ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

หัวใจเถื่อน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "หัวใจเถื่อน"


ราชแหงนมองร้องถามว่าเธอจะเดินลงมาหรือจะให้ตนขึ้นไป ถูกอมาวสีตวาดถามว่าเขาเป็นคนวางแผนทั้งหมดใช่ไหม ด่าระบายความแค้นแล้วขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับเข้าคุกให้ได้

เห็นอารมณ์นี้ของเธอ ราชลงจากหลังม้าเดินเข้ามาในตัวอาคาร พอเขาขึ้นไปบนดาดฟ้า อมาวสีพุ่งไปทำร้าย ร้อนถึงบรรดาคนงานต้องช่วยกันจับตัวไว้ เธอยังคงด่าว่าเขาอย่างอัดอั้น เมื่อราชพยักหน้าให้คนงานปล่อย เธอก็เข้ามาทุบตีเขาถามว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม ต้องการเงินหรือ ถามว่าจะเอาเท่าไรให้บอกมา คิดหรือว่าคุณลุงจะยอมจ่ายเงินให้ง่ายๆ

ราชรวบตัวเธอไว้ บอกให้ใจเย็นๆ หายใจลึกๆ เดี๋ยวเส้นเลือดแตก และอายเขาด้วย

“ฉันไม่อาย คนที่ควรอายคือนาย จอมปลิ้นปล้อน จอมหลอกลวง มีหน้ามาโกหกได้ไงว่าฉันเป็นเมียนาย!”

ราชทำปากจุ๊ๆ บอกให้พอแล้ว บอกพวกคนงานให้ลงไปก่อน ตนขอคุยกับเจ้าสาวตามลำพังสักพัก เมื่อคนงานลงไปกันแล้ว เขาบอกเธอว่า “เราจะเริ่มคุยกันเมื่อคุณสงบสติอารมณ์ได้แล้ว” อมาวสีจึงค่อยสงบลง เธอพยายามควบคุมอารมณ์ พูดอย่างรับไม่ได้ว่า

“ฉันนึกว่านายป่วยปางตาย หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุอะไรสักอย่างจนถึงกับบาดเจ็บสาหัส” ราชถามว่าน้าเทินบอกงั้นหรือ “เปล่าหรอก แต่ก็ทำหน้าทำตาทำเสียงให้ฉันคิดไปอย่างนั้น”

“แล้วตอนนี้รู้สึกยังไง ที่ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด” เธอบอกทันทีว่าผิดหวัง “งั้นก็แปลว่า ที่ยอมมากับน้าเทิน เพราะอยากมาดูผมตายล่ะซิ”

“ฉันคิดว่าคุณกำลังเบี่ยงเบนประเด็นนะ ประเด็นสำคัญที่เราจะต้องพูดกันคือคุณทำความผิดอย่างร้ายแรงด้วยการลักพาตัวคนอื่นมากักขังไว้อย่างนี้ทำไม คุณทำเพื่ออะไร และคุณพร้อมจะรับผลที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้แล้วใช่ไหม!” ราชมองหน้าเธอนิ่ง

“คิดใหม่ ทำใหม่ได้นะ ปล่อยฉันกลับไปเดี๋ยวนี้ ฉันจะยอมไม่แจ้งความเอาผิดนายเลยก็ได้”

“ผมจะพาคุณไปส่งทันที ถ้าคุณบอกว่า คุณต้องการแต่งงานกับนายภากร” เธอกระชากเสียงตอบ “เออ!”

พอเขาถามว่าแน่ใจนะ เธอกลับบอกว่า “ถึงฉันจะไม่อยากแต่งงาน แต่นี่ก็ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง”

ราชขอให้เธอบอกทางออกที่ถูกต้องให้หน่อย เธอเงียบ เขารุกว่า พูดกับคุณลุงคุณป้าเธอยังไม่กล้าพูดเลย แล้วจะมีทางออกอะไร เธอยังเงียบ ราชเสียงอ่อนลงว่า

“คุณควรจะขอบคุณผมที่ช่วยให้คุณยังคงความสาวบริสุทธิ์ของคุณเอาไว้ได้” เธอสวนทันควันว่าไม่ใช่เรื่องของเขา“ก็จริง...แต่มันเกี่ยวกับวารินเพื่อนผม เพราะเขาจะมีความสุขมากเมื่อรู้ว่าคุณยังไม่ตกเป็นของชายใด”

อมาวสีโกรธขึ้นมาอีก บอกว่าอย่าเอาความรู้สึกของคนอื่นมาอ้างความชอบธรรมให้ตัวเองทำเรื่องเลวร้าย ราชพูดอย่างไม่แยแสว่าก็แล้วแต่เธอจะคิด แต่ไม่ว่าเธอจะเห็นว่าถูกหรือผิด ตอนนี้เราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว หรือเธอจะสละเรือ ปัญหาคือ เธอจะว่ายน้ำไปทางไหน ไปอย่างไร ในเมื่อตนจะบอกทุกคนที่นี่อย่างไรก็ได้

“คุณไม่มีทางโกหกได้ตลอดหรอก วันนึงพวกเขาจะเชื่อเรื่องจริงที่ออกจากปากฉัน คอยดู”

“เชิญ...ถ้ามั่นใจอย่างนั้นก็เชิญ แต่วันนี้ คุณเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเจ้าสาวแสนสวยของผม” ราชเข้าไปใกล้เธอลูบไล้ไปตามแขน...ไหล่...และใบหน้าเธออย่างแผ่วเบา อมาวสีพูดนิ่งๆว่าถ้าเขาล่วงเกินตนมากกว่านี้ ตนจะสู้ ราชยิ้มเย้ยว่าคิดว่าตนอยากทำหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะวารินตนไม่ทำอย่างนี้หรอก

“แล้วฉันต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน”

“จนกว่านายภากรจะตรอมใจตาย” เธอถามว่าเขาต้องการแก้แค้นอะไรกันหรือเปล่า “เปล่า...แต่ถ้าเขาตรอมใจตายเมื่อไร ก็มั่นใจได้ว่าคุณเป็นอิสระ เมื่อนั้น นายวารินก็จะมีโอกาสอันดียิ่ง” เธอด่าว่าเป็นวิธีคิดที่งี่เง่าไร้สาระมาก ถูกราชย้อนถามว่า “แล้วการที่คุณยอมแต่งงานกับเขาทั้งที่ไม่ได้รัก ไม่งี่เง่าเลยเหรอ?”

ขณะการโต้เถียงกำลังเผ็ดร้อนนั่นเอง นายป่วนก็ถามผ่านวิทยุสื่อสารว่าพวกตนจะขึ้นไปได้หรือยัง ราชบอกให้ขึ้นมาได้เลย เขาบอกอมาวสีว่า “หมดเวลาทะเลาะกันแล้วครับ”

กลุ่มคนงานเดินมากันเป็นแถว มีเสียงโห่ฮิ้ว...เหมือนขบวนกลองยาวยกขันหมากมาสู่ขอ พอขึ้นมาถึง นายป่วนผู้อาวุโสกว่าเพื่อนก็ดำเนินพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่าย พอนายป่วนทำพิธีเสร็จ อมาวสีชี้แจงขู่ๆ พวกคนงานขึ้นว่า

“ทุกคนฟังนะ สิ่งที่นายคนนี้บอกพวกเราทุกคนไม่ใช่เรื่องจริง ความจริงคือเขาฉุดฉันมาจากบ้าน เขาลักพาตัวฉันมาทรมาน สิ่งที่พวกเราทำอย่างนี้จะกลายเป็นสมรู้ร่วมคิดกับคนร้ายนะ มีความผิดพอๆกันนะ รู้ไหม”

แม้ทุกคนจะฟังเธอพูดแต่พอเธอพูดจบนายป่วนก็บอกราชให้ผูกข้อมือเรียกขวัญเลยอาจจะช่วยเรียกสติเมียนายได้บ้าง พวกคนงานกรูกันเข้าไปผูกข้อมือให้อมาวสี ต่างอวยพร

“ขอให้อายุมั่นขวัญยืน มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง อย่าทะเลาะกัน รักกันนานๆเน้อ...”

แม้อมาวสีจะหน้าบูดหน้าบึ้งจ้องหน้าราชอย่างเอาเรื่อง ก็ไม่อาจยับยั้งพิธีการที่มีนายป่วนเป็นหัวโจกได้ ทั้งยุให้ตัดเค้ก ยุให้หอมกัน ให้จูบปากกัน แต่พอราชยื่นหน้าเข้าไป ก็ถูกอมาวสีกัดจมูกจังๆ เป็นจังหวะที่นายป่วนถ่ายรูปแชะพอดี!

เสร็จพิธีเรียบง่ายแล้ว ราชบอกพวกคนงานว่า “ขอบคุณทุกคน...คืนนี้เจ้าสาวของฉันง่วงแล้ว ให้เธอไปนอนพักดีกว่า”

“ส่งบ่าวสาวเข้าหอจ้า...” ป๊อดตะโกนขึ้น ทุกคนเฮกันครึกครื้น

ooooooo

ส่งเจ้าสาวเข้าห้องหอแล้ว ราชบอกว่าตนจะไปนอนข้างนอก เห็นทุกคนแปลกใจเขาบอกว่าสมัยนี้เขาชอบนอนแยกกันต่างมีอิสระ แล้วชวนพวกผู้ชายออกไป ปล่อยให้ป้าเอิบกับแอ้มดูแลอมาวสีในห้องประสาผู้หญิงด้วยกัน

คืนนี้เทินโทร.มาถามราชว่าทุกอย่างเรียบร้อยไหม พอรู้ว่าเรียบร้อยก็ถามว่าเรื่องไร่เขาจะไม่บอกลุงรักษ์หรือ

“วันนึงผมต้องบอกแน่ แต่ตอนนี้ยัง ผมอยากลองสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวของผมเองดูบ้าง” เทินถามว่าพวกคนงานไว้ใจได้แน่หรือ “แน่สิ เป็นคนงานเก่าของไอ้พินัยเพื่อนผม ผมเคยช่วยเหลือพวกเขาไว้ตั้งแต่ไฟป่ามาเมื่อห้าปีก่อน เท่านี้แล้วกันนะ มีอะไรค่อยส่งข่าวกัน”

วางสายจากเทิน พอดีนายป่วนเอากาแฟมาให้ ราชถามว่างานในไร่ยังขาดอะไรบ้างไหม นายป่วนบอกว่ามีแต่เหลือไม่มีขาด คนงานทุกคนมีชีวิตดีกว่าตอนอยู่กับพินัยเสียอีก เพราะตอนนั้นคนงานมีน้อยทำงานกันหนักมาก แต่พอเขามาลงทุนด้วยทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ดี ตอนนี้พินัยก็เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อหาซื้อเครื่องจักรเพิ่ม

แต่นายป่วนก็เตือนราชว่า ให้ระวังกำนันแม้นที่ยังแค้นใจเขาไม่หายที่มาซื้อที่ตัดหน้าไป ถ้ากำนันใช้อิทธิพลทางการเมืองเอาชนะไม่ได้ก็อาจใช้กำลังคนมาคุกคาม ให้เตือนนายหญิงด้วยอย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว

“ฉันเตือนได้ที่ไหน น้าก็เห็นต้องฝากน้าป่วนกับพวกน่ะแหละคอยจับตาดูอย่าให้คลาดสายตา” นายป่วนรับปากจะดูแลให้ แต่แนะว่า “บางทีอาจต้องมีลูกนะนาย ลูกอาจจะทำให้เรื่องร้ายๆ ทุกอย่างหายเป็นปกติได้นะ”

“งั้นเหรอ...” ราชทำเป็นสนใจ นายป่วนยิ้มเป็นนัย ราชยิ้มตอบไปอย่างนั้นเอง

ooooooo

เมื่ออยู่ลำพังในห้องหอ อมาวสีอาบน้ำเปลี่ยนชุด แต่ชุดนอนที่ราชจัดให้กรุยกรายเกินไป เธอโยนทิ้งใส่เสื้อยืดและกางเกงขายาวแทน

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของราชผ่านกล้องวงจรปิด เขาถามว่าไม่ชอบชุดที่จัดให้หรือ เธอชะงักถามว่ารู้ได้ไง

“ใจเราคงสื่อถึงกัน คุณถึงได้อยู่ในสายตาของผมตลอด” ราชพูดวิทยุอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่ เธอถามว่าแอบดูตนจากตรงไหน “บอกก็ไม่สนุกน่ะสิ”

“นายสนุกคนเดียวมันไม่ยุติธรรมนะ”

“คุณคิดว่าโลกนี้มันยุติธรรมสักแค่ไหนกัน โอเคดึกแล้วนอนเถอะ แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่า ม่านในห้องนอนมีสองชั้น ถ้าอายก็ปิดม่านให้มิดชิดทั้งสองชั้น หรือไม่ก็ปิดไฟในห้องเลยก็ได้ ชาวไร่ที่นี่จะได้ไม่ต้องตื่นเต้นกับเงาวูบวาบๆ ของร่างคุณ”

อมาวสีตกใจเปิดม่านชะโงกลงไปดู เห็นราชยืนยิ้มหวานให้ เธอกระชากม่านปิดทันที!

ส่วนภากร เมาแอ๋ไปหาสีไพรที่ตึกแถว คร่ำครวญให้สีไพรช่วยด้วย เพราะทุกคนหนีตนไปหมดแล้ว สีไพรติงว่าเขาจะแต่งงานอยู่แล้วไม่ควรเมาอย่างนี้

“ไม่มีแล้ว...ไม่มีงานแต่งงานอีกต่อไปแล้วสีไพร...

สีไพร เธออย่าทิ้งฉันไปอีกคนนะ...” ภากรดึงสีไพรไปกอดคร่ำครวญเหมือนเด็กที่ผิดหวังเสียใจอย่างหนัก

เวลาเดียวกัน ที่สำนักงานของกวี ก็มีการเปิดแถลงข่าวเรื่องเลื่อนงานแต่งงานของภากรออกไปเพราะคุณหญิงป่วยกะทันหัน แต่ก็ยืนยันว่าหนุ่มสาวยังรักกันดีและอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดเวลา ส่วนจะเลื่อนงานแต่งไปถึงเมื่อไร จะแถลงข่าวให้ทราบอีกที

นายสุดดูทีวี เห็นข่าวนี้แล้ว เมื่อภากรเดินออกจากห้องสีไพรเขาบอกว่า

“ผมรู้นะ ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณเมาเละเทะขนาดนี้ พ่อคุณเพิ่งแถลงข่าวใหญ่ออกทีวีเมื่อกี๊นี้เอง” ภากรถามประชดว่ารู้แล้วดีใจไหมล่ะ? นายสุดย้ำกับเขาว่า “คุณจะหัวหกก้นขวิดยังไงไม่มีผลกับผมสักนิด คนเดียวที่ผมแคร์คือสีไพรลูกสาวผม ไม่ใช่คุณ”

“งั้นก็บอกสิ่งที่คุณเพิ่งรู้มาให้สีไพรฟังสิ เธอจะได้ดีใจ” ภากรพูดแล้วเดินผ่านนายสุดไปเฉยๆ

ส่วนวารินลุกจากเตียงดูข่าว สายๆเขาพาวัชรีและเพื่อนๆของอมาวสีนำกระเช้าไปเยี่ยมคุณหญิงอำภาที่บ้านพิชิตพงษ์ จันออกมาต้อนรับบอกว่าคุณหญิงกำลังลงมา วารินพูดอย่างเกรงใจว่าท่านไม่ต้องลงมาก็ได้ ฝากกระเช้าเยี่ยมท่านก็ได้

จันบอกว่าสะดวกเพราะท่านบอกเองว่ากำลังลงมา พึงใจถามว่า “ท่านเดินเหินไหวนะ”

“ไหวค่ะ...ท่านไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ” จันบอก ก็พอดีคุณหญิงลงมาสั่งจันให้ไปเอาน้ำมารับรองแขกอย่ามัวแต่คุย

คุณหญิงตกใจเมื่อวัชรีถามว่าอมาวสีส่งข่าวมาบ้างหรือยังจันต้องส่ายหน้ายอมรับเรื่องนี้ทั้งที่พยายามปิดข่าวกัน นิลรัตน์ถามว่าทำไมไม่ลงข่าวจะได้มีคนช่วยกันตามหา คุณหญิงบอกว่าคุณกวีไม่ต้องการให้เป็นข่าว

พึงใจถามว่ากลัวขายหน้าหรือ วัชรีพูดแรงว่า “มัวแต่กลัวขายหน้า ถ้าโดนฉุดไป ป่านนี้ไม่โดนข่มขืนปางตายไปแล้วเหรอคะ” เลยถูกวารินเรียกปราม พอดีภากรเดินเข้ามา เขาถามทันทีว่าได้ข่าวอมาวสีบ้างไหม ทุกคนส่ายหน้า วัชรีอดประชดไม่ได้ว่า “คุณภากรตามหาอมาจนดึกเลยเหรอคะ มีกลิ่นเหล้ามาด้วย” เลยถูกวารินเรียกปรามเป็นครั้งที่สอง พอภากรเดินหนีไป วารินก็เอ่ยลาคุณหญิงแล้วพาน้องๆกลับ

ออกมาแล้ววัชรีต่อว่าพี่ชายว่าไม่น่ารีบกลับกำลังสนุกเลย วารินตำหนิว่าสนุกกับการพูดจาเสียดสีเขาเนี่ยนะ บ่นทั้งวัชรีและเพื่อนเธอว่า “มัวแต่สนุกปากกันอย่างนี้ไม่มีใครห่วงอมาวสีเลยใช่ไหม” ทุกคนรีบบอกว่าเป็นห่วงสิ...ห่วงมากเลย

ภากรกับกวีก็มีปากเสียงกัน เมื่อภากรเร่งรัดเรื่องให้ตามหาอมาวสี บอกว่าตอนนี้ตนอายใครๆที่มองว่าเป็นตัวตลก กวีย้อนอย่างไม่พอใจว่า “ฉันก็ไม่ได้อายผู้อายคนน้อยกว่าแกหรอกนะไอ้ภากร!”

ooooooo

วันนี้อมาวสีตื่นสายมากจนผิดสังเกต นายป่วนบอกว่าแอ้มเข้าไปดูแล้วท่าทางเหมือนจะอ่อนเพลีย ราชบอกป้าเอิบว่าเดี๋ยวตนจะยกอาหารไปให้เอง

แต่พอยกอาหารเข้าไป อมาวสีก็ยังไม่ตื่น เขาชะโงกไปดูใกล้ๆ เธอลืมตาพอดี คว้ามีดจากถาดอาหารเงื้อสูงร้องลั่น

“แกจะทำอะไรฉัน”

“เมื่อก่อนเรียกผมว่าคุณ สักพักเรียกว่านาย ตอนนี้ชักจะเรียกว่าแกบ่อยแล้วนะครับ” เธอสวนไปว่าไม่เรียกไอ้ก็บุญแล้ว ราชยั่วว่าให้ลองเรียกพี่ดูบ้าง พี่ราช... เหมือนอย่างที่เธอเคยเรียกพี่ภาคย์น่ะ

อมาวสีตอกย้ำอย่างเจ็บปวดว่าเขาคือภาคย์ พิชิตพงษ์ ลูกชายของคุณหญิงอำภา พิชิตพงษ์ อย่าปฏิเสธ ราชย้ำให้เรียกพี่ภาคย์ เธอบอกว่าสายไปแล้ว ถึงเป็นภาคย์ ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะตนไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ให้กับนายภาคย์คนใจร้ายคนนี้อีกต่อไป

“งั้นให้ผมสร้างความรู้สึกดีๆให้ใหม่เอาไหม”ราช ถามแล้วขยับเข้าใกล้ บรรยายพลางสาธิตว่าความรู้สึกดีๆ อาจเกิดจากสัมผัส หรือเกิดจากความใกล้ชิด หรือจากสายตาที่จ้องมองกันและกันและหรือไม่ก็เกิดจากบทรักอันเร่าร้อนถึงใจ

อมาวสีถูกคุกคามหนัก เธอตบหน้าเขาอย่างแรง ราชยิ่งได้ใจ ทำท่าหื่นว่า โดยเฉพาะจูบที่เกิดขึ้นหลังการตบ มันจะตราตรึงเป็นพิเศษ เขาใช้กำลังที่แข็งแรงกว่าบังคับจูบจนเธอตัวสั่น ทั้งที่เขาแค่เลื่อนหน้าเข้าใกล้เท่านั้น

แอ้มถือผลไม้เข้ามาพอดีตกใจร้องอุ๊ย อมาวสีกับราชผละจากกัน เขาบอกว่าจะให้เวลาเธอไปแปรงฟันก่อนแล้วเราค่อยเริ่มต้นกันใหม่ อมาวสีผลักเขาออกอย่างแรง

“กินข้าวเสีย เดี๋ยวผมว่างแล้วจะมาคุยด้วย แอ้มบอกไอ้แปลกเฝ้าไว้ให้ดี ถ้าหนีก็ยิงได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

อมาวสีกระแทกค้อนใส่ราชตาแทบกลับก่อนที่เขาจะเดินออกไป

ooooooo

เมื่อจะหนีก็หนีไม่ได้ หว่านล้อมหลอกล่อก็ไม่ได้ผล อมาวสีจึงใช้วิธีขู่จะฆ่าตัวตาย ทำเอานายป่วนรีบเอา ว.รับเสียงอาละวาดของอมาวสีให้ราชฟัง

“หาเชือกมัดตัวนายหญิง และพามาเจอฉันที่ลำธาร เดี๋ยวฉันจัดการเอง รับรองเขาไม่โดดหรอก เชื่อฉันสิ” ราชสั่ง

นายป่วนหลอกล่อจนเอาถุงดำเข้าไปครอบอมาวสีอุ้มไปที่ลำธารริมน้ำตกให้ราช พอได้ตัวแล้ว ราชถามว่าหายบ้าหรือยัง อมาวสีตะโกนว่าตนไม่ได้บ้า เขานั่นแหละที่หาว่าตนบ้า ถามว่าเขาชอบจับคนมัดแบบนี้หรือ เคยทำกับชิดชไมแบบนี้ไหม ราชบอกว่าทำคนละแบบ ถามว่าอยากรู้ไหมว่าทำแบบไหน

“ฉันเดาเองได้ไม่ยาก ขนาดแวะมานอนที่บ้านได้ ก็ต้องคนละแบบกับที่นายทำกับฉันอยู่แล้ว”

ราชจับปลายเชือกที่มัดเธอลากไปที่ลำธาร มัดเธอไว้กับขอนไม้ที่ขวางลำธารอยู่ แช่เธอไว้ในลำธารที่เย็นจัด ทั้งยังขู่ว่าจะปล่อยให้ปลิง ทาก มาดูดเลือดเสียให้ตัวกลมไปเลย หายบ้าเมื่อไรถึงจะปล่อยให้ขึ้นมา

อมาวสีกลัวจนแทบจะบ้าจริงๆ ตะโกนขอความช่วยเหลือดังไปถึงโรงครัว แอ้ม ป๊อด นายป่วนและป้าเอิบมองหน้ากันไปมา ป้าเอิบรำพึงอย่างหนักใจว่า

“เวรกรรม สงสารนายจังเลย ไม่รู้นายผู้หญิงจะแกล้งนายไปถึงไหน”

อมาวสีถูกมัดแช่น้ำอยู่นานจนต้องร้องถามว่าเมื่อไหร่จะปล่อยเสียที ตนเหนื่อย หนาวแล้ว ราชพูดอย่างเลือดเย็นว่าเหนื่อยก็อยู่นิ่งๆ ตนขอนอนสักงีบก่อน อมาวสีเปลี่ยนเป็นขอร้องว่าถ้าไม่เห็นแก่ตนก็ให้เห็นแก่วัชรี นิลรัตน์ พึงใจบ้าง ป่านนี้พวกเขาเป็นห่วงตนแย่แล้ว

“รวมทั้งนายวารินด้วย” ราชประชด

“ใช่...ถ้านายเป็นเพื่อนพี่วาริน นายก็ต้องสงสารเขา หรือว่าทั้งหมดนี้เป็นการวางแผนร่วมกันระหว่างนายกับพี่วาริน” ราชชมเยาะๆว่าเธอพูดเก่งกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯมาก “นายชอบแบบไหนล่ะ อยากให้ฉันหุบปากหรืออยากให้ฉันคุย จะให้ฉันทำยังไงก็ได้ขอแค่ให้ฉันขึ้นจากน้ำนี่เถอะ ฉันรู้สึกว่าน้ำมันสูงขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ”

“อืม...น้ำกำลังขึ้น แต่ไม่ใช่น้ำขึ้นน้ำลงหรอก มันเป็นน้ำหลากน่ะ มันจะมาเร็วมาก บางทีท่วมหัวเลย แล้วปลิงสายพันธุ์ใหม่เป็นปลิงต่างถิ่นก็จะมาพร้อมกับน้ำป่า” ราชขู่ทุกทาง อมาวสีกลัวจนอ้อนวอนให้เขาปล่อย ให้สัญญาว่าจะไม่หนี ไม่ทำลายข้าวของอีกแล้ว จะเอาอะไรอีกตนก็สัญญาได้

ราชบอกว่าสัญญาว่าจะไม่ตบหน้าตน เธอทำเสียงอือ เขาถามว่าถ้าผิดสัญญาจะให้ทำอย่างไร

“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ ปล่อยฉันขึ้นไปเร็วเข้า” เธอยอมแม้กระทั่งจะให้เขาจูบปาก ราชพอใจจึงลงไปปล่อยเธอจากขอนไม้ลากขึ้นมา เธอเห็นเปลือกไม้เน่าติดที่เท้าก็สะบัดร้องลั่นคิดว่าปลิง

ราช ว.บอกนายป่วนให้เอารถมารับตนที่ลำธาร บอกว่านายหญิงสงบแล้ว ให้เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่มาด้วย อมาวสีมองเขานิ่ง ทนไม่ได้ถามว่า

“ขอถามอีกทีนะ ฉันอยากรู้จริงๆ ทำไมนายต้องบอกใครๆว่าฉันเป็นเมียนาย เป็นญาติเป็นน้องก็ได้นี่”

“ผมไม่อยากได้น้องเขยเป็นชาวไร่กลัดมัน แถวนี้มีเยอะด้วย จะเสี่ยงไหมล่ะ” เขาขู่จนอมาวสีนิ่งเงียบ

ooooooo

ปัญหาการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของอมาวสี ทำให้กวีต้องสร้างสถานการณ์ว่าคุณหญิงป่วยต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไปอย่างไม่มีกำหนด คุณหญิงถามอย่างอึดอัดว่าตนต้องเป็นคนป่วยอย่างนี้อีกนานไหม

“ปัญหาคือ?” กวีย้อนถาม คุณหญิงบอกว่าเวลาใครโทร.มาถามหรือมาเยี่ยมตนจะได้บอกถูก กวีตอบเหมือนตัดรำคาญว่า “คุณไปพักผ่อนเมืองนอกเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องตอบคำถามเหล่านี้”

“แปลว่าฉันต้องป่วยอีกนาน”

“นานหรือไม่นานผมไม่รู้ เจอตัวยายอ้อเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น คุณรู้ไหมว่าผมก็เครียดไม่แพ้กัน ไปที่พรรคทุกคนก็พูดแต่เรื่องนี้ ลงพื้นที่ชาวบ้านก็พากันถามถึง ผมก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน”

“เพราะเราไม่ยอมพูดความจริง”

“ความจริงเหรอ?” กวียิ่งพูดก็ยิ่งอารมณ์เสียหงุดหงิด “ความจริงแค่ไหนล่ะที่เรารับได้ ถ้าความจริงคือยายอ้อมันหนีไปเพราะไม่อยากแต่งงานกับลูกชายฉัน คุณจะว่ายังไง แล้วความจริงที่นักการเมืองอย่างฉันไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกให้ได้ดีล่ะ ความจริงแบบนี้คุณรับได้ไหม...ผมรับไม่ได้!”

ภากรเดินลงมาพอดี กวีถามว่าจะไปไหน เขาตอบห้วนๆว่าไปข้างนอก กวีฉุนกึกบอกว่ารู้แล้วว่าไปข้างนอกแต่มันนอกแค่ไหน ถูกภากรพูดใส่หน้าว่า “พ่อขีดเส้นมาสิครับว่าผมไปได้ไกลแค่ไหน”

“เอาล่ะ” กวีถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย บอกว่าจะไปไหนก็ไป แต่พรุ่งนี้ต้องเข้าออฟฟิศ เพราะ “ฉันสั่งให้คุณหว่องเขารับพนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาทำงานแล้ว แต่แกต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบด้วย คุณหว่องเขาจะเป็นที่ปรึกษาให้แกเอง ทำได้ไหม”

“ถ้าพ่อคิดว่าผมทำได้ ผมก็คงทำได้ล่ะครับ” ภากรตอบยียวนอย่างหมดความเกรงใจ แต่กวีก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ooooooo

วันนี้ แอ้มเอาสมุดบันทึกมาให้อมาวสีบอกว่า นายให้เอามาให้ เธอเปิดดูหน้าแรกเห็นลายมือเขาเขียน ไว้ว่า

“เผื่ออยากจะเขียนเล่นแก้เหงา”

อมาวสีให้แอ้มช่วยดูรอยจ้ำๆ ที่น่องถามว่านี่เป็นรอยปลิงกัดหรือเปล่า เพราะถูกจับแช่น้ำอยู่นาน แอ้มดูแล้วพูดขำๆ ว่า ปลิงกับทากมันอยู่ตามหนองน้ำนิ่งๆ น้ำไหลแรงอย่างนั้นไม่มีปลิงไม่มีทากหรอก พอรู้ว่าถูกหลอก อมาวสีก็แค้นขึ้นมาอีก พอดีป๊อดเข้ามาบอกว่า

“นายบอกว่า ถ้าอาบน้ำเสร็จแล้ว ขอเชิญข้างล่าง แต่งตัวสวยๆด้วยนะครับ” เธอถามว่าออกไปข้างนอกได้แล้วหรือ และต้องแต่งตัวสวยด้วย? “ครับ เป็นคำสั่งนาย” ป๊อดพูดแค่นั้นแล้วเดินออกไป

ที่ระเบียงบ้านกลางไร่ โต๊ะอาหารถูกจัดไว้อย่างเลิศหรู ราชนั่งอ่านหนังสือรออยู่ที่นั่น พอเขาเงยขึ้นก็ตะลึงในความงามของอมาวสี พอเธอเดินเข้ามา เขาถามว่าต้องลุกไปเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งไหม

“ไม่ต้อง ฉันทำเองได้” เธอขยับเก้าอี้นั่ง พอไอ้แปลกออกไป เธอบอกว่า “อยู่ที่นี่คุณดูเหมือนเจ้าพ่อมากเลยนะ” พอราชทำหน้างง เธอสาธยายเหมือนหลอกด่าว่า “ใช่ เหมือนพวกมาเฟีย หัวหน้าแก๊ง หัวหน้าผู้ก่อการร้ายอะไรอย่างเนี้ย พวกนี้มักมีจุดจบด้วยการถูกยิงตาย”

“กรณีผมนี่หนักหนาขนาดนั้นเชียวเหรอ”

“ลักพาตัวหลานรัฐมนตรี คิดว่าเบาหรือ ป่านนี้หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ลงข่าวกันเกรียวกราวแล้วล่ะ”

ราชบอกว่าโชคดีที่ที่นี่ไม่มีโทรทัศน์ แต่เขาก็เปิดมือถือให้ดูบอกว่าตนเซฟจากยูทูบ เป็นการแถลงข่าวของท่านกวีลุงเธอเอง อมาวสีดูแล้วนิ่งไปกับการแถลงข่าวที่ปกปิดบิดเบือนของกวี

“เห็นไหม ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณหายไป ไม่มีข่าวอะไรอย่างที่คุณว่าเลย พวกเขาจงใจปิดข่าว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นต่อให้คุณหายไปสักสิบห้าปีก็ไม่มีใครเดือดร้อน ไม่มีใครออกตามหาคุณแม้แต่คนเดียว”

อมาวสีน้ำตาไหลพรากถามว่าตนต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแสนนานเลยใช่ไหม ราชบอกว่าตนตอบไม่ได้แต่ตนก็มีคำตอบตอนจบในใจอยู่แล้ว แต่ยังบอกเธอไม่ได้ อมาวสีเดาว่าต้องแฮปปี้เอนดิ้ง แล้วใครแฮปปี้ เขาหรือตน

“ทุกคน...แต่ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมอย่างนั้น” แต่พอเธอถามว่าหมายถึงคุณลุง คุณป้า ภากรใช่ไหม เขาอาฆาตแค้นพวกเขาใช่ไหม ราชตัดบทว่าเบื่อที่จะคุยเรื่องนี้แล้ว

“ฉันบอกได้อย่างนึงว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่นี้ก็จะเป็นกรรมของนายในอนาคตเหมือนกัน”

“คุณเป็นเชลยนะครับ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนผม ผมว่าตอนนี้คุณอยู่ให้สบายดีกว่า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก่อน ขาดเหลืออะไรก็บอกผมนะ มีเรื่องนึงที่ผมยืนยันกับคุณได้แน่ๆ นั่นก็คือที่นี่ปลอดภัยที่สุด เมื่อไหร่ที่บ้านพิชิตพงษ์ปลอดภัยสำหรับคุณ ผมจะพาคุณไปส่งเอง”

เห็นอมาวสีนิ่งเงียบ ราชถามว่าชอบสมุดที่ฝากให้ไหม เผื่อเธออยากจะเขียนไดอารี่ ราชพยายามชวนคุยก็ยังเห็นเธอนั่งหน้าบึ้ง เขาบ่นลอยๆว่า

“เฮ้อ...ผมจะพูดอะไรดีนะ ที่ทำให้คุณมีรอยยิ้มได้ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ผมจะพาคุณเที่ยวรอบๆไร่ทั้งหน้าบึ้งๆ อย่างนี้แหละ”

อมาวสียิ้มออกมานิดหนึ่ง แต่ไม่มีใครเห็น...

ooooooo

แม้ดูจะชิงชังตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับราช แต่เมื่อเขาเอาสมุดบันทึกมาให้ เธอก็ลงมือบันทึกอย่างตั้งใจ...

“ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับฉัน เล่าให้ใครฟังก็คงจะหาว่าฉันแต่งเรื่องขึ้นมาเอง เพราะมันช่างเหมือนนิยายเหลือเกิน...ต่างกันก็เพียงแต่ว่า ที่นี่ไม่ใช่กระท่อมไม้ไผ่เก่าๆ กลางป่า ที่มีแสงสว่างเฉพาะจากตะเกียงเท่านั้น...แต่มันเป็นตึกทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ขาดก็แต่อิสรภาพ ซึ่งมันก็คือการกักขังไม่ต่างจากกระท่อมเก่าๆ กลางป่านั่นแหละ หนำซ้ำยังมีคนงานตัวใหญ่หน้าดุเป็นใบ้คอยยืนเฝ้าอีกต่างหาก...และ ถ้ามันเหมือนในหนังสือนิยายจริงๆ ฉันว่าตอนนี้ ตายักษ์คงนอนไม่หลับและกำลังคิดถึงฉันอยู่...ถ้าเป็นนิยายจริง สุดท้ายเราก็ต้องรักกันและแต่งงานกันน่ะสิ อึ๋ยยย...จะไหวเหรอ...ไม่เอาดีกว่า...”

เวลาเดียวกัน ราชก็พิมพ์ข้อความลงในโน้ตบุ๊กของเขา ถึงลุงรักษ์ ผู้เสมือนญาติคนเดียวในชีวิตของเขา...

“ผมไม่ได้สบายใจเลยที่ต้องทำในสิ่งที่ลุงไม่เห็นด้วย แต่ผมทนไม่ได้ ที่คนอย่างนายภากรจะได้ทุกอย่างไปอย่างง่ายดาย ผมจำเป็นต้องทำให้พวกเขารู้จักคำว่าสูญเสียบ้าง ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้เชลยของผมช้ำใจมากไปกว่านี้...แต่คุณลุงรู้ไหมครับ เธอไม่ได้บอบบางอย่างที่เราคิด และนั่นคืออาวุธร้ายของเธอ ที่อาจจะทำให้แผนการทั้งหมดของผมไม่สัมฤทธิผล ผมจะไม่ปล่อยใจให้เป็นอย่างนั้นครับคุณลุง...ไม่เด็ดขาด”

เป็นเวลาที่ทั้งอมาวสีและราชต่างอยู่กับตัวเอง อย่างเป็นตัวเอง...

ooooooo

แม้ภากรจะได้รับคำสั่งจากกวีให้ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน เขาทำตามคำสั่ง ตัวนั่งในที่ทำงานแต่ใจไม่อยู่ ครุ่นคิดแต่เรื่องอมาวสี ทนไม่ไหวก็โทร.ไปหาวัชรีถามว่าอมาวสีติดต่อมาบ้างหรือเปล่า

คุยกับภากรแล้ว วัชรีปรารภกับวารินว่า ดูท่าภากรจะจนแต้มจริงๆ โทร.มาถามหาอมาวสีกับเราอีกแล้ว วารินบอกว่าก็คงจนแต้มพอๆกับเรานั่นแหละ วัชรีเสนอให้จ้างนักสืบเลยดีไหม

“อืม...รอนายราชกลับจากพม่าก่อนดีกว่า” วัชรีถามว่าเขาเป็นนักสืบหรือ “ไม่ใช่หรอก แต่เราจะทำอะไรมันต้องเป็นแนวทางเดียวกัน จะได้มีเอกภาพ พลานุภาพจะสูงสุด เข้าใจไหมน้อง”

ฟังพี่ชายแล้ววัชรีทำได้แค่ถอนใจเซ็งๆ

เช้านี้ ราชพาอมาวสีเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าโดยมีไอ้แปลกเดินตามมาห่างๆ เธอมองไปไกลสุดสายตา เห็นแนวเขาและปุยเมฆ เป็นธรรมชาติที่งดงามมาก

อมาวสีถามถึงจุดที่ตัวเองอยู่และขอบเขตไร่ของราช ถามว่าที่เห็นนี่เป็นที่ของเขาหมดเลยหรือ

“ไม่หมด แค่แนวรั้ว แนวเขาลูกนั้น เลยออกไปก็เป็นที่ดั้งเดิมของชาวบ้านหลายแปลง หลายครอบครัว”

เธอถามว่าที่ตรงนี้เขาซื้อจากชาวบ้านใช่ไหม? พอเขาบอกว่าใช่ เธอตำหนิว่าแย่งที่ทำมาหากินของ
ชาวบ้านชัดๆ

“ไม่จริง...ผมเอาทุนมาช่วยพัฒนาผลผลิตต่างหาก คุณรู้ไหมชาวบ้านเขาต้องกู้เงินมาทำไร่เท่าไหร่ ทำได้ก็ต้องเอาไปใช้หนี้ ใช้ให้ใครรู้ไหม นักการเมืองแบบลุงคุณนั่นไง พวกนั้นแหละตัวดี ชอบขูดรีดชาวบ้านนัก”

“แล้วคุณไม่ขูดรีดหรือ?”

“ผมไม่รับผลกำไรใดๆทั้งสิ้น ผลผลิตทั้งหมดเป็นของพวกเขา ผมเป็นแค่หุ้นส่วนที่ให้เขายืมเงินโดยไม่มีกำหนดเวลาใช้คืน” เธอถามว่าแล้วเขาได้อะไร “ความสุข... ทรัพย์สินของผมก็มีเพียงบ้านหลังนี้เท่านั้น ถ้าผมมีเมีย ผมก็คงพาเมียมาอยู่ที่นี่จนแก่เฒ่าตามลำพังสองคนตายาย”

“น่าเสียดายที่ฉันมาอยู่ตัดหน้าว่าที่เมียของคุณเสียก่อน” พูดเหน็บแล้วเดินห่างออกไป

ooooooo

ราชยังขับรถพาอมาวสีชมไร่ ถามเธอว่าพรุ่งนี้ตนจะเข้ากรุงเทพฯ อยากได้อะไรไหม พอเธอบอกว่าเขาคงให้ไม่ได้หรอก ราชเลยตัดบทว่างั้นก็ขอให้เธอมีความสุขกับที่นี่ในวันที่ตนไม่อยู่ด้วยก็แล้วกัน

ทันใดนั้น นายป่วนขับรถมาปาดหน้าแล้วหยุดกึก ตรงมากระซิบอะไรบางอย่าง ราชหน้าเครียดบอกอมาวสีให้ไปนั่งรถคันโน้น แล้วสั่งนายป่วนให้พาเธอกลับไปที่ตึกก่อน อมาวสีเห็นท่าทางผิดปกติ ถามว่าเขาจะไปไหน เขาตอบห้วนๆว่า

“คุณไม่ต้องรู้หรอก” แล้วรถสองคันก็แยกกันไปที่ท้ายไร่ เต้นลูกชายวัยเยาว์ของตู่คนงานคนหนึ่ง ถูกจับมัดกับเสากลางแจ้งนอกรั้วไร่ของราช มีชายฉกรรจ์สี่ห้าคนยืนห้อมล้อมอยู่ พ่อแม่ของเด็กเกาะรั้วร้องไห้วอนให้เมตตาลูกตนด้วย

ไอ้มาก หัวหน้าของคนกลุ่มนั้น มันยิงปืนขึ้นฟ้าตะโกนขู่ว่านี่คือตัวอย่างผลของการล่วงล้ำที่ของคนอื่น หญิงผู้เป็นแม่ชี้แจงว่าไอ้เต้นลูกตนไม่ได้บุกรุก มันแค่มุดรั้วไปเก็บผ้าโพกหัวที่ปลิวเข้าไปเท่านั้น แต่ไอ้มากหาว่าจงใจโยนผ้าเข้าไป อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เสียกฎระเบียบหมด

ไอ้มากหยิบแส้ขึ้นมาจะเฆี่ยนเต้น ตู่ทนดูไม่ได้ มุดรั้วเข้าไปช่วยลูก เลยถูกมันจับไว้อีกคน ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ลูกปืนพุ่งมาตกตรงตีนไอ้มากพอดี!

“ถ้าแตะต้องลุงตู่ คราวนี้กระสุนจะพุ่งเข้ากลางเป้านะ” ราชถือปืนเดินเข้ามา ไอ้มากยังกล่าวหาว่าตู่รุกล้ำที่มัน ราชท้าว่า “ลุงผิดฉันไม่เถียง ถ้าตรงที่พวกแกยืนมันเป็นที่ของแกจริง จะให้เอาเจ้าหน้าที่มาดูหลักหมุดไหมล่ะ จะได้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าแกปักหมุดล้ำเข้ามาในที่ฉันแค่ไหน”

ไอ้มากใบ้กินยืนนิ่งไม่กล้าโต้เถียง

“ไม่ต้องทำหน้างง แล้วก็ปล่อยตัวไอ้เต้นออกมาด้วย หรือต้องให้ฉันเหนี่ยวไกปืนอีกทีสองที กระสุนยังพอมีนะ”

ไอ้มากหันไปพยักหน้าทีเดียว ลูกน้องมันก็ชักปืนเล็งไปที่เต้น ราชไวกว่ายิงเปรี้ยงเดียวปืนร่วงจากมือมันคนหนึ่ง อีกสองคนหันปืนมาที่ราช ราชยิงสวนไปทันทีปืนมันร่วงไปอีกหนึ่งกระบอก

“ถ้ามีใครชักปืนขึ้นมาอีก คราวนี้กระสุนเข้ากลางกบาลมึงแน่ไอ้มาก” ราชประกาศกร้าว ไอ้มากตะโกนให้ลูกน้องเก็บปืน ราชสั่งให้ปล่อยลุงตู่กับไอ้เต้นออกมาด้วย ไอ้มากรีบตะโกนบอกลูกน้องให้ปล่อยเร็วๆ ราชปรามว่า “อย่าให้มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกนะไอ้มาก”

ไอ้มากยังทำกร่างอย่างไว้เชิงแบบ “ฝากไว้ก่อน” แล้วรีบพาลูกน้องกลับไป

ooooooo

แอ้มเอาสมุดกับปากกามาให้อมาวสีที่ห้องอีก บอกว่านายให้เอามาให้เพราะคิดว่าสมุดเล่มเดียวคงไม่พอเขียน

อมาวสีทั้งหลอกทั้งล่อถามแอ้มจนรู้ว่าที่ตนอยู่ตรงนี้คือ สีคิ้ว โคราช ส่วนชื่อไร่ แอ้มบอกว่านายยังหาชื่อได้ไม่ถูกใจ แต่ไร่ข้างๆนี้เป็นที่รู้กันว่า ไร่พินัย เป็นเพื่อนของนาย

พอแอ้มพลั้งปากบอกไปแล้วนึกได้กลัวถูกนายดุเลยไม่ยอมบอกอะไรอีก อมาวสีถามว่าเปลี่ยนเป็นถามว่า ที่นี่ไม่ใช้โทรศัพท์หรือ แอ้มบอกว่าใช้วิทยุสื่อสารพลางชูให้ดู

“แล้วถ้าจะติดต่อคนอื่นๆที่กรุงเทพฯล่ะ” แอ้มบอกว่า ใช้ส่งจดหมายเอา “งั้นฉันฝากส่งจดหมายได้ไหม”

“ได้เลยค่ะ” แอ้มกระตือรือร้นมาก แต่พออมาวสีถามว่าจะไปส่งให้ตนได้วันไหน แอ้มบอกว่า “วันไหนก็ได้ที่นายอยู่ เพราะแอ้มต้องฝากนายไปส่งค่ะ”

อมาวสีหน้าเหวอ พูดได้แค่ว่า “อ๋อ...เหรอ...”

ooooooo

ทิพย์สุดายังดำเนินการสืบเสาะเรื่อง ราช รัชภูมิ อยู่ วันนี้เธอมาที่เกาะลุงรักษ์ในฐานะลูกทัวร์ของอรัญญา บอกอรัญญาว่าอยากรู้จักลุงรักษ์

เมื่อได้พบลุงรักษ์ เธอถามทันทีว่า นามสกุลลุงรักษ์คือ “รัชภูมิ” ใช่ไหม พอลุงรักษ์บอกว่าใช่ เธอบอกว่า

“ดิฉันอยากรู้จักคุณราช รัชภูมิ น่ะค่ะ”

หลังจากคุยกับลุงรักษ์แล้ว ทิพย์สุดาโทรศัพท์บอกคุณหญิงอำภาอย่างตื่นเต้นว่า

“ฉันเจอเขาแล้ว...ฉันเจอหลานฉันแล้ว... ฉันรู้แล้วว่าน้องฉันที่อาศัยท้องเธอมาเกิดน่ะ อยู่ที่ไหน ฉันจะได้จัดการมอบสมบัติให้เขาในเร็ววันนี้”

“ดีใจด้วยนะ” คุณหญิงอำภาแสดงความยินดีทั้งที่ใจสับสน

“คุณคงรู้จักนายราช รัชภูมิ นะ ถ้าฉันเจอเขาเมื่อไหร่ เรื่องระหว่างเราก็จะได้จบสมบูรณ์เสียที ซึ่งฉันเชื่อว่า คงอีกไม่นานหรอกคุณหญิงอำภา” ทิพย์สุดาพูดทิ้งท้ายอย่างมีความหวัง

ooooooo

ที่บ้านกลางไร่...คืนนี้มีเหตุตึงเครียด เมื่อกำนันแม้นพ่อของไอ้มากพาลูกน้องขับรถบุกเข้ามาถึงกลางไร่ ร้อนถึงนายป่วนต้องเร่งระดมชายฉกรรจ์เพื่อรับมือเป็นการด่วน

นายป่วนและลูกน้องในสภาพพร้อมปะทะ ออกไปเผชิญหน้ากำนันแม้น พูดกันอย่างนักเลงว่า

“มีอะไรทำไมไม่มาตอนกลางวัน บุกรุกกันอย่างนี้ไม่ถูกนะเว้ย”

กำนันแม้นก้าวลงจากรถมาเผชิญหน้าถามว่าต้องเอามีดเอาไม้มารอรับตนเลยหรือ คิดว่าเอาอยู่หรือ ถ้าตนอยากทำอะไรแรงๆขึ้นมาแน่ใจหรือว่าจะเอาอยู่ ไล่นายป่วนให้ไปตามเจ้านายมาคุยกันดีกว่า

นายป่วนบอกว่านายไม่อยู่ กำนันไม่เชื่อเพราะเมื่อเช้ายังยิงปืนใส่ลูกชายตนอยู่เลย นายป่วนโต้แย้งด้วยเหตุผลและหลักฐาน ไอ้มากที่ยืนฟังอยู่ยุพ่อมันว่า “เผาให้เละไปเลยดีกว่า”

“หยุดนะ ใครก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันยิงไม่เลี้ยง” เสียงอมาวสีตะโกนมาจากระเบียงห้องนอน มือถือปืนลูกซองเล็งลงมาที่พวกกำนัน พอพวกนั้นมองขึ้นมา เธอขู่ “ฉันพูดจริงทำจริงนะจะบอกให้”

ไอ้มากยุกำนันว่าอย่าไปเชื่อ เธอขู่ไปอย่างนั้นเอง ยิงปืนเป็นรึเปล่าก็ไม่รู้ อมาวสีเลยท้าว่า “หรือจะลอง!” พลางจ้องอย่างดุดัน กำนันจึงหันไปพูดกับนายป่วนว่า

“บอกนายพวกมึงด้วยว่าอย่าซ่าให้มากนักนะ เรื่องซื้อที่ตัดหน้าฉันยังไม่ได้สะสาง ระวังให้ดี ถ้าถึงวันของฉันเมื่อไร มันจะเสียทั้งไร่เสียทั้งเมีย...” แล้วกำนันก็ตะโกนสั่งลูกน้อง “เฮ้ย...กลับโว้ย”

พอพวกกำนันกลับไปหมดแล้ว นายป่วนเงยหน้าตะโกนบอกอมาวสีว่า

“นายหญิงรู้อะไรไหมครับ...ปืนนั่นน่ะ ไม่มีลูก”

ที่แท้เป็นปืนที่ราชให้ไอ้แปลกถือไว้หลอกๆ เพื่อขู่คนไปอย่างนั้นเอง อมาวสีถามว่าราชไปมีเรื่องอะไรกับกำนันแม้นหรือ นายป่วนจึงเล่าว่ากำนันแม้นแค้นใจที่ราชซื้อที่ตัดหน้าเพราะกำนันกดราคาเจ้าของที่ต่ำมาก

“เป็นคนดีเหมือนกันนะนายเรา” อมาวสีพูดอย่างรู้สึกดีกับราช

ooooooo

คืนนี้ราชไปนั่งดื่มกับวารินที่ร้านเหล้า เห็นความรักความเป็นห่วงอมาวสีของวารินแล้ว ราชก็อดเห็นใจไม่ได้แต่ก็ไม่แพร่งพรายอะไรให้รู้

กลับถึงอพาร์ตเมนต์ เทินเล่าให้ฟังว่า ตนถูกตำรวจสืบเสาะหาข้อมูลเรื่องอมาวสีจนไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรแล้ว ราชบอกว่าจะปิดบริษัทเพื่อให้เทินได้ไปพักผ่อนไกลๆ ให้สบายใจดีไหม เทินติงว่าฟังดูเหมือนผู้ร้ายหนีไปกบดานยังไงไม่รู้

“แล้วต้องทำยังไงน้าเทินถึงจะสบายใจล่ะ”

“เอาตัวเขากลับคืนเถอะครับ” ราชตอบทันทีว่ายัง เพราะทุกอย่างอยู่ในแผนหมดแล้ว ซ้ำยังย้ำว่าเทินรับปากแล้วว่าจะอยู่ในแผนของตนเอง เมื่อทำแล้วก็ต้องทำให้ตลอด “งั้นผมขออย่างนึงนะครับ อย่าให้มีอะไรเกินเลยไปกว่านี้ มันจะกลายเป็นความเศร้าโศกเสียใจกันทุกฝ่าย”

พอดีนายป่วนโทร.มาเล่าเรื่องกำนันแม้นให้ฟัง ชมว่าดีที่นายหญิงช่วยแก้สถานการณ์เอาไว้ได้ ราชบอกนายป่วนให้ดูแลพวกเราดีๆด้วย พรุ่งนี้ตนจะรีบเข้าไป พอวางสายเทินเอ่ยขึ้นว่า

“อย่างน้อยนายป่วนก็เป็นคนนึงที่น่าจะได้รู้ความจริง”

พอนายป่วนวางสายจากราชก็บอกอมาวสีว่านายฝากขอบคุณที่นายหญิงกู้สถานการณ์ไว้ได้ เธอถามว่าเขามาแล้วหรือ นายป่วนบอกว่าพรุ่งนี้มา เธอถามอีกว่าแสดงว่าที่นี่มีโทรศัพท์ใช่ไหม นายป่วนตอบแต่ว่า “ท่านจะกลับมาพรุ่งนี้ครับ”

อมาวสีคิดอะไรบางอย่างขอนายป่วนว่าพรุ่งนี้ให้ตนออกไปเดินเล่นรอบไร่บ้างได้ไหมถือเป็นการตกรางวัลให้ตน

“ครับ...แต่ต้องไปกับไอ้แปลกนะครับ เพื่อความปลอดภัยของนายหญิง”

คืนนี้อมาวสีนั่งบันทึกในสมุดเล่มใหม่ว่า “ถ้าคิดว่าเป็นการลักพาตัวมา ที่นี่ก็น่าอยู่ไม่น้อย ทั้งบรรยากาศ อากาศและผู้คน ไม่น่าเชื่อว่าชาวบ้านที่นี่จะซื่อและจิตใจดีกับทุกคน น่าสงสารที่ถูกนายยักษ์หลอกใช้เป็นเครื่องมือ อยากรู้จริงๆว่าเหตุผลที่แท้จริงของเขาคืออะไร แต่ฉันจะไม่อยู่จนรู้เหตุผลหรอก ถ้าพรุ่งนี้มีโอกาส ฉันจะต้องหนีกลับบ้านให้ได้”

ooooooo

รุ่งเช้าไอ้แปลกเปิดประตูห้องยิ้มแฉ่งเข้ามา ยื่นวิทยุสื่อสารให้เธอคุยกับนายป่วน นายป่วนบอกว่าตนออกไปไร่แต่เช้า ไอ้แปลกจะพาเธอขึ้นรถเที่ยวทั่วไร่ พร้อมเมื่อไรให้ไปกันได้เลย

อมาวสีบอกว่าพร้อมแล้ว หลอกไอ้แปลกว่าขอเข้าห้องน้ำก่อน พอไอ้แปลกออกไปเธอปิดประตูล็อกแล้วปีนระเบียงขึ้นไปบนดาดฟ้าปีนข้ามไปเกาะต้นไม้ใหญ่ไต่ลงไป แล้ววิ่งไปยังทิศทางที่คิดว่าน่าจะเป็นทางหนีไปจากไร่ได้ ผ่านไปที่เรือนพักคนงาน เห็นโทรศัพท์ก็ตรงดิ่งไปจะโทร.ออก พอดีป้าเอิบเดินมาเธอจึงต้องรีบหนีไป

โชคดีไปเจอม้าสวยเพศเมียตัวหนึ่งที่ผูกไว้กับเสารั้ว เธอย่องไปลูบแผงคอมันอย่างนุ่มนวล คุยกับมันแล้วปลดเชือกขึ้นหลังม้ากระตุ้นให้ม้ากระโจนไปอย่างเร็ว

นายป่วนโทร.เช็กว่าไอ้แปลกพาอมาวสีไปหรือยัง ปรากฏว่าเงียบจึงให้ป้าเอิบมาดูพบไอ้แปลกนั่งหลับอยู่ ความเลยแตก พอนายป่วนรู้ว่าอมาวสีหายไป เขาร้องเหมือนเห็นหายนะอยู่ตรงหน้า “ฉิบหายล่ะซิ!!”

อมาวสีขี่ม้าโจนทะยานข้ามรั้วไร่ของราชออกไปไม่รู้ว่าเข้าไปในเขตไร่ของกำนันแม้นคู่อริ ไอ้มากเห็นเข้า มันขับโฟร์วีลล้อมอมาวสีไว้ กระโดดลงไปถามเยาะเย้ยว่าวันนี้เอาปืนมาด้วยหรือเปล่า เธอบอกว่าเอามาอยู่ในกระเป๋า มันหัวเราะเยาะ ประกาศว่า เธอเข้ามาในอาณาจักรของตนเต็มตีนขนาดนี้ ทำทีถามลูกน้องว่าจะลงโทษเธออย่างไรดี

เมื่อเธออ้างว่าไม่รู้เรื่องเขตแดน ไอ้มากบอกว่าจะพาไปดูแผนที่ที่บ้าน แล้วสั่งลูกน้องให้จับตัวเธอ พอพวกมันกรูกันเข้ามา อมาวสีก็ชักม้าทะยานหนี พวกมันขับโฟร์วีลไล่ตามตีวงล้อมไว้

อมาวสีตัดสินใจบังคับม้ากระโจนข้ามรถไปแต่พอถึงพื้นร่างเธอก็ตกจากหลังม้ากลิ้งไปตามพื้นอย่างควบคุมไม่ได้!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.