ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นอกจากจะไปวางก้ามใส่สารวัตรกอบคุณแล้ว วันเดียวกันนี้มงคลยังทำทีนำกระเช้าไปเยี่ยมเยียนวิวัฒน์ถึงบ้านพัก แสดงความห่วงใยประสาเจ้าถิ่น

“ได้ข่าวว่าคุณวิวัฒน์กับลูกสาวถูกลอบยิง ผมเลยถือโอกาสมาเยี่ยมและให้กำลังใจในฐานะที่ผมเป็นนายก เทศมนตรีของที่นี่”

“ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่คุณมงคลคงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะ ที่จริงผมไม่ได้ถูกลอบยิงนะ แต่ผมถูกลอบกัดต่างหาก”

“เหรอครับ แหม...ใครกันนะที่มันมาลอบกัดกันแบบนี้”

“ผมว่ามันไม่หนีจากเรื่องเหมืองทองหรอกครับ”

“มันก็น่าจะใช่...ก็มันมีเรื่องผลประโยชน์มหาศาลนี่นะ จะว่าไปผมก็สนใจเหมืองอยู่เหมือนกัน ถ้าผมอยากจะขอแบ่งสัมปทานสักหน่อย คุณวิวัฒน์จะมีปัญหาไหม”

มาศจันทร์เข้ามาได้ยินพอดี จึงตอบคำถามแทนบิดาว่าบริษัทเราไม่มีนโยบายแบบนั้น มงคลไม่พอใจแต่ซ่อนความรู้สึกเอาไว้ รับไหว้มาศจันทร์หลังจากวิวัฒน์แนะนำตัวว่าเธอคือลูกสาวของตน

“ไหว้พระเถอะหนู คุณวิวัฒน์นี่โชคดีจังที่มีลูกสาวเก่งๆ”

“ขอบคุณครับ ลูกจันทร์เขาจะมาบริหารที่นี่”

มงคลคิดว่าการเจรจาคงไม่ได้เรื่องจึงตัดบท

“ดีครับ ผมขอตัวนะครับ ยังไงถ้าบริษัทเปลี่ยนนโยบายเมื่อไหร่ล่ะก็ช่วยบอกผมหน่อยนะครับ ผมยังสนใจอยู่”

“ค่ะ เราจะแจ้งท่านนายกคนแรกเลย”

มงคลฝืนยิ้มให้สองพ่อลูกแล้วกลับมาเล่าให้โตมรฟังด้วยท่าทีฉุนเฉียวเจ็บใจ

“นังเด็กเมื่อวานซืน ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ทำมาโอหังกับฉัน”

“ของฉันก็เหมือนกัน ไอ้พายุมันเลือกข้างเหมือง...น่าเสียดาย แต่มาถึงขนาดนี้พูดกันดีๆคงไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”

“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง”

“เอาน่า มันต้องมีวิธีสิ ฉันว่ามันไม่ยากหรอก แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า”

“เรื่องอะไร”

“ฉันอยากทำการค้า ตอนนี้พวกฉันทางเหนือมันมีของหนีภาษีมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าฉันไปขนมาขายส่งต่อล่ะก็รับรองรวยเละ”

“ของอะไร”

“เครื่องไฟฟ้า บุหรี่ เหล้า และก็ของใช้จิปาถะ ซื้อมา ขายไป จะเสี่ยงหน่อยก็ตอนขนส่งนี่แหละ”

“มันก็ไม่น่าจะเสี่ยงเท่าไหร่นะ”

มงคลนึกถึงตำแหน่งหน้าที่และเงินของตนคงไม่ยากที่จะซื้อตำรวจบางคนได้ พอดีกับสุพจน์มาขอพบมงคลกับโตมรยิ่งแฮปปี้หลังจากได้พูดคุยกัน เพราะสุพจน์คือเจ้าของบริษัทขนส่งทั้งทางน้ำและทางบก หากได้เขามาร่วมธุรกิจหนทางคงสะดวกสบายไร้อุปสรรค

ด้านภูผาตั้งใจนำเงินบางส่วนที่พบโดยบังเอิญมาฟอกที่ปากน้ำโพและเจอวีนัสอย่างไม่คาดคิด เขานำรถของเธอที่เสียส่งซ่อมและจ่ายเงินให้เสร็จสรรพก่อนโทร.ไปฝากข้อความแจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลที่เธอสัมมนาอยู่

หลังจากติดต่อเรื่องฟอกเงินเรียบร้อยแล้วภูผาก็หิ้วกระเป๋าออกจากโรงแรมม่านรูดที่อาศัยชั่วคราวมุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายคือร้านอาหาร โดยไม่รู้ว่าแก๊งฟอกเงินนั้นคือพวกจ่านนท์

บังเอิญจริงๆที่หมู่รงค์พาพายุมาเลี้ยงข้าวที่ร้านเดียวกันนี้ จึงรู้เห็นถึงความป่าเถื่อนของจ่านนท์ที่ต้องการฮุบเงินของภูผาและคาดคั้นถึงที่มาของเงิน แต่ภูผาก็ไหวพริบดีเยี่ยมนำกระดาษใส่กระเป๋ามา เมื่อจ่านนท์รู้ว่าตัวเองถูกหลอกก็ยิ่งโมโห เกิดการปะทะกันจนภูผาถูกยิงบาดเจ็บแต่หนีไปได้ ในขณะที่หมู่รงค์กับพายุเข้ามาร่วมวงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จ่านนท์เข้าใจว่าพายุรู้เห็นกับชายที่หิ้วเงินมา

กอบคุณนำกำลังตำรวจเข้ามาระงับเหตุและตามจับพายุไว้ได้ทั้งที่เขายืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด อีกทั้งจ่านนท์ก็มาแจ้งความเอาผิดพายุว่าเขากับคนของเขาเอาของมาหลอกขาย

“ลูกน้องนายอ้างว่ามีเงินดำจะเอามาขาย แต่พอเปิดดูมันกลายเป็นกระดาษ”

“ลูกน้องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันแค่กินข้าวกับเพื่อนฉัน”

“แล้วนายหนีทำไม”

พายุเหลือบมองจ่านนท์ก่อนตอบกอบคุณว่ามีคนจะยิงตน จ่านนท์ได้ยินก็ร้อนตัวทันที

“ใครจะไปยิงนาย...คิดไปเองหรือเปล่า”

“เอาล่ะ เดี๋ยวจับลูกน้องนายได้ก็รู้ ตกลงนายไม่ให้การอะไรใช่ไหม”

“ไม่รู้จะให้การยังไงมากกว่า”

พายุตอบตรงๆ แต่กอบคุณคิดว่าเขายียวนจึงสั่งจ่าให้เอาผู้ต้องหาไปขังไว้ก่อน

ooooooo

ภูผาถูกยิงบาดเจ็บแต่ไม่กล้าไปโรงพยาบาล โชคดีเขาได้เจอวีนัสที่เพิ่งไปรับรถออกมาจากอู่ วีนัสตกใจมากและคิดตอบแทนความดีที่เขาเคยช่วยเหลือด้วยการรีบไปซื้ออุปกรณ์ทำแผลแล้วพาเขาหลบเข้าโรงแรมม่านรูดลงมือทำแผลให้เขาด้วยตัวเอง

พายุถูกควบคุมตัวอยู่โรงพักนานนับชั่วโมงก่อนที่สุพจน์จะมาทำเรื่องประกันตัวโดยมีอิ่มจิตกับเอื้อมพรเดินทางมาด้วย สุพจน์ดุด่าและตบหน้าพายุหาว่าก่อความเดือดร้อนไม่หยุดหย่อน กอบคุณเห็นว่ายังเอาผิดพายุไม่ได้จึงยินยอมให้ประกันตัว

“เอาเป็นว่าตอนนี้ผมยังดำเนินคดีกับพายุไม่ได้ เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ผมจะปล่อยตัวชั่วคราวก็แล้วกัน”

สุพจน์ขอบคุณสารวัตรแล้วกำชับพายุให้หยุดทำเรื่องชั่ว แถมสั่งห้ามไม่ให้มาเหยียบบ้านตนอีก อิ่มจิตกับเอื้อมพรสงสารพายุแต่ทำอะไรไม่ได้ จำต้องกลับไปพร้อมสุพจน์ ส่วนพายุน้อยใจที่โดนตบหน้า ออกจากโรงพักด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สุพจน์ไม่เคยรัก ไม่ยอมรับเขาเป็นลูกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หนำซ้ำยังกรอกหูเขาอยู่เรื่อยมาว่าแม่ของเขาหนีตามชายชู้ไป

พายุเคว้งคว้างเดินไปท่ามกลางความมืด คิดถึงแม่ที่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน...ทันใดนั้นลูกปืนปลิวมาเฉียดเขาไปนิดเดียว พายุกลิ้งตัวหลบตามสัญชาตญาณและมองหาที่มาของกระสุน

เปียซ่อนตัวในความมืด ต้องการตัวพายุไปคุยธุรกิจแต่เขาไม่ยอมเลยเกิดการปะทะกัน พายุไม่มีอาวุธจึงเป็นรอง แต่แล้วหมู่รงค์เพื่อนเกลอของพายุก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาช่วยเหลือ

จ่านนท์อยู่ในรถกระบะคอยบัญชาการลูกน้องเห็นดังนั้นก็สั่งให้ตามจับพายุมาให้ได้ ส่วนหมู่รงค์ยิงทิ้งได้เลย แต่ยังไม่ทันลงมือพวกจ่านนท์ก็ต้องถอย เพราะสารวัตรกอบคุณกับสายตรวจผ่านมา

กอบคุณอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน หมู่รงค์จึงพาเขาไปที่บ้านพักในค่ายทหารเพื่อความปลอดภัย สามคนนั่งเผชิญหน้ากัน หมู่รงค์ซดเบียร์อย่างใจเย็น ขณะที่พายุสีหน้าเรียบนิ่งจับตามองกอบคุณอย่างไม่ไว้ใจ

“นี่ถ้าฉันมาไม่ทันคงได้จองศาลาแล้วมั้ง”

“ผมว่ายังไงสารวัตรก็ต้องมาทัน เพราะผมเชื่อว่าสารวัตรดูความเคลื่อนไหวผมอยู่”

“จริงเหรอสารวัตร ไอ้พายุมันมีอะไรน่าตามนักหรือ” หมู่รงค์ยียวน

“ไม่ต้องมาทำเป็นปากเก่ง ฉันขอเตือนก่อนนะ ไม่ว่านายจะไปมีเรื่องกับใครมา นายต้องบอกฉัน ฉันจะได้จัดการตามกฎหมาย จะไม่มีการมาไล่ยิงกันกลางถนนแบบนี้ เข้าใจไหม”

“ผมว่าสารวัตรน่าจะไปจับไอ้คนที่ไล่ยิงผมมาก่อนดีกว่า”

“ฉันจับแน่ นายสองคนอย่าไปก่อเรื่องอีกก็แล้วกัน”

“ผมไม่รู้นะเนี่ยว่าสารวัตรยกการป้องกันตัวว่าเป็นการก่อเรื่อง อย่าห่วงเลยครับ ในนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก ทหารเป็นกองพัน” หมู่รงค์ยอกย้อนจนกอบคุณหน้าชา รีบตัดบทกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก

พายุนึกถึงกลุ่มคนที่ลอบกัดตนเมื่อสักครู่แล้วเปรยว่าน่าสงสัย หมู่รงค์แปลกใจถามว่าเรื่องอะไร

“ยุทธวิธีที่พวกมันใช้เหมือนตอนที่ฉันถูกปล้นรถขนเงินเลย”

“ทหาร?” หมู่รงค์โพล่งออกมา พายุพยักหน้ารับและนึกถึงจ่านนท์...

เวลาเดียวกันนั้น จ่านนท์กับไอ้เปียสมุนคู่ใจกลับบ้านพักด้วยความหงุดหงิดโมโห จ่านนท์ตบโต๊ะดังปังก่อนคว้าแก้วเหล้ามากระดกรวดเดียวหมด

“มันคิดว่ามันเล่นอยู่กับใครวะ ไอ้พายุ! เมื่อคุยกันดีๆไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“แล้วจะเอายังไงดีล่ะพี่”

“ตามล่าไอ้หนุ่มนั่นให้เจอ มันคงไปไหนไม่ไกลหรอก”

จ่านนท์หมายถึงภูผาที่โดนยิงบาดเจ็บ เปียเข้าใจรับคำสั่งทันที

ooooooo

มาศจันทร์ยังไม่รู้ว่าพายุออกจากโรงพยาบาล และที่สำคัญไม่รู้ด้วยว่าเกิดเหตุร้ายอะไรกับเขาบ้าง เธอตั้งใจว่าเช้าวันนี้จะไปเยี่ยมเขา แต่มีเหตุให้ต้อง
ยุติไว้ก่อนเพราะชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพากันมาประท้วงอยู่หน้าบ้าน

ผู้อยู่เบื้องหลังคือโตมรลูกชายนายกเทศมนตรี เขาปลุกปั่นชาวบ้านให้เข้าใจว่าเหมืองทองของวิวัฒน์ปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ไม่ว่าวิวัฒน์กับมาศจันทร์จะอธิบายความจริงอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะมีคนของโตมรรวมอยู่ในนั้น

บรรยากาศการประท้วงตึงเครียดมากขึ้น ในที่สุดรุนแรงถึงขั้นชาวบ้านขว้างปาก้อนดินก้อนหินเข้าใส่กลุ่มของวิวัฒน์จนเกือบโดนมาศจันทร์บาดเจ็บถ้าพายุมาไม่ทัน

พายุช่วยปกป้องมาศจันทร์ กอบคุณนำกำลังตำรวจเข้ามาเห็นภาพนั้น รู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทางสนิทสนมของสองคน เมื่อชาวบ้านได้ยินตำรวจประกาศจะจับดำเนินคดีต่างพากันแตกฮือหนีไป แต่แค่นี้โตมรก็สะใจ กลับมาเล่าให้พ่อฟัง โอ้อวดวิธีขับไล่สองพ่อลูก เจ้าของเหมืองด้วยการยืมมือชาวบ้าน

“ผมให้คนเอาสารพิษไปเทลงแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้ แล้วส่งลูกน้องไปปลุกระดมนิดหน่อย แค่นี้ก็จบ ใช้เงินน้อยกว่าค่าจ้างยิงนายวิวัฒน์อีก”

“ต้องอย่างนี้สิ แต่แค่นี้มันจะไปเหรอ”

“ยังหรอก แต่อย่างน้อยมันก็ต้องหยุดชั่วคราว...อ้อพ่อ คืนนี้เราต้องไปรับของนะ พ่อเคลียร์เรื่องตำรวจหรือยัง”

“เรียบร้อย...ยกเว้นไอ้สารวัตรนั่น”

โตมรชะงักแต่ไม่ได้รู้สึกวิตกใดๆ เวลาเดียวกันนั้นสารวัตรกอบคุณอยู่ที่บ้านวิวัฒน์ รวมทั้งพายุก็ยังอยู่

ป้ารัตนาขอบใจพายุที่ปกป้องคุณหนูของตน กอบคุณจับตามองไม่ชอบใจ

วิวัฒน์ยืนยันกับกอบคุณว่าตนไม่ได้ปล่อยน้ำเสียสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน กอบคุณรับฟังและจะส่งคนไปตรวจสอบเพราะมีชาวบ้านหลายคนแจ้งความไว้ ยุทธเชื่อว่านายของตนโดนกลั่นแกล้ง แต่มาศจันทร์ยังไม่อยากให้ยุทธปรักปรำใคร

เมื่อรู้ว่าวิวัฒน์กับมาศจันทร์เต็มใจรับพายุเข้าทำงานที่เหมือง กอบคุณไม่พอใจ ใช้ช่วงเวลาที่มาศจันทร์ กับยุทธพาพายุไปดูงานในเหมืองบอกความจริงให้วิวัฒน์รู้ว่าพายุเคยติดคุกในคดีปล้นรถขนเงินของธนาคารเมื่อเกือบหกปีก่อน

มาศจันทร์รู้สึกดีและถูกชะตากับพายุ เธอไว้วางใจให้เขาคุมคนงานส่วนการขนส่งและยังให้เป็นพนักงาน ขับรถประจำตัว ยุทธเห็นด้วยเพราะเชื่อว่าฝีมืออย่างพายุน่าจะคุ้มครองคุณหนูของตนได้

แต่สำหรับวิวัฒน์เริ่มไขว้เขว หลังรู้ข้อมูลจากกอบคุณว่าพายุเคยติดคุก แต่เมื่อเขาพูดกับมาศจันทร์ เธอกลับไม่แคร์

“ลูกไม่เห็นว่ามันผิดตรงไหน เขาได้รับโทษแล้ว เราควรให้โอกาสเขา อีกอย่างถ้าเขาเป็นคนไม่ดี เขาจะมาช่วยเราทำไมตั้งหลายครั้ง เราไม่ควรจะใจแคบกับเขาใช่ไหมคะ ขอโทษนะคะ หนูจะไปธุระในเมือง พอดีพายุเขาต้องขับรถให้หนูด้วย หวังว่าคุณพ่อคงอนุญาตนะคะ” มาศจันทร์พูดจบก็ผละไปโดยไม่รอคำตอบ...

ทางฝ่ายภูผาที่ได้วีนัสช่วยเหลือหลังจากโดนจ่านนท์ยิงบาดเจ็บ เวลานี้เขาอาศัยโรงแรมม่านรูดรักษาตัว วีนัสไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเพราะเขาไม่ยอมเล่ารายละเอียดให้ฟัง แต่เธอเป็นห่วงเขาจึงไปแจ้งกับทางเทศบาลว่าไม่เข้าสัมมนาต่อเพราะมีธุระกะหันทัน ภูผาเองก็ระวังตัวเป็นพิเศษ เขาแอบโทร.สั่งซื้อปืนและได้มันมาอย่างรวดเร็วเพราะไม่เกี่ยงราคา

ด้านหมู่รงค์เพื่อนรักของพายุ เขาเพิ่งรับรู้จากลูกน้องคนหนึ่งเรื่องข่าวที่มีคนเอาเงินฝรั่งมาฟอก หมู่รงค์สนใจอยากรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร และคิดว่าพวกจ่านนท์อาจจะเจอเขาแล้ว แต่ลูกน้องยืนยันว่ายังไม่เจอ ถ้าเจอตนต้องรู้

ooooooo

หลังจากเจรจากันไว้ครั้งหนึ่งแล้ว...ถึงเวลาที่สุพจน์ร่วมมือกับมงคลและโตมรขนของผิดกฎหมายจากทางภาคเหนือ เอื้อมพรได้ยินโดยบังเอิญแต่ทำไม่สนใจจะเดินผ่านไป โตมรพอใจเอื้อมพรอยู่จึงเข้าทางสุพจน์จนมีโอกาสขับรถให้เธอนั่งออกไปธุระ

สุพจน์ไม่ได้ยินดีเลยสักนิด เพราะเขาเองก็หวังในตัวเอื้อมพร แต่เวลานี้ยังไม่อยากขัดใจสองพ่อลูกที่เพิ่งจะร่วมธุรกิจกัน...

สารวัตรกอบคุณไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องภูผา เขาให้ลูกน้องสืบค้นจนได้เบาะแสจากกล้องวงจรปิดว่าหมอนั่นอาจได้รับความช่วยเหลือผู้หญิงคนหนึ่ง เธอซื้ออุปกรณ์ทำแผลจากร้านสะดวกซื้อแล้วรีบร้อนออกไป

“หรือว่าเธอจะเป็นพวกเดียวกับนายคนนี้ ตามหาผู้หญิงคนนี้ด่วนเลย เช็กทะเบียนรถ ส่งใบหน้าไปขอข้อมูลทางทะเบียนราษฎร”

สารวัตรกอบคุณสั่งสายสืบของตน หมายมั่นปั้นมือว่าต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง...

ช่วงเวลาที่พายุพามาศจันทร์ไปธนาคาร ไม่คาดคิดว่าขณะจอดรถจะได้พบโตมรและเอื้อมพร โตมรจงใจยียวนกวนประสาทพายุ ทั้งที่เขาไม่ได้พูดด้วย แต่ทักถามเอื้อมพรว่ามาธนาคารหรือ?

“ก็ใช่น่ะสิ คิดว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลหรือไง มาอยู่ไม่เท่าไหร่ก็ควงลูกสาวคนสวยของนายเหมืองใหญ่ซะแล้ว ตกถังข้าวสารเร็วจริงๆนะ”

“ขอบใจที่อุตส่าห์แสดงความยินดี” พายุจงใจกวนกลับ แต่ทำให้เอื้อมพรคิดว่าเขาชอบมาศจันทร์จริง ขณะที่มาศจันทร์ก็ทำทีสวมรอยชวนพายุเข้าในธนาคาร

เอื้อมพรถึงกับหน้าจ๋อยหันกลับไปที่รถ จึงไม่เห็นโตมรโทรศัพท์หาจ่านนท์ มอบหมายงานจ๊อบเรียกค่าไถ่ให้ทำ

ooooooo

วีนัสตัดสินใจไม่อยู่ร่วมสัมมนาต่ออ้างว่ามีธุระด่วน แต่ความจริงเธอเป็นห่วงภูผา ซื้ออาหารและของใช้จำเป็นมุ่งหน้าไปให้เขา โดยไม่รู้ว่ามีกอบคุณและตำรวจติดตามมา

เวลาเดียวกันนั้น พายุพามาศจันทร์ไปห้างสรรพสินค้าทำตัวไม่ต่างจากบอดี้การ์ด แล้วเกิดเหตุร้ายกับมาศจันทร์ด้วยฝีมือพวกจ่านนท์ที่ได้รับคำสั่งจากโตมรมาหมาดๆ

โตมรสั่งให้จับตัวมาศจันทร์เรียกค่าไถ่ ส่วนพายุให้ยิงทิ้งได้เลย แต่เพราะไหวพริบและฝีมือของพายุทำให้เขาช่วยเหลือมาศจันทร์สำเร็จและพากันกลับไปอย่างปลอดภัย

วีนัสมาถึงโรงแรมม่านรูดที่ภูผายังปักหลักอยู่พร้อมอาหารและของใช้จำเป็น เธอเป็นห่วงเขาแต่ปากแข็งว่าทำไปเพราะเห็นแก่มนุษยธรรม

“คุณนี่รอบคอบจัง ขอบใจนะ แต่ผมเพิ่งสั่งอาหารที่นี่ไป เดี๋ยวคงมา”

“แล้วนี่นายจะบอกได้หรือยังว่านายไปมีเรื่องกับใครมา”

“แค่นักเลงท้องถิ่น”

“นายมาที่นี่ทำไม บ้านอยู่ที่นี่หรือไง หรือว่ามาธุระ”

“โห...ซักอย่างกับเป็นตำรวจ”

“เมื่อก่อนใช่ ฉันเคยเป็นตำรวจ”

ภูผาแปลกใจแต่ยังไม่ทันถามอะไรต่อก็มีเสียงเคาะประตู ได้ยินเสียงเด็กบอกว่าเอาอาหารมาส่ง ภูผาเดินไปเปิดรับ แต่กลายเป็นเห็นตำรวจยืนหน้าตาขึงขัง เชิญตัวไปคุยกันหน่อย

ไวเท่าความคิด ภูผาปิดประตูล็อกทันที กอบคุณตะโกนให้ออกมาเพราะหนียังไงก็ไม่รอด วีนัสไปเข้าห้องน้ำเพิ่งออกมาไม่รู้เรื่อง ถามว่าใครเอะอะอะไรกัน

ภูผาไม่ตอบแต่ตัดสินใจรวบวีนัสไว้เป็นตัวประกัน มือหนึ่งเขาถือปืน วีนัสไม่ตกใจแต่งงมากกว่า กระทั่งได้ยินเสียงตำรวจสั่งให้เปิดประตู

“ตำรวจ? นายไปทำอะไรมาแน่”

“อย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้ไหม ช่วยผมก่อน”

“ช่วยยังไง”

“ร้องออกไปสิ”

“ร้องยังไงล่ะ”

ภูผาส่ายหน้าเซ็ง แล้วจู่โจมหอมแก้มเธอ วีนัสเลือดขึ้นหน้าด่าไอ้บ้า พลางดิ้นรน กอบคุณได้ยินร้องบอกให้ใจเย็น อย่าทำอะไรตัวประกัน แล้วถามว่าจะเอายังไง

“ถอยออกไปห่างจากประตูไป แล้วยืนไกลๆให้ผมเห็นทุกคน”

“นายหาเรื่องแล้วนะ” วีนัสบ่นอุบ

“พวกเขาต่างหากที่มาหาเรื่องผม...ว่าไงคุณตำรวจ จะถอยหรือจะเห็นผมกับตัวประกันตายพร้อมกัน”

วีนัสสีหน้าไม่ดี ด้านนอกกอบคุณพยักหน้าให้ตำรวจถอย ภูผาเปิดประตูออกมาโดยใช้วีนัสยืนบัง เขาควบคุมตัวเธอไปใกล้รถ สั่งให้เอากุญแจมา

“นายจะทำอะไร”

“หนีน่ะสิ...ถามได้”

“นายทำอะไรผิด”

“เปล่า แต่ต้องหนี...เร็วเข้า”

วีนัสจำยอมส่งกุญแจให้ ภูผารับมาแล้วปล่อยเธอพร้อมกับตัวเองผลุบเข้ารถขับลอยนวลออกไป แต่ครู่เดียวก็ต้องถอยกลับมาเพราะมีรถตำรวจสกัด
ผลปรากฏว่ารถวีนัสที่ภูผาขับพรุนไปด้วยกระสุนปืน ยางแตกขับต่อไม่ได้ วีนัสเห็นแล้วแทบร้องไห้

แต่แล้วโชคยังเข้าข้างภูผา จังหวะดีมีรถส่งน้ำแข็งแล่นเข้ามา ภูผาวิ่งไปใช้ปืนจี้เอารถแล้วขับพุ่งชนตำรวจที่ขวางอยู่จนทุกคนวิ่งหนีกระจัดกระจาย

ooooooo

วิวัฒน์เป็นเดือดเป็นแค้นหลังรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับมาศจันทร์และพายุที่ห้างสรรพสินค้า

“นี่มันจะเอากันให้ตายไปข้างเลยหรือไง”

รัตนาเป็นห่วงคุณหนูของตนมาก ถามพายุว่าจำหน้าพวกมันได้ไหม จะได้ไปแจ้งตำรวจ

“จำได้ครับ แต่แจ้งไปเราก็ยังคงไม่ปลอดภัยอยู่ดี”

“ทำไม ตำรวจเขาต้องดูแลเราได้สิ โดยเฉพาะสารวัตรกอบคุณ”

“เขาคงไม่มีเวลามาดูแลเราทั้งวันหรอกค่ะคุณพ่อ”

วิวัฒน์หัวเสียหาทางออกไม่ได้ รัตนาหวาดกลัวชวนสองพ่อลูกกลับไปอยู่กรุงเทพฯ แต่พายุท้วงว่าถ้ากลับไปพวกมันก็ตามไปอยู่ดี อยู่ที่นี่ยังมีสารวัตรกอบคุณ

“จริงสิ...ดีเหมือนกัน พ่อจะขอให้สารวัตรกอบคุณจัดคนมาดูแลให้”

“แต่หนูคงต้องรบกวนพายุด้วย เพราะวันนี้ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง เขาไม่ทิ้งหนูเลย”

วิวัฒน์มองพายุครึ่งหนึ่งพอใจ แต่ยังไม่ไว้วางใจ “ขอบใจมาก ไปทำงานของเธอได้แล้วพายุ”

พายุเดินออกไป มาศจันทร์มองตามสายตาเป็นห่วง...นึกถึงเหตุการณ์เสี่ยงตายที่เพิ่งเผชิญมาแล้วได้พายุช่วยเหลือโดยไม่คิดชีวิต เธอยิ่งรู้สึกดีกับเขา...

เป็นอันว่ากอบคุณไม่ได้ตัวภูผา แต่เชิญวีนัสมาสอบสวนที่โรงพักทั้งที่เธอไม่เต็มใจ

“คุณบอกว่าเขาเป็นแค่ผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วมารายงานตัวกับคุณแค่นั้น แต่จากกล้องวงจรปิดเห็นว่าคุณอยู่กับเขาทั้งคืน”

“ฉันอยู่กับเขาทั้งคืนก็จริง แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่สารวัตรคิดนะ เขาบาดเจ็บ ฉันก็เฝ้าเขา”

“อย่างมีมนุษยธรรม”

“ใช่” วีนัสสะบัดเสียงใส่อย่างไม่กลัว เพราะเธอพูดความจริงทั้งหมด

“นายคนนี้เขาทำอะไรกันแน่”

“จะให้ฉันตอบอีกร้อยครั้งคำตอบก็เหมือนเดิมคือไม่รู้...ไม่รู้...และก็ไม่รู้”

“ก็ได้ เอาเป็นว่าคุณไม่รู้ แต่ถ้าเจอนายภูผาคนนี้อีกช่วยแจ้งผมด้วยจะเป็นพระคุณ”

หญิงสาวรับปากแล้วเดินลิ่วออกไป หมวดสวนเข้ามาพร้อมแฟ้มข้อมูลยื่นให้สารวัตรกอบคุณ รายงานว่า

“ร้อยตำรวจโทวีนัส รักราษฎร์ เมื่อก่อนเคยอยู่กองปราบครับ แล้วย้ายสายงานมาเป็นเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ...ประวัติใสสะอาด”

กอบคุณเปิดแฟ้มมองรูปวีนัส แต่เสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะ เขารับสายจากวิวัฒน์ด้วยท่าทีตกใจ ก่อนรับปากว่าจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้

ooooooo

หมู่รงค์จมูกไวใช่เล่น เขามาคุยกับพนักงานโรงแรมม่านรูดหลังเกิดเหตุตำรวจยิงถล่มคนร้าย

“คนร้ายพักที่ห้องนี้แหละครับพี่ มีผู้หญิงมาหาก่อน แล้วตำรวจก็บุกเข้ามา ผู้หญิงหน้าตาสวยด้วยคล้ายดารา”

หมู่รงค์พยักหน้ารับรู้และเก็บข้อมูลทุกอย่าง หลังจากนั้นเขาขอเข้าไปในห้องพักตามลำพัง เดินสำรวจเห็นร่องรอยการทำแผล แต่ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้เป็นหลักฐาน

“ไอ้หมอนี่มันไม่เบา ท่าทางมืออาชีพ ไม่ทิ้งอะไรไว้เลย”

เขาบ่นไปค้นไป ท้ายที่สุดก็เจอกระเป๋าใส่แบงก์ดอลลาร์ใต้เตียง เขาเอื้อมหยิบมันออกมาเปิดดูแล้วพึมพำ “ไอ้นี่ล่ะมั้งที่เป็นต้นเหตุ”

ทางด้านจ่านนท์กับไอ้เปีย เวลานี้ทั้งคู่อยู่กับโตมรที่โกดังข้าวริมน้ำ โตมรสีหน้าท่าทางไม่พอใจหลังรับรู้ว่าทั้งคู่ทำงานพลาดอีกแล้วด้วยฝีมือที่กินไม่ลงของพายุ แต่จ่านนท์ไม่ยอมน้อยหน้าบอกว่าจังหวะมันดีต่างหาก แล้วถามโตมรว่าจะเอามันมาทำงานด้วยอีกไหม

“จ่าว่ายังไงล่ะ ทำงานร่วมกับมันได้หรือเปล่า”

จ่านนท์ไม่ตอบ เปลี่ยนไปถามว่า “แล้วเรื่องตำรวจ ...นังมาศจันทร์นั่น มันเห็นหน้าผมกับไอ้เปียเต็มๆ”

“เรื่องนี้นายใหญ่เคลียร์ไปแล้ว ทำตัวนิ่งไว้ก็พอ ...อืม นายใหญ่สั่งมาถามเรื่องไอ้อ๊อดกับไอ้เปียวด้วยนะ”

เปียแทรกขึ้นเพราะเป็นห่วงน้องชาย “ตอนนี้มันกำลังแย่ คงไม่มีโอกาสได้ออกมาง่ายๆ เพราะมันดันไปมีเรื่องและแทงนักโทษด้วยกันน่ะสิ”

โตมรไม่แยแส ย้ำว่าตนต้องการแค่คำตอบว่าเงินที่เหลืออยู่ไหน จ่านนท์หนักใจไม่น้อยแต่ให้โตมรบอกนายใหญ่ว่าตนจัดการได้ ขอเวลาอีกสองสามวัน...และรับปากคืนนี้จะไปคุมของให้โตมร

ooooooo

หมู่รงค์นำเงินดอลลาร์ที่เจอในโรงแรมม่านรูดมาให้พายุดู ปรากฏว่าพายุจำได้แม่นว่ามันคือเงินที่ถูกปล้นไปเมื่อห้าปีก่อน หมู่รงค์สงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง

“ก็ปลอกรัดเงินนี่ไง มันเป็นปลอกของธนาคารที่ฉันคุมเงินอยู่ และลายเซ็นที่ปลอกนี่ก็เป็นลายเซ็นฉันตอนที่ฉันรับเงินออกมา...เงินทั้งหมดตอนนั้นมี 30 ล้านดอลลาร์ ว่ากันว่าตำรวจตามคืนมาได้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหายไป”

“แล้วไอ้หมอนี่มันไปเอาเงินมาจากไหน หรือว่ามันร่วมปล้นด้วย”

“ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆต้องตามหามันให้เจอ”

หมู่รงค์นึกได้ว่ายังมีผู้หญิงอีกคนแต่ไม่รู้ใช่พวกเดียวกันหรือเปล่า พายุรับรู้และคิดว่าเงินนี้คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ใครก็ตามที่ตามหามันอยู่ออกมาหาเรา...

ขณะที่พายุอยู่กับหมู่รงค์ ไม่ได้ทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้มาศจันทร์ กอบคุณถือโอกาสยุแหย่มาศจันทร์กับวิวัฒน์ให้ตะขิดตะขวงใจในตัวพายุ

“ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคนร้ายมันประสงค์ต่อตัวคุณหรือต้องการมาล้างแค้นนายพายุ”

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าเขาต้องการจับฉันไปเรียกค่าไถ่ คงไม่เกี่ยวข้องกับนายพายุหรอก”

“ถึงยังไงผมก็ยังไม่ตัดประเด็นนายพายุทิ้งหรอกครับ เขาอาจจะมีความขัดแย้งกับใครมาก่อน เมื่อออกจากคุกแล้วอาจตามมาล้างแค้นก็ได้”

วิวัฒน์เห็นด้วยกับกอบคุณ เตือนลูกสาวให้อยู่ห่างพายุไว้ คนติดคุกติดตะรางมาหัวนอนปลายเท้าเป็นยังไงเราไม่รู้ มาศจันทร์ไม่เชื่อจะแก้ตัวให้พายุ แต่กอบคุณแทรกขึ้นเสียก่อน

“ดีครับ ผมว่าเราควรจะกันไว้ก่อนจนกว่าผมจะสรุปคดีนี้ได้”

มาศจันทร์ลุกหนีไปอย่างเซ็งๆ พ่อมองตามลูกสาวแล้วส่ายหน้า กอบคุณรีบทำคะแนนเอาใจวิวัฒน์ว่าตนจะจัดตำรวจมาเป็นบอดี้การ์ดให้ ขณะที่วิวัฒน์ก็บอกอีกฝ่ายว่าตนจะให้พายุออกอยู่แล้ว

ooooooo

จ่านนท์กำลังฟังเปียบ่นสงสารเปียวกับอ๊อดที่ยังอยู่ในคุก ตนเคยไปถามเรื่องเงินที่ปล้นแต่มันสองคนไม่ยอมปริปาก

“ฉันเข้าใจ และมันสองคนก็เข้าใจ เมื่อไหร่ที่มันเปิดปาก นายใหญ่ไม่เอามันไว้แน่”

“ถามจริงๆเถอะว่านายใหญ่คือใคร พี่รู้ไหม”

“ฉันก็ไม่รู้”

ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะสนทนาต่อ ลูกน้องอีกคนของจ่านนท์เข้ามารายงานว่าได้เรื่องคนที่เอาของมาฟอกแล้ว

ครู่ต่อมา จ่านนท์ส่งไอ้เปียไปจับวีนัส แต่เธอเก่งใช่ย่อย แถมยังได้พายุเข้ามาช่วยโดยบังเอิญ จึงรอดตัวไปได้อย่างง่ายดาย

พายุกับวีนัสเคยพบกันมาก่อนที่สำนักงานคุมประพฤติ แน่นอนว่าสองคนจำกันได้...หลังจากเธอพูดคุยกับพายุและหมู่รงค์แล้วก็เชื่อว่าคดีปล้นของพายุเมื่อห้าปีก่อนมีข้อพิรุธ พายุจึงตั้งใจเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเปียวกับอ๊อดที่ยังอยู่ในคุก

มาศจันทร์ตามมาพบพายุ ขอโทษที่พ่อของเธอผลักไสเขาเพราะเคยติดคุก พายุบอกว่าตนไม่ได้ปล้นรถขนเงินและตนกำลังจะหาหลักฐานรื้อฟื้นคดีเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ มาศจันทร์เชื่อที่เขาพูดและจะเอาใจช่วยให้เขาทำสำเร็จ หากเขาต้องการความช่วยเหลือขอให้บอกมา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:55 น.