ตอนที่ 7
เปียถูกภูผาจับมัดคาดคั้นให้บอกมาว่าใครจ้างเก็บกำนันไผ่พ่อของตน แต่เปียไม่ยอมบอกทำให้ภูผาโมโหจับมันทรมานด้วยวิธีพิสดารแทบเป็นหมัน ที่สุดเปียก็ทนไม่ไหว ปริปากบอกว่าคนจ้างคือนายสุพจน์
แทนที่เปียจะถูกปล่อยเป็นอิสระหลังจากภูผาได้คำตอบที่ต้องการแล้ว แต่ภูผากลับแจ้งตำรวจให้มาจับเปียข้อหาซื้อปืนเถื่อนโดยมีหลักฐานมากมาย
ด้านหมู่รงค์ที่ซิ่งรถไปช่วยพายุรอดพ้นเงื้อมมือจ่านนท์มาได้ เขาพาเพื่อนรักกลับมายังที่พักในตรอกศาลเจ้าแล้วช่วยทำแผลที่หัวไหล่ ทำไปบ่นไปไม่หยุดปาก
“เดี๋ยวทำแผลเสร็จแล้วไปไหว้เจ้าล้างซวยหน่อยไหม โห...แกนี่สงสัยออกจากคุกไม่ได้ดูฤกษ์แน่เลย อยู่ดีๆเจอข้อหาพยายามฆ่าอีกคดี”
“เหมือนมันสร้างฉากเลย สารวัตรกอบคุณรู้ได้ยังไง”
“เขาอาจจะมาเยี่ยมมาศจันทร์ตามปกติมั้ง”
“ไม่หรอก เขารู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”
“งั้นแกก็ต้องหาข้อพิสูจน์ แต่อย่าลืมนะ เขาถือไพ่เหนือกว่าแกเยอะ อ้อ...ไม่ใช่สิ แกไม่มีไพ่จะให้ถือด้วยซ้ำ”
“ไม่เป็นไร ในเมื่อมันไม่ใช้กฎหมายกับฉัน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งกฎหมายแล้ว”
“แกหมายความว่ายังไง”
“ฉันคงต้องเปิดไพ่สำรับใหม่น่ะสิ คงไม่รอให้มันทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอก”
หมู่รงค์พยักหน้าเข้าใจ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเพื่อนรัก
ooooooo
ที่บ้านวิวัฒน์...มาศจันทร์นั่งซึมเสียใจไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร ขณะที่วิวัฒน์ยังบ่นไม่เลิก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าพายุจะเป็นคนแบบนี้ รัตนากับยุทธก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน
สารวัตรกอบคุณมองกิริยาท่าทีของแต่ละคนแล้วลอบยิ้มสะใจ และจะดีมากหากมาศจันทร์ไม่เหลือเยื่อใยกับพายุ
กอบคุณรับปากวิวัฒน์ว่าจะจับพายุมาดำเนินคดีให้ได้ แล้วไม่ทันข้ามวันกอบคุณก็ส่งลูกน้องไปค้นที่พักของพายุกับหมู่รงค์ในตรอกศาลเจ้า โชคดีที่ทั้งคู่ไหวตัวทันเสียก่อน พากันหลบออกมาซุ่มดูอยู่รอบนอกด้วยความเจ็บใจ พายุเชื่อว่าก่อนหน้านี้สารวัตรกอบคุณให้คนตามรอยยุทธมาแน่ๆ
ทางฝ่ายมงคล เมื่อรู้ว่าวิวัฒน์ยังไม่ตายสมใจก็หงุดหงิดฉุนเฉียวใส่จ่านนท์กับอีวาว่าทำงานกันยังไง
“แต่มันไม่สงสัย กลับไปสงสัยพายุแทน”
“พายุ...มันอีกแล้วหรือ”
“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวมันอย่างหนัก มันคงออกมาลำบากแล้ว”
“ตอนนี้ไอ้วิวัฒน์มันคงเป็นคนไร้ความสามารถแล้ว ทุกอย่างคงตกอยู่ที่ลูกสาวมัน”
“จะให้ทำยังไง”
“ปล่อยมันไปก่อน ข่าวว่ามันสนิทกับสารวัตรกอบคุณ”
โตมรหงุดหงิดไม่แพ้กัน พูดโพล่งว่า “ไปกลัวมันทำไมล่ะพ่อ ก็เล่นมันทั้งคู่ไปเลย”
“อย่า! พยายามอย่ามีเรื่องกับตำรวจ เรื่องนี้พ่อจัดการเอง”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว” อีวาทำท่าจะไป โตมรนึกอะไรได้กำชับเธอว่าตนต้องการเงิน 15 ล้านคืนมา...
ooooooo
เปียถูกควบคุมตัวอยู่โรงพักไม่ทันข้ามวันก็ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ หลังจากมีใครคนหนึ่งโทรศัพท์คุยกับสารวัตร
ฝ่ายภูผากับวีนัสหลังจากจัดการไอ้เปียได้ก็ลอบเข้ามาที่ท่าเรือของสุพจน์...ภูผาคิดจะเอาคืนสุพจน์ด้วยการจับเอื้อมพรมาต่อรอง แต่โชคไม่เข้าข้างเพราะพายุพาหมู่รงค์มาที่นี่พอดี พายุตั้งใจมาขอความช่วยเหลือจากเอื้อมพรให้หาแหล่งกบดานให้
“ปล่อยเอื้อมพรเดี๋ยวนี้นะ ภูผา”
“แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน แน่จริงก็ยิงสิวะ”
ยังไม่ทันที่พายุจะทำอะไร โตมรกับลูกน้องถือปืนเดินอาดๆเข้ามา
“พวกแก...กล้ามาเหยียบจมูกฉันถึงที่นี่เลยหรือ”
เอื้อมพรอาศัยช่วงภูผาเผลอสะบัดตัวหลุดวิ่งพรวดไปหาพายุ หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจเสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว หมู่รงค์เห็นท่าไม่ดีมีศัตรูเพิ่มจึงเร่งเร้าพายุให้หนีก่อน
ขณะที่เสียงปืนยังดังอย่างต่อเนื่อง กำนันไผ่โผล่เข้ามาดึงภูผากับวีนัสออกมา พวกโตมรไม่ได้ตามภูผาแต่ตั้งหน้าตามพายุไปอย่างกระชั้นชิดเพราะเอื้อมพรอยู่กับพายุด้วย
“หยุดนะเว้ย ไอ้พายุ”
พายุเกรงว่าเอื้อมพรจะเป็นอันตรายจึงไล่เธอกลับไป แต่หญิงสาวไม่ยอม หมู่รงค์เลยให้พายุพาเธอหนีไปก่อน เขาจะจัดการทางนี้ให้เอง
หมู่รงค์ยิงสกัดให้พายุพาเอื้อมพรหนีไป โตมรเห็นแล้วหัวเสียตะโกนลั่น
“เฮ้ย...ไอ้พายุมันพาเมียกูหนีไปแล้ว รีบตามไปเร็ว”
ลูกน้องโตมรจะไล่ตามแต่หมู่รงค์ยิงสกัดแถมควักระเบิดขว้างเข้าใส่ พวกมันเลยแตกฮือ ร้องลั่นว่าระเบิด! แล้วต่างคนต่างโดดเข้าหาที่กำบังอย่างโกลาหล ส่วนหมู่รงค์วิ่งหนีลอยนวลไป
ผ่านไปสักครู่ทุกคนสงสัยระเบิดทำไมไม่ทำงาน ต่างพากันค่อยๆโผล่หัวออกมา...ปรากฏว่าเป็นระเบิดปลอม ลูกน้องคนหนึ่งของโตมรไปหยิบมายืนยัน เล่นเอาโตมรฟาดงวงฟาดงาเจ็บแค้นใจเป็นที่สุด
ooooooo
เอื้อมพรพาพายุกับหมู่รงค์หลบไปอยู่บ้านของเธอ ที่ซื้อไว้โดยไม่มีใครรู้ พายุตั้งใจจะอาศัยสักสองสามวัน แต่หญิงสาวอนุญาตให้เขาอยู่ได้ตลอดไป
พายุรู้ทันว่าเอื้อมพรสื่อถึงอะไร จึงพูดกับเธออย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นไปไม่ได้และแนะนำให้เธอกลับบ้าน แต่หญิงสาวลังเลเพราะยังรักปักใจอยู่กับพายุเพียงคนเดียว
ฝ่ายกำนันไผ่เมื่อรู้จากภูผาว่าสุพจน์จ้างพวกจ่านนท์ ฆ่าเขาก็คิดหาทางแก้เกม แต่ไม่ยอมบอกลูกชายว่ามีเรื่องแค้นอะไรกันนักหนา กำนันไผ่กำชับภูผาให้ไปตามเงินของกลางกลับมา ส่วนเรื่องสุพจน์ตนจะจัดการกับมันเอง
เรื่องเงินดอลลาร์ของกลาง จ่านนท์ก็ยังต้องการมันอยู่ เพราะโตมรกำชับนักหนาว่าต้องเอาคืนมาให้ได้ จ่านนท์จึงร่วมมือกับอีวาโดยมีผู้คุมเทพร่วมรับรู้ แต่เทพก็เตือนจ่านนท์จะทำอะไรต้องระวังตัว นายใหญ่หูตามากมาย ขืนถูกจับได้เราเดือดร้อนแน่
สุพจน์เป็นเดือดเป็นแค้นหลังรู้จากโตมรว่าพายุบุกเข้ามาจับเอื้อมพรถึงบริษัทของตน แล้วโตมรก็ตามหาเธอไม่พบด้วย จึงหวังพึ่งสารวัตรกอบคุณให้ตามตัว และจับพายุมาดำเนินคดี ปรากฏว่ากอบคุณรับปากทันทีเพราะจ้องเล่นงานพายุอยู่แล้ว
กอบคุณสร้างภาพเป็นคนดีให้วิวัฒน์ไว้เนื้อเชื่อใจถึงขนาดจะยกลูกสาวให้ดูแล แต่มาศจันทร์ยังลังเลเพราะเธอไม่ได้รักกอบคุณ แม้จะรู้สึกไม่ดีกับพายุบ้างแล้วเพราะความเข้าใจผิด แต่เธอก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้อยู่ดี
ผู้กำกับ หัวหน้าของกอบคุณร้ายลึก บัดนี้เขายึดเงินของกลางเอาไว้เอง แล้วเตรียมจะเอาไปฟอกโดยติดต่อมาทางเจ้าของอู่รถผู้กว้างขวาง แต่ไม่รู้ว่าเขาคือเพื่อนของภูผา
จุดใต้ตำตอจริงๆ ภูผารู้เรื่องนี้จากเพื่อนก็ชวนวีนัส บุกไปชิงเงินถึงบ้านผู้กำกับ แต่ไม่สำเร็จเพราะมีชายลึกลับ เข้ามายิงผู้กำกับตายคาที่แล้วหอบเงินหนีไปก่อน โดยจัดฉากให้เหมือนผู้กำกับฆ่าตัวตายเอง ส่วนจ่านนท์ที่สงสัยว่าเงินจะอยู่กับผู้กำกับก็มาพร้อมอีวาเหมือนกัน ภูผากับจ่านนท์เลยจ๊ะเอ๋กันโดยบังเอิญ
เมื่อไม่ได้เงินแน่แล้ว แถมยังมีตำรวจมาล้อมอยู่นอกบ้าน จ่านนท์เอาตัวรอดด้วยการโยนความผิดให้ภูผากับวีนัสเป็นคนร้ายจับตนกับอีวาเป็นตัวประกัน จึงจำเป็นต้องปล่อยภูผากับวีนัสไปเพื่อความสมจริง แล้วบอกกอบคุณที่นำกำลังมาเสริมว่าตนกับแฟนนั่งดื่มเหล้าอยู่กับผู้กำกับ
กอบคุณไม่เชื่อแต่ไม่ซักไซ้สอบสวนให้มากความ ปล่อยจ่านนท์กับอีวาไปอย่างง่ายดาย แต่แอบกำชับลูกน้องให้จับตาดูสองคนนี้ไว้ให้ดี
ภูผากับวีนัสหลบหนีมาอยู่ในกลุ่มคนพลุกพล่านเพื่อความปลอดภัย ภูผาเจ็บใจจ่านนท์จอมเจ้าเล่ห์ แต่วีนัสท้วงติงตามที่เห็นว่าเขาเองที่เจ้าเล่ห์เปิดทางให้มันก่อน
“นี่ตกลงจะอยู่ข้างใครกันแน่”
“ลงเรือลำเดียวกันแล้ว คดีติดตัวก็มีพอกัน ก็ต้องช่วยกันพายต่อไป ฉันเชื่อว่าคนที่ฆ่าผู้กำกับต้องเอาเงินไป มันต้องรู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง”
“ซึ่งมันต้องเป็นตำรวจ”
“ที่ทำคดีเงินนี้”
“กอบคุณ?” ภูผาฟันธง แต่วีนัสบอกว่าตนแค่ตั้งข้อสงสัย
ooooooo
กอบคุณมาหาวิวัฒน์แต่เช้าเพื่อบอกเล่าความคืบหน้าการติดตามตัวพายุผู้ต้องสงสัยหลายคดี รวมทั้งคดีใหม่ที่ลักพาเอื้อมพรลูกสาวของสุพจน์ไป
“เห็นว่าเขาเป็นคนรักกัน” กอบคุณจงใจพูดเช่นนี้ เพื่อให้มาศจันทร์ที่เดินเข้ามาได้ยิน
มาศจันทร์หน้าสลด แต่ปากแข็งบอกว่าไม่เกี่ยวกับตน แล้วเดินผ่านไป รัตนามองตามอย่างเข้าใจและเธอเองก็อยากรู้ความจริงเป็นยังไง จึงแอบโทร.หาหมู่รงค์ เพื่อให้มาศจันทร์กับพายุได้พบกันที่ศาลเจ้า
โอกาสเหมาะพอดี เพราะเอื้อมพรเพิ่งตัดสินใจกลับบ้านไปเมื่อเช้านี้เอง หมู่รงค์กับพายุจึงไปตามนัด รัตนามากับมาศจันทร์แต่ไม่ได้บอกว่าพามาพบใคร ให้เธอมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความสบายใจ
มาศจันทร์คิดหนักเรื่องแต่งงานกับกอบคุณ อีกทั้ง พายุกับเอื้อมพร เธอไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ คิดไปเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเพราะทั้งคู่ยังมีเยื่อใยต่อกัน
พายุกับหมู่รงค์แอบมองสองคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่รัตนาจะแยกตัวออกมาเพื่อเปิดทางให้พายุเข้าไป โดยทุกคนไม่รู้เลยว่ายุทธแอบตามรัตนากับมาศจันทร์มาซุ่มมองอยู่มุมหนึ่ง
พายุปรากฏตัวต่อหน้ามาศจันทร์ แรกเห็นเขาเธอมีแววดีใจแต่ครู่เดียวก็เปลี่ยนไปเย็นชาเชิดใส่ ไม่เชื่อที่เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจยิงวิวัฒน์
“กลับไปซะ ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น”
“คุณต้องฟัง เพราะมันคือความจริง ทุกอย่างมันถูกจัดฉากขึ้นมา”
“แล้วที่ฉุดเอื้อมพรไปล่ะ จัดฉากด้วยหรือเปล่า นายทำเพื่ออะไร...แต่ช่างเถอะ นายไปซะก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจ”
“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะเข้าใจผม”
“งั้นฉันเรียกตำรวจ”
มาศจันทร์ตั้งท่าจะทำจริงๆ พายุรีบคว้าแขนเธอไว้ แต่กลับโดนเธอตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ หมู่รงค์บ่นกับรัตนาที่แอบมองสองหนุ่มสาวอยู่ด้วยกันว่าสภาพนี้คงกู่ไม่กลับแล้ว
พายุไม่ยอมแพ้ เขาต้องการอธิบายความจริงให้มาศจันทร์เข้าใจแต่หญิงสาวผลักไสไม่ยอมฟัง จึงเกิดการยื้อกันไปมา ก่อนที่ยุทธจะพุ่งเข้ามาชกหน้าพายุแล้วชักปืนจ่อ
รัตนาตกใจวิ่งพรวดเข้ามาห้ามยุทธเสียงหลง มาศจันทร์ตัดใจหันหลังเดินจากไปก่อนที่น้ำตาเธอจะไหลให้ใครเห็น
“ไปซะ แล้วอย่ามายุ่งกับคุณหนูอีก” ยุทธตวาดพายุแล้วเดินตามมาศจันทร์ไป รัตนารั้งท้ายอย่างหนักใจ
หมู่รงค์จับตามองพายุด้วยความเห็นใจ และ เข้ามาปลอบ เพราะไม่อยากให้เพื่อนรักคิดมากแค่เรื่องผู้หญิงคนเดียว
“ฉันว่ามันไม่ใช่แค่นั้น คุณมาศจันทร์กำลังอยู่ในอันตราย”
“แกหมายถึงสารวัตรกอบคุณงั้นหรือ”
“ใช่ ฉันลองมาทบทวนเหตุการณ์ดู สารวัตรกอบคุณนี่แหละที่ทำให้ฉันติดคุก หลักฐานทุกอย่างที่แสดงว่าฉันบริสุทธิ์ก็หายไป”
“แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคุณมาศจันทร์ด้วย”
“ไม่รู้ แต่ฉันรู้สึกว่าสารวัตรกอบคุณต้องมีอะไรแอบแฝง หรือต้องการประโยชน์อะไรบางอย่างจากคุณมาศจันทร์”
“แสดงว่าแกจะเอาเรื่องคดีแกกับเรื่องแฟนแก มาปนกัน”
“จะให้แยกกันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อต้นเหตุมาจากคน คนเดียวกัน”
เวลาเดียวกันนั้น เอื้อมพรกลับมาถึงบ้านพบมงคลกับโตมรมาพูดคุยนัดหมายส่งของทางเรือกับนายท่าอย่างสุพจน์
อารามดีใจ โตมรโผเข้ากอดเอื้อมพรด้วยความรัก สุพจน์เก็บซ่อนสีหน้าไม่พอใจ ถามลูกสาวนอกไส้ว่ากลับมาได้ยังไง
“ฉันนึกจะมาก็มาน่ะสิ”
“แล้วไอ้พายุ?” โตมรถาม
“เขาไม่ได้จับฉันไปนี่ ฉันไปกับเขาเอง เขามาช่วยฉัน ฉันจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้”
โตมรชักสีหน้าไม่พอใจ “งั้นก็ดีแล้ว...คุณอาครับ ถ้าผมจะบอกว่าผมจะขอจัดงานแต่งงานผมกับเอื้อมพรในวันพรุ่งนี้เลยได้ไหมครับ ผมไม่สนใจฤกษ์อะไรแล้ว...เอื้อมพรต้องเป็นของผมเร็วที่สุด”
โตมรพูดเห็นแก่ตัวแล้วขยับมากระซิบถามเอื้อมพรว่าหายไปทั้งคืน ไอ้พายุไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม
“ไม่รู้ คิดเอาเอง” เอื้อมพรตอบทิ้งปริศนาเอาไว้แล้วเดินจากไปอย่างไม่แคร์ใครทั้งสิ้น
ooooooo
กำนันไผ่เตรียมพร้อมเพื่อแก้แค้นเอาคืนสุพจน์ให้สาสม เผื่อเขาจะสำนึกผิดชอบชั่วดีได้บ้าง
“ถึงเวลาแล้วที่พ่อต้องเอาคืน...ไอ้สุพจน์มันไม่เลิกชั่วเสียที ตอนนี้มันยังร่วมมือกับนายมงคลและลูกชายค้ายาเสพติดอีก ไม่จัดการมันตอนนี้บ้านเมืองฉิบหายแน่”
ภูผาไม่ค่อยเห็นด้วยท้วงว่า “แต่มันใหญ่เกินไปสำหรับเรานะ ให้ตำรวจจัดการดีกว่าไหม”
“ตำรวจนั่นแหละตัวดี พวกมันทั้งนั้น”
“พ่อรู้ได้ยังไง”
“เอ็งว่าการขนของแบบนี้มันจะรอดพ้นตาตำรวจง่ายๆหรือวะ ข้าเป็นกำนันมาก่อน ไอ้เรื่องพวกนี้ข้าจับมานักต่อนักแล้ว”
“งั้นแสดงว่าเครือข่ายมันมีมาก แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ”
“ข้ามีวิธี...นี่นังคนสวยแฟนเอ็งออกไปไหนนานแล้วเนี่ย”
“บ้าน่าพ่อ...เที่ยวพูดไป ฉันเสียหายนะ หน้าตาแบบนั้นใครจะไปเอา...โธ่”
กำนันไผ่หัวเราะก๊าก แซวลูกชายอย่างอารมณ์ดี “ข้าจะรอดูว่าเอ็งจะปากแข็งได้กี่มะน้อย”
“เชอะ! ถ้าเหลือยายวีนัสนั่นคนเดียวในโลกฉันขอบวชไม่สึกดีกว่า”
ภูผาปากดี แต่พอเห็นวีนัสโผล่เข้ามาก็สะดุ้ง พูดจากลบเกลื่อนจนวีนัสคร้านจะต่อปากต่อคำด้วย หันไปบอกกำนันไผ่ว่าเอื้อมพรกลับมาบ้านแล้ว
“ดีแล้ว เรื่องมันจะได้ไม่บานปลาย”
“ฉันได้เบาะแสเกี่ยวกับสารวัตรกอบคุณบางอย่างเกี่ยวกับคดีเงินที่ถูกปล้นไป ฉันจะกลับไปกรุงเทพฯ”
ภูผารู้สึกหวิวๆ เพราะไม่อยากให้วีนัสไป แต่ไว้เชิงไม่ห้าม แค่บอกให้ระวังตัว
ooooooo
ผลการตรวจสารปนเปื้อนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐทำให้วิวัฒน์สบายใจเพราะไร้ความผิด เหมืองทองของเขากลับมาดำเนินกิจการได้เหมือนเดิม
มาศจันทร์อาสาสานต่องานแทนพ่อที่ยังเดินไม่ได้ และไม่ชะล่าใจอย่างที่ยุทธเตือนว่าคนที่คิดจะฮุบเหมืองคงไม่หยุดแค่นี้แน่...เพื่อให้พ่อหมดห่วง
มาศจันทร์ตัดสินใจตกลงแต่งงานกับกอบคุณตามความต้องการของพ่อ
ฝ่ายกำนันไผ่ที่เตรียมเอาคืนสุพจน์ เขาเพิ่งได้เบาะแสจากชัยที่ส่งเข้าไปเป็นไส้ศึกว่าพวกสุพจน์กำลังจะขนสินค้าลอตใหญ่เร็วๆนี้ มีขบวนคุ้มกันเพียบ กำนันต้องระวังตัวให้ดี เพราะศัตรูของเขาไม่ใช่แค่สุพจน์คนเดียว
เปียแอบสะกดรอยตามชัยมาจนรู้เห็นกับตาแล้วรีบกลับไปรายงานจ่านนท์ หลังจากนั้นไม่นานสุพจน์ก็ได้รับการติดต่อจากจ่านนท์ให้ออกไปพบ ทั้งที่เขากำลังกำราบเอื้อมพรที่ดึงดันจะแต่งงานกับโตมร
สุพจน์จำใจผละจากเอื้อมพรไปเพราะมีเรื่องสำคัญกว่า พอรู้จากจ่านนท์ว่าเกลือเป็นหนอน สุพจน์แค้นจัดจะเล่นงานชัยให้ถึงตาย
เมื่อกอบคุณรู้จากวิวัฒน์ว่ามาศจันทร์ตกลงใจแต่งงานกับเขาก็แสดงความดีใจ และสัญญาว่าจะดูแลมาศจันทร์ให้ดีที่สุด แล้วจะให้ผู้ใหญ่มาคุยกับวิวัฒน์โดยเร็ว มงคลล่วงรู้ข่าวนี้จึงบอกต่อกับโตมรอย่างสะใจว่าเราจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอนจากการแต่งงานของสารวัตรกอบคุณกับลูกสาวนายวิวัฒน์ เพราะตนเชื่อว่าสารวัตรไม่มีทางเก็บมารหัวใจอย่างพายุไว้เป็นหอกข้างแคร่
หลังจากเจรจากับวิวัฒน์เรียบร้อยแล้ว กอบคุณตั้งใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปบอกญาติผู้ใหญ่ให้มาสู่ขอมาศจันทร์ โดยเขาไม่รู้ว่าถูกพายุกับหมู่รงค์สะกดรอยตาม ขณะเดียวกับวีนัสที่เข้ากรุงเทพฯไปพบเพื่อน
ที่เป็นอัยการก็ได้ข้อมูลที่ค่อนข้างมั่นใจว่ากอบคุณน่าจะเป็นคนเอาเอกสารสำนวนคดีในอดีตไป เธอจึงแอบเข้ามาค้นในบ้านของเขาในยามวิกาล
ปรากฏว่าตอนเข้ามาปลอดคน วีนัสได้เอกสารที่ต้องการ แต่ไม่ทันจะกลับออกไปกอบคุณก็มาถึง ส่วนพายุกับหมู่รงค์กำลังติดตามมาห่างๆ
กอบคุณเห็นจะจะว่าวีนัสคือหัวขโมย เขาไล่ยิงเธอไม่ยั้งด้วยปืนเก็บเสียงแต่พลาดทุกนัด
“กล้าจริงๆที่เข้ามาที่บ้านฉัน แต่เธอคงไม่ได้ออกไปแล้วล่ะ”
วีนัสซ่อนตัวในความมืด กอบคุณก้าวเดินค้นหาอย่างระมัดระวัง
“เธอหลบไม่พ้นหรอก ออกมาคุยกันดีกว่า บางทีถ้าเธอยอม ฉันจะมีข้อเสนอดีๆให้”
“ข้อเสนอดีๆของคุณ สำหรับฉันมันน่าจะเป็นเรื่องชั่วๆใช่ไหม แบบที่คุณกำลังทำนี่ไง”
“ปากดี!” กอบคุณยิงสวนไปตามเสียงวีนัส แต่เธอกลิ้งตัวหลบทันแล้วยิงตอบโต้กลับมา แต่ไม่ช้า เธอก็หนีไปจนมุม กอบคุณย่ามใจเล็งปืนใส่ “การยุ่งเรื่องชาวบ้านนี้มันอันตรายรู้ไหม...โดยเฉพาะเรื่องของฉัน”
กอบคุณกำลังจะเหนี่ยวไก ทันใดพายุพุ่งตัวผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาชนเขากลิ้งไป ส่วนหมู่รงค์พังประตูบ้านเข้ามา พายุเร่งหมู่รงค์ให้พาวีนัสหนีไป ไม่ต้องห่วงตน
“ของอยู่กับฉัน...รีบไปเถอะ” วีนัสเร่ง หมู่รงค์เลยนำเธอไป
กอบคุณเห็นท่าไม่ดีรีบวิทยุแจ้งตำรวจด้วยกันว่ามีคนร้ายบุกเข้าบ้านตน ให้สกัดจับคนร้ายไว้ด้วย มันมีอาวุธ เป็นบุคคลอันตราย
สั่งเสร็จเขาเตรียมเล่นงานพายุ เย้ยหยันอย่างเป็นต่อ
“แกไม่มีทางได้มาศจันทร์ไปหรอก และแกต้องติดคุกอีกรอบ”
“ที่แท้แกปรักปรำฉันจริงๆ แกทำทำไม ใส่ความว่าฉันปล้น...ทำไม”
“เรื่องนี้แกไม่เข้าใจหรอก บอกได้แค่แกมันซวย มาอยู่ผิดที่ผิดเวลา แล้วมีใครบางคนอยากให้แกติดคุก”
พายุพยายามคิดตาม แต่หาเหตุผลไม่ได้ กอบคุณเข้ามาจู่โจมเขาด้วยมีดสั้น ขณะที่พายุไม่มีอาวุธแต่สู้ยิบตา
หมู่รงค์กับวีนัสฝ่าด่านตำรวจหนีไปได้ แต่พายุกำลังแย่เพราะตำรวจอีกชุดเข้ามาช่วยกอบคุณ พายุทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองรอด เขาจับกอบคุณใส่กุญแจมือเอาไว้เป็นตัวประกันแล้วขับรถทะยานออกไป
หมู่รงค์พาวีนัสฝ่าด่านแรกรอดมาได้ แต่พอมาเจอด่านสองถึงกับหืดขึ้นคอ เขาตัดสินใจเสี่ยงตายพุ่งชนรถตำรวจ แต่กลายเป็นตำรวจที่ตอนแรกทำเหมือนยอมประสานงากลับหักพวงมาลัยหลบลงข้างทาง
ขณะเดียวกัน พายุจับกอบคุณขึ้นรถขับมุ่งหน้าไปทางสะพานข้ามแม่น้ำ กอบคุณดิ้นรนต่อสู้จนรถเสียหลักประตูเปิดออกส่งผลให้เขากลิ้งตกลงไปในน้ำแต่ไม่ตาย เพราะได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจด้วยกัน ส่วนพายุขับรถของกอบคุณหนีไป
พายุกลับมายังที่พักของวีนัส หมู่รงค์โล่งใจที่เพื่อนรักปลอดภัย แล้ววีนัสก็นำเอกสารที่ได้จากบ้านกอบคุณให้สองหนุ่มดู ปรากฏว่าเป็นเอกสารสำนวนคดีปล้นเมื่อห้าปี มีบางส่วนที่ไม่ได้แนบไปกับสำนวนที่ส่งฟ้อง
“ชัดเลย ภาพนี้บอกว่านายไม่ได้ปล้นนี่ กลับกันนายยิงป้องกันด้วยซ้ำไป”
“สารวัตรกอบคุณทำแบบนี้ทำไม”
“แบบนี้เขาเรียกหาแพะ” วีนัสฟันธง
หมู่รงค์วิเคราะห์ต่อทันที “การปล้นครั้งนี้จับคนร้ายได้ทั้งหมด เพราะมีสามคน นายเปียว นายอ๊อด และนายพายุ...สองคนนั่นตายในคุก เหลือนายคนเดียว ไม่มีทางสาวไปถึงผู้บงการปล้น นอกจาก...”
“นอกจากหาเงินของกลางนั่นเจอ”
“จริงสิ นายมาได้ยังไง” วีนัสถามพายุ พอรู้ว่าเขาขับรถสารวัตรกอบคุณมา ทุกคนก็กรูออกไปที่รถแล้วช่วยกันรื้อค้นจนพบเงินดอลลาร์ของกลาง...แสดงว่ากอบคุณนี่เองที่ฆ่าผู้กำกับแล้วชิงของกลางนี้มา
ooooooo










