ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากมีเรื่องกับราพณ์ รสิกาจึงกลับบริษัททันที วศินต่อว่าที่เธอหนีกลับมาก่อน เธออ้างว่าไม่สบายแล้วถามถึงเรื่องงาน วศินว่าเขาเอาอยู่...วศินลองชวนรสิกาไปเที่ยวต่างจังหวัดสุดสัปดาห์นี้ เธอปฏิเสธอีกตามเคยว่าไม่เหมาะสม เขาจึงเปลี่ยนมาชวนดินเนอร์คืนนี้แทน

    ส่วน ราพณ์กลับครุ่นคิดถึงรสิกา นึกถึงอดีตที่เขาเคยเห็นเธอสอนงานศิลปะเด็กยากไร้ที่ชุมชนที่เขาเคยเอาเงิน ไปบริจาค โดยไม่คิดค่าแรง ดูเธออ่อนหวานไม่ถือเนื้อถือตัวใดๆ รุ้งรายถือสูทที่สั่งมาให้พี่ชายสวมใส่ไปงานรับรางวัลนักธุรกิจดีเด่นเย็น นี้ เย้าว่าขอน้องสาวควงสักวัน...

    ภายในงาน ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องกำลังคุยโอ้อวดว่าธุรกิจของตนทำเงินปีละสองร้อยล้าน ตนให้ความสำคัญกับกำไรมากกว่ารางวัลเหมือนเจ้าสัวเรียว แขกเหรื่อที่จำต้องฟังทำหน้าแหยๆ เจ้าสัวเรียวเดินควงรัตนาวลีเข้ามา ตามด้วยราพณ์และรุ้งราย เจ้าสัวเอ่ยขอบใจประสิทธิ์ที่เสียเวลามาเป็นกำลังใจ ประสิทธิ์แขวะว่ารางวัลที่ได้ไม่ยั่งยืนเท่าฝีมือที่สั่งสมมา ราพณ์โต้ทันที

    “แต่ถ้าเป็นฝีมือที่ถนัดแต่ทางไม่สุจริต ก็ไม่น่าภูมิใจหรอกครับ”

    รุ้ง รายแกล้งเสริมว่า ฝีมือจริงต้องเป็นทองบริสุทธิ์ เจ้าสัวถามเคยเห็นทองแท้ลอกล่อนบ้างไหม ประสิทธิ์ย้อนว่าทองจะลอกล่อนได้อย่างไร ราพณ์ขยายความ

    “เว้นแต่ว่ามันจะเป็นทองเคที่พยายามชุบทองแท้ เพราะไม่ใช่ทองจริงมาตั้งแต่แรก ใช่ไหมครับป๊า” ...เจ้าสัวเรียวพยักหน้ายิ้มๆ

    ประสิทธิ์ รู้ว่าโดนหลอกด่าจึงเปลี่ยนเป้าหมาย “แต่สมัยนี้คนชอบทองเคก็เยอะนะ ใช่ไหมรัตนาวลี...นี่หญิงอ้ายยอมให้เธอแต่งงานใหม่จริงๆเหรอเนี่ย หลานคนนี้นี่ใจกว้างจริงๆ”

    สุรีย์ส่องช่วยเสริม ใครจะอยากลำบาก ทางไหนที่ดูสบายก็ต้องคว้า รัตนาวลีส่งยิ้มให้อย่างมีสติ เปรยว่าเวลาที่เราเดือดร้อน ญาติพี่น้องเห็นใจและเข้าใจนับว่าเป็นโชคดี แต่ญาติบางประเภท นอกจากไม่ช่วย ไม่เห็นใจแล้วยังทับถม ก็ตะขิดตะขวงใจที่จะนับญาติด้วย ท่านชัยประกาศมีญาติทุกแบบ คงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นแบบไหน เจ้าสัวเรียวสะใจที่รัตนาวลีรู้จักตอบโต้ สุรีย์ส่องหันมาหาราพณ์เป็นพวก แต่รุ้งรายดึงพี่ชายหนี อ้างว่าจะไปรวมญาติทางโน้น สองพ่อลูกประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องเจ็บใจที่โดนหักหน้า

    ด้านรสิกา ออกมาดินเนอร์กับวศิน เขาถือโอกาสขอเธอแต่งงาน เธออึกอักอ้างว่ายังมีภาระ วศินโพล่งขึ้นเรื่องหนี้สิน 80 ล้าน รสิกาตกใจที่เขารู้ วศินอึ้งมันเป็นความจริง รสิกายอมเล่าว่าท่านพ่อเป็นหนี้ทางธุรกิจ วศินเสนอให้ขายวังประกาศเกียรติ รสิกายอมไม่ได้ เพราะต้องรักษาวังและคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมานาน วศินไม่พอใจ

    “คำพูดของผมมันไม่มีความหมายกับคุณหญิงเลยใช่ไหม คุณหญิงคงจะมองไม่เห็นคุณค่าของผม ถ้ายังไม่เสียผมไป”

    รสิก าสะดุดหู กำลังจะถามทำไมต้องเสียเขาไป พอดีปฐวีลูกชายคนโตของประสิทธิ์เข้ามาทัก เขานึกว่ารสิกามาร่วมงานมอบรางวัลเจ้าสัวเรียว พอรสิการู้ว่าแม่อยู่ที่นี่ก็จ้ำอ้าวไปหาทันที วศินยืนงง ปฐวีรีบตามเธอไป

    ใน สวนโรงแรม รัตนาวลียืนเศร้าๆ เจ้าสัวเข้ามาปลอบชมเชยที่เธอรู้จักตอกกลับประสิทธิ์ไม่ได้เป็นการเสีย มารยาทตรงไหน ราพณ์กับรุ้งรายเห็นจริงด้วย รัตนาวลียิ้มปลื้มกับน้ำใจครอบครัวใหม่ พลันรสิกาเข้ามาดึงมือรัตนาวลีให้กลับวัง ราพณ์ดึงมือรสิกาออกมาจับไว้

    “จะ กลับบ้านมาผมพากลับเอง” รสิกาดึงมือออกโวยทำอะไร “ก็คุณทำตัวเป็นเป็ดมาถึงก็ร้องกลับ กลับ ทั้งที่แม่คุณติดธุระสำคัญ ผมก็เลยจะพาคุณกลับแทนไง”

    รัตนาวลีเป็นห่วงลูกจะเข้าไปหา เจ้าสัวรั้งไว้รุ้งรายบอกปล่อยให้ราพณ์จัดการ รสิกาจะโวยวายก็ไม่กล้าเพราะคนเริ่มมองมา จึงขอร้องแม่อีกครั้งให้กลับไปกับตน แต่รัตนาวลีลำบากใจ

    “อ้ายจ๊ะ...แม่มากับเจ้าสัว แม่ควรจะกลับกับเขา”

    วศิน ตามมาเห็น เข้าไปดึงมือรสิกา เธอกำลังโกรธจึงสะบัดมือออก วศินหน้าเสีย ปฐวีเข้าไปปรามรสิกาให้ใจเย็น มีอะไรค่อยไปคุยกันที่บ้าน รสิกามองแม่อย่างตัดพ้อ

    “ถ้างั้นอ้ายกลับไปรอที่วัง หวังว่าหม่อมแม่จะไม่ลืมว่าที่นั่นคือบ้าน”

    ทันใด ราพณ์มองไปเห็นเงาคนถือปืนเล็งมา จึงเข้ารวบตัวรสิกาและเจ้าสัวลงราบกับพื้นเสียงปืนดังเปรี้ยง ทุกคนตกใจ รปภ.วิ่งมา ราพณ์ให้ตามมือปืนไป แต่ รปภ.ถูกยิงเข้าที่แขนล้มลงมือปืนหนีไปได้ ราพณ์ยังกอดรสิกาด้วยความเป็นห่วง รัตนาวลีเห็นท่าทีราพณ์ก็แปลกใจ ปฐวีเข้ามาหารสิกา ดึงเธอออกจากราพณ์ รสิกาได้สติโวย

    “นี่ไงค่ะคนดีของหม่อมแม่ ดีจนมีมือปืนมาเอาชีวิต”

    ปฐวี ปรามให้รีบไปจากที่นี่เพราะไม่ปลอดภัย เขาพาเธอออกไป เจ้าสัวเรียวเห็นประสิทธิ์เดินหันหลังกลับออกไป จึงเปรยกับราพณ์ว่า เป้าหมายไม่ใช่ตน สีหน้าราพณ์เครียดทันที

    ooooooo

    แม้ปฐวีจะ เป็นลูกชายประสิทธิ์แต่ไม่เคยคิดเห็นตรงกับพ่อและน้อง เขาเป็นคนเดียวที่รักและจริงใจต่อรสิกา จนกลายเป็นรักที่ต้องเก็บไว้ในใจเนิ่นนาน...รุ้งรายมาเจอวศินนั่งเซ็งอยู่ก็ เข้ามาเยาะหยัน รสิกาคงลืมว่ามากับเขา อย่าลืมว่าตนยังรอคำตอบเขาอยู่ ยิ่งทำให้วศินคิดหนัก

    ค่ำนั้น รัตนาวลีกลับมาเจอรสิการออยู่ จึงบอก

    ลูกสาวว่าคืนพรุ่งนี้ตนจะแต่งงานและอยากให้รู้ว่า ตนไม่มีทางเลือกอื่น รสิกาน้อยใจที่แม่ไม่สนใจความรู้สึกลูก

    จึงยอกย้อนใส่แม่อย่างไม่เกรงใจ รัตนาวลีเจ็บปวดเสียใจ พยายามอธิบาย

    “แม่ ขอยืนยันว่าแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก เพราะแม่รู้ดีว่าระหว่างแม่กับวังประกาศเกียรติของท่านพ่อ ถ้าต้องเลือก อ้ายพร้อมที่จะเสียแม่ไปมากกว่าวังนี้...แม่อาจจะต้องกลายเป็นหม่อมผู้ไร้ เกียรติในสายตาของอ้าย แต่แม่จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาวังที่อ้ายอาจจะรักมากกว่าแม่คนนี้เสียอีก”

    รสิกามองตามหลังแม่ด้วยความรู้สึกปวดร้าวที่ทำร้ายจิตใจแม่ขนาดนี้

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น หนังสือของสุรีย์ส่องลงข่าวการแต่งงานของเจ้าสัวเรียวกับรัตนาวลี พาดหัวว่า...หม่อมตกอับรับแต่งงานเจ้าสัวฟื้นฐานะ...ปฐวีตำหนิน้องสาวไม่ควรทำ ถึงอย่างไรก็เป็นญาติกันเท่ากับทำลายเครดิตตัวเอง สุรีย์ส่องปรี๊ดใส่ว่าเจ้าสัวเรียวเป็นคู่แข่งทางการค้าเรา ปฐวีอ่อนใจ

    ประสิทธิ์ซึ่งนั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วย สั่งปฐวี หลังจากเจ้าสัวเปิดตัวโครงการใหม่ ให้จัดการดิสเครดิตซะ ปฐวีเสนอให้ขายคุณภาพน่าจะดีกว่า ประสิทธิ์เอ็ด

    “ฉันสั่ง แกมีหน้าที่ทำตาม เจ้าสัวเรียวมันจะต้องแพ้ หัวเราะทีหลังย่อมดังกว่า” สีหน้าปฐวีไม่เห็นด้วย ประสิทธิ์ โวย “ถ้าจะมาแสดงอารมณ์ไม่เห็นด้วยก็ไปทำที่อื่น พ่อไม่อยากเห็น”

    ปฐวีรับคำเดินออกไป ประสิทธิ์งงว่ารับคำเรื่องไหนกันแน่...

    วันเดียวกัน บอสกอบกู้บอกรสิกาว่า วศินยื่นใบ ลาออก เธอตกใจมาก พยายามติดต่อเขามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขาปิดเครื่อง...วศินมาหารุ้งราย สีหน้าเขาลังเลนิดๆ รุ้งรายยิ้มอย่างพอใจมอบเช็คสามล้านให้แก่เขา วศินถามว่าตนต้องทำงานอะไรบ้าง รุ้งรายกล่าวอย่างหนักแน่นว่า ทำตามคำสั่งตนโดยไม่มีข้อแม้ก็พอ วศินกำเช็คในมือพยายามตัดใจว่าตนได้เลือกแล้ว

    ตกเย็น รสิกากลับมาเห็นแม่นมคุมแหววกับคนรับใช้ทำความสะอาดหน้าวัง ถามไถ่ได้ความว่า คืนนี้ตอนตีสอง จะมีการรับตัวเจ้าสาว ก็ไม่ค่อยพอใจ พอเจอรัตนาวลีรอคุยด้วยกลับทำเย็นชาเดินเข้าห้อง...แม้รสิกาจะทำไม่สนใจแต่กลับกระวนกระวาย เมื่อใกล้ เวลาตีสอง อดรนทนไม่ได้ ต้องออกมาดู จังหวะนั้น เจ้าสัวเรียวลงจากรถพอดี ตามด้วยราพณ์ที่อุ้มหีบสีแดงขนาดย่อม ราพณ์เอ่ยกับรสิกาว่า มารับเจ้าสาว เธอกลับไล่ให้พวกเขากลับไป ทันใดเสียงแม่นมดังขึ้น

    “เจ้าสาวมาแล้วค่ะ”

    ทุกคนหันมองรัตนาวลีอยู่ในชุดกี่เพ้าสีโอลด์โรสเกล้าผมปักดอกไม้สีสวยเดินมา ราพณ์เปิดหีบยื่นให้ ภายในนั้นเป็นเครื่องเพชรเครื่องทอง

    “สินสอดทองหมั้น เพื่อแสดงความจริงใจที่ผมมีต่อคุณวลี” เจ้าสัวกล่าวกับรสิกา

    แต่เธอเมินหน้าหนี รัตนาวลีเกรงใจกล่าวขอบคุณเสียเอง และให้แหววเอาไปใส่รถคันที่ตนจะนั่งกับเจ้าสัวเรียว รสิกาใจเสียหันกลับมาพยายามรั้งแม่อีกครั้ง

    “หม่อมแม่คะ หม่อมแม่คือหม่อมรัตนาวลี  ประกาศเกียรติ นะคะ”

    รัตนาวลีโดนกดดันอย่างยิ่ง เธอหันมองตัววังแล้วหันมามองเจ้าสัว ตัดสินใจจับมือเจ้าสัวเดินไปขึ้นรถ รสิกามองอย่างเจ็บปวด ราพณ์เข้ามาประจันหน้าบอกเธอว่า

    “ต่อไปนี้จะมีแต่นางรัตนาวลี ลิ้มวัฒนาถาวรกุล เท่านั้น”

    รสิกานํ้าตาร่วงมองราพณ์อย่างเกลียดชัง...เมื่อมาถึงคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว รัตนาวลีได้รับการต้อนรับจากทุกคนเป็นอย่างดีรวมถึงอากู๋พงษ์ มีเพียงกิมคนรับใช้ที่แอบโทร.รายงานโบตั๋น

    อากู๋พงษ์ให้บ่าวสาวทำพิธีไหว้บรรพบุรุษ “อาเหล่ากง เหล่าม่า อากง อาม่า วันนี้อั๊วขอรับคุณวลีมาเป็นสะใภ้ตระกูลเรา มาเป็นคนในครอบครัว ช่วยปกป้องดูแลคุณวลีด้วยนะครับ”

    เป็นครั้งแรกที่รัตนาวลีได้พบหม่าม้าของเจ้าสัวเรียว ซึ่งแก่ชราเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่กลับรับรู้และเรียกหาใบทับทิมมาปัดเบาๆเหนือศีรษะรัตนาวลี และเรียกเธอว่าอาซิมปู๋

    “อั๊วขอให้ลื้อสองคนรักกันนานๆ ม้ายินดีต้อนรับลื้อเป็นลูกสะใภ้ ลูกอั๊วรักลื้อมากนะ ดูแลอาเรียวด้วย”

    “ค่ะม้า วลีจะดูแลเจ้าสัวให้ดีที่สุดค่ะ” สองบ่าวสาวยกนํ้าชาให้หม่าม้า

    บรรดาลูกๆของเจ้าสัวเข้ามาแสดงความยินดี

    รัตนาวลีขอให้คนยกหีบสินสอดมาให้ตนแล้วมอบคืนแก่เจ้าสัว เพื่อแสดงว่าตนไม่ได้เข้ามาปอกลอก

    คืนนั้นรัตนาวลีนั่งมองรูปท่านชายถ่ายคู่รสิกาที่นำติดตัวมาด้วย เจ้าสัวเรียวเข้ามาเห็นเธอรีบเก็บ เขากลับนำมาวางบนโต๊ะหัวเตียง แล้วถามเธอว่าห่วงคุณหญิงใช่ไหม หญิงสาวยอมรับเกรงลูกเสียใจจนเตลิด เขากลับให้กำลังใจว่า

    “ผมเชื่อว่าคุณหญิงเข้มแข็งและมั่นคงในความดีงามเหมือนคุณ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่คุณยอมให้โอกาสผม”

    “สิ่งเดียวที่ฉันจะตอบแทนคุณได้คือ...ดูแลคุณ”

    “นานเหลือเกินกว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่ผมทำให้สัญญาของเราเป็นความจริง”

    เจ้าสัวเรียวบอกให้รัตนาวลีรู้ว่า ความสุขที่แท้จริงของตนคือการได้เห็นคนที่รักมีความสุข แม้แต่รสิกาตนก็อยากให้มาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่รัตนาวลีรู้ว่าเป็นไปไม่ได้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ มานพเพื่อนสนิทของราพณ์ นำค่าใช้จ่ายประจำเดือนมาให้สิริโสภาที่บ้านแทนราพณ์ เธอกำลังจะไปหาหมอ มานพอาสาไปส่ง แต่เธอรีบปฏิเสธ เกรงเขารู้ว่าตนตั้งท้อง

    เช้าวันนั้น ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องมาส่งเสียงโวยวายหน้าวัง เรียกรสิกาออกมาเพื่อบอกให้ย้ายออกไปเสีย รสิกาย้อนถามเอาสมองส่วนไหนมาคิด สุรีย์ส่องอ้างว่า รัตนาวลีทำตัวไม่เหมาะสมไปแต่งงานใหม่ เป็นการทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ประสิทธิ์ดูถูกว่าเลือดแม่ค้าแรง รสิกาโต้

    “แม่ค้าที่ได้รับเกียรติเป็นถึงหม่อมโดยไม่ต้องลงทุนทำหนังสือสร้างภาพให้ตัวเอง แต่ก็กลบเกลื่อนกำพืดตัวเองไม่มิด”

    สุรีย์ส่องเต้นผางหาว่ารสิกาด่าพ่อ ประสิทธิ์โกรธจะยึดวัง แต่รสิกาอ้างยังไม่ถึงกำหนด สุรีย์ส่องแค้นใจ ประกาศถ้าถึงเวลานั้น ตนจะแจ้งความเฉดหัวเธอออก...

    สองพ่อลูกกลับไป แม่นมให้โทร.หารัตนาวลี แต่รสิกาน้อยใจคิดว่าแม่คงลืมพวกตนเสียแล้ว

    ระหว่างที่รสิกาขับรถไปทำงาน เธอครุ่นคิดถึงคำเหยียดหยามของสุรีย์ส่อง สกรรจ์นายทหารเรือหนุ่ม ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากซอย เบรกรถรอให้รถรสิกาผ่านไป แต่แล้วเขาก็เห็นมอเตอร์ไซค์ที่ตามหลัง คนซ้อนกำลังชักปืนออกมา เร่งเครื่องจะไปประกบรถเธอ สกรรจ์บิดรถเข้าแทรกกลาง ถีบรถคนร้ายเต็มแรงให้เสียหลักล้มไถลไปไกล รสิกาตกใจเสียงโครมหันมอง ทำให้รถออกนอกเส้นทาง พุ่งไปหาสิริโสภาที่ยืนรอรถริมถนน รสิกาหันกลับมาตกใจสุดขีดเหยียบเบรกแต่รถก็กระแทกตัวสิริโสภาล้มลง รสิกาตัวสั่นลงจากรถมายืนช็อกกับเหตุการณ์

    สกรรจ์วิ่งเข้ามาขอให้คนเลิกมุงแล้วเรียกรถพยาบาล เขาเข้าปลอบใจรสิกา เธอมองเขาอื้ออึงก่อนจะเป็นลมหมดสติไป

    เช้านี้ เป็นวันแรกที่รัตนาวลีได้ร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวใหม่ ได้พบพระลบวัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กชายน่ารักน่าเอ็นดูช่างประจบ และได้รู้ว่าหม่าม้าของเจ้าสัวเป็นโรคอัลไซเมอร์ จึงไม่ค่อยออกมาพบใคร แต่หม่าม้าก็ทำให้ทุกคนแปลกใจ ที่จำลูกสะใภ้ได้...ไม่ทันไร รสิกาโทร.เข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก รัตนาวลีตกใจรีบไปหาลูกสาวที่โรงพยาบาล

    รสิกายังอยู่ในอาการช็อก มีสกรรจ์คอยดูแลหน้าห้องฉุกเฉิน พอรัตนาวลีมาถึง เธอก็โผกอดแม่ร้องไห้โฮ “หม่อมแม่! อ้ายขับรถชนคน เขาจะตายหรือเปล่าอ้ายกลัวค่ะ”

    รัตนาวลีปลอบลูกสาวให้ใจเย็น ถามถึงคนเจ็บ สกรรจ์ตอบแทนว่ายังไม่ออกจากห้องฉุกเฉิน  รสิกานึกได้บอกแม่ว่าเขาคือคนที่ช่วยตน สกรรจ์แนะนำตัว

    “ผม นาวาโทสกรรจ์ รัตนชัย ครับ คุณ...”

    รสิกาแนะนำตัวเองและให้เขาเรียกตนว่าอ้าย...ท่าทีรสิกาอ่อนโยนต่อสกรรจ์  จนราพณ์ที่ยืนมองอยู่ห่างๆกับเจ้าสัวเรียว ไม่ค่อยพอใจบ่นออกมาว่า “พูดดีๆกับคนอื่นก็เป็นนะคุณหญิง”

    “แต่ไม่ยอมพูดกับเรา ใช่ไหม...ใช่ไหมราพณ์”

    ราพณ์ชะงัก  เจ้าสัวมองลูกชายอย่างจับสังเกต...

    สกรรจ์บอกรัตนาวลีว่าเป็นหน้าที่ทหารต้องช่วยเหลือ

    ประชาชนทุกคน  พอดีหมอออกมาบอกว่า  คนเจ็บปลอดภัยแต่ช่วยลูกในท้องไว้ไม่ได้  รสิกาหน้าซีดตกใจเมื่อรู้ว่าคนเจ็บท้อง  ถึงกับเป็นลมไปอีกครั้ง  ราพณ์ปรี่เข้าอุ้มก่อนใคร

    “ไม่ต้องครับ  ผมจะดูแลคุณหญิงรสิกาเอง  ที่เหลือคงจะไม่รบกวนคุณแล้ว”

    ทุกคนแปลกใจกับท่าทีห่วงใยของราพณ์อย่างมากจนไม่กล้าขัด  รัตนาวลีตามราพณ์ไป  สกรรจ์หันมากล่าวกับเจ้าสัวเรียวก่อนที่จะตามไปอีกคน “ขอโทษครับ...ผมมีเรื่องต้องแจ้งให้คุณหญิงทราบ  แต่ตอนนี้คุณหญิงคงจะรับไม่ไหว”...

    ราพณ์ร้องเรียกหมอกับพยาบาลให้มาดูอาการรสิกาจนรัตนาวลีเองต้องชะงักยืนมองงงๆ เจ้าสัวเรียวเดินตามมาด้วยสีหน้าเครียด เรียกราพณ์มาบอกให้ไปจัดการเรื่องคู่กรณีจะดีกว่า  ราพณ์รับคำแต่ลังเลด้วยเป็นห่วงรสิกา เจ้าสัวย้ำ

    “อยู่แล้วช่วยรักษาคุณหญิงได้หรือไง จัดลำดับได้ไหมว่าอะไรที่ควรทำก่อนในตอนนี้”

    ราพณ์รับคำเดินไป  รัตนาวลีคร่ำครวญไม่น่าปล่อยลูกสาวขับรถ เจ้าสัวเปรย “หม่อม...คุณหญิงไม่ได้ขับรถประมาทจนเกิดอุบัติเหตุนะครับ”

    รัตนาวลีมองผู้เป็นสามี  หมายความว่าอย่างไร...

    พอราพณ์มาเห็นว่าคู่กรณีคือสิริโสภาก็ตกใจแต่เธอยังไม่ฟื้นจึงกลับมาที่ห้องที่รสิกาพักฟื้น  เจ้าสัวเรียวกำลังบอกรัตนาวลีให้รอคำยืนยันจากตำรวจว่ามีหลักฐานอะไรบ้างค่อยจัดการ หญิงสาวรับคำ  ราพณ์สงสัยไม่ทันจะถาม รสิกาฟื้นขึ้นมาโผกอดแม่ร้องไห้คร่ำครวญ

    “หม่อมแม่ อ้ายฆ่าเด็ก...อ้ายทำบาป อ้ายจะชดใช้ให้เขายังไงดี”

    รัตนาวลีปลอบลูกสาวให้ใจเย็น  ทำได้แค่ชดใช้ให้เขา  รสิกายินยอมชดใช้ทุกอย่างแล้วถามอาการคนเจ็บ ราพณ์ตอบว่า ยังไม่ฟื้นและตนได้ติดต่อญาติเธอแล้ว รสิกาเพิ่งเห็นว่ามีทั้งเจ้าสัวเรียวและราพณ์อยู่ด้วย  ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ เอ่ยว่าอย่าให้คนอื่นมายุ่งเรื่องของตน

    “แล้วถ้าคนเจ็บฟื้นขึ้นมาแล้วเขาแจ้งความเอาคุณหญิงเข้าคุกล่ะครับ” ราพณ์ย้อนถาม

    รสิกาว่าตนจัดการได้ เจ้าสัวโพล่งขึ้น “มันใช่เวลาที่จะเอาทิฐิตัวเองเป็นใหญ่ไหมครับ ทิฐิของคุณหญิงมันช่วยให้คุณหญิงตอบคำถามตำรวจ ช่วยให้เจ้าทุกข์ไม่เอาเรื่อง ช่วยให้คิดหาทางรอดจากคุกได้แล้วใช่ไหมครับ” เห็นรสิกาอึกอัก “แค่ตอบผมคุณหญิงยังทำไม่ได้”

    รสิกากำมือแน่นจนตรอกตอบไม่ได้ เจ้าสัวสั่งราพณ์ คู่กรณีเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ก็ให้เขาไป ราพณ์รับคำ แต่สายตารสิกาไม่ยอม ประกาศกร้าว

    “หม่อมแม่คะ อย่าให้เขามาจัดการชีวิตของอ้ายได้ไหมคะ”

    “ถ้าคุณหญิงติดคุก นามสกุลประกาศเกียรติจะต้องหมองมัวเพราะการกระทำของคุณหญิง” ราพณ์ตอบโต้ทำเอารสิกาหวาดหวั่น

    เจ้าสัวเรียวช่วยอ้างเหตุผลมาบีบ แต่รสิกายังยืนยันจะจัดการเอง เขาจึงขอตัวกลับ ราพณ์ระอาความดื้อรั้นของรสิกา กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าทำตัวเองลำบาก เรียกว่าฉลาดแล้วหรือ

    รสิกาโวยไล่หลัง “ฉันเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”

    ราพณ์กลับมาโต้ “คุณหญิงครับ เราต้องทำตัวเข้มแข็งทั้งที่ข้างในเละเป็นโจ๊ก มันดูน่าสมเพชมากกว่าชื่นชมนะครับ” รสิกาตวาดไล่ ราพณ์ย้ำ “ความจองหองมาเคาะประตูหน้า สติปัญญาก็โผออกประตูหลัง คิดไหมว่าถ้าคุณไม่อยู่แล้ว คนเก่าแก่ที่วังจะเป็นยังไง”

    รสิกาชะงักรู้สึกกดดันมาก แต่ยังเถียงว่าหม่อมแม่ไม่มีวันยอม ราพณ์ทิ้งบอมบ์ไว้ว่าเวลาที่เธอไม่อยู่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ รสิกาหวั่นใจกดมือถือหาวศินแต่เขายังปิดเครื่อง

    ขณะที่รุ้งรายนั่งทำงานในห้องที่คอนโด วศินนั่งมองไม่มีอะไรทำจนเบื่อ รุ้งรายถามอยู่เฉยไม่ชอบหรือ วศินโต้ที่จ้างตนมาเป็นล้านให้มานั่งเฉยๆหรือ หญิงสาวยิ้มเยาะช่างห่วงใยผู้บริโภค ท่าจะเก่งเรื่องค้าขายวศินโกรธควรให้เกียรติกันบ้าง

    “ฉันแค่พูดเล่นน่ะ...ฉันหิวจัง เธอจะหาของว่างให้ฉันได้ไหม” รุ้งรายทำทียิ้มเอาใจ

    วศินถอนใจเดินเข้าครัวไป รุ้งรายพึมพำ ให้ขึ้นวอสบายๆไม่ชอบ หวังว่าพ่อจะบีบรสิกาสำเร็จเร็วๆ...จากนั้นรุ้งรายให้วศินพักอีกห้อง เขาแปลกใจไม่ได้ซื้อเขามาเพื่อเรื่องอย่างว่าหรือ

    รุ้งรายมองเหยียดๆ “ฉันก็ลืมไปว่าผู้ชายจะมีสักกี่เรื่องล่ะนะ เงิน เซ็กซ์ แต่ฉันจ่ายให้เธอเพื่อซื้อความพอใจ เธอมีหน้าที่ทำให้ฉันพอใจด้วยการทำตามคำสั่ง”

    สายตากร้าวของรุ้งรายทำให้วศินขยาด ถือกระเป๋าเข้าห้องตามคำสั่งทันที...

    ooooooo

    ก่อนหน้านี้  ราพณ์จัดการให้มานพมาช่วยทำทีเป็นพี่ชายสิริโสภา  เพื่อกันไม่ให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับสิริโสภา...รสิกาดึงดันจะมาเยี่ยมสิริโสภา รัตนาวลียื้อยุดอยู่หน้าห้อง มานพมาถึงพอดี จึงวางท่าไม่พอใจที่รสิกาทำให้ตนเสียหลานไป เรียกร้องค่าเสียหายห้าล้าน

    พยาบาลออกมาบอกมานพว่าคนเจ็บฟื้นแล้ว มานพจึงสั่งพยาบาลห้ามใครเข้าเยี่ยม แล้วปิดประตูห้อง รสิกายืนอึ้งอยู่อย่างนั้น...มานพเข้ามาดูสิริโสภา เธอฟูมฟายเมื่อรู้ว่าเสียลูกไปแล้ว เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เธอจะยึดราพณ์ไว้ได้ พลันรสิกาดึงดันเข้ามา เพื่อขอโทษสิริโสภา แต่เธอกลับคลุ้มคลั่งกราดเกรี้ยวเข้าเขย่าตัวรสิกาให้เอาลูกคืนมา มานพดึงสิริโสภาออกและขอให้รัตนาวลีพารสิกาออกไป รัตนาวลีรู้ว่าลูกสาวเจ็บปวดไม่แพ้สิริโสภา

    มานพคอยปลอบสิริโสภา ราพณ์เดินเข้ามา เธอยังคร่ำครวญ “ฉันฝ่าฝืนคำสั่งคุณราพณ์ ฉันปล่อยให้ตัวเองท้อง จนถึงตอนนี้เขายังไม่มาหาฉัน เขาคงไม่อยากเห็นหน้าฉันอีกแล้ว”

    มานพเห็นราพณ์จึงถอยออกไป สิริโสภาได้ยินเสียงประตูปิดหันมอง พอเห็นราพณ์ก็ร้องไห้โฮขอโทษ ตนอยากมีลูกเพื่อเป็นตัวแทนเขาเท่านั้น ราพณ์สงสารเธอ กล่าวเรียบๆ ว่า หายดีแล้วไปทำบุญกัน หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา เข้าใจว่าเขาให้อภัย ไม่ทันไรราพณ์เอ่ยขอเรื่องรสิกา

    เย็นวันนั้น รัตนาวลีกลับมาบ้านเพื่อขอเจ้าสัวไปนอนเป็นเพื่อนลูกจึงไม่ได้รับรู้เรื่องที่ตำรวจมาแจ้งข้อมูล...

    คืนนั้น เจ้าสัวเรียวบอกราพณ์ว่า มีคนจะเก็บรสิกา เพราะหวังวังประกาศเกียรติ คงเดาได้ว่าเป็นใคร ราพณ์กังวลใจให้เจ้าสัวบอกรัตนาวลีเกลี้ยกล่อมรสิกามาอยู่ด้วยกันที่นี่ เจ้าสัวจึงบอกว่า ในฐานะลูกเลี้ยงเธอคงไม่มา ราพณ์ทำหน้างงๆ เจ้าสัวยิ้มๆ

    “ป๊าต้องการให้คุณหญิงเข้ามาอยู่บ้านเรา ในฐานะลูกสะใภ้ คุณหญิงเป็นผู้หญิงที่เก่งและแกร่ง ถ้าเข้ามาเป็นสะใภ้ ป๊าก็วางใจว่าอีกหน่อย คุณหญิงคงช่วยดูแลกิจการและทรัพย์สมบัติของป๊าได้เป็นอย่างดี”

    ราพณ์ออกอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด กิมสาวใช้แอบได้ยิน รีบโทร.รายงานโบตั๋นทันที

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ รุ้งรายแปลกใจที่เห็นราพณ์อารมณ์ดี ฮัมเพลงตอนออกกำลังกาย ไม่ทันไรเห็นโบตั๋นมาพบเจ้าสัวแต่เช้า หวังว่าจะไม่เอาเรื่องปวดหัวมาให้พ่ออีก

    โบตั๋นมาต่อว่าเจ้าสัวเรียว มีอะไรดีๆมักจะให้ราพณ์ก่อนเสมอ ทั้งที่ลูกตนก็เป็นผู้ชาย แม้จะไม่ใช่คนโตเขาจึงมองข้ามไม่เห็นค่า เจ้าสัวโต้ว่าไม่จริง ตนรักลูกเท่ากันและให้เงินรามไม่ขาด

    “ถ้ารักเท่ากัน ทำไมเจ้าสัวถึงไม่คิดมอบสิ่งดีๆให้รามมันบ้าง ไล่ให้มันไปอยู่เมืองนอกเพราะอายที่ลูกป่วย  แต่งงานใหม่ก็ลืมลูกลืมเมีย  กิจการก็ให้ราพณ์ดูแลแล้วรามล่ะได้อะไร”

    โบตั๋นขอให้รามได้แต่งงานกับรสิกาแทน เจ้าสัวเรียว อึ้ง ฟังคำตัดพ้อของโบตั๋นอย่างกดดัน ตัดสินใจตอบตกลง โบตั๋นยิ้มอย่างพอใจที่ความต้องการสำเร็จ...

    วันเดียวกัน  รสิกามาพบธีรพัฒน์อีกครั้งเพราะเขาต้องการให้เธอตกแต่งห้องอาหารไทยโรงแรมของเขาใหม่ ระหว่างนั่งรับประทานอาหารที่ห้องอาหารเพื่อคุยไอเดียเพิ่มเติม...ราพณ์แวะมาจึงร่วมโต๊ะด้วย รสิกาไม่ค่อยพอใจ  ต่อปากต่อคำกันจนธีรพัฒน์งงว่าสองคนนี้มีอะไร

    ธีรพัฒน์บอกรสิกาว่าตนเน้นอาหารไทยรสชาติต้น ตำรับ แค่ลดความเผ็ดลงเท่านั้น  เพราะคิดว่าฝรั่งที่มาเมืองไทย  เพื่ออยากลิ้มลองอาหารไทย  ถ้าเราไปปรับเปลี่ยนก็จะไม่ใช่อาหารไทย  รสิกาเห็นด้วย  ราพณ์อดแซวไม่ได้ว่าเหมือนนามสกุล  เธอที่เป็นผู้ดีดั้งเดิม

    “ค่ะ แล้วฉันก็ภูมิใจในนามสกุลของฉันมาก”

    “ใช้นามสกุลเดิมๆมันคงจำเจนะครับ  หม่อมท่านเลยลองเปลี่ยนมาใช้ลิ้มวัฒนาถาวรกุล...แล้วคุณหญิงไม่อยากลองเปลี่ยนบ้างเหรอครับ”

    “หยาบคาย!” รสิกาโกรธลุกพรวดขึ้น ชนกับพนักงานที่ถือแกงจืดร้อนๆเข้ามา

    น้ำแกงหกราดแขนรสิกา  ราพณ์ออกอาการห่วงใยเธออย่างมาก ดึงมือเธอไปล้างในห้องน้ำ ไม่สนใจว่าเธอจะยื้อยุดอย่างไร  เขาปรนนิบัติต่อเธออย่างอ่อนโยนทายาให้อย่างแผ่วเบา  จนเธอรู้สึกเขินอาย  ธีรพัฒน์มองเพื่อนอย่างสงสัย

    ทางด้านเจ้าสัวเรียวครุ่นคิดเรื่องที่รับปากโบตั๋น พอรัตนาวลีเข้ามาเปรยว่าห่วงลูกกับคนที่วัง อยู่กันเองแค่ผู้หญิงกับคนแก่  เจ้าสัวจึงเกริ่นว่าอยากให้รสิกามาเป็นลูก สะใภ้ รัตนาวลีตกใจเข้าใจว่าเป็นราพณ์ แต่เจ้าสัวกลับบอกว่าให้แต่งงานกับราม  เธออึ้งคงต้องให้ลูกสาวตัดสินใจเอง

    “หมายความว่า ถ้าคุณหญิงตกลง หม่อมก็ไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ”

    “ฉันตอบไม่ได้ค่ะ  เพราะฉันยังไม่เคยเจอคุณราม เจ้าสัวเป็นอย่างไรฉันเชื่อว่าฉันรู้ แต่กับคุณราม ฉันคงต้องขอเวลาทำความรู้จักก่อนน่ะค่ะ”...

    ราพณ์ยังเป็นห่วงรสิกาจะขับรถไปส่ง  แต่เธอไม่ยอมและขับรถหนีจนเขาแทบหกล้ม  พลันเจ้าสัวเรียวโทร.ตามให้เขารีบกลับมาบ้าน...ราพณ์เข้าไปคุยกับเจ้าสัวในห้องทำงาน  เจ้าสัวถามเรื่องที่จะให้รสิกามาเป็นสะใภ้ ราพณ์ยิ้ม แฉ่งด้วยความดีใจ แต่พอเจ้าสัวบอกว่าจะให้รสิกาแต่งงานกับราม  เขาก็ชะงักไม่กล้าโต้แย้ง  ฟังเหตุผลของผู้เป็นพ่อ

    “คุณหญิงเป็นคนเข้มแข็ง  ทุกวันนี้ก็ทำงานหาเงินเลี้ยงคนทั้งวัง กตัญญูใจเด็ดแบบนี้ป๊าชอบ อ่อนแออย่างราม ถ้ามีคุณหญิงคอยดูแล ป๊าก็คงหมดห่วง”

    “จะดีเหรอครับ รามมันเอาแต่ใจนะป๊า”

    “ก็นี่ล่ะ ต้องได้คู่เด็ดขาด เก่งทั้งบู๊และบุ๋นมันถึงจะดี เผื่อว่าไอ้อาการบ้าๆของมันจะดีขึ้นบ้าง” เจ้าสัวชะงักรู้สึกตัวว่าหลุดคำพูดออกไป รีบกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องถามหาพระลบ

    ราพณ์ข้องใจเรื่องราม เจ้าสัวตัดบทเดินไปหาพระลบบนห้อง พอพระลบเห็นปู่กับพ่อมาก็ประจบจนเจ้าสัวหลงและอ้อนให้ราพณ์อ่านนิทานก่อนนอน เจ้าสัวชอบใจที่หลานรู้จักทำให้ผู้ใหญ่มีความสุข มองราพณ์ที่ให้ความรักพระลบ พึมพำถ้ารามได้สักครึ่งของเขาก็คงจะดี

    ooooooo

    ขณะที่รามซึ่งอยู่อเมริกา ใช้ชีวิตเสเพลกับสาวๆ พอเจอปิ๋มสาวไทยที่มาเรียนที่นี่ก็ตามจีบแต่เธอไม่สนใจ ก็ยังจะเอาชนะ ตามมาทุบประตูห้องพักให้เธอเปิดรับ จนมีเรื่องกับห้องข้างเคียง เจ้าหน้าที่สถานทูตมาแจ้งว่า ถ้าเขายังขาดสติและไม่เข้ารับการรักษาแบบนี้ จะส่งตัวกลับไทย

    ราพณ์โทร.หารามบอกว่า พ่อให้กลับเมืองไทยเพื่อมาแต่งงาน รามไม่ยอมอ้างว่าตนมีคนรักอยู่แล้วราพณ์จึงบอกให้กลับมาบอกพ่อเอง ตนจะส่งตั๋วเครื่องบินไปให้ ...พระลบได้ยินราพณ์คุยโทรศัพท์ พอวางสายยังบ่น

    “ใครว่าป๊าหาอาหมวยไว้เป็นเมียแก...ตากลมโตสวยแบบนี้เห็นแล้วแกจะเปลี่ยนใจ เสียแต่ว่าจองหองไปหน่อย”

    “แล้วทำไมป๊าไม่แต่งเองล่ะครับ หรือว่าป๊าเอาไม่อยู่ เขาแรงใช่ไหมล่ะ”

    “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” ราพณ์เอ็ด

    “ไม่ใช่ได้ไงป๊า ลบอยากมีแม่ รู้ไหมเด็กที่โตมาโดยไม่มีแม่จะเป็นเด็กขาดความอบอุ่นขาดความมั่นใจ ขาดกำลังใจ...”

    “พอเลยไอ้ตัวดี เอาไว้ป๊าจะหาแม่ให้ก็แล้วกัน”

    พระลบดักคอ อย่าหลอกเด็กไปวันๆ เราพ่อลูกกันไม่ควรหลอกกัน ราพณ์หมั่นไส้กอดฟัดเด็กน้อยหัวเราะร่า พระลบร้องลั่นอยากมีแม่...อยากมีแม่...

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ราพณ์มานั่งเซ็งอยู่ที่ร้านกาแฟของมานพ มานพถามเพื่อนทำไมไม่บอกพ่อไปว่าอยากแต่งงานกับรสิกาเอง ราพณ์พยายามตัดใจเรื่องนี้แต่ที่เซ็งคือ จะทำอย่างไรให้รสิกายอมแต่งงาน มานพเสนอให้บีบเธอจนถึงที่สุด ราพณ์เห็นด้วยแต่คงเป็นหน้าที่มานพต้องช่วย

    มานพจึงนัดรสิกามาพบที่โรงพยาบาล เร่งรัดให้เธอจ่ายเงินห้าล้านค่าเสียหาย รสิกาอ้ำอึ้ง มานพแกล้งย้ำว่าเธอมีวังใหญ่โตจะไม่มีเงินได้อย่างไร ราพณ์โผล่มารับปากจะชดใช้ให้เร็วที่สุด มานพยิ้มกริ่ม ถ้าเขาได้เงินภายในวันนี้ก็จะไม่เอาเรื่องถึงโรงถึงศาล

    ราพณ์ดึงมือรสิกาไปนั่งที่มุมกาแฟของโรงพยาบาล รสิกาได้สติปฏิเสธที่จะให้เขาช่วยเรื่องเงิน  ราพณ์กลับบอกว่า  ตนไม่ได้ให้ฟรีๆ  รสิกาโต้คงคิดดอกเบี้ยขูดเลือดเกินคุ้ม

    “คุณไม่ต้องเสียทั้งต้นและดอกให้ผม  แค่ตกลงรับข้อเสนอจากผมก็พอ...แต่งงานกับนายราม  น้องชายของผม”

    “ไม่มีวัน!  ฉันจะไม่ยอมขายตัวเองแลกเงินเด็ดขาด” รสิกาลุกพรวด

    “คุณมีเวลาตัดสินใจจนถึงคืนนี้  ผมจะรอคำตอบ” ราพณ์เอานามบัตรใส่มือเธอแล้วเดินไป

    รสิกากำนามบัตรแน่นด้วยความแค้นใจ...ฟ้าเริ่มมืด รสิกาเดินมาร้านบะหมี่แถวเยาวราช  หมวยกำลังช่วยพ่อกับแม่ขายก๋วยเตี๋ยวในร้าน  พอเห็นรสิกาจะทัก  เธอกลับโผกอดด้วยความอัดอั้นตันใจ  หมวยตกใจ “เฮ้ยๆๆ แกเป็นอะไร...ป๊า ม้าลุยไปก่อนนะ เดี๋ยวหมวยมา”

    หมวยพารสิกาแยกมานั่งคุย  พอฟังเรื่องที่เพื่อนระบาย  หมวยถอนใจ  อยากเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเพื่อนบ้าง เผื่อจะขายออก รสิกามองเคืองๆ หมวยรีบอ้อนไม่อยากให้เครียด  แล้วพูดให้คิดว่า  ต้องมีสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายอยากได้เธอไปเป็นภรรยา  แล้วหมวยก็ถามถึงวศินว่าอย่างไรบ้าง

    “ฉันติดต่อเขาไม่ได้ เขาย้ายออกจากที่พักแล้ว

    ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

    “แฟนประสาอะไรวะ เกิดเรื่องแล้วหายหัว”

    “แต่ยังไงเรื่องนี้ คนที่ต้องตัดสินใจคือฉัน ฉันคนเดียว”

    หมวยเป็นคนปากไวชอบพูดสองแง่สองง่าม  “แต่ถ้าให้ฉันประเมิน แกตกลงใจจะบะๆ”

    รสิกาหยิก  หมวยร้องโอ๊ย...เปลี่ยนมาถามว่าฝ่ายชายช่วยเหลือทุกอย่างทั้งเรื่องวังและเรื่องคดีใช่ไหม รสิกาเครียดที่ตนจะต้องขายตัวหรืออย่างไร  ท่านพ่อต้องเสียใจมาก  เสื่อมเสียเกียรติว่าแล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น  หมวยกอดปลอบเหมือนปลอบเด็กให้เลิกร้องไห้

    ในขณะเดียวกัน ราพณ์นั่งรอรสิกาติดต่อกลับมา มานพแปลกใจไม่เคยเห็นเพื่อนจริงจังกับใคร ราพณ์ยอมรับ “จะมีผู้หญิงกี่คนที่เราเห็นแล้ว  รู้สึกอยากให้เขาอยู่ในสายตาตลอดไป  ฉันรู้สึกแบบนั้นกับเขา...คุณหญิงเงียบแบบนี้  พรุ่งนี้แกคงต้องเหนื่อยหน่อย”...มานพยินดีจะช่วย

    ooooooo

    ทางอเมริกา รามยังคงโวยวายเคาะประตูเรียกปิ๋มจนโดนฝรั่งข้างห้องอัดน่วมกว่าจะรู้ว่าหญิงสาวหนีกลับเมืองไทยไปแล้ว รามตัดสินใจตามกลับไปทันที

    เช้าวันใหม่ มานพพาตำรวจมาหารสิกาที่วังทำทีหาว่าเธอเบี้ยวไม่จ่ายค่าเสียหาย ตำรวจเชิญเธอไปโรงพัก รสิกาหน้าเสีย ราพณ์โผล่มาขอเจรจาแทน รสิกาปฏิเสธ มานพเร่งให้ตำรวจจัดการ แม่นมกับแหววเข้ามากอดรสิการ้องไห้ไม่ยอมให้ตำรวจพาเธอไป รสิกายิ่งใจเสียเหมือนโดนกดดันอย่างหนัก ราพณ์ส่งสายตาจะเอาอย่างไร มานพก็เร่งเร้า

    “คุณหญิงจะให้เขาเป็นตัวแทนเจรจากับผมใช่ไหมครับ”

    “ค่ะ...” รสิกาโพล่งออกไปอย่างไม่ตั้งใจ

    ราพณ์อมยิ้มกับชัยชนะ...จากนั้น ราพณ์กลับมารายงานเจ้าสัวว่ารสิกายอมแต่งงานแล้ว  เจ้าสัวหยั่งเชิงถาม ยินดีให้คุณหญิงแต่งงานกับรามหรือเปล่า  ราพณ์หลบตา

    “รามเป็นน้อง เป็นคนในครอบครัว ผมควรต้องยินดี”

    เจ้าสัวสรุปว่าไม่ยินดี ราพณ์รีบบอกว่า สิ่งใดที่ทำให้พ่อสบายใจ ตนทำได้ทุกอย่าง เจ้าสัวยิ้มภูมิใจกับลูกชายคนโต “ลื้อแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าเพื่อครอบครัว ความกตัญญูจะทำให้ลื้อเจริญรุ่งเรืองนะอาราพณ์”...

    ตั้งแต่เกิดเรื่อง แม่นมเป็นห่วงรสิกาที่เอาแต่ซึมไม่ทานข้าว จึงตามหมวยมาช่วยปลอบ...ด้านรัตนาวลีไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวยอมแต่งงานกับราม เจ้าสัวเรียวบอกเธอว่าจะรีบเตรียมงานแต่งเพื่อให้รสิกามาอยู่ใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัย ส่วนเรื่องวังประกาศเกียรติ ตนจะยื้อกับประสิทธิ์จนถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เขาทำเรื่องที่คาดไม่ถึง รัตนาวลีอยากรู้ว่าราพณ์ใช้วิธีไหนถึงทำให้ลูกสาวยอมแต่งงาน  ราพณ์อึกอักไม่กล้าตอบ  ทันใดรามปรากฏตัวขึ้น ทุกคนแปลกใจ รามทัก

    “เซอร์ไพรส์ไงครับป๊า ผมเพิ่งกลับมาถึง ผมตามแฟนกลับมา” รามมองรัตนาวลี “สวยสง่าแบบนี้ คุณแม่เลี้ยงของผมใช่ไหมครับ สวัสดีครับ” รามตีหน้าเศร้า ขอโทษรัตนาวลีที่ไม่อาจแต่งงานกับลูกสาวเธอได้เพราะตนมีคนรักแล้ว

    เจ้าสัวเรียวกับราพณ์ตกใจ ดึงรามไปคุยในห้องทำงาน รามบอกว่าตนเลือกปิ๋ม เธอเป็นลูกสาวท่านทูต ราพณ์แอบดีใจ เจ้าสัวโกรธจนแน่นอก ราพณ์เข้าประคองพ่อ ตำหนิน้องชายทำให้พ่อผิดหวัง รามเอ่ยขอโทษแล้วกลับออกไปอย่างไม่ยี่หระ ราพณ์เกรงพ่อจะทรุดรีบบอกว่ายังมีตนเป็นลูกชายอีกคนที่จะรักษาหน้าพ่อ เจ้าสัวแอบยิ้มเข้าล็อก แต่ทำทีขอบอกขอบใจราพณ์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:07 น.