ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"



    ได้เวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ ไรวินท์และสีนวลนั่งพับเพียบรับพรจากวารีให้ปรองดองกัน ภรรยาควรรู้จักผ่อนปรนตามอัธยาศัยสามี หนักนิดเบาหน่อยอย่าถือสา สามีขอให้รักและยกย่องภรรยา อยู่กันตลอดไปอย่าทิ้งขว้าง ทั้งสองรับคำ วารีปลาบปลื้มภูมิใจ

    ไรวินท์เล่าให้แพรขาวฟังว่า หลังแต่งงานตนก็ย้ายมาอยู่เรือนใหญ่ สีนวลดูแลปรนนิบัติไม่มีข้อบกพร่อง แต่ตนก็คุยกับเธอได้ไม่กี่คำก็เลี่ยงหนี ส่วนแม่ยังอยู่ที่เรือนเล็กและทำน้ำอบน้ำปรุงต่อไปเพราะขายดิบขายดี...

    แม่ยังเข้าใจว่าที่ตนออกจากบ้านตอนเย็นบ่อยด้วยหน้าที่การงาน เขาขอให้สีนวลมาช่วยแม่ทำอะไรที่เป็นกิจจะ– ลักษณะ จะได้ไม่เหงา แม่จึงให้เธอดูแลบัญชี

    ตัวเขาออกเที่ยวอย่างมีความสุข แต่พอกลับมาบ้านต้องตกใจเพราะสีนวลยังนั่งรอ โดยไม่ซักถาม ไม่โต้เถียงใดๆ...แพรขาวเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแล้วสงสัย

    “จนแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้ว คุณกับภรรยาคุณก็ยังพูดจากันน้อยคำเนี่ยนะ”

    “ฉันอยู่กับสีนวลได้ไม่เกินห้านาทีก็ไม่รู้จะพูดอะไรด้วยแล้ว สีนวลเป็นคนไม่พูด ถามถึงจะตอบ เมื่อตอบก็ตอบเท่าที่จำเป็น เธอไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้บ้างหรือ”

    “ไม่เคยค่ะ บอกตามตรงผู้หญิงช่างพูดจะตาย ไม่พูดมากก็พูดน้อย แต่ถ้าสนิทกันแล้วก็พูดมากกันทุกคน”

    “แต่ไม่ใช่สีนวล เมียฉันเป็นผู้หญิงดี ไม่ว่านิสัยหรือประพฤติตัว เรียบร้อยดีงามทุกอย่าง แต่เป็นผู้หญิงที่ผู้ชายเข้าใกล้หนเดียวก็ไม่ติดใจจนอยากจะเข้าใกล้อีก”

    แพรขาวแทรกถามเขาคงไม่ได้พูดแบบนี้กับสีนวล ไรวินท์ว่าตนมีมารยาทพอ แต่ที่บอกเธอตรงๆเพราะโลกของตนเป็นโลกที่กล่าวเท็จไม่ได้ รู้สึกอย่างไรก็ต้องบอกอย่างนั้น...

    หลังจากที่ได้พบแรม ไรวินท์ก็เช่าบ้านชั้นเดียว

    ที่ดูสะอาดอยู่ในทำเลที่ดีขึ้นให้แรม และนำเงินเดือนมาให้ทุกเดือน แต่พ่อก็ยังไม่เลิกดื่ม เพียงแค่น้อยลง พ่อเปรยว่า

    “คำพูดที่ว่า อยู่กันไปก็รักกันเองมันไม่จริง...อาจจะจริงกับผู้หญิง แต่ผู้ชายเรา ถ้ารักจืดจางเสียแล้วก็เหลือแต่หน้าที่ และในที่สุด แม้แต่หน้าที่ก็จะรั้งไว้ไม่อยู่”

    “แม้แต่ความดีของแม่ ไม่ได้เหนี่ยวรั้งพ่อไว้ได้บ้างเลยหรือครับ”

    “ความรักนะลูก เกิดขึ้นมาได้มันยังดับลงได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รัก มันก็เหมือนเทียน พอถูกลมแรงๆ อย่างไรเสียก็ต้องดับ” ไรวินท์ไม่เห็นด้วย “แกคิดหรือว่า เราจะต้องทนฝืนกันไปจนตาย เพื่ออยู่กับคนที่เราไม่อยากอยู่ด้วย ทำไปเพื่ออะไร...พ่อบอกแม่แล้วว่าเขาจะหาผัวใหม่ก็หาไป พ่อไม่ว่าอะไร ใช่ว่าพ่อจะบีบบังคับเขาเสียเมื่อไหร่ เงินทองพ่อก็ส่งเสียให้เขาสม่ำเสมอ จนเขาบอกมาเองว่าไม่ต้องการ พ่อถึงหยุดส่ง”

    ไรวินท์อดีตรู้ว่าแม่อยากให้พ่อกลับมาอยู่พร้อมหน้ามากกว่าที่จะได้เงินจากพ่อ ตนตั้งใจไว้จะไม่ทิ้งลูกเมีย ถึงจะเบื่อเขาสักแค่ไหนก็ตาม แรมถอนใจเดินออกมาส่งหน้าบ้านและบอกว่า

    “พ่อก็ภาวนาให้ลูกกับแม่สีนวลอยู่กันด้วยดีความรักของพ่ออยู่ที่แม่น้อย เมื่อใจรักแล้วไม่มีอะไรจะทำให้เลิกได้ จนกว่าจะสมรัก”

    ไรวินท์อดีตย้อนถามว่าน้าน้อยไม่ได้รักพ่อเหมือนที่แม่รัก พ่อเคยเสียใจบ้างไหม แรมตอบว่าไม่...แพรขาวยืนฟังอยู่มุมหนึ่งไม่พอใจกับความคิดของแรมเลย แต่ไรวินท์ปรามให้ฟังต่อ

    “พ่อไม่เสียใจ พ่อขออยู่กับคนที่พ่อรัก ถึงจะสั้นก็ยังคุ้มกว่าทนไม่เป็นสุขไปจนตาย” แรมเห็นลูกขมวดคิ้วไม่พอใจ “อย่าเพิ่งเข้าใจพ่อผิดไรวินท์ พ่อไม่เคยพูดว่าแม่เป็นผู้หญิงเลวทรามตรงไหน แม่เป็นคนดี เพียงแต่เขาทำให้พ่อรักเขาไม่ได้ พ่อไม่เห็นเลยว่าทำไมคนเราจะต้องทนไปจนตัวตาย แค่เพื่อให้อีกคนถูกใจ”

    ไรวินท์อดีตถอนใจนิ่งยังไม่ค่อยเข้าใจ...ภาพบ้านแรมเปลี่ยนมาเป็นหน้าเรือนของวารี แพรขาวงงนิดๆ

    แต่ก็อดติงไม่ได้ว่า เกลียดผู้ชายที่คิดแบบนี้ ไม่นึกถึงใจลูกเมียบ้าง ไรวินท์มองแววตาตำหนิในที “เธอก็ตอบตัวเองได้อยู่แล้วนี่ สามีเธอคิดอย่างไร แบบเดียวกันหรือไม่”

    แพรขาวสะอึกหน้าหม่นลง “ก็คง...คล้ายๆมังคะ แต่ก็ดีที่ฉันยังได้เกิดมายุคนี้ ไม่ต้องทนมาก ทนไม่ได้ก็ไม่ทน ไม่รู้จะทนไปทำไม”

    แสงแดดส่องมากระทบหน้าแพรขาว ไรวินท์เปรยเบาๆ ตนอยากให้สีนวลได้ยินความคิดนี้บ้าง เขาจะว่าอย่างไร...ไรวินท์เดินไป แพรขาวมองตามหลังอย่างสงสัยในคำทิ้งท้ายนั้น รีบเดินตามไปถามว่าสีนวลทราบความจริงเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวเขาตอนไหน ไรวินท์ทำตาดุใส่แต่เธอกลับยิงคำถามต่อหน้าตาเฉยว่าเขาไม่ได้ทำแบบที่พ่อเขาทำกับแม่ใช่ไหม เขาประชดกลับ

    “เธอคงอยากให้โลกนี้จบลงด้วยความสุขแบบเทพนิยายสินะ แล้วเจ้าชายก็กลับมาครองคู่กับเจ้าหญิง และใช้ชีวิตกันอย่างเป็นสุขชั่วนิรันดร์”

    แพรขาวนิ่งรอฟังเขาตอบที่เธอถาม พลันเกิดหมอกควันลอยขึ้นมาเป็นสัญญาณเตือนว่าประตูแห่งการข้ามเวลาเปิดขึ้น เธอจำต้องเดินข้ามกลับไป แต่ไม่วายหันมาตะโกนบอกไรวินท์ว่า

    “คุณวินท์ขา ฉันอยากรู้เรื่องคุณสีนวล กรุณาเล่าต่อด้วยนะคะ ไม่รู้ล่ะ คุณต้องเล่านะคะ”

    ไรวินท์ขันในความล้นของแพรขาว จากนั้นก็นึกถึงสีนวลด้วยความรู้สึกผิด...บนห้องชั้นสองเรือนใหญ่ที่มืดทึบ สีนวลนั่งก้มหน้าร้องไห้ น้ำตาไหลหลั่งมากจนนองพื้นดูเหนอะหนะน่าขนลุก แล้วเธอก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

    ooooooo

    รุ่งเช้า เกสรยกถาดใส่บาตรขึ้นจบก่อนจะฝากสมพรไป พอสมพรเดินออกไปกับเนย ตรงที่เกสรนั่งก็มีน้ำมันหยดลงมาจากร่องกระดานมาใส่บ่า เธอเอามือแตะดูแล้วรีบพนมมือกล่าวตกมันอีกแล้ว แล้วเธอก็สวดบทแผ่เมตตา สัพเพสัพตา...

    ที่เรือนเล็ก แพรขาวตื่นมาเห็นข้อความในมือถือ ส่งมาจากลลิตว่า เดี๋ยวจะส่งคนงานเอาเรือมารับ ไม่ต้องขับรถอ้อมมา แพรขาวหันไปหอมแก้มชมพูที่ยังนอนอุตุก่อนจะหันมองชุดที่แขวนไว้ เป็นชุดพนักงานร้านสปาลลิต

    พอแพรขาวแต่งตัวเสร็จ ชมพูเกิดงอแงกอดขาจะตามไปด้วย นลินกับแจ๊ปแฟนหนุ่มต้องมาหลอกล่อว่าวันนี้ตั้งใจจะไปเที่ยวสวนสนุก คงต้องไปกันสองคนถ้าชมพูไปกับแม่ ชมพูหูผึ่งหยุดงอแงหันมาขอนลินไปด้วย แพรขาวยิ้มขอบคุณแล้วรีบจะเดินไปท่าน้ำ ผ่านศาล ก็ยกมือไหว้ เห็นกุหลาบขาวหักก้านวางไว้ให้ก็รีบหยิบมาแซมผม แล้วเอ่ยปากบอกไรวินท์ว่าตนฝากลูกด้วย

    ต๊อกเป็นคนพายเรือมารับ แพรขาวถือกล่องข้าวและ ถุงขนมมาตามเคย พอเห็นว่าเป็นต๊อกก็นึกถึงวันที่เห็นเขากินกล้วยดำๆ จึงยกถุงข้าวต้มมัดให้ ต๊อกรับมาแต่หน้าตายังนิ่งดูน่ากลัว แพรขาวเอ่ยถามว่าเขากินข้าวเช้าหรือยัง เขาตอบห้วนๆว่ายัง เธอจึงบอกว่าคราวหลังจะเอามาเผื่อด้วยความมีน้ำใจของแพรขาวทำให้ต๊อกมีสีหน้าเป็นมิตรขึ้น เธอชวนคุยซักถามเขานอนที่ไหนกินอย่างไร เขาบอกว่านอนห้องเก็บเครื่องมือ อาหารไม่มีกิน เธอแปลกใจ

    ไรวินท์ปรากฏตัวที่ท่าน้ำ เปรยว่า “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ขอให้รักษาสติให้มั่น...แม่หนู”

    วันนี้เป็นวันอาทิตย์ มีลูกค้ามากจนแพรขาวตกใจ ปีช่วยงานอยู่ข้างๆ...มีรถเบนซ์หรูแล่นมาจอดอย่างรวดเร็ว หญิงสาวแต่งตัวสีสด สวมแว่นอันโตลงจากรถมาด้วยสีหน้าเหวี่ยงๆ บอกพนักงานต้อนรับให้เอารถตนไปจอด พนักงานรับกุญแจมาอย่างงงๆ

    พอเข้ามาเช็กเวลากับแพรขาว หญิงสาวบอกตนชื่อมาตาจองเวลานวดไว้ แต่แพรขาวไม่เห็นรายชื่อในลิสต์ มาตาจึงโวยวายให้หาคนมานวดให้เดี๋ยวนี้ แพรขาวและปีเงอะงะไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ลลิตโผล่เข้ามากล่าวขอโทษ ทันทีที่มาตาเห็นลลิตก็หลงเสน่ห์เขา ลลิตมองมาตาอย่างเสือเห็นเหยื่อ...แล้วมาตาก็เข้าไปนั่งรอในห้องลลิต เขาเสิร์ฟไวน์และใช้สร้อยลูกปัดตาเสือกับเธอเช่นเคย มาตาตกอยู่ในภวังค์กำลังปล่อยตัวไปตามอารมณ์

    แพรขาวเข้ามาตาม ยืนตะลึงกับความแนบชิดของทั้งสอง มาตาได้สติถอยห่าง บอกลลิตว่าเสร็จจากนี่ตนไม่ว่างมีนัด ลลิตรู้สึกเสียดายแต่ต้องปล่อยให้มาตาไปรับบริการนวดสปาก่อน...

    พอมาตานวดเสร็จก็เดินผ่านแพรขาวกับปีไปยังห้องลลิต แพรขาวเปรยกับปีไหนเธอบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง ปีเสริมท่าทางจะติดใจเจ้านาย แพรขาวถามรู้ได้อย่างไร

    “โธ่เอ๊ย ใครดูไม่ออกก็บ้าเต็มทีละ นี่ นายเราน่ะถ้าลองได้ทำเสน่ห์ใครแล้วไม่มีพลาด อย่างว่าผู้หญิงห่างผัว” ปีเล่าว่าเมื่อกี้เป็นคนนวดให้ มาตาเล่าว่ามีผัวฝรั่งเป็นเศรษฐี สามเดือนบินกลับมาที อีหรอบนี้ไม่พ้นนายเราแน่ แล้วหลุดปากออกมาว่า “ก็ดี นายจะได้ไม่มายุ่งกับพวกเรา”

    “หา! คุณลลิตเป็นสมภารชอบกินไก่วัดเหรอพี่ปี”

    ปีรู้ตัวก็กลบเกลื่อน “ไม่รู้เว้ย เอาเป็นว่า นายแกเรื่องงานไม่มีเอาเปรียบลูกน้อง ส่วนเรื่องอื่นๆนี่ คนมันก็เม้าท์กันไปเรื่อยน่ะแพร พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก”

    แพรขาวเซ็งที่ผู้ชายเจ้าชู้ทุกคนหรือนี่

    ooooooo

    นักสืบมารายงานพัสกรที่บ้านว่าไม่เห็นแพรขาว มีผู้ชายคนใหม่เลย พัสกรกระแทกแก้วเหล้าโครม โวยวายใส่นักสืบว่าคิดเงินแพงเท่าไหร่ตนไม่เคยว่าแต่ยังทำงานไม่ได้เรื่อง ตนเห็นกับตาว่าที่บ้านนั้นมีผู้ชายอีกคน แต่นักสืบยืนยันว่าไม่มีจึงโดนเขาขว้างปาข้าวของใส่

    แถบทิพย์ ประไพและดิวซึ่งอุ้มลูกอยู่ตกใจกันหมด ช่วยกันห้ามก็โดนลูกหลงไปด้วย ระหว่างนั้นสาโรจน์กำลังขับรถให้เขมินีและคุยเรื่องงานกันอยู่ ประไพโทร.มาบอกเรื่องพัสกรอาละวาด เขมินีรีบให้สาโรจน์กลับรถไปที่บ้านตนทันที

    มาถึงเห็นพัสกรมีอาการหายใจถี่ๆอย่างคนควบคุมตัวเองไม่ได้ ขว้างปาข้าวของใส่สองนักสืบ แถบทิพย์ทนไม่ไหวไล่สองนักสืบให้ออกไปก่อน พัสกรจึงหันมาเล่นงานแม่ตัวเองด้วยการเขย่าตัวที่มายุ่งเรื่องเขา ประไพพยายามห้าม ดิวเอาแต่ร้องว่าตัวใครตัวมัน ใครจะห้ามได้ พอเห็นเขมินีมากับสาโรจน์ พัสกรก็พยายามตั้งสติคุมอารมณ์ตัวเองให้ดูดีในสายตาลูกน้อง

    ดิวกลับมาประจบเอาใจนวดเฟ้นให้พัสกร ขณะที่ยอมนั่งต่อหน้าเขมินี แถบทิพย์ปรามไม่ให้ด่าว่าน้องอีก เขมินีโวยคนดีๆที่ไหนทำแบบนี้ พัสกรโพล่งขึ้นว่าจะฟ้องหย่าแพรขาว หาว่าเธอมีผัวใหม่ เขมินีเยาะไปฟังใครเป่าหูมา ดิวร้อนตัวบอกตนไม่เกี่ยว อยู่แต่บ้านเลี้ยงลูกตลอด เขมินีหมั่นไส้ไล่ให้อุ้มลูกออกไปก่อน แต่ดิวไม่ยอมไปอ้างเป็นเมียพัสกรจะอยู่ฟังด้วย

    “เหรอ...แม่ แม่ว่าน้องท๊อปหน้าเหมือนใคร” เขมินีเล่นงานทันที

    ดิวหน้าเสียตีโพยตีพายหาว่าดูถูกกัน พัสกรโวยคิดจะเปลี่ยนเรื่องหรือ อย่างไรเสียตนจะฟ้องหย่าจริงๆ

    แล้วเอาลูกกลับมาเลี้ยงเอง เขมินีเยาะ หย่าน่ะไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่าคิดจะได้ชมพูกลับมาง่ายๆ แถบทิพย์เข้าข้างลูกชายสั่งสาโรจน์จัดการ
    สาโรจน์มีท่าทีอึดอัดใจ พัสกรกร่าง “ทนายมือดี พี่เขมคงจ่ายแพงสินะ แบบนี้ก็ต้องทำเรื่องหย่า ให้ฉันให้สำเร็จด่วนเลย ทำอย่างไรก็ได้ให้แพรขาวแพ้คดียอมยกลูกให้”

    สาโรจน์ขอให้ใจเย็น มีทางเจรจาโดยไม่ต้องขึ้นศาล เขมินีสุดทนโวยว่าแพรขาวไม่ผิด พัสกรต่างหากที่ผิดและแพรขาวควรเป็นคนฟ้องหย่าเรียกค่าเลี้ยงดูจนคุ้ม พัสกรยืนกรานว่าแพรขาวมีผู้ชายใหม่แน่ สาโรจน์ไกล่เกลี่ย ถ้าอย่างนั้นช่วงที่ตนกำลังหาทางเจรจา ขอให้เขาอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร เพื่อประโยชน์ของเขาเอง พัสกรหน้าหงิกเมินไม่รับปาก

    เขมินีต้องขอโทษสาโรจน์แทนแม่และน้องเลวๆ ของตน เขาเข้าใจ เขมินียังหนักใจอยากให้แม่รู้เรื่องท๊อปเร็วที่สุด ก่อนจะกลายเป็นแม่กาดำหลงรักลูกกาเหว่า

    สาโรจน์เห็นว่ามีเพียงแพรขาวที่จะทำให้พัสกรกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ เขมินีเห็นด้วยและตำหนิแพรขาวน่าจะสู้ไม่ใช่ยอมแพ้ทั้งๆที่ดิวเทียบอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

    สาโรจน์คิดว่าเพราะเทียบกันไม่ได้ แพรขาวถึงแค้นที่ไปเอาผู้หญิงแบบนั้นมาเทียบเท่า มีวิธีเดียวที่จะจูงใจเธอได้ คือขอให้เธอทำเพื่อลูกเท่านั้น

    ooooooo

    หลังเสร็จงาน พนักงานร้านสปาพากันกลับ แพรขาวเห็นว่ามาตายังอยู่ในห้องลลิต จึงถามปีว่าตนต้องอยู่รอส่งลูกค้าให้หมดไหม ปีได้ยินเสียงหัวเราะแว่วออกมาก็บอกไม่ต้อง กลับได้เลย แพรขาวจึงรีบเก็บของไปลงเรือที่ต๊อกรออยู่...ลลิตเห็นมองเธออย่างเสียดาย

    มาถึงท่าน้ำบ้าน แพรขาวให้ต๊อกรอสักครู่ เธอเข้าบ้านหยิบของกินใส่ถุงเอาออกไปให้ บอกเขาว่า ตนก็ไม่ใช่คนมีเงิน แต่เขาลำบากกว่า ต๊อกยิ่งซาบซึ้งในน้ำใจของเธอ

    ในคืนนั้น แพรขาวเตรียมพร้อมออกมาหาไรวินท์ในนิมิตเร็วขึ้น นั่งเล่าเรื่องมาตาให้เขาฟัง ไรวินท์บอกว่าเธอเป็นเจ้ากรรมนายเวร ให้แพรขาวตั้งสติดีๆ ยังต้องเจอเรื่องอีกมากมาย

    “ยังไม่หมดอีกเหรอคะ ที่ผ่านมานี่ก็หนักเอาการแล้วนะ แต่ก็ดี มาให้หมดไปทีเดียวจะได้ใช้ชีวิตให้มีความสุขเสียที เออใช่...แล้วเมื่อไหร่กรรมของคุณวินท์จะหมดคะ ถ้าหมดแล้วจะไปไหนต่อ...ฉันว่าเจ้ากรรมนายเวรของคุณ น่าจะเป็นภรรยาของคุณนะคะ”

    ไรวินท์ฉงน ทันใดเสียงหน้าต่างห้องสีนวลเปิดออกกระแทกผนังดังปัง! คนในเรือนใหญ่สะดุ้ง สมพร

    เอ็ดเนยว่าลืมปิดหน้าต่างอีกแล้ว เนยทำหน้างงๆ...ข้างบน สีนวลเดินวนรอบห้องคร่ำครวญเจ็บปวด เกิดแสงจ้ารอบตัวจนกระทบสัญญาณทีวี เกสรหลับตาสวดแผ่เมตตา

    ไรวินท์พาแพรขาวเข้ามาในอดีต ที่ร้านข้าวแกงข้างกระทรวง ทั้งสองอยู่ในชุดร่วมสมัย เขาเล่าว่าในวันแต่งงานตนกับสีนวล มีผู้หญิงต้องร้องไห้ถึงสามคน แพรขาวตาโพลง ไรวินท์ท้วงอย่าใช้สายตาของคนปัจจุบันมาตัดสินคนในอดีต ที่มีความคิดค่านิยมต่างจากยุคของเธอ

    “แล้วคุณทราบไหมว่าคนยุคฉัน เอาเรื่องพวกขุนนางหลายเมียยุคคุณมาแต่งนิยาย ที่พูดถึงความล้มเหลวของครอบครัวกี่เรื่องแล้ว” แพรขาวย้อน ทำให้ไรวินท์นิ่งไปพัก

    ภาพไรวินท์ซื้อลูกอมมาฝากบัวน้อยแม่ค้าวัย

    สิบหก แพรขาวเห็นแล้วอุทาน “หลอกเด็กขายข้าวแกงด้วยทอฟฟี่ คุณนี่มัน...โฮ้ย...”

    ภาพเปลี่ยนมาที่บ้านสนอง สนองมีน้องสาวชื่อรำไพและน้องชายอีกสองคน แพรขาวเดาออกทันทีว่ารำไพเป็นสาวอีกคนของไรวินท์ “คุณนี่โปรยเสน่ห์ได้ทุกที่ทุกนาทีเลยสินะ”

    แล้วก็มาเป็นบ้านสุดสวาท เธออยู่ในชุดลูกผู้ดีสวมเพชรพลอยนั่งเล่นเปียโนอยู่ ไรวินท์เดินเข้ามา สุดสวาทสะดุ้งเหนียมอายถามเขามารับคุณพ่อหรือ เขากลับนั่งลงเคียงข้างร่วมเล่นเปียโนกับเธอ...แพรขาวเห็นแล้วส่ายหน้ากับการหว่านเสน่ห์ของเขา

    “ฉันคบหากับพวกหล่อนเหล่านี้ ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกับสีนวลเสียอีก”

    แพรขาวรู้สึกคนนี้ค่อยสมกับเขา แต่ก็ทึ่งถามเขาจัดสรรเวลาอย่างไร ไรวินท์ตอบว่าไม่ใช่เรื่องยาก แล้วเริ่มให้เห็นจากบัวน้อยก่อน...ตนเป็นลูกค้าประจำอยู่
    พักใหญ่ ก็ขอเธอจากพ่อแม่ไปเช่าบ้านอยู่ พ่อแม่บัวน้อยยากจนย่อมพอใจที่มีข้าราชการหนุ่มเศรษฐีมาสู่ขอลูกสาว

    แพรขาวติงถ้าเป็นสมัยนี้เขาโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ไปแล้ว แล้วอดตำหนิพ่อแม่บัวน้อยไม่ได้ว่าขายลูกกิน...ไม่เพียงเท่านั้น ไรวินท์ทำให้สีนวลเข้าใจว่าตนต้องไปราชการต่างจังหวัดบ่อยๆ แต่ความจริงมาอยู่กับบัวน้อย สีนวลไม่วายห่วงใย จัดยาสารพัดให้มาและเตือนอย่าทานอะไรที่เสาะท้อง ตนกลับรู้สึกรำคาญบอกเธอว่าตนไม่อ่อนแอเพียงนั้น และยังว่าเธอไม่เคยออกไปหัวเมืองรู้ได้อย่างไรว่าอาหารไม่สะอาด สีนวลหน้าเจื่อน ...แพรขาวทนไม่ไหวแทรก

    “สมกับจบรัฐศาสตร์จริงๆด้วยนะคุณน่ะ จัดการวางระบบบริหารปกครองเสร็จสรรพ”

    ไรวินท์เคืองถามไม่อยากฟังเรื่องของคนที่สองแล้วใช่ไหม แพรขาวรีบบอกว่าอยากฟัง เขาให้เธอได้เห็นที่บ้านสนอง เนื่องจากพ่อแม่เสีย สนองจึงต้องออกจากมหา’ลัยมาทำงานเลี้ยงน้องอีกสามคน แล้วพอเขาแต่งงาน เมียสนองก็รังแครังคัดน้องๆของสนอง จนมีปากเสียงไล่น้องๆออกไปอยู่ที่อื่น รำไพเรียนจบมัธยมแล้วจึงตัดปัญหายอมพาน้องสองคนออกไปอยู่กันเอง แต่ขอร้องให้สนองส่งน้องๆเรียนต่อให้จบ

    ไรวินท์สงสารพาเธอกับน้องไปเช่าบ้านอยู่ และยังฝากงานให้เข้าทำลูกจ้างรายวันในกระทรวง รำไพตอบแทนด้วยการทำอาหารเย็นให้ทาน แล้วที่นี่ก็กลายเป็นอีกบ้านของเขา

    แพรขาวทึ่งทำไมทำอะไรดูง่ายไปหมด ถามบัวน้อยกับรำไพรู้เรื่องของกันและกันไหม ไรวินท์ส่ายหน้า

    แพรขาวจึงถามถึงสุดสวาทอีกคน...ไรวินท์เล่าว่าเรื่องสุดสวาทเริ่มต้นในงานเลี้ยงเต้นรำราตรีสโมสร หลวงพิทักษ์ไผทเต้นรำกับสุดสวาทลูกสาว ที่แต่งตัวโก้เฉิดฉายสง่างามสมฐานะ แต่ถ้าให้เทียบความสวย เธอสู้บัวน้อยกับรำไพไม่ได้ สุดสวาทเป็นคนหยิ่ง ทำให้ไม่มีผู้ชายกล้าเข้าหา คืนนั้นจึงไม่มีใครมาขอเต้นรำด้วย เธอเซ็งอยากกลับบ้าน แต่หลวงพิทักษ์กลัวเสียมารยาท เผอิญเห็นตนซึ่งเป็นลูกน้องในกรมเดินมาจึงขอให้ช่วยดูแลเธอ

    สุดสวาทพึงพอใจในความหล่อของตนมาก จากนั้นตนก็เข้าออกบ้านเธอได้ง่ายดาย...แพรขาวมองภาพเหตุการณ์แล้วฟันธงว่าสุดสวาทน่าจะไปกับเขาได้ดี ไรวินท์ส่ายหน้า ถ้าหมายถึงฐานะการศึกษาล่ะใช่ แต่ตนคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่รู้ทันผู้ชายมากเกินไป ทำให้น่าอึดอัด

    “อ้าว ผู้ชายนี่ ผู้หญิงคุยไม่เก่งก็ว่าโง่ พอพูดจาพาทีก็ว่าฉลาดเกินไปซะอีก ยังไงกันคะ”

    ไรวินท์ออกตัวว่าไม่ได้คิดอย่างนั้น ตนเกรงใจคุณหลวงจึงรักษาไมตรีกับสุดสวาทไว้ แพรขาวติงไม่รักแล้วมาให้ความหวังเธอทำไม คงเกรงผลกระทบหน้าที่การงานของตัวเอง แพรขาวฟังแล้วฉุน ไรวินท์เล่าต่อว่าโชคยังดีที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล คุณหลวงถูกจับฐานฉ้อราษฎร์ บังหลวง ถูกสั่งย้ายไปประจำตำแหน่งลอย ตนได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ให้ห่างจากครอบครัวนั้น เพื่อความปลอดภัยของหน้าที่การงาน ตนจึงห่างจากสุดสวาทนับจากนั้น...แพรขาวอุทาน

    “ฉันเพิ่งเห็นลายคุณเดี๋ยวนี้เอง คุณนี่มันเป็นคนดีหรือคนไม่ดีกันแน่”

    “แพรขาว! ฉันก็แค่ทำตามสัญชาตญาณของมนุษย์ผู้ชายก็เท่านั้น แต่อย่างน้อยฉันก็ยอมแต่งงานกับคนที่แม่เลือกให้” แพรขาวสุดทนที่จะฟัง สะบัดหน้าเดินหนี

    ไรวินท์มองตามไม่รั้งไว้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ แพรขาวตื่นมาเห็นชมพูยังนอนอยู่ก็หอมแก้มก่อนจะลุกออกไป นึกถึงเรื่องของไรวินท์แล้วทำให้เธอเดินไปที่ศาลด้วยความโมโหแทนผู้หญิงของเขาประกอบกับเรื่องของตัวเอง จึงมาเอาแจกันกุหลาบคืน ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นบอกนั่นของบูชา แพรขาวยกมือห้าม

    “ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณตอนนี้ ขอเวลาฉันนิดนะคะ ตอนนี้ยังปรี๊ดอยู่” แพรขาวกำแจกันเดินดุ่มๆกลับเรือน ไรวินท์มองตามงงๆ

    ช่วงพักกลางวันแพรขาวออกไปทานข้าวกับเพื่อนๆ มีหนุ่มใหญ่จ้องมอง เพื่อนเห็นบอกอย่าไปสนใจ เพราะเขามีเมียสามคนแล้ว แพรขาวยิ่งฉุนสบถ “ไม่เข้าใจพวกผู้ชายที่ชอบสะสมเมียเล็กเมียน้อยจริงๆ คิดว่าแน่ว่าเจ๋งมากนักเหรอ ผู้หญิงทุกคนต้องยอมสยบแทบเท้ารึไง”

    พูดจบสาโรจน์เข้ามาทักอย่างสุภาพ ทุกคนมองตะลึงเล็กน้อย พอเขาแนะนำตัวว่ามาจากคุณนายแถบทิพย์ แพรขาวอึ้ง แต่ก็ยอมสนทนากับสาโรจน์ในร้านกาแฟลำพัง

    แพรขาวจำสาโรจน์ได้ พอรู้ว่าเป็นคนของเขมินีก็แปลกใจทำไมวันก่อนถึงช่วยตนจากพัสกร เขารีบบอกว่า

    วันนั้นยังไม่รู้จักพัสกรและตนตั้งใจจะไปสังเกตการณ์เฉยๆ เธอขอบคุณ สาโรจน์บอกตนไม่ชอบวิธีของพัสกร แพรขาวให้เขาพูดธุระที่มาวันนี้ เขาอึ้งที่โดนรวบรัด

    “ครับดีครับ คุณพัสกรให้ผมมาแจ้งคุณว่า เขาประสงค์จะหย่าขาดจากคุณ โดยคุณต้องยินยอมให้ลูกสาวกลับไปอยู่ในความดูแลของคุณนายแถบทิพย์ แล้วทางคุณพัสกรจะมอบเงินเลี้ยงดูรายเดือนให้ เดือนละเจ็ดหมื่นบาท”

    แพรขาวนิ่งมองว่าจะมาไม้ไหน สาโรจน์ถามเธอจะว่าอย่างไร แพรขาวย้อนถามมีเงื่อนไขอะไรอีก เขาบอกไม่มี เงินเดือนจะโอนเข้าทุกวันที่หนึ่ง ตนเตรียมเอกสารทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความสบายใจของเธอ หญิงสาวมองเอกสารนิ่งแค่นยิ้ม “ดิฉันไม่ตกลงค่ะ”

    สาโรจน์รีบถามเธอต้องการเท่าไหร่ แพรขาวตอบ “ดิฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงิน หย่ากันก็ได้แต่ชมพูต้องอยู่กับดิฉัน ไม่ใช่เอาตัวไปอย่างที่คุณพูด ดิฉันไม่มีเงื่อนไขอย่างอื่น เข้าใจนะคะ”

    สาโรจน์พยายามให้เหตุผลว่าพัสกรกับแถบทิพย์รักชมพูและมีเวลาเลี้ยงดูเต็มที่ ทั้งสองเห็นใจเธอต้องทำงานทุกวัน เธอจะไปเยี่ยมลูกเมื่อไหร่ก็ได้...แพรขาวนิ่งฟังก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

    “คุณสาโรจน์คะ ใช่ดิฉันจน เข้าไปอยู่บ้านเขาก็มือเปล่า ดิฉันก็ไม่เคยคิดจะเอาลูกมาเป็นเงื่อนไขต่อรองเพื่อได้ค่าเลี้ยงดูแพงๆ แล้วคุณก็รู้ว่าเมียน้อยพี่กรก็มาอยู่ที่บ้าน มีหลานชายให้ย่าสมใจอยู่แล้ว ย่าเองเป็น

    คนจีนก็ย่อมรักหลานชายไม่ใช่หลานสาว ซึ่งอีกหน่อยพี่กรก็อาจมีหลานสาวอีกคนให้ย่าเลี้ยงได้ แต่ดิฉันไม่มีใครนอกจากชมพูคนเดียว”
    สาโรจน์เริ่มหนักใจกับความเด็ดเดี่ยวของแพรขาว...

    ในขณะเดียวกัน สมพรกับเนยรับชมพูกลับจากโรงเรียน หนูน้อยเดินร้องเพลงเจื้อยแจ้วเข้ามาอย่างน่าเอ็นดู วิ่งเข้ามาร้องเรียกเกสรในเรือนใหญ่ว่าตนกลับมาแล้ว พอไม่เห็นในห้องโถงก็เงยหน้ามองไปชั้นบน ค่อยๆเดินขึ้นไป พลันเสียงประตูเปิดแง้ม ชมพูหันมองไปที่ห้องริมสุดก็คิดว่าคุณทวดอยู่ในนั้น จึงเดินไปใกล้ ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของผู้หญิงดังออกมา

    ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงเปิดประตูกว้างขึ้น เห็นคนก้มหน้าร้องไห้ในห้องมืดสลัว ก็เอ่ยถาม “คุณยายร้องไห้ เป็นอะไรคะ”

    ระหว่างนั้นเกสรนั่งสมาธิอยู่ในห้องพระ รู้สึกเหมือนมีคนมาสะกิดก็เอะใจ...ชมพูเห็นหญิงอายุราวสามสิบต้นๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่งชุดดำเงยหน้าปาดน้ำตา ก็บอกตนมาหาคุณยายทวด สีนวลบอกตนคิดถึงลูก ชมพูถามลูกคุณป้าอยู่ไหน สีนวลร้อง “ฮือ...แม่หนูมาเป็นลูกป้าได้ไหม”

    ชมพูจดๆจ้องๆจะก้าวขา ก็พอดีได้ยินเสียงเกสรเรียก แววตาสีนวลแดงกร้าวทันที ชมพูไม่ทันเห็นหันกลับวิ่งไปหาเกสร เกสรปิดประตูห้องสีนวลทำให้เธอมองอย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    ใกล้ค่ำ แพรขาวกลับมาปรึกษาเรื่องข้อเสนอของสาโรจน์ สมพรเห็นว่าน่าจะเรียกค่าเล่าเรียนลูก จะได้ไม่ต้องลำบากอยู่ฝ่ายเดียว แต่เกสรคิดว่า ถ้าพวกเศรษฐีให้มาร้อยจะต้องทวงคืนเป็นพัน แล้วถ้าเรายอมพึ่งเขา เขาก็จะยิ่งถือสิทธิ์ดึงชมพูกลับไป

    แพรขาวชักกังวลใจ...ตกดึก ชมพูนอนมองเพดานมุ้งตาแป๋ว แพรขาวสวดมนต์เสร็จถามลูกทำไมยังไม่นอน หนูน้อยบ่น “เมื่อไหร่คุณลุงจะมาคะ...ชมพูอยากฟังคุณลุงเล่นเปียโน”

    “แล้วลูกไปฟังคุณลุงเล่นที่ไหนมาคะ” แพรขาวประหลาดใจหรือลูกได้ยินทุกคืน

    “นู่นค่ะบ้านคุณลุง คุณลุงเล่นให้ฟัง หนูอยากเล่นมั่ง แต่คุณลุงให้โตก่อน คุณลุงจะสอน”

    แพรขาวโล่งใจลูบหัวลูกไปมา ไม่วายชำเลืองค้อนไปยังศาล พอก้มมามอง ชมพูหลับปุ๋ยไปแล้ว...ลมพัดโชย เสียงเปียโนคุ้นหูแว่วมา แพรขาวออกมายืนข้างไรวินท์ที่หน้าเรือน เหวี่ยงเล็กๆว่าขอบคุณที่เล่นเปียโนให้ลูกฟัง แต่ไม่ถึงกับต้องสอนให้ลำบากเสียเวลา

    “ฉันลำบากเสียเวลาอะไรเล่า หรือว่าเธอจะมาเรียนกับฉันก่อนแล้วจะเอาไปสอนลูกเอง”

    “นี่คุณ! อย่ามาเอานิสัยหลงตัวเอง คิดว่าผู้หญิงทุกคนต้องยอมสยบแทบเท้ามาใช้กับฉัน...หึ...อ้อ...แล้วอย่าคิดว่าผู้หญิงสมัยนี้เขาจะยอมพวกผู้ชายไปหมดเหมือนผู้หญิงในยุคของคุณล่ะ ชิ”

    ไรวินท์แอบขำ แพรขาวบอกวันนี้จะเล่าเรื่องเมียๆ ทั้งโขยงก็รีบเล่ามา...ขาดคำแพรขาวก็ได้เห็นไรวินท์อดีตนำเงินเดือนมามอบให้แรมที่บ้านเช่า บัวน้อยตามมาช่วยทำความสะอาดบ้าน

    แรมเปรยถ้าคิดจะปิดก็ต้องปิดให้ตลอดรอดฝั่ง ไรวินท์บอกว่าสีนวลไม่ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหน ถ้าไม่มีใครเอาไปเล่าก็คงไม่รู้ แรมแย็บถามถึงรำไพ เขาจุ๊ปากทำนองบัวน้อยไม่รู้

    “แน่ใจหรือว่านังเล็กๆของแกจะเชื่อฟังทุกคน ผู้หญิงพอได้รู้ว่าผัวรักผัวหลง ก็มักไม่ยำเกรงบ้านใหญ่”

    “ไม่หรอกครับ ผมป้องกันเอาไว้หมดแล้ว ผู้หญิงพวกนี้ยากจนต้องพึ่งพาผมอยู่มาก ถ้าหือขึ้นมาเมื่อไหร่ เกิดผมทิ้งขว้างขึ้นมา เขาลำบากแน่ แต่ถ้าผมเอาพวกผู้หญิงมีฐานะมาเป็นบ้านที่สองสิน่ากลัวจะฤทธิ์เดชมากไม่ยอมลงให้ผัวและบ้านใหญ่ ผมจึงระวังไม่ยุ่งกับผู้หญิงเช่นนั้น”

    แรมทึ่งช่างรอบคอบดี ไรวินท์ว่าตนเป็นนักปกครอง แรม ถามขึ้น “ลูกเข้าใจแล้วใช่ไหม ถ้าเราได้ทำอะไรอย่างที่เราต้องการ มันเป็นสุขยังไง อยู่กับคนที่รักเรามันก็สุข อยู่กับคนไม่รักมันก็ไม่มีทางสุขดอก มันฝืนใจเหลือทนละลูกเอ๋ย”

    ไรวินท์รับว่าเข้าใจแล้ว แรมบอกตนมีเมียสองต้องห้าม แต่ลูกมีเมียสาม ใครจะมาห้าม สองพ่อลูกหัวเราะอารมณ์ดี บัวน้อยเข้ามานั่งบีบนวด ไรวินท์ลูบหัวอย่างเอ็นดู

    แพรขาวต้องเมินหน้าหนีรับไม่ได้ ไรวินท์ทำหน้าไม่ถูก แพรขาวยอมรับไม่รู้จะทนรับรู้ต่อไปได้ถึงไหน นับวันจะแย่ลงๆ

    “พูดตรงดีนะแม่หนู...” ไรวินท์สะเทือนใจเดินนำออกไป แพรขาวชักเกรงใจที่พูดแรง

    กลับมาที่เรือนของวารี ไรวินท์อดีตกลับจากทำงาน สีนวลมีสีหน้าดีใจ แต่เขากลับบอกเธอว่าวันพฤหัสฯจะต้องตามนายไปหัวเมืองกลับวันอาทิตย์ ให้ช่วยเก็บกระเป๋าไว้ให้ไม่ต้องเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ใส่ไป สีนวลถามอย่างห่วงใยไม่หยุดพักผ่อนบ้างหรือ เขาหันขวับมาทำหน้าดุ

    “เป็นเมียข้าราชการไม่ควรบ่น...ไปนะครับแม่” ไรวินท์เดินลิ่วไป

    แล้วคืนนั้นไรวินท์อดีตก็ออกท่องราตรีอย่างสนุกสนานกับสาวๆจนดึกดื่น เพื่อนขับรถมาส่ง สีนวลได้ยินรีบปัดที่นอนรอ แต่เขาอาบน้ำเสร็จก็ไม่พูดจาล้มตัวนอนหันหลังให้เธอ สีนวลน้ำตาคลอเบ้า ก้มกราบเท้าสามีก่อนจะล้มตัวนอนเศร้าๆ...

    แพรขาวขัดใจอย่างมาก ต่อว่าทำไมถึงทำอย่างกับสีนวลเป็นสิ่งของอย่างนั้น ใจร้ายมาก ไรวินท์ไม่เห็นว่าตัวเองใจร้ายตรงไหน เพราะได้ทำหน้าที่เป็นลูกกตัญญูต่อพ่อแม่ เลี้ยงดูภรรยาออกหน้าออกตา นับว่าดีที่สุดแล้ว แพรขาวค้อนขวับที่เขาไม่ยอมรับ

    แต่พอมาอยู่กับรำไพ ไรวินท์อดีตกลับสนุกสนานเป็นคนละคนกับเวลาอยู่กับสีนวล สอนเธอเต้นรำสุดเหวี่ยง หัวเราะหยอกล้อมีความสุข...วันต่อมาเขาซื้อเตียงเดี่ยวมาจัดห้องอีกห้อง โดยอ้างว่าได้เลื่อนตำแหน่งมีงานมากขึ้นจึงจัดห้องทำงานและที่มีเตียง เผื่อจะนอนพักเอาแรงเวลาทำงานดึกๆ เกรงใจสีนวลจะตื่น วารีเอ็นดูที่ลูกชายเป็นห่วงเมีย สีนวลแอบน้ำตาหยด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:27 น.