ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภูผามาปากน้ำโพเรื่องฟอกเงินและตั้งใจจะไปหาพ่อแม่หลังตัวเองออกจากคุก เมื่อพลาดจากเรื่องฟอกเงิน เขาจึงบ่ายหน้าไปบ้านพ่อแม่

ปรากฏว่าเวลานี้กำนันไผ่พ่อของภูผายังคงถูกตำรวจคุกคามติดตามจับตัวข้อหาผู้มีอิทธิพล ไม่คิดว่าพอภูผาได้พบหน้าพ่อกับแม่และทักทายกันไม่กี่คำ ก็มีตำรวจบุกจู่โจมเข้ามาเพื่อจับกำนันไผ่

ภูผาตกใจแต่ก็ตั้งสติทำตามที่พ่อบอกให้ถ่วงเวลาตำรวจไว้เพื่อที่พ่อกับแม่จะได้หนีออกทางอุโมงค์ทางลับที่ขุดเตรียมไว้ หลังจากพ่อแม่ปลอดภัยแน่แล้ว ภูผาก็อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปอีกคน

ส่วนที่บ้านสุพจน์ยามนี้ เจ้าของบ้านบ้าตัณหาพาสาวใช้ขึ้นมานอนบนห้อง อิ่มจิตเข้ามาเจอถึงกับผงะเพราะทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

สุพจน์ไม่สะทกสะท้านและไม่สนใจว่าอิ่มจิตจะรู้สึกยังไง เขาให้เงินสาวใช้เป็นครั้งคราวในการหาความสุขใส่ตัว เมื่ออิ่มจิตตัดพ้อว่าไม่มากไปหน่อยหรือ ทำไมไม่ให้เกียรติกันบ้าง เด็กก็เด็กในบ้าน ห้องนอนก็เป็นห้องที่ตนนอนกับเขาทุกคืน สุพจน์สวนขึ้นอย่างเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาว่า

“จะเป็นอะไรไป ฉันก็แค่ปลดปล่อยชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้จริงจังอะไรกับเด็กพวกนี้หรอก ให้เงินไปนิดหน่อยขี้คร้านจะเงียบ”

“คุณจะไปนอนกับใครก็เชิญ แต่ต้องไม่ใช่บนเตียงของฉัน”

“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน หรือว่าเธอไม่พอใจก็ไปหาผู้ชายมานอนด้วยบ้างก็ได้นี่ เปลี่ยนรสชาติซะบ้าง”

อิ่มจิตสุดทนตบหน้าสุพจน์อย่างแรง แต่คาดไม่ถึงว่าสุพจน์จะตบเธอกลับคืนทันควันเหมือนกัน อิ่มจิตถึงกับเซเกือบล้มถ้าเอื้อมพรไม่เข้ามาประคองแม่ไว้

แล้วคืนนั้นสุพจน์ก็ออกจากบ้านไปสมทบกับพวกโตมรที่ลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายมาทางเรือ สุพจน์เห็นห่อเฮโรอีนมูลค่าเกือบ 120 ล้าน เกิดความโลภรีบถามเรื่องส่วนแบ่ง โตมรบอกว่าหักต้นทุนทั้งหมดแล้วแบ่งกันคนละครึ่ง สุพจน์ยิ้มพอใจ...โดยทุกคนไม่รู้ว่ากำนันไผ่กับเมียที่หนีตำรวจมาแอบได้ยินเข้าให้แล้ว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น วีนัส พายุ และหมู่รงค์นำเงินดอลลาร์มาให้กอบคุณที่โรงพัก หมู่รงค์เล่าว่าตนเจอเงินนี้โดยบังเอิญในโรงแรมม่านรูด วีนัสแจ้งความประสงค์ว่าไม่ได้เอาเงินมาส่งให้เฉยๆ แต่เราต้องการรื้อฟื้นคดีมาพิจารณาใหม่

กอบคุณแววตาไม่ไว้ใจ พายุรุกคืบว่าตนรบกวนขอเอกสารหรือสำนวนต่างๆที่สารวัตรมีอยู่ กอบคุณปฏิเสธว่าไม่มี ถึงมีก็อยู่ที่ทำงานเก่า อีกอย่างเรื่องก็จบไปแล้วจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกทำไม

“ก็ผมไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นคนคุกไง” พายุสวนและจ้องหน้ากอบคุณอย่างไม่เกรง

“ก็ได้ แล้วผมจะหาให้” กอบคุณรับปากแบบขอไปที

พอดีหมวดเข้ามาบอกสารวัตรกอบคุณว่ามีเรื่องด่วน พลางยื่นกระดาษข้อความให้ เท่านั้นเองกอบคุณก็รำพึงชื่อกำนันไผ่แล้วผลุนผลันออกไปโดยไม่สนใจพวกพายุ

พายุ หมู่รงค์ และวีนัสพากันออกมาหน้าโรงพักด้วยท่าทีเซ็งๆ หมู่รงค์ไม่ไว้ใจกอบคุณจึงไม่เห็นด้วยที่พายุเอาหลักฐานให้เขาไป แต่วีนัสเอ่ยอย่างเข้าใจพายุว่า

“นายยังคาใจที่สารวัตรกอบคุณให้การปรักปรำในศาลใช่ไหม”

“ถ้าเรื่องเงินแพร่ออกไป แสดงว่าสารวัตรกอบคุณอาจจะมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้”

“ตำรวจนี่คบไม่ได้จริงๆ จริงไหมคุณวีนัส”

อดีตตำรวจอย่างวีนัสยิ้มรับแต่ไม่แสดงความเห็น แล้วบอกพายุว่าไม่ต้องกังวลไป ถ้าสารวัตรกอบคุณไม่เอาเอกสารทางคดีมาให้ ตนจะหาทางเอามาให้เขาเอง...

สายวันเดียวกันที่เหมืองของวิวัฒน์ ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานมารายงานผลการตรวจสอบสารปนเปื้อนในน้ำแก่เจ้าของเหมือง

“เราพบว่ามีสารพิษปนเปื้อนในน้ำจริงๆครับ”

วิวัฒน์ มาศจันทร์ และยุทธสีหน้าไม่สู้ดี ช่วยกันทักท้วงและยืนยันว่าเราไม่ได้ปล่อยน้ำลงในลำรางสาธารณะอย่างแน่นอน และทางกรมฯก็เคยมาตรวจไปแล้วด้วย

เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นพรรคพวกของนายมงคลแย้งว่า “แต่หลักฐานมันมีพร้อมนี่ครับ และชาวบ้านก็เป็นพยานด้วย ไม่เชื่อคุณก็ลองดูข้างนอกสิ”

สามคนมองไปที่หน้าต่างเห็นชาวบ้านถือป้ายขับไล่เต็มไปหมด มาศจันทร์ตระหนกตกใจโพล่งขึ้นว่า

“แย่แล้ว ทำยังไงดีคะคุณพ่อ”

“คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ นอกจากไปให้ปากคำที่โรงพักก่อน”

ฟังคำตำรวจแล้วสองพ่อลูกถึงกับหน้าซีดเผือด ขณะที่ยุทธจับสังเกตและเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่โปร่งใสแน่นอน

ooooooo

กอบคุณมาที่บ้านกำนันไผ่แต่ไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม นอกจากเจออุโมงค์ที่กำนันไผ่พาเมียหนีไป ภูผาย้อนกลับมาแอบดู สงสัยว่าสารวัตรกอบคุณมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้

ด้านวีนัสที่เริ่มมองเห็นเค้าลางความไม่ยุติธรรมคดีปล้นเมื่อห้าปีที่แล้ว เธออาสาพาพายุไปติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอดูสำนวนคดีจากเพื่อนคนหนึ่ง ปรากฏว่ามีช่องโหว่หลายอย่าง จึงค่อนข้างเชื่อที่พายุบอกว่าเป็นหลักฐานเท็จ แต่เธอต้องพิสูจน์หลักฐานพวกนี้ เสียก่อนตามหลักการของตำรวจ
วีนัสเคยเป็นตำรวจมาก่อน แต่เพราะความใจกล้าและเที่ยงตรงของเธอที่ต้องการจับคนร้ายให้ได้ จึงขัดคำสั่งหัวหน้า เป็นเหตุให้เธอถูกให้ออกตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

พายุรับรู้อดีตของเธอด้วยความเห็นใจ จากนั้นเขาพาเธอไปที่เรือนจำติดต่อขอเยี่ยมไอ้เปียว แต่ไม่ได้ความคืบหน้าเพราะเปียวไม่ยอมบอกเรื่องปล้นเงิน เมื่อออกจากเรือนจำวีนัสพาเขาไปพักที่คอนโด แต่พายุเกรงใจและเห็นว่าไม่เหมาะจึงปฏิเสธที่จะอยู่ด้วย

ฝ่ายนายมงคล นายกเทศมนตรีปากน้ำโพ เวลานี้เขากำลังมีความหวังหลังทราบว่าเหมืองของวิวัฒน์ถูกสั่งปิดเพื่อตรวจสอบความจริง โอกาสที่มงคลจะยึดสัมปทานจากวิวัฒน์เป็นไปได้สูง

สุพจน์เข้ามาร่วมขบวนการลักลอบขนส่งของผิดกฎหมายกับโตมรเพราะเห็นแก่ส่วนแบ่งจำนวนมาก ส่วนเรื่องเอื้อมพร เขาก็ยังหวังในตัวเธอ วันนี้อิ่มจิตไม่อยู่บ้าน เขาฉวยโอกาสปลุกปล้ำเอื้อมพรจนสำเร็จ สร้างตราบาปและความโกรธแค้นให้กับหญิงสาวถึงขนาดวางแผนยืมมือโตมรมาแก้แค้นสุพจน์

ภูผาหลบไปอาศัยโรงแรมหรูซ่อนตัวและนำเงินดอลลาร์ที่เหลือซุกไว้ในช่องแอร์ หมู่รงค์กับลูกน้องสะกดรอยตามจนเจอและเกิดการต่อสู้กัน ก่อนที่เปียกับลูกน้องจะโผล่มาร่วมวงเพราะต้องการเงินจากภูผาและคาดคั้นที่มาที่ไปของเงิน แต่ไม่สำเร็จ ภูผาหนีไปได้และทิ้งเงินที่ซุกไว้โดยไม่มีใครรู้

จ่านนท์ติดตามพายุกับวีนัสเข้ากรุงเทพฯ เขาแวะที่เรือนจำและรู้ข้อมูลจากผู้คุมชื่อเทพที่คุ้นเคยกันดีว่าช่วงสายมีผู้หญิงชื่อวีนัสกับพายุมาขอเยี่ยมไอ้เปียว จ่านนท์สังหรณ์ใจไม่ดีจึงสั่งเทพให้เก็บเปียวกับอ๊อดที่ไร้ประโยชน์กับพวกเราแล้ว

เวลาเดียวกันนั้น ลูกน้องจ่านนท์สามคนสะกดรอยตามพายุกับวีนัสไปถึงคอนโด วีนัสถูกพวกมันคุกคาม แต่โชคดีที่พายุย้อนกลับมาทันเวลา แม้จ่านนท์ตามมาสมทบก็ไม่สามารถทำอะไรทั้งสองคนได้

พายุกับวีนัสกลับไปที่ปากน้ำโพและร่วมพูดคุยกับหมู่รงค์ด้วยเรื่องจ่านนท์ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการปล้น แต่คงมีผู้อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ส่วนหมู่รงค์ก็เกือบได้ตัวภูผา จะได้รู้เสียทีว่าเขาเอาเงินนั้นมาจากไหน

ทางฝ่ายกอบคุณที่แอบรักมาศจันทร์ เขาพยายามช่วยเหลือเธอกับพ่อที่กำลังเผชิญปัญหาเหมืองถูกปิด แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เครื่องจักรในเหมืองถูกโตมรส่งคนลอบเข้ามาเผาเสียหายเกือบหมด วิวัฒน์เครียดจนโรคหัวใจกำเริบต้องหามส่งโรงพยาบาลอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิด มงคลรู้เรื่องก็สะใจเป็นที่สุด โอกาสที่เขาจะได้ครอบครองเหมืองทองใกล้เข้ามาทุกที

พายุรู้ข่าวนี้จากหมู่รงค์ก็รู้สึกเป็นห่วงมาศจันทร์ เขารีบไปพบเธอที่โรงพยาบาลและเกือบเจอภูผาที่มารักษาบาดแผลอันเกิดจากการต่อสู้กับสมุนของจ่านนท์ พายุแสดงความเห็นใจหญิงสาวและฝากเธอเยี่ยมวิวัฒน์ เพราะคิดว่าตัวเองเข้าไปตอนนี้คงไม่เหมาะ

ขณะที่พายุกำลังจะกลับออกมา เขาเดินสวนกับจ่านนท์ที่ปลอมตัวเป็นหมอพรางใบหน้า พายุไม่ได้สังเกต จ่านนท์จึงขึ้นลิฟต์ไป เป้าหมายคือห้องนายวิวัฒน์ตามคำสั่งของโตมร

หน้าห้องมีตำรวจที่สารวัตรกอบคุณส่งมาเฝ้า ส่วนห้องข้างกันภูผานอนรักษาตัวอยู่ มาศจันทร์เฝ้าพ่ออยู่ในห้องคนเดียว คาดไม่ถึงว่าจ่านนท์ในคราบหมอจะฆ่าตำรวจด้วยปืนเก็บเสียงแล้วมุ่งเข้ามาสังหารวิวัฒน์เป็นรายต่อไป

มาศจันทร์ตกใจมากร้องขอความช่วยเหลือดังลั่น...เหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างทำให้พายุย้อนกลับมาทันเวลา เขาพังประตูเข้ามาเตะปืนในมือจ่านนท์กระเด็นแล้วให้มาศจันทร์พาวิวัฒน์ออกไปก่อน

พายุกับจ่านนท์เผชิญหน้ากัน พายุดักคอเสียงเข้มว่า

“คิดว่าผมไม่รู้ว่าเป็นจ่าหรือไง”

จ่านนท์จนมุม ดึงผ้าคาดหน้าออกทันที “ช่างเถอะ ไหนๆแกก็ไม่เลือกที่จะอยู่ข้างฉันอยู่แล้ว” พูดจบเขาจู่โจมเข้าใส่พายุ

ทั้งคู่ต่อสู้กันดุเดือด ต่างฝ่ายต่างพยายามแย่งปืนกัน ที่สุดจ่านนท์ก็ได้ปืน เขายิงใส่พายุแต่พลาดเป้าเพราะพายุหลบออกไปที่ระเบียง จ่านนท์ไม่รอช้าไล่ยิงไปอีก ทำให้พายุต้องตัดสินใจพุ่งเข้าไปในห้องข้างๆ

ภูผากำลังนอนดูทีวีอย่างเพลิดเพลินถึงกับสะดุ้งโหยงร้องลั่นว่า

“เฮ้ย! อะไรกันวะเนี่ย”

พอสองคนเห็นหน้ากันชัดเจนก็จำได้ว่าเคยเจอกันมาก่อน แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะทำอะไร จ่านนท์ก็ปรากฏกายตรงระเบียงแล้วยิงเปรี้ยงเข้าใส่ ตามด้วยเสียงคำราม

“ที่แท้แกสองคนก็เป็นพวกเดียวกันจริงๆ”

จ่านนท์จะยิงภูผา พายุคว้าแจกันปาไปถูกมือ

จ่านนท์อย่างแม่นยำ ทำให้เขาเสียจังหวะกระสุนลั่นไปทางอื่น แล้วพายุก็เร่งภูผาให้รีบหนี โดยเขาวิ่งนำออกไปทางหน้าห้อง จ่านนท์ตามไม่ทันจึงวิทยุบอกเปียที่รออยู่ที่ลานจอดรถว่ามันหนีลงไปแล้ว

พายุกับภูผาหนีออกมาด้วยกัน โดยมีกลุ่มของจ่านนท์ไล่ยิงอย่างไม่กลัวเกรงกฎหมาย แต่สองคนก็หนีไปได้ด้วยความช่วยเหลือของวีนัสกับหมู่รงค์

วิวัฒน์ปลอดภัยแต่เข้าใจผิดว่าพายุคือคนร้าย

ที่บุกเข้ามาในห้อง แม้มาศจันทร์จะยืนยันว่าพายุเข้ามาช่วยเราไว้ ก็ไม่ทำให้วิวัฒน์เชื่อได้ เขายังคงมองพายุในแง่ร้ายอยู่อย่างเดิม

เมื่อหนีพ้นพวกจ่านนท์มาแล้ว ภูผาถูกหมู่รงค์จับใส่กุญแจมือติดไว้กับพายุป้องกันการหลบหนี แล้วทำการสอบสวนเรื่องเงินดอลลาร์จนภูผายอมพูดความจริงว่าตนเจอตอนขุดลอกท่อนอกเรือนจำ

เข้าเค้า! วีนัสกับพายุรู้ว่าเปียวและอ๊อดอยู่เรือนจำเดียวกับภูผา และสองคนนั้นคือคนร้ายปล้นเงินแล้วเอาไปซ่อน พายุจึงอยากรู้ว่าตอนนี้เงินอยู่ที่ไหน ภูผารู้ที่มาที่ไปของเงินจึงยอมบอกพวกพายุ แต่แล้วภูผากลับถูกใส่กุญแจมือทิ้งให้อยู่คนเดียว

ภูผาดิ้นรนไม่รอคอยการกลับมาของพวกเขาจนหลุดพ้นพันธนาการแล้วตามพวกพายุไปยังโรงแรมหรูที่ตนเองซุกซ่อนเงินไว้ในช่องแอร์ แต่ปรากฏว่าเวลานั้นมีฝรั่งชื่อจอห์นซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของมงคลเข้ามาพักในห้องนี้ และมงคลกำลังพูดคุยธุรกิจมืดกับจอห์นอยู่ชั้นล่าง โดยจอห์นให้ลูกน้องของตนเฝ้าห้องไว้

พวกพายุต้องการเงินดอลลาร์ที่ภูผาซ่อนในช่องแอร์ จึงบุกเข้ามาแล้วเกิดการต่อสู้กับลูกน้องของจอห์น ก่อนที่กระเป๋าใส่เงินจะหล่นลงไปข้างล่าง แล้วตกไปอยู่ในมือของภูผาที่ตามมาถึงพอดี

หลังจากเกิดเหตุร้ายที่โรงพยาบาล หมออนุญาตให้วิวัฒน์กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน กอบคุณตามมาดูแลและให้กำลังใจวิวัฒน์เรื่องเหมือง พอได้ยินมาศจันทร์อยากไปดูแหล่งน้ำที่ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีปัญหา กอบคุณ เสนอตัวขับรถให้ มาศจันทร์อึดอัดแต่ขัดพ่อไม่ได้ เธอยอมไปกับเขาแต่เอายุทธไปด้วยอีกคน

คาดไม่ถึงว่าเมื่อไปถึงแหล่งน้ำ ทั้งสามคนถูกพวกเปียลูกน้องจ่านนท์โจมตี กอบคุณปกป้องมาศจันทร์ด้วยการให้ยุทธพาเธอหนีไป ส่วนตัวเองสกัดคนร้ายไว้ ยุทธทำหน้าที่ของตนอย่างสุดกำลังแต่ไม่สามารถไปต่อกับมาศจันทร์ได้เพราะถูกยิงบาดเจ็บ แต่โชคดีที่รอดเงื้อมมือคนร้ายเพราะเขาแกล้งตาย

มาศจันทร์หนีเข้าไปในชุมชนแล้วพบกับภูผาโดยบังเอิญ สองคนไม่รู้จักกันมาก่อน แต่จากสถานการณ์ที่เห็นภูผารู้ว่าเธอหนีชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นมาแน่ๆ จึงพาเธอหลบซ่อนตัว แม้แต่กอบคุณที่พยายามมาตามหาก็ไม่พบเธอ

ภูผาพามาศจันทร์หลบไปในที่ปลอดคนแล้วถามว่าเธอเป็นใคร ทำไมพวกนั้นถึงตามล่า

“ฉันก็ไม่รู้” มาศจันทร์ไม่บอกความจริงเพราะยังไม่ไว้ใจชายแปลกหน้าคนนี้

“หรือว่า...มันล่าผิดตัว”

“คงอย่างนั้นมั้ง...นี่เราปลอดภัยหรือยัง”

“น่าจะปลอดภัย...”

พูดไม่ทันขาดคำ เปียโผล่มาพร้อมปืนในมือ ภูผาว่องไวเตะปืนมันหล่นไปแล้วเร่งให้มาศจันทร์วิ่งหนี ก่อนที่ตัวเองจะวิ่งไล่หลังฝ่าผู้คนไปทางท่าเรือ

ในที่สุดภูผาก็ขับเรือพามาศจันทร์หนีรอดไปได้อย่างปลอดภัย ทิ้งความเจ็บแค้นใจไว้ให้พวกเปีย ส่วนกอบคุณที่ตามมาเห็นไกลๆ แต่ก็จำภูผาได้ เลยเข้าใจผิดว่าภูผาเป็นพวกเดียวกับพายุ จึงบุกไปค้นบ้านพักหมู่รงค์ในค่ายทหารโดยไม่สนใจว่าเจ้าถิ่นจะรู้สึกยังไง

“นี่มันอะไรกัน สารวัตร”

“เราสงสัยว่าหมู่รงค์มีส่วนร่วมในการลักพาตัวคุณมาศจันทร์”

“ทำไมคุณไม่แจ้งผมก่อน”

“ผมไม่มีเวลา”

“ผมจะรายงานเจ้านายคุณ ว่าคุณทำงานลัดขั้นตอน”

“ตามสบาย” กอบคุณตอบอย่างไม่แคร์ สารวัตร ทหารถึงกับอึ้ง...มุมหนึ่ง ลูกน้องหมู่รงค์ได้ยินเต็มสองหู

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:01 น.