ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กอบคุณเชื่อพายุว่าเงินของกลางอยู่กับจ่านนท์ เขาสั่งหมวดให้สืบหาจ่านนท์กับพวกของมัน ขณะเดียวกันจ่านนท์กับอีวาและเปียกำลังไปติดต่อบริษัทของสุพจน์เพื่อขนส่งเงินออกนอกประเทศ โดยผ่านมาทางเอื้อมพรซึ่งเป็นผู้บริหาร

“บริษัทของฉันจะไม่รับขนส่งของที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร โดยเฉพาะของผิดกฎหมาย”

“พูดเหมือนกับว่าพ่อของเธอมือสะอาดนักนี่”

“บริษัทของเขา เขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา แต่ที่นี่คือบริษัทของฉัน ก็ต้องทำตามเงื่อนไงของฉัน”

อีวาชักสีหน้าไม่พอใจ ชวนจ่านนท์กลับเพราะไม่อยากเสียเวลาเปล่า

“ถ้าบอก ฉันจะรับ” เอื้อมพรต่อรอง

“แล้วจะเก็บไว้เป็นความลับไหม”

“นี่คือจรรยาบรรณของฉัน เรารักษาความลับของลูกค้ายิ่งกว่าชีวิตเรา”

ฟังเอื้อมพรยืนยันแล้วจ่านนท์นิ่งไปอย่างลังเล เปียกับอีวาพากันลุ้นว่าเขาจะตกลงหรือไม่

“ตกลง...มันเป็นเงินปลอม ฉันบอกได้แค่นี้”

“ส่งที่ไหน เมื่อไหร่”

“คืนพรุ่งนี้ ชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี”

เอื้อมพรตอบตกลงทั้งที่ลึกๆในใจมีความสงสัยอยู่เต็มเปี่ยม...หลังจากเจรจากับหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว จ่านนท์ อีวา และเปียก็เดินหน้าไปหาพวกสุพจน์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเวลาที่พวกภูผาเดินทางมาถึงเช่นเดียวกัน หลังจากภูผาติดต่อมายังสุพจน์เพื่อนำยาเสพติดมาแลกกับชีวิตกำนันไผ่

เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของหมวดลูกน้องสารวัตรกอบคุณ เขารีบแจ้งข่าวไปทางตำรวจท้องที่ว่ามีการซื้อขายยาเสพติดและแอบถ่ายคลิปไว้ ส่วนกอบคุณไปกรุงเทพฯกับมาศจันทร์เพื่อเลือกซื้อของชำร่วย สารวัตรหนุ่มไม่รู้เลยที่หญิงสาวทำดีด้วยเพราะต้องการช่วยพายุ เธอตั้งใจไปค้นหาเอกสารหลักฐานเรื่องคดีในอดีตที่พายุถูกปรักปรำยัดข้อหาปล้นรถขนเงินจนต้องติดคุกนานถึงห้าปี ซึ่งเธอมั่นใจว่าน่าจะเก็บอยู่ในบ้านพักของกอบคุณ

การแลกเปลี่ยนระหว่างยาเสพติดกับกำนันไผ่เป็นไปตามแผนที่พวกหมู่รงค์วางไว้ ทุกคนช่วยกำนันไผ่ออกมาได้ แต่ยาเสพติดตกไปอยู่ในมือจ่านนท์ ส่วนโตมรเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความโง่เขลา แถมยังจะโดนตำรวจจับกันหมดถ้าไม่ชิงหลบหนีไปเสียก่อน

จ่านนท์เจ้าเล่ห์ยักยอกยาเสพติดไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะระเบิดอีกครึ่งทิ้งไปเพื่อความสมจริงตามที่พวกพายุวางระเบิดเวลาไว้ในรถขนยาเสพติด แล้วกลับมาแต่งเรื่องหลอกพวกสุพจน์ว่า

“ไอ้พายุมันกดชนวน...โชคดีที่ผมกับลูกน้องจอดรถทิ้งไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงไม่ได้มาส่งข่าว”

“โกหก อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น” โตมรโวยวาย

“ระเบิดจุดชนวนด้วยโทรศัพท์ มันจะกดชนวนจากไหนก็ได้ ถ้าไม่เชื่อ ผมจะพาไปดูซาก”

“เอาล่ะ คืนนี้ค่อยไป” มงคลสรุป คนอื่นๆเลยนิ่งเงียบ ส่วนจ่านนท์แอบโล่งใจ

ooooooo

หลังช่วยกำนันไผ่พ้นจากพวกสุพจน์มาได้ หมู่รงค์พาเขาไปอยู่บ้านหลังเดิมที่ปลอดภัย แล้วอีกพักใหญ่หมู่รงค์กับพายุก็ออกไปซื้อหาเสบียงที่ตลาด พายุเห็นรัตนาโดยบังเอิญ เขาแยกตัวจากเพื่อนออกไปหาเธอ

เมื่อรู้ว่ามาศจันทร์ไปกรุงเทพฯกับกอบคุณ พายุเป็นห่วงเธอมาก รัตนาเองก็ห่วงแทบไม่เป็นอันกินอันนอน จึงส่งยุทธให้ติดตามไปเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยทัน ถึงกระนั้นพายุก็อยู่เฉยไม่ได้ เขาซิ่งรถเข้ากรุงเทพฯไปคนเดียวโดยที่หมู่รงค์หมดทางห้ามปราม

สุพจน์ระแคะระคายว่าเอื้อมพรรับงานส่งของไปชายแดน เขามาซักถามกึ่งตำหนิเธอด้วยความไม่พอใจว่าทำไมตนถึงไม่รู้เรื่องนี้

“คุณอาต้องรู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเลยหรือ”

“ใช่...เพราะแกยังอ่อนหัด การส่งสินค้าข้าม

ชายแดนมันยาก แกรู้หรือเปล่าว่าเขาให้เราส่งอะไร”

“เครื่องปั้นดินเผาเซรามิก ผ่านกระบวนการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว”

เอื้อมพรโกหกหน้าตาย สุพจน์ไม่ค่อยเชื่อแต่ยังไม่มีอะไรจะแย้ง

“เอาเถอะ ต่อไปจะส่งของที่ไหนต้องรายงานฉันทุกครั้ง”

“ที่นี่บริษัทของฉัน ฉันต้องรายงานคุณอาในฐานะอะไรไม่ทราบ”

สุพจน์ยิ้มเป็นต่อแล้วยื่นหน้าไปหาหญิงสาวพลางพูดเบาๆ “ในฐานะเมียฉันไง...แกจงสำนึกไว้เสมอว่าแกเป็นเมียฉัน”

“ฉันสำนึกเสมอ...นี่ไง” เอื้อมพรโชว์คลิปในโทร– ศัพท์มือถือที่แอบบันทึกเอาไว้ตอนที่สุพจน์ข่มขืนเธอ

“แก...นังโรคจิต แกจะอัดเอาไว้ทำไม”

“ก็แค่อัดเอาไว้เผื่อโตมรเขาอยากเห็น”

สุพจน์หน้าซีด พูดไม่ออก โตมรเดินยิ้มกริ่มเข้ามาพอดี ถามทั้งคู่ว่าคุยอะไรกันอยู่ เอื้อมพรรีบคว่ำโทรศัพท์ลงแล้วปิดอย่างแนบเนียน

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คุยกันเรื่องบริษัท...ไปกันเถอะค่ะ” ว่าแล้วเธอลุกขึ้นคล้องแขนโตมรออกไป สุพจน์จ้องตามตาวาวเจ็บแค้นใจ

ooooooo

มาศจันทร์จงใจแวะบ้านกอบคุณแล้วฉวยโอกาสตอนกอบคุณไปประชุมกับหน่วยงานรื้อค้นภายในห้องทำงานและห้องนอนของเขา

ด้านวีนัสพอรู้จากหมู่รงค์ว่าพายุไปหามาศจันทร์ที่กรุงเทพฯ เธอสังหรณ์ใจและเป็นห่วงจึงรีบร้อนตามไปโดยไม่แคร์ หมู่รงค์แซวว่าที่ไปเพราะพิษรักแรงหึง ส่วนภูผาที่ได้ยินก็แอบเศร้าไปตามระเบียบ เพราะเขารู้สึกชอบวีนัสตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

มาศจันทร์ยังหาสิ่งของที่ต้องการไม่พบ ขณะที่กอบคุณก็กำลังจะกลับมาแล้วด้วย เขาโทร.มาบอกเธอว่าอีก 20 นาทีจะถึง ส่วนมือปืนที่สุพจน์สั่งให้ตามเก็บ

กอบคุณ บัดนี้ก็ซุ่มรอคอยอยู่ไม่ไกลจากบ้านอย่างจดจ่อ

มาศจันทร์พบเซฟในห้องนอนกอบคุณแต่เปิดไม่ได้ ทันใดนั้นเองเธอตกใจสุดขีดคิดว่ากอบคุณกลับมาถึงแล้ว แต่พอคนคนนั้นปรากฏตัวตรงหน้าก็ทำให้เธอถึงกับพ่นลมหายใจโล่งอก

“ยุทธ...นายมาได้ยังไง”

“ผมต่างหากที่ควรจะถามคุณมาศจันทร์ว่าทำอะไรมากกว่า”

มาศจันทร์อ้ำอึ้ง...ยังไม่ทันบอก รถของกอบคุณแล่นเข้ามา มาศจันทร์เร่งยุทธให้รีบออกไป กลับบ้านไปเลย อย่าให้ตนเห็นอีก ยุทธไม่เข้าใจแต่จำยอมทำตามเพราะไม่มีเวลาซักถามอะไรกันแล้ว

กอบคุณเปิดประตูเข้ามาในบ้านไม่พบมาศจันทร์ ทั้งที่เธอสัญญาว่าจะทำอาหารไว้รอ ชายหนุ่มระมัดระวังเดินถือปืนออกไปทางสวนหลังบ้าน แล้วก็เห็นหญิงสาวกำลังจุดเทียนบนโต๊ะอาหารอย่างพิถีพิถัน

มาศจันทร์หันกลับมาเห็นกอบคุณถือปืนก็ทำแตกตื่นเล็กน้อย ถามว่า “มีอะไรหรือคะ”

กอบคุณลดปืนลงด้วยท่าทีเขินๆ “สงสัยผมคงทำงานมากไปน่ะครับ”

“เชิญค่ะ”

“โรแมนติกจัง”

มาศจันทร์โปรยยิ้ม ในใจซ่อนความตื่นเต้นไว้ หวังว่าเขาคงไม่สงสัยเธอ แต่จังหวะนี้เองคนของสุพจน์ลอบเข้ามาจู่โจมยิงเข้าเต็มอกกอบคุณ ร่างเขากระเด็นไปนอนนิ่ง มาศจันทร์กรีดร้องตกใจ ก่อนตั้งสติชักปืนที่พายุเคยให้ไว้ยิงสวนไปแต่ไม่ถูก

กอบคุณใส่เสื้อเกราะแต่แกล้งนอนนิ่งราวกับเจ็บหนักเจียนตาย แล้วฉวยโอกาสตอนมือปืนเข้ามาตรวจงานยิงมันคนหนึ่งกระเด็นไป พร้อมตะโกนบอกมาศจันทร์ให้รีบหนี

หญิงสาวทำตามโดยเร็ว ส่วนกอบคุณยิงตอบโต้กับมือปืนที่เหลืออีกสามคน เวลานี้พายุมาถึงพอดี บ้านหลังนี้เขาเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง พอได้ยินเสียงปืนดังสนั่น พายุวิ่งพรวดเข้าไปทันที

ช้าไปนิดเดียว มาศจันทร์ถูกมือปืนคนหนึ่งจับเอาปืนจี้เป็นตัวประกัน พายุกับกอบคุณต่างพะวงตั้งใจจะช่วยหญิงสาว สั่งคนร้ายให้ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ ถามมันว่าจะเอายังไง

“หลีกทาง ฉันจะออกไปจากที่นี่” มือปืนต่อรอง

“ปล่อยคุณมาศจันทร์ก่อน แล้วออกไปได้”

“ไม่ได้! แกไปไหนไม่ได้จนกว่าฉันจะรู้ว่าใครจ้างแกมา”

เกิดความขัดแย้งกันระหว่างพายุกับกอบคุณ พายุห่วงความปลอดภัยของมาศจันทร์มากกว่ากอบคุณที่อยากรู้ว่าใครคือคนจ้างวานมือปืนมาเก็บตน

“ฉันไม่สนว่าใครจ้างแกมา ปล่อยคุณมาศจันทร์แล้วไปได้”

“ไม่ได้” กอบคุณยืนยันคำเดิม เล่นเอาพวกมือปืนงง ถามว่าตกลงจะเอายังไง พายุบอกให้ปล่อยผู้หญิง แต่กอบคุณก็ยังคาดคั้นให้พวกมันบอกมาว่าใครจ้าง

มือปืนทำอะไรไม่ถูกโวยวายด้วยความรำคาญ “โอ๊ย...ถ้าไม่หยุด กูยิงนังนี่แน่”

โวยเสร็จมันทำท่าจะเหนี่ยวไก แต่พายุยิงเข้าใส่มันก่อน กระสุนพุ่งไปโดนแขนมาศจันทร์ เปิดช่องว่างให้กอบคุณยิงกบาลมือปืนคนนั้นตายคาที่ พายุพุ่งเข้าไปหามาศจันทร์ด้วยความเป็นห่วง แต่กอบคุณหันปืนมาหมายยิง พายุเลยต้องหนีไปก่อน

มาศจันทร์บาดเจ็บบวกกับตกใจถึงกับสลบไป กอบคุณจะพาเธอเข้าบ้านแต่เหลือบเห็นมือปืนคนหนึ่งยังไม่ตายสนิท จึงผละไปคาดคั้นมันจนรู้ความจริงว่าสุพจน์คือผู้บงการ

ooooooo

มาศจันทร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก ถูกยิงที่แขนแค่ถากๆ กอบคุณตามหมอมาทำแผลให้ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย แต่ขณะเดียวกันพายุที่หลบหนีออกไปเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะเจอตำรวจตรวจจับ โชคดีที่วีนัสกับหมู่รงค์โผล่มาช่วยทันเวลา

มาศจันทร์ปลอดภัยและเชื่อว่าพายุไม่ได้ตั้งใจยิงเธอ แต่กอบคุณคิดตรงกันข้าม มั่นใจว่าพายุจงใจยิง เพราะแค้นที่เธอจะแต่งงานกับตน เขาอาจจะยิงให้เธอพิการก็ได้เพื่อทรมานใจตน หญิงสาวไม่เชื่อเช่นนั้นแต่คร้านที่จะเถียงด้วย

หลังจากตำรวจตรวจดูภายในบ้านไม่พบสิ่งของมีค่าสูญหาย แต่ภายในห้องนอนและห้องทำงานมีร่องรอยการรื้อค้น กอบคุณสงสัยรีบไปตรวจเช็กจุดวางรูปถ่ายในชุดตำรวจเต็มยศซึ่งด้านหลังมีเซฟซ่อนอยู่ เขาเห็นถึงความผิดปกติจริงๆ แต่ทำเป็นนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในคืนเดียวกัน จ่านนท์กับเปียนัดพบเทพซึ่งเป็นผู้คุมในเรือนจำที่ร่วมขบวนการปล้นเงินเมื่อห้าปีที่แล้ว จ่านนท์ต้องการขายยาเสพติดจำนวนมากที่ยักยอกมาจากพวกมงคล แต่เทพรับได้จำนวนจำกัดเพราะเขานำไปขายต่อในคุกได้ไม่มาก จ่านนท์ตัดสินใจไม่แบ่งขายแต่เลือกส่งขายไปต่างประเทศทางชายแดนตะวันตกตามคำแนะนำของเทพซึ่งคิดค่าดำเนินการห้าเปอร์เซ็นต์

ยุทธไม่ได้กลับนครสวรรค์แต่แอบติดตามพวกพายุเพื่อบอกให้รู้ว่ามาศจันทร์ไม่อยากแต่งงานกับกอบคุณแต่เธอต้องการหาอะไรบางอย่างในบ้านของเขา ตนยืนยันได้เพราะอยู่กับเธอก่อนที่จะมีการยิงกัน

ฟังยุทธแล้วพายุยิ่งเป็นห่วงมาศจันทร์ วีนัสเสริมอย่างตรงไปตรงมาแม้จะทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ ว่ามาศจันทร์ยังรักพายุถึงยอมเสี่ยงขนาดนี้ เธอต้องการหลักฐานที่จะยืนยันว่าพายุเป็นผู้บริสุทธิ์ รู้อย่างนี้พายุยิ่งทั้งรักและเป็นห่วงหญิงสาว รบกวนยุทธช่วยดูแลความปลอดภัยให้เธออย่างใกล้ชิด ฝ่ายสุพจน์หัวเสียเมื่อรู้ว่ามือปืนทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ยังจัดการกอบคุณไม่ได้สักที

เช้าวันรุ่งขึ้น ยุทธมารับมาศจันทร์ที่บ้านกอบคุณหลังจากเธอติดต่อไป ขณะนั่งรถกลับด้วยกัน ยุทธบอกมาศจันทร์ว่าเมื่อคืนตนเจอพายุ เขาปลอดภัยดี แต่คนที่น่าเป็นห่วงคือเธอเพราะมันเสี่ยงเกินไป

“ถ้าพายุหลุดจากคดีทั้งหมด ฉันว่าคุ้ม”

“แม้ว่าคุณมาศจันทร์จะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักหรือครับ”

มาศจันทร์อึ้งไปนิดก่อนบอกว่ามันเป็นเรื่องของอนาคต แล้วตัดบทยุติการสนทนาด้วยการให้ยุทธเร่งเวลามุ่งหน้ากลับนครสวรรค์

ooooooo

เอื้อมพรรีบเข้าบริษัทเพราะวันนี้ต้องเตรียมส่งของที่จ่านนท์มาว่าจ้าง โตมรตามมาทีหลังเข้าคลอเคลียเมียรักด้วยความเสน่หา

“ทูนหัวของผม...มีงานส่งของหรือ”

“มีนิดหน่อยค่ะ ช่วงเช้าไปที่แหลมฉบัง ตอนเย็นไปที่กาญจนบุรี”

“ของอะไรไปส่งที่เมืองกาญจน์”

“ก็พวกเครื่องถ้วยชามอะไรแบบนี้แหละ วันนี้คุณจะไปไหน”

“วันนี้บริษัทนายวิวัฒน์เขาเปิดทำงานใหม่อย่างเป็นทางการ ผมเลยว่าจะไปแสดงความยินดีกับเขาหน่อย”

“ไปแสดงความยินดีหรือไปหยั่งเชิง”

“แหม...คุณนี่รู้ไปซะทุกอย่างจริงๆ”

“ใครๆก็รู้ว่าคุณกับพ่อคุณอยากได้เหมืองนี้จะตาย”

“แล้วคุณล่ะ เป็นคุณ...คุณไม่อยากได้หรือไง”

เอื้อมพรเสแสร้งแกล้งตอบ “เงินใครไม่ชอบ...เอาแบบนี้ ฉันจะไปในฐานะภรรยาคุณ บางทีผู้หญิงกับผู้หญิงด้วยกันอาจคุยรู้เรื่องกว่า”

กลายเป็นโตมรยิ้มพอใจ ชมตัวเองว่าเลือกคู่ชีวิตไม่ผิดจริงๆ

เมื่อเอื้อมพรไปถึงบริษัทของวิวัฒน์ เธอได้รับการต้อนรับอย่างดีจากมาศจันทร์ แต่คำพูดของผู้มาเยือนกลับทำให้เจ้าของสถานที่ไม่ค่อยพอใจนัก

“ฉันเตือนเธอด้วยความหวังดี เธอขายสัปทานเหมืองไปเสียเถอะ”

“ที่แท้ก็มาพูดแทนสามี...ไม่มีทาง ถ้าฉันจะต้องสู้ ฉันก็จะสู้ และยอมตายบนที่ดินของฉัน”

“นั่นก็แล้วแต่เธอ อ้อ มีอีกเรื่องหนึ่งที่คิดว่าเธอควรรู้”

“เรื่องอะไร”

“เงินของกลางของพายุ”

มาศจันทร์หูผึ่ง รอฟังเอื้อมพรขยายความอย่างตั้งอกตั้งใจ ด้านโตมรหลังจากมอบหมายให้เมียเป็นตัวแทนไปเจรจากับลูกสาวนายวิวัฒน์ ตัวเองก็ไปที่โรงไม้ของพ่ออย่างสบายอารมณ์ พอมงคลรู้เข้าก็ห่วงว่าเอื้อมพรจะได้เรื่องเหรอ

“เอื้อมพรเป็นคนฉลาด ฉันว่าเธออาจจะมีวิธีกล่อมนังมาศจันทร์ก็ได้ ตอนนี้รับช่วงแทนนายวิวัฒน์ไปแล้ว เธออาจเปลี่ยนใจก็ได้”

มงคลพยักหน้ารับแล้วนึกขึ้นได้ บอกลูกชายว่ามีข่าวกอบคุณถูกลอบยิงเป็นฝีมือเขาหรือเปล่า โตมรปฏิเสธเสียงแข็ง คาดว่ากอบคุณคงมีศัตรูเยอะ แต่ก็ดีเราจะได้ไม่เหนื่อย...แล้วจู่ๆก็มีเรื่องตื่นเต้นอีกจนได้ เมื่อจอห์นติดต่อมาที่มงคลแจ้งว่ามียาเสพติดลอตใหญ่ โตมรเกิดสงสัยตั้งใจจะไปกับพ่อด้วย

ooooooo

กำนันไผ่กับภูผายังคงอาศัยอยู่ในบ้านพักห่างไกลผู้คนของหมู่รงค์ กำนันไผ่สังเกตเห็นลูกชายท่าทีหงุดหงิดเบื่อหน่าย เดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่นก็ไม่ปาน พอซักถามก็ได้คำตอบว่าเบื่อที่ต้องนั่งหายใจทิ้งไปเรื่อยๆ

“แล้วเอ็งจะทำอะไรได้ ออกไปข้างนอกเดี๋ยวญาติมึงก็ลากเข้าคุกหรอก ท่องเอาไว้เป็นอาขยานเลยว่า เราเป็นผู้ร้ายหลบหนีคดี”

“แล้วนั่งแบบนี้มันจะหลุดคดีได้ยังไง”

“อ้อ ข้าพอจะนึกออกแล้ว คิดถึงวีนัสใช่ไหมล่ะ ถึงได้หงุดหงิดใส่ข้า”

“ก็นิดหน่อย แต่...”

“ไม่ต้องมาแต่เลย ข้ามองออกว่าใครเป็นยังไง”

ภูผาชะงัก บ่นน้อยใจว่าตนคงไม่ดีเท่าพายุ กำนันไผ่ส่ายหน้าเตือนสติลูกว่า

“เอ็งจะไปเปรียบเทียบทำไมให้เจ็บใจ คนเรามันไม่ดีไปหมด แล้วก็ไม่ชั่วไปหมดหรอก เอ็งใจเย็นๆแล้วตั้งสติ แล้วทุกอย่างจะดีเอง...ข้าก็เบื่อไม่ต่างจากเอ็งนั่นแหละ แต่เราต้องรอจังหวะ”

พลันโทรศัพท์มือถือกำนันไผ่แผดเสียง...กำนันไผ่พูดคุยไม่กี่คำก็ตัดสายแล้วบอกภูผาว่าจังหวะมาถึงแล้ว ...ในเวลาไล่เลี่ยกัน กอบคุณได้รับการติดต่อจากหมวดคนสนิท

ทางฝ่ายมาศจันทร์ หลังฟังเอื้อมพรเล่าเรื่องจ่านนท์มาจ้างวานขนส่งของ ซึ่งคาดว่าต้องเกี่ยวกับเงินของกลาง ก็ตกใจและนึกเป็นห่วงเอื้อมพรที่กล้าเกินตัว เตือนว่าถ้าพวกมันรู้เธอจะเป็นอันตราย

“เพื่อพายุฉันทำได้ทั้งนั้น อย่าลืมล่ะ หาทางบอกเขาให้ได้ ก่อนที่มันจะข้ามชายแดนไป”

เสร็จธุระ เอื้อมพรขอตัวกลับทันที ส่วนมาศจันทร์รีบเรียกยุทธมาถามว่าติดต่อพายุได้หรือเปล่า แล้วจากนั้นไม่นานยุทธก็ไปปรากฏตัวที่บ้านหมู่รงค์ เป็นจังหวะที่พวกพายุกลับมาแต่ไม่พบสองพ่อลูกกำนันไผ่กับภูผา

พายุตั้งใจจะมาอาศัยไหว้วานภูผาที่ได้วิชางัดแงะมาจากในคุก อยากให้เขาช่วยไปเปิดเซฟที่บ้านกอบคุณ แต่พอรู้เรื่องที่ยุทธมาส่งข่าว พายุคิดหนักว่าควรทำอะไรก่อนหลัง แต่สุดท้ายก็เลือกตามหากำนันไผ่กับภูผาก่อน เพื่อจะได้มาช่วยกัน

กอบคุณยังติดงานอยู่กรุงเทพฯ พอได้รับการติดต่อจากหมวดลูกน้องคนสนิทแจ้งความเคลื่อนไหวของสุพจน์ เขาสั่งหมวดให้อุ้มสุพจน์มาคุยกับตน คุยแบบนอกเกม แล้วเย็นนี้ตนจะรีบกลับ

ด้านจ่านนท์เพิ่งได้ความคืบหน้าจากเทพเรื่องขายยาออกนอกประเทศ เวลานี้มีคนต้องการให้ราคาดีมาก แต่ตนต้องไปด้วย อีวารู้สึกไม่ไว้ใจเทพจึงขอฟังเหตุผล

“คนซื้อเขาไม่รู้จักพวกเธอน่ะสิ...ไม่ต้องกลัวหรอกน่า เราค้าขายกันตรงไปตรงมา”

“ก็ได้...อีวา เธอไปเตรียมของ...ทั้งสองอย่าง...เปีย” จ่านนท์พยักพเยิดให้เปียไปด้วยเพราะไม่ไว้ใจอีวา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:02 น.