ข่าว

วิดีโอ



รักคุณเท่าฟ้า

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

เช้าวันรุ่งขึ้น ธีระจะมาปลุกจินดา เห็นหนูดีนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าห้อง เธอบอกว่าไม่ได้ยินเสียงจินดา สงสัยยังไม่ตื่น เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน

“แล้วเมื่อคืนแม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำบ้างไหมครับ”

“ตื่นตอนตีหนึ่งหนนึง แล้วก็ตีสี่ค่ะ หนูดีพาเข้าห้องน้ำ ท่านบอกว่าจะนอนต่อ บ่นว่าเพลียๆ”

“พอดีผมนัดว่าจะพาแม่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น”

“งั้นหนูดีไปปลุกให้ไหมคะ”

ธีระให้ปล่อยเธอนอนไป หนูดีเห็นเขาเดินกลับจึงก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ ธีระเดินลงมาเจอใหญ่ ช้อยและภา ทั้งสามถามถึงจินดา พอรู้ว่ายังไม่ตื่นก็แปลกใจเพราะไม่เคยตื่นสาย

“หนูดีบอกว่าแกเพลียๆน่ะครับ ผมก็เลยไม่อยากปลุก”

“แหม แต่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยจัง อยากให้แกมาดู” ช้อยเสียดายแทน

ธีระหันไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น จึงคิดว่าน่าจะปลุกแม่ ทั้งสามคนเห็นด้วยเกรงจะมาต่อว่ากันทีหลัง ธีระกลับขึ้นมาข้างบน เจอแดง กบจูงไตรตั้น พอรู้ว่าเขาจะไปปลุกแม่ก็เร่ง

“รีบไปเร็ว เดี๋ยวไม่ทัน อีกแป๊บเดียวพระอาทิตย์จะหลุดขึ้นจากน้ำแล้ว”

ธีระกลับมาที่หน้าห้องจินดา ถามหนูดีอีกครั้งว่าแม่ตื่นหรือยัง เธอตอบว่ายังจะให้ปลุกไหม เขาขอเข้าไปปลุกเอง ให้เธอไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อน...ธีระเคาะประตูห้อง

“แม่ครับ ตื่นรึยังครับ...” ทุกอย่างเงียบ ธีระใจแป้วเคาะซ้ำอีกแล้วเปิดประตูเข้าไป

เขาเห็นแม่นอนหลับใบหน้ามีรอยยิ้ม เขาเขย่าเธอเบาๆ “แม่ครับ แม่ครับ แม่...”

ทุกคนยืนรอ เห็นหนูดีเดินลงมาจึงถามว่าธีระปลุกจินดาหรือยัง เธอพยักหน้า ช้อยแปลกใจว่าทำไมนาน ภากับใหญ่ชักสงสัยว่าจินดาจะไม่สบาย จึงพากันวิ่งขึ้นไปดู

ธีระเดินหน้านิ่งออกมา แดงเห็นหน้าน้องชายรีบถามแม่ไม่มาดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือ ไตรตั้นวิ่งเข้าไปช่วยปลุก พวกใหญ่รุมถามธีระว่าโดนจินดาด่าออกมาหรือ ไตรตั้น

กลับออกมาบอกแดงกับกบว่าปลุกยายเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น แดงชะงักมองหน้าธีระถามย้ำ

“แม่เป็นอะไรธี...”

“แม่จากเราไปแล้วพี่แดง...”

ทุกคนช็อก ธีระย้ำอีกครั้งว่า แม่ตายแล้ว หนูดีตะลึง แดงโผกอดธีระร้องไห้โฮ...

ทุกคนก้าวเข้ามาในห้อง เห็นจินดานอนสงบนิ่ง แดงเข้ามากราบที่อกร้องไห้สะอึกสะอื้น

“แม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงแดงกับธีนะ ขอให้แม่หลับให้สบาย แดงรักแม่นะ แล้วแดงก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่”

กบเข้ามากราบ “แม่ครับ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลแดงและรักแดงไปจนวันตาย”

กบประคองแดงให้ลุกขึ้น บอกเธอว่าจะต้องไปแจ้งอำเภอ พวกใหญ่ร้องไห้อาลัยศพก่อนจะพากันเดินออกไป เหลือธีระเพียงลำพังที่ยืนมองแม่น้ำตาไหลพราก จนกลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่ เขาปล่อยให้ตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างรุนแรง ทุกคนที่ก้าวออกมาชะงัก ได้ยินเสียงร้องไห้ของเขา หนูดีดึงไตรตั้นมากอดอย่างสลดหดหู่

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่พิมเดินอยู่กับเพื่อนๆ ที่สนามบิน มีคนโทร.มาแจ้งว่า แม่ของธีระเสียแล้ว พร้อมบอกชื่อวัดและวันเวลาฌาปนกิจ พิมตกใจหน้าเหวอ...

อุ้มเดินช็อปปิ้งอยู่ต่างประเทศกับเป๊บ วิทย์โทร.มาแจ้งเรื่องจินดา เป๊บตะลึงหันมาบอกอุ้ม ทำเอาอุ้มยืนอึ้ง

ข้าวตูซึ่งอยู่อพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ ได้รับโทรศัพท์ จากแดง แจ้งข่าวเดียวกัน

“อะไรนะคะ คุณป้าเสียแล้วหรือคะ ค่ะๆ...ตูเสียใจด้วยนะคะพี่แดง” ข้าวตูตกใจและนึกเป็นห่วงธีระ...

ในงานวันฌาปนกิจศพจินดา แขกส่วนใหญ่นั่งอยู่ในศาลามากมาย ธีระ แดง และกบยืนรับแขกใหญ่ ช้อยและภานั่งแถวหลังสุด ได้ยินบรรดาแอร์โฮสเตสคุยกัน

“แกว่าพิมจะมามั้ย”

“เห็นว่าจะมานะ”

“แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ วันสวดว่าจะมาก็ไม่เห็นมา”

“หรือพี่พิมเขาอาจจะไม่อยากเจอกัปตันแล้วก็ได้”

“แต่ตอนนี้แม่กัปตันเสียแล้วนี่ กัปตันก็เป็นอิสระแล้ว”

วิทย์โพล่งขึ้นว่า พิมอาจจะมีแฟนใหม่ไปแล้ว เป๊บ นุ้ย และแหม่มเถียงแทนว่ายังไม่มี วิทย์จึงถามว่า “แล้วพวกเธอว่าอุ้มจะมาไหม”

เป๊บเชื่อว่ามา แต่นุ้ยแย้งว่าไม่มาเพราะจินดาด่าพ่อกับแม่อุ้มจนเข้าหน้ากันไม่ได้อีก วิทย์เห็นว่าน่าจะอโหสิกรรมให้กันได้แล้ว

“ใช่ ฉันว่ายังไงก็ต้องมา เพราะอุ้มเคยเล่าว่า มันบอกกัปตัน ถ้าวันไหนไม่มีแม่กัปตัน มันอาจจะกลับมารักกัปตันก็ได้” เป๊บเล่าให้ทุกคนฟัง

แต่วิทย์โต้ว่าธีระมีแฟนใหม่อีกคน เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แหม่มแย้ง

“ไม่ใช่ย่ะ เขาบอกว่านางน่ะแอบชอบกัปตันฝ่ายเดียว พอกลับมาเมืองไทยต่างไม่มีใครก็เลยมาปิ๊งกันอีก”

“งั้นพี่พิมกับอุ้มก็หมดสิทธิ์น่ะสิ” นุ้ยเสียดาย

ช้อยซึ่งนั่งฟังมานานทนไม่ไหว ขัดขึ้นว่า “นี่พวกเธอ ไม่รู้จริงอย่าพูดซี้ซั้ว”

ทุกคนสะดุ้งหันมาทางพวกช้อย “อุ๊ย ขอประทานโทษค่ะคุณป้า เราคุยกันเล่นๆน่ะค่ะ”

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้จ้ะ นางที่พวกคุณว่า ชื่อข้าวตู กัปตันน่ะเขาชอบกับน้องข้าวตูจริง แต่เลิกกันแล้ว” ภาตั้งหน้าตั้งตาเล่า

เป๊บถามสาเหตุที่เลิก ภาหันไปถามใหญ่ว่าสองคนเลิกกันด้วยเรื่องอะไร ตนจำไม่ได้

“จะมีเรื่องอะไร ก็แม่กัปตันไม่ชอบผู้หญิง”

“งั้นก็เรื่องเดิมน่ะสิคะ” แหม่มถอนใจ

ช้อยเล่าเสริมว่าตอนนี้ข้าวตูไปอยู่เมืองนอกไม่กลับมา เป๊บแสดงความเห็นทันที

“ถ้างั้นก็เหลือแคนดิเดตสองคนคือพี่พิมกับอุ้ม”

“ทานโทษจ้ะ แคนดิเดตแปลว่าอะไรจ๊ะ” ภาถามงงๆ

“หมายถึง คู่ชิงชนะเลิศค่ะคุณป้า” นุ้ยอธิบาย

“ก็คือลูกสาวนายพลกับน้องอุ้มที่อยู่อัมพวา” ใหญ่สรุป

ช้อยมองหาว่าสองคนที่พูดถึงอยู่ไหน วิทย์ชี้ไปที่พิมซึ่งสวมแว่นดำกำลังเดินเข้ามา...แดงสะกิดบอกธีระ เขาหันมามอง พิมถอดแว่นเข้ามาจับมือเขาแสดงความเสียใจ

“ขอบใจนะที่มา” ธีระทักทายด้วยรอยยิ้มจางๆ

“ยังไงพิมก็ต้องมาค่ะ คุณแม่ก็เหมือนกับญาติผู้ใหญ่ของพิมนะคะ”

“พิมสบายดีนะ”

“ค่ะ พี่ธีล่ะคะ”

“พี่ก็สบายดี เราไม่เจอกันเกือบสองปีแล้วนะ”

กลุ่มแอร์โฮสเตสและกลุ่มของใหญ่มองพิมกับธีระคุยกันอย่างสนใจ พลันเห็นอุ้มเดินเข้ามา พิมบอกธีระให้ไปรับแขก เขาจึงเดินไปหาอุ้ม เธอยกมือไหว้และแสดงความเสียใจ

ธีระขอบใจที่เธอมา

“ต้องมาสิคะ พี่ธีเป็นยังไงบ้างคะ”

“สบายดี แล้วอุ้มล่ะ”

“ก็สบายดีค่ะ บางทีก็เหงาๆเหมือนกัน” อุ้มเหลือบมองพิมแล้วยกมือไหว้สวัสดี

ธีระจึงให้สองสาวเข้าไปนั่ง ตนจะต้องรับแขกอื่น แหม่มกับเป๊บร้องเรียกสองสาวมานั่งด้วยกัน ไม่ทันไรแดงเรียกธีระเพื่อบอกว่าข้าวตูมา เขาชะงักหันไปมองช้อยรีบบอกสาวๆ

“นั่นไง คนนี้แหละสาวๆ แฟนคนสุดท้ายของกัปตัน”

ทุกคนรวมทั้งพิมและอุ้มหันไปมองแล้วต้องตะลึง เมื่อข้าวตูโผเข้ากอดธีระ

“ตูเสียใจด้วยนะคะ ไม่คิดเลยว่าคุณป้าจะมาด่วนจากไปอย่างนี้”

“ท่านหัวใจวายแล้วก็จากไปอย่างสงบ”

“นี่ตูลงเครื่องก็เลยรีบมา”  ข้าวตูพูดคุยด้วยท่าทีปกติ เหมือนไม่เคยเลิกรากันไป

“ขอบใจนะที่อุตส่าห์มา”

“ต้องมาสิคะ ตูไม่น่าทิ้งพี่ธีไปเลย ตูขอโทษนะคะ”

“พี่เข้าใจ แล้วก็ไม่เคยโกรธตูด้วย”

“ขอแค่พี่ธีพูดแค่นี้ จากนี้ไปตูจะไม่ทิ้งพี่ธีไปไหน” ข้าวตูกอดธีระอีกครั้ง

พิมกับอุ้มมองด้วยหัวใจหวั่นวิตก ธีระดันข้าวตูออกแล้วแยกไปรับแขกผู้ใหญ่ที่เดินมา ข้าวตูจึงเข้ามานั่งรวมกับพิมและอุ้มโดยไม่รู้ว่าเป็นใคร ใหญ่ ช้อย และภา กระซิบกระซาบกันว่าธีระจะเลือกใคร ใหญ่ว่าเป็นข้าวตู แหม่มยื่นหน้ามากระซิบด้วยคน

“แต่หนูว่าต้องเลือกคนแรกค่ะ เพราะเป็นรักแรกพบ”

กุ๊กเห็นด้วย แต่เป๊บแย้งว่าเลือกอุ้ม นุ้ยก็เชื่อเช่นนั้น วิทย์ถามทำไมถึงคิดอย่างนั้น สาวๆเริ่มแตกแยกความคิดเห็นกัน พวกใหญ่เชื่อว่า ธีระต้องรักข้าวตูมากที่สุด เพราะพวกตนอยู่ในเหตุการณ์ วิทย์จึงขอให้ทุกคนคอยดูหลังจากเสร็จงานศพ ว่าธีระจะเลือกใคร

ooooooo

บนเมรุเผาศพ ธีระยื่นดอกไม้จันทน์ใส่เตา เขา อธิษฐาน ขอให้วิญญาณของแม่ไปสู่สรวงสวรรค์ และขอให้ตนได้เกิดเป็นลูกแม่ทุกชาติไป แดงเข้ามายื่นดอกไม้จันทน์แล้วเอ่ยเช่นกัน ว่าตนภูมิใจมากที่ได้เกิดเป็นลูกของแม่ ขอให้แม่หลับให้สบาย คนอื่นๆทยอยตามเข้ามา

พิมมองรูปจินดา แล้วขออโหสิกรรมก่อนจะวางดอกไม้จันทน์ หันมาเจออุ้มเดินสวนเข้าไป

อุ้มยกมือไหว้ขอขมา “กรรมใดที่หนูได้ล่วงเกินคุณแม่ ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา ใจ ขอให้คุณแม่อโหสิกรรมให้กับหนูด้วยนะคะ”

ข้าวตูเดินมายืนข้างๆ อุ้มถอยออก เธอจึงเอ่ย “คุณป้าไม่ต้องห่วงพี่ธีนะคะ  หนูจะดูแลพี่ธีต่อจากคุณป้าเองค่ะ”

แขกที่มาในงานพากันเข้ามาวางดอกไม้จันทน์... ควันไฟลอยออกปล่อง ธีระยืนมองน้ำตาไหลริน  แดงซบกบร้องไห้สะอึกสะอื้น ใหญ่ ภา และช้อยเกาะกันร้องไห้ระงม พิม อุ้ม และข้าวตูยืนมองมาที่ธีระด้วยความสงสารและอยากเข้าไปปลอบใจ

ooooooo

เสร็จงาน แดง กบ ไตรตั้น และพวกใหญ่เดิน เศร้าๆกลับ ธีระถือรูปจินดาเดินตามมาห่างๆ ข้าวตูเข้ามาหาจะช่วยถือรูป เขาดึงกลับ

“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ถือได้”

“ตูรู้นะคะว่าพี่ธีเสียใจมากกับการจากไปของคุณป้า แต่ตูอยากบอกให้พี่ธีรู้ว่า พี่ธียังมีตูอีกคนนะคะที่รักและห่วงใยพี่ธี...ตูสัญญาค่ะว่าตูจะไม่จากพี่ธีไปไหนอีกแล้ว เราจะกลับมารักกันเหมือนเดิมนะคะ”

ข้าวตูเข้ากอด แต่ธีระยืนนิ่ง เธอแปลกใจผละออกมอง

“พี่ธีไม่ดีใจหรือคะที่ตูกลับมา”

“คือ...พี่จะบอกกับตูยังไงดี”

“เรื่องอะไรคะ”

“พี่คิดว่าวันนี้พี่ไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นกับตู”

“ทำไมล่ะคะ ในเมื่อวันนี้พี่ธีไม่มีคุณป้าที่ต้องเป็นห่วงแล้วนี่คะ”

“ใช่ แต่หลังที่ตูไปจากพี่ พี่มาคิดดูแล้ว พี่ว่าเราสองคนคงไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ”

ข้าวตูหน้าเสีย “ทำไมจะไปด้วยกันไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อก่อนหน้านี้ เราสองคนยังมีความสุขอยู่ด้วยกันเลย”

“ใช่ ตอนที่พี่อยู่กับตู พี่ก็คิดว่าพี่รักตู อยากใช้ชีวิตอยู่กับตู แต่วันนั้นมันผ่านไปแล้ว...วันนี้พี่ไม่ได้รักตูแล้ว” ธีระตัดสินใจพูดออกมาตรงๆ

ข้าวตูแทบช็อก ธีระขอร้องอย่าโกรธตน ขอบใจที่เธอรักและดีกับตน เธอย้อนถามว่าเพราะเธอเรียกร้องจากเขามากไปใช่ไหม ธีระยืนนิ่ง ข้าวตูนึกย้อนไปวันที่เธอต่อว่าเขา

“พี่ธีต่างหากที่เป็นฝ่ายรักแม่และให้ความสำคัญกับแม่พี่มากกว่าใครทั้งหมด”

“ไม่จริงหรอกตู ที่พี่ทำอย่างนั้นก็แค่อยากให้ แม่สบายใจ”

“นั่นล่ะค่ะ พี่ธีอาจคิดว่าเรื่องที่ทำเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่น”

“แต่คำว่าแม่นะตู ถ้าเราไม่รักแม่ แล้วเราจะ...” ธีระพูดไม่ออก ข้าวตูสวนมาว่านี่แหละที่ตนถึงต้องเป็นฝ่ายไป...

ข้าวตูเสียใจกับคำพูดของตนวันนั้น “ใช่ เป็นความผิดของตูเอง ถ้าตูรักพี่ธีมากกว่านี้ ตูก็จะไม่สนใจเรื่องอะไรทั้งหมด ไม่สนใจว่าพี่ธีจะรักแม่มากแค่ไหน ทุกอย่างก็จะไม่จบลงแบบนี้”

“พี่ขอโทษนะตูที่พี่...”

“พี่ธีไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ทุกอย่างมันเป็นเพราะตู ตูเป็นคนทำลายมันเอง ตูเป็นคนทำลายความรักที่พี่มีให้ตู”

ข้าวตูน้ำตาไหลริน เอ่ยปากขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเขาเคยรักตน ก่อนจะตัดใจเดินจากไป

ธีระก้มหน้าถอนใจ พอจะเดินไป อุ้มก้าวเข้ามา เขาชะงักถามว่าเธอจะกลับแล้วหรือ

“ยังค่ะ อุ้มจะมาบอกพี่ธีว่า อุ้มจะทำตามสัญญาที่อุ้มเคยให้กับพี่ธีไว้”

“สัญญา...ขอโทษทีนะ ช่วงนี้พี่ยุ่งกับงานศพแม่จนเบลอ สัญญาอะไรบอกพี่อีกทีได้ไหม”

“ก็ที่อุ้มเคยบอกว่าวันไหนที่ไม่มีคุณแม่แล้ว อุ้มจะแต่งงานกับพี่ธีไงคะ ตอนนี้พี่ธียังไม่มีใครใช่ไหมคะ”

ธีระอึ้งๆ พยักหน้ารับว่ายังไม่มี อุ้มดีใจเข้ากุมมือเขา

“ถ้ายังงั้นเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ พ่อกับแม่ก็ยังบ่นคิดถึงพี่ธีอยู่บ่อยๆ แล้วที่ดินที่พี่ธีซื้อ พ่อก็ซื้อเก็บไว้แล้ว พ่อบอกว่าถ้าพี่ธีกลับมา พ่อจะยกที่ดินผืนนั้นให้เป็นเรือนหอของเรา”

อุ้มเห็นท่าทีอึดอัดของเขาจึงถามว่าเป็นอะไร

ธีระเงยหน้ามองอุ้มเต็มตา

“พี่ขอโทษนะอุ้ม พี่ว่าเรื่องของเรามันจบไปแล้ว...

ไม่ใช่ที่ผ่านมาพี่ไม่รักอุ้มนะ เพียงแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ตัวพี่เองก็มีความคิดไม่เหมือนเดิม”

“พี่กำลังจะบอกว่าพี่ธีลืมอุ้มแล้วงั้นหรือคะ”

ธีระพยักหน้าช้าๆ อุ้มน้ำตารื้น เขาขอโทษอย่าโกรธตนเลย เธอมองเขาด้วยหัวใจแตกสลาย

“ไม่หรอกค่ะ อุ้มไม่เคยโกรธพี่ธี เพียงแต่อุ้มไม่เคยคิดว่าพี่ธีจะลืมอุ้ม เพราะไม่มีวันไหนที่อุ้มจะไม่คิดถึงพี่ธี” อุ้มนึกถึงวันที่ตัดขาดจากเขา “ถ้าวันนั้นอุ้มไม่มีทิฐิ ไม่ต้องการที่จะเอาชนะแม่พี่ธี วันนี้อุ้มก็คงไม่ใช่คนที่ถูกลืม”

ธีระยืนอึ้ง อุ้มมองเขาน้ำตาไหลริน

“บอกอุ้มอีกครั้งได้ไหมคะ ว่าพี่ธีไม่ได้รักอุ้มแล้วจริงๆ อุ้มจะได้ตื่นจากความฝัน”

“พี่ขอโทษนะอุ้ม” ธีระจับมือเธออย่างปลอบโยน เธอมองเขาด้วยความเจ็บปวด

“ขอบคุณนะคะที่พี่ธีทำให้อุ้มได้รู้จักกับคำว่า...

ความรัก” อุ้มแกะมือเขาออก หันหลังเดินจากไปน้ำตาไหลพราก

ธีระก้มมองรูปแม่ในมือด้วยความเสียใจ เห็นเงาของพิมเดินเข้ามา จึงเงยหน้ามอง

“พิมยืนลุ้นอยู่ตั้งนาน”

“ลุ้นอะไรหรือ” ธีระถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ลุ้นว่าพี่ธีจะเลือกใคร ระหว่างข้าวตูกับอุ้ม แต่พอเห็นเขาสองคนเดินจากไป พิมถึงได้กล้าเดินเข้ามาหา”

“แล้วถ้าพี่เลือกใครคนนึง พิมจะทำยังไง”

“พิมก็จะไปโดยไม่ลาพี่  และไม่มาเจอพี่อีกทั้งชีวิต” พิมเห็นธีระยิ้ม จึงขยับเข้าใกล้ “พิมยังรอพี่ธีอยู่นะคะ ถ้าพี่ธีไม่ได้เลืิอกใคร เราก็กลับบ้านกันเถอะค่ะ”

พิมยื่นมือให้ธีระกุมมือ เธอปลาบปลื้มโผเข้ากอดเขาอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันนี้จริงๆ

“พิม...พี่อยากจะบอกพิมว่า วันนี้พี่ไม่พร้อมสำหรับใครเลย”

พิมชะงักผละออก ถามว่ารวมทั้งตนด้วยหรือ เขาพยักหน้า

“ใช่ พี่ยังทำใจเรื่องแม่ไม่ได้ พี่ไม่รู้ว่าพี่จะโศกเศร้าเสียใจกับเรื่องของแม่ไปอีกนานแค่ไหน”

“พิมไม่ว่าหรอกค่ะ พิมรอได้ พิมเข้าใจว่าพี่ธีรักและผูกพันกับคุณแม่มาก”

“อย่าเลยพิม พี่ไม่อยากเอาเปรียบพิม ไม่อยากให้ใครต้องอดทนกับพี่เพราะรักพี่ อย่ารอพี่เลยนะ”

“แต่พิมรักพี่นะคะ”

“พี่รู้ แต่พี่สิ...วันนี้พี่ไม่ได้รักพิมแล้ว” ธีระตัดสินใจโพล่งออกมา

พิมหน้าเสียน้ำตารื้น “ทำไมคะ บอกพิมได้มั้ยว่าทำไมไม่รักพิม...หรือเป็นเพราะวันนั้นที่พิมไม่อดทนกับแม่พี่ ใช่ไหมคะ”

พิมนึกถึงวันที่ให้เขาเลือกระหว่างตนกับแม่...ธีระพยักหน้า

“คงเป็นเพราะเรื่องนั้น ทำให้พี่ได้รู้ว่า พี่ไม่ได้รักพิม แต่พิมยังคงเป็นน้อง เป็นเพื่อนที่ดีของพี่เสมอนะ”

พิมเจ็บแปลบในใจ น้ำตาไหลริน “เสียดายนะคะ ถ้าวันนั้นแค่พิมอดทน วันนี้พิมคงไม่ต้องมาถามพี่ว่า ทำไมพี่ถึงไม่รักพิม”

พิมสะอื้นตัดใจเดินจากเขาไป...ธีระมองตามด้วยสายตาหม่นหมอง หันเดินไปอีกทาง

ooooooo

บัดนี้ ธีระรู้แก่ใจแล้วว่า ตัวเองรักแม่มากกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนของบ้าน ก็เห็นแต่ภาพแม่เรียกให้เขามาทานข้าว ทุกครั้งที่เขากลับจากทำงาน แม่จะกางแขนสวมกอดและถามว่าเหนื่อยไหม เขาถึงกับน้ำตาซึม มองไปที่เก้าอี้หน้าทีวี ที่แม่นั่งเป็นประจำ เห็นแม่กำลังบอกเขาว่า

“แม่อยากให้ลูกรู้นะ ว่าแม่รักลูก”

“ผมก็รักแม่ครับ” ธีระเอ่ยตอบด้วยน้ำตานองหน้า เพราะจากนี้ไปจะไม่มีแม่มาบอกรักอีกแล้ว

ธีระทนความเศร้าเสียใจไม่ไหว เขาหันหลังเดินออกจากบ้าน ขับรถไป...ตั้งแต่วันนั้น เขาก้มหน้าทำแต่งานด้วยสีหน้านิ่งสงบ อยู่ต่างประเทศเดินผ่านร้านช็อกโกแลตก็สะท้อนใจคิดถึงแม่  วันๆได้แต่นั่งเหงาอยู่คนเดียว

กลับจากบิน ธีระแวะมาหาแดงที่ร้าน เด็กในร้านบอกว่าไปภูเก็ต มีลูกค้าให้กบไปดูจัดสวนให้ เขาจึงฝากของไว้แล้วกลับออกมา มองซ้ายมองขวาไม่รู้จะไปไหนดี พลันมือถือดังเขากดรับ

“สวัสดีค่ะคุณธี นี่หนูดีพูดนะคะ”

“อ้าว หนูดีว่าไง”

“ขอโทษนะคะที่โทร.มา เผอิญหนูดีจะเอาเงินบางส่วนไปใช้คืนคุณธีค่ะ”

ธีระเหนื่อยใจจึงบอกเธอว่าเอาไว้ก่อนก็ได้ แต่เธอกลับบอกว่าได้เก็บเงินถึงแสน อยากจะทยอยคืนแก่เขา เลิกงานให้เอาไปให้ที่ไหน เขาจึงบอกเธอว่าจะนั่งทานกาแฟแถวทองหล่อ ตอนเย็นให้เธอโทร.หาอีกครั้งว่าอยู่ ร้านไหน

ooooooo

ตกเย็น หนูดีเดินเข้ามาในร้านกาแฟที่ธีระนั่งอยู่ เธอทักทายเขาอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะคุณธี...หนูดีขอโทษนะคะที่ไม่ได้ไปงานเผาศพคุณป้า พอดีวันนั้นหนูดีต้องเข้าเวร”

“ไม่เป็นไรหรอก ดื่มอะไร...”

“ไม่ล่ะค่ะขอบคุณ นี่ค่ะ เงินหนึ่งแสน หนูดีขอใช้แสนนึงก่อนนะคะ แล้วที่เหลืออีกสองแสน หนูดีจะพยายามหามาใช้ให้เร็วที่สุดค่ะ”

“ผมให้คุณ”

หนูดีตกใจ “ให้ทำไมคะ”

“ผมอยากขอบคุณที่คุณดูแลแม่ผมอย่างดี ก่อนที่ท่านจะเสีย”

“หนูดีรับไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณธีก็ให้ค่าจ้างหนูดีแล้วนี่คะ”

“ผมอยากให้เป็นพิเศษไม่ได้หรือไง”

หนูดีไม่ขอรับ เพราะแต่แรกที่เขาให้ยืม แม่ยังกลัวว่าเขาจะเอาเงินมาซื้อตน ธีระหน้าเจื่อน

“แสดงว่าผมดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยหรือ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ แม่เขากลัวคนจะมาดูถูกน่ะค่ะ”

“งั้นคุณก็ไม่ต้องบอกแม่ว่าผมให้”

“ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลยค่ะ หนูดีไม่เคยโกหกแม่ ถ้าแม่รู้แม่จะเสียใจ” หนูดีเห็นสายตาธีระจับจ้อง จึงคิดว่าตนพูดมากเกินไป “หนูดีขอตัวกลับก่อนนะคะ”

ธีระผลักซองเงินคืนให้ แต่เธอไม่ยอมรับ ยกมือไหว้เดินออก เขามองตามยิ้มๆนึกขำในความซื่อของเธอ

ooooooo

วันต่อมา ธีระมาที่ร้านแดง ไตรตั้นวิ่งมากอดด้วยความคิดถึง แดงชวนเขาไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกันอาทิตย์หน้า แต่เขาเบื่อไม่อยากไป เพราะบินออกบ่อย กบแย้งว่านั่นทำงานแต่คราวนี้จะไปเที่ยว เขาส่ายหน้า แดงบ่นจะอยู่ทำไมคนเดียวให้เหงา

“นั่นสิธี ไปเที่ยวดีกว่า เผื่อได้เจอสาวๆ ถูกใจ” กบคะยั้นคะยอ

ธีระส่ายหน้ายิ้มๆ ใหญ่ ช้อย และภาเข้ามา ต่างจูงลูกสาว หลานสาวมาแนะนำให้ธีระรู้จัก แถมร่ายคุณสมบัติต่างๆ ธีระหน้าเหวอหาข้ออ้าง

“เอ่อ...ขอโทษครับ ผมลืมไปผมมีนัดกับเจ้านาย ขอตัวก่อนนะครับ”

ธีระรีบยกมือไหว้ แดงเข้าใจน้อง เออออเร่งให้รีบไปเดี๋ยวเข้าประชุมไม่ทัน

พวกใหญ่โอดโอย อุตส่าห์หาคนดีๆมาให้เลือก แดงขอโทษและขอให้ปล่อยธีระเลือกเองจะดีกว่า จะได้ไม่ผิดใจกันด้วย

เมื่อไม่รู้จะไปไหน ธีระแวะมานั่งอยู่บ้านแม่ บางวันก็นั่งจิบกาแฟตามร้านอย่างเหงาๆ บางทีก็โทร.ชวนวิทย์ออกไปดื่มอะไรกัน แต่คืนนี้วิทย์ไม่ว่าง เขาจึงขับรถไปเรื่อยๆ ได้ยินดีเจในวิทยุกล่าว

“วันนี้วันแห่งความรัก ใครยังไม่มีคนรักก็ให้ได้คนรักนะครับ สำหรับเพลงนี้ผมมอบให้กับคนที่ผมรักที่สุดครับ”

เพลงรักดังก้องขึ้น ธีระขับรถไปเรื่อยๆ มารู้สึกตัวอีกที เขาจอดอยู่หน้าโรงพยาบาลที่หนูดีทำงาน จึงลองเข้าไปดู และก็ได้พบเธอเข้าเวร นั่งฮัมเพลงอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขามายืนตรงหน้า เธอเงยมาสะดุ้งรีบยกมือไหว้ ถามมาเยี่ยมใครหรือว่าไม่สบาย  เขาปฏิเสธทั้งสองอย่าง

“อ้าว แล้วมาทำอะไรที่โรงพยาบาลคะ”

“พอดีเซ็งๆ ไม่รู้จะไปไหน ขับผ่านโรงพยาบาลก็เลยแวะมาหาคุณ จำได้ว่าคุณเคยบอกทุกวันจันทร์จะเข้าเวรถึงสามทุ่ม...ผมเห็นว่าจะสามทุ่มแล้วก็เลยคิดว่าแวะรับคุณกลับบ้านด้วยดีกว่า ไหนๆบ้านคุณก็อยู่ทางเดียวกับผม”

หนูดีอึกอักไม่ทันตอบ เขาตัดบทบอกว่าจะนั่งรอแล้วเดินไป เธอทำงานอย่างประหม่า ชำเลืองมองเขาเป็นระยะๆ

พอออกเวร หนูดีนั่งตัวลีบมาในรถธีระ  เขาจึงชวนคุย

ว่าซอยเข้าบ้านเธอเปลี่ยว  ไม่ควรกลับบ้านดึก  เขาเป็นห่วง เล่นเอาเธอทำหน้าไม่ถูก เขายิ้มขำๆ พอถึงบ้าน หนูดีลงจากรถด้วยความงุนงงกับท่าทีของธีระในวันนี้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หนูดีเดินออกมาจากบ้านเช่า เจอธีระยืนพิงรถรออยู่ ก็ตกใจรีบเข้าไปถามว่ามีธุระอะไร ยิ่งเขาตอบว่ามารอ เธอยิ่งสงสัยมีเรื่องอะไรด่วน

“ผมตั้งใจจะไปใส่บาตรให้คุณแม่ ก็เลยแวะมาชวนคุณไปใส่บาตรด้วยกัน ไม่เสียเวลาหรอก เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่ทำงาน ไป อย่าช้าเลยเดี๋ยวไปทำงานสาย” ธีระเห็นเธออึ้งจึงดันขึ้นรถ

ระหว่างนั่งมาในรถ ธีระขอร้องหนูดี  ต่อไปเจอกันอย่าไหว้อีก เธอแย้งว่าเขาเป็นผู้ใหญ่

“เวลาที่คุณไหว้ผมทีไร ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองแก่มาก”

“เอ่อ ไม่ใช่นะคะ คุณธียังไม่แก่หรอกค่ะ เพียงแต่หนูดีเห็นว่า...”

“นั่นล่ะ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ต่อไปนี้ไม่ต้องไหว้ผมนะ”

หนูดีรับปาก ธีระขับรถไปแถวถนนราชดำเนิน ใส่บาตรร่วมกัน รับพรพระ ปล่อยนก รู้สึกเอิบอิ่มใจ เขาบอกเธอว่า มะรืนตนจะไปญี่ปุ่น เธออยากได้ของฝากไหม เธอปฏิเสธเพราะยังงงอยู่

“งั้นผมจะซื้อขนมมาฝากนะ คุณชอบทานอะไร”

หนูดีเกรงใจ ธีระเอ็ดทำไมต้องเกรงใจอยู่เรื่อยเพราะตนเป็นผู้ใหญ่หรือ

“ไหนคุณบอกว่าผมไม่แก่ไง ปีนี้ผมอายุ 35 คุณอายุเท่าไหร่นะ”

“24 ค่ะ”

“ก็ห่างกันแค่ 11 ปี ไม่มากเท่าไหร่ คุณว่ามั้ย”

“ก็มากเหมือนกันนะคะ”

“หมายความว่าคุณไม่ชอบคนแก่” สีหน้าธีระหม่นลง

“ค่ะ ก็ไม่ค่อยชอบหรอกค่ะ...แต่ยกเว้นคุณธีนะคะ เพราะคุณธีดูดีแล้วก็ไม่แก่”

ธีระดีใจที่เธอไม่รังเกียจจึงรุกต่อ “ว่าไง หนูดี คุณไม่รังเกียจใช่ไหม ถ้าเราจะคบกัน ผมหมายถึง ถ้าผมจะจีบคุณเป็นแฟนได้ไหม”

หนูดีเขินอายหาว่าเขาล้อเล่น ทำอะไรไม่ถูก ธีระยืนยันว่าตนเหมือนนกที่เธอปล่อย มีอิสระจะรักและอยู่กับใครสักคนไปจนวันตาย เขายื่นมือขอโอกาสที่จะนับหนึ่งไปพร้อมกับเธอ  สีหน้าหนูดีลังเล ธีระลดมือลงอย่างผิดหวัง บอกเธอว่าจะไปส่งโรงพยาบาล

“เดี๋ยวค่ะคุณธี...ก็ได้ค่ะ เราจะนับหนึ่งไปพร้อมๆ กัน” หนูดียื่นมือไปหาเขา

ธีระจับมือเธอ ดึงเข้ามาจูบหน้าผากด้วยความดีใจ...จากนั้นทั้งสองมาเที่ยวทะเล หนูดีถามเขาว่าคิดถึงแม่อยู่ไหม เขาตอบว่าไม่แล้ว เพราะมีเธอให้คิดถึง  เธอโผกอดเขาอย่างซาบซึ้งใจ

ooooooo

–อวสาน–


ละครรักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านรักคุณเท่าฟ้า ติดตามรักคุณเท่าฟ้า ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 21 ส.ค. 2555 09:12 2012-08-23T01:30:55+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ