นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"



    แม้จะดึกสีนวลก็ยังรอไรวินท์เพื่อที่จะบอกเรื่องอาการป่วยของวารี แต่เขากลับรำคาญอ้าง

    เหนื่อยมากอยากพัก ไม่ฟังเรื่องที่เธอจะบอก เดินปึงปังเข้าห้อง สีนวลน้ำตาซึมทรุดนั่ง

    วันต่อมาวารีบอกสีนวลว่าตนคงต้องปลดเกษียณตัวเอง แล้วมอบกุญแจกำปั่นและสมุดบัญชีทั้งหมดแก่เธอแถมกำชับ “จำไว้นะ ผู้หญิงเราต้องอดทนอดกลั้น

    ทำงานหนักๆเข้าไว้จะได้ไม่คิดมาก ด้วยความดีของเราจะทำให้เอาชนะทุกอย่างได้ วันหนึ่งสามีเขาต้องเห็นคุณค่าในตัวเราแน่ๆ จำเอาไว้นะ” แววตาวารีมองออกไปนอกหน้าต่างไกลถึงใครคนหนึ่ง

    แพรขาวตื่นขึ้นกลางดึก เดินออกจากเรือนเบาๆ ด้วยกลัวลูกจะตื่น ออกมาถึงระเบียงก็เหวี่ยงทันที “คุณวินท์...คุณมันเกินทนจริงๆนะ คุณวินท์...”

    ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นถาม “นั่นเธอคลั่งหรือ ถึงกับรีบตื่นมาต่อว่าฉันทีเดียว”

    แพรขาวยอมรับว่าทนไม่ไหวจริงๆ ทำไมผู้หญิงต้องถูกสอนให้เอาความดีชนะใจสามี ไรวินท์ขำที่เธอหมายถึงคำสอนของแม่ เธอสบถ “คุณรู้ไหม พอถึงจุดหนึ่งคนเราต้องมีขีดจำกัดของความอดทนเหมือนกันนี่เราเชื่อเราสอนอะไรกันมาคะ ผู้หญิงดีต้องเป็นฝ่ายยอมเอาความเป็นกุลสตรีดั้งเดิมออริจินัล มาครอบตัวเราไว้ไม่ให้ทำอะไรที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์เลยงั้นเหรอ”

    “เธอรู้ไหมแพรขาว บางทีฉันอยากให้สีนวลคิดแบบเธอได้บ้าง”

    ที่หน้าต่างชั้นบนเรือนใหญ่ สีนวลตาแดงโรจน์ด้วยความเคียดแค้น สักพักร่างกลายเป็นควันดำลอยเข้าไปในเสาที่มีรอยขูดขีดแบบนับเลข...แพรขาวเผลอเดินกระแทก กระทั้นกลับเข้าห้อง นึกได้กลัวลูกจะตื่น รีบเข้าไปนอนข้างลูกข่มตาให้หลับ ไรวินท์ปรากฏตัวข้างมุ้งพึมพำ

    “เธอเพิ่งเห็นแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้นเอง...แพรขาว”

    กลับเข้าสู่อดีตอีกครั้ง สีนวลออกมาใส่บาตรลำพังเพราะวารียังป่วย พอเดินกลับเข้ามา สาวใช้ก็วิ่งมารายงานว่าวารีล้ม...ไรวินท์มาทำงานแต่เช้าจึงไม่รู้เรื่อง ในวันนั้นมาลาตีเอาขนมมาให้โดยอ้างว่าคุณแม่ฝากมา ทั้งสองจึงออกมาทานข้าวข้างกระทรวง มาลาตีชม้ายชายตาเย้ายวนไรวินท์ตลอด ทำให้เขายิ่งหลงใหลในตัวเธอ

    สีนวลนั่งสามล้อมาที่กระทรวงด้วยสีหน้าตื่นๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ออกมาโลกภายนอกคนเดียว สอบถามผู้คนเพื่อไปยังห้องทำงานไรวินท์...ระหว่างนั้น ไรวินท์กับมาลาตีทานอาหารเสร็จเดินคุยกันหัวเราะหัวใคร่มาหน้ากระทรวง เขาส่งหญิงสาวขึ้นรถแล้วเดินผิวปากสบายอารมณ์มายังห้องทำงาน ไม่ทันจะเข้าห้อง ลูกน้องรายงานว่าคุณนายมารอพบ เสียงสีนวลเรียกคุณพี่

    ด้วยความดีใจ ไรวินท์ตกใจไม่คิดว่าสีนวลจะมา จึงตรงรี่ไปถามเสียงขุ่นว่ามาทำไม

    ไม่ทันที่สีนวลจะกล่าว มาลาตีเดินกลับมาไม่ทันมองสีนวลก็เสียงอ่อนเสียงหวาน “คุณไรวินท์คะ มาลาตีลืมไปจริงๆค่ะ นี่ค่ะ...ผ้าเช็ดหน้าของคุณที่มาลาตีลืมติดตัวไปวันก่อน”

    สีนวลหน้าชาวูบ ไรวินท์รับผ้าเช็ดหน้ามากำไว้ทำหน้าปกติ มาลาตียังพูดอีกว่าเมื่อครู่ที่ร้านอาหารลืมคืน พอเห็นว่าเขามีแขกก็รีบยกมือไหว้ลา สีนวลอึ้งเหมือนโดนตีหัวหนักๆ ไรวินท์เดินนำสีนวลลิ่วๆเข้าห้องทำงาน แล้วหันมาเอ็ดว่าตนงานยุ่งทั้งวัน ทำไมอยู่ดีๆถึงมาไม่บอกให้รู้ สีนวลอึกอักๆ บอกมีเรื่องสำคัญ เขาเสียงเขียวว่าเรื่องที่บ้านก็รอกลับไปพูดที่บ้านไม่ได้หรือ

    สีนวลหน้าเสียรับคำเบาๆ ไรวินท์เปรยขึ้นมาว่า ผู้หญิงที่เจอเมื่อกี้ เป็นลูกสาวเจ้านายเก่า มาปรึกษาเรื่องงานพ่อของเธอ สีนวลรับคำเสียงแข็ง แล้วเขาก็ถามที่มามีธุระอะไร

    “คุณแม่ท่านไม่ใคร่สบายมาสามสี่วันแล้วค่ะ ท่านไม่ให้บอกพี่ แต่...เมื่อเช้าท่านล้มต้องไปหาหมอ” สีนวลเอ่ยด้วยแววตาเจ็บปวด
    ไรวินท์ตกใจมากถามแม่เป็นอะไร สีนวลบอกหมอบอกว่าหัวใจท่านไม่ใคร่ดี เขาหน้าเสียรีบลางานพาสีนวลกลับบ้าน...เห็นวารีหน้าซีดพยายามจะทานข้าวต้มก็รีบเข้ามาหาอย่างห่วงใย วารีหันมองเชิงตำหนิสีนวลที่ไปบอกเรื่องป่วยกับไรวินท์ ก่อนจะหันมาบอกลูกชายว่าแค่โรคคนแก่ธรรมดาๆ ไรวินท์ให้เลิกทำงานเสียที วารีบอกตนให้สีนวลดูแลแทนแล้ว

    “แต่ที่ห่วง แม่อยากเลี้ยงหลานกับเขาบ้างแล้วน่ะสิ แต่งกันมาเป็นปีๆ นี่ยังไม่มีวี่แววว่าแม่จะได้หลานอุ้มให้กระชุ่มกระชวยกับเขาบ้างหรือ”

    ทั้งสองนิ่ง สีนวลก้มหน้าซ่อนพิรุธ ไรวินท์หาทางออก “แม่ครับ แม่ก็ลองบนบานศาลกล่าวเจ้าหลายๆแห่งดีไหมครับ เผื่อว่าจะมีคนมีบุญมาเกิดไวๆ ผมก็อยากให้แม่สมหวัง”

    สีนวลหันขวับมองไรวินท์อย่างคาดไม่ถึง วารีหันไปยิ้มกับลูกสะใภ้ เธอทำหน้ากระอักกระอ่วน

    ไรวินท์มองคิดอะไรบางอย่าง

    ตกดึก สีนวลยังครุ่นคิดเรื่องมาลาตี ยืนน้ำตารื้น

    อยู่หน้าห้องไรวินท์ เขาได้ยินเสียงไม้กระดานก็เอ่ยถามว่าใคร สีนวลอ้างว่าจะมาถามอยากได้โกโก้ร้อนไหม เธอจะเข้านอนแล้ว ไรวินท์เปิดประตูออกมาชวนให้เธอเข้ามานอนด้วยกัน สีนวลแทบไม่เชื่อหูตัวเองยืนตะลึง ภายในห้องมีเพียงไฟหัวเตียงสลัว ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติก เธอหน้าแดงก่ำใจเต้นรัวเดินเคียงข้างเข้าไป

    รุ่งเช้า สีนวลนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับไรวินท์ สีหน้าเธอแช่มชื่นผุดผาด หันมองไรวินท์ที่ยังหลับอยู่ ก่อนจะค่อยๆลุกออกจากเตียงเบาๆ

    วันนี้สีนวลแต่งตัวสวยสดใสกว่าทุกวัน ยื่นกระเป๋าเอกสารให้ไรวินท์ไปทำงาน เขาบอกเธอให้สั่งแช่มย้ายของใช้ส่วนตัวของเขาไปไว้ห้องเธอตามที่จดรายการไว้ให้ สีนวลตาโตดีใจ เขายิ้มและเน้นอีกว่า เย็นนี้จะกลับมาทานข้าวด้วย เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เผลอยิ้มหัวใจพองโต

    ooooooo

    ใบหน้าแพรขาวที่หลับอยู่อมยิ้มพึมพำ เขากลับมาเป็นคนดีจนได้ในที่สุด...ไรวินท์ซึ่งยืนอยู่ข้างเตียงนอกมุ้งกล่าว “ฉันทำเพื่อแม่ของฉัน...แม่หนู...”
    แล้ววันนั้นในอดีต บัวน้อยก็มาบอกไรวินท์ที่ทำงานว่าแรมป่วยหนัก เขาตกใจรีบไปพาพ่อส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าเขาดื่มเหล้ามากจนตับแข็ง ไรวินท์ถามควรทำอย่างไร

    “ก็ต้องเลิกดื่มให้เด็ดขาด ดูแลรักษาสุขภาพให้ดีกว่านี้ก็จะพอทุเลาลงได้บ้าง”

    พอแรมรู้ก็ร้องอยากกลับบ้าน แต่ไรวินท์เกรงพ่อกลับบ้านไปอยู่คนเดียวก็จะดื่มอีก แรมบอกว่าตนดื่มมาจนปูนนี้แล้วจะตายก็สมควรแก่เวลา ไรวินท์หนักใจตัดสินใจพาแรมกลับมาอยู่บ้านเดียวกับบัวน้อย เพื่อหวังให้เธอดูแลพ่อให้ บัวน้อยชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่พอเขาให้เงินเดือนเพิ่มอีกเท่าตัวเธอก็ยิ้มพอใจสุดๆ

    ตกเย็นไรวินท์กลับมาทานข้าวพร้อมหน้าวารีและสีนวล เขาชวนแม่คุยหัวเราะครื้นเครง บอกทั้งสองว่าเจ้านายเห็นใจว่าทำงานหนักมานาน จึงให้หยุดดูแลแม่บ้าง เขาเอาใจตักอาหารให้ทั้งแม่และสีนวล ทำให้สีนวลปลื้มปริ่มแทบทานไม่ลง วารีมองลูกด้วยความอิ่มเอมใจ

    แล้วหลวงพิทักษ์ไผทก็สิ้นลม ไรวินท์มางานศพเห็นประสมร้องไห้ตาแดงก่ำ สุดสวาทสีหน้านิ่งไม่มีอาการเศร้าโศกคอยรับแขก พอเห็นเขามาก็ขอร้องให้เขาช่วยรับแขกเพราะผู้ใหญ่ในกระทรวงมามากมาย เธอรับรองไม่ทั่วถึง...ไรวินท์แอบให้ลูกน้องเอาจดหมายไปแจ้งแก่มาลาตี

    พอค่ำ ไรวินท์ยืนต้อนรับแขกกับสุดสวาทแต่คอยชะเง้อหาใครบางคนเป็นระยะๆ เผดิมกับสมรสองสามีภรรยามากับกลุ่มญาติเข้ามาทัก สุดสวาทชักสีหน้ารังเกียจความจนของทั้งสองเล็กน้อย ไม่ทันไรมาลาตีในชุดดำล้วนเดินหน้าซีดเข้ามา ไรวินท์แอบดีใจยั้งใจไม่ปรี่เข้าไปหา

    สมรทัก “อ้าว...นั่นลูกสาวแม่มะลินี่นา”

    สุดสวาทเชิดหน้าไม่พอใจ มาลาตีเข้าไหว้สมร เผดิมและญาติๆ รวมทั้งทักทายสุดสวาท “คุณพี่...ดิฉันเสียใจมากค่ะ เสียใจที่ไม่มีโอกาสได้รักษาพยาบาลคุณพ่อ ดิฉันได้แต่มาขอขมากราบศพท่าน คุณพี่โปรดอนุญาตด้วย”

    “นี่เธอ ไม่ต้องมาพูดมาก มาร่วมงานศพฉันห้ามไม่ได้ แต่ไปหาที่นั่งให้ลับหูลับตาคนหน่อยไป แล้วอย่ามาประกาศตัวว่าเป็นลูกคุณพ่ออีกล่ะ ฉันอายแทน”

    ไรวินท์จะแทรกแต่มาลาตีชิงพูดเสียงดัง “ดิฉันจะอายเรื่องอะไร ก็ดิฉันเป็นลูกคุณพ่อ”

    “นี่! จะประจานคุณพ่อไปถึงไหน เธอน่ะมันไม่ใช่ลูกที่คุณพ่อจะอวดใครๆได้ ถ้าเห็นแก่ท่านล่ะก็ช่วย ปิดปากไว้ด้วย อย่ามาให้คนเขารู้ว่าเป็นลูกเมียน้อยขายหน้าเข้าใจไหม”

    คนบริเวณนั้นมองเป็นตาเดียว มาลาตีร้องไห้เสียใจ... ร่างแพรขาวที่นอนหลับอยู่ข้างลูกสาวดูกระสับกระส่าย ตื่นเต้น ไรวินท์ยืนอยู่ข้างเตียงถอนใจ

    “ละครชีวิตฉากเผชิญหน้าแบบนี้ มันคงน่าสนใจมากสินะ มาสิ แพรขาว มาดูแบบต่อหน้าต่อตากันเลยดีกว่า ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างสุดสวาทกับมาลาตี สายตาเธอจะเห็นว่าใครดีใครร้าย”

    แพรขาวอยู่ในชุดดำร่วมสมัยปะปนในกลุ่มแขกที่มางานศพ กำลังมุงดูเผดิมตำหนิสุดสวาทว่าจะเอะอะให้ขายหน้าทำไม อย่างไรเสียมาลาตีก็เป็นน้อง สุดสวาทตวาดไม่เคยนับญาติด้วย เรื่องในครอบครัวคนอื่นไม่ทราบเรื่องอย่ามาพูด เผดิมหน้าเสียคว้ามือมาลาตี

    “ก็รู้ ทำไมอาจะไม่รู้ล่ะว่าเด็กคนนี้เป็นลูกคุณพ่อเหมือนกับแม่สวาทเหมือนกัน เฮ้อ...มา มากับอา ไปนั่งฟังสวดด้วยกัน”

    สุดสวาทปรี๊ดแตก เอาเด็กคนนี้มาเปรียบกับตนไม่ได้ แล้วเอามันไปนั่งด้วยเท่ากับไม่ให้เกียรติตน...

    แพรขาวมองความกราดเกรี้ยวของสุดสวาทอย่างตะลึง ไรวินท์อดีตเองยังอึ้ง เผดิมสวนเสียงดัง “โอ๊ย คนอย่างอาเป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเกียรติอะไรจะให้ใครได้ นึกถึงก็แต่พี่ชาย วิญญาณคงอยากเห็นหน้าลูกๆ ทุกคนก่อนจะไปสู่สุขคติ”

    มาลาตีกราบขอบคุณเผดิมที่เมตตา เผดิมว่าถึงตนจะจนไม่เท่าเทียมพี่น้อง แต่ก็ไม่ลำเอียงเข้าข้างใคร... มาลาตีมองสุดสวาทอย่างมีชัยก่อนจะปรายตาหว่านเสน่ห์แก่ไรวินท์ แพรขาวเห็นอากัปกิริยาของทุกคนอย่างตื่นเต้น ขยับเข้าไปนั่งรวมกับญาติๆ ก็ได้ยินเขาซุบซิบกันว่ามาลาตีดูน่าเอ็นดูกว่าสุดสวาท...แพรขาวจึงมองสุดสวาทใกล้ๆ อยากรู้เรื่องราวฝั่งเธอบ้าง

    สุดสวาทนั่งหน้างออยู่กับไรวินท์ที่ด้านหน้า หงุดหงิดที่ญาติเข้าไปคุยกับมาลาตี ไรวินท์เตือนจะโมโหไปใยทุกคนเป็นญาติกัน เธอสบถ “ญาติพวกนี้นิสัยเหลือทน เมื่อก่อนขาดเงินก็มาขอคุณพ่อ นี่คุณพ่อตายยังไม่ทันเผากลับไปประจ๋อประแจ๋นังลูกเมียน้อยไม่เกรงใจดิฉันบ้างเลย”

    ไรวินท์อดีตหันมาเห็นหน้าแพรขาวก็ชะงัก เธอสะดุ้งหลบตานั่งเนียนๆ เขามองเลยไปสบตามาลาตี แพรขาวหมั่นไส้ความหลอกลวงของเขา...ร่างแพรขาวที่นอนหลับตาถอนใจเฮือก ไรวินท์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงเอ่ย สนุกตื่นเต้นมากใช่ไหม ละครฉากต่อไปเธอคงเป็นได้แค่ผู้ชมแล้ว

    หลังเสร็จจากงานศพคืนนั้น ไรวินท์แอบจอดรถรอรับมาลาตีเพื่อมาส่งบ้าน เธอหว่านเสน่ห์จนเขาแทบไม่อยากแยกจากเธอ เขาบอกเธอว่าพรุ่งนี้จะแวะมารับ แต่คงส่งได้แค่หน้าวัด เพื่อไม่ให้สุดสวาทสงสัยว่าเรารู้จักกัน มาลาตีเหน็บ

    “คุณดูสนิทสนมกับคุณพี่สุดสวาทมากนะคะ ที่จริงคุณสองคนก็เหมาะสมกันมากทีเดียว”

    “คิดมากไปได้...สุดสวาทกับผมน่ะเป็นเพื่อนกันมาหลายปี ตั้งแต่ก่อนผมแต่งงาน...” ไรวินท์ชะงักรู้ว่าเผลอพูดไป

    มาลาตีสะดุ้งกับสิ่งที่ได้ฟังย้ำเขามีครอบครัวแล้วหรือ ไรวินท์จำต้องยอมรับ เสียงหญิงสาวปร่าๆถามเขามีบุตรกี่คน เขาบอกยังไม่มี เธอถามอีกทำไมภรรยาไม่มาสวดศพด้วยไม่สบายหรือ เขาส่ายหน้าบอกเธอไม่ชอบออกงาน หญิงสาวพยักหน้ามึนๆ ยกมือไหว้ลาลงจากรถอึ้งๆ

    ร่างแพรขาวที่นอนอยู่กับลูกหัวเราะหึๆสะใจ ไรวินท์มองแล้วพึมพำว่า “แหม...สาแก่ใจเชียวนะ...พักผ่อนได้แล้วแม่หนู” แล้วร่างเขาค่อยๆเลือนหายไป

    ooooooo

    เขมินีกลับมาบ้านพบว่าพัสกรไม่อยู่ ส่วนดิวบอกประไพว่าพาท๊อปไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่ห้าง เธอจึงรีบโทร.บอกสาโรจน์ให้ตามดู...สาโรจน์เห็นดิวนัดกับเท็น ท่าทางเท็นรักท๊อปทั้งกอดทั้งหอม ทั้งสามคนดูเหมือนพ่อแม่ลูกเดินเล่นชิลๆ

    จากนั้นเขมินีก็โทร.หานักสืบต่อ ให้ตามไปรับช่วงจากสาโรจน์ เก็บภาพเป็นหลักฐานให้หมด...เขมินีมารอฟังข่าวที่คอนโดของตัวเองพร้อมลูกน้องที่บริษัทสองสามคน สาโรจน์ตามมา ท่าทางเขมินีอารมณ์ดีทำอาหารให้ทุกคนทานจนได้รับภาพจากต่อก็ยิ่งดีใจยื่นให้สาโรจน์ดู

    “ฉันหวังว่าเรื่องนี้จะทำให้นังตัวร้ายถูกเฉดออกไป แล้วถ้าคุณพระคุณเจ้าช่วย ขอให้แพรขาวกลับมาดีกะไอ้กรอีก หลานฉันจะได้กลับมามีครอบครัวอบอุ่นอีกครั้งนึง ฉันคงไม่ได้มโนเกินไปนะสาโรจน์”

    สาโรจน์รับปากจะช่วยเต็มที่ เขมินีถามหลักฐานแค่นี้จะทำให้พัสกรตาสว่างไหม ทนายหนุ่มบอกถ้าจะให้แน่นอนต้องใช้การตรวจดีเอ็นเอช่วยอีกทาง หญิงสาวตาโตเห็นด้วย

    วันต่อมาเขมินีเอารูปถ่ายดิวกับเท็นมาให้แถบทิพย์ดู พร้อมภาพหน้าตรงของพัสกร ท๊อปและเท็นให้ดูเปรียบเทียบว่าท๊อปหน้าเหมือนใครกันแน่ แถบทิพย์อึ้งมาแอบมองดิวซึ่งกำลังเต้นเหยงๆหน้าจอทีวีอย่างสนุกสนาน ปล่อยลูกนอนเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้นลำพัง เขมินีบิ๊วแม่

    “ผู้หญิงร้านเหล้าแบบนั้นคงไม่ได้ยุ่งกับตากรมันคนเดียวหรอกแม่ คงมีป๋ามาให้หลอกเงินไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว”

    แถบทิพย์บ่นสงสารหลาน เขมินีย้อนแน่ใจหรือว่าหลาน ดูให้ดีๆหน้าตาเด็กเหมือนใคร แถบทิพย์ไม่อยากเชื่อ เขมินีดึงแม่ออกมาคุยว่ามรดกทั้งหมดของแม่จะยกให้ลูกหลานที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขหรือ แถบทิพย์หน้าเครียดไม่ยอมเด็ดขาด หามาเหนื่อยทั้งชีวิตสักบาทก็ไม่ให้

    “งั้นทำไมเราไม่พิสูจน์ให้แน่ใจก่อนล่ะแม่”

    แถบทิพย์ยอมทำตามคำขอของลูกสาว จึงเรียกดิวให้ออกมาหา ดิวคิดว่าเป็นเสียงประไพก็โวย “โอ๊ย เรียกอยู่ได้ มีอะไรอีกล่ะนังแก่!”

    แต่พอหันมาเห็นว่าเป็นแม่สามีก็รีบยกมือไหว้ปลกๆ เขมินีแอบขำ แถบทิพย์หน้าเสียบอกวันนี้จะเลี้ยงท๊อปให้ เห็นว่าเธอจะออกไปธุระ ไม่ต้องเอาลูกไปด้วย ดิวกระดี๊กระด๊าดีใจรีบไปแต่งตัวจะออกจากบ้าน... แถบทิพย์มองหน้าท๊อปให้คิดถึงชมพูหลานที่แท้จริง

    พัสกรนั่งเล่นเกมในห้องอย่างหน้ามืดตามัว ดิวแต่งตัวเสร็จมาแบมือขอเงิน เขาจึงให้หยิบการ์ดไปเลย

    ดิวดีใจหอมแก้มเขาฟอดก่อนไป...พอมาเจอกับเท็นที่ห้างสรรพสินค้า ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่อายสายตาใคร นักสืบต่อสะกดรอยตามเก็บภาพไว้ทุกเม็ด

    ooooooo

    เย็นวันนั้นทั้งแพรขาวและชมพูช่วยสมพรทำขนมใส่ไส้เพื่อส่งตลาด ชมพูคุยเจื้อยแจ้วจนทุกคนยิ้มอย่างเอ็นดู ชมพูอวดรูปวาดเขียนที่ได้คะแนนเต็มกับทุกคน ว่าเป็นรูปครอบครัว ทุกคนหุบยิ้มทันที ชมพูชี้ให้ดูว่าตนวาดรูปแม่ คุณย่า ป้าเขมและป้าไพ เนยท้วงทำไมไม่มีรูปพ่อ

    สมพรกระซิบกับแพรขาวว่าท่าทางชมพูจะคิดถึงบ้าน แพรขาวสงสารลูก...พอชมพูไปวิ่งเล่น แพรขาวกลับมาที่เรือนเล็ก มองภาพวาดของลูกน้ำตาคลอ พึมพำ “นี่แม่ทำร้ายจิตใจหนูหรือเปล่าชมพูจ๋า อุตส่าห์ไม่พูดถึงพ่อกลัวแม่จะเสียใจสินะ ลูกแม่...หนูคงคิดถึงคุณย่ามากสินะ”

    แพรขาวตัดสินใจหยิบนามบัตรสาโรจน์มาดู ระหว่างนั้นสาโรจน์ยังอยู่ที่ออฟฟิศ รอนักสืบมารายงานเรื่องดิว พอเห็นว่าแพรขาวโทร.มาเขาก็ดีใจมาก ยิ่งพอเธอบอกจะรับข้อเสนอเขา แต่มีเงื่อนไขที่อยากให้เขาเอาไปให้แถบทิพย์พิจารณาก่อน เขารับคำและนัดพบเธอทันที

    สาโรจน์ได้รับรูปจากนักสืบ รู้สึกจังหวะดีจริงถ้าพัสกรเลิกกับดิวได้ แพรขาวอาจจะยอมกลับมาคืนดี แต่อีกใจแอบรู้สึกเศร้า

    แพรขาวนั่งพิมพ์รายการในไอแพด ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นถามทำรายการอะไร เธอดีใจมาก “คุณวินท์ ฉันกำลังเขียนเงื่อนไขของฉันเพื่อจะยื่นให้ทนายของคุณย่าชมพูพิจารณาพอดีค่ะ”

    ไรวินท์บอกดีเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลูก แพรขาวกังวลกลัวจะเสียเหลี่ยมทนาย อยากให้เขาช่วยอ่าน เขาชะโงกหน้ามองเห็นรายการยาวเหยียดก็ประชด ว่าความต้องการของเธอยังน้อยไป แพรขาวรู้ทันแกล้งบอกว่างั้นต้องเพิ่ม ไรวินท์หัวเราะ “เรานี่สำคัญนัก...แม่แพรขาว”

    “สำคัญนัก...ฉันชอบคำนี้จังค่ะ มาเริ่มกันเลยนะคะ ข้อหนึ่ง ฉันจะไม่พาลูกพบคุณย่าที่คฤหาสน์โอฬาร ข้อสอง การพบกันต้องไม่มีนายพัสกรอยู่ด้วย...” แพรขาวอ่านร่ายยาวไปเรื่อย

    ไรวินท์ฟังเพลินหัวเราะบ้างบางข้อ แพรขาวหันมาเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาใกล้ๆก็เขินๆ ถามความเห็นของเขาอย่างจริงจัง

    ooooooo

    วันต่อมา สาโรจน์มาพบแพรขาวร้านกาแฟเขาอ่านเงื่อนไขของเธอทีละข้อแล้วทึ่งเพราะทุกข้อไม่ใช่เพื่อตัวเธอเองเลย ยิ่งข้อสิบสองข้อสุดท้าย ห้ามซื้อของแพงๆให้ชมพูเด็ดขาด ทุกข้อเป็นการปกป้องลูกทั้งนั้น เขารับปากจะเอาไปเรียนแถบทิพย์กับเขมินี แล้วขอถามเธอบางอย่าง

    “คุณโกรธคุณพัสกรเพราะเขามี...ผู้หญิงอีกคน เท่านั้นหรือเปล่าครับ”

    “คุณจะถามไปเพื่อ...”

    “ประเด็นคือ ถ้าเป็นเพราะเรื่องนี้เท่านั้น หากสมมติว่า กับผู้หญิงคนนั้นทิ้งกันไป หนูชมพูจะมีโอกาสได้กลับมามีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกใช่ไหมครับ”

    แพรขาวอึ้งตอบไม่ได้...หลังจากนั้นสาโรจน์เอาเงื่อนไขมาบอกแถบทิพย์ เธอตบอกโวยจะมากไปแล้ว มาตั้งเงื่อนไขกับตนเป็นสิบข้อ สาโรจน์แย็บว่าสิบสองข้อ เขมินีปรามให้แม่ใจเย็นเพราะดูท่าแพรขาวใจอ่อนลงบ้างแล้ว แถบทิพย์สบถ เสนอเงินฟาดหัวเท่าไหร่ก็ไม่เอา

    เขมินีขำ “ลูกชายแม่เก่งนะ หาสะใภ้มาให้สองคน ต่างกันคนละขั้ว คนหนึ่งก็คอยแต่จะล้างผลาญเงินผัว อีกคนก็เชิดหยิ่งในศักดิ์ศรี ทะนงเงินทองไม่สน ยอมลำบากอยู่ได้”

    แถบทิพย์ถอนใจ สาโรจน์ให้เหตุผลว่าข้อเสนอของแพรขาวไม่มีอะไรมากเกินไปลองพิจารณาดูให้ดี ทุกอย่างมีทางไปต่อได้ แถบทิพย์หนักใจเรื่องไม่ให้พัสกรไปด้วยกลัวจะมาฉีกอกทีหลัง ขาดคำเสียงพัสกรบ่นเซ็งเข้ามา พอเห็นหน้าสาโรจน์ก็ปราดมาดึงแขนไปถาม

    “ตกลงว่ายังไงคุณทนาย พอจะสามารถหาหลักฐานชั่วๆเรื่องที่มันคบชู้ได้บ้างไหม นังเมียเก่าผมน่ะ มันจะแพ้คดีใช่ไหม ถ้าเจอตัวไอ้ผู้ชายที่ชอบมั่วกับเมียชาวบ้านก็ฟ้องมันไปหนักๆเลยนะ จัดไปให้เต็มที่ หญิงก็ร้ายชายก็เลว”

    แถบทิพย์สบตาลูกสาวอย่างอ่อนใจ เขมินีเยาะ หญิงก็ร้ายชายก็เลวน่ะตนมีหลักฐานเพียบ

    “ใช่ แต่ไม่ใช่เมียหลวงนะที่มีชู้ แต่เป็นเมียน้อยแกต่างหาก ไอ้ลูกโง่” แถบทิพย์กระซิบ

    สาโรจน์พยายามอธิบายกับพัสกรว่าตนพยายามจะทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจ ขอเขาอย่าทำอะไรไม่ปรึกษาใคร พัสกรโกรธตวาดมึงหมายความว่าอย่างไร สาโรจน์ปรามเสียงเข้ม เขมินีกลัวเป็นเรื่องรีบเข้ามาขัดบอกสาโรจน์ให้ไปประชุมแทนตน เขารับคำและลากลับไป พัสกรถามคุยเรื่องอะไรกัน สาโรจน์ไม่ตอบเดินลิ่วๆ พัสกรยิ่งโมโห แถบทิพย์ตัดสินใจบอกลูกชาย

    “กร...แม่มีเรื่องขอร้อง แม่อยากเอาท๊อปไปตรวจดีเอ็นเอ”

    พัสกรมองหน้าแม่ประหลาดใจ เขมินีเอาเอกสารให้เซ็นชื่อยินยอม เขาหัวเราะหาว่าแม่กับพี่ดูหนังมากไป แถบทิพย์บอกลองดูก็ไม่เสียหาย เขาจึงยื่นข้อแลกเปลี่ยน ตรวจแล้วต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ให้เขา เขมินีโวยไม่เห็นเกี่ยวกัน เขาว่าคันที่ใช้อยู่มันตกรุ่นไปแล้ว อายเพื่อนฝูงแถบทิพย์ถอนใจจำต้องยอมๆไป เขมินีระอา

    ขณะเดียวกัน ระหว่างสาโรจน์ขับรถก็โทร.บอกแพรขาวว่าเรียนแถบทิพย์เรียบร้อยแล้ว สีหน้าแพรขาวโล่งอก ไรวินท์ถามเรียบร้อยดีหรือ เธอพยักหน้าแค่รอทางนั้นตัดสินใจ ไรวินท์แนะนำให้แพรขาวไปทำบุญจะได้หนุนนำให้เจอแต่สิ่งดีๆ และคุ้มครองเธอจากสิ่งเลวร้าย

    ตกดึกพอพัสกรบอกดิวเรื่องแม่อยากเอาท๊อปไปตรวจดีเอ็นเอ ดิวตกใจโวยวายบ้ากันไปใหญ่แล้ว หาว่าดูถูกกัน ด่าว่าแถบทิพย์อย่างไม่มีความเกรงใจ พัสกรพยายามห้ามก็ไม่ฟัง แถบทิพย์ถึงกับลมขึ้น ดิวกลัวจึงพาลูกออกจากบ้าน...ประไพรีบโทร.ไปบอกเขมินีที่คอนโด

    ดิวพาลูกมาอยู่กับเท็นที่คอนโดเล็กๆคิดว่าไม่นานแถบทิพย์กับเขมินีจะต้องมาตามกลับ...พัสกรเสียใจดื่มเหล้าจนเมามาย ประไพยืนมองถอนใจที่ตอนเล็กๆตนเลี้ยงมาก็น่ารักเป็นเด็กดี ทำไมถึงเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้

    ooooooo

    รุ่งเช้าแพรขาวกับชมพูใส่บาตรรวมกัน แล้วมากรวดน้ำลงดิน อุทิศให้บรรพบุรุษทั้งอดีตและปัจจุบันรวมทั้งไรวินท์และสีนวล...ชมพูถามเสียงเจื้อยแจ้วทำไมต้องเทน้ำลงดิน แพรขาวอธิบายเป็นการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ทำให้แก่คนอื่นๆ หนูน้อยถามว่าคุณลุงได้รับไหม

    แพรขาวหยุดมองลูก แล้วบอกให้ลูกถามคุณลุงดูเอง เพราะเห็นไรวินท์ยืนอยู่ข้างๆ ชมพูหันมองยิ้มๆ ไรวินท์ตอบว่าตนได้รับและขอบใจ ชมพูยิ้มน่าเอ็นดู...แต่กับวิญญาณสีนวลที่อยู่ห้องชั้นบนกลับสีหน้าโกรธขึ้ง คำรามในคอ “ฉันไม่รับส่วนบุญของแก นังแพรขาว!”

    ไม่ทันไรสาโรจน์ก็โทร.มาส่งข่าวว่าแถบทิพย์และเขมินีตกลงรับเงื่อนไขของเธอ สีหน้าแพรขาวตื่นเต้น ไรวินท์มองอย่างสงสัย...สาโรจน์มารายงานแถบทิพย์ว่าอยากเจอชมพูวันไหนนัดมาได้เลย แถบทิพย์ลืมตัว ด้วยความดีใจสั่งประไพจัดเตรียมห้องนอนให้หลานใหม่หมด เขาต้องย้ำเตือน อย่าลืมเงื่อนไขของแพรขาว เธอทำหน้าเซ็งบ่นเบื่อลูกสะใภ้แสนทระนงคนนี้จริง

    แถบทิพย์เข้ามานั่งในห้องหลานสาว เอารูปถ่ายชมพูมากอดเปรยกับประไพว่า ตนเป็นย่าคนจีนแบบดั้งเดิมจริงๆ มีลูกชายก็รักลูกชายมากกว่า พอมีหลานก็อยากได้หลานผู้ชายมากกว่าอีก หารู้ไม่ว่าที่มีอยู่ดีมากที่สุดแล้ว ประไพน้ำตาคลอไปกับเจ้านาย

    ในคืนนั้นหลังจากไรวินท์เล่นเปียโนจบ เขาไม่ได้พาแพรขาวไปในอดีต ทั้งสองนั่งคุยกันที่ระเบียง แพรขาวเอ่ยถามตนทำถูกใช่ไหม เขาบอกว่าตัดสินใจไปแล้วก็ต้องถูก ตนดีใจที่เธอไว้ใจให้เป็นที่ปรึกษา เพราะตั้งแต่ตนเล่าเรื่องชีวิตให้ฟัง ดูเธอเหม็นขี้หน้าตนมากขึ้นทุกที

    “สารภาพว่าจริงค่ะ ฉันผิดหวังในเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่เพื่อนแท้ย่อมต้องรับฟังเรื่องราวทั้งดีและร้ายของเพื่อนได้นี่คะ” แพรขาวยิ้มจริงใจ

    ไรวินท์ขอบใจที่ให้เกียรติตนเป็นเพื่อน เธอกระเซ้าว่า เช่นกันค่ะคุณเทียด...เขายิ้มอย่างเอ็นดูและขอบใจที่อุทิศบุญกุศลให้ในวันนี้ แพรขาวถามคืนนี้ไม่เล่าเรื่องอดีตให้ฟังต่อหรือ เขาส่ายหน้าอยากให้เธอได้พักเพราะพรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญต้องทำ เพื่อนแท้ต้องรู้ว่าตอนไหนควรทำอะไรให้เพื่อน แพรขาวยิ้มให้กับความเจ้าเล่ห์ของเขาก่อนที่เขาจะเลือนหายไป

    ooooooo

    ถึงวันที่แพรขาวนัดพบกับแถบทิพย์และเขมินี เธอพานลินไปเป็นเพื่อน และหวังว่าแถบทิพย์จะทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง นลินปลอบถ้ามีอะไรไม่ชอบ
    มาพากล เราก็พาชมพูกลับทันที

    แพรขาวมาถึงร้านอาหารที่นัดหมาย สาโรจน์รอต้อนรับพาไปยังห้องด้านใน ชมพูถือรูปวาดเขียนมาให้คุณย่าด้วย...พอแถบทิพย์กับเขมินีมาถึง เสียงหัวใจแพรขาวเต้นตึ้กๆ ลุกยืนโดยอัตโนมัติ นลินลุกตามกระซิบ กับแพรขาวว่ามากันสองคนตามเงื่อนไขเป๊ะ สาโรจน์ลุ้นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหม ชมพูวิ่งเข้าไปกอดแถบทิพย์ทำให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลง ชมพูพยายามจะปีนนั่งตักย่า แพรขาวจึงเข้าไปช่วยอุ้มทำให้ดูเหมือนทั้งสามคนกอดกัน

    เขมินีและแถบทิพย์สบตาแพรขาวอึ้งๆ แพรขาวค่อยๆถอยออก นลินรำพึง...เป๊งหมดยกที่หนึ่ง สาโรจน์ตัดบทชวนทุกคนทานอาหารไปคุยกันไป แพรขาวแนะนำนลิน สองแม่ลูกรับไหว้แกนๆ แพรขาวถามทุกข์สุขแถบทิพย์ เธอบอกเจ็บไข้ตามประสาคนแก่ แล้วเธอก็กอดชมพูแน่น

    เขมินีเอ่ยขึ้น “เธอเลี้ยงลูกได้ดีนี่แพรขาว ชมพูหน้าตาแจ่มใสดี เสียอย่างเดียวเอาเข้าไปเรียนโรงเรียนกระจอกๆ น่าเสียดาย”

    นลินกำลังดื่มน้ำถึงกับสำลัก แพรขาวแก้ว่ามันสะดวก ใกล้บ้านและที่ทำงาน ครูก็ดูแลดี ชมพูรีบบอกว่ามีเพื่อนเยอะแยะ คุณครูก็ใจดีมาก สาโรจน์แก้สถานการณ์ให้ ถามชมพูมีของให้คุณย่าดูใช่ไหม หนูน้อยนึกได้รีบหยิบภาพวาดครอบครัวมาให้แถบทิพย์ อธิบายว่ามีใครบ้าง แถบทิพย์น้ำตาร่วง ดึงหลานมากอด นลิน

    กระซิบแพรขาวว่ายกนี้ชมพูชนะน็อก สาโรจน์ได้ยินกระซิบกลับ...ชนะอย่างขาวสะอาดเลย นลินสะดุ้งยิ้มแหยๆทำนองเราพวกเดียวกันหรือเปล่า
    ระหว่างนั้นไรวินท์เป็นห่วงแพรขาวกับชมพู เขาเข้ามาอยู่ในห้องแพรขาว มองภาพถ่ายสองคนแม่ลูกอย่างกังวลใจ นึกถึงเมื่อเช้า แพรขาวเอากุหลาบมาวางหน้าศาล ขอให้อวยพรให้เธอกับลูก ชมพูก็บอกว่าจะกลับมาเล่นชิงช้าเหมือนเดิม ห้ามใครแย่งเล่น...คิดแล้วเศร้า ไรวินท์มาเล่นเปียโนไม่ทันจบเพลงก็หยุด ท่าทางเหมือนเหงา สีนวลยืนมองจากหน้าต่างชั้นบน ตาแดงก่ำเข่นเขี้ยว “สันดานผู้ชายไม่เคยเปลี่ยนเลย ถ้ามันไม่กลับมาคุณคงเหมือนตกนรกสินะ!”

    ทางด้านแพรขาว แถบทิพย์สั่งขนมเค้กของโปรดให้ชมพูทาน แล้วเอ่ยขึ้นว่าขอหลานกลับบ้านบ้าง แพรขาวลุกพรวดทันทีคว้ามือชมพูบอกสาโรจน์ว่านี่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข แถบทิพย์ตกใจรีบบอก “ฟังให้จบก่อนสิ ฉันหมายถึงให้เธอพาชมพูไปเยี่ยมฉัน เยี่ยมประไพบ้าง ประไพกับชมพูเขารักกันมากนะ เธออย่าลืม”

    เขมินีช่วยพูดว่าที่บ้านทุกคนรักชมพู...ชมพูแทรกขึ้นว่าตนก็รักคุณย่าและคุณป้า แพรขาวปราม ชมพูพูดต่อ “แต่ชมพูต้องกลับบ้านคุณยายค่ะ คุณลุงรอหนูอยู่ ถ้าหนูไม่กลับคุณลุงจะไม่มีคนคุยด้วย...”

    ทุกคนชะงักมองหน้าแพรขาวทำนองใครกัน นลินรีบบอกว่าคุณลุงข้างบ้าน อายุมากแล้วแต่ชอบเล่นกับเด็กๆ เขมินีมองหน้าสาโรจน์เชิงถาม เขาส่ายหน้าทำนองไม่มีอะไร...ถึงเวลากลับ แถบทิพย์จับมือชมพู ไม่อยากปล่อย แพรขาวมองอย่างกังวล สาโรจน์กับนลินหวั่นใจ เขมินีบอกแม่ว่ารถมาแล้ว แพรขาวจึงเอ่ยเรียกเตือน “คุณแม่คะ...”

    แถบทิพย์หันกลับมากล่าว “เลิกทิฐิซะบ้างเถอะ พ่อก็ส่วนพ่อ นี่ย่านะ ยังไงก็ย่าหลานกัน”

    แพรขาวขอเวลาคิดแล้วสบตาชมพู หนูน้อยจะวิ่งมาหาแต่เขมินีจับบ่าไว้ กล่าว ตนรู้ว่าเงินใช้กับเธอไม่ได้ แต่นี่คือคำขอร้อง แถบทิพย์เสริมไม่ต้องค้างคืน ตอนเย็นจะให้คนไปส่งถึงมือ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์