ข่าว

วิดีโอ



เจ้าบ้านเจ้าเรือน

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปราณประมูล

กำกับการแสดงโดย: รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย: บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจษฎาภรณ์ ผลดี,ศรีริต้า เจนเซ่น

อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"




รถโรงพยาบาลมารับแถบทิพย์ ทำให้การสนทนาของแพรขาวกับเขมินีหยุดลง แพรขาวถือโอกาสขอให้ประไพเป็นคนส่งข่าวอาการของแถบทิพย์แก่ตนด้วย ทันใดแพรขาวได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวการจากไปของเกสรก็ตกใจ หน้าซีดยืนเคว้ง

เขมินีโทร.บอกสาโรจน์ว่าตนไม่เข้าบริษัทเพราะต้องดูแลแม่ที่โรงพยาบาล แล้วอดเหน็บเขาเรื่องแพรขาวไม่ได้ “รู้ไหมว่าแพรขาวพูดถึงเธอว่ายังไง...เขาบอกว่า เธอเพ้อไปคนเดียว เขาไม่ได้เล่นด้วย ไม่เคยให้ความหวังเธอแม้แต่น้อย และไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นกับเธอเลย...

ทำใจหน่อยนะสาโรจน์ รักเขาข้างเดียวมันก็เป็นแบบนี้ แหละ แค่นี้นะ” เขมินีหัวเราะทั้งที่ในใจเจ็บจี๊ด

สาโรจน์อึ้งไปพักก่อนจะกดโทร.หาแพรขาว มีเพียงให้ฝากข้อความ เขารู้สึกผิดหวัง...

ผ่านไปหลายวัน เสร็จสิ้นงานศพเกสร แพรขาวฝากชมพูไว้กับเขมินีเพราะอยากไปช่วยสมพรกับนลินเก็บข้าวของ ชมพูโยเยอยากไปด้วยแต่แพรขาวคิดถึงคำพูดของสีนวลที่อยากได้ชมพูไปอยู่ด้วย จึงขยาดไม่กล้าพาลูกไปบ้านนั้นอีก ชมพูร้องไห้คิดถึงคุณลุง เขมินีสะดุดหูถามคุณลุงเป็นใครเห็นพูดถึงหลายครั้งแล้ว แพรขาวแก้ตัวว่าเป็นตัวละครในนิทานที่ตนเล่าให้ลูกฟังก่อนนอน ทันใดมือถือแพรขาวดังขึ้น พอเห็นเป็นชื่อสาโรจน์จึงปิดเครื่อง เขมินีถามปิดเครื่องใส่ใคร เธออ้างว่าไม่มีอะไร แบตจะหมดจึงอยากประหยัดแบตไว้

เมื่อสาโรจน์ติดต่อแพรขาวไม่ได้ก็ร้อนใจจึงโทร.ไปถามนลิน...ในขณะที่แพรขาววางกุหลาบขาวหน้าศาลไรวินท์และกล่าวว่าตนมาเยี่ยม เขาดีกับสีนวลหรือยัง...ไม่มีเสียงตอบใดๆ

“คุณไม่สบายหรือคะ อย่าเศร้าไปเลยค่ะ อารมณ์ทุกอารมณ์มันจะแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่อยู่ยั่งยืน เว้นเสียจากเราจะยึดมั่นถือมั่นไม่ยอมเลิก ใครอยากจะกำก้อนหินไว้ไม่วางลงก็หนักเอง...ฉันเองก็มีเรื่องทุกข์ใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ฉันบอกกับตัวเองว่าทุกเรื่องราวมันต้องผ่านไป ไม่มีปัญหาใดนิ่งอยู่กับที่ สิ่งที่ควรทำคือทำตัวให้พร้อมเสมอ เพื่อจะเจอกับสิ่งใหม่ในวันหน้า...”

เสียงคนเดินเข้ามา แพรขาวหันมองชะงัก เป็นสาโรจน์ต่อว่าที่เธอไม่ยอมรับสาย เธอตั้งสติบอกยุ่งเรื่องแถบทิพย์เข้าโรงพยาบาลและเรื่องงานศพเกสร เขาท้วงทำไมไม่ให้เขาช่วย เธออ้างว่าเกรงใจแล้วชวนเดินไปยังเรือนใหญ่...สีนวลเปิดหน้าต่างยืนหัวเราะสาแก่ใจ

ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นเงยมอง สีนวลมายืนข้างเขาเยาะ “พี่ติดเนื้อต้องใจแม่แพรขาวแต่แรก พี่ให้ดอกกุหลาบติดผมหล่อนไป ช่วยหล่อนให้พ้นมือชายที่มันจะสะกดเอาหล่อนเป็นเมียได้ ทั้งๆที่พี่ไม่ควรทำ พี่อยู่คนละภพกับหล่อน แต่พี่กลับสร้างกรรมข้ามภพ”

“ฉันเป็นคนบาป เรื่องจะหลุดพ้นจากสังสารวัฏเห็นจะไม่มีทาง แต่อย่างน้อยกรรมที่กระทำลงไปก็เป็นกรรมดี ไม่ใช่กรรมชั่วอย่างเธอที่ต้องการฆ่าหนูชมพู

สิ่งนี้ก็จะเป็นเวรเป็นกรรมของเธอต่อไป” สีนวลหยันที่เขายอมรับว่าชอบแพรขาว “ฉันชอบแพรขาวในความสุจริต กล้าหาญมีน้ำใจ ราวกับเป็นผู้ชายคนหนึ่ง น่าเสียดายที่ฉันไม่เจอผู้หญิงคนนี้เสียตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ มิฉะนั้นฉันคงไม่ไปก่อเวรก่อกรรมกับผู้หญิงอื่น ฉันคงจะหยุดที่หล่อนคนเดียว”

“คนอย่างพี่ ถึงมีเมียดีก็ไม่รู้ค่า โง่เง่าเหมือนแม่แพรขาวนี่ล่ะ น่าขำ หล่อนมีมนุษย์ผู้ชายแสนดีมาชอบกลับไม่เอา กลับมาใจจดใจจ่อกับพี่ทั้งที่อยู่คนละโลก คนแบบนี้ไม่โง่ก็บ้า”

“เราเป็นเพื่อนร่วมเวียนว่ายตายเกิดกัน ย่อมมีเมตตาจิตต่อกันได้เสมอ ไม่เลือกว่าหญิงชาย ดูอย่างเด็กชื่อต๊อก ที่กล้าช่วยแพรขาวจนตัวตาย เพราะแพรขาวเคยช่วยเหลือเจือจานต่อเขา”

สีนวลกราดเกรี้ยวไม่เชื่อ ไรวินท์จึงปล่อยให้เธอจมปลักอยู่ในทุกข์ต่อไป เมื่อชี้ทางให้กลับ มองไม่เห็นก็จนใจ...สีนวลยิ่งแค้นมองไปยังเรือนใหญ่ ระหว่างนั้นแพรขาวกำลังฟังสมพรกับนลินบอกว่าจะขายบ้านเพราะมีคนมาขอซื้อ เขาจะรื้อบ้านปลูกตึกแถวขาย แพรขาวตกใจที่เรือนสองหลังนี้จะถูกรื้อทิ้ง เธอเดินเป็นเสือติดจั่นจะทำอย่างไรดี

สาโรจน์เคือง “ถ้าบ้านสองหลังถูกรื้อกระจายขายไป อาจเป็นผลดีที่ทำให้วิญญาณคุณวินท์เป็นอิสระก็ได้ เพราะสีนวลไม่อาจยึดเขาเอาไว้ได้อีก”

แพรขาวคิดตามดีใจ แต่เกิดประเด็นใหม่ แล้ววิญญาณไรวินท์จะเร่ร่อนไปไหน สาโรจน์ประชดเธอคงต้องซื้อไม้เรือนนั้นไว้มากองเก็บ...เธอกลับกระโดดดีใจเหมือนเด็ก ชมว่าเขาฉลาดมาก เขาหน้าเสีย สีนวลกรีดร้องไม่ยอม ไม่มีใครได้ยิน เธอคำรามจะฆ่าแพรขาว

ทันใดสีนวลมาปรากฏตัวที่ท่าน้ำ เรียกสัมภเวสีทั้งหลายในคลองมาเอาชีวิตแพรขาวไปอยู่เป็นเพื่อน น้ำในคลองกระเพื่อม สร้อยตาเสือของลลิตลอยขึ้นมา สีนวลรับไว้และแสยะยิ้ม

ระหว่างรอสมพรไปล่ำลาเพื่อนบ้าน มีคนโทร.เข้ามาบอกสาโรจน์ว่าที่ไซต์งานมีปัญหา ตำรวจมาจับคนงาน เขาจึงรีบขอตัวกลับก่อน ไม่ทันไรมีกลิ่นเหม็นไหม้โชยมา ทั้งแพรขาว นลินและแจ๊บรีบเข้าบ้านไปตรวจตรา ทันใดแพรขาวเห็นสร้อยตาเสือวางอยู่บนโต๊ะในบ้าน สีนวลปรากฏตัวขึ้นสะกด

แพรขาวให้สวมสร้อย จากนั้นเธอก็เดินเหม่อลอยออกจากบ้าน นลินกับแจ๊บเดินถกเถียงกันว่ากลิ่นไหม้มันมาจากไหน ต้องแปลกใจที่แพรขาวหายตัวไป

แพรขาวเห็นภาพหลอนว่าชมพูร้องเรียกตนและเดินออกจากบ้าน จึงรีบตามออกไป ไรวินท์ฉงนเกิดอะไรขึ้นกับเธอ พอเห็นสร้อยที่คอก็เรียกให้ได้สติให้เธอถอดสร้อยออก แต่เธอไม่ฟังเสียงรีบตามชมพูออกไป เขาตกใจมากเพราะไม่อาจก้าวพ้นประตูบ้านไปได้

แพรขาววิ่งเข้าไปในซอย จนถึงตึกก่อสร้างที่ร้างอยู่ ที่นี่เต็มไปด้วยสัมภเวสี พวกมันจะทำให้แพรขาวตายเพื่อมาเป็นตัวตายตัวแทน...ไรวินท์ร้อนรนรู้ว่าเป็นฝีมือสีนวลจึงตะโกนก้อง จะเอาแพรขาวไปไหน... เสียงสีนวลหัวเราะสะใจ ไรวินท์วิ่งเข้ามาในเรือนใหญ่ ร้องบอกสีนวลว่าตนยอมรับผิด ตนเต็มใจชดใช้หนี้กรรมทุกอย่างที่ทำกับเธอ สีนวลปรากฏตัวขึ้นบอกให้เขาคุกเข่าขอร้อง ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำทันที

“สีนวล ขอร้องล่ะ เธออย่าฆ่าแพรขาว มันจะเป็นบาปมหันต์ให้เธอตกนรกลงลึกกว่านี้ ปล่อยแพรขาวไปเถอะ”

สีนวลชอกช้ำใจที่เขาทำให้แพรขาวได้ขนาดนี้ ตวาดกลับตนตกนรกมานานหลายสิบปีแล้ว ไรวินท์ว่าเธอลงโทษตัวเองกับตัวเขายังไม่พออีกหรือ จะลงโทษแพรขาวให้เป็นผีหลงทางหลงภพไปผุดไปเกิดไม่ได้ ไม่เหี้ยมโหดไปหรืออย่างไร สีนวลกราดเกรี้ยว “มันจะพรากพี่ไปจากฉัน มันจะรื้อบ้านเอาพี่ไปอยู่ด้วย ส่วนฉันจะต้องร่อนเร่พเนจรไปที่อื่น ฉันยอมไม่ได้”

“แพรขาวตั้งใจช่วยปลดปล่อยฉันต่างหาก ต่อให้ไม่มีแพรขาว วันนึงบ้านนี้ก็ต้องถูกรื้อขายไปอยู่ดี เมื่อหมดสภาพถ้าเธอไม่ยอมไป เธอก็จะเป็นนักโทษของตัวเองตลอดกาล...ปล่อยแพรขาวเดี๋ยวนี้!” ไรวินท์เสียงกร้าวขึ้น

“พี่รักมัน!” สีนวลสวนเสียงลั่น

“ถ้าหมายถึงฉันจับใจในความดีของหล่อนล่ะก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้รักแพรขาวอย่างที่รักผู้หญิงอื่น บุญฉันไม่ถึงผู้หญิงคนนี้ จิตใจหล่อนสูงกว่าฉันมาก”

สีนวลหัวเราะเยาะไม่อาจช่วยได้เพราะแพรขาวออกไปพ้นประตูบ้าน วิญญาณผีตายโหงรอจ้องจะเอาเธอเป็นตัวตายตัวแทน ไรวินท์ใจหายหันกลับไปมองประตูบ้าน ตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝนสุดฝีเท้าจะกระโดดออกไปจากประตูให้ได้ แต่เหมือนมีพลังบางอย่างขวางทำให้ร่างเขาเด้งกลับเข้ามา เขาปวดใจมากได้แต่ตะโกนเรียกแพรขาวลั่นเพื่อให้เธอได้สติ

แพรขาวยังคงเดินตามหาชมพูในตึกร้าง ขึ้นบันไดไปชั้นสูงขึ้นๆ จนถึงชั้นลอยที่เหนือขึ้นไปเป็นระเบียงวางถังน้ำเก่าใบใหญ่มากเรียงอยู่สามสี่ใบ แพรขาวหยุดมองหาชมพูรอบตัว ขณะเดียวกันถังใบหนึ่งกำลังขยับจะหล่นใส่เธอ...เสียงสีนวลหัวเราะร่า ไรวินท์ตะโกนก้องขึ้น

“ไอ้พวกสัมภเวสีเร่ร่อน มาเอาฉันไป มาเอาดวงวิญญาณของฉันไปแทนผู้หญิงคนนั้น...ฉันขอไปเป็นผีเฝ้าบ้านร้าง เป็นตัวตายตัวแทนของพวกแกเอง” ขาดคำเกิดแสงจ้าเปล่งออกจากตัวเขา สีหน้าเขาผุดผ่องจากการยอมสละทุกอย่าง เขาก้าวออกพ้นประตูและมีแสงออร่าตามไป

ทันใดสร้อยตาเสือขาดผึงออกจากคอแพรขาว เธอได้สติทันที เห็นไรวินท์กำลังกอดดึงเธอออกพ้นถังน้ำที่หล่นลงมาเสียงโครมดังสนั่น เธอสะดุ้งสลบไปในอ้อมแขนเขา...ไรวินท์อุ้มแพรขาวกลับมาวางลงที่หน้าประตูบ้าน นลินกับแจ๊บออกมาเห็นรีบเข้ามาปลุก

ooooooo

หลังฝนหยุดตก แพรขาวในชุดใหม่มาไหว้ศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน เธอรู้สึกได้ว่าไรวินท์ไม่ได้อยู่ในบ้านนี้แล้ว...เสียงสีนวลกังวานก้อง ไรวินท์หายไปไหน ตามด้วยเสียงร่ำไห้

เนยกับแจ๊บช่วยกันขนของขึ้นรถ สีนวลปรากฏตัวสีหน้าดุดัน ไม่ยอมให้ทุกคนทิ้งตนไปอีก จึงทำให้ประตูบ้านปิดลงไม่สามารถเปิดได้ ทั้งสมพร นลิน แพรขาว เนยและแจ๊บแปลกใจเกิดอะไรขึ้น แพรขาวหันมองไปที่ชั้นบน เห็นหน้าสีนวลดุดัน คนอื่นๆได้ยินเพียงเสียงหัวเราะ แจ๊บรีบบอกให้ทุกคนปีนออก เขาช่วยดึงให้ข้ามรั้วออกไป มีเพียงแพรขาวที่โดนสีนวลดึงขาไว้ เธอจึงสวดมนต์และสลัดขาเต็มแรงจนหลุดจากพันธนาการนั้นไปได้ สีนวลกรีดร้องดังก้อง

แพรขาวพาทุกคนมาพักที่บ้านโอฬารก่อน จู่ๆ เธอก็ปวดหัวจี๊ดไข้ขึ้นจากที่ตากฝน นลินหายาให้ทานและพาเข้านอน...ด้วยความที่ร่างกายและจิตใจอ่อนแอทำให้โดนผีพัสกรบีบคอ แพรขาวคิดว่าไม่อาจตายได้ต้องอยู่ดูแลลูก จึงภาวนาขอให้ไรวินท์มาช่วย ทันใดเกิดแสงสว่างจ้าปะทะพัสกรกระเด็นไป แพรขาวเห็นร่างไรวินท์เรืองรองในความมืดก็ดีใจ

ผีพัสกรลุกขึ้นมากราดเกรี้ยว ไรวินท์สีหน้านิ่งแววตาอ่อนโยน กล่าวว่าตนเป็นเพื่อนแพรขาว เธอคือคนที่มีบุญคุณ ช่วยให้ตนเป็นอิสระ จึงต้องมาช่วยเธอ และพูดให้พัสกรได้คิดถึงการเกิดแก่เจ็บตาย บาปบุญ

คุณโทษ แพรขาวขอให้คิดถึงแถบทิพย์ พัสกรยังโทษว่าเพราะแม่ที่ทำให้เขาต้องตาย เขาจึงอยากให้แม่มาอยู่ด้วย ไรวินท์ชี้แนะให้เห็นถึงความรักของแม่ ให้เลิกพยาบาท

“ชีวิตของนายที่ผ่านมาได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยบุญเก่า แต่ไม่เคยสร้างบุญใหม่ จึงจบลงเร็ว ไปสู่เส้นทางใหม่เสียเถิดพัสกร...จะได้มีโอกาสสร้างบุญใหม่อีกครั้ง”

พัสกรยอมรับในวัฏสงสาร ขออโหสิกรรมจากแพรขาวแล้วหายวับไป แพรขาวตื้นตันที่ไรวินท์กลับมาช่วยชีวิตอีกครั้ง เขามาเพื่อขอบคุณเธอแล้วเลือนหายไป แพรขาวน้ำตาไหลพราก

ขณะเดียวกันนลินโทร.ตามสาโรจน์ให้มาดูแพรขาวเพราะไข้สูงมากจนเพ้อ...สาโรจน์ตกใจรีบมาที่บ้านโอฬารแล้วอุ้มแพรขาวไปโรงพยาบาลทันที ระหว่างรอตรวจอาการ สาโรจน์นั่งกุมขมับเป็นกังวล เขมินีเข้ามาสะกิดบอกแพรขาวแค่เป็นไข้สูง ผลเลือดไม่ติดเชื้อใดๆ เขาเผลอบ่น ตนแค่ออกจากบ้านนั้นแป๊บเดียวก็เกิดเรื่อง

“เธอนี่ก็รักเขามากจริงๆนะสาโรจน์...ก็ดี ต่อไปฉันก็คงฝากเธอดูแลเขากับหลานสาวฉันด้วย” สาโรจน์ว่าแพรขาวไม่ได้ชอบเขา “อนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้

ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะทำงานการเมือง เตรียมเข้ารับสมัครเลือกตั้งในครั้งหน้าคงต้องถอยออกมาจากงานธุรกิจ ฉันไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากเธอ ฉันจะให้แพรขาวมารับช่วงแทน ถ้ามีเธอคอยเป็นพี่เลี้ยง แพรขาวก็จะพัฒนามาเป็นนักธุรกิจที่เก่งได้ เพราะน้องสะใภ้ฉันคนนี้เป็นคนเก่งอยู่แล้ว ฝากด้วยนะสาโรจน์”

สาโรจน์สบตาเขมินี เห็นถึงความจริงใจ...เมื่อแพรขาวหาย เธอตัดสินใจเรียกสาโรจน์ว่าพี่เพื่อให้ สถานภาพเป็นพี่น้องกัน อ้างไม่มีญาติที่ไหนมีเขาคนเดียวที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง เธอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ก่อนจะเอ่ยถาม “พี่นึกว่าแพรเป็นบ้ารึเปล่าคะ ไม่เชื่อใช่ไหม”

สาโรจน์ตอบว่าเชื่อ เพราะที่มีโทรศัพท์เรียกเขาไปไซต์งานก็ไม่มีจริง ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เขากำชับไม่ให้เธอไปที่บ้านนั้นอีก ถ้าจะซื้อไม้เหล่านั้นไปไว้ที่ไหน ตนจะจัดการให้

แถบทิพย์สัมผัสได้ว่าพัสกรไม่อยู่แล้ว บอกเขมินีว่าเมื่อคืนน้องมาลา เขมินีสบตาประไพ แถบทิพย์ไม่อยากอยู่บ้านโอฬารอีกต่อไปเพราะมันมีภาพความทรงจำเก่าๆ จึงย้ายมาอยู่บ้านใหม่กับแพรขาวและชมพู ทุกเช้าจะร่วมกันใส่บาตร ชมพูอุทิศผลบุญให้พ่อและคุณลุง
เขมินีดึงแพรขาวมาคุย บอกให้ลาออกจากงานและมาทำหน้าที่แทนตน โดยมีสาโรจน์เป็นผู้ช่วย

ooooooo

เวลาผ่านไป เรือนไม้สองหลังถูกรื้อถอนไม้เรือนใหญ่มีคนขอซื้อไปทำร้านอาหารที่ดำเนินสะดวก ส่วนไม้เรือนเล็กไปสร้างศาลาที่วัดลพบุรี สาโรจน์รายงานแพรขาวว่าสีนวลกับไรวินท์คงอยู่กันคนละทิศละทาง ไม่ได้พบเจอกันอีก และถ้าศาลาวัดสร้างเสร็จจะให้เธอไปส่งมอบ

“พี่โรจน์อย่าลืมนะคะ ให้เขาทำป้ายชื่อเขียนว่า... ศาลาไรวินท์ด้วยนะคะ”

สาโรจน์รับคำเศร้าๆที่เธอไม่มีวันลืมไรวินท์...

แล้วเมื่อศาลาสร้างเสร็จ แพรขาวก็มาทำบุญทำพิธีมอบให้แก่วัด เจ้าอาวาสบอกเห็นไม้มีมากจึงสร้างเป็นศาลาสองหลัง ชมพูนั่งพนมมือเห็นไรวินท์ยืนอยู่ก็ยิ้มให้ด้วยความดีใจ พูดขึ้นว่า “คุณลุงมาอยู่ที่นี่แล้วหรือคะ”

แพรขาวชะงักมองหา ได้ยินเพียงเสียงเปียโนดังแว่วก็น้ำตารื้นถามลูกว่าคุณลุงอยู่ไหน ชมพูบอกว่าไปแล้ว เธอน้ำตาร่วงแต่ก็อุ่นใจที่เขามาอยู่ที่นี่...ไรวินท์ยืนมองแพรขาวจูงชมพูไปขึ้นรถ เขาพยายามส่งกระแสจิตบอกกล่าวบางอย่างแก่เธอ จู่ๆแพรขาวก็หันกลับมามองที่ศาลาไม่เห็นไรวินท์ แต่รับรู้ได้บอกสาโรจน์ให้ช่วยทำ
ป้ายชื่อติดอีกศาลาให้ที ชื่อ...ศาลาสีนวล

“แพรขาว...เราสื่อกันได้ เรามีความปรารถนาที่ตรงกันถึงเพียงนี้” ไรวินท์ปลื้มปีติ

สาโรจน์ข้องใจ แต่ก่อนเธออยากให้ทั้งสองแยกกันแล้วทำไมให้เขามาอยู่ด้วยกัน แพรขาวอธิบายยิ้มๆ “แพรไม่ได้อยากให้เขาแยกกัน แต่อยากให้คุณวินท์เป็นอิสระจากการถูกจองจำต่างหาก ถ้าทั้งสองคนได้เป็นอิสระ หมดเวรหมดกรรมต่อกัน ได้ทำบุญทำกุศลร่วมกัน และได้ไปที่ชอบๆเสียทีน่าจะดีที่สุด ใช่ไหมล่ะคะ”

สาโรจน์ทึ่ง ชมพูกระซิบถามแม่ “ถ้าคุณลุงไปที่ชอบๆ เราก็จะไม่ได้เจอคุณลุงอีกสิคะ”

แพรขาวรับว่าใช่ด้วยใจอาวรณ์...คืนนั้นแพรขาวนอนหลับในห้องนอนลำพัง เสียงเปียโนดังแผ่วพลิ้วมาทำให้สะดุ้งตื่น เห็นไรวินท์สวมชุดขาวมีแสงเรืองรองรอบตัว มาขอบใจและมาลา

“คุณอยู่ที่วัดใช่ไหมคะ ฉันดีใจจังที่คุณเป็นอิสระแล้ว” แพรขาวดีใจแทบกระโดดกอด

“ขอบใจเธอมาก ฉันได้สวดมนต์ ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ เป็นบุญกุศลแก่ฉันมาก”

แพรขาวแปลกใจที่เขามาที่บ้านได้ ไรวินท์ตอบว่าตนเป็นอิสระแล้ว จะไปไหนก็ได้ แล้วเขาก็พาเธอมาที่ริมน้ำ มีไฟประดับสวยงาม เป็นภาพในนิมิต แพรขาวอยู่ในชุดราตรีสีขาว ตื่นตาตื่นใจ ไรวินท์บอกอยากให้เธอรู้ว่าตนหลุดพ้นจากการจองจำตั้งแต่วันที่ไปช่วยเธอที่บ้านร้าง

“ฉันถูกจองจำไว้กับบาปที่ฉันเคยทำกับสีนวลและทุกคน ยิ่งฉันดิ้นรนเพียงไร มันก็ยิ่งเหมือนบ่วงที่ยิ่งรัดฉันแน่นเข้า ยิ่งฉันอยากไป ฉันยิ่งไปไม่ได้” แพรขาวถามว่าเกิดอะไรขึ้น “วันนั้น ขณะจิตฉันคิดถึงแต่ว่า ขอให้เธอปลอดภัย ขอให้เธอไม่ตายไปเป็นผีตายโหงเฝ้าบ้านร้างหลังนั้น ฉันขอยอมไปอยู่แทนเธอเอง นั่นคือครั้งแรกที่ฉันคิดถึงผู้อื่นมากกว่าตัวเอง ยอมสละตนอย่างถึงที่สุดเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เมื่อฉันหยุดนึกถึงตัวเองได้ฉันก็หลุดพ้นออกมา ง่ายๆแค่นั้นเอง”

“ฉันต้องขอบคุณคุณสิคะ ที่คุณ...เมตตาฉันถึงเพียงนั้น” แพรขาวซึ้งใจน้ำตารื้น

“เธอเป็นคนทำให้ฉันพ้นจากความเห็นแก่ตัวได้ ฉันจึงมีบารมีพอที่จะไปช่วยคนอื่นได้ เช่นช่วยพัสกร”

“แบบนี้ คุณก็ต้องช่วยคุณสีนวลได้ใช่ไหมคะ”

“เธอเป็นคนมีน้ำใจเสมอนะแพรขาว ฉันอโหสิให้สีนวลแล้ว และฉันคงจะช่วยเขาได้แค่ชี้ทางให้ จากนั้นฉันก็ต้องไปตามทางของฉัน”

ในนิมิตทั้งสองลอยเรืออยู่บนผืนน้ำ แพรขาวเพลินกับบรรยากาศ ในใจแอบวิตกกังวลว่าไรวินท์จะไปตามทางของเขา หมายความว่าจะไม่ได้เจอกันอีก ไรวินท์ตัดสินใจพูด “ถึงเวลาที่ฉันต้องกล่าวคำอำลากับเธอแล้ว ขอบใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฉัน เส้นทางของเธอจากนี้จะไม่มีสิ่งใดร้ายแรงมาแผ้วพานอีก เธอจะดำเนินชีวิตที่เป็นสุขตามอัตภาพกับลูก...อีกอย่างนึง ที่ฉันควรจะบอกเธอคือ...สาโรจน์เป็นคนดี ซื่อตรง นิสัยมั่นคง ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ถ้าเธอแต่งงานกับเขา เธอจะได้คู่คิดที่ดี เขาจะมาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเธอ”

แพรขาวนิ่งสักพักแล้วหัวเราะออกมา “ถ้าต้องการเขามาแบ่งเบาภาระ ฉันก็แค่ตั้งให้เขามาเป็นผู้ช่วยในบริษัทก็ได้ค่ะ ไม่ต้องถึงกับเอามาเป็นสามีซักหน่อย”

ไรวินท์ส่ายหน้าระอากับความดื้อรั้นของแพรขาว ก่อนจะบอกว่าสาโรจน์รักเธอ แพรขาวตอบยิ้มๆว่าตนต้องการอยู่สองคนแม่ลูกมากกว่า จนกว่าชมพูจะดูแลตัวเองได้ เวลานั้นตนก็อายุ 50 ถ้าเขารอได้ก็ขอให้รอจนถึงวันนั้นแล้วกัน

“ชมพูโชคดีที่มีแม่อย่างเธอ ฉันเสียดายเหลือเกิน ที่ไม่มีโอกาสพบผู้หญิงอย่างเธอตั้งแต่ฉันยังมีชีวิตอยู่” แพรขาวกระเซ้าอย่ามาทำหวานกับตน ไรวินท์หัวเราะเบาๆ “ฉันพูดจริง เธอลืมแล้วหรือว่าในโลกของฉันมิอาจกล่าวเท็จได้ แต่ก็จริงของเธอ บุญของฉันไม่มีพอจะได้พบผู้หญิงอย่างเธอ ฉันต้องไปตามทางของฉัน”

แพรขาวใจหาย...ท้องฟ้าเหมือนตะวันจะลับ สายลมพัดเรือเข้าเทียบท่า ไรวินท์ก้าวขึ้นจากเรือแล้วยื่นมือมารับแพรขาว เธอจับมือเขาก้าวขึ้นฝั่ง ไรวินท์สบตาโอบเธออย่างอ่อนโยน

“คุณวินท์...ถึงเวลาที่เราต้องลาจากกันแล้วใช่ไหมคะ”

“จ้ะ แพรขาว ฉันจะต้องลาไปตามทางของฉัน แต่ไม่ใช่ลาจากกันตลอดกาล...ฉันได้ละเมิดกฎของสองโลก ที่ขีดคั่นระหว่างเรา นำตัวเข้ามาพัวพันกับเธอหลายครั้งหลายหน สร้างสายใยผูกพันระหว่างเราสองคนขึ้นมา ทั้งเธอและฉันต่างก็ไม่มีใครต้องการตัดรอนสายใยนั้น แต่วันนี้...ยังไม่ใช่เวลาของเรา”

ไรวินท์กระชับอ้อมกอด ร่างแพรขาวดูมีแสงระยิบ ระยับเหมือนเขา ไรวินท์บรรจงจูบเธออย่างอ่อนโยนแล้วร่างเขาก็กลายเป็นแสงโปร่งใสค่อยๆเลือนหายไป แพรขาวยังหลับตาพริ้ม...ทุกอย่างกลับมาในห้องนอน ไรวินท์ยืนอยู่ข้างเตียงมองแพรขาวที่นอนหลับน้ำตารินไหล

“ลาก่อน...แพรขาว ฉันต้องไป ลาก่อน...” ร่างไรวินท์เลือนรางลง

แพรขาวสะดุ้งตื่นแปลกใจที่ตัวเองมีน้ำตา มองไปรอบห้องเห็นเพียงแสงทองยามเช้าสาดส่องเข้ามารำไรๆ “นี่...เราฝันไปเหรอเนี่ย...”

ooooooo

ร้านขายไม้เก่าชานเมือง มีไม้กองสุมเรียงรายบนพื้นที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน รวมทั้งเสาที่มีรอยบากจากเรือนเกสรอยู่ วิญญาณสีนวลนั่งสะอื้น มองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกหนาวทั้งกายและใจ สีหน้าทุกข์ระทม

สาโรจน์ส่งรูปศาลาที่ติดป้ายว่า...ศาลาสีนวล ให้กับแพรขาว เธอจึงกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้สีนวล ทันใดมีลำแสงระยิบระยับโปรยลงมาอาบตัวสีนวล เธอรู้สึกแปลกใจ ไรวินท์กางร่มมายืนข้างๆ ยื่นมือให้พร้อมกล่าว “ไปกันเถอะสีนวล เธอมีที่อยู่ที่ดีกว่านี้แล้ว...”

สีนวลตะลึงยื่นมือที่ผอมซีดสกปรกให้ไรวินท์จับจูงไป...แล้วมาปรากฏตัวที่ศาลาในวัด “พี่วินท์ พี่พาฉันมาที่นี่หรือ...”

“แพรขาวเป็นผู้สร้างศาลานี้ และอุทิศให้เป็นชื่อของเธอ เธอจะได้อยู่ที่นี่อย่างสงบร่มเย็นไปจนกว่าจะพ้นกรรม...มา...ไปกราบหลวงพ่อกันก่อนดีกว่า” ไรวินท์เดินนำสีนวลไป

ทั้งสองมากราบพระประธานหน้าโบสถ์ สีนวลรู้สึกสงบสุขอิ่มใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ไรวินท์หันมากล่าว “เราทั้งสองสิ้นเวรสิ้นกรรมต่อกันแล้ว เราจะไม่ต้องมาพบกันอีก”

สีนวลหันมากราบไรวินท์อย่างซาบซึ้งขอบคุณ เขาจางหายไป แววตาสีนวลสงบนิ่ง...

ผ่านไปหลายเดือน สาโรจน์พาแพรขาวกับชมพูมาทำบุญที่วัด แพรขาวนำพวงมาลัยมาวางที่ศาลา ไรวินท์และศาลาสีนวล ชมพูให้สาโรจน์พาไปดูปลาที่แม่น้ำ แพรขาวพนมมือกล่าว

“คุณสีนวล วันนี้ฉันมาทำสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้คุณ ถ้าเรามีเวรกรรมอะไรต่อกัน ขอให้อโหสิต่อกันให้หมดนะคะ คุณจะได้ไปสู่ที่ที่ดีกว่านี้ คุณวินท์ไปแล้ว คุณก็ควรจะได้ไปบ้าง”

จู่ๆแพรขาวก็รู้สึกง่วงลืมตาไม่ขึ้นจึงเอนพิงเสาต้นหนึ่งหลับไปทันที...เสียงกรุ้งกริ้งจากกังสดาลใบโพธิ์ทำให้เธอลืมตาขึ้น พบสีนวลในชุดสวยงามหน้าตาอิ่มเอิบนั่งอยู่ข้างๆ “ขอบใจเธอมาก ที่สร้างที่อยู่ให้ฉัน ตอนไปกับเสาเรือนนั้น ฉันลำบากลำบนมาก อยู่ที่นี่ค่อยสบายขึ้น”

“เป็นความประสงค์ของคุณไรวินท์ค่ะ ฉันทำตามเขา”

“เธอและพี่วินท์ต่างยกความดีให้กันและกัน เหมือนกันทั้งคู่” แพรขาวเอ่ยถามว่าไรวินท์ไปแล้วใช่ไหม สีนวลรับว่าใช่ “เธอคงจำวันนั้นได้ วันที่เขาหลุดพ้นไปจากบ้านหลังนั้นต่อหน้าต่อตาฉัน เพื่อไปช่วยเธอ ฉันก็เลยพยายามหาทางจะออกไปจากบ้านนั้นบ้าง แต่ฉันก็ไปไม่ได้ ฉันจึงรู้ตัวว่าฉันหลงจองจำตัวเองในนรกมานานเกินไปแล้ว เธอก็เหมือนกัน อย่าปล่อยให้ชีวิตอับเฉา เพราะความโง่งมเหมือนกับฉัน”

แพรขาวรับคำว่าจะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท สีนวลต้องการตอบแทนบุญคุณที่เธอมีน้ำใจจึงบอกนับจากนี้ ตราบใดที่ไม่มีใครเอ่ยถึงตนหรือไรวินท์ เธอจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด ใจเธอจะไม่ผูกพันกับไรวินท์อีก เธอจะได้อยู่กับชายที่รักเธอจริง แพรขาวถามว่าใคร สีนวลยิ้ม

“คุณสาโรจน์คือคนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ ฉันจึงมอบให้เป็นสิ่งตอบแทน”

ร่างสีนวลจางหายไป เสียงกังสดาลดังกรุ้งกริ้ง แพรขาวลืมตาขึ้นอย่างงุนงง

ooooooo

หนึ่งปีผ่านไป...แพรขาวแอบเห็นสาโรจน์กับชมพูช่วยกันทำเค้ก ถกเถียงกันน่าเอ็นดู ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น กลับมานั่งดูทีวีอยู่กับแถบทิพย์และประไพ สักพัก ไฟในห้องดับลง ชมพูถือเค้กก้อนโตร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์มากับสาโรจน์ มาให้แพรขาวเป่าเทียน

สาโรจน์ดูแลชมพูราวกับเป็นลูกตัวเองก็ไม่ปาน หัดให้ขี่จักรยาน ไปรับไปส่งโรงเรียน พาทำกิจกรรมต่างๆทำให้แพรขาวได้ทำงานอย่างเต็มที่ แถบทิพย์พึงพอใจในตัวสาโรจน์มากขึ้น

ห้าปีต่อมา สาโรจน์ชวนแพรขาววิ่งออกกำลังกาย เขาดูแลเธอทุกอย่างราวกับสามีภรรยา แพรขาวรู้สึกดีแต่ยังไม่ตกลงปลงใจกับเขา...จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเอ่ยถาม

“คุณแพรคงรู้ ว่าผมรักคุณมานานแล้ว ตั้งแต่พบกันใหม่ๆ”

“เราตกลงว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กันมาตั้งนานแล้วนะคะ พี่สาโรจน์”

“แต่ตอนนี้ ตำแหน่งงานของผมดีขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้น ฐานะตอนนี้ผมก็มั่นคง จนจะไม่มีใครมาพูดได้ว่าผมจะมาชอบคุณแพรเพราะอยากได้สมบัติของคุณ”

“ชมพูยังไม่โตพอค่ะ แพรก็ชอบพี่มากนะคะ แต่แพรยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร มันไม่ยุติธรรมสำหรับพี่ค่ะ ผู้หญิงดีๆที่โสดๆมีอีกเยอะนะคะ”

สาโรจน์พร้อมจะรออย่างมีความหวัง ไม่ใช่รอจนตายก็ไม่มีหวัง แพรขาวจึงขอให้ชมพูโตพออีกสัก

ห้าหกปี เขารับคำและย้ำ “ผมพูดจริงทำจริงนะ ถึงเวลาผมจะทวงสัญญาจริงๆด้วย ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันไปก่อน แต่ถึงวันนั้น คุณห้ามเบี้ยวเด็ดขาด”

แพรขาวหัวเราะสดใส แสงตะวันคล้อยต่ำลง ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไป...หกปีต่อมา ประไพรับกล่องพัสดุใบโตต่างประเทศจากไปรษณีย์มาให้แพรขาวที่กำลังเข็นวีลแชร์พาแถบทิพย์เดินเล่น ประไพบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดจากชมพูส่งมาจากอังกฤษ แถบทิพย์เปรยว่าชมพูไม่เคยลืมวันเกิดแม่เลย แพรขาวว่าวันเกิดคุณย่าชมพูก็ไม่เคยลืม แถบทิพย์ขยับผ้าพันคอ

“ใช่แล้ว...นี่ไง แบรนด์เนมแท้ๆด้วย อุ๊นอุ่น”

แพรขาวรับกล่องมาแกะ ทุกคนอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าของในกล่องเป็นชุดเดรสลูกไม้สีขาวสวยเรียบเก๋ แพรขาวหยิบการ์ดมาอ่าน “แฮปปี้เบิร์ดเดย์ค่ะคุณแม่ที่น่ารักที่สุดในโลกของชมพู ของขวัญวันเกิดสำหรับคุณแม่ปีนี้ คุณแม่คงแปลกใจนะคะ ว่าทำไมถึงอลังการขนาดนี้... เพราะมันคือของหนูกับคุณอาสาโรจน์หุ้นกันค่ะ และมันจะเป็นชุดแต่งงานของคุณแม่ด้วย”

แถบทิพย์กับประไพเฮ...สาโรจน์เดินเข้ามาทำหน้ามีนัย ดึงการ์ดมาอ่านต่อให้ “หนูส่งชุดมาก่อนที่คุณแม่จะตอบตกลงกับคุณอาสาโรจน์ และหนูหวังว่าคุณแม่จะเซเยสนะคะ”

แพรขาวโวยเล็กๆที่ทุกคนร่วมมือกันหมด แถบทิพย์ยิ้มบอกให้แพรขาวเซเยสเสียทีเพราะชมพูก็โตจนพ้นอกแล้ว เธอจะได้มีเพื่อนอยู่ด้วยยามแก่ ตนคงอยู่ด้วยอีกไม่กี่ปี สาโรจน์รับรองจะดูแลทุกคน จะไม่ให้แพรขาวต้องลำบาก แถบทิพย์กระเซ้าเชื่อว่าเขาหาเงินเก่ง

“แต่ฉันขอให้เธอจัดการทุกอย่างให้โปร่งใสด้วย ฉันจะยกสมบัติทั้งหมดของฉันให้ชมพู ไม่ได้แช่งนะ เพราะถ้าวันนึงแพรขาวเป็นอะไรไป ชมพูจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องมรดก”

“เฮ้อ...ตรงเหลือเกิน ตรงตามเคยคุณนายแถบทิพย์” ประไพเหน็บเล็กๆ

แถบทิพย์ว่าตนไม่อ้อมค้อม แพรขาวเอ่ยขึ้นว่าจะไม่จดทะเบียนสมรสและขอไม่มีลูกอีก เพราะอยากให้ทรัพย์สินตกเป็นของชมพู สาโรจน์ไม่มีปัญหาใดๆแถมรับรองว่าจะรักษาผลประโยชน์ให้ครอบครัวแล้วเขาก็นึกได้หมายความว่าแพรขาวตกลงแต่งงานด้วยแล้ว เขากระโดดดีใจ

สิบปีต่อมา...ชมพูแต่งงานกับป๊อบหนุ่มไทยใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษ มีลูกแฝดหญิงชายวัย 7 ขวบ วันหนึ่งเธอได้รับข่าวเศร้าว่าสาโรจน์เสียชีวิตลง เธอหอบลูกและสามีกลับมาหาแพรขาวที่เมืองไทย ป๊อบยินดีที่จะปักหลักทำงานที่นี่ เพื่อชมพูจะได้ดูแลแม่บ้าง

วันเวลาผ่านไป ชมพูกับลูกๆช่วยกันทำเค้กวันเกิดรอแพรขาวกลับจากทำงาน แพรขาววัย 50 กว่าๆยังสวยสง่า ร่วมสนุกกับลูกหลานอย่างมีความสุข...ในคืนนั้น ชมพูนำของขวัญอีกอย่างมามอบให้แพรขาว “หนูไปเจอมาค่ะแม่ เพลงพวกนี้ไงที่คุณลุงชอบเล่นเปียโนให้พวกเราฟัง...คุณแม่จำคุณลุงได้ไหมคะ คุณลุงที่เป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือน ที่อยู่บ้านริมคลองของคุณยายคุณป้า”

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับไรวินท์ผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว แพรขาวน้ำตาปริ่ม ชมพูบอกว่า แม่ไปสร้างศาลาไรวินท์ให้คุณลุงที่วัดด้วย แพรขาวเอื้อนเอ่ย “คุณลุงไรวินท์ของหนู ชมพู...นี่แม่ลืมคุณลุงของหนูไปได้ยังไงกัน ลืมไปตั้งหลายปีแล้ว เพิ่งนึกขึ้นมาได้เดี๋ยวนี้เอง”

ชมพูว่าเธอก็ลืม เพิ่งนึกได้ตอนได้ยินเพลงนี้ เธอไม่เคยเล่าเรื่องคุณลุงให้ใครฟังเลย...แพรขาวเต็มตื้นในใจ รีบเดินทางมาที่วัดจังหวัดลพบุรี ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด ศาลาไรวินท์ก็เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคอนกรีตทาสีสดใส แพรขาวสอบถามชาวบ้านที่มาทำบุญว่าศาลาไม้สองหลังหายไปอยู่ตรงไหน ไม่มีใครจำได้เพราะเวลาผ่านมาเป็นสิบๆปี...แพรขาวทรุดลงรู้สึกแน่นหน้าอก หน้าซีด ควานหายามากิน

ค่ำนั้น แพรขาวนอนหลับฝันถึงเรื่องราวระหว่างเธอกับไรวินท์ จนมาถึงที่เขาออกจากบ้านเพื่อมาช่วยเธอที่บ้านร้าง...สีหน้าเธอยิ้มพึมพำ “สมมติเราพบกันตอนคุณยังมีชีวิตอยู่ คุณก็คงไม่ซื่อสัตย์ต่อฉันหรอก ยังไงคุณก็ต้องมีแม่มาลาตี แม่อะไรต่อแม่อะไร ตามประสาคุณจนได้”
เสียงไรวินท์หัวเราะเบาๆ “ถึงเราพบกันครั้งนั้น ก็ต้องคลาดแคล้วกันไปอยู่ดี เพราะวาสนาของฉันไม่ถึงผู้หญิงอย่างเธอ”

แพรขาวสะดุ้งตื่น แทบไม่เชื่อสายตาที่เห็นไรวินท์ จะลุกพรวดก็รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอกต้องนั่งลงตามเดิม ไรวินท์ยื่นมือมากุมมือเธอ ต่อว่าเล็กๆนึกว่าเธอจะลืมกันตลอดไปเสียแล้ว แพรขาวว่าไม่ได้ลืม แค่จำไม่ได้เท่านั้น เขาหัวเราะอีกครั้งที่เธอช่างเหมือนเดิม แพรขาวถามเขาหายไปไหนมาหายไปนานมาก ไรวินท์ตอบว่าไปชดใช้กรรม ส่วนเธอก็มีความสุขดีตลอดเวลาที่ไม่เจอกัน แพรขาวยอมรับว่าสาโรจน์เป็นคนดีมาก ทำให้ครอบครัวมีความสุข

“สวรรค์ย่อมมีวิธีตอบแทนคนที่สมควรได้รับ เธอเผชิญมรสุมมาหนักมาก แต่ก็ยังทำกรรมดีต่อไป เมื่อสิ่งเลวร้ายพ้นไปจากชีวิต ก็ย่อมมีสิ่งดีๆเข้ามาแทน ฉันดีใจที่เธอมีความสุขตลอดชีวิตที่เหลืออยู่”

“ทุกอย่างเมื่อมีการเริ่มต้น ก็ต้องมีตอนจบ พี่สาโรจน์เป็นคนดี แต่เขาก็จากไปเร็วเหลือเกิน ฉันคิดถึงเขามาก... แต่ฉันเชื่อว่าเขาไปดีแล้ว หนูชมพูก็เป็นฝั่งเป็นฝา มีครอบครัวดีที่น่าจะมีชีวิตที่ดีต่อไป”

ไรวินท์บอกว่าเธอมีสิทธิ์เลือก ว่าจะอยู่กับลูกหลานไปอีกหลายปี หรือจะไปเดี๋ยวนี้ ไปอยู่ในโลกของตน ตนรอเธอมานาน...แพรขาวเหลียวมองภาพถ่ายคู่ของเธอกับสาโรจน์ ก่อนจะเดินมาที่ห้องหลานแฝด มองหลานที่หลับอย่างน่าเอ็นดู แล้วมาห้องชมพู เห็นลูกนอนกอดกับป๊อบดูอบอุ่น กลับมาที่ห้องตัวเอง เห็นตัวเองนอนหลับอยู่บนเตียง ที่หัวเตียงเต็มไปด้วยขวดยาและพวงมาลัยที่ตั้งใจเอาไปให้ไรวินท์ที่วัด เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนเดินมาเกาะแขนไรวินท์

ภาพแพรขาวกับไรวินท์เปลี่ยนมาเป็นคนหนุ่มสาวสวมชุดขาวงามสง่า ไรวินท์พาเธอลงเรือล่องออกไปกลางสายน้ำท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ทั้งสองนั่งกุมมือโอบกันด้วยความรัก

–อวสาน–


ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านเจ้าบ้านเจ้าเรือน ติดตามเจ้าบ้านเจ้าเรือน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เจษฎาภรณ์ ผลดี,ศรีริต้า เจนเซ่น 8 เม.ย. 2559 09:02 2016-04-11T03:02:42+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ