

“ถึงว่าสิถึงไม่เจอ สบายดีนะ”

“ก็ไม่ลำบากเท่าไหร่จ้ะแม่ใจ”

“แล้วนี่ลูกชายเธอล่ะ...ชื่ออะไรนะ”

“ตะวันจ้ะ”

“เออใช่...ตะวัน เขาชื่อตะวัน ป่านนี้โตเป็นหนุ่มแล้วแน่เลย”

“จ้ะ โตแล้ว ที่ฉันเข้าเมืองมาก็เพราะจะมาตามหาตะวันที่นี่”

“อ้าว ทำไมล่ะ”

“ก็ออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวาน ป่านนี้ยังไม่กลับ ฉันเลยต้องออกมาตามหา”

ขณะที่แม่ไปตามหาลูกชายในเมืองอยู่นั้น ตะวันยังอยู่ในป่าตรงที่เมื่อคืนแอบเห็นเสือกลายร่างเป็นคน เขานอนหลับไปกระทั่งเช้าตื่นมาก็ยังเห็นชายคนนั้นร้องไห้คร่ำครวญอยู่โคนต้นไม้

“สามสิบปีแล้วแม่เม้ย สามสิบปีที่ข้าต้องทนทุกข์ทรมานเพราะคิดถึงเจ้า แต่เจ้าไม่ควรทรยศข้าเลย พวกเจ้าทำร้ายข้า ไอ้อองที...ไอ้หนุ่มคนนั้นทำไมมันเหมือนกับเจ้านัก มันเป็นใคร อองทีตายไปแล้วพร้อมเจ้า มันเป็นใคร”

เสียงฝีเท้าของตะวันที่เดินย่ำใบไม้เข้ามาทำให้อูซานหันขวับไปมอง สองคนจ้องหน้ากันตกตะลึง

“แก...เสือสมิงตัวนั้นนี่”

“อองที แก...แกยังไม่ตาย ไอ้เพื่อนทรยศ” อูซานคำรามพลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุร้าย

“แกเป็นเสือสมิงตัวนั้น” ตะวันย้ำแล้วย้ำอีก

“จำข้าได้แล้วหรืออองที”

“เดี๋ยวก่อน อองทีคือใคร แกเรียกข้าแบบนี้สองครั้งแล้ว”

อูซานแหงนหน้าขึ้นแค่นเสียงหัวเราะอย่างเจ็บปวด “อองทีคือใคร แกไง อองทีคือแก”

“เฮ้ย...เดี๋ยวก่อน ข้าชื่อตะวัน ไม่ใช่ชื่ออองทีแกจำผิดคนหรือเปล่า”

“ตะวันเหรอ คิดว่าจะหลอกข้าได้เหรอ ต่อให้ตายไปกี่ชาติ ข้าก็ไม่มีวันที่จะจำพวกแกไม่ได้”

“อ้าว...ซวยแล้ว”

อูซานลุกขึ้นเดินเข้ามามองหน้าตะวันใกล้ๆแล้วชะงัก รู้สึกเหมือนสัมผัสอะไรบางอย่าง ในขณะที่ตะวันก็ผงะเล็กน้อยเพราะเห็นดวงตาเสือของอูซาน

สองคนยืนจ้องหน้ากันแววตาดุดัน ต่างคนต่างไม่กลัว ใบหน้าและแววตาบ่งบอกว่าเป็นเสือ แต่วูบเดียวก็กลับมาเป็นคนปกติ

“ข้าไม่กลัวแกหรอก”

อูซานจ้องหน้าตะวันครู่หนึ่งก่อนจะจำได้ว่าคือเด็กคนที่โดนเขาในร่างเสือกัดเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว


ooooooo

ที่ตลาด พิมพ์สายกับอรรถช่วยกันเลือกซื้อผักเพื่อเอากลับไปทำกับข้าว ส่วนใจยังคุยอยู่กับถวิล พอเหลือบไปเห็นนายสาวของตน ใจก็สะกิดบอกถวิล

“นั่นไงคุณหนูพิมพ์”

“ใช่จริงๆ โตเป็นสาวแล้วสวยมากเลย แล้วนั่นแฟนคุณหนูเหรอแม่ใจ”

“นั่นคุณปลัด ปลัดคนใหม่ที่นี่ ว่าที่คู่หมั้นคุณหนู”

ถวิลพยักหน้ารับรู้ ใจถามอีกทีว่าถวิลย้ายไปอยู่ที่ไหน

“หมู่บ้านไลโว่จ้ะ”

“ไลโว่เหรอ ที่นั่นเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงใช่ไหม”

“ใช่ ทำไมเหรอแม่ใจ”

ใจนิ่งคิดย้อนไปหลายวันก่อนที่โดนเสือแคล้วระรานแล้วโพล่งขึ้นมา “ตะวัน...สะเมินงัว...หรือว่าสมิง ...นี่ถวิล หลายวันก่อนมีพ่อหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยฉันกับคุณหนูจากพวกคนร้าย ถามก็บอกเป็นชาวมอญ ชื่อสะเมินงัว อยู่หมู่บ้านกะเหรี่ยง หรือว่าพ่อหนุ่มนั่นจะเป็นตะวัน”

“อาจจะใช่ก็ได้นะแม่ใจ”

“นั่นสิ สะเมินงัวแปลว่าตะวัน ร้ายจริงๆพ่อคนนี้”

“ตะวันก็บอกเคยเจอคุณหนูแล้ว คงใช่ตะวันจริงๆนั่นละแม่ใจ”

“แบบนี้ก็ไม่ผิดตัว แต่คุณหนูจำตะวันไม่ได้ตั้งชื่อสมิงให้ตะวันไปแล้ว”

“แม่ใจไม่ต้องบอกคุณหนูนะว่าสมิงกับตะวันเป็นคนเดียวกัน”

“อ้าว...ทำไมล่ะ เด็กสองคนผูกพันกันมากเลยนะถวิล”

“เพราะเขาสองคนผูกพันกันมากน่ะสิ ฉันถึงกลัว ไม่อยากให้คุณหนูต้องมากังวลกับเรื่องในอดีต ฉันเองก็ไม่อยากเห็นลูกต้องมาทุกข์เพราะความคิดของเขาเอง ...ฉันไปก่อนนะ แล้วอย่าลืมล่ะ อย่าบอกคุณหนูว่านั่นคือตะวัน ไม่เช่นนั้นมันจะทำร้ายพวกเขาทั้งสองคน”

ใจพยักหน้าหงึกหงัก ในขณะที่ถวิลรีบผละออกไปเพราะพิมพ์สายกับอรรถกำลังเดินตรงมาทางนี้ แต่กระนั้นก็ไม่รอดสายตาพิมพ์สาย เธอเข้ามาถามน้าใจว่าคุยกับใครตั้งนาน

“อ๋อ...คนที่นี่แหละค่ะ นานๆทีมาเจอกัน ก็เลยคุยกันนานหน่อย”

“อ๋อค่ะ...นี่น้าใจ วันนี้น้าใจต้องเหนื่อยเข้าครัวหน่อยนะคะ”

ใจเห็นข้าวของผักปลาเต็มสองมือพิมพ์สายก็พูดยิ้มๆว่า “แบบนี้ไม่บอกน้าก็รู้แล้วค่ะว่าหนักแน่ แต่ไม่เป็นไร เพื่อคุณหนู น้าทำได้”

ooooooo

ในป่า ตะวันมองดูผู้ชายรูปร่างผอมเพรียวตัวเล็กกว่าตนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แทบไม่เชื่อสายตาเลยว่านี่คือเสือสมิงตัวที่เคยกัดตนเอง

“งั้นแกก็คงเป็นเสือสมิงที่กัดข้าตอนเด็กๆ”

“ใช่ นี่แหละที่เขาเรียกว่ากรรม แกรู้จักไหมกรรมน่ะ”

“ข้ารู้แต่เพียงว่าแกทำให้ข้าเป็นแบบนี้ ทางเดียวที่จะหายก็คือไม่แกก็เป็นข้าที่จะต้องตายไปข้างหนึ่ง”

“แกเป็นเสือที่ข้าสร้างขึ้นมา แกคิดว่าแกจะสู้ข้าได้หรือ”

“ข้าอยากหาย ได้หรือไม่ได้ มาลองดูกัน” พูดจบตะวันสะบัดมือทั้งสองข้างออกพร้อมที่จะต่อสู้ เช่นเดียวกับอูซานที่สองมือมีเล็บแหลมคมยาวงอกออกมา

ตะวันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมสมาธิและความมั่นใจ อูซานอ้าปากร้องคำรามดังลั่นพร้อมกระโจนตัวลอยเข้ามาหาตะวันที่กำลังจะกลายร่างเป็นเสือ!

เมื่อคืนจอปากับยองตะมุช่วยเหลือเด็กสองคนพี่น้องชาวป่าให้รอดชีวิตจากเสือร้ายมาได้ แต่ช่วยพ่อแม่ของเด็กไม่ทัน เช้านี้พวกเขาช่วยกันฝังศพพ่อแม่เด็กและซักถามเด็กว่ามีญาติที่ไหนหรือเปล่า เด็กบอกว่ามีลุงอยู่ที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง

จากนั้นยองตะมุถามจอปาว่าจะเอายังไงต่อ จอปาตอบโดยไม่ต้องคิดอะไรมากว่าตนต้องตามล่าจนกว่าจะฆ่าเสือสมิงตัวนั้นได้

“ปล่อยวางความแค้นได้มันก็จะทำให้น้าใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายได้อย่างมีความสุขนะ”

“ว่าแต่ข้าแล้วเอ็งล่ะไอ้พราน ทำไมเอ็งถึงได้ตามล่าฆ่าเสือสมิงตัวนั้นเหมือนกัน”

“ข้าอยากได้หัวใจมันมาทำยา”

จอปาชี้ไปที่ปลายกระบอกปืนยาวของยองตะมุที่ผูกผ้าถุงผู้หญิงไว้ “ผ้าถุงผู้หญิงผูกปากกระบอกปืน ถ้าเป็นผ้าชุบประจำเดือนก็จะล้างอาถรรพณ์พวกที่คงกระพันชาตรี มีคาถาอาคม หรือไม่ก็ล่าตัวอะไรในป่าที่มีอาถรรพณ์ได้ เอ็งนี่มันตัวทำลายล้างอาคมจริงๆ”

พูดแล้วจอปาหัวเราะหึๆในลำคอ ยองตะมุยิ้มรับบอกว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน

อีกมุมป่าคนละด้าน คล้อยกับโชนตามมาจนเจอตะวันกับอูซานที่กำลังห้ำหั่นกัน คล้อยซุ่มยิงโดนอูซานแล้วทำท่าจะยิงซ้ำอีกถ้าอากาพะโยไม่โผล่มาสกัดเสียก่อน

“ไม่มีประโยชน์หรอก ปืนของเอ็งทำอันตรายเสือตัวนี้ไม่ได้หรอก”

“แกเป็นใคร”

“ข้าเป็นผู้พิทักษ์เสือสมิงตัวนี้ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าไม่มีวันให้เอ็งทำอะไรมัน”

“งั้นก็ลองกันหน่อย” คล้อยสั่งโหงพรายให้จัดการ แต่ไม่ทันขาดคำ อากาพะโยใช้ไม้เท้าค้ำยันกายฟาดโครมที่เงาสีดำของโหงพรายจนมันลอยละลิ่วไปตกอยู่ข้างพุ่มไม้ร้องโหยหวนเจ็บปวด

อากาพะโยจดปลายไม้เท้าลงกับพื้นขีดเส้นเป็นแนวยาวกันระหว่างคล้อยและตนเองเอาไว้ พลางร่ายคาถาครู่หนึ่งก่อนที่เขาและอูซานกับตะวันที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะหายวับไป ทิ้งคล้อยกับโชนยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น โชนพูดปากคอสั่นว่าพวกมันหายตัวได้

“เออ...ข้ารู้แล้ว” คล้อยตวาดลูกน้องพลางกวาดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ปืนในมือยังไม่ลดลงพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ “ตาแก่นั่นคงจะเป็นผู้พิทักษ์เสือสมิง อาคมมันเก่งกล้านัก”

“แล้วทำไงดีพ่อเสือ”

“มันหนีไปไหนไม่ไกลหรอก รีบตามมันไป” คล้อยถือปืนเดินนำหน้าไอ้โชนไปอย่างระมัดระวัง

ooooooo

จอปากับยองตะมุยังคุยกันอยู่ตรงหลุมฝังศพสองผัวเมียชาวป่า

“เอ็งรู้ไหมเจ้าพราน ข้าตามล่าเสือสมิงตัวนั้นมาสามสิบปี มีโอกาสที่จะฆ่ามันได้ตั้งหลายหน แต่ก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าศรข้ามันไม่ขลัง แต่ว่าไอ้เสือตัวนั้นมันยังมีผู้พิทักษ์มันอยู่”

“ผู้พิทักษ์เสือสมิงหรือ” ยองตะมุทวนคำ สีหน้าสนใจมาก

“ใช่...เอ็งเคยได้ยินตำนานเรื่องเล่าผู้พิทักษ์เสือสมิงใช่ไหม ว่าเสือสมิงทุกตัวมันจะมีผีหรือเทพยดาคอยพิทักษ์รักษา เวลาที่มันบาดเจ็บบาดแผลของมันจึงหายได้ไว เราฆ่ามันไม่ตาย ถ้าดวงมันยังไม่ถึงฆาตจริงๆ”

“ข้าไม่คิดว่าจะมีจริงๆ”

“มีสิ เสือสมิงทุกตัวจะมีผู้พิทักษ์ของมัน บางตัวมันก็มีเจ้าของ บางตัวที่ถูกผีสิง มันก็มีดวงวิญญาณ

ปกปักรักษา อย่างไอ้เสือตัวที่เรากำลังตามล่านั่นปะไร เสือตัวนี้มันชื่อว่าอูซาน มันข้ามมาจากฝั่งเมืองมอญบ้านข้า ผู้พิทักษ์มันชื่อว่าอากาพะโย เป็นพ่อของมันเอง”

“ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ”

“เพราะมันตามคุ้มครองลูกตามคำสั่งเมียของมันน่ะสิ ตอนที่อูซานกลายเป็นเสือสมิง เมียของอากาพะโยน้อยใจผัวที่ไม่ช่วยลูก เลยผูกคอตาย ก่อนตายก็ขอร้องผัวให้ตามช่วยลูกชายให้กลับคืนร่างมาเป็นคนให้ได้

อากาพะโยก็เลยกลายเป็นผู้พิทักษ์เสือสมิง ร่อนเร่ไปในป่าเพื่อติดตามคุ้มกันลูกมัน”

“แล้วน้าเคยเจอกันมั้ย นักล่ากับผู้พิทักษ์”

“เคยเจอสิ ถ้ามันไม่มีพ่อคอยปกป้อง ป่านนี้ข้าถลกหนังไอ้เสือสมิงตัวนั้นได้แล้ว”

“แสดงว่าผู้พิทักษ์เสือสมิงคนนี้เก่งมากสินะ”

“อากาพะโยมันเชี่ยวชาญคาถาอาคม เพราะเป็นหมอผีประจำหมู่บ้าน จะล้มมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็เป็นไปได้ถ้าหากเราสองคนร่วมมือกัน ว่าแต่เอ็งทำไมถึงได้ตามล่าเสือสมิงตัวนี้ล่ะ”

“มันกัดลูกข้า”

“แล้วลูกเอ็ง...”

“ลูกชายข้ากลายเป็นเสือสมิงเหมือนกับมัน ข้าเลยต้องตามล่าเพื่อฆ่ามัน แล้วเอาหัวใจของมันไปให้ลูกข้าแก้อาถรรพณ์”

“งั้นเอ็งก็คือผู้พิทักษ์เสือสมิงเหมือนกัน”

“ข้าไม่รู้หรอกว่าข้าเป็นอะไร แต่ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกข้ากลับคืนมาเป็นคนปกติ”

“ถ้าอากาพะโยรู้มันคงตามฆ่าลูกชายเอ็ง เพราะหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ลูกชายมันกลับคืนมาเป็นคนได้ก็คือทำลายเชื้อสายเสือสมิงที่สืบทอดจากลูกมัน ข้าว่าเอ็งคงจะต้องเจอศึกหนักแล้วล่ะ”

“แล้วน้าจะช่วยข้ามั้ย”

จอปาแสยะยิ้ม แววตากร้าว เอื้อมมือไปตบบ่ายองตะมุ “ข้าไม่ได้ช่วยเอ็งหรอก แต่ข้าจะฆ่ามันเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวข้าเหมือนกัน ส่วนที่เหลือจากนั้นมอบให้เอ็งจัดการ”

ooooooo

อากาพะโยช่วยอูซานกับตะวันมาจากเสือคล้อยได้ แต่อูซานโดนยิงมีบาดแผล แต่เพียงอูซานหลับตาภาวนาในใจครู่หนึ่งกระสุนปืนที่ฝังอยู่ก็หลุดออกและแผลหายเป็นปกติ

“โชคดีที่ไอ้พรานคนนี้มันชะล่าใจใช้กระสุนธรรมดา เอ็งถึงรอด” พูดแล้วอากาพะโยหันไปสังเกตใบหน้าตะวัน “ข้าคุ้นหน้าเอ็งนักไอ้หนุ่ม เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน”

“มันคืออองทีชู้แม่เม้ย” อูซานพูดอย่างแค้นเคือง

“อองทีอะไรกัน ข้าชื่อตะวัน บ้านอยู่ไลโว่”

“เวรกรรมจริงๆ” อากาพะโยรำพึงออกมา

อูซานมองตะวันสายตาขุ่นเคือง พูดตรงๆว่า

“ข้าไม่ขอบใจที่เอ็งยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะข้าไม่ได้เป็นคนร้องขอ วันนี้ข้าจะปล่อยให้เอ็งรอดกลับไป แต่ถ้าเจอกันใหม่วันหน้า ข้าไม่ปล่อยเอ็งแน่ เอ็งไปซะ”

“เอ็งกัดข้า ทำให้ข้าเป็นแบบนี้ คิดหรือว่าข้าจะไม่คิดฆ่าเอ็งเหมือนกัน” ตะวันตอบโต้ แต่อูซานข่มใจไว้ โบกมือไล่และยํ้าคำเดิมว่า

“เอ็งไปซะ วันนี้ข้ายังไม่อยากฆ่าเอ็ง”

ตะวันมองอูซานอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่เมื่อเห็นสายตาของอากาพะโยที่จ้องมองมาก็รู้ว่าตาแก่นั่นประสงค์ร้าย ตัวเองคนเดียวสู้สองคนไม่ได้แน่ จึงได้แต่เดินจากไปอย่างขุ่นเคือง...

เวลาเดียวกันนั้นที่โรงพัก ผู้กองกำพลกับจ่าชัยตกลงจะใช้วิธีปราบพวกเสือคล้อยด้วยการใช้สายเข้าไปสืบหาแหล่งกบดานใหม่ของพวกมัน ทันใดมีเสียงเอะอะดังหน้าห้องสอบสวน สองคนลุกไปเห็นซาเงกำลังเถียงฉอดๆใส่ตำรวจที่ไปจับกุมชายคนหนึ่งมาพร้อมของกลางคือน้ำผึ้งป่า

“ทำไมตำรวจที่นี่คุยไม่รู้เรื่องซะที พ่ออยู่เฉยๆ วันนี้ต้องพูดซะบ้าง ไม่งั้นก็ถูกรังแกอยู่แบบนี้ไม่จบไม่สิ้น ไม่เข้าใจ ชาวบ้านทำมาหากินถูกกฎหมายทำไมต้องมาจับ มายัดข้อหากัน”

จ่าชัยเข้ามาท้วงว่าพูดแบบนี้เข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน แต่ซาเงไม่สน เถียงคอเป็นเอ็นว่า ตนขายน้ำผึ้งถูกกฎหมาย คราวที่แล้วจะจับตนแต่จับไม่ได้เลยมาจับพ่อแทน

“ฟังพ่อก่อน...คราวนี้พ่อผิด พ่อไปเอาน้ำผึ้งป่าในเขตสงวนมา” คำพูดของพ่อเล่นเอาซาเงอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะบ่นพ่อหลายคำ ผู้กองกำพลอมยิ้ม เอ่ยขึ้นลอยๆว่า

“ตอนนี้เอาไงดีนะ จะให้ประกันตัวพ่อ จ่ายค่าปรับแล้วแจ้งข้อหาหมิ่นเจ้าพนักงานกับเธอดีไหม”

“นั่นสิผู้กอง จับขังกรงสักคืนสองคืนก็ดีนะ” จ่าชัยแกล้งพูด แต่ซาเงหน้าเสีย อ้ำอึ้งพูดไม่ออกไปเลย

ooooooo


ละครจ้าวสมิง ตอนที่ 2 อ่านจ้าวสมิงติดตามละครจ้าวสมิง ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ 30 พ.ย. 2561 07:21 2018-12-01T23:03:14+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ