ข่าว

วิดีโอ



ฉันรักเธอนะ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

วันนี้ วราพรรณว่างมาชวนนับดาวไปกินข้าวด้วยกัน จึงรู้ว่านับดาวลาออกจากงานที่นี่แล้วและจะไปทำงานกับเป็นไท วราพรรณถามว่าเขาไม่เกลียดเธอแล้วหรือ

“ถ้าแกมีคนที่อยากอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา แล้วโอกาสมันมาถึงแล้ว แกจะปฏิเสธลงเหรอ” นับดาวถามอวดๆ วราพรรณติงว่ามันจะทำให้เธอยิ่งเจ็บปวดมากกว่า “แล้วถ้าฉันตอบว่าฉันยอมเจ็บล่ะ”

เป็นคำถามที่มีคำตอบชัดเจนว่า ไม่ว่าอะไรก็หยุดเธอไม่ได้แล้ว

ทั้งสองเดินมาถึงล็อบบี้โรงแรม เห็นเป็นไทนั่งอยู่ ยูกิกับยามาดะมาถึงพอดี เป็นไทถามยูกิว่ายามาดะไปด้วยหรือ ยูกิบอกว่าไม่อยากให้เขาเหงาอยู่ที่ห้องคนเดียว ยามาดะถามว่าตนไปด้วยไม่ได้รึไง ยูกิรีบชี้แจงว่าเป็นไทไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น พลางพากันออกเดิน

ยูกิเดินสะดุดอะไรบางอย่างเซจะล้ม เป็นไทประคองไว้ ยามาดะมองอย่างไม่พอใจ นับดาวเห็นเต็มตา เธอมองอย่างเจ็บปวด วราพรรณย้ำกับเพื่อนว่า

“นั่นไง เจอดอกแรกเข้าแล้วไง แน่ใจนะว่าจะไม่ถอนตัว”

“ฉันลาออกแล้ว ฉันไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ”

เป็นไทบอกกับยูกิว่า ตนให้นับดาวมาเป็นพนักงานที่ออฟฟิศ ยูกิดีใจกับนับดาว นับดาวชำเลืองไปทางเป็นไท ถูกยามาดะจับตาดูอยู่ เขาดูออกและมั่นใจว่า นับดาวแอบชอบเป็นไทแน่ๆ

ooooooo

เมื่อมาถึงตึกสำนักงาน องอาจออกมาต้อนรับยูกิ เขางงๆเมื่อเห็นนับดาวมาด้วย เป็นไทบอกว่าตนรับนับดาวมาเป็นผู้ช่วยของเราแล้ว จะได้แบ่งเบางานของเขาด้วย พูดให้ดูแนบเนียนว่า “คุณอยากจะให้เธอช่วยอะไรก็ได้เลย”

เมื่ออยู่กันตามลำพัง องอาจถามเป็นไทว่าคิดจะทำอะไร ดักคอว่า “ตกลงว่าแน่นอนแล้วใช่ไหมคนนี้น่ะ” ถูกเป็นไทถามเสียงขุ่นว่า บอกแล้วว่าไม่มีอะไร องอาจเลยผสมโรงว่า

“ดีแล้ว มีคนมาช่วยผม ผมจะใช้ให้หนำเลยคอยดู” พูดแล้วชำเลืองดูว่าเป็นไทจะว่าอย่างไร พอเขาบอกว่าจะใช้อะไรก็ใช้ไปสิ องอาจได้ทีเลยสั่งให้ไปซื้อน้ำดื่มที่ปากซอยให้ทีมงาน แต่ต้องเดินไป นับดาวรับคำอย่างกระตือรือร้น

“เราก็มีน้ำแล้วจะไปซื้อมาทำไมอีก” เป็นไททักท้วง องอาจบอกว่าน้ำหมดพอดี และเร่งนับดาวให้เร็วๆด้วย

ครู่ใหญ่ นับดาวก็หิ้วน้ำมาหลายแพ็ก เหนื่อยหอบหน้าแดงเหงื่อท่วมมาทีเดียว พอวางน้ำลงองอาจใช้ให้ไปเช็ดกระจกในห้องซ้อม เก็บขยะ กวาดห้อง ถูห้องต่อ นับดาวทำทุกอย่างที่องอาจสั่ง จนเป็นไทแอบมองอย่างสงสาร

ร้ายกว่านั้นคือ องอาจใช้ให้ลงไปขนเสื้อผ้าที่ชั้นล่างขึ้นมา นับดาวรับคำปาดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้า เห็น

เป็นไทกำลังพันผ้ายืดที่เข่าให้ยูกิที่หน้าใสสวยยิ้มแย้มยินดี นับดาวเจ็บแปลบเป็นดอกที่สอง ส่วนยามาดะก็มองอยู่อย่างไม่พอใจ

ooooooo

นับดาวลงไปเห็นลังเสื้อผ้าขนาดใหญ่ 2–3 ลังก็ตกใจ หันมาเห็นยามาดะก็ดีใจนึกว่าองอาจให้มาช่วย ยามาดะบอกว่าเปล่า ตนจะมาคุยกับเธอต่างหาก ถามนับดาวว่า รู้ว่าเธอชอบเป็นไทแล้วทำไมไม่กันเขาให้ห่างจากยูกิล่ะ

นับดาวปฏิเสธอย่างรู้ทัน ยามาดะพยายามบอกถึงคู่แข่งที่ตนต้องเผชิญตลอดเวลาที่ตนชอบยูกิเห็น

นับดาวไม่ทุกข์ร้อนด้วย ก็พูดอย่างผิดหวังไม่พอใจว่า

“คุณไม่เข้าใจ ยูกิไม่ใช่คุณนี่ จะได้ไม่มีใครมาสนใจ”

ได้เรื่องทันที นับดาวโมโห ถามว่าตนกับยูกิหน้าตาก็เหมือนกัน ทำไมถึงถูกมองต่างกันขนาดนั้น ยามาดะบอกว่า

“ผมก็ไม่รู้ คุณคงไม่มีเสน่ห์มั้ง” นับดาวถามว่าเสน่ห์คืออะไร “ก็พวกแรงดึงดูดทางเพศอะไรแบบนั้นน่ะ”

“ไม่จริงหรอก ฉันว่าฉันก็พอมีอยู่บ้างนะ” นับดาวพูดอย่างมั่นใจ พอดีไคคุงเดินมาเห็นนับดาวก็ถลาเข้ามาสวมกอด ยามาดะเห็นไคคุงก็ตกใจหลบๆหน้า นับดาวถูกไคคุงกอดก็ภูมิใจสะกิดให้ยามาดะดู “นี่ไง...ไหนว่าฉันไม่มีแรงดึงดูดทางเพศ”

ไม่ถึงอึดใจ ไคคุงก็ผลักนับดาวออกถามว่า เป็นยูกิตัวปลอมใช่ไหม มองอย่างรังเกียจถามว่า แล้วยูกิอยู่ไหน

ooooooo

ไคคุงขึ้นไปหายูกิถึงห้องซ้อม องอาจถามนับดาวอย่างไม่พอใจว่าพาไคคุงขึ้นมาทำไม ไม่รู้หรือว่านายนี่ร้ายกาจขนาดไหน นับดาวถามว่าก็เขาเป็นแฟนยูกิไม่ใช่หรือ ปล่อยให้ยูกิจัดการเองดีกว่า แล้วถามองอาจว่า

“คุณว่าฉันมีแรงดึงดูดทางเพศไหม”

“อะไรเนี่ย ถามอะไรไม่เข้าท่า” องอาจบ่นๆแล้วเดินหนีไป นับดาวมองตามเซ็งๆที่ถามแล้วไม่ได้รับคำตอบ

การมาปรากฏตัวของไคคุงทำให้บรรยากาศตึงเครียดทันที ยิ่งเมื่อยูกิที่ไม่รู้ถึงความบาดหมางกันของยามาดะกับไคคุงและเป็นไทที่เคยมีเรื่องกับไคคุง เธอแนะนำไคคุงแก่สองหนุ่ม ไคคุงจ้องหน้ายามาดะ พูดอย่างเกือบจำได้ว่า ทีแรกตนก็รู้สึกคุ้นหน้า แต่เมื่อรู้ว่าชื่อยามาดะ ก็รู้สึกคุ้นชื่อขึ้นมาด้วย

“จะไม่คุ้นได้ไงล่ะคะ ก็ยามาดะเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับเราตอนมัธยมไง” ยูกิทบทวนความหลังอย่างใสซื่อ

ไคคุงจำเรื่องราวในอดีตได้ทันที ทั้งเรื่องยามาดะส่งจดหมายสีชมพูให้ยูกิ จนกระทั่งยามาดะถูกไล่ออกจากโรงเรียน พอจำได้ไคคุงก็ตกใจที่มาเจอยามาดะอีกครั้ง ส่วนเป็นไทก็ตกใจเห็นถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ยามาดะเองก็กังวลกับการเผชิญหน้ากับไคคุงอีกครั้ง

มีแต่ยูกิคนเดียวเท่านั้นที่ยิ้มแย้มใสซื่อ ไม่รู้ถึงอุณหภูมิที่คุกรุ่นขึ้นทุกทีนั้นเลย...

เมื่อพักทานอาหาร สามหนุ่มเดินห้อมล้อมยูกิไปที่ร้านอาหาร ผ่านนับดาวที่ยืนมองตาละห้อยเพราะตัวเอง ไม่อยู่ในสายตาใครเลย เมื่อนั่งทานอาหาร ไคคุงแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของยูกิ เอาอกเอาใจกระทั่งป้อนอาหารให้

ยามาดะมองอย่างเจ็บปวด เป็นไทอึดอัด ทั้งคู่รู้สึกตัวเป็นส่วนเกินจึงขอตัวกันไป คงเหลือแต่ไคคุงนั่งประกบเอาใจยูกิกันตามลำพัง...

สองหนุ่มที่ลุกจากโต๊ะมาเซ็งๆ เป็นไทบอกยามาดะว่าอย่าเพิ่งท้อเรื่องยูกิ ตนเชียร์เขา และเชื่อว่ายูกิชอบเขา

“ผมมันตัวสำรอง ตอนนี้ตัวจริงเขามาแล้ว ผมรู้จักยูกิมาเป็นสิบปี ถ้าเขาชอบผม เขาคงไม่เลือกไคคุงตั้งแต่แรก”

ooooooo

แม้ว่ายูกิจะไม่ปฏิเสธท่าทีของไคคุง แต่นั่นเป็นเพียงฉากฉาบฉวย แต่ลึกๆแล้วเธอแคร์ยามาดะ เมื่อลุกจากโต๊ะก็ยังกวาดตามองหา กระทั่งกลับถึงโรงแรมผ่านห้องพักของยามาดะก็เคาะเรียก เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากในห้อง เธอเขียนข้อความสอดเข้าไปทางใต้ประตูว่า

“งอนได้ แต่ห้ามหนีไปไหนอีกนะ จาก ยูกิ”

ยามาดะอยู่ในห้อง หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นอ่านแล้วอมยิ้มอย่างมีความสุข

ส่วนนับดาวกลับบ้านอย่างละเหี่ยใจที่ตัวเองไม่ได้ อยู่ในสายตาใครเลย ซ้ำระหว่างทางยังถูกมอเตอร์ไซค์ทำน้ำกระเด็นใส่จนเลอะเทอะแต่เธอก็ไม่มีแก่ใจจะดูแลตัวเอง

เมื่อกลับถึงบ้าน เจอรจนากับวราพรรณนั่งดูทีวีอยู่ พอเห็นสภาพของนับดาวก็มองกันอึ้ง นับดาวถามทันทีว่า

“นี่ทุกคน บอกมาซิ ฉันเป็นคนมีแรงดึงดูดทางเพศไหม”

ทั้งย่าและเพื่อนทำเสียง “อื้อหือ” พร้อมกับเบ้หน้า เธอถามอีกว่า “ฉันน่าเกลียดนักรึไง” ทั้งสองพยักหน้าหงึก “เฮ้ย ทำไมไม่ให้กำลังใจกันบ้างเลย” นับดาวโวยวาย รจนาเลยบอกว่า ดูสภาพแล้วมันน่าให้กำลังใจไหม ส่วนวราพรรณพูดอย่างเหลือรับว่า “ไม่รอดว่ะแก”

ถามกันคนละเรื่อง ตอบกันคนละอย่าง เลยทำให้นับดาวท้อจนบอกไม่ถูก...

ooooooo

เมื่อเข้าห้องนอน นับดาวถามอีกว่าตนมีแรงดึงดูดทางเพศไหม พลางก็ทำท่าเซ็กซี่ตามประสาของตัวเอง จนวราพรรณต้องบอกเพื่อนว่า แรงดึงดูดทางเพศหมายถึงการพูดจา ท่าทาง สีหน้าแววตาที่ดูมีเสน่ห์ ดึงดูดต่างหาก นับดาวถามว่ามันเป็นยังไง

“ก็แบบ...ตาต้องจิก ปากเผยอนิดๆ เวลาตอบคำถามก็ต้องดูฉลาด ให้คนคิดต่อได้ มั่นใจ อะไรพวกนี้แหละ มันก็อธิบายไม่ค่อยจะถูกเหมือนกันนะ”

นับดาวท่องที่วราพรรณบอกไว้จนขึ้นใจ เห็นปกนิตยสาร ที่มีผู้หญิงทาปากแดงแช้ดวางอยู่ก็คิดว่าต้องเป็นแบบนี้

รุ่งขึ้น นับดาวไปที่ห้องซ้อมแต่เช้าแล้วมองตัวเองในกระจก ทำท่าทุกอย่างตามที่วราพรรณบอกแล้วโพสท่าเต้นแบบยูกิ บังเอิญเป็นไทมาแต่เช้าเหมือนกัน นับดาวทดสอบภาคปฏิบัติทันที

เป็นไทถามว่าทำไมวันนี้มาแต่เช้า นับดาวก็ตอบแบบที่คิดว่าฉลาดฉะฉานที่สุดแล้วว่า

“มาทำอะไร...ประเด็นนี้น่าสนใจนะคะ ไม่เคยมีใครตั้งคำถามแนวนี้กับฉันมาก่อนเลย”

เป็นไทงงถามว่า เป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้ดูพูดจา แปลกๆ นับดาวตอบให้แปลกยิ่งขึ้นไปอีก จนเป็นไทบอกว่าวันนี้ไม่มีซ้อม นับดาวจิกตาทำปากเผยอถามว่าไม่มีซ้อมแล้วเขามาทำไมแต่เช้า

“นี่ตากับปากไปโดนอะไรมา แพ้ยากันยุงรึไง” พูดแล้วเป็นไทเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว

นับดาวงงที่ตนทำทุกอย่างตามที่วราพรรณบอกแล้วแต่ก็ยังดึงดูดทางเพศเป็นไทไม่ได้ คิดว่าปากอาจจะยังแดงไม่พอเลยรีบควักลิปสติกออกมาเติมให้มันแช้ดยิ่งขึ้น

เป็นไทออกมาบอกให้เธอไปธุระกับตนข้างนอกเขาเดินเข้าหา นับดาวนึกว่าแรงดึงดูดทางเพศของตนมาแล้ว! หลับตาพร้ิมเผยอปากรอจูบ แต่แล้วก็ลืมตาโพลงเมื่อกลายเป็นว่า เป็นไทเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดลิปสติกที่ปากเธอ บอกว่าตนไม่ไปกับคนแต่งตัวแบบนี้หรอก แซวว่าเมื่อกี้เคลิ้มหรือ เห็นหลับตาพริ้มเลย นับดาวอายก้มหน้างุด เป็นไทมองขำๆที่แกล้งเธอได้

ooooooo

แล้วก็มีเรื่องโกลาหลอีก เมื่อมาที่โรงแรมในงานที่ยูกิจัดแจกลายเซ็น บรรดาแฟนคลับกับนักข่าวมารอกันเต็มหน้าห้อง นับดาวมองตื่นๆ องอาจบอกว่า อย่าให้นักข่าวเห็นเพราะเดี๋ยวจะขุดคุ้ยเรื่องยูกิตัวปลอมกันให้วุ่นอีก แนะว่าให้พาไปหลบที่ห้องอื่นก่อน

คุยกันไม่ทันจบดีประตูห้องแถลงข่าวเปิดออก แฟนคลับและนักข่าวกรูกันเข้ามา นับดาวเลยต้องตกกระไดพลอยโจนนั่งที่โต๊ะเตรียมแจกลายเซ็น

ทันใดนั้น บอดี้การ์ดพายูกิเข้ามา แฟนคลับพากันกรี๊ดกรูเข้าไปหา นับดาวเลยรีบมุดลงใต้โต๊ะ แฟนคลับคนหนึ่งก้มเก็บของที่หล่นเห็นปลายเท้านับดาวโผล่มา ถามว่าตัวอะไรอยู่ใต้โต๊ะ

“ไม่มีอะไรค่ะ ไม่มีอะไร หมาของทีมงานฝากไว้” ยูกิแก้สถานการณ์

ที่ใต้โต๊ะ นับดาวมุดคุดคู้อย่างรันทดที่กลายเป็นหมาไปแล้ว คอยยูกิแจกลายเซ็นจนหลับไป เมื่อแจกลายเซ็นเสร็จ ทุกคนกลับกันหมดแล้ว พนักงานมายกโต๊ะออก จึงเหลือแต่นับดาวนอนหลับคุดคู้อยู่กลางห้อง

เมื่อเป็นไทมาปลุก เธอบ่นว่าไม่เห็นใครมาบอก เขาพูดขำๆว่าก็เธอนอนขี้เซาเอง แล้วพูดอย่างประทับใจว่า

“ขอบคุณนะ ที่ยอมลำบากเพื่อผม”

เป็นไทส่งมือให้นับดาวจับดึงตัวขึ้นมา เพียงเท่านี้ นับดาวก็ชื่นอกชื่นใจจนยิ้มไม่หุบแล้ว

ooooooo

การมาเจอกันอีกครั้งของไคคุงกับยามาดะ ทำให้ความแค้นในอดีตที่สั่งสมมานานคุขึ้นอีกครั้ง ยิ่งเมื่อยามาดะรู้ว่าตนถูกไคคุงยุพ่อที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนไล่ตนออก ก็ยิ่งแค้น แต่เขาก็ถูกไคคุงขู่ว่า ณ วันนี้ตนทำอะไรได้มากกว่าในอดีตมาก ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ไปเสีย

“ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้เพราะแกเองเหรอ ไคคุง” ยามาดะแค้นคุอยู่ในใจ

ไคคุงโทร.ไปหาซีซี ฝ่ายนั้นกัดไม่ปล่อยจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กันในคืนนั้นหมายทำลายความสุขของยูกิ ทำให้ไคคุงวางแผนจัดการเธอก่อนที่ตัวเองจะถูกแฉ ยามาดะสะกดรอยติดตามการเคลื่อนไหวของไคคุงอยู่ สงสัยความสัมพันธ์ระหว่างไคคุงกับซีซี ทั้งยังสงสัยว่าไคคุงโทร.หาซีซีจะมีแผนชั่วอะไรอีก

ดังนี้ เมื่อพบกับยูกิที่ล็อบบี้โรงแรมในตอนเย็น ยามาดะถามเธอว่า ทำไมถึงคบกับไคคุง ยูกิบอกว่าตนขอเวลาหน่อยเพราะคบกับไคคุงมาหลายปีแล้ว เพราะหลังจากเขาส่งจดหมายสีชมพูให้ตนแล้วก็หายเงียบไปเลย มีแต่ไคคุงเท่านั้นที่อยู่ข้างๆตนตลอดเวลา

ยามาดะโต้ว่า เธอเองต่างหากที่เอาจดหมายของตนทิ้งถังขยะ เมื่อยูกิบอกว่าตนไม่ได้ทำ ถามว่ามาหาเรื่องตนทำไม ทำให้ยามาดะฉุกคิดได้ พึมพำหน้าเครียด...แค้น

“ฝีมือไคคุงอีกแน่ๆ!”

ooooooo

ไคคุงเรียกซีซีมาพบกันที่ร้านอาหาร เธอคิดว่าเขาจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น แต่เขากลับบอกว่า ถ้าพูดจริงๆแล้ว เรื่องเกิดขึ้นเพราะความเมาของเราทั้งสองคน แล้วหยิบเช็คให้บอกว่า นี่คือส่วนที่ตนผิด

ซีซีถามว่าหนึ่งล้านสำหรับสิ่งที่ตนสูญเสียไปหรือ ไคคุงพูดอย่างดูแคลนว่า สถานะอย่างเธอตอนนี้ หาเงินหนึ่งล้านไม่ได้ง่ายๆหรอก ซีซีด่าเขาว่าอย่ามาดูถูกกัน ไคคุงจะดึงเช็คคืน ซีซีเอาเช็คหลบ ต่อรองว่า

“นี่ถือว่าเป็นค่าตกใจ แต่ถ้าอยากให้ฉันปิดปากเงียบ คุณต้องทำอะไรฉลาดกว่านี้ รู้ไว้เสียด้วย” เห็นไคคุงทำท่าจะไม่ยอม ซีซีขู่ว่า “ฉันรู้ว่าคุณน่ะทำธุรกิจอาหารทะเลบังหน้า แต่จริงๆแล้วน่ะ คุณมันก็พ่อค้ายานั่นเอง แล้วนางยูกิ...มันก็คงยังไม่รู้”

“ถ้ามีใครรู้ละก็...คุณนั่นแหละจะตายคนแรก” ไคคุงพลิกสถานการณ์ แต่ถูกซีซีสวนกลับทันทีว่า

“ฉันไม่กลัวหรอกความตายน่ะ ขู่ไปเถอะ คุณไปคิดข้อเสนอที่ดีกว่านี้มาให้ฉันดีกว่า แลกกับตายจะได้คุ้มหน่อย”

ooooooo

เป็นไทพานับดาวไปกินอาหารค่ำ เธอกินอย่างหิวโหยจนเป็นไทถามว่า หิวมากรึไงกินไม่หยุดเลย นับดาวกินไปพูดไปว่า ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย ถูกเขาลากไปโน่นมานี่ไม่ได้หยุด เป็นไทบอกว่าถือว่ามื้อนี้เป็นมื้อขอบคุณก็แล้วกัน

“ก็ควรจะขอบคุณอยู่หรอก ฉันลำบากนี่”

“ดูพูดเข้า ช่างไม่มีความอ่อนโยนแบบผู้หญิงเอาเสียเลย” นับดาวตัดบทว่าไม่ต้องพูดหรอกตนรู้ว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ทางเพศอยู่แล้ว “ใครบอก คุณน่ะมีเสน่ห์นะ ความเป็นธรรมชาติน่ะมีเสน่ห์ที่สุดแล้ว”

นับดาวหยุดกินทันที ถามว่าหลอกให้ตนดีใจรึ เปล่า แต่ก็ยิ้มพูดว่าตนก็มีความสุขที่ได้ยินจากเขา

จังหวะนั้นเอง มีโทร.เข้ามือถือเป็นไท เขาตอบรับอย่างตื่นเต้นว่า

“ว่าไงครับยูกิ ได้ครับได้...ว่างครับ...ไม่มีธุระอะไรสำคัญกว่าคุณอยู่แล้ว ครับผมไปเดี๋ยวนี้เลยครับ” พอวางสายจากยูกิ เป็นไทบอกนับดาวว่า “เดี๋ยวผมต้องไปก่อน กลับบ้านเองก็แล้วกัน” พูดแล้วหยิบเงินวางไว้หนึ่งพันเป็นค่าอาหารแล้วเดินออกไปเลย

“ถึงฉันจะมีเสน่ห์จริง แต่ก็สู้ยูกิไม่ได้อยู่ดี” นับดาวพึมพำ มองตามเป็นไทไปหน้าจ๋อยๆ ครู่เดียวก็เห็นไคคุง นั่งกินอาหารอยู่กับซีซี นับดาวมองอย่างสงสัยว่า“สองคนนี้เป็นมิตรกันตั้งแต่เมื่อไหร่...เฮ้อ...แต่ใครจะดีกับใครยังไง ฉันก็เดินคนเดียว ไม่มีใครมาสนใจอยู่ดี”

ooooooo

เป็นไทไปพบยูกิที่คอฟฟี่ช็อปโรงแรม เขานั่งเหม่อๆจนยูกิถามว่าคิดเรื่องอะไรอยู่หรือ

“ผมกำลังคิดว่า ทำไมนับดาวกับคุณ ทั้งที่หน้าตาเหมือนกันแท้ๆ ทำไมชีวิตถึงได้ต่างกันนัก” เขาพูดอย่างไม่ต้องการคำตอบ แล้วถามเธอว่าเรียกตนมามีอะไรหรือ เธอบอกว่าแค่รู้สึกเหงาๆ “อ้าว แล้วคุณยามาดะล่ะครับ?”

ยูกิไม่ตอบแต่กลับถามเขาว่า “คุณชอบนับดาวหรือคะ” เห็นเขาอึกอักเธอเลยพูดเสียเองว่า “แปลกนะคะ ฉันกับนับดาวหน้าตาก็เหมือนกัน ทำไมคุณถึงไม่ชอบฉัน”

“เอ่อ...ตอบยากกว่าคำถามแรกอีกครับ” เป็นไทตอบติดตลกแล้วก็หัวเราะกัน เพราะต่างก็มีความในใจที่ไม่อยากเล่า

ooooooo

แพรวไพลินเห็นรูปเป็นไทกับยูกิในสิ่งพิมพ์ต่างๆ ทนไม่ได้ไปหาสังวรให้เขาช่วยหาทางให้ตนกลับไปหาเป็นไทอีกครั้ง บอกสังวรว่า ตนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นไทกลับคืนมา

สังวรมองเธอเหมือนจะวัดใจแล้วหยิบขวดยาบนโต๊ะให้เธอเอายานี้ให้ยูกิกินในวันเล่นคอนเสิร์ต บอกว่าต้องการให้ยูกิขึ้นเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้เท่านั้นเอง เพราะมันจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงใช้งานไม่ได้ไประยะหนึ่งเท่านั้น ถ้าทำได้เขาก็จะปลุกกระแสระหว่างเธอกับเป็นไทให้

ในงานคอนเสิร์ตนี้ องอาจเสนอเป็นไทให้เพิ่มจังหวะเซอร์ไพรส์ตอนเปิดตัวยูกิ โดยให้นับดาวแต่งชุดเหมือนยูกิยืนหันหลังทำเหมือนร้องเพลงอยู่ด้านข้างเวที แต่ยูกิตัวจริงจะออกมาอีกทางหนึ่ง แม้นับดาวจะกังวลแต่ก็รับทำ

แพรวไพลินรับงานจากสังวร แอบเอายาใส่ในแก้วน้ำที่เขียนว่า “ยูกิ” แต่คนรับเคราะห์กลายเป็นนับดาวเพราะเธอหยิบขนมปังที่วางอยู่กินขณะโต้เถียงกับองอาจ ขนมปังติดคอองอาจเลยให้คนหยิบแก้วน้ำนั้นมาให้กิน นับดาวดื่มน้ำจนหมดแก้ว

แพรวไพลินติดตามอยู่ เธอได้รับโทรศัพท์จากสังวรถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่า “กินไปแล้วล่ะ” สังวร ซักถามรายละเอียด เธอจึงบอกว่าเห็นคนเอาแก้วน้ำที่เขียนว่า “ยูกิ” เข้าไปแล้ว คิดว่าคงไม่มีใครกล้ากิน

สังวรบอกให้เธอคอยติดตามผลแล้วรายงานตน  เธอถามว่าถ้าตนถูกจับได้ขึ้นมาล่ะ สังวรตอบอย่างไม่แยแสว่า

“นั่นมันปัญหาของคุณ ถ้าคุณอยากให้ผมลงข่าวสร้างกระแสให้คุณกับคุณเป็นไท แล้วก็ช่วยให้กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม คุณก็ต้องคิดวิธีการเอง” พูดแล้ววางสายเลย แพรวไพลินนิ่งคิดอย่างหนักใจ

ooooooo

เมื่อได้เวลา นับดาวไปยืนข้างเวที เมื่อเจ้าหน้าที่เอาไมค์มาให้ถือทำท่าร้องเพลง ปรากฏว่ามือเธออ่อนทำไมค์หล่นถึงสามครั้ง เมื่อยูกิออกไปหน้าเวที เธอต้องวิ่งกลับไปเพื่อรอยูกิที่ใต้เวที ปรากฏว่าขาไม่มีแรงวิ่งล้มไม่เป็นท่าแต่ก็ลุกเดินตุปัดตุเป๋ไปจนได้

แพรวไพลินจับตาดูยูกิอยู่ เห็นเธอเดินออกมาหน้าเวทีอย่างสง่างาม แพรวไพลินมองอึ้งพึมพำ

“ทำไมยังเดินได้ล่ะ”

เป็นไทได้ยิน แต่พอถามเธอก็รีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แล้วนั่งจ้องยูกิร้องเพลงลุ้นๆ

นับดาววิ่งทุลักทุเลไปที่ใต้เวทีเพื่อรับยูกิ พอยูกิลงมาเธอยื่นมือไปรับแต่ไม่มีแรง เลยดึงยูกิตกลงมา ยูกิหมดสติไปทันที เป็นไทกับองอาจเห็นเวทีว่างถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น ครู่เดียวเจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่ายูกิตกลงมานอนไม่ได้สติที่ใต้เวที แพรวไพลินได้ยินก็พึมพำอย่างสะใจว่า “ฉันซะอย่าง มีเหรอที่จะไม่ได้ผล”

ยูกิถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เป็นไทมองนับดาวอย่างโทษว่าเป็นความผิดของเธอ ด่าเธอว่า เห็นแก่ตัวทำยูกิเพราะพยายามที่จะขึ้นมาแทนที่เธอ นับดาวเสียใจมาก พึมพำทั้งที่อ่อนแรงเต็มทีว่า

“ให้คนทั้งโลกเกลียดและคิดว่าฉันเลวแค่ไหน ฉันทนได้ แต่ทำไมต้องเป็นคุณ...”

“คุณก็รู้ว่าผมตั้งใจกับคอนเสิร์ตนี้แค่ไหน แล้วนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่คุณทำมันพัง!” ด่าแล้วเดินไปเลย

เมื่อนับดาวกลับไปที่ห้องแต่งตัว แพรวไพลินเดินตามมาดูเห็นนับดาวร้องไห้ก็บอกว่า เธอไม่ได้เป็นอย่างนี้ตลอดไปหรอก มันก็แค่ยาทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว แต่ขู่ว่าถ้าไม่เลิกให้ท่าเป็นไทจะโดนหนักกว่านี้อีก

“เธอ-เอง-เหรอ...” นับดาวพูดอย่างลำบากมาก มองแพรวไพลินอย่างเจ็บใจ “ฉัน ไม่ ปล่อยเธอ ไปง่ายๆ หรอก” เธอพยายามลากสังขารตามแพรวไพลินไป รวบรวมแรงขึ้นตะกายขึ้นรถไปด้วย แพรวไพลินพยายามจะลากนับดาวลงมา แต่มีทีมงานเดินมาเห็นจึงจำต้องขับรถออกไป

นับดาวนอนไม่ได้สติอยู่บนรถ แพรวไพลินไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหน ตัดสินใจไปหาสังวรที่ออฟฟิศเขา ถูกสังวรด่าว่าทำแบบนี้ก็ตายกันหมดเท่านั้น แต่พอเห็นนับดาวขาวอวบก็เปลี่ยนใจสั่งให้พาไปที่ห้องทำงานตนเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า

ooooooo

ยูกิถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก พักสักวันก็ซ้อมต่อได้ เมื่อเธอรู้สึกตัวองอาจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ยูกิเล่าตามจริงว่านับดาวมารับตนแต่บ่นว่าไม่มีแรงเลยตกลงไปด้วยกัน องอาจโพล่งออกไปทันทีว่า “นั่นไง! เพราะนับดาวจริงๆด้วย”

“อย่าโทษนับดาวเลย เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆมันเป็น อุบัติเหตุมากกว่า ฉันว่าเธอเป็นคนดีเกินกว่าที่จะทำอะไรแบบนั้น”

เป็นไทฟังแล้วนึกลำดับเหตุการณ์ นับแต่ได้ยินแพรวไพลินพูดจนถึงเรื่องน้ำดื่มของยูกิที่นับดาวกิน เขาบอกองอาจว่า “ผมพอจะลำดับอะไรได้บ้างล่ะ ผมขอตัวก่อนนะ” พูดแล้วเดินอ้าวออกไปเลย องอาจมองงงๆบ่นอุบอิบ

“เข้าใจคนเดียวตลอด...”

ตกค่ำ ยามาดะไปเยี่ยมยูกิที่โรงพยาบาลพร้อมช่อดอกไม้ที่เตรียมจะให้ในงานคอนเสิร์ต แต่กลายเป็นต้องเอามาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลแทน ไคคุงมาเยี่ยมเช่นกัน ยามาดะถามเย้ยว่ามีแบบตนมาเยี่ยมด้วยหรือเปล่าถ้าไม่มีก็ออกไปเลย ทำให้ไคคุงเสียหน้า แค้นใจมาก ออกจากห้องโทร.สั่งสมุนทันที

“แกรีบมาหาฉันที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจะให้แกฆ่าไอ้ยามาดะให้ตายไปเสียที ฉันทนมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”

ooooooo

เมื่อเป็นไทลำดับเหตุการณ์ได้ก็รีบกลับไปหานับดาวที่ฮอลล์คอนเสิร์ต แต่หาตัวไม่เจอแล้ว ทีมงานคนหนึ่งบอกว่าเห็นขึ้นรถไปกับแพรวไพลินตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ทำให้เป็นไทยิ่งเป็นห่วง เขารีบโทร.หาแพรวไพลิน

แพรวไพลินมาอย่างกระดี๊กระด๊าคิดว่าเป็นไทกลับมาหาตนแล้ว แต่พอเขาบอกว่ารู้เห็นพฤติการณ์ของเธอหมดแล้วและไม่มีวันจะรักคนอย่างเธอได้ แพรว–ไพลินก็ทวงสัญญาทวงหนี้ เป็นไทยืนยันว่าตนไม่ลืมหนี้แต่นับดาวไม่เกี่ยว เธอทำกับนับดาวอย่างนั้นทำไม

เมื่อแพรวไพลินบอกว่าตนแค้นยูกิที่มาแย่งเขาไป เป็นไทถามว่านับดาวบอกว่าเธอเป็นยูกิหรือแล้วตอนนี้เธออยู่ไหน แพรวไพลินไม่บอก แต่เป็นไทเดาได้ว่าอยู่กับสังวร เขาบึ่งรถไปทันที คิดไปตลอดทางอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า

“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยนับดาว ทำไมต้อง

ยอมรับว่าเป็นยูกิด้วย...”

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ยามาดะยังเฝ้าอยู่แต่ทำท่าไม่สนใจ ถามยูกิว่าทำไมเธอไม่เลือกใครสักคน จะกั๊กไว้ทั้งสองคนทำไม

ทันใดนั้นเอง ไคคุงพรวดเข้ามาพูดอย่างมั่นใจว่า อย่างไรเสียยูกิก็ต้องเลือกตน เพราะตนเหนือกว่ายามาดะทุกอย่าง แต่ไม่ทันที่จะทะเลาะกัน ซีซีก็พรวดเข้ามาอีกคน พูดขณะมองหน้าไล่ไปทีละคนว่า

“อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ เหล่าแบล็กลิสต์ของฉัน” แล้วจ้องหน้ายามาดะ “โกงเงินฉันมาแล้วพานางยูกิหนีเนี่ย ยังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะ...ว่าไหมยูกิ” แต่บอกทั้งสองคนว่า ไม่ต้องกลัว เพราะวันนี้ตนมาสะสางกับไคคุง

ไคคุงตกใจเพราะส่งคนไปกำจัดซีซีแล้ว และสมุนก็รายงานว่าเรียบร้อยไม่ต้องห่วง แต่ที่แท้คืนนั้นซีซีร้อง ขอความช่วยเหลือจนยามที่ลานจอดรถมาช่วยไว้ สมุนของไคคุงเลยถูกจับทั้งหมด

ที่เสียท่ากว่านั้นคือ ขณะสมุนอยู่บนโรงพัก ไคคุง ก็โทร.สั่งสมุน แต่ตำรวจเป็นคนรับสาย ไคคุงสั่งสมุนให้ไปหาตนที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ จะให้ฆ่ายามาดะเพราะตนทนไม่ไหวแล้ว

ซีซีบอกไคคุงว่า เวลานี้ตำรวจมาอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดแล้ว ไคคุงแค้นใจด่าซีซีว่าทำตนแสบมาก ส่วนซีซีก็พูดกับยูกิอย่างสะใจว่า “ถึงฉันจะทำลายงานของเธอไม่ได้ ฉันก็ทำลายหัวใจของเธอสำเร็จจนได้”

“ฉันไม่ได้รักไคคุง...เธอทำลายผิดคนแล้ว” ยูกิบอก ทำเอาทั้งซีซีและไคคุงอึ้ง ยูกิเล่าว่าที่ตนปฏิบัติดีกับไคคุงเพราะเขาดีกับตน แต่ไม่เคยรัก ตนมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

สุดท้าย ทั้งไคคุงและซีซีก็ถูกตำรวจพาตัวไปโรงพัก ในสภาพที่ล้มเหลว ทั้งการแก้แค้นซ้ำยังกลายเป็นผู้ต้องหา...

ooooooo

สังวรที่คิดว่านับดาวคือยูกิ กำลังพร่ำเพ้อกับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนับดาวอย่างคลั่งไคล้ใหลหลง ขณะเขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเม็ดแรกของเธอนั่นเอง เป็นไทก็ถีบประตูเข้ามากระชากเขาจากร่างนับดาว

เมื่อสังวรรู้ว่าร่างนั้นคือนับดาวก็โวยวาย พร่ำเพ้อหาแต่ “ยูกิของฉัน” จนเป็นไทปรามว่า ยูกิไม่ใช่ของใคร ให้เลิกบ้าเสียที ทุกคนต้องวุ่นวายเพราะพฤติกรรมของเขามามากแล้ว บอกว่าจะพานับดาวไปแจ้งความ สังวรตกใจชักปืนออกมาเล็งไปที่เป็นไททันที

นับดาวรู้สึกตัวรวบรวมกำลังพุ่งเข้าชนเป็นไทล้มลง เอาตัวบังเขาไว้ เป็นไทอุ้มนับดาวเดินออกไปพลางท้าสังวรให้ยิงเลย สังวรขู่ว่าถ้าออกไปตนยิงจริงๆ เป็นไทหันบอกอย่างรู้ทันว่า ถ้าอยากจะยิงปืนให้เปิดคู่มือหาวิธีปลดเซฟเสียก่อน

สังวรเจ็บใจที่ขู่เป็นไทไม่สำเร็จ ก้มมองปืนในมือพึมพำ “เซฟมันอยู่ตรงไหนวะเนี่ย?”

เป็นไทพานับดาวไปนั่งรถขับพาออกไป เขาเหลือบมองเธอที่หลับอย่างอ่อนเพลีย เอื้อมมือติดกระดุมเสื้อที่ถูกสังวรปลดอย่างสุภาพ ลูบหัวเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเธออย่างเอ็นดู

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่อนับดาวตื่นขึ้นมาเธอดีใจที่ร่างกายมีแรงเหมือนเดิมแล้ว ถามว่าทำไมตนมาอยู่ที่บ้านได้ ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ รจนาบอกว่าเป็นไทพามาส่งและย่าเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เอง

นับดาวทบทวนเหตุการณ์ ยิ่งเสียใจเมื่อนึกถึงที่เป็นไทโทษว่าเธอเป็นคนทำให้ยูกิเป็นแบบนี้ บอกย่ากับวราพรรณว่าจะไม่กลับไปทำงานกับเป็นไทอีกแล้ว วราพรรณบ่นว่า บอกแล้วว่าอย่าไปทำเลยเสียเวลาเปล่าๆ

“เสียเวลาน่ะไม่ใช่ประเด็นหรอก เสียความรู้สึกมากกว่า ต่อไปนี้ฉันไม่เจอเขาอีกแล้ว ฉันจะไม่ให้อภัยเขาอีกแล้ว”

“แล้วถ้ามันมีเหตุให้บังเอิญเจอกันล่ะ” นับดาวบอกว่าถ้าบังเอิญก็จะให้เวลา 3 ครั้งถึงจะให้อภัย “ชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะเว้ย จะเอาไปผูกกับชะตาบ้าบออะไรนี่ จะดีเหรอ” วราพรรณทักท้วง

เพียงสายๆ วราพรรณก็ไปปรากฏตัวที่ออฟฟิศ เป็นไท บอกว่านับดาวให้มาทำงานแทน เพราะไม่อยากสร้าง ความวุ่นวายให้พวกเขาอีก ส่วนหนี้ที่ติดไว้จะส่งคืนทุกเดือน

เป็นไทบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้แล้วเดินอ้าวออกไป แต่องอาจกลับทำก้อร่อก้อติกบอกวราพรรณว่า เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รู้จักกันดีขึ้น วราพรรณตวาดว่า “ใครอยากรู้จักคุณ” แล้วเดินสะบัดออกจากห้องไป

เป็นไทลิ่วไปบ้านนับดาว รจนาบอกว่าไม่อยู่ ออกไปหางานทำ ถามเป็นไทว่าเขาห่วงเรื่องสแตนด์อินยูกิบนเวทีใช่ไหม งานแบบนั้นใครก็ทำได้เพราะมองไกลๆ เท่านั้น พลางก็เอาชุดคอนเสิร์ตดับเบิ้ลยูกิที่ซักรีดเรียบร้อยแล้วคืนเขา

“มันไม่ใช่เรื่องพวกนี้สักหน่อย นับดาวเป็นอะไรของเขา ทำไมมาทำงานไม่ได้”

“คุณคงไม่ใช่คนใจร้ายนักหรอกใช่ไหม ถ้างั้นสงสารมันเถอะ อย่าให้มันต้องเจ็บไปมากกว่านี้เลย”

เป็นไทพูดไม่ออก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนับดาว... ระหว่างนั้น เขาได้รับโทรศัพท์เตือนให้ไปรับยูกิออกจากโรงพยาบาล เขาบอกว่าไม่ลืมหรอก เดี๋ยวไปรับเอง

ooooooo

นับดาวไปหาหมอ ปรากฏว่าหูขวาที่ตึงนั้นดีขึ้นมาก นับดาวไม่สนใจแต่กลับถามหมอว่ารักษาโรคหัวใจได้ไหม ทำเอาหมองง เธอบ่นเศร้าๆว่า “หนูว่าเป็นแบบนี้...กลับไปหูตึงอย่างเดิมดีกว่า”

ส่วนยามาดะก็ดูแลปรนนิบัติยูกิอย่างดีอยู่ที่โรง– พยาบาล จู่ๆนับดาวก็เปิดประตูเข้ามา ยามาดะจึงขอตัวไปข้างนอก

นับดาวไปลายูกิ เธอรำพึงรำพันด้วยความน้อยใจว่า ตนใฝ่ฝันอยากไปยืนในจุดที่ยูกิยืน แต่ก็ทำได้แค่เงาของเธอ ถามว่าตนผิดตรงไหน เพราะหน้าตาเหมือนกับยูกิราวกับฝาแฝด แต่ทำไมชีวิตจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เป็นเพราะตนจน ตนเป็นลูกกำพร้าใช่ไหม ทำไมอะไรๆถึงได้เป็นแบบนี้

ยูกิปลอบใจว่า ตนเชื่อว่านับดาวเป็นคนดี สักวันหนึ่งเธอจะได้ผลตอบรับจากสิ่งที่เธอทำ ย้ำว่า

“เวลาเธออยากจะไปให้ถึงดวงดาว เธอรู้ไหมระยะทางมันไกลมากนะ ตั้งกี่ล้านปีแสงกว่าจะไปถึงตรงนั้น แต่ถ้าเธอไม่หยุดเดิน ยังไงวันหนึ่งมันก็จะไปถึงจนได้”

นับดาวขอบคุณสำหรับคำปลอบใจ บอกว่าวันนี้ตนตั้งใจมาลาเธอ ตนสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตเธอมามากแล้ว ตนควรจะไปดำรงชีวิตของตัวเองแบบที่ไม่ใช่เงาของเธออีกต่อไป

“ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ฉันก็ไม่ห้าม...ขอให้เธอโชคดีกับความฝัน” ยูกิยิ้มให้กำลังใจนับดาวที่ได้แต่ยิ้มเศร้าๆ

ooooooo

เป็นไทมาถึงโรงพยาบาล เจอยามาดะออกมายืนนอกห้องบอกว่ายูกิคุยธุระอยู่ พอรู้ว่ายูกิคุยกับนับดาว เป็นไทวิ่งไปที่ห้องทันที พอดีนับดาวเปิดประตูออกมา พอเห็นเป็นไทเธอตกใจวิ่งกลับเข้าไปในห้องแล้วกระโดดหน้าต่างหนีไป

เป็นไทวิ่งเข้าถามยูกิว่านับดาวล่ะ ยูกิบอกว่าไปแล้ว พลางมองไปทางหน้าต่าง เป็นไทวิ่งไปชะโงกดูเห็นนับดาววิ่งสุดชีวิตไปไกลแล้ว เขาวิ่งออกจากห้องไปอีกทางพึมพำ “คิดจะหนีเหรอ...”

นับดาววิ่งไปเจอรถเข็นใส่ชุดคนไข้เลยปลอมตัวเป็นคนไข้หนีรอดไปได้ บอกกับตัวเองว่า “นี่เป็นความบังเอิญครั้งที่ 1 สินะ” เธอเริ่มนับความบังเอิญที่ตัวเองกำหนดไว้ให้ 3 ครั้ง ผ่านครั้งนี้ไปก็เหลืออีกแค่ 2 ครั้งเท่านั้น...

ooooooo

หลังจากนั้น เป็นไทก็ไม่มีแก่ใจจะทำอะไร เฝ้าแต่คิดเรื่องนับดาว กระทั่งเอารถไปจอดเฝ้าที่หน้าบ้านรอนับดาวกลับ จนรจนาเวทนาบอกว่านับดาวไปทำงานและย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว

ยูกิเห็นอาการของเป็นไท ถามอีกครั้งว่าเขารักนับดาวใช่ไหม เป็นไทยังปากแข็ง ครั้นยูกิบอกว่าตนมองออก เขาจึงย้อนถามเหมือนจะยอมรับว่า “แต่ผมก็ไม่เห็นว่าการพูดไปมันจะมีประโยชน์อะไร”

“อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม” ยูกิถามด้วยความเห็นใจ เขาบอกว่าขออย่ามาให้ตนเห็นหน้าก็พอ ตนไม่อยากคิดถึงนับดาว

สังวรมาขอเจรจาขอหย่าศึกไม่อยากให้เป็นไทไปแจ้งความ เป็นไทไม่อยากมีเรื่องกับใครอีก มอบให้ องอาจไปเจรจาแทน

องอาจเห็นใจเป็นไท สงสารที่เอาแต่นั่งซึม วราพรรณถามว่าแล้วคิดหรือว่านับดาวจะมีความสุข ครั้นองอาจถามว่าแล้วเราจะปล่อยให้สองคนไม่มีความสุขทั้งที่ใจตรงกันหรือ วราพรรณบอกว่าไม่ใช่เรื่องของเรา องอาจสวนไปทันทีว่า

“ใช่สิ เรื่องแบบนี้มันเรื่องของตัวกลางเลยล่ะ”

ooooooo

ที่แท้นับดาวไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ เจ้าของร้านให้กินอยู่ที่ร้านเลย วันนี้เธอจึงนัดวราพรรณมาพบ วราพรรณแอบหยิบนามบัตรของร้านใส่กระเป๋า ทั้งสองคุยกันอย่างรู้ใจกัน วราพรรณถามเรื่องหัวใจของเพื่อน นับดาวตอบหงอยๆว่า

“ไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก ทำงานให้หนัก เหนื่อยเดี๋ยวก็หลับ เดี๋ยวก็ตื่นมาเจอเรื่องใหม่แล้ว”

“แกวิ่งหนีใจตัวเองให้ตายยังไงมันก็หนีไม่พ้นหรอกนับดาว แกไม่เหมือนนับดาวคนเดิมเลยว่ะ คนที่เคยอยากทำอะไรก็ทำ คนที่จริงใจกับความรู้สึกของตัวเอง”

“ฉันอาจจะเจ็บมากเกินไปมั้ง ถ้าแกสงสารฉัน เราคุยเรื่องอื่นกันเถอะ” นับดาวขอร้อง วราพรรณมองอย่างเห็นใจ

แล้วก็สบโอกาส เมื่อองอาจบอกเป็นไทว่าอีกอาทิตย์เดียวก็จะถึงงานคอนเสิร์ตแล้ว การเตรียมงานทุกอย่างเรียบร้อย คิดว่าทุกอย่างเพอร์เฟกต์มาก วราพรรณเสนอว่างั้นเราฉลองกันหน่อยดีไหม ทุกคนจะได้มีกำลังใจ

องอาจเห็นด้วย วราพรรณเสนอให้สั่งเบเกอรี่จากร้านอร่อย แล้วเอานามบัตรร้านที่นับดาวทำงานให้เป็นไทไปติดต่อร้านเบเกอรี่ องอาจไปซื้อลูกโป่งกับสายรุ้ง แล้วรวบรัดตัดบทเร่งทุกคนให้รีบไปจัดการ

เป็นไทไปถึงร้านเบเกอรี่ก็เย็นแล้ว นับดาวตกใจมากเพราะนี่เป็นการเจอกันโดยบังเอิญครั้งที่ 2 แล้ว เธอรีบหลบเข้าไปเอาแป้งทำเบเกอรี่มาคลี่เป็นแผ่นโปะหน้าตัวเอง แล้วออกไปพูดสำเนียงเด็กม้ง ถามว่าเอาเค้กขนาดไหนเลือกเอาเลย อดไม่ได้ที่จะถามสารทุกข์สุกดิบ จนเป็นไทแปลกใจ เธอรีบกลบเกลื่อนว่าถามเผื่อจะได้เป็นลูกค้าประจำกันต่อไป

นับดาวเลียบเคียงถามว่า “เชื่อเรื่องความบังเอิญหรือพรหมลิขิตไหม” เป็นไทตอบอย่างไม่สนใจว่าตนเชื่อเรื่องที่เราเลือกที่จะทำมากกว่า แล้วเลือกเค้กต่อ

ฝนฟ้าเป็นใจ จู่ๆก็เกิดตกหนักจนเป็นไทขอนั่งรอฝนซาที่ร้านสักพัก ทำให้นับดาวต้องนั่งคุยเป็นเพื่อน แอบบ่นในใจว่า “ซวยจริง นี่ก็แทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วนะเนี่ย ฝนดันมาตกอีก...เฮ้อ...”

ooooooo

เป็นไทไปเจอนับดาวปลอมเป็นคนม้งแต่ไม่ได้เอะใจ ส่วนนับดาวคร่ำครวญกับตัวเองเมื่อเขากลับไปแล้วว่า

“แค่เรื่องบังเอิญ 2 ครั้ง ฉันก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว ฉันคิดถึงคุณ...”

ยูกิกับยามาดะคุยกันถึงนับดาวเห็นถึงความดีของเธอที่ทำให้ยูกิโลดแล่นอยู่ในสังคมตลอดเวลาที่ตัวเธอถูกเอาไปเก็บไว้ที่เกาะ ยูกิตัดสินใจจะตามหาและตอบแทนด้วยการทำให้ความฝันของนับดาวเป็นจริง

เมื่อเจอนับดาวที่มาซื้อตั๋วดูคอนเสิร์ต ยูกิชวนเธอไปเป็นเกสต์ขึ้นร้องเพลงบนเวทีด้วย โดยร้องในนามของนับดาวแขกพิเศษของตน

นับดาวกลับไปเล่าให้ย่ากับวราพรรณฟังทั้งสองถามว่าตอบยูกิไปอย่างไร นับดาวบอกว่า “ขอคิดดูก่อน” ย่าบอกว่าถ้านับดาวไม่ไปตนจะไปแทนเอง นับดาวบอกวราพรรณว่าตนตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้อภัยเป็นไทถ้าไม่บังเอิญเจอกันครบ 3 ครั้ง วราพรรณติงว่า “อนาคตของแก แกตัดสินใจเอง” ในขณะที่ย่าก็ย้ำริกๆว่า “ถ้ามันไม่ขึ้น ฉันจะขึ้นแทน...”

ooooooo

องอาจเอาช่อดอกไม้ไปให้วราพรรณ เจอสังวรเอาตุ๊กตาผู้ชายติดชื่อเป็นไทกับตุ๊กตาติดชื่อนับดาววางอยู่หน้าบ้าน ทุกคนเชื่อว่าเป็นฝีมือสังวร ต่างเป็นห่วงเป็นไท องอาจโทร.ไปหาเป็นไทพอรู้ว่าเขาไม่เป็นไรก็โล่งใจ

แต่ที่แท้สังวรไปดักเอาปืนจี้เป็นไทขณะเขากลับบ้านบังคับขึ้นไปบนดาดฟ้า นับดาวทำกับข้าวอยู่ในครัวถูกมีดบาดนิ้ว สังหรณ์ใจว่าเป็นไทจะไม่ปลอดภัย ทั้งนับดาว องอาจ และวราพรรณพากันรีบไปหาเป็นไทที่คอนโดฯ ไม่พบเขาในห้องแต่เห็นรถเขาจอดอยู่ จึงพากันตามหา นับดาวขึ้นไปดูที่ดาดฟ้า เจอสังวรกำลังบีบคอเป็นไทจนอ่อนแรงพอดี

“หยุดนะ ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้ ถ้าแกทำอะไรคุณเป็นไท ฉันฆ่าแกแน่” นับดาวตวาด

สังวรคิดว่านับดาวเป็นยูกิ บอกว่า “ถ้าแกเห็นคนอื่นดีกว่าฉัน ก็ตายเสียเถอะ!” พลางเล็งปืนใส่นับดาว แต่เป็นไทกระโดดเข้าแย่งปืนได้ สังวรกลัวตายรีบยกมือยอมแพ้ หลังจากนั้น นักข่าวทีวีรายงานพร้อมภาพสดที่ปรากฏบนจอว่า

“หลักฐานจากกล้องวงจรปิด และพยานบุคคลบ่งชี้ว่า นายสังวรเป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าผู้จัดการคอนเสิร์ตชื่อดังและปิดฉากบทบาท บก.หนังสือนินทาดาราไปอย่างสิ้นเชิง...”

สังวรถูกตำรวจคุมตัวผ่านเป็นไท องอาจและ

วราพรรณ เป็นไทเอ่ยขึ้นอย่างสลดใจว่า

“ไม่น่าเชื่อนะ แค่ความอิจฉาตัวเดียว มันทำให้ชื่อเสียง ผลงาน ความสามารถทุกอย่างที่เคยสร้างสมมาให้สูญหายไปในพริบตา” องอาจเสริมว่าสังวรต้องไปทบทวนบทเรียนชีวิตตัวเองในตะรางแล้ว ส่วนวราพรรณภาวนาว่า

“เจ้าประคู้ณ...เรื่องร้ายๆผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้ขอให้มีแต่เรื่องดีๆเฮงๆรวยๆสมหวังในความรักทุกคนเถอะ”

เป็นไทนึกขึ้นได้ถามว่ายูกิหายไปไหน เธอเป็นคนขึ้นไปช่วยตนบนดาดฟ้า องอาจบอกว่าคนที่ช่วยเขานั้นคือนับดาวต่างหาก เป็นไทถามอย่างตื่นเต้นดีใจว่าแล้วตอนนี้เธออยู่ไหน เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้...

ooooooo

เป็นไทรีบไปที่บ้านนับดาว เจอรจนาบอกว่านับดาวกลับมาและไปแล้ว ไปไหนไม่ได้บอกแต่ฝากจดหมายไว้ให้เขาฉบับหนึ่ง

เป็นจดหมายที่นับดาวเขียนบอกเขาว่า ตนไปตามหาความฝันของตัวเอง คงไม่มีโอกาสพบกันจนกว่าฝันของตนจะเป็นจริง เป็นไทอ่านจดหมายที่นับดาวเขียนไว้อย่างสะเทือนใจต่อไปว่า...

“...ความมุ่งมั่นของฉันวันนี้ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ฉันอยากให้คนที่ฉันรักเขาภาคภูมิใจในตัวฉันด้วย...คุณเองก็เหมือนกันนะ ฉันขออวยพรให้คุณเดินหน้าต่อไป ทำความฝันของคุณให้เป็นจริง แล้วสักวันหนึ่ง ความฝันของคุณกับฉันมาบรรจบกัน เราคงได้พบกันอีกครั้ง...นับดาว”

ooooooo

ก่อนหน้าที่เป็นไทจะมา นับดาวหิ้วกระเป๋าออกมาขึ้นรถตู้ที่ยูกิมารับไปพักที่โรงแรม เธอเห็นเป็นไทให้สัมภาษณ์ทางทีวีเกี่ยวกับสังวรว่าคนผิดก็ควรได้รับโทษตามกฎหมาย เห็นเขาในทีวีแล้วเธอก็ได้แต่พึมพำขอโทษที่ตนตัดสินใจแบบนี้

ยามาดะกับยูกิถามอีกครั้งว่าแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะหายตัวมาแบบนี้ นับดาวบอกว่ามันเป็นเดิมพันที่ตนตั้งขึ้นมาเอง คืออยากทำให้ความฝันของตัวเองเป็นจริงก่อนที่จะพบกับเป็นไทอีกครั้งแล้วเธอก็เข้าห้องซ้อม

หัดเต้นอย่างมุ่งมั่น  เพื่อเป้าหมายที่เธอตั้งไว้ให้กำลังใจตัวเองว่า...

“ให้ทุกคนได้รู้จักฉัน ยอมรับฉันในฐานะที่เป็นฉัน แล้วฉันจะเดินอย่างมั่นใจเข้าไปหาคุณเป็นไท ให้เขาได้ภูมิใจในตัวฉันด้วยความสามารถของฉันเองจริงๆ...”

ระหว่างพักซ้อมเต้น ยามาดะถามนับดาวว่าถ้าเกิดทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เธอคิดล่ะ นับดาวตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่า ตนก็จะไม่มาให้เป็นไทเห็นหน้าอีกเลย ย้ำว่านี่เป็นเดิมพันครั้งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของตน แล้วขอตัวไปซ้อมอย่างทุ่มเทจริงจัง

ในการถ่ายโปรโมตคอนเสิร์ต เป็นไทไม่สบายจึงให้องอาจมาดูแลแทน ยูกิปรึกษายามาดะว่า เราจะช่วยเป็นไทกับนับดาวได้ยังไงบ้าง หลังจากนั้นยามาดะก็เอากระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมเป็นไทที่คอนโดฯบอกว่า “ยูกิจังฝากให้ผมมาเยี่ยมคุณครับ”

เป็นไทบอกว่าตนแค่เป็นหวัดนิดหน่อยเท่านั้น ยามาดะบอกเป็นไทว่า ตนกับยูกิถือว่าเขาเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนของพวกตน แล้วพูดตรงๆว่า

“สาเหตุที่ทำให้คนบ้างานอย่างคุณหยุดงาน ไม่ได้เกิดจากไวรัส แต่เป็นความรัก...อย่าปฏิเสธนะครับ ผมทราบเรื่องนับดาวแล้ว” เป็นไทยอมรับว่า พอนับดาวทิ้งตนไปมันทำให้ตนหมดแรงเหมือนโลกทั้งโลกหยุดนิ่ง “ผมเข้าใจ ที่ผ่านมาผมหาเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้มีฐานะที่ทัดเทียมกับยูกิ ซึ่งผมก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้”

“นั่นสิ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น...คุณถึงมีวันนี้ได้”

“ความรักและความจริงใจของผม...มันทำให้ผมสมหวังโดยไม่ต้องใช้เงินสักเยนเดียว...ผมอยากให้คุณเชื่อมั่นในความรักที่คุณมีต่อนับดาว...แล้วความรักของคุณจะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาเอง...”

หลังจากนั้น เป็นไทก็ลุกขึ้นมาทำงานอย่างมุ่งมั่น จนองอาจเป็นห่วง แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ คิดในใจตลอดเวลาว่า “นับดาว ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ผมอยากให้คุณรู้นะ ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองคนเดียว แต่ผมจะทำเพื่อคุณด้วย”

ooooooo

และแล้ว วันยิ่งใหญ่ที่รอคอยก็มาถึง เป็นไทยืนดูคอนเสิร์ตอย่างภูมิใจ เวลาเดียวกัน นับดาวก็ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูกจนเมื่อยูกิปรากฏตัวที่เวที เสียงกรี๊ดด้วยความชื่นชมคลั่งไคล้ดังไปทั่วฮอลล์ ยูกิกล่าวแก่บรรดาแฟนคลับว่า

“ค่ะ...สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าแขกรับเชิญคือใคร ฉันก็ได้รับโจทย์มาว่าให้เชิญใครก็ได้ มันเป็นเซอร์ไพรส์ที่ฉันเตรียมมาเอง ทีมงานหลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ฉันเลือกเชิญคนนี้มา เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันได้มายืนที่คอนเสิร์ตวันนี้ เชิญพบกับเธอเลยค่ะ”

เสียงปรบมือต้อนรับกึกก้อง เป็นไททำหน้างงว่าในคิวไม่ใช่แบบนี้ เซอร์ไพรส์อะไรหรือ?

นับดาวออกมาร้องเพลงไทยได้อย่างเพราะพริ้งชัดถ้อยชัดคำต่างจากยูกิ จนบรรดาแฟนคลับถามกันว่านั่นยูกิรึเปล่า บางคนบอกว่าเป็นยูกิตัวปลอม หลายคนชมว่าร้องเพลงเพราะไม่แพ้ยูกิเลยนะ แต่เป็นไทจำได้ เขาอุทานอึ้ง “นับดาว...”

เมื่อนับดาวร้องเพลงจบ เสียงปรบมือกึกก้องไปทั้งฮอลล์ เธอค้อมศีรษะคารวะ เอ่ยจากหัวใจว่า...

“ขอบคุณทุกท่านมากที่ไม่โห่ไล่ฉันนะคะ เห็นฉันหน้าคล้ายยูกิแบบนี้ ฉันไม่มีอะไรในชีวิตเหมือนเธอเลยนะคะ ขอบคุณยูกิที่ให้คนอย่างฉันได้มาร้องเพลงให้คนดูเยอะขนาดนี้ได้ฟัง ฉันตื่นเต้นมากเลย”

ยูกิก้าวออกมาเอ่ยกับแฟนคลับของตนว่า “ได้ฟังนับดาวร้องเพลงแล้ว ฉันอยากจะบอกว่า ถ้าใครจะเรียกฉันว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ ขอให้เรียกเธอด้วยค่ะ...” เสียงปรบมือรับกึกก้อง นับดาวน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน ยูกิขอบคุณแฟนคลับของเธอ พูดอย่างมั่นใจว่า “ฉันว่าเราคงได้ฟังเพลงของเธอเร็วๆนี้แน่”

เสียงปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี ทำให้นับดาวถึงกับน้ำตาไหลพรากอย่างกลั้นไม่อยู่ขณะเดินกลับไปหลังเวที...

พอกลับมาหลังเวทีเจอรจนา ย่าชมว่า “ทำได้ดีมากเลยหลานย่า” วราพรรณโผเข้ากอดเพื่อนบอกว่า “ฉันภูมิใจที่ได้เป็นเพื่อนแกว่ะ”

นับดาวขอบคุณทุกคน เห็นเป็นไทมายืนอยู่ตรงหน้า เธอรวบรวมความกล้าเดินไปบอกเขาว่า

“คุณไท เพลงที่ฉันร้องเมื่อกี้ ฉันร้องให้คุณนะ จริงๆแล้วฉันชอบคุณ ชอบมาตั้งนานแล้ว แต่คุณ...”

เป็นไทขัดขึ้นว่าตนรู้แล้วและตนก็ชอบเธอเหมือนกัน ถูกแพรวไพลินขัดขึ้นทันที เธอทวงสัญญาซึ่งก็คือทวงหนี้นั่นเอง เป็นไทบอกให้องอาจเอาเช็คที่ฝากไว้ให้แพรวไพลินบอกว่ายอดนี้รวมทั้งดอกแล้ว เป็นอันว่าทุกอย่างจบกันเสียที

เป็นไทชวนทุกคนไปดูคอนเสิร์ตกันเถอะ แล้วเดินเคียงคู่ไปกับนับดาว ส่วนองอาจก็เดินตีคู่ไปกับวราพรรณแอบกระซิบว่าเมื่อกี้เห็นเขามีกอดกันด้วย เราไม่ทำบ้างเหรอ คำตอบคือ “ไอ้บ้า...”

ที่หน้าเวที ยามาดะเตรียมดอกไม้ช่อใหญ่ไว้ให้ยูกิ เป็นไทกับนับดาวสบตากัน กุมมือกันชมคอนเสิร์ตอย่างมีความสุข...

ooooooo

– อวสาน –


ละครฉันรักเธอนะ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านฉันรักเธอนะ ติดตามฉันรักเธอนะ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 31 มี.ค. 2555 09:25 2012-04-05T01:49:12+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ