ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อีวากับลูกน้องจับพายุกับมาศจันทร์ใส่กุญแจมือติดกันแล้วพาขึ้นรถมุ่งหน้าไปสมทบพวกจ่านนท์ที่โรงไม้ของมงคล

จ่านนท์กับอีวาอยากได้เงิน 15 ล้านดอลลาร์แล้วตั้งใจว่าจะเลิกอาชีพมือปืนรับจ้าง เมื่อมีการพูดถึงเงินของกลางนี้ขึ้นมา พายุรู้สึกได้ว่าคนที่วางแผนปล้นน่าจะเป็นจ่านนท์ แต่เจ้าตัวกลับพูดชวนให้คิดว่าตนทำงานรับจ้าง ไม่ได้ทำงานรับวางแผน

“แล้วสารวัตรกอบคุณล่ะ”

จ่านนท์ตีหน้าซื่อสวนพายุว่าไม่ต้องมาหลอกถาม ตนไม่เกี่ยวอะไรด้วยอยู่แล้ว มาศจันทร์รีบบอกว่าตนก็ไม่เกี่ยวเหมือนกัน แต่อีวาสวนทันควันว่า

“เธอนั่นแหละตัวเกี่ยวเลย ถ้าพ่อเธอตาย ทุกอย่างก็เป็นของเธอ คราวนี้คงบังคับให้เธอเซ็นขายเหมืองทองคงไม่ยาก”

“นังสารเลว ในหัวมีแต่แผนการชั่วๆ”

อีวาแค้นที่โดนด่า ใช้ฝ่ามือฟาดปากมาศจันทร์อย่างแรงแล้วยังตั้งท่าจะเอาเรื่องอีก ถ้าพายุไม่เบรกเธอไว้ก่อน...

สายวันเดียวกัน กำนันไผ่กับภูผาถูกตำรวจควบคุมตัวขึ้นรถไปฝากขังที่ศาล แต่ระหว่างทางมีด่านตำรวจปลอมคนของกอบคุณที่จ้องจะฆ่าตัดตอนตามคำสั่ง สองพ่อลูกเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่ได้หมู่รงค์กับวีนัสตามมาช่วย

ส่วนที่บ้านสุพจน์ เวลาเดียวกันนี้มีพิธีหมั้นระหว่างเอื้อมพรกับโตมรอย่างเรียบง่าย สุพจน์เก็บซ่อนความไม่พอใจทำตัวเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงที่ดีร่วมกับอิ่มจิต

มงคลปลาบปลื้มที่ลูกชายได้ลงเอยกับผู้หญิงที่รักมาก เขาคุยโอ่ว่าวันหมั้นจัดแบบเรียบง่ายแต่วันแต่งที่จะจัดปลายเดือนหน้าต้องยิ่งใหญ่สมเกียรติเอื้อมพรอย่างแน่นอน อิ่มจิตฟังแล้วพอใจ ตรงข้ามกับสุพจน์ที่ฮึ่มๆ ในใจไม่อยากเสียลูกเลี้ยงคนสวยไป

ภายในโรงไม้...พายุกับมาศจันทร์ยังถูกผูกติดกันไว้ด้วยกุญแจมือ พายุถามหญิงสาวว่าจะแต่งงานกับกอบคุณจริงหรือ มาศจันทร์หน้าบึ้งตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันคงไม่เอาเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตมาล้อเล่นหรอกนะ”

“แต่ผมกลัวว่าคนที่คุณแต่งงานด้วยจะไม่เห็นความสำคัญของมันน่ะสิ”

“พอ...เลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้ว ฉันอยากออกไปจากที่นี่”

“จะให้ทำยังไง ติดกันอยู่แบบนี้ ข้างนอกก็มีคนเฝ้าเพียบ”

“นายก็รู้ว่าพวกมันอยากได้อะไร บอกมันไปสิ พวกมันจะได้ปล่อยเราไป”

“คุณนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ คุณคิดหรือว่ามันได้เงินแล้ว มันจะปล่อยเราสองคนไป”

“แล้วเราจะทำยังไง”

“รอ” พายุตอบคำเดียวแล้วนิ่งไปอย่างใช้ความคิด...

จ่านนท์กับอีวาอยู่ด้านนอก พูดคุยกันเรื่องเงินของกลางที่ใครๆก็อยากได้

“เธอจะให้เงินกับพวกนายมงคลจริงหรือ”

จ่านนท์แสยะยิ้มตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่มีทาง...แล้วเธอคิดหรือว่านายมงคลกับไอ้โตมรได้เงินไปมันจะเอาไปให้นายใหญ่ ถ้ามันเอาไปให้...ฉันให้เธอยิงกบาลฉันเลย”

“ที่แท้มันก็หักกันไปหักกันมา น่าสงสารนายใหญ่จริงๆ”

“เธอรู้หรือว่านายใหญ่คือใคร”

“ไม่รู้ แต่คิดว่าต้องใหญ่และมีอำนาจมาก เพราะต้องมีเส้นที่ตำรวจ”

“รู้ได้ยังไง”

“ก็พายุพูดถึงสารวัตรกอบคุณ”

“เท่าที่รู้เขาเป็นคนทำสำนวน”

“และเท่าที่ฉันรู้...เขาตั้งใจทำสำนวนให้พายุดิ้นไม่หลุด หลังจากที่เธอใส่ความเขาแล้ว”

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้ใส่ความไอ้พายุ”

“จะไปสนทำไม...ได้เงินแล้วเราก็เผ่น”

“จริงสิ...เราไปรื้อฟื้นความหลังกัน” จ่านนท์ทำกะลิ้มกะเหลี่ยขยับเข้ามาใกล้อีวา แต่เธอรู้แกวรีบเอาปืนกั้นไว้และบอกให้เขาถอยออกไปจะดีกว่า...

ooooooo

หมู่รงค์กับวีนัสช่วยสองพ่อลูกหนีตายมาได้ ภูผาดีใจจ้องมองวีนัสด้วยความคิดถึง

“นึกอยู่แล้วว่าคุณจะต้องมา”

“อย่าพูดมากเลย มาช่วยก็บุญแล้ว สองพ่อลูกนี่ชอบหาเรื่องกันจัง”

“อ้าว...ทำไมลูกสะใภ้พูดแบบนี้ล่ะ”

วีนัสไม่ชอบใจที่กำนันไผ่พูด มองสองพ่อลูกตาขวาง กำนันไผ่รีบเข้าประเด็น

“คนที่หาเรื่องคือไอ้สุพจน์ต่างหาก มันคาดคั้นฉันสองคนให้บอกว่าพายุอยู่ที่ไหน...ที่จริงมันอยากรู้ว่าเงินอยู่ที่ไหนมากกว่า”

หมู่รงค์คิดตามแล้วคาดเดา “นี่แสดงว่าเรื่องมันเริ่มบานแล้วล่ะสิ ทุกคนเริ่มรู้เรื่องเงินกันแล้ว”

“หรือไม่ก็รู้มาตั้งนานแล้ว” วีนัสมั่นใจอย่างที่พูด

ด้านกอบคุณพอรู้ว่าคนของตนทำงานพลาดก็หงุดหงิดโมโห บ่นกับหมวดที่เป็นลูกน้องว่าหมู่รงค์และวีนัสไม่ธรรมดาเสียแล้ว

“แต่ผมเก็บพยานรู้เห็นหมดแล้วครับสารวัตร ไม่มีใครมาซัดทอดแน่”

กอบคุณพยักหน้าพอใจ จังหวะนี้ตำรวจอีกนายเข้ามารายงานสารวัตรกอบคุณว่ามีคนแจ้งว่ามีเหตุที่โรงไม้นายมงคล

ยุทธนั่นเองที่เป็นคนแจ้ง เพราะได้เบาะแสจากคนรู้จักที่ตลาดว่ามีชายแปลกหน้าท่าทางนักเลงมาซื้ออาหารและเหล้ายาเอากลับไปที่โรงไม้

ฝ่ายมงคลกับโตมร พอเสร็จพิธีหมั้นที่บ้านสุพจน์ สองพ่อลูกก็รีบร้อนออกไปจนอิ่มจิตสงสัยว่าในวันสำคัญอย่างนี้พวกเขายังจะมีธุระอะไรอีก

เมื่อมงคลกับโตมรมาถึงโรงไม้ พายุกับมาศจันทร์ถูกลูกน้องจ่านนท์นำตัวออกมาจากห้องคุมขัง แรกเห็นสองพ่อลูก มาศจันทร์ก็ชังน้ำหน้าจนไม่อยากมอง

“ยินดีต้อนรับคุณทั้งสอง การต้อนรับอาจจะบกพร่องไปบ้าง แต่ถ้าคุณทั้งสองให้ความร่วมมือ ความเป็นอยู่ก็จะดีขึ้น”

“ไม่ต้องมาเล่นลิ้น แกจะเอายังไง” มาศจันทร์ตวาดสวนนายมงคล

โตมรสีหน้ายียวน เดินมาใกล้มาศจันทร์และพายุ “สำหรับแก...ไอ้พายุ ฉันต้องการเงิน 15 ล้านดอลลาร์ และมีข่าวดีบอกเพิ่มเติมว่า ฉันหมั้นกับเอื้อมพรเรียบร้อยแล้ว ความรักของแกกับเอื้อมพรคงยุติลงแค่นี้”

“น่าจะส่งการ์ดเชิญมาด้วย” พายุย้อนนิ่มๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้โตมรโกรธจนสะบัดหลังมือตบหน้าเขาแล้วคาดคั้นว่าเงินอยู่ที่ไหน

“บอกก็ได้ แต่แกต้องบอกมาก่อนว่าแกรู้เรื่องเงินนี้ได้ยังไง”

“ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว รู้ตั้งแต่แกปล้นแล้ว”

“แสดงว่าแก...”

มงคลรีบแทรกเข้ามาก่อนที่โตมรจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ “แกรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์...บอกมา เงินอยู่ที่ไหน”

พายุมั่นใจว่าสองพ่อลูกต้องมีส่วนรู้เห็นกับการปล้น จึงเล่นลิ้นว่า “แกคงต้องไปหาเอาเองแล้วล่ะ”

“ได้...ไม่บอกก็ได้ แต่ฉันจะควักลูกตานังนี่ออกมา” คำขู่ของโตมรเล่นเอาทุกคนคาดไม่ถึง

“ฆ่าฉันซะเลยสิ” มาศจันทร์ท้าทาย

“ไม่...ชีวิตเธอแลกกับสัมปทานเหมืองได้ แต่ตอนนี้ฉันจะเอาลูกตาเธอแลกกับเงิน 300 กว่าล้านก่อน แหม...ลูกตาเธอนี่แพงติดอันดับเลยนะ”

พูดขาดคำ โตมรแบมือรับมีดพับจากลูกน้อง ยุทธแอบดูในมุมหนึ่งใจคอไม่ดี เช่นเดียวกับพายุที่ห่วงมาศจันทร์เหลือเกิน กลัวโตมรบ้าระห่ำทำจริงขึ้นมา... แต่แล้วเหมือนโชคช่วย กอบคุณนำกำลังตำรวจเข้ามา ยุทธโล่งใจ แต่ไม่วายบ่นว่าแจ้งไปตั้งนานทำไมเพิ่งจะมา

มงคลเร่งเคลียร์พื้นที่ก่อนตำรวจจะเข้ามาถึงตัว โดยให้พวกจ่านนท์เอาพายุกับมาศจันทร์ไปที่อื่นก่อน แล้วทำทียินดีต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนว่ามีอะไรให้ตนรับใช้

“มีการแจ้งมาว่ามีคนถูกจับมากักขังไว้ที่นี่”

“อะไรกันสารวัตร ตลกหรือเปล่า ใครจะจับใครมา ไม่มีหรอก ที่นี่ก็มีกันอยู่เท่าที่เห็นนี่แหละ”

โตมรตอบกลับอย่างไม่พอใจ กอบคุณไม่เชื่อกวาดตามองไปมา มงคลเลยแสดงความบริสุทธิ์ใจยอมให้ตำรวจค้นโรงไม้

แน่นอนว่าไม่พบอะไรผิดปกติ นอกจากร่องรอยเท้าคนภายในห้องที่ใช้คุมขังพายุกับมาศจันทร์ที่หมวดสังเกตเห็นแต่ไม่กระโตกกระตาก กลับออกมากระซิบบอกสารวัตรกอบคุณ ก่อนที่ตำรวจทั้งหมดจะพากันออกไป

กอบคุณไม่เชื่อสองพ่อลูก แต่ไม่มีหลักฐานจึงต้องถอย เขากำชับหมวดให้จับตาดูสองคนพ่อลูกไว้ เพราะคาดว่ามาศจันทร์กับพายุต้องอยู่กับพวกมัน...

กำนันไผ่ขอบใจหมู่รงค์กับวีนัสที่ช่วยตนกับลูกชายรอดพ้นตำรวจมาได้ พอรู้ว่าพายุหายไป กำนันไผ่อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ภูผากลับพูดจาไม่แยแส ทำให้วีนัสไม่พอใจตำหนิว่า

“ปากหรือนั่น รู้ไว้ด้วยนะความคิดที่เสี่ยงตายมาช่วยนายกับพ่อน่ะ...พายุทั้งนั้น”

“แล้วไง...เขาอาจจะอยากทำความดีลบล้างความผิดก็ได้”

“เมื่อไหร่แกจะเลิกคิดเสียทีนะว่าพายุเป็นต้นเหตุให้แม่แกตาย”

“ไม่มีทาง” ภูผาตอบพ่อแล้วเดินหนี

“เอาล่ะ เรื่องครอบครัวเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องหาพายุให้เจอ”

หมู่รงค์ตัดบท แต่กำนันไผ่ท้วงขึ้นว่า เรื่องพายุไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องประเทศชาติใหญ่กว่า...ทั้งหมู่รงค์และวีนัสเลยหูผึ่ง ฟังกำนันขยายความต่อไป

“ไอ้สุพจน์ นายมงคล โตมรลูกชายของมัน ร่วมมือกับฝรั่งขนยาเสพติด”

“ถึงขนาดนั้นเลยหรือ”

“คงต้องแจ้งตำรวจ”

“แจ้งไปก็เท่านั้น พวกมันทั้งนั้น”

“จริงอย่างกำนันว่า...ตอนนี้เราไว้ใจใครไม่ได้เลย”

วีนัสกับหมู่รงค์คล้อยตาม พอรู้จากกำนันไผ่ว่าพวกคนชั่วทำลายชาติจะขนยาเสพติดกันคืนนี้ ทั้งคู่ก็พร้อมให้ความร่วมมือสกัดกั้นพวกมัน

ooooooo

พายุกับมาศจันทร์ถูกพวกจ่านนท์และอีวาจับมัดขังไว้ในที่มิดชิด จ่านนท์บังคับให้พายุบอกที่ซ่อนเงินแลกกับการมีชีวิตรอดของมาศจันทร์ เพราะเธอไม่มีประโยชน์อะไรกับตนแม้แต่นิดเดียว เขาจะยิงทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้

“ได้...แต่ฉันมีข้อแม้...”

“จะตุกติกอะไรอีก” อีวาจ้องพายุอย่างไม่ไว้ใจ

“จ่าก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันเป็นแพะในคดีนี้ ฉันขอเอาเงินไปพิสูจน์ดีเอ็นเอ แล้วจะคืนให้”

“นี่ไม่ใช่รายการตลกนะพายุ นายเอาเงินไปพิสูจน์ก็เท่ากับว่านายเอาของกลางไปคืนตำรวจ”

“แต่มีตำรวจคนหนึ่งที่อาจจะคุยได้”

“ใคร?”

“สารวัตรกอบคุณ”

คำตอบของพายุทำให้มาศจันทร์ชะงักด้วยความไม่พอใจ อีวาสงสัยถามพายุทำไมถึงเชื่อว่าสารวัตรกอบคุณจะเอาเงินมาคืนพวกเรา

“ไม่หรอก เขาจะไม่เอาคืน แต่เราต้องปล้นเอาเอง ...ฉันรู้ จ่าไปปล้นเงินตอนที่กำลังจะขนเข้ากรุงเทพฯ แต่ได้กระดาษไป รู้หรือเปล่าทำไมเงินถึงมาอยู่ที่ฉัน สารวัตรกอบคุณไง ฉันได้เงินมาจากในรถสารวัตรกอบคุณ”

ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะมาศจันทร์ว่าที่เจ้าสาวของกอบคุณ...ส่วนยุทธที่ตามมาซุ่มอยู่แต่แรกแอบฟังเงียบกริบ เก็บข้อมูลและสังเกตท่าทีของแต่ละคนอย่างไตร่ตรอง

จังหวะนี้มงคลโทร.เข้ามือถือเปียสั่งให้ควบคุมเชลยทั้งสองไว้ที่นี่ก่อน คืนนี้มีงานสำคัญ จ่านนท์รับรู้ด้วยความสบายใจ เป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะไปเอาเงินที่พายุซ่อนไว้ที่ศาลเจ้า

เวลาเดียวกัน ภูผายังแยกตัวไม่ยอมเข้ากลุ่ม กระทั่งวีนัสเดินมาถามว่ายังไม่เลิกคิดแค้นพายุอีกหรือ เขาตอบหน้าบึ้งตึงว่าไม่มีวันเลิก จนกว่าตนจะได้ลากพายุมาฝังข้างศพแม่ตน

“นี่...ฉันถามจริงๆ คุกสอนอะไรนายบ้าง นอกจากวิชาชั่วๆ นายติดคุกเพราะถูกใส่ความ นายรับรู้ชีวิตในนั้น แล้วนายยังจะเอาความคิดที่ข้างในนั้นปลูกฝังออกมาใช้อีกหรือ นายทำไมไม่มองอีกด้านล่ะ ด้านที่ดี ด้านที่ต้องใช้เหตุผล ด้านที่ต้องยับยั้งชั่งใจ ฉันเตือนนายได้แค่นี้...พายุไม่ใช่คนอย่างที่นายคิด นายก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ถ้านายยังจะคิดแก้แค้นอีกล่ะก็ ฉันคงไม่มีอะไรคุยกับนายอีกแล้ว”

วีนัสพูดจบแล้วลุกออกไป ภูผารับฟังทุกคำและคิดตาม

ooooooo

พวกจ่านนท์และอีวาบังคับพายุให้พาไปศาลเจ้าเพื่อชี้จุดซ่อนเงิน โดยให้ลูกน้องควบคุมตัวมาศจันทร์ไว้ที่เดิม แต่ก่อนออกมา พายุตาไวเห็นยุทธจึงส่งซิกให้เขาหาทางช่วยมาศจันทร์ออกไปให้ได้

เมื่อมาถึงศาลเจ้าได้เห็นเงินที่ต้องการ จ่านนท์กับอีวาถึงกับตาลุกวาว อุทานว่าเงินจริงๆด้วย

“หวังว่าจ่าคงจะทำตามสัญญานะ”

“ฉันรู้มาว่าคุณหนูมาศจันทร์ของแกกำลังจะแต่งงานกับสารวัตรกอบคุณ เพราะฉะนั้นวิธีเดียวที่จะเอาเงินคืนมาได้ก็ต้องมีตัวประกัน”

“นึกแล้วว่าจ่าต้องมามุกนี้ จ่าคิดว่าเงินกับผู้หญิงคนนี้ สารวัตรกอบคุณจะเลือกใคร”

“พูดเหมือนกับแกรู้จักสารวัตรกอบคุณดีอย่างนั้นแหละ”

“นั่นสิ...อืม...ดูท่าทางนายไม่วิตกเลยนะ”

อีวาจับสังเกต พายุมีแผนในใจแต่ทำไก๋ว่าจะทำยังไงได้ ตนไม่มีทางเลือก...พลันจ่านนท์เอะใจคิดได้ ...แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว

ยุทธเล่นงานลูกน้องจ่านนท์แล้วช่วยมาศจันทร์ไปได้สำเร็จ เป็นเวลาเดียวกับที่เอื้อมพรได้ยินสุพจน์คุยกับมงคลและโตมรเรื่องขนยาเสพติด รวมทั้งการกักขังพายุกับมาศจันทร์ไว้ เอื้อมพรเป็นห่วงพายุจึงรีบโทร.บอกหมู่รงค์

จ่านนท์กับอีวาย้อนกลับมายังจุดที่คุมขังมาศจันทร์ ปรากฏว่าพบแต่ศพลูกน้อง

“แน่มาก...หมู่พายุ ทำไมคนฉลาดแบบแกถึงไม่มาอยู่กับฉันนะ”

“ก็เพราะผมฆ่าคนดีไม่เป็นน่ะสิจ่า”

“ข้อตกลงยกเลิก เราจะเอาเงินไป” อีวาด่วนสรุป จ่านนท์เห็นดีด้วย ขณะที่เปียก็คล้อยตาม บอกว่าจะได้หมดเรื่องหมดราวเสียที

แต่พายุถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนบอกว่า ตนสังหรณ์ใจว่าพวกจ่าอาจจะไม่ได้ใช้เงิน

“ทำไมวะ เงินอยู่กับฉัน ใครจะมาใช้”

“ผมว่าป่านนี้สารวัตรกอบคุณรู้แล้วล่ะว่าเงินอยู่กับจ่า และเขาคงไม่ปล่อยจ่ากับทีมไว้หรอก จริงไหม อยากจะใช้เงินแบบไม่เป็นสุขก็เอา”

จ่านนท์ชะงักกึก สีหน้าครุ่นคิดเป็นกังวล

ooooooo

ยุทธพามาศจันทร์กลับไปถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ มาศจันทร์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้วิวัฒน์กับกอบคุณฟังว่านายมงคลอยู่เบื้องหลังการจับตัวเธอไป พายุไม่เกี่ยว

“ดูท่าทางคุณจะมั่นใจจริงนะ” กอบคุณเสียงขุ่นใส่มาศจันทร์

“ครับ” ยุทธแทรกขึ้นมา “จากที่ผมเฝ้าดู พายุไม่น่าเกี่ยวข้อง นอกจากนี้พายุยังช่วยคุณหนูอีกนะครับ”

“ช่วยงั้นหรือ”

“ครับท่าน พวกนั้นต้องการเงินอะไรสักอย่างจากพายุ พายุแกล้งพาพวกมันไปเอา เปิดช่องให้ผมช่วยคุณหนูออกมานี่แหละครับ”

“ว่าแล้ว...พายุต้องไม่เกี่ยว” รัตนายิ้มพอใจ

กอบคุณมองคนโน้นคนนี้แววตาเข้มดุ ท้วงว่า

“อย่าเพิ่งไปเชื่อสิครับ ยังไงผมก็ต้องสอบสวนก่อน...ยุทธ เมื่อกี้นายบอกว่าเงิน...พวกมันให้พายุพาไปเอาเงิน พอจะรู้ไหมว่าเงินอะไร”

“เงินที่พายุปล้นมาไงคะ แบงก์ดอลลาร์ 15 ล้าน”

กอบคุณหูผึ่งตาพองแทบเก็บอาการไม่อยู่

มาศจันทร์จับตามองด้วยความสงสัย

ooooooo

หมู่รงค์ทำตามที่วีนัสบอก เขาร่วมมือกับ

กำนันไผ่และภูผาเพื่อหยุดยั้งการซื้อขายยาเสพติดของพวกมงคลและสุพจน์ ขณะที่วีนัสแยกตัวไปช่วยพายุเพียงลำพัง

จ่านนท์กับอีวายังคิดไม่ตกว่าจะตัดสินใจยังไงดี สองคนหารือกันเคร่งเครียดลับหลังพายุ ที่ปล่อยให้เปียกับสมุนคุมเข้มอยู่อีกมุม

“เธอจะต่อรองกับสารวัตรกอบคุณจริงๆเหรอ”

“ฉันว่ายังดีกว่าที่เราต่อรองกับนายใหญ่นะ”

“เธอกังวลทั้งๆที่ไม่รู้ว่านายใหญ่คือใครอย่างนั้นหรือ...ทำไม”

“เอาเถอะน่า ฉันไม่อยากมีศึกหลายด้าน เธอว่ายังไง”

อีวานิ่งคิดไม่กี่อึดใจก็พยักหน้า “ได้...แบ่งสาม...ไม่มีมากกว่านี้”

เวลานั้นพายุซึ่งถูกพันธนาการไว้ชำเลืองมองเปียบ่อยๆ แล้วจงใจยุแหย่ให้มันแตกคอกับจ่านนท์

“คิดอะไรอยู่เหรอเปีย หรือว่าคิดหาทางใช้เงิน”

“ฉันจะคิดอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับแก”

“มันไม่เกี่ยวกับฉันก็จริง แต่แค่อยากจะเตือนแก แกคิดว่าจ่านนท์กับอีวาชู้รักเขาจะแบ่งเงินให้แกเหรอ”

“แบ่งสิวะ ฉันกับจ่าร่วมเป็นร่วมตายกันมานานแล้ว จ่าไม่หักหลังฉันหรอก...แกไม่ต้องมาเป่าหูฉัน”

“ก็แล้วแต่แก แค่อยากให้แกนึกถึงไอ้เปียว

น้องชายแกกับเพื่อนมันที่ถูกเชือดในคุกน่ะ มันตายเพราะมีเรื่องกับเขา หรือเพราะใบสั่งของจ่านนท์”

“พอแล้ว หุบปากไปเลยก่อนที่ฉันจะเอาลูกปืนให้แกอม”

เปียทำเสียงเข้มใส่แล้วเดินจากไป พายุมองตาม สีหน้าพอใจและอมยิ้ม

ooooooo

ขณะที่กำนันไผ่กับหมู่รงค์กำลังนัดแนะแผนการหยุดยั้งพวกคนชั่ว ไม่คาดคิดว่าภูผาจะใจร้อนบุ่มบ่ามลัดเลาะไปยังรถขนยาเสพติดโดยไม่บอกกล่าวจนเกือบเสียแผน

กำนันไผ่กับหมู่รงค์ตกใจพากันไล่กวดไป กำนันดุด่าลูกชายว่าทำบ้าอะไร ขณะที่หมู่รงค์เตือนเขาว่า

เมื่อไหร่จะเลิกมุทะลุเสียที แต่ภูผาหาได้ยุติการกระทำของตัวเอง พอได้ยินเสียงสุพจน์สั่งสมุนให้ออกรถ ภูผาบอกพ่อทันที

“ตามไปนะพ่อ ฉันไปล่ะ”

“เดี๋ยวสิ ไอ้...”

กำนันไผ่พูดไม่ทันจบ ภูผาก็วิ่งพรวดถึงรถขนยาเสพติดที่กำลังเตรียมเคลื่อนออกไปตามคำสั่งของสุพจน์ โดยมีมงคลกับโตมรยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆอย่างพอใจเงินก้อนใหญ่ที่จะได้รับ

ภูผาเล่นงานคนขับรถหมอบกระแตแล้วปลอมตัวขึ้นขับแทน กำนันไผ่กับหมู่รงค์เห็นแล้วโล่งอก หวังว่าแผนการคงดำเนินไปด้วยดี

ทันใดนั้นอุปสรรคเกิดขึ้นจนได้!

คนขับรถที่โดนภูผาซัดหมอบกระแตดันรู้สึกตัว มันลุกขึ้นวิ่งโซเซไปดักหน้ารถสุพจน์ ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที

“เฮ้ย! แล้วใครอยู่บนรถนั่นวะ” สุพจน์ตะโกนลั่นแล้วคว้าปืนยิงออกไป พร้อมกันนั้นก็สั่งลูกน้องอย่าให้มันเอารถไปได้

โตมรกับมงคลลงจากรถของตนมาสมทบสุพจน์แล้วช่วยกันสาดกระสุนไปทางกำนันไผ่ ขณะที่เป้าหมายของลูกน้องคือภูผาที่อยู่บนรถขนยานรก เหตุนี้ทำให้ภูผาไม่สามารถขับรถออกไปได้ กำนันไผ่ร้องบอกลูกชายให้ลงมาก่อนแต่ภูผาดึงดันไม่ยอม

“มันไม่มีทางเอาไปได้หรอก รถประกบหน้าหลังขนาดนั้น พวกเรายิงทิ้งให้หมดทุกคน”

โตมรแผดเสียง ลูกน้องต่างกระหน่ำยิงเข้าใส่ภูผาตามคำสั่ง หมู่รงค์คิดว่าไม่รอดแน่ถ้าไม่เสี่ยงทำอะไรสักอย่าง

หมู่รงค์อ้อมมาจัดการคนขับรถที่ปิดทางแล้ว ตัวเองเร่งขับรถคันนั้นหลีกไปทำให้ภูผามีทางออก แต่ภูผากลับลังเลเพราะเป็นห่วงกำนันไผ่ หมู่รงค์เห็นดังนั้นจึงวิ่งมาเร่งแต่ไม่เป็นผล เมื่อสถานการณ์คับขัน หมู่รงค์ตัดสินใจแย่งภูผาขับรถคันนั้นเอง หากเขาอยากไปช่วยพ่อก็ตามใจ

กำนันไผ่ตะโกนบอกทั้งคู่ว่าไม่ต้องห่วงตน เอารถออกไปเดี๋ยวนี้ หมู่รงค์ทำตามทันที ส่วนภูผาจะลงไปแต่กระสุนปืนปลิวว่อนมาทำให้หยุดชะงัก

ในที่สุดหมู่รงค์กับภูผาก็จากไปพร้อมยาเสพติดเต็มคันรถ ทิ้งกำนันไผ่เผชิญหน้ากับพวกสุพจน์อย่างไม่รู้ชะตากรรม

ฝ่ายวีนัสที่แยกไปช่วยพายุ เธอช่วยเขามาได้แต่ตัว แต่เงินของกลางตกไปอยู่ในมือจ่านนท์กับอีวา

กอบคุณที่นำกำลังมาหลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกัน พวกเขาไล่ยิงพายุกับวีนัสเพื่อควบคุมตัว ส่วนจ่านนท์ อีวา และเปียพากันหลบหนีไป ทิ้งให้ลูกน้องโดนตำรวจจับกุม

พายุบอกวีนัสให้แยกกันเพื่อความอยู่รอด กอบคุณหมายตาพายุเพราะอยากรู้เรื่องเงินจึงไล่กวดเขาไป แต่กลายเป็นพายุบอกว่าถ้าอยากได้เงินคืนต้องไปจับจ่านนท์ เพราะเงินทั้งหมดอยู่ที่มัน

กอบคุณมองซ้ายขวาไม่เห็นใครตามมาจึงกล้ายอมรับกับพายุว่า

“เงิน ใครๆก็อยากได้”

“แต่ผมว่าสารวัตรต้องอยากได้ตั้งแต่ห้าปีที่แล้วใช่ไหม”

“นี่แกเข้าใจว่าฉันมีส่วนในการปล้นเหรอ”

“ก็หลักฐานมันบอกนี่”

“ฉันก็แค่ตัวเล็กๆ” ว่าแล้วกอบคุณชักปืนยิงพายุทันที พายุไม่โต้ตอบเพราะกระสุนหมด เขารอจนกระทั่งกอบคุณกระสุนหมดเหมือนกัน สองหนุ่มเผชิญหน้า แล้วซัดกันด้วยมือเปล่าเพราะพายุไม่ยอมโดนจับง่ายๆ สู้ไปพูดไปเพราะต้องการความกระจ่างสิ่งที่กังขา

“สารวัตรจงใจปรักปรำผม ไม่แนบหลักฐานใส่ในสำนวน”

“แกคิดถูกนี่ ฉันอุตส่าห์เอาไปเก็บไว้ที่กองเอกสารคดี แกยังอุตส่าห์ไปเอามา แต่สุดท้ายมันก็อยู่กับฉัน”

“สารวัตรทำแบบนี้ทำไม”

“เงิน อำนาจ และกำลังจะได้ของที่รักคือมาศจันทร์”

“มาศจันทร์ไม่มีทางแต่งงานกับคนเลวๆอย่างแกหรอก”

พายุล็อกคอกอบคุณไว้ได้ แต่ครู่เดียวก็ต้องปล่อยเพราะลูกน้องของกอบคุณยิงเปรี้ยงเข้ามา พายุตั้งหลักแล้ววิ่งหนีไป กอบคุณแค้นจัดคว้าปืนจากหมวดยิงไล่หลังไม่ยั้ง แต่ไม่มีวี่แววพายุในความมืด

ooooooo

พวกโตมรไล่บี้หมู่รงค์กับภูผาเพื่อเอายาเสพติดมูลค่ามหาศาลคืนมา แต่ไม่สำเร็จเพราะหมู่รงค์ไหวตัวขนถ่ายยานรกใส่รถอีกคันแล้วหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ส่วนกำนันไผ่ที่ถูกควบคุมตัวมัดไว้ในโกดัง เขากำลังเผชิญหน้ากับสุพจน์ ศัตรูคู่แค้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

“ไอ้ไผ่...ฉันจะตามล่าลูกแกมาแล่เนื้อทีละชิ้นให้แกดู”

“แกไม่ต้องไปตามล่าหรอก ลูกฉันจะมาหาแกเอง แล้วจะเชือดแกให้ฉันดู ไอ้เพื่อนทรยศ”

“แกต่างหากที่ทรยศ แกก็รู้ว่านิ่มเป็นของฉัน แกยังจะ...”

“นิ่มไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะลากไปลากมา ฉันคือคนที่นิ่มเลือก ส่วนแกมันไอ้สารเลว ฉวยโอกาส นิ่มยอมอยู่กับแกเพราะต้องการช่วยฉัน ยอมมีลูกกับแกเพื่อให้แกเลิกรังควาญฉัน”

“ไอ้พายุน่ะหรือ ลูกฉัน ไม่มีทาง! ฉันเลี้ยงดูส่งเสียมันก็ดีเท่าไหร่แล้ว แต่นังนิ่มก็ยังหนีกลับไปหาแก ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับแกแล้ว”

“เอามันส่งตำรวจเลยไหมครับนาย”

“ไม่! เอามันขังไว้ที่นี่ ดูมันให้ดี อย่าให้มันหนีไปอีก” สุพจน์กำชับลูกน้องแล้วกลับออกมา กำนันไผ่มองตามแววตาดุดัน ไม่มีวันยอม!

หมู่รงค์พาภูผาไปที่บ้านหลังหนึ่งห่างไกลผู้คน ไม่นานนักวีนัสตามมาสมทบโดยไม่มีพายุมาด้วย แต่เธอบอกหมู่รงค์ว่าอีกเดี๋ยวเขาคงมา

ภูผายังไม่ได้เข้ามาในบ้าน เขาเอารถไปซ่อนไว้อย่างมิดชิดก่อนจะเดินมาเจอพายุที่เพิ่งมาถึง ภูผาฉวยโอกาสนี้จะเอาเลือดพายุเซ่นวิญญาณแม่ สองหนุ่ม

ชกต่อยกันท่ามกลางสายฝนเริ่มโปรยปรายและหนาเม็ดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีถัดมา

ภูผาสู้ไม่ได้ เขาชักมีดออกมาจะแทงพายุ แต่หมู่รงค์โผล่เข้ามาขัดจังหวะและตำหนิภูผาไปหลายคำ

ฝ่ายจ่านนท์กับอีวาที่ได้เงินของกลางไป เขาและเธอหารือกันว่าจะเอายังไง คืนเงินให้นายใหญ่หรือ

ส่งตำรวจ หรือจะเอาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

“ถ้าจะคืนนายใหญ่ก็ต้องผ่านนายมงคลกับโตมร มันสองคนไม่มีทางเอาไปให้นายใหญ่หรอก”

“งั้นเอาไปให้ตำรวจ”

“เราคงไม่ใช่คนดีขนาดนั้น ถ้าจะไปตกลงกับสารวัตรกอบคุณ ฉันว่าเราเดินเข้าไปหาที่ตาย”

“สรุปคือ...”

“ฉันพอมีทางหนี”

“เราจะขนเงินออกไปได้ยังไง”

จ่านนท์นิ่งคิดครู่เดียวก่อนเอ่ยอย่างมั่นใจ “นายสุพจน์...เราต้องอาศัยบริษัทขนส่งของเขา พอเราข้ามชายแดนได้ ฉันจะติดต่อเพื่อนฉันมาซื้อเงินนี้เอง”

“ฟังดูเหมือนง่าย”

“ถ้าเธอมีข้อเสนอที่ดีกว่านี้ก็บอกมา”

อีวาส่ายหน้า เป็นอันว่าเธอยอมรับความคิดของจ่านนท์ และขอแบ่งเงินกันแค่สองส่วน หลังจากนั้นทางใครทางมัน

“ก็แล้วแต่เธอ”

สองคนจ้องหน้ากัน ลึกๆต่างไม่ไว้ใจกันอยู่แล้ว ส่วนเปียที่ไปซื้อเครื่องดื่มกลับมาได้ยินบทสนทนานั้น นึกถึงคำเตือนของพายุขึ้นมาทันที เขาพึมพำอย่างไม่ยอม

“แบ่งสองส่วนงั้นหรือ ผมคงปล่อยให้จ่าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”

ooooooo

รุ่งขึ้นกอบคุณมาที่บ้านวิวัฒน์แต่เช้า วิวัฒน์อาการดีขึ้นเริ่มเดินเองได้ กอบคุณพูดเอาใจว่าเขาฟื้นตัวเร็วมาก

“กำลังใจดีก็อย่างนี้แหละ ลูกสาวอากำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วนี่”

คำพูดของวิวัฒน์เล่นเอากอบคุณหน้าเจื่อนไม่มั่นใจ “แต่ผมคิดว่าคุณมาศจันทร์คงอาจยกเลิกการแต่งงานกับผมก็ได้ เขาคงคิดว่าพายุไม่ได้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งไม่จริงเลย เขากับนายมงคลอาจร่วมมือกันก็ได้”

“อาเชื่อแบบที่กอบคุณเชื่อ ไม่อย่างนั้นพายุคงไม่มาลอบฆ่าอาหรอก นายมงคลคงสั่งมา”

“ขอบคุณครับคุณอาที่ไว้ใจผม ไม่รู้ว่าคุณมาศจันทร์จะไว้ใจผมแบบคุณอาหรือเปล่า”

มาศจันทร์เดินเข้ามาได้ยินพอดี เธอยิ้มแย้มพูดกับกอบคุณ “มีอะไรที่ทำให้ฉันไม่ไว้ใจล่ะคะ เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนี่”

“นั่นปะไร อาบอกแล้วว่า มาศจันทร์เขารู้ว่าใครเป็นใคร กอบคุณชอบคิดไปเอง”

กอบคุณนิ่งเงียบมองมาศจันทร์อย่างคาดไม่ถึง

“เป็นอะไรไปคะ อยู่ดีๆก็อึ้ง หรือว่าจะเลื่อนงานแต่งออกไป”

“เปล่าครับ ผมดีใจน่ะครับ ที่คุณมาศจันทร์เข้าใจว่านายพายุเป็นยังไง”

“ฉันมานั่งทบทวนเหตุการณ์ดู ที่คุณกอบคุณพูดก็มีเหตุผล คนคุกอย่างนายพายุก็เป็นคนคุกวันยังค่ำ จริงไหมคะ”

วิวัฒน์พยักหน้ายิ้มพอใจ ต่างจากกอบคุณที่มีความระแวงแต่เก็บซ่อนมันเอาไว้

ooooooo

หลังจากยึดยาเสพติดมาได้เมื่อคืน...เช้านี้พวกหมู่รงค์หารือกันว่าจะทำยังไงกับยานรก พายุเสนอแนวคิดเข้าท่าที่สุดว่ามูลค่าของมันมากมายสามารถแลกกับชีวิตกำนันไผ่ได้

หมู่รงค์เห็นด้วยอย่างยิ่ง นึกอยู่แล้วว่าพายุต้องช่วยกำนันไผ่ ภูผาได้ยินทุกคำพูดจึงได้คิดและสำนึกผิด ขอบคุณทุกคนที่พร้อมใจกันช่วยพ่อของตน

ขณะเดียวกันนั้น โตมรกำลังซ้อมกำนันไผ่ระบายอารมณ์โกรธแค้นพวกภูผาที่เอายาเสพติดมูลค่ามหาศาลไป มงคลกับสุพจน์เห็นว่าซ้อมให้ตายคามือก็ไม่ได้ของคืน ซึ่งสุพจน์เชื่อว่าภูผาไม่มีวันทิ้งพ่อ รวมทั้งพายุอีกคนมันสองคนต้องย้อนกลับมา

โตมรวางมือ แล้วเอะใจว่าพวกนั้นรู้ได้ยังไงว่าพายุกับมาศจันทร์ถูกขังอยู่ที่ไหน คิดมาคิดไปนึกถึงเอื้อมพร เขารีบร้อนกลับไปคาดคั้นเธอที่บ้าน แต่เอื้อมพรก็เอาตัวรอดได้อย่างเนียนๆ

หลังจากโตมรออกจากบ้านไปแล้วสุพจน์เข้ามาหาเอื้อมพร เขาไม่เชื่อที่เธอพูดกับโตมรเมื่อสักครู่ว่าตัดใจจากพายุได้แล้ว

“ไม่เชื่อก็ตามใจ มันไม่เกี่ยวอะไรกับแก”

หญิงสาวยอกย้อนอย่างไม่กลัว สุพจน์ไม่พอใจตบเธอคว่ำไปที่เตียงแล้วจะปลุกปล้ำอย่างที่เคยทำ

“เดี๋ยว...ไม่ต้องรุนแรงก็ได้”

ขาดคำเอื้อมพรลุกขึ้นจัดแจงปลดเสื้อผ้าของตนออก สุพจน์ตาลุกวาวคาดไม่ถึง อารามหน้ามืดตามัวในกิเลสตัณหา จึงไม่ทันสังเกตว่าหญิงสาวแอบตั้งกล้องมือถือบันทึกภาพเอาไว้

ooooooo

ยุทธทำหน้าที่ขับรถไปส่งมาศจันทร์กับกอบคุณที่ร้านชุดแต่งงาน ทั้งที่เขาค้างคาใจว่าทำไมมาศจันทร์ถึงตัดสินใจเช่นนี้

ขณะรอทั้งคู่ตรงหน้าร้าน ยุทธคาดไม่ถึงว่าพายุจะโผล่มาหลังจากเขาบ่นถึงไปเมื่อสักครู่ สองคนพูดคุยกันไม่กี่คำพายุก็หาทางเข้าไปดึงมาศจันทร์ออกมาหลังร้านแล้วต่อว่าเธอยกใหญ่เรื่องแต่งงานกับกอบคุณ เขาอยากรู้เหตุผลในการกระทำของเธอ

แน่นอนว่ามาศจันทร์มีแผนบางอย่างในใจ แต่เธอไม่ยอมบอกออกไป แถมยังร้องเอะอะโวยวายจนพายุเกือบถูกกอบคุณจับตัวได้

พายุจากไปด้วยความไม่เข้าใจ คำพูดยืนยันที่

มาศจันทร์บอกว่าเธอรักกอบคุณทำให้หัวใจเขาแทบสลาย เสียอกเสียใจกลับไปกินเหล้าเมามายไม่พูดจากับใคร

วันเดียวกันนี้เอง ภูผาติดต่อมายังสุพจน์ที่เฝ้ารอด้วยความกระวนกระวาย คำแรกที่สุพจน์ถามภูผาก็คือของของตนอยู่ที่ไหน

“แล้วพ่อของฉันล่ะ” ภูผายอกย้อน

“พ่อแกอยู่ดี มีบาดแผลนิดหน่อย”

“ถ้าแกทำอะไรพ่อฉัน ฉันจะเอาของให้ตำรวจทันที”

“ใจเย็น มีอะไรพูดกันได้ จะเอายังไง”

“ของแลกคน แล้วฉันจะติดต่อมาอีก” ภูผาวางสายทันที ทิ้งให้สุพจน์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

พายุเอาแต่ดื่มเหล้า หมู่รงค์เห็นแล้วไม่สบายใจ ทักท้วงเพื่อนรักว่าที่มาศจันทร์ทำอย่างนั้นต้องมีอะไรแอบแฝง

“แอบแฝงอะไร มีแต่แอบรัก...คุณมาศจันทร์พูดกับฉันเต็มสองรูหูว่ารักไอ้สารวัตรขี้โกงนั่น”

“ยังไงฉันก็ยังว่ามันแปลกๆ เฮ้ย...ดื่มเบาๆหน่อย”

“ตายเพราะเหล้าดีกว่าเศร้าเพราะเธอ” พายุพูดอ้อแอ้ รินเหล้าใส่แก้วอีก หมู่รงค์ส่ายหน้าไม่รู้จะห้ามยังไง

ด้านมาศจันทร์กับกอบคุณพอกลับไปถึงบ้าน หญิงสาวก็แสดงความหวาดกลัวพายุเพื่อให้กอบคุณตายใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ผมสัญญาว่าจะจับพายุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด”

“ขอบคุณนะคะ ยังไงช่วงนี้คุณมาหาฉันทุกวันได้ไหม ฉันกลัวพายุกลับมาทำร้ายฉันอีก”

“ถึงคุณไม่บอก ผมก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้วครับ ผมจะไม่ห่างคุณแม้แต่นาทีเดียว”

กอบคุณดึงเธอเข้ามากอด มาศจันทร์โอนอ่อน รัตนาแอบมองอยู่ห่างๆด้วยความประหลาดใจ ทำไมคุณหนูของตนเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้

พอกอบคุณกลับไปได้สักพัก มาศจันทร์ก็มาบอกรัตนาว่าจะไปเลือกซื้อของชำร่วยที่กรุงเทพฯ โดยจะค้างคืนที่นั่นเลย

“แค่ของชำร่วย ทำไมต้องไปดูถึงกรุงเทพฯด้วยล่ะคะคุณหนู”

“แหม...ป้าก็ เราคงไม่อยากน้อยหน้าแขกเหรื่อที่มาหรอกนะคะ”

“ความคิดของสารวัตรกอบคุณใช่ไหมคะ”

หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนบอกว่า “ของหนูด้วยค่ะ ยังไงกอบคุณก็มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต เขาก็ไม่อยากให้น้อยหน้าเหมือนกัน”

“บอกตรงๆนะ ป้าน่ะยังไม่รู้จักเขาดีเลย ลูกเต้าเหล่าใครยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ”

“เห็นเขาบอกว่ามีแต่แม่มั้งคะ”

“แน่ใจนะว่าป้าไม่ต้องไปด้วย”

“บ้านที่กรุงเทพฯ มีคนรับใช้ตั้งหลายคน อีกอย่างหนูไปแค่วันสองวันเอง ป้าอยู่ดูแลคุณพ่อดีกว่า”

เหตุผลของมาศจันทร์ฟังขึ้น รัตนาเลยต้องยินยอม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:18 น.