ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุพจน์นัดพบเสี่ยโชคชัยซึ่งเป็นอีกคนที่รู้เห็นเรื่องการปล้นรถขนเงินเมื่อห้าปีก่อน ทั้งคู่ต้องการกำจัดสารวัตรกอบคุณที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปล้นครั้งนั้น เพราะจนถึงทุกวันนี้กอบคุณยังคอยข่มขู่แบล็กเมล์โชคชัยอยู่ และในไม่ช้าความลับนี้อาจทำให้พวกเขาเดือดร้อน

การพบปะระหว่างสุพจน์กับโชคชัยอยู่ในสายตาของกำนันไผ่ที่เพิ่งได้รับข่าวสารจากลูกน้องคนหนึ่ง กำนันไผ่มาพร้อมภูผาซุ่มดูอยู่นอกร้านอาหารที่สองคนนั้นอยู่ด้านใน แต่อีกมุมก็มีมือปืนที่รับงานจากหมวดคนสนิทของกอบคุณรอจังหวะอยู่เหมือนกัน

รอค่อนข้างนานยังไม่มีความเคลื่อนไหว กำนันไผ่ตัดสินใจเข้าไปข้างในและได้ยินชัดว่าสุพจน์กับโชคชัยคุยกันเรื่องปล้นที่กอบคุณต้องการเอาเงินประกัน ซึ่งน่าจะมีคนที่คุมกอบคุณอยู่อีก

“ที่แท้มึงร่วมมือกันปล้นแล้วใส่ความลูกมึงนี่เองไอ้สุพจน์” กำนันไผ่รำพึง

ทันใดนั้น มือปืนสี่คนเดินอาดๆเข้ามาแสดงอำนาจสั่งแขกในร้านถอยไปทำให้เกิดความโกลาหล กำนันไผ่หลบมาหาภูผาที่ดูต้นทางแล้วซ่อนตัวสังเกตการณ์ ขณะที่สุพจน์กับโชคชัยหนีไม่รอด สุพจน์โดนมือปืนเล่นงานแทบสลบ ส่วนโชคชัยหนักกว่าโดนมันยิงจนฟุบจมกองเลือด

มือปืนลากสุพจน์ออกมาขึ้นรถตู้ที่หมวดรออยู่ กำนันไผ่กับภูผาเข้าไปดูโชคชัยที่ยังไม่ตายแล้วเรียกรถพยาบาลมาในที่เกิดเหตุ จังหวะนี้หมู่รงค์โทร.เข้ามือถือกำนันไผ่พอดี สองพ่อลูกจึงถอยหนีกลับไปที่บ้านพัก

แล้วร่วมมือกับพวกพายุเพื่อสกัดการนำเงินและยาเสพติดออกนอกประเทศของพวกจ่านนท์ โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ พายุ หมู่รงค์ และกำนันไผ่ไปทางจ่านนท์ ส่วนภูผากับวีนัสไปที่บ้านกอบคุณเพื่อเปิดเซฟเอาหลักฐานสำคัญมาให้ได้

หลักฐานกับเงินของกลางจะทำให้พายุพ้นมลทิน อีกทั้งทุกคนที่มาติดร่างแหก็จะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ไปด้วย

จุดใต้ตำตอ คนที่จะรับซื้อยาเสพติดคือมิสเตอร์จอห์นที่คุ้นเคยกับผู้คุมเทพเป็นอย่างดี ความเลยแตก จนล่วงรู้ถึงมงคลกับโตมรเพราะสองคนนี้สนิทเป็นคู่ค้ากับมิสเตอร์จอห์นอยู่ สองพ่อลูกโกรธมากที่จ่านนท์หักหลังยักยอกเอายาเสพติดไว้ การแก้แค้นเอาคืนจึงเกิดขึ้น ในขณะที่พวกจ่านนท์ขนยาไปขายโดยมีเทพร่วมทางไปด้วย

ภูผากับวีนัสลอบเข้าไปในบ้านกอบคุณที่กรุงเทพฯแล้วพยายามช่วยกันเปิดเซฟ แต่กว่าจะสำเร็จก็เสียเวลาไปมาก ซ้ำยังผิดหวังเพราะในเซฟว่างเปล่าไร้เอกสารสำคัญที่ต้องการ พอทั้งคู่จะกลับออกมาก็โดนตำรวจจู่โจมเข้าควบคุมตัวได้โดยละม่อม

ทางด้านพายุ กำนันไผ่ และหมู่รงค์ที่แอบติดตามกลุ่มของจ่านนท์เพื่อชิงเงินของกลาง นึกไม่ถึงว่าจะเกิดศึกระหว่างจ่านนท์กับพวกโตมรห้ำหั่นกันดุเดือด ก่อนที่พวกพายุจะเข้าไปผสมโรง เมื่อจ่านนท์เห็นว่าฝ่ายตนเสียเปรียบจึงยอมร่วมมือกับพายุ แต่ต้องแลกด้วยเงินของกลางให้พายุไป ส่วนตัวเองได้ยาเสพติดแล้วหนีหายไปพร้อมอีวาและเปีย ทิ้งให้โตมรกับมงคลเจ็บแค้นใจเป็นที่สุด

เมื่อพายุเปิดกระเป๋าใส่เงินกลับพบว่าข้างในเป็นเพียงกระดาษไร้ราคา หมู่รงค์เจ็บใจ ขณะที่กำนันไผ่คาดไม่ถึงว่าจ่านนท์จะเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ แต่พายุเชื่อว่าจ่านนท์ไม่รู้เรื่องนี้ น่าจะเป็นอีวาหรือไม่ก็เปียมากกว่าที่ตุกติกหักหลังกันเอง

ทางฝ่ายจ่านนท์ อีวา และเปียที่หนีลอยนวลไปพร้อมยาเสพติด จ่านนท์ลำพองใจบอกว่าแค่นี้กินทั้งชาติก็ไม่หมดแล้ว แต่อีวาบ่นเสียดายเงินที่พายุเอาไป

“เสียดายทำไม ของแบบนี้มันแบ่งกันได้”

เปียลอบสังเกตจ่านนท์กับอีวาโดยไม่ออกความเห็นใดๆ เพราะตัวเขาเองแอบเอาเงินไปซ่อนไว้แล้วเอากระดาษใส่ไว้แทน

“เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องคดีนี่สิ ถ้ามันเอาของกลางไปแฉ มันไม่พาเราลงเหวไปด้วยหรือ”

อีวาบ่นเป็นกังวล แต่จ่านนท์กลับหัวเราะหึๆ ก่อนบอกว่ากว่ามันจะแฉ เราก็ไปไกลครึ่งโลกแล้ว เปียสนใจถามขึ้นมาทันที

“จะไปได้ยังไงล่ะจ่า”

“เงินน้อยหน่อยแต่ขายเร็วๆ ก็เอาแล้วขับไปหาที่พักกันก่อน ยังไม่ต้องข้ามชายแดน”

“จะขายให้ใคร” อีวาอยากรู้...จ่านนท์ไม่ตอบ เอาแต่ยิ้มอมภูมิ

ooooooo

ภูผากับวีนัสถูกจับขังไว้ในบ้านกอบคุณนานหลายชั่วโมงกว่ากอบคุณจะมาปรากฏตัวพร้อมกับหมวดคนสนิท

แม้ถูกใส่กุญแจมือแต่ภูผาไม่มีท่าทีกลัวเกรง โวยวายท้าทายกอบคุณให้จับตนไปคุมขังที่โรงพัก

ไม่ใช่ขังไว้แบบนี้เพราะมันผิดกฎหมายข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว กอบคุณโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ชกหน้าภูผาเต็มแรง

“หัวหมอนักเหรอ...เอาไปใช้กับคนอื่นเถอะไป”

“แกต้องการอะไร”

“เมื่อกี้แกเรียกฉันสารวัตรดีๆ เปลี่ยนสรรพนามแล้วหรือ” กอบคุณตวาดภูผาแล้วหันขวับไปตบหน้าวีนัสก่อนคาดคั้นว่าเงินอยู่ที่ไหน

“บอกแล้วไง อยู่กับจ่านนท์” ภูผาตะเบ็งเสียง

“แต่ก็ไม่แน่นะ ป่านนี้พายุอาจเอาเงินนั่นมาแล้วก็ได้”

คำพูดของวีนัสทำให้กอบคุณยิ้มกริ่มมีความหวัง “ก็ดีน่ะสิ มีแกสองคนเงินก็จะถึงมือฉันเร็วขึ้น”

“ถามจริงๆเถอะ แกทำงานให้ใคร”

“เรื่องนั้นคงบอกไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าใครได้ประโยชน์จากการปล้นครั้งนี้บ้าง ก็น่าจะเดาได้...หมวด เอามันไปขังรวมไว้กับไอ้สุพจน์”

ภูผากับวีนัสชะงัก มองหน้ากันไปมาด้วยความสงสัย...ขณะเดียวกันนั้น อิ่มจิตกระวนกระวายเป็นห่วงสุพจน์ที่หายตัวไปข้ามคืน ต่างจากเอื้อมพรที่ไม่มีวี่แววห่วงพ่อเลี้ยง เธอคิดว่าเขาน่าจะไปหาเศษหาเลยนอกบ้านตามนิสัยชายเจ้าชู้...

ในขณะที่คนอื่นๆวุ่นวายมีแต่ปัญหา มาศจันทร์กลับมีเรื่องน่ายินดีหลังจากรู้เห็นว่าบิดาเดินได้แล้ว แต่วิวัฒน์ยังต้องการปกปิดเป็นความลับจนกว่าความจริงบางอย่างจะเปิดเผย แม้แต่ยุทธกับรัตนาก็ไม่รู้เรื่องนี้

เมื่อบริษัทเปิดตัวใหม่ วิวัฒน์มอบหมายให้มาศจันทร์เป็นประธานบริหารงานเต็มตัวและหวังว่ากอบคุณว่าที่ลูกเขยจะมาช่วยดูแลด้วยอีกแรง

การเปิดตัวดำเนินกิจการเหมืองทองของสองพ่อลูกย่อมทำให้มงคลกับโตมรที่ต้องการฮุบสัมปทานมาแต่ไหนแต่ไรไม่พอใจ แต่จะพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะโตมรเชื่อว่าเหมืองต้องเป็นของตนกับพ่อวันยังค่ำ ตอนนี้มงคลอยากรู้ว่าสุพจน์หายหัวไปไหน แล้วพายุรู้ได้ยังไงว่ามีการขนเงิน

ทันทีที่มงคลเปรยว่าเอื้อมพรไม่ค่อยน่าไว้ใจ โตมรฉุกคิดสงสัยจะไปคาดคั้นเอื้อมพรให้รู้เรื่อง แต่พอดีมาเจอตำรวจคุยกับเธออยู่ในสำนักงานเลยชะงักจับตามองอยู่ห่างๆ

หมวดลูกน้องคนสนิทของสารวัตรกอบคุณทำทีมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอดูห้องทำงานของสุพจน์หลังจากอิ่มจิตกับเอื้อมพรไปแจ้งความไว้ว่าสุพจน์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ครั้นหมวดกลับไป โตมรก็เข้ามาคาดคั้นเอื้อมพรว่ารับขนอะไรให้จ่านนท์และพายุรู้เรื่องนี้ได้ยังไง

หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็งทำให้โตมรโมโหทุบตีเธออย่างไม่ปรานี อิ่มจิตวิ่งเข้ามาห้ามปรามแต่โดนชายหนุ่มตวาดใส่ไม่ให้ยุ่งเรื่องของผัวเมีย

“แต่ฉันเป็นแม่ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรลูกฉันเด็ดขาด”

“ผมไม่อยากทำอะไรหรอก ถ้าลูกสาวน้าไม่มายุ่งเรื่องส่วนตัวของผม”

“ฉันเปล่า ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร ถ้าเรื่องส่งของ คุณควรไปถามคุณอาสุพจน์” เอื้อมพรโกหกหน้าตาย อิ่มจิตไม่รู้อะไรเสริมขึ้นเสียงขุ่น

“ใช่...เรื่องขนส่ง คุณสุพจน์เป็นคนดูแลคนเดียว และตอนนี้เขาก็หายตัวไปด้วย”

“หายตัวไป!?” โตมรอุทานด้วยความตกใจ

ooooooo

จ่านนท์ อีวา และเปียไปหยุดพักที่โรงแรมราคาถูกใกล้ชายแดน จ่านนท์ติดต่อคนซื้อยาเสพติดไว้แล้ว และกำลังจะข้ามฝั่งไปเจรจาให้ชัดเจน แต่เปียขอตัวนอนพักผ่อนอ้างว่าไม่ค่อยสบาย จ่านนท์กับอีวาจึงไปกันแค่สองคน

แท้จริงเปียวางแผนหนีไปจากจ่านนท์กับอีวาแล้วย้อนกลับมาที่บ้านจ่านนท์เพื่อเอาเงินดอลลาร์ที่ซุกซ่อนไว้ ทางฝ่ายพายุกับหมู่รงค์และกำนันไผ่ก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวชายแดน เพราะพายุเชื่อว่าจ่านนท์ไม่มีทางขนยาหลายร้อยกิโลกลับไปนครสวรรค์ คนกว้างขวางอย่างเขาต้องหาคนซื้อได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องเงินบางทีจ่านนท์อาจจะถูกหักหลังจากคนข้างๆก็เป็นได้

ด้านภูผากับวีนัสที่ถูกจับได้ขณะแอบเข้าไปเปิดเซฟในบ้านกอบคุณ เวลานี้ทั้งคู่ถูกนำมาขังไว้ในบ้านหลังเดียวกับสุพจน์แต่คนละห้องกัน แต่เพราะความหูตาไวของทั้งคู่ที่พยายามหาทางหนีจึงมองผ่านช่องลมไปเห็นสุพจน์ถูกจับใส่กุญแจมือคุกเข่าอยู่ตรงหน้ากอบคุณ...ภูผากับวีนัสจับตามองและเงี่ยหูฟังด้วยความสงสัย
“ไอ้เสี่ยโชคชัยเพื่อนแกมันยังไม่ตาย”

“ดีแล้วนี่...พวกแกจะได้ไม่ถูกข้อหาฆ่าคนตายอีกคดี”

กอบคุณสะบัดฝ่ามือฟาดหน้าสุพจน์อย่างเร็ว “ไม่ต้องมาสอนฉัน...บอกมาว่าเสี่ยโชคชัยมันไปกบดานที่ไหน”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงวะ”

สุพจน์โวยวายแค้นเคือง พอดีหมวดเข้ามารายงานว่าเช็กทุกโรงพยาบาลแล้วไม่มีเสี่ยโชคชัย กอบคุณรับฟังด้วยความประหลาดใจ บ่นว่ามันถูกยิงบาดเจ็บขนาดนั้นจะไปไหนได้ หมวดคาดเดาว่าอาจมีคนมาช่วยมัน

“ดี...นับว่าฟ้ามีตา ตอนนี้มีพยานเอาผิดแกเพิ่มอีกคนแล้ว” สุพจน์โพล่งขึ้นอย่างสะใจ กอบคุณตวาดสวนทันใด

“หุบปาก! ถ้าฉันแฉว่าแกวางแผนปล้นเงิน 30 ล้านดอลลาร์นั่นเอาประกันล่ะก็...ฉันว่าบริษัทประกันคงไม่ปล่อยแกไว้หรอก เพราะเสี่ยโชคชัยกับแกเป็นหุ้นส่วนบริษัทที่รับขนเงินให้ธนาคาร”

“แกก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันกับโชคชัยเป็นแค่เบี้ย ไม่ใช่เป็นคนวางแผน”

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐาน ฉันเป็นคนถือหลักฐานทั้งหมดฉันจะเลือกให้ใครผิดก็ได้”

“แกนี่มันเล่นหลายหน้าจริงๆ”

“ฉันไม่ชอบเสี่ยง...หมวดเอาตัวไปขังไว้ก่อน แล้วตามหาเสี่ยโชคชัยให้เจอ”

หมวดรับคำแล้วลากสุพจน์ออกไป...วีนัสกับภูผาได้ยินทุกคำ ลงความเห็นตรงกันว่ากอบคุณเลวเหนือคนจริงๆ

“เสี่ยโชคชัย...บริษัทประกัน” วีนัสพึมพำพลางครุ่นคิด ภูผานึกได้บอกเธอว่าตนรู้ว่าเสี่ยโชคชัยอยู่ที่ไหน

“ตอนที่พวกมันไปแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิมาปฐม พยาบาล กระสุนไม่ถูกที่สำคัญแต่เสียเลือดมาก เสี่ยโชคชัยขอให้พ่อกับฉันโทร.เรียกลูกน้อง แล้วลูกน้องก็พาไปที่บ้านหลังหนึ่งแถวชัยนาท แกให้เบอร์ติดต่อไว้ด้วย แต่อยู่กับพ่อ”

วีนัสแววตาเป็นประกาย มองเห็นแนวทางพลิกคดี!

ooooooo

จ่านนท์อยากสลัดอาชีพมือปืนรับจ้างทิ้งแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กับอีวาด้วยการนำเงินจากการขายยาเสพติดจำนวนมหาศาลไปตั้งตัว

สองคนเดินคุยเรื่อยมาถึงตลาดที่ผู้คนหนาตา ในจำนวนนี้มีพายุ หมู่รงค์ และกำนันไผ่รวมอยู่ด้วย ทั้งสามคนเห็นจ่านนท์กับอีวา แต่สงสัยว่าเปียหายไปไหน แล้วค่อยๆ ลอบตามทั้งคู่ไปอย่างระมัดระวัง

ส่วนที่เหมือง วันเดียวกันนี้วิวัฒน์เตรียมเอกสารสำหรับการโอนหุ้น มาศจันทร์ช่วยเรียบเรียง ขณะสองพ่อลูกกำลังง่วนอยู่กับเอกสาร ยุทธพากอบคุณเข้ามา

“อ้าว...กอบคุณ นึกยังไงถึงมาที่นี่ได้ล่ะ”

“ผมไปที่บ้านแล้วครับ แต่ป้ารัตนาบอกว่าคุณอามาที่นี่ กำลังทำอะไรหรือครับ”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ จัดเตรียมรวบรวมเอกสารนิดหน่อย”

“เรากำลังจะเปลี่ยนแปลงระบบของบริษัทนิดหน่อยน่ะ”

กอบคุณมองไปที่เอกสาร พยักหน้ารับรู้แล้วบอกจุดประสงค์ว่าจะมาชวนมาศจันทร์ไปกินข้าวกลางวันข้างนอก แต่หญิงสาวปฏิเสธ เขาเลยบ่นอุบว่าน่าเสียดายอุตส่าห์รีบทำงานจนเสร็จ

“ไปเถอะลูกจันทร์ เดี๋ยวกอบคุณเขาจะเสียกำลังใจ”

วิวัฒน์พูดขนาดนี้ มาศจันทร์เลยไม่กล้าขัดใจ แต่ก่อนออกไปกอบคุณยังเพ่งสายตามาที่กองเอกสารด้วยความสนใจ วิวัฒน์สังเกตเห็นแต่ไม่พูด...

ฝ่ายภูผากับวีนัส เวลานี้ทั้งคู่กำลังหาทางหนีออกจากที่คุมขัง ภูผาหัวไวเห็นวีนัสกินยาลดกรดจึงขอมาทั้งหมดแล้วเอาผสมน้ำจนเป็นฟองก่อนจัดฉากราวกับตัวเองน้ำลายฟูมปากชักดิ้นชักงอจะเป็นจะตาย พอหมวดกับลูกน้องหลงกลเข้ามาช่วยเหลือเพราะกลัวเชลยตายแล้วความซวยมาเยือน ภูผาก็ฉวยโอกาสจัดการพวกมันจนอยู่หมัดก่อนหลบหนีไปพร้อมวีนัส

แต่เพราะยังไม่มีที่ไปและต้องคอยหลบหูตาของพวกกอบคุณด้วย วีนัสตัดสินใจพาภูผาไปอาศัยบ้านเพื่อนของเธอในกรุงเทพฯ ทางด้านพายุ หมู่รงค์ และกำนันไผ่ที่แอบติดตามจ่านนท์กับอีวาจนล่วงรู้ว่าทั้งคู่มาเจรจาขายยาเสพติดกับชาวพม่า ที่สำคัญได้ยินชื่อโรงแรมที่พักของจ่านนท์ด้วย ทั้งสามคนจึงเร่งรุดไปที่นั่นเพื่อชิงยามาก่อนที่พวกมันจะกระจายออกไปทำลายโลก

จังหวะที่พวกพายุมาถึง เปียกำลังจะหนีกลับไปเอาเงินที่บ้านจ่านนท์ แต่ไม่รอด เปียโดนรวบตัวไว้คาดคั้นเรื่องเงิน ส่วนยาเสพติดมีตำรวจมาขนหลังจากกำนันไผ่โทร.แจ้งไปไม่นาน

จ่านนท์กับอีวากลับมาทันเห็นตำรวจขนยาเสพติดแต่ไม่เห็นไอ้เปีย สองคนรีบหลบหูตาตำรวจ สงสัยว่าเปียไปไหน แล้วตำรวจมาได้ยังไง?

พวกพายุลากเปียไปยังมุมลับตาแล้วช่วยกันคาดคั้นว่าเงินอยู่ไหน ตอนแรกเปียปากแข็งเพราะเสียดายเงินอยากเก็บเอาไว้เป็นทุนเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่พอโดนหมู่รงค์กดดันด้วยน้ำกรดที่พร้อมจะราดรดกล่องดวงใจ เปียกลัวจนฉี่แตกยอมบอกความจริงและพาทุกคนไปบ้านจ่านนท์ที่ซ่อนเงินเอาไว้

เมื่อได้เงินของกลางที่ต้องการมาอยู่ในมือแล้ว กำนันไผ่ถามว่าจะเอายังไงกับเปียดี พายุเสนอให้ส่งตำรวจเพราะปล่อยไปจ่านนท์ต้องไม่เอามันไว้แน่...

ทานด้านวีนัสกับภูผาที่หลบหนีไปกรุงเทพฯ วีนัสขอความช่วยเหลือจากเพื่อนให้หาข่าวในเรือนจำเกี่ยวกับการตายของเปียวกับอ๊อด ขณะเดียวกันเธอเองจะไปคุยกับบริษัทประกัน บางทีอาจจะได้หลักฐานเพิ่มเติม

เมื่อกอบคุณรู้ว่าภูผากับวีนัสหนีไปได้ก็ตำหนิหมวดเป็นการใหญ่ ก่อนสั่งให้เปลี่ยนที่คุมขังสุพจน์ แล้วเร่งให้ตามสองคนนั้นกลับมาให้ได้ก่อนที่เรื่องจะลุกลามไปกันใหญ่

ooooooo

หลังจากวางแผนกันดิบดีแล้ว ตกกลางคืน พายุ หมู่รงค์ และกำนันไผ่ทำตัวเป็นผู้หวังดีจับเปียใส่กุญแจมือเอาถุงดำคลุมหัวมาทิ้งที่หน้าโรงพัก พร้อมเขียนข้อความแจ้งไว้ว่ามันชื่อเปีย เป็นหนึ่งในซุ้มมือปืนของผู้มีอิทธิพล ก่อคดีไว้มากมาย

เมื่อตำรวจรู้เห็นจึงควบคุมตัวเปียไว้รอสารวัตรกอบคุณมาสอบสวน ส่วนพายุที่ซุ่มดูจนมั่นใจว่าเปียอยู่ในมือตำรวจแน่ ก็บอกเหตุผลแก่หมู่รงค์และกำนันไผ่ว่า

“ผมตั้งใจให้เป็นอย่างนี้...ถ้าสารวัตรกอบคุณรู้เรื่องเงินจากเปีย เขาต้องออกมาหาผมแน่ จากนั้นก็คงมีการต่อรองกัน เขาอยากได้เงิน ผมอยากหลุดคดี”

ทันใดนั้นมีข้อความเข้ามาที่โทรศัพท์ของกำนันไผ่ ...วีนัสแจ้งมาว่าเธอกับภูผาอยู่กรุงเทพฯ ไม่ต้องห่วง และระบุสถานที่ที่สุพจน์ถูกกอบคุณจับขังไว้ด้วย แต่เมื่อพวกพายุเดินทางไปถึงกลับพบแต่ความว่างเปล่า ทุกคนเชื่อว่ากอบคุณไหวตัวเพิ่งย้ายสุพจน์ไปที่อื่นอย่างแน่นอน

เวลานั้นกอบคุณกำลังสอบสวนเปียอยู่ที่โรงพัก เปียยืนยันว่าพายุปล้นเงินไปจากตนจริงๆ

“ซึ่งตอนแรกแกก็ปล้นมาจากจ่านนท์...นี่ตกลงแกพวกใครกันแน่”

“ผมทำเพื่อความอยู่รอด ใครช่วยผม ผมก็ช่วยตอบ”

“ดีมาก ฉันก็ชอบคนแบบนี้ ไปลากตัวไอ้พายุมาให้ฉัน เอาเงินมาให้ได้”

“แล้วสารวัตรจะปล่อยผมงั้นหรือ”

“เปล่า แค่ใช้แกไปทำงานแลกกับลบคดีทั้งหมด แถมเงินให้แกไปตั้งตัวด้วย แล้วอย่าคิดหักหลังฉันล่ะ”

เปียพอใจรับปากทันที ครั้นลับหลังเปียแล้วกอบคุณก็เรียกหมวดคนสนิทมาสั่งให้ตามดูเปีย ทันทีที่มันได้เงินก็เก็บมันซะ!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พายุลอบเข้ามาที่สำนักงานของเอื้อมพร ชวนเธอไปคุยในมุมลับตา หญิงสาวดีใจมากที่ได้เจอเขา แต่หารู้ไม่ว่าภัยกำลังจะมาถึงตัวเพราะโตมรมาถามหาเธอจากพนักงานคนหนึ่ง

หลังจากทั้งคู่สนทนากันมาครู่หนึ่งแล้ว เอื้อมพรอยากรู้ว่ากอบคุณจับสุพจน์ไปขังไว้ทำไม พายุตอบไม่ได้แต่เชื่อว่าต้องมีเบื้องหลังอะไรบางอย่าง

“แล้วพอจะได้เบาะแสหรือยังว่าพวกมันจับคุณอาไปไว้ที่ไหน”

“ยัง...แต่กำลังตามหาอยู่”

“สงสารคุณแม่...ท่านคิดถึงคุณอาทุกวัน นี่ก็ไปบวชชีพราหมณ์สงบจิตใจแล้ว”

“ฉันสัญญาว่าจะช่วยพ่อใหญ่มาให้ได้ บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีของฉันก็ได้”

“ขอบใจนะ...พายุรู้ข่าวเรื่องมาศจันทร์หรือยัง”

“รู้แล้ว”

“เขาทำแบบนี้ เขารักเธอมากนะ...เหมือนกับฉัน” เอื้อมพรแววตาเว้าวอน พายุนิ่งไปอย่างรู้สึกผิดเพราะรักเธอไม่ได้

เวลานั้นโตมรตามหาเอื้อมพรอย่างหงุดหงิด กระทั่งเดินไปเห็นเธอยืนตรงมุมตึกเหมือนคุยกับใคร แต่พอเข้าไปใกล้กลายเป็นเธออยู่คนเดียว

โตมรเชื่อสายตาตัวเองในตอนแรก จึงไม่เชื่อที่เอื้อมพรปฏิเสธว่าไม่ได้คุยกับใคร เขาคงตาฝาดไปเอง หรือไม่ก็คิดมากจนประสาทหลอน

หญิงสาวพูดกลบเกลื่อนแล้วเดินหนี โตมรก้าวตามไม่ลดละ เปลี่ยนเรื่องถามถึงสุพจน์ว่าได้ข่าวบ้างไหม

“ไม่...ตำรวจยังไม่ได้เบาะแสเลย มีอะไรกับคุณพ่อเหรอ”

“ก็แค่เรื่องงาน” โตมรกลบเกลื่อนไม่บอกความจริง เดินตามเธอเข้าไปในสำนักงานโดยไม่รู้ว่าพายุยังอยู่แถวนี้ เขาจับจ้องมองตามด้วยความสงสารเอื้อมพร...

นอกจากเอื้อมพรที่รักปักใจพายุแล้วยังมีมาศจันทร์อีกคนที่ทั้งรักและสงสารเขาที่โดนปรักปรำในหลายๆเรื่อง เธอรู้ความจริงจึงอยากช่วยเขาให้พ้นผิด ถึงขนาดเอาตัวเองเข้าเสี่ยง โดยไม่รู้ว่าเวลานี้กอบคุณระแคะระคายไม่ไว้ใจเธอแล้ว

วันนี้เธอนัดเขามารับถึงบ้าน ยุทธเป็นห่วงท้วงว่าเสี่ยงเกินไป แต่มาศจันทร์หาได้เลิกล้มความตั้งใจ

“ฉันยังไม่ได้ของที่ฉันอยากได้ ฉันต้องหามันให้เจอก่อนที่ฉันจะแต่งงานกับสารวัตรกอบคุณ”

ยุทธฟังแล้วยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่ “แล้วถ้ายังไม่เจอ คุณมาศจันทร์ไม่ต้อง...”

“ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เธอตัดบทจนยุทธหยุดชะงัก

จังหวะนี้กอบคุณขับรถเข้ามาพอดี เขาขอโทษที่มาช้า มาศจันทร์แย้มยิ้มพูดอย่างอารมณ์ดีว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ นานๆคุณจะลางานได้สักที เราจะไปไหนกันล่ะคะ”

“เดี๋ยวก็รู้ครับ...เชิญ” กอบคุณอุบเอาไว้เป็นเซอร์ไพรส์...ยุทธไม่สบายใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แบงค์-โอบ" เพื่อนซี้แท็กทีมกระแทกบู๊เดือด จับคู่รู้ใจกันแอ็กชันสนั่นจอเหนื่อยที่สุดในชีวิต

"แบงค์-โอบ" เพื่อนซี้แท็กทีมกระแทกบู๊เดือด จับคู่รู้ใจกันแอ็กชันสนั่นจอเหนื่อยที่สุดในชีวิต
13 มิ.ย 2564

23:35 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 02:09 น.