ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หยกเลือดมังกร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

โหงวนัวเนียอยู่กับสาวๆนั่งดริงก์อยู่ในเล้านจ์ไม่รับสายโทรศัพท์ที่ดังครั้งแล้วครั้งเล่า จนสาวพวกนั้นแซวให้รับสายอาจเป็นเมียเฮียโทร.มาตามก็ได้ โหงวจึงรับสาย พอเห็นเป็นสายจากดวงแขก็หน้าเครียด ยิ่งเมื่อดวงแขบอกว่าตอนนี้เล้งกำลังจะสางบัญชีแค้นกับเขา โหงวตวาด

“ฝีมือเธอใช่ไหม...คิดจะเสี้ยมให้มันจัดการฉันใช่ไหม”

“ถ้าฉันจะเสี้ยมให้เล้งไปฆ่าแก ฉันจะโทร.มาเตือนแกทำไม ฉันอยากให้ลูกฉันได้สมบัติของมัน เพราะฉะนั้น...แกต้องรอด”

พูดเสร็จดวงแขตัดสายเก็บโทรศัพท์หน้าเครียดครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี ส่วนโหงวรีบเดินกะเผลกๆจะออกไป เป็นเวลาที่เล้งกับนนท์มาถึงพอดี แต่ไม่เห็นโหงวเพราะหลบอยู่หลังเสา โหงวตัดสินใจหนีไปทางด้านหลัง แต่เจอคนของเล้งดักทางไว้หมด

โหงวรีบหันกลับ ชนหยกที่อยู่แถวนั้นจนตัวเองเซ  หยกช่วยประคอง โหงวโวยวายสะบัดออก กิจชัยเข้ามาเอาปืนให้หยกบอกว่า “แก๊งไอ้กวงมันพวกชอบลอบกัด ระวังตัวเอา ไว้ดีกว่า”

โหงวมองทั้งคู่อย่างสนใจ หยกเห็นโหงวขาเป๋บอกด้วยความหวังดีว่าให้รีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า โหงวมองตามคิดอะไรบางอย่าง แอบตามกิจชัยกับหยกมาเห็นทั้งสองเข้าไปในห้องวีไอพี มีคนของเฮียกวงเฝ้าอยู่หน้าห้อง

กิจชัยกับหยกมาเจรจาเรื่องเฮียกวงยึดพื้นที่ของกิจชัย แต่คุยกันไม่เข้าหู ส่วนที่ประตูห้อง โหงวย่องมาเชือดคนเฝ้าประตูคนหนึ่งตาย อีกคนถูกแทงเลือดทะลักวิ่งเข้าไปบอกเฮียกวงว่ามีพวกกิจชัยอยู่ข้างนอก เฮียกวงชักปืนออกมาถูกหยกพุ่งเข้าบิดข้อมือหันปืนไปยิงถูกลูกน้องตัวเองที่กำลังจะยิงกิจชัย แล้วทั้งสองก็พากันวิ่งหนีออกไป

เสียงปืนดังสนั่นไปทั้งเล้านจ์ เล้งถามนนท์ว่าพวกไหนยิง ลูกน้องเฮียกวงเห็นเล้งกับนนท์ก็ร้องบอกกันว่า “เฮ้ย...พวกมันอยู่โน่นอีก” แล้วก็พากันระดมยิง ทำให้เล้งกับลูกน้องต้องยิงโต้ตอบ

กิจชัยฉวยโอกาสที่เกิดยิงกันไม่รู้ใครเป็นใครหนีออกไปที่ลานจอดรถ ถูกเฮียกวงตามมายิงเฉี่ยวแขนกิจชัย แล้วหันปืน เล็งปืนไปที่หยก หยกพุ่งเข้าปัดมือพร้อมกับเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง เฮียกวงทรุดลงเพราะถูกปืนตัวเองที่ท้อง กิจชัยตะโกนบอกหยกให้ยิงแสกหน้าซ้ำเลย เฮียกวงในภาวะจนตรอกยกมือไหว้ขอชีวิต พริบตานั้นเสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด เฮียกวงสะดุ้งเฮือกสิ้นใจคาที่

หยกกับกิจชัยหันมองไปทางต้นเสียงปืน เห็นโหงวเดินขาเป๋ออกมา หยกหันปืนใส่ทันที ถามว่า “แกเป็นใครวะ”

“ใจเย็นๆไอ้หนู ถ้าไม่ได้ฉันช่วยพวกแกไว้ ป่านนี้พวกแกโดนมันพาไปถ่วงทะเลแล้ว ถือว่าครั้งนี้พวกแกติด หนี้ฉัน” โหวงวางท่าเก๋า

“แต่ฉันว่าแกไม่ได้คิดจะช่วยพวกเราหรอก แกกำลังหนีไอ้พวกที่ตามล่าแกอยู่ข้างในนั้นมากกว่า” หยกรู้ทัน

ทันใดนั้น เล้งตามออกมาเจอโหงวพอดี ทั้งคู่จ้องหน้ากันแบบต้องตายกันไปข้าง โหงวบอกกิจชัยกับหยกว่า

“ตอนนี้ฉันอยากให้พวกแกใช้หนี้ฉันแล้ว อย่าให้มันตามฉันได้ แล้วหนี้ของเราก็ถือว่าเจ๊ากันไป” พูดแล้วโหงวเดินกะเผลกๆไป เล้งจะตามถูกกิจชัยสะอึกออกมาขวางด่าว่าเล่นงานคนพิการไม่ใจหมาไปหน่อยหรือ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย เล้งไม่พูดแต่ง้างหมัดซัดใส่ หยกรีบเข้าช่วยกิจชัย เลยกลายเป็นหยกต่อสู้กับเล้งด้วยเชิงมวยที่สวยงามหนักหน่วงจนต่างเจ็บจุกกัน เล้งมองหยกอย่างสนใจเอ่ยชม

“ฝีมือแกเอาเรื่องใช้ได้ แต่ถ้าเป็นพวกเดียวกับโอ้โหงว ฉันก็คงปล่อยไว้ไม่ได้” พูดแล้วจะพุ่งเข้าชกอีก

ทันใดนั้น เสียงรถตำรวจแว่วมา กิจชัยตะโกนบอกหยกให้รีบหนี ทั้งสองพากันวิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปทันทีเล้งมองตามหยกไปด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...

หมวดธงรบขับรถมุ่งมาทางเล้านจ์สวนกับกิจชัยและหยก หมวดจำทั้งสองได้ เห็นแขนกิจชัยได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งสงสัย

ooooooo

หยกจุกหน้าอกจากการต่อสู้กับเล้ง วันนี้เขาเอามอเตอร์ไซค์ไปซ่อมที่ร้านสองพี่น้อง และให้อ่างไปหาซื้อยาแก้ช้ำในให้ อ่างผ่านร้านกิ่งเหมยเลยแวะไปสั่ง ปาท่องโก๋ก่อน บอกว่าไปซื้อยาแก้ช้ำในให้หยกเดี๋ยวกลับมาเอา กิ่งเหมยกับอาม่าจึงรู้ว่าหยกมีเรื่องมา

ด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้ กิ่งเหมยทำทีเอาปาท่องโก๋ไปส่งที่ร้าน เจอหยกกำลังง่วนอยู่กับรถของตัวเอง เธอเลยเอาจักรยานของตนไปซ่อมบ้าง แกล้งร้องขอที่สูบยางหน่อย หยกทำหูทวนลม เธอเลยด่าลอยๆ

“คิดอยากจะเป็นกุ๊ย เลยต้องใจจืดใจดำด้วยใช่ไหม”

หยกไม่พอใจที่กิ่งเหมยคบกับตำรวจอยู่แล้ว เลยพูดประชดให้เรียกตำรวจมาจับเลย ทั้งสองโต้เถียงกันด้วยเรื่องที่ติดค้างคาใจและแง่งอนกัน กิ่งเหมยโมโหลุกพรวดพราดจะออกไป สะดุดสายยางสูบลมจะล้ม หยกลืมโกรธรีบเข้าประคอง พอรู้ว่าตัวเองอยู่ในวงแขนหยก กิ่งเหมยก็ผลักอกตรงที่หยกจุกอย่างแรงจนเขาผงะ

กิ่งเหมยตกใจรีบขอโทษ ถามว่าเขาไปมีเรื่องกับใครมา หยกตัดบทว่าระหว่างเธอกับตนไม่มีเรื่องอะไรกันอีกแล้ว กิ่งเหมยบอกว่าเห็นเขาไม่พอใจทุกทีที่ตนอยู่กับตำรวจ หยกสวนไปว่าที่ตนไม่พอใจก็เพราะไม่ชอบหน้าตำรวจ

คำพูดของหยกทำให้กิ่งเหมยรู้สึกตัวเองผิดที่ทำให้เขาต้องเสียอนาคต จะให้ตนทำอะไรตนพร้อมทำให้ทุกอย่าง

“เธอทำอะไรให้ฉันไม่ได้หรอกกิ่งเหมย” เมื่อถูกรบเร้า เขาเลยคว้าเธอเข้าไปจูบอย่างรุนแรง กิ่งเหมยตกใจ พอสลัดตัวออกมาได้ก็ตบหน้าหยกฉาดใหญ่วิ่งร้องไห้ออกไป หยกจะตามไปขอโทษถูกคมทวนเดินเข้ามาขวางอย่างกราดเกรี้ยว

คมทวนเพิ่งถูกหมวดธงรบไปถามหาหยกที่บ้าน บอกว่าที่เมื่อคืนเจอหยกแถวที่เกิดเหตุยิงกันตายเลยอยากสอบปากคำ คมทวนบอกว่าตนไม่รู้ว่าหยกอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่ออกจากคุกก็ไม่ได้สนใจหยกอีกเลย แล้วขอตัว จากนั้นรีบมาหาหยก เจอกิ่งเหมยวิ่งร้องไห้ออกไปพอดี

หยกถูกคมทวนลากออกไปที่กลางถนนในตรอก ตะคอกใส่หน้า

“แกอยากจะเลวมันเรื่องของแก แต่ที่แกไปทำให้หนูกิ่งเหมยต้องเสียน้ำตาฉันไม่ยกโทษให้แกแน่ไอ้ลูกไม่รักดี”

คมทวนทั้งด่าทั้งทุบตีหยกจนหนำใจ โดยที่หยกเพียงแต่โต้เถียงแต่ไม่ตอบโต้ จนคมทวนหยุดไปเองบอกว่า ตอนนี้ตำรวจกำลังตามตัวเขาอยู่ หวังว่าคงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องยิงคนตายเมื่อคืน คมทวนปาดน้ำตาพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“เพราะถ้าใช่แกละก็...ฉันจะยอมเป็นฝ่ายติดคุกแลกกับการส่งแกให้ไปกราบขอโทษแม่แกบนสวรรค์”

คมทวนเดินจากไป ทิ้งหยกให้ฟุบหน้าอยู่ตรงนั้น สลึงตะโกนเรียกอ่างให้รีบมาช่วยกันพยุงหยกมาที่ร้าน

ooooooo

ธงรบไม่เพียงไปสอบถามคมทวนเกี่ยวกับหยก แต่ยังไปถามอาม่าที่ศาลเจ้าในฐานะที่อาม่าเคยเลี้ยงดูหยกมาตั้งแต่เล็กด้วย อาม่าบอกว่าหยกไม่มีแม่ ตนช่วยเลี้ยงโตขึ้นมาพร้อมกับกิ่งเหมย ถามว่าหยกไปทำเรื่องร้ายแรงอะไรมาหรือ หมวดบอกว่าตนยังพูดไม่ได้ เพียงแต่อยากรู้ว่าจะตามตัวหยกได้ที่ไหนเท่านั้น

อาม่ามองหน้าหมวดธงรบอย่างไตร่ตรอง ก่อนเล่าอย่างไม่สบายใจว่า

“คุณตำรวจ ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเพราะไอ้หยก อั๊วก็ อยากบอกให้คุณรู้ไว้ก่อน ไอ้หยกมันเพิ่งจะมาเปลี่ยนไปตั้งแต่มันออกจากคุก เมื่อก่อนมันเป็นคนดี เกือบจะได้เป็นตำรวจแล้วด้วย อั๊วกับพ่อของมันก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ มันถึงได้เปลี่ยนไป หันไปคบพวกกุ๊ย แม้แต่อาเหมยที่สนิทกับมันก็ไม่รู้ว่ามันทำไปเพราะอะไร...” พอดีกิ่งเหมยกลับมา อาม่าเลยบอก “เดี๋ยวลองคุยกับอาเหมยดูแล้วกัน”

แต่กิ่งเหมยกลับมาแล้วก็เอาแต่ร้องไห้ อาม่าถามว่า ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรหรือ กิ่งเหมยปดว่าฝุ่นเข้าตา หมวดธงรบหว่านล้อมว่าให้พูดมาเถอะ ถ้าอาม่าไม่รู้จะยิ่งเป็นห่วง กิ่งเหมยโผเข้ากอดอาม่าร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น

ooooooo

อ่างกับสลึงช่วยกันพาหยกเข้ามาในร้าน เอายาแก้ปวดให้กิน ถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาเกี่ยวกับเรื่องยิงกันตายที่เล้านจ์เมื่อคืนหรือเปล่า หยกตอบเลี่ยงไปว่าให้รู้ว่าตนทำอะไรลงไปก็เพราะมีเหตุผลที่ต้องทำ แล้วจะกลับบอกว่ามีงานต้องไปทำ

“พ่อเอ็งเขารักเอ็งมากนะ” อ่างพูดตามหลัง

“ฉันรู้จ้ะน้า...ฉันก็รักพ่อเหมือนกัน” พูดแล้วใส่หมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไป

หมวดธงรบมาเห็นพอดีจึงสะกดรอยตามไปถึงตึกร้าง หยกจึงรู้ตัว เขาส่งข้อความบอกผู้การสมิงว่ามีตำรวจสะกดรอยตามตน แล้วหยกก็วกมาข้างหลังหมวดถามว่า “หมวดตามผมมาต้องการอะไร”

“สารภาพมาดีกว่าว่า การยิงกันตายเมื่อคืนที่เล้านจ์ ฝีมือแกกับพวกใช่ไหม”

“การที่หมวดเที่ยวปรักปรำคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ ผมอาจจะฟ้องทำให้หมวดโดนเล่นงานได้เหมือนกัน”

“นี่แก!!” หมวดชักปืนออกมา หยกพูดอย่างไม่สะทก สะท้านว่าเก็บปืนเสียเถอะอย่าทำอะไรเกินหน้าที่ตัวเองเลย ไม่อย่างนั้นอนาคตหมวดอาจจะดับวูบง่ายๆ หมวดจึงยอมเก็บปืน พูดประชดว่า “แกนี่มันหัวหมอจริงๆ เสียดายที่มาเลือก เดินทางผิด ถ้ามาเป็นพวกเดียวกับเรา ฉันว่าอนาคตแกคงรุ่ง”

ผู้การสมิงตามมาจึงรู้ว่า ตำรวจที่ตามหยกมาคือ หมวดธงรบหลานชายตนนั่นเอง...ผู้การ เขาซุ่มดูทั้งสองชกต่อยกัน แล้วจู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนเฉียดหัวธงรบไปเส้นยาแดงเดียว แต่พอเสียงปืนสงบ ทั้งหยกและผู้การก็หายเข้ากลีบเมฆไป ทิ้งธงรบให้ยืนงงหัวเสียอยู่ตรงนั้นคนเดียว

ooooooo

ที่ภัตตาคารอาหารจีน เสี่ยตงฟังเก่งและกิจชัยเล่าเรื่องหยกแล้วเขาบอกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องที่จับได้ว่ามีสายของตำรวจเข้ามาแฝงตัวแล้ว ตนจะได้ไว้ใจใครได้อีก กิจชัยสอพลอทันทีว่า

“ถ้าเสี่ยคิดว่าหยกไม่น่าไว้ใจ ผมจัดการเขี่ยมันไปให้ก็ได้ อะไรก็ได้ที่ทำให้เสี่ยพอใจ ผมจัดการให้ได้หมด”

เสี่ยสั่งกิจชัยโทร.เรียกหยกมา ถามว่าตนสั่งให้เก็บหยกต่อหน้าทำได้ไหม คาดคั้นจนกิจชัยอ้อมแอ้มว่า “ได้ครับ”

หยกกำลังคุยกับผู้การสมิงกันอยู่ที่ลับตาใต้ทางด่วน เมื่อรู้ว่าธงรบเป็นหลานผู้การและเป็นคนมีฝีมือดี หยกติงว่าคนแบบนี้จะทำให้แผนของเราเสีย ผู้การรับปากว่าจะพยายามหาทางกันธงรบให้ห่างจากเขา

พอดีกิจชัยโทร.เข้ามือถือหยก บอกว่าเสี่ยอยากเจอ หยกบอกกิจชัยว่าตนจะไปเดี๋ยวนี้

ผู้การเตือนหยกให้ระวังตัวด้วยเพราะเสี่ยตงไม่ธรรมดา ยังไงก็รักษาชีวิตเอาไว้ก่อน ส่วนหยกก็ฝากผู้การให้จัดการเรื่องธงรบให้ด้วย เพราะถ้าเขายังสงสัยอยู่ มีหวังตนถูกเปิดโปงแน่ แล้วต่างก็แยกย้ายกันไป

เมื่อหยกมาถึงภัตตาคารเห็นเสี่ยตงกับกิจชัยนั่งอยู่ด้วยกัน หยกไหว้เสี่ย เสี่ยบอกให้นั่ง หยกนั่งตรงข้ามกับกิจชัยที่กำปืนไว้แน่น เหงื่อแตกเต็มหน้าทั้งที่อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ หยกมองอย่างผิดสังเกต

เสี่ยเริ่มคุยถึงปัญหาเมื่อคืนที่หยกยิงกวงตาย หาว่านั่นเป็นการหาเหาใส่หัวตน เพราะกวงมีกลุ่มแก๊งที่เป็นพรรคพวก ย่อมหาทางแก้แค้น ตบโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราดถามว่า “คนที่ทำให้ฉันเดือดร้อน ฉันก็ไม่ควรจะเก็บมันไว้ใช่ไหม”

พริบตานั้นกิจชัยยกปืนเล็งหยกทันที หยกลุกพรวดขึ้นถูกเก่งเอาปืนจ่อหลังหมับตะคอก

“อยู่เฉยๆดีกว่า ยังไงแกก็หนีไม่รอด ถ้าไม่ตายเพราะลูกปืนฉัน ก็ตายเพราะลูกปืนพวกแก”

“ฉันขอโทษนะไอ้หยก...ฉันต้องฟังคำสั่งเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ไว้ใจใคร ฉันมีหน้าที่ต้องจัดการ” กิจชัยเอานิ้วแตะไกปืน หยกจ้องหน้ามันเขม็ง ใจเต้นไม่เป็นส่ำกับความตายในเสี้ยววินาทีนี้ แต่ยังมีสติ พูดกับกิจชัยว่า

“ฉันรู้ว่าแกต้องตามคำสั่ง แต่แกน่าจะรู้ดีว่า ระหว่างอยู่ในคุกฉันเป็นยังไง ถ้าฉันจะแก้แค้นแก ป่านนี้แกคงไม่มีโอกาสกลับมาทำงานให้เสี่ยหรอก” กิจชัยนิ่งไป พูดไม่ออก หยกหันไปพูดกับเสี่ยตงว่า

“เสี่ย...เหตุผลเดียวที่ผมหันหลังให้พวกตำรวจ เพราะผมไม่เชื่อว่าความยุติธรรมจะทำให้ผมอยู่รอดได้ ผมอยากมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายคนอื่นได้เหมือนอย่างเสี่ย ผมจะได้เอาไปแก้แค้นพวกตำรวจที่ไม่เคยช่วยเหลืออะไรผมเลย”

เสี่ยหัวเราะออกมาอย่างพอใจมาก บอกว่าหยกเหมือนตนตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด นอกจากไม่สั่งฆ่าเขาแล้ว ยังมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ดุจแพรด้วย สั่งแล้วเสี่ยลุกกลับ

ส่งเสี่ยแล้ว กิจชัยตบบ่าหยกชมว่าคารมไม่เบานอก จากทำให้เสี่ยไว้ใจแล้วยังมอบหมายให้ดูแลคุณหนูด้วย

“ฉันไม่ว่าแกหรอก แต่ต่อไปนี้ฉันคงไว้ใจอะไรแกไม่ได้อีกแล้ว” หยกพูดหน้านิ่งๆ แล้วเดินแยกไป

“ไอ้หยก ได้ดีแล้วทำลืมกู...มึง!!” กิจชัยคำรามตามหลังอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ดุจแพรที่ได้รับการเลี้ยงดูมาราวกับไข่ในหิน รักอิสระและทำทุกอย่างตามใจตัวเอง ไม่พอใจที่หยกมาคอยเดินตามจนไม่เป็นส่วนตัว ไล่ตะเพิดหยกก็ไม่ยอม ไปไหน เขาขับรถตามมาจนถึงฟิตเนส ไปซื้อกาแฟมาดื่มแก้วหนึ่งและให้เธอแก้วหนึ่ง ดุจแพรไม่เอา เขาจึงบอกว่าจะลงไปรอข้างนอก

เธอหงุดหงิดหันขวับมาเลยชนหยก กาแฟหกรดเสื้อผ้าเธอ หยกตกใจรีบเช็ดให้มือไปถูกหน้าอกอย่างไม่ตั้งใจ มานพมาเห็นพอดี เขาพุ่งเข้าชกหยกจนเลือดกบปาก ไล่ตะเพิด หยกไปให้พ้น ขู่ว่าถ้าเห็นมายุ่งกับดุจแพรอีกจะกระทืบให้ตาย

“เข้าใจผิดแล้วค่ะ เขาไม่ใช่...” ดุจแพรพยายามชี้แจง แต่มานพก็ยังไม่หยุดหยกเลยซัดคืนบ้าง ดุจแพรเลยตะโกนสุดเสียง “หยุดนะ...บอกให้หยุด...นายหยก กลับไปได้แล้ว ถ้าฉันยังเห็นนายอีก ฉันจะบอกให้ป๋าไล่นายออก”

หยกสะบัดตัวจากมานพเดินออกไป ดุจแพรเห็นเลือดที่มุมปากมานพ เธอเอาผ้าเช็ดหน้าส่งให้เขาเช็ด เขาขอโทษบอกว่าไม่รู้ว่าเป็นคนของพ่อเธอ ที่ทำไปเพราะเห็นเขากำลังลวนลามเธอ แล้วชวนเธอไปหาอะไรทานกันไหม ดุจแพรขอเป็นโอกาสหน้าแล้วขอตัว

“ฮึ! ลงทุนเจ็บตัวเสียขนาดนี้แล้ว ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอหลุดมือไปหรอก!” มานพจิกตาตามอย่างหมายมาด

ooooooo

ดวงแขเห็นทีมานพจะไปไม่รอด กลัวเล้งจะไม่ยกสมบัติให้ จึงให้โหงวมาเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลกิจการโรงสี มานพพูดอย่างดูถูกว่าเป๋จนลำพังเดินเองก็ยังไม่ทันคนอื่น แล้วจะให้ตนไว้ใจให้มาช่วยได้อย่างไร โหงวเจ็บใจที่ถูกลูกตัวเองดูถูก ด่าดวงแขว่าเลี้ยงลูกจนเสียนิสัย ถึงเวลาที่ตนจะสอนให้เก่งเหมือนพ่อที่แท้จริงเสียที แล้วโหงวก็เรียกมานพให้ขึ้นรถ มานพถามว่าจะไปไหน

โหงวพามานพไปที่ศาลเจ้า บอกมานพว่าไม่ต้องถามอะไร ให้ทำตามที่ตนบอกอย่างเดียว มานพถามอย่างอวดดีว่าทำไมตนต้องทำตามคำสั่งด้วย

“หึ...ฉันยังต้องสอนแกอีกมาก เหมือนที่ฉันเคยสอนให้ไอ้เล้งยิ่งใหญ่ขึ้นมา รับรองว่าแกจะต้องเก่งกว่ามัน”

โหงวมองหน้ามานพนิ่งยิ้มร้าย...เจ้าเล่ห์...เล่าอดีตของตนกับตระกูลมังกรวารีให้ฟังว่า ตนเป็นมือขวาของอากงเขา สมัยเล้งเป็นหนุ่มก็ไม่เป็นโล้เป็นพายเหมือนเขานี่แหละ อากงจึงให้ตนจับไปดัดนิสัยเพื่อให้มารับช่วงธุรกิจต่อ มานพถามว่าแบบนี้พ่อตนก็คงไม่ปลื้มเขาเท่าไรถึงได้อยู่ในสภาพแบบนี้

“ไอ้เล้งมันไม่รู้จักสำนึกบุญคุณฉันต่างหาก มันคิดแต่จะหวงสมบัติไว้คนเดียว ทั้งๆที่ฉันควรจะต้องมีสิทธิ์ด้วย” มานพถามว่า เลยจะใช้ตนยึดสมบัติของพ่อแบ่งให้เขาใช่ไหม “อายุฉันก็ขนาดนี้แล้ว เงินทองไม่ใช่ประเด็น ฉันอยากเห็นมันเจ็บปวดมากกว่า” มานพถามว่าตนเป็นลูกชายเล้ง คิดว่าตนจะเล่นงานพ่อตัวเองหรือ?

“หึๆๆไอ้หนู...ฉันอยู่ในคุกมาเป็นสิบๆปี ฉันอ่าน สายตาคนออก สายตาแบบนี้แกอยากสั่งสอนพ่อแกใจจะขาดอยู่แล้ว!”

มานพชะงัก มองหน้าโหงวทึ่ง ที่สายตาเสือเฒ่าผู้นี้ อ่านใจตนขาด!

ooooooo

เล้งไม่วางใจเมื่อรู้ว่าโหงวยังไม่ตาย หาทางที่จะกำจัดอสรพิษตัวนี้ เขาไปหาเสี่ยตงในห้องนวด เลียบเคียงเรื่องนี้ ดักคอว่าตอนนี้เสี่ยตงคงคิดการใหญ่ถึงกล้าเก็บเฮียกวง เตือนว่าเมื่อก่อนเขาอาจคิดว่าตัวเองได้ชื่อว่าหมาบ้าตงฟัดไม่เลือกหน้า แต่ตอนนี้ไม่ใช่ มันหมดยุคของเราแล้ว

“มันหมดยุคของแกคนเดียวต่างหากล่ะ ไอ้เล้ง” เสี่ยตงพูดอย่างถือดี

เวลาเดียวกัน โหงวพามานพไปที่ศาลเจ้า บอกว่านี่คือบันไดขั้นแรกที่จะช่วยให้เขาไต่เต้าขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อแข่งกับเล้งได้ มานพงงๆ โหงวบอกว่าถ้าเห็นใครวิ่งออกจากศาลเจ้าให้ยิงเลย เพราะถ้าไม่ยิง แกก็ตายอยู่ที่นี่ แต่ถ้าอยากยิ่งใหญ่กว่าเล้งก็ทำตามที่ตนบอก

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงกิ่งเหมย อาม่าบอกกิ่งเหมยให้ไปหางานทำตามที่เรียนมา อย่าจมอยู่กับการขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋อยู่ที่ศาลเจ้านี่เลย

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นในศาลเจ้าหลายนัด  กิ่งเหมยรีบพาอาม่าหลบหลังรูปปั้นสิงโตหน้าศาล เมื่อเสียงปืนเงียบเธอค่อยๆเดินไปดูข้างใน เจอศพชายฉกรรจ์สองศพ เธอตกใจ อาม่ารีบมาดู สองยายหลานกอดกันด้วยความตกใจกลัวตัวสั่น

มานพยืนดักอยู่หน้าศาล เห็นชายหนุ่มรุ่นเดียวกับตนวิ่งออกมา เขาจ่อปืนใส่ทันที ชายหนุ่มขอให้ปล่อยตนไปเถอะ เพราะ “พ่อฉันเป็นหนึ่งในหัวหน้าแก๊ง 4 จ้าวเวหา ใครจ้างแกมา ถ้าปล่อยฉันไปฉันให้แกเป็นสองเท่า” มานพมองลังเล

“รออะไรอยู่ล่ะมานพ ถ้าแกมัวแต่กลัวอยู่แบบนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าสมบัติของไอ้เล้งจะตกเป็นของแก มันจะเหยียบแกให้อยู่ใต้เท้ามันไปจนตาย” มานพเหนี่ยวไกทันที ชายหนุ่มผวาเฮือกแต่ยังพยายามตะกายหนี โหงวหัวเราะชอบใจบอกว่า “ถ้าแกอยากเก่งกว่ามัน แกต้องโหดกว่ามัน”

มานพแววตาเหี้ยม ยิงซ้ำชายหนุ่มที่กำลังคลานหนีอีกหลายนัดจนตายคาที่ เขาหัวเราะลั่น

“ฮ่ะๆๆ สมบัติมังกรวารีจะต้องเป็นของฉันคนเดียว ฮ่ะๆๆ” มานพระเบิดหัวเราะแววตาโหด โหงวมองอย่างพอใจที่สามารถเปลี่ยนมานพได้ในงานเดียว!

ooooooo

หยกอยู่ที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง สลึงวิ่งมาบอกว่ามีคนยิงกันตายที่ศาลเจ้า เขาวิ่งอ้าวออกไปด้วยความเป็นห่วงกิ่งเหมย พอไปถึงก็โล่งใจเมื่อกิ่งเหมยกับอาม่าไม่เป็นอะไร ส้มเช้งมาบอกว่าตำรวจบอกว่าหมวดธงรบกำลังมาที่นี่

หยกบอกกิ่งเหมยว่าเห็นอะไรก็ให้บอกเขาไป ตำรวจจะได้ตามจับคนร้ายได้ แต่พออาม่ารู้ก็บอกกิ่งเหมยปากคอสั่นด้วยความกลัวว่าถ้าตำรวจถามอะไรให้บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เพราะไม่อยากให้กิ่งเหมยเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกมาเฟีย ให้ทำตามที่ตนสั่งจะได้ไม่ต้องพาเธอหนีไปที่อื่นอีก กิ่งเหมยเชื่อฟังอาม่า แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาม่า แม้แต่หยกเองก็สงสัยไม่น้อยกว่ากัน

ผลคือเมื่อหมวดธงรบมาสอบถามจึงไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย หมวดสงสัยมาก เมื่อกิ่งเหมยกับอาม่าขอตัวไปพักผ่อน เขาเห็นหยกจึงเรียกเตือนว่า เขาปกป้องกิ่งเหมยไม่ได้หรอก เพราะถ้าเขายังอยู่ในปลักกับพวกกุ๊ยข้างถนนเขานั่นแหละที่จะทำให้เธอต้องเจอแต่เรื่องเดือดร้อน เอานิ้วจิ้มอกหยกขู่ว่า

“แล้วถ้าฉันสืบรู้ว่าการที่กิ่งเหมยโกหก บอกไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เพราะต้องการปกป้องแกละก็ ฉันเล่นแกหนักแน่ไอ้กุ๊ย!”

หมวดธงรบเดินไปแล้ว หยกมองตามอย่างเจ็บใจ รู้สึกได้เลยว่าหมวดพยายามจ้องเล่นงานตน

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่อเสี่ยเล้งได้ดูหนังสือพิมพ์ที่นนท์เอามาให้พาดหัวว่า “หนุ่มนักเรียนนอกลูกชายเจ้าสัวการ์เม้นต์ชื่อดังถูกยิงตายปริศนากลางศาลเจ้า” เล้งบอกนนท์หน้าเครียดว่า

“เด็กหนุ่มที่ถูกยิงตายเป็นลูกชายของพิราบดำ 1 ใน 4 แก๊งจ้าวเวหา กลุ่มมาเฟียที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตอนนี้ หึ...ไอ้ตง!! แกมันรนหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองแล้ว”

“แล้วจะมีผลอะไรกับเรารึเปล่าครับเจ้าสัว”

“สงครามเมื่อเริ่มแล้ว ไม่มีใครอยู่อย่างสบายได้หรอกนนท์...”

จริงอย่างที่เล้งพูด เพราะวันนี้เองเสี่ยตงอยู่ที่ภัตตาคารอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ พึมพำว่า “ฝีมือใครวะ” ไม่ทันขาดคำ เจ้าสัวเกาพร้อมลูกน้อง 5-6 คนก็เอาปืนจ่อเก่งกับลูกน้องเข้ามา

“เจ้าสัวเกา!!” เสี่ยตงลุกพรวดพร้อมปืนในมือ แต่ช้าไปแล้ว ลูกน้องเจ้าสัวเกาเข้าแย่งปืน เสี่ยตงหน้าเครียด แต่สัญชาตญาณเสือ เขายังคงยืนไม่หวั่นไหว จ้องหน้าเจ้าสัวเกาแห่งแก๊งพิราบดำตาไม่กะพริบ

ที่นอกห้อง กิจชัยนำลูกน้องจะมาช่วยเสี่ยตง แต่พอเห็นลูกน้องเจ้าสัวเกายืนอยู่ก็หน้าเสียอุทาน “เวรแล้วไง...” แล้วค่อยๆหลบไป

ooooooo

วันนี้ กิ่งเหมยไปทำงานวันแรก แต่ออกสาย เธอรับกระเป๋าใส่แบบอย่างพวกมัณฑนากรจากอาม่าออกไป แต่พอเดินมาถึงกลางซอยเจอหยกจอดรถทัก

“ได้ยินว่าได้งานทำแล้ว ให้ฉันไปส่งเธอแล้วกัน” กิ่งเหมยบอกว่าตนไปแท็กซี่ได้ “วันนี้รถติดนะ ไปแท็กซี่จะทันเหรอ” หยกเอาหมวกกันน็อกให้ พูดประชดว่า “นึกว่าฉันเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็แล้วกัน”

เมื่อถึงที่ทำงาน กิ่งเหมยรีบลงจนลืมถอดหมวก กันน็อก หยกเรียกและช่วยถอดให้ ถามว่าเธอมาทำงานอะไรที่นี่ กิ่งเหมยบอกว่าลูกพี่ตนรับงานตกแต่งภายในให้ลูกค้าแต่ทำไม่ทันเลยให้ตนช่วย หยกอวยพรให้สู้ๆ ลูกค้าจะได้ชอบงานของเธอ

ขณะหยกมองตามกิ่งเหมยที่วิ่งเข้าไปในอาคารนั่นเอง เสียงดุจแพรพูดประชดขึ้นว่า ที่แท้วันนี้มีหน้าที่สำคัญกว่านี่เองถึงไม่มีคนตามกวนใจตน เมื่อหยกรีบตามเธอไป เธอถามว่าตามมาทำไม ตนไม่ฟ้องว่าเขาทิ้งงานมาอยู่กับแฟนหรอก

หยกบอกว่าตนกับกิ่งเหมยเป็นเพื่อนกัน เธอประชดว่าเพื่อนเขามองกันด้วยสายตาแบบนั้นหรือ หยกเลยมองเธอเขม็ง ยื่นหน้าเข้าไปจนเกือบชนจมูกเธอถามว่า “แล้วสายตาที่ผมมองแบบนี้ล่ะ จะบอกผมได้ไหมว่าผมรู้สึกอะไรกับคุณหนู”

ดุจแพรใจเต้นตึ้กตั้ก ผลักเขาออกบอกว่าตนนัดกับอินทีเรียร์ที่จ้างให้มาตกแต่งห้องไว้ขายลูกค้าสงสัยว่าจะเป็นผู้หญิงของเขา พูดขู่ว่า “แต่ในเมื่อเธอมายั่วโมโหฉันแบบนี้ ฉันว่า...งานนี้คงไม่ราบรื่นแล้วล่ะ”

เธอยิ้มหยันใส่เขาแล้วเข้าลิฟต์ไป หยกเรียกและพยายามกดลิฟต์ให้หยุด แต่ไม่ทัน เขายืนใจไม่ดีนึกเป็นห่วงกิ่งเหมยขึ้นมา...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 13:00 น.