ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มาศจันทร์กลับถึงกรุงเทพฯพร้อมรัตนาได้ไม่ทันข้ามวันก็มีหญิงสาวคนหนึ่งบุกเข้ามาจับตัวเธอไปจากบ้านตามคำสั่งของนายมงคล

หญิงสาวคนนี้คืออีวา...เธอไม่ธรรมดาด้านฝีมือการต่อสู้ จัดว่าเป็นนักฆ่ามือฉมังที่มงคลเรียกใช้บริการ...เมื่อกอบคุณทราบเรื่องก็ร้อนใจ สั่งตำรวจตั้งด่านสกัดให้ทั่ว แล้วสื่อสารไปยังวิวัฒน์เพื่อให้เขาคลายความกังวล

ฝ่ายพวกพายุที่รอดตายกันออกมาได้ไม่นาน ก็ต้องรีบกลับปากน้ำโพหลังจากภูผาติดต่อมายังวีนัส เมื่อรู้ข่าวมาศจันทร์ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่และตำรวจพบผู้ต้องสงสัยมุ่งหน้าไปทางนครสวรรค์ พายุร้อนใจเป็นห่วงเธอเหลือเกิน

ในระหว่างที่กำนันไผ่ถูกจ่านนท์ควบคุมตัวรอคอยภูผาเอาเงินมาแลกตามเวลานัดหมายตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้ จ่านนท์ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ภูผาถูกตำรวจจับติดคุกเพราะเข้ามาช่วยพ่อ

กำนันไผ่คำรามอย่างโกรธแค้น แต่จ่านนท์หาได้สะทกสะท้าน เดินวนรอบตัวกำนันแถมพูดจายียวน

“ฉันเป็นคนทำที่ไหน ฉันก็แค่เป็นซุ้มมือปืนจัดหาคนมายิงแก ส่วนสาเหตุตัวจริงก็คือนายสุพจน์เศรษฐีเจ้าพ่อขนส่งโน่น ถ้าเขาไม่จ้างฉัน ฉันจะไปยิงแกทำไม”

“ไอ้สุพจน์...งั้นที่พวกแกมาบุกบ้านฉันก็ฝีมือมันน่ะสิ”

“เปล่า นั่นฝีมือตำรวจ ฉันไม่รู้ว่าเขาตามแกเจอได้ยังไง แต่ฉันตามไปเพราะตำรวจบางคนส่งข่าวให้ฉัน ฉันแค่ต้องการเงินที่ไอ้ภูผามันเอาไปจากใครบางคน”

“ใครบางคน? แกหมายถึงใคร”

จ่านนท์ไม่ตอบ เป็นจังหวะที่เปียเข้ามาบอกว่าเจ้านายให้ไปพบด่วน จ่านนท์เลยผละไปแต่ไม่วายกำชับลูกน้องให้เฝ้ากำนันไผ่ไว้ดีๆ

เมื่อพวกวีนัสไปถึงจุดนัดหมายกับภูผาจึงได้รู้ว่ากำนันไผ่ถูกจับตัว ภูผาต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา เพราะมีความเกี่ยวโยงกัน คนร้ายต้องการเงินของกลางที่พายุปล้นมา วีนัสอยากได้เงินนี้เหมือนกันเพื่อรื้อฟื้นคดี พายุจึงตกลงตามที่ภูผาขอ

“ดี...พรุ่งนี้เจอกัน จบงานนี้แกกับฉันมีเรื่องต้องสะสางกันไอ้พายุ” ภูผาทิ้งท้ายก่อนจากไป พายุสงสัยสะสางเรื่องอะไร วีนัสก้าวตามไปขอร้องภูผาเอาเงินมาให้ตน แล้วตนจะช่วยพ่อเขาออกมาให้ได้ แต่ภูผาปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่มีทางหรอก ฉันหลอกพวกมันมาครั้งนึงแล้ว คราวนี้มันไม่เห็นเงิน มันฆ่าพ่อฉันแน่”

“แต่เงินนั่นมันสำคัญนะ”

“ชีวิตพ่อฉันสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะคนอย่างไอ้พายุ”

“นายมีอะไรกับพายุนักหนา”

“แล้วจะรู้เอง ขอตัวนะ” ภูผาตอบเสร็จก็เดินต่อไป วีนัสทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง

ooooooo

อีวาพามาศจันทร์หลบหลีกหูตาตำรวจไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มาศจันทร์มองสภาพห้องหรูหราแล้วสงสัยว่าพาตนมาที่นี่ทำไม

“ก็ขังไว้น่ะสิ...ทำไม นึกว่าฉันจะเอาเธอไปขังตามโกดังร้าง ตามโรงสี ยุ้งข้าวอะไรน่ะหรือ...นั่นมันคนอื่น แต่สำหรับไฮโซอย่างฉันมันต้องโรงแรมห้าดาว ของจะได้ไม่บุบสลาย อ้อ แล้วอย่าคิดหนีล่ะ เพราะจะเสียเวลาเปล่าๆ”

อีวาไม่ใช่แค่ขู่ แต่ทำให้ดูด้วยการเอาสิ่งของบนโต๊ะขว้างไปถูกขอบหน้าต่าง บังเกิดกระแสไฟฟ้าช็อตขึ้นมา มาศจันทร์สะดุ้งตกใจ

“ทางออกทุกทาง ฉันเดินไฟฟ้าแรงสูงไว้ รวมทั้งลูกบิดประตูด้วย ทันทีที่ฉันออกไปมันจะทำงาน ถ้าอยากมีชีวิตอยู่เจอหน้าพ่อเธอล่ะก็ อย่าคิดหนี...เชิญพักผ่อนตามสบาย ลาก่อน”

อีวาเดินออกไป มาศจันทร์สำรวจรอบห้อง แม้จะดูสะดวกสบายแต่มันก็แฝงไปด้วยอันตราย

ภายในห้องวีไอพีโรงแรมเดียวกัน มงคลดื่มเหล้าเคล้านารีอย่างสบายใจ โตมรนั่งอยู่ด้วยแต่ไม่สนสาวใดสักคน บอกพ่อว่าตอนนี้ในใจตนมีแต่เอื้อมพรเพียงคนเดียว มงคลยิ้มขำ ไม่คิดว่าลูกชายจะจริงจังขนาดนี้

อีกสักครู่มงคลก็ยิ่งอารมณ์ดี เมื่อรู้ว่ามาศจันทร์ถูกจับไว้แล้ว พอจ่านนท์กับเปียมาถึง มงคลจึงแนะนำให้รู้จักอีวา นักฆ่าสาวฝีมือเยี่ยม
ปรากฏว่าเพียงเห็นอีวา จ่านนท์ก็เรียกเธอว่า “นังตัวแสบ” พร้อมกับชักปืนออกมาเล็ง แต่อีวาไวพอกัน ตวัดปืนในมือพร้อมสู้ มงคลตกใจตวาดเสียงกร้าว

“พอได้แล้ว...คู่นี้นี่ จะทำงานร่วมกันได้สักครั้งไหม ...เสร็จงานนี้จะทำอะไรกันก็เชิญ แต่ตอนนี้ฉันขอ”

จ่านนท์กับอีวาสงบลงเพราะเกรงใจมงคล...หลังจากนั้นไม่นาน จ่านนท์กับเปียกลับออกไป จ่านนท์ไม่พอใจมงคล บ่นกับเปียว่า

“ท่านมงคลหักหน้ากันชัดๆ ทำไมต้องจ้างนังนี่มาด้วยนะ”

“อาจเป็นเพราะพักหลังนี่เราทำงานไม่ค่อยจะสำเร็จมั้งพี่”

“ถุย! นี่เอ็งพวกใครวะ...เฮ้อ...ไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นนังนี่ด้วย”

“ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเอานังนี่มาช่วยงานไม่ได้ล่ะพี่”

“ก็นังนี่มันทั้งแสบ ทั้งเจ้าเล่ห์ ที่สำคัญมันเป็นเมียเก่าฉัน”

เปียไม่คาดคิด หัวเราะก๊ากออกมาก่อนถามจ่านนท์ว่ามีเมียด้วยหรือ...แทนคำตอบกลับเห็นแววตาแข็งกร้าวของอีกฝ่าย เปียเลยหุบปากเงียบในบัดดล

จ่านนท์เล่าความหลังให้เปียฟังว่าอีวาหักหลังตนขนเครื่องเพชรที่ปล้นมาได้หนีไปกับชายชู้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ตนติดคุกปีเศษ กว่าจะวิ่งเต้นออกมาได้ แล้วได้ข่าวว่าเธอหักหลังชู้อีก

“โห...ขนาดนั้นเลยหรือ”

“ทำไมอยู่ดีๆท่านมงคลถึงตามมันมา”

“อาจจะเกี่ยวกับเรื่องเงินของกลางนั่นก็ได้”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นเราก็หมดห่วง เพราะพรุ่งนี้

เที่ยงเราก็จะเป็นเจ้าของมันแล้ว” จ่านนท์คาดหวังด้วยความมั่นใจ...

ค่ำคืนเดียวกัน หมู่รงค์สังเกตเห็นพายุหมกตัวอยู่ในความมืดนานแล้ว จึงเข้ามาถามเขาว่าคิดอะไรอยู่

“คิดอะไรไปเรื่อยๆ ฉันว่าฉันเป็นคนธรรมดา ไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของใคร แต่ทำไมเรื่องมันวิ่งมาหาฉันมากมาย ถ้าฉันไม่ดิ้นรนที่จะรื้อฟื้นคดีคงไม่เป็นแบบนี้”

“ไม่จริงหรอก คนมันคิดจะปิดปากแกมากกว่า แต่ยังไงฉันก็เห็นใจแก มีพ่อ พ่อก็ไม่ยอมรับ แม่ก็มาตายไปอีก แถมคนรักก็ถูกจับไปไหนไม่รู้ เฮ้อ! ป่านนี้โดนปู้ยี่ปู้ยำไปถึงไหนแล้วนะ”

พายุฟังแล้วสะอึก ถามเพื่อนรักว่านี่คือการปลอบใจหรือทับถมกันแน่

“เอาน่า ฉันแค่พูดเล่น พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วเราค่อยหาทางช่วยคุณมาศจันทร์กัน”

“ขอบใจมากเพื่อน”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น กอบคุณกับรัตนามาที่บ้านพักของวิวัฒน์ในเหมืองด้วยความร้อนใจ

“เฮ้อ...ไม่รู้เวรกรรมอะไร” วิวัฒน์บ่นอย่างหนักใจ รัตนาคาดเดาว่าอาจเกี่ยวกับสัมปทานเหมือง เพราะเราไม่เคยมีเรื่องกับใครที่ไหน นอกจากเรื่องนี้

“มันอาจจะเป็นอย่างที่ป้ารัตนาบอกก็ได้นะครับ ผมยังไม่ทิ้งประเด็นนี้ในการสอบสวนครับ”

“แล้วพอจะรู้ไหมว่ามันจับลูกจันทร์ไปทางไหน”

“จากรายงานจากกล้องวงจรปิดระหว่างทางพบว่ารถวิ่งมาสิ้นสุดในเขตนครสวรรค์นี่ครับ”

“งั้นก็แคบลงสินะ”

“ครับ” ตอบแล้วกอบคุณรับสายจากลูกน้องที่โทร.มารายงานความคืบหน้าว่าเจอรถคนร้ายจอดทิ้งในป่าละเมาะแถวบึงบอระเพ็ด
วิวัฒน์กับรัตนาใจชื้น ต่างภาวนาให้กอบคุณตามตัวมาศจันทร์กลับมาอย่างปลอดภัย

ooooooo

ใกล้เที่ยงเข้ามาทุกทีแต่ยังไร้วี่แววของภูผา...

เปียเริ่มไม่มั่นใจ แต่จ่านนท์เชื่อว่ามันมาแน่!

ปรากฏว่าเที่ยงตรง ภูผาเดินเข้ามาอย่างอาจหาญพร้อมกระเป๋าเงิน หยุดยืนในระยะห่างพอสมควร บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนมาคนเดียว

จ่านนท์ขอตรวจสอบเงิน แต่ภูผาบอกให้ส่งพ่อของตนมาก่อน หรือไม่ก็ต้องยื่นหมูยื่นแมว...สองฝ่ายดูเชิงกันไม่นานจ่านนท์ก็ตุกติกจนได้ พายุ หมู่รงค์ และวีนัสที่ซ่อนตัวเลยต้องแสดงฝีมือเข้าช่วยเหลือภูผา แต่พอชิงตัวกำนันไผ่มาได้อย่างปลอดภัย ภูผากลับเอาตัวรอดปล่อยให้พวกพายุต่อสู้กับพวกจ่านนท์

“แล้วพวกนี้ล่ะ” กำนันไผ่ทักท้วง

“มันเรื่องของเขา เขาอยากได้เงินก็ให้เขาแย่งกันไปสิ...ไปเถอะพ่อ มันได้ไม่คุ้มเสียหรอก”

กำนันไผ่เป็นห่วงพายุ บอกภูผาว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นพี่

“ฉันไม่นับถือคนที่ทำให้แม่ฉันตายหรอก...ไปเถอะพ่อ”

กำนันไผ่ลังเล แต่ที่สุดก็ต้องผละไปพร้อมภูผาเพราะจ่านนท์กระหน่ำยิงมาไม่ขาดสาย พายุเห็นว่าภูผาไปแน่ก็สบถอย่างแค้นใจ

“ไอ้ภูผา ไอ้สารเลวเอ๊ย ทิ้งกันได้นะแก”

“ฉันจะไปเอากระเป๋าเอง” หมู่รงค์อาสา สายตาเล็งไปที่กระเป๋าเงินที่ภูผาทิ้งไว้ แต่พายุไม่ยินยอม เขาวิ่งฝ่ากระสุนของพวกจ่านนท์เข้าไปเอากระเป๋าด้วยตัวเอง โดยมีหมู่รงค์กับวีนัสช่วยยิงคุ้มกัน

แต่แล้วสองฝ่ายก็ต้องยุติการสู้รบ เมื่อได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังเข้ามา ทุกคนสงสัยว่าตำรวจรู้ได้ยังไง

กอบคุณนำกำลังตำรวจลงจากรถพร้อมตะโกนสั่งทุกคนวางอาวุธ จ่านนท์มองไปที่กระเป๋าเงินด้วยความเสียดาย ก่อนตัดใจเผ่นหนีพร้อมลูกน้อง ขณะที่พายุก็อยากได้เงินเช่นกัน แต่หมู่รงค์ไม่ยินยอม

“ไปก่อนเถอะน่า อยากมีอีกคดีหรือไง”

พายุจำยอม รีบหนีไปกับหมู่รงค์และวีนัส กอบคุณแค้นใจจับใครไม่ได้สักคน แต่อย่างน้อยก็ไม่คว้าน้ำเหลวซะทีเดียว เพราะได้เงินดอลลาร์มาอยู่ในมือ

ooooooo

หลังได้รับการติดต่อจากคนที่จับตัวลูกสาวไป วิวัฒน์รีบร้อนออกทางหลังบ้านแต่ไม่รอดพ้นสายตารัตนา เธอตรงดิ่งตามมาสอบถามก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถ

“เดี๋ยวค่ะท่าน จะไปไหนหรือคะ”

“ฉันไปธุระเดี๋ยวเดียว”

“ทำไมไม่ออกข้างหน้าบ้านล่ะคะ หรือไม่ก็เอาตำรวจไปด้วย”

“ยุ่งน่า ฉันไปแป๊บเดียว ไม่เป็นไรหรอก หลีกไป”

วิวัฒน์ร้อนใจเป็นห่วงมาศจันทร์ คนร้ายระบุให้เขามาพบที่สวนสาธารณะ ต้องมาคนเดียว ห้ามแจ้งตำรวจ และอย่าลืมเอาปากกามาด้วย

รัตนารู้สึกผิดสังเกตกับท่าทีร้อนรนของวิวัฒน์ คิดมาคิดไปแล้วตัดสินใจต้องบอกให้สารวัตรกอบคุณรู้

เวลาเดียวกันนั้น กอบคุณนำกระเป๋าเงินมามอบให้ผู้กำกับต่อหน้าตำรวจอีกสองสามนาย

“แน่ใจหรือสารวัตร ว่านี่เป็นเงินของกลางที่ถูกปล้นไปเมื่อห้าปีก่อน”

“ค่อนข้างแน่ใจครับ”

“มันใช้คำว่าค่อนข้างไม่ได้ ต้องพิสูจน์ เอาอย่างนี้ ผมว่าเราส่งไปพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงกับดีเอ็นเอที่กองพิสูจน์หลักฐานดีกว่า”

“ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะเอาเข้าไปส่งที่กรุงเทพฯ”

เสียงโทรศัพท์กอบคุณดังขึ้น เจ้าตัวเลี่ยงออกมารับสาย พอได้ยินรัตนาแจ้งข่าวก็มั่นใจว่าการกระทำของวิวัฒน์ต้องเกี่ยวกับเรื่องมาศจันทร์หายตัวไป

ooooooo

หมู่รงค์พาพายุกับวีนัสหลบไปพึ่งพิงลูกน้องแถวตรอกศาลเจ้า ลูกน้องรับรองว่าที่นี่ปลอดภัยเพราะเป็นถิ่นของตน หมู่รงค์ขอบใจลูกน้องแล้วหันมาทางพายุที่นั่งบ่นหน้าเครียด

“เจ็บใจไอ้บ้าภูผาจริงๆ หักหลังเราได้ ถ้ามันไม่หนีไปป่านนี้ได้ของกลางมาแล้ว”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันตามเจอนายนี่แน่ เพราะเขาต้องมารายงานตัวกับฉัน ขืนไม่มาก็คงได้เข้าคุกอีกแน่” วีนัสให้ความมั่นใจ ขณะที่หมู่รงค์สงสัยว่าตำรวจได้เงินไปจะเอาไปทำอะไร วีนัสตอบทันทีว่า

“เขาต้องเอาไปพิสูจน์แน่ เพราะสารวัตรกอบคุณเคยทำคดีนี้”

หมู่รงค์รับรู้แล้วหันมาซักถามลูกน้องว่าพอจะรู้ที่มาศจันทร์ถูกลักพาตัวบ้างไหม

“ไม่รู้เลยพี่ ได้ยินจากข่าวแค่นั้น...นอกนั้นเงียบ”

พายุคาดว่าคนที่จับไปไม่น่าจะเป็นพวกจ่านนท์ หมู่รงค์เองก็จนใจ สงสัยว่าพวกไหนกันทำงานได้เงียบขนาดนี้...

วิวัฒน์ขับรถเข้ามาจอดในบริเวณสวนสาธารณะแล้วทำตามที่อีวาบอกทุกอย่าง เขาเดินเข้าไปนั่งที่ศาลาหยิบซองเอกสารใต้ที่นั่งขึ้นมา พบว่ามันคือเอกสารคืนสัมปทาน

อีวาเดินเข้ามาเงียบกริบ นั่งลงห่างวิวัฒน์เล็กน้อย วิวัฒน์เห็นแล้วเบาใจที่เป็นผู้หญิง

“นี่หรือที่ต้องการแลกกับลูกฉัน”

“ถูกต้อง คุณนี่ฉลาดกว่าที่ฉันคิด แต่ถ้าจะให้ฉลาดสุดๆล่ะก็...เซ็นซะ”

“ฉันต้องเห็นลูกฉันก่อน”

วิวัฒน์ต่อรอง อีวาไม่ขัดข้อง ส่งสัญญาณไปยังลูกน้องที่จอดรถอยู่ห่างๆ แถมใจดีส่งกล้องส่องทางไกลให้วิวัฒน์ได้เห็นลูกสาวชัดๆ
มาศจันทร์ถูกมัดมือและปากอยู่ในรถคันนั้น เธอเห็นพ่อแต่ทำอะไรไม่ได้แม้แต่ร้องเรียก

อีวาดึงกล้องจากมือวิวัฒน์คืนมา “พอแล้ว...ตกลงอยากพาลูกสาวกลับแบบเป็นๆหรือเป็นศพ”

วิวัฒน์ตัดสินใจในนาทีนั้น ชักปืนที่เหน็บเอวออกมาเล็งใส่หญิงสาว

“แกต่างหากที่จะเป็นศพ”

แต่ไม่หมูอย่างที่คิด อีวาปัดปืนในมือวิวัฒน์แล้วซ้อมเขาไม่ยั้ง

“ลูกเล่นนักเหรอ”

มาศจันทร์เห็นอีวาซ้อมพ่อก็ดิ้นรนด้วยความเป็นห่วง ทันใดนั้นกอบคุณโผล่มาอีกทาง ยิงอีวาแต่ไม่โดน หญิงสาวหลบว่องไวและตอบโต้กลับไป

จังหวะหนึ่งวิวัฒน์ตะเกียกตะกายไปหยิบปืนจะยิงอีวา แต่ช้ากว่าลูกน้องของเธอที่ลั่นกระสุนเข้าใส่กลางหลังวิวัฒน์จนทรุดฮวบ มาศจันทร์ตกใจสุดขีด

กอบคุณรีบเข้ามาดูวิวัฒน์ที่ใกล้หมดสติ ทำให้อีวาสบโอกาสหนีขึ้นรถออกไป

ooooooo

ที่ห้องเช่าตึกแถวแหล่งกบดานของสองพ่อลูก กำนันไผ่กับภูผา

กำนันไผ่บ่นอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมสุพจน์ถึงจองล้างจองผลาญตนไม่เลิกรา...ที่สุดเขาตัดสินใจเล่าความหลังเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วให้ลูกชายฟัง

“ตอนนั้นพ่อกับแม่แกได้กันใหม่ๆ แม่แกเป็นเทพีระดับจังหวัดเลยนะ แต่อย่างว่าแหละ คนงามก็ต้องมีคนมาติดพันและหลงรัก แต่ไม่มีใครกล้ากับกำนันไผ่ แม่ของแกจึงได้แต่งงานกับพ่อ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ยอมเลิกรา...มันรักแม่แกฝังใจ...ไอ้สุพจน์”

คืนหนึ่ง สุพจน์ยกพวกบุกเข้ามาจับนิ่มและตั้งใจฆ่ากำนันไผ่ทิ้ง โดยสร้างสถานการณ์เป็นโจรปล้นบ้าน...กำนันไผ่สู้ยิบตา แต่เพราะพวกมันมากันมากเกินกำลังต้าน เขาจึงพานิ่มฝ่าความมืดและสายฝนออกไปทางหลังบ้าน แต่ไม่รอด สุพจน์ยิงกำนันไผ่แล้วเอาตัวนิ่มไป

“เป็นแบบนี้นี่เอง”

“มันเป็นยิ่งกว่าที่แกคิด ไอ้สุพจน์มันไปก่อคดีปล้นแล้วสร้างหลักฐานเท็จ โดยร่วมมือกับตำรวจชั่วๆบางคนใส่ความพ่อว่าเป็นคนทำ ตำรวจถึงตามล่าพ่อมาตลอด และที่สำคัญก็คือมันเป็นคนจ้างคนมายิงพ่อที่หน้าห้างแล้วทำให้แกติดคุก”

“จริงเหรอพ่อ”

“พ่อเพิ่งรู้ตอนที่ไอ้จ่านั่นจับพ่อไป มันเล่าให้พ่อฟังหมดแล้ว”

“มึง!...ไอ้สุพจน์” ภูผาคำราม แววตาวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้น

ooooooo

เมื่อรู้ว่าจ่านนท์บุ่มบ่ามทำนอกเหนือคำสั่งจนเงินดอลลาร์ที่อยู่กับภูผาหลุดลอยไปอยู่ในมือตำรวจ โตมรไม่พอใจดุด่าจ่านนท์แล้วยังกำชับให้รับผิดชอบไปเอาเงินคืนมาให้ได้

ส่วนมาศจันทร์ที่ถูกจับมากักตัวไว้อย่างเดิมในโรงแรม เธอเป็นห่วงพ่อ พยายามหาช่องทางหนีแต่ไร้ผล เพราะอีวาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจดักเธอไว้หมดทุกทาง

วิวัฒน์ถูกยิงเข้ากลางกระดูกสันหลังอาจกระทบ กระเทือนประสาทการรับรู้ มีโอกาสเป็นอัมพาต รัตนาฟังหมอแล้วใจเสียแทบร้องไห้ ไหนจะมาศจันทร์อีกคนที่ยังไม่รู้ชะตากรรม เธอขอร้องกอบคุณช่วยพามาศจันทร์กลับมาให้ได้

ขณะเดียวกันพายุก็พยายามตามหามาศจันทร์ แต่วันนี้ลูกน้องหมู่รงค์มาส่งข่าวเรื่องวิวัฒน์ถูกยิง เขากับหมู่รงค์จึงไปดูที่เกิดเหตุแล้วเจอปลอกกระสุนที่พวกมือสังหารชอบใช้ ตกเย็นพายุลอบเข้าไปยังโรงพยาบาลเพื่อดูอาการวิวัฒน์ แต่เจอยุทธเสียก่อน พายุพูดความจริงที่ขัดแย้งกับกอบคุณซึ่งใส่ร้ายเขาไว้ ทำให้ยุทธเริ่มเชื่อใจว่าพายุไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับมาศจันทร์และวิวัฒน์

แต่เมื่อยุทธพาพายุเข้ามาเยี่ยมวิวัฒน์ที่รัตนาเฝ้าอยู่ วิวัฒน์กำลังคับแค้นและสะเทือนใจที่ตัวเองอาจกลายเป็นคนพิการ จึงอาละวาดดุด่าพายุด้วยความเข้าใจผิด เชื่อในคำพูดของกอบคุณทุกอย่าง

พายุสาบานว่าไม่ได้จับมาศจันทร์ไป และเหตุการณ์วิวัฒน์ถูกยิงตนก็ไม่รู้เรื่อง แล้วตนจะทำความจริงให้ปรากฏ แต่พายุไม่ทันออกไป ตำรวจลูกน้องของกอบคุณก็โผล่เข้ามาจับกุม แต่ไม่สำเร็จเพราะหมู่รงค์ไหวตัวมาช่วยพายุทันท่วงที

หลังจากนั้นพายุมุ่งมั่นต้องหามาศจันทร์ให้เจอ โดยเริ่มต้นที่ศัตรูของวิวัฒน์ที่มีอยู่คนเดียวคือนายมงคล คาดไม่ถึงว่าพายุโชคดีได้เอื้อมพรช่วยสืบ ระยะนี้เธอพบโตมรบ่อยๆ และยอมเป็นของเขาอย่างง่ายดาย แล้วนำไปสู่การเห็นหลักฐานสำคัญว่าโตมรนี่เองที่อยู่เบื้องหลังการจับตัวมาศจันทร์

ฝ่ายจ่านนท์ที่ต้องชิงเงินคืนจากตำรวจ เขาตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากอีวาโดยยอมแบ่งเงินกันคนละครึ่ง ในวันที่กอบคุณนำเงินเข้ากรุงเทพฯตามที่รับปากผู้กำกับไว้ แน่นอนว่าพวกจ่านนท์ต้องบุกมาชิง

แต่ความหวังของจ่านนท์กับอีวาก็พังพาบเพราะกอบคุณฉลาดเป็นกรดใส่กระดาษไว้ในกระเป๋าแทนที่จะเป็นเงินดอลลาร์ แต่กอบคุณกลับไปบอกหัวหน้าและให้ข่าวว่าเงินของกลางถูกพายุปล้นไป

พายุเป็นเดือดเป็นแค้น แต่เวลานี้เขาต้องมุ่งเรื่องช่วยเหลือมาศจันทร์ที่ได้เบาะแสจากเอื้อมพรมาสดๆ ร้อนๆ พายุกับหมู่รงค์ปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดเข้าไปช่วยมาศจันทร์ในโรงแรม แล้วเกิดการต่อสู้ไล่ล่ากับพวกอีวา แต่สองหนุ่มเพื่อนรักก็เสี่ยงตายช่วยมาศจันทร์หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด พอจ่านนท์รู้เรื่องก็ตอกย้ำกับอีวาว่าตนเคยบอกแล้วว่าพายุไม่ธรรมดา

“ฉันรู้...รู้มานานแล้ว เธอยังเอามันไม่ลงเลย”

“มันก็แค่โชคดี”

“ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันไม่สนอะไรอีกแล้ว นอกจาก...”

“เงิน 15 ล้านเหรียญ”

“นายนี่...ยังรู้ใจฉันเหมือนเดิม”

“อยากกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมล่ะ”

“เรื่องนั้นฉันขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน”

อีวาไว้เชิง จ่านนท์ไม่เซ้าซี้ แต่อยากรู้ว่าเงินหายไปไหน อีวาเชื่อว่าเงินไม่ได้หายไปไหนแต่ยังอยู่กับตำรวจอย่างแน่นอน

ทันใดในจอทีวีมีการรายงานข่าวความคืบหน้าคดีปล้นเงิน สองคนให้ความสนใจจ้องมองทีวีตาไม่กะพริบ

“ความคืบหน้าคดีปล้นเงิน 15 ดอลลาร์ ที่เข้าใจว่าจะเป็นของกลางในคดีปล้นรถขนเงินเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ขณะนี้ตำรวจกำลังตามล่านายพายุกับพวก ซึ่งเข้าใจว่ากำลังจะหาทางหลบหนีข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน”

สิ้นเสียงการรายงานข่าว ภาพตัดไปเป็นกอบคุณให้สัมภาษณ์

“ตอนนี้เราสั่งคุมเข้มตามชายแดนหมดทุกจุดแล้วครับ ไม่มีทางที่จะหนีไปได้ แล้วผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า ถ้านายพายุกับพวกได้ดูข่าวนี้ขอให้มามอบตัวพร้อมเงินที่ปล้นไป ไม่อย่างนั้นเราคงต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด”

จ่านนท์กับอีวามองหน้ากันแปลกใจ เงินไม่ได้อยู่ที่ตำรวจ...อีวาเชื่อว่าเรื่องนี้ชักจะกลิ่นไม่ค่อยดีเสียแล้ว...

ที่สำนักคุมประพฤติสังกัดของวีนัส เวลานี้วีนัสถูกหัวหน้าเรียกพบเป็นการส่วนตัวเพื่อขอคำอธิบายที่เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นคดีของพายุ

“ดิฉันก็แค่ช่วยเขารื้อฟื้นคดีมาพิจารณาใหม่ค่ะ”

“คุณทำแบบนี้ทำไม เรื่องมันจบไปแล้ว ไม่เห็นต้องรื้อฟื้นเลย”

“ความยุติธรรมไงคะหัวหน้า เราเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน”

“มันก็จริง แต่การที่คุณไปร่วมก่อเหตุกับนายพายุนั่นผมว่ามันผิดระเบียบและผิดกฎหมายด้วยนะ”

“แต่ทุกเรื่องเป็นการป้องกันตัว และถูกกลั่นแกล้งนะคะ”

“แต่ผู้ใหญ่เขาไม่คิดแบบคุณ มีคำสั่งจากเบื้องบนลงมา...หวังว่าคุณคงเข้าใจนะ ผมคงต้องพักงานคุณจนกว่าเราจะสอบสวนคุณเสร็จ”

วีนัสตกใจและพูดไม่ออก เพราะหัวหน้าย้ำอีกครั้งว่าตนพูดชัดเจนแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:13 น.