ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตำรวจพบรถสารวัตรกอบคุณบนถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง จากสภาพรถที่ถูกรื้อค้นทำให้ทุกคนมั่นใจว่ามีการค้นหาอะไรสักอย่าง กอบคุณไม่ยอมบอกความจริงและเก็บความแค้นเอาไว้เพื่อรอวันชำระพวกพายุ

วีนัสนำเอกสารหลักฐานที่ได้ไปให้เพื่อนที่เป็นอัยการหวังจะรื้อฟื้นคดีในอดีตขึ้นมาใหม่ แต่เพื่อนคนนี้กลับนำไปให้กอบคุณเพราะเขาเป็นผู้ช่วยอัยการในคดีนี้มาก่อน จึงไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายกับตัวเอง

คาดไม่ถึงว่าเมื่อกอบคุณได้เอกสารนี้แล้ว เขาสังหารเพื่อนของวีนัสอย่างเลือดเย็นแล้วใช้โทรศัพท์ของคนตายโทร.ไปเย้ยวีนัสว่าตนได้ส่งเพื่อนของเธอลงนรกไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นกอบคุณก็จัดฉากราวกับว่าตัวเองโดนพวกพายุที่บุกเข้าไปในบ้านทำร้ายจนบาดเจ็บหนัก วิวัฒน์ทราบข่าวจึงอนุญาตให้เขามาพักฟื้นที่บ้านโดยมอบหมายให้มาศจันทร์ดูแล เพื่อเป็นการศึกษานิสัยใจคอกันให้มากขึ้นด้วย

มาศจันทร์ฝืนใจเพราะไม่ได้รักชอบกอบคุณ รัตนาจับสังเกตคนทั้งคู่ด้วยความหนักใจ กอบคุณฉวยโอกาสนี้ทำตัวสนิทสนมจับมือถือแขนแต่มาศจันทร์ไม่ค่อยยินยอม

ทางด้านกำนันไผ่กับภูผาที่ยังต้องใช้โรงแรมจิ้งหรีดเป็นแหล่งกบดาน กำนันไผ่กำลังรอการส่งข่าวจากชัยว่าเมื่อไหร่พวกสุพจน์จะขนส่งยาเสพติดลอตใหญ่ โดยกำนันไม่รู้เลยว่าชัยถูกจับได้และโดนซ้อมสะบักสะบอม

ชัยจำเป็นต้องส่งข่าวกำนันไผ่ตามคำสั่งของสุพจน์ที่ต้องการหลอกล่อศัตรูของตนมาติดกับ แล้วก็สมดังใจ กำนันไผ่มาพร้อมภูผา แต่สองพ่อลูกสู้ยิบตาไม่ยอมแพ้พวกจ่านนท์ง่ายๆ เวลาเดียวกันนั้นวีนัสตั้งใจมาหาภูผาที่โรงแรม โดยมีพายุกับหมู่รงค์มาด้วย เธอไม่พบภูผาแต่ได้จดหมายที่เขาฝากเจ้าหน้าที่ไว้

ภูผาเขียนข้อความสั้นๆบอกไว้ว่าตนไปที่โกดังนายสุพจน์ วีนัสสังหรณ์ใจเพราะก่อนหน้านี้รู้ว่ากำนันไผ่ต้องการเอาคืนสุพจน์ เธอรุดไปที่โกดังพร้อมพายุและหมู่รงค์ แต่ไม่พบใครสักคน นอกจากร่องรอยการต่อสู้และกระสุนปืนเต็มไปหมด

ทั้งสามคนสุดจะคาดเดาชะตากรรมของสองพ่อลูก พอจะกลับออกมาพวกเขาได้ยินเสียงชัยร้องครวญครางในมุมหนึ่ง ชัยบาดเจ็บหนักแต่ยังห่วงกำนันไผ่ผู้มีพระคุณ ขอให้พายุช่วยสองพ่อลูกแต่ตนไม่รู้ว่าเขาถูกจับไปที่ไหน

สุพจน์ผลุนผลันออกจากบ้านหลังจ่านนท์โทร.มาแจ้งว่าจับกำนันไผ่กับภูผาได้แล้ว เอื้อมพรจับตามองด้วยความสงสัย คิดว่าต้องมีอะไรไม่ดีแน่ แล้วเธอก็บอกแม่ว่าจะออกไปลองชุดแต่งงาน โตมรมาที่บ้านไม่เจอ พอรู้จากอิ่มจิตจึงรีบตามไปที่ร้าน

กำนันไผ่กับภูผาถูกจับมัดโยงไว้กับขื่อในโรงไม้ สุพจน์เย้ยหยันด้วยคำพูดและเสียงหัวเราะ ก่อนจะจ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือให้พวกจ่านนท์ แล้วสั่งลูกน้องจับสองพ่อลูกขังไว้ในห้องเก็บของ เพื่อคาดคั้นให้บอกเรื่องเงินดอลลาร์ของกลางเพราะเข้าใจว่าภูผาปล้นมา ทั้งที่เวลานี้มันตกไปอยู่ในมือพายุเรียบร้อยแล้ว

พายุนำเงินของกลางมาซ่อนไว้ที่ศาลเจ้า แล้วขบคิดกันกับวีนัสและหมู่รงค์หาทางช่วยกำนันไผ่กับภูผาที่น่าจะตกอยู่ในอันตราย คนแรกที่พายุนึกถึงคือเอื้อมพร เพราะเธอทำงานกับสุพจน์ น่าจะพอรู้ว่าเขาจับสองพ่อลูกไปไว้ที่ไหน

เอื้อมพรยังอยู่ในร้านชุดแต่งงานกับโตมร เธอรับสายจากพายุแต่โกหกว่าเพื่อนๆนัดกินข้าว เธอแยกไปโดยไม่ยอมให้โตมรมาด้วย ทำให้โตมรไม่ไว้ใจส่งลูกน้องคอยติดตาม

พายุปลอมเป็นพนักงานร้านอาหารเข้ามาคุยกับเอื้อมพรแล้วกลับออกไปภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของหมู่รงค์เอาไว้ให้ โตมรที่ได้รับแจ้งจากลูกน้องมาถึงจึงจับผิดว่าที่เจ้าสาวไม่ได้ แถมเขายังหลุดปากว่าสุพจน์ไปที่โรงไม้ริมน้ำ ทำให้เอื้อมพรฉุกคิด แล้วแอบส่งข่าวไปทางหมู่รงค์ในเวลาต่อมา พอเธอกลับเข้าบ้านโดยโตมรขับรถมาส่ง ก็แอบได้ยินเขาคุยกับสุพจน์เรื่องซื้อขายสินค้ากับมิสเตอร์จอห์น

ooooooo

พายุ หมู่รงค์ และวีนัสพากันไปยังโรงไม้ตามเบาะแสที่เอื้อมพรแจ้งมา ปรากฏว่าไม่พบกำนันไผ่กับภูผา เจอแต่พวกจ่านนท์รอต้อนรับ

จ่านนท์ อีวา เปีย และสมุนนับสิบอาวุธครบมือล้อมกรอบพวกพายุไว้ หมู่รงค์ถามพวกมันว่าจะเอายังไงก็ว่ามาเลย

“นายสุพจน์จับกำนันไผ่ไปเพราะคิดว่ากำนันกับภูผามีของกลาง...เงินนั่น”

วีนัสสวนทันควันว่า “ซึ่งแกก็รู้อยู่แก่ใจว่าสองคนนั้นไม่มีทางมีเงิน”

“ใช่...และตอนนี้ฉันคิดว่าเงินน่าจะอยู่ที่พวกแกมากกว่า”

อีวายิงตรงจนพวกพายุชะงัก ขณะที่จ่านนท์กระทุ้งเข้าไปอีกว่าสายของตนรายงานไม่เคยผิดพลาด เงินอยู่กับพวกเขา เอามาให้ตนเสียดีๆ

“เสียใจ เงินไม่ได้อยู่ที่พวกฉัน” วีนัสปฏิเสธ

“อย่าไปเสียเวลากับพวกมันดีกว่าพี่”

จ่านนท์เห็นด้วยกับเปีย พยักหน้าส่งสัญญาณ ครู่เดียวเปียก็ไปลากกำนันไผ่กับภูผาในสภาพถูกมัดออกมาจากห้องเก็บของ

“ขอบใจที่พยายาม...พวกแกไม่น่าโง่มาติดกับพวกมันเลย”

หมู่รงค์ฉุนกึกเมื่อได้ยินกำนันไผ่พูดเช่นนั้น “หน็อย...ทำดีไม่ได้ดี อุตส่าห์เสี่ยงตายมาช่วย ยังมาด่าว่าพวกเราโง่อีกหรือ แบบนี้มันน่า...”

“มันน่าอะไร...ฉันไม่อยากจะยุ่งกับแกด้วยซ้ำไป ไอ้พายุ เรามีเรื่องต้องสะสางกัน”

ภูผาจ้องมองพายุด้วยแววตาแข็งกร้าวเคียดแค้นเรื่องแม่ วีนัสรู้ทันย้ำเตือนว่า

“เขาก็เป็นแม่ของพายุด้วย นายไม่คิดหรือว่าเขาก็เสียใจเหมือนกัน”

“ฉันไม่มีวันนับถือคนอย่างมันเป็นพี่ มันไม่ใช่ครอบครัวฉัน มันเป็นลูกไอ้สุพจน์”

จ่านนท์คาดไม่ถึงกับข้อมูลใหม่ “นี่แกเป็นลูกนายสุพจน์เหรอ”

“แล้วจะทำไม”

จ่านนท์ไม่พูด ได้แต่คิดในใจว่าในเมื่อพายุเป็นลูกสุพจน์ แล้วทำไมเขาถึงคิดฆ่าลูกตัวเอง...อีวาไม่อยากเสียเวลา จ่อปืนไปที่กำนันไผ่แล้วตัดบทว่า

“เอาล่ะ เลิกดราม่ากันได้แล้ว เอาเงินมา หรืออยากจะดูเรื่องดราม่ามากกว่านี้”

“ได้...ฉันจะเอาเงินให้”

“นั่นไง เงินอยู่ที่แกจริงๆ ไอ้พายุ”

“มันไม่ได้อยู่ที่ฉัน แต่มันอยู่อีกที่หนึ่ง”

“อย่าไปเชื่อมันพี่ ไอ้นี่มันลูกเล่น” เปียเตือนจ่านนท์...แต่เพราะความต้องการเงินทำให้จ่านนท์ยอมแม้กระทั่งให้พายุนำพาเขากับอีวาไปยังที่ซ่อน

โดยให้เปียกับสมุนควบคุมกำนันไผ่ ภูผา หมู่รงค์ และวีนัสเอาไว้

ooooooo

ในระหว่างถูกจ่านนท์ควบคุมตัวไปในรถมุ่งหน้าสู่ศาลเจ้า พายุพยายามหลอกล่อถามจ่านนท์เพื่อล้วงลึกข้อมูลที่ตนเองค้างคาใจ

“เรื่องนี้จ่าย้อนรอยมาตามหาเงินกับฉันเองใช่ไหม”

“ใช่...แกก็รู้ว่าคนอย่างฉันถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก”

“จ่าพอจะบอกฉันได้ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

“แกก็รู้ว่าฉันบอกแกไม่ได้ เพราะมันเป็นจรรยาบรรณของอาชีพฉัน อีกอย่าง...ถ้าบอกแกไปฉันอาจจะไม่มีโอกาสใช้เงิน”

พายุรับรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังต้องใหญ่และมีอิทธิพลมาก เขาหลุดปากออกมาว่า

“ถ้าอย่างนั้น...สารวัตรกอบคุณก็เป็นแค่เบี้ย”

“สารวัตรกอบคุณมีเอี่ยวเรื่องนี้ด้วยเหรอ”

พายุไม่ตอบ มองนาฬิกาที่หน้ารถบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง...เหมือนรอคอยอะไรสักอย่าง

ในเวลาเดียวกันนั้น หมู่รงค์ที่โดนพวกเปียจับมัดรวมกับกำนันไผ่ ภูผา และวีนัส แถมพวกมันยังคุมเข้มแทบกระดิกตัวไม่ได้ แต่หมู่รงค์ผู้เจนสนามรบก็เก่งกาจสามารถทำให้ตัวเองและคนอื่นหลุดพ้นพันธนาการได้สำเร็จ

เปียเจ็บใจไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ ยกพวกไล่บี้ทุกคนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่โชคไม่เข้าข้าง ดันไปเจอตำรวจ กำนันไผ่หัวไวชวนภูผามอบตัวไป อยู่กับตำรวจดีกว่าอยู่กับพวกไอ้เปียเป็นไหนๆ ส่วนหมู่รงค์กับวีนัสหนีรอดไปได้ ขณะที่กลุ่มของเปียก็ไม่กล้าแหยมกับตำรวจ

ooooooo

ถึงหน้าศาลเจ้า จ่านนท์เพิ่งจับได้ว่าพายุล่อหลอกให้เขากับอีวาออกมาเพื่อเปิดโอกาสให้พวกหมู่รงค์หลบหนี แถมงานนี้พายุยังรวบตัวอีวาไว้ต่อรองกับจ่านนท์ได้อีกด้วย

พายุใช้ปืนขู่บังคับอีวาขึ้นรถ ตั้งใจว่าไปสักครึ่งทางแล้วค่อยทิ้งไว้ให้จ่านนท์ตามมาเก็บ แต่ไม่ทันจะทิ้ง สองคนก็ประสบเหตุกอบคุณกับมาศจันทร์โดนกลุ่มมือปืนไล่ยิงขณะนั่งกินข้าวอยู่ในร้านริมทาง

กอบคุณไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นพวกไหน แต่ที่รู้เห็นกับตายามหน้าสิ่วหน้าขวานคือมาศจันทร์ยิงปืนแม่น ซึ่งเธอหลุดปากว่าพายุเป็นคนสอน

มือปืนตั้งใจฆ่ากอบคุณตามใบสั่งของใครบางคน แต่เมื่อเห็นมาศจันทร์ลูกสาวนายเหมืองอยู่ด้วยก็คิดจะจับตัวไปเรียกค่าไถ่ แต่มันไม่หมูทั้งสองอย่าง กอบคุณสู้สุดกำลังก่อนจะแจ้งเพื่อนตำรวจให้มาช่วย ส่วนมาศจันทร์วิ่งหนีไปเจอพายุกับอีวา

พายุยิงขู่มือปืนที่ไล่ตามมาศจันทร์มา แต่มัน

ไม่ถอยหนีเลยโดนอีวาเป่าทีเดียวจอด แล้วเธอบอกพายุว่า เขาจะตายไม่ได้ ทิ้งปืนแล้วอุ้มมาศจันทร์ขึ้นรถเร็ว พายุเป็นห่วงมาศจันทร์อยู่แล้วจึงทำตามโดยไม่ต้องไตร่ตรอง แต่มาศจันทร์ต่างหากที่ปัดป้องทุบตีไม่ยอมให้พายุถูกเนื้อต้องตัว
“อย่ามายุ่งกับฉันนะ”

พายุไม่ฟัง รวบตัวมาศจันทร์ใส่รถจนได้ อีวาสับกุญแจมือยึดเธอไว้กับข้างประตู แล้วสั่งพายุออกรถเดี๋ยวนี้ แต่พายุไม่ทันประจำตำแหน่งคนขับ ก็ได้ยินเสียงกอบคุณตะโกนมาแต่ไกล

“ไอ้พายุ!”

อย่างรวดเร็ว! พายุพุ่งพรวดเข้ารถ เป็นจังหวะที่กอบคุณยืนขวางหน้ารถในระยะห่างพอสมควร อีวาเห็นดังนั้นก็สั่งเฉียบ

“ชน...ถ้ามันไม่หลีกชนมันเลย แกคงไม่อยากเห็นสมองนั่งนี่กระจายใช่ไหม”

พายุเข้าใจความหมาย เขาขับรถพุ่งเข้าชนกอบคุณ แต่กอบคุณหลบหลีกทันและยิงสวนเข้าใส่รถโดย

ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของมาศจันทร์ที่อยู่ในนั้นด้วย

มาศจันทร์อึ้งไปชั่วขณะ กระทั่งรู้เห็นว่าพายุถูกยิงที่หัวไหล่ สติของเธอถึงกลับคืนมา พร้อมๆกับรถก็ทะยานห่างไปจากกอบคุณ

กอบคุณเจ็บแค้นใจเป็นที่สุด หมดทางติดตามพายุ ได้แต่กลับมาที่โรงพักแล้วซ้อมภูผาอย่างหนักในห้องสอบสวน คาดคั้นให้บอกมาว่าพายุอยู่ที่ไหน แต่ภูผาก็ยืนกรานว่าตนไม่รู้

คำตอบนั้นของภูผายิ่งทำให้กอบคุณโมโหแทบคลั่ง ชกต่อยใบหน้าภูผาเสียยับเยิน

“ไม่รู้งั้นเหรอ...บอกมา...บอกฉันมาเดี๋ยวนี้”

“ฉันไม่รู้...ไปถามแม่แกสิ...บางทีเขาอาจจะรู้ก็ได้”

ภูผาตอบโต้อย่างยัวะจัด กอบคุณชกจนเจ็บมือ เรียกหมวดมาซ้อมต่อ ซ้อมจนกว่ามันจะยอมพูด...สั่งลูกน้องเสร็จ กอบคุณเดินออกมานอกห้องเจอกำนันไผ่

ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ กำนันร้อนใจถามถึงลูกชายของตนว่าอยู่ไหน

“โน่นไง”

กำนันไผ่มองตามมือกอบคุณที่ชี้ไปในห้องสอบสวนซึ่งด้านหน้าเป็นกระจกใสมองทะลุเข้าไปข้างใน เห็นภูผากำลังโดนซ้อมอย่างไม่ปรานี

“แกจะทำอะไรลูกฉัน”

“ฉันเปล่า ลูกแกต่างหากทำตัวเอง ฉันจะซ้อมมันจนกว่ามันจะบอกว่าไอ้พายุอยู่ที่ไหน ถ้าแกรู้และทนดูลูกแกอิ่มตีนตายไม่ไหวก็บอกมา ฉันจะหยุด”

“ฉันไม่รู้”

“งั้นก็เชิญแกดูหนังชีวิตไปพลางๆนะ” กอบคุณกระแทกเสียงแล้วเดินจากไป ทิ้งให้กำนันไผ่ยืนกำมือแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

ที่แท้คนบงการส่งมือปืนไปสังหารกอบคุณคือสุพจน์...เขากำลังหงุดหงิดหัวเสียหลังรู้จากหัวหน้ามือปืนว่าทำงานไม่สำเร็จ

“อะไรวะ! คนตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงเก็บไอ้สารวัตรกอบคุณไม่ได้”

“พอดีตำรวจมาเสียก่อนครับ...เอายังไงครับ ให้ผมแก้มือมั้ย”

“ไม่ต้อง นิ่งไว้ก่อน”

“อย่าหาว่าผมอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ ท่านจะฆ่าสารวัตรกอบคุณทำไม”

“เรื่องมันนานมาแล้ว...แต่แกไม่ต้องรู้หรอก เอาเป็นว่ารอคำสั่งฉัน เตรียมทำงานครั้งต่อไปก็แล้วกัน แล้วอย่าให้พลาดล่ะ”

เวลาเดียวกันนั้น อีวาพาพายุกับมาศจันทร์ไปที่โรงแรม พายุมีบาดแผลบนหัวไหล่เลือดไหลไม่หยุด

“เอ้า...นั่งมองอะไร ทำแผลให้แฟนเธอสิ”

มาศจันทร์เชิดหน้าสวนอีวาทันควัน “ฉันไม่ใช่แฟนเขา และไม่มีวันเป็น”

“ไม่เป็นไร งั้นก็ปล่อยให้เลือดมันไหลอยู่อย่างนี้แหละ โน่นเครื่องมือปฐมพยาบาลอยู่โน่น เผื่อจะเปลี่ยนใจ...ฉันไปล่ะ แล้วไม่ต้องคิดหนีล่ะ คงจำคราวที่แล้วได้นะ”

อีวาขังทั้งคู่เอาไว้แล้วตัวเองกลับออกมาสมทบกับจ่านนท์และเปียอย่างย่ามใจ ก่อนทั้งคู่จะพากันไปพบสุพจน์กับมงคลและโตมรที่กำลังทุ่มเถียงกันเรื่องที่ยังกำจัดพายุไม่ได้

“ใจเย็นๆ ท่านสุภาพบุรุษ...ถึงยังไงเราก็ยังไม่เสียท่าหน้ากระดานเท่าไหร่หรอก” พูดแล้วจ่านนท์พยักพเยิดให้เปียขยายความต่อ เปียบอกว่ากำนันไผ่กับภูผาถูกตำรวจควบคุมตัวอยู่ ส่วนอีวาเสริมว่าตนมีข่าวดีกว่านั้น ตอนนี้พายุกับมาศจันทร์ลูกสาวนายวิวัฒน์อยู่ในมือตนแล้ว

ooooooo

ที่โรงแรม พายุนอนซมโดยที่มาศจันทร์ไม่แม้แต่จะหันมาเหลียวแล ชายหนุ่มน้อยใจถามเธอว่าไม่คิดจะดูตนสักนิดเลยหรือ

“ดูทำไม หน้านายตอนนี้ฉันยังไม่อยากจะมองเลย”

“ผมผิดตรงไหน”

“นายจะฆ่าพ่อฉัน แค่นี้ยังไม่ผิดอีกเหรอ”

“ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ทำ”

“มีผู้ร้ายที่ไหนเขารับสารภาพกันบ้างล่ะ นายไม่ต้องมาแก้ตัว”

“สารวัตรกอบคุณใส่ร้ายผม”

“นายนี่มันจริงๆเลย หาเรื่องใส่ความคนเขาไปทั่ว สารวัตรกำลังจะแต่งงานกับฉันใช่ไหมนายถึงพูดแบบนี้ ขอโทษนะ ฉันตาสว่างแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจหรอก”

พายุเงียบไป มาศจันทร์เอะใจหันกลับมาก็พบว่าเขานอนนิ่่ง เธอเอามืออังจมูกรู้สึกว่าเขาไม่หายใจจึงลนลานทำการผายปอดแบบปากประกบปากอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งพายุเริ่มเจ็บปากจึงร้องถาม

“คุณทำอะไรเนี่ย...พอแล้ว”

“นายฟื้นแล้ว...นายรอดตายแล้ว”

“ใคร...ใครฟื้น...ใครรอดตาย”

“ก็นายไง ฉันเห็นนายนิ่งไปไม่หายใจ ฉันเลยช่วยผายปอดให้ นายไม่รู้ตัวเหรอ”

พายุอมยิ้ม บอกว่ารู้ตั้งนานแล้ว มาศจันทร์ชะงัก ถามฉุนๆว่ารู้แล้วทำไมไม่บอก

“ขืนบอกคุณก็เลิกจูบผมน่ะสิ”

“ไอ้บ้า...ไอ้คนผีทะเล นี่แน่ะ”

“โอ๊ย! เจ็บครับ เจ็บนะครับ”

มาศจันทร์โมโหทุบเขาไปหลายที พายุปัดป้องแต่ครู่เดียวก็อ่อนแรงหมดสติไปจริงๆ

ooooooo

หลังจากเห็นมาศจันทร์ถูกพายุรวบตัวขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา กอบคุณกลับมาแต่งรายงานวิวัฒน์ให้จงเกลียดจงชังพายุยิ่งขึ้นไปอีก

“ไอ้พายุมันส่งลูกน้องเป็นสิบมายิงผม แล้วมันก็มาดักฉุดคุณมาศจันทร์ขึ้นรถไป”

รัตนาฟังอยู่ด้วย ท้วงขึ้นว่าพายุมีลูกน้องเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ กอบคุณถึงกับสะอึก หาทางใส่ความพายุอีกจนได้

“ไม่รู้สิครับ ตอนนี้มันอาจจะรวบรวมเพื่อนๆที่ออกจากคุกมาก็ได้”

“ก็เป็นไปได้ คนคุก มันก็ต้องคบคนคุก”

“ผมต้องขอโทษคุณอาด้วยนะครับ”

“ช่างเถอะ ถ้าพายุจับไป อาคิดว่ามันคงไม่ทำอะไรมาศจันทร์หรอก แต่ยังไงกอบคุณต้องพาลูกจันทร์กลับมาให้ได้นะ”

“ครับคุณอา ผมสัญญาด้วยชีวิต อีกอย่าง...มันก็ไม่น่ายาก เพราะตอนนี้ผมควบคุมตัวกำนันไผ่กับภูผาพวกของมันไว้แล้วครับ”

“ฝากด้วยนะ”

“ครับ” กอบคุณรับคำแข็งขัน สีหน้ามั่นใจและเจ้าเล่ห์ รัตนาลอบสังเกตด้วยความไม่ไว้ใจ...

กลางดึก พายุไข้ขึ้นตัวร้อนจัดถึงขั้นเพ้อละเมอออกมาจนมาศจันทร์ที่นั่งสัปหงกเฝ้าเขาอยู่สะดุ้งตื่น

“แม่...แม่ครับ...บอกหน่อยครับว่าผมเป็นลูกใคร ลูกพ่อใหญ่ใช่ไหม ทำไมเขาต้องรังเกียจผมด้วยครับ”

มาศจันทร์ได้ยินชัดทุกคำ และตกใจยิ่งยวดเมื่อจับต้องเนื้อตัวเขาร้อนจัดราวกับไฟ

“ผม...ผมไม่ได้ฆ่าพ่อคุณ ผมรักคุณ คุณอย่าแต่งงานได้ไหม” พายุละเมอเป็นตุเป็นตะ มาศจันทร์ประหลาดใจ แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงไม่ได้แกล้งพูด

เธอจัดแจงเอาผ้าห่มมาห่มให้เขา แต่อาการหนาวสั่นของเขายังไม่คลาย จึงตัดสินใจโอบกอดให้ไออุ่น

ooooooo

ดึกคืนเดียวกันนี้ ลูกน้องหมู่รงค์เร่งรีบมาส่งข่าวหมู่รงค์กับวีนัสที่บ้านพักแถวศาลเจ้า

“มียิงกันสนั่นแถวตลาด ตำรวจมาจับกำนันไผ่กับภูผาไป ส่วนอีกด้านหนึ่งเห็นว่าลูกสาวนายวิวัฒน์ถูกพายุจับตัวไป เธอมานั่งกินข้าวต้มกับสารวัตรกอบคุณ อยู่ดีๆก็มีมือปืนมายิง แล้วพายุก็จับตัวลูกสาวนายวิวัฒน์ไป”

“เป็นไปไม่ได้” วีนัสไม่เชื่อ...หมู่รงค์เลยต้องพิสูจน์ เริ่มต้นที่ชวนกันไปที่โรงพักดูว่ากำนันไผ่กับภูผาอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่

แน่นอนว่าสองพ่อลูกยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพัก แถมไม่ได้อยู่ดีมีสุขเสียด้วย ถูกกอบคุณกับลูกน้องซ้อมจนหน้าตาบวมปูด กำนันไผ่แค้นใจและไม่คิดจะอยู่จนถึงวันพรุ่งนี้ที่ตำรวจต้องเอาตัวไปฝากขัง

ด้านสารวัตรกอบคุณพอออกจากบ้านวิวัฒน์มาก็นัดพบลูกน้องที่ร้านเหล้าข้างโรงพัก เขาสั่งหมวดให้สืบดูว่าใครกันที่กล้าลอบยิงตนอย่างอุกอาจ

“หรือว่าจะเป็นพวกนายมงคล”

“ไม่น่าจะใช่ พวกนี้ไม่เหมือนพวกที่ลอบยิงตอนที่ฉันมาใหม่ๆ ดูมันมืออาชีพกว่า”

“ได้...เดี๋ยวผมจะให้สายคอยสืบให้ แล้วกำนันไผ่กับลูกล่ะ”

“ปล่อยให้ไปฝากขังที่ศาลไม่ได้...ตัดตอนออกมาก่อน ผมยังสัมภาษณ์พวกมันไม่เสร็จ” กอบคุณสั่งเฉียบ สีหน้าเหี้ยมเกรียมน่ากลัว!

เช้าแล้ว...พายุกับมาศจันทร์นอนหลับกอดกันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียว อีวาเข้ามาเห็นก็จัดแจงใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือเก็บภาพเอาไว้

มาศจันทร์รู้สึกตัวตื่นก่อนพายุ เธอร้องกรี๊ดตกใจ ถามว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง เข้ามาก็เห็นเป็นแบบนี้แล้ว เมื่อคืนคงดื่มด่ำกันน่าดูสินะ”

“บ้า! ฉันไม่ได้ทำแบบที่เธอคิดนะ”

พายุขยับตัวลืมตา เห็นมาศจันทร์อยู่ข้างๆก็ถามด้วยความงุนงงสงสัย มาศจันทร์ปฏิเสธพัลวันว่าตนเปล่า

“ฉันเก็บภาพแห่งความทรงจำไว้ให้แล้ว...นี่ไง”

อีวาโชว์ภาพในโทรศัพท์มือถือ เล่นเอาสองหนุ่มสาวถึงกับหน้าเสีย ทันใดเสียงโทรศัพท์อีวาดังขึ้น เธอรับสายพูดคุยไม่กี่คำก็หันมาบอกพายุกับมาศจันทร์ว่า

“ลุกได้แล้ว วันนี้เราจะไปทานอาหารเช้ากันที่อื่น”

ขาดคำ อีวาชักปืนสีหน้าดุดัน พร้อมกันนั้นลูกน้องสองสามคนก้าวเข้ามาในห้องอย่างรู้งาน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:48 น.