ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เล่ห์ร้อยรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันใหม่ ต้นหอมพาเจ๊อ้อยเข้ามาในบ้านนภา พลางแจงแจกงานที่ต้องทำ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของนภา เพราะท่านทำเอง

เจ๊อ้อยรับปาก แต่ใจนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย นางรอจนต้นหอมกลับไป ค่อยแอบขึ้นชั้นบน สิบแปดมงกุฎตัวแม่ดึงกิ๊บติดผมออกมาเขี่ยปลดล็อกลูกบิด ยังไม่ทันสำเร็จ ก็ได้ยินเสียงนภาเรียกหาต้นหอมอยู่ข้างล่าง เจ๊ต้องวางมือ วิ่งแจ้นลงมารับหน้า

นภาไม่พอใจถามเจ๊อ้อยว่าขึ้นไปทำอะไรข้างบน

“ขึ้นไปหาห้องน้ำ ปวดฉี่ค่ะ”

“ทีหลังปวดฉี่ก็กลับไปฉี่ที่บ้านคนงาน บ้านฉันไม่ใช่ส้วมคนใช้ แล้วนี่ต้นหอมไปไหน”

“ต้นหอมไปตึกใหญ่ค่ะ อีกหนึ่งชั่วโมงจะกลับมาตรวจงานค่ะ”

“งั้นเธอก็รีบทำ อย่าชักช้า” นภาเดินเชิดขึ้นชั้นบน เจ๊อ้อยมองตามด้วยความเสียดาย

สายวันเดียวกัน ธาวินนัดบุญทันมาพบที่ร้านกาแฟ เขาข้องใจเรื่องตาลพาแม่เข้ามาอยู่ในบ้าน

“แต่ฉันว่ามาถึงขนาดนี้แล้ว เขาคงไม่คิดร้ายกับแกแล้วล่ะ บางทีแม่เขาอาจจะไม่มีที่ไป ว่าแต่แกเถอะ คิดจะบอกความจริงเมื่อไหร่ ว่าจำอะไรได้หมดแล้ว”

“ก็กะว่าจะบอกหลังแต่งงาน”

“อ๋อ นี่แกหวังจะให้ส่งตัวเข้าหอก่อนใช่ไหม เขาจะได้หนีไม่รอด”

“แกนี่รู้ทันฉันตลอดเลยนะ แล้วฉันก็คิดว่าหลังแต่งงาน เราควรจะเปิดเผยความจริงให้คุณปู่รู้ได้แล้วนะว่าแกคือใคร เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็จบแล้ว”

บุญทันยกกาแฟจิบแววตาครุ่นคิด เขาเปรยว่า บางทีอเนกอาจไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง เพราะถ้าเป็นคนฆ่า ภาคินก็ไม่น่าจะใจเสาะคิดฆ่าตัวตาย

“ฉันว่าแกคิดมากไป เชื่อฉันทุกอย่างมันจบแล้ว” ธาวินมั่นใจ

บุญทันมองหน้าเพื่อน พยายามจะเชื่อตามนั้น

เวลาเดียวกัน ปารมีนัดเอมาพบที่โรงแรม เธอใช้มารยาหว่านล้อมให้ชายหนุ่มร่วมมือกำจัดภูบดีเพื่อฮุบมรดก แต่เอชักถอดใจ กลัวจะมีจุดจบแบบพ่อ ปารมี

ยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่ทำ เธอกับเขาก็จบกัน แล้วจะลุกหนี เอรีบดึงแขนไว้

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะปา พี่รักปานะ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่ง่ายนะ ถ้าเราถูกจับ...”

“พี่เอก็พูดแต่กลัวถูกจับ ถูกจับ...ถ้าเราวางแผนให้ดี เราก็ไม่มีทางโดนจับหรอกค่ะ นะคะพี่เอ ถ้าพี่เอรักปา พี่เอต้องทำเพื่ออนาคตของเรา แต่ถ้าพี่เอไม่ทำ เราก็จบกันแค่นี้” ปารมีจ้องเอนิ่งรอคำตอบ

ชายหนุ่มถอนใจยาวก่อนเอ่ยอย่างจนใจ “จะให้ทำยังไงล่ะ”

“มันต้องอย่างนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ารักกันจริง” ปารมีเข้ามาจุ๊บแก้มเอาใจ

ooooooo

ตาลออกจากห้อง มองซ้ายขวาไม่เห็นใครก็รีบย่องลงไปหาเจ๊อ้อยในครัว เพราะได้ยินเสียงแม่ฮัมเพลงอยู่ในนั้น

เจ๊อ้อยโผล่ออกมาจ๊ะเอ๋ แต่ตาลไม่มีอารมณ์

เล่นด้วย เธอยิงคำถามชุดแรกว่าแม่มาทำไมและมีแผนอะไร

“เอ๊ะ นังนี่ เห็นแม่เป็นคนยังไง ที่แม่เข้ามาที่นี่ก็เพราะแม่เป็นห่วงเอ็งนะ กลัวเอ็งจะมีอันตราย เห็นไหมเพราะเอ็งไม่บอกความจริงกับแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เอ็งถึงโดนยิง”

“ไม่เกี่ยวหรอกแม่ หนูว่าแม่ออกไปเถอะ อย่าอยู่ที่นี่เลย เพราะถ้าใครรู้เข้าว่าแม่เป็นแม่หนู หนูจะเดือดร้อนนะ หนูขอร้องล่ะแม่ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งไปกว่านี้เลย”

“ก็ได้ แม่จะไป แต่เอ็งต้องไปกับแม่”

“แม่ ทำไมแม่ดื้ออย่างนี้ล่ะ หนูยังไปตอนนี้ไม่ได้ ขอเวลาหนูหน่อย”

“งั้นแม่ก็ไม่ไป ให้เวลาแม่หน่อย ว่าไง” เจ๊อ้อยมองลูกอย่างท้าทาย

ธาวินเดินเข้ามาเห็นสองแม่ลูกยืนคุยกันก็ชะงัก แล้วทักตาลว่าลงมาทำอะไร สาวเจ้าอึกอักโกหกว่า มาดูผลไม้ในตู้เย็น แล้ววานเจ๊อ้อยช่วยจัดใส่จานให้

“ได้ค่ะ” เจ๊อ้อยรับคำเสียงหวานมองตามธาวินที่เดินโอบเอวตาลออกไปอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ตอนค่ำ พิพัฒน์บอกกับตาล และธาวินในระหว่างนั่งทานอาหาร ว่าจะเลื่อนการแต่งงานออกไปอีกหนึ่งเดือน รอให้ตาลหายดีก่อน แล้วค่อยจัดงานแต่งพร้อมคู่ของบุญทัน

“งั้นก็ดีครับ แต่งพร้อมกันสองคู่เลย อ้อ ผมว่าจะเสนอคุณปู่ให้บุญทันไปทำงานที่บริษัทกับผมดีไหมครับ เห็นมันบอกว่ามันจบวุฒิ ม.6 ผมก็เลยคิดว่าจะให้มันไปลงเรียนนอกเวลา แล้วมาฝึกงานที่บริษัท” ธาวินเสนอไอเดีย

พิพัฒน์เห็นดีด้วยเพราะจะได้ไม่มีใครดูถูกบุญทัน เมื่อธาวินขอให้บุญทันมาเป็นเลขาส่วนตัว ตาลนั่งงงขยับจะค้าน แต่พิพัฒน์ชิงพูดขึ้นก่อน

“ดี ปู่เห็นด้วย ให้มันมาเรียนรู้งานจากแก วันหนึ่งมันจะได้ช่วยงานแกได้”

ธาวินพยักหน้ารับคำ ตาลเหลือบมองคุณปู่กับคุณหลานอย่างไม่เห็นด้วยนัก

ครั้นได้อยู่กันตามลำพังในห้องนอนกับธาวิน ตาลเอ่ยถามเรื่องบุญทัน เพราะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่ แต่ธาวินการันตีว่า บุญทันเป็นคนดีและไว้ใจได้ แล้วเปลี่ยนเรื่องขอขึ้นมานอนกอดตาล

บนเตียงด้วย แต่สาวเจ้าไม่ยอมอ้างว่ายังป่วยอยู่ และต้องการพื้นที่นอนสบายๆ

ธาวินทำออดอ้อนขอกู๊ดไนท์คิส ตาลยอมให้แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องหลับตาก่อน ชายหนุ่มดีใจยื่นหน้าเข้ามาจะจูบคนรัก แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“หือม์...ใครนะ มันช่างรู้จังหวะจริงๆ” ธาวินเดินอารมณ์เสียไปเปิดประตู

ปารมียืนส่งยิ้มหวานรอ แล้วเข้ามาคุยกับตาลว่า เธอได้กิฟวอเชอร์ที่พักฟรีที่หัวหินมา จึงอยากให้ธาวินพาตาลไปพักผ่อนเพราะเป็นวันหยุดยาว

ธาวินกับตาลหันมาปรึกษากันแล้วตอบตกลง

ปารมีลอบยิ้ม บอกกับทั้งคู่ว่าจะรีบโทร.จองที่พักให้แล้วลุกเดินออกไป ตาลมองตามเอ่ยชมว่าปารมีน่ารักมาก ดีกับเธอมาตลอด ธาวินพยักหน้ารับ แต่ก็ยังติดใจเรื่องที่ปารมีเคยมาหาในห้อง

ด้านเอ เขาเดินกระวนกระวายอยู่หน้าบ้าน คิดไม่ตกเรื่องปารมี แล้วแม่จอมวางแผนก็โทร.เข้ามาบอกให้จัดการได้เลย ทุกอย่างคอนเฟิร์ม

“อืมม์” ชายหนุ่มปิดโทรศัพท์หันมายกเหล้าดื่มย้อมใจอีกแก้ว ก่อนเดินออกจากบ้าน

เมย์แอบดูอยู่นาน สงสัยว่าเอออกไปไหนกลางดึก ย่องตามไปถึงหน้าโรงรถ สาวเมย์ก็เห็นพี่ชายเปิดฝากระโปรงรถคันที่ธาวินใช้ประจำ ก้มๆเงยๆทำอะไรสักอย่าง ก่อนจะปิดมันลงอย่างเดิมแล้วเดินออกไป

สาวเจ้ารอจนเอผ่านไป จึงออกมาดูที่รถ อยากรู้ว่าพี่ชายมาทำอะไร แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธาวินกับตาลเข้ามาเรียนพิพัฒน์ว่า ทั้งคู่จะไปเที่ยวหัวหินในช่วงวันหยุดยาว พิพัฒน์บอกให้ไปหลายๆวันไม่ต้องห่วงปู่ พอดีเจ๊อ้อยนำอาหารเช้าเข้ามา ตาลหันมองแม่ ธาวินจึงแกล้งถามว่าจะรับอะไรเพิ่มหรือเปล่า

“ว่าจะขอน้ำส้มน่ะค่ะ” ตาลตอบแล้วลุกเดินตามเจ๊อ้อยเข้าครัว แม่ตาลเชื่อมกำชับแม่ตัวเองว่าในช่วงที่เธอไม่อยู่ห้ามก่อเรื่อง

ธาวินอยากรู้ว่าสองแม่ลูกคุยอะไรกันจึงลุกตามไป แล้วแกล้งแหย่เจ๊อ้อยว่า รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เจ๊ถึงกับสะดุ้ง

ตาลรีบเปลี่ยนประเด็นชวนธาวินกลับไปหาคุณปู่ เจ๊อ้อยมองตามแล้วพึมพำกับตัวเอง

“หรือมันจะจำเราได้จริงๆ”

หลังจากทานอาหารเช้า ตาลกับธาวินก็ออกเดินทาง บุญทันเป็นคนขับรถ ปารมีซุ่มดูเหตุการณ์รีบโทร.หาเอ ชายหนุ่มยืนยันว่า ทุกอย่างเรียบร้อยไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด

“งั้นเราก็เตรียมตัวรอรับมรดกได้เลยใช่ไหมคะ อีกไม่เกินสองชั่วโมงเราคงได้รับข่าวดี ปารักพี่เอที่สุดเลย”

“จ้ะ งั้นพี่จะไปรอฟังข่าวที่เดิมนะ”

“ค่ะ” ปารมีปิดโทรศัพท์ ส่งยิ้มอย่างสะใจเมื่อนึกถึงเงินมรดกที่จะได้

“มีข่าวดีอะไรหรือลูก ถึงยิ้มหน้าบานเชียว” นภาเข้ามาซัก

“ข่าวดีมากค่ะแม่ เป็นข่าวที่หนูรอคอยมาทั้งชีวิต เพราะหนูกำลังจะถูกรางวัลที่หนึ่ง” ปารมีหอมแก้ม

นภาซ้ายขวาแล้วเดินอารมณ์ดีออกไป

นภามองตามงงๆ พลางถามตัวเอง “หวยออกวันนี้หรือ”

ooooooo

เวลาผ่านไป บุญทันขับรถมาถึงกลางทาง เขาอดสงสัยไม่ได้ จึงถามธาวินว่า ทำไมอยู่ๆถึงจะไปหัวหิน ไม่เห็นบอกกันล่วงหน้า ตาลได้ฟังก็ไม่พอใจตวาดว่าไม่จำเป็นที่ภูบดีต้องรายงานให้คนขับรถทราบ แล้วจ้องบุญทันอย่างจับผิด

ธาวินรีบไกล่เกลี่ยชวนเปลี่ยนเรื่อง เขาถามตาลว่าไปถึงหัวหินแล้วอยากทานอะไร

“แล้วแต่คุณภูสิคะ” ตาลหันมาตอบแล้วมองกระจกด้านหน้าเห็นบุญทันขับรถฝ่าไฟแดงก็โวยลั่น ส่วนบุญทันเองก็ตกใจไม่แพ้กันร้องบอกธาวินว่า รถเบรกแตก

“จับให้แน่นนะ ฉันจะหักเข้าข้างทาง” บุญทันตะโกนบอกแล้วหักรถเข้าข้างทางไปเบรกกับต้นไม้

“ว้าย!” ตาลหลับตาหวีดร้องอยู่ในอ้อมกอดของธาวิน

เมื่อรถหยุดนิ่ง ธาวินร้องเรียกตาลด้วยความเป็นห่วง สาวเจ้าบอกว่าปลอดภัยดี เขาจึงชะโงกหน้าไปถามบุญทัน ได้รับคำตอบว่าปลอดภัยเช่นกัน

ทั้งสามลงมาจากรถเพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุ จากนั้นธาวินก็โทร.ตามปรารภ

เป็นเวลาเดียวกับที่พิพัฒน์เรียกปรารภมาปรึกษาเรื่องเมย์กับบุญทัน และให้คนไปตามเมย์มาพบเพื่อบอกข้อตกลงต่างๆ หลังจากแต่งงานแล้ว เมย์ตอบรับอย่างเรียบเฉย จนพิพัฒน์กับปรารภแปลกใจ

เสียงโทรศัพท์มือถือปรารภดังขึ้น คุณทนายกดรับ ได้ยินธาวินบอกว่ารถเบรกแตก ให้ส่งรถมารับและช่วยเรียนคุณปู่ว่า ทุกคนปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วง

“ครับๆงั้นเดี๋ยวผมจะส่งรถไปรับนะครับ” ปรารภวางสาย แล้วหันมารายงานพิพัฒน์ “คุณภูบอกว่ารถที่ขับไปเบรกแตกครับ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร ทุกคนปลอดภัย เดีี๋ยวผมจะเอารถไปรับคุณภูนะครับ”

พิพัฒน์มองตามปรารภ...รำพึงว่า “ทำไมอยู่ๆรถถึงเบรกแตกได้”

เมย์ได้ยินก็ชะงักนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้

ooooooo

ธาวินเดินมาบอกตาลที่นั่งรออยู่ในรถว่าปรารภจะส่งรถมารับ แล้วเดินออกไปคุยกับบุญทันที่กำลังหาสาเหตุว่าทำไมอยู่ๆรถถึงเบรกแตก แล้วทั้งสองก็ได้คำตอบว่ามีคนตัดสายเบรก แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ยังหาหลักฐานไม่ได้

ตาลลอบมองสองหนุ่ม เธอรู้สึกสะดุดใจกับท่าทีการพูดของทั้งคู่เพราะดูมีเงื่อนงำ แล้วเสียงมือถือก็ดังขึ้น ตาลกดรับ ได้ยินปารมีถามว่าถึงหัวหินหรือยัง

“ยังไม่ถึงเลยค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุ อยู่ๆรถก็...” ตาลจะบอกความจริง แต่บุญทันส่งสัญญาณให้บอกไปว่ารถยางแตก สาวเจ้าจะไม่ยอม แต่เมื่อเห็นธาวิน

พยักหน้าสำทับก็จำต้องเอ่ยออกไป “เอ่อ...พอดีรถยางแตกน่ะค่ะ ก็เลยต้องเปลี่ยนรถใหม่ อีกไม่เกินสองชั่วโมงน่าจะถึงหัวหินค่ะ”

“อ๋อ หรือคะ โอเคค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ ปาโทร.มาถามดู” ปารมีปิดโทรศัพท์พลางสบถ “ไอ้บ้าเอ๊ย มันตัดสายเบรกประสาอะไร”

ส่วนสาวตาลเธอหันมาถามสองหนุ่มว่าทำไมต้องให้โกหกปารมีด้วย ธาวินอ้างว่าไม่อยากให้คนที่บ้านตกใจ แต่ตาลไม่เชื่อ เธอหันมาพาลกับบุญทันและโทษว่า เป็นคนตัดสายเบรกรถ

“อ้าว ทำไมคุณตาลพูดแบบนี้ล่ะครับ ถ้าผมตัดเอง ผมก็ตายด้วยนะครับ”

“ใครจะไปรู้ เห็นทำเหมือนมีลับลมคมในกันเหลือเกิน จะพูดจาอะไรกันก็เหมือนมีโค้ดลับ”

“โค้ดลับอะไร ไม่มี ผมกับบุญทันแค่สงสัยว่าใครมาตัดสายเบรกรถเท่านั้นเอง”

“คุณภูจะบอกว่ามีคนต้องการฆ่าเราหรือคะ”

“ไม่ใช่หรอกครับคุณตาล คุณตาลอย่าแตกตื่นไปเลย มันเป็นอุบัติเหตุมากกว่าครับ” บุญทันตัดบท

ตาลไม่ยอมจบจะหาเรื่องบุญทันอีก ธาวินรีบปรามขอให้เธอไปนั่งรอรถคันใหม่ที่ใต้ต้นไม้ สาวเจ้าเดินหัวเสียออกไป บุญทันมองตามแล้วแอบกระซิบกับธาวิน

“เมียแกนี่หูไวหัวไว สมกับเป็นพวกสิบแปดมงกุฎจริงๆ”

“ฉันก็ลืมตัวไป ต่อไปนี้จะพูดอะไรก็ต้องระวังกันหน่อย”

ส่วนสาวตาลหันกลับมาเห็นสองหนุ่มกระซิบกระซาบ กันก็ยิ่งมั่นใจว่าทั้งคู่มีเรื่องปิดบังเธออยู่แน่ๆ

ไม่นานนัก ปรารภก็นำรถตู้คันใหม่มารับธาวินกับตาล ทั้งสองยืนยันจะไปเที่ยวหัวหินต่อ ปรารภจึงให้รถตู้ไปส่ง ส่วนบุญทันรออยู่จัดการเรื่องซ่อมรถให้เรียบร้อย และในระหว่างที่รอช่าง ชายหนุ่มก็เกิดคำถาม

“หรือว่าคนที่ฆ่าลุงภาคินไม่ใช่อาอเนก”

ooooooo

ปารมีเข้ามาต่อว่าเอในโรงแรม เพราะภูบดีกับตาลยังมีชีวิตอยู่ เอว่าไม่น่าพลาดเพราะเขาเป็นคนตัดสายเบรกกับมือ

“แต่มันเป็นไปแล้ว เรื่องง่ายๆแค่นี้พี่เอยังทำไม่ได้ จะไปทำเรื่องใหญ่กว่านี้ได้ยังไง”

“เอาน่ะ วันพระไม่ได้มีหนเดียว ปาไม่ต้องห่วง พี่จะหาทางจัดการมันอีกที” เอดึงปารมีเข้ามากอดเพื่อเรียกความเชื่อมั่น แต่กลับถูกตะเพิดให้กลับไป

ในตอนค่ำ เอเดินหัวเสียเข้ามาในบ้าน เมย์นั่งรออยู่รีบถามพี่ชายว่าไปทำอะไรที่โรงรถเมื่อคืน เพราะมั่นใจว่าเขาเป็นคนตัดสายเบรกรถ เอจำนนด้วยหลักฐาน แต่ยังปากดีท้าทายให้น้องไปฟ้องคุณปู่ ถ้าอยากเห็นเขามีจุดจบเหมือนพ่อ

“แต่ที่พี่ทำมันผิดนะ”

“ก็ได้ ถ้าแกอยากเห็นพี่ตายเหมือนพ่อ แกก็ไปบอกคุณปู่เลย ไปสิ แล้วก็กลับมารับศพพี่ด้วยแล้วกัน” เอมองหน้าน้องสาวอย่างซื้อใจ

“ทำไมพี่ทำแบบนี้ ฉันเกลียดพี่ ฉันเกลียดพี่” เมย์ร้องไห้โฮวิ่งขึ้นชั้นบน

เอถอนใจโล่งอก เชื่อว่าน้องไม่กล้าปริปากบอกใครแน่

ooooooo

บุญทันกลับมานั่งครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในห้องพัก ช่างซ่อมยืนยันว่ามีคนตัดสายเบรกแน่นอนไม่ใช่เสื่อมสภาพจากการใช้รถ เขาจึงมั่นใจว่าคนที่ฆ่าภาคินไม่ใช่อเนก

“คนร้ายต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ใครกันนะที่เป็นฆาตกร” บุญทันหน้าเครียดคิดหาคำตอบ

ด้านปารมีก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะแผนยืมมือเอ จัดการกับภูบดีไม่สำเร็จ จึงต้องหันไปพึ่งสารวัตรสมยศ และในระหว่างที่แม่จอมวางแผนโทร.นัดหมายกับสมยศอยู่นั้น นภาเดินผ่านมา นางถามลูกว่าคุยอยู่กับใคร ได้ยินว่ามีแผนการ ปารมีโกหกคำโตว่า คุยกับเพื่อนเรื่องวางแผนทำประกันชีวิต

“ลูกไม่ได้คิดที่จะทำอะไรไม่ดีใช่ไหม แม่ไม่อยากให้ลูกคิดทำอะไรผิดๆ เพราะที่ผ่านมาแม่เองก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนัก แม่ไม่อยากให้ลูกต้องมีชีวิตที่ทุกข์ตรมเหมือนกับแม่”

“ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง ปาจะไม่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องเจ็บปวดแน่ ปาขอตัวอาบน้ำก่อนนะคะ” ปารมีวางโทรศัพท์แล้วเดินเข้าห้องน้ำ

นภาหยิบโทรศัพท์มาดูเบอร์ แล้วใช้เครื่องของเธอโทร.กลับไป แต่พอได้ยินสารวัตรสมยศแนะนำตัวก็รีบกดวางสาย พร้อมกับตั้งคำถาม “นี่ยายปาไปเป็นเพื่อนกับสารวัตรสมยศตั้งแต่เมื่อไหร่”

ooooooo

เช้าวันใหม่ บุญทันเดินเข้ามาในครัวได้ยินต้นหอมกับมะยมคุยกันว่า คุณเมย์ไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลา เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง ส่วนคุณเอก็ไม่รู้ออกไปไหนตั้งแต่เมื่อคืน พ่อคนขับรถนึกเป็นห่วงจึงไปเคาะประตูเรียก

เมย์นั่งเหม่อ คิดวนเวียนเรื่องเอกับพ่อที่ต้องการฆ่าภูบดี เธอได้ยินเสียงบุญทันเรียกด้วยความเป็นห่วงก็ยิ่งรู้สึกผิด และคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ จึงเปิดประตูออกไปบอกว่า เธอจะไม่แต่งงานกับเขา แล้วไล่ให้กลับไป

“คุณเมย์ ผมว่าเราต้องคุยกันนะ” บุญทันจะเข้ามาในห้องแต่เมย์รีบดึงประตูปิดแล้วทรุดตัวลงร้องไห้

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” บุญทันยืนงงอยู่หน้าประตูด้วยความสับสนและกดดัน เมย์ตัดสินใจจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา สาวเจ้าเดินเข้าไปหยิบคัตเตอร์ในห้องน้ำจะปาดคอตัวเอง แต่บุญทันพังประตูเข้ามาพอดี เขาตรงเข้าแย่งมีดจึงถูกบาดที่แขน

“โอ๊ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงคิดฆ่าตัวตายขึ้นมาอีก”

“ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว”

“ไม่เอาน่ะ คุณเมย์ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไง แล้วคุณก็ตกลงจะแต่งงานกับผม เราจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน คุณไม่ต้องสนใจพี่ชายคุณอีก”

“ไม่ ฉันไม่แต่งกับนาย ครอบครัวฉันเป็นคนไม่ดี นายไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันเลย ฉันไม่ดีพอสำหรับนาย ไปสิ ออกไป”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมรักคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณทำร้ายตัวเองอีก ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ คุณไม่รักผมเลยหรือ ไม่คิดบ้างหรือว่าผมจะเสียใจแค่ไหนถ้าคุณเป็นอะไรไป อย่าทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้เลย” บุญทันดึงเมย์เข้ามากอด

หญิงสาวสิ้นฤทธิ์สะอื้นไห้อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม

หลังจากจัดการเรื่องเมย์เรียบร้อยแล้ว บุญทันก็โทร.บอกธาวินว่า คนที่ฆ่าภาคินไม่ใช่อเนก ธาวินถอนใจเครียด นึกไม่ออกว่าใครกันที่เป็นฆาตกร แต่จำต้องพักเรื่องไว้ก่อน เพราะเห็นสาวตาลเดินถือมะพร้าวน้ำหอมเข้ามายื่นให้ พลางชวนคุยเรื่องบุญทัน เพราะเธอสงสัยว่าสองหนุ่มอาจจะเคยรู้จักกันมาก่อน

“ผมจะไปรู้จักมันได้ไง ผมเพิ่งมาจากอเมริกานะ หรือถ้าผมรู้จักมันผมก็จำมันไม่ได้อยู่ดี ตาลลืมไปแล้วหรือว่าผมสมองเสื่อม” ธาวินทำเนียนกลบเกลื่อน

แม่ตาลเชื่อมยอมเชื่อตามนั้น แล้วฝรั่งชายหญิงคู่หนึ่งก็เข้ามาทักธาวิน ตาลเห็นสามีกำมะลอเข้าไปกอดทั้งคู่และเรียกว่า ไซม่อนกับชารอน จากนั้นก็หันมาแนะนำว่าเธอคือภรรยาของเขา

“ดีใจที่ได้รู้จักค่ะ” ชารอนยื่นมือมาจับกับตาล ขณะที่ธาวินคุยอยู่กับไซม่อน และนัดกันว่าจะไปดินเนอร์ที่โรงแรม แล้วไซม่อนก็ขอตัวพาชารอนเดินออกไป

ตาลมองอย่างสงสัย เธอถามธาวินว่า สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงเรียกภูบดีว่าวิน

“อ้อ เพื่อนผมที่อเมริกาเขามาเที่ยวเมืองไทย ส่วนวินเป็นนิกเนมผมที่เพื่อนๆชอบเรียกกันน่ะ” ธาวินเอาตัวรอดได้อีกครั้ง เขาชวนตาลลงเล่นน้ำด้วยกัน แต่เธอปฏิเสธ

ชายหนุ่มถอดเสื้อเดินลงชายหาด ตาลมองตามแล้วเริ่มเอะใจว่าทำไม คุณภูของเธอถึงจำเพื่อนได้ แล้วสาวเจ้าก็ถึงบางอ้อรู้ว่าชายหนุ่มจำทุกอย่างได้หมดแล้ว เธอรีบวิ่งกลับไปเก็บข้าวของที่ห้องพักหนีออกมา

ส่วนธาวินรู้ตัวแล้วว่าพลาดไป เขารีบตามตาลไปที่ห้องพัก ทั้งสองวิ่งมาจ๊ะเอ๋กันตรงหัวมุมทางเดิน ชายหนุ่มถามตาลว่า จะไปไหน เธอละอายใจรีบหลบตาพร้อมเอ่ยคำขอโทษ

“ขอโทษเรื่องอะไร แล้วตาลกำลังจะหนีผมไปไหน” ธาวินยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วดึงตาลกลับเข้าไปคุยในห้อง

แล้วแม่สาวสิบแปดมงกุฎก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินธาวินบอกว่าเขาจำทุกอย่างได้แล้ว เธอคว้ากระเป๋าเตรียมเผ่น แต่ชายหนุ่มคว้ามือไว้บอกให้ฟังให้จบก่อน

“ไม่ ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ในเมื่อนายจำทุกอย่างได้ นายจะเอาตำรวจมาจับฉันใช่ไหม”

“ผมจะทำอย่างงั้นทำไม ผมรักตาลนะ”

“อย่ามาโกหกเลย นายจะรักฉันได้ยังไง ฉันเป็นขโมยมอมยาแล้วก็ลอกคราบนาย ทำให้นายสมองเสื่อม แถมยังโกหกว่าเป็นเมียนายอีก ฉันไม่มีอะไรดีที่นาย

จะรักได้”

“ถูกของตาล ตอนแรกที่เรารู้จักกันผมอาจจะไม่ได้รักตาล แต่ตอนนี้ผมรักตาลจริงๆนะ เชื่อผมสิ ผมจำทุกอย่างได้ตั้งนานแล้ว ถ้าผมจะเอาตำรวจจับตาล ผมจับไปนานแล้ว เพราะผมจำทุกอย่างได้ก่อนที่ตาลจะโดนยิงซะอีก”

“จริงเหรอ แล้วทำไมไม่บอก ปล่อยให้ฉันเล่นละครปล่อยไก่อยู่ได้”

“ถ้าผมบอกตาล ตาลก็ต้องทิ้งผมไปน่ะสิ นี่ดีนะที่ผมฉุกคิดวิ่งกลับมาทัน ไม่งั้นล่ะก็ ผมจะไปตามหาตัวตาลได้ที่ไหน”

“นายนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆไอ้คนเจ้าเล่ห์...ไอ้คนเจ้าเล่ห์...” ตาลรัวกำปั้นใส่เขา

ชายหนุ่มคว้ามือเธอไว้พลางรวบตัวมากอด บอกว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะรัก และขอสัญญาจากเธอ ว่าอย่าหนีเขาไปไหนอีก

“ก็ได้ ถ้าคุณไม่เอาตำรวจจับ ฉันก็จะไม่หนีคุณ เอาล่ะ คุณปล่อยฉันได้แล้ว”

“ทำไมล่ะ ให้ผมกอดอีกหน่อยไม่ได้หรือ”

“ในเมื่อคุณจำทุกอย่างได้แล้ว คุณก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน และต่อไปนี้ ห้ามแตะเนื้อต้องตัวฉันอีก เพราะฉันไม่ไว้ใจคุณ ก่อนที่คุณจะสมองเสื่อมคุณเป็นพวกชีกอไว้ใจไม่ได้” ตาลกระแทกศอกเข้าใส่

“แต่เรารักกันแล้วนะ” ธาวินยอมปล่อยตัว

“ใช่ แต่เราต้องมาเริ่มต้นความสัมพันธ์กันใหม่” ตาลเดินหนีเข้าห้องน้ำไปแอบดีใจ เพราะในที่สุดชายหนุ่มก็รักเธอจริงๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.