ข่าว

วิดีโอ



หัวใจลูกผู้ชาย

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: อรุณรุ่ง

กำกับการแสดงโดย: บุญธร กิติพัฒฑกรณ์

ผลิตโดย: บริษัท มีเดียซีน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล,ทิสานาฏ ศรศึก

ธนูซ่อนตัวอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่ง สีหน้าเป็นกังวลเนื่องจากถูกตำรวจหมายหัว มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เขาคว้าปืนขึ้นมากระชับ ปรากฏว่าคนเคาะคือเฮีย เขาถึงกับถอนใจโล่งอก รีบเปิดประตูรับ เฮียรายงานว่าให้คนไปตามสืบพวกนพแล้ว ยังไม่มีใครกลับไปที่ค่ายมวยจ่าเฉื่อย ธนูตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อเฮีย

“ต้องรอให้ตำรวจมาจับพวกเราก่อนหรือไง ถึงจะเจอพวกมัน”

“ฉันยังสั่งให้พวกมันเฝ้าที่ค่ายมวย มีอะไรคืบหน้ามันจะบอกฉันทันที”

“แล้วไอ้เปลวมันเป็นยังไง” ธนูผลักเฮียออกห่าง

“คดียาวเป็นหางว่าว มันติดคุกตลอดชีวิต”

“แค่ทรมาน ขาดอิสรภาพ มันน้อยเกินไป”

“ฉันมีพวกอยู่เรือนจำเดียวกับมัน พี่จะให้ฉันทำอย่างไร”

“ฆ่ามัน” ธนูขบกรามแน่นยังแค้นเปลวไม่หาย...

เฮียเห็นธนูอยากให้เปลวตายไวๆ จึงสั่งการให้คนของตัวเองสองคนที่อยู่ในคุกเดียวกับเปลวหาทางจัดการเขาให้เร็วที่สุด นักโทษพวกเฮียเห็นเปลวกินอาหารเสร็จลุกจากโต๊ะเอาจานไปล้าง ลุกตาม รอจังหวะที่เขาล้างจานเสร็จจะเอาไปคว่ำ แกล้งขัดขาเปลว สะดุดล้มจานตกพื้น หันมองคนกลั่นแกล้ง

“มองหน้าจะเอากับกู” นักโทษพวกเฮียจ้องหน้าหาเรื่อง เปลวไม่อยากยุ่งด้วยยอมรับผิดเสียเอง

“ฉันเดินไม่ดูเอง ฉันขอโทษ” เปลวก้มหน้าก้มตาเก็บจาน

นักโทษคนที่ขัดขามองสบตาเพื่อนนักโทษอย่างรู้กัน มันชักช้อนที่ปลายถูกฝนจนแหลมออกจากเอวจะแทงหลังเปลว แต่ผู้คุมเดินเข้ามาเสียก่อน ถามว่ามีอะไรกัน นักโทษคนที่ถือช้อนแอบเอามันทิ้งในอ่างล้างจานที่มีฟองอยู่เต็มพร้อมกับบอกผู้คุมว่าไม่มีอะไร พวกเรากำลังช่วยเปลวเก็บจาน ผู้คุมไม่ไว้ใจสั่งให้นักโทษที่ถือช้อนมายืนใกล้ๆ แล้วตรวจค้นตามร่างกายไม่พบสิ่งผิดปกติเนื่องจากมันเอาอาวุธทำเองทิ้งไปแล้ว

เปลวเพิ่งตระหนักถ้าผู้คุมไม่เข้ามาเขาคงกลายเป็นผีเฝ้าคุกไปแล้ว ผู้คุมปรามนักโทษพวกเฮียกลายๆ

“คดีเก่าติดหัวโตแล้ว อย่าหาเรื่องอีก”

พวกนักโทษสองคนนั่นมองหน้าเปลวก่อนเดินจากไป ผู้คุมเตือนเขาอยู่ห่างๆพวกมันเอาไว้ พวกนี้เป็นมาเฟียขาใหญ่ที่นี่ เขาขอบคุณผู้คุม มองตามพวกนักโทษที่เดินจากไปสีหน้าเป็นกังวล

ooooooo

นพกับปิ่นปักมาเยี่ยมเปลวตอนสายวันถัดมา รู้เรื่องที่มีนักโทษจะทำร้ายท่านก็พากันตกใจ โดยเฉพาะปิ่นปักเตือนท่านระวังตัวให้มากๆ

“ผู้คุมเขาคอยช่วยดูแล คงไม่เกิดเรื่องอีก” เปลวพูดแบบนี้เนื่องจากไม่อยากให้ปิ่นปักเป็นห่วง

“ท่านทราบไหมครับพวกที่ทำร้ายเป็นใคร”

“พวกนี้ต้องโทษคดีค้ายา วางตัวเป็นมาเฟียแต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่ห่างพวกมัน”

“คุณพ่อต้องอดทนนะคะ” ปิ่นปักให้กำลังใจ เปลวยิ้มรับพร้อมจะสู้ต่อไป...

ขณะเดินไปที่ลานจอดรถของเรือนจำ ปิ่นปักเห็นนพมีสีหน้าไม่สู้ดีนักถามว่าเป็นกังวลเรื่องอะไร เขาไม่สบายใจที่ธนูกับเฮียยังลอยนวล

“นายคิดว่าคนที่ทำร้ายคุณพ่อเป็นพวกของธนูอย่างนั้นเหรอ”

“ฉันไม่แน่ใจ พรรคพวกของเฮียอยู่ในคุกหลายคน”

“ฉันกำชับเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดูแลคุณพ่อ เจ้าหน้าที่รับปากแล้วค่ะ” คำพูดของปิ่นปักทำให้นพคลายความกังวล จากนั้นพากันขึ้นมอเตอร์ไซค์ออกไป โดยไม่รู้เลยว่าเฮียกับธนูซุ่มรออยู่ในรถ ก่อนจะขับตามทั้งคู่หวังจะฆ่าให้ตาย แต่โชคไม่เข้าข้างคนชั่ว นพมองกระจกข้างมอเตอร์ไซค์เห็นรถของเฮียขับตาม เริ่มระวังตัว กระทั่งรถมาติดไฟแดง รถของเฮียซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกสองเลน ค่อยๆเคลื่อนเข้ามา นพสั่งปิ่นปักให้เกาะแน่นๆ

“มีอะไรหรือเปล่า”

“พวกธนู”

เมื่อรถของเฮียแล่นขึ้นมาในระดับเท่ากันกับมอเตอร์ไซค์ของนพ กระจกรถค่อยๆเลื่อนลง นพลุ้นให้ไฟเขียวเร็วๆ ธนูส่องปืนจะยิง แต่มีรถตำรวจแล่นมาเสียบตรงเลนกลาง ธนูรีบเก็บปืนแทบไม่ทัน ครั้นสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถตำรวจเคลื่อนออกไป มอเตอร์ไซค์ของนพหายไปด้วย ธนูพยายามกวาดตามองหาก็ไม่เจอ รถที่จอดต่อท้ายบีบแตรไล่ ทำให้เฮียต้องเคลื่อนรถออกไป...

ด้านนพกับปิ่นปักหนีพ้นเงื้อมมือพวกธนูมาได้ รีบโทร.แจ้งตำรวจให้มาจับตัวพวกมัน

ooooooo

นพไม่ต้องการตกเป็นเป้าให้ธนูกับพวก เล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว ระหว่างที่ตำรวจไล่ล่าพวกมัน เขาจะช่วยจัดการมันอีกแรงหนึ่ง เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงไปขอร้องให้กิ๊บกับนิคกี้ช่วย ทั้งคู่ยินดีช่วยเต็มที่ แต่เราจะเริ่มต้นจากไหน นพนิ่งคิดไปอึดใจ

“เฮียช่วยมันหนี แกคิดว่าคนอย่างเฮียจะพาธนูไปซ่อนแถวไหน”

“ก็ชุมชนเฮีย” กิ๊บกับนิคกี้ตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย

“ฉันก็มั่นใจว่าเฮียต้องอยู่ในพื้นที่ที่เฮียคอนโทรลได้”

ไม่นานนัก นพ กิ๊บและนิคกี้มาถึงชุมชนแออัดซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเฮีย สามเพื่อนซี้พากันตามหา เบาะแส โดยกิ๊บกับนิคกี้ไปหาด้วยกันส่วนนพแยกไปหาอีกทาง เดินหาตั้งแต่เช้ายันเที่ยงจนเมื่อยไปหมดแต่ไม่พบอะไร ทั้งสามคนจึงแวะมานั่งดื่มน้ำและพักเหนื่อย กิ๊บตั้งข้อสังเกตหรือว่าเราจะคาดการณ์ผิด เฮียอาจพาธนูหนีข้ามชายแดนไปแล้วก็ได้ นพไม่คิดอย่างนั้นคนอย่างพวกมันไม่ยอมถอย ลองกัดแล้วไม่ปล่อย

“เปรียบเทียบดีว่ะ ยังกะหมา” พูดจบนิคกี้หัวเราะชอบใจ


“ฉันได้กลิ่นหมาแล้ว” นพพยักพเยิดไปที่ฝั่งตรงข้ามร้านขายน้ำ เห็นเฮียสวมหมวกหลุบต่ำ และสวมแว่นดำถือของออกจากร้านสะดวกซื้อ รีบสะกดรอยตาม...

กิ๊บ นิคกี้และนพสะกดรอยตามเฮียที่เดินเข้าไปในตรอกแคบๆ ทิ้งช่วงห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต ครั้นเดินมาถึงทางแยก เฮียหายไปทางไหนไม่รู้ ทั้งสามคนจึงต้องแยกกันตามหา โดยนิคกี้ไปกับกิ๊บส่วนนพเดินหาเป้าหมายเพียงลำพัง ในที่สุดนพเห็นเฮียเดินอยู่ไกลรีบวิ่งตาม ครั้นเลี้ยวพ้นมุมซอย เฮียหายไปอีกครั้ง แต่แล้วมีเสียงพูดดังขึ้นทางด้านหลัง พร้อมกับปากกระบอกปืนจ่อหัว

“แกรนหาที่ คิดจะเอาคืนฉันมันไม่ง่ายหรอก”

“ฉันมาช่วยเฮีย...เฮียคงไม่อยากหนีทั้งชีวิต ต่อให้ วันนี้เฮียฆ่าฉัน ยังไงตำรวจก็ล่าเฮีย มันไม่คุ้มหรอก”

“คุ้มสิวะ ฆ่าพวกแกฉันได้ส่วนแบ่งจากธนูแล้วไปอยู่ที่ไหนสักที่”

นพเสี้ยมทันที เฮียมั่นใจได้อย่างไรว่าธนูจะให้เงินและไม่หักหลัง เฮียยืนยันหนักแน่นว่าธนูไม่มีทางหักหลังเขาแน่นอน นพเสี้ยมอีกธนูเคยหักหลังคนที่ได้ชื่อว่าซื่อสัตย์และจริงใจกับมันมาแล้ว ตนขอพูดในฐานะเด็กที่โตมาในชุมชนเดียวกับเขา ตนเป็นห่วงเขา เฮียลดปืนลง

“แกต้องการอะไร”

“เฮียบอกว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน หรือเฮียจะจับมันส่งตำรวจฉันจะเป็นพยานช่วยเฮีย ลดหนักให้เป็นเบา หลังจากนี้เฮียไม่ต้องหนี เฮียจะเลือกอยู่เป็นหรืออยู่ตาย”...

เฮียเจ้าเล่ห์หลอกให้นพหลงเชื่อว่าจะจัดการกับธนู ครั้นนพ นิคกี้และกิ๊บไปถึงห้องพักตามที่อยู่ ที่เฮียบอก กลับไม่เจอใคร เฮียพาธนูหนีไปก่อน

หน้าแล้ว นพเสียดายที่เขาเลือกจะอยู่ตาย...

ธนูไม่พอใจมากเมื่อรู้จากเฮียว่านพตามไล่ล่าตัวเอง ต้องการเอาคืนให้สาสม สั่งให้เฮียไปหาคนมาช่วย ตนยินดีจ่ายไม่อั้น เฮียรับคำจะตามกำลังเสริม มาจัดการกับนพและพวก

ooooooo

ที่บ้านเพิ่ม กระเจี๊ยบเก็บเสื้อผ้าเตรียมย้าย

ไปอยู่ที่อื่น แดนเข้ามาเห็นก็ร้องถามว่าทำอะไร เธอไม่วายยียวนก็เห็นอยู่แล้วว่ากำลังจัดกระเป๋าจะถามทำไม

“ฉันตาไม่บอดไอ้ที่ถามอะอยากรู้ว่าจะไปไหน”

“ก็ไปตามทางของฉัน นายหายดีแล้ว หมดหน้าที่ของฉันแล้ว อย่าให้ฉันอยู่เป็นภาระเลย”

“ฉันช่วย” แดนว่าแล้วเข้ามาหยิบเสื้อผ้าที่กระเจี๊ยบจัดเรียงไว้อย่างดีออกจากกระเป๋าเสื้อผ้ากลับไปยัดใส่ตู้ เธอด่าลั่นว่าทำบ้าอะไร เขาจะไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น

“แต่ฉัน...”

“ถ้าห่วงว่าไม่มีเงินค่าจ้าง ฉันจะทำงานพิเศษหาเงินมาจ่ายเธอเอง หรือถ้ารอไหว ฉันค้างไว้ก่อน ฉันทำงานได้เงินแล้วจะจ่ายย้อนหลังให้ แต่ห้ามคิดดอกเบี้ยนะ”

“ทำไมถึงอยากให้ฉันช่วยนาย ยังมีคนดีๆที่เขาพร้อมจะดูแลนาย”


“ก็เพราะฉัน...ฉันไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใคร” สารภาพจบแดนเดินลิ่วออกไป กระเจี๊ยบยิ้มดีใจที่รู้ว่าเขาเป็นห่วงและยังต้องการตัวเธอ...

ครู่ต่อมาแดนเข้ามาขอเงินแม่เล็กไปซื้อตำราเรียน ไม่อย่างนั้นจะเรียนไม่ทันเพื่อน เธอหยิบเงินซึ่งเหลืออยู่ไม่มากมาให้ บอกให้ซื้อเฉพาะที่จำเป็น หนังสือเล่มอื่นยืมเพื่อนอ่านไปก่อน แดนสงสารแม่ก็เลยไม่เอาเงิน ให้ท่านเก็บไว้ใช้เองก็แล้วกัน

“แล้วลูกจะเอาเงินที่ไหนซื้อหนังสือ”

“แดนจะลองถามชาวบ้านว่ามีงานอะไรให้ทำบ้าง”

“ลูกยังไม่แข็งแรง เดี๋ยวจะเจ็บหนักอีก แม่ขอยืมเงินพี่นพก็ได้”

“อย่านะแม่ แดนทำงานหาเงินได้” แดนพูดจบผละจากไป นพกับปิ่นปักได้ยินการสนทนาของสองแม่ลูก ปิ่นปักเสนอจะเอาเงินเก็บของตัวเองให้นพเอาให้แดนไปใช้ก่อน เขาไม่ยอมรับเงินของเธอ เรื่องเงินค่าหนังสือกับค่าเล่าเรียนของแดนปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาเอง

ooooooo

แดนตั้งใจจะทำงานหาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียนของตัวเองจึงไปขอให้เพิ่มช่วยหางานให้ เพิ่มมีงานเก็บผักพอดี บังเอิญเจ้าของป่วยเก็บเองไม่ไหว กำลังหาคนรับจ้างเก็บ แดนอาสาทำงานนี้เอง

“แกจะไหวเหรอ” เพิ่มเป็นห่วง

“ฉันทำได้ เก็บเสร็จฉันจะยกไปส่งถึงหน้าบ้านเลย” แดนว่าแล้วคว้าเข่งตรงไปยังแปลงผัก เก็บผักอย่างตั้งอกตั้งใจแม้อากาศจะร้อนแค่ไหน เขาก็ไม่ย่อท้อ ผ่านไปพักใหญ่ แดนเก็บผักจนเต็มเข่ง เนื่องจากไม่เคยทำงานหนักมาก่อนทำให้เขาแทบหมดเรี่ยวแรง ยกเข่งใส่ผักขึ้นไหล่อย่างทุลักทุเล นพสงสารน้องเข้ามาห้าม

“ไม่ไหวก็หยุดเถอะ” นพยื่นซองใส่เงินให้แดน “เอาเงินนี่ไปซื้อหนังสือซื้อของที่ต้องใช้”

แดนไม่สนใจ แบกเข่งผักเดินออกไป นพตามมาขอให้น้องเลิกดื้อได้แล้ว เขาเต็มใจให้เงินจำนวนนี้ แดนยืนกรานไม่ขอรับเงินจากเขา

“ฉันอยากช่วย อยากรับผิดชอบกับชีวิตของทุกคน”

“อย่าคิดเอาเงินมาฟาดหัวฉัน...ฉันเคยบอกแล้วไง ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณแก” แดนยกเข่งต่อไป มุ่งมั่นจะทำงานหนักเพื่อหาเงินใช้เอง กระเจี๊ยบมองอยู่ที่มุมหนึ่ง คิดหาทางช่วยเขา...

เนื่องจากคิดมากเรื่องถูกธนูไล่ล่า ปิ่นปักเก็บไปฝันร้ายว่าตัวเองเข้าไปในดงกล้วยเพื่อตามหานพที่เข้าไปตัดใบตอง แต่ไม่เจอเขา กลับเจอเฮียดักรออยู่ เธอหันหลังวิ่งหนี เฮียวิ่งไล่พร้อมกับยิงปืนใส่ไปด้วย เธอวิ่งหนีมาถึงหน้าบ้านเพิ่มร้องตะโกนเสียงลั่น

“นพ...ช่วยด้วย”

จังหวะนั้นธาราวิ่งหน้าตื่นมาหา “ปิ่น...ช่วยแม่ด้วย”


ปิ่นปักมองไปด้านหลังแม่เห็นธนูเดินตามมาชักปืนยิงเข้ากลางหลังท่านล้มลงต่อหน้า ปิ่นปักกรีดร้องเรียกแม่เสียงลั่น สะดุ้งสุดตัวตกใจตื่นลุกพรวดขึ้นนั่ง ครั้นมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป

ooooooo

นพเห็นกระเจี๊ยบเร่งรีบออกจากบ้าน มองตามสงสัยว่าจะไปไหนแต่เช้า จังหวะนั้นปิ่นปักเดินสีหน้าไม่สู้ดีนักเข้ามาบอกว่าเมื่อคืนฝันไม่ดี เห็นพวกธนูบุกมายิงเธอกับคุณแม่ถึงที่นี่ เขาปลอบว่าไม่ต้องคิดมาก คงเป็นเพราะความเครียดก็เลยเก็บไปฝัน เธอบ่นว่าฝันร้ายนั่นทำให้ไม่สบายใจ

“ฉันอยู่กับเธอ ฉันไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอกับคุณแม่ได้”

“ฉันเป็นห่วงคุณพ่อ ฉันอยากไปเยี่ยมคุณพ่อ” ปิ่นปักรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก...

เปลวยังถูกนักโทษที่เป็นพรรคพวกของเฮียจับตาดูอยู่ตลอด คอยจังหวะเหมาะจะจัดการเขาให้สิ้นซาก ครั้นเห็นเขาถือขันจะไปอาบน้ำ นักโทษพวกเฮียสองคนรีบเดินตามมาถึงโซนอาบน้ำ เจอหัวหน้าผู้คุมยืนเฝ้าอยู่ นักโทษพวกเฮียเบอร์ 1 ทำทีเข้าไปคุยด้วย เอาบุหรี่นอกยัดไส้เงินติดสินบนให้เขาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

“อาบน้ำให้ไว ฉันสูบสักมวนเดี๋ยวมาปิดน้ำ” ผู้คุมว่าแล้วเดินเลี่ยงออกมา นักโทษพวกเฮียทั้งสองคน มองตามสมใจที่หัวหน้าผู้คุมไม่อยู่...

อีกมุมหนึ่งที่ห้องพบญาติ นพเดินเข้ามาบอกปิ่นปักว่าแจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว เดี๋ยวพ่อของเธอก็มา เธอยิ้มรับแต่ในใจร้อนรนเป็นห่วงความปลอดภัยของท่าน...

นักโทษพวกเฮียทั้งสองคนตามเข้ามาในห้องอาบน้ำ นักโทษอื่นๆที่กำลังอาบน้ำอยู่เดาออกว่าต้องมีเรื่องกัน รีบเก็บข้าวของออกไปกันหมด เปลวมัวแต่ล้างหน้าหันมองอีกทีเห็นทั้งคู่เดินกร่างเข้ามารู้ว่าภัยจะถึงตัวรีบเก็บสบู่กับขันล้มเลิกการอาบน้ำเดินหนี ทั้งคู่ขวางทางไว้

“วันก่อนฉันขอโทษนายแล้ว อย่ามีปัญหากันเลย” เปลวเดินเลี่ยงไปอีกทาง มันก็มาขวางไว้อีก “นายอยากได้อะไร ฉันมีของที่ญาติเอามาเยี่ยม ฉันจะยกให้”

“มีคนอยากได้ศพแก” พูดจบนักโทษพวกเฮีย หัวเราะชอบใจ เปลวรู้ดีขืนอยู่ต่อไปคงต้องตายแน่นอน จึงวิ่งหนี นักโทษเบอร์ 1 ตามมาล็อกตัวไว้ นักโทษเบอร์ 2 ชักแปรงสีฟันที่ด้ามถูกเหลาจนแหลมจะเข้ามาแทง เปลวไม่ยอมตายเป็นผีเฝ้าห้องน้ำดิ้นรนจนเป็นอิสระเอาขันฟาดกับขอบอ่างน้ำจนแตกเอาเศษขันมาเป็นอาวุธ

ooooooo

สองฝ่ายเปิดศึกกัน เปลวถูกรุมแต่สามารถหลบหลีกและสู้กลับ จังหวะหนึ่งเขาเสียท่าถูกหนึ่งในนักโทษต่อยล้ม นักโทษเบอร์ 1 เหยียบหลังเขาไว้กันไม่ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีก นักโทษเบอร์ 2 นั่งลงข้างๆเขาในมือมีแปรงสีฟันที่ด้ามแหลมคมราวกับมีด


“ได้ข่าวว่าก่อนเข้ามา วีรกรรมมึงไม่ใช่ย่อย กูจะปิดตำนานมึงเอง” นักโทษเบอร์ 2 เงื้อมือจะแทงคอเปลว แต่หัวหน้าผู้คุมเอากระบองฟาดมือนักโทษเบอร์ 2 ข้างที่ถือแปรงสีฟันกระเด็น ผู้คุมคนอื่นกรูกันเข้ามาจับนักโทษพวกเฮียใส่กุญแจมือแล้วลากตัวออกไป นักโทษเบอร์ 1 ต่อว่าหัวหน้าผู้คุมว่ารับเงินตนแล้ว

“ฉันไม่สูบบุหรี่ พวกเอ็งอยู่อีกยาว ทั้งติดสินบนเจ้าหน้าที่และพยายามฆ่า...เอาตัวไป”

ผู้คุมอีกสองคนช่วยกันลากตัวนักโทษออกไป เปลวยกมือไหว้ขอบคุณหัวหน้าผู้คุมที่ช่วยไว้ทัน

“มันเป็นหน้าที่ของพวกฉัน คุณเองก็เป็นนักโทษชั้นดีที่คอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่”...

เปลวฉุกคิดถึงตอนที่ตัวเองแอบเห็นนักโทษพวกเฮียทั้งสองคนกำลังซุกมือถือและยาเสพติดไว้ในเรือนนอนและนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับพัศดี เสียงหัวหน้าผู้คุมเรียก ทำให้เขาตื่นจากภวังค์

“คุณช่วยเจ้าหน้าที่ ทางกรมจะทำเรื่องเสนอความดีความชอบเพื่อลดโทษและทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษในโอกาสที่เหมาะสม”

“ผมขอบคุณมากครับ”

หัวหน้าผู้คุมหันไปสั่งลูกน้องให้พาเปลวไปทำแผลที่ห้องพยาบาลของเรือนจำ...

เมื่อได้ทราบข่าวจากทางเรือนจำ นพนำมาเล่าให้ปิ่นปักฟังอีกทอดหนึ่งว่านักโทษที่ก่อเหตุยอมสารภาพแล้วว่าเฮียเป็นคนสั่งให้จัดการกับเปลว เธอไม่เชื่อว่าเฮียจะเป็นต้นคิด ธนูน่าจะอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

“แล้วเราจะทำอย่างไรดี พวกมันยังคิดแค้นคุณพ่อ”

“พวกนั้นถูกดำเนินคดีหนักขึ้นย้ายไปเรือนจำอื่นแล้ว ทางเจ้าหน้าที่รับปากจะดูแลพ่อเธออย่างใกล้ชิด”

“ฉันคิดว่าธนูและพวกคงไม่หยุดแค่นี้”

“ฉันจะเตือนให้ทุกคนระวังตัวมากขึ้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกไปไหนจนกว่าตำรวจจะจับพวกมันได้”

ปิ่นปักขอร้องนพอย่าเพิ่งบอกให้คุณแม่ของเธอรู้เรื่องคุณพ่อถูกทำร้าย ไม่อยากให้ท่านกังวลใจเธอมั่นใจว่าท่านยังรักและเป็นห่วงคุณพ่อ นพพยักหน้ารับคำ

ooooooo

นพพาปิ่นปักออกจากบ้านเพิ่มแต่เช้าเพื่อไปทำบุญ แทนที่จะไปวัด กลับพามาบริเวณสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เธอทักท้วงไหนเขาบอกจะพาไปทำบุญ ทำไมมาแถวนี้ วัดไปทางโน้นไม่ใช่หรือ

“บุญไม่ได้อยู่แค่ที่วัด เราทำความดีก็เป็นบุญ”

“อนุโมทนาค่ะ” ปิ่นปักแกล้งยกมือไหว้เขาท่วมหัว นพร้องเอะอะตนไม่ใช่เจ้าอาวาสไม่ต้องมาไหว้ เธอหัวเราะขำพลอยทำให้เขาหัวเราะไปด้วย

“แล้วจะทำความดีอะไรล่ะ...ช่วยเก็บขยะ

พาคนแก่ข้ามถนน หรือช่วยปลูกต้นไม้”

“คนน่ารักอย่างเรา ทำความดีสร้างสรรค์ได้มากกว่านั้น” พูดจบนพพาปิ่นปักไปยังกลุ่มนักศึกษาที่กำลังเล่นกีตาร์ร้องเพลงเพื่อระดมเงิน

ไปออกค่ายอาสา เขารับกีตาร์จากนักศึกษามาบรรเลงและร่วมร้องเพลงกับพวกนั้น ขณะที่ปิ่นปักช่วยเอากล่องรับบริจาคไปเรี่ยไรเงินจากกลุ่มคนที่มามุงดู

ร้องเพลงให้กำลังใจผู้คนจบ นพบรรเลงเพลงจังหวะคึกคักต่อ พร้อมส่งสายตาให้ปิ่นปักเต้นเพื่อสร้างบรรยากาศ เธอเขินไม่ยอมเต้น เขาดีดกีตาร์เข้าไปเต้นข้างๆเธออย่างเชื้อเชิญ เธอวางกล่องรับบริจาคแล้วร่วมเต้นกับเขา คนดูพากันตบมือให้จังหวะอย่างสนุกสนาน ครั้นเพลงจบ คนดูต่างเอาเงินใส่กล่องบริจาค กลุ่มนักศึกษายกมือไหว้ขอบคุณปิ่นปักกับนพที่ช่วยเหลือจนได้เงินบริจาคเพิ่มขึ้น...

ทั้งเต้นทั้งร้องเพลงจนคอแห้ง นพชวนปิ่นปักไปซื้อน้ำดื่มแก้กระหาย พลางถามว่ามีความสุขไหม เธอพยักหน้ามีความสุขสุดๆเลย เขาเห็นเธอชอบใจไว้วันหลังเรามาร้องมาเต้นกันอีก

“ฉันก็อายเป็นนะ ขอนานๆทีแล้วกัน”

“อดทนหน่อยนะ ถ้าตำรวจจับพวกมันได้ เธอก็คงได้กลับไปอยู่ในเมือง”

“ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีนาย”

“จริงอ่ะ”

หญิงสาวพยักหน้า แล้วเห็นเขาจะดูดน้ำหวาน แกล้งดึงหลอดออก เขาจะดื่มจากแก้วเธอก็ดึงแก้วน้ำหนี นพคว้าตัวเธอมากอดแย่งแก้วมาดื่มน้ำจนได้ สองคนหยอกล้อกันอย่างมีความสุข...

มืดแล้วตอนที่กระเจี๊ยบถือถุงใส่อาหารลงจากเรือข้ามฟากจะเดินไปบ้านเพิ่ม แดนที่ดักรออยู่ถามว่าไปไหนมา เธออ้างว่าไปธุระ เขาโวยใส่จะไปไหนทำไมไม่บอก เธอเห็นเขาเข้าไปในสวน ก็เลยไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเขา แล้วยื่นถุงขนมกับอาหารให้ เขาต่อว่าว่าเงินไม่มียังจะซื้อของพวกนี้มาอีก

“ใครบอกว่าไม่มี”

“เธอไปทำอะไรมาถึงได้มีเงิน”

“คนสวยๆอย่างฉันหาเงินไม่ยากหรอก...

ฉันง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ” ตัดบทเสร็จกระเจี๊ยบจ้ำอ้าวไม่อยากให้แดนซักให้มากความ เขาเดินตามไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

ooooooo

เนื่องจากเปลวถูกนักโทษที่เป็นคนของเฮียทำร้ายในคุก นพจึงเรียกทุกคนมาพบแต่เช้า ธารา ปิ่นปักกับแม่เล็กและแดนมากันพร้อมหน้า สักพัก เพิ่มถึงได้ตามเข้ามา นพเห็นเขามาคนเดียวไม่เห็นจ่าเฉื่อย เปรี้ยวกับนิคกี้และกิ๊บมาด้วยก็ถามหา

“เฉื่อยมันไปคุยเรื่องขึ้นชกที่ต่างจังหวัด ส่วนพวกเปรี้ยวกลับไปค่ายมวยแล้ว มันฝากลาทุกคนด้วย”

“นพเรียกพวกเรามามีเรื่องสำคัญอะไร”

แม่เล็กซัก

“ธนูกับเฮียยังตามแก้แค้นผมและทุกคน ผมขอให้ทุกคนอย่าออกไปจากที่นี่ไม่อย่างนั้นจะตกเป็นเป้าของพวกมัน” คำพูดของนพทำให้ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะแดนเพราะเช้านี้ยังไม่เห็นหน้ากระเจี๊ยบ...

แดนเดินหากระเจี๊ยบไปทั่วบ้านแต่ไม่เจอไปดูที่แปลงผักสวนครัวก็ไม่เห็น แม่เล็กผ่านมาพอดี

เขาถามท่านว่าเห็นเธอบ้างไหม ท่านเห็นเธอนั่งเรือข้ามฟากไปแต่เช้าแล้ว

“เขาไปไหน ไปทำอะไร”

“แม่ไม่รู้เหมือนกัน อ้อ...เขาฝากให้ลูก” แม่เล็กหยิบซองจดหมายให้แดนซึ่งเปิดดูเห็นเงินหลายพันบาท

“บอกให้ลูกเอาไปซื้อหนังสือและของที่อยากได้”

ชายหนุ่มรู้สึกดีที่กระเจี๊ยบทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอเอาเงินมาจากไหน เพื่อให้รู้ความจริง เขาจึงตามไปดูว่าเธอทำอะไรกันแน่...

นพรู้จากแม่เล็กว่าแดนหายตัวไปตัดสินใจจะไปตาม ปิ่นปักขอไปด้วย แดนยังโกรธเขาอยู่ เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิดอีกให้เธอไปด้วยจะได้ช่วยเขาได้ นพเห็นความตั้งใจดีของเธอก็เลยยอมให้ไป...

ระหว่างที่นพกับปิ่นปักไปตามหาแดน เฮียกับพวกบุกมาที่ค่ายมวยจ่าเฉื่อย ตะคอกถามเปรี้ยวและนักมวยที่กำลังซ้อมมวยกันอยู่ว่านพอยู่ไหน ครั้นไม่มีใครให้ความร่วมมือก็พากันทำลายข้าวของ เฮียชักปืนออกมาข่มขู่อีกด้วย ทันใดนั้นนิคกี้เดินนำกิ๊บและนักมวยอีกส่วนหนึ่ง เข้ามาปัดปืนกระเด็นหลุดมือ

“มาได้เวลานะพวกมึง” เฮียเสียงกร้าว

นิคกี้ทิ้งเป้ พุ่งต่อยเฮียเพื่อช่วยเพื่อนๆนักมวย กิ๊บเข้าไปช่วยเตะต่อยพวกสมุน พอไม่มีปืนนักมวยเข้าไปช่วยนิคกี้กับกิ๊บ ขณะที่เปรี้ยวถอยห่างออกมา...

ปิ่นปักรู้ว่าแดนออกจากบ้านเพิ่มเพื่อตามหากระเจี๊ยบ จึงพยายามโทร.หาเธอแต่ไม่มีใครรับสาย นพขอให้ลองโทร.ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าเธอจะรับสาย

ที่ร้านนวดแผนไทย กระเจี๊ยบซึ่งอยู่ในชุดพนักงานทิ้งมือถือไว้ในกระเป๋าสะพายแล้วเข้าไปทำงานในห้องๆหนึ่งแถมยังเปิดเป็นโหมดสั่นเมื่อสายเรียกเข้าก็เลยไม่รู้ว่ามีคนโทร.มา...

นิคกี้ขึ้นบนเวทีต่อสู้กับสมุนของเฮีย ขณะที่เฮียเตะต่อยกับนักมวยรุ่นใหญ่ของที่นี่ โดยที่กิ๊บกับพวกนักมวยคนอื่นกำลังต่อกรกับสมุนอีกกลุ่ม นิคกี้เล่นงานคู่ต่อสู้หมอบราบคาบ เฮียเองอัดคู่ชกหงายเงิบแล้วหันไปเล่นงานกิ๊บ เฮียสู้ไม่ได้ถูกกิ๊บอัดกระเด็นลงไปกองกับพื้น มันคว้าปืนที่ตกอยู่ขึ้นมายิงใส่ วงแตกทันที ทุกคนโดดหลบเข้าที่กำบัง มีเสียงหวอรถตำรวจดังเข้ามา

เฮียเห็นท่าไม่ดีสั่งสมุนถอย พลางยิงปืนขู่ไม่ให้พวกนิคกี้ตาม

ooooooo

หลังเหตุการณ์สงบ เปรี้ยวโทร.ไปแจ้งเรื่องนี้ให้นพรับรู้ เขาเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ปิ่นปักได้ยินด้วย

“พวกมันต้องการตัวฉัน ฉันจะระวังตัว ขอบใจมากเปรี้ยว” นพพูดจบก็วางสาย

“เรารีบตามหากระเจี๊ยบและแดน แล้วพากลับก่อนพวกเฮียกับธนูจะเจอตัว” ปิ่นปักเร่งรัด

“กระเจี๊ยบโทร.กลับมาหรือยัง”

“ยัง...ฉันทักไลน์แดนแล้ว ถ้าแดนเจอกระเจี๊ยบให้แชร์โลเกชันมาด้วย”

ทั้งคู่ออกตามหากระเจี๊ยบต่อไปเป็นห่วงความปลอดภัย...

แดนออกตามหากระเจี๊ยบไปแถวท่าน้ำฝั่งตรงข้ามบ้านเพิ่ม เอารูปถ่ายของเธอให้ชาวบ้านแถวนั้นดู มีชาวบ้านคนหนึ่งจำเธอได้ ชี้ไปยังร้านนวดที่มีป้ายรับสมัครพริตตี้จำนวนมาก เขาไม่พอใจคิดว่าเธอมาทำงานขายบริการเมื่อเข้าไปในร้านนวดก็โวยวายเรียกกระเจี๊ยบเสียงลั่น

“กระเจี๊ยบ...กระเจี๊ยบอยู่ไหน”

พนักงานในร้านนวดกับพวกลูกค้าต่างตกใจ แดนเห็นกระเจี๊ยบออกมาจากห้องนวดแล้วรับเงินจากป๋ากรก็ยิ่งไม่พอใจ เข้าไปฉุดกระชากลากแขนเธอต่อว่าว่าทำไมต้องทำตัวแบบนี้

“แดน นายมาทำไม”

“ก็มาให้เห็นกับตาว่าเธอมันคิดสั้น อยากได้เงินทางลัดถึงยอมขายตัว”

“จะบ้าเหรอ ฉันมารับจ้างซักผ้าที่ร้าน”

“โกหก ก็เห็นออกมาจากห้องไอ้แก่ตัณหากลับ”

“ฉันเข้าไปเอาผ้าในห้อง ป๋ากรเป็นเจ้าของร้านกำลังทดสอบมือพนักงานนวดคนใหม่”

แดนยื่นหน้าเข้าไปเห็นพนักงานนวดอยู่ในห้องกำลังนวดให้ป๋ากรซึ่งหันมาเห็นแดนก็ร้องเอะอะว่าเป็นใคร เข้ามาวุ่นวายในร้านทำไม สั่งให้พนักงานโทร.แจ้งตำรวจจับเขาข้อหาบุกรุกและสบประมาท กระเจี๊ยบเกรงจะมีเรื่องรีบยกมือไหว้ขอโทษป๋ากร

“เพื่อนกระเจี๊ยบเองค่ะป๋า กระเจี๊ยบขอโทษค่ะ... นายออกไปได้แล้วฉันจะทำงาน”

แดนเอาเงินในมือกระเจี๊ยบคืนป๋ากร “ไม่ต้องทำงานไปเปลี่ยนชุดแล้วออกไปกับฉัน” พูดจบเขาลากแขนเธอออกมา เธอโวยวายจะลากไปไหน เธอจะไปทำงานรับเงินป๋ากรมาแล้ว

“เงินที่เธอฝากแม่ให้ฉันน่ะเหรอ”

“ใช่ ฉันรู้ว่านายต้องใช้เงิน แล้วฉันก็ไม่อยากเห็นนายลำบาก นายไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้แรง ฉันว่าเปิดกวดวิชาหรือสอนพิเศษให้เด็กๆน่าจะเหมาะกับนาย”

“ทำไมต้องยอมลำบากเพราะฉัน”

“ฉันอยากช่วยนาย...”

“ทำไมถึงยังทนทำเพื่อฉัน” แดนรุกไล่อยากได้คำตอบ กระเจี๊ยบโดนคาดคั้นหนักเข้าก็ยอมสารภาพ

“เพราะฉันรักนาย”

ปิ่นปักกับนพมาถึงร้านนวดตามโลเกชันที่แดนไลน์ไปให้ทันได้ยินกระเจี๊ยบสารภาพพอดีอึ้งไม่แพ้แดนเช่นกัน กระเจี๊ยบยังคงสารภาพความในใจให้เขารับรู้อีกว่า

“ฉันรู้ว่าฉันกับนายต่างกันมาก นายเรียนสูงเรียนดี ฉันเคยคิดว่าฉันไม่คู่ควรกับนาย อยากจะไปจากชีวิตนายแต่ฉันก็ตัดใจไม่ได้ อย่างน้อยฉันว่าฉันก็มีดีอยู่นะ ฉันขยัน ฉันอดทน และฉันก็ทนนายได้ แล้วนายคิดอย่างไรกับฉัน ไม่ต้องสงสาร ถ้านายตอบว่าไม่รักฉัน ฉันจะไป ไม่อยู่กวนใจนาย”

แดนไม่ตอบคำถามโผกอดกระเจี๊ยบไว้แทนด้วยความรักเต็มหัวใจ นพกับปิ่นปักที่ยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งดีใจที่แดนก็รักเธอเช่นกัน กระเจี๊ยบทวงถามไม่เห็นเขาพูดเลยว่าคิดอย่างไรกับเธอ

“ทำซะขนาดนี้ยังต้องให้พูดอีกเหรอ”

กระเจี๊ยบฉีกยิ้มกว้างโอบกอดแดนตอบ นพกับปิ่นปักพลอยดีใจไปกับทั้งคู่ที่ลงเอยด้วยดี

ooooooo

เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา กระเจี๊ยบคลายอ้อมกอดจากแดน จะกลับเข้าไปในร้านนวด

“ฉันรับเงินมาล่วงหน้า ฉันต้องกลับไปทำงาน” กระเจี๊ยบยังไม่ทันเปิดประตูร้านนวดเข้าไป นพกับปิ่นปักเดินสวนออกมาเสียก่อน ทั้งสองคนต่างประหลาดใจที่เจอทั้งคู่

“พวกพี่จ่ายเงินคืนให้เขาแล้ว กระเจี๊ยบกลับไปบ้านเถอะ”

“ขอบคุณคุณปิ่นมากค่ะ” กระเจี๊ยบยกมือไหว้

“ขอบคุณคุณปิ่นนะครับ ถ้าผมทำงาน ผมจะคืนเงินให้คุณ” แดนยิ้มให้ปิ่นปักอย่างเป็นมิตร

“ไม่ใช่เงินของพี่หรอก เงินเก็บของพี่นพ”

แดนหุบยิ้มทันทีไม่พอใจที่นพยื่นมือมาช่วย นพรีบออกตัว

“ไม่ต้องคืนฉัน แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าเป็นหนี้บุญคุณ เพราะฉันไม่ได้ช่วยนาย ฉันช่วยกระเจี๊ยบ... กระเจี๊ยบเป็นว่าที่น้องสะใภ้ของฉัน”

กระเจี๊ยบยิ้มแก้มแทบปริที่นพยอมรับว่าเธอเป็นแฟนกับน้องชายของเขาและยังพร้อมจะช่วยเหลืออีกด้วย ปิ่นปักไม่อยากให้อยู่ที่นี่นานเกินไปรีบชวนทุกคนกลับ กระเจี๊ยบคว้ามือแดนพากันเดินนำออกไป

ปิ่นปักเข้ามาจับมือให้กำลังใจนพ หวังว่าสักวันแดนจะยอมรับเขา ก่อนพากันเดินตามกระเจี๊ยบกับแดนกลับบ้านเพิ่ม...

ทางฝ่ายเฮียมาเดินเตร่อยู่ตรงลานจอดรถใกล้ท่าเรือข้ามฟากในสภาพใบหน้าบอบช้ำจากการบุกเข้าไปที่ค่ายมวยจ่าเฉื่อย จังหวะนั้นสมุนวิ่งกระหืด กระหอบเข้ามารายงาน

“เฮีย...เจอไอ้นพแล้ว” สมุนว่าพลางชี้ไปทางท่าเรือข้ามฟาก เฮียมองตามเห็นนพกำลังจูงมือปิ่นปักลงเรือข้ามฟากก็ยิ้มพอใจที่เจอตัวศัตรูคู่อริสักที

คิดหาทางตามไปสืบให้รู้ที่ซ่อนตัวของเขากับพวก...

ครั้นรู้ที่อยู่แน่ชัดของนพ เฮียกลับไปรายงานให้ธนูรับทราบ

“แกสะกดรอยเจอที่อยู่ของไอ้นพแล้ว”

“ครับพี่”

“ไอ้นพ...กูจะปิดบัญชีมึง” ธนูยิ้มเหี้ยมหยิบปืนมาใส่กระสุน

ooooooo

เช้าวันถัดมา นพตามนิคกี้กับกิ๊บให้มาพบที่บ้านเพิ่มเพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องจัดงานแต่งงาน นิคกี้ตกใจถึงกับร้องเอะอะนี่เขาจะแต่งงานหรือ

“เบาๆดิวะ” นพจุ๊ปาก

“แต่งกับใคร”

กิ๊บสวนทันทีแต่งกับตนไง นิคกี้จับมือกิ๊บกับนพไว้ ดีใจด้วยที่ลงเอยกันได้ ทั้งคู่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก นพกับกิ๊บมองหน้ากันก่อนจะตบหัวนิคกี้พร้อมกันคนละหนึ่งที

“ตบหัวอีกแล้ว คืนนี้ฉี่แตกทั้งคืนแน่”

“ปิ่นเจอเรื่องเศร้ามาเยอะแล้ว ฉันอยากให้เขามีรอยยิ้มบ้าง”

“แล้วจะให้พวกฉันทำอย่างไร ฉันถนัดแค่แว้นกับบู๊” กิ๊บออกตัว

“ติดต่อผู้เชี่ยวชาญงานแต่ง” นพมองกิ๊บยิ้มๆ เขาถึงบางอ้อทันทีว่าเพื่อนต้องการให้ติดต่อเมย์กับเอ๋จึงพยักหน้ารับรู้ ขณะที่นิคกี้มองทั้งคู่สลับกันไปมาไม่เข้าใจว่าหมายถึงใคร...

จากนั้นไม่นาน เมย์กับเอ๋มาถึงบ้านเพิ่ม ปิ่นปักกำลังตากผลกระเจี๊ยบอยู่หลังบ้านเห็นทั้งคู่มาหาโผกอดด้วยความดีใจเพราะไม่ได้เจอกันนาน สามคนกอดกันกลมกระโดดโลดเต้นไปด้วยกัน นพ กิ๊บกับนิคกี้แอบมองอยู่แตะมือกันที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี นิคกี้มองเมย์ตาเชื่อม

“ไม่เห็นหน้าคุณเมย์ตั้งนาน น่ารักอ่ะ” ไม่พูดเปล่านิคกี้จะเข้าไปหา นพกับกิ๊บกลัวแผนแตกรีบลากเขาออกมาแทบไม่ทัน...

ปิ่นปักพาเมย์กับเอ๋มานั่งที่ศาลาในสวน ถามสารทุกข์สุกดิบของทั้งคู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เมย์สบายดี แต่ถ้าจะไม่สบายก็คงมีสาเหตุมาจากความเป็นห่วงเธอ

“ส่วนฉันไม่ต้องถาม ฉันยังครองเพศสภาพมีความสุขดี”

“อันนั้นรู้ค่ะ ฉันหมายถึงบริษัทหนัง สตูดิโอเวดดิ้งต้องปิด พวกแกอยู่ยังไงกัน”

เมย์ใช้คอนเนกชันซัพพลายเออร์สายหนังกับสตูดิโอเวดดิ้งมาเปิดออร์กาไนซ์เล็กๆรับงานทั่วราชอาณาจักร ทั้งปาร์ตี้งานวันเกิด เถิดเทิงงานบวช เซอร์ไพรส์งานแต่ง และบริการงานศพครบวงจร ปิ่นปักขอโทษทั้งคู่ด้วย เมย์ร้องเอะอะ

“เฮ้ย แกขอโทษพวกฉันทำไม”

“เพราะคุณพ่อทำให้ทุกอย่างต้องปิดตัว พวกแกพลอยลำบากไปด้วย” ปิ่นปักรู้สึกผิดต่อเพื่อน

“ฉันสิต้องขอบคุณคุณพ่อ ขอบคุณแก”

“ใช่ พวกเราได้ประสบการณ์ดีๆ จนตั้งธุรกิจของตัวเองได้ มันเลิศอะแก” เอ๋จีบปากจีบคอ

“พวกฉันมีความสุขจริงๆ”

ปิ่นปักดีใจไปกับทั้งคู่ด้วย เอ๋นึกขึ้นได้ว่าต้องปฏิบัติภารกิจวัดตัวปิ่นปักตามที่วางแผนกันไว้

“อย่ามัวชวนคุยเลย ฉันออกมาตั้งแต่เช้าเหนียวตัว เราไปอาบน้ำกัน เอาแบบอาบตุ่มนะเซ็กซี่ดี”

“นานๆเจอกันทีเราต้องจัดปาร์ตี้ตุ่ม” เมย์เสริม ปิ่นปักชื่นชมว่าเธอตั้งชื่อได้เก๋สมกับเป็นออร์กาไนเซอร์ เมย์มองสบตากับเอ๋แอบยิ้มพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...

ในเวลาต่อมาที่ตุ่มน้ำหลังบ้านเพิ่ม ปิ่นปักกำลังตักน้ำอาบโดยไม่รู้ว่าเอ๋กับเมย์จับตามองอยู่ เอ๋เข้าไปยืนด้านหลังเธอใช้สายตากะขนาดตัวเสร็จหันมาขยิบตาให้เมย์ซึ่งรับลูกต่อทันที

“อ้วนรึผอมเนี่ย” เมย์ว่าแล้วเข้าไปโอบปิ่นปักเพื่อวัดขนาดเอว ส่วนเอ๋เล็งช่วงขา ทั้งคู่ช่วยกันกะขนาดไซส์ของปิ่นปัก โดยที่เจ้าตัวไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย...

ขณะที่ปิ่นปักถูกเพื่อนซี้หลอกวัดขนาดตัว เฮียมาเจอกับธนูซึ่งจอดรถรออยู่ที่มุมปลอดคนของตรอกแห่งหนึ่ง เขากดกระจกลงมองไปทางด้านหลังเฮียที่มีพวกนักเลงสี่คนยืนอยู่

“พวกมันจะไปช่วย แต่ขอเบิกล่วงหน้า” เฮียรายงาน

ธนูหยิบซองเงินยื่นให้ เฮียรับเงินแล้วเดินกลับไปหาพวกนักเลง ธนูยิ้มพอใจที่ได้คนไว้จัดการกับพวกนพ

ooooooo

ธาราตื่นแต่เช้ามาเก็บดอกมะลิก่อนมันจะบาน นพเข้ามาช่วย เธอเห็นเขาไม่พูดอะไรก็ทักไม่คิดจะถามเธอสักคำหรือว่าเก็บดอกมะลิไปทำอะไร เขารู้ว่าท่านจะร้อยมาลัยถวายพระ อธิษฐานให้เปลวปลอดภัย

“ลูกไม่โกรธที่แม่เป็นห่วงเขา”

“ท่านเป็นคุณพ่อของปิ่น และท่านก็เคยเป็นคู่ชีวิตของคุณแม่ อะไรที่คุณแม่ทำแล้วมีความสุข ผมก็ยินดีเสมอครับ”

ผู้เป็นแม่ซาบซึ้งใจดึงลูกมากอด “ในชีวิตนี้ แม่ยังเสียใจที่ไม่เคยได้เลี้ยงดูลูก”

“ผมเองก็รอคอยจะได้อยู่กับคุณแม่ นึกย้อนไปผมไม่แปลกใจเลยครับ ทำไมผมถึงรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้คุณแม่...คุณแม่ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกครับ หลังจากนี้ ผมจะให้คุณแม่เลี้ยงดูผมจนแก่ ตกลงนะครับ” นพหอมแก้มธาราแล้วโอบกอดไว้ เธอกอดเขาตอบ สองแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก...

คุยกับธาราเสร็จ นพเดินมาหาเอ๋กับเมย์ที่

มุมลับตาคนตามนัด ขอโทษทั้งคู่ที่ทำให้ต้องลำบาก เอ๋ยินดีทำให้ทุกอย่างถ้ามันทำให้ปิ่นปักมีความสุข เมย์เอาแบบร่างของสถานที่จัดงานแต่งงานรวมทั้งการจัดดอกไม้ให้เขาดู นพชมว่าสวยมาก ส่วนเรื่องอาหารและเครื่องดื่มเลี้ยงแขกให้ทั้งคู่สรุปกันเองได้เลย เมย์รับปากจะเลือกสิ่งดีที่สุดให้เขากับปิ่นปัก จังหวะนั้นเอ๋ร้องวี้ดว้ายขึ้น เมย์หันไปเอ็ดร้องทำไม

“ยัยปิ่นมา ความลับแตกแน่” พูดจบเอ๋พยักพเยิดไปด้านหลังเมย์กับนพ ทั้งคู่หันมองตามสายตาเขาเห็นปิ่นปักเดินมาหา เอ๋ร้อนรนจะทำอย่างไรดีหลบไม่ทันแล้ว นพรีบคืนแฟ้มภาพงานแต่งให้เมย์ซึ่งเก็บใส่กระเป๋าตัวเองทันที ปิ่นปักถามเพื่อนรักทั้งสองคนมาทำอะไร สองคนพูดไปคนละทาง เมย์ว่ามาหาเธอ ส่วนเอ๋บอกว่ามาหานพ เธอนิ่วหน้าสงสัย ตกลงมาหาใครกันแน่ นพเห็นทั้งคู่นิ่งอึ้งคิดคำตอบไม่ทันจึงตอบคำถามแทน

“คืออย่างนี้ คุณเมย์จะมาเยี่ยมคุณ ส่วนคุณเอ๋ก็มีธุระกับผม”

เอ๋เล่นตามน้ำทันที “ใช่ ฉันมีปัญหาหัวใจอะ ก็เลยต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ”

ปิ่นปักนิ่วหน้าสงสัยเกี่ยวอะไรกับนพด้วย อย่าบอกว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนไปชอบผู้ชายแล้ว

“ไม่ใช่...คือคุณเอ๋เขาชอบกิ๊บ” นพแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ เอ๋ชอบใจที่เขาพูดได้โดนใจตัวเอง

“ฉันชอบกิ๊บก็เลยมาถามคุณนพว่ากิ๊บชอบฉันไหมอะไรอย่างเนี่ย ในฐานะที่คุณนพเขาสนิทกัน”

“แล้วได้คำตอบยังล่ะ” ปิ่นปักซัก

“ได้แล้ว กิ๊บเขาหลงฉันหัวปักหัวปำเลย”

เมย์อึ้งให้กับความมโนของเพื่อน นพหาทางพูดตัดบทให้เมย์กับเอ๋กลับไปก่อนปิ่นปักจะซักจนความลับแตก “คุณเอ๋สบายใจแล้วนะครับ แล้วเจอกันครับ”

“ไปเอ๋ แล้วเจอกันนะปิ่น” พูดจบเมย์ขยับจะไป ปิ่นปักเรียกไว้ ไหนบอกว่ามาหาตนแล้วจะรีบกลับไปไหน

“พอดีมีงานเข้าด่วน...ด่วนมาก เอาไว้ฉันค่อยมาเยี่ยมใหม่” เมย์ตัดบท แล้วลากเอ๋ออกไปทันที นพโล่งใจที่ปิ่นปักจับไม่ได้ว่าทั้งคู่มาวางแผนงานแต่งให้ รีบเดินเลี่ยงออกมา

ooooooo

ปิ่นปักเดินตามนพจนทันถามว่ามีความลับอะไรหรือเปล่า เขายอมรับว่ามี เธอไม่ถามอะไรอีกเดินนำเขาออกไป เขาต้องเป็นฝ่ายเดินตามเธอจนทัน แปลกใจทำไมเธอไม่ถามเขาต่อ

“ก็มันเป็นความลับ ฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องของนาย คนที่เขารักกัน เขาไม่มีความลับต่อกันหรอก นายว่าไหม”


“โอ๊ย...จุก จริงๆแล้วเอ๋ไม่ได้มาเรื่องกิ๊บหรอก แต่ฉันเป็นฝ่ายขอคำปรึกษาเรื่องเธอ ฉันถามพวกเขาว่าเธอยังรักฉันไหม รักมากแค่ไหน เธอยังอยากใช้ชีวิตกับฉันไหม”

“แล้วทำไมไม่ถามฉันล่ะ”

“เธอว่าไง”

เธอขอไม่ตอบ เรื่องบางเรื่องคำตอบไม่สำคัญเท่าการกระทำ นพหอมแก้มปิ่นปักหลายฟอดเพื่อพิสูจน์ว่าการกระทำของเขาสำคัญเสมอ แล้วดึงเธอมากอด เธอผลักเขาออก

“พอได้แล้ว ฉันจะไปช่วยทำกับข้าว”

“เดี๋ยวผมไปตามคุณแม่แล้วจะรีบกลับบ้านไปกิน”

“กินข้าว?”

“กินเธอ”

“ทะลึ่ง” ปิ่นปักไม่ด่าเปล่าตีแขนนพดังเพี้ยะแก้เขินแล้วเดินหนีเข้าบ้าน เขามองตามยิ้มมีความสุขที่ตอนนี้ได้อยู่เคียงข้างกับเธอ...

ในเวลาต่อมา ปิ่นปักยกกับข้าวมาวางบนโต๊ะ บอกกระเจี๊ยบให้ไปเรียกแดนมากินข้าวได้แล้ว

แม่เล็กเข้ามาบอกสองสาวว่าแดนออกไปซื้อน้ำแดงมะนาวโซดาที่ท่าเรือ

“แม่ชอบกินเหมือนกระเจี๊ยบเลย”

“เปล่าจ้ะ แดนออกไปซื้อให้ลูก”

กระเจี๊ยบยิ้มเขินที่แดนเอาใจ ปิ่นปักขอตัวไปตามแม่กับนพ ยังไม่ทันขยับไปไหนเห็นเฮียกับสมุนเดินมาไกลๆโดยพังข้าวของมาตลอดทาง รีบบอกกระเจี๊ยบกับแม่เล็กว่าพวกเฮียมา จากนั้นชวนกันหลบไปทางหลังบ้าน เจอเพิ่มถือมีดพร้ากลับจากสวนพอดี

“น้าเพิ่ม พวกเฮียบุกมา” ปิ่นปักพูดจบจ้ำพรวดๆ

นำทุกคนออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อเจอธนูดักทางไว้

“คุณหนูปิ่นปักจะหนีไปไหนครับ”

“พวกนายไปมอบตัวเถอะ อย่าทำผิดไปมากกว่านี้”

“ฉันไม่โง่ ไปอยู่ในคุกเหมือนพ่อแกหรอก...

จับพวกมัน”

เฮียกับสมุนกรูกันเข้าหาปิ่นปักกับพวก เพิ่มใช้มีดพร้าต้านพวกมันไว้ บอกให้ปิ่นปักกับทุกคนรีบหนีไป เธอกึ่งลากกึ่งจูงแม่เล็กวิ่งหนีโดยมีกระเจี๊ยบปิดท้าย เพิ่มต้านไว้อึดใจจะวิ่งตามพวกปิ่นปักไป แต่สมุนขวางไว้ ธนูสั่งให้สมุนสองคนอยู่จัดการเพิ่ม ส่วนที่เหลือให้เอาตัวพวกผู้หญิงมาให้ได้

ooooooo

นพพาธาราเข้ามาในบ้านเห็นข้าวของ

ล้มระเนระนาด สังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดี ตะโกนเรียกปิ่นปัก แม่เล็กและกระเจี๊ยบ เงียบไม่มีเสียงตอบ

“คุณแม่โทร.แจ้งตำรวจ แล้วซ่อนตัวอยู่ในบ้านนะครับ ผมจะออกไปตามหา”

ธาราจะห้ามแต่ไม่ทัน นพวิ่งปรู๊ดออกไป

เสียก่อน...

ปิ่นปักพาแม่เล็กวิ่งหนีไปทางสวน แต่ท่านสะดุดล้ม กระเจี๊ยบเข้ามาช่วยพยุงอีกแรงหนึ่ง แม่เล็กหนีต่อไม่ไหวบอกให้สองสาวหนีไปกันได้เลย ปิ่นปักจะไม่ทิ้งท่านเด็ดขาดแล้วช่วยกันกับกระเจี๊ยบหิ้วปีกท่านหนีต่อไป ธนูตามมาทัน สั่งการสมุนและเฮีย


“จับตัวพวกมัน ฉันจะยกให้เป็นเมียพวกแก”

สมุนถูกใจปรี่เข้าไปกระชากตัวกระเจี๊ยบ เธอไม่ยอมไปด้วยง่ายๆคว้าท่อนไม้แถวนั้นฟาด สมุนโกรธตบเธอหน้าหัน เฮียจะเอาตัวปิ่นปักไป แม่เล็กเข้าไปทุบตีขวางไว้ เขาไม่พอใจกระชากแม่เล็กเข้ามาจะตบ แต่ต้องเงื้อมือค้างเมื่อถูกแดนสาดน้ำแดงมะนาวโซดาใส่หน้า

“ไอ้เฮีย แกปล่อยแม่ฉัน”

เฮียโดนน้ำแดงเต็มหน้าทำให้ต้องปล่อย

แม่เล็กเป็นอิสระ ปิ่นปักกับกระเจี๊ยบเข้าไปดึงท่านออกห่าง แดนคว้ามีดทำสวนขึ้นมากระชับในมือ

ตั้งการ์ดพร้อมสู้

“เข้ามาสิวะ”

“แกอยากเป็นฮีโร่ ฉันก็จะส่งแกไปตายเหมือนที่ฉันทำกับพ่อแก”

“ฉันจะแก้แค้นให้พ่อฉัน” แดนพุ่งฟันเฮียแบบไม่ให้ทันตั้งตัว เฮียไวทายาดหลบทันสวนถูกแดนกระเด็น เขาจะคว้ามีดที่ตกพื้นแต่ธนูเหยียบมือไว้

“แกมันดวงแข็ง ฉันนึกว่าแกจะเป็นไอ้เป๋พิการตลอดชีวิต”

แดนนึกถึงเหตุการณ์ตอนถูกรถชนก็ถึงบางอ้อ “มึงขับรถชนกู”

“วันนั้นหักขา วันนี้...ฉันจะหักแขนแก” ธนูยกเท้าจะกระทืบแขนแดน แต่เขาชักแขนหลบได้ทัน แล้วเตะตัดขาธนูล้มตึงคว้ามีดจะฟันซ้ำ เฮียเข้ามาช่วยเจ้านายไว้ทัน เตะต่อยต่อสู้กับแดนอุตลุด เขาตะโกนบอกปิ่นปัก แม่และกระเจี๊ยบให้รีบหนีไป เธอไม่รอให้พูดซ้ำช่วยกันกับกระเจี๊ยบพยุงแม่เล็กหนี สมุนเข้าไปช่วยเฮียเล่นงานแดน ส่วนธนูไม่ยอมปล่อยให้ปิ่นปักหนี ชักปืนขึ้นมาวิ่งตาม

ooooooo

เพิ่มยังคงต่อสู้กับสมุนของเฮียสองคนอยู่ที่ดงกล้วยจนแรงเริ่มถดถอยจึงถูกสมุนรุมเล่นงานล้มลุกคลุกคลาน นพเข้ามาประคองเขาไว้ เพิ่มได้คนมาช่วยสั่งให้ลุยกันเลย สองคนรวมพลังกันต่อสู้กับสมุนสองคนของเฮีย นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ สองคนนั่นสลบเหมือด

“น้า คนอื่นอยู่ไหน”

“หนีไปทางสวน” เพิ่มพูดไม่ทันจบ นพวิ่งออกไปทันที เพิ่มวิ่งตาม...

เฮียกับสมุนช่วยกันรุมเล่นงานแดนกระเด็นไปใกล้เพิงเก็บอุปกรณ์ทำสวน เขาคว้าเสียมขึ้นมาเป็นตัวช่วยแต่ฝ่ายตรงข้ามมีคนมากกว่าเล่นงานเขาล้มกลิ้งล้มหงาย  เฮียหยิบคราดขึ้นมา  ลากไปกับพื้นตรงไปหาแดนที่นอนกองอยู่ เสียงคราดครูดกับพื้นชวนขวัญผวา

“พ่อแกตายในกองไฟ เดี๋ยวพอแกตายข้าจะช่วยเผาส่งวิญญาณแก” เฮียยิ้มเหี้ยมยกคราดขึ้น

ฟาดแดน นพโผล่มาจากไหนไม่รู้เอาจอบกันไว้ทัน แล้วดันเฮียออกห่างจากน้องชายสุดแรงเกิด

สองคนประลองกำลังกัน เฮียกระแทกคราดใส่นพจอบในมือกระเด็น แล้วจะเอาคราดฟันแดนอีกครั้ง นพปรี่มาขวางไว้ คราดฟันถูกแขนเลือดซิบ แดนตะลึงคาดไม่ถึงว่านพยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยตนเอง เฮียจะฟาดนพซ้ำแต่เขาหลบทันต่อยสวนถูกเฮียหงายหลัง เพิ่มกลัวพวกสมุนจะรุมนพจึงเข้าไปช่วยต่อสู้


แดนเห็นนพเสียสละเพื่อช่วยชีวิตเขา กัดฟันลุกขึ้นไปช่วยพี่ชาย...

ขณะนพ แดนกับเพิ่มกำลังต่อยตีกับเฮียและสมุนกันอย่างดุเดือดอยู่ใกล้เพิงเก็บอุปกรณ์ทำสวน ปิ่นปักและกระเจี๊ยบช่วยกันหิ้วปีกแม่เล็กวิ่งหนีข้ามสะพานไม้กระดานระหว่างร่องสวน ครั้นข้ามเสร็จกระเจี๊ยบหันไปยกสะพานไม้กระดานทิ้ง ธนูที่ตามมาด้านหลังข้ามท้องร่องไม่ได้ รีบวิ่งไปอีกทาง...

พวกสมุนถูกนพ แดนและเพิ่มผนึกกำลังกันเตะต่อยหลับกลางอากาศ เฮียเห็นท่าไม่ดีชักปืนขึ้นมาเล็งนพ แดนกับเพิ่มต่างตกใจที่เสียทีให้คนชั่ว นพมองเฮียอย่างไม่กลัวตาย

“เฮียมันใจปลาซิว”

“เอ็งจะตายยังปากดี”

“ฉันคิดมาตลอดว่าเฮียหัวใจนักเลง แต่ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด เฮียที่ฉันเคยเคารพคงตายแล้ว ตายเพราะอำนาจเงิน” นพพูดยั่วเพื่อให้เฮียมาต่อสู้กันอย่างลูกผู้ชาย เฮียหลงกลโยนปืนทิ้ง

“เงินซื้อกูได้แต่ซื้อวิญญาณกูไม่ได้” ว่าแล้วเฮียพุ่งเข้าไปต่อสู้กับนพ ทั้งสองคนเปิดศึกกำปั้นกัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งนพพลาดท่าถูกเฮียอัดเซถลา แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ

แต่เขาลุกขึ้นมาได้ทันเล่นงานกลับ อีกฝ่ายเลือด

กบปาก เฮียแค้นจัดคว้าฉมวกแทงปลาพุ่งใส่ นพผิดหวังที่เขาใช้อาวุธ ได้แต่หลบหลีก สุดท้ายพลาดท่าถูกเตะล้ม เฮียตามเข้าไปหมายจะฆ่าให้ตาย

“เอ็งเรียกหาหัวใจนักเลง มันไม่มีหรอกเว้ย ใครๆก็ต้องเอาตัวให้รอด” พูดจบเฮียแทงฉมวกใส่

นพกลิ้งหลบได้ทัน เขาตามมาแทงซ้ำ นพถีบสวนเขากระเด็นหงายหลังไปกระแทกกับผนังเพิง เฮียก้มดูที่ท้องตัวเองเห็นฉมวกอีกอันที่วางอยู่ในเพิงเก็บของแทงทะลุท้องตัวเองเลือดไหลอาบสิ้นใจตายอนาถ นพรีบเข้าไปดูแดน

“แกเป็นอย่างไรบ้าง”

“รีบไปช่วยแม่กับคุณปิ่น”

นพเป็นห่วงพวกผู้หญิง วิ่งตามไปทันที

ooooooo

กระเจี๊ยบ แม่เล็กและปิ่นปักเร่งฝีเท้าหนีมาตามทางเดินในสวน แม่เล็กก้าวขาแทบไม่ไหวใกล้หมดแรงเต็มที ปิ่นปักต้องพูดกระตุ้นเพื่อให้ท่านฮึดสู้

“แม่เล็กอดทนอีกหน่อย ไม่ไกลจากท่าเรือแล้ว”

แม่เล็กกัดฟันเดินต่อ ทันใดนั้นมีกระสุนพุ่งมาถูกต้นไม้ใกล้ๆ ทุกคนตกใจหันมองไปยังที่มาของกระสุนเห็นธนูที่ตามมาระดมยิงใส่ ปิ่นปักดึงกระเจี๊ยบกับแม่เล็กวิ่งหลบกระสุนกันอย่างไม่คิดชีวิต แต่ดันวิ่งมาผิดทางเจอทางตันไปต่อไม่ได้ จะวิ่งกลับทางเก่าก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะธนูไล่ล่าใกล้เข้ามา ปิ่นปักมืดแปดด้านไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี ได้แต่พาทุกคนไปซ่อนหลังต้นไม้...

ด้านธนูเห็นพวกปิ่นปักหมดทางหนีหยิบกระสุนขึ้นมาบรรจุใส่แมกกาซีนปืนอย่างใจเย็นพลางตะโกนลั่น

“ถ้าออกมาฉันจะไว้ชีวิต อย่าทำให้ฉันโกรธมากกว่านี้”

“กระเจี๊ยบพาแม่หลบไป” ปิ่นปักสั่งการ

“ลูกจะไปไหน”


“ปิ่นจะล่อให้มันไปอีกทาง ปิ่นจะถ่วงเวลาให้” ปิ่นปักเห็นแม่เล็กสีหน้าเป็นกังวลจับมือมากุมไว้ “เราไม่เคยทำร้ายใคร เราต้องปลอดภัย” พูดจบเธอออกจากที่ซ่อน แม่เล็กกับกระเจี๊ยบมองตามเป็นห่วง...

ปิ่นปักพยายามเดินให้ห่างจากที่กระเจี๊ยบกับแม่เล็กซ่อนตัวอยู่ล่อให้ธนูสนใจเพื่อเปิดทางให้ทั้งคู่

หนีไปได้ เดินยกมือเข้ามาหาธนูที่ถือปืนเล็งอยู่ “ฉันยอมแล้ว”

“สองคนนั่นอยู่ไหน”

“เขาแยกหนีไปทางโน้นแล้ว” ปิ่นปักหลอกให้ธนูไปอีกทางแต่เขาไม่หลงกลเดินผ่านเธอตรงไปยังจุดที่กระเจี๊ยบกับแม่เล็กซ่อนตัว เธอเห็นเขาใกล้พวกนั้นเข้าไปทุกทีตัดสินใจกระชากแขนเขา พร้อมกับร้องบอกกระเจี๊ยบให้พาแม่เล็กหนี

กระเจี๊ยบไม่รอช้าดึงตัวแม่เล็กวิ่งหนี ธนูจะยิง ปิ่นปักเข้าไปยื้อแย่งปืนสุดกำลังไม่ให้เขาทำร้ายทั้งคู่ เขาผลักเธออย่างแรงจนล้มก้นจ้ำเบ้า

“เสียสละอยากตาย ฉันก็จะให้ตายสมใจ” ธนูส่องปืนใส่ปิ่นปักจะเหนี่ยวไก นพวิ่งเข้ามาจากอีกทางพุ่งเอาตัวขวางทางกระสุนปกป้องปิ่นปัก พลันมีเสียงปืนดังขึ้น แดนที่วิ่งตามมากับเพิ่มตกตะลึง เหมือนกับทุกคนคิดว่านพโดนยิง แต่เขากลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เขาแปลกใจหันกลับไปดู เห็นธนูทรุดฮวบถูกยิงขา ตำรวจกรูกันล้อมกรอบไว้

“นี่ตำรวจ...วางอาวุธ” ตำรวจเข้ามาล็อกตัวธนูที่บาดเจ็บและหมดทางต่อสู้ไว้

ธาราตามหลังกลุ่มตำรวจเข้ามาโล่งใจที่ทุกคนปลอดภัย ปิ่นปักโผกอดนพปลื้มใจที่เขาช่วยชีวิตไว้อีกครั้ง แดนเข้าไปกอดแม่เล็ก กระเจี๊ยบร่วมวงกอดด้วยคน ตำรวจใส่กุญแจมือพาธนูออกไป นพดีใจที่คนชั่วถูกจับไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะมีใครตามฆ่าอีก

ooooooo

ตั้งแต่ธนูถูกตำรวจจับทุกอย่างดีขึ้น เช้านี้นพชวนปิ่นปักมาใส่บาตรที่ชุมชนแถวบ้านเพิ่ม

“เวลาฉันไม่สบายใจ เธอเคยให้ฉันร่วมใส่บาตรกับเธอ วันนี้ฉันอยากให้เธอมีความสุข เรามาใส่บาตรร่วมกันนะ” นพพูดขาดคำ พระสงฆ์เดินเข้ามา นพยกมือไหว้

“นิมนต์ครับ” นพส่งถาดใส่อาหารให้ปิ่นปักใส่บาตร แล้วนั่งลงรับพรจากพระ ใส่บาตรเสร็จทั้งคู่พากันเดินกลับบ้านเพิ่ม นพจับมือปิ่นปักมากุมไว้

“หมดเคราะห์หมดโศกแล้วนะ เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ สร้างอนาคตด้วยกัน เรามีลูกด้วยกันกี่คนดี สองคนชายหญิง...ไม่เอาน้อยไปเอาสามคนทีมตะกร้อไม่พอหรอกเอาครบทีมฟุตบอลเลย”

“ใจเย็นๆค่ะคุณนพ คิดเองเออเอง ถามฉันสักคำหรือยัง”

“ตกลงนะ”

“คำถามนายนี่ไม่เปิดช่องให้ฉันปฏิเสธเลยนะ”

“ฉันมันสายรวบ...รวบรัดตัดตอน” ว่าแล้วนพโอบเอวปิ่นปักไว้ เธอตีมือเขาเบาๆ

“พอแล้วอายเขา”

“เออ...เดี๋ยวฉันต้องไปให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม แล้วเจอกันที่บ้านนะว่าที่แม่ของลูกฉัน” ไม่พูดเปล่านพขโมยหอมแก้มปิ่นปักหนึ่งฟอดแล้วผละไป เธอมองตามยิ้มเขินๆ

ooooooo

ในเวลาต่อมา ขณะปิ่นปักช่วยธาราจัดดอกไม้ใส่แจกันจะนำไปถวายพระ ส่วนกระเจี๊ยบช่วยแม่เล็กร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ แดนเดินเข้ามาไม่เห็นนพอยู่แถวนั้นถามปิ่นปักว่าแฟนของเธออยู่ไหน

“พี่นพไปให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติม เมื่อกี้โทร.บอกว่าจะถึงบ้านแล้ว แดนถามหาพี่นพมีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีครับ” แดนขยับไปสะกิดกระเจี๊ยบ

“ไปกับฉัน”

กระเจี๊ยบเดาออกว่าแดนต้องการชวนให้เป็นสื่อกลางขอโทษนพก็เลยแกล้งถามว่าไปไหน

“มาเถอะน่า”

“ไม่บอกฉันก็ไม่ไป”

“ไปดักรอคนคนนั้นอะ” แดนกระซิบ กระเจี๊ยบแกล้งพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน

“คนนั้นอะคนไหน”

“เธอมันเรื่องมาก ไม่ต้องไปก็ได้” แดนอายเดินหนี ปิ่นปักมองตามยิ้มๆก่อนหันไปทางแม่เล็ก

“ลูกชายคุณแม่ปากแข็งทั้งพี่ทั้งน้องเลยนะคะ”

แม่เล็กยิ้มรับเพราะรู้นิสัยลูกชายดี หันไปบอกธาราให้วางมือก่อน เธอสงสัยจะให้ทำอะไรหรือ แม่เล็กจะชวนเธอไปดูลูกผู้ชายคุยกัน ธารารู้ว่าแม่เล็กหมายถึงอะไร พากันออกไป ปิ่นปักกับกระเจี๊ยบไม่ยอมพลาดเรื่องนี้ตามไปดูด้วยคน

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในสวนดอกไม้ นพกลับจากให้ปากคำกับตำรวจจะเดินเข้าบ้านเจอแดนเดินสวนมาพอดี พอเขาเห็นอีกฝ่ายก็หยุดกึก นพเห็นท่าทีของเขาก็พอเดาออกว่าตั้งใจมาหาตัวเอง

“มีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า” แดนอยากพูดด้วยแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร นพรู้ว่าเขาเขินก็เลยเป็นฝ่ายพูดเสียเอง

“ถ้ารู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองไม่ต้องพูดก็ได้”

“รู้เหรอว่าฉันจะพูดอะไร”

“ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่เกิดทำไมฉันจะไม่รู้นิสัยแก”

“ฉัน...ฉัน” แดนอึกอักเริ่มต้นไม่ถูกอยู่ดี

“ไม่ต้องขอโทษ ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกแค่แกไม่เกลียดฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว”

แดนมองนพรู้สึกผิดที่เคยทำให้เสียใจ เห็นพี่ชายจะเดินต่อไปร้องเรียกไว้พร้อมกับขอโทษแล้วเข้าไปกอด สำนึกผิดที่เคยทำไม่ดีกับเขา นพกอดน้องตอบ ดีใจที่น้องหายโกรธ ปิ่นปักที่ยืนมองอยู่กับแม่เล็ก ธาราและกระเจี๊ยบดีใจไปกับเขาด้วยที่แดนให้อภัยเขา แม่เล็กปลื้มใจที่เห็นลูกสองคนปรับความเข้าใจกันได้ นพเห็นทุกคนยืนมองอยู่ชักเขิน

“อย่ากอดนาน เมียฉันหึง”

ปิ่นปักอายหน้าแดงที่นพพูดออกมาแบบนั้น แม่เล็กเข้าไปโอบกอดลูกชายทั้งสองคนเอาไว้ ธารากับกระเจี๊ยบและปิ่นปักตามเข้าไปสมทบ ร่วมวงกอดกันกลมอย่างมีความสุข...

หมดศัตรูคู่แค้นถึงเวลาต้องกลับกรุงเทพฯ นพมาบอกลาเพิ่มพร้อมกับทุกคน

“ฉันจะพาทุกคนไปพักค่ายมวย แล้วจะสร้างบ้านใหม่ตรงที่ดินของพ่อดวง”

“นี่ถ้าไม่ติดว่าไอ้นพต้องเตรียมงาน ฉันไม่ยอมให้ไปจริงๆนะ”

ปิ่นปักแปลกใจกับคำพูดของเพิ่ม นพรีบตัดบทกลัวเพิ่มจะทำให้แผนการที่วางไว้พัง

“ฉันลานะน้า” นพสบตาเพิ่มไม่ให้พูดอะไรอีก เขารู้งานรับลูกทันที

“โชคดีๆ” เพิ่มตัดบท ทุกคนยกมือไหว้ลาเขาเพื่อกลับกรุงเทพฯ

ooooooo

เอ๋นัดนิคกี้มาพบ ทันทีที่เจอหน้าเอ๋ปรี่เข้าประชิดตัวจนอีกฝ่ายตกใจผงะถอยหลัง

“นิคกี้ช่วยหน่อยนะ ไม่มีใครช่วยฉันได้ นอกจากนิคกี้”

“ช่วยอะไร”

“ไม่ยากหรอก นิคกี้ช่วยได้ ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆขอแค่ครั้งเดียว”

“ครั้งเดียว!! ฉันไม่ใช่สายนี้ ฉันชอบผู้หญิงฉันช่วยไม่ได้” ไม่พูดเปล่านิคกี้ถอยอีกก้าว

“ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างว่า ฉันแค่ให้นัดกิ๊บให้ฉัน”

“แค่เนี้ย...เล่นเอาเหงื่อแตกพลั่ก”

“นะ...นัดกิ๊บให้ฉันหน่อย ฉันไม่อยากเก็บไว้แล้ว นัดให้ฉันหน่อย”

“ได้”

“ขอบใจนะ” เอ๋จะเข้าไปกอด นิคกี้ถอยกรูด

“ไม่ต้องประชิดก็ได้มั้ง แต่ต้องแลกเปลี่ยนกัน” นิคกี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ เอ๋แปลกใจว่าเขาจะให้แลกเปลี่ยนอะไร

ooooooo

สิ่งแลกเปลี่ยนของนิคกี้คือวานให้เอ๋ช่วยนัดเมย์ออกมาเจอกับเขาหน่อย เอ๋ไม่ขัดข้องจัดการให้ตามที่เขาขอ จากนั้นไม่นาน เมย์เข้ามานั่งในร้านกาแฟพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับเอ๋ไปด้วย

“ฉันถึงร้านแล้ว เมื่อไหร่แกจะมา” เมย์ยังไม่ทันได้คำตอบจากเอ๋ มีเสียงนิคกี้ดังขึ้นจากด้านหลัง

“มาแล้วครับ”

เมย์หันมองตามเสียงต้องแปลกใจที่เห็นนิคกี้เดินถือกาแฟสองถ้วยเข้ามา ถามว่ามาได้อย่างไร

“ขี่มอเตอร์ไซค์มา”

“ฉันไม่ได้ถามเรื่องเดินทาง นายมาร้านนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหม”

“ไม่มีคำว่าบังเอิญ มีแต่บังเอิ๊ญบังเอิญใจตรงกัน” นิคกี้ยื่นถ้วยกาแฟที่ทำฟองนมเป็นรูปหัวใจไปตรงหน้าเมย์ “เรามาชนใจกันครับ”

เมย์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาทำให้นิคกี้ยิ้มอย่างมีความหวัง “นายจีบฉันเหรอ”

“อายจัง...จีบได้หรือเปล่าล่ะ”

“ได้...แต่ไม่ติดนะ”

นิคกี้หุบยิ้มแทบไม่ทัน “ฉันไม่ดีเหรอ”

“ตอนแรกคิดว่าไม่ดี แต่พอรู้จักแล้ว นายก็เป็นคนดีคนหนึ่ง รักเพื่อน เต็มที่กับทุกสิ่ง”

“ฉันดีขนาดนี้ เธอไม่ชอบฉันเหรอ”

“ดีกับใช่มันคนละอย่างกัน”

“โอ๊ย...จี๊ด” นิคกี้ร้องโอดโอย

“ขออนุญาตชนแก้วนะคะคุณเพื่อน” เมย์ว่าแล้วยกถ้วยกาแฟยื่นไปข้างหน้า นิคกี้จำต้องยอมรับความจริง ยกถ้วยกาแฟขึ้นชนกับถ้วยกาแฟของเธอในฐานะเพื่อน

“แด่เพื่อน...เจ็บ”

“ยัยเอ๋แม่สื่อตัวแสบอยู่ไหน” เมย์บ่นอุบ

ooooooo

กิ๊บเข้ามาในร้านอาหารตามที่นิคกี้นัดไว้ พยายามกวาดตามองหาเพื่อนรักแต่ไม่เห็น

“มันบอกว่ามีผู้หญิงอยากสารภาพรัก...คนไหนวะ” กิ๊บกวาดตามองไปรอบๆเห็นเอ๋ในชุดสีชมพูหวานน้ำตาลเรียกพี่เดินเข้ามาก็แปลกใจ จึงเดินไปหา

“มาทำอะไรที่นี่”

“ก็มาหานายไง เรานัดกันไว้นี่”

กิ๊บส่ายหน้า ไม่ได้นัดด้วยสักหน่อย นิคกี้บอกเขาว่ามีผู้หญิงจะมาสารภาพรักกับเขา เอ๋ออกตัวถึงจะไม่ใช่ผู้หญิงแต่ใจของตนก็เป็นหญิงเกินร้อย กิ๊บยืนยันว่าสาวสวยที่นิคกี้บอกจะสวมชุดสีชมพูถือดอกกุหลาบอีกด้วย เอ๋เอาดอกกุหลาบที่ซ่อนไว้ด้านหลังขึ้นมาคาบแล้วขยิบตาให้

“อย่าบอกนะว่า...”

“ดีใจจังที่นายมาตามนัด นายชอบเราล่ะสิ” เอ๋เข้าไปควงแขนกิ๊บหน้าตาเฉย คนถูกควงแขนพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกห่างอย่างสุภาพเพื่อรักษาน้ำใจ

“เอาตามตรงนะ ตอนเด็กๆนายขี้เหร่ แต่พอโตแล้วจ้ำมํ่าโดนใจเราอะ”

เมย์กับนิคกี้เข้ามาในร้าน เห็นเอ๋กำลังสารภาพรักกิ๊บ หลบมุมแอบดู เอ๋ถึงลูกถึงคนสารภาพว่ารักกิ๊บแล้วเข้าไปสวมกอด

“ขอบใจนะที่รักเรา แต่เราไม่ใช่” กิ๊บดัน ตัวเอ๋ออก ตบบ่าเบาๆ “เราเป็นกำลังใจให้นะเพื่อน”

“เพื่อน...เรียกเบาๆก็เจ็บ” เอ๋น้ำตาซึม จังหวะนั้นนิคกี้กับเมย์เข้ามาสมทบ เอ๋หันมาเห็นเพื่อนรักโผกอดอย่างต้องการที่พึ่ง

“เมย์ ฉันอกหักอะแก”

“ไอ้กิ๊บ กูอกหักว่ะ” นิคกี้พูดจบโผกอดกิ๊บซึ่งลูบหลังเป็นกำลังใจให้เพื่อน เมย์กอดเอ๋ตอบอย่างเป็นกำลังใจให้เช่นกัน

ooooooo

หลายวันผ่านไป...ที่ค่ายมวยจ่าเฉื่อย ปิ่นปักบ่นให้เอ๋กับเมย์ฟังถึงพฤติกรรมของนพและคนอื่นๆ

“ช่วงนี้นพกับคนอื่นๆพูดจาแปลกๆเหมือนมีความลับบางอย่าง”

เมย์กับเอ๋ร่วมอยู่ในขบวนการปิดบังเรื่องงานแต่งงานด้วย รีบแก้ตัวแทนว่าปิ่นปักคิดมากไปหรือเปล่า นพเป็นคนเปิดเผยไม่มีอะไรปิดบังแน่นอน

เอ๋ช่วยรับรองอีกแรงหนึ่ง

“จริงจ้ะเพื่อน มาช่วยระดมความคิดงานอีเวนต์ของพวกฉันดีกว่า”

“แกเป็นลูกจ้างพวกฉัน ห้ามเหวี่ยงห้ามวีนทำตามคำสั่งพวกฉัน”

“ค่ะบอส”

“งานแรกเลยนะคะ ช่วยคิดดีไซน์ชุด ดีไซน์งานแต่ง ลูกค้าชอบเรียบง่ายแต่มีความเก๋ๆ”

“คอนเซปต์ตรงกับใจฉันเลย ลูกค้าพวกแกเป็นใครอะ อยากรู้จักแล้วสิ”

“ไม่ใช่หน้าที่ที่แกต้องรู้ยัยปิ่น คิดงานก่อนค่ะ”

ปิ่นปักรับคำไม่ล่วงรู้เลยว่างานนี้เป็นงานของเธอ นั่นเอง...

ในขณะที่ปิ่นปักถูกเพื่อนรักเพื่อนซี้ทั้งสองคนหลอกให้คิดคอนเซปต์งานแต่งงานของตัวเองอยู่ที่ค่ายมวยจ่าเฉื่อย นพกับธาราพากันมาเยี่ยมเปลวที่เรือนจำพร้อมกับพานดอกไม้สำหรับใช้ในการสู่ขอ โดยธาราทำหน้าที่เป็นญาติผู้ใหญ่ของนพสู่ขอปิ่นปักตามประเพณี

“คุณยกปิ่นปักให้ผมได้ไหมครับ”

“ลูกสาวฉันสวย เก่ง จิตใจก็ดี นายจะสู้ค่าสินสอดไหวเหรอ”

“ไม่ว่าคุณจะเรียกกี่ล้าน ก็คงไม่แพงเท่าหัวใจของลูกชายฉัน”

“ถ้าผมไม่รับลูกชายคุณเป็นเขย ผมคงพลาดมาก” เปลวยิ้มให้สองแม่ลูก

“ขอบคุณครับ...พ่อ” นพพูดพลางยกมือไหว้ เปลวมีความสุขที่เขายอมเรียกพ่อ นั่นเท่ากับเขาอภัยให้กับความผิดที่ตัวเองทำไว้ นพลุกออกไป ปล่อยให้ธาราได้คุยกับเปลวตามลำพัง

“คุณต้องอดทนนะ ฉันจะรอคุณ” ธาราจับมือให้กำลังใจเปลวซึ่งตื้นตันใจที่เธอให้อภัยเขาเช่นกัน

ooooooo

ในที่สุดวันแต่งงานของนพกับปิ่นปักก็มาถึง นิคกี้กับกิ๊บในชุดหล่อเข้าไปหาเปรี้ยวซึ่งยืนอยู่บริเวณจัดงาน

“เปรี้ยวสวยมาก มาเป็นเจ้าสาวของพี่ไหมจ๊ะน้องสาว” นิคกี้หยอดคำหวาน กิ๊บกลัวน้อยหน้า

“หัวใจพี่ยังว่างนะจ๊ะ”

“เก็บปากไว้กินข้าวให้อร่อยเถอะจ้ะพี่จ๋า” 

เปรี้ยวตอกกลับก่อนจะหัวเราะชอบใจ จังหวะนั้นแดนแต่งหล่อไม่แพ้สองหนุ่มเข้ามาชะเง้อคอยาวกวาดตามองไปทั่วๆ เปรี้ยวร้องทักมองหาใครหรือ

“กระเจี๊ยบแต่งชุดเสร็จหรือยังพี่เปรี้ยว”

เปรี้ยวยังไม่ทันตอบอะไร มีเสียงกระเจี๊ยบร้องบอกเสียก่อนว่า

“มาแล้วค่ะ”

แดนหันมองตามเสียงถึงกับตะลึงที่เห็นกระเจี๊ยบในชุดเพื่อนเจ้าสาวงดงามสุดๆ เธอประหม่าที่เห็นสายตาจ้องเอาๆของเขาคิดว่าตัวเองดูไม่ได้

“ฉันว่าแล้วเชียวชุดนี้ไม่เหมาะกับฉันเลย” กระเจี๊ยบพูดจบจะกลับไปเปลี่ยนชุด แดนตามมาคว้าแขนไว้

“ชุดนี้แหละสวยแล้ว รอหน่อยนะ...เจ้าสาวของฉัน”

แดนดึงกระเจี๊ยบมากอด ทำเอาคนไม่มีแฟนอย่างนิคกี้ กิ๊บและเปรี้ยวอิจฉาตาร้อนโห่ฮากระเซ้าแดนกันสนุกปาก...

อีกมุมหนึ่งในห้องแต่งตัวเจ้าสาว เมย์และเอ๋เอาชุดเจ้าสาวและรองเท้ามาให้ปิ่นปัก โกหกว่าลูกค้าขอให้พวกเราช่วยเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวด้วย ปิ่นปักนิ่วหน้าสงสัย

“จริงอะ ลูกค้าพวกแกวิธีคิดประหลาด”

“ไม่ต้องพูดมาก รีบไปเปลี่ยนชุด ไม่อย่างนั้นลูกค้าไม่จ่ายเงินแน่” เมย์จับชุดเจ้าสาวยัดใส่มือปิ่นปัก

“ฉันขอคุยกับลูกค้าพวกแกหน่อย”

“เดี๋ยวออกไปก็เจอ” เมย์ตัดบท

ปิ่นปักไม่ยอมเปลี่ยนชุดถ้าเพื่อนไม่ให้เจอหน้าลูกค้าก่อน จังหวะนั้นนพในชุดเจ้าบ่าวสุดหล่อเดินเข้ามาทางด้านหลังปิ่นปัก

“เธอไม่แต่งตัวแล้วฉันจะทำพิธีได้อย่างไรล่ะ”

ปิ่นปักหันมองตามเสียงเห็นนพในชุดเจ้าบ่าวก็ไม่แสดงท่าทีแปลกใจอะไรมากนัก เมย์กับเอ๋เฉลยว่าเขาคือลูกค้าของพวกตน ปิ่นปักก็ยังเฉยๆนพเลยเป็นฝ่ายแปลกใจเสียเอง

“นี่เธอรู้ก่อนแล้วว่าฉันจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน”

“ฉันเป็นคนรักของนาย ฉันก็ต้องเข้าใจความคิดของนายสิ ฉันแค่เล่นตามน้ำไม่ให้เมย์กับเอ๋ผิดหวัง”

เมย์และเอ๋ถึงกับเซ็งที่เพื่อนรักรู้ตัวล่วงหน้า ปิ่นปักบอกนพว่าอย่าจัดงานให้สิ้นเปลืองเลย ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว

“ที่ผ่านมามันเป็นเกม เป็นความผิดพลาดของฉัน แต่ครั้งนี้เป็นความถูกต้องและเป็นเรื่องของหัวใจ ขอให้ฉันได้แก้ตัวเถอะ” นพพูดจบคุกเข่าลงตรงหน้าปิ่นปัก “แต่งงานกับฉันนะ”

แม่เล็ก ธารา แดนกับกระเจี๊ยบ รวมทั้งคนอื่นๆ ต่างมองลุ้น ปิ่นปักตอบตกลงอย่างไม่ลังเล นพจึงสวมแหวนให้แล้วลุกขึ้นจะจูบ เมย์กับเอ๋ร้องห้ามเสียงหลง

“อย่าเพิ่งข้ามช็อตค่ะ”

“คุณนพไปรอที่บริเวณงานนะคะ” เมย์ว่าพลางดึงตัวปิ่นปักออกห่าง

“ยัยปิ่น แปลงโฉม” เอ๋พูดจบช่วยกันกับเมย์ลากตัวปิ่นปักไปสวมชุดแต่งงาน ขณะที่แดนเข้ามาดึงแขนนพออกไปนอกห้องเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธี

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วย หมอกับพยาบาลเข้ามาตรวจอาการของธนูที่แกล้งปวดท้องนอนบิดตัวงออยู่บนเตียง ธนูรอทีเผลอคว้าส้อมที่ซ่อนไว้จี้คอพยาบาล หมอตกใจผงะถอยหลัง

ตำรวจที่เฝ้าระวังอยู่หน้าห้องได้ยินเสียง

บางอย่างดังลอดออกมาจากด้านในรีบเข้าไปดู ต้องแปลกใจที่เจอเพียงห้องว่างเปล่า ทั้งหมอ พยาบาลและผู้ต้องหาหายไป มีเพียงร่างใครบางคนนอนคลุมโปงอยู่บนเตียง ตำรวจดึงผ้าห่มออกเผยให้เห็นหมอกับพยาบาลนอนสลบไสลไม่ได้สติ รีบชักปืนขึ้นมากระชับในมือจะหาตัวผู้ต้องหาแต่ยังไม่ทันขยับ ธนูออกจากที่ซ่อนเล่นงานตำรวจจนทรุดฮวบ แล้วคว้าปืนติดมือไปด้วย

จากนั้นผู้ต้องหาค่อยๆย่องออกจากห้องพักฟื้น ผ่านหน้าห้องพักหมอที่ประตูแง้มอยู่เห็นชุดสูทของหมอแขวนอยู่ในนั้น รีบเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อให้ง่ายต่อการหลบหนี...

ในเวลาต่อมา ที่บริเวณจัดงานแต่งงานของนพและปิ่นปักซึ่งถูกตบแต่งไว้อย่างสวยงาม ประดับ ประดาด้วยดอกไม้นานาชนิด ขณะที่นพกำลังถ่ายรูปอยู่กับเปรี้ยว นิคกี้และกิ๊บกันอย่างสนุกสนาน เมย์กับเอ๋เดินเข้ามาถามเจ้าบ่าวว่าพร้อมหรือยัง

“พร้อมแล้วครับ ปิ่นล่ะครับ”

“รอเจ้าบ่าวไปรับจากห้องแต่งตัวมาทำพิธีตามคิวค่ะ”

นิคกี้ กิ๊บและเปรี้ยวช่วยกันดันหลังเจ้าบ่าวให้ออกไป เมย์บอกให้ทุกคนประจำที่ของตัวเอง

ทุกคนต่างแยกย้ายไปตั้งแถวต้อนรับคู่บ่าวสาว...

ทางด้านปิ่นปักในชุดเจ้าสาวสวยจนตะลึง ยืนถือช่อดอกไม้รอนพมารับอยู่ที่มุมหนึ่งของสวนดอกไม้ภายในสถานที่จัดงาน ตื่นเต้นที่จะได้เข้าพิธีแต่งงานกับนพอย่างเป็นทางการสักที

ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาทาง


ด้านหลัง เธอคิดว่าเป็นนพหันไปยิ้มให้ แต่ต้องตกใจแทบช็อกถึงกับทำช่อดอกไม้ในมือร่วงเมื่อเห็นธนูเดินยิ้มเหี้ยมถือปืนเข้ามา...

เมื่อนพมาถึงบริเวณสวนดอกไม้ไม่เจอปิ่นปักอยู่ตรงนั้น ร้องเรียกก็เงียบไม่มีเสียงตอบ ครั้นมองไปที่มุมหนึ่งของสวนเห็นช่อดอกไม้เจ้าสาวตกที่พื้น มีรอยเหยียบจนดอกไม้เละ รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี รีบวิ่งกลับไปที่บริเวณจัดงาน

แดน กิ๊บกับนิคกี้วิ่งหน้าตื่นตามมาเห็นนพกลับมาเพียงลำพังถามหาปิ่นปักไปไหน  เขาส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกันว่าเธอหายไปไหน แดนรีบรายงาน

“ตำรวจมาแจ้งข่าวว่าธนูหนีออกจากโรงพยาบาล เขาคิดว่ามันจะต้องมาแก้แค้นพี่”

“ไอ้ธนูจับปิ่นไป” นพร้อนใจรีบวิ่งไปทันที แดนกับนิคกี้และกิ๊บวิ่งตาม

ooooooo

ธนูจี้ตัวปิ่นปักไปที่ลานจอดรถ สั่งให้เธอขับรถของเธอออกไป นพวิ่งตามมาเห็นท้ายรถของเธอแล่นออกไปไวๆ วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ไล่ตาม แดน กิ๊บและนิคกี้ที่วิ่งตามมาเห็นเขาขี่มอเตอร์ไซค์แล่นออกไปไกลแล้ว พยายามตะโกนเรียก แต่เขาเร่งเครื่องออกไปไม่เหลียวหลัง...

นพขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถของปิ่นปักมาถึง

ตึกร้างแห่งหนึ่ง เจอรถของเธอจอดอยู่แต่ไม่มีใครอยู่ในนั้น รีบวิ่งเข้าไปในตัวตึกเพื่อช่วยหญิงคนรัก แต่ต้องโดดหลบแทบไม่ทันเมื่อมีกระสุนสาดใส่ ธนูยิงเสร็จลากตัวปิ่นปักขึ้นบันได พอเห็นนพโผล่หัวออกจากที่กำบังก็ยิงปืนสกัดไว้อีก นพรอจนเสียงปืนเงียบโผล่หัวขึ้นดู เห็นปลอดภัยรีบวิ่งขึ้นบันไดตามไป...

ครั้นมาถึงประตูไปยังดาดฟ้า นพค่อยๆเปิดประตูออกไป ต้องตกใจที่เห็นธนูเอาตัวปิ่นปักเป็นโล่กำบังพร้อมกับเอาปืนจี้

“ถ้าฉันไม่ตาย พวกแกไม่มีวันรอดจากฉันไปได้ แกจัดงานแต่ง พวกแกมีความสุขกันมาก แต่ฉันต้องขาเป๋ ต้องถูกจับ”

ปิ่นปักสบสายตากับนพพยายามสื่อสาร

หาทางเอาตัวรอด

“ในฐานะที่ฉันเคยเป็นลูกพี่เก่าของแก ฉันจะมอบของขวัญงานแต่งเป็นศพของเจ้าสาว” ธนูพูดจบจะเหนี่ยวไกปืนยิงปิ่นปัก นพร้องห้ามเสียงหลง

“อย่า”

“ฉันจะทำให้งานแต่งกลายเป็นงานศพ”

ธนูจะเหนี่ยวไกอีกครั้ง นพสบตาปิ่นปัก สื่อให้รู้ว่าต้องการอะไร ทั้งคู่แค่มองตากันก็รู้ใจ ทันใดนั้นปิ่นปักกระทืบเท้าธนูเจ็บจนต้องปล่อยเธอเป็นอิสระ ปิ่นปักพุ่งหลบ นพสบช่องกระโจนใส่ธนูล้มกลิ้งไปด้วยกัน ปืนตกพื้นไถลไปที่ขอบดาดฟ้า

สองหนุ่มเปิดศึกแม่ไม้มวยไทยกันอย่าง

ไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกลิ้งไปชนราวกั้นดาดฟ้า เหล็กยึดราวที่เก่าขึ้นสนิมโยกตามแรงกระแทก ธนูตั้งหลักได้ก่อน พุ่งไปคว้าปืน นพถีบมันกระเด็นไปชนกับราวเหล็กอีกครั้ง ธนูกำลังเลือดขึ้นหน้าไม่ทันสังเกตเห็นเหล็กยึด


หลุดออกจากราวกั้น ทั้งคนทั้งราวร่วงจากดาดฟ้าลงไปกระแทกพื้น

ปิ่นปักวิ่งเข้าไปดูแลนพ ทั้งสองกอดกันกลมดีใจที่รอดตาย...

ครู่ต่อมานพประคองปิ่นปักออกจากตัวตึกร้าง แดน นิคกี้กับกิ๊บกรูกันเข้ามาพร้อมกับตำรวจที่แยกย้ายไปดูร่างไร้วิญญาณของธนู แดนถามทั้งคู่ด้วยความเป็นห่วงว่า

“พวกพี่เป็นอย่างไรบ้าง”

“ฉันมันดวงแข็ง ตายยาก” นพว่าแล้วทุบที่อกข้างซ้ายตรงกับหัวใจ พวกแดนยกนิ้วหัวแม่โป้งให้ นพถามนิคกี้ว่ายังมีเวลาหรือเปล่า

“เวลาน่ะมี แต่แขกกลับไปหมดแล้ว”

นพมองปิ่นปัก กลัวผิดหวังที่ไม่ได้เข้าพิธีแต่งงาน

“ฉันแต่งกับคุณ มีคุณคนเดียวก็พอแล้ว” 

ปิ่นปักยิ้มให้ นพยิ้มรับพอใจที่เธอพร้อมจะเข้าพิธีแต่งงานกับเขาต่อ รีบจูงมือเธอไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ แดนบอกนิคกี้กับกิ๊บ

“ไปทำหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวกัน”

ทุกคนรีบตามเจ้าบ่าวเจ้าสาวไป...

จากนั้นไม่นาน สองบ่าวสาวจูงมือกันกลับมาที่บริเวณจัดงานแต่ง เมย์เอาดอกไม้ช่อใหม่มายื่นให้ปิ่นปัก ขณะที่นพไปยืนรอบริเวณทำพิธีโดยมีแดนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ เมย์ เอ๋กับธารา แม่เล็กกับเพิ่ม กระเจี๊ยบกับเปรี้ยวและคนอื่นๆมายืนเข้าแถวคอยโปรยดอกไม้

ปิ่นปักเดินผ่านแถวต้อนรับของทุกคนที่คอยโปรยกลีบดอกไม้แสนสวยไปหานพที่ยืนรออยู่

จากนั้นทั้งคู่ก็จูบกันท่ามกลางเสียงตบมือแสดง

ความยินดี

แม้จะเหลือแค่เพื่อนๆและญาติสนิทเพียง

ไม่กี่คนที่อยู่ร่วมงานแต่ง แต่บรรยากาศในงานกลับอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก

ooooooo

นพ ปิ่นปักและธารามาที่เรือนจำ ติดต่อขอเยี่ยมเปลวในเช้าวันต่อมา ผู้คุมขอให้ญาติรอสักครู่ ตอนนี้เปลวกำลังช่วยงานเจ้าหน้าที่อยู่ ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันแปลกใจว่าเขาช่วยงานอะไร

งานของเปลวคือเป็นวิทยากรสมัครเล่น

เล่าประสบการณ์ชีวิตเพื่อเป็นกำลังใจให้เหล่านักโทษของที่นี่

“ชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างจากตัวละครในหนังหรือละคร เรามีหน้าที่แสดงตามบทบาทที่ตัวเอง

ได้รับ มีความทุกข์ ความสุข บทโศก แต่ผมเชื่อว่า

พวกเราส่วนใหญ่ในที่นี้จะผ่านบทบู๊มาเยอะ”

คำพูดของเปลวเรียกเสียงหัวเราะจากนักโทษสนั่นหอประชุมเพราะทุกคนเคยเป็นอย่างที่เขาพูด นพ ปิ่นปักและธาราเดินเข้ามาหยุดฟังอยู่ที่มุมห้อง เปลวพูดเพิ่มเติมว่า

 “ไม่ว่าจะสวมบทอะไร ไม่มีใครคนไหนอยู่กับบทบาทนั้นได้จนตาย ลองเล่นกันใหม่ไหม

ยังมีบทอื่นๆให้เราเล่นอีกเยอะ ยังมีบทของลูกชายกตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่ บทของพ่อที่รักและคอยปกป้องลูก บทของสามีที่ทำงานแล้วกลับมาบ้านนั่งกินข้าวพร้อมหน้าเมียและลูก”

นักโทษคิดคล้อยตามเริ่มนึกถึงครอบครัวของตัวเอง ขณะที่นพ ปิ่นปักและธาราฟังสิ่งที่เปลวพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ถ้าตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากเล่นบทบาทอะไรให้นึกถึงตอนจบของหนังเรื่องนั้น”


เปลวหันไปเจอปิ่นปัก ธาราและนพดีใจที่

ทุกคนมาเยี่ยม ยิ่งเห็นสายตาที่ทั้งสามคนมองมา

อย่างเป็นกำลังใจก็ยิ่งรู้สึกดี

“อยากให้หนังชีวิตของคุณจบอย่างมีความสุข คุณก็ต้องเล่นบทคนดี ทำความดี ผมเชื่อว่าคุณทำได้”

เหล่านักโทษเข้าใจคำสอนของเปลวต่างตบมือให้เสียงดังสนั่นมีกำลังใจจะสู้ต่อไป เปลวภูมิใจที่ได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตและสร้างกำลังใจให้คนอื่นๆ นพ ธาราและปิ่นปักตบมือให้เขาเช่นกัน เปลวมองทั้งสามคนอย่างขอบคุณที่มาให้กำลังใจและ

ไม่ทอดทิ้งกัน

ooooooo

เช้าวันสดใส นพขี่มอเตอร์ไซค์พาปิ่นปักมายังสวนสาธารณะริมน้ำ ลงมาช่วยถอดหมวก กันน็อกให้ วางหมวกไว้บนรถ แล้วจูงมือกันมาตามทางเดินพลางนึกถึงความสุขและความรักที่มีให้กันตลอดเวลาที่ผ่านมา

“ฉันไม่คิดเลยว่าเราจะมาถึงวันนี้ได้”

“นั่นสิ ฉันเคยเกลียดนาย เกลียดมากๆด้วย แต่วันนี้กลับรักนาย”

“มากแค่ไหน”

“มากๆๆๆๆๆๆ”

“ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่มีเธอเป็นกำลังใจ ฉันคงไม่มีวันนี้”

“เราอาจจะตกอยู่ในภาวะจนตรอก ชีวิตย่ำแย่กันได้ทุกคน แต่หัวใจที่เข้มแข็งและเต็มเปี่ยมด้วยความรักจะพาเราออกจากสิ่งเลวร้ายได้”

“ฟังแล้วรู้สึกดีจัง เธอน่าจะเอาข้อคิดดีๆนี้บอกเล่าคนอื่นด้วยนะ”

“งั้นฉันจะเขียนเป็นบทหนัง...หัวใจลูกผู้ชาย”

“ขอบคุณนะที่รักฉัน”

“ขอบคุณค่ะที่อยู่ให้ฉันรัก”

นพโอบตัวปิ่นปักเข้ามา ก่อนจะโน้มตัว

ลงไปจูบ เธอจูบเขาตอบด้วยความรักเต็มหัวใจ ท่ามกลางบรรยากาศสวยงาม

ooooooo

-อวสาน-


ละครหัวใจลูกผู้ชาย ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านหัวใจลูกผู้ชาย ติดตามหัวใจลูกผู้ชาย ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล,ทิสานาฏ ศรศึก 31 ส.ค. 2562 00:14 2019-08-14T11:10:48+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ