ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักคุณเท่าฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บนบ้าน ธีระมองพ่อกับแม่อุ้มที่นั่งนิ่ง ตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า พรุ่งนี้ตนจะให้พี่สาวกับพี่เขยมาสู่ขอ ตนรู้ว่าทุกคนคงโกรธแม่มาก ตนเองก็เสียใจ แต่ตนรักอุ้มและอยากใช้ชีวิตกับอุ้มมาก ตนรับรองจะไม่ให้แม่เข้ามาวุ่นวายกับอุ้มและครอบครัวเด็ดขาด

พ่อถอนใจ “นี่ถ้าไม่เห็นว่ากัปตันเป็นคนดีล่ะก็ ผมไม่ยกลูกสาวให้เด็ดขาด เพราะแม่กัปตันทำแบบนี้เหมือนไม่ให้เกียรติครอบครัวเราเลย”

“ถ้ายังงั้นพรุ่งนี้กัปตันก็ให้พี่สาวกับพี่เขยมาก็แล้วกัน จะได้จบเรื่องกันเสียที” แม่เห็นใจ

ธีระกราบขอบคุณ แต่อุ้มขัดขึ้นว่า อย่าดีกว่า... ทุกคนชะงัก ธีระตกใจรีบถามว่าทำไม

“ในเมื่อแม่พี่ธีไม่ให้เกียรติพ่อแม่อุ้ม อุ้มว่าเราก็ไม่ควรที่จะแต่งงานกันหรอกค่ะ”

“เดี๋ยวสิอุ้ม นั่นมันเป็นเรื่องของแม่พี่ แต่นี่มันเรื่องของเราสองคนนะ”

อุ้มยอมรับว่า ตนทนไม่ได้ที่ทำกับพ่อแม่ตนแบบนี้ “อุ้มถามหน่อยเถอะ ถ้าเป็นพี่ธี พี่ธีจะรู้สึกยังไง ถ้าแม่พี่บากหน้ามาขออุ้ม แต่พ่อแม่อุ้มทำเหมือนไม่เห็นหัวแม่พี่ธีกับพี่ธีเลย”

“อุ้ม...พ่อว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว อย่าไปถือสาเลยลูก”

“ไม่ได้หรอกค่ะ พ่อกับแม่รักหนู ทำทุกอย่างเพื่อหนู หนูจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกและย่ำยีศักดิ์ศรีของพ่อกับแม่หรอกค่ะ”

ธีระขอโทษแทนแม่ ขอให้อุ้มเห็นแก่ตน อุ้มแย้งไม่ใช่ความผิดของเขา ที่ตนไม่แต่งไม่ใช่ไม่รักเขา แต่เป็นเพราะแม่เขา อุ้มลุกเดินหนีไป ธีระมองตามอย่างเสียใจ ถามพ่อกับแม่ว่าตนควรทำอย่างไรดี อุ้มถึงจะยอมให้อภัย แม่ถอนใจรู้นิสัยลูกสาวดีจึงเตือนธีระ

“แม่ว่ากัปตันคงลำบากแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าอุ้มบอกว่าไม่ก็คือไม่”

ธีระเสียใจ ไม่ย่อท้อ เขาตามมาคุยกับอุ้ม พยายามถามให้ตนทำอย่างไรเธอถึงจะยอมแต่งงานด้วย อุ้มน้ำตาไหลพรากหันมาเผชิญหน้า “พี่ธีเป็นคนดีนะคะ ดีมากด้วย แล้วอุ้มก็อยากจะบอกให้พี่ธีรู้ว่า พี่ธีคือผู้ชายที่อุ้มอยากแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปจนวันตาย”

“ถ้าอย่างงั้นก็ลืมเรื่องแม่พี่ แล้วก็แต่งงานกับพี่นะ บอกพี่สิว่าอุ้มจะแต่งงานกับพี่”

อุ้มรับปาก ธีระดีใจดึงเธอเข้ามากอด เธอเอ่ยข้างหูเขา “แต่อุ้มจะแต่งงานกับพี่ธี ถ้าวันนั้นไม่มีแม่พี่ธีอยู่แล้ว...อย่าโกรธอุ้มนะคะ ที่อุ้มพูดแบบนี้”

ธีระชะงักใจหายวาบ น้ำตาไหลริน ทั้งสองยังกอดกันด้วยความรู้สึกใจสลาย...อุ้มเดินมาส่งที่รถ เขามองเธออย่างอาลัยอาวรณ์ อุ้มพยักหน้ายิ้มๆ เขายืนลังเลจนอุ้มเรียก ธีระหันมายิ้มอย่างมีความหวัง อุ้มหอมแก้มเขาช้าๆแล้วย้ำกับเขา

“อุ้มอยากให้พี่ธีรู้ว่า อุ้มจะรักพี่ธีตลอดไป...”

ธีระมองอุ้มอย่างหมดหวัง หันกลับไปขึ้นรถ ขับออกไปด้วยน้ำตาไหลริน ภาพความสุขแต่หนหลังผุดขึ้นมาให้เขาต้องเสียใจ

หลายวันผ่านไป ธีระแวะมาดูแลแม่ อรบอกว่าทานข้าวอยู่ เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ชีวิตจิตใจ จินดาหันมาเห็นลูกจึงถามว่า จะแต่งงานเมื่อไหร่ ธีระนิ่งไม่ตอบ ได้แต่มองแม่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เธอจึงถามอีกว่าทำไมว่าที่เจ้าสาวไม่มาด้วย

“ผมจะมาบอกให้แม่รู้ว่า ผมเลิกกับอุ้มเขาแล้ว”

“อ้าว ทำไมล่ะ นี่อย่าบอกว่าเป็นเพราะแม่นะ แม่ไม่เกี่ยวนะ แม่ไม่ได้ห้ามลูกด้วย”

“ครับ แม่ไม่ได้ห้ามหรอก เขาเป็นฝ่ายขอเลิกผมเอง”

จินดาย้อนถามเลิกด้วยเรื่องอะไร ธีระข่มความเจ็บปวดตอบว่า “เอาล่ะครับ ผมแค่แวะมาบอกแม่เท่านั้นเอง แม่จะได้สบายใจและมีความสุข”

“นี่พูดจริงหรือกระแนะกระแหนแม่”

“จริงครับ ผมเป็นลูกจะไปกระแนะกระแหนแม่ได้ยังไง บาปกรรมเปล่าๆ ผมไปล่ะครับ”

“เดี๋ยวธี แล้วลูกไม่เสียใจหรือ”

“ก็แม่อยากให้มันเป็นอย่างงั้นไม่ใช่หรือครับ” ธีระหยิบแว่นดำมาสวมเดินออกไป

จินดาอึ้ง ยังไม่ยอมรับว่าเป็นเพราะตน แถมย้ำกับตัวเองว่าลูกจะต้องรู้ว่าตนรักเขามาก

ooooooo

จากนั้น ธีระทุ่มเทให้กับการทำงาน แม้ภาพความหลังจะวนเวียนมารบกวนจิตใจอยู่บ้าง...ไม่ต่างจากอุ้ม ที่เธอถึงกับลาออกจากการเป็นแอร์ ใช้ชีวิตกับพ่อแม่ทำธุรกิจเล็กๆที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่มีเครื่องบินบินผ่าน เธอจะเงยหน้ามองน้ำตาคลอ พ่อกับแม่จะมาสวมกอดให้เธออบอุ่นใจ

หลังจากเครื่องแลนด์ดิ้ง ธีระเดินออกมากับวิทย์ พร้อมพนักงานอื่นๆ วิทย์ชวนธีระไปงานปาร์ตี้เลี้ยงส่งวิฑูรย์ ที่ย้ายไปอยู่ฝ่ายอื่น แต่เขาขอตัว วิทย์คะยั้นคะยอ

“โธ่ ไปด้วยกันเถอะครับ คืนนี้สาวๆมาเยอะเลย เผื่อจะเจอใครมารักษาแผลใจบ้าง”

“คงไม่ไหว เข็ดซะแล้วผู้หญิง”

“อะไรครับ อย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนเทรนด์ไปชอบผู้ชาย”

“ไม่แน่ บางทีแม่ฉันอาจจะชอบก็ได้ ไปล่ะ” ธีระเดินแยกไป

วิทย์อ่อนใจ เป๊บกับนุ้ยตามเข้ามาต่างเสียดายที่ธีระไม่ยอมมองใครอีก...

ในร้านต้นไม้มีหญิงสาวสวยเดินเข้ามา ไตรตั้นเห็นคนสวยรีบเชื้อเชิญให้ชมต้นไม้ เธอกลับยกมือไหว้แดงและถาม “พี่แดงจำข้าวตูไม่ได้หรือคะ”

แดงตาโต “ตายแล้ว โทษที ช่วงนี้พี่เบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ ไตรตั้นสวัสดีน้าข้าวตูรึยัง”

“ลูกชายพี่แดงหรือคะ น่ารักจัง”

ไตรตั้นรีบเสนอ อยากหอมแก้มก็ได้นะครับ ข้าวตูยิ้มเอ็นดู ตรงเข้าหอมฟอด แดงถามว่ากลับมาเมืองไทยนานแล้วหรือ ข้าวตูตอบว่าหกเดือนแล้ว แดงถามอีกว่ามาเที่ยวหรือ

“เปล่าค่ะ กลับมาอยู่ถาวรเลย ตูเพิ่งซื้อบ้าน กำลังหาคนจัดสวน ก็เลยนึกถึงพี่แดง”

แดงยินดี เรียกกบมาแนะนำให้รู้จัก “ข้าวตูเป็นเพื่อนรุ่นน้องแดง เดี๋ยวแดงจะพาน้องไปดูต้นไม้หน่อย พี่กบดูหน้าร้านก่อนนะ”

สองสาวเดินไป ไตรตั้นถามพ่อว่าข้าวตูสวยเหมาะสมกับตนไหม กบมองลูกชายอย่างระอาแล้วบอกว่า อีกสิบปีค่อยมาถามคำถามนี้ใหม่ ไตรตั้นโอดโอยอีกตั้งสิบปี

แดงชี้แนะนำต้นไม้ต่างๆกับข้าวตู และคอยจดว่าเธอต้องการต้นไม้อะไรบ้าง ข้าวตูซักถามทุกข์สุขแดง แล้วอดถามถึงธีระไม่ได้ ว่ามีลูกกี่คนแล้ว

“อย่าว่าแต่ลูกเลย เมียยังหาไม่ได้ จะมีลูกได้ยังไง”

“อะไรกันคะ อย่างพี่ธีน่ะหรือจะหาผู้หญิงไม่ได้ ตูว่าพี่ธีคงเลือกมากกว่ามั้ง”

แดงยิ้มๆ ย้อนถามข้าวตูมีแฟนหรือยัง เธอรีบบอกว่ายัง ต้องการมาหาที่เมืองไทย แดงพลั้งปากจะแนะนำธีระแล้วชะงัก ไม่ดีกว่า

“ทำไมล่ะคะ พี่แดงรังเกียจตูเหรอ”

“ไม่ใช่จ้ะ ไม่ได้รังเกียจ แต่พี่ว่าเธอไปหาคนอื่นเถอะ ไปเข้าข้างในดีกว่า ตรงนี้ร้อน”

สองสาวเข้ามาในร้าน ข้าวตูยังถามทำไมไม่ให้ตนชอบธีระ แดงพยายามบอกว่าคงไปด้วยกันไม่ได้ เธอเซ้าซี้ถามตนไม่ใช่สเปกของธีระหรือ แดงอ่อนใจไว้เจอเขาค่อยถามกันเองแล้วกัน จบคำ...ข้าวตูต้องตะลึงเมื่อเห็นธีระคุยกับกบแล้วหันมามอง ใจเธอเต้นระทึก แดงเข้าไปทัก

“ธี จำข้าวตูได้มั้ย”

ธีระนึก ข้าวตูเท้าความ “พี่ธีจำตูไม่ได้หรือคะ ที่ตอนเด็กๆตูอยู่ข้างบ้านพี่ธี แล้วตูเคยเหยียบเครื่องบินพี่ธีหัก”

“อ๋อ จำได้แล้ว ข้าวตูที่ชอบตามพี่ไปเล่นฟุตบอลใช่มั้ย”

ข้าวตูดีใจที่เขาจำได้ ธีระแกล้งแซว ถ้าตนไม่ให้ไปก็จะร้องไห้บอกว่าจะไม่รักตนแล้ว ข้าวตูยิ้มเขิน กบขัดขึ้นว่า เธอชอบต้นไม้อะไรบ้าง แดงส่งสมุดที่จดให้ กบเอาไปแยกแยะเขียนแปลนจัดสวน ปล่อยธีระกับข้าวตูคุยกัน ข้าวตูชมว่าธีระได้เป็นกัปตันสมใจ

“แล้วตูล่ะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่”

“ตูเพิ่งกลับมาเมืองไทยค่ะ กะว่าจะไปสมัครแอร์ พี่ธีให้คำแนะนำได้มั้ยคะ”

ธีระรับว่าได้ แดงเรียกข้าวตูไปดูแบบธีระขอตัวกลับ ข้าวตูยังอยากคุยด้วยจึงวิ่งตามไปที่รถ ขอเบอร์โทรศัพท์เขา ธีระให้ไปถามแดง กบมองท่าทีทั้งสองคนแล้วเปรยกับแดง

“ท่าทางน้องชายคุณจะพบรักใหม่อีกแล้วนะ”

“รักใหม่อะไร ยัยข้าวตูเขาชอบนายธีมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว”

“แล้วนายธีชอบเขามั้ย”

“อุ๊ย ตอนนั้นยัยตูแค่สิบสองสิบสาม ธีมันไม่ได้มองหรอกเห็นเป็นน้องมากกว่า”

“แต่ตอนนี้ ผมว่าน้องคุณต้องมองบ้างแล้วล่ะ”...

ข้าวตูไม่ละความพยายาม เธอชวนธีระทานข้าววันพรุ่งนี้ เขาบอกปัดว่าไม่ว่าง แล้วขึ้นรถโบกมือให้ก่อนจะขับออกไป ข้าวตูมองตามอย่างหลงใหล

ooooooo

รู้อยู่แก่ใจว่าผู้หญิงสนใจ แต่ธีระต้องหักห้าม เพราะ เข็ดขยาด เขาแวะมาบ้านเพื่อดูแม่ เห็นนอนหลับอยู่ จึงวางของฝากไว้ให้ จินดาตื่นขึ้นมาถามว่า “ธีหรือลูก...”

ธีระแปลกใจแม่เหมือนคนไม่สบาย จินดาตอบว่าแค่มึนหัวนิดหน่อย เขาถามอรอยู่ไหน

“สงสัยจะออกไปคุยกับทหารเกณฑ์ข้างบ้าน พักนี้มันติดผู้ชาย พอแม่เผลอเข้าหน่อย มันชอบแวบหาย”

ไม่ทันไรอรกลับเข้ามา ธีระตำหนิทำไมทิ้งแม่ไว้คนเดียว อรอ้างว่าไปซื้อขนม จินดาแย้งว่าไม่จริง ไปหาผู้ชาย ระวังจะท้องไม่มีพ่อ

“คุณยายก็พูดน่าเกลียด หนูไม่ได้นอนกับใครง่ายๆ นะคะ”

ธีระปรามอย่าพาผู้ชายเข้าบ้านเด็ดขาด เกรงจะมาขโมยของและทำร้ายคนในบ้าน จินดาสั่งให้เลิกคบไปเลย อรโต้ทันที

“อุ๊ย คุณยายคะ หนูไม่ใช่ลูกคุณยายนะคะ ที่จะสั่งไม่ให้รักคนนั้น ชอบคนนี้”

ธีระหน้าชา จินดาโวย “เอ็งอย่ามาย้อนข้านะ”

“หนูไม่ได้ย้อนนะคะ แต่หนูไม่ใช่คุณธี ที่จะต้องทำอะไรตามใจคุณยาย”

จินดาโกรธ ธีระ ให้หยุดทั้งสองคน และกำชับอรห้ามเอาผู้ชายเข้าบ้าน แล้วขอร้องแม่อย่าไปยุ่งเรื่องของอร จินดาบ่นขมุบขมิบ ถ้าท้องขึ้นมาจะไล่ออก...

ฟ้าเริ่มมืด ธีระนั่งเล่นอยู่ วิทย์โทร.เข้ามาชวนอีกครั้ง เสียงเป๊บกับนุ้ยแทรกเข้ามาว่าจะแนะนำสาวๆ สวยๆ ให้ ธีระขอบใจทุกคน แต่ตนไม่อยากไปไหนจะอยู่ทานข้าวกับแม่...จินดาปลื้มใจ เอ่ยปากชวน

“พรุ่งนี้ลูกว่างไหม แม่อยากจะไปไหว้พระที่อยุธยาซะหน่อย”

ธีระรับคำ จินดาให้เขาค้างที่บ้านจะได้ไปแต่เช้า แต่เขาขอกลับไปนอนบ้าน พรุ่งนี้จะมารับหกโมงเช้า พลันมือถือดังขึ้น ธีระมองเบอร์ไม่รู้จัก รับสายถามอย่างสุภาพว่านั่นใคร

“จำเสียงตูไม่ได้หรือคะ แหม เสียใจจัง”

“อ๋อ โทษทีพี่ไม่ได้คิด”

“แสดงว่าตูไม่น่าสนใจจนพี่ธีไม่ได้คิดถึงเลย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจ้ะ...”

จินดาได้ยินคำว่าจ้ะ ชะงักมองอย่างสนใจ ธีระพูดคุยธรรมดาๆ บอกว่าทานข้าวกับแม่อยู่ ข้าวตูเกรงใจจึงวางสายไป จินดาถามทันทีว่าใครโทร.มา ธีระบอกว่าข้าวตู เด็กข้างบ้านเก่าที่ชอบมาเล่นที่บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านแดง จินดาฉงนแล้วโทร.หาทำไม ธีระว่าแค่คุยฐานะคนเคยรู้จัก

“แต่ตอนเด็กๆ เขาชอบลูกมากนะ หรือเขาจะมาจีบลูก”

ธีระอ่อนใจบอกแม่ว่าตอนนี้ใครมาจีบก็ไม่ติด เพราะตั้งใจจะอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิต จินดาดีใจถึงกับเปรย “ถ้าเป็นยังงั้นจริง แม่คงมีบุญที่สุดในโลก”

“งั้นผมก็จะพยายามทำให้ได้อย่างนั้นแล้วกันครับ” ธีระรับปากให้แม่สบายใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ในวัดที่อยุธยา จินดาไหว้พระขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองลูกชายให้มีแต่ความสุขความเจริญ ธีระเดินจูงมือแม่เดินเล่นชมสถานที่โบราณ จินดาขอตัวเข้าห้องน้ำ ให้เขาไปซื้อน้ำมารอไว้ ธีระเดินไป จินดาจะผลักประตูเข้าห้องน้ำ เกิดรู้สึกหายใจขัด วิงเวียน เธอจะร้องให้คนช่วยแต่วูบลงเสียก่อน ข้าวตูเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นรับร่างเธอไว้ได้ทัน

“คุณป้าเป็นอะไรคะ”

จินดาดึงคอเสื้อข้าวตู “ช่วย...ช่วย...ด้วย หายใจ... ไม่...ออก”

“ว้าย คุณป้า คุณป้าคะ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย คนเป็นลมค่ะ” ข้าวตูตกใจร้องลั่น

ธีระได้ยินวิ่งกลับมาอุ้มจินดา เห็นข้าวตูก็ชะงัก “ข้าวตูแม่พี่เป็นอะไร”

“ไม่ทราบค่ะ อยู่ดีๆแกก็เป็นลม ตูว่าพาไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ”

ธีระให้เธอประคองไว้ก่อน ตนไปเอารถมารับ ข้าวตูมองหน้าจินดาอย่างดีใจ...ระหว่างนั่งรอหน้าห้องไอซียู ข้าวตูซื้อกาแฟมาให้ธีระและคอยปลอบอย่ากังวล คุณป้าต้องไม่เป็นอะไร

“พี่ยังไม่ได้ขอบใจตูเลยนะที่ช่วยแม่พี่ไว้”

“ตูว่าต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่าค่ะ ที่ดลใจให้ตูอยากมาไหว้พระวัดเดียวกับพี่ธี ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเราจะใจตรงกัน...เอ่อ...ตูหมายถึงว่ามาไหว้พระวัดเดียวกันน่ะค่ะ”

“ใช่ ต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ธีระยิ้มให้อย่างจริงใจ

หมอออกมาบอกว่าจินดาปลอดภัยแล้ว ให้พากลับไปตรวจเช็กที่กรุงเทพฯ ให้ละเอียดอีกที ธีระพาข้าวตูเข้ามาดูจินดา เธอดูยังเพลียๆนอนให้น้ำเกลืออยู่จินดาเอ่ยว่าอยากขอบคุณคนที่มาช่วย ข้าวตูขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วบอกว่า ตนเอง จินดายิ้มให้

“ใช่ หนูนั่นเอง ขอบใจมากนะจ๊ะ ถ้าป้าไม่ได้ยึดหนูไว้ ป่านนี้ป้าอาจล้มหัวฟาดน็อกพื้นไปแล้วก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า ตูยินดีมากค่ะ”

จินดาสะดุดชื่อ ธีระรีบบอกว่าข้าวตูที่เคยอยู่ข้างบ้าน เธอนึกออกรีบถาม ทำไมมาที่นี่ได้

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิต”

จินดาขมวดคิ้วมอง ข้าวตูยิ้มๆ แก้ว่าพูดเล่น จินดาฝืนยิ้มมองธีระกับข้าวตูอย่างสงสัย

ooooooo

ในเมื่อต้องรอจินดาให้น้ำเกลือ ธีระจึงพาข้าวตูกลับไปเอารถที่วัด จินดานอนครุ่นคิดกลัวข้าวตูจะชอบพอกับธีระ จึงรีบโทร.ไปหาแดง ไตรตั้นรับสาย ซักถามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็นว่ายายจะคุยอะไรกับแม่ ด้วยความร้อนใจจินดาเอ็ดให้ไปตามแม่มาพูดสาย พอแดงรับจึงโดนดุ

“นี่แดง แม่ว่าแกควรจะอบรมไตรตั้นหน่อยนะ ตอนนี้แม่ว่ามันชักจะรู้มากไปแล้ว”

“หนูขอโทษค่ะ แม่มีอะไรหรือ”

“แม่อยากรู้ว่านายธีเขาชอบอยู่กับยัยข้าวตูหรือ”

“ชอบหรือคะ เขาเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เองนะ”

“อ้าว เพิ่งเจอกันเหรอ” จินดาแปลกใจ แดงรีบถาม ว่าไปเอาข่าวมาจากไหน จินดาบอกว่าเดาเอา แล้ววางสาย ครุ่นคิดหรือตนอาจระแวงมากไป...

พอจะแยกกัน ข้าวตูอยากสานต่อความสัมพันธ์ เธอทวงคำขอบคุณเป็นเลี้ยงข้าวแทน ธีระออกตัวช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง ข้าวตูรู้สึกผิดหวังหรือเขาจะไม่ชอบตนเลย แต่ตนจะไม่ยอมแพ้

ไม่มีคนอยู่บ้าน อรแอบพาคมสันต์เข้ามากินส้มตำไก่ย่าง แถมเอาไวน์มาให้ดื่ม คมสันต์เดินสำรวจในบ้านแล้วขโมยของมีค่าที่ตั้งโชว์ใส่กระเป๋ากางเกง พลันเสียงแตรรถธีระดังขึ้น อรตกใจรีบไล่ให้คมสันต์กลับไปก่อนโดยออกทางหลังบ้าน จินดาเข้ามาเห็นไก่ย่างทั้งตัววางอยู่

“แกกินคนเดียวทำไมเยอะแยะอย่างนี้ นี่ไวน์...แกบังอาจกินไวน์คุณธีหรือ”

“ไม่ใช่ค่ะคุณยาย หนูเห็นมันเสียแล้ว ก็เลยจะเอาไปเททิ้งค่ะ”

จินดาไม่เชื่อ อรให้พิสูจน์กลิ่นว่าตนไม่ได้ดื่ม จินดาไล่ให้ไปช่วยธีระถือของที่รถ...เย็นวันนั้น ข้าวตูซื้อขนมมาฝากไตรตั้น เพื่อจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แดงฟังและขอความช่วยเหลือ ข้าวตูสอบถามว่าธีระมีแฟนอยู่หรือเปล่า แดงตอบว่าไม่มี ข้าวตูขอจีบ

“พี่ว่าตูอย่าไปยุ่งกับธีเขาเลย...พี่บอกตามตรงนะ แม่พี่เขาหวงนายธีมาก ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนแม่พี่ได้หรอก”

“ไม่เห็นเกี่ยวเลยค่ะ ตูชอบพี่ธีนะคะ ไม่ได้ชอบคุณป้า”

“แต่ถึงวันนึงเธอก็ต้องไปเกี่ยวดองกับแม่พี่ เชื่อพี่ ถ้าไม่อยากเสียใจ อย่าชอบนายธี”

“ไม่ค่ะ พี่แดงก็รู้ว่าตูชอบพี่ธีมาตั้งนานแล้ว ทุกวันนี้ที่ตูไม่มีใครก็เพราะยังรักพี่ธีอยู่ ตูพูดจริงๆนะคะ พี่ธีเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในใจตูมาตลอด”

“งั้นก็ตามใจ พี่เตือนเธอแล้วนะ” แดงถอนใจ

ข้าวตูยังขอร้องให้แดงช่วยนัดธีระออกมาทานข้าวกับตน แดงเห็นว่าอยากลองก็จะนัดให้ แดงจัดการโทร.หาธีระนัดออกมาทานข้าวกลางวันพรุ่งนี้ ธีระจะชวนแม่ เธอรีบห้ามอ้างอยากคุยลำพัง ธีระไม่สงสัยอะไร วันรุ่งขึ้นเขาจึงมาที่ร้านอาหารตามนัด เจอข้าวตูนั่งอยู่ก่อน เธอบอกว่านัดกับแดงไว้ ธีระขมวดคิ้วทำไมแดงไม่บอก ข้าวตูรีบแก้ตัวว่า

“อ๋อ ตูโทร.หาพี่แดงเมื่อคืนน่ะค่ะ พี่แดงก็เลยชวนทานข้าว ไหนพี่ธีบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่างไงคะ ทำไมวันนี้มาได้”

“เอ่อ พอดีวันนี้เพื่อนพี่เขายกเลิกนัดน่ะ” พลันมือถือดัง เขากดรับ “ว่าไง พี่แดงอยู่ไหน”

“โทษทีพี่มีงานด่วนเข้ามา ธีกินข้าวกับข้าวตูไปก่อนนะ ถ้าพี่เสร็จเร็ว พี่จะตามไป”

ธีระวางสายแล้วบอกข้าวตูว่าแดงมีงาน มาช้าหน่อย ข้าวตูแอบยิ้ม...สองคนคุยกันไปทานกันไปสักพัก ธีระเห็นแดงยังไม่มาโทร.ไปถาม แดงขอโทษขอโพยไม่เสร็จงาน ฝากเทกแคร์ข้าวตูด้วย ธีระบอกข้าวตู เธอจึงชวนเขาไปดูหนังต่อ แต่เขาบอกว่าไม่ชอบเข้าโรงหนัง

“งั้นไปเดินเล่นงานบีโอไอแฟร์มั้ยคะ ตูเห็นในข่าวน่าสนใจเหมือนกัน”

ไม่ทันไร อรโทร.เข้ามา “คุณธีหรือคะ คุณยายตัวร้อนมากเลยค่ะ ให้ทานยาลดไข้แล้ว แต่หนูว่าคุณธีมาดูแกหน่อยดีมั้ยคะ”

“โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ธีระวางสายแล้วหันมาบอกข้าวตูว่าตนต้องกลับไปดูแม่

“หรือคะ แล้วคุณป้าเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ”

“เห็นเด็กที่บ้านบอกว่าแกมีไข้สูง เอ่อ ตูจะทานขนมหรือกาแฟมั้ย”

ข้าวตูส่ายหน้า ธีระรีบเช็กบิล ข้าวตูขอไปเยี่ยมจินดาด้วยคน แต่ธีระผลัดไว้วันหลังดีกว่า ธีระเดินไป ข้าวตูมองตามอย่างหวั่นใจ หรือเขาจะไม่ชอบเราจริงๆ

ooooooo

มาถึงบ้าน ธีระรีบดูอาการจินดา ถามอรจึงรู้ว่าแม่ปัสสาวะราด เขาอยากให้หมอตรวจ แต่เธอไม่ยอมไปอ้างว่าอั้นนานไปหน่อย กินยาแล้ว แค่ปวดหัวตัวร้อนธรรมดา ทันใด ข้าวตูโทร.เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะ ขอบใจมากนะ อุตส่าห์โทร.มา”

“ฝากบอกคุณป้าว่าหายเร็วๆนะคะ”

ธีระรับคำ จินดารีบถามว่าใคร เขาตอบว่าข้าวตู ฝากให้แม่หายไวๆ เธอถามอย่างสงสัยว่ารู้ได้อย่างไรว่าตนป่วย เขาตอบบังเอิญเจอกัน เธอค่อนขอด บังเอิญบ่อยเหลือเกิน

“แม่อย่าคิดมากเลยครับ ผมไม่มีอะไรกับเขาหรอก”

“จริงนะ” ธีระพยักหน้า จินดายิ้มสบายใจขึ้น

ตกดึก ธีระเดินมาหน้าบ้าน เขาสั่งอรถ้ามีอะไร ให้รีบโทร.ไปบอก หรือเรียกรถพยาบาลเลย อรรับคำ ธีระขับรถกลับไป อรจะปิดประตูบ้าน คมสันต์โผล่มาจับมือ อรตกใจแต่พอเห็นว่าเป็นเขาก็เขินอาย คมสันต์อยากจะเข้าไปนอนด้วย อรอิดออด พอดีจินดาเดินออกมาเรียกอรไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เธอจึงรีบปิดประตูวิ่งเข้าไป คนสันต์มองตามอย่างเสียอารมณ์

ธีระกลับมาถึงคอนโดฯ เขานั่งดื่มไวน์เหม่อมองวิวอย่างเหงาๆ ข้าวตูโทร.มา เขาเห็นเบอร์โทร.ไม่อยากรับ เพราะไม่อยากทำให้ข้าวตูต้องเสียใจอีกคน

ooooooo

วันต่อมา แดงพาครอบครัวมาเยี่ยมจินดา เธอบอกว่าไม่ได้ป่วยอะไร แค่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แดงชวนนั่งรถไปเที่ยวเขาใหญ่ จินดาไม่อยากนั่งรถไกลๆจึงขอตัว แดงสั่งอรถ้าแม่ไม่สบายให้เรียกรถพยาบาลเลย

รถกบแล่นมาจอดบ้านพักบนเขาใหญ่ รถธีระตามมาติดๆ ไตรตั้นตื่นเต้นลงจากรถไปวิ่งเล่น แดงเตือนไม่ให้ไปไกล ธีระสูดอากาศสดชื่น กบเสนอว่าต้องเปิดไวน์ ธีระเห็นดีด้วย ทุกคนช่วยกันถือของเข้าบ้าน ธีระชมว่าบ้านเพื่อนของกบสวยมาก

“พี่เอกไง จำพี่เอกได้มั้ย พี่เอกเป็นสถาปนิก ไม่สวยได้ไง”

ไตรตั้นวิ่งเข้ามา “แม่ครับ ดูสิครับ ใครมา”

“คุณยายตามมาหรือไตรตั้น” ธีระกระเซ้าแล้วต้องตะลึง ข้าวตูเดินตามหลังเข้ามา

“พี่เห็นว่าเรามาน้อยคนไม่สนุก ก็เลยชวนข้าวตูมาด้วย”

“พี่ธีคงไม่ว่านะคะ” ข้าวตูหยั่งเชิง

ธีระเชื้อเชิญแล้วถามว่ามาอย่างไร เธอตอบว่านั่งรถตู้มา แดงตำหนิบอกให้มากับธีระก็ไม่ยอม ข้าวตูชำเลืองมอง ธีระทำเฉยๆ ไตรตั้นร้องถามว่านอนห้องไหน กบตอบว่าห้องซ้ายมือ

“แล้วอีกห้องนึง น้าธีก็ต้องนอนกับน้าข้าวตูหรือครับ”

แดงปรามลูก ข้าวตูเสนอว่าตนจะนอนห้องรับแขก ธีระแย้งว่าตนนอนที่โซฟาเอง กบจึงแนะนำว่า นอนห้องเดียวกันก็ได้ เพราะห้องนั้นมีสองเตียงแยกกัน แดงเอ็ด

“พี่กบ เขาไม่ได้เป็นอะไรกัน จะให้ไปอยู่ด้วยกันได้ไง”

“แต่ตูไม่ถือนะคะ”

“ไม่เป็นไร พี่นอนโซฟาดีกว่า” ธีระพูดเสียงเรียบๆแล้วเดินไป

ข้าวตูทำตาปริบๆถามแดงว่าธีระไม่อยากให้ตนมาหรือเปล่า แดงตอบว่าธีระเขาเป็นสุภาพบุรุษ อย่าคิดมาก แล้วชวนกันไปทำกับข้าว...ธีระมาขนของที่ซื้อลงจากรถ ข้าวตูเดินมาขวางหน้า เธอแกล้งขยับไปมาขวางเขา ธีระหยุดมองนิ่งๆ เธอจึงบอกว่า แดงให้มาเอาชีสที่ฝากซื้อ ธีระส่งถุงให้ ข้าวตูรับมาแล้วหันหลังจะเดินไป เขาเรียกเธอไว้ เธอชะงักอมยิ้มหันมา

“พี่ซื้อแปรงสีฟันกับยาสีฟันอยู่ในถุง ขอถุงก่อนได้มั้ย”

ข้าวตูส่งถุงให้ เขาหยิบของออกแล้วส่งถุงคืน ข้าวตูจ้องมองเขาตลอดเวลา เขาหลบสายตา พอเธอเดินไป เขาก็ชำเลืองมองตาม จู่ๆเธอหันกลับมา เขาทำทีเป็นมองของในมือ

“พี่ธีคะ...” ข้าวตูเดินกลับมาหา เขาใจเต้นตึกๆ ถามว่ามีอะไร “พี่ธีลืมมีดโกนหนวดค่ะ” ข้าวตูหยิบของในถุงส่งให้ เขารับมาถือไว้ยิ้มๆ มองเธอเดินไปด้วยหัวใจหวั่นไหว

จากนั้น ธีระก็แอบมองข้าวตูขณะทำอาหารกับแดง พอเธอหันมาเขาก็เบนสายตาไปทางอื่น ไตรตั้นเข้ามาสะกิด เขาสะดุ้ง ไตรตั้นถามว่าแอบดูใครอยู่ ธีระปฏิเสธเสียงหลง

“ไม่จริง ตั้นรู้นะ น้าธีแอบมองน้าตู”

ธีระถามรู้ได้อย่างไร ไตรตั้นตอบว่าตนก็แอบดู เขาขำถาม “แล้วน้าตูเขาชอบเรารึเปล่า”

“ตั้นว่าเขาชอบน้าธีมากกว่า”

ธีระยีหัวหลานว่าแก่แดดอย่างเอ็นดู แล้วเดินไป ไตรตั้นมองตามบ่น ถือว่าหล่อกว่า...

ยามเย็น ธีระยืนมองวิว กบเข้ามาเลียบเคียงถามว่าไม่สนใจข้าวตูบ้างหรือ เขาตอบตามตรงว่าไม่อยาก ตั้งความหวังอะไรอีกกลัวความผิดหวัง ไม่ทันไร ข้าวตูถือจานอาหารว่างมาให้ กบถือโอกาสผละออกปล่อยสองคนได้คุยกัน ข้าวตูกำลังชวนคุย ธีระอึดอัดใจอ้างว่านัดไตรตั้นไว้จะเล่านิทานให้ฟัง...ข้าวตูไม่ละความพยายาม เอานมข้าวโพดมาให้ในห้องขณะที่ธีระกำลังเล่านิทาน ไตรตั้นอยากฟังอีก ธีระจึงโบ้ยให้ข้าวตูเล่าต่อแล้วตัวเองเดินออกไป เธอเริ่มไม่พอใจ

ไตรตั้นจ้องหน้าข้าวตูสักพักก่อนจะถามคำถามว่า “น้าข้าวตูครับ ตั้นมีคำถาม”

“คำถามอะไร” ข้าวตูมองอย่างฉงน

“ระหว่างตั้นกับน้าธี น้าตูชอบใครมากกว่ากัน”

“ทำไมถามอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”

“ตั้นอยากรู้ครับ”

“ก็ต้องชอบไตรตั้นสิ”

“ไชโย้...น้าธีหมดสิทธิ์ เดี๋ยวตั้นไปบอกน้าธีก่อน” ไตรตั้นวิ่งออกไป

ข้าวตูยังอึ้งกับท่าทีมึนตึงของธีระ...ไตรตั้นวิ่งออกมาหาธีระที่ระเบียง บอกด้วยความดีใจ

“น้าธีครับ...น้าตูบอกแล้วว่าชอบตั้นมากกว่าน้าธี”

ธีระมองหลานชาย ฝืนยิ้ม ข้าวตูตามออกมามองธีระอย่างเสียใจ...ตกเย็น มีการปิ้งย่างบาร์บีคิวที่ลานบ้าน กบเล่นกีตาร์สร้างความเพลิดเพลิน แดงกับไตรตั้นช่วยกันปิ้งย่างอาหาร ธีระจิบไวน์มองกองไฟ ข้าวตูชำเลืองมองเขา บางครั้งเขาก็มองมา พอเห็นเธอมองก็รีบหลบตา เธอไม่เข้าใจท่าทีของเขา จึงแกล้งให้เขาช่วยรินไวน์ให้ พอเขาจะรินเธอดึงแก้วออก เขาชะงัก เธอขอถามคำถาม ให้เขาตอบความจริงห้ามโกหก เขารับปาก ทั้งแดงและกบหันมองอย่างสนใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.